Home Blog Page 182

มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป ชูแคมเปญ ‘NON-STOP OFFERS’ จัดหนักข้อเสนอแรงไม่มีหยุด ทั้งฟรีดาวน์ ดอกเบี้ย 0%

0

บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างเป็นทางการ ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) จัดหนักโค้งสุดท้ายก่อนถึงปลายปี กับข้อเสนอดีๆ ภายใต้แคมเปญ ‘NON-STOP OFFERS’ ทั้งฟรีดาวน์ ดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง ครบครันทุกเซกเมนท์ ทั้ง บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด โดยมาพร้อมหลากหลายกิจกรรมพิเศษ ให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วม ตลอดเดือนพฤศจิกายนนี้ ที่โชว์รูม มิลเลนเนียม ออโต้ ทุกสาขา

สมปราชญ์ โบสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จัดกิจกรรมพิเศษก่อนถึงช่วงท้ายปี หยิบยื่นความคุ้มค่าสูงสุด แทนคำขอบคุณลูกค้า ที่ได้มอบความไว้วางใจให้เราดูแล กับแคมเปญ ‘NON-STOP OFFERS’ กับหลากหลายข้อเสนอพิเศษที่ต้องบอกว่าเกินคุ้ม นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมสนุกๆ และน่าสนใจอีกมากมาย ที่เราจัดขึ้นเพื่อความสุขของลูกค้า มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป โดยเฉพาะ”

++ ร่วมฉลองครบ 5 ปี ไอคอนสยาม พบกับ The New BMW i5 พร้อมรับแคมเปญ ‘MIRACLE 5’

มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป ร่วมฉลองครบรอบ 5 ปี ศูนย์การค้าไอคอนสยาม อีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญของกรุงเทพฯ กับแคมเปญ MIRACLE 5 ที่มอบหลากหลายสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู i5 และรุ่นอื่นๆ ภายในงาน

BMW

– ดาวน์ 0%*

– ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 5 ปี*

– ฟรี iPhone 15 มูลค่า 36,900 บาท (จำนวนจำกัด เฉพาะรุ่นที่กำหนด)*

– ฟรี หูฟังไร้สาย Bowers & Wilkins Px7 S2 มูลค่า 19,500 บาท*

– ฟรี Upgrade BSI Ultimate ทุกรุ่น มูลค่าสูงสุด 220,000 บาท*

– ฟรี Wall Box สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่น มูลค่าสูงสุด 60,000 บาท*

– ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นานสูงสุด 5 ปี มูลค่าสูงสุด 400,000 บาท*

– ฟรี บัตรรับประทานอาหารที่ Ms. Jigger, Kimpton Maa-Lai Bangkok มูลค่า 12,000 บาท*

MINI

– พิเศษ ออกรถเดือนนี้ รับ MGC Point X5 เท่า*

– ดาวน์ 0%*

– ดอกเบี้ย 0%*

– ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*

– ฟรี Wall Charge พร้อมติดตั้ง*

– รับฟรี กล้อง Go Pro Hero 10*

– ฟรี Upgrade MSI สูงสุด 10 ปี*

BMW Motorrad

– ดาวน์ 0%*

– ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*

– BMSI 5 ปี*

– ท่อ AKRAPOVIC*

– ส่วนลดเงินสด 50,000 บาท*

– Warranty 5 ปี*

– บริการช่วยเหลือรถฉุกเฉิน 5 ปี*

– ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 5 ปี*

 

++ สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก MGC-MOBILIFE รับเพิ่ม 2 ต่อ*

– ต่อที่ 1: รับคะแนน MGC Points x 5* นำคะแนนมารับรางวัล มูลค่า 35,000 บาท*

(เฉพาะ BMW และ MINI)

– ต่อที่ 2: สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับ เติมเต็มทุกสัมผัส ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ที่เป็นคุณ

Sense 1: รับสิทธิพิเศษจาก SF CINEMA*

Sense 2: รับส่วนลด 5% จาก Four Points by Sheraton Bangkok, Sukhumvit 15*

Sense 3: รับฟรี KARMAKAMET Aromatherapy Room Perfume Diffuser

มูลค่า 1,750 บาท*

Sense 4: รับ Voucher ส่วนลดสูงสุด 30% จาก B&O*

Sense 5: รับ Voucher ส่วนลดสูงสุด 1,500 บาท จาก CHEVALA WELLNESS*

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษ อาทิ ‘The True Sense of Excellence’ กับการทดลองขับ BMW XM 50e แบบเอ็กซ์คลูซีฟ และสัมผัสกับที่สุดของความหรูหรา อาทิ BMW X7 และ i7 ในวันที่ 16-19 พฤศจิกายนนี้ ที่โชว์รูม บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ พัฒนาการ-ศรีนครินทร์

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

สอบถามข้อมูล โทร.1286 Millennium Auto Connect

Line: https://bit.ly/2Z3ou46 (@millenniumauto)

https://www.millenniumauto.co.th

อีซูซุ ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษและสภาอุตสาหกรรมฯ จัดโครงการลดฝุ่น PM 2.5 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4

0

กลุ่มตรีเพชรโดย คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดโครงการ “ดูแลรถเก่า เพื่ออากาศสดใส” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เชิญชวนลูกค้านำรถอีซูซุที่มีอายุเกินกว่า 15 ปี เข้าศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุ เพื่อตรวจเช็กรถ และยังเป็นการตอบสนองนโยบายภาครัฐในการบรรเทาปัญหามลพิษทางอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัญหาส่วนหนึ่งมาจากภาคการขนส่งที่ใช้รถยนต์ที่มีอายุการใช้งานมาอย่างยาวนานและขาดการบำรุงรักษาตามมาตรฐาน ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2566 – 29 กุมภาพันธ์ 2567 โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • ฟรี! ตรวจเช็กสภาพ สำหรับ
  • รถปิกอัพและรถยนต์นั่งอเนกประสงค์อีซูซุ ครอบคลุม 30 รายการ (8 ระบบสำคัญ)
  • รถบรรทุกอีซูซุขนาด 2 ตันขึ้นไป ครอบคลุม 50 รายการ
  • ส่วนลดค่าแรงและค่าอะไหล่ สำหรับการเปลี่ยนชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยมลพิษ* สูงสุด 50 % ดังนี้
  • รถอีซูซุที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปี ขึ้นไป จะได้รับส่วนลด 50 %
  • รถอีซูซุที่มีอายุ 15-19 ปี จะได้รับส่วนลด 30%

*รายการค่าแรงและอะไหล่ที่เกี่ยวข้อง

  1. ไส้กรองอากาศ
  2. ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง
  3. ไส้กรองน้ำมันเครื่อง

ท่านเจ้าของรถอีซูซุที่สนใจสามารถเข้ารับบริการได้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2566 – 29 กุมภาพันธ์ 2567 สอบถามเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุทั่วประเทศ หรือ สายด่วนลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 0-2118-0777 และติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

“เอ็มจี” จัด พรีเมียม อีวี สองรุ่นเตรียมโชว์ที่ งาน Motor Expo ครั้งที่ 40 กับ โรดสเตอร์ MG CYBERSTER และ คูเป้เอสยูวีสุดหรู IM LS6

0
เอ็มจี ภาพเปิด

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เตรียมนำไฮไลท์เทคโนโลยีสุดล้ำระดับพรีเมียมมาโชว์ ทั้งอีวีโรดสเตอร์ MG CYBERSTER และ IM LS6 อีวีคูเป้ เอสยูวีสุดหรู มาให้คนไทยได้ชมอย่างใกล้ชิดในงาน Motor Expo ครั้งที่ 40 ณ บูธเอ็มจี หมายเลข A14 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

เอ็มจี 2

MG CYBERSTER โรดสเตอร์ อีวี จากรถต้นแบบเมื่อ ปี 2021 สู่รถผลิตจริงในปี 2023 ซึ่งครั้งนี้จะนำมาให้ยลโฉมเป็นครั้งแรกในอาเซียน โดยรถคันที่นำมาแสดงได้เปิดตัว ที่สหราชอาณาจักร ในงาน Goodwood Festival of Speed 2023 และงาน เฉิงตูมอเตอร์โชว์ ณ ประเทศจีน เมื่อช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ด้วยจุดเด่นของการเป็นรถโรดสเตอร์ไฟฟ้า (Electric Roadster) เปิดประทุน 2 ที่นั่งของตลาดอีวี โดดเด่นด้วยดีไซน์ประตูปีกนกแบบปุ่มสัมผัสเปิด-ปิด และหลังคาผ้าซอฟต์ท็อป มาพร้อมกระจังหน้าเรียวยาว เส้นด้านข้างของตัวรถมีความโค้งมนให้ความรู้สึกพลิ้วไหวแต่แฝงไว้ซึ่งความแข็งแกร่ง ภายในหรูหราด้วยวัสดุระดับพรีเมียมใช้ดีไซน์แบบโอบล้อม พร้อมพวงมาลัยทรงสปอร์ต เบาะนั่งแบบสปอร์ตรูปตัว Y เพื่อให้ได้บรรยากาศแบบรถสปอร์ต ผ้าหนังกลับสัมผัสละเอียดรวมถึงเทคโนโลยีการเย็บที่ประณีต เผยให้เห็นสไตล์ที่หรูหราในทุกตารางนิ้ว

เอ็มจี 1

และอีกหนึ่งรุ่นไฮไลท์ จาก แบรนด์ IM Motors ที่เป็นแบรนด์ภายใต้การร่วมทุน ของ SAIC Motor ร่วมมือกับ Alibaba และ Shanghai Zhangjiang Hi-Tech Park Development อย่าง IM LS6 รถคูเป้เอสยูวีที่มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบซิลิกอนคาร์ไบด์ ด้วยกำลังชาร์จสูงสุด 900 V โดยมีแรงดันไฟฟ้าขณะใช้งานสูงสุดที่ 875 V และเซลล์ในชุดแบตเตอรี่สามารถชาร์จได้สูงสุด 396 กิโลวัตต์ สามารถวิ่งได้ระยะทาง 200 กิโลเมตร หลังชาร์จไฟเพียง 5 นาที และหากชาร์จ 15 นาที สามารถทำระยะทางได้ไกลถึง 500 กิโลเมตร ด้วยสมรรถนะ รูปลักษณ์ และเทคโนโลยีอันโดดเด่น ทำให้ IM LS6 สามารถสร้างสถิติยอดจองล่วงหน้ากว่า 6,000 คัน ภายในระยะเวลาเพียง 8 ชั่วโมงเท่านั้น

เอ็มจี 4

เอ็มจี 3

สัมผัสและรับชมยนตรกรรมคุณภาพจากเอ็มจีได้ภายในงาน Thailand International Motor Expo 2023 ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน ถึง 11 ธันวาคม 2566 ณ บูธ MG หมายเลข A14 อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี และที่โชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานทั้ง 150 แห่งทั่วประเทศ

 

“CHANGAN ประเทศไทย” สร้างความตื่นเต้นให้ผู้ใช้ EV ชาวไทย ด้วยภาพการทดสอบรถยนต์ 2 รุ่นใหม่ เตรียมขนทัพร่วมงาน Motor Expo ปีนี้!

0
CHANGAN 3

CHANGAN ประเทศไทย จัดทดสอบสมรรถนะรถยนต์ ซึ่งครอบคลุมระยะทางกว่า 300 กิโลเมตรบนถนนประเทศไทย สำหรับยานยนต์สองรุ่นใหม่ล่าสุดที่จะถูกนำเข้ามาเปิดตัวอย่างเป็นทางการในอีกไม่ช้า โดยการทดสอบดังกล่าวถือเป็นอีกก้าวสำคัญ ภายใต้แผนการขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นส่วนหนึ่งในการเตรียมความพร้อม ในการนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์ให้ผู้ใช้งานและผู้ที่ชื่นชอบยนตรกรรมไฟฟ้าชาวไทยได้สัมผัสเป็นครั้งแรกในงาน Motor Expo ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 นี้

Changan Automobile เตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยในปี 2566 ท่ามกลางความคาดหวังของผู้ขับขี่ชาวไทยที่ต้องการได้สัมผัสนวัตกรรมจากแบรนด์รถยนต์ชั้นนำ โดยภาพจากการทดสอบสมรรถนะรถยนต์บนถนนเมืองไทยในครั้งนี้ เผยให้เห็นการออกแบบอันโดดเด่นของรถยนต์ทั้งสองรุ่น และเพิ่มความตื่นเต้นของผู้ใช้งานชาวไทยก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

CHANGAN 1

ตอกย้ำจุดแข็งในระดับสากลทั้ง 6 ประการของบริษัทฯ ซึ่งถือเป็นรากฐานของความสำเร็จอันยาวนานนับศตวรรษ ความมุ่งมั่นในด้านนวัตกรรมและความก้าวหน้าถูกแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านความสำเร็จอันโดดเด่นในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น การวิจัยและพัฒนา (R&D) การออกแบบภายในและภายนอกที่พิถีพิถัน การปรับปรุงห่วงโซ่อุปทานและกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ กลยุทธ์การขายและการตลาด ตลอดจนการนำเสนอผลิตภัณฑ์อันล้ำสมัยเข้าสู่ตลาดโลก ประวัติศาสตร์อันยาวนานของการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องนี้ เป็นปัจจัยที่ช่วยขับเคลื่อนให้ Changan Automobile กลายเป็นผู้บุกเบิกที่สำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ปัจจุบัน

การเปิดตัวถือเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับกลยุทธ์ ‘Vast Ocean’ ซึ่งเป็นแผนยุทธศาสตร์ด้านนวัตกรรมและความเป็นผู้ประกอบการ (Innovation and Entrepreneurship Plan) ริเริ่มขึ้นในปี 2560 ซึ่งแผนกลยุทธ์ดังกล่าว ได้ดำเนินการควบคู่ไปกับอีก 2 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ ‘Shangri-La’ ที่มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาภายในองค์กร ความสามารถในการผลิตแบตเตอรี่ ระบบขับเคลื่อนรถไฟฟ้า และการควบคุมระบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งกลยุทธิ์ ‘Dubhe Plan’ มุ่งเน้นไปที่การบูรณาการเทคโนโลยีอัจฉริยะ ความสามารถในการพัฒนาซอฟต์แวร์ และการสร้างพันธมิตร พร้อมทั้งเสริมสร้างความแข็งแกร่งในด้านทรัพยากรเพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนและสมบูรณ์ยิ่งขึ้นในอุตสาหกรรมอัจฉริยะ โดยวัตถุประสงค์หลักของกลยุทธ์ ‘Vast Ocean’ คือการส่งเสริมการขยายธุรกิจระหว่างประเทศ ยกระดับ Changan Automobile ให้เป็นแบรนด์ยานยนต์ระดับโลก การริเริ่มกลยุทธิ์ดังกล่าวยังแสดงถึงความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ของบริษัทฯ ในการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะและคาร์บอนต่ำ

CHANGAN 2

ด้วยชื่อเสียงด้านนวัตกรรมและความมุ่งมั่นในการขับขี่อย่างยั่งยืนของบริษัทฯ การเข้ามาของ Changan Automobile พร้อมเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย ตั้งเป้ามุ่งสู่อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากขึ้น เตรียมสัมผัสประสบการณ์ยานยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่จาก Changan Automobile ที่งาน Motor Expo ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 11 ธันวาคม 2566 นี้!

วิริยะประกันภัย ร่วมรณรงค์ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน มอบเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ให้ตำรวจภูธรภาค 5

0

พล.ต.ท.เผ่าไทย ทองธิว กรรมการและที่ปรึกษา บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) มอบเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ จำนวน 159 เครื่อง ให้แก่ พล.ต.ต.ดุลเดชา อาชวะสมิตระกูล รักษาราชการแทน รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 5 (ภาคเหนือ) 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดน่าน จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดลำปาง และจังหวัดลำพูน ในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอันเนื่องมาจากการขับขี่ยานพาหนะขณะมึนเมา และบริษัทฯ มุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งในการเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่ช่วยลดอัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตบนท้องถนนให้น้อยลง ณ ตำรวจภูธรภาค 5 ตำบลหนองหอย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

เปิดแล้ว ศูนย์บริการสถานีชาร์จไฟจากปอร์เช่ (Porsche Charging Lounge) แห่งแรก

0

ปอร์เช่ กำลังวางแผนที่จะจัดตั้งสถานีชาร์จไฟกำลังสูงของตนเองตามเส้นทางที่สำคัญในยุโรป พร้อมมอบประสบการณ์การชาร์จไฟระดับพรีเมียมที่แบรนด์ตั้งมาตรฐานไว้ สถานีพื้นที่นำร่อง Porsche Charging Lounge แห่งแรกเปิดให้บริการ ณ Bingen am Rhein ประเทศเยอรมนีแล้ววันนี้ เพียง 2 นาทีจากแยกมอเตอร์เวย์ A60/A61 จะมีศูนย์บริการสถานีชาร์จไฟกำลังสูง DC ขนาด 300 กิโลวัตต์ 6 จุดบริการ และจุดชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับขนาด 22 กิโลวัตต์อีก 4 จุด ในขณะเดียวกันนี้ ยังได้มีการวางแผนเพิ่มศูนย์บริการรับรองการชาร์จไฟของปอร์เช่ในประเทศเยอรมนี ออสเตรีย และสวิตเซอร์แลนด์อีกด้วย 

สถานีชาร์จไฟนี้ตั้งอยู่ใกล้กับเส้นทางที่พลุกพล่านและมีการจราจรที่หนาแน่น พร้อมเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน เป็นสถานีที่มีประสิทธิภาพสำหรับการชาร์จไฟกำลังสูง แวดล้อมด้วยบรรยากาศที่ผ่อนคลาย และสะดวกในการชำระเงิน Porsche Charging Lounges ใหม่นี้ได้รับการปรับให้เหมาะกับความต้องการของผู้ขับขี่รถยนต์ปอร์เช่ในการเดินทางไกล รถพลังงานไฟฟ้าและปลั๊ก-อิน ไฮบริดทุกรุ่นจากปอร์เช่สามารถใช้บริการเครื่องชาร์จอันทรงพลังที่ผลิตโดย Alpitronic ผู้เชี่ยวชาญด้านอิเล็กทรอนิกส์ของ South Tyrolean ปัจจุบันประสิทธิภาพของสถานีชาร์จไฟกำลังสูงอยู่ที่ 300 กิโลวัตต์ แต่ได้มีการเตรียมวางแผนเพื่ออัปเกรดให้มีความเร็วในการชาร์จที่สูงขึ้นภายในต้นปีหน้าเป็น 400 กิโลวัตต์ต่อจุดชาร์จ กระบวนการชาร์จไฟกำลังสูงนี้ใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่ผ่านการรับรอง

Oliver Blume ประธานกรรมการบริหารของปอร์เช่ เอจี (Porsche AG) กล่าวว่า “ปอร์เช่ได้มุ่งเป้ากำหนดเส้นทางแห่งอนาคตสู่เส้นทางรองรับรถพลังงานไฟฟ้า ภายในปี 2030 เราต้องการให้รถยนต์กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ที่เราส่งมอบเป็นรถพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด ด้วยจำนวนที่เพิ่มมากขึ้น เรามุ่งมั่นตั้งเป้าสำหรับรองรับการเติบโตที่สูงขึ้นด้วยเครือข่ายสถานีชาร์จไฟประสิทธิภาพสูงและ การเริ่มต้นของ Porsche Charging Lounges สุดพิเศษกำลังเป็นส่วนสำคัญในเรื่องนี้ ด้วยความล้ำสมัยของเครือข่าย IONITY เพื่อส่งเสริม สนับสนุนความยั่งยืนอย่างไรข้อจำกัด”

การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของสถานีชาร์จไฟกำลังสูงและเร็วนี้ อยู่ภายใต้เอกสิทธิ์ที่เน้นย้ำถึงลักษณะพิเศษของสถานีดังกล่าว สถานีนำร่องในบิงเงิน (Bingen) นี้แสดงตัวอย่างว่าสถานีจะมีลักษณะอย่างไรในอนาคต หลังคาเพรียวบางที่ดูเหมือนลอยได้เชื่อมต่อจุดชาร์จเข้ากับตัวอาคาร เลานจ์ที่เสริมด้วยกระจกสูงจากพื้นจรดเพดาน ทำให้การเชื่อมต่อระหว่างภายในและภายนอกรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกัน สีสันที่สดใสและไม้สีอ่อนให้บรรยากาศที่ส่งเสริมความรู้สึกดีและผ่อนคลาย

Porsche Charging Lounge แห่งแรกของโลกนี้ มีระบบทำความร้อนและปรับอากาศด้วยปั๊มความร้อนซึ่งทำงานโดยไม่ใช้เชื้อเพลิง ไฟฟ้าส่วนหนึ่งมาจากระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคา การจัดการอาคารแบบดิจิทัลช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เช่น การหรี่แสงอัตโนมัติเมื่อไม่มีผู้มาเยือน

เพื่อให้แน่ใจว่าการใช้บริการเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ  ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยในบริเวณเลานจ์ ตลอดจนเครื่องดื่มและของว่างมากมาย ขั้นตอนการชำระเงินสามารถทำได้หลายช่องทางไม่ว่าจะเป็นบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิต รวมถึง Apple Pay หรือ Google Pay นอกจากนี้ยังมีสื่อต่างๆ และสื่อดิจิตอล พร้อมด้วยเครือข่ายอินเตอร์เน็ต WiFi ประสิทธิภาพสูง มากกว่านั้นยังมีพื้นที่สำหรับออกกำลังกาย พร้อมด้วยอุปกรณ์กระจกอัจฉริยะ (smart mirror) ที่เป็นการแสดงผลแบบอินเตอร์แอคทีฟ เพื่อให้คนขับรู้สึกกระปรี้กระเปร่า ฟิตพร้อมสำหรับการเดินทางสู่เส้นทางข้างหน้า

Porsche Charging Lounges ห้องรับรองขณะชาร์จไฟของรถปอร์เช่ ได้ถูกใส่รวมอยู่ในหมวดสถานีชาร์จและจะแสดงอยู่ในระบบนำทางของรถปอร์เช่ การชำระเงินค่าบริการส่วนกลางควบคุมดำเนินการโดยปอร์เช่ ต้องขอบคุณ Porsche Charging Service เพราะการชาร์จไฟนี้จึงมีราคาเพียง 33 เซนต์ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งเป็นราคาพอๆ กับสถานีชาร์จไฟกำลังสูงอื่นๆ ในเครือข่ายของปอร์เช่ การใช้บริการนี้ต้องใช้รหัสประจำตัวของรถปอร์เช่ (Porsche ID) เพื่อเข้าถึงสถานีชาร์จและบริเวณเลานจ์ ID นี้ต้องเชื่อมโยงกับรถอย่างถูกต้อง หากเลขทะเบียนถูกบันทึกไว้ใน Porsche ID แล้ว ไม้กั้นจะเปิดให้คุณทันที ด้วยระบบจดจำป้ายทะเบียนอัตโนมัติ การบันทึกหมายเลขทะเบียนรถสามารถทำได้อย่างสะดวกในแอป MyPorsche หรืออีกทางหนึ่ง ลูกค้าสามารถใช้ Porsche Charging Card หรือรหัส QR จากแอป MyPorsche เพื่อเข้าถึงทั้งจุดแท่นชาร์จและห้องรับรอง

Alexander Pollich ประธานคณะกรรมการบริหารของ Porsche Deutschland GmbH กล่าวว่า “ด้วย Porsche Charging Lounge เรากำลังสร้างจุดสัมผัสที่สำคัญอีกจุดหนึ่งตลอดการเดินทางของลูกค้า และแสดงให้เห็นว่าลูกค้าของปอร์เช่ (Porsche) สามารถชาร์จไฟได้สะดวกเพียงใด เราหวังว่าจะได้รับข้อเสนอแนะหรือความคิดเห็นครั้งแรกจากลูกค้าเมื่อได้มีประสบการณ์กับการบริการรูปแบบใหม่นี้”

 

ฟอร์ดตอกย้ำคุณภาพ ใช้เครื่องสแกนขั้นสูง ควบคุมมาตรฐานการผลิตรถกระบะ ฟอร์ด เรนเจอร์

0

ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี เผยเทคโนโลยีการผลิตอันล้ำสมัยที่รับประกันความแม่นยำของการประกอบชิ้นส่วนของรถยนต์ ถึง 99.97% เพื่อให้ได้รถยนต์ที่มีคุณภาพสูง

ชิ้นส่วนต่างๆของรถยนต์ จะถูกสแกนโดยเครื่องสแกนบ็อกซ์ (ScanBox 3D) ซึ่งทำงานรวดเร็วกว่าวิธีการตรวจวัดแบบดั้งเดิมถึง 80% โดยสามารถสแกน ตรวจสอบ และรายงานผลได้ครบวงจรเพียงแค่กดปุ่มเดียว

“แสงสีฟ้าของเครื่อง ScanBox ช่วยให้รถฟอร์ดทุกคัน ไม่ว่าจะประกอบจากโรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (เอฟทีเอ็ม) หรือจากโรงงานซิลเวอร์ตัน ที่แอฟริกาใต้ เป็นไปตามมาตรฐานด้านคุณภาพการผลิตที่เข้มงวดของเรา” แอนดรูว์ ฟรอมโฮลต์ซ หัวหน้าวิศวกรฝ่ายงานขึ้นรูปและตัวถัง ประจำกลุ่มตลาดนานาชาติของฟอร์ด กล่าว

ยาน โกรนวาลด์ วิศวกรผู้รับหน้าที่ดูแลโรงงานขึ้นรูปที่ผลิตแผงตัวถังสำหรับรถฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ที่โรงงานซิลเวอร์ตัน แอฟริกาใต้ กล่าวว่า “เรากำหนดเป้าหมายความแม่นยำของการประกอบชิ้นส่วนทั้งหมดของฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ที่ 99.97% และเครื่องมืออย่างเครื่องสแกนแสงสีฟ้าช่วยให้เราประกอบชิ้นส่วนรถได้ตามมาตรฐาน”

วิธีการทำงาน 

“ระบบสแกนบ็อกซ์จะสแกนชิ้นส่วนจริงและนำไปเปรียบเทียบกับโมเดลจากคอมพิวเตอร์ช่วยในการออกแบบ (CAD) 3 มิติ เพื่อให้มั่นใจว่าชิ้นส่วนจะประกอบกันได้สมบูรณ์” โกรนวาลด์ กล่าว “เครื่องสแกนไม่ได้ทำหน้าที่แค่ตรวจวัดขนาดเส้นรอบวงเท่านั้น แต่ยังวัดขนาดพื้นผิวของชิ้นส่วนต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ”

เทคโนโลยีการสแกนแสงสีฟ้ามีประสิทธิภาพและให้ประสิทธิผลที่ดีกว่าการใช้เครื่องมือวัดพิกัด (coordinate measuring machines หรือ CMM) แบบเดิม วัตถุจะถูกสแกนภายในเวลาไม่กี่วินาทีและแสดงผลลัพธ์ในรูปแบบภาพที่ประโยชน์สำหรับช่างเทคนิค

“นักมาตรวิทยาที่มีความเชี่ยวชาญต้องใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมงครึ่งสำหรับการวัดหลังคาด้วยวิธี CMM แบบเดิม แต่ด้วยระบบนี้ เราสามารถวัดชิ้นส่วนได้ภายใน 2 นาที 50 วินาที” โกรนวาลด์ กล่าว

นั่นหมายความว่าชิ้นส่วนสามารถผ่านเข้าสู่กระบวนการผลิตได้เร็วขึ้นมาก และหากพบความผิดปกติของชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ เราจะทราบล่วงหน้าและแก้ไขปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ   

รถฟอร์ด เรนเจอร์ ที่ผลิตในประเทศแอฟริกาใต้และประเทศไทย ส่งออกไปจำหน่ายยังกว่า 180 ประเทศทั่วโลก

MGC เซ็น MOU กับ ‘กลุ่ม ปตท.’ รุกธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างครบวงจร โชว์รายได้ 9 เดือนแรก 18,449 ล้านบาท เติบโต 11%

0

บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA ประกาศผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรก ทำรายได้รวม 18,449 ล้านบาท เติบโต 11% และมีกำไรสุทธิ 228 ล้านบาท แย้มผลงานไตรมาสสุดท้าย เติบโตโดดเด่นรับไฮซีซัน เตรียมรับรู้รายได้จากการส่งมอบเรือยอทช์ Azimut มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท และจากศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถังรถยนต์ไฟฟ้า TESLA เล็งขยายฟลีตรถเช่ารับภาคท่องเที่ยวฟื้น เตรียมรุกธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างครบวงจร หลังเซ็น MOU กับ ‘กลุ่ม ปตท.’ แล้ว มั่นใจรายได้ทั้งปีเติบโตกว่า 10% ตามเป้าหมาย

ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้นำธุรกิจไลฟ์สไตล์โมบิลิตี้ ที่มุ่งตอบสนองไลฟ์สไตล์ในการเดินทางอย่างครบวงจร เปิดเผยผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรก (มกราคม-กันยายน) ของปี 2566 มีรายได้รวม 18,449 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% ส่วนกำไรสุทธิทำได้ 228 ล้านบาท ลดลง 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศ ที่ยังไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน ส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจ บริษัทฯ จึงจัดโปรโมชั่นพิเศษ เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อในช่วงไตรมาส 3/2566 นอกจากนี้ ยังมีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว เนื่องจากการปรับโครงสร้างการเช่าพื้นที่ เพื่อใช้เป็นศูนย์จัดจำหน่ายรถยนต์ของบริษัทฯ รวมถึง ในปี 2565 บริษัทฯ มีกำไรจากการได้รับสิทธิเป็นผู้บริหารจัดการขบวนรถยนต์ในการประชุม APEC ดังนั้นหากไม่รวมค่าใช้จ่ายและกำไรที่เกิดขึ้นในครั้งเดียวดังกล่าวข้างต้น จะส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 อยู่ที่ 255 ล้านบาท ลดลง 8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มผลการดำเนินงานช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ คาดว่าจะเติบโตโดดเด่น จากการวางโครงสร้างรายได้ที่หลากหลาย ภายใต้โมเดลธุรกิจ Lifestyle Mobility Ecosystem ของ MGC-ASIA ที่มีระบบนิเวศทางธุรกิจที่สมบูรณ์และแข็งแรง สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าได้อย่างครอบคลุม รวมทั้งสร้างการเติบโต จากการผสานความร่วมมือภายในองค์กรและพันธมิตรทางธุรกิจ (Synergy) โดยคาดว่าการเติบโตในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ จะมาจากธุรกิจหลักทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ธุรกิจค้าปลีกยานยนต์ ที่บริษัทฯ จะเข้าร่วมงาน Motor Expo 2023 ในวันที่ 30 พฤศจิกายน ถึง 11 ธันวาคม 2566 ซึ่งคาดว่าจะมียอดจองรถยนต์ในงานจำนวนมาก จากความต้องการซื้อหรือเปลี่ยนรถใหม่ในช่วงนี้ รวมถึงการรับรู้รายได้จากรถยนต์ที่รอส่งมอบกว่า 900 คัน และส่งมอบเรือยอทช์ Azimut แก่ลูกค้า มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท

ซึ่งบริษัทฯ ได้รับสิทธิ์นำเข้าและจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย 2) ธุรกิจให้บริการหลังการขายและให้บริการซ่อมบำรุงรถยนต์อิสระ จะเริ่มรับรู้รายได้จากศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถังรถยนต์ไฟฟ้า Tesla Approved Body Shop (TAB) ซึ่งจะสร้างรายได้ประจำให้บริษัทฯ (Recurring Income) อย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย และมีแผนขยายศูนย์บริการเพิ่มอีกแห่งในปี 2567 3) ธุรกิจบริการเช่ารถยนต์ ทั้งระยะสั้นและระยะยาวพร้อมพนักงานขับ คาดว่าจะธุรกิจให้เช่ารถรถยนต์ระยะสั้นภายใต้ SIXT Rent a Car จะมีรายได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซันของการท่องเที่ยว และมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของรัฐบาล โดยบริษัทฯ เตรียมขยายฟลีตรถเช่าในพื้นที่บริการ เพื่อรองรับการท่องเที่ยวที่ทยอยฟื้นตัว

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีปัจจัยการเติบโตจากธุรกิจร่วมทุนอีก 2 บริษัท คือ บริษัท ฮาวเด้น แมกซี่ อินชัวรันส์
โบรกเกอร์ จำกัด ผู้ให้บริการธุรกิจบริการประกันภัยชั้นแนวหน้า ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง โดยคาดว่าจะมีรายได้กว่า 325 ล้านบาทในปี 2566 เติบโตกว่า 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และจะเติบโตต่อเนื่องอีกไม่ต่ำกว่า 8% ในปี 2567 พร้อมทั้งการเปิดตัวบริการประกันรูปแบบใหม่ จากการศึกษาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก รวมถึงมุ่งขับเคลื่อนนโยบายตามหลัก ESG ขณะที่ บริษัท อัลฟา เอกซ์ จำกัด ซึ่ง MGC-ASIA ร่วมทุนกับ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) เพื่อให้บริการทางการเงินอย่างครบวงจร ครอบคลุมสินเชื่อเช่าซื้อ ลีสซิ่ง และสินเชื่อรีไฟแนนซ์ สำหรับยานยนต์ระดับลักชัวรี่และมารีน เจาะกลุ่มลูกค้าพรีเมียม-ลักชัวรี่ มีการขยายพอร์ตสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยผลักดันรายได้ทั้งปีของบริษัทฯ ให้เติบโตทะลุ 10% ตามเป้าหมาย

“MGC-ASIA ในฐานะผู้นำธุรกิจไลฟ์สไตล์โมบิลิตี้ ที่มุ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างครบวงจร
พร้อมแสวงหาโอกาสใหม่ๆ จากการร่วมมือกับพันธมิตร ในการขยายระบบนิเวศทางธุรกิจภายใต้ MGC-ASIA Ecosystem ให้สมบูรณ์และแข็งแรง ล่าสุดทางบริษัทฯ ได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับกลุ่มปตท. เพื่อศึกษาแนวทางการลงทุนธุรกิจรถไฟฟ้า (EV) ครบวงจร เพื่อสร้าง Synergy ร่วมกัน รวมทั้งผลักดันให้ MGC-ASIA เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ตามเป้าหมายที่กำหนด” ดร.สัณหวุฒิ กล่าว

มาสด้า ชวนลูกค้าร่วมแบ่งปันความสุขให้เด็กนักเรียน พร้อมเปิดประสบการณ์การขับขี่รถยนต์มาสด้าแบบเอ็กซ์คลูซีฟ

0

มาสด้า สานต่อปณิธานในการส่งมอบความยั่งยืนให้กับสังคม พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมไทย ประสาน 4 ดีลเลอร์ พาลูกค้าออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ด้วยคาราวานรถยนต์มาสด้าออกเดินทางไปมอบอุปกรณ์การเรียนการสอน ทุนการศึกษา และเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กนักเรียน ณ โรงเรียนวัดถั่วทอง จังหวัดปทุมธานี ภายใต้กิจกรรม Mazda ปันสุข Skyactiv Driving Experience พร้อมเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้เรียนรู้เทคนิคการขับขี่ขั้นสูง และสัมผัสรถยนต์มาสด้าทุกรุ่นที่มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ณ สนาม ปทุมธานี สปีดเวย์ โดยกิจกรรมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “มาสด้า ปันสุข” ที่มาสด้าเริ่มมาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อให้การสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดสังคมแห่งการแบ่งปันอย่างยั่งยืนในประเทศไทย ตามวิสัยทัศน์ Sustainable Zoom-Zoom 2030 เพื่อโลก เพื่อสังคม และเพื่อผู้คน ที่ยั่งยืนตลอดไป

มร. ทาดาชิ มิอุระ ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างสรรค์โลกของเราให้คงความสวยงาม ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน และสร้างสังคมที่ยั่งยืน คือสิ่งที่มาสด้าให้ความสำคัญเสมอมา มาสด้าจึงแสวงหาทุกวิถีทางเพื่อช่วยยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในสังคมให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการส่งมอบเทคโนโลยียานยนต์ที่มีคุณภาพและความปลอดภัยให้กับลูกค้าทุกคน ควบคู่กับสร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มาสด้าจึงได้ริเริ่มโครงการ “มาสด้า ปันสุข” ขึ้น และดำเนินงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 นับตั้งแต่การระบาดของโรคโควิด-19 โดยได้รับการสนับสนุนอย่างดีเยี่ยมจากผู้จำหน่าย ลูกค้า และพันธมิตรทุกภาคส่วน ในการส่งมอบความสุขและความยั่งยืนกลับคืนสู่สังคม ด้วยการออกเดินทางไปในทุกพื้นที่ตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทย เพื่อให้การช่วยเหลือเยาวชนและประชาชนในพื้นที่ที่ขาดแคลน รวมถึงมีส่วนร่วมเป็นสะพานในการส่งต่อการแบ่งปันให้กับกลุ่มผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน เพื่อบรรเทาทุกข์และช่วยให้ได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นในการดำเนินชีวิตประจำวัน

ซึ่งในปีนี้ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย จึงได้สานต่อโครงการ “มาสด้า ปันสุข” ภายใต้ชื่อกิจกรรม Mazda ปันสุข Skyactiv Driving Experience โดยได้รับความร่วมมือจากผู้จำหน่ายมาสด้า 4 แห่ง ในกรุงเทพฯ และปทุมธานี คือ กลุ่มบริษัท 14 ออโตโมทีฟ, บริษัท พระราม 7 กรุ๊ป, กลุ่มบริษัท ดำรงทรัพย์มาสด้า และ กลุ่มบริษัท แอลบา ทรอส ออโต้ พร้อมลูกค้าผู้ใช้รถยนต์มาสด้า รวมจำนวนกว่า 90 คน ออกเดินทางในรูปแบบคาราวานรถยนต์มาสด้าภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟ กว่า 40 คัน มุ่งหน้าไปยังโรงเรียนวัดถั่วทอง จังหวัดปทุมธานี เพื่อมอบอุปกรณ์ของใช้ที่จำเป็นสำหรับการเรียนการสอน อุปกรณ์การเกษตร และทุนการศึกษา ให้กับเด็กนักเรียน เพื่อให้เด็กๆ เข้าถึงสื่อการเรียนการสอนได้ครบครันยิ่งขึ้น และยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น

โรงเรียนวัดถั่วทอง ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านปทุม อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่เปิดสอนในระดับชั้น อ.2 – ป. 6 มีจำนวนนักเรียน 76 คน และ ครู 12 คน จากการออกสำรวจพบว่าโรงเรียนแห่งนี้ยังขาดแคลนอุปกรณ์ที่จำเป็นหลายอย่างในการพัฒนาการศึกษา และผู้ปกครองส่วนใหญ่มีรายได้ไม่มากนัก ดังนั้น มาสด้าจึงได้เดินทางไปให้การสนับสนุน เพื่อให้เด็กนักเรียนได้มีโอกาสในการเข้าถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็นต่อการเรียน และเพื่อให้สามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกษ์ใช้ในการประกอบอาชีพได้ต่อไปในอนาคต นอกจากนี้ คณะฯ ยังได้จัดเตรียมเมนูอาหารกลางวันที่เด็กๆ ชื่นชอบ และถูกต้องตามหลักโภชนาการไปมอบให้กับเด็กนักเรียนด้วย ซึ่งเรียกรอยยิ้มและสร้างความสุขให้กับทั้งผู้ให้และผู้รับได้ปลื้มปิติไปด้วยกัน

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นอกจากจะส่งต่อการแบ่งปันให้กับเด็กนักเรียนในช่วงเช้า ณ โรงเรียนวัดถั่วทองแล้ว ในช่วงบ่าย มาสด้ายังได้จัดกิจกรรม Skyactiv Driving Experience เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่รถยนต์มาสด้ารุ่นใหม่แบบเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมเสริมทักษะการขับขี่ตามแนวคิด Jinba-Ittai ความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถ ได้เรียนรู้เทคนิคในการขับขี่อย่างไรให้ปลอดภัยสูงสุด การแก้ไขปัญหาและการบังคับควบคุมรถในสถานการณ์ฉุกเฉิน เรียนรู้การทำงานของระบบต่างๆ และเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในรถยนต์มาสด้า โดยได้ทดลองขับรถยนต์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีสกายแอคทีฟครบทุกรุ่น ณ สนาม ปทุมธานี สปีดเวย์ โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการทดสอบรถยนต์ นำโดย อั๋น สิรคุปต์ เมทะนี มาบรรยายให้ความรู้และให้คำแนะนำให้กับลูกค้าที่เข้าร่วมกิจกรรมอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความสุขและความสนุกสนานในการขับขี่ให้กับลูกค้าผ่านการเป็นเจ้าของรถยนต์ หรือ “Joy of driving” ตามที่มาสด้าตั้งใจถ่ายทอดให้กับลูกค้าทุกคน

มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ขอขอบคุณผู้จำหน่ายและลูกค้าเป็นอย่างสูง ที่ให้เกียรติเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ มาสด้าให้คำมั่นสัญญาว่าจะยังคงสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ เช่นนี้ ร่วมกับผู้จำหน่ายและลูกค้าของเราให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย เพื่อยกระดับการใช้ชีวิตของผู้คนและสังคมในทุกด้านด้วยรถยนต์ของเรา ให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น เพื่อความสุข และเติมเต็มรอยยิ้มของคนไทย รวมถึงผลักดันโครงการต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อลูกค้า เพื่อสร้างความรักความผูกพันให้แน่นแฟ้นและยืนยาวมากยิ่งขึ้น แทนคำขอบคุณที่เชื่อมั่นในแบรนด์และเลือกรถยนต์มาสด้าเป็นเพื่อนคู่ใจ เพื่อความสุขของสมาชิกทุกคนในครอบครัว

TTC Motor ตอกย้ำการสนับสนุนโปรกอล์ฟต่อเนื่อง ร่วมชิงชัยการแข่งขันทุกทัวร์นาเม้นท์ พร้อมจัด ‘TTC Motor Relation Golf Invitation 2023’ ณ.สนามกอล์ฟนวธานี

0

นายอัครินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์,เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี,เมอร์เซเดส-มายบัค กล่าวถึงสปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง ที่บริษัททำมาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้ยังคงให้การสนับสนุนโปรกอล์ฟต่อเนื่องและเพิ่มจำนวนขึ้นอีก เป็น 6 ท่าน ประกอบด้วย โปรเชอรี่-ธิรนันท์ อยู่ปาน , โปรมินนี-มนัสชยา ซีมากร , โปรแอร์-ศรุตยา งามอุษาวรรณ , โปรแพรว-ภัทราพร ศรีภัทรประสิทธิ์ , โปรเบนซ์-โชติกา ศุภภิญโญ และโปรฟลุ๊ก-รฐนน วรรณศรีจันทร์  ร่วมชิงชัยการแข่งขันทุกทัวร์นาเม้นท์เช่นเคย

“นอกจากนี้เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้บริหารของ ทีทีซี มอเตอร์ และสื่อมวลชนสายยานยนต์  เราได้จัดกอล์ฟ ‘TTC Motor Relation Golf Invitation 2023’ ณ.สนามกอล์ฟ นวธานี”

TTC Motor ครบครันในทุกมิติของผู้จำหน่ายรถยนต์แบรนด์ Mercedes-Benz, Mercedes-AMG และ Mercedes-Maybach

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

📞โทร. 1274, 02-322-2222, 083-545-6456 (TTC Motor พัฒนาการ 45)

📞โทร. 045-475-222 (TTC Motor อุบลราชธานี)

📱Official Line : line.me/R/ti/p/@benzttc

📱IG : instagram.com/benzttc