Home Blog Page 213

อีวี มี พลัส เปิดตัว EVme Club บริการสมาชิก ตอบโจทย์ทุกไดรฟ์สไตล์ ด้วยสิทธิพิเศษแบบครบครัน

0

บริษัท อีวี มี พลัส จำกัด ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเช่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) แบบครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ได้เปิดตัว EVme Club (อีวี มี คลับ) บริการสมาชิกแบบรายปี เพื่อมอบสิทธิประโยชน์และการบริการพิเศษที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อผู้ใช้งาน EV และรวมถึงยานยนต์ 4 ล้อประเภทอื่น ๆ โดยสามารถสมัครสมาชิกได้แล้วบนแอปพลิเคชัน EVme

บริการสมาชิก EVme Club

บริการสมาชิก EVme Club ออกแบบมาเฉพาะเพื่อผู้ใช้งาน EV และสามารถรองรับผู้ใช้งานรถยนต์ 4 ล้อประเภทอื่น ๆ ด้วย โดยมีค่าบริการสมาชิกพิเศษเพียง 599 บาทต่อปีในช่วงเปิดตัว จากราคาปกติ 1,299 บาทต่อปี เมื่อสมัครเป็นสมาชิก EVme Club สมาชิกจะได้รับประโยชน์ และสิทธิพิเศษมากมาย เช่น

บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน : ช่วยให้คุณคลายกังวลเรื่องรถเสีย ด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงที่ครอบคลุมบริการรถลาก อุบัติเหตุยางแบน แบตเตอรี่หมด และบริการซ่อมรถถึงที่ ทุกพื้นที่ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

ส่วนลดและสิทธิพิเศษ : สมาชิก EVme Club จะได้รับสิทธิ์ส่วนลดพิเศษ สำหรับการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าบนแอปพลิเคชัน EVme พร้อมสิทธิ์ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าฟรีที่สถานีอัดประจุไฟฟ้าที่ร่วมรายการ

กิจกรรม และอีเว้นท์พิเศษ : สมาชิกจะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรม และอีเว้นท์พิเศษที่จัดขึ้นโดยอีวี มี พลัส หรือพาร์ทเนอร์และพันธมิตรชั้นนำที่ร่วมรายการ

บริการซ่อมบำรุงและตรวจเช็กสมรรถนะ : สมาชิกสามารถเข้ารับการตรวจเช็ก และซ่อมบำรุงพื้นฐาน 35 รายการฟรีที่ศูนย์บริการรถยนต์ FIT Auto ทุกสาขาทั่วประเทศ

นายสุวิชชา สุดใจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท อีวี มี พลัส จำกัด กล่าวว่า EVme Club แสดงถึงความตั้งใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการต่อยอดบริการของเรา เพื่อสร้างประสบการณ์ที่คุ้มค่าให้กับผู้ใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า เรามุ่งมั่นที่จะทำให้ทุกคนได้รับประสบการณ์การใช้ EV เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้ EV มากขึ้นในประเทศไทย ซึ่ง EVme Club จะไม่ใช่แค่เพียงการบริการ แต่เป็นคอมมูนิตี้แพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนประเทศสู่การเดินทางในรูปแบบที่ยั่งยืนอีกด้วย

นายวิทิต ธาดากิตติสาร หัวหน้าส่วนงานบริหารและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท อีวี มี พลัส จำกัด กล่าวเสริมว่า  เราตั้งเป้าขยายจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้น 100,000 บัญชีภายในปี 2566 โดย EVme Club จะเป็นคอมมูนิตี้แพลตฟอร์มที่ยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้กับสมาชิก ด้วยประโยชน์และสิทธิพิเศษมูลค่ารวมกว่า 6,000 บาท ที่คัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละบุคคล ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถสมัครเป็นสมาชิก EVme Club ได้ผ่านทางแอปพลิชัน EVme

อีวี มี พลัส เดินหน้าแสวงหานวัตกรรมใหม่ ๆ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์ที่คุ้มค่า และตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เราไม่หยุดยั้งสร้างสรรค์คุณค่าใหม่ ๆ เพื่อส่งมอบทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนช่วยให้เกิดการใช้ EV อย่างแพร่หลายมากขึ้นในประเทศไทย

“เบนซ์ไพรม์มัส” ปลื้ม The New GLC เปิดตัววันแรก..กระแสลูกค้าตอบรับดีเยี่ยม

0

“เบนซ์ไพรม์มัส” ปลื้ม! The New GLC จัดงานเปิดตัวครั้งแรกสุดอลังการ กระแสลูกค้าตอบรับดีเกินคาด เร่งเดินหน้ากระตุ้นยอดต่อเนื่อง นำทัพรถใหม่ จัด Road Show มอบโปรสุดพิเศษ ฟรี! WallBox มูลค่า 50,500 บาท  หรือ ฟรี! MBSP Extra Guarantee นาน 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ที่เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และ “เบนซ์ไพรม์มัส” สาขาเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา กับสาขาพัทยา นาจอมเทียน 14-21 ส.ค.นี้ เท่านั้น

นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์, เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี, เมอร์เซเดส-อีคิว และเมอร์เซเดส-มายบัค ในประเทศไทย อย่างเป็นทางการ เปิดเผยว่า ทาง “เบนซ์ไพรม์มัส” ได้ร่วมกับบริษัทแม่ “เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)” จัดงานเปิดตัวยนตรกรรม SUV ระดับลักชัวรี่ คาร์ ในรุ่น Mercedes-Benz GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic ให้ลูกค้ารถยนต์ Mercedes-Benz, ลูกค้า “เบนซ์ไพรม์มัส” และผู้สนใจที่ชื่นชอบรถยนต์รุ่นดังกล่าวได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก พร้อมเปิดจองให้เป็นเจ้าของก่อนใคร ภายใต้ชื่องาน The Life Launching Experience of The New GLC อาคารว่องไววิทย์ (ตลาดน้อย) เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ที่ผ่านมา

“Mercedes-Benz GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic ยานยนต์เอนกประสงค์ระดับลักชัวรี่  ได้รับออกแบบตามหลักปรัชญา Sensual Purity ที่ผสานความสปอร์ตและความหรูหราได้อย่างลงตัว มาพร้อมกับขุมพลังเทคโนโลยี Plug-in Hybrid  ที่มีประสิทธิภาพในการขับขี่ ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร ควบคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า ทำระยะทางได้มากถึง 120 กม./การชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ผสานการทำงานกับเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC ให้พละกำลังสูงสุด 313 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 550 นิวตันเมตร ความเร็วสูงสุด 218 กม./ชม.อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 6.7 วินาที

พร้อมฟังก์ชั่นด้านความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการขับขี่แบบ On-Road และ Off-Road ตอบโจทย์สำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์หลากหลาย ในราคาแนะนำเพียง 4,180,000 บาท”

ในงานดังกล่าว ลูกค้าให้ความสนใจและตอบรับเข้าร่วมงานดังกล่าวเป็นจำนวนมาก โดย “เบนซ์ไพรม์มัส” ได้สร้างสถิติการเปิดจองรถยนต์ The New GLC ในวันแรก และวันเดียว สามารถทำยอดจองทั้งหมด 26 คัน นับเป็นมิติใหม่ของดีลเลอร์ในการจำหน่ายรถยนต์แบรด์ระดับลักชัวรี่ ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง

เราต้องขอบคุณบริษัทแม่ ที่มีนโยบายในการสนับสนุนการจำหน่ายของดีลเลอร์ และนโยบายการตลาด ที่มีการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ทั้งรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริค ในราคาจำหน่ายที่คุ้มค่า รวมทั้งการโฆษณาประชาสัมพันธ์ในช่องทางต่างๆ ทำให้ยกระดับความสะดวกสบายในการเป็นเจ้าของยานยนต์รุ่นต่าง ๆ อันส่งผลดีต่อการจำหน่ายและธุรกิจของ “เบนซ์ไพรม์มัส”

ดังนั้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจได้เป็นเจ้าของรถยนต์รุ่นใหม่ Mercedes-Benz GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic และรถยนต์ Mercedes-Benz, Mercedes-AMG ได้อย่างสะดวก ง่ายดาย ทั้งเป็นการกระตุ้นยอดขายในตลาดรถยนต์ระดับหรูในช่วงไตรมาส 3   ทาง “เบนซ์ไพรม์มัส” จึงมีนโยบายจัดงานแสดงรถยนต์ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ “เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์” ระหว่างวันที่ 14-21 สิงหาคม 2566

พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษต่าง ๆ มากมาย อาทิ รับฟรี! Mercedes-Benz WallBox มูลค่า 50,500 บาท  หรือ ฟรี! MBSP Extra Guarantee นาน 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง หรือ ฟรี MBSP Extra Guarantee นาน 5 ปี พร้อมประกันภัยชั้น 1 นาน 2 ปี หรือ พิเศษ ดอกเบี้ย 0% นาน 4 เดือน พร้อมประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี เป็นต้น

ผู้ใดสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ “เบนซ์ไพรม์มัส” สาขาเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา โทร. 02 095 5555 หรือ LINE @benzprimus หรือ www.benzprimus.com และสาขาพัทยา นาจอมเทียน โทร.038 051 555 หรือ  LINE@: https://lin.ee/RoKFJqcr

แอสตัน มาร์ติน แบงคอก ฉลองครบรอบ 75 ปี ของยนตรกรรมสายพันธุ์ DB เปิดตัว แอสตัน มาร์ติน DB12 ‘The World’s First Super Tourer’ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย

0

แอสตัน มาร์ติน แบงคอก ผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์ แอสตัน มาร์ติน อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดตัวยนตรกรรมสปอร์ตจากประเทศอังกฤษรุ่นล่าสุด เป็นครั้งแรกในประเทศไทย กับ แอสตัน มาร์ติน DB12 พร้อมกำหนดนิยามใหม่ ‘The World’s First Super Tourer’ และนับเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปี ของยนตรกรรมสายพันธุ์ DB ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นรถยนต์ระดับไอคอน

แนนซี่ เฉิน ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท แอสตัน มาร์ติน ลากอนดา จำกัด กล่าวว่า  “ปีนี้นับว่ามีความหมายกับ แอสตัน มาร์ติน เป็นพิเศษ เนื่องในโอกาสครบรอบ 110 ปี แห่งประวัติศาสตร์ของผู้ผลิตยนตรกรรมสปอร์ตจากประเทศอังกฤษ นับตั้งแต่การคว้าชัยชนะในการแข่ง แอสตัน ฮิลล์ ไคลม์ ไปจนถึงการนำรถเข้าแข่งรายการ ฟอร์มูลาวัน กรังด์ปรีซ์ ในปัจจุบัน พร้อมกันนี้ เรายังได้เฉลิมฉลองการครบรอบ 75 ปี ของยนตรกรรม
สายพันธุ์ DB ที่นับเป็นต้นกำเนิดของรถ จีที (GT-Grand Tourer) ด้วยการเปิดตัวยนตรกรรมรุ่นล่าสุด แอสตัน มาร์ติน DB12 ผู้กำหนดนิยามใหม่ ‘The World’s First Super Tourer’ ”

ฉัตรชัย แก้วผ่องศรี ผู้จัดการทั่วไป แอสตัน มาร์ติน แบงคอก กล่าวว่า “รู้สึกยินดีและตื่นเต้นไปกับชาวไทย ที่จะได้สัมผัสกับ แอสตัน มาร์ติน DB12 ซึ่งได้รับการขนานนามให้เป็นยนตรกรรม ซูเปอร์ทัวเรอร์ คันแรกของโลก นับเป็นการยกระดับให้กับรถประเภท จีที ผ่านการผสมผสานความหรูหรา เข้ากับสมรรถนะของซูเปอร์คาร์ และเทคโนโลยีอันล้ำสมัยได้อย่างลงตัว”

++ Bolder – เน้นความชัดเจนของเส้นสาย ให้กับยนตรกรรมระดับไอคอน

ตัวถังดีไซน์ใหม่ กว้างและดูดุดันยิ่งขึ้น เน้นจุดเด่นของ แอสตัน มาร์ติน ด้วยกระจังหน้าแบบ single vaned ที่มีความโดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรุ่น DB โดยมีขนาดใหญ่ขึ้นถึง 56% (เทียบกับ DB11 V8) เพื่อรองรับพละกำลังของ แอสตัน มาร์ติน DB12 กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ พร้อมแผ่นรีดอากาศด้านหน้า (front splitter) โลโก้สัญลักษณ์ (Aston Martin Wing Badge) แบบใหม่ โดดเด่นยิ่งขึ้น และเป็นการนำมาติดตั้งบน แอสตัน มาร์ติน DB12 เป็นรุ่นแรก พร้อมช่องระบายอากาศบนฝากระโปรง เพื่อระบายความร้อนจากเครื่องยนต์ และเทอร์โบคู่ ที่อยู่บริเวณกลางห้องเครื่อง ไฟหน้าแอลอีดี พร้อมเดย์ไทม์รันนิงไลท์แบบใหม่ (6-block pattern) กระจกข้างทรงสปอร์ตไร้กรอบ เพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะช่วงความเร็วสูงด้วยระบบแอโรไดนามิกส์ ‘Aeroblade’ โดยใช้หลักอากาศพลศาสตร์ในการสร้างแรงกด พร้อมสปอยเลอร์หลังแบบอัตโนมัติ รวมไปถึงความประทับใจใหม่ กับ ‘Presenting Door Handles’ เมื่อกดปุ่มปลดล็อกบนกุญแจรีโมท มือจับประตูจะเปิดขึ้นอัตโนมัติ ช่วยให้จับได้สะดวกยิ่งขึ้น  

++ Fiercer – แรงจัด ทรงพลังมากที่สุดในรถกลุ่มเดียวกัน

ยกระดับให้กับรถ จีที สู่การเป็นยนตรกรรมซูเปอร์ ทัวเรอร์ ขึ้นทำเนียบยนตรกรรมพลังแรงที่สุดในคลาส ด้วยขุมพลังเบนซินทวินเทอร์โบ วี8 สูบ 4.0 ลิตร 680 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 800 นิวตันเมตร ที่ 2,750-6,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ (ZF 8HP75) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 3.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 325 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

++ Finer – หรูหรา ประณีต แบบอัลตราลักชัวรี่

ห้องโดยสารยังคงความหรูหราและประณีตทุกรายละเอียด ตามแบบฉบับของ แอสตัน มาร์ติน มาพร้อมหลากหลายแนวทางการตกแต่งห้องโดยสาร จึงลงตัวกับทุกบุคลิกของผู้ครอบครอง  ระบบอินโฟเทนเม้นท์แบบใหม่ พัฒนาโดย แอสตัน มาร์ติน ติดตั้งจอดิจิทัลหน้าผู้ขับแบบ TFT 10.25 นิ้ว คมชัดสูง และปรับแต่งการแสดงผลได้หลายแบบ พวงมาลัยดีไซน์ใหม่ ผสมผสานความหรูหรา ประณีต ตัดเย็บด้วยมือ เข้ากับปุ่มควบคุมระบบอินโฟเทนเมนท์ล้ำสมัย ขณะที่จอแสดงผลอเนกประสงค์ 10.25 นิ้ว ติดตั้งกลางแดชบอร์ด เน้นความสะดวกของผู้ขับ เร้าใจกับปุ่มสตาร์ท/ดับเครื่องยนต์แบบใหม่ ตัวปรับเลือกโหมดการขับแบบแป้นหมุน พร้อมสวิตช์ควบคุมต่างๆ ติดตั้งบริเวณคอนโซลกลาง ใช้งานได้สะดวก

 ++ Purer – Drive Modes แบบใหม่ เติมความเร้าใจให้ผู้ขับ

แอสตัน มาร์ติน DB12 ออกแบบและผลิตภายใต้แนวคิด ‘Driver Centric’ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับผู้ขับ เน้นการใช้งานที่ง่าย สะดวก และมีประสิทธิภาพสูงสุดในการควบคุมรถ การันตีการขับที่สนุกและปลอดภัยทุกสถานการณ์ ด้วย 5 โหมดการขับ คือ Wet, Individual, GT (พื้นฐาน), Sport และ Sport+ พร้อมติดตั้งระบบออกตัว (Launch Control) สำหรับการทะยานจากจุดสตาร์ท รวมถึงมีระบบควบคุมการทรงตัว (ESP-Electronic Stability Programme) ที่สามารถปรับได้ 3 แบบ คือ ON, TRACK และ OFF ที่เปิดโอกาสให้ผู้ขับได้สัมผัส
กับความท้าทายในการควบคุมรถอย่างเป็นธรรมชาติ

++ Sharper – แฮนด์ลิงคมกริบ

อีกหนึ่งความพิเศษของ แอสตัน มาร์ติน DB12 คือ ช่วงล่างหน้า-ดับเบิลวิชโบน และหลัง-มัลติลิงค์ พร้อมโช้กอัพอะแดปทีฟ ‘BILSTEIN DTX’ ที่มีความความยืดหยุ่นนุ่มหนึบ และความละเอียดในการขับมากขึ้นถึง 500% (เทียบกับ DB11 V8) นอกจากนั้นยังเป็นครั้งแรก ที่มีการติดตั้งเฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิป ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-diff) กับยนตรกรรมสายพันธุ์ DB ควบคุมรถอย่างมั่นใจด้วยคาลิเปอร์เบรกหน้า 6 พ็อต หลัง 4 พ็อต จับคู่จานเบรกโลหะเจาะรูระบายความร้อน หน้า-หลังขนาด 400 และ 360 มิลลิเมตร ตามลำดับ พร้อมมีจานเบรกคาร์บอนเซรามิก เจาะรูระบายความร้อน หน้า-หลังขนาด 410 และ 360 มิลลิเมตร เป็นออปชั่น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการชะลอความเร็ว และลดน้ำหนักใต้สปริงได้ถึง 27 กิโลกรัม ปิดท้ายด้วยล้อฟอร์จขนาด 21 นิ้ว จับคู่กับยาง Michelin Pilot Sport S 5 แก้มยางระบุอักษร ‘AML’ บ่งบอกว่าผลิตมาสำหรับ แอสตัน มาร์ติน DB12 พิเศษกับโครงสร้างโฟมด้านใน
ช่วยลดเสียงรบกวนและนุ่มนวลยิ่งขึ้น โดยมีขนาดหน้า-หลัง 275/35/ZR21 และ 325/30/ZR21 ตามลำดับ

“เกรท วอลล์ มอเตอร์” ส่งต่อความสุขในเดือนแห่งวันแม่ มอบข้อเสนอสุดพิเศษเพิ่มเติมอีก 5,000 บาทตลอดเดือนสิงหาคม!

0
เกรม วอลล์ มอเตอร์ ภาพเปิด

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เดินหน้าส่งต่อความสุขให้กับลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่องในฐานะผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) ฉลองเดือนแห่งวันแม่ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษเพิ่มเติมอีก 5,000 บาท เมื่อซื้อรถยนต์ทุกรุ่นของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ยกเว้นรุ่น HAVAL JOLION Sport)

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขอมอบข้อเสนอสุดพิเศษนี้เพิ่มเติมจากโปรโมชันประจำเดือนสิงหาคม สำหรับลูกค้าที่รับส่งมอบรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 สิงหาคม 2566 เท่านั้น โดยลูกค้าที่รับส่งมอบรถยนต์รุ่น All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV, New HAVAL H6 Hybrid SUV และ HAVAL JOLION Hybrid SUV รุ่น ULTRA (รุ่น Sport ไม่ร่วมรายการ) จะได้รับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท และลูกค้าที่รับส่งมอบรถยนต์รุ่น ORA Good Cat และ ORA Good Cat GT จะได้รับบัตรกำนัลสตาร์บัคส์มูลค่า 5,000 บาท

เกรม วอลล์ มอเตอร์ 1

นอกจากข้อเสนอสุดพิเศษข้างต้นแล้ว ลูกค้าจะยังได้รับสิทธิประโยชน์สุดคุ้มอื่น ๆ อีกมากมายภายใต้แคมเปญ PREMIERE DEAL ตลอดเดือนสิงหาคม โดยรถยนต์ทุกรุ่นและทุกคันของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะมาพร้อมประกันภัยชั้นหนึ่ง ฟรี ค่าแรงและค่าอะไหล่งานบำรุงรักษาตามระยะทาง (GWM PRO Service Inclusive : GPSI) ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง และฟรี บริการ ระบบตรวจสอบและสั่งการรถผ่านอินเทอร์เน็ต** (Telematic Service) พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ ระยะเวลา 5 ปี นอกจากนี้ รถยนต์แต่ละรุ่นยังมาพร้อมข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น

New HAVAL H6 Hybrid SUV รับข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน* เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 121,000 บาท และรับเพิ่มฟรี บัตรน้ำมัน ปตท. มูลค่า 10,000 บาท หลังจากส่งมอบรถ หรือลูกค้าสามารถเลือกรับการช่วยผ่อนนาน 6 เดือน เดือนละ 10,000 บาท รวมมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท* พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.95% นาน 48 เดือน* เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 42,000 บาท และ ฟรี น้ำมันรถยนต์ มูลค่าสูงสุด 1,000 บาท ณ วันส่งมอบรถยนต์

เกรม วอลล์ มอเตอร์ 1

HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV มอบข้อเสนอที่เลือกได้ตามใจคุณเช่นเดียวกัน ระหว่างอัตราดอกเบี้ย 0% หรือช่วยผ่อน 100,000 บาท โดยลูกค้าสามารถเลือกรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน* เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 152,000 บาท รับเพิ่มฟรี บัตรน้ำมัน ปตท. มูลค่า 10,000 บาท หลังจากส่งมอบรถแล้ว และฟรีชุดแต่งและอุปกรณ์เสริมจาก GWM พร้อมติดตั้ง (คิ้วกันสาด ถาดสัมภาระท้ายรถพร้อมแผงกันรอยเบาะหลัง ผ้าคลุมรถ ชุดบันไดข้าง กล้องวิดีโอติดรถยนต์สำหรับด้านหน้าและหลัง โดยติดตั้งพร้อมออกรถใหม่เท่านั้น ไม่สามารถโอนสิทธิให้คันอื่นได้) หรือจะเลือกรับการช่วยผ่อนนาน 10 เดือน เดือนละ 10,000 บาท รวมมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท* พร้อม อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.95% เมื่อดาวน์ 25% และ ผ่อน 48 เดือน* มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 56,000 บาท และ ฟรี น้ำมันรถยนต์ มูลค่าสูงสุด 1,000 บาท ณ วันส่งมอบรถยนต์

เจ้าสิงโตอารมณ์ดี New HAVAL JOLION Hybrid SUV รุ่น ULTRA รับข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% นาน 48 เดือน* เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 27,400 บาท ฟรี ฟิล์มกรองแสง ลามิน่า รุ่น CM ONE (มูลค่าสูงสุด 11,000 บาท) ฟรี น้ำมันรถยนต์ มูลค่ารวมสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท ณ วันส่งมอบรถยนต์ และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย

เกรม วอลล์ มอเตอร์ 2

สำหรับเจ้าเหมียวไฟฟ้าขวัญใจชาวไทย ORA Good Cat รุ่น 500 ULTRA และ 400 PRO เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขอมอบแคมเปญสุดพิเศษ ช่วยผ่อนเดือนละ 5,000 บาท นาน 6 เดือน รวมมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท* พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 1.85% เมื่อดาวน์ 25% และ ผ่อน 48 เดือน* มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 32,000 บาท สำหรับ ORA Good Cat GT รับข้อเสนอช่วยผ่อนเดือนละ 10,000 บาท นาน 10 เดือน รวมมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท* และดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน* เมื่อดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 115,000 บาท ORA Good Cat ทุกรุ่น รับฟรี GWM โฮมชาร์จเจอร์พร้อมติดตั้งในระยะสายไฟยาวไม่เกิน 15 เมตร 1 ครั้ง จากตู้ควบคุมไฟฟ้าในบ้าน (ตู้เมน) (ไม่รวมแท่นชาร์จ) มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท

นอกจากนี้ รถยนต์ทุกคันของเกรท วอลล์ มอเตอร์ มาพร้อมการรับประกันคุณภาพรถใหม่ ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร** (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดเป็นระยะเวลา 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง** (สำหรับ New HAVAL H6 Hybrid SUV และ New HAVAL JOLION) การรับประกันแบตเตอรี่ เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร** (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) สำหรับ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV, ORA Good Cat และ ORA Good Cat GT

เกรม วอลล์ มอเตอร์  5

* เนื่องจากสถานการณ์ดอกเบี้ยลอยตัวในปัจจุบัน บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ให้อัตราดอกเบี้ยพิเศษ เฉพาะเมื่อจองและส่งเอกสารทำสัญญาตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนดเท่านั้น หลังจากช่วงเวลาดังกล่าว อัตราดอกเบี้ยพิเศษจะเป็นไปตามที่บริษัทฯ และสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกำหนด
** เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดได้ที่ GWM Thailand – Service

ข้อเสนอพิเศษดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ เพื่อสร้างประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าของลูกค้าชาวไทยในรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน พร้อมกับการส่งมอบเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัยที่ได้ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านรถยนต์อัจฉริยะทั้งหมด 6 รุ่น ที่ได้จำหน่ายแล้วในประเทศไทย และรถยนต์ไฟฟ้าอีกหลากหลายรุ่นที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เตรียมเปิดตัวภายในปี 2566 นี้ ตลอดจนการส่งมอบบริการด้านการขายและหลังการขายที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้นและครบวงจรในทุกมิติ

 

อาวดี้ เปิดตัว “ Audi TT RS Heritage” ผลิตเพียง 25 คันและมีขายเฉพาะไทย พร้อมอวดโฉม 2 รุ่นพิเศษ “RS 4 Avant Competition” และ “RS 5 Coupé Competition”

0

ในวาระเข้าสู่ปีที่ 25 ของ โมเดล TT โอกาสนี้ อาวดี้ ประเทศไทย จึงเปิดตัวรุ่นพิเศษ TT RS Heritage Thailand Limited Edition ครั้งแรกในประเทศไทยกับมีความไม่เหมือนใคร Exclusive Colors และการตกแต่งภายนอกแบบ Black Edition Limited Edition เพียง 25 คัน ในโลก พร้อมแนะนำตัวแรง RS 4 Avant competition และ RS 5 Coupé competition

นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด หรือ อาวดี้ ประเทศไทย กล่าวถึงการเปิดตัว TT RS Heritage Thailand Limited Edition “กระแสตอบรับจาก Audi Fan ในประเทศไทย ส่งผลให้ยอดขาย Audi TT Family ปี 2022 ของ อาวดี้ ประเทศไทย ขึ้นเป็นอันดับ 6 ของโลก (อันดับ 2 ในเอเชีย รองจากประเทศญี่ปุ่น) และในครึ่งปี 2023 ด้วย Motorsport DNA ที่ถูกถ่ายทอดมายัง Audi TT Coupé Final Icon Black ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นปี ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม ทำให้ยอดขายของกลุ่ม Audi TT ของ อาวดี้ ประเทศไทย ขึ้นเป็นอันดับ 5 ของโลก (อันดับ 2 ในเอเชีย รองจากประเทศญี่ปุ่น) เพื่อตอกย้ำความชื่นชอบของ Audi Fan ในประเทศไทยที่มีต่อ Audi TT AUDI AG และ อาวดี้ ประเทศไทย ใช้เวลาเกือบ 2 ปี ในการทำโปรเจ็คสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับ Icon Model ระดับตำนาน จึงเป็นที่มาของ “TT RS Heritage Thailand Exclusive Edition” เป็นรถ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ที่มีเพียง 25 คัน ทั่วโลกเท่านั้น”

อาวดี้ 1

ปี 2023 AUDI AG เฉลิมฉลองความสำเร็จครบรอบ 40 ปี ของ Audi Sport Sub-brand ที่มีความแข็งแกร่งในการพัฒนารถในกลุ่ม High-Performance ทลายทุกขีดจำกัด ทั้ง Performance และ Sporty Design มาตั้งแต่ปี 1983 จนเป็นที่ยอมรับจากลูกค้าอาวดี้ทั่วโลก และโลดแล่นอยู่ในสนามแข่งมาโดยตลอด TT RS คือรุ่นที่สำคัญรุ่นหนึ่งภายใต้การพัฒนาของ Audi Sport ปัจจุบัน Audi TT ก้าวสู่ปีที่ 25 นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1998 เป็นรถสปอร์ตไอคอนที่เป็นขวัญใจแฟนอาวดี้ทั่วโลก ด้วยการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ Iconic Sports Car และ Driving Performance ขับสนุกเร้าใจ ถูกพัฒนามาจนถึงเจเนอเรชั่นที่ 3 เทคโนโลยีเครื่องยนต์สันดาปที่ดีที่สุด

“อาวดี้ ประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในเอเชียที่มีการเปิดตัวในเวลาที่ใกล้เคียงกับ World Premier และนำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย รถยนต์ในกลุ่ม RS ที่มีรากฐานมาจาก Audi Sport รถยนต์ในตระกูล High Performance นั้นเติบโตอย่างก้าวกระโดด แรงสวนกระแส เฉพาะรถในตระกูล High Performance เปิดตัวในประเทศไทยมีทั้งสิ้น 11 รุ่นย่อย 9 body types และทำให้มีกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายครอบคลุมทุกเซกเมนต์ รวมทั้งสิ้น 41 รุ่นย่อย 20 body types”

TT RS Heritage Thailand Limited Edition ครั้งแรกในประเทศไทยกับมีความพิเศษไม่เหมือนใคร Exclusive Colors และการตกแต่งภายนอกแบบ Black Edition Limited Edition เพียง 25 คัน ในโลกเท่านั้น ราคา 5,899,000 บาท

อาวดี้ 2

Exclusive Exterior & Interior
Audi TT RS Heritage Thailand Edition 5 สีภายนอก กับดีไซน์พิเศษเเมทช์กับ 5 สีภายใน ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสีที่เคยใช้ในรุ่น Ur-Quattro (อูร์ควอทโทร) ซึ่งเป็น Iconic model ในช่วง 1980s และเคยได้รับรางวัล Rally Champion ได้แก่ สี Alpine White / Helios Blue / Stone Grey / Tizian Red และ Malachite Green

อาวดี้ 3

มาพร้อมกับการตกแต่งแบบพิเศษที่ไม่เหมือนใคร ชุดแต่ง Black Edition ที่ให้ลุคความดุดันรอบคัน RS spoiler แบบ Winglets ที่เพิ่มประสิทธิภาพของแอโรไดนามิคส์และลายล้อสุดพิเศษแบบ 5 ก้าน Anthracite Black diamond-turned ขนาด 20 นิ้ว

อาวดี้ 2

Sport Driving Experience และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro
ซูเปอร์คาร์ย่อส่วนจากรุ่นพี่อย่าง R8 เครื่องยนต์นี้ได้รับรางวัล International Engine of the Year Awards 9 สมัยติดต่อกัน ให้คุณปลดปล่อยความสปอร์ตออกมาได้อย่างเต็มที่กับเครื่องยนต์ 5 สูบ 20 วาล์ว 400 แรงม้า แสดงถึง DNA ของ Audi ได้อย่างแท้จริง และช่วงล่างแบบ Audi Magnetic ride สามารถปรับความแข็งอ่อนของโช๊คอัพได้อย่างอิสระ รถขับขี่ได้อย่างสนุก และควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ

อาวดี้ 4

ตอกย้ำความสำเร็จของรุ่น Audi TT family ที่ได้รับกระแสตอบรับจาก Audi Fan ในประเทศไทยตลอดมา อาวดี้ ประเทศไทย นำรุ่น limited edition มาให้ Audi Fan เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จของ Audi Sport ครบรอบ 40 ปี เปิดให้จอง TT RS Heritage Thailand Limited Edition เพียง 25 คัน ในโลกเท่านั้น

ครั้งแรกกับสี Exclusive Color ใน RS 4 Avant และ RS 5 Coupé ที่ อาวดี้ ประเทศไทย เปิดตัวพร้อมกันอีก 2 รุ่น ในวันนี้ อัพเกรดลุคใหม่ Competition Edition มาตรฐานใหม่ของรถยนต์สาย Performance พร้อมปลดล็อคสมรรถนะอันสมบูรณ์แบบ ความเร็ว 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

RS 4 Avant competition
พบกับความสำเร็จสูงสุดของ RS 4 Avant competition ความสมบูรณ์แบบของยนตรกรรมสมรรถนะสูงที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก สเตชั่นแวกอน Avant อันเป็นเอกลักษณ์ Audi ที่ได้สร้างการผสมผสานอันน่าทึ่งของรถสปอร์ตสมรรถนะสูง เต็มไปด้วยพลังและความประณีต ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบไดนามิก quattro ทำให้ RS 4 Avant competition สร้างประสบการณ์การขับขี่ที่น่าจดจำไม่เหมือนใคร สนุกเร้าใจไร้ขีดจำกัดเสมือนอยู่ในสนามแข่ง RS 4 Avant competition ได้กลายเป็นขวัญใจของผู้ที่รักความแรง และสร้างความตื่นเต้นให้กับ Audi Sport GmbH และฐานแฟนอาวดี้ทั่วโลกมากว่า 20 ปี

อาวดี้ 5

รถสปอร์ตสมรรถนะสูงดีไซน์แบบ Avant สุดยอดเอกลักษณ์จาก Audi และครั้งนี้มาพร้อมลุคที่ร้อนแรง เร้าใจยิ่งกว่าเดิมล้อขนาด 20 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ Audi Sport แบบ 5 ก้าน ในเฉดสีดำ Phantom black และ สีทูโทน Phantom black high-gloss milled พร้อมคาลิปเปอร์เบรกสีแดงแบบ RS

อาวดี้ 6

ชุดตกแต่งภายนอกแบบ Glossy Black RS พร้อมตกแต่ง Audi Ring และชื่อรุ่นด้วยสี Glossy Black มั่นใจกับประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยม จากระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อัจฉริยะ quattro ทำให้ทุกการควบคุมเป็นไปอย่างมั่นใจในทุกเส้นทาง เติมเต็มด้วยระบบท่อไอเสียแบบ RS Sports plus ตกแต่งด้วยสี Matt Black ส่งเสียงคำรามจากห้องเครื่องสู่ท้องถนนอย่างเร้าใจ

อาวดี้ 8

ทะยานไร้ขีดจำกัดกับประสบการณ์ขับขี่แบบ Audi Sport สมรรถนะที่ดุดันยิ่งกว่าเดิม ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V6 biturbo ระเบิดพลัง 450 แรงม้า แรงบิดที่ 600 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 4.1 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ออกแบบภายในอย่างพิถีพิถัน สร้างบรรยากาศการขับขี่ให้เอ็กซ์คลูซีฟยิ่งกว่าเดิม ด้วยเบาะนั่งคู่หน้าแบบ RS Sports ตกแต่งแบบ honeycomb และด้ายสีแดง เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังหุ้มหนัง Fine Nappa ห้องโดยสารตกแต่งลาย Matte Carbon Twill พร้อมไฟเรืองแสงห้องโดยสาร ที่ปรับได้มากถึง 30 เฉดสี

อาวดี้ 9

ควบคุมขุมพลังผ่านพวงมาลัยแบบสปอร์ตท้ายตัด หุ้มหนัง Alcantara พร้อมสัญลักษณ์ RS และ Paddle shift แสดงข้อมูลการขับขี่ผ่านจอ Virtual cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว เสมือนมาตรวัดรถแข่ง พร้อมระบบ MMI Navigation plus ขนาด 10.1 นิ้ว พร้อมดื่มด่ำกับเครื่องเสียงระดับพรีเมียม Bang & Olufsen ระบบเสียง 3 มิติ

เพลิดเพลินกับเอฟเฟกต์ไฟแบบ Light staging ด้านหน้าและด้านท้าย เมื่อเปิด-ปิดล็อครถ มาพร้อมเทคโนโลยีไฟหน้าอัจฉริยะ Matrix LED ส่องสว่างไกล คมชัดและแม่นยำ ลำแสงปรับการทำงานอัตโนมัติตามสถานการณ์การขับขี่ เพื่อไม่ให้รบกวนรถที่วิ่งสวนมาและรถที่อยู่ด้านหน้า ทำให้การขับขี่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น พร้อมไฟ Projector LED แบบ RS competition ที่ประตูหน้า-หลัง

อาวดี้ 9

RS 4 Avant competition วางจำหน่ายในสีมาตรฐานได้แก่ Glacier white, metallic / Mythos black, metallic / Nardo grey, solid / Tango red, metallic / Progressive red, metallic / Navarra blue, metallic ราคา 6,499,000 บาท

รายการสีสั่งพิเศษมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 300,000 บาท จากราคาขายแนะนำที่ระบุไว้ในใบราคา ได้แก่ Green, solid / Cumulus blue, solid / Suzuka grey, metallic / Coral orange, metallic / Nogaro blue, pearl effect / Goodwood green, pearl effect / Merlin, pearl effect

RS 5 Coupé competition
สัมผัสพลังปลดปล่อยที่พร้อมจะจุดประกายได้ทุกเมื่อ การออกแบบที่แม่นยำของ Audi Sport สะท้อนทั้งประสิทธิภาพและความสวยงามที่โดดเด่น รูปลักษณ์ภายนอกผสมผสานความสปอร์ตในสไตล์ Coupé ผสมผสานระหว่างความหรูหราเข้ากับความสปอร์ตได้อย่างแนบเนียน การออกแบบรถยนต์สมรรถนะสูงเพื่อสะท้อน DNA ขุมพลังในสนามแข่ง คือหัวใจสำคัญของ Audi Sport และครั้งนี้ความตื่นเต้นที่ทุกคนรอคอยมาถึงแล้ว RS 5 Coupé competition กับรูปลักษณ์ที่เร้าใจยิ่งกว่าเดิม ล้อขนาด 20 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ Audi sport แบบ 5 ก้าน มาในเฉดสีดำ Phantom black และ สีทูโทน Phantom black high-gloss milled พร้อมคาลิปเปอร์เบรกสีแดงแบบ RS ดุดันทุกมิติด้วยชุดแต่งภายนอกแบบ Glossy Black RS พร้อมตกแต่ง Audi Ring และชื่อรุ่นด้วยสี Glossy Black

อาวดี้ 10

เครื่องยนต์เบนซินแบบ V6 biturbo ถูกพิสูจน์ด้วยตัวเลขอันร้อนแรง 450 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 3.9 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สมรรถนะที่เร่าร้อนพุ่งทะยานสุดเร้าใจมาพร้อมเทคโนโลยีการควบคุมที่สมบูรณ์แบบด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ quattro ทำให้การทะยานทุกแรงม้าเป็นไปอย่างมั่นคงในทุกสถานการณ์

ห้องโดยสารลุคสปอร์ตเต็มขั้น เบาะนั่งคู่หน้าแบบ RS Sports ตกแต่งแบบ honeycomb และด้ายสีแดง คันเกียร์และด้านข้างคอนโซลกลางหุ้ม Alcantara สีดำ เบาะนั่งหุ้มหนัง Fine Nappa พร้อมไฟ Projector LED แบบ RS Competition ที่ประตูหน้า-หลัง ผสานฟังก์ชันและความสปอร์ตได้อย่างลงตัว ห้องโดยสารตกแต่งลาย Matte Carbon Twill พร้อมไฟ Ambient light ที่ปรับได้มากถึง 30 เฉดสี

อาวดี้ 11

ควบคุมมั่นใจกับพวงมาลัยแบบสปอร์ตท้ายตัด หุ้มหนัง Alcantara พร้อมสัญลักษณ์ RS Paddle shift แสดงข้อมูลการขับขี่ผ่านจอ Virtual cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว เสมือนมาตรวัดรถแข่ง ระบบ MMI Navigation plus ขนาด 10.1 นิ้ว สั่งการง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส เติมเต็มอารมณ์การขับขี่ด้วยเครื่องเสียงระดับพรีเมียม Bang & Olufsen ระบบเสียง 3 มิติ

อาวดี้ 13

เทคโนโลยีไฟหน้าอัจฉริยะแบบ Matrix LED และ Audi laser light ส่องสว่างไกล คมชัดและแม่นยำ ลำแสงปรับการทำงานอัตโนมัติตามสถานการณ์การขับขี่ เพื่อไม่ให้รบกวนรถที่วิ่งสวนมาและรถที่อยู่ด้านหน้า อีกทั้งเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง Laser light จะช่วยทำให้มีระยะการส่องสว่างไกลถึง 600 เมตร ทำให้การขับขี่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ตื่นเต้นยิ่งกว่าไปกับเอฟเฟกต์ไฟด้านหน้า (Light staging) และไฟเลี้ยวแบบ Dynamics

อาวดี้ 14

RS 5 Coupé competition วางจำหน่ายใน ราคา 6,599,000 บาท สีมาตรฐาน ได้แก่ Glacier white, metallic / Mythos black, metallic / Nardo grey, solid / Tango red, metallic / Progressive red, metallic / Navarra blue, metallic

สีสั่งพิเศษ (Audi exclusive colors) มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 300,000 บาท จากราคาขายแนะนำที่ระบุไว้ในใบราคา ได้แก่ Cumulus blue, solid / Samoa orange, metallic / Java green, metallic / Shiraz red, metallic / Siamese beige, metallic

เตรียมตัว !!! Big MOTOR SALE 2023 เทศกาลแสดงยานยนต์และจำหน่าย จับมือค่ายรถยนต์ชั้นนำ จัดรถใหม่พร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้ม 25 สิงหาคม – 3 กันยายนนี้ ที่ ไบเทค บางนา

0

บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป ผู้จัดงาน “Big MOTOR SALE 2023 เทศกาลแสดงยานยนต์และจำหน่าย”  ผนึกกำลังค่ายรถชั้นนำ ทั้งรถยนต์ รถอเนกประสงค์ ยานยนต์ไฟฟ้า  มอเตอร์ไซค์ และอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ครบครันเพื่อร่วมสร้างความสุขแก่ผู้อยากได้รถคันใหม่ ทั้งการเปิดตัวรถยนต์รุ่นล่าสุด พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ และรถทดลองขับก่อนตัดสินใจ มอบความรื่นรมณ์สนุกสนานกับมินิคอนเสิร์ตศิลปินชื่อดัง ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม – 3 กันยายน 2566  ฮอลล์ 101 – 104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

ทั้งนี้ งาน “Big MOTOR SALE 2023”  ได้รับการตอบรับอย่างดียิ่งจากแบรนด์ผู้ผลิตและจำหน่าย รถยนต์  รถอเนกประสงค์  ยานยนต์ไฟฟ้า  ได้แก่ BMW, BYD, FORD, HONDA, JEEP, KIA, MAZDA, MERCEDES-BENZ, MG, MINI, MITSUBISHI, NETA, NISSAN, PEUGEOT, PORSCHE, SUBARU, SUZUKI, TOYOTA, VOLT, VOLVO, WULING และการเปิดตัวแท็กซี่ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจาก LONDON Taxi และยังมีมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่น่าสนใจจาก BMW Motorrad,  BENELLI , HARLEY-DAVIDSON, ROYAL ENFIELD, YAMAHA รวมทั้งมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า  AJ EV, EM EV, SUPER SOCO, KAVALLO  และยังมีบริษัทผู้จำหน่ายรถยนต์นำเข้าและรถยนต์มือสองพรีเมี่ยม  อุปกรณ์ตกแต่งพรีเมี่ยมต่างๆ มาร่วมออกบู๊ธแสดงสินค้าคับคั่งเหมือนเช่นทุกปี ไฮไลท์อีกจุดในงานปีนี้คือ Taxi Drone แบบ 2 ที่นั่งไร้คนขับ  ยานพาหนะสำหรับการเดินทางมิติใหม่

พิเศษตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคมนี้  ท่านที่เข้ารับบริการเติมน้ำมันจากสถานีบริการน้ำมันเชลล์  250 สถานี บริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑล  รับบัตรเข้าชมงานฟรี!  และสามารถนำใบเสร็จร้านสะดวกซื้อ 7-11 (ท้ายใบเสร็จ) บริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑล  มาแสดงเพื่อรับบัตรเข้าชมงานฟรี! ที่เคาน์เตอร์ 104  ไบเทค บางนา ด้วย

“Big Motor Sale 2023” มหกรรมเปิดโลกยานยนต์ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม – 3 กันยายน  2566  ณ ฮอลล์ 101 – 104  ไบเทค บางนา  เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีบางนา  ใช้ทางออกประตู 1 เพื่อเดินเชื่อมต่อกับ Skywalk มายังฮอลล์ 101-104

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/bigmotorsale.yanyont

ฟอร์ดเผยเคล็ดไม่ลับฉบับพาเพื่อนซี้สี่ขาลุยไปเที่ยวทุกที่

0

ปัจจุบันการไปเที่ยวแบบครอบครัวยุคใหม่อาจไม่ได้มีแค่ผู้สูงวัยหรือเด็กๆ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงเหล่าเพื่อนซี้สี่ขาซึ่งเป็นสมาชิกของครอบครัวที่ติดสอยห้อยตามไปด้วยทุกที่ เราจึงได้เห็นเทรนด์การท่องเที่ยวกับสัตว์เลี้ยงอย่างต่อเนื่อง ฟอร์ด ประเทศไทย จึงขอแนะนำเคล็ดไม่ลับที่ทำได้ง่ายๆ และจะช่วยให้ครอบครัวยุคใหม่ได้เตรียมความพร้อมก่อนพาสมาชิกครอบครัวขนปุยเดินทางไกล เพื่อให้ทริปในฝันกลายเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขอย่างแท้จริง!

เตรียมตัวให้พร้อม

  • วางแผนเที่ยวก่อนออกเดินทางเพื่อความอุ่นใจ

แน่นอนว่าวันหยุดทั้งที หากไม่เตรียมตัวตรวจสอบสถานที่ที่ต้อนรับน้องหมา-น้องแมว คงจะเสียเที่ยวแน่ๆ ดังนั้น การค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อเสาะหาสถานที่ที่เพื่อนสี่ขาสามารถเข้าได้ หรือ Pet-friendly ตามแหล่งท่องเที่ยวทั่วไทยไม่ว่าจะเป็นคาเฟ่ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า หรือแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ จึงเป็นสิ่งแรกที่ต้องวางแผน

  • ตรวจสุขภาพสัตว์แสนรัก และงดให้อาหารก่อนออกเดินทาง

สัตว์เลี้ยงแสนรักของเราก็เหมือนกับคนทั่วไปที่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพกับแพทย์ก่อนการเดินทาง หากไม่ต้องการเห็นสัตว์เลี้ยงของเราเมารถหรืออาเจียน ควรงดให้อาหารมื้อหนักก่อนออกเดินทางประมาณ 1-2 ชั่วโมง ทั้งนี้ สามารถจอดแวะพักบ่อยๆ เพื่อช่วยให้สัตว์รู้สึกผ่อนคลายและได้รับอากาศที่สดชื่น จากนั้นจึงสามารถค่อยๆ ให้อาหารมื้อเล็กๆ และน้ำดื่มระหว่างพักรถ

  • แผนการเดินทางพร้อม! น้องหมา-น้องแมวก็พร้อม! แล้วรถยนต์พร้อมหรือยัง?

สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงไม่ต่างจากความพร้อมของแผนการเดินทางสุดอบอุ่นและสุขภาพของสัตว์เลี้ยงแสนรักคือพาหนะที่เราใช้เดินทางนั่นเองเพื่อให้มั่นใจว่ารถของเรานั้นเหมาะสมสำหรับการเดินทางไกลไปตะลุยทริปกับเพื่อนซี้แสนซนได้อย่างมีความสุข หากคุณสมบัติและฟีเจอร์รถยนต์ของเรานั้นไม่เหมาะสมกับการเดินทางไกล สัตว์เลี้ยงของเราอาจจะรู้สึกเครียด เหนื่อยล้า และส่งผลให้เกิดอาการเจ็บป่วยได้ ดังนั้นจึงควรเตรียมพาหนะที่มีพื้นที่รองรับผู้โดยสารสี่ขาได้เพียงพอ รวมถึงมีฟีเจอร์ที่อำนวยความสะดวกเพื่อให้สมาชิกบนรถทั้งคนทั้งสัตว์เดินทางได้อย่างสะดวกสบายมากที่สุด

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ เป็นผู้นำในเซ็กเมนต์รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทั้งในด้านสมรรถนะในการเดินทางท่องเที่ยว ด้วยสมรรถนะในการขับขี่ที่ดีเยี่ยม และนวัตกรรมใหม่ๆ อีกมากมายที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่และผู้ร่วมเดินทางพร้อมสำหรับทุกการผจญภัย ด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวางมอบความสะดวกสบายอันเหนือระดับให้ผู้โดยสารทุกเพศ ทุกวัย รวมไปถึงสัตว์เลี้ยง เรามาดูกันดีกว่าว่าฟอร์ด เอเวอเรสต์จะช่วยให้เพื่อนซี้สี่ขาโดยสารไปด้วยกันอย่างปลอดภัยได้อย่างไร

  • จัดเบาะที่นั่งในรถให้สัตว์เลี้ยงอย่างเหมาะสมและปลอดภัย

เจ้าของรถยนต์ส่วนใหญ่มักวิตกกังวลเรื่องการนำสัตว์เลี้ยงขึ้นรถไปเที่ยวเพราะเกรงว่าจะไม่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับสัตว์เลี้ยงในรถ  แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป เนื่องจากฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ สามารถปรับเบาะแถวที่ 3 ด้วยระบบไฟฟ้าได้ง่ายๆ เพียงกดปุ่มบริเวณที่เก็บของท้ายรถในรุ่นไทเทเนียมพลัส หรือไวลด์แทรคก็สามารถช่วยเพิ่มพื้นที่วางกรงสัตว์เลี้ยงหรือนำสัตว์เลี้ยงคู่ใจขึ้นรถได้หลายตัวโดยไม่รู้สึกคับแคบ นอกจากนี้ เจ้าของรถยังลดความกังวลเรื่องปัญหาคราบน้ำลาย ขนร่วง หรือรอยข่วนของสัตว์เลี้ยงได้ เพราะฟอร์ด เอเวอเรสต์ มาพร้อมเบาะหนังสังเคราะห์สีดำที่ทำความสะอาดง่ายและทนทานกว่าเบาะผ้า โดยผู้ขับขี่อาจเลือกใช้วิธีปูผ้าคลุมเบาะรถยนต์หรือแผ่นรองกันเปื้อนเพื่อป้องกันรอยขีดข่วนของสัตว์เลี้ยงได้อีกทาง ทั้งนี้ ผู้ขับขี่ไม่ควรให้สัตว์เลี้ยงนั่งที่เบาะหน้า เพราะอาจได้รับบาดเจ็บเมื่อถุงลมนิรภัยทำงาน และควรใช้สายรัดอกสุนัขแบบยึดติดกับเบาะหลังหรือใส่กรงสัตว์เลี้ยงเพื่อความปลอดภัยตลอดการเดินทาง

  • จัดพื้นที่ห้องโดยสารให้กว้างขวางเพื่อความสะดวกสบายของสัตว์เลี้ยง

นอกเหนือจากจะจัดเตรียมที่นั่งให้สัตว์เลี้ยงคู่ใจของเราได้นอนเล่นอย่างสบายใจ เรายังควรจัดพื้นที่ห้องโดยสารให้เพียงพอสำหรับการวางกรง ตะกร้า หรือที่นอนสำหรับสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นวิธีการที่เหมาะสำหรับเจ้าของรถที่เลี้ยงสัตว์ขนาดเล็ก หรือสัตว์ที่อาจตื่นตกใจได้ง่าย เพราะจะเป็นตัวช่วยให้สัตว์เลี้ยงยังคงรู้สึกปลอดภัยในอาณาเขตของตนเองอยู่ ทั้งนี้ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ ได้รับการออกแบบให้มีพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวาง ทำให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกผ่อนคลาย ไม่อึดอัด และปรับเปลี่ยนอิริยาบถได้ตามใจชอบ ตอบโจทย์สัตว์เลี้ยงทุกขนาด นอกจากนี้ ห้องโดยสารขนาดกว้างยังช่วยให้เจ้าของมีพื้นที่จัดเก็บอุปกรณ์หรือสัมภาระต่างๆ ของสัตว์เลี้ยงคู่ใจมากขึ้น เช่น รถเข็น สายจูง ชามอาหาร ถุงเก็บมูล ของเล่นชิ้นโปรด ซึ่งในฟอร์ด เอเวอเรสต์มี ‘จุดดักแอปเปิ้ล’ หรือแนวแผงกั้นบริเวณท้ายรถช่วยกันไม่ให้ของตกเมื่อเปิดประตูท้าย พร้อมที่เก็บของใต้พื้นรถช่วยให้การเก็บสัมภาระของสัตว์เลี้ยงเป็นระเบียบยิ่งขึ้น และยังมีฟังก์ชันประตูท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้มือ ช่วยให้จัดการจัดเก็บสัมภาระต่างๆ สำหรับการเดินทางของคุณกับสัตว์เลี้ยงสะดวกง่ายดายยิ่งขึ้น

  • พยายามทำให้ห้องโดยสารมีอากาศถ่ายเท

นอกจากการจอดแวะพักบ่อยๆ จะช่วยให้เพื่อนรักของคุณสบายตัวแล้ว การควบคุมให้อากาศภายในห้องโดยสารเองก็มีส่วนช่วยให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นเช่นกัน ในกรณีนี้ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นไวลด์แทรค เป็นรถยนต์ที่ติดตั้งระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกอิสระซ้าย-ขวา และระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ที่ปรับอุณหภูมิในห้องโดยสารไม่ให้ร้อนหรือเย็นจนเกินไป พร้อมช่วยระบายอากาศในห้องโดยสารได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้สัตว์เลี้ยงไม่รู้สึกร้อน อึดอัด หรือตึงเครียดจากการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยที่มีสภาพอากาศร้อนอบอ้าวเกือบตลอดปี ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติที่ป้อนอากาศบริสุทธิ์เข้าสู่ห้องโดยสารของฟอร์ดยังช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องเปิดกระจกรถให้สัตว์เลี้ยงชะโงกหน้ารับอากาศข้างนอก ซึ่งเสี่ยงต่อเหตุอันตรายที่คาดไม่ถึง และยังมีหลังคา Panoramic Moonroof ที่ช่วยเพิ่มพื้นที่เปิดให้ระบายอากาศได้ดีต่อสัตว์เลี้ยงเช่นกัน นอกจากนี้ หากต้องนำรถไปจอดกลางแจ้งเป็นเวลานานเพื่อไปทำกิจกรรมกับสัตว์เลี้ยง เจ้าของรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ ยังสามารถใช้แอปพลิเคชัน FordPass สตาร์ทเครื่องยนต์เปิดแอร์ปรับอุณหภูมิให้เย็นสบายก่อนกลับมาขึ้นรถได้ด้วย

  • ตั้งสติให้ ‘พร้อมเสมอ’ เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด

แม้เจ้าของรถจะตรวจสอบและดูแลรักษารถยนต์ให้มีสภาพดีพร้อมก่อนออกเดินทาง และทำประกันรถยนต์ก่อนออกเดินทาง เพื่อช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันแล้ว อย่างไรก็ดี เหตุการณ์ไม่คาดฝันย่อมเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่ฟอร์ดเองก็มีนวัตกรรมบริการแบบ ‘พร้อมเสมอ’ หรือ ‘Always-On’ ที่มอบความสะดวกสบายให้แก่เจ้าของรถผ่าน แอปพลิเคชันฟอร์ดพาส (FordPassTM) เชื่อมต่อเจ้าของรถกับฟีเจอร์และฟังก์ชันที่ก้าวล้ำในรถ ตลอดจนบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมง (Roadside Assistance) เพื่อมอบความอุ่นใจในระหว่างการเดินทาง รวมถึงศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ฟอร์ด Ford Call Center โทร. 1383 ที่พร้อมให้บริการคำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของบริการแบบ ‘พร้อมเสมอ’ ที่ฟอร์ดตั้งใจมอบให้ลูกค้า เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะดูแลลูกค้าเหมือนคนในครอบครัว

ด้วยเคล็ดไม่ลับง่ายๆ ที่กล่าวมานี้ เจ้าของรถก็พร้อมพาเหล่าเพื่อนซี้สี่ขานั่งรถไปเที่ยวได้ทั้งทริปใกล้-ไกล และฟอร์ดเชื่อว่าทริปตะลอนเที่ยวในครั้งนี้ของคุณจะเปิดประสบการณ์ความสุขมากกว่าที่เคยได้อย่างแน่นอน

TTC Motor มอบความพิเศษเลขมงคลเดือน 8 รับความคุ้มค่าและครบครัน

0

TTC Motor ฉลองเลขมงคลในเดือน 8 ซึ่งเป็นเดือนวันแม่ด้วย Greatest Offers เพียงคุณจองรถ และออกรถวันนี้ – 31 สิงหาคมนี้ รับมาลัยผ้าคลุมไหล่ดอกรัก พร้อมรับสิทธิ์รับประทานอาหารแบบ Exclusive  โดยเชฟสุดพิเศษ  และเพิ่มมูลค่าด้วย Strom Offers ส่วนงานการบริการหลังการขายรับเต็มๆ จุกๆ ในเดือนนี้จำนวน 8 ต่อ พร้อมเดินสายโรดโชว์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น 

คุณอัครินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์, เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี, เมอร์เซเดส-มายบัคและเมอร์เซเดส-อีคิว อย่างเป็นทางการ เปิดเผยว่า TTC Motor จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและการขาย ในทุกส่วนทั้งการขายและบริการหลังการขาย  โดยใช้เลขมงคลในเดือน 8 ร่วมฉลองวันแม่ Greatest Offers เพียงจองรถในเดือนนี้ รับมาลัยผ้าคลุมไหล่ดอกรัก และผู้ที่ออกรถในเดือนสิงหาคม – 31 สิงหาคมนี้ รับสิทธิ์รับประทานอาหารแบบ Exclusive โดยเชฟสุดพิเศษ ที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินตลอดเวลาในการรับประทาน

“นอกจากนี้เรายังมีแคมเปญมอบความมงคลในเดือน 8 ด้วย รับ MBSP Extra Guarantee นานสูงสุด 8 ปี, รับประกันภัยชั้น 1 ฟรี! จำนวน 8 ปีและรับบัตรของขวัญมูลค่า 50,000 บาท ส่วนแคมเปญของบริการหลังการขาย Strom Offers จัดเต็ม จุกๆ กับ 8 ข้อเสนอ รับดอกเบี้ย ผ่อน 0 % จำนวน 12 เดือน,ดาวน์เริ่มต้น 0 บาท , Warranty สูงสุด 2 ปีหรือ 70,000 ก.ม. ,MBSP Easy Care นานสูงสุด 5 ปี, ฟรี! เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง 1 ครั้ง,ฟรี!ประกันภัยชั้น 1 จำนวน 1 ปี , ฟรี!ค่าโอน/ค่าจดทะเบียน และฟรี!ค่าเคลือบแก้ว 1 ครั้ง ทั้งนี้ยังออกโรดโชว์ในศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าชั้นนำอีกหลายแห่ง”

สุดท้ายที่ไม่ท้ายสุดกับ การเพิ่มประสิทธิภาพของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ให้ถึงขีดสุดในฤดูฝนด้วย ฟรี! ค่าแรงเมื่อเปลี่ยนยางครบ 4 เส้น และรับส่วนลด 25% เมื่อเปลี่ยนชุดยางปัดน้ำฝนและน้ำยาล้างกระจก  พร้อมรับร่ม TTC Umbrella วันนี้ถึง 30 กันยายนนี้

นอกจากนี้ ทีทีซี มอเตอร์ ยังได้สิทธิ์พาลูกค้าในที่สนใจ EQS 500 4MATIC AMG Premiumไปร่วมพูดคุยเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ พร้อมได้ทดลองขับและทดลองใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ กับบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย จำกัด เพื่อความมั่นใจและเข้าใจในความล้ำสมัยของเทคโนโลยีที่มีในรถยนต์รุ่นดังกล่าวด้วย

ทีทีซี มอเตอร์ 2 สาขา คือสาขาพัฒนาการ 45 โทร.1274, 02-322-2222 และสาขาอุบลราชธานี โทร. 045-475-222  , www.facebook.com/BenzTTC   TTC Motor #ครบจบทุกเรื่องเบนซ์ ผู้จำหน่าย Mercedes-Benz , Mercedes-AMG , Mercedes-EQ , Mercedes-Maybach ,  Sprinter  อย่างเป็นทางการ   Line : https://bit.ly/LINEBENZTTC   IG : https://bit.ly/IGBENZTTC

เอ็มจี ยกระดับการบริการหลังการขาย จัดส่งอะไหล่ด่วน 24 ชม. นำระบบ TRACK & TRACE ให้ผู้จำหน่ายเช็กสถานะจัดส่งได้แบบเรียลไทม์

0
เอ็มจี ภาพเปิด

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เดินหน้ายกระดับบริการหลังการขาย นำเทคโนโลยีสู่กระบวนการบริหารจัดการอะไหล่ กับเป้าหมาย “ทันใจ..ทันใช้” ด้วยบริการจัดส่งอะไหล่เร่งด่วนและการกระจายอะไหล่สู่ศูนย์บริการทั่วประเทศไม่เกิน 3 วันทำการ* พร้อมชูระบบ TRACK & TRACE ที่สามารถตรวจสอบสถานะและติดตามอะไหล่จากคลังสู่ศูนย์บริการฯ ได้แบบเรียลไทม์ เพิ่มความแม่นยำในการนัดหมาย และส่งมอบรถที่พร้อมใช้งานถึงมือลูกค้าด้วยความรวดเร็ว อีกทั้งเตรียมความพร้อมในการดูแลลูกค้ารถยนต์เอ็มจีทุกรุ่นที่จัดจำหน่าย ในประเทศไทย ด้วยการขยายพื้นที่คลังอะไหล่แห่งที่สองย่านบางนา-ตราด เพื่อเพิ่มพื้นที่การจัดเก็บได้มากกว่า 1,000,000 ชิ้น กว่า 20,000 รายการ

เอ็มจี -

 

เอ็มจี สะท้อนความตั้งใจในการดูแลลูกค้า นำเทคโนโลยีเสริมความแข็งแกร่งด้านการบริหารการจัดเก็บไปจนถึง การจัดส่งอะไหล่และชิ้นส่วนยานยนต์ให้ถึงศูนย์บริการโดยเร็วที่สุด ล่าสุดเปิดใช้ระบบ TRACK & TRACE ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่อยู่ภายใต้ Warehouse Management System หรือ ระบบ WMS ที่มักจะถูกใช้ในธุรกิจการขนส่งชั้นนำของโลก ปัจจุบันศูนย์บริการฯ เอ็มจี สามารถติดตามสถานะ ตรวจสอบ และคำนวณระยะเวลาการจัดส่งอะไหล่จากคลังสู่ศูนย์บริการฯ ได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งจะช่วยให้การนัดหมายส่งมอบรถให้กับลูกค้ามีความแม่นยำมากขึ้น และสามารถติดตามอะไหล่ได้ในทุกขั้นตอน อีกทั้งการจัดส่งอะไหล่ทั่วประเทศสามารถดำเนินการได้ภายใน 3 วันทำการ* และมีบริการการจัดส่งอะไหล่ภายใน 24 ชั่วโมงสำหรับกรณีเร่งด่วน ส่งผลให้การซ่อมบำรุงรถยนต์ให้กลับคืนสู่สภาพพร้อมใช้งานทำได้รวดเร็วมากขึ้นด้วย

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดปัญหาขาดแคลนอะไหล่ การเพิ่มพื้นที่คลังอะไหล่ (MG’s Part Distribution Centre) จึงเป็นหนึ่งในแผนพัฒนา จากเดิมที่มีเพียงแห่งเดียวในจังหวัดชลบุรีบนพื้นที่ 10,000 ตารางเมตร จึงขยายพื้นที่คลังอะไหล่แห่งที่ 2 ย่านบางนา-ตราด อีกกว่า 15,000 ตารางเมตร รวมทั้งสองแห่งกว่า 25,000 ตารางเมตร เพื่อเพิ่มศักยภาพการจัดเก็บอะไหล่รถยนต์เอ็มจีให้เพียงพอ ครอบคลุมครบทุกรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทยและลดระยะเวลารอคอยอะไหล่ให้สั้นลง อีกทั้งระบบ TRACK & TRACE จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้ผู้จำหน่ายสามารถติดตามอะไหล่ วางแผนการซ่อม และส่งมอบรถที่พร้อม ใช้งานให้กับลูกค้าได้เร็วขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งมอบความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าในระยะยาว”

เอ็มจี 1

 

All Now มุ่งสู่เป้าหมายผู้นำธุรกิจโลจิสติกส์สีเขียว ประกาศโครงการ EV Vision เดินหน้าใช้รถบรรทุกไฟฟ้า รองรับการกระจายสินค้าเข้า 7-Eleven เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

0

“ออลล์ นาว” (ALL NOW) ผู้ประกอบธุรกิจโลจิสติกส์ครบวงจร ตั้งเป้าหมายสู่การเป็นผู้นำธุรกิจโลจิสติกส์สีเขียว ประกาศดำเนินโครงการ EV Vision นำเข้ารถบรรทุกไฟฟ้ามาใช้ในการขนส่งกระจายสินค้าเข้าสู่สาขา 7-Eleven นำร่องพื้นที่โซนนนทบุรี พร้อมตั้งเป้ามีรถบรรทุกไฟฟ้าให้บริการ 100 คันภายในปี 2567 ต่อยอดโซนกรุงเทพฯและปริมณฑล พร้อมวางแผนขยายการให้บริการไปสู่ธุรกิจอื่นๆ สอดคล้องเป้าหมายการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการพัฒนาที่ยั่งยืนตามนโยบายเครือเจริญโภคภัณฑ์

นายธเนศ พิริย์โยธินกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ออลล์ นาว (ALL NOW) เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัท ออลล์ นาว  เป็นกลุ่มบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์หรือซีพี ที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อดำเนินธุรกิจบริหารจัดการโลจิสติกส์ครบวงจร โดยมีโมเดลธุรกิจเป็นผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์และศูนย์กระจายสินค้าแบบครบวงจรให้แก่ธุรกิจทั้งในและนอกเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีผนึกกำลังกับซีพี ออลล์ ในการเป็นพันธมิตรด้านโลจิสติกส์และการกระจายสินค้าทั้งแบบ off-line และ on-line จากศูนย์กระจายสินค้าไปสู่ร้าน 7-Eleven กว่า 10,000 จุดทั่วประเทศ และเพื่อเป็นการต่อยอดธุรกิจแบบยั่งยืน จึงได้ตั้งเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำโลจิสติกส์ด้านส่งเสริมการลดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม โดยประกาศดำเนินโครงการ EV Vision ด้วยการใช้รถบรรทุก 4 ล้อไฟฟ้าขนาดใหญ่ในการขนส่งสินค้าจากศูนย์กระจายสินค้าไปยังร้านสาขา 7-Eleven โดยรถบรรทุกไฟฟ้าสามารถวิ่งได้ระยะทาง 200 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง นอกจากนี้ ตัวรถยังมีขนาดตู้บรรจุสินค้าที่สามารถบรรจุได้มากถึง 16 คิวบ์

“ธุรกิจโลจิสติกส์ เป็นส่วนหนึ่งในอุตสาหกรรมที่จะช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนออกมาจากเชื้อเพลิงที่ใช้กับยานยนต์ได้ จากความตั้งใจอย่างจริงจังของกลุ่มบริษัท ออลล์ นาว ที่ต้องการจะเป็นส่วนหนึ่งของการลดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้พลังงานไฟฟ้า แทนการใช้พลังงานน้ำมัน โดยมุ่งหวังลดปริมาณการสร้างมลพิษทางอากาศ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยังช่วยลดต้นทุนทางด้านโลจิสติกส์ ด้วยการขนส่งสินค้าปริมาณที่มากขึ้นต่อเที่ยว ซึ่งโครงการ EV Vision เป็นโอกาสที่ดีที่กลุ่มบริษัท ออลล์ นาว จะตั้งเป้าเป็นผู้นำทางด้านโลจิสติกส์สีเขียว เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในอนาคต” นายธเนศกล่าว

ปัจจุบัน ออลล์ นาว ได้เริ่มนำร่องขนส่งและกระจายสินค้าจากศูนย์กระจายสินค้าบางบัวทองเป็นแห่งแรก ไปยังสาขา 7-Eleven ในกว่า 20 เส้นทาง และวางแผนที่จะขยายเพิ่มเติมไปสู่ศูนย์กระจายสินค้ามหาชัย และ ลาดกระบัง ทำให้สามารถกระจายสินค้าไปได้กว่า 700 สาขา พร้อมกับตั้งเป้าเพิ่มจำนวนรถบรรทุกไฟฟ้าที่จะให้บริการทั้งหมดเป็น 100 คัน ภายในสิ้นปี 2567 พร้อมกันนี้ ออลล์ นาว ยังได้ลงทุนติดตั้งสถานีชาร์จประจุไฟฟ้าในพื้นที่ศูนย์กระจายสินค้าแต่ละแห่ง โดยตั้งเป้าขยายการติดตั้งสถานีไปให้ครอบคลุมครบทุกศูนย์กระจายสินค้าในอนาคต นอกจากนี้ ออลล์ นาว ยังวางแผนที่จะขยายการขนส่งและกระจายสินค้าด้วยรถขนส่งไฟฟ้าไปในธุรกิจอื่นๆทั้งในและนอกเครือฯ ต่อไปในอนาคต เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเป็นผู้นำธุรกิจโลจิสติกส์สีเขียวที่ช่วยส่งเสริมการลดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมภายในปี 2568” นายธเนศกล่าวสรุป