Home Blog Page 202

“เอ็มจี” จัดกิจกรรม “MG4 Track Experience” เสริมความปลอดภัย และประสบการณ์เร้าใจ ในการขับขี่

0
MG4 Track Experience Pic Open

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย จัดกิจกรรม “MG4 Track Experience” ชวนลูกค้า เปิดประสบการณ์ครั้งใหม่ กับสมรรถนะเต็มประสิทธิภาพของ NEW MG4 ELECTRIC พร้อมเรียนรู้เทคนิคการควบคุมรถในสถานการณ์ฉุกเฉิน และเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ติดตั้งมาในรถ จากผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ณ สนามโกคาร์ต IMPACT Speed Park เมื่อเร็วๆ นี้

MG4 Track Experience 1

MG4 Track Experience ถือเป็นอีกหนึ่งรูปแบบกิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์ของ เอ็มจี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสะท้อนความแข็งแกร่งของ MG EV Community ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ ได้เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงสมรรถนะของ NEW MG4 ELECTRIC ในสนามโกคาร์ต พร้อมเปิดประสบการณ์การเรียนรู้เทคนิคการขับที่สนุกสนาน ควบคู่ไปกับการเสริมทักษะการขับอย่างปลอดภัย ในสถานการณ์ต่างๆ จากผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพแบบเอ็กซ์คลูซีฟ โดย เอ็มจี ได้เนรมิตสนาม IMPACT Speed Park เพื่อจำลองสถานการณ์การขับขี่ในหลากหลายรูปแบบ เสริมสร้างประสบการณ์การควบคุมตัวรถให้ดียิ่งขึ้นและปิดท้ายด้วยการมอบประกาศนียบัตรรับรองการขับขี่ให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม

MG4 Track Experience 2

เปิดประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจครั้งแรกของคุณสิริวัฒน์ อุลิศนันท์

“NEW MG4 ELECTRIC เป็นมากกว่ารถไฟฟ้าทั่วไป ส่วนตัวชอบที่จุดเด่น ทั้งในด้านสมรรถนะและระบบความปลอดภัยที่ครอบคลุมสำหรับการขับขี่ กิจกรรมครั้งนี้เป็นกิจกรรมที่ช่วยเติมความรู้ให้กับผู้หญิงที่ขับรถอีวี ได้เปิดประสบการณ์ใหม่ในการขับขี่ที่ทั้งสนุกสนานและเร้าใจ และยังได้ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ นับเป็นความประทับใจครั้งหนึ่งในชีวิต ถ้าในครั้งหน้าหน้าเอ็มจีจัดกิจกรรมจะไม่พลาดโอกาสดีๆ แบบนี้แน่นอน”

MG4 Track Experience 3

คุณธนโชติ ธรรมชาติ กับครั้งแรกที่พารถคันโปรดลงสนามจริง

“ด้วยดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยวของรถ NEW MG4 ELECTRIC ที่มาพร้อมกับสมรรถนะที่ดี กับจุดเด่นของรถที่มีระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ฐานล้อกว้าง ทำให้เกาะถนนได้ดี เข้าโค้งได้อย่างเฉียบคม ช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ แบบ 5-LINK SUSPENSION ถือเป็นอีวีที่ขับสนุกและเร้าใจ มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยที่ครอบคลุมสำหรับการขับขี่ กิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ได้เอารถคันโปรดจากที่ใช้ขับบนท้องถนนมารีดสมรรถนะแบบเต็มๆ บนสนาม ถือเป็นการเพิ่มประสบการณ์การขับขี่และการใช้รถคันนี้ให้ได้ดียิ่งขึ้น”

MG4 Track Experience 4
การทดลองขับที่ได้รับประสบการณ์ครั้งใหม่ในมุมมองของคุณจตุพร เก่งรักษา

“NEW MG4 ELECTRIC ไม่ได้มีดีแค่ดีไซน์ แต่มาพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว กิจกรรมในครั้งนี้มอบประสบการณ์การขับขี่ในแบบที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน ชอบที่ได้ลงสนามจริงกับผู้เชี่ยวชาญผ่านกิจกรรม Hot lap ทำให้ ได้รู้ถึงความเฉียบคม และความคล่องตัวของ NEW MG4 ELECTRIC รวมถึงการสอนขับขี่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการใช้งานรถในชีวิตประจำวัน โดยรวมประทับใจในกิจกรรมครั้งนี้ เพราะครบทุกมิติของการใช้รถจริงๆ”

MG4 Track Experience 6

จากคุณพ่อที่ขับขี่ส่งลูกไปโรงเรียนสู่การทดลองขับแบบลงสนามจริงของคุณอภิภู แก้วสีนวล

“กิจกรรมครั้งนี้ทำให้รู้วิธีการขับขี่ NEW MG4 ELECTRIC ได้ดีและมั่นใจมากยิ่งขึ้นถือเป็นการเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากสนามทดสอบ เพื่อเอาไปปรับใช้บนถนน ชอบในความเป็นกันเองและความตั้งใจในการถ่ายทอดความรู้ของ Instructors ที่มีความเชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ที่แนะนำวิธีปฏิบัติและแนวทางที่จะทำให้เราสามารถใช้รถได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ”

MG4 Track Experience 7

NEW MG 4 ELECTRIC เป็นรถไฟฟ้าที่ได้รับกระแสตอบรับและการการันตีด้วยรางวัลในระดับสากล อาทิ รางวัล EV OF THE YEAR AM AWARDS รางวัล UK CAR OF THE YEAR 2023 ได้รับการคัดเลือกเป็นรถที่โดดเด่นที่สุดใน Compact Segment จาก GERMAN CAR OF THE YEAR 2024 รางวัล BEST FAMILY CAR จาก UKCOTY และรางวัลจากสื่อชั้นนำทั่วโลก

MG4 Track Experience 8

ทั้งยังได้รับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จาก EURO NCAP โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะด้วยการเป็นรถอีวีที่ขับเคลื่อนด้วยล้อหลัง ตัวรถกระจายน้ำหนัก แบบสมมาตร 50:50 มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ฐานล้อกว้าง ทำให้เกาะถนนได้ดี เข้าโค้งได้อย่างเฉียบคม อัตราการเร่งเร็วทันใจ ช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ แบบ 5-LINK SUSPENSION ถือเป็นอีวีที่ขับสนุกและเร้าใจ มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยมากถึง 26 ระบบ โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยว และเป็นรถที่พัฒนาขึ้นบน NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ออกแบบเพื่อรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ มาพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่จะตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว

MG4 Track Experience 9

ผู้สนใจสามารถเป็นเจ้าของและทดลองขับ NEW MG4 ELECTRIC ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการคุณภาพเอ็มจีทั่วประเทศ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษไม่ต้องรอถึงช่วงสิ้นปี กับราคาเริ่มต้นเพียง 769,000 บาท เท่านั้น

 

“อีซูซุ” เดินหน้าจัดกิจกรรมเจ้าแห่งรถบรรทุก “อีซูซุยอดนักขับมือทอง” ประจำปี 2566 รอบชิงชนะเลิศ ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท

0
อีซูซุยอดนักขับมือทอง ภาพเปิด

อีซูซุ ตอกย้ำความเป็นผู้นำวงการรถบรรทุกยอดขายอันดับ 1 ของเมืองไทย ร่วมค้นหาสุดยอดแชมป์นักขับรถบรรทุกตัวจริง คิงออฟทรัคส์ ในการแข่งขันอีซูซุยอดนักขับมือทอง ประจำปี 2566 เป็นปีที่ 16 ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากกรมการขนส่งทางบก โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพการขับขี่อย่างมีประสิทธิภาพ และปลอดภัย พร้อมมุ่งยกระดับธุรกิจโลจิสติกส์สู่ระดับสากลชิงเงินรางวัลรวมมูลค่า 1 ล้านบาท พร้อมโล่เกียรติยศ ณ สนามทดสอบไทยบริดจสโตน จังหวัดสระบุรี

กลุ่มตรีเพชร โดย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “การแข่งขัน “อีซูซุยอดนักขับมือทอง” ประจำปี 2566 รอบชิงชนะเลิศ จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 16 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมทักษะการพัฒนาศักยภาพการขับขี่ของนักขับรถบรรทุกทั่วประเทศ ให้มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย ที่สำคัญยังเป็นการสร้างขวัญกำลังใจแก่ยอดนักขับรถบรรทุก และยกระดับมาตรฐานด้านการขนส่งเมืองไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ อีซูซุผู้นำรถบรรทุกเมืองไทยตลอดระยะเวลามากกว่า 6 ทศวรรษได้นำ “Isuzu King of Trucks” ในรุ่น “รถบรรทุกหัวลาก รุ่น GXZ” และ “รถบรรทุกสิบล้อลากพ่วง รุ่น FXZ” มาเป็นรถทดสอบการแข่งขันในสถานีต่าง ๆ โดยผู้เข้าแข่งขันรอบชิงชนะเลิศนี้ จะต้องผ่านสนามทดสอบทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ตั้งแต่รอบคัดเลือกระดับภูมิภาค เพื่อก้าวสู่การแข่งขันครั้งสำคัญในครั้งนี้ เพื่อชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท”

อีซูซุยอดนักขับมือทอง 1

สำหรับการแข่งขันอีซูซุยอดนักขับมือทอง ภาคทฤษฎี จะเป็นการทดสอบข้อเขียนเกี่ยวกับกฎหมายจราจร กฎหมายการขนส่ง จิตวิทยา ทักษะการตัดสินใจ รวมถึงความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้และบำรุงรักษารถประจำวัน ส่วนในภาคปฏิบัตินั้น จะเป็นการแข่งขันในสถานีทดสอบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การขับในทางโค้งและจอดให้ตรงจุด (S-Curve driving & Precision braking) การขับสลับช่องจอด (Docking slot swapping) การขับในพื้นที่จำกัด (Narrow Space Maneuvering) และการขับให้ประหยัดน้ำมันและปลอดภัย (Fuel Economy and Safety Drive)

อีซูซุยอดนักขับมือทอง 2

อีซูซุยอดนักขับมือทอง 3

อีซูซุยอดนักขับมือทอง 4

อีซูซุยอดนักขับมือทอง 5

โดยรางวัลสำหรับการแข่งขัน “อีซูซุยอดนักขับมือทอง” รอบชิงชนะเลิศ ผู้ชนะเลิศ และรองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 ของทั้ง 2 ประเภท จะได้รับรางวัลเงินสด 100,000 บาท 50,000 บาท และ 30,000 บาท ตามลำดับ นอกจากนี้ เจ้าของกิจการของผู้ชนะเลิศ และรองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 ของทั้ง 2 ประเภท จะได้รับรางวัลบัตรกำนัลอีซูซุมูลค่า 20,000 บาทอีกด้วย

อีซูซุยอดนักขับมือทอง 6

โดยผลการแข่งขัน “อีซูซุยอดนักขับมือทอง” ประจำปี 2566 รอบชิงชนะเลิศ มีดังนี้

ประเภทรถบรรทุกสิบล้อลากพ่วง

อีซูซุยอดนักขับมือทอง 7
ชนะเลิศ คุณสัญญา ภิญโญ จาก บริษัท เอส อาร์ เค จำกัด รับรางวัลเงินสด 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ
รองชนะเลิศอันดับ 1 คุณนพรัตน์ จงเจริญ จาก ห้างหุ้นส่วนจำกัด ภัทรวรรณขนส่ง รับรางวัลเงินสด 50,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ
รองชนะเลิศอันดับ 2 คุณอดิศักดิ์ พิมพ์สุวรรณ จาก ห้างหุ้นส่วนจำกัด ป.ศักดิ์ภาณุ รับรางวัลเงินสด 30,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ

ประเภทรถบรรทุกหัวลาก

อีซูซุยอดนักขับมือทอง 8
ชนะเลิศ คุณพัฒน์ พวงแก้ว จาก บริษัท เกียรติธนาขนส่ง จำกัด (มหาชน) รับรางวัลเงินสด 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ
รองชนะเลิศอันดับ 1 คุณศรัณย์ ถาวรสังข์ จาก บริษัท ปัญญาวัสดุก่อสร้าง จำกัด รับรางวัลเงินสด 50,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ
รองชนะเลิศอันดับ 2 คุณทวีพร นิลแก้ว จาก บริษัท ธารสุวรรณ จำกัด รับรางวัลเงินสด 30,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ

นอกจากนี้ เจ้าของกิจการของผู้ชนะเลิศและรองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 ของทั้ง 2 ประเภท ยังได้รับรางวัลบัตรกำนัลอีซูซุมูลค่า 20,000 บาทอีกด้วย

อีซูซุยอดนักขับมือทอง 9

สำหรับการเข้าร่วมการแข่งขันอีซูซุยอดนักขับมือทอง ในปีพ.ศ. 2566 มีผู้ประกอบการสนใจเข้าร่วมการแข่งขันเป็นจำนวนมาก คุณปราโมทย์ และคุณจิราวดี กงทอง บริษัท มีโชครุ่งเรืองกิจ จำกัด หนึ่งในผู้ประกอบการที่ส่งนักขับมาร่วมการแข่งขัน กล่าวว่า “ทางบริษัทฯ ได้ส่งพนักงานร่วมเข้าแข่งขันทุกปี เพราะเป็นกิจกรรมที่ดีมาก ช่วยส่งเสริม และพัฒนาพนักงานขับรถทั้งในเรื่องของทักษะการขับขี่ กติกามารยาทในการรักษากฎหมาย และวินัยจราจร รวมถึงส่งต่อความรู้แก่กลุ่มเพื่อนพนักงานให้มีการพัฒนาไปด้วยกัน ซึ่งทางบริษัทฯ เน้นย้ำเรื่องเหล่านี้มากครับ” นอกจากนี้ คุณกันต์ สังขกร กรรมการ และ คุณชลทิชา ชิตวิเศษ ผู้ช่วยกรรมการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เกวลี ยังให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับการแข่งขันว่า “ทางห้างหุ้นส่วนจำกัด เกวลี เป็นผู้ให้บริการการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศไทย-จีน โดยรถทั้งหมดเป็นรถอีซูซุ เพราะว่าเรามั่นใจในสมรรถนะของรถ ส่วนเหตุผลที่สนใจส่งพนักงานเข้าร่วมการแข่งขัน เพราะอยากทราบว่าพนักงานของเรามีความชำนาญในการขับรถมากแค่ไหน เพื่อเป็นการการันตีว่าพนักงานของเรามีศักยภาพและทักษะในการขับรถบรรทุก และให้ลูกค้าได้มั่นใจในการใช้บริการของเราครับ”

ร่วมติดตามข่าวสารต่างๆ ของอีซูซุได้ที่ www.isuzu-tis.com และ Facebook : Isuzu Trucks Thailand

 

 

เปิดโผ THAILAND CAR OF THE YEAR 2023

0

สรยท.ออกสตาร์ทคัดรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยม หรือ THAILAND CAR OF THE YEAR 2023 พ่วงด้วย THAILAND EV OF THE YEAR 2023 สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% หรือ BEV สำหรับผู้ผลิตที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าและได้รับอนุมัติแผนการลงทุนในประเทศไทยจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

รางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยม หรือ THAILAND CAR OF THE YEAR 2023 จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) เข้าสู่กระบวนการคัดเลือกรถยนต์รุ่นใหม่ เป็นแบบ Model Change หรือ All New ปี 2566 รอบแรกเรียบร้อยแล้ว โดยคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR มีการกลั่นกรองรถยนต์ผ่านตามหลักเกณฑ์ทั้งหมด 11 รุ่น จาก 7 แบรนด์รถยนต์ ประกอบด้วย

1.BMW 750e 2.BMW X1 3.GWM Tank 300 4.GWM Tank 500 5.Honda CR-V 6.Honda WR-V 7.Hyundai Stargazer 8.Mercedes-Benz GLC350e 9.Mercedes-Maybach S580e 10.Mitsubishi Triton และ 11.Toyota Innova Zenix

ทั้งหมดนี้เป็นรถยนต์ที่ผลิต-ประกอบในประเทศไทย และกลุ่มประเทศสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) เปิดตัวและจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2566

นายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง อุปนายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการคัดเลือกและตัดสิน THAILAND CAR OF THE YEAR 2023 เปิดเผยขั้นตอนการตัดสินและมอบรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2566 ว่า หลังจากนี้จะส่งรายชื่อรถยนต์ผ่านเกณฑ์ทั้งหมดให้กับสมาชิกสรยท.โหวตคัดเลือกรถยนต์รอบแรกจำนวนกึ่งหนึ่ง เพื่อเข้าสู่การพิจารณารอบสุดท้ายซึ่งเป็นการทดสอบภาคสนามโดยคณะสื่อมวลชนที่มีความรู้ ประสบการณ์ ในการทดสอบรถยนต์ของเมืองไทยต่อไป

การทดสอบภาคสนามในรอบ 2 นั้น เป็นการร่วมให้คะแนนของสื่อมวลชนสายยานยนต์ ตั้งแต่ระดับบรรณาธิการ คอลัมนิสต์ จนถึงผู้สื่อข่าวอาวุโส ที่คร่ำหวอดในวงการยานยนต์ไทยมากกว่า 20-30 ปี เป็นการให้คะแนนตามหลักเกณฑ์ของการตัดสินรางวัล European Car of The Year ของยุโรป และ Japan Car of The Year ของประเทศญี่ปุ่น เพื่อคัดเลือกรถยนต์เพียง 1 รุ่น ให้เป็นรถยอดเยี่ยมประจำปีของประเทศไทย

นอกจากนี้ในการทดสอบภาคสนาม สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ได้เชิญผู้แทนจากภาครัฐ คือ สถาบันยานยนต์ สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้แทนจากสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ร่วมให้ข้อมูล และร่วมสังเกตการณ์ กระบวนการทดสอบและให้คะแนนในรอบสุดท้ายของคณะกรรมการฯ อีกด้วย

นายสุรศักดิ์ ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่าในปี 2566 คณะกรรมการสรยท.ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการคัดเลือกและตัดสิน THAILAND CAR OF THE YEAR 2023 ดำเนินการคัดเลือกรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV) ที่เปิดตัวในประเทศไทย ช่วงเวลาเดียวกับการคัดเลือกรถยนต์ยอดเยี่ยม เพื่อมอบรางวัลรถยนต์พลังงานไฟฟ้ายอดเยี่ยมของไทย หรือ THAILAND EV OF THE YEAR 2023

อย่างไรก็ตามเนื่องจากในปัจจุบัน รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV) ที่เปิดตัวและจำหน่ายในประเทศไทยขณะนี้ ส่วนใหญ่ยังเป็นรถนำเข้าจากต่างประเทศทั้งคันหรือ CBU ดังนั้นในปี 2566 ซึ่งถือเป็นการริเริ่มการให้รางวัล THAILAND EV OF THE YEAR และเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทย ดังนั้น คณะอนุกรรมการฯ จึงจัดร่างกฎเกณฑ์และกติกา การพิจารณาตัดสินรางวัล THAILAND EV OF THE YEAR 2023 โดยคัดเลือกเฉพาะรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการใช้รถพลังงานไฟฟ้าของภาครัฐ ซึ่งกำหนดให้ต้องมีการตั้งโรงงานผลิต และประกอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV) ในประเทศไทย รวมถึงแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริการลงทุน (BOI) ทั้งนี้ถือเป็นกติกาเฉพาะ สำหรับใช้พิจารณาคัดเลือกและตัดสินในปี 2566 เท่านั้น

โดยรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV) ที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกในรอบแรกของ THAILAND EV OF THE YEAR 2023 มีทั้งหมด 11 รุ่น ประกอบด้วย

1.BYD Atto 3 2.BYD Dolphin 3.BYD Seal 4.GAC Aion Y Plus 5.Mercedes-AMG EQE 53 4MATIC+ 6.Mercedes-Benz EQB 250 AMG Line 7.Mercedes-Benz EQE 350 AMG SUV AWD 8.Mercedes-Benz EQS 500 4Matic AMG Premium 9.MG 4 Electric 10.MG Maxus 9 และ 11.Toyota bZ4X

หลังจากให้สมาชิกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ได้ร่วมโหวตคัดเลือกรถยนต์ให้เหลือกึ่งหนึ่งแล้ว จะนำเข้าสู่กระบวนการให้คะแนนภาคสนามเช่นเดียวกับรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี

สำหรับระยะเวลาในการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาตัดสินรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR 2023 จะใช้เวลาดำเนินการอีกประมาณ 4 สัปดาห์หลังจากนี้ โดยการตัดสินรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR 2023 และ THAILAND EV OF THE YEAR 2023 ของสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) จะประกาศให้ทราบพร้อมกันในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 ศกนี้ ณ ศูนย์ประชุม เดอะฮอลล์ ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร

 

มาสด้าพร้อมจัดแสดงบูธในงาน Japan Mobility Show 2023 ภายใต้ธีม The Future created by the ‘love of Cars’

0

มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยรายละเอียดถึงแผนงานจัดแสดงรถยนต์มาสด้า ภายในงาน Japan Mobility Show 2023*1 โดยจะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2566 ณ Tokyo Big Sight อาริอาเกะ เขตโคโต กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

ซึ่งงานในครั้งนี้ สำหรับบูธมาสด้าจะจัดขึ้นภายใต้ธีม “The Future created by the ‘love of Cars’“ หรือ “อนาคตที่สร้างขึ้นจากความรักในรถยนต์” โดยได้รับการออกแบบเพื่อถ่ายทอดความมุ่งมั่นของมาสด้าในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าผู้ที่รักในการขับขี่และรักในรถยนต์ รถยนต์มาสด้าที่จะนำมาจัดแสดงภายในงานฯ นั้น ล้วนเป็นรถยนต์ได้รับการถ่ายทอดปรัชญาของมาสด้า ในการยกระดับประสบการณ์ความสุขในทุกการขับขี่ และการใช้ชีวิตประจำวันในทุกๆ ด้านให้กับลูกค้าทุกคน

ธีมบูธมาสด้า: “อนาคตที่สร้างจาก ‘ความรักในรถยนต์’”

สำหรับบูธมาสด้าในครั้งนี้ จะเน้นการจัดแสดงรถสปอร์ตโรดสเตอร์ Mazda MX-5 ซึ่งเป็นแบรนด์ไอคอน และมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน โดยได้นำ Mazda MX-5 มาจัดแสดงหลากหลายรุ่น ได้แก่ Mazda MX-5 เจเนอเรชั่นแรก ซึ่งเป็นรถที่เปรียบเสมือนต้นแบบสัญลักษณ์แห่งความยั่งยืนของมาสด้า ที่ถ่ายทอดปรัชญาความสนุกสนานในการขับขี่ Mazda MX-5 ขนาดสองในสามของรถคันจริงเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่แบบจำลองให้กับเด็กๆ Mazda MX-5 เจเนอเรชั่นที่ 4 รุ่นล่าสุด ที่ได้รับการพัฒนาอัพเกรดครั้งใหญ่ และ Mazda MX-5 SeDv*2 ที่สามารถควบคุมการขับขี่ได้ด้วยมือของผู้ขับเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ มาสด้ายังได้นำรถต้นแบบที่ได้รับการดีไซน์ให้เป็นดั่งสัญลักษณ์ของธีมบูธมาสด้า มาเปิดตัวครั้งแรกในงานนี้ ซึ่งเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของโลกหรือ World Premier ภายในงานนี้

รถต้นแบบของมาสด้าที่จะเปิดตัวภายในงาน Japan Mobility Show 2023

นอกจากนั้นแล้ว มาสด้ายังได้เข้าร่วมโปรแกรมที่จัดขึ้นโดยสมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น ด้วยการจัดแสดงรถยนต์ Mazda2 Bio Concept ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไบโอดีเซล เจเนอเรชั่นใหม่ ซึ่งอยู่ในส่วนพื้นที่จัดแสดงมอเตอร์สปอร์ตด้วยเช่นกัน

มาสด้ายังเข้าร่วมกับ “Out of KidZania” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ KidZania หรือ ศูนย์การเรียนรู้และความบันเทิงยอดนิยม ที่มุ่งเน้นให้เด็กๆ ได้มีโอกาสทดลองสวมบทบาทการทำงานในแต่ละอาชีพ โดยมาสด้าจะเปิดโอกาสให้เด็กๆ ที่เข้าเยี่ยมชมภายในงานได้ทดลองสวมบทบาทอาชีพในงานของมาสด้า ได้แก่ “Sand-casting” ซึ่งเหมาะสำหรับเด็กนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา และ “Stamping operator” ที่ออกแบบให้เหมาะสำหรับเด็กๆ ในชั้นก่อนวัยเรียน ซึ่งทั้ง 2 กิจกรรม จะจัดขึ้นในโรงงานมาสด้าแบบจำลอง ซึ่งจะมอบประสบการณ์ความสุขให้กับเด็กๆ ในการเป็นส่วนหนึ่งของการผลิตรถยนต์

มาสด้าจะยังคงเดินหน้าในการส่งมอบ “ความสุขในการขับขี่” ต่อไป ภายใต้คุณค่าหลักที่ให้ความสำคัญกับการมุ่งเน้น “มนุษย์เป็นศูนย์กลาง” และมุ่งมั่นที่จะส่งมอบ “ความสุขในการดำเนินชีวิต” ด้วยการสร้างสรรค์ประสบการณ์ความสุขให้กับชีวิตประจำวันของลูกค้าทุกคน

รายละเอียดเพิ่มเติม:

  • เว็บไซต์ Mazda Japan Mobility Show 2023 (สามารถเข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2566 เวลา 10:45 น. เวลาประเทศญี่ปุ่น) https://mazda.co.jp/experience/event/japanmobilityshow2023/

*1 Japan Mobility Show 2023 จัดขึ้นโดย สมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น รอบสื่อมวลชนจะจัดขึ้นในวันพุธที่ 25 ตุลาคม 2566 (08:00-18:00) และวันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม 2566 (08:00-13:00) สำหรับงานแถลงข่าวมาสด้า จะจัดขึ้นในวันพุธที่ 25 ตุลาคม 2566 (09:15-09:30) และรอบบุคคลทั่วไป จะจัดขึ้นตั้งแต่วันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม 2566 – วันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน 2566

*2 SeDV: Self-empowerment Driving Vehicle สำหรับบุคคลที่มีข้อจำกัดในกิจกรรมประจำวันให้สามารถขับขี่และควบคุมการขับขี่ได้ด้วยมือของตนเอง

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เพิ่มดีกรีความร้อนแรงของยานยนต์ไฟฟ้าในไทย เตรียมส่ง ORA 07 (ORA Grand Cat) รถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตคูเป้สุดหรู สู่ตลาดพฤศจิกายนนี้!

0
Ora Grand Cat ภาพเปิด

เตรียมสร้างความตื่นเต้นให้กับวงการยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในไทยส่งท้ายปี เตรียมเปิดตัว ORA 07 หรือ ORA Grand Cat ที่สาวกรถยนต์ไฟฟ้าตั้งตารอคอย เข้าสู่ตลาดยานยนต์ไทยในเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อเสริมทัพไลน์อัปยานยนต์คุณภาพ ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านยานยนต์พลังงานไฟฟ้า (xEV Leader) พร้อมตอบสนองทุกความต้องการที่โดดเด่น ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ สะท้อนตัวตนที่แท้จริงของผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

Ora Grand Cat 2

ORA 07 รถยนต์สปอร์ตคูเป้สมรรถนะสูง ที่กำลังจะเปิดตัวภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ จะเข้ามาเสริมทัพยานยนต์ร่วมกับเจ้าเหมียวไฟฟ้า ORA Good Cat และ ORA Good Cat GT ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์ ORA ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ขับขี่ชาวไทย โดย ORA 07 ถูกออกแบบภายใต้ปรัชญาและกระบวนการพัฒนายานยนต์รุ่นใหม่ของอนาคต โดยมุ่งเน้นการออกแบบและพัฒนายานยนต์ที่มากกว่าดีไซน์ที่โดดเด่น แต่ยังรวมไปถึงการให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนแรงบันดาลใจให้ผู้คนเปิดรับเทคโนโลยีพลังงานใหม่แบบอัจฉริยะ พร้อมกับการสร้างสรรค์ประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน พร้อมมอบความสะดวกสบายเสมือนการพักผ่อนในทุกขณะของการขับขี่

Ora Grand Cat 1

ORA 07 ยังโดดเด่นยิ่งกว่าที่เคยในทุกๆ มิติทั้งดีไซน์สปอร์ตอันโฉบเฉี่ยวเร้าใจ สมรรถนะเหนือระดับเพื่อการขับขี่ที่สนุกสนาน นวัตกรรมและเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อความปลอดภัยสูงสุด รูปลักษณ์ภายนอกสง่างามสะกดทุกสายตากับความหรูหราและทันสมัยด้วยหลังคากระจก (Glass Roof) พาดยาวตั้งแต่ด้านหน้าจรดด้านหลัง ภายในดูเรียบหรูด้วยการตกแต่งสไตล์คลาสสิก แต่ยังคงความทันสมัยไว้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน

Ora Grand Cat 4

นอกจากดีไซน์ที่สวยงาม สมรรถนะการขับขี่ที่โดดเด่น และเทคโนโลยีอัจฉริยะที่อัดแน่นเตรียมมอบให้กับผู้ขับขี่ชาวไทยแล้ว การเปิดตัว ORA 07 ในตลาดยานยนต์ประเทศไทยยังถือเป็นการสานต่อความสำเร็จของ ORA Good Cat ที่ได้เข้ามาปลุกกระแสของยานยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2564 พร้อมกันนี้ยังถือเป็นการบรรลุเป้าหมายในการเติมเต็มระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในไทย ตาม Mission 9 in 3 หรือการเปิดตัวรถยนต์ 9 รุ่นภายใน 3 ปี ซึ่ง ORA 07 จะเป็นยานยนต์รุ่นที่ 9 ตามที่บริษัทฯ ได้ประกาศไว้ตั้งแต่เริ่มเข้ามาดำเนินงานในประเทศไทย

Ora Grand Cat 6

แฟน ๆ เจ้าเหมียวไฟฟ้าสปอร์ตคูเป้ อดใจรออีกไม่นาน เตรียมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ยานยนต์ไฟฟ้าที่เหนือกว่า ด้วยสมรรถนะและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของ ORA 07 ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.gwm.co.th แอปพลิเคชัน GWM และช่องทางโซเชียลมีเดีย Facebook, YouTube และ TikTok ของ GWM Thailand

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส นำ “ออล-นิว ไทรทัน” “เอ็กซ์ฟอร์ซ” และ “เดลิกา มินิ” คว้า 3 สุดยอดรางวัลออกแบบยอดเยี่ยมแห่งญี่ปุ่น Good Design Award 2023 

0
มิตซูบิชิ ภาพเปิด

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส) คว้ารางวัลออกแบบยอดเยี่ยมจากรถยนต์ 3 รุ่น นำโดย ออล-นิว ไทรทัน1 รถกระบะขนาด 1 ตัน ออล-นิว เอ็กซ์ฟอร์ซ2 รถยนต์อเนกประสงค์แบบเอสยูวีขนาดเล็ก และ เดลิกา มินิ รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลขนาดเล็กยกสูงแบบเคคาร์3 (Kei-car) จากงาน Good Design Award4 2023 จัดโดยสถาบันส่งเสริมการออกแบบแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Institute of Design Promotion) ด้วยมาตรฐานระดับโลก โดยมีเครื่องหมาย G Mark เป็นสัญลักษณ์การันตีการออกแบบที่ยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นที่ยอมรับจากองค์กรธุรกิจจากทั่วโลกที่เข้าร่วมประกวดในหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ ยานยนต์ เครื่องแต่งกาย สถาปัตยกรรม และอุปกรณ์ไอที

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทุ่มเทอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อสร้างสรรค์การออกแบบที่มีเอกลักษณ์อันแตกต่างและโดดเด่น ภายใต้ปรัชญาการออกแบบ “ความแข็งแกร่งทรงพลังและฉลาดปราดเปรียว” (Robust & Ingenious) ด้วยความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบความเชื่อมั่น อุ่นใจได้ในทุกเส้นทาง ไปพร้อมกับประสบการณ์เหนือระดับที่น่าตื่นตาตื่นใจ ผ่านการสร้างสรรค์ยนตรกรรม ด้วยแนวคิดหลักที่มุ่งเน้นความแข็งแกร่งทนทานเปี่ยมด้วยพละกำลัง ผสานเทคโนโลยีอันชาญฉลาดปราดเปรียวคล่องตัว และรองรับการใช้งานได้อย่างเต็มที่ พร้อมกับการพัฒนาและขับเคลื่อนไปข้างหน้าให้เหมาะกับยุคสมัย โดยรถยนต์ใหม่ 3 รุ่น ได้แก่ ไทรทัน เอ็กซ์ฟอร์ซ และเดลิกา มินิ ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ชนะรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยมในปี 2023 (Good Design Award 2023) จากการหลอมรวมความเป็นที่สุดแห่งดีเอ็นเอของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (Mitsubishi Motors-ness) ที่สะท้อนปรัชญาการออกแบบพร้อมกับแสดงถึงแนวคิดการดีไซน์ที่โดดเด่นและแตกต่าง

ออล-นิว ไทรทัน
ออล-นิว ไทรทัน เป็นรถกระบะขนาด 1 ตัน ที่อัดแน่นด้วยสมรรถนะแห่งยนตรกรรมของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส แบบเต็มพิกัด มอบการขับขี่ที่ปลอดภัย สะดวกสบาย อุ่นใจได้บนทุกเส้นทาง ออล-นิว ไทรทัน พร้อมฝ่าฟันเส้นทางที่สมบุกสมบันบนทุกพื้นที่ทั่วโลก ไม่ว่าสภาพอากาศหรือสภาพถนนจะทรหดเพียงใด โดยได้รับการออกแบบด้วยแนวคิด “บีสต์โหมด” (Beast Mode) เต็มเปี่ยมด้วยพลังแห่งความแข็งแกร่งทนทาน ตามแบบฉบับของรถกระบะขนานแท้ พร้อมด้วยความแข็งแรงบึกบึนและปราดเปรียวตามสไตล์รถยนต์มิตซูบิชิ ขณะที่ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบอย่างหรูหราในทุกจุด เติมความสะดวกสบายเหนือระดับเพื่อตอบโจทย์การใช้งานแบบอเนกประสงค์สไตล์รถส่วนตัว ควบคู่ไปกับการใช้งานเชิงพาณิชย์เพื่อการเติบโตของธุรกิจ

มิตซูบิชิ 1

ความเห็นของคณะกรรมการตัดสินรางวัล
กลุ่มเป้าหมายหลักของรถกระบะรุ่นนี้คือกลุ่มลูกค้าในตลาดอาเซียนและละตินอเมริกา และเพื่อให้ตอบโจทย์ในการเป็นรถคู่ใจสำหรับการใช้งานในเชิงพาณิชย์และการใช้งานแบบรถส่วนตัวในภูมิภาคดังกล่าว จึงจำเป็นต้องมีพลังในการขับเคลื่อนที่เหนือกว่ารถยนต์โดยสารทั่วไป รวมถึงให้การขับขี่ที่สนุก ควบคุมได้ดั่งใจ ซึ่งแตกต่างจากรถเพื่อการพาณิชย์รุ่นอื่นๆ ด้วยสไตล์การออกแบบด้านหน้ารถที่ผสมผสานความแข็งแกร่ง ที่มาพร้อมกับชุดไฟ LED ที่แตกต่างโดดเด่นด้วยเส้นแสงแบบแนวราบและซุ้มล้อทรงเหลี่ยม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างเต็มที่และถ่ายทอดตัวตนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ รถกระบะรุ่นนี้ยังมีห้องโดยสารที่กว้างขวาง แผงควบคุมที่ใช้งานง่าย รวมถึงกระบะตอนท้ายที่ใหญ่โตบรรทุกสินค้าได้มาก ทั้งยังมีฟีเจอร์อื่นๆ ที่ได้รับการออกแบบให้ใช้งานง่ายและสะดวกสบายยิ่งขึ้น ตลอดจนแผ่นปิดท้ายรถกระบะ ที่สะท้อนถึงความประณีตของช่างฝีมือทักษะสูง

ออล-นิว เอ็กซ์ฟอร์ซ
ออล-นิว เอ็กซ์ฟอร์ซ เป็นรถยนต์อเนกประสงค์แบบเอสยูวีขนาดเล็ก มอบความสะดวกสบายและการใช้งานที่ยอดเยี่ยม ด้วยพื้นที่ห้องโดยสารอันกว้างขวางและพื้นที่เก็บของอเนกประสงค์ ผสมผสานอย่างลงตัวกับความคล่องแคล่วปราดเปรียว ขนาดตัวรถที่พอเหมาะพอเจาะ และสมรรถนะในการควบคุมขับขี่ที่ปลอดภัยและมั่นใจได้ในสภาพอากาศและสภาพถนนที่หลากหลาย ภายใต้การออกแบบด้วยแนวคิดที่ผสานสมดุลแห่งสไตล์ที่หรูละมุนผนวกความแข็งแกร่งมั่นคง (Silky & Solid) การออกแบบของรถรุ่นนี้เน้นความโดดเด่นสะดุดตาและทรงพลังตามแบบฉบับรถเอสยูวีที่แท้จริง พร้อมด้วยการตกแต่งภายในห้องโดยสารที่ดูโฉบเฉี่ยว ให้ความรู้สึกล้ำสมัย

มิตซูบิชิ 2

ความเห็นของคณะกรรมการตัดสินรางวัล
การออกแบบภายนอก ที่มาพร้อมกับรูปลักษณ์ด้านหน้าและซุ้มล้อหลังอันทรงพลัง สร้างความรู้สึกที่ดูใหญ่โตโอ่อ่า แม้ว่าจะเป็นรถยนต์ขนาดเล็ก ผนวกรวมกับรูปทรงของชุดไฟหน้าและชุดไฟท้าย ที่สะท้อนเสน่ห์แบบรถอเนกประสงค์ที่ล้ำสมัย ขณะที่การผสมผสานอย่างลงตัวและความกลมกลืนอย่างเหนือชั้นของการออกแบบสี วัสดุ และพื้นผิว (CMF) ทำให้ภายในห้องโดยสารสะท้อนความน่าทึ่งน่าตื่นตาตื่นใจ ที่ไปกันได้ดีกับรูปลักษณ์ภายนอกได้อย่างลงตัว การใช้ลวดลายหกเหลี่ยมทั้งภายในและภายนอกยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้การออกแบบตัวรถโดยรวมมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอีกด้วย

เดลิกา มินิ ใหม่!
เดลิกา มินิ รุ่นใหม่ คือรถยนต์นั่งส่วนบุคคลขนาดเล็กยกสูงแบบเคคาร์ ที่ใช้ชื่อเดียวกับรถมินิแวนอย่างเดลิกา โดดเด่นด้วยการผสานห้องโดยสารที่กว้างขวางและสมรรถนะการขับขี่อันทรงพลัง ภายใต้แนวคิดการออกแบบที่พร้อมพาคุณไปค้นพบความสนุกเร้าใจในทุกเส้นทาง (Daily Adventure) ในรูปแบบของรถสไตล์เอสยูวี ที่ให้สมรรถนะการขับขี่อันทรงพลังที่น่าประทับใจ เช่นเดียวกับรถเดลิกา พร้อมด้วยห้องโดยสารที่สะดวกสบาย ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบครันทั้งสำหรับกิจกรรมเอาท์ดอร์และการขับขี่ในชีวิตประจำวัน

มิตซูบิชิ 3

ความเห็นของคณะกรรมการตัดสินรางวัล
ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่น่าประทับใจ ให้ความรู้สึกที่ดูแข็งแกร่ง บึกบึน และทรงพลัง แต่ขณะเดียวกัน ก็ยังให้ความรู้สึกที่ดูน่ารักและเป็นมิตร โดยเฉพาะไฟหน้าวงแหวนที่ตัดขอบด้านบน รวมถึงสีตัวถังที่สะท้อนถึงความคล่องแคล่วปราดเปรียว ผสานรูปลักษณ์ที่ทันสมัยและสะดุดตาที่ชวนให้พาออกไปผจญภัย การออกแบบในห้องโดยสารยังสอดรับกับภายนอก สร้างภาพลักษณ์ที่ดูสบายตาและแข็งแกร่ง ส่วนกรอบกระจกหน้าต่างที่กลมกลืนกับสีภายนอกยังสะท้อนความซุกซนสนุกสนานอีกด้วย

1.ไทรทัน ได้รับการจัดจำหน่ายในชื่อ L200 ในบางประเทศ โดยออล-นิว ไทรทัน มีกำหนดออกจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น ในช่วงต้นปี 2567
2.เอ็กซ์ฟอร์ซ ไม่มีจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น
3.เคคาร์ เป็นประเภทรถยนต์ขนาดเล็กในประเทศญี่ปุ่น
4.Good Design Award เป็นระบบการประเมินและยกย่องการออกแบบที่ครอบคลุมมากที่สุดเพียงหนึ่งเดียวในประเทศญี่ปุ่น และดำเนินการต่อเนื่องมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่มีการก่อตั้ง Good Design Product Selection System ในปี 2500 ตลอด 60 ปีที่ผ่านมา การตัดสินรางวัลนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับไลฟ์สไตล์และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นผ่านการสร้างสรรค์ผลงานออกแบบ และมีการมอบรางวัลไปแล้วรวมทั้งหมดกว่า 50,000 รางวัล ด้วยมาตรฐานระดับโลก โดยมีเครื่องหมาย G Mark เป็นสัญลักษณ์การันตีการออกแบบที่ยอดเยี่ยม ทำให้ในปัจจุบัน รางวัลนี้เป็นที่ยอมรับจากบริษัทและองค์กรธุรกิจจากทั่วโลกที่ได้เข้าร่วมส่งผลงาน

 

นิสสัน เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบ นิสสัน ไฮเปอร์ เออร์เบิน ในงาน Japan Mobility Show

0

นิสสัน มอเตอร์ เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด โดยรุ่นแรก คือ นิสสัน ไฮเปอร์ เออร์เบิน ครอสโอเวอร์ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์แล้ววันนี้ พร้อมสร้างความตื่นเต้นเร้าใจก่อนถึงงาน Japan Mobility Show ที่จะจัดขึ้น ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้

นิสสัน ไฮเปอร์ เออร์เบิน 1

นิสสันจะเริ่มเผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบทีละรุ่น* ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ก่อนถึงรอบสื่อมวลชนในวันที่ 25 ตุลาคม โดยมีความตั้งใจของการใช้คำว่า ไฮเปอร์ เพื่อนำเสนอถึงความตื่นเต้นเร้าใจที่มากยิ่งกว่า แต่ละแนวคิดจะถูกแสดงแทนด้วย ตัวละครในแบบอนิเมะ และได้รับการออกแบบด้วยคุณสมบัติที่ปรับแต่งตามความต้องการซึ่งเพิ่มมูลค่าให้กับไลฟ์สไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ และให้แรงบันดาลใจที่หลากหลาย แนวคิดนี้ช่วยให้ลูกค้าสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกโดยไม่กระทบต่อวิถีชีวิตหรือความสนุกสนานของการใช้รถยนต์ด้วยวิสัยทัศน์ของนิสสันสำหรับงาน Japan Mobility Show จะสะท้อนความมุ่งมั่นเพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน และเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในวงการรถยนต์ไฟฟ้าด้วยผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีต่างๆ

นิสสัน ไฮเปอร์ เออร์เบิน เปิดตัวครั้งแรกผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ แล้ววันนี้ ณ ฮอลล์นำเสนอการออกแบบใหม่ของรถยนต์นิสสัน โดยตั้งอยู่ภายในนิสสัน เทคนิคอล เซ็นเตอร์ ในเมืองอัตสึกิ จังหวัดคานากาวะ โดยจะปรากฏในงาน Japan Mobility Show ในรูปแบบแพลตฟอร์มออนไลน์

นิสสัน ไฮเปอร์ เออร์เบิน 2

การออกแบบของครอสโอเวอร์คันนี้ มีความโดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่สวยงาม โฉบเฉี่ยว และทันสมัยแสดงออกถึงรสนิยมที่ชาญฉลาดของผู้ใช้ สร้างความโดดเด่นในขณะเดียวกันก็กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นิสสัน ไฮเปอร์ เออร์เบิน 3

ด้วยระบบการถ่ายเทพลังงานไฟฟ้าจากรถยนต์สู่ที่พักอาศัยหรือ Vehicle to Home (V2H) ซึ่งส่งผลให้ประหยัดการใช้พลังงานได้อย่างมาก รวมถึงสร้างความยั่งยืนในโครงข่ายไฟฟ้า โดยระบบการถ่ายเทพลังงานระหว่างยานยนต์ไฟฟ้ากับระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Vehicle-to-Grid หรือ V2G) เจ้าของสามารถส่งต่อพลังงานไฟฟ้าส่วนเกินให้กับโครงข่ายฯ เพื่อสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นของตน และสร้างรายได้ในกระบวนการนี้ ระบบจัดการการชาร์จอัจฉริยะจะประกอบด้วย AI ที่สามารถชาร์จยานพาหนะ และอาคารพลังงานได้โดยอัตโนมัติ ช่วยให้มีการจัดการพลังงานมีประสิทธิภาพ

แนวคิดนี้ยังนำความยั่งยืนมาประยุกต์ใช้กับอายุการใช้งานของยานพาหนะได้ ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่ตระหนักถึงคุณค่าระยะยาวของทุกสิ่งที่พวกเขาเป็นเจ้าของ ด้วยการอัปเดตฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์เป็นประจำจะมอบประสบการณ์ของการเป็นเจ้าของที่ทันสมัยอยู่เสมอ เช่น ภายในห้องโดยสารสามารถรีเฟรชได้ด้วยแผงหน้าปัดแบบใหม่ที่สะท้อนถึงเทคโนโลยีล่าสุดและเทรนด์การติดต่อกับผู้ใช้ด้วยกราฟิกต่าง ๆ

นิสสัน ไฮเปอร์ เออร์เบิน 6

ตัวถังภายนอกรถสีเหลืองมะนาวจะเปลี่ยนเฉดสีไปได้มากมายขึ้นอยู่กับมุมที่แสงที่มาตกกระทบ ซึ่งดึงดูดความสนใจได้อย่างมีประสิทธิภาพในขณะเดียวกันก็ผสมผสานไปกับสภาพแวดล้อมได้อย่างสวยงาม บานประตูดีไซน์โฉบเฉี่ยวด้วยรูปทรงของกรรไกร ทั้งด้านหน้า และด้านหลังให้ความรู้สึกถึงความโปร่งโล่ง และมีเอกลักษณ์ รูปทรงที่สปอร์ตให้สมรรถนะด้านแอโรไดนามิกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น มาพร้อมยางหน้ากว้างที่ช่วยเสริมลุคสปอร์ต และการเคลื่อนที่ที่สมบุกสมบันควบคู่กับความสวยงามตามสมัยนิยม

นิสสัน ไฮเปอร์ เออร์เบิน 7

ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบให้กลมกลืนกับพื้นที่อยู่อาศัยในเมือง ได้รับแรงบันดาลใจจาก ‘กล้องสลับลายรูปทรงสามเหลี่ยม’ แผงหน้าปัด และจอแสดงผลสามารถปรับแต่งได้ตามอารมณ์ของเจ้าของรถ นอกจากนี้เบาะนั่งคู่หน้าสามารถพับไปเชื่อมต่อกับเบาะหลังเพื่อเปลี่ยนเป็นโซฟาขนาดย่อมๆ สร้างพื้นที่ส่วนตัวเพื่อความผ่อนคลายสูงสุด เมื่อต้องการอยู่ห่างจากความวุ่นวายในแต่ละวัน นิสสัน ไฮเปอร์ เออร์เบิน ก็สามารถผสมผสานการพักผ่อน และประโยชน์ใช้สอยเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว หากนำไปจอดไว้ภายในอพาร์ทเมนต์ หรือบังกะโล พื้นที่ภายในรถสามารถกลายเป็นพื้นที่ใช้สอยเพื่อการผ่อนคลายได้ทันที

ฮอนด้า จัดโปรใหญ่ ส่งท้ายปี ให้ลูกค้าลุ้นรับรางวัลถึง 2 ต่อ ผ่านแคมเปญ “Honda Double Happy, Double Lucky ซื้อรถฮอนด้าวันนี้ แฮปปี้คูณสอง”

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดโปรใหญ่ มอบความสุขส่งท้ายปีด้วย แคมเปญ “Honda Double Happy, Double Lucky ซื้อรถฮอนด้าวันนี้ แฮปปี้คูณสอง” ให้ลูกค้าที่ซื้อและรับรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 – 31 มกราคม 2567 โดยลูกค้าจะได้รับ 1 สิทธิ์ต่อการซื้อรถยนต์ 1 คัน เพื่อลุ้นรับรางวัล 2 ต่อ ยิ่งซื้อรถเร็ว ยิ่งมีสิทธิ์ลุ้นต่อเนื่องมากกว่า โดยต่อที่ 1 ลุ้นรับบัตรน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท หรือ 10,000 บาท โดยมีจำนวนเพิ่มขึ้นในทุกเดือน รวม 3,000 รางวัล หากคุณยังไม่ได้รับโชคในครั้งแรก คุณจะสามารถลุ้นได้ใหม่ทุกเดือนตลอดแคมเปญ และ ต่อที่ 2 ลูกค้าทุกคนมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลใหญ่ รวม 30 รางวัล ได้แก่ รถยนต์ฮอนด้าในไลน์อัปเอสยูวี 4 รุ่น จำนวน 10 คัน และรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า จีออโน่ พลัส (GIORNO+) รุ่น ABS จำนวน 20 คัน รวมรางวัลทั้งสิ้น 3,030 รางวัล มูลค่ากว่า 52 ล้านบาท

ข้อมูลเพิ่มเติมแคมเปญ “Honda Double Happy, Double Lucky ซื้อรถฮอนด้าวันนี้ แฮปปี้คูณสอง”

ลิงก์ https://www.honda.co.th/promotions/detail/hondadoublehappydoublelucky

รายละเอียดรางวัล การจับรางวัล และประกาศรางวัล แคมเปญ “Honda Double Happy, Double Lucky ซื้อรถฮอนด้าวันนี้ แฮปปี้คูณสอง

ต่อที่ 1 ลุ้นรับรางวัลบัตรน้ำมันทุกเดือน ตลอดแคมเปญ รวม 3,000 รางวัล มูลค่า 40 ล้านบาท
โดยแบ่งการจับรางวัลเป็น 4 ครั้ง ได้แก่

  • ครั้งที่ 1 – บัตรเติมน้ำมันจำนวน 300 รางวัล สำหรับลูกค้าที่ซื้อและรับรถยนต์ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2566 – 31 ต.ค. 2566 จับรางวัลวันที่ 16 พ.ย. 2566 เวลา 00 น. และประกาศรายชื่อผู้โชคดี วันที่ 28 พ.ย. 2566 โดยรางวัลประกอบด้วย
  • บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท จำนวน 100 รางวัล
  • บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท จำนวน 200 รางวัล
  • ครั้งที่ 2 – บัตรเติมน้ำมัน จำนวน 600 รางวัล สำหรับลูกค้าที่ซื้อและรับรถยนต์ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2566 – 30 พ.ย. 2566 จับรางวัลวันที่ 14 ธ.ค. 2566 เวลา 00 น. และประกาศรายชื่อผู้โชคดี วันที่ 25 ธ.ค. 2566 โดยรางวัลประกอบด้วย
  • บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท จำนวน 200 รางวัล
  • บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท จำนวน 400 รางวัล
  • ครั้งที่ 3 – บัตรเติมน้ำมัน จำนวน 900 รางวัล สำหรับลูกค้าที่ซื้อและรับรถยนต์ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2566 จับรางวัลวันที่ 18 ม.ค. 2567 เวลา 00 น. และประกาศรายชื่อผู้โชคดี วันที่ 30 ม.ค. 2567 โดยรางวัลประกอบด้วย
  • บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท จำนวน 300 รางวัล
  • บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท จำนวน 600 รางวัล
  • ครั้งที่ 4 – บัตรเติมน้ำมัน จำนวน 1,200 รางวัล สำหรับลูกค้าที่ซื้อและรับรถยนต์ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2566 – 31 ม.ค. 2567 จับรางวัลวันที่ 8 ก.พ. 2567 เวลา 00 น. และประกาศรายชื่อผู้โชคดี วันที่ 22 ก.พ. 2567 โดยรางวัลประกอบด้วย
  • บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท จำนวน 400 รางวัล
  • บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท จำนวน 800 รางวัล

หมายเหตุ
ชิ้นส่วนรายชื่อที่เหลือจากการจับรางวัลในแต่ละครั้ง ทางบริษัทฯ จะนำมารวมเพื่อจับรางวัลครั้งต่อไปในระยะเวลาแคมเปญ

ต่อที่ 2 ลูกค้าทุกคนมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลใหญ่ ในการจับรางวัลครั้งสุดท้าย รวม 30 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 13 ล้านบาท ได้แก่ รถยนต์ฮอนด้าในไลน์อัปเอสยูวี 4 รุ่น จำนวน 10 คัน และรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า
จีออโน่ พลัส
(GIORNO+) รุ่น ABS จำนวน 20 คัน สำหรับลูกค้าที่ซื้อและรับรถยนต์ฮอนด้า ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2566 –  31 ม.ค. 2567 โดยจะทำการจับรางวัลวันที่ 14 มี.ค. 2567  เวลา 14.00 น. และประกาศรายชื่อผู้โชคดี วันที่ 28 มี.ค. 2567 โดยรางวัลประกอบด้วย

– รถยนต์ ฮอนด้า รุ่น ซีอาร์-วี ใหม่ เกรด e:HEV RS 4WD สีน้ำเงินแคนยอนริเวอร์ (เมทัลลิก) จำนวน 1 รางวัล มูลค่า 1,729,000 บาท

– รถยนต์ ฮอนด้า รุ่น ซีอาร์-วี ใหม่ เกรด EL 4WD  สีขาวแพลทินัม (มุก) จำนวน 1 รางวัล มูลค่า 1,661,000 บาท

– รถยนต์ ฮอนด้า รุ่น เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี เกรด e:HEV RS สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) หลังคาสีดำ (ทูโทน) จำนวน 2 รางวัล รวมมูลค่า 2,378,000 บาท

– รถยนต์ ฮอนด้า รุ่น บีอาร์-วี เกรด EL สีขาวพรีเมียมซันไลท์ (มุก) จำนวน 3 รางวัล รวมมูลค่า 2,931,000 บาท

– รถยนต์ ฮอนด้า รุ่น ดับเบิลยูอาร์-วี ใหม่ เกรด RS สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) หลังคาสีดำ (ทูโทน) จำนวน 3 รางวัล รวมมูลค่า 2,637,000 บาท

– รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า จีออโน่ พลัส (GIORNO+) รุ่น ABS จำนวน 20 รางวัล รวมมูลค่า 1,338,000 บาท

บริษัทฯ จะทำการจับรางวัลผู้โชคดี ณ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ส่วนการขายและบริการ และศูนย์ฝึกอบรม เลขที่ 27 หมู่ 14 ซอยเสรีไทย 87 ถนนเสรีไทย แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กทม. 10510 และประกาศรายชื่อผู้โชคดีครั้งที่ 1 – 5 ผ่านทาง www.honda.co.th

ลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แคมเปญ “Honda Double Happy, Double Lucky ซื้อรถฮอนด้าวันนี้ แฮปปี้คูณสอง” และข้อเสนอพิเศษต่าง ๆ ได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือแชทกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถทดลองขับรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ โดยลงทะเบียนผ่าน www.honda.co.th/testdrive

ฟอร์ดชวนออกไปสัมผัสธรรมชาติกับฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่

0

ฟอร์ด ประเทศไทย แชร์เคล็ดลับการเดินทางเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวท่ามกลางธรรมชาติช่วงฤดูฝนอย่างปลอดภัยกับฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่พร้อมสร้างความทรงจำแห่งการเดินทางที่น่าประทับใจในทุกเส้นทาง

ผลสำรวจการคาดการณ์เทรนด์การท่องเที่ยวปี 2566 โดย Booking.com[1] พบว่า ผู้คนจำนวนมากกำลังมองหาการพักผ่อนแบบตัดขาดจากโลกภายนอก (Off-Grid) เช่น การออกไปแคมปิ้งตามแหล่งธรรมชาติ แน่นอนว่าการผจญภัยที่  รายล้อมด้วยธรรมชาติเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นและท้าทาย แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการคำนึงถึงความปลอดภัยในการเดินทาง ฟอร์ดจึงขอนำเสนอเคล็ดลับการออกไปเดินทางตั้งแคมป์ท่ามกลางธรรมชาติกับฟอร์ด เอเวอเรสต์ รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่มาพร้อมสมรถถนะอันเหนือชั้น เพื่อพิชิตทุกเส้นทางท้าทายช่วยให้  ทริปชมธรรมชาติสุดชิลล์ประทับใจและปลอดภัยตลอดการเดินทาง

วางแผนเส้นทางและเตรียมความพร้อม

ลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันต่างๆ เพียงแค่รู้จักวางแผนการเดินทางอย่างละเอียด ควรศึกษาและเลือกใช้เส้นทางการขับขี่ที่ปลอดภัย หลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางที่ชำรุด หรืออยู่ระหว่างการซ่อมแซม ควรจัดเตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉินไว้ในรถ เช่น เชือกสำหรับลากจูง ชุดอุปกรณ์เปลี่ยนยางอะไหล่ เครื่องปั๊มลมแบบพกพา ไฟฉาย หมายเลขติดต่อฉุกเฉินเผื่อเหตุจำเป็น และอย่าลืมตรวจสอบรถให้พร้อมใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น เติมน้ำมันเต็มถังก่อนออกเดินทาง เช็คเครื่องยนต์ ระบบเบรกสภาพยางรถยนต์ ตรวจสอบการทำงานของระบบสัญญาณไฟ เป็นต้น

เจ้าของรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ยังสามารถตรวจสอบสถานะรถยนต์ได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน FordPass เพื่อตรวจเช็คแรงดันลมยาง ระดับน้ำยาฉีดล้างกระจก และอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมทั้งเพิ่มความอุ่นใจในการเดินทางอีกขั้นกับโปรแกรมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ฟรีตลอด 3 ปีแรก สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ทุกคัน โดยพร้อมให้คำปรึกษาทางเทคนิคตลอด 24 ชั่วโมงในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉิน และยังมีบริการยกและลากรถฟรีหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดคิด

ทำความคุ้นเคยและเรียนรู้ฟีเจอร์ของรถ

ความกังวลต่างๆ จะหมดไป หากสามารถใช้ฟีเจอร์และฟังก์ชันต่างๆ ในรถได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ กล้าเผชิญทุกความท้าทายด้วยโหมดการขับขี่ที่คุณสามารถเลือกได้ทั้งทางเรียบและออฟโรด ถึง 6 โหมด ได้แก่ โหมดปกติ (Normal) โหมดประหยัด (Eco) โหมดลากจูง (Tow/Haul) โหมดทางลื่น (Slippery) โหมดโคลน (Mud/Ruts) และโหมดทราย (Sand) เพื่อปรับสมรรถนะการขับขี่ให้เหมาะกับสภาพเส้นทางและพื้นผิวถนนที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ ยังพร้อมลุยทุกสถานการณ์ ด้วยความสามารถลุยน้ำได้สูงสุด 800 มม.

แม้ว่าจะอยู่ระหว่างทริปท่องเที่ยวกลางธรรมชาติ แต่แหล่งไฟฟ้าและสัญญาณอินเทอร์เน็ตก็ยังเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อกับโลกภายนอกได้อย่างไม่มีสะดุด รถฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ มาพร้อม แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย ทั้งยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ด้วยช่องต่อ USB บริเวณคอนโซลหน้าและที่นั่งผู้โดยสารด้านหลัง เพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้นด้วยช่องจ่ายไฟกระแสสลับ 400 วัตต์บริเวณหลังคอนโซลกลางที่นั่งแถวที่สอง และช่องจ่ายไฟขนาด 12V ที่โซนเก็บสัมภาระท้ายรถ

สะดวกสบายอีกขั้นกับประตูท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติ ที่ให้คุณเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ปิกนิกจากรถได้โดยไม่ต้องใช้มือ เพียงแค่เตะขาบริเวณเซ็นเซอร์ท้ายรถ ประตูท้ายก็จะเปิดออกอย่างง่ายดาย สำหรับใครที่ตั้งใจไปนอนดูดาวแบบใกล้ชิดธรรมชาติสุดๆ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ยังมีหลังคาพาโนรามิคมูนรูฟ (Panoramic Moonroof) แบบปรับไฟฟ้าอีกด้วย

เตรียมอุปกรณ์และร่างกายให้พร้อม ที่สำคัญคือต้องขับรถอย่างระมัดระวังและมีสติอยู่เสมอ

จัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับการปิกนิกให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็น ผ้าปู อาหาร เครื่องดื่ม ขนมทานเล่น เก้าอี้สนาม โต๊ะปิกนิก และอุปกรณ์สำหรับกันแดดกันฝน หากใครเป็นสายคอนเทนต์ อย่าลืมเตรียมพร็อพถ่ายรูปไว้เช็คอินที่เที่ยวกันได้เลย

ก่อนเดินทาง แนะนำให้นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ งดเว้นเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด เพราะทำให้ประสิทธิภาพในการขับรถลดลง และไม่ควรรับประทานยาที่มีฤทธิ์กดประสาท อาทิ ยาแก้แพ้ ยาลดน้ำมูก เนื่องจากอาจทำให้ง่วงนอนได้

ด้วยเคล็ดลับง่ายๆ เหล่านี้ คุณก็พร้อมออกเดินทางไปท่องเที่ยวท่ามกลางธรรมชาติได้อย่างปลอดภัย พร้อมลุยทุกทริปไปกับรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่ผสานสุดยอดสมรรถนะการขับขี่และเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อความสะดวกปลอดภัยครบครัน สนใจศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ ทุกรุ่นได้ที่เว็บไซต์ www.ford.co.th

[1] https://www.booking.com/articles/travelpredictions2023.html

ฮอนด้า จัดการแข่งขันทักษะพนักงานฮอนด้า ประจำปี 2566 (Honda Skill Contest 2023) ค้นหาสุดยอดพนักงานขายและบริการหลังการขาย

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดการแข่งขันทักษะพนักงานฮอนด้า ประจำปี 2566 (Honda Skill Contest 2023) ค้นหาสุดยอดพนักงานด้านการขายและบริการหลังการขายที่มีทักษะและความเชี่ยวชาญเป็นเลิศทั้งหมด 10 ประเภท จากโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้า 222 แห่งทั่วประเทศ พร้อมเดินหน้ายกระดับมาตรฐานและคุณภาพการปฏิบัติงานของพนักงาน เพื่อส่งมอบการบริการอย่างมืออาชีพ สร้างความมั่นใจและความพึงพอใจแก่ลูกค้าอย่างสูงสุด โดยจัดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันที่ 23 – 24 กันยายนที่ผ่านมา ณ สำนักงานขายและบริการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด

นายฮิเดโอะ คาวาซากะ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้ามุ่งมั่นในการนำเสนอยนตรกรรมหลากหลายรุ่น ที่มาพร้อมตัวเลือกของขุมพลังที่หลากหลาย พร้อมด้วยเทคโนโลยีและฟังก์ชันการใช้งานอันครบครัน เพื่อตอบสนองลูกค้าในทุกไลฟ์สไตล์ ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญด้านการขายและบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง กิจกรรมการแข่งขันทักษะพนักงานฮอนด้าที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี จึงถือเป็นการยกระดับมาตรฐานความรู้ความสามารถ และสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการขายและการบริการของพนักงานผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ เพื่อรักษามาตรฐานการบริการของฮอนด้า และสามารถส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า”

การแข่งขันทักษะพนักงานฮอนด้า ประจำปี 2566 จัดขึ้นเป็นปีที่ 33 ภายใต้แนวคิด “ก้าวต่อไป ไม่หยุดยั้ง (Never Stop)” สื่อถึงการไม่หยุดยั้งในการพัฒนาของฮอนด้า เพื่อส่งมอบรอยยิ้มและความยินดีให้แก่ลูกค้า ในปีนี้ เป็นการกลับมาจัดงานด้วยการแข่งขันแบบผสมผสานทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 2,104 คน จากโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้า 222 แห่งทั่วประเทศ และมีผู้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศทั้งหมด 120 คน โดยผู้ชนะเลิศในแต่ละประเภทจะได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ เงินรางวัล โล่รางวัล ใบประกาศเกียรติคุณ และการจารึกชื่อที่หอเกียรติยศ ณ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด รวมทั้งการทัศนศึกษา ณ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาทักษะ ความรู้ความสามารถ และนำประสบการณ์ที่ได้รับมาต่อยอด ส่งมอบรอยยิ้มและความยินดีให้แก่ลูกค้าฮอนด้าทุกท่านต่อไป

สำหรับรางวัลชนะเลิศสุดยอดพนักงานด้านการขายและบริการหลังการขาย ทั้ง 10 ประเภท ได้แก่

  1. ประเภทพนักงานช่างซ่อมทั่วไป ได้แก่ คุณสมชาย ไล้ทองคำ จาก บริษัท ฮอนด้าคาร์ส นครสวรรค์ จำกัด สาขาเขาเขียว
  2. ประเภทพนักงานช่างซ่อมตัวถังและสี ได้แก่ คุณณัฐพล ศิรินิรันดรักษ์ และคุณประพันธ์ เส้งนนท์ จาก บริษัท อริยะมอเตอร์ จำกัด
  3. ประเภทที่ปรึกษาการบริการ ได้แก่ คุณอำนาจ โรจนศิริ จาก บริษัท ธัญบุรีฮอนด้าคาร์ส์ จำกัด สาขาลำลูกกา
  4. ประเภทพนักงานอะไหล่ ได้แก่ คุณภัทรพล วิริยะประเสริฐ จาก บริษัท เอชซีเอ็น ฮอนด้า ออโตโมบิล จำกัด สาขาพระราม 5
  5. ประเภทที่ปรึกษาการขาย ได้แก่ คุณวิเชียร ปานอุทัย จาก บริษัท สระบุรีฮอนด้าคาร์ส์ จำกัด สาขาพระพุทธบาท
  6. ประเภทพนักงานช่างบริการตามระยะแบบคู่ ได้แก่ คุณกิตติภูมิ สายแฉ่ง และคุณจีระศักดิ์ สุขสมโภชน์ บริษัท สุวินทวงศ์ ฮอนด้า ออโตโมบิล จำกัด
  7. ประเภทพนักงานลูกค้าสัมพันธ์ ได้แก่ คุณจิณต์จุฑา คำชู จาก บริษัท เอชซีเอ็น ฮอนด้า ออโตโมบิล จำกัด สาขาติวานนท์
  8. ประเภทที่ปรึกษาการบริการซ่อมตัวถังและสี ได้แก่ คุณสิทธิโชค ขุนภักณา บริษัท สระบุรีฮอนด้าคาร์ส์ จำกัด สาขาพระพุทธบาท
  9. ประเภทพนักงานตรวจสอบคุณภาพรถใหม่ ได้แก่ คุณธีรยุทธ สุขศิริ จาก บริษัท ฮอนด้าคาร์ส นครสวรรค์ จำกัด สาขาเขาเขียว
  10. ประเภทครูฝึกขับขี่ปลอดภัย ได้แก่ คุณชัยณรงค์ รวมสุข จาก บริษัท สระบุรีฮอนด้าคาร์ส์ จำกัด