Home Blog Page 183

เปิดฉาก “OMODA & JAECOO” ในประเทศไทย เผยแผนขยาย 36 โชว์รูมทั่วประเทศ พร้อมให้บริการกลางปีนี้ ในการประชุมทางธุรกิจครั้งประวัติศาสตร์

0
OMODA & JAECOO 8

โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) หรือ OMODA & JAECOO (Thailand) ภายใต้ Chery Automobile บริษัทด้านเทคโนโลยียานยนต์ชั้นนำระดับโลกสัญชาติจีน ได้จัดงานแถลงข่าวสุดพิเศษให้กับผู้แทนจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งภายในงาน บริษัทฯ ได้ชี้แจงถึงเป้าหมายและทิศทางการจัดจำหน่ายรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ในประเทศไทยตลอดปี 2567 รวมถึงเผยกลยุทธ์การตลาดในประเทศ นอกจากนี้ยังมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) และผู้แทนจำหน่าย 23 ราย ครอบคลุมโชว์รูม 36 แห่งทั่วประเทศ สะท้อนถึงความพร้อมและความก้าวหน้าในการก่อสร้างโชว์รูมของเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย ซึ่งงานในวันนี้ ถือเป็นงานประชุมธุรกิจระดับประเทศครั้งแรกที่ OMODA & JAECOO จัดขึ้น นับตั้งแต่เข้าสู่ตลาดในประเทศไทย

OMODA & JAECOO 1

ตลอดปี 2566 ที่ผ่านมาได้รับเสียงชื่นชมจากลูกค้าเกือบ 20 ประเทศ และจากหลายภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวมาจากกลยุทธ์ที่เน้นพัฒนานวัตกรรมแก่ระบบนิเวศ หรือ Ecosystem ของแบรนด์ และการวางตำแหน่งทางการตลาดที่แม่นยำ ในการประชุมครั้งนี้ คณะผู้บริหารระดับสูงของ OMODA & JAECOO ได้กล่าวแสดงความขอบคุณผู้แทนจำหน่ายของประเทศไทย ที่ให้การสนับสนุนและเป็นผู้แทนนำทั้งสองแบรนด์สู่การพัฒนาและเติบโตในอนาคต

OMODA & JAECOO พร้อมวางแผนเชิงลึกในการทำการตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีนี้ โดยมุ่งเน้นการเข้าถึงและทำเข้าใจความต้องการของคนไทย รวมถึงการวางแผนการตลาดแบบองค์รวม ทั้งผลิตภัณฑ์ ช่องทางการขาย และการบริการ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าของแบรนด์ OMODA & JAECOO ในประเทศไทย

OMODA & JAECOO 2

รถยนต์ OMODA เป็นยนตรกรรมที่ผสมผสานการออกแบบแห่งอนาคต เข้ากับเทคโนโลยีสุดอัจฉริยะ ที่มอบให้แก่ผู้ขับขี่ ในขณะที่ แบรนด์ JAECOO ยึดถือปรัชญา “From Classic, Beyond Classic” รถยนต์เอนกประสงค์ออฟโรดประสิทธิภาพสูงที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองการใช้งานที่หลากหลาย สามารถขับขี่ได้ทุกภูมิประเทศและสภาพพื้นผิวถนนสำหรับผู้ใช้งานในประเทศไทย นอกจากนี้ รถยนต์ทั้งสองแบรนด์ยังเดินหน้าสร้างความก้าวหน้าด้านพลังงานใหม่ ๆ ด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นต่าง ๆ อาทิ OMODA C5 EV และ JAECOO7 PHEV ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างทางเลือกในการเดินทางให้คนไทยมากยิ่งขึ้น

เพื่อเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับตลาดในประเทศไทย OMODA & JAECOO พร้อมเปิดโชว์รูม 36 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด นอกจากนี้จะเพิ่มการสนับสนุนและให้การช่วยเหลือผู้จัดจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเต็มที่ เพื่อส่งมอบบริการที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ พร้อมทั้งความสะดวกสบายให้กับลูกค้าทุกคน

OMODA & JAECOO 9

อย่างไรก็ดี ตลาดยานยนต์ในประเทศไทยเต็มไปด้วยความท้าทายและโอกาส แต่ OMODA & JAECOO มุ่งให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมแรงผลักดันที่จะทะยานขึ้น จากการรวบรวมจุดแข็งระดับโลกมาใช้ ซึ่งเชื่อว่าการร่วมมือกับเหล่าผู้แทนจำหน่ายจะสร้างความสำเร็จร่วมกัน ก้าวสู่ประวัติศาสตร์ยานยนต์อีกหน้าหนึ่งในตลาดเมืองไทย

 

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ร่วมกับ ททท. จัดกิจกรรม “คาราวาน xEV สามสมุทร สนุกคูณสาม” ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าควบคู่การท่องเที่ยวไทย

0
คาราวาน xEV สามสมุทร สนุกคูณสาม ภาพเปิด

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ร่วมกับ ททท. จัดกิจกรรม “คาราวาน xEV สามสมุทร สนุกคูณสาม” ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าควบคู่การท่องเที่ยวไทย

คาราวาน xEV สามสมุทร สนุกคูณสาม 1

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เดินหน้าสานต่อข้อตกลง (MOU) ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มุ่งเชื่อมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเข้ากับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสู่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างลงตัว ภายใต้โครงการ “คาราวาน xEV สามสมุทร สนุกคูณสาม” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ในความร่วมมือในปีที่ 2 นี้ โดยขบวนคณะคาราวานประกอบไปด้วยเจ้าเหมียวไฟฟ้าขวัญใจชาวไทย ORA Good Cat รวมไปถึงเจ้าสิงโตอารมณ์ดี HAVAL JOLION และ รถยนต์เอสยูวีสุดไฮเทค HAVAL H6 มุ่งหน้าพร้อมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ใน 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดสมุทรสงคราม ระหว่างวันที่ 24 – 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ชูแนวคิดการสนับสนุนการใช้ยานยนต์พลังงานใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวรวมถึงเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) และการขึ้นสู่การเป็น Top 3 ของผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าในไทยภายในปี พ.ศ. 2569 ที่พร้อมสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้กับผู้บริโภคชาวไทยอย่างไม่หยุดยั้ง

มร. ไมเคิล จาง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร เกรท วอลล์ มอเตอร์ อาเซียน กล่าวว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้จัดโครงการ ‘คาราวาน xEV สามสมุทร สนุกคูณสาม’ หลังจากได้ผลตอบรับในเชิงบวกอย่างล้นหลามจากการจัดทริปครั้งที่ผ่านมา ซึ่งโครงการนี้เป็นการจับมือร่วมกันเป็นปีที่ 2 นำคาราวานผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าไปสัมผัสสถานที่ท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของจังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดสมุทรสงคราม สะท้อนแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ที่ยึดถือผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (User-Centric) พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ผ่านการใช้ยานยนต์พลังงานใหม่ ตลอดทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับการท่องเที่ยวในประเทศไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งในครั้งนี้พิเศษกว่าครั้งก่อนเพราะได้มีการเปิดให้ผู้ใช้ยานยนต์ทุกรุ่นของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคาราวานและได้สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ได้อย่างทั่วถึง เนื่องในโอกาสฉลองการดำเนินธุรกิจครบรอบ 3 ปี ในประเทศไทย”

คาราวาน xEV สามสมุทร สนุกคูณสาม 4

นางสาวสุรีพร พงษ์พานิช ผู้อำนวยการกองตลาดภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกับภาคเอกชนและขอขอบคุณทาง เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะพันธมิตรในปีที่ 2 ที่ร่วมสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้มีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้นมาโดยตลอด ยิ่งไปกว่านั้น ดิฉันรู้สึกยินดีที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้เป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาสนใจรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากยิ่งขึ้นผ่านการผลักดันการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำผนวกกับการนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวและวัฒนธรรมท้องถิ่นเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในประเทศไทยสู่ความยั่งยืน”

คาราวาน xEV สามสมุทร สนุกคูณสาม 2

โครงการ “คาราวาน xEV สามสมุทร สนุกคูณสาม” ประกอบไปด้วยกิจกรรมที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานพร้อมคงคอนเซ็ปต์ความรักษ์โลกไว้อย่างมากมาย โดยขบวนคาราวานรถยนต์ไฟฟ้าหลากหลายรุ่นนำทัพโดยเจ้าเหมียวไฟฟ้าขวัญใจผู้บริโภคชาวไทย ORA Good Cat เจ้าสิงโตอารมณ์ดี HAVAL JOLION และรถยนต์เอสยูวีระดับพรีเมียม HAVAL H6 ได้เริ่มต้นเดินทางจาก GWM Partner Store พรีเมียร์ ศรีนครินทร์ มุ่งหน้าไปยังจังหวัดสมุทรปราการ โดยจุดหมายปลายทางแรกคือการสัมผัสสถานที่ประวัติศาสตร์ไทยที่รวบรวมไว้ในที่เดียวอย่าง ‘เมืองโบราณ’ จากนั้นขบวนคาราวานได้เดินทางไปยังแลนด์มาร์คถ่ายภาพสายสตรีทอาร์ตที่ ‘ท่าฉลอม’ ในจังหวัดสมุทรสาคร ปิดท้ายวันแรกด้วยการเดินทางไปทำกิจกรรมเพื่อสังคมโดยการล่องเรือปลูกป่าชายเลนและศึกษาวิถีชีวิตชุมชนท้องถิ่น ณ ‘ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนคลองโคน’ ในจังหวัดสมุทรสงคราม ก่อนมุ่งหน้าเข้าที่พัก กิจกรรมวันถัดมาเริ่มต้นด้วยการเดินทางมุ่งสู่ ‘บ้านสวนมะนาวโห่ลุงศิริ’ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรในจังหวัดสมุทรสงครามเพื่อร่วมกิจกรรมเวิร์กชอปสร้างสรรค์สินค้าแปรรูปจากมะม่วงหาวมะนาวโห่ นับเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอย่างเต็มรูปแบบ หลังจบกิจกรรมคณะคาราวานมุ่งหน้าสู่ ‘อาสนวิหารแม่พระบังเกิด’ สัมผัสความสวยงามของโบสถ์คาทอลิกอายุ 133 ปี พร้อมรับประทานอาหารทะเลรสเด็ดจากร้าน ‘น้องอุ้ม’ ปิดท้ายกิจกรรมของทริปด้วยการเดินทางไปยังวัดโบราณตั้งแต่ปี พ.ศ. 2312 อย่าง ‘วัดบางกะพ้อม’ และ ‘อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย’ สุดท้ายคณะคาราวานได้เดินทางมุ่งหน้าเข้าที่พักพร้อมรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพในวันถัดไป

คาราวาน xEV สามสมุทร สนุกคูณสาม 7

สำหรับพันธกิจภายใต้ความร่วมมือระหว่าง เกรท วอลล์ มอเตอร์ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยังประกอบไปด้วยอีก 3 เส้นทาง 3 ภูมิภาคตลอดทั้งปีนี้ ได้แก่ ภูมิภาคภาคเหนือ ร่วมย้อนรอยประวัติศาสตร์กับเส้นทาง UNESCO อโยธยา สู่ทวาราวดี ศรีเทพกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา – ลพบุรี – เพชรบูรณ์ ภูมิภาคภาคอีสาน เส้นทาง GEO PARK ตามรอยจูราสสิคพาร์คกับจังหวัดสระบุรี – นครราชสีมา และภูมิภาคภาคใต้ ร่วมตามหาสมบัติบนเขาใต้ท่องทะเลอ่าวไทยในเส้นทางจังหวัดเพชรบุรี – ประจวบคีรีขันธ์ – ชุมพร

กิจกรรมคาราวานรถยนต์พลังงานใหม่ทั่วประเทศไทยภายใต้ความร่วมมือปีที่ 2 ระหว่าง เกรท วอลล์ มอเตอร์ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นการเชื่อมโยงผู้ใช้งานยานยนต์พลังงานไฟฟ้ากับประสบการณ์และมุมมองใหม่ผ่านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ท่ามกลางความงดงามของธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศเพื่อส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างมั่นคง ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนอย่างสมบูรณ์ โดยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยการใช้รถยนต์ที่มีพลังงานสะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

เกรท วอลล์ มอเตอร์ มุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ ในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) และบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) ด้วยการเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยในปี 2567 รวมถึงปีถัด ๆ ไป เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศและอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้ทัดเทียมระดับสากลควบคู่ไปกับการตอบสนองความต้องการอันหลากหลายของผู้บริโภคชาวไทย

 

“อีซูซุ” จัดโปรยิ่งใหญ่ฉลองยอดผลิต 6 ล้านคัน มอบส่วนลดสุดปังยกครัว

0
อีซูซุ 1

กลุ่มตรีเพชรโดย คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด จัดแคมเพจ์น “ฉลอง 6 ล้านคัน มอบความปังทั้งตระกูล” เชิญชวนลูกค้าผู้ใช้รถปิกอัพ และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์อีซูซุทุกรุ่น แนะนำส่วนลดพิเศษให้คนในครอบครัว และญาติ โดยไม่จำกัดขอบเขต หรือออกรถเอง ก็รับส่วนลดสูงสุดถึง 28,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2567 – 31 เมษายน 2567 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

-ลูกค้าอีซูซุทุกรุ่น เเละครอบครัวหรือญาติ
•รับส่วนลด 10,000 บาท เมื่อซื้อรถอีซูซุดีแมคซ์ทุกรุ่น หรือ
•รับส่วนลด 20,000 บาท เมื่อซื้อรถยนต์นั่งอเนกประสงค์อีซูซุ มิว-เอ็กซ์ ทุกรุ่น
-สำหรับลูกค้าอีซูซุสมาชิก “ยิ่งเข้า ยิ่งคุ้ม” ระดับโกลด์ และ แพลททินั่ม รับส่วนลดเพิ่ม 8,000 บาท โดยสมาชิกสามารถโอนสิทธิ์ให้ครอบครัวหรือญาติได้

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ ติดตามข่าวสารอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com และ LINE Official : Isuzu Thailand

 

ปลดปล่อยจิตวิญญาณแล้วมาร่วมเปิดประสบการณ์สุดเหวี่ยงกับ AAS 𝗛𝗮𝗿𝗹𝗲𝘆-𝗗𝗮𝘃𝗶𝗱𝘀𝗼𝗻® ที่จะชวนคุณมาระเบิดความมันส์ ให้สนั่นเขาใหญ่ ในแบบที่ ชาว 2 ล้อทั่วไทยไม่ควรพลาด

0

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับ Biker ทั้งหลายโดยเฉพาะผู้คลั่งไคล้ใน 𝗛𝗮𝗿𝗹𝗲𝘆𝗗𝗮𝘃𝗶𝗱𝘀𝗼𝗻® เพราะ AAS 𝗛𝗮𝗿𝗹𝗲𝘆𝗗𝗮𝘃𝗶𝗱𝘀𝗼𝗻® Group ตัวแทนจำหน่าย 𝗛𝗮𝗿𝗹𝗲𝘆𝗗𝗮𝘃𝗶𝗱𝘀𝗼𝗻® อย่างเป็นทางการ  ชวนร่วมเปิดประสบการณ์เร้าใจ ขี่ Harley แต่งคาวบอย Enjoy Party ช๊อป ชิม ชิล พร้อม Carnival โซนสุดว้าวสำหรับเด็กๆ กับงาน H.O.G. Rally ที่โบนันซ่า เขาใหญ่ 16 มีนาคม นี้ !    

สุดยอดงานรวมพลคนรัก 𝗛𝗮𝗿𝗹𝗲𝘆-𝗗𝗮𝘃𝗶𝗱𝘀𝗼𝗻® สุดยิ่งใหญ่แห่งปี กับ ” H.O.G. Rally 2024″ “Wild Wild West” ที่เนรมิตเมืองคาวบอยทั้งเมือง มาไว้ที่โบนันซ่า เขาใหญ่  ..และ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของตำนาน! ครั้งนี้ พร้อมรถมอเตอร์ไซต์ H-D ของคุณ ที่จะเผยแพร่ภาพนี้ไปทั่วโลกผ่านช่องทางของ 𝗛𝗮𝗿𝗹𝗲𝘆-𝗗𝗮𝘃𝗶𝗱𝘀𝗼𝗻® Asia  ครบ จบ งานเดียว  ทั้งคอนเสิร์ตสุดมันส์!  ของเจ้าพ่อวงการแร็ปเปอร์เมืองไทย อย่าง “Joey Boy”  พร้อมวง “Trix ‘O’ Treat” และ Sixty Ninth” ก็มาร่วมสร้างบรรยากาศเพลงในยุค 90 ให้เหมือนกับหลุดเข้าไปอยู่ในเมืองคาวบอย  ..สนุกกับ เกมส์ยิงปืนยิงธนู, โยนเกือกม้า และกิจกรรมแจกของรางวัลอีกมากมาย

นอกจากนี้ ยังพบกับรถรุ่นใหม่ ปี 2024 ตัวจริง เสียงจริง ที่เพิ่งเผยโฉมอย่างเป็นทางการแบบออนไลน์ ไปหมาดๆ เมื่อ ม.ค. ที่ผ่านมา อาทิ The All New  Road Glide, The All New Street Glide, Fat Boy, Softail Standard  สีใหม่ประจำปี 2024 และยังมีข้อเสนอสุดเซอร์ไพรส์ สำหรับรถปี 2023 เฉพาะในงานนี้เท่านั้น อาทิ CVO Road Glide, CVO Street Glide, Road King Special, Street Glide ST, Ultra Limited, Sport Glide, Heritage, Low Rider S, Fat Boy, Breakout 117, Nightster

พร้อมชมนิทรรศการ THE LEGEND OF AMERICAN DREAMIN’ ที่จะนำรถ 𝗛𝗮𝗿𝗹𝗲𝘆-𝗗𝗮𝘃𝗶𝗱𝘀𝗼𝗻®  โบราณ  / รุ่นหายาก มาจัดแสดง  อีกด้วย

นายอนุวัชร อินทรภูวศักดิ์  Managing Director  ของ AAS 𝗛𝗮𝗿𝗹𝗲𝘆-𝗗𝗮𝘃𝗶𝗱𝘀𝗼𝗻® Group กล่าวในฐานะเจ้าภาพหลักของการจัดงานครั้งนี้ว่า  “งาน H.O.G. Rally­” 2024 นี้ ถือเป็นงานรวมพลคนรัก 𝗛𝗮𝗿𝗹𝗲𝘆-𝗗𝗮𝘃𝗶𝗱𝘀𝗼𝗻® ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของปี โดยเราคาดหวังว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,000 คน จัดขึ้นเพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าของเรา ที่ให้การสนับสนุน 𝗛𝗮𝗿𝗹𝗲𝘆-𝗗𝗮𝘃𝗶𝗱𝘀𝗼𝗻® มาโดยตลอด และเป็นโอกาสให้เหล่าไบค์เกอร์ ได้มาพบปะสังสรรค์ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างมิตรภาพ เป็น Community ของผู้ที่คลั่งไคล้ใน 𝗛𝗮𝗿𝗹𝗲𝘆𝗗𝗮𝘃𝗶𝗱𝘀𝗼𝗻®  ทั้งกลุ่ม H.O.G. จากทั่วประเทศไทย และ MC Club ต่างๆ อีกคับคั่ง

ภายในงานยังได้สัมผัสประสบการณ์กาแฟชั้นเลิศ กับ SHADE Commune คาเฟ่สุดพิเศษจาก AAS

AAS 𝗛𝗮𝗿𝗹𝗲𝘆-𝗗𝗮𝘃𝗶𝗱𝘀𝗼𝗻® เราไม่เพียงมุ่งมั่นนำเสนอความแรงเร้าใจบนท้องถนนเท่านั้น แต่ยังขยายประสบการณ์สู่ไลฟ์สไตล์เหนือระดับ ผ่าน SHADE Commune คาเฟ่สุดพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและผู้รักกาแฟ คัดสรรเมล็ดกาแฟคุณภาพเยี่ยมจากแหล่งปลูกชั้นนำทั่วโลก นำมาปรุงแต่งโดยบาริสต้าผู้เชี่ยวชาญ ให้คุณได้ลิ้มลองรสชาติกาแฟที่หลากหลาย ภายในงานนี้ด้วย

ด้าน นายกรภัค  มิกานนท์   Dealer Principal   กล่าวว่า H.O.G. Rally 2024  “Wild Wild West”  เป็นการจัดร่วมกัน ระหว่าง AAS 𝗛𝗮𝗿𝗹𝗲𝘆-𝗗𝗮𝘃𝗶𝗱𝘀𝗼𝗻®Group กับ H.O.G. AAS Bangkok, Pattaya, และ Metro Bangkok Chapter ที่ตั้งใจให้งานนี้ เป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของคนที่รักและชื่นชอบใน 𝗛𝗮𝗿𝗹𝗲𝘆-𝗗𝗮𝘃𝗶𝗱𝘀𝗼𝗻® รวมไปถึงเหล่า ดารา Celebrity มากมาย เช่น กาย รัชชานนท์ , ภูริ หิรัญพฤกษ์ ต่างก็เข้าร่วมงานนี้ด้วย

โดยงานนี้ เหมาะกับทุกคน จึงอยากเชิญชวนให้มาร่วมงานกันเยอะๆ ทั้ง คนรัก 𝗛𝗮𝗿𝗹𝗲𝘆-𝗗𝗮𝘃𝗶𝗱𝘀𝗼𝗻® , ไบค์เกอร์, ผู้ที่ชื่นชอบความมันส์  และครอบครัว เพราะมี โซน Carnival สำหรับเด็กๆ  โซน Market ที่มีแต่ของเก๋ๆ  ให้เลือกช๊อป และของอร่อยๆ  อีกเพียบ  ซึ่งงานนี้ก็ต้องขอขอบคุณ สิงห์ คอร์เปอเรชั่น  และ วิริยะประกันภัย ที่เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการจัดงานครั้งนี้ด้วย    

เหล่า H.O.G.  𝗛𝗮𝗿𝗹𝗲𝘆-𝗗𝗮𝘃𝗶𝗱𝘀𝗼𝗻® Lover และ Biker ทั่วไทย เตรียมตัวให้พร้อม แล้วชวนแกงค์ และครอบครัวของคุณ  ออกสตาร์ท มาตะลุยดินแดนคาวบอย ในงาน H.O.G. Rally 2024 ที่โบนันซ่าเขาใหญ่ ล้อหมุนพร้อมกันทั่วประเทศ! 16 มีนาคม  นี้  ห้ามพลาด!   

จองบัตรได้ที่ :

Facebook  : https://www.facebook.com/AASHarleyDavidson/

Line Official Account: @aasharley

หรือสอบถามการจัดงาน H.O.G. Rally โดยตรง รวมทั้งติดต่อ จองคิวเพื่อทดลองขับรถ Test Ride และเข้ารับบริการโดยช่างผู้ชำนาญการ ได้ที่ โชว์รูม AASทั้ง 4 สาขาของเรา ได้แก่

  1. 1. AAS HARLEY-DAVIDSON® OF BANGKOK
    ตั้งอยู่บนถนนวิภาวดีรังสิต โดดเด่นด้วยดีไซน์ล้ำสมัย พื้นที่กว้างขวาง รองรับการบริการครบวงจร เบอร์โทร:        02-521-4545
  1. 2. AAS METRO HARLEY-DAVIDSON®
    ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท 26 โครงการ เอ สแควร์ ดีไซน์เรียบหรู เน้นความสะดวกสบาย ใจกลางเมือง เบอร์โทร.      : 02-258-0988, 097-484-8844
  1. 3. AAS HARLEY-DAVIDSON® OF SIAM PARAGON
    ตั้งอยู่ ชั้น2 สยามพารากอน เน้นงานแฟชั่นสาย Biker แบบฉบับลิขสิทธิ์แท้ ของ 𝗛𝗮𝗿𝗹𝗲𝘆-𝗗𝗮𝘃𝗶𝗱𝘀𝗼𝗻®          เบอร์โทร: 02-610-9777
  1. 4. AAS HARLEY-DAVIDSON® OF PATTAYA
    ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท พัทยา ในสไตล์โมเดิร์นคลาสสิก ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนทุกเจนเนอเรชัน เบอร์โทร:        038-255-255


อย่ารอช้า!   มาสัมผัสอิสรภาพเหนือระดับ Beyond Luxury พร้อมรีวิว 𝗛𝗮𝗿𝗹𝗲𝘆-𝗗𝗮𝘃𝗶𝗱𝘀𝗼𝗻® รุ่นใหม่ 2024 ก่อนใคร อัพเดทข้อมูล แล้วไปสนุกสุดเหวี่ยงกันที่งาน H.O.G. Rally 2024

“บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย” เดินหน้าสร้างจุดเปลี่ยนสำคัญในวงการยานยนต์พลังงานไฟฟ้า เปิดตัวโรงงานผลิตแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงดันสูงแห่งใหม่ในจังหวัดระยอง

0
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป 1

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เดินหน้าวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางนวัตกรรมและความยั่งยืนครั้งสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ ด้วยการก่อสร้างโรงงานการผลิตแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงดันสูงในจังหวัดระยอง โดยได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญเข้าร่วมในพิธีเปิดหน้าดิน รวมถึง ดร. มิลาน นูเดลโควิช กรรมการบริหาร บีเอ็มดับเบิลยู เอจี ด้านการผลิต ดร. แอ็นสท์ ว็อล์ฟกัง ไรเชิล เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประจำประเทศไทย นายดนัยณัฏฐ์ โชคอำนวย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายกำธร เวหน รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายวิเชียร ทองด้วง อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง และนายวิรัตน์ ธัชศฤงคารสกุล รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เข้าร่วม

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป 2

 

โรงงานผลิตแบตเตอรี่ไฟฟ้าแห่งใหม่นี้ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 4,000 ตารางเมตร นับเป็นการขยายการดำเนินงานครั้งสำคัญของ บีเอ็มดับเบิลยู แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เพื่อต่อยอดไปสู่การผลิตแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงดันสูง และยังเป็นการเตรียมความพร้อมของบริษัทฯ ในการเดินหน้าสู่การผลิตยานยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของบีเอ็มดับเบิลยูที่จะได้รับการผลิตภายในโรงงานในจังหวัดระยองในช่วงครึ่งหลังของปี พ.ศ. 2568 โดยกระบวนการผลิตดังกล่าวยังรวมถึงการประกอบและการผสานเซลล์แบตเตอรี่ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ในกระบวนการบรรจุแบตเตอรี่ขั้นสุดท้ายด้วยระบบจักรกลอัตโนมัติที่ล้ำสมัย พร้อมสำหรับนำมาใช้ติดตั้งในยานยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% การขยายกระบวนการผลิตครั้งนี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงหมุดหมายสำคัญของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในการสานต่อพันธกิจเพื่อความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีและโซลูชันยนตรกรรมที่ยั่งยืน

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ได้ลงทุนมากกว่า 1,600 ล้านบาท หรือประมาณ 42 ล้านยูโร ในการพัฒนาโครงการที่ล้ำสมัยโครงการนี้ ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยี Gen5 ล่าสุด โดยเงินลงทุนจำนวนมหาศาลกว่า 1,400 ล้านบาท หรือประมาณ 36 ล้านยูโร จะถูกนำไปใช้ในการจัดซื้อและติดตั้งอุปกรณ์รวมถึงเครื่องจักรที่ล้ำสมัย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในการนำเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมใหม่มาสู่ประเทศไทย

“การผลิตแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงดันสูงในพื้นที่ระยองถือเป็นขั้นตอนต่อไปของการก้าวไปข้างหน้า ในแผนการขับเคลื่อนด้านพลังงานไฟฟ้าให้กับเครือข่ายการผลิตของเรา โดยหลักการ ‘local for local’ เป็นแนวคิดที่เรายึดถือ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ สร้างโอกาสในการจ้างงานและถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน”
ดร. มิลาน นูเดลโควิช กรรมการบริหาร บีเอ็มดับเบิลยู เอจี ด้านการผลิต กล่าวในพิธีเปิดหน้าดิน

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป 5

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ไม่เพียงมุ่งมั่นพัฒนาทรัพยากรบุคคลในองค์กรเท่านั้น แต่บริษัทฯ ยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย รวมถึงในระดับโลก ในการเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยียานยนต์แนวทางใหม่ที่จะช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ในปีนี้ ยังได้ผนึกกำลังร่วมกับองค์กร ยูนิเซฟ ในประเทศไทย เพื่อขยายโอกาสทางด้านอาชีพให้แก่เยาวชนคนรุ่นใหม่ ผ่านโครงการการจัดการศึกษาแบบ STEM ที่บูรณาการความรู้ใน 4 สาขาวิชา ได้แก่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และ คณิตศาสตร์เข้าด้วยกัน เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการให้คำแนะนำทางอาชีพและบ่มเพาะทักษะสำคัญให้แก่เยาวชนไทย

‘ซูซูกิ’ อัดแคมเปญแรง ราคาพิเศษ SUZUKI XL7 เริ่มต้น 7.34 แสนบาท CIAZ เริ่มต้น 3.78 แสนบาท พร้อมเลือกรับข้อเสนอ ขับฟรี 90 วัน รถมีจำนวนจำกัด !!!

0
Suzuki XL7 Pic Open

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด มอบโปรโมชั่นแรง ตอบโจทย์คุ้มค่าของการใช้รถยนต์ เมื่อลูกค้าเลือกซื้อรถยนต์ SUZUKI XL7 และ SUZUKI CIAZ ภายในเดือนมีนาคมนี้ รับแคมเปญราคาสุดพิเศษทันที ทั้ง 2 รุ่น พร้อมเลือกรับข้อเสนอพิเศษ ขับฟรี 90 วัน หรือผ่อนนานสูงสุด 90 เดือน

นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ซูซูกิมุ่งมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มค่า ครบครัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของลูกค้ามาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน โดยประเทศไทยเป็นตลาดที่มีความต้องการใช้งานรถยนต์ที่หลากหลายเป็นอย่างมาก ซึ่งซูซูกิก็เป็นหนึ่งในแบรนด์ผู้จำหน่ายรถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลายเซกเมนต์ไว้รองรับต่อความต้องการ และสิ่งที่สำคัญ คือ มีรถยนต์หลายรุ่นที่เข้าไปอยู่ในใจของคนไทยและยังได้การตอบรับเป็นอย่างดีเสมอมา

Suzuki XL7 1

โดยเฉพาะรถยนต์ 2 รุ่นของซูซูกิที่ยังคงสร้างความแตกต่าง ทั้งด้านเอกลักษณ์ของตัวรถไปจนถึงความคุ้มค่าด้านการใช้งาน จนเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ก็คือ SUZUKI XL7 Multi-Dynamic Crossover รถอเนกประสงค์แบบสปอร์ตครอสโอเวอร์ คือ หนึ่งในทางเลือกของรถยนต์สำหรับครอบครัวอีกรุ่นหนึ่งของคนไทย ด้วยจุดเด่นที่สำคัญ คือ ดีไซน์แข็งแกร่ง ดุดัน สมรรถนะโดดเด่น ถูกออกแบบมาให้เป็นรถยนต์สปอร์ตครอสโอเวอร์ขนาด 7 ที่นั่ง สามารถใช้งานได้จริงในทุกพื้นที่โดยสาร อุปกรณ์อำนวยความสะดวก สามารถตอบโจทย์ในทุกฟังก์ชันการใช้งานอย่างครบครัน ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ K15B ขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุดถึง 105 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดที่ 138 นิวตันเมตรที่ 4,400 รอบ/นาที เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด เดินทางคล่องตัว ปลอดภัย ทั้งยังเป็นรถที่ดูแลรักษาง่าย ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาคุ้มค่า

อีกหนึ่งรุ่นที่ลูกค้ายังให้ความเชื่อมั่นและเลือกใช้งานเป็นพาหนะคู่ใจ คือ รถยนต์ SUZUKI CIAZ อีโคคาร์ซีดานที่มาพร้อมกับจุดเด่นด้านความกว้างขวางภายในห้องโดยสาร มอบสัมผัสทุกความสบายตลอดการเดินทาง มีพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถกว้างถึง 565 ลิตร ฝาท้ายรถเปิดแบบไฟฟ้า ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.25 ลิตร รหัส K12B มอบพละกำลังสูงสุดที่ 91 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที สรงบิดสูงสุด 118 นิวตันเมตรที่4,800 รอบ/นาที อัตราประหยัดน้ำมันอยู่ที่ 20 กม./ลิตร รองรับระบบน้ำมันชนิด E20 อีกด้วย

ในโอกาสนี้เพื่อเป็นการตอบรับต่อความไว้วางใจของลูกค้ารวมถึงเป็นการกระตุ้นตลาดที่กำลังแข่งขันอย่างรุนแรงในช่วงต้นปี ซูซูกิ จึงเตรียมมอบแคมเปญราคาพิเศษให้สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถทั้ง 2 รุ่น ภายในเดือนมีนาคม 2567 โดยรถราคาพิเศษดังกล่าวจะมีจำหน่ายเพียงจำนวนจำกัด เท่านั้น !

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับแคมเปญพิเศษที่เราเตรียมมอบให้กับลูกค้าที่สนใจและมีความต้องการจะเป็นเจ้าของรถยนต์ทั้ง 2 รุ่น นอกจากจะเป็นการตอบรับความต้องการของลูกค้าและยังเป็นการกระตุ้นตลาดในช่วงต้นปีซึ่งมีการแข่งขันสูงเป็นอย่างมากอีกด้วย

Suzuki XL7 2

สำหรับแคมเปญพิเศษรับซัมเมอร์เตรียมมอบราคาสุดเซอร์ไพรส์ให้แก่ลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ SUZUKI XL7 ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2567 ด้วยราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 734,000 บาท จากราคาจำหน่ายเดิม 814,000 บาท (รถมีจำนวนจำกัด) นอกจากนั้นลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของ SUZUKI XL7 ได้สะดวกยิ่งขึ้น ด้วยข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติม ดังนี้
•ขับฟรี 90 วัน
•หรือ ผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน
•พนักงานเงินเดือนประจำ และ ลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ รับดอกเบี้ยพิเศษ
•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก, บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI XL7 เกียร์อัตโนมัติ มีสีให้เลือกและราคาจำหน่ายพิเศษดังนี้

Suzuki XL7 5

สีส้ม สีเทาเข้ม สีดำ ราคาเดิม 814,000 ราคาพิเศษ 734,000 บาท
สีขาว ราคา เดิม 819,000 บาท ราคาพิเศษ 739,000 บาท
สีทูโทน-ตัวรถสีส้มตัดกับหลังคาสีดำ ราคาเดิม 824,000 บาท ราคาพิเศษ 744,000 บาท
สีทูโทน-ตัวรถสีขาวตัดกับหลังคาสีดำ ราคาเดิม 829,000 บาท ราคาพิเศษ 749,000 บาท

สำหรับ SUZUKI CIAZ อีโคคาร์ซีดานพรีเมียม เป็นรถอีกรุ่นหนึ่งที่มีความสมบูรณ์แบบสามารถตอบรับความต้องการรถยนต์ที่คุ้มค่าของผู้บริโภคชาวไทยได้เป็นอย่างดี มาพร้อมกับแคมเปญพิเศษ ด้วยราคาจำหน่ายในรุ่นเริ่มต้นเพียง 378,000 บาท จากราคาเดิม 528,000 บาท ซึ่งราคาพิเศษนี้มอบให้กับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2567 (รถมีจำนวนจำกัด) นอกจากนั้นลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของได้สะดวกยิ่งขึ้น ด้วยข้อเสนอดังนี้
•ขับฟรี 90 วัน
•พนักงานเงินเดือนประจำ และ ลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ รับดอกเบี้ยพิเศษ
•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก, บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

Suzuki XL7 Pic Open Suzuki XL7 7
ราคาจำหน่ายพิเศษ SUZUKI CIAZ ในทุกรุ่นย่อย มีดังนี้
รุ่น ราคาเดิม ราคาพิเศษ (บาท)
CIAZ GL M/T ราคาเดิม 528,000 บาท ราคาพิเศษ 378,000 บาท
CIAZ GL CVT ราคาเดิม 564,000 บาท ราคาพิเศษ 414,000 บาท
CIAZ GLX CVT ราคาเดิม 628,000 บาท ราคาพิเศษ 478,000 บาท
CIAZ RS CVT ราคาเดิม 678,000 บาท ราคาพิเศษ 528,000 บาท

ทั้งนี้ SUZUKI CIAZ มีสีให้เลือก คือ สีขาว สีแดง และสีดำในเกรด RS (สีขาวเพิ่ม 5,000 บาท) สีขาว สีแดง สีเทาอ่อน สีเทาเข้ม และสีดำ ในเกรด GLX (สีขาวเพิ่ม 5,000 บาท) สีขาว สีเทาอ่อน สีเทาเข้ม และสีดำ ในเกรด GL (สีขาวเพิ่ม 5,000 บาท)

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า “แคมเปญพิเศษดังกล่าว เปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงการเป็นเจ้าของรถยนต์ทั้ง 2 รุ่นได้ง่ายยิ่งขึ้นและไม่อยากให้พลาดเพราะรถยนต์ในแคมเปญนี้มีจำนวนจำกัด ด้วยราคาที่เรามอบให้ในครั้งนี้เป็นการตอกย้ำถึงการส่งมอบสินค้าที่มีแต่ความคุ้มค่า คุ้มราคา ตามปรัชญาของซูซูกิที่มุ่งมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดี ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายเหมาะสมกับลูกค้าชาวไทย ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพงานบริการของโชว์รูมผู้จำหน่ายและศูนย์บริการรถยนต์ซูซูกิครอบคลุมทั่วประเทศ

 

 

นิสสัน ส่งเสริมการถ่ายทอดความรู้ และทักษะเทคโนโลยียานยนต์

0

นิสสัน ประเทศไทย ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย บริจาคเครื่องยนต์ดีเซล 2.3 ลิตร ให้แก่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน สิรินธร สำหรับใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนและการฝึกวิชาชีพด้านช่างยนต์ ด้วยเทคโนโลยียานยนต์ที่ทันสมัยให้แก่เยาวชนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ผู้เรียนสามารถประกอบอาชีพในอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ในอนาคต พร้อมสร้างประโยชน์แก่ชุมชน ทั้งนี้ นิสสันสนับสนุนการถ่ายทอดความรู้ และทักษะเทคโนโลยียานยนต์ระดับสู่สถานศึกษาโดยร่วมสนับสนุนศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนสิรินธรอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2557

“เครื่องยนต์โรตารี่” สัญลักษณ์แห่งการไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคของมาสด้า ที่อยู่เหนือกาลเวลา ตำนานที่ยังมีลมหายใจ

0

มาสด้า ผู้ผลิตยานยนต์ระดับโลกที่ผ่านเรื่องราวต่างๆ มาแล้วมากมายกว่า 100 ปี ที่ยังคงโลดแล่นสร้างความรักความผูกพันให้กับผู้คนที่ชื่อชอบการขับขี่และรักในรถยนต์ สิ่งหนึ่งที่ยังคงกึกก้องอยู่ในหัวใจของผู้คนทั่วโลก คือ มาสด้าเป็นผู้ผลิตรถยนต์เพียงรายเดียวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะให้ผู้คนจดจำจวบจนทุกวันนี้ นั่นคือ เครื่องยนต์ลูกสูบสามเหลี่ยม หรือที่ใครๆ ต่างรู้จักกันในชื่อ เครื่องยนต์โรตารี่ อันมีเอกลักษณ์ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน สร้างชื่อเสียงกระหึ่มโลก นำความภาคภูมิใจมาสู่ชาวมาสด้าทั่วโลก โดยเฉพาะเมื่อครั้งที่รถสปอร์ต 787B ได้คว้าชัยชนะจากการแข่งขันรถยนต์ที่ทรหดมากที่สุดของโลก รายการ เลอ มังส์ 24 ชม. ณ ประเทศฝรั่งเศส เมื่อปี 1991 และเป็นรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นแบรนด์แรกที่ชนะการแข่งขันในรายการนี้ ซึ่งทำให้เครื่องยนต์โรตารี่กลายเป็นสัญลักษณ์ในด้านความคิดสร้างสรรค์ และเป็นดีเอ็นเอสายพันธุ์สปอร์ตที่ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาจนถึงปัจจุบัน ในด้านความพยายามอย่างไม่หยุดยั้งที่จะเอาชนะทุกอุปสรรค ซึ่งได้ส่งผ่านมาถึงวิธีการทำงานและรถยนต์มาสด้าทุกรุ่นจวบจนถึงปัจจุบัน กลายเป็นต้นแบบของการพัฒนารถสปอร์ตมาสด้ารุ่นอื่นๆ อันเลื่องชื่ออีกหลายรุ่นที่คนไทยรู้จักกันดี อาทิ RX-7, RX-8 และรวมถึงรถต้นแบบมาสด้า RX-Vision อันโฉบเฉี่ยวสง่างาม ที่ใช้เครื่องยนต์โรตารี่ เจเนอเรชั่นใหม่ เป็นขุมพลังในการขับเคลื่อน

ต้นกำเนิดของเครื่องยนต์โรตารี่ คงเรียกได้ว่าเริ่มต้นมาตั้งแต่เมื่อปี 1919 เมื่อ มร. เฟลิกซ์ แวนเคิ้ล (Mr. Felix Wankel) มีความคิดริเริ่มที่จะสร้างเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบใหม่ที่ไม่ซ้ำแบบเครื่องยนต์ลูกสูบทั่วๆไป โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “เครื่องจักรเทอร์ไบน์” จนกระทั่งออกมาเป็นรูปร่างคล้ายเครื่องยนต์ 4 จังหวะ จุดระเบิดด้วยการหมุนรอบตัวเอง และได้ทำการทดลองมาอย่างต่อเนื่องจนสามารถออกแบบเป็น “ลูกสูบสามเหลี่ยม” ขึ้นมา และเมื่อ มร. เฟลิกซ์ แวนเคิ้ล ได้เข้าทำงานในสถาบัน TES (Technical Institute of Engineering Study) จึงได้พัฒนาจนเสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้งานในรถเพื่อการพาณิชย์ โดยนำโปรเจคนี้ไปเสนอต่อบริษัท NSU Motorenwerke AG ซึ่งเป็นบริษัทผลิตมอเตอร์ไซค์ และได้พัฒนาเครื่องยนต์โรตารี่ควบคู่กันไป ทำให้ “เครื่องยนต์โรตารี่” เครื่องแรกถือกำเนิดขึ้นในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 1957 โดยใช้ชื่อว่า DKM 54 ในรถมอเตอร์ไซค์ รุ่น 50 ซี.ซี. สามารถทำความเร็วได้ถึง 192.5 กม./ชม. ที่สำคัญสามารถคว้าชัยชนะในรายการ “World Grand Prix Championship” ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาให้กับผู้คนทั่วโลกเป็นอย่างมาก

ถึงแม้ว่า Wankel Engine จะเอาชนะการแข่งขันในครั้งนั้นมาได้ แต่ก็ยังมีข้อเสียอยู่มาก อาทิ กินน้ำมัน ความร้อนสูง สึกหรอมาก และเสียหายเร็ว จึงทำให้เสื่อมความนิยมลงจนจะกลายเป็นตำนานไปแล้ว แต่ก็ได้ถูกชุบชีวิตขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 1961 โดยวิสัยทัศน์ของ Mr. Tsuneji Matsuda ประธาน บริษัท Toyo Kogyu (โตโย โคเกียว) ผู้ผลิตรถยนต์จากแดนอาทิตย์อุทัย ภายใต้ชื่อ “มาสด้า” ได้ทำการซื้อลิขสิทธิ์มาพัฒนาใหม่ จนกระทั่งในเดือนเมษายน ปี 1963 Mr. Keichi Yamamoto ก็ได้ทำการพัฒนาขึ้นมาสำเร็จ แต่ยังพบข้อบกพร่องบางอย่างเกี่ยวกับ Apex Seal และ Oil Seal ซึ่งเสียหายง่าย จึงได้ร่วมมือกับ บริษัท Nippon Piston Ring & Oil Seal Co. เข้ามาช่วยแก้ปัญหาในส่วนนี้ได้สำเร็จ

ต่อมาในปี 1967 มาสด้าก็ได้สร้างความฮือฮาขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวรถคันแรกที่ใช้เครื่องยนต์โรตารี่ ด้วย “รุ่น Cosmo Sport 110S” ซึ่งเป็นรถยนต์มาสด้ารุ่นแรกที่ใช้เครื่องยนต์โรตารี่ หลังจากนั้นจึงได้เริ่มผลิตและจำหน่ายรถยนต์เครื่องยนต์โรตารี่ตามออกมาอีกหลายรุ่น อาทิ แฟมิเลีย โรตารี่ คูเป้ (R100 ในต่างประเทศ) ซาวันน่า (RX-3) RX-7 และรุ่นยูโนส คอสโม ทั้งนี้ เครื่องยนต์โรตารี่นั้นมีโครงสร้างที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ และขับเคลื่อนด้วยการหมุนของโรเตอร์รูปสามเหลี่ยม ซึ่งมาสด้าถือเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกและรายเดียวที่ประสบความสำเร็จในการใช้เครื่องยนต์โรตารี่ในเชิงพาณิชย์จนถึงปัจจุบัน โดยเริ่มมาจากการใช้เครื่องยนต์โรตารี่ในรถยนต์รุ่น Cosmo Sport 110S และทำให้ต่อมารถยนต์มาสด้าหลายรุ่นก็ได้นำเอาเครื่องยนต์โรตารี่มาใช้

หลังจากนั้น มาสด้าก็ยังคงไม่ละความพยายามในการพัฒนาสมรรถนะ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และความทนทานของเครื่องยนต์โรตารี่อย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดมาสด้าก็ประกาศศักดาให้คนทั่วโลกได้ประจักษ์ ด้วยการตัดสินใจนำรถแข่งของมาสด้าที่ใช้เครื่องยนต์โรตารี่ หรือ มาสด้า 787B ที่มาพร้อมเครื่องยนต์โรตารี่ 4 โรเตอร์ ลงแข่งขัน รายการ เลอ มังส์ 24 ชม. ในปี 1991 ที่ประเทศฝรั่งเศส และนั่นคือการลบคำสบประมาทจากทุกสิ่งที่ค้างคาใจของผู้คนทั่วโลก เมื่อมาสด้า 787B ทะยานเข้าเส้นชัยผ่านธงตาหมากรุก และนี่คือประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ มาสด้ากลายเป็นรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นแบรนด์แรกที่คว้าชัยชนะ ส่งผลให้เครื่องยนต์โรตารี่จากมาสด้า กลายเป็นสัญลักษณ์ในด้านความคิดสร้างสรรค์และความพยายามอย่างไม่หยุดยั้งที่จะเอาชนะทุกอุปสรรคของมาสด้ามาจนถึงปัจจุบัน

นับจากรถยนต์มาสด้าที่ใช้เครื่องโรตารี่ปรากฏโฉมออกสู่สาธารณชนเป็นครั้งแรกจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลาร่วม 50 ปี ของเครื่องยนต์นี้ที่ถูกผลิตและจำหน่ายไปทั่วโลกมากกว่า 2 ล้านคัน ซึ่งในระหว่างนั้น ทาง มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น มีโอกาสผลิตรุ่นพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปี จึงได้เปิดตัว มาสด้า RX-8 รุ่นพิเศษ ในตลาดญี่ปุ่น โดยรุ่นพิเศษนี้ได้รับการพัฒนามาจากรุ่น RX-8 Type S (เกียร์ธรรมดา 6 สปีด) และ Type E (เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด) ภายในสะท้อนถึงรถต้นแบบ คอสโม สปอร์ต พร้อมเบาะนั่งหนังแท้สั่งทำพิเศษ สีดำกับเทาอ่อนของ ALCANTARA สีภายนอกของตัวรถเป็นสีพิเศษ คือ สีขาวหินอ่อน พร้อมป้ายสัญลักษณ์รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 40 ปี บริเวณด้านข้างตัวรถ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการจำหน่ายรถมาสด้าเครื่องยนต์โรตารี่อย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ก็ยังมีอุปกรณ์พิเศษ เช่น โช้คอัพของ Bilstein และระบบกันสะเทือนด้านที่บรรจุโฟมยูรีเทน เพื่อให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ และสมรรถนะที่ดีขึ้น

ถึงแม้ว่าเครื่องยนต์โรตารี่จะได้หยุดการผลิตไปในบางช่วงเวลาเนื่องจากความเข้มงวดในบางตลาด แต่มาสด้าก็ไม่เคยที่จะหยุดพัฒนาและวิจัย จนกระทั่งวันนี้ตำนานที่ถูกเล่าขานมาอย่างยาวนาน ได้ถือกำเนิดขึ้นมาอีกครั้ง นั่นคือ เครื่องยนต์โรตารี่ เจเนอเรชั่นใหม่ ที่มีชื่อเรียกว่า SKYACTIV-R หรือ เครื่องยนต์โรตารี่ที่แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของมาสด้าในการกล้าที่จะก้าวสู่ความท้าทายใหม่ๆ และกล้าที่จะต่างด้วยการใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดเช่นเดียวกับการพัฒนาเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ โดยได้พัฒนาขึ้นเป็นรถสปอร์ตต้นแบบ มาสด้า RX-Vision ที่ใช้เครื่องยนต์โรตารี่ เจเนอเรชั่นใหม่ สกายแอคทีฟ-อาร์ เป็นขุมพลังในการขับเคลื่อน ซึ่ง มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ได้เผยโฉมเป็นครั้งแรกในงาน โตเกียว มอเตอร์ โชว์ เพื่อสะท้อนถึงวิสัยทัศน์แห่งอนาคต ด้วยการเป็นรถสปอร์ตวางหน้า และขับเคลื่อนล้อหลังที่มาพร้อมรูปลักษณ์หรูหรางดงามตามแบบฉบับ โคโดะ ดีไซน์ อันเลื่องชื่อของมาสด้า

นี่คือเรื่องราวความเป็นมาบางส่วนเกี่ยวกับเครื่องยนต์โรตารี่ อันเป็นต้นกำเนิดของรถสปอร์ตมาสด้าหลากหลายรุ่น และส่งผ่านมาจนถึงปัจจุบันกลายเป็นดีเอ็นเอของมาสด้าที่ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค หรือ Challenger Spirit ที่มาสด้าตั้งใจพัฒนาเพื่อนำเสนอเทคโนโลยียานยนต์ที่มีเอกลักษณ์ให้กับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าภาคภูมิใจ เพื่อสร้างสายสัมพันธ์อันแสนวิเศษ และเพื่อให้มาสด้ากลายเป็นแบรนด์หนึ่งเดียวที่อยู่ในใจลูกค้าตลอดไป

“ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่” คว้ามาตรฐานความปลอดภัย ASEAN NCAP ระดับ 5 ดาว สะท้อนการเป็นยนตรกรรมที่มอบความปลอดภัยและไร้กังวลในทุกเส้นทาง

0
ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ภาพเปิด

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความสำเร็จของ ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ภายใต้เจเนอเรชันที่ 11 ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จากการทดสอบการชนของ ASEAN NCAP ซึ่งเป็นการทดสอบเพื่อวัดสมรรถนะด้านความปลอดภัยของยานยนต์รุ่นใหม่ที่วางจำหน่ายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (New Car Assessment Program for Southeast Asia) นับเป็นการคว้ามาตรฐานความปลอดภัยต่อเนื่อง 2 เจเนอเรชัน

ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ 1

 

โดยความสำเร็จครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงการสร้างสรรค์และนำเสนอยนตรกรรมคุณภาพของฮอนด้า ที่มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยอันล้ำสมัย อีกทั้งตอกย้ำเจตนารมณ์และเป้าหมายของฮอนด้าในการสร้างสังคมปลอดอุบัติเหตุสำหรับทุกคนที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกันให้เกิดขึ้น จากการใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วโลกภายในปี พ.ศ. 2593 (Honda Target 2050)

ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ได้รับการพัฒนาและยกระดับเพื่อมอบคุณค่าใหม่อีกขั้น ทั้งในด้านเทคโนโลยีความปลอดภัย ควบคู่ไปกับประสบการณ์ขับขี่ที่ไร้กังวล เหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวันด้วยระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ที่มอบสมรรถนะโดดเด่นจากการผสานพลังขับเคลื่อนหลักจากมอเตอร์ไฟฟ้า มอบการขับขี่ที่ทรงพลังและอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงสุดถึง 25 กม./ลิตร พร้อมด้วยเทคโนโลยีการขับขี่และเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอันล้ำสมัยที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ โดยทุกรุ่นย่อยมาพร้อมเทคโนโลยความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING เพื่อความมั่นใจในทุกการเดินทาง พร้อมด้วยหลากหลายเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอันล้ำสมัยอื่น ๆ* ที่ได้รับการติดตั้งอย่างครบครัน อาทิ

ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ 3

เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ที่ผสานการทำงานของกล้องมุมกว้างด้านหน้าและเรดาร์ ในการตรวจจับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน และคนเดินถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบไปด้วย 6 ฟังก์ชันการทำงานหลัก ดังนี้

•ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
•ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
•ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning : RDM with LDW)
•ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้า
ที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
•ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB) และระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ (Adaptive Driving Beam: ADB) (เฉพาะรุ่น e:HEV RS) ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในเวลากลางคืนและปรับองศา
ของแสงไฟเพื่อลดการรบกวนรถด้านหน้าหรือรถที่กำลังสวนทางมา
•ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)

เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยล้ำสมัยและเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่อื่น ๆ* อาทิ
•ถุงลม 8 ตำแหน่ง ในทุกรุ่นย่อย ได้แก่ ถุงลมคู่หน้า ถุงลมด้านข้างคู่หน้า ม่านถุงลมด้านข้าง
และถุงลมหัวเข่าคู่หน้า
•เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด
•ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camera System: MVCS)
•ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (ACL)
•ระบบเพิ่มความเสถียรและความคล่องตัวในการขับขี่ (Motion Management System: MMS)
•ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Monitor)
•ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder)
•ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลัง (Front and Rear Passenger Seat Belt Reminder)

ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ 5

ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ เปิดตัวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นครั้งแรกที่ประเทศไทย เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2566 และนับเป็นการคว้ามาตรฐานความปลอดภัยยอดเยี่ยมระดับ 5 ดาวไว้ได้อย่างต่อเนื่อง 2 เจเนอเรชัน นับตั้งแต่เจเนอเรชันที่ 10 ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวเมื่อปี พ.ศ. 2562 สำหรับ ฮอนด้า แอคคอร์ด รุ่นที่นำมาใช้ในการทดสอบครั้งนี้ ได้แก่ รุ่น e:HEV RS ที่ผลิตและจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว ด้วยคะแนนรวม 87.44 เต็ม 100 คะแนน โดยได้รับคะแนนในแต่ละด้าน ทั้ง 4 ด้าน จากคะแนนเต็ม 120 คะแนนซึ่งหลักเกณฑ์การประเมินประกอบด้วย การทดสอบการชนจากด้านหน้า การชนจากด้านข้าง และการประเมินเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย โดยได้รับคะแนนในแต่ละส่วน ดังนี้

•การปกป้องผู้โดยสารที่เป็นผู้ใหญ่ (Adult Occupant Protection: AOP) 30.90/32 คะแนน
•การปกป้องผู้โดยสารที่เป็นเด็ก (Child Occupant Protection: COP) 45.25/51 คะแนน
•เทคโนโลยีด้านความปลอดภัย (Safety Assist Technologies: SATs) 19.50/21 คะแนน
•ความปลอดภัยต่อผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ (Motorcyclist Safety: MS) 10/16 คะแนน

ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ 6

ทั้งนี้ ฮอนด้า จะยังคงมุ่งมั่นพัฒนายนตรกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบยนตรกรรมที่มีคุณภาพ ครบครันด้วยเทคโนโลยีทั้งด้านการขับเคลื่อนและความปลอดภัย เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการสร้างสังคมปลอดอุบัติเหตุและลดการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับรถจักรยานยนต์และรถยนต์ฮอนด้าทั่วโลกให้เป็นศูนย์ (Zero Traffic Collision Fatalities) ให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน ภายในปี พ.ศ. 2593 (Honda Target 2050)

ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ มาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ย 0.99%** พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท หรือเลือกรับข้อเสนอดับเบิ้ล สไมล์ พลัส** ดาวน์เพียง 10% หรือเลือกผ่อนเดือนละ 19,370 บาท โดยทุกรุ่นมาพร้อมการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปีไม่จำกัดระยะทาง เมื่อจองตั้งแต่ 1 มีนาคม 2567 – 8 เมษายน 2567 และรับรถตั้งแต่ 1 มีนาคม 2567 – 30 เมษายน 2567

โดยลูกค้าที่สนใจสามารถสัมผัสและทดลองขับฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลจากที่ปรึกษาการขายหรือแชตกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 หรือ อ่านรายละเอียดทางwww.honda.co.th/accordehev โดยลูกค้าที่ลงทะเบียนและร่วมกิจกรรมทดลองขับผ่าน www.honda.co.th/testdrive ตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 ถึง 30 เมษายน 2567 จะได้รับฟรี Happy Puffy Bag มูลค่า 250 บาท**

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เปิดตัว GWM TANK 700 Hi4-T ในกรุงปักกิ่ง สร้างมาตรฐานใหม่ของรถออฟโรดสุดพรีเมียม ยกระดับวงการยานยนต์ทั่วโลกไปอีกขั้น

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เปิดตัวรถออฟโรดรุ่นเรือธงสำหรับสายลุยอย่างเป็นทางการในชื่อ ‘GWM TANK 700 Hi4-T’ ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน สร้างปรากฏการณ์ความยิ่งใหญ่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ท่ามกลางกระแสตอบรับอย่างล้นหลามของผู้ที่หลงไหลในรถยนต์จากทั่วโลก ด้วยเทคโนโลยีออฟโรดสุดล้ำสมัยระดับโลก สร้างมาตรฐานใหม่ในกลุ่มรถออฟโรดระดับพรีเมียมรุ่นเรือธงในประเทศจีน

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เผยสเปคเด่นของ GWM TANK 700 Hi4-T รถออฟโรดรุ่นล่าสุดสู่สายตาชาวโลก ประเดิมด้วยความทรงพลังของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 3.0T Hi4-T ซึ่งเป็นการออกแบบโครงสร้างเครื่องยนต์เพียงหนึ่งเดียวในประเทศจีนที่รองรับพละกำลังของรถยนต์ไฮบริดขนาดใหญ่ แสดงให้เห็นถึงการคิดค้นและพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อนำเสนอประสบการณ์การขับขี่สุดเร้าใจ ยิ่งไปกว่านั้น GWM TANK 700 Hi4-T มาพร้อมกับความโดดเด่นของดีไซน์ภายนอกและกลไกภายในที่ผสมผสานเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว ด้วยเทคโนโลยีไฮบริดขั้นสูงเพื่อสร้าง “ความพึงพอใจของผู้ขับขี่ในทุกเส้นทาง” สร้างความโดดเด่นและแตกต่างเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์ไฮบริดอื่น ๆ ในระดับโลก ด้วยโหมดการขับขี่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทุกเส้นทางมากถึง 12 โหมด ตอบสนองทุกความต้องการของผู้ขับขี่ในทุกเส้นทางและทุกสถานการณ์ สร้างความมั่นใจในทุกการผจญภัยแบบออฟโรดที่เหนือกว่าในระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ส่งผลให้ GWM TANK 700 Hi4-T ก้าวเข้าสู่การเป็นรถออฟโรดรุ่นเรือธงด้วยความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีที่เหนือกว่าในทุก ๆ ด้าน

ภายใน GWM TANK 700 Hi4-T ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้เป็นรถออฟโรดสุดหรูขั้นสุด โดดเด่นด้วยการผสานที่สมบูรณ์แบบระหว่างสมรรถนะในการขับขี่แบบออฟโรดและความสะดวกสบาย มาพร้อมกับเบาะนั่ง Light Cloud มุมกว้างพิเศษ สร้างความสะดวกสบายสูงสุดให้กับผู้ขับขี่ราวกับนั่งบนปุยเมฆ โดดเด่นเหนือกว่าใครด้วยระบบเสียงจาก Harman Kardon ที่มาพร้อมลำโพง 16 ตัวที่สร้างความละเอียดเสียงระดับ Hi-Fi (High Fidelity) สู่การเป็นสุดยอดแห่งวงการออฟโรดระดับพรีเมียม พร้อมการันตีประสบการณ์การขับขี่อย่างเหนือระดับผ่านทุกรายละเอียดที่สร้างสรรค์ไว้อย่างประณีตในทุกแง่มุม

ในงานเปิดตัว ณ กรุงปักกิ่ง เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้แสดงศักยภาพในหลากหลายมิติของ GWM TANK 700 Hi4-T ได้อย่างครอบคลุม แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะที่ทรงพลังและเชื่อถือได้ โดยในช่วงไลฟ์สตรีมมิ่ง ผู้ชมจากทั่วทุกมุมโลกได้เห็นถึงการควบคุมที่แม่นยำ อัตราเร่งอันน่าทึ่ง และความคล่องตัวของรถยนต์พรีเมียมออฟโรดสายลุยที่พร้อมขึ้นแท่นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ งานเปิดตัวในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำว่า GWM TANK คือผู้นำในการตลาดรถออฟโรดพรีเมียมในประเทศจีน ด้วยบทพิสูจน์ที่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางเทคโนโลยีและความเหนือระดับของ เกรท วอลล์ มอเตอร์  ทั้งในวันนี้และในอนาคต เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะยึดมั่นในการสร้างคุณค่าของแบรนด์ผ่านผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมที่มีคุณภาพ มุ่งสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลกในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยานยนต์คุณภาพสูง

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยึดมั่นกลยุทธ์ในการเพิ่มขีดความสามารถของยานยนต์ด้วยเทคโนโลยีมาโดยตลอด รวมถึงส่งเสริมการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์อย่างไม่หยุดยั้ง ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มุ่งมั่นที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมและเทคโนโลยีขั้นสูงที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพแก่ผู้บริโภคทั่วโลก การเปิดตัว GWM TANK 700 Hi4-T สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้นำด้านรถออฟโรดได้อย่างชัดเจน ตอกย้ำการก้าวสู่การเป็นผู้นำในการกำหนดมาตรฐานทางเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมยานยนต์ได้อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม