Home Blog Page 182

“เกีย” ผนึกกำลังดําเนินธุรกิจในไทยผ่านข้อตกลงร่วมทุน กับ “สยามกลการอะไหล่” และ “ลีนุตพงษ์โฮลดิ้ง”

0

บริษัท เกีย คอร์ปอเรชัน ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำจากประเทศเกาหลีใต้ ได้ประกาศเปิดตัว การร่วมทุนกลยุทธ์กับบริษัท สยามกลการอะไหล่ จำกัด และบริษัท ลีนุตพงษ์โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้าง ศักยภาพในการดำเนินงานของเกียในประเทศไทย โดยพิธีการประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการครั้งนี้จัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ ของบริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในกรุงเทพมหานคร

เกีย 1

การร่วมทุนในครั้งนี้เป็นการรวบรวมจุดแข็งและความเชี่ยวชาญอันหลากหลายของทั้ง 3 บริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมยานยนต์ ประกอบด้วย บริษัท สยามกลการอะไหล่ จำกัด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่สำคัญภายใต้ Siam Motors Group กลุ่มบริษัทยานยนต์ที่มีประวัติยาวนานที่สุดในประเทศไทย โดยมีความโดดเด่นทั้งในด้านเครือข่ายการจัดจำหน่าย อะไหล่ยานยนต์ โลจิสติกส์ โซลูชันระบบ ขับเคลื่อน (Powertrain) รวมถึงการลงทุนในธุรกิจยานยนต์ และบริษัท ลีนุตพงษ์โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งอยู่ภายใต้กลุ่มบริษัท ยนตรกิจ
คอร์ปอเรชั่น ที่มีชื่อเสียงด้านประสบการณ์อันยาวนานในการนำเข้าเทคโนโลยียานยนต์ชั้นนำจากยุโรปและเอเชียมากว่า 70 ปี มาสู่ตลาดในประเทศไทย และเมื่อรวมศักยภาพด้านต่างๆ ของทั้ง 2 บริษัทเข้ากับไลน์อัปผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมของเกีย ก็จะช่วยผลักดันให้เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) สามารถดำเนินธุรกิจที่จะส่งผลกระทบสู่การพัฒนาต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ
ที่โดดเด่นต่อไป

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากกลยุทธ์ “Plan S-5” ของเกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นแผนการดำเนินธุรกิจในระยะยาว 5 ปี ระหว่างปี 2567 ถึง 2571 โดยมุ่งหวังที่จะบรรลุเป้าหมายสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ 1.) การครองส่วนแบ่ง 5% ของตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในประเทศไทย 2.) การเพิ่มสัดส่วนการทำตลาดรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวขึ้นเป็น 50% ของยอดจำหน่ายทั้งหมด 3.) การก้าวขึ้นสู่ทำเนียบแบรนด์ที่มีการรับรู้จากผู้บริโภคสูงสุด 5 อันดับแรก และ 5.) การขยายเครือข่ายดีลเลอร์ทั่วประเทศให้เติบโตขึ้น 5 เท่าตัว

เกีย 2

นายธเนส วัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามกลการอะไหล่ จำกัด ได้แสดงถึงความมุ่งมั่นในการร่วมทุนครั้งนี้ ด้วยประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจกว่า 35 ปี รวมถึงการมีเครือข่ายและพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ครอบคลุมอุตสาหกรรมในด้านต่างๆ ของบริษัทฯ โดยความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสําคัญในการขยายเส้นทางการเติบโตของเกียในประเทศไทยผ่านความสัมพันธ์ทาง ธุรกิจที่แน่นแฟ้นกับทางบริษัท สยามกลการอะไหล่ จำกัด

นางธันยนันท์ ลีนุตพงษ์ ศิริมงคลเกษม กรรมการบริหาร บริษัท ลีนุตพงษ์โฮลดิ้ง จำกัด ได้สะท้อนความเห็นที่สอดคล้องกัน โดยเน้นย้ำถึงการผนึกกำลังใช้จุดแข็งของทั้ง 3 บริษัทในการส่งเสริมศักยภาพและขับเคลื่อนแบรนด์เกียไปสู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน

เกียเชื่อมั่นว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพให้กับกลยุทธ์ด้านเครือข่ายการจำหน่าย การตลาด และการให้บริการ
ที่จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในตลาดประเทศไทยได้อย่างตรงจุด รวมทั้งช่วยให้แบรนด์มีสถานะที่แข็งแกร่งและเป็นที่จับตามองมากขึ้นในภูมิทัศน์ยานยนต์ของประเทศไทย

เอ็มจี เปิดตัวรถเอสยูวี 3 รุ่นพิเศษ “100th Anniversary Special Edition” กับความคุ้มค่าครั้งใหม่ ฉลองครบ 100 ปี

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ฉลองแบรนด์มีอายุครบรอบ 100 ปี เปิดตัวโมเดลรุ่นพิเศษ SUV 100th Anniversary Special Edition ด้วยรถเอสยูวีที่สร้างชื่อให้กับ เอ็มจี ทั้งในประเทศไทยและระดับสากล โดยนำเสนอครอบคลุมใน 3 รูปแบบการขับเคลื่อน เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทเอสยูวีรุ่นยอดนิยมอย่าง MG ZS รวมถึงสปอร์ตไฮบริดเอสยูวีที่ขับสนุกอย่าง MG VS HEV กับการมอบประสบการณ์การขับขี่ครั้งใหม่ที่ทำให้คนไทยได้ใช้รถที่อัดแน่นด้วยฟังก์ชันในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกับสีพิเศษ Crayon Gray ที่มีเฉพาะในรุ่นพิเศษนี้ พร้อมด้วยรถไฟฟ้าผู้บุกเบิกตลาดอีวีในประเทศไทยอย่าง MG ZS EV เพิ่มทางเลือกให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น พร้อมส่งมอบถึงมือลูกค้าในเดือน มีนาคม 2567 นี้ เป็นต้นไป

ในปี พ.ศ. 2567 นี้ เป็นปีที่แบรนด์ เอ็มจี ฉลองครบรอบ 100 ปี กับหลากบทพิสูจน์ความสำเร็จที่สร้าง“มาตรฐานใหม่” ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์โลกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจุดเด่นของ เอ็มจี คือ การเป็นแบรนด์ที่ไม่หยุดนิ่งในการพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ใหม่ๆ ที่มุ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งานของผู้บริโภค และการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายครอบคลุม ทำให้ เอ็มจี ได้รับความนิยมและได้รับการยอมรับจากทั่วโลก โดยเฉพาะโมเดลที่เป็นหนึ่งในแฟล็กชิปอย่าง MG ZS รถเอสยูวีที่เข้ามาทำตลาดในกลุ่มรถอเนกประสงค์ขนาดเล็กในปี พ.ศ. 2560 ด้วยมุมมองที่แตกต่าง กับการเป็น สมาร์ทคาร์ ที่มีระบบสั่งการภาษาไทยหนึ่งเดียวในโลก รวมถึงการสร้างผลงานให้ตลาดเอสยูวีในประเทศกลายเป็นตลาดที่เป็นสปอร์ตไลท์และเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันรถยนต์รุ่นนี้ได้สร้างยอดขายไปมากถึง 1.06 ล้านคันทั่วโลก ทำให้ เอ็มจี เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ตั้งแต่เข้ามาอยู่ภายใต้การดำเนินงานของ SAIC Motor Corporation

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เพื่อร่วมฉลองครบรอบ 100 ปี ของแบรนด์ เอ็มจี ในระดับโลก ทาง เอ็มจี ประเทศไทยได้เตรียมมอบความพิเศษตลอดทั้งปี ประเดิมด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์รุ่นพิเศษ 100th Anniversary Special Edition โดยเลือก MG ZS เพราะเป็นโมเดลที่สร้างจุดเปลี่ยนให้กับทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และทำให้แบรนด์ เอ็มจี เติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งรุ่นพิเศษนี้ เอ็มจี ยังคงยึดมั่นในเรื่องของความครบเครื่องและครอบคลุม ด้วยการนำเสนอทางเลือกให้กับลูกค้าถึง 3 รุ่น 3 รูปแบบการขับเคลื่อน ได้แก่ MG ZS 100th Anniversary Special Edition และ MG VS HEV 100th Anniversary Special Edition กับจุดเด่นของการเป็น “รถเอสยูวีที่เป็นคำตอบที่ใช่” มาพร้อมสีใหม่ ฟังก์ชั่นแน่น ในราคาที่จับต้องได้ง่ายมากยิ่งขึ้นกับราคาเริ่มต้นเพียง 659,900 บาท พร้อมทางเลือกสำหรับผู้สนใจรถไฟฟ้ากับ MG ZS EV 100th Anniversary Special Edition อีกด้วย”

MG ZS สมาร์ทเอสยูวี ฟังก์ชั่นครบ ราคาคุ้ม

เอสยูวีรุ่นยอดนิยมของ เอ็มจี เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 114 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที ผสานการทำงานอย่างลงตัวกับระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT 8 สปีด และ ช่วงล่าง EURO TUNING SUSPENSION สามารถปรับน้ำหนักพวงมาลัยได้ถึง 3 โหมด พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยมาเต็มขั้น และฟังก์ชั่นที่ครบครัน ทั้งจอทัชสกรีนขนาด 10 นิ้ว ซึ่งรองรับทั้งระบบปฏิบัติการ Apple CarPlay และระบบเชื่อมต่อมัลติมีเดียกับสมาร์ทโฟนระบบ Android พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB 5 ตำแหน่ง ระบบกรองอากาศเพื่อกรองฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 ให้ความสะดวกสบายด้วยเบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้าได้ 6 ทิศทาง ภายในใช้วัสดุ Soft Touch และยังคงสุนทรียภาพในการขับขี่ด้วยหลังคาซันรูฟขนาดใหญ่แบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof) ซึ่งรุ่นพิเศษ MG ZS 100th Anniversary Special Edition เพิ่มเติมด้วยสีใหม่กับ สีเทา Crayon Gray ล้ออัลลอยด์สีดำขนาด 17 นิ้ว พร้อมตกแต่งด้านข้างตัวรถ กระจังหน้าดีไซน์สปอร์ต กันชนด้านหน้า-หลัง คิ้วประตูข้างมือจับประตูด้านนอก ราวหลังคา และกระจกมองข้างด้วยสีดำ Glossy Black ผสมผสานดีไซน์เหนือระดับด้วยภายในห้องโดยสาร ที่กว้างขวางสีดำเข้ากับเบาะทรงสปอร์ตสุดล้ำสีดำเดินด้วยด้ายสีแดง พร้อมสัญลักษณ์ครบรอบ 100 ปี ด้านหลัง ให้เป็นเจ้าของในราคาเพียง 659,900 บาท

MG VS HEV ความคุ้มค่าครั้งใหม่ของสปอร์ตไฮบริดเอสยูวีกับประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกและเร้าใจ

เอาใจลูกค้าที่สนใจรถยนต์พลังงานทางเลือกกับ MG VS HEV สปอร์ตไฮบริดที่ขับสนุกและเร้าใจรุ่นแรก ของเอ็มจี มาพร้อมกับความโดดเด่นด้วยการเป็น Sporty & Stylish SUV ที่ถูกยกระดับทั้งงานดีไซน์ เทคโนโลยีและขุมพลังไฮบริดเต็มประสิทธิภาพด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว VTi-TECH พร้อมขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 177 แรงม้า พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ E-CVT สะดุดตาด้วยงานดีไซน์รถยนต์ไฮบริดแบบใหม่กับกระจังหน้า Electrified Matrix Grille Design และการออกแบบภายในของห้องโดยสาร สีทูโทน ดำ-ขาว และครั้งแรกของยนตรกรรมในกลุ่ม B-SUV ที่มี Dual Widescreen Cockpit หน้าจอคู่ขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว 2 จอ ควบคุมการทำงานผ่าน Illuminated Touch Panel และคอนโซลกลางแบบ Double Layer คอนโซลกลางด้านบนตกแต่งด้วยวัสดุ Piano Black ด้านล่างมีที่เก็บของ พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB ที่สามารถเชื่อมต่อได้ทั้งแบบ Type C และType A จำนวน 6 ตำแหน่ง อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless charger) มาพร้อมระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART และมอบการขับขี่ที่สนุกอย่างไร้กังวัลด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM โดยรุ่นพิเศษ MG VS HEV 100th Anniversary Special Edition มาพร้อมดีไซน์ฉลองครบรอบ ด้วยสีใหม่กับสีเทา Crayon Gray และล้ออัลลอยด์ที่โดดเด่นด้วย Aero Wheel Cover สีทูโทน เทา-ดำ ขนาด 17 นิ้ว มอบดีไซน์สุดล้ำที่มาพร้อมความคุ้มค่าในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้นเพียง 789,900 บาท

MG ZS EV รถไฟฟ้าที่มาพร้อมกับ “ความง่าย”

ปิดท้ายด้วย MG ZS EV รถเอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ Truly Easy” กับการเป็นยนตรกรรมที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น สมรรถนะเหนือชั้นกับระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่มีความจุ 50.3 kWh ทำให้สามารถขับขี่ได้ระยะทางสูงสุดถึง 403 กิโลเมตร* ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC พร้อมมีระบบ Liquid Cooling System ช่วยระบายความร้อนให้ทั้งมอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบหรูสะดุดตาแต่คงความสปอร์ตไว้อย่างลงตัว ผสานเข้ากับเส้นสายที่ทันสมัย พร้อมกระจังหน้าและกันชนหน้าแบบ Grille-Less Design แบบไม่มีช่องระบายอากาศซึ่งเป็นดีไซน์ใหม่ที่สะท้อนความเป็นรถพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มขั้น ภายในออกแบบให้มีพื้นที่ภายในกว้างขวาง ดีไซน์เรียบหรูแต่แฝงความสปอร์ตพรีเมียมด้วยคอนโซลหน้าลายคาร์บอนไฟเบอร์ ใช้วัสดุบุนุ่มแบบ Soft Touch และฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน ทั้งยังมีระบบเชื่อมต่อมัลติมิเดีย Apple CarPlay และสมาร์ทโฟนระบบ Android พร้อมระบบความปลอดภัยมาตรฐาน ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM 20 ระบบ สะดวกสบายกับ Quick Charge โดยสามารถชาร์จไฟฟ้าจาก 30% – 80% ใช้เวลาประมาณ 30 นาที อีกทั้งยังมีระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART เพื่อการใช้งานที่ง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น สำหรับโมเดลรุ่นพิเศษอย่าง MG ZS EV 100th Anniversary Special Edition มาพร้อมกับ สีเงิน Sliver พร้อมโลโก้พิเศษฉลอง100 ปีของแบรนด์ เอ็มจี โดยสามารถเป็นเจ้าของได้ ในราคาพิเศษเพียง 899,900 บาท เท่านั้น

สำหรับ เอสยูวีรุ่นพิเศษทั้ง 3 รุ่น 3 รูปแบบการขับเคลื่อนนี้ เอ็มจี มุ่งมั่นในการส่งมอบทางเลือกใหม่ให้กับคนไทยได้เป็นเจ้าของยนตรกรรมคุณภาพที่มาพร้อมกับดีไซน์และเทคโนโลยี สำหรับ MG ZS และ MG VS HEV รุ่นพิเศษ ตอกย้ำการเป็นรถเอสยูวีที่เป็นคำตอบที่ใช่ของผู้ใช้งานรุ่นใหม่ ด้วยการเป็นรถ B-SUV ที่มีจุดเด่นของไซส์รถที่มีขนาดใหญ่ เพียบพร้อมด้วยฟังก์ชั่นที่อัดแน่น ในราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย และในส่วนของ MG ZS EV ก็จะเข้ามาทำให้ตลาดรถไฟฟ้าของ เอ็มจี ให้มีสีสันและมีทางเลือกที่มากขึ้นในการตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ bit.ly/MG100thAnniversarySpecialEdition

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

เตรียมพบกับ NETA V-II ได้ในงานมอเตอร์โชว์

0

NETA AUTO THAILAND เตรียมเปิดตัว NETA V-II รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% สไตล์ City Car ในประเทศไทย ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน 2567 นี้

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถชมและทดลองขับ NETA V-II ได้ที่บูธ NETA  หรือ ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ NETA ได้ที่

  • Facebook : Neta Auto Thailand
  • Neta Line Official : @netaautothailand
  • Website             : www.neta.co.th

“CARRY YOUR DREAM CARRY YOUR LIFE” ปี 3 ยกขบวน “Suzuki Carry Barber Truck” ส่งความสุขแก่ผู้ด้อยโอกาส ตอกย้ำภาพลักษณ์ รถคู่คิด ธุรกิจ SME ไทย สร้างยอดขายสะสมทะลุ 61,234 คัน

0
CARRY YOUR DREAM CARRY YOUR LIFE ภาพเปิด

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ‘ซูซูกิ’ ตระหนักอยู่เสมอว่า สังคมที่ดี คือสังคมที่มีการช่วยเหลือแบ่งปัน ซูซูกิ จึงไม่ได้มุ่งหวังจะเป็นแค่เพียงผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์เท่านั้น แต่ต้องการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาและช่วยเหลือสังคมไทยให้เติบโตเคียงคู่กันไปได้อย่างยั่งยืน ซึ่งการริเริ่มโครงการ ‘SUZUKI Cause We Care-เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ’ ขึ้นมานั้น เป็นการตอกย้ำถึงสิ่งที่เรามุ่งมั่นที่จะตอบแทนคนไทยและสังคมไทยอย่างแท้จริง

CARRY YOUR DREAM CARRY YOUR LIFE 1

โดยแนวคิดหนึ่งที่เกิดจากขึ้นโครงการ ‘SUZUKI Cause We Care’ คือ การจัดแคมเปญ “CARRY YOUR DREAM เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน” ซึ่งเป็นการสนับสนุนให้ทุกคนได้มีโอกาสได้ทำตามความฝัน พร้อมส่งต่อสิ่งดีๆ ให้แก่สังคมต่อไป ซึ่งที่ผ่านมามีทั้งการช่วยเหลือสังคมในช่วงวิกฤติโควิด-19 ด้วยการดัดแปลง SUZUKI CARRY รถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์ ให้กลายเป็นรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย” (SUZUKI CARRY Biosafety Mobile Unit) หรือ รถตรวจโควิดรวมถึงการปรับเปลี่ยนเป็นรถส่งผู้ป่วยโควิด-19กลับภูมิลำเนาในโครงการ SUZUKI CARRY Your Home

CSR Suzuki Carry Barber Truck คือ กิจกรรมล่าสุดที่เรายังคงเดินหน้าจัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน โดยยังคงแนวทางการจัดกิจกรรมด้วยการดัดแปลง SUZUKI CARRY รถกระบะอเนกประสงค์ให้กลายเป็นรถขนส่งความสุข ซึ่งในปีนี้ซูซูกิยังร่วมมือกับทางผู้ประกอบการในการนำรถกระบะอเนกประสงค์ SUZUKI CARRY มาดัดแปลงเป็นร้านตัดผมเคลื่อนที่ เพื่อนำไปร่วมกิจกรรม CSR SUZUKI CARRY Barber Truck ให้บริการตัดผมแก่ผู้ด้อยโอกาสทางสังคมยังสถานที่ต่างๆ ใน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ

CARRY YOUR DREAM CARRY YOUR LIFE 1

ซึ่งล่าสุดซูซูกิ ร่วมด้วยผู้ประกอบการร้านตัดผม Monstercutz และผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา บริษัท คลัง ออโตโมบิลส์ จำกัด โดยคุณสนาวุธ คลังเจริญพงษ์ภา กรรมการผู้จัดการ และคุณชวพรรณ จิตต์เจริญธรรม กรรมการบริหารด้านงานขายและการตลาด นำ SUZUKI CARRY Barber Truck มาให้บริการตัดผมเด็กๆ โรงเรียนการศึกษาคนตาบอด จังหวัดนครราชสีมา รวมถึงมอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้แก่ทางโรงเรียน โดยมีนายวิชัย สานคล่อง ผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นผู้แทนรับมอบ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา

CARRY YOUR DREAM CARRY YOUR LIFE 4

สำหรับในปีนี้ ซูซูกิเตรียมยกขบวน SUZUKI CARRY Barber Truck ขนความสุขไปมอบให้แก่ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม อีก 3 แห่ง ประกอบด้วย

•สถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญาราชบุรี จังหวัดราชบุรี
•สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา
•ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุภูเก็ต (สถานสงเคราะห์คนชราบ้านภูเก็ต) จังหวัดภูเก็ต

โดยในทุกจังหวัดที่เราไปยังร่วมมือกับผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิในพื้นที่ดังกล่าว ส่งมอบอุปกรณ์ช่วยเหลือจำเป็นให้แก่ทางศูนย์สงเคราะห์ฯ ในแต่ละแห่งเพื่อไปใช้ให้เกิดประ โยชน์ต่อไปอีกด้วย

“สิ่งที่เราพยายามตอกย้ำอยู่เสมอ คือ รถกระบะเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็กคันนี้ ควรถูกนิยามใหม่ว่า Good Truck เพราะเป็นรถที่เข้าไปเติมเต็มความฝันของผู้ที่ต้องการมีธุรกิจเคลื่อนที่เป็นของตนเอง ซึ่งความอเนกประสงค์ของรถรุ่นนี้ สามารถขยายไปสู่การรองรับธุรกิจได้อย่างหลากหลาย”

จากทุกกิจกรรมที่ซูซูกิจัดขึ้น โดยมีผลิตภัณฑ์อย่าง SUZUKI CARRY เป็นสื่อกลางในการส่งมอบทุกความสุขให้คนไทย ตอกย้ำให้เห็นถึงคุณค่าของรถยนต์รุ่นนี้ สามารถตอบรับต่อความต้องการที่หลากหลายเป็นได้มากกว่ารถขนสินค้าหรือสัมภาระ เปรียบเสมือนดั่งพาร์ทเนอร์คนสำคัญที่พร้อมจะสนับสนุน และร่วมขับเคลื่อนอยู่เคียงข้างผู้ประกอบการด้วยความจริงใจ เดินหน้าไปสู่จุดหมายและประสบความสำเร็จไปด้วยกัน

CARRY YOUR DREAM CARRY YOUR LIFE 5

 

ทั้งนี้ ซูซูกิยังครองความเป็นผู้นำในตลาดรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก และได้รับความเชื่อมั่นจากกลุ่มลูกค้าในธุรกิจขนาดย่อมหรือ SME เป็นอย่างดี โดยในปี 2566 ที่ผ่านมาสามารถสร้างยอดขายได้ จำนวน 2,433 คัน ส่งเสริมให้ตัวเลขยอดขายรวมนับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปี 2549 ในประเทศไทย จนถึง ณ ปัจจุบัน มีตัวเลขรวมทั้งสิ้น 61,234 คัน ซึ่งซูซูกิมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง กับการที่ผลิตภัณฑ์อย่าง SUZUKI CARRY มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจขนาดย่อมที่กำลังเติบโตของตลาดในประเทศไทย โดยเฉพาะธุรกิจ SME ในรูปแบบแฟรนไชส์ ที่มีการขยายตลาดและเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดยังได้มอบแคมเปญพิเศษเพื่อเป็นการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจขนาดย่อมที่กำลังเติบโต แก่ผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของ SUZUKI CARRY ด้วยการรับข้อเสนอส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท หรือ เลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่ม 1.99% นาน 60 เดือน หรือ รับข้อเสนอผ่อนเพียงเริ่มต้นวันละ 222 บาท ระยะยาว 84 เดือน ซึ่งข้อเสนอพิเศษดังกล่าวจะเป็นการคิดรวมกับอุปกรณ์ตกแต่งรถเรียบร้อยแล้ว พร้อมฟรีประกันชั้นหนึ่งในปีแรกอีกด้วย

ลูกค้าที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ อีกทั้งเรายังมีพันธมิตรเป็นสถาบันการเงินชั้นนำของประเทศเข้ามาร่วมเป็นเอ็กซ์คลูซีฟลีสซิ่ง ช่วยเรื่องการอนุมัติสินเชื่อให้มีความหลากหลายและช่วยให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยสถาบันการเงินที่เป็นพันธมิตรกับซูซูกิ ได้แก่ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)

“MG CYBERSTER” กับภารกิจ “Charging into The Future” เดินทางถึงไทย

0
MG CYBERSTER 1

เดินทางมาถึงไทยแล้ว!! The Turner Twins กับกิจกรรม “Charging into The Future” ที่จัดขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 100 ปีของ MG กับภารกิจขับ MG CYBERSTER พิชิตเส้นทางข้าม 23 ประเทศกว่า 10,000 ไมล์ ไปยังแลนด์มาร์กสำคัญ ๆ ต่าง ๆ ทั่วโลก

MG CYBERSTER 2

หนึ่งในนั้นคือประเทศไทย ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายหลักก่อนไปยัง มหานครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ประเดิมด้วย กรุงเทพมหานคร แล้วจะไปต่อที่จังหวัดไหน ต้องติดตาม ที่ bit.ly/FBMGcarsThailand

MG CYBERSTER 3

 

 

 

“ฮอนด้า” ชวนลูกค้าตรวจสภาพรถฟรี 25 รายการ เพิ่มความปลอดภัยทุกการเดินทาง ผ่านแคมเปญ “เช็กอินซัมเมอร์ โปรคุ้มเว่อร์โดนใจ” ตั้งแต่ 1 มี.ค. 2567 – 30 เม.ย. 2567

0
ฮอนด้า 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก จัดแคมเปญ “เช็กอินซัมเมอร์ โปรคุ้มเว่อร์โดนใจ” เชิญชวนลูกค้าฮอนด้าเตรียมความพร้อมทุกการเดินทางช่วงฤดูร้อนและเทศกาลสงกรานต์ ด้วยบริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ อาทิ ส่วนลด 10% ผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเครื่องยนต์และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดระบบฉีดจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง พร้อมด้วยแคมเปญยางรถยนต์หลากหลายยี่ห้อ อาทิ ซื้อ 3 แถม 1 หรือซื้อครบ 4 เส้น รับส่วนลดพิเศษ บัตรเติมน้ำมันหรือบัตรโลตัส รวมถึงมอบสิทธิประโยชน์พิเศษต่าง ๆ ซึ่งครอบคลุมทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าเก่า โดยมีระยะแคมเปญตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2567 – 30 เมษายน 2567

สิทธิประโยชน์ในแคมเปญ “เช็กอินซัมเมอร์ โปรคุ้มเว่อร์โดนใจ”*
รายการที่ 1 บริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ (ตามรายการที่กำหนด)
รายการที่ 2 ส่วนลด 10% ผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเครื่องยนต์ (Engine Oil Treatment)
รายการที่ 3 ส่วนลด 10% ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดระบบฉีดจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง (Gasoline Treatment)
รายการที่ 4 ส่วนลด 200 บาท สำหรับแบตเตอรี่ทางเลือกยี่ห้อ GS และยี่ห้อ PUMA
รายการที่ 5 รับฟรี กระเป๋าสัมภาระท้ายรถ “Honda Happy Check-in” มูลค่า 490 บาท เมื่อเลือกซื้อสินค้า 2 รายการ จากสินค้าทั้งหมด 5 รายการ ดังนี้
-ยางรถยนต์
-แบตเตอรี่
-บริการทำความสะอาดระบบปรับอากาศ
-แพ็กเกจเช็กระยะฮอนด้าเพย์เซฟแบบ 4 ระยะ (Honda PaySave)
-ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care)

รายการที่ 6 สิทธิประโยชน์สำหรับการซื้อยางรถยนต์ เฉพาะรุ่นยางที่กำหนด และมีเงื่อนไขแตกต่างกันในแต่ละรุ่น
โปรโมชันซื้อยาง 3 เส้น แถม 1 เส้น
-ยางโยโกฮาม่า (Yokohama) ซื้อ 3 เส้น รับฟรี 1 เส้น สำหรับลูกค้าที่ใช้รถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ แจ๊ซ เอชอาร์-วี ซีวิค และโอดิสซีย์
-ยางกู๊ดเยียร์ (Goodyear) ซื้อ 3 เส้น รับฟรี 1 เส้น สำหรับลูกค้าที่ใช้รถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ และแจ๊ซ
-ยางดันลอป (Dunlop) ซื้อ 3 เส้น รับฟรี 1 เส้น สำหรับลูกค้าที่ใช้รถยนต์ฮอนด้า เอชอาร์-วี และซีอาร์-วี
โปรโมชันซื้อยางครบ 4 เส้น รับส่วนลดพิเศษ บัตรเติมน้ำมันหรือบัตรโลตัส
-ยางดันลอป (Dunlop) ซื้อครบ 4 เส้น รับส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท สำหรับลูกค้าที่ใช้รถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ แจ๊ซ บีอาร์-วี และซีวิค
-ยางมิชลิน (Michelin) ซื้อครบ 4 เส้น รับส่วนลดสูงสุด 5,040 บาท สำหรับลูกค้าที่ใช้รถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ แจ๊ซ โมบิลิโอ เอชอาร์-วี ซีวิค แอคคอร์ด และซีอาร์-วี
-ยางบริดจสโตน (Bridgestone) ซื้อครบ 4 เส้น รับส่วนลดสูงสุด 1,200 บาท สำหรับลูกค้าที่ใช้รถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ แจ๊ซ โมบิลิโอ บีอาร์-วี ซีวิค แอคคอร์ด ซีอาร์-วี และซีอาร์-ซีร์
-ยางกู๊ดเยียร์ (Goodyear) ซื้อครบ 4 เส้น ขนาดล้อ 16 นิ้ว รับฟรี บัตรโลตัส 200 บาท และขนาดล้อ 17-18 นิ้ว รับฟรี บัตรเติมน้ำมัน 500 บาท สำหรับลูกค้าที่ใช้รถยนต์ฮอนด้า บีอาร์-วี เอชอาร์-วี ซีวิค แอคคอร์ด และซีอาร์-วี

รายการที่ 7 เลือกผ่อนชำระค่าใช้จ่ายงานบริการ ดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน สำหรับทุกธนาคารที่เข้าร่วมและสูงสุด 8 เดือน เฉพาะบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ ยอดใช้จ่าย 3,000 บาทขึ้นไป

รายการที่ 8เลือกผ่อนชำระค่าใช้จ่ายยางรถยนต์ ดอกเบี้ย 0% นาน 6 หรือ 10 เดือน

นอกจากนี้ ฮอนด้าขอมอบสิทธิประโยชน์พิเศษเพิ่มเติมสำหรับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้า ครอบคลุมทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าเก่า ดังนี้
•ลูกค้ารถยนต์ฮอนด้าใหม่ เมื่อซื้อแพ็กเกจเช็กระยะฮอนด้าเพย์เซฟแบบ 4 ระยะ ภายในวันส่งมอบรถใหม่ หรือภายใน 30 วันหลังส่งมอบรถใหม่ คุ้มสุดกับส่วนลดค่าแรงค่าอะไหล่ 15% พร้อมรับฟรี กระเป๋าเก็บสัมภาระท้ายรถ “Honda Happy Check-in” มูลค่า 490 บาท
•ลูกค้าในระยะการรับประกันคุณภาพรถยนต์ฮอนด้า เมื่อซื้อโปรแกรมฮอนด้าอัลติเมทแคร์ 1,2,3
รับส่วนลด 15%
•ลูกค้าที่หมดระยะรับประกันคุณภาพตัวรถยนต์ฮอนด้า เมื่อซื้อแพ็กเกจเช็กระยะเพย์เซฟ อุ่นใจ รับส่วนลด 10% พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 2 ปี สำหรับรถอายุไม่เกิน 6 ปี โดยสามารถซื้อแพ็กเกจได้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2567 เป็นต้นไป
•ลูกค้ารถยนต์ฮอนด้าที่รถมีอายุเกิน 7 ปี เมื่อซื้อแพ็กเกจเช็กระยะฮอนด้าเพย์เซฟ ทั้งแบบ 2 และ 4 ระยะ รับส่วนลดเพิ่ม 200 บาท (นับจากรุ่นรถยนต์ตั้งแต่ปี 2016 หรือก่อนหน้า และสำหรับรถยนต์ที่มีเลขไมล์ไม่เกิน 300,000 กิโลเมตรเท่านั้น)
•ลูกค้ารถยนต์ฮอนด้ามือสอง สำหรับลูกค้า ฮอนด้า เซอร์ติฟาย ยูสคาร์ (Honda Certified Used Car) และกลุ่มรถยนต์ฮอนด้ามือสองทั่วไป ขอเชิญร่วมในแคมเปญ “เปลี่ยนมือ ไม่ปล่อยมือ” เพียงแวะศูนย์บริการฮอนด้าเพื่ออัปเดตข้อมูลการเปลี่ยนเจ้าของรถครั้งแรก และลงทะเบียนรับของที่ระลึกผ่านช่องทาง LINE ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2567 – 30 เมษายน 2567 รับฟรี “Honda Welcome Bag” มูลค่า 290 บาท

ทั้งนี้ ลูกค้าที่สนใจเข้าร่วมแคมเปญ “เช็กอินซัมเมอร์ โปรคุ้มเว่อร์โดนใจ” และรับสิทธิประโยชน์พิเศษต่าง ๆ สามารถนำรถยนต์เข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2567 – 30 เมษายน 2567 โดยสามารถจองคิวเข้ารับบริการล่วงหน้าผ่าน “Online Service Booking” ที่ https://servicebooking.honda.co.th หรือทาง LINE Official Account (@Honda-Thailand) โดยลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการ “Honda Drop & Go” เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายยิ่งขึ้นในนัดหมายเช็กระยะล่วงหน้า หรือบริการ “Honda Quick Service” การนัดหมายเช็กระยะเร่งด่วน แบบรอรับรถได้ภายในเวลาที่กำหนด**

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 0 2341 7777 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.honda.co.th/service

“ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย” ฉลองครบรอบ 1 ปี ด้วยแคมเปญพิเศษ รวมถึงส่วนลดเงินสดสูงสุด 150,000 บาท

0
ฮุนได 1

ในโอกาสที่ ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) ดำเนินธุรกิจอย่างเป็นทางการ ในประเทศไทยครบรอบปีแรก และเพื่อแสดงความขอบคุณชาวไทย ที่ให้การตอบรับแบรนด์ฮุนไดเป็นอย่างดีตลอดเวลาที่ผ่านมา จึงขอมอบแคมเปญสุดพิเศษให้ผู้บริโภค เร้าใจกว่าที่เคยทั้งดอกเบี้ย 0%1 และ ส่วนลดเงินสดสูงสุด 150,000 บาท1 สำหรับรถที่จองและส่งมอบ ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2567

 

ข้อเสนอนี้ครอบคลุมรถยนต์ฮุนไดหลากหลายรุ่น ทั้งยังอุ่นใจไปกับข้อเสนอ ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งพร้อม พ.ร.บ. และ ฟรี ค่าแรงเช็คระยะสูงสุด 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร3 มั่นใจอีกระดับไปกับไอออนิค 5 รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของฮุนไดกับที่สุดของแคมเปญบริการหลังการขายทั้ง ฟรี Home Charger พร้อมค่าแรงติดตั้ง1 และ ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 10 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร3

ข้อเสนอสำหรับ ฮุนได สตาร์เรีย
•ดอกเบี้ยพิเศษ 0% สำหรับเงื่อนไขดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน1
•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี2

ฮุนได 3

ข้อเสนอสำหรับ ฮุนได สตาร์เกเซอร์
•ส่วนลดเงินสด 150,000 บาท สำหรับรุ่นย่อย เทรนด์, สไตล์, สมาร์ท 7, สมาร์ท 6, สมาร์ท 6 วิท แบล็ก รูฟ รุ่นปีผลิต 2023 และ สตาร์เกเซอร์ เอ็กซ์ ราคาพิเศษหลังหักส่วนลด เริ่มต้น 619,000 บาท จำนวนจำกัด1
•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี2
•ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร3

ฮุนได 6
ข้อเสนอสำหรับ ฮุนได เครต้า
•ส่วนลดเงินสด 150,000 บาท สำหรับรุ่นย่อย เทรนด์, สไตล์, สไตล์ พลัส และ สมาร์ท ราคาพิเศษหลังหักส่วนลด เริ่มต้น 639,000 บาท จำนวนจำกัด1
•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี2
•ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร3

ฮุนได 7

ข้อเสนอสำหรับ ฮุนได ซานตา เฟ่
•ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% สำหรับเงื่อนไขดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน1
•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี2

ฮุนได 2

ข้อเสนอสำหรับ ฮุนได เอช วัน
•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี2

ฮุนได 9

ข้อเสนอสำหรับ ไอออนิค 5
•ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% สำหรับเงื่อนไขดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน1
•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี2
•ฟรี Home Charger พร้อมค่าแรงติดตั้ง1
•ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 10 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร3

พบยนตรกรรมฮุนไดที่พร้อมตอบโจทย์ ทุกความต้องการของท่านได้แล้ววันนี้ ที่เครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์ฮุนไดทั่วประเทศรวมทั้ง H-SPACE ถนนวิภาวดี, IONIQ Lab ณ True Digital Park ชั้นหนึ่ง และ H-STUDIO ณ Emsphere ชั้นสอง ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมของรถยนต์ฮุนไดทุกรุ่นได้ที่ hyundai.com/th/th และสามารถจองรถยนต์ผ่านช่องทางออนไลน์ Cl!ck to Buy ที่ buyonline.hyundai.com

นอกจากนั้น ทัพยนตรกรรมฮุนไดทุกรุ่น รวมถึงรถยนต์ต้นแบบและรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด ยังพร้อมให้ท่านสัมผัสและทดลองขับได้ที่บูธหมายเลข A3 ของ ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2024 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2567

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” คว้า 2 รางวัล การแข่งขันทักษะการบริการระดับโลก “Global Service Skills Contest 2024” ณ ประเทศญี่ปุ่น

0
“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” ภาพเปิด

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ส่งตัวแทนคว้า 2 รางวัล จากการแข่งขันทักษะการบริการระดับโลก “Global Service Skills Contest 2024” ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุก 2 ปี โดย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ณ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเฟ้นหาสุดยอดฝีมือ ‘ที่ปรึกษางานบริการ’ และ ‘ช่างเทคนิควิเคราะห์ปัญหา’ จากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 25 ประเทศทั่วโลก โดยตัวแทนจากประเทศไทย สามารถเอาชนะรางวัลได้จากการแข่งขันทั้งสองประเภท ได้แก่ นายจิรศักดิ์ ศิริพงษ์ จาก บริษัท คำวาลุย ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง ในการแข่งขันประเภทช่างเทคนิควิเคราะห์ปัญหา และนายวรเชษฐ์ สาโรจน์ จากบริษัท มิตซูออโต้ ซิตี้ จำกัด ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง ในการแข่งขันประเภทที่ปรึกษางานบริการ ตอกย้ำความมุ่งมั่นทุ่มเทของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพบริการด้านการขายและบริการหลังการขาย เพื่อสร้างประสบการณ์เหนือระดับให้กับลูกค้า ผ่านการให้บริการของบุคลากรระดับมืออาชีพจากเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย 1

มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เรามีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ตัวแทนจาก มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย สามารถคว้ารางวัลจากการแข่งขันทักษะการบริการระดับโลก Global Service Skills Contest 2024 อันทรงเกียรติมาครองได้สำเร็จจากทั้งใน 2 ประเภทการแข่งขัน การแข่งขันครั้งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อทดสอบที่ปรึกษางานบริการและช่างเทคนิค ด้วยการจำลองสถานการณ์หลากหลายรูปแบบและการแก้ไขปัญหาอีกมากมาย เพื่อประเมินความรู้และการทำงานอย่างเข้มข้น ผมเชื่อว่าผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะได้นำประสบการณ์ ความสามารถ และทักษะมามอบการบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าของเรา ทั้งนี้ ขอขอบคุณผู้จำหน่ายมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทั่วประเทศ สำหรับความพยายามและความมุ่งมั่นที่จะยกระดับความสามารถของบุคลากรอย่างต่อเนื่องตลอดมา”

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” 2

ที่ผ่านมา มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เคยประสบความสำเร็จจากการส่งตัวแทนจากประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน โดยทำผลงานสูงสุดด้วยการคว้ารางวัลชนะเลิศที่ปรึกษางานบริการมาได้ในปี 2559 และรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งช่างเทคนิควิเคราะห์ปัญหาในปี 2562 การคว้ารางวัลความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในปีนี้จากทั้งสองประเภทการแข่งขัน สะท้อนถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องสู่เป้าหมายการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของบริษัทฯ

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” 5

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เตรียมจัดการแข่งขันทักษะรถยนต์ประจำปี ครั้งที่ 23 ในเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อเฟ้นหาสุดยอดบุคลากรจากผู้จำหน่ายทั่วประเทศใน 7 ประเภทงาน ได้แก่ ที่ปรึกษาการขาย ที่ปรึกษางานบริการ เจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ เจ้าหน้าที่อะไหล่ ช่างเทคนิคเช็กระยะ ช่างเทคนิควิเคราะห์ปัญหา และที่ปรึกษางานบริการศูนย์ซ่อมสี เพื่อส่งเสริมความสามารถด้านเทคนิคและการให้บริการระดับมืออาชีพ โดยผู้ชนะเลิศจากการแข่งขันประเภท ‘ที่ปรึกษางานบริการ’ และ ‘ช่างเทคนิควิเคราะห์ปัญหา’ จะได้รับโอกาสเป็นตัวแทนประเทศไทยไปเข้าร่วมแข่งขันทักษะการบริการระดับโลก Global Service Skills Contest ในประเทศญี่ปุ่น ในครั้งต่อไป

 

มาสด้า มอบข้อเสนอในฝันที่ใครๆก็อยากเป็นเจ้าของ แคมเปญเดียวกับมอเตอร์โชว์ พบกับ MAZDA SUPER OFFER ได้ที่โชว์รูมมาสด้าใกล้บ้านทั่วประเทศ

0

ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน หลังประสบความสำเร็จอย่างสูงจากแคมเปญ Mazda Season of Luck เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มาสด้าไม่รอช้าอัดข้อเสนอสุดร้อนแรงต่อเนื่องรับเดือนมีนาคม กับแคมเปญ Mazda Super Offer ข้อเสนอในฝันที่ใครๆ ก็อยากจับจอง ซึ่งเป็นข้อเสนอเดียวกับงานมอเตอร์โชว์ รับดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* ส่วนลดสูงสุด 120,000 บาท* ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ Mazda Ultimate Service (MUS) 5 ปี* ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance รวมมูลค่าสูงสุด 100,861 บาท* เมื่อจองรถมาสด้าทุกรุ่นรับฟรีเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ มูลค่า 2,890 บาท** นอกจากนี้ มาสด้ายังมอบข้อเสนอเพิ่มเติมสำหรับ Mazda Family หรือ เจ้าของรถยนต์มาสด้าและครอบครัว เมื่อออกรถใหม่ รับฟรีบัตรน้ำมันมูลค่าสูงสุด 30,000 บาท* ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 67 – 7 เม.ย. 67 ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศและที่บูธมาสด้าในงานมอเตอร์โชว์ที่กำลังจะมาถึงในเร็วๆ นี้

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แคมเปญ Mazda Super Offer ข้อเสนอในฝันที่ใครๆ ก็อยากจับจอง เป็นข้อเสนอที่มาสด้าตั้งใจมอบให้กับลูกค้าทุกคน โดยเฉพาะในช่วงก่อนการจัดงานแสดงรถยนต์ที่ใหญ่สุดแห่งปี เพื่อให้ลูกค้าที่ต้องการออกรถใหม่สามารถออกรถได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ โดยจะได้รับแคมเปญเช่นเดียวกับงานมอเตอร์โชว์ ถือเป็นสิ่งที่มาสด้ายินดีมอบสิทธิพิเศษนี้ให้กับลูกค้าชาวไทย เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้า ทั้งนี้ลูกค้าที่จองเข้ามาในช่วงนี้มาสด้าพร้อมส่งมอบรถใหม่ให้กับลูกค้าในทันที เพื่อจะได้ใช้เป็นพาหนะในการเดินทางอย่างมีความสุขในช่วงเทศกาลสงกรานต์ อีกทั้งยังมาพร้อมกับส่วนลดพิเศษที่เพิ่มความคุ้มค่ามากที่สุด รวมถึงแพ็คเกจบริการหลังการขายที่ครอบคลุมในทุกองค์ประกอบ ช่วยมอบความอุ่นใจและใช้รถยนต์มาสด้าได้อย่างไร้ความกังวลกับเรื่องค่าใช้จ่ายในอนาคต เพื่อเติมเต็มความสุขและประสบการณ์การขับขี่ที่น่าประทับใจอันเป็นสิ่งที่มาสด้าให้ความสำคัญมาโดยตลอด โดยข้อเสนอพิเศษที่ลูกค้าจะได้รับ ประกอบด้วย

  • รับส่วนลดสูงสุด 120,000 บาท* หรือ
  • ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี* หรือ
  • โปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ (MUS) 5 ปี* ที่ครอบคลุมทั้งรับประกันคุณภาพรถ 5 ปี หรือ 150,000 กม. ค่าบำรุงรักษารถตามระยะ 5 ปี (ฟรีค่าแรง ค่าอะไหล่ และของเหลว) และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. นาน 5 ปี พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี* รวมมูลค่าสูงสุด 100,861 บาท*
  • พิเศษสุดสำหรับเจ้าของรถมาสด้าและครอบครัว รับฟรีบัตรน้ำมันมูลค่าสูงสุด 30,000 บาท*
  • เมื่อจองรถทุกรุ่นและออกรถภายในวันที่ 15 เม.ย. 67 รับฟรีเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ SHARP รุ่น IG-NX2B มูลค่า 2,890 บาท**

ลูกค้าที่สนใจอยากเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าทุกรุ่น ทุกคัน ทุกสี สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมทดลองขับได้ที่โชว์รูมมาสด้า หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th

หมายเหตุ:

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th และมูลค่าสูงสุดที่ระบุคำนวณจากแพ็กเกจบำรุงรักษารถตามระยะ และ โปรแกรมขยายรับประกันคุณภาพรถ เป็น 5 ปี รวมกับประแพ็กเกจประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี ของ Mazda CX-8 โดยเงื่อนไขเป็นไปตามแต่ละแพ็กเกจ และโปรแกรม

**จองรถในงาน 3,000 บาท และออกรถภายในวันที่ 15 เม.ย. 67 รับเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ SHARP รุ่น IG-NX2B มูลค่า 2,890 บาท จำนวนจำกัด 1,000 ชิ้น เฉพาะโชว์รูมที่ร่วมรายการ โดยไม่สามารถโอนสิทธิ์ หรือแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

เปิดฉาก “OMODA & JAECOO” ในประเทศไทย เผยแผนขยาย 36 โชว์รูมทั่วประเทศ พร้อมให้บริการกลางปีนี้ ในการประชุมทางธุรกิจครั้งประวัติศาสตร์

0
OMODA & JAECOO 8

โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) หรือ OMODA & JAECOO (Thailand) ภายใต้ Chery Automobile บริษัทด้านเทคโนโลยียานยนต์ชั้นนำระดับโลกสัญชาติจีน ได้จัดงานแถลงข่าวสุดพิเศษให้กับผู้แทนจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งภายในงาน บริษัทฯ ได้ชี้แจงถึงเป้าหมายและทิศทางการจัดจำหน่ายรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ในประเทศไทยตลอดปี 2567 รวมถึงเผยกลยุทธ์การตลาดในประเทศ นอกจากนี้ยังมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) และผู้แทนจำหน่าย 23 ราย ครอบคลุมโชว์รูม 36 แห่งทั่วประเทศ สะท้อนถึงความพร้อมและความก้าวหน้าในการก่อสร้างโชว์รูมของเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย ซึ่งงานในวันนี้ ถือเป็นงานประชุมธุรกิจระดับประเทศครั้งแรกที่ OMODA & JAECOO จัดขึ้น นับตั้งแต่เข้าสู่ตลาดในประเทศไทย

OMODA & JAECOO 1

ตลอดปี 2566 ที่ผ่านมาได้รับเสียงชื่นชมจากลูกค้าเกือบ 20 ประเทศ และจากหลายภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวมาจากกลยุทธ์ที่เน้นพัฒนานวัตกรรมแก่ระบบนิเวศ หรือ Ecosystem ของแบรนด์ และการวางตำแหน่งทางการตลาดที่แม่นยำ ในการประชุมครั้งนี้ คณะผู้บริหารระดับสูงของ OMODA & JAECOO ได้กล่าวแสดงความขอบคุณผู้แทนจำหน่ายของประเทศไทย ที่ให้การสนับสนุนและเป็นผู้แทนนำทั้งสองแบรนด์สู่การพัฒนาและเติบโตในอนาคต

OMODA & JAECOO พร้อมวางแผนเชิงลึกในการทำการตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีนี้ โดยมุ่งเน้นการเข้าถึงและทำเข้าใจความต้องการของคนไทย รวมถึงการวางแผนการตลาดแบบองค์รวม ทั้งผลิตภัณฑ์ ช่องทางการขาย และการบริการ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าของแบรนด์ OMODA & JAECOO ในประเทศไทย

OMODA & JAECOO 2

รถยนต์ OMODA เป็นยนตรกรรมที่ผสมผสานการออกแบบแห่งอนาคต เข้ากับเทคโนโลยีสุดอัจฉริยะ ที่มอบให้แก่ผู้ขับขี่ ในขณะที่ แบรนด์ JAECOO ยึดถือปรัชญา “From Classic, Beyond Classic” รถยนต์เอนกประสงค์ออฟโรดประสิทธิภาพสูงที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองการใช้งานที่หลากหลาย สามารถขับขี่ได้ทุกภูมิประเทศและสภาพพื้นผิวถนนสำหรับผู้ใช้งานในประเทศไทย นอกจากนี้ รถยนต์ทั้งสองแบรนด์ยังเดินหน้าสร้างความก้าวหน้าด้านพลังงานใหม่ ๆ ด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นต่าง ๆ อาทิ OMODA C5 EV และ JAECOO7 PHEV ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างทางเลือกในการเดินทางให้คนไทยมากยิ่งขึ้น

เพื่อเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับตลาดในประเทศไทย OMODA & JAECOO พร้อมเปิดโชว์รูม 36 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด นอกจากนี้จะเพิ่มการสนับสนุนและให้การช่วยเหลือผู้จัดจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเต็มที่ เพื่อส่งมอบบริการที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ พร้อมทั้งความสะดวกสบายให้กับลูกค้าทุกคน

OMODA & JAECOO 9

อย่างไรก็ดี ตลาดยานยนต์ในประเทศไทยเต็มไปด้วยความท้าทายและโอกาส แต่ OMODA & JAECOO มุ่งให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมแรงผลักดันที่จะทะยานขึ้น จากการรวบรวมจุดแข็งระดับโลกมาใช้ ซึ่งเชื่อว่าการร่วมมือกับเหล่าผู้แทนจำหน่ายจะสร้างความสำเร็จร่วมกัน ก้าวสู่ประวัติศาสตร์ยานยนต์อีกหน้าหนึ่งในตลาดเมืองไทย