Home Blog Page 181

มาสด้า ร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทะเลไทย นำพนักงาน ONE MAZDA ONE TEAM ปลูกป่าเพื่อโลกที่ยั่งยืน

0

มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์และสร้างสรรค์ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม นำพนักงานจิตอาสากว่า 125 คน ออกเดินทางไปร่วมกิจกรรมอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมชายฝั่งทะเลไทย ณ กิจการหนึ่งคลองสองจังหวัดเพื่อการอนุรักษ์ กองการบินทหารเรือ จังหวัดระยอง ภายใต้กิจกรรม “ร่วมใจปลูกป่าเพื่อโลกที่ยั่งยืน ONE MAZDA ONE TEAM” ร่วมใจกันปลูกต้นโกงกาง สร้างป่าชายเลน ฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งทะเลไทย นับเป็นหนึ่งในปณิธานสำคัญเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ตอกย้ำถึงพันธกิจในการสร้างสรรค์โลกของเราให้คงความสวยงามถึงลูกหลาน ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน และสังคมที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Zoom-Zoom 2030 อันเป็นแนวทางสำคัญที่มาสด้าในประเทศไทยและทั่วโลกให้ความสำคัญเสมอมา

มร. ทาดาชิ มิอุระ ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า พันธกิจสำคัญของมาสด้าในวันนี้ คือการเดินหน้ามุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ไม่เพียงแค่ด้านการดำเนินธุรกิจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความยั่งยืนของโลก ผู้คน และสังคม อันเป็นไปตามวิสัยทัศน์ Sustainable Zoom-Zoom 2030 ซึ่งถือเป็นการดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) การที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้นั้น มาสด้าให้ความสำคัญตั้งแต่ต้นน้ำ แหล่งกำเนิดพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์จากกระบวนการในการผลิต ตามหลักการ Well-to-Wheel การพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ที่มาพร้อมพลังงานที่หลากหลายรูปแบบ เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ รวมถึงสร้างสรรค์กิจกรรมมากมายเพื่อช่วยให้โลกของเราน่าอยู่ยิ่งขึ้น และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนให้ดียิ่งขึ้น

กิจกรรม “ร่วมใจปลูกป่าเพื่อโลกที่ยั่งยืน ONE MAZDA ONE TEAM” ในครั้งนี้ เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของพนักงาน มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ในการส่งผ่านสิ่งดีๆ กลับคืนสู่ธรรมชาติเพื่ออากาศที่สดใส ด้วยการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมริมชายฝั่งทะเล โดยออกเดินทางไปยังกิจการหนึ่งคลองสองจังหวัดเพื่อการอนุรักษ์ กองการบินทหารเรือ เพื่อช่วยกันปลูกต้นโกงกางบริเวณป่าชายเลนและทำความสะอาดชายหาดในพื้นที่โดยรอบ ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญของป่าชายเลนที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลของระบบนิเวศบริเวณชายฝั่งทะเล เป็นแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของพืชและสัตว์ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ ช่วยดูดซับน้ำเสียจากชุมชนก่อนไหลลงสู่ทะเล ทำหน้าที่เป็นแนวป้องกันการกัดเซาะพังทลาย กำบังคลื่นลม เป็นแนวป้องกันภัยธรรมชาติ เป็นแหล่งประมงชายฝั่งที่ชาวชุมชนใช้หาอยู่หากินหรือใช้เป็นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ และผลิตอ๊อกซิเจนช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้เกิดความสมดุลด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจของชุมชนต่อไปได้ นับเป็นกิจกรรมที่ช่วยสร้างความยั่งยืนกลับสู่สังคม

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมจิตอาสาที่มาสด้าตั้งใจดำเนินการเพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดกลับคืนสู่สังคม ในฐานะที่เป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในประเทศไทยมายาวนานกว่า 72 ปี โดยได้รับความร่วมแรงร่วมใจจากพนักงานมาสด้าที่มีจิตอาสากว่า 125 คน ออกเดินทางจากสำนักงานใหญ่ไปยังกิจการหนึ่งคลองสองจังหวัดเพื่อการอนุรักษ์ ณ กองการบินทหารเรือ หาดนภาธาราภิรมย์ ตำบลพลา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง และเป็นรอยต่อกับจังหวัดชลบุรี เพื่อร่วมกิจกรรมอนุรักษ์ธรรมชาติ ด้วยการปลูกป่าชายเลนและร่วมกิจกรรมฟื้นฟูสภาพแวดล้อมบริเวณชายฝั่ง เก็บขยะและสิ่งปฏิกูลบริเวณชายหาดให้สะอาดสดใส แสดงถึงการร่วมแรงร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวกันของชาวมาสด้า ONE MAZDA ONE TEAM ซึ่งทุกคนมีความตั้งใจเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน ทั้งนี้ มาสด้าขอขอบคุณหน่วยงานต่างๆ และพันธมิตรทุกภาคส่วน ที่มีส่วนช่วยสนับสนุนให้กิจกรรมครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

ทั้งนี้ มาสด้าให้คำมั่นว่า จะมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ดีที่สุด เพื่อยกระดับประสบการณ์ความสุขในการขับขี่ และตอบสนองการใช้ชีวิตในทุกมิติให้กับลูกค้าทุกคน ควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีอันเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และส่งมอบพลังงานทางเลือกที่หลากหลายให้กับลูกค้า เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ตลอดจนให้การสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือผู้คนในสังคมผ่านกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม ให้ความช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในรูปแบบที่หลากหลาย รวมถึงสร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆ ที่มีส่วนช่วยผลักดันให้สังคมของเราน่าอยู่มากขึ้น เพื่อให้โลกของเรายังคงสวยงาม เพื่อคุณภาพชีวิตของผู้คน และเพื่อสังคมที่ยั่งยืนตลอดไป แทนคำขอบคุณชาวไทยทุกคน ที่เชื่อมั่นในแบรนด์มาสด้าและพร้อมก้าวสู่การเติบโตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน

นับถอยหลัง! “PIXEL CLOUD” WORLD PREMIER ฮุนไดเตรียมเปิดธีมสุดล้ำครั้งแรกในโลกที่ MOTOR EXPO 2023

0
Hyundai ภาพเปิด

หลังครองตลาดรถยนต์ MPV มาอย่างยาวนาน ฮุนได (Hyundai) แบรนด์รถยนต์ยักษ์ใหญ่จากเกาหลี พร้อมแล้วที่จะสร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ในเมืองไทย ด้วยการนำเสนอบูธธีมใหม่ล่าสุด “PIXEL CLOUD” ภายใต้แนวคิด “Exploring the Future” โดยเปิดตัวครั้งแรกของโลกที่บูธหมายเลข A07 ในงาน Motor Expo 2023 มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 ตอกย้ำวิสัยทัศน์บริษัทแม่ปักหมุดไทยเป็นตลาดหลักในเอเชีย ประกาศรุกตลาดรถยนต์ไทยครบทุกเซกเมนต์ พร้อมยกทัพรถยนต์คุณภาพที่คว้ารางวัลมาแล้วมากมาย มาเปิดตัวในงานนี้หลายรุ่นทั้ง IONIQ 5, Santa Fe และยังมี highlight อื่นๆ รวมถึงการเปิดตัวแบรนด์ยานยนต์สมรรถนะสูงอย่าง Hyundai N เป็นครั้งแรกในไทย เพื่อยกระดับฮุนไดสู่แบรนด์รถยนต์ไลฟ์สไตล์ ที่พร้อมตอบโจทย์การเดินทางทุกรูปแบบของลูกค้าในวันนี้

Hyundai 6

ธีม PIXEL CLOUD ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ล่าสุด “Pixel by Pixel” ซึ่งชูความล้ำสมัยของนวัตกรรม Parametric Pixel เทคโนโลยีไฟส่องสว่างที่มีเฉพาะในรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งแฝงปรัชญาการออกแบบรถยนต์ไฟฟ้าของฮุนไดนั่นคือ “การสร้างสรรค์ยานยนต์แห่งอนาคต ผ่านแรงบันดาลใจจากมรดกตกทอดอันล้ำค่าของบริษัท”สื่อสารผ่านสายใยที่เชื่อมโยงระหว่างอดีต (ระบบอนาล็อก) จนถึงปัจจุบัน และมุ่งสู่อนาคต (ระบบดิจิทัล) โดยผู้เข้าชมงาน Motor Expo 2023 จะได้สัมผัสทุกองค์ประกอบการออกแบบสุดล้ำอย่างใกล้ชิด

นอกจากความยิ่งใหญ่ของบูธอันน่าตื่นใจ ยังขนทัพรถยนต์เจ้าของรางวัลระดับโลกมาเปิดตัวหลายรุ่น นำโดย IONIQ 5 รถไฟฟ้า 100% ที่เรียกเสียงฮือฮาก่อนหน้าด้วย Teaser บิลบอร์ดยักษ์ในย่านใจกลางธุรกิจหลักหลายแห่งของกรุงเทพฯ นำเสนอนวัตกรรมยานยนต์แนวใหม่ ผสานดีไซน์ที่มีกลิ่นอายคลาสสิกอย่างลงตัว พร้อมคุณสมบัติที่เพียบพร้อม การันตีจากการที่IONIQ 5 คว้า 3 รางวัลจากเวทีรถยนต์ยอดเยี่ยม 2022 World Car Awards

Hyundai 2

อีกหนึ่งรุ่นไฮไลต์คือ Hyundai Santa Fe เอสยูวีขนาดใหญ่ 3 แถว 7 ที่นั่ง เจ้าของรางวัลระดับโลกจากหลายเวที ตอบโจทย์รถครอบครัวได้อย่างลงตัว มาพร้อมเทคโนโลยีการขับขี่ที่ล้ำสมัยและระบบความปลอดภัยขั้นสูง โดดเด่นสมชื่อฮุนไดด้วยห้องโดยสารพรีเมี่ยมและหรูหราอย่างเหนือชั้น ด้วยหลังคา Panoramic sunroof พร้อมระบบเครื่องเสียงชั้นนำของโลกจากแบรนด์Harman Kardon และฟีเจอร์อำนวยความสะดวกสบายครบครัน

นอกจากการเปิดตลาดรถยนต์ไฟฟ้า EV และขยายการเจาะตลาดกลุ่ม SUV ในปีนี้ยังเสริมไลน์อัพรถยนต์สมรรถนะสูงภายใต้แบรนด์ Hyundai N พร้อมประเดิมศักราชแห่งความแรงด้วย Hyundai Elantra N ที่สมบูรณ์แบบในการปลุกเร้าทุกประสาทสัมผัส ด้วยเทคโนโลยีเพื่อความแรงอันเหนือชั้น และการออกแบบที่ให้ความสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมเติมเต็มจิตวิญญาณของนักแข่ง ด้วยประสบการณ์การขับขี่อีกระดับ

Hyundai 3

นอกจากนี้ยังเตรียมจัดแสดงยนตรกรรมชั้นเลิศอีกหลายรุ่นทั้ง SEVEN Concept, IONIQ 6, รถแข่งแรลลี่ i20 WRC และ N Vision 74 เพื่อโชว์ศักยภาพและวิสัยทัศน์ของแบรนด์ ที่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์รถยนต์ครบทุกประเภท พร้อมตอบโจทย์ทุกกลุ่มลูกค้าในไทยอย่างสมบูรณ์แบบ

สัมผัสการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของฮุนได! บูธหมายเลข A07 ในงาน Motor Expo 2023 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม 2566

3 ตัวแทนประเทศไทยร่วมหวดวงสวิงชิงชนะเลิศระดับโลกสู่แอฟริกาใต้ ใน BMW Golf Cup National Final 2023

0
BMW Golf 1

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ประกาศ 3 ตัวแทนแชมป์ประเทศไทยจากการแข่งขัน BMW Golf Cup National Final 2023 ณ สนามกอล์ฟแบล็ค เมาเท่น กอล์ฟ คลับ หัวหิน ที่จะไปหวดวงสวิงชิงแชมป์ระดับโลกกับการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับโลก BMW Golf Cup World Final 2023 ในเดือนมีนาคม 2024 ณ สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ สนามแฟนคอร์ท โดยทั้งสามนักกอล์ฟสมัครเล่นนี้คว้าชัยจากผู้เข้าแข่งขันทั้งสิ้นถึงกว่า 2,800 ท่านจากจำนวนทั้งหมด 21 ทัวร์นาเมนต์ทั่วประเทศของปีนี้

BMW Golf 2

การแข่งขัน BMW Golf Cup เป็นการแข่งขันกอล์ฟมือสมัครเล่นระดับเวิลด์คลาสที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยเริ่มขึ้นครั้งแรกในปี 1982 ที่ประเทศอังกฤษ และได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นการแข่งขันกอล์ฟสมัครเล่นที่มีผู้เข้าแข่งขันมากกว่า 100,000 คน จากกว่า 50 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วม โดยทีมประเทศไทยคว้าแชมป์ระดับโลกมาแล้วสองปีต่อเนื่องกัน (2016 และ 2017)

BMW Golf 6
นอกจากนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของการมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าการขับขี่ซึ่งไม่สามารถหาซื้อได้ ที่ลูกค้าจะได้รับจากทางบีเอ็มดับเบิลยู ด้วยไลฟ์สไตล์ที่เหนือระดับยิ่งขึ้น พร้อมเอกสิทธิ์ในการเข้าร่วมหลากหลายกิจกรรมสุดพิเศษกับบีเอ็มดับเบิลยู ที่รังสรรค์ขึ้นให้แก่ลูกค้าโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น การเข้าร่วมการแข่งขันกอล์ฟ รายการแข่งขันวิ่งบีเอ็มดับเบิลยู-เบอร์ลิน มาราธอน และอื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อให้ลูกค้าได้เพลิดเพลินกับช่วงเวลาต่างๆ อันน่าจดจำ ไม่เหมือนใคร และยังได้สนุกสนานในทุกมิติของชีวิตตามสไตล์ของแต่ละคน

BMW Golf 7

ผู้ชนะเลิศตัวแทนประเทศไทยในแต่ละประเภทมีดังนี้
1.ประเภท: Category Men 1 (แฮนดิแคป 0-12) – คุณกัณฑ์เอนก ศักดิ์ศรีเจริญ
(31-36-67 (2), Stableford Score: 43)
2.ประเภท: Category Men 2 (แฮนดิแคป 13-28) – คุณจรุง เถาจันทร์
(40-42-82 (13), Stableford Score: 39)
3.ประเภท: Category Lady (แฮนดิแคป 0-28) – คุณวาริณี อยู่คง
(42-42-84 (13), Stableford Score: 37)

BMW Golf 9

ร่วมเป็นกำลังใจให้ทีมตัวแทนประเทศไทยสู่รอบชิงชนะเลิศระดับโลก และรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.bmw.co.th

“Honda LPGA Thailand 2024 National Qualifiers” เปิดรับสมัครนักกอล์ฟหญิงไทย ลุ้นสิทธิ์ร่วมประชันวงสวิงระดับโลก ในศึก Honda LPGA Thailand 2024 สมัครได้ตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน – 20 ธันวาคม 2566

0

เปิดรับสมัครนักกอล์ฟอาชีพและนักกอล์ฟสมัครเล่นสัญชาติไทย เข้าร่วมแข่งขัน Honda LPGA Thailand 2024 National Qualifiers ระหว่างวันที่ 10-11 มกราคม 2567 ณ สยามคันทรีคลับ โรลลิ่งฮิลส์ พัทยา จ.ชลบุรี เพื่อคว้าสิทธิ์หนึ่งเดียวในการเข้าร่วมแข่งขันในรายการ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024 ผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน วันที่ 20 ธันวาคม 2566 ผ่านทาง https://bit.ly/HLPGA2024NQ หรือสแกน QR Code ด้านล่าง โดยมีค่าสมัคร 3,500 บาท ซึ่งค่าสมัครจะถูกนำไปสมทบทุนร่วมบริจาคการกุศลต่อไป

 

การแข่งขันรอบ Honda LPGA Thailand 2024 National Qualifiers จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 6 ถือเป็นโอกาสสำคัญของนักกอล์ฟไทยในการได้เข้าร่วมเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในระดับนานาชาติ โดยจะให้สิทธิ์เฉพาะนักกอล์ฟอาชีพและนักกอล์ฟสมัครเล่นสัญชาติไทย ที่มีแต้มต่อซึ่งรับรองโดยสมาคมที่ 2.0 หรือน้อยกว่า การแข่งขันจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-11 มกราคม 2567 ณ สยามคันทรีคลับ โรลลิ่งฮิลส์ พัทยา จ.ชลบุรี แข่งแบบสโตรกเพลย์ 36 หลุม และหลังจบ 18 หลุมจะมีการตัดตัวเพื่อแข่งในรอบสุดท้าย โดยผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวจะได้รับสิทธิ์ร่วมแข่งขันในรายการ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024 เพื่อชิงเงินรางวัล 1.7 ล้านดอลลาร์ฯ (ราว 62 ล้านบาท) ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี ในวันที่ 22-25 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่ง พราว-ชเนตตี วรรณแสน ที่เพิ่งคว้าแชมป์แรกในฐานะรุกกี้แอลพีจีเอทัวร์ 2023 เธอก็เคยได้แชมป์ Honda LPGA Thailand National Qualifiers มาแล้วถึง 2 ครั้งติดต่อกัน ในปี 2021 และ 2022 และการแข่งขันปีล่าสุดในปี 2023 ซิม– ณัฐกฤตา วงศ์ทวีลาภ นักกอล์ฟหน้าใหม่ของแอลพีจีเอทัวร์ ก็สามารถคว้าตำแหน่งผู้ชนะได้สำเร็จ

การแข่งขันกอล์ฟสตรีรายการ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 17 ถือเป็นเวทีแห่งความสำเร็จทั้งกีฬากอล์ฟสตรีและการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของประเทศ นับตั้งแต่เริ่มการแข่งขันเมื่อปี 2006 รายการนี้ได้มีส่วนช่วยเป็นใบเบิกทางให้นักกอล์ฟไทยก้าวสู่เวทีโลกมาแล้วมากมาย และยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจแก่นักกอล์ฟรุ่นใหม่ได้เข้าสู่วงการกอล์ฟอย่างต่อเนื่อง โดยในศึก ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024 จะเป็นอีกปีที่แฟนกอล์ฟชาวไทยรอคอย หลังจากในรอบปีที่ผ่านมา นักกอล์ฟหญิงไทยสร้างผลงานได้อย่างโดนเด่น

 

การแข่งขันรายการ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024 เปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมแล้วทางเว็บไซต์ www.hondalpgathailand.com โดยสามารถติดตามข่าวสารได้ที่เว็บไซต์ของงาน รวมถึงทางโซเชียลมีเดีย เฟซบุ๊ก www.facebook.com/lpgaThailand และอินสตาแกรม https://www.instagram.com/hondalpgathailand

“เมอร์เซเดส-เบนซ์” เผยคอนเซ็ปต์ “FUTURE FOR ALL” มอบความเหนือระดับผ่านบูธที่ “ลดระดับ”แบบ Universal Design สะท้อนถึงความเท่าเทียมเพื่อทุกคนที่มางาน Motor Expo 2023

0
เมอร์เซเดส-เบนซ์ 1

มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 หรือ “Motor Expo 2023” หนึ่งในงานแสดงยนตรกรรมประจำปีสุดยิ่งใหญ่ที่จัดขึ้นเป็นประจำในช่วงปลายปีเพื่อให้คนรักรถทุกคนได้มาสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษและจับจองเป็นเจ้าของรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ในปีนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ กลับมาอีกครั้งภายใต้คอนเซ็ปต์ “FUTURE FOR ALL” ย้ำจุดยืนของแบรนด์ที่ให้ความสำคัญในเรื่องความหลากหลาย (Diversity) ความเท่าเทียม (Equity) และการเคารพถึงความแตกต่าง (Inclusion) พร้อมปรับเปลี่ยนดีไซน์บูธใหม่ที่ยังมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับเช่นเคย เปลี่ยนแปลงแค่การ “ลดระดับ” พื้นต่างระดับในทุกมุมของบูธ ยึดหลักการออกแบบอย่างเท่าเทียม หรือ Universal Design พร้อมเปิดรับให้ทุกคนเข้าถึงบูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้อย่างสะดวกสบาย

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 2

เมอร์เซเดส-เบนซ์ หยิบยกอินไซด์ที่ได้จากการสัมภาษณ์กลุ่มคนหลากหลายที่ต่างก็เป็นผู้ขับขี่รถยนต์บนท้องถนน และเป็นกลุ่มผู้เข้าชมงาน Motor Expo ในปีก่อน ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ใช้วีลแชร์ คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเล็กและมีรถเข็นเด็ก โดยพบว่าหนึ่งในปัญหาที่พวกเขาต้องพบเจอคือ “พื้นต่างระดับ” ซึ่งเป็นอุปสรรคทำให้ไม่สามารถชมยนตรกรรมและสัมผัสเทคโนโลยีต่าง ๆ ภายใน บูธได้ทุกมุมเท่าที่ควร เมอร์เซเดส-เบนซ์ จึงตัดสินใจออกแบบบูธใหม่เพื่อสร้างความเท่าเทียมแก่ทุกคนด้วยหลักการออกแบบ Universal Design ที่มุ่งเน้นการสร้างพื้นที่ให้ผู้เยี่ยมชมทุกคนสามารถเข้าถึงได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงข้อจำกัด โดยปรับเปลี่ยนพื้นที่ทั้งบูธให้เป็นพื้นราบและมีทางเดินที่กว้างขวางมากพอ เพื่อความสะดวกสบายและปลอดภัยในการสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษภายในบูธร่วมกัน

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 3

นอกจากการปรับเปลี่ยนบูธให้เป็นพื้นราบแล้ว ทุกคนยังสามารถเข้ามาร่วมสัมผัสยนตรกรรมแห่งโลกอนาคตจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่มาพร้อมไฮไลท์กว่า 4 รุ่น ซึ่งมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น “GLC 220 d 4MATIC Avantgarde” หนึ่งในเอสยูวีดีไซน์สปอร์ตขนาดกลางที่ได้รับความนิยมสูงสุด มาในรูปแบบเครื่องยนต์ดีเซลและห้องโดยสารที่กว้างขวางขึ้น “EQE 350 4MATIC SUV Electric Art” รถยนต์ที่ผสานความสปอร์ตและความยั่งยืนแห่งโลกอนาคตอย่างลงตัว เหมาะกับการขับขี่ทั้งในรูปแบบ On Road และ Off Road “C 220 d AMG Line” รถยนต์ซีดานดีไซน์โฉบเฉี่ยวที่ได้รับความนิยมตลอดกาล โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยขั้นสูงสุด และ “GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic” ตัวแทนด้านขุมพลังแห่งสมรรถนะและความสะดวกสบายอันเหนือระดับ รวมถึงรถยนต์อีกกว่า 15 รุ่น พร้อมรับข้อเสนอพิเศษมากมายได้ที่งาน Motor Expo 2023 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี วันที่ 1-11 ธันวาคม 2566 นี้

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 5

สามารถรับข้อเสนอพิเศษเดียวกับ Motor Expo ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศได้แล้ววันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2566 นี้ และสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ รถยนต์รุ่นต่าง ๆ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือที่ศูนย์บริการ เมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทุกสาขาทั่วประเทศ หรือติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

 

อาวดี้ถล่ม 3 ดีลส่งท้ายปี ข้อเสนอเดียวกับ Motor Expo ออกรถไม่ต้องดาวน์ ผ่อนไม่มีดอกเบี้ย หรือเลือกรับ ดอกเบี้ย 0% 6 ปี หรือทางเลือกสุดพิเศษ ฟรีประกันชั้นหนึ่ง 5 ปี

0
อาวดี้ ประเทศไทย ภาพเปิด

อาวดี้ ประเทศไทย ส่ง 3 ดีลส่งท้ายปี ออกรถอาวดี้ทุกรุ่นรับข้อเสนอเดียวกับ Motor Expo เริ่มแล้วที่โชว์รูมอาวดี้ทั่วประเทศ ไม่ต้องมีเงินดาวน์ ไม่มีดอกเบี้ยก็เป็นเจ้าของอาวดี้ได้ หรือเลือกรับดอกเบี้ย 0% สูงสุด 6 ปี หรือทางเลือกสุดพิเศษ ฟรีประกันชั้นหนึ่ง นาน 5 ปี เฉพาะลูกค้าที่จองและออกรถภายใน 30 ธันวาคมนี้ ที่โชว์รูมอาวดี้ทั่วประเทศ

นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด หรือ อาวดี้ ประเทศไทยกล่าว “ตลอดทั้งปีที่ผ่านมา อาวดี้ ประเทศไทย ได้นำรถรุ่นใหม่เข้ามาเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าครอบคลุมหลากหลายเซกเมนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า 100% ที่กำลังอยู่ในกระแส และได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบ SUV ของ Audi อย่าง Q8 e-tron เราเปิดตัวรถรุ่นพิเศษ Limited Edition อย่างต่อเนื่องเอาใจกลุ่ม Collector ไม่ว่าจะเป็น TT RS Heritage ที่มีเพียง 25 คัน สปอร์ตไอคอนรุ่นยอดฮิตอย่าง TT Coupe / TT Roadster Icon Black รวมไปถึงรถในกลุ่ม High performance อย่าง RS 4 และ RS 5 Competition และ RS Q3 Edition 10 และล่าสุด A7 / A8 Plug-in Hybrid เข้าสู่โค้งสุดท้ายของปี อาวดี้ ประเทศไทย เตรียมดีลพิเศษถึง 3 ทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นออกรถอาวดี้ไม่ต้องดาวน์ ผ่อนไม่มีดอกเบี้ย หรือเลือกรับ ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 6 ปี หรือทางเลือกสุดพิเศษ ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง นานถึง 5 ปี พร้อมยกขบวนกองทัพรถอาวดี้ครบทุกเซกเมนต์เข้าร่วมงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” หรือ Thailand International Motor Expo ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม 2566”

อาวดี้ ประเทศไทย 1

ข้อเสนอสุดพิเศษ Audi Motor Expo Campaign
1.ออกรถอาวดี้ ดาวน์ 0 บาท และดอกเบี้ย 0% เอาราคารถหาร 48 เดือน ก็ออกรถได้เลย เพียงสมัครสินเชื่อรถยนต์ใหม่ทีทีบีไดรฟ์ที่โชว์รูมอาวดี้ทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้ และออกรถภายใน 30 ธันวาคม 2566 เท่านั้น รุ่นรถที่ร่วมรายการ
•รถ Plug-in hybrid Q7 / Q5 TFSI e ทุกรุ่นย่อย
•ไอคอนโมเดล TT Coupe Final Icon Black และรุ่นยอดฮิตอย่าง A4 Sedan มาพร้อมกับ A4 Avant, A5 Sportback 40 TFSI S line และ Q3 ทุกรุ่นย่อย
2.หรือเลือกรับดอกเบี้ย 0% สูงสุด 6 ปี ผ่อนเริ่มต้นเพียง 27,000 บาท/เดือน ก็เป็นเจ้าของอาวดี้ได้ (A5 Sportback 40 TFSI S line)
3.หรือทางเลือกสุดพิเศษ ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 5 ปี

Audi เป็นรถยนต์นำเข้า ประกอบนอกทั้งคัน คุณภาพมาตรฐานเยอรมันทุกรุ่น ลูกค้าที่ออกรถอาวดี้ทุกรุ่นได้รับการดูแลจาก Audi Protection การรับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน รถไฟฟ้า e-tron และรถ Plug-in Hybrid TFSI e Audi ใหม่ทุุกรุ่น รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี ลูกค้าที่สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Facebook / Instagram: Audi Thailand / www.audi.co.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่โชว์รูมทุกสาขา

 

กลุ่มบริษัทเรเว่ ยกระดับขับเคลื่อนเครือข่ายธุรกิจ สู่ NEV Nation ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

0
เรเว่ ภาพเปิด

กลุ่มบริษัท เรเว่ ยกระดับขับเคลื่อนองค์กร พร้อมสร้างขุมพลังเครือข่ายธุรกิจใหม่ เริ่มตั้งแต่ RÊVER Automotive, RÊVER Commercial Vehicles , RÊVER Bus and Truck, RÊVER Leasing พุ่งเป้านำประเทศไทย สู่ NEV Nation พร้อมประกาศวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ “NEW FUTURE, YOUR WAY” เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศ สู่ NEV Nation ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมกับแนวคิดและความมุ่งมั่นที่จะสร้างอนาคตที่ยั่งยืนของประเทศไทย

เรเว่ 1

จากความสำเร็จในการบุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลด้วยยอดขายสูงสุดในปีนี้ ทำให้กลุ่มบริษัทเรเว่ พร้อมแล้วที่จะเป็นผู้นำตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และมุ่งมั่นส่งมอบพลังงานรูปแบบใหม่สำหรับทุกคนด้วยการสร้าง EV INFRASTRUCTURE ที่ยั่งยืน เพื่อช่วยสนับสนุนและรองรับระบบนิเวศของนวัตกรรม EV ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ด้วยองค์ประกอบสำคัญ คือ ผลิตภัณฑ์และความล้ำหน้าของเทคโนโลยี ที่ในวันนี้ไม่จำกัดเพียงแค่รถยนต์โดยสารส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ยังขยายสู่การตอบโจทย์ความต้องการในด้านธุรกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ขนาดใหญ่อีกด้วย เพื่อสร้างการเติบโตแห่งอนาคตสำหรับทุกภาคธุรกิจ อีกทั้งบริการที่พร้อมสนับสนุนทุกความเป็นไปได้ ทั้งด้านการเงินและสินเชื่ออย่างครบวงจร

 

คุณประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทเรเว่ กล่าวว่า “ณ วันนี้ กลุ่มบริษัทเรเว่ทำให้คนไทยและวงการยานยนต์ของไทยพบกับมิติใหม่ๆ ที่ไม่เคยได้เห็น เรานำอนาคตที่เคยคิดว่าอยู่อีกไกลมาไว้ตรงหน้าท่าน เรานำพลังงานใหม่ที่สะอาดและยั่งยืน มาขับเคลื่อนสังคมไทยให้ดีขึ้น ปลอดภัยขึ้น ด้วยมาตรฐานระดับโลก ส่งผ่านความหลากหลายในธุรกิจของเราที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ของทุกชีวิต กลุ่มบริษัทเรเว่จะสร้าง EV INFRASTRUCTURE ที่เข้มแข็ง เป็นแรงบันดาลใจใหม่ๆ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น เพื่อสร้างอนาคตที่ทุกคนกำหนดด้วยตัวเอง และปรับเปลี่ยนให้ตรงใจได้ในแบบที่ทุกคนอยากให้เป็น ด้วยวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ “NEW FUTURE, YOUR WAY” จะช่วยผลักดัน NEV Nation ในด้านนวัตกรรมพลังงานใหม่ โดยผลิตภัณฑ์ยานยนต์ทุกรุ่นภายใต้แบรนด์ BYD จะเปิดตัวครอบคลุมทุกเซกเมนต์ในตลาดไทย เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการ EV และ NEV Ecosystem ด้วยนวัตกรรมด้านความปลอดภัยทั้งตัวยานยนต์ และเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำของแบตเตอรี่รถยนต์ อันเป็นหัวใจสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้า”

เรเว่ 3

สำหรับด้านการขายและบริการหลังการขาย จะพุ่งเป้าในการให้ความสำคัญกับช่องทางบริการทั้ง Online และ Onsite อย่างทั่วถึง เพื่อสร้างประสบการณ์ Online-and-Offline Experience จากการบริการที่เหนือระดับ ดังนั้น กลุ่มบริษัทเรเว่ จึงมีความตั้งใจอย่างยิ่ง ที่จะเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยแนวคิดเชิงบวก สร้างบริษัทที่เต็มไปด้วยพลังบวกในการทำงาน เปี่ยมด้วยพลังในการสร้างสรรค์ สร้างนวัตกรรมทางเทคโนโลยี เพื่อให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้น และดียิ่งขึ้นในทุกๆ วัน สร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ พร้อมเสาะแสวงหานวัตกรรมทางสุนทรียภาพ ไม่จำกัดตนเองอยู่แต่ในกรอบ ขณะเดียวกันก็พร้อมให้เกียรติต่อผู้คน วัฒนธรรม และสังคมอีกด้วย

เรเว่ 4
กลุ่มบริษัทเรเว่ จะสร้าง EV Ecosystem ที่เข้มแข็ง เป็นแรงบันดาลใจใหม่ๆ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น เพื่อสร้างอนาคตที่ทุกคนกำหนดด้วยตัวเองได้ และปรับเปลี่ยนให้ตรงใจได้ในแบบที่ทุกคนอยากให้เป็นด้วยแนวคิด “NEW FUTURE, YOUR WAY” ซึ่งประกอบไปด้วย

RÊVER AUTOMOTIVE ที่จะนำนวัตกรรมรถยนต์ไฟฟ้าอันทันสมัย ขับเคลื่อนทุกชีวิตไปข้างหน้าด้วยพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้แบรนด์ BYD ซึ่งจะเปิดตัวครอบคลุมทุกเซกเมนต์ในตลาดประเทศไทย เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการรถยนต์ไฟฟ้า EV และ NEV Ecosystem ด้วยนวัตกรรมด้านความปลอดภัยทั้งตัวรถยนต์และเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำด้วย BLADE BATTERY ของ BYD ที่มีประสิทธิภาพสูงและทนทาน อายุการใช้งานที่ยาวนาน สร้างมาตรฐานใหม่ในวงการรถยนต์ไฟฟ้า แบบก้าวกระโดด พร้อมนวัตกรรมเทคโนโลยี E-PLATFORM 3.0 ที่ออกแบบมาเพื่อรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะช่วยสร้างประสบการณ์ขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น บนมาตรฐานความปลอดภัยที่ทุกคนวางใจได้ สะดวกสบายตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในการขับขี่ เพื่อพาทุกชีวิตสู่อนาคตรูปแบบใหม่อย่างมีสไตล์ที่เป็นตัวของตัวเอง

เรเว่ 6

RÊVER COMMERCIAL VEHICLES ถูกออกแบบและพัฒนาขึ้นเพื่อเปิดโอกาสสู่อนาคตใหม่ๆ ทางธุรกิจ ตอบทุกความฝัน ด้วยนวัตกรรมยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ ที่ตอบโจทย์ทุกรูปแบบธุรกิจแห่งอนาคต พิสูจน์แล้วถึงประสิทธิภาพที่คุ้มค่า ปลอดภัยกว่า และเป็นมิตรต่อโลกของเรา พร้อมสนับสนุนและพาทุกธุรกิจเดินไปข้างหน้า ทะยานสู่ความสำเร็จใหม่ๆ เป็นจริงได้กับทุกความฝัน แบบที่ทุกคนอยากเป็น มีทีมงานที่พร้อมดูแลลูกค้าทุกรายอย่างทั่วถึง ด้วยทีม AFTERSALE SUPPORTS ที่เชี่ยวชาญ ว่องไว และมากด้วยประสบการณ์ อีกทั้งมีอะไหล่ที่ครบครัน พร้อมให้บริการตลอดเวลา

RÊVER BUS AND TRUCK (ผู้นำเข้าแชสซีและประกอบรถบัสและรถบรรทุก) พร้อมแล้วที่จะนำท่านและสังคมไทยสู่อนาคตทางการขนส่งรูปแบบใหม่ ที่คุ้มค่า ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กับการขับเคลื่อนการขนส่งด้วยพลังงานใหม่จาก BYD ที่มีทั้งรถบัสและรถบรรทุกพลังงานไฟฟ้า

เรเว่ 8

 

คุณประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทเรเว่ กล่าวว่า “กลุ่มบริษัท เรเว่ พร้อมแล้วที่จะขยายอาณาจักรต่อยอดธุรกิจจากรถยนต์นั่งส่วนบุคคลจาก BYD แบรนด์พลังงานใหม่อันดับต้นๆ ของโลก มุ่งสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ ภายใต้การดำเนินการของ RÊVER BUS AND TRUCK เพื่อสร้างโซลูชั่นแห่งการขนส่งและโลจิสติกส์ด้วยพลังงานใหม่ กับการขับเคลื่อนทุกเส้นทางด้วยนวัตกรรมยานพาหนะแห่งอนาคตจาก BYD ที่พัฒนาการจาก DNA ของการเป็นรถไฟฟ้า มาสู่การสร้างรถ บรรทุกแบบ eTruck และรถขนส่งแบบ eVan ที่จะนำพาธุรกิจไปสู่โลกใหม่ที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได ออกไซด์ เพื่อโลกที่สะอาดและน่าอยู่มากยิ่งขึ้น ด้วยรถบรรทุกพลังงานไฟฟ้ารถโดยสารพลังงานไฟฟ้า ที่เกิดขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนโลกใบนี้ให้ดียิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ทันสมัยที่สุด ปลอดภัยที่สุด และคุ้มค่าที่สุดในทุกเส้นทาง”

 

ขุมพลังจาก BYD IRON-PHOSPHATE BATTERY แบตเตอรี่เอกสิทธิ์เฉพาะของ BYD ที่มีประสิทธิภาพสูง แข็งแกร่ง ทนทาน และปลอดภัยในทุกเส้นทาง เปิดโอกาสสู่อนาคตและโอกาสใหม่ๆ ของวงการอุตสาหกรรมในแบบที่คุณต้องการ ด้วย “รถหัวลากไฟฟ้า Q1R” ที่สามารถวิ่งได้ไกลถึง 200 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มแต่ละครั้ง รองรับน้ำหนักของสินค้าได้กว่า 40,000 กิโลกรัม และยังมี “รถบัสไฟฟ้า- eBUS” ยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับการขนส่งมวลชน วิ่งได้ไกลถึง 250 กิโลเมตรต่อการชาร์จ ผลงานจากการใช้งานจริงของรถบัสไฟฟ้ากว่า 74,000 คันที่ส่งมอบไปแล้วทั่วโลก บทพิสูจน์ถึงการเป็นเจ้าแห่งรถโดยสารพลังงานไฟฟ้าอันดับต้นของโลก

เรเว่ 7

RÊVER LEASING จะเปิดตัวเพื่อสร้างอนาคตให้ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการที่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ตอบโจทย์ภารกิจทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเข้ามาผสมผสาน แต่ยังคงคำนึงถึง และให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล รวมถึงมุ่งเน้นการให้บริการสู่มาตรฐานสากล ในรูปแบบของผลิตภัณฑ์สินเชื่อรถยนต์ ประกอบด้วย สินเชื่อเพื่อผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ (Floorplan) สินเชื่อรถยนต์ใหม่ (Hire Purchase – New Car) สินเชื่อลูกค้ารายใหญ่ และสินเชื่อเพื่อบริษัทหรือองค์กร (Fleet & Financial Lease) สินเชื่อรถยนต์ใช้แล้ว (Hire Purchase – Used Car) สินเชื่อเปลี่ยนรถยนต์เป็นเงินสดพร้อมใช้ (Hire Purchase – Refinance) และสินเชื่อเล่มทะเบียนรถ (Loan – Refinance) เพื่อช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของกลุ่มบริษัทเรเว่ ได้ง่ายและคล่องตัวขึ้นสำหรับความเคลื่อนไหวที่ต้องจับตาในปี 2024 นี้ กลุ่มบริษัทเรเว่ จะรุกสู่ธุรกิจการเงินเพื่อการเช่าซื้อรถยนต์

ส่งท้ายปลายปีกับแคมเปญใหญ่ 19,999 Celebration RÊVER แจกโชคใหญ่ ให้แทนคำขอบคุณ ดีลโดนใจ สำหรับลูกค้าใหม่ BYD DOLPHIN และ BYD ATTO 3 (สำหรับผู้ซื้อและรับรถตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2566 – 31 ธันวาคม 2566 นี้เท่านั้น) รับสิทธิ์เพิ่มสุดคุ้มจากโปรแกรม RÊVER Care ประกันภัยชั้น 1 นาน 2 ปี , Home Charger (สำหรับผู้ที่ซื้อ ATTO 3 จะได้รับยี่ห้อ AUTEL), บริการติดตั้ง Home Charger และค่าบำรุงรักษา ค่าแรง ค่าอะไหล่ 8 ปี หรือ 160,000 กม.

เรเว่ 9

นอกจากนี้ ยังแทนคำขอบคุณสำหรับเจ้าของรถ BYD ทุกรุ่น (สำหรับผู้ซื้อและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 – 31 ธันวาคม 2566 นี้เท่านั้น) รับสิทธิ์ลุ้นรถ รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

เรเว่ 10

พิเศษ! รับเพิ่มเฉพาะลูกค้า BYD DOLPHIN ค่าบำรุงรักษา ค่าแรง ค่าอะไหล่ 8 ปี หรือ 160,000 กม. สำหรับผู้ที่ได้รับรถทุกคันในช่วง 7 กรกฎาคม 2566 – 31 ตุลาคม 2566

กลุ่มบริษัทเรเว่พร้อมแล้วที่จะเป็นแรงบันดาลใจใหม่ๆ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น เพื่อสร้างอนาคตที่ทุกคนกำหนดด้วยตัวเอง และปรับเปลี่ยนให้ตรงใจได้ในแบบที่ทุกคนต้องการให้เป็น ด้วยวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ “NEW FUTURE, YOUR WAY” ที่ทุกคนมีส่วนร่วมสร้างตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 

MOTOR EXPO APPLICATION ไม่พลาดทุกไฮไลท์ ก่อนไปสัมผัสของจริง

0
มหกรรมยานยนต์ ภาพเปิด

ชมงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” ผ่าน MOTOR EXPO APPLICATION พบรีวิวยานยนต์ทุกประเภท ข้อมูลการเปรียบเทียบ โปรโมชั่นเด็ดค่ายดัง AR SCANNER ค้นหารถ 360° แถมลุ้นรับฟรี รถจักรยานยนต์ ALPHA VOLANTIS รุ่น HORIZON300 มูลค่า 129,900 บาท

MOTOR EXPO 3

“MOTOR EXPO” APP อัดแน่นข้อมูลของงาน “MOTOR EXPO 2023” ผู้ใช้สามารถชมรีวิวรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ทุกแบรนด์ภายในงานเสมือนได้สัมผัสของจริง จาก Influencer พร้อมรายละเอียดของงาน อาทิ โปรโมชั่น, บริการรถรับส่งชมงานฟรี, รายงานสภาพจราจร พร้อมแผนผังที่จอดรถ ฯลฯ

MOTOR EXPO 1

นอกจากนี้ยังมี BUYER’S GUIDE ช่วยเลือกซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เปรียบเทียบคันต่อคัน พร้อมคำนวณสินเชื่อ
AR SCANNER ค้นหารถ 360° โดยสแกน ยี่ห้อ รุ่น เครื่องยนต์ ราคา ฯลฯ (รองรับรถยนต์จำนวน 100 คัน)

MOTOR EXPO 2

 

ดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ iOS และ Android พร้อมมีกิจกรรม “ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรางวัล” ชิงรถจักรยานยนต์ ALPHA VOLANTIS รุ่น HORIZON300 มูลค่า 129,900 บาท จำนวน 1 รางวัล ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 – 31 ธันวาคม 2566

พบกับงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี วันที่ 30 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม 2566 ติดตามข้อมูล MOTOR EXPO ได้ทาง motorexpo.co.th, FB : MotorExpo, IG : Motorexpoth, Youtube : IMCOnlineTH, Line : Motorexpo และ Twitter : MotorExpoTH

 

ฟอร์ด จัดอบรมเสริมทักษะขับขี่ปลอดภัยปีที่ 16 ขยายกลุ่มเป้าหมายสู่กลุ่มผู้ให้บริการสาธารณะ

0

ฟอร์ด ประเทศไทย จัดฝึกอบรมโครงการ ‘ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย’ หรือ Ford Driving Skills for Life (DSFL) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 โดยในปีนี้ฟอร์ดมุ่งให้ความสำคัญกับการเพิ่มความปลอดภัยให้กับกลุ่มผู้ให้บริการสาธารณะต่างๆ ทั้งเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงองค์กรเพื่อสังคมตลอดปี โดยในวันนี้นับเป็นครั้งแรกที่ฟอร์ดได้นำรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ ที่ดัดแปลงเป็นรถจัดส่งสินค้ามาใช้ฝึกอบรมในสนาม ให้แก่เจ้าหน้าที่ขับรถรับ-ส่งอาหารของมูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ หรือ SOS เพื่อส่งเสริมทักษะการขับขี่ที่จำเป็นทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุบนท้องถนนขณะเดินทางปฏิบัติงาน โดยมีเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิ SOS เข้าอบรมร่วมกับสื่อมวลชนและบุคคลทั่วไปที่สนใจกว่า 40 คน ณ สนามมอเตอร์สปอร์ต ปาร์ค สุวรรณภูมิ

“การขับขี่ปลอดภัยเป็นทักษะจำเป็นซึ่งต้องอาศัยการฝึกฝน ฟอร์ดจึงได้จัดอบรมโครงการ ‘ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมในโครงการนี้กับฟอร์ดแล้วมากกว่า 14,700 คน ปีนี้ฟอร์ดได้ขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังกลุ่มผู้ให้บริการสาธารณะ เพื่อเพิ่มทักษะขับขี่ปลอดภัยให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ต้องออกไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ต่างๆ โดยวันนี้ฟอร์ดได้จัดอบรมให้กับเจ้าหน้าที่ขับรถรับ-ส่งอาหารของมูลนิธิ SOS ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรและเป็นหนึ่งในพันธมิตรของศูนย์ FREC กรุงเทพฯ ที่ทำงานด้านการเปลี่ยนอาหารส่วนเกินจำนวนมหาศาลในแต่ละวันให้เป็นอาหารที่มีมูลค่าเพื่อนำไปส่งต่อให้ผู้ที่ต้องการ ผ่านเนื้อหาการอบรมที่สอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริงของเจ้าหน้าที่ โดยได้นำฟอร์ด เรนเจอร์ ที่ดัดแปลงเป็นรถขนส่งสินค้าบรรทุกน้ำหนักตามการใช้งานจริงมาเป็นพาหนะในการฝึกทักษะการขับขี่อย่างปลอดภัย” นางสาวกมลชนก ประเสริฐสม ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย และตลาดอาเซียน กล่าว

รถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ ที่ดัดแปลงเป็นรถจัดส่งสินค้า ที่นำมาใช้เป็นพาหนะในการอบรมครั้งนี้ เป็นรถที่ได้รับการดัดแปลงภายใต้โปรแกรม QVM (Qualified Vehicle Modifier) ตามมาตรฐานการดัดแปลงรถยนต์ระดับโลกของฟอร์ด โดยใช้ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นสแตนดาร์ดแค็บ ประกอบด้วย รถตู้แห้งขนของแบบครึ่งท่อน (Half Cargo Box) ใช้แผ่นไฟเบอร์ชนิดพิเศษนำเข้าจากประเทศเยอรมนี มีคุณสมบัติเด่นด้านความแข็งแรง ทนต่อแรงกระแทกได้ดี ไม่บุบหรือทะลุเป็นรูได้ง่าย น้ำหนักเบา กันความร้อนได้ดีกว่าหลังคารถส่งของแบบเดิม และรถตู้เย็น รุ่น Super Cool Chill ผนังตู้ทำจากวัสดุ Food grade ระบบทำความเย็นใช้ระบบคอมเพรสเซอร์ที่ติดตั้งง่าย ไม่ต้องดัดแปลงห้องเครื่องยนต์ ทำงานด้วยกระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ลูกเสริม ไม่ขึ้นกับรอบเครื่องยนต์ จึงให้อุณหภูมิเย็นเร็วและคงที่ ทำอุณหภูมิได้ต่ำสุด 0 องศา และทำความเย็นได้นานสูงสุดถึง 120 นาทีหลังดับเครื่องยนต์ เหมาะสำหรับการขนส่ง ผัก ผลไม้ อาหาร และเวชภัณฑ์

นอกจากนี้ ฟอร์ดยังได้นำรถฟอร์ด เรนเจอร์ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ และฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ซึ่งโดดเด่นด้วยสมรรถนะและและเทคโนโลยีความปลอดภัยมาใช้เป็นพาหนะในการอบรม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เข้าใจความแตกต่างระหว่างรถที่บรรทุกของน้ำหนักมาก และรถยนต์ที่ใช้ขับขี่ทั่วไปในแง่ทัศนวิสัย ระยะการเบรก ควบคู่ไปกับการเรียนรู้เทคนิคการควบคุมรถขณะเกิดเหตุฉุกเฉิน การใช้ความเร็วที่เหมาะสม รวมถึงการตรวจเช็กสภาพรถก่อนออกเดินทาง เพื่อช่วยลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุ พร้อมกันนี้ ฟอร์ดยังได้นำชุดจำลองสภาวะมึนเมาและการตั้งครรภ์ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้ตระหนักถึงข้อจำกัดและข้อควรระวังในการขับขี่หากขาดสมาธิหรือร่างกายไม่พร้อม

โครงการ ‘ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย’ หรือ Ford Driving Skills For Life (DSFL) เป็นโครงการเพื่อสังคมของฟอร์ด ทั่วโลก สำหรับประเทศไทย ฟอร์ดได้จัดโครงการนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 โดยได้ส่งมอบการอบรมให้แก่ผู้สนใจ ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน องค์กรเพื่อสังคม และประชาชนทั่วไป โดยผู้เข้าอบรมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ในปีนี้ฟอร์ดได้ฝึกอบรมให้แก่ กลุ่มพนักงานขับรถโรงเรียน เจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และประชาชนทั่วไปทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ผู้ที่สนใจเข้าร่วมการอบรม สามารถติดตามข่าวสารของโครงการได้ทางเฟซบุ๊ค ฟอร์ด

วิริยะประกันภัย ร่วมรณรงค์ลดอุบัติเหตุ มอบเครื่องวัดแอลกอฮอล์ให้ตำรวจภูธร ภาค 8

0

พล.ต.ท.เผ่าไทย ทองธิว กรรมการและที่ปรึกษา บริษัท วิริยะประกัน จำกัด (มหาชน) มอบเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ ให้แก่ พล.ต.ต.ณฐกรญ์  กาญจนาภรณ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพังงา เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดพังงาในการป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนนอันเนื่องจากการขับขี่ยานพาหนะขณะมึนเมา ณ ตำรวจภูธรจังหวัดพังงา ถ.บริรักษ์บำรุง ต.ท้ายช้าง อ.เมือง จ.พังงา

นอกจากนี้ ยังได้ลงพื้นที่มอบเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ให้แก่ตำรวจภูธรอีก 2 แห่ง ได้แก่ ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ ทั้งนี้บริษัทฯ มุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งในการเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเหลือสังคมและส่งเสริมการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในการลดอัตราการบาดเจ็บและสูญเสียชีวิตให้น้อยลง