Home Blog Page 181

อยากได้ “อาวดี้” ต้องมางานนี้ Audi Clearance Sale รถผู้บริหาร รถทดลองขับ ป้ายแดง สภาพใหม่ ไมล์น้อย ลดหลักล้าน 72 ชั่วโมงเท่านั้น 26-28 มกราคมนี้ ที่ Audi Centre Thailand

0
Audi Clearance Sale ภาพเปิด

อาวดี้ จัดกิจกรรมพิเศษ “Audi Clearance Sale” ยกทัพรถผู้บริหาร รถทดลองขับ ป้ายแดง สภาพใหม่ ไมล์น้อย ลดหลักล้าน กว่า 100 คัน ราคาเริ่มต้นเพียง 750,000 บาท การันตีคุณภาพโดย Audi Approve plus ดีลสุดคุ้ม ห้ามพลาด 3 วันเท่านั้น 26-28 มกราคมนี้ ที่ Audi Centre Thailand

Audi Clearance Sale  1

นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อาวดี้ ประเทศไทย เผยว่า “Audi Clearance Sale ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมไฮไลท์ที่แฟนอาวดี้ตั้งตารอ เสียงตอบรับที่ดีนั้นเกิดจากกลุ่มรถผู้บริหาร รถทดลองขับ ป้ายแดง ไมล์น้อย คุณภาพเหมือนรถใหม่ในราคาพิเศษมาให้ลูกค้าเลือก รถในงานมีความหลากหลายครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า 100% อย่าง e-tron ครบทุกรุ่น รถ High Performance ในตระกูล RS และกลุ่มรถยอดฮิตอย่าง Audi A5 ทั้ง Coupé และ Sportback สปอร์ตคูเป้ไอคอนยอดฮิตอย่าง TT Coupé และ Compact SUV สำหรับครอบครัวรุ่นใหม่อย่าง Audi Q3

Audi Clearance Sale 2

ครั้งนี้อาวดี้เตรียมรถมากว่า 100 คัน ให้แฟนอาวดี้ได้เลือก ส่วนลดสูงสุด 1.8 ล้านบาท เป็นเจ้าของง่ายๆ พร้อมข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษเท่ากับรถใหม่ ถือเป็นแคมเปญพิเศษเพื่อขอบคุณลูกค้า ตอบโจทย์แฟนอาวดี้ด้วยความคุ้มค่าสูงสุด พร้อมโปรโมชั่นจัดเต็ม ดอกเบี้ยพิเศษเท่าแคมเปญรถใหม่ และยังสามารถผ่อนดาวน์ดอกเบี้ย 0% ผ่านบัตรเครดิตกสิกรไทย เสริมความมั่นใจในคุณภาพรถทุกคันในงาน Audi Clerance Sale ที่ผ่านการรับรองคุณภาพมาตรฐาน Audi Approved plus รถที่จองในงานทุกคันจะได้รับการรับประกันการบริการหลังการขายต่อเนื่องเหมือนรถรุ่นใหม่ พร้อมการรับประกันคุณภาพรถยนต์ต่อเนื่องจนครบ 5 ปี หรือ ระยะทาง 150,000 กิโลเมตร พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศตลอด 24 ชั่วโมง นับจากวันที่การรับประกันเริ่มต้น”

ไฮไลท์เด็ดของงาน Audi Clearance Sale จัดราคาพิเศษที่ไม่ว่าใครก็เป็นเจ้าของอาวดี้ได้
•Q2 35 TFSI (ป้ายขาว) ราคาพิเศษ 750,000 บาท มีเพียงคันเดียว ผ่อนเริ่มต้นเพียง 9,700 บาท/เดือน
•A4 40 TFSI S line (ป้ายขาว) ราคาพิเศษ 899,000 จากราคา 2,699,000 บาท ลดไปเกือบ 2 ล้านบาท

Audi Clearance Sale 3

นอกจากนี้ยังมีขบวนรถผู้บริหาร รถทดลองขับ ไมล์น้อย ราคาดี การันตีคุณภาพ ในหลายหลายเซกเมนต์ อาทิเช่น
รถไฟฟ้า 100%
•RS e-tron GT quattro (22kW) จากราคา 10,190,000 บาท ราคาพิเศษ 8,600,000 บาท
•e-tron 55 quattro จากราคา 5,299,000 บาท เหลือเพียง 3,480,000 บาท
•e-tron Sportback 55 quattro S line จากราคา 5,299,000 บาท เหลือเพียง 3,480,000 บาท

Audi Clearance Sale 5

High Performance Car (RS)
•RS Q8 quattro (Carbon) จากราคา 12,550,000 บาท เหลือเพียง 10,790,000 บาท
•RS Q3 Sportback quattro จากราคา 4,990,000 บาท เหลือเพียง 3,999,000 บาท

Audi Clearance Sale 7

Plug-in Hybrid
•Q8 60 TFSI e quattro S line Black Edition จากราคา 5,890,000 บาท เหลือเพียง 4,800,000 บาท

 

รถรุ่นยอดฮิต
•TT Coupe 45 TFSI quattro S line จากราคา 3,499,000 บาท เหลือเพียง 2,890,000 บาท
•Q3 35 TFSI S line จากราคา 2,550,000 บาท เหลือเพียง 1,790,000 บาท
•A5 Coupe 40 TFSI S line จากราคา 2,799,000 บาท เหลือเพียง 2,100,000 บาท

Audi Clearance Sale 8

ในงานยังมีข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับลูกค้าที่สนใจรถใหม่ เลือกได้ระหว่าง ดาวน์ 0 บาท ผ่อน 7 ปี หรือ ผ่อนสบาย 7 ปี แถม Audi voucher มูลค่า 100,000 บาท รับสิทธิ์ใช้แทนเงินสดเพื่อซื้อ Audi Collection และรถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการหลังการขาย นอกเหนือจากรถผู้บริหาร รถทดลองขับ ไมล์น้อยราคาสุดพิเศษยังมี Audi Collection เสื้อผ้าและ Accessories นำมาลดราคาสูงสุดถึง 70%

ลูกค้าสามารถนัดหมายจองสิทธิ์เข้าชมรถผ่านช่องทาง Facebook : Audi Thailand หรือไลน์ Line official (@Audith) จองด่วน หมดแล้วหมดเลย

Audi เป็นรถยนต์นำเข้าประกอบนอกทั้งคัน คุณภาพมาตรฐานเยอรมันทุกรุ่น ลูกค้าที่ออกรถอาวดี้ทุกรุ่นได้รับการดูแลจาก Audi Protection การรับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อนรถไฟฟ้า e-tron และรถ Plug-in Hybrid TFSI e Audi ใหม่ทุุกรุ่น รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี ลูกค้าที่สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Facebook / Instagram : Audi Thailand / www.audi.co.th และโชว์รูมและศูนย์บริการที่พร้อมดูแล 8 แห่ง ทั่วประเทศ

Audi Centre Thailand 02-765-8888
Audi New Petchburi 02-023-4888
Audi Pattaya 038-197-888
Audi Phuket 076-646-666
Audi Service Chiang Mai 052-081-188
Audi Service Ratchapruek 02-034-5888
Audi Udonthani 093-161-5588
Audi Korat 044-017-888

 

“บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย” คว้าแชมป์ผู้นำตลาดในกลุ่มรถยนต์พรีเมียมไทยต่อเนื่อง 4 ปีซ้อน

0
บีเอ็มดับเบิลยู ภาพเปิด

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ประกาศความสำเร็จอีกครั้งด้วยผลการดำเนินงานในภาพรวมประจำปี พ.ศ. 2566 ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมยอดจดทะเบียนที่แข็งแกร่งทั้งในกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและกลุ่ม Luxury Class ตอกย้ำการเป็นผู้นำตลาดรถยนต์พรีเมียมของประเทศไทยติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ทั้งนี้ ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลมาจากแนวทางในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่อนาคตแห่งยนตรกรรมที่ยั่งยืน ด้วยการลงทุนในนวัตกรรมยานยนต์ที่หลากหลายอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ที่ล้ำสมัยให้แก่ลูกค้าชาวไทย พร้อมนำเสนอการบริการที่เหนือระดับและการดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาดซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกมิติ โดยรถยนต์ทั้งสองแบรนด์มียอดจดทะเบียนรวมทั้งสิ้น 15,477 คัน เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อนหน้า แบ่งเป็นบีเอ็มดับเบิลยู 14,128 คัน และมินิ 1,349 คัน

บีเอ็มดับเบิลยู ภาพเปิด

มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวถึงผลงานความสำเร็จปี พ.ศ. 2566 ว่า “บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มุ่งมั่นในการผลักดันนวัตกรรมความเป็นเลิศทั้งในด้านผลิตภัณฑ์และการบริการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งความพยายามดังกล่าวสะท้อนออกมาให้เห็นเป็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน จากยอดจดทะเบียนรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ที่ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากลูกค้าในประเทศไทยซึ่งยังคงให้ความไว้วางใจกับแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ในปีที่ผ่านมา เรามีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งจากความสำเร็จที่พนักงานและผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูและมินิอย่างเป็นทางการทุกคนต่างมีส่วนช่วยให้เรายังครองตำแหน่งผู้นำในเซ็กเมนต์รถยนต์พรีเมียมอีกครั้งในปี พ.ศ. 2566 นอกจากนี้ เป้าหมายการขับเคลื่อนไปสู่ความยั่งยืนของเราก็ถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้บีเอ็มดับเบิลยูยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในไทย ควบคู่ไปกับการส่งมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมให้แก่ลูกค้า และการก้าวสู่อนาคตของยานยนต์ที่มีความเป็นมิตรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น”

“กลุ่มรถยนต์ที่ขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังคงมีอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นจากอัตราการเติบโตในกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่เพิ่มขึ้นสองเท่า (200%) จากปี พ.ศ. 2565 ด้วยยอดจดทะเบียนทั้งหมด ที่ 1,604 คัน จากรถยนต์ไฟฟ้าจำนวน 6 รุ่น ที่เปิดตัวในตลาดประเทศไทย ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู iX3, บีเอ็มดับเบิลยู iX, บีเอ็มดับเบิลยู i4, บีเอ็มดับเบิลยู i5, บีเอ็มดับเบิลยู i7 และมินิ คูเปอร์ เอสอี ยิ่งไปกว่านั้น รถยนต์ในกลุ่ม Luxury Class ของบีเอ็มดับเบิลยู ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยูซีรีส์ 7, บีเอ็มดับเบิลยู i7, บีเอ็มดับเบิลยูซีรีส์ 8, บีเอ็มดับเบิลยู X7 และบีเอ็มดับเบิลยู XM ยังคงสร้างผลงานการเติบโตอย่างแข็งแกร่งด้วยยอดจดทะเบียนในปี พ.ศ. 2566 ทั้งหมด 668 คัน เพิ่มขึ้น 46% จากปีก่อนหน้า สำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิมียอดจดทะเบียนในปี พ.ศ. 2566 รวมทั้งหมด 15,477 คัน โดยแบ่งเป็นรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 14,128 คัน และมินิ 1,349 คัน ส่งผลให้เรายังคงครองตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งมาเป็นปีที่สี่ติดต่อกันในเซกเมนต์รถยนต์พรีเมียม ในขณะที่ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย ยังคงรักษาผลงานที่แข็งแกร่งด้วยยอดจดทะเบียนในปี พ.ศ. 2566 รวมทั้งหมด 1,079 คัน แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าในประเทศไทยที่ยังคงไว้วางใจและเลือกให้เราเคียงข้างในทุกการเดินทาง”

บีเอ็มดับเบิลยู 6

“การครองตำแหน่งผู้นำอันดับ 1 ในตลาดรถยนต์พรีเมียมไทย 4 ปีซ้อน ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ถือเป็นข้อพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการตอบโจทย์ลูกค้าและความทุ่มเทของพนักงาน ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ และพันธมิตรทุกรายในประเทศไทยของบีเอ็มดับเบิลยู ที่ร่วมกันส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ระดับสูงสุดให้แก่ลูกค้า ช่วยเสริมสร้างความภักดีต่อแบรนด์และผลิตภัณฑ์ของบีเอ็มดับเบิลยู ดังจะเห็นได้จากรางวัลมากมายจากสื่อชั้นนำที่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้รับในปี พ.ศ. 2566 ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ถึงความยอดเยี่ยมทั้งในด้านการบริหารจัดการ ผลิตภัณฑ์ และการบริการ ได้แก่ รางวัล 2023-2024 Thailand’s Most Admired Company ซึ่งบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้รับติดต่อกันเป็นปีที่ 6 จากนิตยสาร BrandAge, รางวัล Thailand Top Company Awards 2023 ในหมวด Best Customer Focus Award จากนิตยสาร Business+, รางวัล Car and bike of the Year 2023 รวม 14 รางวัล จากบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และรางวัล The Best of Luxury Electric Vehicle สำหรับรถบีเอ็มดับเบิลยู i7 จากนิตยสาร Robb Report ซึ่งบีเอ็มดับเบิลยูจะยังคงมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศต่อไปในทุกผลิตภัณฑ์และบริการของเรา เพื่อยกระดับประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง” มร. บารากา กล่าว

นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2566 ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระดับโลก ด้วยยอดขายบีเอ็มดับเบิลยู มินิ และโรลส์รอยซ์ที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ คิดเป็นยอดส่งมอบรวม 2,555,341 คันทั่วโลก เติบโตขึ้น 6.5% โดยรถยนต์ในกลุ่มพลังงานไฟฟ้า 100% มียอดขายเติบโตขึ้นถึง 74.4% จากปี พ.ศ. 2565 คิดเป็นยอดส่งมอบทั่วโลกรวม 376,183 คัน สะท้อนถึงความต้องการรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ตอบรับเทรนด์พลังงานสะอาดที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วโลก ซึ่งทางบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มองว่าเทรนด์ความต้องการรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ในหมู่ผู้ใช้งานจะยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อไป และคาดการณ์ว่าจะทำยอดขายได้กว่า 500,000 คัน ในปี พ.ศ. 2567 นี้ ทั้งนี้ ยอดขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่โดดเด่นในปี พ.ศ. 2566 ตอกย้ำบทบาทของบริษัทในฐานะผู้บุกเบิกด้านยานยนต์ไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญ

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย จะยังคงมุ่งก้าวไปสู่อนาคตที่แข็งแกร่งและมีความยั่งยืนต่อไปในปี พ.ศ. 2567 ทั้งนี้ ยอดจดทะเบียนอันดับหนึ่งในกลุ่มรถยนต์พรีเมียมของไทยเป็นปีที่ 4 ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงคุณภาพ นวัตกรรมการออกแบบ และการให้บริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดียิ่งกว่าใครของบีเอ็มดับเบิลยูและมินิ รวมทั้งตอกย้ำเป้าหมายในระยะยาวของบริษัทในการสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วยการเป็นผู้บุกเบิกในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อส่งมอบสุนทรียะแห่งการขับขี่ เทคโนโลยีอันล้ำสมัย และพลังแห่งทางเลือกให้แก่ลูกค้าทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

 

“ฟอร์ด” มอบรางวัลใหญ่ ‘ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์’ ให้ลูกค้าผู้โชคดีแคมเปญ Ford Motor Expo

0
ฟอร์ด ภาพเปิด

ฟอร์ด ประเทศไทย มอบรางวัลใหญ่รถยนต์ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รุ่น 2.0 ลิตร ดีเซล จำนวน 1 รางวัล มูลค่า 1,779,000 บาท ให้นายศตวรรษ ไชยสัจ ลูกค้าผู้โชคดี เจ้าของรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต ที่ซื้อรถจากแคมเปญ Ford Motor Expo #ซื้อรถลุ้นรถ โดยในวันส่งมอบรถ นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย เป็นผู้มอบรางวัล ณ โชว์รูมฟอร์ด พระนคร บางแค

ฟอร์ด 1

“ฟอร์ดขอแสดงความยินดีกับลูกค้าที่ได้รับรางวัลใหญ่จากแคมเปญพิเศษของเรา และขอขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจในแบรนด์ฟอร์ด ฟอร์ดหวังว่าลูกค้าจะประทับใจกับประสบการณ์การขับขี่แบบเหนือระดับของฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รถกระบะสมรรถนะสูง DNA ฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานซ์ เจ้าของฉายา ‘ดุดัน ไม่เกรงใจใคร’ ซึ่งเป็นรถในดวงใจของลูกค้าหลายๆ คนโดยเฉพาะคอออฟโรด” นายรัฐการ กล่าว

ฟอร์ด 2

แคมเปญ Ford Motor Expo #ซื้อรถลุ้นรถ เป็นโปรแรงส่งท้ายปี 2566 ของฟอร์ดที่จัดให้กับลูกค้าที่จองรถฟอร์ดในช่วงวันที่ 30 พฤศจิกายน ถึง 11 ธันวาคม 2566 และออกรถภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา ในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2023 และที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของฟอร์ดทั่วประเทศ

 

“ฮอนด้า” ครองตำแหน่งอันดับ 1 ยอดขายกลุ่ม xEV ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ตอกย้ำความเชื่อมั่นระบบฟูลไฮบริด e:HEV ด้วยสมรรถนะที่ทรงพลัง ให้การประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่อย่างไร้กังวล

0
ฮอนด้า ภาพเปิด

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความสำเร็จของ ยนตรกรรมฟูลไฮบริด e:HEV ของฮอนด้าอีกครั้ง ครองตำแหน่งผู้นำยอดขายกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ในตลาดรถยนต์ประเทศไทยปี 2566 (มกราคม – ธันวาคม 2566) ด้วยยอดขายสะสมรวม 48,208 คัน ครองส่วนแบ่งทางการตลาด xEV มากกว่า 27%* และเป็นผู้นำใน 3 เซกเมนต์หลักของตลาด xEV ได้แก่ กลุ่มคอมแพคท์คาร์ กลุ่มเอสยูวีขนาดกลาง และกลุ่มเอสยูวีขนาดใหญ่ ตอกย้ำความเชื่อมั่นและไว้วางใจที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์ในการนำเสนอยนตรกรรมคุณภาพในหลากหลายเซกเมนต์ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีฟูลไฮบริด e:HEV ซึ่งนับเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสมที่สุดกับการใช้งานในปัจจุบัน พร้อมส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีเยี่ยมและทรงพลัง จากการผสานพลังขับเคลื่อนหลักจากมอเตอร์ไฟฟ้า ให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยไลน์อัป e:HEV ทุกรุ่น มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING พร้อมตอบโจทย์การใช้งานและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายในปัจจุบันได้อย่างไร้กังวล มั่นใจและอุ่นใจตลอดการใช้งาน ด้วยการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง พร้อมด้วยบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐาน และทีมงานที่เชี่ยวชาญด้าน e:HEV (e:HEV Expert) จากเครือข่ายศูนย์บริการฮอนด้าที่ได้มาตรฐานและครบวงจรครอบคลุมทั่วประเทศ

โดยยนตรกรรมไลน์อัป e:HEV ของฮอนด้า สามารถครองความเป็นผู้นำใน 3 เซกเมนต์หลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตให้กับตลาดรถยนต์ของประเทศไทยกลุ่ม xEV ประกอบด้วย

1) กลุ่มคอมแพคท์คาร์ ได้แก่ ซีวิค อี:เอชอีวี ด้วยยอดขาย 9,121 คัน
2) กลุ่มเอสยูวีขนาดกลาง (M-SUV) นำโดย เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ด้วยยอดขาย 23,631 คัน
3) กลุ่มเอสยูวีขนาดใหญ่ (L-SUV) นำโดย ซีอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ ด้วยยอดขาย 8,921 คัน
ขอขอบคุณทุกความไว้วางใจจากลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ฮอนด้า ส่งผลให้ฮอนด้ายังคงครองอันดับ 1 ยอดขายกลุ่ม xEV ในตลาดรถยนต์ประเทศไทย ตอกย้ำความเชื่อมั่นในระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ที่มอบอัตราเร่งที่แรง ทรงพลัง ประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม เพื่อให้ออกไปใช้ชีวิตอย่างอิสระด้วยความมั่นใจ โดยฮอนด้าจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และรักษามาตรฐานการบริการผ่านเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการทั่วประเทศต่อไป

ลูกค้าที่สนใจสัมผัสกับรถยนต์ในไลน์อัป e:HEV สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือแชตกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 อีกทั้งสามารถลงทะเบียนทดลองขับเพื่อสัมผัสประสบการณ์ขับขี่ ผ่าน www.honda.co.th/testdrive

เรเว่ ประกาศรายชื่อผู้โชคดีจากแคมเปญ “Big Thanks” มอบรถยนต์ BYD รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท

0
BYD 6

บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจําหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า BYD อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ ประกาศรายชื่อผู้โชคดีจากแคมเปญ “Big Thanks” กิจกรรมสุดพิเศษซึ่งจัดขึ้นในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 เพื่อขอบคุณลูกค้าสำหรับการสนับสนุนและความไว้วางใจที่มอบให้กับกลุ่มธุรกิจเรเว่และแบรนด์รถยนต์ BYD ตลอดมา โดยเตรียมส่งมอบรางวัลเป็นรถยนต์ BYD จำนวน 3 คัน มูลค่ารวมกว่า 3 ล้านบาท ให้แก่ผู้โชคดีภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 พร้อมเชิญชวนลูกค้าที่ซื้อและรับรถยนต์รุ่น ATTO 3 ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษจาก BYD ATTO 3 Run-out Campaign ภายในวันพุธที่ 31 มกราคม 2567

เรเว่ 9

พิธีการประกาศรายชื่อผู้โชคดีที่เข้าร่วมแคมเปญ “Big Thanks” ได้รับเกียรติจาก มร. หลิว เสวียเลี่ยง ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท บีวายดี ออโต้ อินดัสทรี จำกัด มร. เบนสัน เค่อ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดีไทยแลนด์ จํากัด นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นางสาวประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ ดร. ธัชพล ภัทรไชยประภา ประธานบริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ พร้อมด้วยสักขีพยานกลุ่มธุรกิจเรเว่ นางนันทนา คนขยัน รองประธานบริหารอาวุโสฝ่ายการเงิน กลุ่มธุรกิจเรเว่ และตัวแทนสื่อมวลชน นายอาณัติ สุทธิบุตร และนายสิโรตม์ เพ็ชรจำเริญสุข ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ สำนักงานใหญ่กลุ่มธุรกิจเรเว่ อาคารโรงแรมสยาม แอท สยาม

BYD 1

นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “กลุ่มธุรกิจเรเว่ขอแสดงความยินดีแก่ผู้โชคดีในแคมเปญนี้ และขอขอบคุณทุกการสนับสนุนและความไว้วางใจอย่างท่วมท้นจนเราก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของไทย การันตีด้วยยอดจดทะเบียนรถยนต์ BYD ถึง 30,467 คันซึ่งเป็นจำนวนที่สูงที่สุดในปี 2566 ที่ผ่านมา โดยกลุ่มธุรกิจเรเว่พร้อมแล้วที่จะก้าวเข้าสู่ปี 2567 อย่างแข็งแกร่งพร้อมกับคำมั่นสัญญาที่จะเดินหน้าวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ ‘NEW FUTURE YOUR WAY’ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ NEV Nation ควบคู่ไปกับการเติมเต็มความสมบูรณ์ของ NEV Ecosystem อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมด้วยเครือข่ายธุรกิจใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการเชิงธุรกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ขนาดใหญ่ ตลอดจนบริการที่พร้อมสนับสนุนทุกความเป็นไปได้ทั้งด้านการเงินและสินเชื่ออย่างครบวงจร เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของไทยสู่การเป็นประเทศที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์อย่างแท้จริง”

BYD 3

นางสาวประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “กลุ่มธุรกิจเรเว่มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ขอบคุณลูกค้าของเราผ่านแคมเปญ ‘Big Thanks’ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อขอบคุณลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า BYD ทุกรุ่นตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 – 31 ธันวาคม 2566 และร่วมกรอกแบบสอบถามผ่านทาง RÊVER Application เพื่อรับสิทธิ์ร่วมลุ้นเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า BYD จำนวน 3 คัน โดยกลุ่มธุรกิจเรเว่จะยังคงให้ความสำคัญกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้าที่ครบครันด้วยนวัตกรรมด้านความปลอดภัยทั้งตัวยานยนต์และเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำของแบตเตอรี่ บริการด้านการขายและหลังการขายที่ครบวงจร เพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจตลอดจนยกระดับประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้รับจากกลุ่มธุรกิจเรเว่ และแบรนด์ BYD อย่างรอบด้านต่อไป”

BYD 5

ผู้โชคดีจากแคมเปญ ‘Big Thanks’ ได้แก่
คุณอาทิตย์ ภัทรพูนสิน ได้รับ BYD SEAL รุ่น RWD DYNAMIC 1 คัน มูลค่า 1,325,000 บาท
คุณกิตติศักดิ์ เที่ยงธรรม ได้รับ BYD ATTO 3 รุ่น STANDARD Range 1 คัน มูลค่า 1,099,900 บาท
คุณทฤตมน ธีรธรรมธรณ ได้รับ BYD DOLPHIN รุ่น STANDARD Range 1 คัน มูลค่า 699,999 บาท

ทั้งนี้ เรเว่ ออโตโมทีฟ ขอเชิญชวนลูกค้าที่ซื้อและรับรถยนต์รุ่น ATTO 3 ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 – 31 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา ดำเนินการจดทะเบียนให้แล้วเสร็จ พร้อมลงทะเบียนร่วมแคมเปญ BYD ATTO 3 Run-out Campaign ภายในวันที่ 31 มกราคม 2567 เท่านั้น เพื่อรับสิทธิประโยชน์มากมายมูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท อาทิ เงินคืน 100,000 บาท Smart Home Charger ยี่ห้อ ABB พร้อมบริการติดตั้ง และแพคเกจ RÊVER Care โดยสามารถลงทะเบียนรับสิทธิได้ที่ https://www.reverautomotive.com/atto3-runout-campaign

 

เอ็มจี ผู้บุกเบิกรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย ลงนามสนับสนุนนโยบายอีวีของภาครัฐ ตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าฯ ระยะที่สอง หรือมาตรการ EV3.5

0
เอ็มจี ภาพเปิด

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด   ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ในฐานะผู้บุกเบิกตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย  โดยมี นายสุโรจน์ แสงสนิท รองกรรมการผู้จัดการบริหาร (ขวามือ) และ ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต (ซ้ายมือ) ร่วมพิธีลงนามข้อตกลงระหว่างกรมสรรพสามิตกับผู้ประกอบอุตสาหกรรมยานยนต์ตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ระยะที่ 2 ณ ห้องประชุมราชวัตร กรมสรรพสามิต เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของการจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ

เอ็มจี 1

เอ็มจี ในฐานะผู้บุกเบิกตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย พร้อมมอบประโยชน์สูงสุด หนุนให้คนไทยได้ใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มที่  โดยปัจจุบัน มีรถยนต์ไฟฟ้า อยู่ในตลาดประเทศไทย แล้ว 5 รุ่นได้แก่ MG ZS EV MG EP MG ES MG4 ELECTRIC และ MG MAXUS 9 และยังมีแผนนำเสนอรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่สู่ตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดย เอ็มจี มุ่งมันในการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ให้แข็งแกร่งเพื่อให้คนไทยได้มีโอกาสเข้าถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้าได้ง่าย

เอ็มจี 2

ทั้งนี้ผู้ที่มีความสนใจสามารถเข้าชมและทดลองขับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทุกรุ่นของเอ็มจี ได้ที่โชว์รูม เอ็มจี ทั่วประเทศ

เอ็มจี 3

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

 

 

 

เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป เปิดงานมหกรรมสุดยิ่งใหญ่ BENZ BKK CERTIFIED EXPO ครั้งที่ 9 รวบรวมรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์เสมือนใหม่มากที่สุดกว่า 100 คัน

0

บริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์และศูนย์บริการอย่างเป็นทางการ พร้อมได้รับสิทธิ์จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ครบทุกซับแบรนด์ ได้จัดงานมหกรรมสุดยิ่งใหญ่รับศักราชใหม่ BENZ BKK CERTIFIED EXPO ครั้งที่ 9 ที่รวบรวมรถยนต์เสมือนใหม่มากกว่า 100 คัน ทั้งรถผู้บริหารป้ายแดงไมล์น้อย รถทดลองขับ รถมือสอง เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการครอบครองรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ด้วยความคุ้มค่าสูงสุด โดยสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ เริ่มต้นเพียง 899,000 บาท หรือรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษเท่ารถใหม่เพียง 0.99% และมั่นใจในรถทุกคันด้วยการรับประกันนาน 1 ปี เมื่อจองรถยนต์ภายในงาน ตั้งแต่วันที่ 19-21 มกราคม และรับรถภายในวันที่ 31 มกราคม 2567 นี้ รับฟรี!! Dyson Pure Cool Link มูลค่า 15,900 บาท นอกจากนี้ เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป พร้อมเดินหน้าสู่การเป็นศูนย์กลางของ Mercedes-Benz Certified

นางสาวตวงรัตน์ ลิขิตพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “ทางเบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป ได้สิทธิ์จำหน่ายรถครบทุกซับแบรนด์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้แก่ Mercedes-Benz Passenger Car & Van, Mercedes-AMG, Mercedes-Maybach และ Mercedes-Benz Certified พร้อมศูนย์บริการครบวงจร ซึ่งทางแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ถือเป็นผู้นำด้านยนตรกรรมที่ไม่เพียงแค่มุ่งสู่สุดยอดเทคโนโลยีที่เป็นที่สุดเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์อันน่าประทับใจที่ทุกคนสามารถสัมผัสได้ในทุกซับแบรนด์ ซึ่งรวมถึงการให้ความสำคัญกับ Mercedes-Benz Certified ด้วยเช่นกัน”

สำหรับงานมหกรรม BENZ BKK CERTIFIED EXPO ครั้งนี้ นับเป็นการจัดงานครั้งที่ 9 จัดขึ้นที่ ชั้น 3 โชว์รูม เบนซ์ บีเคเค บางนา Mercedes-Benz Experience Center ที่ใหญ่สุดในเอเชีย รองรับการจัดแสดงรถยนต์เสมือนใหม่หลากหลายรุ่น ครอบคลุมทุกเซกเมนต์มากกว่า 100 คัน เพื่อให้สอดรับสู่การเป็นหมุดหมายของผู้ที่ต้องการครอบครองรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์เสมือนใหม่ด้วยความคุ้มค่าสูงสุด และกลุ่มผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจออนไลน์ที่มีความต้องการเลือกซื้อรถยนต์หรู เพื่อเป็นรางวัลแห่งความสำเร็จให้กับตัวเอง เนื่องจากที่ผ่านมาได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยม และมีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการที่ เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป ได้สร้างความมั่นใจการันตีคุณภาพให้กับลูกค้าด้วยมาตรฐานรับรองจากทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ ด้วยโปรแกรม Multi-Point Check มากกว่า 200 รายการ พร้อมการซ่อมบำรุงด้วยอะไหล่แท้ ภายใต้การดูแลจากทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ ควบคู่กับการบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และสิ่งอำนวยความสะดวกระดับเวิลด์คลาส อาทิ VIP Lounge, ห้องส่งมอบรถ 360 องศา, BKK Cafe ให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม, นวดออฟฟิศซินโดรมจากเทอราปิสมืออาชีพ และพื้นที่ Co-working space พร้อมห้องประชุม 4 ห้อง เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้มาใช้บริการอย่างเหนือระดับ

นอกจากนี้ เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป พร้อมก้าวสู่การเป็นศูนย์กลาง Mercedes-Benz Certified ด้วยการรับจัดซื้อรถทั่วประเทศ มีเจ้าหน้าที่บริหารงานขาย ผู้เชี่ยวชาญ เป็นผู้ประเมินตรวจสอบสภาพและเข้าบริการถึงทุกที่หมาย มั่นใจในมาตรฐานคุณภาพ จำกัดอายุการใช้งานภายในระยะเวลาไม่เกิน 8 ปี ระยะไมล์ไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร ไม่เสียหายจากเหตุชนหนักหรือจมน้ำ อีกทั้ง ไว้วางใจได้ในทุกการประเมิน รวมถึงการประเมินราคาให้เป็นที่พึงพอใจสูงสุดอีกด้วย

รถยนต์ไฮไลท์ภายในงาน BENZ BKK CERTIFIED EXPO ครั้งที่ 9

พิเศษ!!! เฉพาะในงานรับดอกเบี้ยเท่ารถใหม่ 0.99% กับรถยนต์ Mercedes-AMG (พร้อมการรับประกัน 1 ปี)

  • Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC ปี 2022 ระยะไมล์ 8, xxx กิโลเมตร ราคาพิเศษ 2,290,000 บาท
  • Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupe ปี 2022 ระยะไมล์ 4, xxx กิโลเมตร ราคาพิเศษ 2,990,000 บาท
  • Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupe ปี 2021 ระยะไมล์ 19, xxx กิโลเมตร ราคาพิเศษ 3,699,000 บาท

พิเศษ!!! เฉพาะในงานรับดอกเบี้ยเท่ารถใหม่ 0.99% กับรถยนต์ Mercedes-Benz (พร้อมการรับประกัน 1 ปี)

  • Mercedes – Benz A 200 Progressive ปี 2022 ระยะไมล์ 10, xxx กิโลเมตร ราคาพิเศษ 1,490,000 บาท
  • Mercedes – Benz A 200 AMG Dynamic ปี 2022 ระยะไมล์ 29, xxx กิโลเมตร ราคาพิเศษ 1,650,000 บาท
  • Mercedes – Benz E 300 e AMG Dynamic ปี 2021 ระยะไมล์ 51, xxx กิโลเมตร ราคาพิเศษ 2,490,000 บาท
  • Mercedes – Benz GLC 300 e AMG Dynamic ปี 2022 ระยะไมล์ 33, xxx กิโลเมตร ราคาพิเศษ 2,790,000 บาท
  • Mercedes – Benz C 200 Coupe AMG Dynamic ปี 2022 ระยะไมล์ 3, xxx กิโลเมตร ราคาพิเศษ 2,990,000 บาท
  • Mercedes – Benz CLS 220 d AMG Premium ปี 2022 ระยะไมล์ 23, xxx กิโลเมตร ราคาพิเศษ 3,190,000 บาท
  • Mercedes – Benz EQS 450+ 4MATIC AMG Premium ปี 2022 ระยะไมล์ 19, xxx กิโลเมตร ราคาพิเศษ 5,500,000 บาท

พิเศษ!!! ราคาเริ่มต้นไม่ถึง 1 ล้านบาท (พร้อมการรับประกัน 1 ปี)

  • Mercedes – Benz C 350 e Avantgarde ปี 2016 ราคาเริ่มต้นเพียง 899,000 บาท
  • Mercedes – Benz C 350 e Avantgarde ปี 2018 ราคาเริ่มต้นเพียง 999,000 บาท

เชิญมาสัมผัสรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์เสมือนใหม่ พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษเฉพาะในงานที่เตรียมไว้ให้คุณจับจองเป็นเจ้าของก่อนใคร และเมื่อจองรถยนต์ภายในงาน ตั้งแต่วันที่ 19-21 มกราคม และรับรถภายในวันที่ 31 มกราคม 2567 รับฟรี!!! Dyson Pure Cool Link มูลค่า 15,900 บาท ที่โชว์รูม BENZ BKK GROUP-BANGNA Hotline: 0 888 111 888 FB: Mercedes-Benz Certified by Benz BKK

เกรท วอลล์ มอเตอร์ จับมือ นิด้าโพล เปิดผลสำรวจรถยนต์ไฟฟ้ามาแรงแบบฉุดไม่อยู่!! ชี้เรื่องค่าชาร์จไฟที่ถูกกว่าน้ำมันและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อ

0
เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภาพเปิด

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ร่วมกับศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” หรือ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ สำรวจความคิดเห็นและพฤติกรรมคนไทยที่มีต่อรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 1,000 คนทั่วประเทศในเดือนธันวาคม 2566 พบว่า คนไทยให้ความสนใจรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle: BEV) มากที่สุดถึง 64.8% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากผลสำรวจในปี 2564 อย่างมีนัยสำคัญถึง 37.5% ตามด้วยรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบไฮบริด (Hybrid Electric Vehicle: HEV) ที่ 22.2% และรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid Electric Vehicle: PHEV) ที่ 13.0% โดยผลสำรวจระบุว่า คนไทยพิจารณาราคาค่าชาร์จไฟที่ถูกกว่าราคาน้ำมัน (34.1%) และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (18.9%) เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจในรถยนต์พลังงานใหม่ของผู้บริโภคชาวไทยที่ให้ความสำคัญกับการขับขี่ที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และความคุ้มค่าในด้านค่าใช้จ่ายของการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเมื่อเทียบกับราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มพุ่งขึ้นสูงอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน
เกรท วอลล์ มอเตอร์ 1

ผลสำรวจความเห็นและพฤติกรรมคนไทยเรื่องรถยนต์พลังงานไฟฟ้าปี 2566 ที่ผ่านมานี้ ได้แบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า จำนวน 200 คน และกลุ่มผู้ใช้รถยนต์สันดาป 800 คน ในช่วงอายุระหว่าง 30 – 60 ปี สำหรับกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า ผลสำรวจเผยให้เห็นว่า ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามากที่สุด คือ ราคาค่าชาร์จไฟที่ถูกกว่าราคาน้ำมัน ตามมาด้วยความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การออกแบบที่สวยงามและทันสมัย และความปลอดภัยที่สูงกว่า ในขณะที่กลุ่มผู้ใช้รถยนต์สันดาป ปัจจัยในด้านของราคาค่าชาร์จไฟที่ถูกกว่าราคาน้ำมัน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยังคงเป็นสองปัจจัยหลักในการตัดสินใจเปลี่ยนมาซื้อรถยนต์ไฟฟ้าเช่นเดียวกัน ตามด้วยความปลอดภัยที่สูงกว่า และความสามารถในการขับที่ได้ระยะทางที่ไกลกว่า

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 3

สำหรับกลุ่มผู้ใช้รถยนต์สันดาปนั้น สัดส่วนมากถึง 81.3% สนใจที่จะซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ในอนาคต เนื่องจากประหยัดพลังงาน (89.4%) เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (72.3%) และมองว่ารถยนต์ไฟฟ้ามีเทคโนโลยีที่ทันสมัย (49.9%) โดยรูปแบบรถยนต์ไฟฟ้าที่ผู้ใช้รถยนต์สันดาปอยากเป็นเจ้าของมากที่สุด คือ รถยนต์แบบซีดานสูงสุดที่ 63.6% ตามด้วยรถยนต์อเนกประสงค์ SUV 27.8% รถกระบะ 5.1% และรถยนต์อเนกประสงค์ PPV 3.5% โดยส่วนใหญ่มีแผนที่จะซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในอีก 3 – 4 ปี และคาดหวังว่ารถยนต์ไฟฟ้าที่จะซื้อนั้นจะมีระยะทางการขับขี่ต่อหนึ่งการชาร์จในช่วงระหว่าง 501 – 600 กิโลเมตร ในราคาประมาณ 700,001 – 900,000 บาท โดยส่วนใหญ่จะเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์จากประเทศจีนสูงถึง 83.1% เนื่องจากเชื่อมั่นในแบรนด์ นวัตกรรมและเทคโนโลยี และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม เหตุผลหลักที่กลุ่มผู้ใช้รถยนต์สันดาปยังไม่ตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในขณะนี้ มาจากความไม่มั่นใจในเรื่องระบบความปลอดภัยเป็นหลัก (66.0%) ตามด้วยจำนวนสถานีชาร์จที่มีจำกัด (50.7%) และความกังวลเกี่ยวกับเวลาในการชาร์จที่ยาวนาน (40.0%)

ด้านกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า ผลสำรวจได้แสดงให้เห็นว่า ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันส่วนใหญ่ใช้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นรถคันหลักในการเดินทาง (91.5%) และมีความพึงพอใจกับการใช้รถเนื่องจากประหยัดค่าใช้จ่าย (ราคาค่าชาร์จไฟที่ถูกกว่าราคาน้ำมัน) มากถึง 49.2% ตามด้วยเทคโนโลยีทันสมัยและการออกแบบที่สวยงาม (16.6%) และการขับขี่คล่องตัว อัตราเร่งดี (14.5%) ขณะที่จำนวนสถานีชาร์จที่น้อย (57.1%) และระยะเวลาในการชาร์จที่นานเกินไป (42.9%) เป็นเรื่องที่ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าไม่พึงพอใจที่สุด

เกรท วอลล์ มอเตอร์  7

นอกจากนี้ ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่มองว่า การลดอัตราค่าชาร์จไฟตามสถานีชาร์จต่าง ๆ การลดค่าจดทะเบียนรายปีรวมถึงค่าเบี้ยประกันภัยให้น้อยกว่ารถยนต์แบบสันดาป และที่จอดรถเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าตามสถานที่ต่าง ๆ เป็นสิทธิพิเศษที่ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าต้องการมากที่สุด อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่กังวลเกี่ยวกับการใช้รถคือ อายุของแบตเตอรี่ สถานีชาร์จไฟ รวมถึงอะไหล่และค่าดูแลรักษาต่าง ๆ ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าส่วนมากยังได้ให้เหตุผลว่า จำนวนสถานีชาร์จไฟที่น้อยและไม่ครอบคลุมพื้นที่ต่าง ๆ และราคาแบตเตอรี่ที่สูง จะเป็นสองปัจจัยหลักที่นำไปสู่การเลิกใช้รถยนต์ไฟฟ้า นอกเหนือจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่า ราคารถยนต์ไฟฟ้าที่ต่ำลงกว่าในปัจจุบันจะกระตุ้นให้คนไทยเปลี่ยนใจหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากที่สุด ตามด้วยการมีสถานีชาร์จไฟที่เพียงพอ รวมทั้งสมรรถนะและเทคโนโลยีในการขับรถที่ดีกว่า

ผู้ตอบแบบสอบถามยังได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการสนับสนุนจากรัฐบาลนอกจากมาตรการส่วนลดทางภาษีและเงินอุดหนุนว่า การสนับสนุนจากรัฐบาลในการเพิ่มจำนวนสถานีชาร์จเป็นสิ่งที่ทั้งสองกลุ่มตัวอย่างต้องการมากที่สุด (34.0%) ตามด้วยการสนับสนุนค่าไฟฟ้า (28.0%) และการสนับสนุนค่าบำรุงรักษารถยนต์ (18.0%)

นอกจากนี้ กลุ่มผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่มองว่า รถยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์จีนนั้นมีการออกแบบดีไซน์ที่สวยงามและทันสมัย ในขณะที่กลุ่มผู้ใช้รถยนต์สันดาปมองว่ารถยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์จีนมีราคาที่จับต้องได้และมีความคุ้มค่ากว่ารถยนต์จากประเทศอื่น ตามด้วยการออกแบบดีไซน์ที่สวยงาม และมีระบบเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย โดยผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าและผู้ใช้รถยนต์สันดาป เชื่อว่าการเข้ามาของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าก่อให้เกิดโอกาสหรือการพัฒนาในระบบนิเวศทางธุรกิจ (Business Ecosystem) ในทุกภาคส่วน โดยทำให้เกิดธุรกิจใหม่ ๆ อาทิ การติดตั้งแท่นชาร์จ (Wall Charge), แผงโซล่าเซลล์, สถานีชาร์จไฟฟ้าแบบเร็ว (DC Fast Charge), และการให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในการส่งเสริมการลงทุน การจ้างงาน และพัฒนาศักยภาพฝีมือแรงงานไทย เพื่อพัฒนาและยกระดับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 9

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย เราได้ร่วมมือกับนิด้าโพลในครั้งนี้เป็นปีที่สามของการสำรวจ จากผลการสำรวจ เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนถึงแนวโน้มการเปิดรับรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นจากการเติบโตของยอดขายและยอดจดทะเบียนของรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2566 ที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 700% จากปี 2565 ที่ผ่านมา อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากนโยบายการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐ การเข้ามาของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าต่าง ๆ โดยเฉพาะจากประเทศจีน อย่างไรก็ตาม ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างต้องร่วมมือกันในการผลักดันการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องผ่านนโยบายและสิทธิพิเศษต่าง ๆ การขยายสถานีชาร์จไฟฟ้าให้เพียงพอต่อการเพิ่มขึ้นของจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน การทำงานร่วมกันเกี่ยวกับข้อกังวลต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้รถยนต์ไฟฟ้า การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีเทคโนโลยีอันทันสมัยที่สามารถวิ่งได้ระยะทางมากขึ้นต่อการชาร์จหนึ่งครั้งเพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่

รวมถึงการให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าและส่วนประกอบสำคัญอย่างเช่น แบตเตอรี่ ให้มากยิ่งขึ้น ในปี 2567 นี้ อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจะขยายตัวและเติบโตอย่างเห็นได้ชัด จากการที่แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าต่าง ๆ โดยเฉพาะแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีนที่เล็งเห็นโอกาสในตลาดยานยนต์ไทย และเข้ามาลงทุนก่อตั้งโรงงานเพื่อเพิ่มสายการผลิตในประเทศไทย รวมถึงยกให้ประเทศไทยขึ้นเป็นศูนย์กลางการผลิตระดับภูมิภาค

เช่นเดียวกันกับ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่ได้เปิดตัว New GWM ORA Good Cat จากสายการผลิตภายในประเทศที่โรงงาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) ที่จังหวัดระยอง เพื่อส่งมอบสู่ชาวไทยภายในเดือนมกราคม 2567 ภายใต้นโยบายสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าตามมาตรการ ZEV 3.0 ของรัฐบาล เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย จะยังคงเดินหน้าพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมตัวเลือกหลากหลาย

กรท วอลล์ มอเตอร์ 9

พร้อมตอบโจทย์ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าทั้งรถยนต์แบบแบตเตอรี่ ไฮบริด และปลั๊กอินไฮบริด รวมถึงยกระดับการบริการต่าง ๆ เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยได้รับประสบการณ์ของการเป็นเจ้าของยานยนต์คุณภาพที่เต็มไปด้วยความสะดวกสบาย ปลอดภัย และไร้กังวล ควบคู่ไปกับการเดินหน้าเติมเต็มระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าให้เติบโตและพัฒนาขึ้นสู่ระดับสากล”

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เฉลิมฉลองการผลิตรถยนต์ครบ 7 ล้านคันตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์

0
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ภาพเปิด

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เฉลิมฉลองอีกหนึ่งความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ด้วยการผลิตรถยนต์ครบ 7 ล้านคัน ณ ศูนย์การผลิตแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี โดยรถยนต์คันที่ 7 ล้าน คือรถกระบะ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน

ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน 1

 

มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การผลิตรถยนต์มิตซูบิชิ ครบ 7 ล้านคันถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จครั้งสำคัญของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เราเป็นผู้นำการขับเคลื่อนความก้าวหน้าของประเทศไทยมาตลอดกว่า 63 ปี การผลิตรถยนต์ครบ 7 ล้านคันเกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นของเราที่จะส่งเสริมการพัฒนาเพื่อการเติบโตของประเทศไทยผ่าน 7 แกนหลัก ได้แก่ การลงทุน การส่งออก สิ่งแวดล้อม การถ่ายทอดเทคโนโลยี การช่วยเหลือสังคม การพัฒนาด้านทรัพยากรมนุษย์ และการจ้างงาน”

ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน 2

ปัจจุบัน ศูนย์การผลิตของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีกำลังการผลิตสูงสุดมากกว่า 400,000 คันต่อปี โดยร้อยละ 80 ถูกส่งออกไปยังกว่า 120 ประเทศทั่วโลก มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในฐานะผู้นำ
การส่งออกรถยนต์ของประเทศไทยมียอดการส่งออกรถยนต์สะสมแล้วมากกว่า 5.5 ล้านคัน คิดเป็น
ร้อยละ 80 ของยอดการผลิตทั้งหมด

ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน 1

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดสายการผลิตรถยนต์ใหม่ที่โรงงานแหลมฉบังเพื่อทำการผลิต
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ในปี 2566 สายการผลิตใหม่มีความล้ำสมัยด้วยการเชื่อมประกอบตัวถังรถยนต์ที่ควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติที่มีเทคโนโลยีสูงสุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย โดยมีสัดส่วนกระบวนการอัตโนมัติถึงร้อยละ 95 จากการใช้หุ่นยนต์อัจฉริยะมากกว่า 250 ตัว มีกำลังผลิตราว 200,000 คันต่อปีด้วยกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพดีเยี่ยม มีระดับความแม่นยำและมาตรฐานที่สูงกว่าความสามารถของมนุษย์

ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน 5

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เริ่มต้นดำเนินงานในประเทศไทยในปี 2504 และฉลองการผลิตรถยนต์
ครบ 1 ล้านคันในปี 2546 ก่อนผลิตรถยนต์ครบ 2 ล้านคันในปี 2553 และครบ 3 ล้านคันในปี 2556
ด้วยความต้องการซื้อรถยนต์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ ดำเนินการผลิตรถยนต์ครบ 4 ล้านคัน
ในปี 2558 และผลิตรถยนต์ครบ 5 ล้านคันในปี 2561 ต่อมาในปี 2564 บริษัทฯ ต่อยอดความสำเร็จเนื่องในโอกาสฉลองการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยครบ 60 ปีด้วยการผลิตรถยนต์ครบ 6 ล้านคันในประเทศไทย

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีโรงงานผลิตรถยนต์รวม 3 แห่ง โรงงานผลิตเครื่องยนต์ 1 แห่ง
โรงพ่นสี 1 แห่ง และโรงงานบรรจุชิ้นส่วนส่งออก 1 แห่ง นอกจากนี้ยังมีสนามทดสอบรถยนต์เพื่อการคิดค้นและพัฒนายานยนต์แห่งแรกนอกประเทศญี่ปุ่น ทั้งยังได้ก่อตั้งสถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ณ จังหวัดปทุมธานี ในปี 2561 ซึ่งได้รับการยกสถานะขึ้นเป็นศูนย์ฝึกอบรมประจำภาคพื้นอาเซียน (ASEAN Regional Training Center) เมื่อเร็วๆ นี้ ในช่วงปลายปี 2566 โดยมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีความมุ่งมั่นเดินหน้าสร้างการเติบโตในประเทศไทยด้วยการลงทุนอย่างต่อเนื่อง พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย ด้วยปณิธานที่จะร่วมให้แก่สังคมและผู้คน ภายใต้วิสัยทัศน์  “สรรค์สร้าง เคียงข้าง สังคมไทย”

 

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ากลับมาคึกคักอีกครั้ง CHANGAN ขานรับนโยบาย EV3.5 นำร่องลงนาม MOU กับกรมสรรพสามิต

0

ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ (ที่ 3 จากซ้าย) อธิบดีกรมสรรพสามิต และ นายเซิน ซิงหัว (ที่ 4 จากขวา) กรรมการผู้จัดการ และ ประธานกรรมการ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมลงนามข้อตกลง MOU ตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าฯ ระยะที่ 2 หรือ EV3.5 หลังจากที่รัฐบาลออกมาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าฯ ระยะที่ 2 เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของการจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ โดย CHANGAN ผู้ผลิตและนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้า DEEPAL เป็นผู้ประกอบการรายแรกที่ได้รับสิทธิเข้าร่วมมาตรการ EV3.5 ดังกล่าว โดยเป็นมาตรการที่มีผลบังคับใช้ในปี 2567 – 2570 ที่จะช่วยกระตุ้นให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเดินหน้าไปอย่างต่อเนื่องสู่เป้าหมาย 30@30 ของรัฐบาล ทั้งนี้ทางบริษัท CHANGAN มีความยินดีที่เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย EV3.5 ของรัฐบาล และพร้อมจำหน่าย รถยนต์ DEEPAL S07 และ รถยนต์ DEEPAL L07 ณ ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป