Home Blog Page 184

ฉางอาน ออโต้ เซลส์ ประเทศไทย เปิดตัวโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งแรกในประเทศไทย

0

บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ ประเทศไทย จำกัด (Changan Automobile) เปิดตัวโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งแรกในประเทศไทย ภายใต้ดีไซน์อันโดดเด่นและสามารถรองรับการบริการที่ครบวงจร ภายใต้แบรนด์ DEEPAL เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่สำหรับลูกค้า

โดยในพิธีเปิดได้มี นายเฉิน ซิ่งฮวา กรรมการผู้จัดการภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ของ Changan Automobile , คุณสุรพล ชัยตระกูลทอง ผู้จัดจำหน่าย ดีพอล รุ่งเจริญ บางนา และ คุณทรงวิทย์ ฐิติปุญญา บริษัท อีเทอนิตี้ แอทวัน จํากัด ร่วมการเปิดตัวของโชว์รูมอย่างเป็นทางการ

 

ดีพอล รุ่งเจริญ บางนา [Deepal Rungcharoen Bangna] ได้ออกแบบด้วยดีไซน์ทันสมัยและนำเสนอเทคโนโลยีของ CHANGAN พร้อมทีมงานมืออาชีพ ที่มีประสบการณ์ ทำให้สามารถบรรลุเป้าหมายสูงสุด นั่นคือ การสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ส่งผลให้ธุรกิจผู้จำหน่ายรถยนต์มีการเติบโตและประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

 

นอกจากนี้ CHANGAN ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรของตน, โดยเฉพาะในบทบาทที่มีการให้บริการตรงไปตรงมากับลูกค้า มุ่งเน้นไปที่การส่งมอบบริการคุณภาพสูงทุกรายละเอียด, รวมถึงความเต็มใจในการให้บริการ, ความรู้ทางวิชาชีพ, และประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม

 

โดย บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ ประเทศไทย จำกัด ยังคงมุ่งมั่นขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่องตามจุดยุทธศาสตร์เพื่อมอบการบริการที่อัดแน่นด้วยคุณภาพ มอบความสะดวกสบายและสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าทั่วประเทศ ด้วยเป้าหมายที่จะเปิดโชว์รูมดีพอล 80-100 ศูนย์บริการภายในปี 2024

 

ดีพอล รุ่งเจริญ บางนา (ก.ม 13) เปิดให้บริการและลูกค้าสามารถเข้ามาสัมผัสประสบการณ์ได้ในช่วงเวลาทำการ ตั้งแต่เวลา 8:30 น. ถึง18:00 น. สามารถได้รับบริการในการให้คำปรึกษาได้ทั้งโทรศัพท์ที่ (+66) 02-316-8899 หรือที่โชว์รูมเองในช่วงเวลาทำการ, สำหรับตำแหน่งของโชว์รูม 77/1 หมู่ 1 ถ.บางนา-ตลาด ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 10540

การกลับมาของ Chery Group บริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่สัญชาติจีน กับก้าวใหม่ในประเทศไทย

0
Chery ภาพเปิด

หากพูดถึงตลาดการผลิตรถยนต์ทั่วโลก ประเทศจีนถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่เป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ของบริษัทยักษ์ใหญ่และเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยียนตรกรรมที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลก หนึ่งในนั้นคือบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง “Chery Group” บริษัทผู้ผลิตรถยนต์อันดับต้น ๆ ของจีน ซึ่งในเดือนธันวาคม 2023 ถือเป็นการครบรอบ 27 ปี วันนี้จึงชวนทุกคนย้อนดูความสำเร็จตลอดเกือบ 3 ทศวรรษที่ผ่านของของบริษัทยานยนต์สัญชาติจีนยักษ์ใหญ่นี้

 

จุดเริ่มต้นของ Chery Group ย้อนไปตั้งแต่ปี 1997 ในชื่อ Anhui Auto Parts Industry ที่ผลิตเครื่องยนต์เป็นหลัก จนกระทั่ง 2 ปีต่อมา ในนามของ Chery Automotive ได้ผลิตรถยนต์ครั้งแรกในวันที่ 18 ธันวาคม 1999 ซึ่งรถรุ่นแรกขายได้ราว 30,000 คัน ในประเทศจีน จากนั้นก็ได้กลายเป็นที่รู้จักและเปิดตัวต่อสายตาชาวโลกในฐานะองค์กรลูกผสมระหว่างธุรกิจของรัฐและสตาร์ทอัพคนรุ่นใหม่ ซึ่งในปี 2001 Chery Group ได้เริ่มส่งออกรถยนต์ไปยังต่างประเทศครั้งแรก

Chery 2

ในปี 2007 หลังจากเริ่มจำหน่ายรถยนต์ได้ไม่ถึง 8 ปี ได้จำหน่ายรถไปแล้ว 1,000,000 คัน ซึ่งถือเป็นสถิติการพัฒนาที่รวดเร็วที่สุดของจีนและทั่วโลกในอุตสาหกรรมยานยนต์ในขณะนั้น กลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์จากจีนที่มีประสิทธิภาพและกำลังการผลิตมากที่สุดอันดับ 7 และขึ้นแท่นเป็นผู้ส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (passenger car) รายใหญ่ที่สุดของจีน

Chery 3

ในปี 2022 ประสบความสำเร็จอีกขั้น ด้วยยอดขายรถยนต์มากกว่า 1.2 ล้านคัน ส่งออกราว 5 แสนคันทั่วโลก และในปี 2023 บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายเกินกว่าอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรม โดยคาดว่าจะมียอดขายทะลุ 2 ล้านคันทั่วโลก และในปี 2024 ที่จะถึงนี้ มีเป้าหมายในการขายมากกว่า 3 ล้านคันทั่วโลก พร้อมเปิดตลาดในประเทศอังกฤษ และอเมริกา

Chery 5

ข้อแตกต่างสำคัญของ Chery group กับแบรนด์รถยนต์สัญชาติจีนอื่น ๆ คือเป็นบริษัทรถยนต์จีนบริษัทแรกที่มี R&D Center ในต่างประเทศ ที่จะพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าในทุกภูมิภาค นอกเหนือจากการพัฒนาตลาดอย่างต่อเนื่อง บริษัทยังมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับความต้องการของลูกค้า พร้อมกับพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตรถยนต์ที่เสมือนเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จ ซึ่งประกอบด้วย เครื่องยนต์ที่เป็นส่วนประกอบหลักของรถ (Engines) ระบบส่งกำลัง (Transmission) และช่วงล่างแชสซี (Chassis) ทำให้เป็นบริษัทผลิตยานยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเทคโนโลยีระดับโลก

Chery 1

ตลอดระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษ ได้กลายเป็นผู้ส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอันดับต้น ๆ ของจีน คว้ารางวัล Top 20 Best Overseas Image Enterprises โดย SASAC (State-owned Assets Supervision and Administration Commission) และ CICG (China International Communications Group) จากการคัดเลือก 5 ครั้งติดต่อกัน และในรายงานของ Kantar BrandZ เกี่ยวกับ 50 บริษัทผู้ผลิตสัญชาติจีนในปี 2023  ซึ่งคว้าอันดับหนึ่งในหมวดยานยนต์ และจากดัชนีด้านยานยนต์ของ J.D. Power ในปี 2023  ครองตำแหน่งสูงสุดใน IQS (Initial Quality Study) ในบรรดา แบรนด์ต่าง ๆ สัญชาติจีน และรถยนต์ของ Chery Group ต่างก็ได้รับอันดับหนึ่งในกลุ่มของเซกเมนต์นั้น ๆ

Chery 8

ในช่วงกลางปี 2023 ในงาน Shanghai International Automobile Industry Exhibition ครั้งที่ 20 (Auto Shanghai 2023) ได้เปิดตัว แบรนด์รถยนต์ใหม่ ภายใต้ชื่อ OMODA และ JAECOO ซึ่งเป็นการพัฒนาแบรนด์รถยนต์สะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ได้อย่างตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันและดีไซน และควบรวมกับ เทคโนโลยีล่าสุด

Chery 9

โดยรถยนต์ที่เปิดตัวเป็นรุ่นแรกคือ OMODA 5 EV รถยนต์ขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกที่ออกแบบภายใต้แนวคิดการสะท้อนตัวตนผู้ขับขี่คนรุ่นใหม่ ที่มีความทันสมัย มีสไตล์และชื่นชอบเทคโนโลยีแห่งอนาคต ในขณะที่แบรนด์ JAECOO ได้รับแรงบันดาลใจจากปรัชญาของธรรมชาติ เรียบหรู น่าเกรงขาม เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีสุดทรงพลังที่สามารถขับขี่ได้ในทุกสภาพภูมิประเทศ ผ่านการออกแบบภายในที่มีความประณีต ความซับซ้อน และแข็งแรง

สำหรับในปี 2024 ที่จะถึงนี้ Chery Group พร้อมแล้วที่จะเข้ามาให้บริการในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เปิดตัวโชว์รูมและศูนย์บริการที่ครอบคลุมทุกภูมิภาค พร้อมกับนำรถยนต์ OMODA 5 EV และ JAECOO มาให้ผู้ขับขี่ชาวไทยได้เตรียมเป็นเจ้าของกัน และการกลับมาครั้งนี้ บริษัทฯ มีความตั้งใจที่จะลงทุนสร้างโรงงานและทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถพวงมาลัยขวาในภูมิภาคนี้อีกด้วย

 

จบการแข่งขัน Thailand 10-hour Endurance Race โตโยต้าปิดการแข่งขันอย่างงดงามกับรถยนต์ทางเลือกสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน 3 คัน (รถยนต์เชื้อเพลิงที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน / รถยนต์เครื่องยนต์ไฮโดรเจน / รถยนต์ HEV)

0
โตโยต้า มอเตอร์ ภาพเปิด

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น (โตโยต้า) เข้าร่วมการแข่งขัน “IDEMITSU SUPER ENDURANCE SOUTHEAST ASIA TROPHY 2023” (Thailand 10-hour Endurance Race) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 และ 23 ธันวาคม ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ในประเทศไทย โดยมีรถยนต์เข้าร่วมการแข่งขัน 3 คัน ได้แก่ “ORC ROOKIE GR86 CNF concept” GR86 ใช้เชื้อเพลิงที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน “ORC ROOKIE GR Corolla H2 concept” Corolla เครื่องยนต์ไฮโดรเจน และ “CP ROOKIE PRIUS CNF-HEV GR concept” Prius ที่เป็น HEV ซึ่งทุกคันสามารถวิ่งจนจบการแข่งขันได้สำเร็จ

โตโยต้า มอเตอร์ 1

ในการแข่งขัน Thailand 10-hour Endurance Race ครั้งนี้ เราใช้ไฮโดรเจนที่ผลิตในประเทศซึ่งมาจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) ซึ่งเป็นพันธมิตรกับเราในการสร้างสังคมที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนในประเทศไทย นอกจากนี้ ก่อนการแข่งขัน เราได้จัดกิจกรรมขอบคุณแฟน ๆ ชาวไทยที่ให้การสนับสนุนเราเสมอมา กิจกรรมเหล่านี้ถือเป็นก้าวสำคัญสู่การบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน รวมถึงการขับขี่อย่างสนุกสนาน (Fun to drive) ผ่านกีฬามอเตอร์สปอร์ต

โตโยต้า มอเตอร์ 7

 

1. GR FESTIVAL 2023

ก่อนการแข่งขัน Thailand 10-hour Endurance Race บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้จัดงาน GR FESTIVAL 2023 ขึ้นในวันที่ 19 ธันวาคม ที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยมีแฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ตกว่า 2,500 คนมารวมตัวกันเพื่อชมงานดังกล่าว

โตโยต้า มอเตอร์  3

ในงาน GR FESTIVAL 2023 มีนักแข่งจาก ROOKIE Racing, Toyota Gazoo Racing Team Thailand และ D1 มาเข้าร่วมในการแข่งขัน ซึ่งนอกจากผู้ชมจะได้ชมผลงานของแต่ละทีม อาทิ การแข่งแบบยิมคาน่าในรูปแบบจับเวลา (Time Attack) การแสดงดริฟท์โชว์ ฯลฯ แล้ว เรายังมีการแนะนำรถ Toyota Hilux Champ ให้ได้ชมด้วย ซึ่งเป็นเสน่ห์ของกีฬามอเตอร์สปอร์ต รวมถึงเป็นการแสดงความขอบคุณแก่แฟน ๆ ชาวไทย

โตโยต้า มอเตอร์  6

เราจะยังคงมุ่งมั่นสร้างรอยยิ้มให้ลูกค้าชาวไทยของเราด้วยการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ดียิ่งขึ้น รวมถึงสร้างฐานแฟน ๆ จากกีฬามอเตอร์สปอร์ตต่อไป

2. รถยนต์ทั้ง 3 คัน (รถยนต์เชื้อเพลิงที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน / รถยนต์เครื่องยนต์ไฮโดรเจน / รถยนต์ HEV) สามารถวิ่งจนจบการแข่งขัน Thailand 10-hour Endurance Race ได้สำเร็จ

โตโยต้า มอเตอร์ 2

รถยนต์ทั้ง 3 คัน ได้แก่ GR86 (รถยนต์เชื้อเพลิงที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน), Corolla (รถยนต์เครื่องยนต์ไฮโดรเจน) และ Prius (รถยนต์ HEV) ที่เข้าร่วมในการแข่งขัน Thailand 10-hour Endurance Race เมื่อวันที่ 22 และ 23 ธันวาคม สามารถวิ่งจนจบการแข่งขันด้วยผลการแข่งขันดังต่อไปนี้

โตโยต้า มอเตอร์  8

ในการแข่งขันครั้งนี้ เราพยายามเพิ่มทางเลือกสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนให้มากขึ้นโดยเริ่มจากกีฬามอเตอร์สปอร์ต รถ GR86 และ Prius ใช้เชื้อเพลิงที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน ส่วน Corolla เครื่องยนต์ไฮโดรเจนก็ใช้ไฮโดรเจนบางส่วนที่ผลิตจากก๊าซชีวภาพที่เกิดจากมูลไก่ในฟาร์มของ CP

โตโยต้า มอเตอร์  10

หลังจบการแข่งขัน มร. อากิโอะ โตโยดะ ประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น หรือที่รู้จักกันในนามนักแข่งว่า Morizo ​​ได้แสดงความคิดเห็นไว้ดังนี้

“จุดประสงค์ในการเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ คือการนำเสนอรถยนต์ไฮโดรเจนและไฮบริดให้เป็นอีกทางเลือกสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน แม้จะมีปัญหาเกิดขึ้นบ้าง แต่เราก็สามารถวิ่งจนจบการแข่งขันได้สำเร็จ นอกจากรถเครื่องยนต์ไฮโดรเจนที่เราได้นำมาแข่งเป็นปีที่ 2 แล้ว ผมก็รู้สึกดีใจที่ชาวไทยก็ให้การยอมรับสิ่งที่เรานำเสนอ ผ่าน รถยนต์ โตโยต้า Prius และรถไฮบริดเป็นอย่างดี

โตโยต้า มอเตอร์  12

เรากำลังทำงานร่วมกับ CP Group ภายใต้ความมุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในประเทศไทยโดยอาศัยความเชี่ยวชาญของทั้งสองบริษัท ซึ่ง คุณขจร เจียรวนนท์ กรรมการบริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทรูลีสซิ่ง จำกัด ที่มาร่วมกับทีม Rookie Racing ในการขับ CP ROOKIE PRIUS CNF-HEV GR concept ในครั้งนี้ รวมถึงท่านประธานกรรมการ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด คุณสุภกิต เจียรวนนท์ ก็รักในการขับรถเช่นกัน ดังนั้น การที่ CP Group และโตโยต้ามาเข้าร่วมการแข่งขัน Thailand 10-hour Endurance Race ด้วย CP ROOKIE PRIUS CNF-HEV GR concept ในครั้งนี้ ผมคิดว่าการร่วมมือในครั้งนี้ ได้ทำให้ผู้คนได้รับรู้ถึงกิจกรรมที่พวกเรากำลังทำกันอยู่มากขึ้น

โตโยต้า มอเตอร์  13

ในบางครั้ง การสร้างอนาคตภายใต้จุดมุ่งหมายที่จะขับเคลื่อนสังคมให้มีความเป็นกลางทางคาร์บอน เป็นเรื่องยากที่บริษัทใดบริษัทหนึ่งที่จะทำได้โดยลำพัง หากทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตพลังงาน ผู้ขนส่ง ผู้ใช้ และผู้ผลิตรถยนต์ ทุก ๆ คนร่วมมือกัน จำนวนพันธมิตรของพวกเรา ก็จะเพิ่มมากขึ้น แล้วผมเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงไปสู่อนาคตก็จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

โตโยต้า มอเตอร์  15

คนไทยทุกคนก็สามารถสนับสนุนผู้ที่กำลังพยายามดำเนินการเหล่านี้ได้ ผมอยากอยู่ในโลกที่ทุกคนร่วมกันสร้างอนาคต รวมถึงสนับสนุนผู้ที่มีความพยายามช่วยกันเปลี่ยนไปสู่อนาคตที่ดีกว่าเดิมครับ”

โตโยต้าจะส่งเสริมการดำเนินการเหล่านี้ต่อไปเพื่อสร้างสมดุลระหว่างแนวคิด “Multi-pathway” ที่มุ่งบรรลุเป้าหมาย “ความเป็นกลางทางคาร์บอน” และแนวคิด “Fun to Drive” เพื่อ “สร้างรอยยิ้มให้กับลูกค้าทุกคน” ต่อไป

 

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เตรียมส่ง New ORA Good Cat รุ่นใหม่จากสายการผลิตภายในประเทศ พร้อมเปิดให้จองสิทธิ์ซื้อ เตรียมส่งมอบในเดือนมกราคม 2567 นี้

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย (xEV Leader) และบริษัทผู้ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) เดินหน้าเติมเต็มระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในไทย เตรียมเปิดตัว New GWM ORA Good Cat เจ้าเหมียวไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ล่าสุดจากสายการผลิตภายในประเทศ สู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยเป็นครั้งแรกในเดือนมกราคม 2567 ภายหลังจากที่ได้ส่งมอบรถยนต์ ORA Good Cat ที่นำเข้าจากประเทศจีน (CBU) ให้กับลูกค้าชาวไทยทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า New GWM ORA Good Cat นี้ ถือเป็นหนึ่งในพันธกิจของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในการผลิตเพื่อชดเชยการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าตามนโยบายการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้ากับทางภาครัฐ หรือ ZEV 3.0 ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ทำการลงนามไปเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2565

ทั้งนี้ รถยนต์ New GWM ORA Good Cat ที่ผลิตภายในประเทศ จะออกจากโรงงาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) เพื่อเริ่มจำหน่ายและส่งมอบให้กับลูกค้าภายในเดือนมกราคม 2567 นี้เป็นต้นไป ซึ่งถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกที่ผลิตจากสายการผลิตในประเทศไทยและส่งมอบให้กับคนไทย โดย New GWM ORA Good Cat จะมีทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น PRO รุ่น ULTRA และ รุ่น GT โดยผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนจองสิทธิ์เพื่อซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2566 เวลา 12.00 น. (เที่ยงวัน) เป็นต้นไป ผ่านทางแอปพลิเคชัน GWM และเว็บไซต์ www.gwm.co.th

New GWM ORA Good Cat รุ่น PRO และ ULTRA มีสีภายนอกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีขาว (Hamilton White) สีขาวหลังคาสีดำ (Hamilton White with Black Roof) ซึ่งทั้งสองสีนี้จับคู่กับภายในสีดำ, สีเขียวหลังคาสีขาว (Verdant Green with White Roof) พร้อมสีภายในสีเขียวและเทา, สีเบจหลังคาสีน้ำตาล (Hazel Wood Beige with Brown Roof) พร้อมสีภายในสีเบจและน้ำตาล และสีเขียว พิสตาชิโอ (Pistachio Green) พร้อมสีภายในสีเขียวและเบจ ส่วนรุ่น GT มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีดำ (Sun Black) และสีเทา (Aqua Grey) ซึ่งทั้งสองสีนี้จับคู่กับภายในสีดำและเหลือง พร้อมอุปกรณ์แต่งสปอร์ตสีเหลือง

ORA Good Cat ถือเป็นรถยนต์ที่เข้ามาสร้างปรากฏการณ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย รวมถึงสร้างการรับรู้และการใช้งานในวงกว้าง จากนโยบายการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐ ทำให้ความนิยมของรถยนต์ไฟฟ้า 100% เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย ORA Good Cat ถือเป็นรถยนต์ที่มียอดจดทะเบียนสูงที่สุดในปี 2565 ซึ่งเป็นปีแรกของการใช้นโยบาย ZEV 3.0

New GWM ORA Good Cat เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ขนาดกะทัดรัด สมรรถนะการขับขี่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ไม่ว่าจะเป็นในเมืองหรือนอกเมือง ครบครันทั้งเทคโนโลยีและฟังก์ชันการใช้งานอันชาญฉลาด คงความโดดเด่นด้วยแนวคิดการออกแบบ “Retro Futuristic” ที่เป็นเอกลักษณ์ มอบความทันสมัยผสมผสานกับกลิ่นอายสไตล์เรโทรเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โดยมีจุดเด่นด้านนอกคือไฟหน้าทรงกลม

ทรง Cat Eye ในขณะที่รุ่น GT จะมาพร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่เน้นพละกำลังและความสปอร์ต มาพร้อมรูปลักษณ์ที่สะท้อนเอกลักษณ์และความเท่ของผู้ขับขี่อย่างมีสไตล์ พร้อมตอบสนองการขับขี่ที่เร้าใจ

เจ้าเหมียวไฟฟ้า New GWM ORA Good Cat รุ่น PRO และ ULTRA และเจ้าเหมียวไฟฟ้าสายสปอร์ต New GWM ORA Good Cat รุ่น GT ที่เตรียมเปิดตัวในเดือนมกราคมนี้ เป็นรุ่นที่ผลิตจากโรงงานอัจฉริยะในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ซึ่ง เกรท วอลล์ มอเตอร์ ถือเป็นแบรนด์แรกที่เริ่มทำการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก (Mass Production) ในประเทศไทยเพื่อส่งออกขายสู่ตลาดรถยนต์ไทยภายใต้นโยบาย ZEV 3.0 ของรัฐบาล โดย เกรท วอลล์ มอเตอร์ พร้อมให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสและเป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าคุณภาพจากฝีมือคนไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ยานยนต์คุณภาพที่เปี่ยมไปด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะและเทคโนโลยีล้ำสมัย ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการลงทุนและการจ้างงานในประเทศไทย การพัฒนาศักยภาพของแรงงานไทย รวมถึงผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าระดับภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม

แฟน ๆ เจ้าเหมียวไฟฟ้าเตรียมยลโฉมและสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ยานยนต์ไฟฟ้าที่เหนือไปอีกขั้น ด้วยสมรรถนะและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของ New GWM ORA Good Cat ทั้งสามรุ่นในเวอร์ชันที่ผลิตในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบได้ในเดือนมกราคม 2567 นี้ โดยแฟน ๆ เจ้าเหมียวไฟฟ้าสามารถลงทะเบียนจองสิทธิ์เพื่อซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2566 เวลา 12.00 น. (เที่ยงวัน) เป็นต้นไป ผ่านทางแอปพลิเคชัน GWM และเว็บไซต์ www.gwm.co.th รวมถึงติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ ช่องทางโซเชียลมีเดีย  Facebook, YouTube และ TikTok ของ GWM Thailand และ Facebook และ TikTok ของ GWM ORA Thailand

GS BATTERY จับมือ กองบังคับการตำรวจทางหลวง สานต่อโครงการ “GS BATTERY พร้อมเป็นพลังอึด! ให้คุณทุกเส้นทาง”

0

GS BATTERY ห่วงใยผู้ใช้รถช่วงเทศกาลปีใหม่ ร่วมกับ กองบังคับการตำรวจทางหลวง สานต่อโครงการ “GS BATTERY พร้อมเป็นพลังอึด! ให้คุณทุกเส้นทาง” สนับสนุนนโยบายภาครัฐเพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุช่วงวันหยุดยาวปีใหม่นี้

บริษัท สยามยีเอสเซลส์ จำกัด ผู้นำด้านธุรกิจแบตเตอรี่รถยนต์ในไทยมากว่า 60 ปี โดย นายสมพร จันกรีนภาวงศ์  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยนางสาววิชุดา เลิศกิจอนันต์กุล ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาด  บริษัท สยามยีเอสเซลส์ จำกัด ร่วมมือกับกองบังคับการตำรวจทางหลวง โดย พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง สานต่อโครงการ “GS BATTERY พร้อมเป็นพลังอึด! ให้คุณทุกเส้นทาง” นับเป็นปีที่ 8 ที่บริษัทฯ ได้สนับสนุนโครงการดีๆ ดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อมีส่วนช่วยเหลือและสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุช่วงวันหยุดยาวเทศกาลขึ้นปีใหม่

สำหรับโครงการดังกล่าว เป็นการดำเนินกิจกรรมเพื่อมอบความสุขและอำนวยความสะดวก รวมถึงการรณรงค์เพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนที่ใช้รถในการเดินทางช่วงปีใหม่นี้ ทาง GS BATTERY ได้มอบแบตเตอรี่รถยนต์ จำนวน 20 ลูก เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉินสำหรับผู้ใช้รถ รวมถึงน้ำดื่มจำนวน กว่า 10,000 ขวด, ผ้าเย็น 2,000  ผืน ดำเนินการกระจาย ให้กับหน่วยบริการตำรวจทางหลวง กว่า 205 จุดทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ใช้บริการพัก ณ จุดพัก

นอกจากนั้น  ในปีนี้ทาง GS BATTERY ยังจัดให้มีกิจกรรม พิเศษกับขบวน GS BATTERY TROOP เพื่อเข้าถึงและอำนวยความสะดวกให้ ประชาชนกลุ่มคนใช้รถยนต์ในการเดินทางกลับบ้าน หรือท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ด้วยการ แจกน้ำ ผ้าเย็น และให้ความรู้ เรื่องความพร้อมของ แบตเตอรี่ในการเดินทาง และถ้าหากผู้ใช้รถประสบปัญหาแบตเตอรี่รถหมดเพียง โทรหา GS พร้อม กด 1380 ทั่วประเทศ ทาง GS พร้อมให้บริการแบตเตอรี่เดลิเวอรี่ ถึงที่หมายภายใน 30 นาที ทุกพื้นที่ที่ให้บริการ โดยเปิดบริการทุกวันเวลา  08.00–19.00 น. ทั่วไทย เป็นอีกหนึ่งบริการดีๆ เพื่อเสริมความมั่นใจในการเดินทางของผู้ใช้รถได้อุ่นใจไปอีกขั้น จาก GS BATTERY

สำหรับขบวน GS BATTERY TROOP จะร่วมรณรงค์ จุดพักรถ ขาออก และขาเข้า 3 เส้นทางสำคัญ ในวันที่ 29,30 ธันวาคม 2566 นี้

จุดที่ 1 จุดพักรถ วังน้อย สายเหนือ อิสาน

จุดที่ 2 จุดพักรถ มอเตอร์เวย์ ชลบุรี

จุดที่ 3 จุดพักรถ วังมะนาว สำหรับเดินทางสู่ภาคใต้

และสำหรับผู้ขับขี่รถ หากรู้สึกง่วงขณะเดินทาง หรือเจอรถติดมีอาการอ่อนล้าในการขับขี่ ทางกองบังคับการตำรวจทางหลวงยังมีบริการห้องพักฟรี เมื่อผู้ใช้รถต้องการพักผ่อนสามารถจองห้องพัก ณ จุดบริการทางหลวงได้ที่  www.booking.hwpdth.com โดยมี GS BATTERY สนับสนุนสิ่งของจำเป็นที่ต้องใช้ในห้องพักอีกด้วย

โครงการ “GS BATTERY พร้อมเป็นพลังอึด! ให้คุณทุกเส้นทาง” เป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ที่บริษัทฯ ได้มอบความอุ่นใจตอบแทนสู่สังคมไทยให้ได้ท่องเที่ยวหรือกลับบ้าน  เพื่อเติมพลังอึด! ให้พร้อมรับปีใหม่ 2567 และผู้ใช้รถใช้ถนนที่สนับสนุน GS BATTERY ตลอดมากว่า 60 ปี  ทาง GS BATTERY พร้อมเป็นส่วนหนึ่งที่จะร่วมสนับสนุนและรณรงค์ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้ขับขี่อย่างปลอดภัย ลดอุบัติเหตุ บนท้องถนน พร้อมอำนวยความสะดวกสบายในการเดินทางร่วมกับกองบังคับการตำรวจทางหลวงต่อไป

พบกับกิจกรรมดีๆ ของ GS BATTERY และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Facebook : GS BATTERY TH คลิก https://web.facebook.com/GSBATTERYTHAILANDOFFICIAL

Instagram : GSBATTERYTH คลิก www.instagram.com/gsbatteryth/

Youtube : GS BATTERY – THAILAND คลิก https://www.youtube.com/@GSBATTERYTHAILAND2021

Line : @gsbattery หรือคลิก https://page.line.me/pws7403i

Website : https://www.gsbattery.co.th/th

แวะจอดทุกที่เที่ยวปีใหม่อย่างปลอดภัยกับเทคโนโลยีป้องกันการชน ในรถฟอร์ด เอเวอเรสต์

0
ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ภาพเปิด

คุณรู้หรือไม่ว่า เซ็นเซอร์เล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้กระจกมองข้างของรถ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ มีบทบาทสำคัญในการช่วยเสริมความปลอดภัยให้ผู้ใช้งานขับขี่และถอดจอดรถได้อย่างมั่นใจ ตลอดการเดินทางท่องเที่ยวในเทศกาลปีใหม่

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ 1

“อุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ นี้เรียกว่าเซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิอากาศภายนอก (Outside Air Temperature หรือ OAT) และเป็นหนึ่งในเซ็นเซอร์ที่สำคัญที่สุดในรถฟอร์ด เอเวอเรสต์” แซนดี้ ฟรากาเพน หัวหน้างานควบคุมด้านอากาศและความร้อนในรถยนต์สันดาปของ ฟอร์ด กล่าว

ฟอร์ด เอเวอเรสต์  2

“ฟีเจอร์ต่างๆ เช่น เซ็นเซอร์ที่ช่วยเตือนการถอยจอดทางด้านหน้าและท้ายรถ รวมถึงระบบปรับอากาศ จะทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ต่อเมื่อเซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิทำงานได้ดีเท่านั้น” ฟรากาเพน กล่าว

ฟอร์ด เอเวอเรสต์  3

การตรวจวัดอุณหภูมินั้น สำคัญไฉน?
เนื่องจากตำแหน่งการติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิมีความสำคัญอย่างมากต่อการทำงานที่แม่นยำของอุปกรณ์อื่นๆ เซ็นเซอร์นี้จึงซ่อนตัวอยู่ใต้ก้านกระจกมองข้างฝั่งผู้โดยสารที่เชื่อมกระจกกับตัวรถ

“การติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิไว้ใต้กระจกมองข้างช่วยให้เซ็นเซอร์อยู่ห่างจากชิ้นส่วนเครื่องยนต์ที่มีความร้อน และป้องกันไม่ให้กระทบกับแสงแดดและฝนโดยตรง ซึ่งอาจทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนในการวัดอุณหภูมิและส่งผลต่อการทำงานของฟีเจอร์อื่นๆ ที่ต้องอาศัยการวัดอุณหภูมิจากเซ็นเซอร์ดังกล่าว”

เซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิของฟอร์ด เอเวอเรสต์ ได้รับการออกแบบมาให้ปรับการจ่ายประจุไฟฟ้าตามสภาพอากาศโดยรอบ และเชื่อมต่อโดยตรงเข้ากับกล่องสมองกล (PCM) เพื่อป้อนข้อมูลไปยังระบบต่างๆ ที่ต้องอาศัยการอ่านอุณหภูมิโดยรอบที่แม่นยำเพื่อการทำงานที่สมบูรณ์

ระบบควบคุมระยะการจอด
เนื่องจากความเร็วที่เสียงเดินทางในอากาศจะแตกต่างกันไปตามอุณหภูมิโดยรอบ (โดยเสียงจะเดินทางเร็วขึ้นในสภาพอากาศร้อนและช้าลงในอากาศเย็น) เซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิจึงทำงานร่วมกับระบบควบคุมการจอดเพื่อคำนวณระยะการจอดกับวัตถุรอบด้านแบบเรียลไทม์ ทำให้การคำนวณระยะทางและการส่งเสียงสัญญาณเตือนจากเซ็นเซอร์ถอยจอดทำได้อย่างแม่นยำไม่ว่าจะในสภาพอากาศร้อนหรือเย็น ดังนั้น รถฟอร์ดของคุณจึงกะระยะห่างจากวัตถุขณะถอยจอดได้อย่างแม่นยำทุกครั้ง ไม่ว่าลานจอดรถตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่จะเต็มไปด้วยรถยนต์แน่นขนัดขนาดไหน เซ็นเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิในฟอร์ด เอเวอเรสต์จะเป็นตัวช่วยเพิ่มความมั่นใจขณะถอยจอดได้เป็นอย่างดี

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ 4

“เซ็นเซอร์ช่วยจอดแบบอัลตราโซนิกปล่อยคลื่นเสียงที่หูมนุษย์ตรวจจับไม่ได้” ฟรากาเพน กล่าว “ระยะเวลาที่คลื่นเสียงวิ่งไปกระทบวัตถุที่อยู่ด้านหน้าหรือด้านหลังของรถแล้วส่งกลับไปยังเซ็นเซอร์จะใช้สำหรับคำนวณระยะห่างระหว่างวัตถุกับรถ เซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิจะช่วยส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบว่าอุณหภูมิในขณะนั้นร้อนหรือเย็นเท่าใดเพื่อให้สามารถคำนวณระยะห่างได้แบบทันที”

ฟอร์ด เอเวอเรสต์  6

รักษาอุณหภูมิในรถให้เย็นสบายอยู่เสมอ
เมื่อคุณเลือกโหมดควบคุมความเย็นอัตโนมัติในรถ พัดลมจะปรับความร้อน-เย็นภายในห้องโดยสารตามอุณหภูมิที่ตั้งไว้ล่วงหน้าโดยอัตโนมัติ เมื่อทราบระดับอุณหภูมิภายนอก ระบบจะกำหนดได้ว่าต้องเพิ่มความร้อนหรือความเย็นเท่าใดเพื่อให้ภายในห้องโดยสารมีอุณหภูมิอยู่ในระดับที่ต้องการโดยใช้พลังงานน้อยที่สุด

“แน่นอนว่าเซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิภายนอกทำหน้าที่บอกให้คนขับทราบถึงอุณหภูมิด้านนอกรถ แต่ระบบการทำงานของรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ ยังใช้ประโยชน์จากเซ็นเซอร์นี้ได้อีกมากมาย” ฟรากาเพน กล่าวสรุป

“ฮอนด้า” จับจริง แจกจริง โค้งสุดท้าย ลุ้นรางวัลต่อเนื่องสองต่อ จากแคมเปญ “Honda Double Happy, Double Lucky ซื้อรถฮอนด้าวันนี้ แฮปปี้คูณสอง” เมื่อซื้อและรับรถยนต์ฮอนด้า ภายใน 31 ม.ค. 2567

0
Honda ภาพเปิด

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้ทำการจับและมอบรางวัลให้แก่ผู้โชคดี จากแคมเปญ “Honda Double Happy, Double Lucky ซื้อรถฮอนด้าวันนี้ แฮปปี้คูณสอง” ให้ลูกค้าที่ซื้อและรับรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 – 31 มกราคม 2567 โดยลูกค้าจะได้รับ 1 สิทธิ์ต่อการซื้อรถยนต์ 1 คัน เพื่อลุ้นรับรางวัล 2 ต่อ ยิ่งซื้อรถเร็ว ยิ่งมีสิทธิ์ลุ้นต่อเนื่องมากกว่า โดยต่อที่ 1 ลุ้นรับบัตรน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท หรือ 10,000 บาท โดยมีจำนวนเพิ่มขึ้นในทุกเดือน รวม 3,000 รางวัล หากลูกค้ายังไม่ได้รับโชคในครั้งแรก ลูกค้าจะสามารถลุ้นได้ใหม่ทุกเดือนตลอดแคมเปญ และต่อที่ 2 ลูกค้าทุกคนมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลใหญ่ รวม 30 รางวัล ได้แก่ รถยนต์ฮอนด้าเอสยูวี 4 รุ่น จำนวน 10 คัน และรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า จีออโน่ พลัส (GIORNO+) รุ่น ABS จำนวน 20 คัน รวมรางวัลทั้งสิ้น 3,030 รางวัล มูลค่ากว่า 52 ล้านบาท ทางบริษัทฯ ได้จับรางวัลผู้โชคดีไปแล้ว โดยครั้งที่ 1 จับรางวัลไปเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2566 สำหรับลูกค้าที่ซื้อและรับรถยนต์ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 – วันที่ 31 ตุลาคม 2566 และครั้งที่ 2 จับรางวัลเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2566 สำหรับลูกค้าที่ซื้อและรับรถยนต์ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 – วันที่ 30 พฤศจิกายน 2566

Honda 1

ทั้งนี้ ลูกค้ายังมีโอกาสลุ้นรางวัลต่อที่ 1 ได้อีกสองครั้ง ในการจับรางวัลครั้งที่ 3 วันที่ 18 มกราคม 2567 และครั้งที่ 4 วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 สำหรับบัตรน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท หรือ 10,000 บาท และรางวัลใหญ่ต่อที่ 2 สำหรับรถยนต์ฮอนด้าเอสยูวี 4 รุ่น จำนวน 10 คัน และรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า จีออโน่ พลัส (GIORNO+) รุ่น ABS จำนวน 20 คัน โดยจะจับรางวัลในวันที่ 14 มีนาคม 2567

Honda 2

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูล เพื่อรับทางเลือกแคมเปญพิเศษ* อาทิ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% หรือดาวน์น้อย ผ่อนต่อเดือนน้อย หรือนัดหมายทดลองขับได้กับที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือลงทะเบียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777

Honda 5

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมและรายชื่อลูกค้าผู้โชคดี แคมเปญ “Honda Double Happy, Double Lucky ซื้อรถฮอนด้าวันนี้ แฮปปี้คูณสอง” ได้ผ่านทาง https://www.honda.co.th/promotions/detail/hondadoublehappydoublelucky

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” จัดกิจกรรม ‘Star Camp’ ครั้งแรกในไทย มอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ เอาใจสายแคมป์

0
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ภาพเปิด

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ จัดกิจกรรม ‘Star Camp’ ครั้งแรกในประเทศไทย ณ จังหวัดนครราชสีมา จัดเต็มความสุขและประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ เอาใจสายแคมป์ตัวจริงและสายแคมป์มือใหม่ ด้วยหลากหลายกิจกรรมสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเวิร์กชอปงานศิลปะ อาทิ การพับกระดาษแบบญี่ปุ่นโอริกามิ (Origami) และ ว่าว Crafty Kite กิจกรรมทดลองขับรถยนต์มิตซูบิชิ หลากหลายรุ่น ในฐานทดสอบที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ รวมถึงสัมผัสที่สุดแห่งประสบการณ์ความเร้าใจกับการนั่งรถบนสนามทดสอบเส้นทางธรรมชาติ โดยฝีมือการขับของ ‘โอม’ ชยพล โยธา เจ้าของแชมป์ เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2022

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส 2

มร. อินาบะ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ว่า “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส มีความมุ่งมั่นที่จะเข้าถึงและเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของลูกค้าผ่านการจัดกิจกรรม Star Camp ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีและมีชื่อเสียงอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น นับตั้งแต่ที่ได้เริ่มจัดครั้งแรกในปี 2534 โดยตลอด 32 ปีที่ผ่านมา กิจกรรมนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นของเราที่จะสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า เพื่อนำเสนอไอเดียใหม่ๆ ต่อแนวคิด ไลฟ์สไตล์ รวมถึงการสร้างประสบการณ์การขับขี่ เพื่อเติมเต็มความสนุกเร้าใจให้กับการใช้งานที่แตกต่างหลากหลายของลูกค้า”

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส 1

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส 5

“ประเทศไทยนับเป็นประเทศแรกที่ได้ริเริ่มจัดกิจกรรม Star Camp นอกประเทศญี่ปุ่น ซึ่งงานนี้ช่วยเปิดโอกาสให้ลูกค้าที่ชื่นชอบการออกทริปเอาท์ดอร์ได้ใช้เวลาคุณภาพ และสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจร่วมกันกับครอบครัวและเพื่อนที่รู้ใจ พร้อมร่วมแลกเปลี่ยนไอเดียใหม่ๆ ต่อการสร้างประสบการณ์การขับขี่รถยนต์มิตซูบิชิ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างหลากหลาย โดยกิจกรรมนี้ถือเป็นก้าวแรกที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของเราในการยกระดับการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า” มร. อินาบะ กล่าวเพิ่มเติม

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส 4

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานยังได้สนุกไปกับกิจกรรมพิเศษจากพันธมิตรผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์แคมป์ปิ้งและสินค้าไลฟ์สไตล์ชั้นนำมากมาย ได้แก่ โคลแมน ทีเจเอ็ม มอเตอร์โฮม แอนด์ คาราวาน และ แครี่บอย ซึ่งมีทั้งการสาธิตใช้งานเต็นท์หลังคารถ และการจัดแสดงอุปกรณ์แบบพกพาสำหรับใช้งานกลางแจ้ง พร้อมจัดเต็มกับปาร์ตี้มื้อค่ำ และมินิคอนเสิร์ตจากแพรว คณิตกุล

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส 6

ลูกค้าและผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เพื่อร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH

“อีซูซุ” เดินหน้าจัดโครงการประกวดวาดภาพดิจิทัล “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ 2566” ชิงรางวัลรวมกว่า 500,000 บาท

0
อีซูซุ ภาพเปิด

“อีซูซุ” ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เดินหน้าจุดประกายศิลปะกับเยาวชนคนรุ่นใหม่ และสร้างความตระหนักรู้ถึงการดูแลสุขภาพจิตให้มีความสุข ผ่านการจัดประกวดวาดภาพรูปแบบดิจิทัลในโครงการ “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ 2566” โดยเชิญชวนนักเรียนระดับมัธยมศึกษาสายสามัญทั่วประเทศ ร่วมส่งผลงานรูปแบบดิจิทัลสุดสร้างสรรค์ในรอบคัดเลือก ภายใต้หัวข้อ “ตระหนักรู้ ดูแลใจ ให้ชีวีมีสุข” ผ่านเว็บไซต์ www.isuzuyouthrelations.com ตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2567 ชิงรางวัลทุนการศึกษาพร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ มูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท

กลุ่มตรีเพชร โดย มร.ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “ด้วยสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของชีวิตในหลากหลายมิติ การดูแลจิตใจให้มีความสุขในทุกวัน จึงเป็นส่วนสำคัญที่ทุกคนควรคำนึงถึง เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพจิตในอนาคต เราจึงตั้งใจจุดประกายให้เยาวชนรุ่นใหม่ ร่วมสะท้อนแนวความคิดและไอเดียให้ทุกคนตระหนักรู้ถึงการดูแล และใส่ใจจิตใจของตนเองอยู่เสมอ ผ่านโครงการ “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ 2566” โดยการสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะในรูปแบบดิจิทัล (Digital Painting) ภายใต้หัวข้อ “ตระหนักรู้ ดูแลใจ ให้ชีวีมีสุข” สร้างสรรค์ผลงานผ่านคอมพิวเตอร์ แท็บเลต หรือเครื่องมือดิจิทัลอื่น ๆ ในโปรแกรมที่กำหนด”

ซึ่งแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย ในรอบคัดเลือก และรอบชิงชนะเลิศ โดยผู้ที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ จะได้เข้าแข่งขันในหัวข้อที่กำหนดขึ้นใหม่ ณ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด สำหรับผลงานที่โดดเด่น สามารถสื่อสารตามหัวข้อที่กำหนดได้อย่างยอดเยี่ยม จะได้รับรางวัลต่างๆ ดังนี้
•รางวัลชนะเลิศจำนวน 2 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 1 คน จะได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 50,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
•รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งจำนวน 2 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 1 คน จะได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 30,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
•รางวัลรองชนะเลิศอันดับสองจำนวน 2 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 1 คน จะได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 20,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
•รางวัลชมเชยจำนวน 14 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 7 คน จะได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 10,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
•รางวัล Popular Vote จำนวน 10 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 5 คน จะได้รับทุนการศึกษาคนละ 5,000 บาท

ซึ่งในปีนี้ โครงการ ได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยชั้นนำมาตัดสินดังนี้
•ผศ.ดร. วิชญ มุกดามณี
คณบดีคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
•ผศ.ดร. ศุภชัย อารีรุ่งเรือง
รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
•ผศ. อนุพงษ์ จันทร
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำภาควิชาศิลปกรรม คณะสถาปัตยกรรมศิลปะและการออกแบบสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ผู้ที่สนใจสามารถหาข้อมูล และสมัครเข้าร่วมการประกวดวาดภาพดิจิทัล ในโครงการ “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ 2566” ได้ที่ www.isuzuyouthrelations.com หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่แผนกสื่อสารการตลาด-เอ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด โทร. 0-2966-2127-9

ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

สัมพันธ์ 2566
บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด

1.คุณสมบัติผู้สมัคร
1.1 กำลังศึกษาอยู่ในสายสามัญของสถาบันการศึกษาของรัฐและเอกชนทั่วประเทศ แบ่งเป็นระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
1.2 การสมัครเข้าประกวด จำเป็นที่จะต้องมีอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นผู้ส่งรายชื่อเข้าประกวด

2.วิธีการสมัคร
2.1 อาจารย์ที่ปรึกษาทำการสมัครเข้าร่วมโครงการอีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ 2566 (“โครงการ”) ผ่านเว็บไซต์ www.isuzuyouthrelations.com โดยกรอกอีเมลและกำหนดรหัสผ่านของตนเอง
2.2 อาจารย์ที่ปรึกษากรอกข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลสถาบันการศึกษาโดยตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง และกดยืนยันสมัครเข้าร่วมโครงการบนเว็บไซต์
2.3 เมื่ออาจารย์ที่ปรึกษาทำการสมัครบนเว็บไซต์เสร็จสิ้นระบบจะส่งลิงก์ยืนยันการสมัครไปยังอีเมลของอาจารย์ที่ปรึกษา โดยอาจารย์ที่ปรึกษาจะต้องทำการกดที่ลิงก์เพื่อยืนยันการสมัครเข้าร่วมโครงการ
2.4 เมื่อทำการยืนยันการสมัครเข้าร่วมโครงการเรียบร้อยแล้ว อาจารย์ที่ปรึกษาจะต้องเข้าสู่ระบบบนเว็บไซต์ www.isuzuyouthrelations.com เพื่อส่งรายชื่อนักเรียนผู้สมัครเข้าประกวดโครงการอีซูซุเยาวชนสัมพันธ์(“ผู้สมัคร”) โดยอาจารย์ที่ปรึกษาจะสามารถส่งผู้สมัครได้ระดับชั้นละไม่เกิน 20 คน รวมทั้งหมดไม่เกิน 40 คน
2.5 อาจารย์ที่ปรึกษาเลือกระดับชั้นที่ต้องการส่งผู้สมัคร และกรอกข้อมูลผู้สมัครในใบสมัครและหนังสือหนังสือยินยอม (ข้อมูลส่วนบุคคล) ให้ครบถ้วน
2.6 อาจารย์ที่ปรึกษากดพิมพ์ใบสมัครและหนังสือหนังสือยินยอม (ข้อมูลส่วนบุคคล) เพื่อให้ผู้สมัคร และผู้มีอำนาจปกครอง นำไปกรอกข้อมูล ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องลงนาม และประทับตราของสถาบันการศึกษาให้ครบถ้วน มิฉะนั้นจะถือว่าใบสมัครไม่สมบูรณ์ ดังนี้
•ใบสมัครเข้าร่วมประกวดในโครงการจะต้องลงนามโดยผู้สมัคร ผู้มีอำนาจปกครอง, อาจารย์ประจำโรงเรียน และประทับตราของสถาบันการศึกษา
•หนังสือยินยอม (ข้อมูลส่วนบุคคล)ให้เก็บ รวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครจะต้องลงนามโดยผู้มีอำนาจปกครอง และผู้สมัคร
2.7 อาจารย์ที่ปรึกษาสแกนหรือถ่ายภาพที่ชัดเจนของใบสมัครและหนังสือยินยอม (ข้อมูลส่วนบุคคล)ที่กรอกข้อมูลลงนาม และตราประทับของสถาบันการศึกษาครบถ้วน อัปโหลดใบสมัคร และหนังสือยินยอม(ข้อมูลส่วนบุคคล) ของผู้สมัครแต่ละคนขึ้นบนเว็บไซต์ และรอตรวจสอบสถานะการสมัครบนเว็บไซต์
2.8 เมื่อสถานะการสมัครแสดงข้อความว่า “เสร็จสมบูรณ์” จะถือว่าการสมัครเสร็จสมบูรณ์
3. วิธีการส่งผลงาน
3.1 เมื่ออาจารย์ที่ปรึกษาทำการสมัครให้ผู้สมัครเสร็จสมบูรณ์ ระบบจะทำการส่งลิงก์สำหรับตั้งรหัสผ่านไปที่อีเมลของผู้สมัครที่อาจารย์ที่ปรึกษาได้กรอกไว้
3.2 ผู้สมัครตั้งรหัสผ่าน และยืนยันรหัสผ่านบนเว็บไซต์ www.isuzuyouthrelations.com
3.3 เมื่อผู้สมัครตั้งรหัสผ่าน และยืนยันรหัสผ่านเสร็จสมบูรณ์ ผู้สมัครจะสามารถอัปโหลดผลงานขึ้นบนเว็บไซต์ได้
4.การประกวด
4.1 รอบคัดเลือก
•ผู้สมัครทำการเข้าสู่ระบบบนเว็บไซต์ www.isuzuyouthrelations.com
•ผู้สมัครทำการส่งผลงานบนเว็บไซต์ โดยสร้างสรรค์ผลงานการวาดภาพดิจิทัลผ่านโปรแกรม Procreate® หรือ ibis Paint X เท่านั้น และอัปโหลดผลงานในประเภท JPG หรือ PNG ขนาด A2 โดยมีขนาดความละเอียด 300 dpi ซึ่งผลงานสามารถเป็นแนวตั้งหรือแนวนอนก็ได้ พร้อมใส่ชื่อและแนวคิดของผลงาน
•ผู้สมัครจะต้องสมัครและส่งผลงานบนเว็บไซต์ www.isuzuyouthrelations.com ภายในวันที่ 31 มกราคม 2567 เวลา 23.59 น.

4.2 รอบชิงชนะเลิศ
•บริษัทฯ จะประกาศรายชื่อผู้สมัครผู้ผ่านเข้ารอบ 20 คน โดยจะแบ่งเป็นมัธยมศึกษาตอนต้น 10 คน และมัธยมศึกษาตอนปลาย 10 คน ผ่านเว็บไซต์ www.isuzuyouthrelations.com
•ผู้สมัครที่ผ่านเข้ารอบจะต้องทำการประกวดวาดภาพดิจิทัลในหัวข้อที่คณะกรรมการกำหนดขึ้นในวันแข่งขัน โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ณ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด 1088 ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 ในวันที่ 6 มีนาคม 2567 ภายในระยะเวลา 3 ชั่วโมง (โดยกำหนดการจะแจ้งให้ทราบทางจดหมายต่อไป)
•ผู๋สมัครต้องสร้างสรรค์ผลงานการวาดภาพดิจิทัลผ่านโปรแกรม Procreate® หรือ ibis Paint X ภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยใช้อุปกรณ์ (iPad Pro) และโปรแกรมการวาดภาพดิจิทัลที่ทางบริษัทฯ จัดเตรียมให้กับผู้สมัครเท่านั้น
5.กติกาและเงื่อนไขในการส่งผลงาน
5.1 ผลงานจะต้องเป็นภาพวาดดิจิทัลที่สร้างสรรค์ผ่านโปรแกรม Procreate® หรือ ibis Paint X ขนาด A2 เท่านั้น โดยมีความละเอียด 300 dpi
5.2 ผลงานที่ส่งเข้าประกวดจะต้องสร้างสรรค์ขึ้นด้วยตัวผู้สมัครเอง ไม่เคยโฆษณา หรือไม่เคยเผยแพร่ลงในเว็บไซต์ใดๆ มาก่อน และไม่อนุญาตให้ลอกเลียนแบบผลงานของผู้ใด หรือละเมิดกฎหมายว่าด้วยลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา หากมีข้อร้องเรียนเกิดขึ้น ผู้สมัครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในทุกกรณี
5.3 ผู้สมัครตกลงยินยอมให้ผลงานที่ส่งเข้าประกวดรวมถึงไฟล์ต้นฉบับตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด แต่ผู้เดียว รวมทั้งยินยอมให้ลิขสิทธิ์ สิทธิ์ในทางทรัพย์สินทางปัญญาอื่น และสิทธิใดๆ ในผลงานดังกล่าวตกเป็นของบริษัทฯ แต่ผู้เดียวไม่ว่าจะเป็นผลงานที่ได้รับรางวัลหรือไม่ก็ตาม โดยบริษัทฯ ไม่จำต้องส่งคืนผลงานรวมถึงไฟล์ต้นฉบับให้แก่ผู้สมัคร
5.4 บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกผลงานที่ส่งเข้าประกวด รวมทั้งการนำผลงานดังกล่าวมา ทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชน ไม่ว่าจะในเอกสาร สื่อสิ่งพิมพ์ทุกประเภท หรือสื่อรูปแบบอื่นๆ ตามความเหมาะสม เพื่อการประชาสัมพันธ์ หรือเพื่อการใดๆ ที่บริษัทฯ พิจารณาเห็นสมควร
5.5 การตัดสินของคณะกรรมการเจ้าของโครงการ หรือบริษัทฯ ถือเป็นที่สุด
6.เกณฑ์การตัดสิน
6.1บริษัทฯ จะเชิญผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะจากมหาวิทยาลัย ร่วมเป็นคณะกรรมการการตัดสิน ดังนี้
•ผศ.ดร. วิชญ มุกดามณี
คณบดีคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
•ผศ.ดร. ศุภชัย อารีรุ่งเรือง
รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

•ผศ. อนุพงษ์ จันทร
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำภาควิชาศิลปกรรม คณะสถาปัตยกรรมศิลปะและการออกแบบสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
7.รางวัล
7.1 รางวัลการประกวดให้แก่ผู้สมัคร
•รางวัลชนะเลิศจำนวน 2 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 1 คน
จะได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 50,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
•รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งจำนวน 2 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 1 คน
จะได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 30,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
•รางวัลรองชนะเลิศอันดับสองจำนวน 2 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 1 คน
จะได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 20,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
•รางวัลชมเชยจำนวน 14 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 7 คน
จะได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 10,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
•รางวัล Popular Vote* จำนวน 10 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 5 คน
จะได้รับทุนการศึกษาคนละ 5,000 บาท
*รางวัล Popular Vote จะนับคะแนนจากยอด Like บนเว็บไซต์ 1 คะแนนต่อ 1 Like และยอดแชร์จากเว็บไซต์ไป Facebook 2 คะแนน ต่อ 1 แชร์ โดยนับจากที่โชว์บนหน้าเว็บไซต์ www.isuzuyouthrelations.com จนถึงวันที่ 6 มีนาคม 2567

7.2รางวัลพิเศษให้แก่สถานศึกษา
•รางวัลพิเศษเงินสนับสนุนด้านการศึกษาสำหรับสถานศึกษาของนักเรียนที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศทั้ง 20 คน ตามจำนวนนักเรียนที่ผ่านเข้ารอบ จำนวนคนละ 20,000 บาท

หมายเหตุ : การตัดสินของคณะกรรมการเจ้าของโครงการ หรือบริษัทฯ ถือเป็นที่สุด

ลูกค้าปลื้ม เอ็มจี ชวนล่องเจ้าพระยาแบบเอ็กซ์คลูซีฟ และเตรียมเปิด MG LIVE ให้แฟนๆ กดช้อปสินค้าแบบมาราธอน

0
MG Experience Pic Open

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เดินหน้าสร้างประสบการณ์สุดพิเศษให้กับลูกค้าผ่านกิจกรรม MG XPERIENCE ส่งความสุขช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองส่งท้ายปี ด้วยการชวนลูกค้าคนพิเศษร่วมดินเนอร์ริมน้ำ และลงเรือล่องแม่น้ำสัมผัสวิวเจ้าพระยายามค่ำคืน พร้อมดึง 2 ศิลปิน จากเวที THE VOICE เปิดมินิคอนเสิร์ตสุดมันแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ล่าสุดจัดกิจกรรม MG LIVE MARATHON ผ่านช่องทาง TIKTOK ของ MG Thailand แบบมาราธอน ถูกใจสายช้อปออนไลน์ได้ร่วมสนุกไปกับกิจกรรมมากมายยาวต่อเนื่องถึงเที่ยงคืน

MG Experience 1

สำหรับกิจกรรม MG XPERIENCE จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ RIVERINE RHAPSODY ให้ลูกค้าและผู้ที่สนใจกว่า 200 คน ได้มาเปิดประสบการณ์ไปกับแบรนด์ เอ็มจี ออกล่องเรือชมความงามยามค่ำคืนของแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเสียงร้องอันทรงพลังของ 2 ศิลปินคุณภาพจากเวที THE VOICE อย่าง “เพียว เอกพันธ์” และ “ข้าวฟ่าง กัลป์ธีรา” ได้สร้างความประทับใจ และสนุกสนานจนเพลงสุดท้าย ก่อนปิดเวทีด้วยการแสดงแดร็กควีนสุดอลังที่ดีไซน์มาเพื่องานฯ นี้โดยเฉพาะ

MG Experience 3

ด้วยกระแสการช้อปปิ้งออนไลน์ในปัจจุบันที่กำลังได้รับความนิยม เอ็มจี จึงจัดกิจกรรม MG LIVE MARATHON โดยปักหมุด LIVE วันที่ 21 ธันวาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 20.00 น. – 24.00 น. ผ่านแพลตฟอร์มยอดฮิตอย่าง TIKTOK ให้แฟนๆ เอ็มจีได้ร่วมสนุกกับกิจกรรมมากมาย อาทิ ร่วมประมูลสินค้าพิเศษราคาเริ่มต้นที่ 0 บาท รับสิทธิพิเศษมากมายเมื่อกดซื้อสินค้าผ่าน LIVE ฯลฯ ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรม LIVE ในครั้งนี้ผ่านทาง TIKTOK ของ MG THAILAND หรือคลิก https://www.tiktok.com/@mgthailand

MG Experience 5

และในปีมังกรทองที่กำลังจะมาถึงนี้ เอ็มจีจะยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรมสานสัมพันธ์กับลูกค้า และขยายต่อไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่สนใจยนตรกรรมเอ็มจี สามารถเข้าถึงและใกล้ชิดกับแบรนด์มากขึ้น ทั้งนี้ ผู้สนใจสนใจสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นผ่านทาง www.facebook.com/MGcarsThailand หรือแอดไลน์ @MGThailand

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการลูกค้า 24 ชม. หรือ MG CALL CENTRE โทร. 1267