Home Blog Page 181

“SUZUKI ERTIGA HYBRID” คว้ารางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี  Thailand Car of the Year 2024 ตอกย้ำความเป็นผู้นำรถอเนกประสงค์สุดคุ้มค่า

0
SUZUKI ERTIGA HYBRID ภาพเปิด

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้ารับรางวัล Car of the Year 2024 หรือ รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี 2567 จากรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง SUZUKI ERTIGA HYBRID ตอกย้ำความโดดเด่นในคุณภาพของสินค้า ที่เต็มไปด้วยความคุ้มค่า คุ้มราคา ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค

SUZUKI ERTIGA HYBRID 1

นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร และ นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วมงานประกาศผลรางวัล Car of the Year 2024 หรือ รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี 2567 ซึ่งจัดขึ้นโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในปีนี้ ซูซูกิ สามารถคว้ารางวัลรถยอดเยี่ยมมาครองจำนวน 1 รางวัล

รายชื่อรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี 2567 ได้แก่

SUZUKI ERTIGA HYBRID ได้รับรางวัล BEST HYBRID MINI MPV

โดยในงานพิธีมอบรางวัลได้รับเกียรติจาก ดร.ไพลิน เทียนสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีมอบ พร้อมด้วยนายอโณทัย เอี่ยมลำเนา ประธานจัดงาน Car & Bike of the Year 2024 และ นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ โดยพิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้ จัดขึ้นที่ ห้องรอยัล จูบิลี่ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

SUZUKI ERTIGA HYBRID 2

สำหรับ SUZUKI ERTIGA SMART HYBRID ติดตั้ง เทคโนโลยี SMART HYBRID ในรถยนต์อเนกประสงค์ขนาด 7 ที่นั่ง  ซึ่งถูกออกแบบมาให้พร้อมตอบโจทย์ในการใช้งาน ยกระดับชีวิตสู่ความสมาร์ทในทุกเส้นทาง ด้วยเทคโนโลยี SHVS เทคโลยีระบบสมาร์ทไฮบริดแบบใหม่ของซูซูกิ ที่มีมอเตอร์ไฟฟ้า (Integrated Starter Generator หรือ ISG) พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ION  ช่วยเสริมกำลังการทำงานของเครื่องยนต์ มีผลทำให้ลดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ดีขึ้น และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ นอกจากจะประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 17.9 กิโลเมตรต่อลิตร ยังเสริมประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนให้รถออกตัวได้อย่างนุ่มนวล โดยมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 134 กรัม/กิโลเมตร

ทั้งนี้ รางวัล Car of the Year 2024 จัดขึ้นโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์นชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เพื่อสนับสนุนภาพลักษณ์ที่ดีทางด้านธุรกิจยานยนต์และส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย โดยทำการคัดเลือกรถยนต์ที่มีความโดดเด่นในแต่ละด้าน พร้อมให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบข้อมูลที่แท้จริงเพื่อศึกษาเป็นแนวทางในการพิจารณาเลือกซื้อรถยนต์ให้เหมาะสมตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน

SUZUKI ERTIGA HYBRID 4

ซึ่ง ซูซูกิ ก็มีแนวคิดอันมุ่งมั่นที่ต้องการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีและมีคุ้มค่าในทุกๆ ด้านแก่ลูกค้า  รวมถึงการเอาใจใส่ในการพัฒนาและปรับปรุงยกระดับงานบริการหลังการขายของโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานทั่วประเทศ

 

 

“NETA” เริ่มผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยเพื่อตลาดเมืองไทยแล้ว ประเดิมผลิตรุ่นแรก NETA V-II พร้อมส่งมอบลูกค้าคนไทยเมษายนนี้เป็นต้นไป

0

NETA ประกาศเริ่มผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% จากโรงงานในประเทศไทยเพื่อส่งมอบนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ทันสมัยให้ลูกค้าคนไทยอย่างเป็นทางการภายหลังจากได้รับการรับรองมาตรฐานและเอกสารอนุมัติประกอบกิจการการผลิตอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานภาครัฐของไทย นับเป็นโรงงานรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแห่งแรกของ NETA นอกประเทศจีน และยังเป็นโรงงานผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแห่งแรกที่ตั้งอยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมในกรุงเทพ ประเดิม NETA V-II เป็นรุ่นแรกซึ่งจะพร้อมส่งมอบลูกค้าคนไทยเมษายนนี้เป็นต้นไป

มร. ชู กังจื้อ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เนเต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่าบริษัทฯ ได้เริ่มเปิดสายพานการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่วันนี้ ซึ่งมีแผนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน มอเตอร์โชว์ นี้ เป็นรุ่นแรก ทั้งนี้ NETA V-II ที่ผลิตจากโรงงานในประเทศไทยล็อตแรกจะทยอยส่งมอบถึงมือลูกค้าคนไทยได้ตั้งแต่เมษายนนี้เป็นต้นไป

“มาตรการส่งเสริมการใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าของรัฐบาลไทยถือเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งนอกจากจะทำให้ผู้บริโภคชาวไทยสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนภาคการลงทุนที่ทำให้เกิดความหลากหลายของผลิตภัณฑ์มากยิ่งขึ้น ในขณะที่ระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศพัฒนาเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง สำหรับ NETA เราพร้อมสนับสนุนโนยบายภาครัฐของไทยอย่างเต็มที่และยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของไทยให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น การได้รับเอกสารอนุมัติและรับรองการประกอบกิจการในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ NETA และมีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของเราในระดับสากล โดยNETA พร้อมนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่มีคุณภาพ พร้อมเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่ล้ำสมัย และมีระบบความปลอดภัยครบครัน ในราคาที่เข้าถึงได้ ซึ่งผลิตจากฐานการผลิตในประเทศไทยเพื่อคนไทยทุกคนครับ” มร. ชู กังจื้อ กล่าว

สำหรับโรงงานประกอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของ NETA ในประเทศไทยเป็นความร่วมมือระหว่าง NETA กับ บริษัท บางชันเยนเนอเรลเอเซมบลี จำกัด นับเป็นโรงงานผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า100% แห่งแรกของ NETA ที่ตั้งอยู่นอกประเทศจีน อีกทั้งยังเป็นโรงงานผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแห่งแรกที่ตั้งอยู่ในเขตปลอดอากร “พระนครฟรีโซน” นิคมอุตสาหกรรมบางชัน พื้นที่เขตกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้โรงงานในประเทศไทยนับเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของแผนงานระดับสากลของ NETA ที่ไม่ได้เป็นเพียงการลงทุนสร้างฐานการประกอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานการผลิตในระดับสากลของ NETA เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดในภูมิภาคอาเซียนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการพัฒนาในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องสนับสนุนให้ระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของไทยในฐานะผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลกให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น โดยโรงงานในประเทศไทยแห่งนี้จะช่วยยกระดับความสามารถในการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของ NETA ทำให้สามารถส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มาพร้อมนวัตกรรมที่ทันสมัยรุ่นต่างๆ เพื่อรองรับกับความต้องการของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในไทยที่เติบโตอย่างรวดเร็วได้เป็นอย่างดี

NETA V-II 1

นอกเหนือจากการจัดตั้งโรงงานในประเทศไทยเพื่อรองรับกับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศแล้ว NETA มีแผนเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ด้วยการแนะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่ล้ำสมัยอย่างน้อยปีละ 1 รุ่น ยิ่งไปกว่านั้นจะมีการขยายโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานของ NETA ให้ครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าและรองรับจำนวนลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้น ควบคู่ไปกับการยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์และเน้นการมีส่วนร่วมของลูกค้าผ่านกิจกรรมรูปแบบต่างๆ ที่จัดขึ้นเฉพาะสำหรับลูกค้า NETA

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ NETA Call Center โทร. 02-023 9968 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ NETA ได้ที่;
•Facebook : Neta Auto Thailand
•Neta Line Official : @netaautothailand
•Website : www.neta.co.th

 

บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ค่ายผู้ผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์แห่ร่วมงาน

0

บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงาน “บางกอก อินแตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” ครั้งที่ 45 เชื่อตลาดรถยนต์และรถจักรยานยนต์จะกลับมาคึกคัก หลังผู้ผลิตรถชั้นนำทั้งยุโรป ญี่ปุ่น จีน อินเดีย และเวียดนาม ตบเท้าเข้าร่วมงานมากถึง 49 แบรนด์

ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 เปิดเผยว่า “งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “The Mobility of Joyful Experiences” : ประสบการณ์แห่งความสนุกของทุกการเดินทางเมื่อถนนแห่งเทคโนโลยียานยนต์และการดำรงชีวิตเดินทางมาบรรจบกัน ความสวยงามของยานยนต์เทคโนโลยีที่ท้าทายสะท้อนความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม เติมเต็มความสุข และประสบการณ์แห่งความสนุกของทุกการเดินทาง” พร้อมสนับสนุนเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ สร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับประเทศ”

สำหรับการจัดงานในปีนี้ โดยรวมแล้วมีจำนวนผู้เข้าร่วมงานกลับมาเติบโตเทียบเท่าช่วงก่อนเกิดวิกฤตโควิด ถือเป็นการขยายตัวอย่างเห็นได้ชัด และเป็นสัญญาณที่ดีของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย แม้ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์จะลดลง แต่เชื่อว่า ด้วยจุดเด่นของงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ที่รวบรวมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องไว้ในงานเดียวจะเป็นตัวกระตุ้นให้ภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเติบโตขึ้นได้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ยังคงได้รับความร่วมมือจาก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย, สมาคมวิศวะกรรมยานยนต์ไทย, สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย, สมาคมระบบขนส่งการจราจรอัจฉริยะ, และ ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทยในพระ บรมราชูปถัมภ์ (ร.ย.ส.ท.) และบริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เมเนจเม้นท์ จำกัด เป็นอย่างดีในการจัดงาน

คุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ สายกิจกรรมพิเศษ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และรองประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 เปิดเผยว่า “งานในปีนี้ ได้รับความสนใจจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ชั้นนำเข้าร่วมงานกว่า 49 แบรนด์ และมีรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เข้ามาเปิดตัวไม่น้อยกว่า 20 รุ่น ซึ่งในปีนี้ มีรถ Hyper Concept อย่าง Mercedes-Benz Vision ONE-ELEVEN และ Nissan Hyper Tourer Concept มาร่วมสร้างสีสันภายในงานอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมี รถไฮไลท์ภายในงาน อาทิ Lotus Eletre Blends Electric Hyper SUV รถสปอร์ตอเนกประสงค์ขุมพลังไฟฟ้า 100%, Lotus EMIRA ทั้งรุ่น I4 และ V6 Supercharged,  The NEW JEEP WRANGLER 2024, New Volvo EX30 รถ SUV ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ หรือจะเป็นรถสัญชาติจีน อย่าง CHANGAN ที่เปิดตัว LUMIN MINI EV ครั้งแรกในงาน ขณะที่ค่าย MG เตรียมเปิดราคา MG4 D Facelift อย่างเป็นทางการ ตามมาด้วย HONRI ที่เปิดตัว BOMA รถไฟฟ้าขนาด 4 ที่นั่ง เช่นเดียวกับรถสัญชาติเวียดนาม อย่าง VINFAST เปิดตัวรถ SUV ไฟฟ้า VF 7 และรถกระบะไฟฟ้าต้นแบบ VF wild

ขณะที่ค่ายรถจักรยานยนต์ Honda เปิดตัวสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ MOTOCOMPACTO ดีไซน์กระเป๋าเดินทาง กับ UNI-ONE วีลแชร์ไฟฟ้าแบบไม่ต้องพึ่งคนเข็น

นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากบรรดาค่ายรถต่างๆ ในการออกแบบและตกแต่งบูธ เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้เข้าชมงานให้เข้าไปเยี่ยมชมสินค้า ซึ่งการออกแบบบูธของแต่ละค่ายต่างได้รับการพิจารณาอนุมัติโดย

บริษัทแม่ในต่างประเทศ และใช้งบในการออกแบบก่อสร้างค่อนข้างสูง ซึ่งคาดว่า จะทำให้บรรยากาศของงานในปีนี้จะกลับมาเต็มไปด้วยสีสันเช่นเดิม

“อย่างไรก็ตาม บริษัทเชื่อว่า การเข้ามาของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน และเวียดนาม จะทำให้ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยมีสีสันมากขึ้น และเป็นโอกาสที่ดีของผู้บริโภคที่จะเลือกใช้รถยนต์ตามความต้องการได้ในราคาที่เหมาะสม และที่สำคัญผู้เข้าชมงานสามารถเลือกชมเลือกซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกแบรนด์ ทุกรุ่น และทุกเคมเปญ ที่มีจำหน่ายในประเทศได้ภายในงานเดียวอีกด้วย”

ทำให้การจัดงานฯ ในครั้งนี้ ผู้จัดงานฯ มีการปรับเพิ่มวันสำหรับสื่อมวลชน หรือ Press day เป็น 2 วันด้วยกัน คือ วันที่ 25 และ 26 มีนาคม 2567 เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานให้กับสื่อมวลชนทุกๆท่าน ให้ได้

ทำงานกันอย่างเต็มที่ โดยที่ตารางเวลาสำหรับการนำเสนอของแต่ละแบรนด์ไม่อยู่ในช่วงเวลาเย็นเกินไป สำหรับตารางเวลาการนำเสนอของแต่ละแบรนด์ ท่านสามารถ download ทาง www.motorshow.in.th

กำหนดการจัดงานฯ

วัน V.I.P :  วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 12:00 – 20:00 น.
วัน 1st Press Day : วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 10:30 – 20:00 น.
วัน 2nd Press Day วันอังคารที่ 26 มีนาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 9:59  – 18:00 น.

 

พิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ

วันสำหรับประชาชนทั่วไป : วันพุธที่ 27 มีนาคม – วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน 2567 รวมระยะเวลา 12 วัน
วันเสาร์-วันอาทิตย์             เวลา 11:00 น. – 22:00 น.
วันธรรมดา                     เวลา 12:00 – 22:00 น.
สถานที่จัดงาน : อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 และ อิมแพค ฟอรั่ม ฮอลล์ 4, อิมแพค เมืองทองธานี

 

“สำหรับเป้าหมายการจัดงานในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าการเติบโตทั้งในด้านผู้เข้าชมงานและยอดจองรถภายในงานเพิ่มขึ้นประมาณ 15-20 เปอร์เซ็นต์ จากปีที่ผ่านมา เนื่องมาจากปัจจัยบวกในหลายด้าน โดยเฉพาะการเข้ามาของผู้ผลิตรถรายใหม่ๆ ดังนั้น เชื่อว่า งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ จะประสบความสำเร็จอย่างเช่นที่เคยผ่านมาได้อย่างแน่นอน” คุณจาตุรนต์ กล่าวทิ้งท้าย

คุณอโณทัย  เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่สายการผลิต บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และรองประธานการจัดงานฯ กล่าวว่า “สำหรับการจัดงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” ในครั้งนี้ ผมในฐานะรองประธานจัดงานรู้สึกเป็นเกียรติและขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง แน่นอนว่า ภายในงาน นอกจาก รถยนต์ รถยนต์จักรยานยนต์ และของตกแต่งที่มีให้เลือกชม เลือกซื้อกันแล้ว ทางผู้จัดยังได้เตรียมจัดกิจกรรมต่างๆ ไว้รองรับผู้เข้าชมอย่างมากมาย”

นอกจากนี้ ยังคงเป็นงานแสดงยานยนต์ที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลก โดยในปีนี้มีสื่อจากทั่วโลกเข้ามาลงทะเบียนเพื่อเข้าชมงานมาแล้วมากกว่า 300 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีอยู่ประมาณ 200 ราย และคาดว่าจะสามารถกระจายข่าวสารของงานผ่านสื่อต่างๆ ครบทุกแพลตฟอร์มกว่า 1,000 สื่อทั่วโลก นั่นแสดงให้เห็นว่า งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ของไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นงานอีเว้นท์ในระดับโลกอย่างแท้จริง

สำหรับกิจกรรมที่ได้จัดเตรียมไว้ต้อนรับผู้เข้าชมงาน เรายังดงมีกิจกรรม Digital Motor Sport ซึ่งทางผู้จัดได้เตรียมเครื่องเล่น Simulator สเปคเดียวกับที่ใช้ในการแข่งขัน FIA Motor Sport Game ให้ผู้เข้าชมงานได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์การแข่งขันรถยนต์ในรูปแบบ eRacing อีกด้วย เนื่องจากในปีนี้ทาง FIA Motor Sport Game ได้เปลี่ยนเกมที่ใช้ในการแข่งขันจากเกม Gran Turismo มาเป็นเกม Assetto Corsa Competizione ซึ่งเป็นเกมแข่งขันรถยนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ดังนั้น การจัดการแข่งขันในปีนี้ ทางผู้จัดจึงเลือกใช้เกม Assetto Corsa Competizione

ซึ่งในปีที่ผ่านมา ทางผู้จัดได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน ASIA PACIFIC MOTORSPORTS CHAMPIONSHIP 2023 ที่ประเทศมาเลเซีย เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักกีฬา eRacing ของไทย ที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน FIA Motor Sport Game ที่จะมีขึ้นในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้อีกด้วย

คุณพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการด้านพัฒนาธุรกิจ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)  และรองประธานจัดงานฯ กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 45 ปี ของการจัดงาน เราได้พัฒนารูปแบบของการจัดงานมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดการพื้นที่ การปรับเปลี่ยนกฏกติกาในการออกแบบ รวมถึงระยะเวลาในการก่อสร้างบูธ ทั้งนี้ ก็เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถใช้ไอเดียในการจัดแสดงสินค้าของตนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งในแต่ละปีผู้เข้าชมงานจะได้สัมผัสกับดีไซน์และวิธีการนำเสนอสินค้าในรูปแบบใหม่ๆ จากผู้เข้าร่วมงานเป็นประจำทุกปี”

นอกจากเราจะให้ความสำคัญกับการจัดการพื้นที่ และรูปแบบของงานแล้ว เรายังให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้เข้าชมงานด้วยเช่นกัน เราได้พัฒนาระบบต่างๆ ขึ้นมารองรับ และอำนวยความสะดวกให้ทั้งผู้เข้าชมงาน และผู้เข้าร่วมงานมาอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งในปีนี้ ทางผู้จัดงานฯ ยังได้พัฒนา LINE Official Account หรือ Line OA  ในชื่อ GrandPrix.Group ขึ้นมาต่อจากปีที่แล้ว เพื่อเพิ่มความสะดวกในการซื้อบัตร หรือ ใช้ในการลงทะเบียนเข้าชมงาน และที่ยังใช้เป็นช่องทางการสื่อสาร ระหว่างบริษัทฯ กับผู้บริโภคในการส่งข้อมูล ข่าวสาร ทางด้านยานยนต์ รูปแบบการให้บริการใหม่ๆ

ทั้งกลุ่ม Auto และ กลุ่ม Lifestyle ที่บริษัทฯ พัฒนาขึ้นมาต่อเนื่องจากปีที่แล้ว เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต

อีกทั้ง ยังได้มีการจัดทำระบบฐานข้อมูล Grand Prix Data Center และการนำ Ai ของระบบ FullLoop มาใช้วิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภค เพื่อให้บริษัทฯ นำมาพัฒนาสิ่งที่จะนำเสนอต่อผู้เข้าร่วมงาน และผู้เข้าชมงาน ได้ดียิ่งขึ้น

ซึ่งบริษัทฯ ให้ความสำคัญของการดูแลและสร้างประสบการณ์ที่ดี หรือ Customer Experience (CX) มาโดยตลอด เพราะการสร้างความประทับใจในใจผู้บริโภคจะเป็นตัวเชื่อมโยงให้ผู้บริโภคกลับมาใช้บริการอีกครั้งในอนาคต

ในปีนี้เรายังได้จับมือร่วมกับ TikTok Thailand ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สำหรับทำ TikTok Motor Show Official ขึ้นมา และมีกิจกรรม TikTok Hashtah Challenge ให้ได้ร่วมสนุกกันด้วย ซึ่งในปีนี้ได้กำหนดให้ใช้ Hashtag ดังนี้คือ  #MotorShow2024 , #GrandPrixMotorShow , #TikTokรักรถ ให้ได้ร่วมสนุกชิงรางวัลกันด้วย

ด้านคุณปิยนุช แจ่มศิริพรหม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้า/ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกไฮไลท์ของงาน “ นอกจากนี้ ทางผู้จัดยังได้ขยายพื้นที่จัดแสดงไปยังอาคาร อิมแพค ฟอรั่ม ฮอลล์ 4 รวมพื้นที่จัดแสดงภายในอาคาร กว่า 76,000 ตารางเมตร จากเดิมอยู่ที่ 60,000 ตารางเมตร โดยใช้งบลงทุนไปกว่า 300 ล้านบาท ถือว่าพิเศษและยิ่งใหญ่มากกว่าทุกๆ ปี  โดยในส่วนของ ฟอรัม ฮอลล์ 4 เป็นส่วนพื้นที่ของการจัดแสดงยานยนต์ มอเตอร์โฮม อุปกรณ์กรณ์ตกแต่งรถยนต์  Glamping Zone  และ ไฮเปอร์คาร์  ซุปเปอร์คาร์ คลาสสิคคาร์ ที่หาชมได้ยาก อาทิ Lamborghini Countach LPI 800-4 ที่มีเพียง 112 คัน ทั่วโลกเท่านั้น และคันสุดท้ายเรานำมาจัดแสดงอยู่ในงานเราให้ได้ยลโฉมกันแล้ว  นอกจากนี้ยังมี   Lamborghini Aventador LP770-4 SVJ 63 Roadster  Lamborghini Gallardo LP570-4 Squadra Corse   Rolls-Royce Phantom Tempus   Rolls-Royce Dawn Landspeed   NISSAN GTR T-spec  Mclaren 720S และ  Mclaren Speedtail  ที่มีราคากว่า 400 ล้านบาท ซึ่งเป็นไฮไลท์ สำคัญหนึ่งของการจัดงานในครั้งนี้

มูลค่าที่นำมาจัดแสดงรวมกว่า 1,300 ล้านบาท บนพื้นที่ 11,600 ตารางเมตร  นอกจากนี้เรายังนำบูธ สินค้าลิขสิทธ์์ Line Friend มาไว้ที่งาน เอาใจแฟนๆหมี Brownและผองเพื่อน ให้ได้มาเช็คอินถ่ายรูปสวยๆกัน พร้อมสนุกกับตู้คีบ กาชาปองอีกด้วย”

ราคาบัตรเข้าชมงาน ยังคงราคา 100 บาท และพิเศษสุดสำหรับแฟนพันธุ์แท้ร่วมสัมผัสความเหนือระดับ ในงาน Motor Show ครั้งที่ 45 กับ VIP Diamond Lounge ประสบการณ์ที่จะทำให้การชมงานพิเศษมากขึ้น ตลอดช่วงการจัดงานทั้ง 14 วัน ในราคา 999 บาทสามารถเข้าชมงานได้ทุกวัน พักผ่อนทาน ของว่างและเครื่องดื่ม มีที่จอดรถและรับของที่ระลึก ร่วมรับสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลรถยนต์ ไฟฟ้า LUMIN และรถจักรยานยนต์ 4 คัน จากแบรนด์ HONDA YAMAHA KAWASAKI และ SUZUKI สำหรับผู้ซื้อบัตรเข้าชม

สำหรับผู้จองซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ภายในงาน ฯ ลุ้นรับรางวัลรถยนต์ MG4 Electric D Vesion และรถจักรยานยนต์ ZEEHO AE6+

งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 จัดขึ้นที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม 7 เมษายน 2567 โดยเปิดให้เข้าชมงานเวลาตั้งแต่เวลา 12.00 22.00 น. ในวันธรรมดา และจะเปิดให้เข้าชมงานตั้งแต่เวลา  11:00 -22.00 น. ในวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการ

มาสด้าทุ่มงบ 240 ล้าน เปิดสองโชว์รูมใหม่ย่านบางบอนและพระราม 2 ดีลเลอร์เชื่อมั่นศักยภาพมาสด้าพร้อมเดินหน้าให้บริการที่เป็นเลิศกับลูกค้าทุกคน

0

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์ในประเทศไทย ยังมีนักธุรกิจแถวหน้าที่มองเห็นโอกาสทองในการลงทุน มาสด้าประกาศเปิดโชว์รูมแห่งใหม่ล่าสุดร่วมกับกลุ่มบริษัท 14 ออโต้ ทุ่มงบกว่า 240 ล้านบาท เปิดโชว์รูมเพิ่มอีก 2 แห่ง ย่านบางบอนและพระราม 2 พื้นที่ทำเลทองรอบนอกกรุงเทพฯ พื้นที่ที่กำลังเติบโต เดินทางสะดวก แหล่งเศรษฐกิจสำคัญใกล้กรุงเทพฯ และปริมณฑล โชว์รูมและศูนย์บริการเพียบพร้อมด้วยทีมช่างเทคนิคผู้ชำนาญการ และทีมบริหารคุณภาพคับแก้วที่พร้อมให้บริการแบบมืออาชีพ พร้อมส่งมอบการบริการที่ดีที่สุดให้ลูกค้าแบบครบวงจร ตามปรัชญาการทำงาน “มุ่งมั่นพัฒนา ยกระดับมาตรฐาน วิสัยทัศน์ก้าวไกล” พร้อมยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในทุก Touch Point เดินหน้าส่งมอบบริการมาตรฐานระดับสากลให้กับลูกค้าทุกคน ฉลองเปิดโชว์รูมใหม่ลูกค้านำรถเข้าเช็กตามระยะรับส่วนลดทันที 1,000 บาท จองรถใหม่รับเพิ่มจากแคมเปญปกติอีก 4,000 บาท

มร. ทาดาชิ มิอุระ ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงความต้องการและความสุขของลูกค้า คือสิ่งที่มาสด้ายึดมั่นเป็นรากฐานมาตลอด ไม่เพียงแค่การบริการหลังการขายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงทุกประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้สัมผัส ตั้งแต่ก่อนการขายจนถึงการกลับมาซื้อซ้ำอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นไปตามแนวทางการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า Customer Experience Management (CXM) และการสร้างคุณค่าของแบรนด์ Brand Value Management (BVM) ที่มาสด้าให้ความสำคัญ เพื่อสร้างคุณค่าและเติมเต็มความมีชีวิตชีวาให้กับผู้คน แทนคำมั่นสัญญาของมาสด้าที่ตั้งใจส่งมอบให้กับลูกค้า ผ่านการดูแลเอาใจใส่โดยไม่คาดหวังสิ่งตอบแทน เพื่อมอบความประทับใจและยกระดับประสบการณ์ความสุขในการขับขี่ รวมถึงการใช้ชีวิตในทุกด้านให้กับลูกค้าทุกคน ซึ่งเป็นพันธกิจเฉกเช่นเดียวกับมาสด้าทั่วโลกที่ให้ความสำคัญมาโดยตลอด

นับเป็นก้าวที่สำคัญที่มาสด้าได้รับความเชื่อมั่นจากกลุ่มบริษัท 14 ออโต้ ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ร่วมดำเนินธุรกิจกันมาอย่างยาวนาน ด้วยการทุ่มงบประมาณเพิ่มเติมอีกกว่า 240 ล้านบาท เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแบบครบวงจรเพิ่มขึ้นอีก 2 แห่ง ภายใต้ชื่อ 14 ออโตโมชั่น จำกัด (มาสด้า บางบอน) และ 14 ออโต้เฟิร์ส จำกัด (มาสด้า พระราม 2) บนทำเลศักยภาพที่มีลูกค้ามาสด้าอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น เป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญใกล้ห้างสรรพสินค้าหลายแห่ง และเป็นเส้นทางสายหลักสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ กับจังหวัดใกล้เคียง ด้วยความเชี่ยวชาญของกลุ่มบริษัท 14 ออโต้ แล้ว มาสด้าเชื่อว่า การเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ทั้ง 2 แห่งนี้ จะสามารถอำนวยความสะดวกและส่งมอบบริการที่ดีเยี่ยมให้กับลูกค้ามาสด้าได้อย่างแน่นอน

เรามุ่งมั่นให้การสนับสนุนผู้จำหน่ายให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน และเหมาะสมกับสถานการณ์ในตลาด เน้นสร้างผลกำไรในธุรกิจผู้จำหน่ายทั้งการขายและการบริการ สร้างความสมดุลของการสร้างรายได้ในทุกช่องทางอย่างมีเสถียรภาพ ช่วยลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นจากการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานทุกขั้นตอน จึงทำให้ผู้จำหน่ายเชื่อมั่นในแบรนด์มาสด้าพร้อมเดินหน้าไปพร้อมกันทุกพื้นที่ ภายใต้กลยุทธ์การรักษาลูกค้า Retention Business Model เครือข่ายผู้จำหน่ายมาสด้าในปัจจุบันและในอนาคตมีพันธกิจในการเอาใจใส่ดูแลลูกค้าให้ดีที่สุด ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าอย่างเต็มกำลัง จนเกิดเป็นความประทับใจและความผูกพันของครอบครัวมาสด้า “มาสด้า แฟมิลี่” ตั้งเป้าเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งที่ลูกค้าเลือก Top Customer Retention Brand ส่งมอบรอยยิ้มและความสุขให้ลูกค้า สร้างความสำเร็จให้ผู้จำหน่ายและเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมๆ กัน มร.ทาดาชิ มิอุระ กล่าวเสริม

นายวุฒิพงศ์ จงพิพิธพร กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท 14 ออโต้ จำกัด กล่าวว่า เราเชื่อมั่นในศักยภาพของแบรนด์มาสด้าและทิศทางในการดำเนินธุรกิจในอนาคตที่กำลังสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน การเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ในครั้งนี้ เกิดจากการเล็งเห็นความสำคัญของการให้บริการลูกค้า วันนี้ถ้าเราเน้นไปที่การขายรถใหม่เพียงอย่างเดียวรายได้อาจไม่เพียงพอ ดังนั้น คุณภาพของการบริการคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ต้องอำนวยความสะดวกและบริการให้เหนือความคาดหวังของลูกค้า ตลอดระยะเวลา 8 ปี ที่ร่วมธุรกิจกับมาสด้า เราไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนา เราอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าของเราให้มากที่สุด ส่งมอบบริการให้ครอบคลุมในพื้นที่ต่างๆ  ให้มากขึ้น บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญในการทำธุรกิจหลากหลายประเภทมายาวนาน รวมถึงธุรกิจรถยนต์ ทั้งในกรุงเทพฯ และสมุทรปราการ โดยได้เข้าร่วมเป็นผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการกับมาสด้ามาตั้งแต่ปี 2559 ด้วยการเปิดโชว์รูม มาสด้า เทพารักษ์ ซึ่งได้มีการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในทุกฟังก์ชั่น รวมถึงพัฒนาระบบการบริหารจัดการ การดูแลลูกค้าและการติดตามผลงานนำเอาประสบการณ์และความเชี่ยวชาญจากการทำธุรกิจมาประยุกต์ใช้ โดยเฉพาะการเพิ่มประสิทธิภาพของบุคลากร ทั้งด้านการขายและการบริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทำให้เกิดความพึงพอใจมากที่สุด

พิชิตรางวัลมาแล้วถึง 14 รางวัล การันตีคุณภาพการทำงานอันยอดเยี่ยมของ กลุ่มบริษัท 14 ออโต้ จำกัด เป็นผู้จำหน่ายที่ได้รับรางวัลมากมายจากมาสด้า เซลส์ ประเทศไทย อาทิ รางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปี 2564 ประเภท Silver, รางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปี 2561 ประเภท Bronze, รางวัลทีมงานขายดีเด่นประจำปี 2560-2561, รางวัลบริการหลังการขายดีเด่นประจำปี 2563, รางวัล Body & Paint Awards หรือศูนย์ซ่อมตัวถังและสีดีเด่นประจำปี 2563, รางวัลชนะเลิศและรองชนะเลิศอันดับ 1 MAZTECH Thailand ประจำปี 2565 ประเภทเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประจำปี 2565 ประเภทช่างเทคนิค และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย

ปัจจุบัน กลุ่มบริษัท 14 ออโต้ มีโชว์รูมและศูนย์บริการมาสด้าทั้งหมด 3 แห่ง ประกอบด้วยมาสด้า เทพารักษ์, มาสด้า บางบอน และล่าสุด มาสด้า พระราม 2 กลุ่มบริษัท 14 ออโต้ เปิดให้บริการด้วยโชว์รูมมาตรฐานขนาดใหญ่แบบ 4S สามารถรองรับลูกค้ารวมทั้งหมดมากกว่า 2,300 คันต่อเดือน โดย บริษัท 14 ออโตโมทีฟ จำกัด หรือมาสด้า เทพารักษ์ เป็นสำนักงานใหญ่ เปิดทำการอย่างเป็นทางการไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2560 ด้วยงบลงทุนกว่า 200 ล้านบาท มีพื้นที่ขนาด 8,665 ตรม. รองรับลูกค้าได้มากกว่า 1,100 คันต่อเดือน พร้อมศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง รองรับการบริการได้มากกว่า 200 คัน/เดือน พร้อมเลนด่วนพิเศษแบบ Fast Track ให้บริการตรวจเช็กตามระยะและทำความสะอาดแล้วเสร็จภายใน 60 นาที

สำหรับโชว์รูม มาสด้า บางบอน มีขนาดใหญ่แบบ 4S ให้การบริการแบบครบวงจร พร้อมศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 4,641 ตรม. รองรับบริการได้มากกว่า 700 คัน/เดือน ศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง รองรับบริการได้มากกว่า 100 คัน/เดือน พร้อมเลนด่วนพิเศษ Fast Track ให้บริการตรวจเช็กตามระยะและทำความสะอาดแล้วเสร็จภายใน 60 นาที และมีเจ้าหน้าที่ชำนาญการพิเศษ พรั่งพร้อมด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์ทันสมัย สามารถประเมินงานซ่อมและส่งมอบงานบริการที่แม่นยำและตรงจุดให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี

สำหรับโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ล่าสุด มาสด้า พระราม 2 ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 3,735 ตรม. เป็นโชว์รูมขนาดกลาง รองรับรถยนต์ที่มาใช้บริการได้มากกว่า 500 คัน/เดือน พร้อมเลนด่วนพิเศษแบบ Fast Track ที่ให้บริการตรวจเช็กตามระยะและทำความสะอาดแล้วเสร็จภายใน 60 นาที ที่ศูนย์บริการแห่งนี้ยังให้บริการซ่อมตัวถังและสีได้เช่นเดียวกัน โดยจะมีทีมที่ปรึกษาด้านการบริการมืออาชีพคอยให้คำแนะนำและประสานงานในการส่งรถลูกค้าไปซ่อมที่ มาสด้า บางบอน และนำรถที่ซ่อมเสร็จแล้วกลับมาให้ลูกค้าที่เดิม เพิ่มความสะดวกและช่วยให้ลูกค้าที่ไม่สะดวกเดินทางไปรับบริการที่มาสด้า บางบอน

เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสเปิดโชว์รูมใหม่ทั้ง 2 แห่ง ทางโชว์รูมได้มอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าทุกรายที่เดินทางมาใช้บริการในเดือนมีนาคมและเดือนเมษายน โดยลูกค้าใหม่ที่นำรถเข้าบริการตรวจเช็คตามระยะทางและยังไม่เคยมารับบริการ ทางโชว์รูมเตรียมส่วนลดให้ 1,000 บาท ส่วนลูกค้าที่เคยใช้บริการแล้วจะได้รับส่วนลด 500 บาท สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มาสด้าทุกรุ่นรับส่วนลดเพิ่มเติมจากแคมเปญปกติเพิ่มอีก 4,000 บาท

มาสด้าขอขอบคุณลูกค้าที่เชื่อมั่นในแบรนด์มาสด้า ชาวมาสด้าทุกคนพร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าจะเดินหน้าตามแผนงานในการขยายเครือข่ายผู้จำหน่าย และยกระกับการให้บริการลูกค้าในทุกประสบการณ์ เพื่อส่งมอบคุณค่าและคุณภาพการให้บริการอันน่าประทับใจให้กับลูกค้า และพร้อมดูแลรถยนต์ของลูกค้าไปตลอดอายุการใช้งาน

ฟอร์ด เผยสเปค – ราคารถใหม่ ขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล วี 6 ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค – ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม ใหม่

0

ฟอร์ด ประเทศไทย สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ไทยอีกครั้ง ประกาศทำตลาดรถสองรุ่นใหม่ ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค และฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม พร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 ที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกในการใช้รถที่มีสมรรถนะการขับขี่ขั้นสูง ตอบโจทย์การใช้งานและไลฟ์สไตล์ได้หลากหลายรูปแบบยิ่งขึ้น พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2024 ผู้ที่สนใจจองผ่านช่องทางออนไลน์ www.ford.co.th ได้พร้อมกันทั่วประเทศวันที่ 26 มีนาคม 2567 เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป โดยฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม จะมีจำหน่ายจำนวนจำกัดเพียง 350 คันเท่านั้น1

“ฟอร์ดให้ความสำคัญกับการมอบตัวเลือกที่โดนใจลูกค้า เราเชื่อมั่นว่าฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค และฟอร์ด    เอเวอเรสต์ แพลทินัม เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 จะสร้างความคึกคักให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และได้รับผลตอบรับที่ดีจากแฟนๆ ฟอร์ดที่รอคอยรถทั้งสองรุ่นนี้ ด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ล้ำไปอีกขั้น และเทคโนโลยีอันเหนือชั้นที่ตอบโจทย์การทำงานและการใช้ชีวิตของลูกค้าไปอีกระดับ” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว 

ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค วี 6 รถกระบะรุ่นย่อยใหม่ล่าสุดในตระกูลฟอร์ด เรนเจอร์ ยกระดับความแกร่งไปอีกขั้นด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร ที่ได้รับความนิยมมายาวนานในต่างประเทศ มีความเสถียรและทนทาน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกำลังและแรงบิดมากขึ้นสำหรับการลากจูงและการขับขี่แบบออฟโรด ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด แบบ E-Shifter มอบพละกำลังสูงสุด 250 แรงม้า ที่ 3,250 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร มาพร้อมล้ออัลลอย 20 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ และตราสัญลักษณ์ วี 6 โดดเด่นบนช่องระบายอากาศด้านข้างตัวถัง ระบบไฟส่องสว่างแบบแบ่งโซน (Zone Lighting) ควบคุมการเปิดไฟส่องสว่างภายนอกตัวรถเมื่อต้องการแสงสว่างในการทำกิจกรรมต่างๆ ในตอนกลางคืน และกระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติ พร้อมช่องต่อ USB รวมถึงเบรกมือไฟฟ้าพร้อมระบบเบรครถอัตโนมัติชั่วคราว (Auto Brake Hold) ตอบโจทย์ลูกค้าที่มองหาทางเลือกในการใช้รถที่มีสมรรถนะสูงขึ้น พร้อมเป็นรถคู่ใจในทุกเส้นทางของชีวิต โดยฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค วี 6 ใหม่ จำหน่ายในราคา 1,519,000 บาท และมีสีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีเหลือง ลักซ์ เยลโลว์ สีขาว อาร์คติค ไวท์ สีเทา เมทิเออร์ เกรย์ และสีดำ แอบโซลูท แบล็ค

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม รุ่นย่อยใหม่ล่าสุดของรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่พัฒนาขึ้นด้วยสมรรถนะและเทคโนโลยีที่เหนือชั้น เรียบหรูตามแบบฉบับแพลทินัม มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด แบบ E-Shifter มอบพละกำลังสูงสุด 250 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร แตกต่างด้วยรูปลักษณ์ที่หรูหรา ตั้งแต่กระจังหน้าขนาดใหญ่ดีไซน์ใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะสำหรับฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทตินัม พร้อมตัวอักษร PLATINUM สีโครเมียม 3 ตำแหน่งบนฝากระโปรงหน้า บานประตูคู่หน้า และฝาท้าย หลังคาสีดำ (Black Roof) ตราสัญลักษณ์ วี 6 โดดเด่นบนช่องระบายอากาศด้านข้างตัวถัง และล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว พร้อมยางขนาด 275/45 R21 สะท้อนถึงความสปอร์ตและหรูหรา พร้อมระบบไฟส่องสว่างแบบแบ่งโซน (Zone Lighting) ควบคุมการเปิดไฟส่องสว่างภายนอกตัวรถ เมื่อต้องการแสงสว่างในการทำกิจกรรมต่างๆ ในตอนกลางคืน ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง หรูหรา สะดวกสบาย เบาะหนังสีดำตกแต่งโลโก้ซิกเนเจอร์ PLATINUM เป็นเอกลักษณ์ เบาะนั่งคนขับและเบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้าปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อมระบบปรับอากาศและระบบบันทึกตำแหน่งเบาะที่นั่ง เบาะนั่ง 2 แถวหน้ามีชุดทำความร้อนและระบายอากาศที่ควบคุมได้ผ่านหน้าจอ SYNC และยังมีฟังก์ชันการปรับตำแหน่งเบาะที่นั่งให้เข้าออกสะดวกสำหรับเบาะนั่งคนขับ (Easy Entry and Exit) รวมถึงระบบเสียง Bang & Olufsen® ลำโพง 12 ตำแหน่ง พร้อมซับวูฟเฟอร์ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มองหาความเป็นเลิศในการใช้ชีวิตขณะที่ยังคงแสวงหาการผจญภัย ด้วยสมรรถนะและเทคโนโลยีเหนือชั้น พร้อมดีไซน์ที่เน้นความเท่ ดุดัน เรียบหรู โดยฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม วี 6 จะจำหน่ายในราคา 2,279,000 บาท และมีสีภายนอกให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีเงิน อลูมิเนียม เมทัลลิก สีเทา เมทิเออร์ เกรย์ สีดำ แอบโซลูท แบล็ค สีน้ำตาล อีควิน็อคซ์ บรอนซ์ และสีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล

ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับรถฟอร์ด รุ่นย่อยใหม่ ได้ทางเว็บไซต์ฟอร์ด www.ford.co.th และช่องทางโซเชียลมีเดียของฟอร์ด ประเทศไทย ทั้ง Facebook ฟอร์ด, YouTube Ford Thailand, TikTok Ford Thailand และ Line @FordThailand ผ่านแฮชแท็ก #FordLevelsUp #RangerV6 #EverestV6 #YouCantFakeTough

1 การส่งมอบรถจะพิจารณาจากหลายปัจจัย รวมถึง ลำดับการจองจาก www.ford.co.th การได้รับอนุมัติสินเชื่อ ตลอดจนรถและสีที่พร้อมส่งมอบ ทั้งนี้ ระยะเวลาส่งมอบอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามระยะทางของจังหวัดที่มีการส่งมอบ

เอ็มจี ตอกย้ำความสำเร็จ ของ MG4 ELECTRIC ส่งรุ่น XPOWER ลงตลาดประเทศไทย พร้อมประกาศราคาอย่างเป็นทางการในงาน มอเตอร์โชว์

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เปิดเกมตลาดอีวีสุดร้อนแรงในปี 2567 ด้วยการตอกย้ำความสำเร็จทั้งรางวัลและยอดขายของ MG4 ELECTRIC ด้วยรุ่น XPOWER กับการเป็นแฮทช์แบคพลังงานไฟฟ้า 100% ตัวแรงของ เอ็มจี มาตรฐานและประสบการณ์ครั้งใหม่ของรถอีวีที่ขับสนุกและเร้าใจ เหนือกว่าใครในคลาสด้วยสมรรถนะขั้นสูงขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ให้พละกำลังสูงสุด 435 แรงม้า สามารถทำอัตราเร่ง 0 -100 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพียง 3.8 วินาที มาไทยด้วยสเปกจัดเต็ม พร้อมเผยโฉมคันจริงอย่างเป็นทางการในงาน MG Everyday Electric ระหว่างวันที่ 13-19 มีนาคมนี้ ที่ ลานโปรโมชั่น ฮอลล์ เซ็นทรัล ลาดพร้าว และประกาศราคาอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ 2567 ที่ งานบางกอกอินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45

MG4 ELECTRIC ถือเป็นโกลบอลอีวีของ เอ็มจี ที่ประสบความสำเร็จโดยได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้ใช้อีวีทั่วโลก ด้วยรางวัลโมเดลยอดเยี่ยมแห่งปีทั้งในและต่างประเทศ สามารถสร้างยอดขายรวมที่มีมากถึงกว่า 140,000 คัน ครอบคลุมทั้งในตลาดยุโรป ออสเตรเลีย รวมถึงประเทศไทย ซึ่งทำยอดขายรวมมากกว่า 7,000 คัน ซึ่งในปีนี้ MG4 ELECTRIC ยังถือเป็นหนึ่งในโมเดลยุทธศาสตร์ของ เอ็มจี ที่จะเข้ามาสร้างสีสันและนำเสนอความเหนือชั้น เพื่อผลักดันตลาดอีวีในไทยไปสู่อีกระดับ ประเดิมด้วยประสบการณ์อีวีครั้งใหม่จาก MG4 XPOWER 

MG4 XPOWER ยังคงความเป็น “อีวีสายพันธุ์แท้” ที่มีความโดดเด่นในทุกๆ ด้าน ตั้งแต่การเป็นยนตรกรรมที่พัฒนาบน NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ เหนือกว่าด้วยการเป็นอีวีสมรรถนะขั้นสูงขับเคลื่อน 4 ล้อ ของ เอ็มจี ที่มาพร้อมกับขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ให้พละกำลังสูงสุด 435 แรงม้า (320 กิโลวัตต์) และแรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลาเพียง 3.8 วินาที ทั้งยังใช้เทคโนโลยี Rubik’s Cube Battery ขนาดความจุ 64 kWh สามารถวิ่งในระยะทางไกลสูงถึง 480 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) คงจุดเด่นของ MG4 ELECTRIC ไม่ว่าจะเป็นการกระจายน้ำหนักแบบสมมาตร 50:50 ตัวถังมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ (Low Centre of Gravity) กับช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ แมคเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังอิสระแบบ 5-Link Suspension ทำให้ลดแรงสั่นสะเทือนจากพื้นผิวถนนได้ดีเยี่ยม และช่วยให้ประสิทธิภาพในการเกาะถนนดียิ่งขึ้น เพิ่มเติมระบบ One Pedal เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบายและทำให้ระยะทางการขับขี่เสถียรยิ่งขึ้น คำนึงถึงผู้ใช้รถด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐาน ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM ครอบคลุม 23 ระบบ สะกดทุกสายตาด้วยการออกแบบภายนอกสปอร์ตรอบคันกับตัวถังสีใหม่สีเขียว (Wild Hunter Green) พร้อมด้วยหลังคาแบบทูโทน (Blacktop) ล้ออัลลอยด์ขนาด 18 นิ้ว และคาลิปเปอร์เบรกสีส้มสุดร้อนแรง ภายในห้องโดยสารสีดำโดยเสริมความสปอร์ตพรีเมียมด้วยวัสดุหุ้มเบาะที่ผสมผสานระหว่าง            หนังสังเคราะห์และหนังอัลคันทาร่า (Alcantara) สะดวกยิ่งขึ้นกับระบบอัจฉริยะ Intelligent Smart Access ที่คนขับสามารถเหยียบเบรกแล้วระบบการทำงานของรถจะสตาร์ทอัตโนมัติ และช่วยทำให้การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องที่ง่ายด้วยระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i–SMART เต็มฟังก์ชัน 

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เอ็มจีถือเป็นแบรนด์ที่มีความมุ่งมันในเรื่องการบุกเบิกยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และได้นำโกลบอลโมเดลอย่าง MG4 ELECTRIC เข้ามาขายในประเทศไทยในช่วงเวลาใกล้เคียงกับตลาดยุโรป ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมา MG4 ELECTRIC ถือเป็นรุ่นที่ทำให้เราได้รับรางวัล “THAILAND EV OF THE YEAR 2023” เป็นครั้งแรกจาก สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย การเพิ่มรุ่น XPOWER ในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ เอ็มจี ตั้งใจนำรถไฟฟ้าสมรรถนะสูงเข้ามาเติมเต็ม EV Portfolio ในประเทศไทย ด้วยจุดเด่นหลักของรถที่มีการนำเทคโนโลยีอีวีสมรรถนะขั้นสูง พร้อมการจูนช่วงล่างให้มีประสิทธิภาพสามารถรองรับกำลังของมอเตอร์คู่ได้อย่างสมดุล และยังเป็นการตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบความเร็วและความแรงที่เหนือกว่าของรถอีวี โดยเราเชื่อมั่นว่าด้วยความแตกต่างและไม่เหมือนใครนี้ จะทำให้ MG4 XPOWER ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และสามารถยกระดับมาตรฐานรถอีวีสู่อีกขั้น ทั้งยังเป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของ เอ็มจี ในการ ทำตลาดอีวี ด้วยการนำเสนอและเพิ่มทางเลือกผลิตภัณฑ์อีวีที่หลากหลายเข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง”

โดย MG4 XPOWER พร้อมเผยโฉมจริงอย่างเป็นทางการ ให้คนไทยได้สัมผัสกับความเร็วและแรงครั้งใหม่ ในงาน “MG EVERYDAY ELECTRIC” ระหว่างวันที่ 13-19 มีนาคมนี้ ที่ ลานโปรโมชั่น ฮอลล์ เซ็นทรัล ลาดพร้าว และมีกำหนดประกาศราคาและเปิดตัวสู่สาธารณชนอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 25 มีนาคม ที่งานบางกอกอินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

คณะบุคคลผู้ผลิตชิ้นส่วนอีซูซุ มอบเงินบริจาค 400,000 บาท เพื่อช่วยเหลือสังคม

0

คณะบุคคลผู้ผลิตชิ้นส่วนอีซูซุ มอบเงินบริจาครวมทั้งสิ้นจำนวน 400,000 บาท ผ่าน 2 โครงการ โดยมอบเงิน 200,000 บาท ให้กับโรงเรียนวัดโพธิ์ ปากพลี จังหวัดนครนายก เพื่อสนับสนุนพลังงานสะอาด ติดตั้งโซล่าเซลล์ และแปลงผักปลอดสารพิษเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับนักเรียนและคนในชุมชน และมอบเงิน 200,000 บาท ให้กับคามิลเลียน โซเชียล เซนเตอร์ จังหวัดระยอง เพื่อช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ฉลองครบรอบ 3 ปีอย่างยิ่งใหญ่ อัดโปรโมชันสุดคุ้มให้กับรถยนต์ทุกรุ่นแบบจัดเต็ม จำนวนจำกัดพิเศษเพียงแค่ 300 คันเท่านั้น รับดีลพิเศษได้แล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง 7 เมษายนนี้

0
เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภาพเปิด

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) ในประเทศไทย เฉลิมฉลองความสำเร็จในการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าครบ 9 รุ่นหลังจากที่เข้ามาบุกตลาดไทยได้เพียงแค่ 3 ปี (Mission 9 in 3) เดินหน้าส่งมอบความสุขชุดใหญ่ให้กับแฟน ๆ ชาวไทยอย่างต่อเนื่องผ่านโปรโมชันสุดพิเศษสำหรับรถยนต์ทุกรุ่นจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประเดิมด้วย All New GWM HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV ที่มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษมูลค่ารวม 510,000 บาท New GWM HAVAL H6 Hybrid SUV 2023 กับข้อเสนอมูลค่ารวม 340,000 บาทสำหรับรุ่น ULTRA และ 180,000 บาท สำหรับรุ่น PRO ในส่วนของ New GWM HAVAL JOLION Hybrid SUV รุ่น Sport มอบส่วนลดสูงสุด 120,000 บาท และรุ่น ULTRA มอบส่วนลดสูงสุด 190,000 บาท ต่อกันที่ GWM New ORA Good Cat รุ่น PRO และ ULTRA กับข้อเสนอมูลค่ารวม 150,000 บาท 180,000 บาทตามลำดับ GWM New ORA Good Cat รุ่น GT กับข้อเสนอมูลค่ารวม 200,000 บาท GWM ORA 07 กับข้อเสนอมูลค่ารวม 170,000 บาท และรุ่นสุดท้ายอย่าง ALL NEW GWM TANK 300 มาพร้อมข้อเสนอมูลค่ารวม 220,000 บาทสำหรับรุ่น PRO และ 240,000 บาท สำหรับรุ่น ULTRA และ ALL NEW GWM TANK 500 กับข้อเสนอมูลค่ารวม 180,000 บาทสำหรับรุ่น PRO และ 190,000 บาทสำหรับรุ่น ULTRA โปรโมชันสุดพิเศษนี้สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่นจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2567 ถึงวันที่ 7 เมษายน 2567 นี้ สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์จำกัดเพียงแค่ 300 คันเท่านั้น เปิดประสบการณ์ใหม่กับรถยนต์ไฟฟ้าที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำหน้า เปี่ยมล้นไปด้วยดีไซน์ทันสมัยเหนือระดับ กับโปรโมชันที่พิเศษยิ่งกว่าที่ไหน ๆ

เริ่มต้นนำขบวนความคุ้มกับ All New GWM HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV มาพร้อมกับข้อเสนอพิเศษมูลค่าสูงสุด 510,000 บาท โดยลูกค้าสามารถเลือกโปรได้ตามใจกับส่วนลดมูลค่าสูงสุด 300,000 บาทเมื่อชำระด้วยเงินสด หรือ ดอกเบี้ย 0% พร้อมช่วยผ่อนมูลค่า 140,000 บาท ผ่อนนาน 72 เดือน เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 220,000 บาท พร้อมรับฟรี GWM โฮมชาร์จเจอร์พร้อมติดตั้งในระยะสายไฟยาวไม่เกิน 15 เมตร 1 ครั้ง มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท และฟรีค่าอะไหล่และค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทาง สูงสุดไม่เกิน 10 ครั้ง ภายในระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 100,000 กิโลเมตรรวมมูลค่า 37,000 บาท

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 1

ตามมาติด ๆ กับ New GWM HAVAL H6 Hybrid SUV 2023 รถยนต์คอมแพคเอสยูวีที่สามารถกวาดยอดขายเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มรถยนต์คอมแพคเอสยูวีได้อย่างเหนียวแน่นติดต่อกันถึง 12 เดือนในปี 2565 มาพร้อมกับข้อเสนอพิเศษ รวมมูลค่าสูงสุดกว่า 340,000 บาท สำหรับรุ่น ULTRA และมูลค่ารวมสูงสุดกว่า 180,000 บาท สำหรับรุ่น PRO พร้อมดีลที่ลูกค้าสามารถเลือกได้ตามความต้องการ ด้วยส่วนลดเงินสดมูลค่าสูงสุด 200,000 บาท หรือ ดอกเบี้ย 0% พร้อมช่วยผ่อนมูลค่า 70,000 บาท โดยส่วนลดมูลค่า 200,000 บาท สำหรับรุ่น ULTRA และ 50,000 บาท สำหรับรับรุ่น PRO เมื่อชำระด้วยเงินสด ในส่วนของดอกเบี้ยพิเศษ รุ่น ULTRA รับดอกเบี้ย 0% ผ่อนนาน 72 เดือน เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 180,000 บาท พร้อมกับ GWM ช่วยผ่อนนาน 10 เดือน เดือนละ 7,000 บาท รวมมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 70,000 บาท และรุ่น PRO รับดอกเบี้ยพิเศษ 0%** ผ่อนนาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 98,000 บาท

หากใครเป็นสาย New HAVAL JOLION Hybrid SUV รุ่น Sport ซึ่งมาพร้อมกับข้อเสนอสุดพิเศษมูลค่ารวมสูงสุดกว่า 120,000 บาท พร้อมดีลเลือกได้ตามใจลูกค้ากับส่วนลดเงินสดมูลค่าสูงสุด 30,000 บาท หรือดอกเบี้ยพิเศษ 0.59%** ผ่อนนาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 57,000 บาท หรือ ดอกเบี้ย 2.15%** ผ่อนนาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุด 20,000 บาท** พร้อมกับ GWM ช่วยผ่อนนาน 6 เดือน เดือนละ 5,000 รวมมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท**

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 2

สำหรับแฟน ๆ ของเจ้าสิงโตอารมณ์ดี New GWM HAVAL JOLION Hybrid SUV รุ่น ULTRA รับข้อเสนอสุดพิเศษ มูลค่าสูงสุดกว่า 190,000 บาท สามารถเลือกข้อเสนอทั้งส่วนลดเงินสดมูลค่าสูงสุด 75,000 บาท หรือดอกเบี้ยพิเศษ 0%** ผ่อนนาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 89,000 บาท พร้อมกับ GWM ช่วยผ่อนนาน 5 เดือน เดือนละ 4,000 รวมมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท**

สำหรับ GWM New ORA Good Cat รุ่น PRO และ ULTRA เจ้าเหมียวไฟฟ้าขวัญใจชาวไทยเลี้ยวมามอบข้อเสนอสุดพิเศษ สำหรับรุ่น PRO สูงสุดกว่า 150,000 บาท และ สำหรับรุ่น ULTRA มูลค่าสูงสุดกว่า 180,000 บาท พร้อมโปรแรงที่ลูกค้าเลือกได้อย่าง ดอกเบี้ยพิเศษ 0.59% เมื่อดาวน์ 25% และผ่อน 48 เดือน* มูลค่าสูงสุด 57,000 บาทสำหรับรุ่น PRO และ 64,000 บาทสำหรับรุ่น ULTRA หรือ ดอกเบี้ย 1.95% เมื่อดาวน์ 25% และผ่อน 48 เดือน* มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 24,000 บาทสำหรับรุ่น PRO และ 28,000 บาทสำหรับรุ่น ULTRA พร้อมกับ GWM ช่วยผ่อนนาน 6 เดือน เดือนละ 5,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท** รับฟรี GWM โฮมชาร์จเจอร์พร้อมติดตั้ง มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท และฟรี แท่นชาร์จพร้อมติดตั้ง มูลค่า 6,000 บาท เฉพาะ GWM New ORA Good Cat รุ่น ULTRA โดยสินค้ามีจำนวนจำกัด

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 4

และถ้าใครเป็นแฟน GWM New ORA Good Cat GT เจ้าเหมียวไฟฟ้าสายสปอร์ตรับข้อเสนอสุดพิเศษสูงสุดกว่า 200,000 บาท พร้อมให้คุณเลือกโปรที่ใช่ อาทิ ดอกเบี้ยพิเศษ 0.59% เมื่อดาวน์ 25% และผ่อน 48 เดือน* มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 80,000 บาท หรือ ดอกเบี้ย 1.95% เมื่อดาวน์ 25% และผ่อน 48 เดือน* มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 34,000 บาท พร้อมกับ GWM ช่วยผ่อนนาน 6 เดือน เดือนละ 5,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท** รับฟรี GWM โฮมชาร์จเจอร์พร้อมติดตั้งมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท และฟรี แท่นชาร์จพร้อมติดตั้ง มูลค่า 6,000 บาท โดยสินค้ามีจำนวนจำกัด

ปิดท้ายเจ้าเหมียวด้วยรุ่นล่าสุด GWM ORA 07 รวมมูลค่าข้อเสนอสุดพิเศษสูงสุดกว่า 170,000 บาท ด้วยดอกเบี้ยพิเศษ 1.88% เมื่อดาวน์ 25% และ ผ่อน 48 เดือน* มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 49,000 บาท พร้อมรับฟรี ม่านบังแดดหลังคา GWM มูลค่า 1,200 บาท และ GWM โฮมชาร์จเจอร์พร้อมติดตั้งในระยะสายไฟยาวไม่เกิน 15 เมตร 1 ครั้ง มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท

สำหรับนักผจญภัยกับ All New GWM TANK 300 รถยนต์เอสยูวีออฟโรดสำหรับไลฟ์สไตล์อันโดดเด่นมอบข้อเสนอมูลค่ารวมสูงสุดกว่า 220,000 บาท สำหรับรุ่น PRO และ 240,000 บาท สำหรับรุ่น ULTRA พร้อมให้ลูกค้าเลือกรับส่วนลดเงินสดมูลค่าสูงสุด 100,000 บาท หรือ ดอกเบี้ยพิเศษ 0%** ผ่อนนาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 140,000 บาท สำหรับรุ่น PRO และ 160,000 บาทสำหรับรุ่น ULTRA รวมถึงฟรีน้ำมันรถยนต์มูลค่ารวมสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท ณ วันส่งมอบรถ

และ All New GWM TANK 500 ขบวนรถยนต์เอสยูวีพรีเมียมออฟโรด มอบข้อเสนอมูลค่ารวมสูงสุดกว่า 180,000 บาท สำหรับรุ่น PRO และ 190,000 บาท สำหรับรุ่น ULTRA พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 1.88%* นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 68,000 บาท สำหรับรุ่น PRO และ 75,000 บาท สำหรับรุ่น ULTRA พร้อมรับฟรี บัตรของขวัญเซ็นทรัล มูลค่า 30,000 บาท พร้อมน้ำมันรถยนต์มูลค่ารวมสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท ณ วันส่งมอบรถ

รถยนต์ทุกรุ่นและทุกคันของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะมาพร้อมประกันภัยชั้นหนึ่ง ฟรีค่าแรงและค่าอะไหล่งานบำรุงรักษาตามระยะทาง (GWM PRO Service Inclusive : GPSI) ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง และฟรีบริการระบบตรวจสอบและสั่งการรถผ่านอินเทอร์เน็ต** (Telematic Service) พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ ระยะเวลา 5 ปี สำหรับ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV และ New HAVAL H6 Hybrid SUV รุ่น ULTRA ระยะเวลา 3 ปี สำหรับ New HAVAL JOLION รุ่น ULTRA, New HAVAL H6 Hybrid SUV รุ่น PRO, ORA Good Cat, ORA Good Cat GT, ORA 07, TANK300 และ TANK500 ด้านการรับประกันคุณภาพ รถยนต์ทุกคันของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มาพร้อมการรับประกันคุณภาพรถใหม่ ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร** (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดเป็นระยะเวลา 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง** (สำหรับ New HAVAL H6 Hybrid SUV, New HAVAL JOLION, TANK300 และ TANK500) และการรับประกันแบตเตอรี่ เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร** (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) สำหรับ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV, ORA Good Cat, ORA Good Cat GT และ ORA 07

โปรโมชันสุดพิเศษขนาดนี้ อย่ารีรอ เพียงแค่ลงทะเบียน และวางเงินมัดจำเพื่อรับข้อเสนอพิเศษได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 7 เมษายน 2567 ผ่านช่องทาง GWM Application หรือเว็บไซต์ https://www.gwm.co.th เท่านั้น และต้องรับรถยนต์ภายในวันที่ 30 เมษายน 2567

* เนื่องจากสถานการณ์ดอกเบี้ยลอยตัวในปัจจุบัน บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ให้อัตราดอกเบี้ยพิเศษ เฉพาะเมื่อจองและส่งเอกสารทำสัญญาตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนดเท่านั้น หลังจากช่วงเวลาดังกล่าว อัตราดอกเบี้ยพิเศษจะเป็นไปตามที่บริษัทฯ และสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกำหนด
** เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดได้ที่ GWM Thailand – Service

เกรท วอลล์ มอเตอร์ บรรลุภารกิจในการเติมเต็มระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยตาม Mission 9 in 3 หรือ การเปิดตัวรถยนต์ทั้งหมด 9 รุ่นภายใน 3 ปี พร้อมสานต่อความมุ่งมั่นในการสนับสนุนพลังงานสะอาดผนวกกับการส่งมอบเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัยเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้ขับขี่ชาวไทยอย่างเต็มรูปแบบ ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้นและผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างยั่งยืน

มิตซูบิชิ ออล-นิว ไทรทัน และ เอ็กซ์ฟอร์ซ คว้ารางวัลด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ระดับโลก iF Design Award 2024

0
มิตซูบิชิ ภาพเปิด

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส) นำ ออล-นิว ไทรทัน รถกระบะขนาด 1 ตัน และ ออล-นิว เอ็กซ์ฟอร์ซ รถยนต์อเนกประสงค์แบบเอสยูวีขนาดเล็ก คว้าสุดยอดรางวัลด้านการออกแบบ iF DESIGN AWARD 2024 ในสาขาการออกแบบผลิตภัณฑ์

 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส มุ่งมั่นที่จะนำเสนอยานยนต์เพื่อเติมเต็มและตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย พร้อมปลุกจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยให้กับผู้ขับขี่ และมอบความสนุกเร้าใจให้กับผู้โดยสารทุกคน โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญในการส่งมอบความเชื่อมั่น อุ่นใจได้ในทุกเส้นทาง ไปพร้อมกับประสบการณ์เหนือระดับที่น่าตื่นเต้นเร้าใจ ผ่านการสร้างสรรค์ยนตรกรรม ด้วยแนวคิดหลักที่มุ่งเน้นการขับขี่ที่คล่องตัวและทรงพลัง ความแข็งแกร่งทนทาน รองรับการใช้งานได้อย่างเต็มที่ พร้อมด้วยการรังสรรค์งานออกแบบที่เหมาะกับยุคสมัย

รางวัล iF DESIGN AWARD ถือเป็นหนึ่งในรางวัลด้านการออกแบบอันทรงเกียรติระดับโลก ที่ดำเนินการต่อเนื่องมาอย่างยาวนานกว่า 70 ปี ได้รับการก่อตั้งโดยสถาบัน iF International Forum Design GmbH ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ เมืองฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมนี โดยในปีนี้ มีผู้ส่งผลงานเข้าชิงรางวัล iF DESIGN AWARD 2024 เป็นจำนวนกว่า 11,000 ราย จาก 72 ประเทศทั่วโลก ผ่านการพิจารณาตัดสินโดยคณะกรรมการที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบจากหลากหลายประเทศจำนวน 132 คน ภายใต้ 5 หลักเกณฑ์การพิจารณา ได้แก่ แนวคิด (idea) รูปทรง (form) การใช้งาน (function) ความโดดเด่นและแตกต่าง (differentiation) และกระแสตอบรับ (impact)

มร. เซจิ วาตานาเบะ ผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่รถยนต์ใหม่ 2 รุ่นของเรา ซึ่งเปิดตัวในปีงบประมาณนี้ สามารถคว้ารางวัลสำคัญ ที่เป็นหนึ่งในรางวัลด้านการออกแบบที่ทรงเกียรติที่สุดในโลกมาครอง ทั้งนี้ ผมเชื่อว่ารถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้ สามารถสร้างความประทับใจและเสียงตอบรับด้วยความแตกต่างโดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดย ไทรทัน  สามารถสะท้อนถึงตัวตนที่แตกต่าง ขณะที่ เอ็กซ์ฟอร์ซ สะท้อนถึงความคล่องแคล่วปราดเปรียว ที่ผสานความแข็งแกร่งเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ซึ่งเป็นแนวทางงานดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ตามสไตล์ของรถยนต์ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส รางวัลนี้จะเป็นพลังขับเคลื่อนที่ช่วยให้ ไทรทัน และเอ็กซ์ฟอร์ซ  สามารถเข้าถึงและสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าในวงกว้างได้มากขึ้น”

มิตซูบิชิ 1

ออล-นิว ไทรทัน

ออล-นิว ไทรทัน เป็นรถกระบะขนาด 1 ตัน ที่มีต้นกำเนิดจากรถรุ่น ฟอร์เต้ (Forte) เปิดตัวออกสู่ตลาดในปี 2521 ก่อนจะได้รับการผลิตมาอย่างต่อเนื่องกว่า 5.7 ล้านคัน ตลอด 5 เจนเนอเรชั่น และจัดจำหน่ายในกว่า 150 ประเทศทั่วโลก และกลายเป็นรถรุ่นสำคัญในเชิงกลยุทธ์ระดับโลกของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส

ออล-นิว ไทรทัน ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “บีสต์โหมด” (Beast Mode) ที่สะท้อนถึงพลังแห่งความแข็งแกร่ง บึกบึน ตามแบบฉบับของรถกระบะขนานแท้  พร้อมด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่น ผสานความแข็งแรง ทนทาน และปราดเปรียว

ขณะที่ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้มีความแข็งแกร่ง ทรงพลัง ด้วยเส้นสายแนวราบเพื่อเสริมทัศนวิสัยให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นการเคลื่อนที่และตำแหน่งตัวรถได้ง่ายในระหว่างการขับขี่ พร้อมด้วยปุ่มและสวิทช์ควบคุมที่ใช้งานง่ายและสะดวกแม้ขณะสวมถุงมือ ร่วมด้วยพวงมาลัย ก้านจับ และมือจับเปิดประตู ที่ได้รับการออกแบบเพื่อให้จับกระชับมือและสะดวกสบาย

 

เว็บไซต์รางวัล iF DESIGN AWARD

https://ifdesign.com/en/winner-ranking/project/mitsubishi-triton/643331

 

เว็บไซต์ผลิตภัณฑ์

https://www.mitsubishi-motors.com/en/products/triton

 

ออล-นิว เอ็กซ์ฟอร์ซ

ออล-นิว เอ็กซ์ฟอร์ซ เป็นรถยนต์อเนกประสงค์แบบเอสยูวีขนาดเล็ก ที่มอบความสะดวกสบายและการใช้งานที่ยอดเยี่ยม ด้วยพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวางและพื้นที่เก็บของอเนกประสงค์ ผสมผสานอย่างลงตัวกับความคล่องแคล่วปราดเปรียว ขนาดตัวรถที่พอเหมาะพอเจาะ และสมรรถนะในการควบคุมการขับขี่ที่ปลอดภัยและมั่นใจได้ในสภาพอากาศและสภาพถนนที่หลากหลาย

ภายใต้การออกแบบด้วยแนวคิดที่ผสานสมดุลแห่งสไตล์ที่หรูละมุนผนวกความแข็งแกร่งมั่นคง (Silky & Solid) ส่วนบนของตัวรถเน้นความลื่นไหลคล่องแคล่ว ขณะที่ส่วนล่างของตัวถังมีความแข็งแกร่งและสัดส่วนที่ทรงพลัง  ทำให้เกิดสไตล์ที่โดดเด่นและแข็งแกร่งในแบบฉบับรถเอสยูวีที่แท้จริง ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้โดดเด่นโฉบเฉี่ยว และให้ความรู้สึกล้ำสมัย พร้อมแผงหน้าปัดแบบโมโนลิทิก (monolithic) ขนาดใหญ่ ที่ผสานจอแสดงผล ขนาด 12.3 นิ้ว สำหรับเครื่องเสียงที่รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน และจอแสดงผลการขับขี่แบบดิจิตอลเข้าไว้ด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว

 

 

“อีซูซุ” เดินหน้าเฟ้นหาจิตกรน้อยจัดประกวดวาดภาพดิจิทัลผ่านโครงการ “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ 2566”

0
อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ ภาพเปิด

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มุ่งมั่นสานต่อการสร้างเสริมจินตนาการให้แก่เยาวชนรุ่นใหม่ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ประกวดวาดภาพแบบดิจิทัล รอบชิงชนะเลิศผ่านโครงการ “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์” ประจำปี 2566 ณ อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด

อีซูซุ 1

มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์” 2566 นี้ ในรอบคัดเลือกที่ผ่านมา เราต้องการส่งเสริมให้เยาวชนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการกับปัญหาสุขภาพจิต เนื่องจากปัญหาเหล่านี้ดูเหมือนจะเพิ่มมากขึ้นในกลุ่มคนรุ่นใหม่ และเป็นปัญหาสำคัญในหลายประเทศทั่วโลก ในขณะเดียวกันเรายังต้องการที่จะส่งเสริมทักษะทางศิลปะและการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ผนวกกับความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทฯ จึงได้จัด การประกวดวาดภาพดิจิทัล ในหัวข้อ “ตระหนักรู้ ดูแลใจ ให้ชีวีมีสุข” ซึ่งมีนักเรียนส่งผลงานเข้าร่วมเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 70%”

อีซูซุ  2

โครงการ “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ 2566” เป็นโครงการเปิดโอกาสให้น้อง ๆ เยาวชนได้มีโอกาสแสดงออกซึ่งความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ ผ่านการใช้ศิลปะเป็นสื่อกลางในการวาดภาพ ในปีนี้ มีเยาวชนไทยทั่วประเทศให้ความสนใจโครงการเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก โดยร่วมส่งผลงานเข้าร่วมประกวดกว่า 539 ชิ้น มีผู้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศจำนวน 20 คน การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย คัดเลือกโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งประกอบด้วย
•ผศ.ดร. วิชญ มุกดามณี
คณบดีคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร•ผศ.ดร. ศุภชัย อารีรุ่งเรือง
รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
•ผศ. อนุพงษ์ จันทร
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำภาควิชาศิลปกรรม คณะสถาปัตยกรรมศิลปะและการออกแบบสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบั’

 

โดยในปีนี้ได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.กบ. ศุภลักษณ์ เข็มทอง จากมหาวิทยาลัยมหิดล ได้มาร่วมพูดคุยให้ความรู้ในหัวข้อ Happy ME, Healthy Artist สุนทรียปัญญากร ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความรู้จากหัวข้อในรอบคัดเลือก “ตระหนักรู้ ดูแลใจ ให้ชีวีมีสุข” โดยจะช่วยเสริมสร้างความรู้ฝึกวัดพลังใจให้จิตเติบโตด้วยสุขภาพดีผ่านกิจกรรมบำบัดสื่อศิลปะ และไฮไลท์ของการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ คือ การประกวดวาดภาพพร้อมกันแบบสด ๆ ในรอบชิงชนะเลิศ โดยหัวข้อจะถูกประกาศขึ้นภายในวันนั้น และต้องสร้างสรรค์ผลงานให้แล้วเสร็จภายในเวลา 3 ชั่วโมง เพื่อเป็นการฝึกฝนเยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการให้เป็นนักคิดเชิงสร้างสรรค์ สามารถนำเอาสิ่งต่าง ๆ รอบตัวมาสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่มีความหมายทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ซึ่งถือเป็นความท้าทายของผู้เข้าแข่งขันในแต่ละปี โดยในปีนี้ อีซูซุได้ใช้หัวข้อ “ลดคาร์บอน ช่วยโลกง่ายๆ ทำได้ทุกคน” ในรอบชิงชนะเลิศ โดยผลการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศมีดังนี้
ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ 4

•รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นางสาวปลื้ม ไกรสุรสีห์ โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ตรัง จังหวัดตรัง ได้รับทุนการศึกษา 50,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
•รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ เด็กหญิงคณิศร วรรณศรี โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับทุนการศึกษา 30,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
•รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ นางสาวรัญชน์รมณ ลอยสง โรงเรียนอัสสัมชัญระยอง จังหวัดระยอง ได้รับทุนการศึกษา 20,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
•รางวัลชมเชยจำนวน 7 รางวัล ได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 10,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ ได้แก่
1.เด็กหญิงอารีฟะฮ์ ชาญชัยชนะ โรงเรียนวิชัยวิทยา จังหวัดเชียงใหม่
2.เด็กหญิงธัญญารัตน์ ผ่องใสฤทธิรงค์ โรงเรียนบูรณะศึกษา กรุงเทพมหานคร
3.นายวายุ สุลง โรงเรียนหนองจอกพิทยานุสรณ์ กรุงเทพมหานคร
4.นางสาวพริบดาว โฆษิตกุลพร โรงเรียนธิดานุเคราะห์ จังหวัดสงขลา
5.เด็กหญิงบุญยานุช แป้นเพชร โรงเรียนหล่มสักวิทยาคม จังหวัดเพชรบูรณ์
6.เด็กหญิงกันติชา ทั่งศรี โรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย จังหวัดนครปฐม
7.เด็กหญิงชนิดาภา ภูทอง โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช จังหวัดอุบลราชธานี
ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

•รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นายดนัยพัชร รัตนเรืองศรี โรงเรียนระยองวิทยาคม จังหวัดระยอง ได้รับทุนการศึกษา 50,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ

อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ 4
•รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ นายรัชติภูมิ ปิติภูมิวิเศษ โรงเรียนสว่างบริบูรณ์วิทยา จังหวัดชลบุรี ได้รับทุนการศึกษา 30,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
•รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ นายภูเทพ พงเจริญ โรงเรียนนวมินทราชูทิศ ทักษิณ จังหวัดสงขลา ได้รับทุนการศึกษา 20,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
•รางวัลชมเชยจำนวน 7 รางวัล ได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 10,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ ได้แก่
1.นายชนะเทพ สร้างสุข โรงเรียนนครพนมวิทยาคม จังหวัดนครพนม
2.นางสาวนันท์นภัส ชัยชนะบรรยง โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่
3.นายเศกศักดิ์ เอียดนุช โรงเรียนป่าพะยอมพิทยาคม จังหวัดพัทลุง
4.นายชนาธิป จันทรัตน์ โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
5.นางสาววรางคณา รัตนแสงทอง โรงเรียนเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
6.นางสาววิสสุตา บุญเลิศ โรงเรียนเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
7.นางสาวสิริรัช รัตตมณี โรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง

อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ 5

“จากหัวข้อการแข่งขัน ลดคาร์บอน ช่วยโลกง่าย ๆ ทำได้ทุกคน หนูได้ใช้รูปจิ๊กซอว์ในการนำเสนอผลงาน เปรียบโลกเป็นเหมือนจิ๊กซอว์ ถ้าเราทุกคนทั่วโลกสามารถนำจิ๊กซอว์ส่วนต่าง ๆ กลับมาเรียงให้สวยเหมือนเดิม โลกก็จะกลับมาดูดีได้อีกครั้งค่ะ อยากชวนเพื่อน ๆ มาสมัครเข้าร่วมโครงการกันเยอะ ๆ เพราะไม่ใช่แค่ได้รางวัลแต่ยังได้ทำกิจกรรมที่สนุก ได้ความรู้ และได้เพื่อนใหม่อีกด้วยค่ะ” นางสาวปลื้ม ไกรสุรสีห์ โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ตรัง จังหวัดตรัง รางวัลชนะเลิศระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ 6

“ขอบคุณอีซูซุที่จัดกิจกรรมดี ๆ แบบนี้ วันนี้รู้สึกตื่นเต้นและสนุกมาก ๆ แล้วก็รู้สึกท้าทายด้วยที่ปีนี้มีคู่แข่งมากกว่าปีแล้ว ทุกคนมีฝีมือที่พัฒนาขึ้นและเก่งขึ้นมาก ผลงานก็ค่อนข้างหลากหลายสไตล์อีกด้วย ในปีนี้หัวข้อก็มีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งผลงานของผมมีแรงบันดาลใจจากเรื่องราวของสงครามที่สร้างมลพิษขึ้นจำนวนมาก เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ หากหยุดสงครามก็จะช่วยทำให้มลพิษลดลงได้และทำให้โลกกลับมาเป็นปกติและอากาศดีขึ้นครับ หากเพื่อน ๆ ชอบวาดรูปก็สมัครกันเข้ามาได้นะครับ การแข่งนี้จะทำให้เก่งขึ้น เพราะต้องแข่งกับเพื่อนและแข่งกับเวลา ถือว่าเป็นการฝึกที่ดีมากเลยครับ” นายดนัยพัชร รัตนเรืองศรี โรงเรียนระยองวิทยาคม จังหวัดระยอง รางวัลชนะเลิศระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

นอกจากนี้ยังมีรางวัล Popular Vote จำนวน 10 รางวัล โดยแบ่งเป็นระดับชั้นละ 5 รางวัล น้อง ๆ ที่ได้รับรับผลโหวตจากเว็บไซต์ สูงสุด 5 อันดับแรกในแต่ละระดับชั้น จะได้รับทุนการศึกษาคนละ 5,000 บาท โดยมีสิทธิ์ได้รางวัลทุกผลงาน ทั้งนี้สามารถติดตามประกาศรางวัล Popular Vote ในโครงการ “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ 2566” ได้ที่ https://isuzuyouthrelations.com/ และสามารถติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มได้ทางเว็บไซต์ www.isuzuyouthrelations.com หรือ www.isuzu-tis.com