Home Blog Page 215

เอ็มจี คว้ารางวัล “No.1 Brand Thailand 2023” หมวดรถไฟฟ้า 2 ปีซ้อน ตอกย้ำการเป็นผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าของไทย

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ตอกย้ำการเป็นผู้นำของยานยนต์ไฟฟ้าในไทย สะท้อนภาพความเชื่อมั่นและความมั่นใจในฐานะ “แบรนด์แห่งผู้นำ” คว้ารางวัล “No.1 Brand Thailand 2023” หมวดรถยนต์ไฟฟ้า (EV Car) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ครองใจผู้บริโภคด้วยความหลากหลายของยนตรกรรมไฟฟ้าและความพร้อมของระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่ครอบคลุมในทุกมิติ โดยเอ็มจี ถือเป็นแบรนด์ที่มีรุ่นรถไฟฟ้าให้เลือกมากที่สุดในตลาด ทั้งในรูปแบบของรถเอสยูวีอย่าง MG ZS EV รถสเตชันแวกอนอย่าง MG EP และ MG ES รถแฮทช์แบ็คขับเคลื่อนล้อหลังอย่าง MG4 ELECTRIC และลักชัวรี่ MPV อย่าง NEW MG MAXUS 9 โดย ณ ปัจจุบันมีจำนวนรถไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ เอ็มจี บนท้องถนนในประเทศไทยแล้วกว่า 13,000 คัน และถือเป็นแบรนด์เดียวที่มีสถานีชาร์จแบบไวที่ลงทุนเองภายใต้ชื่อ MG SUPER CHARGE รวมกว่า 135 แห่ง รองรับการใช้งานรถไฟฟ้าทั่วประเทศ อีกทั้งยังได้ลงทุนโรงงานผลิตแบตเตอรี่รถไฟฟ้า เพื่อรองรับการผลิตภายในประเทศ และเตรียมพร้อมสู่การเป็น “อีวีฮับ” ที่จะส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ปี 2023 นอกจากจะครบรอบ 10 ปีในการดำเนินธุรกิจ ของ เอ็มจี ในประเทศไทยแล้ว ยังถือเป็นวาระครบรอบ 4 ปีที่ เอ็มจี เข้ามาเปิดตลาดและทำให้ “รถไฟฟ้า” เติบโตอย่างก้าวกระโดด สร้างจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเทียบชั้นอุตสาหกรรมยานยนต์โลก เอ็มจี ถือเป็น “ผู้บุกเบิก” ที่เชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย และตั้งใจลงมือทำทุกเรื่องของ “อีวี” อย่างจริงจัง และเป็นแบรนด์ที่ทำให้คนไทยได้ใช้ยนตรกรรมที่มาพร้อมเทคโนโลยีและความทันสมัยในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ด้วยการนำเสนอรถไฟฟ้าในหลากหลายรูปแบบ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของคนไทย ควบคู่กับการสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด เอ็มจี ได้รับรางวัล “No.1 Brand Thailand 2023” ในหมวดรถยนต์ไฟฟ้า (EV car) อีกครั้ง จัดโดย นิตยสาร MARKETEER ซึ่ง เอ็มจี ได้รับรางวัลดังกล่าวเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ตอกย้ำให้เห็นถึงการเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับและครองใจคนไทยเมื่อนึกถึงรถไฟฟ้า

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand

 

“ลามิน่า” รับรางวัลแบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ในใจผู้บริโภคต่อเนื่อง 8 ปี

0

ลามิน่าฟิล์ม” ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคารยอดนิยมอันดับ 1 ได้รับรางวัล No.1 Brand Thailand 2023 สะท้อนความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากผู้บริโภค ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 จัดโดยนิตยสารมาร์เก็ตเธียร์ จากผลสำรวจโดยบริษัท มาร์เก็ตติ้ง มูฟ จำกัด ด้วยคะแนนสูงสุดจากผู้บริโภคทั่วประเทศ

บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร “ลามิน่า” จากสหรัฐอเมริกา แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โดย นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รับรางวัลดังกล่าวด้วยคะแนนโหวตสูงสุดอันดับ 1 ในหมวดฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ ที่ได้รับความนิยมและความเชื่อมั่นด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติกันร้อนกันยูวียอดเยี่ยม การบริการเหนือชั้น และการให้ข้อมูลที่แท้จริงมาโดยตลอด

การได้รับรางวัล No.1 Brand Thailand ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 สะท้อนให้เห็นว่า ฟิล์มกรองแสง “ลามิน่า” ครองใจผู้บริโภคในฐานะฟิล์มกรองแสงคุณภาพสูงเพียงหนึ่งเดียวที่ประสบความสำเร็จทุกด้าน ด้วยองค์กรและแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่ง นอกจากจะยังรักษาตำแหน่งฟิล์มกรองแสงรถยนต์คุณภาพระดับพรีเมียมที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 ของเมืองไทยมาอย่างยาวนานแล้ว ยังเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคนึกถึงเป็นแบรนด์แรก

พิสูจน์ชัดถึงความสำเร็จที่ล้วนเกิดจากนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการที่ยอดเยี่ยม ไม่เคยหยุดพัฒนามาตลอด 28 ปี ลามิน่าสร้างมาตรฐานใหม่ให้ตลาดฟิล์มกรองแสงเมืองไทยมากมาย ตั้งแต่การแนะนำฟิล์มเมทัลลิก สปัตเตอริ่ง มาถึงฟิล์มเซรามิกแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ตัวจริง และวันนี้ลามิน่าฟิล์ม ผู้นำอันดับ 1 ของตลาดฟิล์มกรองแสงเมืองไทย เปิดตลาดฟิล์มกรองแสงดิจิทัลเพื่อรถยนต์ยุคใหม่ “ฟิล์มลามิน่า ดิจิทัลบูสต์” ตอบรับเทรนด์ยานยนต์อีวี (EV)

รวมถึงสมาร์ทคาร์ยุคใหม่เป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวในประเทศไทย ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลบูสต์ (DigitalBoost) รองรับระบบสมองกลอัจฉริยะในรถยนต์ให้ทำงานได้อย่าง เร็ว แรง ลื่น เสถียร เต็มประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์การขับขี่ และกันร้อนสูง อย่างที่ไม่เคยมีฟิล์มใดทำได้

นอกจากนี้บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ในฐานะผู้จัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงคุณภาพสูงมืออาชีพระดับเอเชียแปซิฟิค ยังนำเข้าผลิตภัณฑ์ด้านยานยนต์อีกมากมาย อาทิ อุปกรณ์บรรทุกสัมภาระธูเล่ (Thule) จากประเทศสวีเดน ผลิตภัณฑ์ฟิล์มนิรภัยปกป้องสีรถลูมาร์ (LLumar) จากสหรัฐอเมริกา และผลิตภัณฑ์ดูแลรักษายานยนต์ครบวงจรแอลลักซ์ (LLux) คุณภาพเยี่ยมจากสหรัฐอเมริกา แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย

 

“มาสด้า”เซ็นสัญญาสนับสนุน “สวาทแคท” สู้ศึกไทยลีก 2

0
Mazda Swat Cat Pic Open

มาสด้า ยังคงเชื่อมั่นในสปิริตความเป็นนักสู้ของทีม ประกาศหนุนสวาทแคทเพื่อลงสู้ศึกไทยลีก 2 ฤดูกาล 2023-24 พร้อมด้วยผู้สนับสนุนหลักที่ร่วมกันปลุกปั้นทีมด้วยกันมาตั้งแต่ต้นยังคงกลมเกลียวเหนียวแน่นร่วมกันสนับสนุนทีมต่อไป เพื่อให้ทีมกลับมาประสบความสำเร็จให้เร็วที่สุด โดยภายในงานมีแฟนๆ เดินทางมาให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม ลั่นจบฤดูกาลนี้ต้องก้าวขึ้นสู่ไทยลีกอีกครั้ง

Mazda Swat Cat 4

หลังจากที่มาสด้าเริ่มให้การส่งเสริมและสนับสนุนกีฬาฟุตบอลของประเทศไทย ด้วยการเข้ามาสนับสนุนทีมสวาทแคทมาตั้งแต่สมัยที่ยังเล่นอยู่ในไทยลีก 2 จนทีมสามารถก้าวขึ้นสู่ไทยลีกซึ่งเป็นลีกสูงสุดของประเทศในฐานะแชมป์ลีก รวมระยะเวลากว่า 11 ปี และโลดแล่นอยู่ในไทยลีกได้นานถึง 9 ปี แต่เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ทีมในไทยลีกต่างขับเคี่ยวกันอย่างสนุกสุดมันส์มีลุ้นกันแทบทุกเกมส์โดยเฉพาะช่วงท้ายของฤดูกาล บรรดาทีมที่กำลังด้นรนหนีการตกชั้นต่างต้องการเก็บแต้มให้ได้มากที่สุด และสู้กันมันส์หยดจนแมตช์สุดท้าย ส่งผลให้ทีมสวาทแคทหล่นลงมาเล่นในไทยลีก 2 แต่ทั้งนี้ทางผู้บริหารสโมสรฯ ประกาศชัดเจนเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับบรรดาแฟนๆ แมวพิฆาตว่าปีนี้จะต้องกลับขึ้นสู่ไทยลีกให้ได้อีกครั้ง

ทางด้านผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ มร. ทาดาชิ มิอุระ ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้าให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาวงการฟุตบอลไทย ด้วยการเข้ามาสนับสนุนฟุตบอลทีมสวาทแคท หรือ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี เมื่อ 11 ปีที่แล้ว ส่งผลให้วงการฟุตบอลไทยคึกคักทันตาเห็น โดยเฉพาะจำนวนแฟนบอลที่หลั่งไหลเข้าชมการแข่งขัน วันนี้ทีมสวาทแคทยังคงครองสถิติอันดับหนึ่งที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในไทยลีก ที่สำคัญ ยังคงให้การสนับสนุนทีมสวาทแคทอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกับทุกปีที่ผ่านมา วันนี้ทุกคนต้องร่วมแรงร่วมใจกันลุกขึ้นสู้อีกครั้ง เพื่อก้าวขึ้นสู่ลีกสูงสุดของประเทศให้เร็วที่สุด ทุกคนต้องศรัทธาและเชื่อมั่นในสปิริตความเป็นนักสู้ของทีม ซึ่งมี DNA เช่นเดียวกับชาวมาสด้า เราไม่เคยยอมแพ้ต่ออุปสรรค เราเชื่อมั่นในสปิริตความเป็นนักสู้ เราฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ มามากมายกว่า 100 ปี และอยู่เคียงข้างคนไทยมา 73 ปี และเราจะยังคงอยู่เคียงข้างคนไทยตลอดไป

Mazda Swat Cat 1

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการต่อสัญญากับสโมสรในครั้งนี้ จะมีส่วนช่วยขับเคลื่อนวงการฟุตบอลของประเทศไทยสู่การพัฒนาและการยกระดับคุณภาพอย่างยั่งยืน ฟุตบอลเป็นเสมือนสะพานที่เชื่อมความสัมพันธ์อันดี ไม่ใช่เฉพาะกับชาวโคราชเท่านั้น แต่รวมไปถึงคนไทยทั่วทั้งประเทศ นับตั้งแต่เรามีแฟนบอลเข้าชมในสนามไม่ถึง 500 คน วันหนึ่งเราก็สร้างปรากฏการณ์ให้คนไทยทั้งประเทศได้ประจักษ์และจารึกในประวัติศาสตร์ ว่าเป็นทีมที่มีแฟนบอลเข้าชมสูงสุดในไทยลีก วันนี้ เราได้เปลี่ยนจากทีมเล็กๆ ในระดับท้องถิ่น ให้กลายเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่ในระดับประเทศ สวาทแคทกับมาสด้า เราเดินเคียงข้างกันมาตลอด 11 ปี และเราจะยังคงเดินเคียงข้างกันตลอดไป แม้ในยามที่ทีมต้องการกำลังใจและสร้างความมุ่งมั่น

Mazda Swat Cat 6

 

ฯพณฯ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาสโมสรฯ กล่าวว่า ผมขอขอบคุณแฟนคลับสวาทแคท และคณะผู้บริหารทีมสโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ชุดใหม่ ที่เชิญผมให้มาเป็นประธานในการเปิดตัวสโมสรฯ ไทยลีก 2 ฤดูกาล 2023-24 ชูสโลแกน “START UP” กลับมาสู้ ก้าวสู่ไทยลีก ผมมั่นใจว่าฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้ สวาทแคทต้องกลับขึ้นสู่ไทยลีก 1 ให้ได้อีกครั้ง เพราะวันนี้เรามีความพร้อมในด้านต่างๆ ทั้งการเตรียมทีม ตัวนักฟุตบอล ทีมงานสตาฟโค้ช และเหล่าผู้สนับสนุนของทีม ที่จะมาร่วมมือกันต่อสู้เพื่อบรรลุไปสู่เป้าหมายคือ ไทยลีก
พร้อมกันนี้ ภายในงานยังได้มีการเปิดตัวนักฟุตบอล “สวาทแคท” ที่มีความพร้อมอย่างเต็มเปี่ยมในการสู้ศึก ไทยลีก 2 ฤดูกาล 2023-24 พร้อมเปิดตัวชุดแข่งขันใหม่ภายใต้แบรนด์ไทย “VOLT” โดย บริษัท โวลท์ เอนเนอร์จี แวร์ จำกัด ซึ่งบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ชุดออกกำลังกายมาตราฐานระดับสากล ที่เข้ามาเป็นพันธมิตรกับสโมสรฯ ในปีนี้

Mazda Swat Cat 3

สำหรับไทยลีก 2 มีทีมที่ร่วมการแข่งขันทั้งหมด 18 ทีม โดยนัดเปิดฤดูกาลทีมสวาทแคทจะต้อนรับการมาเยือนของทีมจันทบุรี ในวันเสาร์ที่ 12 สิงหาคม 2566 เวลา 18.00 น. ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ขอเชิญชวนแฟนบอลร่วมชมและเชียร์เจ้าแมวพิฆาต หรือ สวาทแคท พร้อมกัน

Mazda Swat Cat 4

JAGUAR F-PACE R-Dynamic SE P400e พัฒนาระบบปลั๊กอินไฮบริดใหม่ ขับขี่ด้วยไฟฟ้าได้ไกลขึ้น กับค่าตัว 4.99 ล้านบาท

0
Jaguar F-Pace Pic Open

บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดตัวรถยนต์ The New Jaguar F-Pace R-Dynamic SE P400e ราคา 4,999,000 บาท พร้อม Jaguar Care นาน 5 ปี ประกอบด้วย การรับประกันคุณภาพ บริการบำรุงรักษาตามระยะและบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 5 ปี เลือกซื้อรถยนต์ผ่านระบบออนไลน์ได้แล้ววันนี้

JAGUAR F-PACE 1

Jaguar F-Pace ระบบไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริดใหม่ (PHEV) มาพร้อมกับระบบส่งกำลังไฟฟ้าและชุดแบตเตอรี่ ลิเธียมไอออนขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม 20% โดยมีขนาดแบตเตอรี่อยู่ที่ 19.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถขับขี่ด้วยไฟฟ้าอย่างเดียวสูงสุด 65 กิโลเมตรตามมาตราฐาน WLTP ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และการใช้เชื้อเพลิงในปัจจุบันให้เหลือต่ำสุดเพียง 37 กรัม/กิโลเมตร และสูงสุดที่ 1.6 ลิตร/ 100กิโลเมตร (WLTP TEL)1 P400e มาพร้อมด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบรวมกับมอเตอร์ไฟฟ้าสามารถทำกำลังสูงสุดที่ 404 แรงม้า และแรงบิด 640 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในเวลาเพียง 5.3 วินาที ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ 4 ล้ออันเลื่องชื่อที่สามารถปรับโหมดได้หลายรูปแบบตามสภาวะถนนที่ขับขี่ และระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดพร้อมดีไซน์ด้ามเกียร์ใหม่ เพิ่มความหรูหราและความประณีตที่ช่วยส่งมอบสมดุลของสมรรถนะความคล่องตัว และการตอบสนองในอุดมคติอย่างที่ผู้ขับขี่สามารถคาดหวังได้จากแบรนด์ Jaguar เสมอ

JAGUAR F-PACE 2

นายชาญชัย มหันตคุณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในขณะที่ Jaguar กำลังเดินหน้าพลิกโฉมไปสู่แบรนด์หรูที่ใช้พลังงานไฟฟ้าล้วนภายในปี 2025 ได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ด้วยการนำเสนอคุณลักษณะที่สมบูรณ์และน่าครอบครองมากยิ่งขึ้นไปพร้อมกัน ซึ่งรุ่นแรกที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงคือ F-Type โดยทำไปพร้อมๆ กับการฉลองครบรอบ 75 ปี ของรถสปอร์ต และในปัจจุบันกับรุ่น F-Pace ซึ่งเป็นรถ SUV ที่มอบความสมดุลในการขับขี่ การควบคุม ความประณีต และความหรูหราอย่างไม่มีใครเทียบได้ ด้วยระบบไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด P400e เป็นการผสมผสานที่น่าสนใจยิ่งขึ้นระหว่างสมรรถนะ ประสิทธิภาพ และความสามารถในการขับขี่โดยปล่อยไอเสียเป็นศูนย์ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เราภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก”

JAGUAR F-PACE 3

Jaguar F-Pace R-Dynamic SE P400e มาพร้อมกับล้อขนาด 20 นิ้ว ฝาครอบดุมล้อถูกเปลี่ยนเป็นสีดำและ สีเงินแทนที่สีแดงและสีเงินในรุ่นก่อนหน้า รูปลักษณ์แบบไดนามิกของ F-Pace นั้นถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นด้วยชุด Black Pack ซึ่งเป็นมาตรฐาน ประกอบด้วย ฝาครอบกระจกมองข้าง รวมถึงกระจังหน้า ช่องระบายอากาศด้านข้าง แผงใต้กันชนหลัง

JAGUAR F-PACE 6

ตราสัญลักษณ์ด้านหลังในพื้นผิวสีดำเคลือบเงาอีกด้วย การเปลี่ยนแปลงอย่างละเมียดละไมอีกอย่างคือ ตราสัญลักษณ์กระจังหน้า R-Dynamic ที่ปรับเปลี่ยนให้เป็นสีดำและสีเทาแบบร่วมสมัยจากเดิมที่เป็นสีแดงและสีเขียว

JAGUAR F-PACE 8

ห้องโดยสารอันหรูหราและกว้างขวางยังมาพร้อมเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ากว่าที่เคย ด้วยจอแสดงผลดิจิทัล TFT ด้านคนขับ (อุปกรณ์มาตรฐาน) และจอกลางขนาด 11.4 นิ้วพร้อม ระบบอินโฟเทนเมนท์ Pivi Pro ที่รวดเร็วและใช้งานง่าย สามารถเชื่อมต่ออย่างราบรื่นแบบไร้สาย ทั้งระบบ Apple CarPlay® และ Android Auto™ ระบบนำทาง Navigation Pro

JAGUAR F-PACE 8

เพลิดเพลินความสุนทรีย์ไปกับระบบเครื่องเสียง Meridian Sound System รวมถึงระบบอื่นๆ ภายในตัวรถที่จะได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอโดยการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านสัญญาณดาวเทียม

Jaguar F-Pace 9

ร่วมสัมผัสและทดลองขับ Jaguar F-Pace โฉมใหม่ ได้ที่โชว์รูมรถยนต์จากัวร์ พระราม 4 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-666-7500

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยกขบวน ORA Good Cat ท่องเที่ยวเส้นทาง กรุงเทพฯ – สิงคโปร์ บนระยะทางกว่า 4,000 กม.

0
Ora Good Cat Pic Open

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) และผู้นำด้านยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย (xEV Leader) เตรียมยกทัพรถยนต์ไฟฟ้า ORA Good Cat จัดทริปคาราวานบนเส้นทาง กรุงเทพฯ – สิงคโปร์ – กรุงเทพฯ กับกิจกรรม “GWM EV Convoy Tour 2023”

ภายในงานปล่อยขบวนคาราวาน โดยมีคณะผู้บริหารจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ นำโดย นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธานฝ่ายการตลาด ภูมิภาคอาเซียน มร. ไมเคิล จาง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารแบรนด์ ภูมิภาคอาเซียน และ นางสาวศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) และผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรพันธมิตรหลัก อาทิ นางสาวสุรีพร พงษ์พานิช ผู้อำนวยการกองตลาดภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายวฤต รัตนชื่น ผู้ช่วยผู้ว่าการ Project Management Office การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และนายภาคภูมิ วิริยะพันธุ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยสื่อมวลชนจากประเทศไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ร่วมกิจกรรม ซึ่งการขับขี่ยานยนต์ไฟฟ้าเทคโนโลยีอัจฉริยะล้ำสมัยในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าทั้งในไทยและอาเซียนให้เติบโตและแข็งแกร่งอย่างยั่งยืน รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทั้งในประเทศและระดับภูมิภาค ผ่านเส้นทางในประเทศไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ รวม 15 เมือง ใน 3 ประเทศ เป็นระยะทางไป-กลับรวมทั้งสิ้นกว่า 4,000 กิโลเมตร

Ora Good Cat 2

นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธานฝ่ายการตลาด เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า “โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงในภูมิภาคอาเซียนโดยใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ในการเดินทาง พร้อมสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของสังคมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน รวมถึงยังเป็นการร่วมฉลองการเปิดตัวแบรนด์และผลิตภัณฑ์ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในประเทศสิงคโปร์อย่างเป็นทางการอีกด้วย การเปิดประสบการณ์ในการเดินทางด้วยรถยนต์พลังงานไฟฟ้าข้ามพรมแดนทั้งสามประเทศนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มุ่งหวังให้เป็นเส้นทางต้นแบบ โดยจะมีการนำเสนอข้อมูลและวิธีการวางแผนการเดินทางสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ท่องเที่ยวได้อย่างสนุกและปลอดภัย จนเกิดการสร้างการรับรู้ในวงกว้างและเป็นแรงบันดาลใจแก่นักท่องเที่ยวในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ให้เล็งเห็นถึงศักยภาพของการขับรถท่องเที่ยวในระยะทางไกลด้วยรถยนต์ไฟฟ้าที่สามารถขับขี่ได้จริง โดยทริปในครั้งนี้ มีการเดินทางตลอดเส้นทางด้วยรถยนต์ ORA Good Cat ทั้งหมด 6 คัน จาก 2 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น ORA Good Cat 500 ULTRA และ ORA Good Cat GT ที่อัดแน่นด้วยสมรรถนะ เทคโนโลยี และฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่จะช่วยให้การขับขี่ทางไกลปลอดภัย สะดวกสบายและง่ายยิ่งขึ้น”

Ora Good Cat 1

ทั้งนี้ กิจกรรม “GWM EV Convoy Tour 2023” กับ ORA Good Cat เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้จับมือกับพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่เข้ามาร่วมกันผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ (Low-carbon society) มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าให้แข็งแกร่งอีกระดับด้วยการขยายจุดบริการสถานีชาร์จไฟฟ้า (EleX by EGAT) ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่เข้ามาร่วมยกระดับการท่องเที่ยวสีเขียว (Green Tourism) ผ่านการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า 100% ในการเดินทางเพื่อลดการปล่อยมลภาวะสู่สิ่งแวดล้อม บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เพื่อมอบความอุ่นใจและความมั่นใจในการขับขี่ทุกรูปแบบให้แก่ผู้ร่วมทริป รวมถึง JOM Charge ประเทศมาเลเซีย และสื่อมวลชนชั้นนำมากมาย

นางสาวสุรีพร พงษ์พานิช ผู้อำนวยการกองตลาดภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นพันธมิตรหลักของโครงการ GWM EV Convoy Tour 2023 ร่วมกับทาง เกรท วอลล์ มอเตอร์ นับว่าเป็นโครงการใหญ่ที่สำคัญและมีความน่าสนใจ สอดคล้องกับนโยบายและพันธกิจของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค เน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด BCG Model อีกทั้งโครงการนี้ยังเป็นประตูสู่การเริ่มต้นทิศทางปี 2567 ที่ทาง ททท. เดินหน้าวางแผนเร่งฟื้นฟูการท่องเที่ยวไทยให้ดียิ่งขึ้น หรือ Moving forward to Better รวมทั้งเป็นส่วนสำคัญเพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวหันมาใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย”

Ora Good Cat

 

“เพื่อสนับสนุนนโยบาย 30@30 ที่ตั้งเป้าหมายในการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าให้มีจำนวน 30% ของการผลิตทั้งหมดภายในปี 2030 กฟผ. จึงเร่งผลักดันการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของไทยผ่านการเพิ่มเครือข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้า โดย กฟผ. ได้สนับสนุนการวางแผนจุดชาร์จ และการอัดประจุไฟฟ้าตามสถานี EleX by EGAT ด้วย DC Fast Charge 125 kW ตลอดเส้นทาง โดยผู้ขับขี่สามารถวางแผนการเดินทางและค้นหาสถานีชาร์จได้ทั้งในแอปพลิเคชัน EleXA และ แอปพลิเคชัน GWM” นายวฤต รัตนชื่น ผู้ช่วยผู้ว่าการ Project Management Office การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กล่าวเสริม

Ora Good Cat 4

สำหรับทริป GWM EV Convoy Tour 2023 ครั้งนี้ ถูกจัดขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 1 – 11 สิงหาคม 2566 รวมทั้งสิ้น 11 วันในเส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ – สิงคโปร์ – กรุงเทพฯ โดยมีเจ้าเหมียวไฟฟ้า 2 รุ่น ได้แก่ ORA Good Cat 500 ULTRA และ ORA Good Cat GT เข้าร่วมในขบวน โดยคาราวานเจ้าเหมียวไฟฟ้านี้จะเริ่มต้นเดินทางออกจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ภาคใต้ของประเทศไทยเพื่อท่องเที่ยวไปตามสถานที่ UNSEEN สำคัญต่าง ๆ ระหว่างเส้นทางการขับขี่ ก่อนเข้าสู่ประเทศมาเลเซีย และประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศหมุดหมายใหม่ล่าสุดสำหรับ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในการเปิดตัวแบรนด์ GWM อย่างเป็นทางการรวมถึงการเปิดตัวแบรนด์ ORA และโชว์รูม GWM แห่งแรกในประเทศสิงคโปร์ โดยตลอดเส้นทางผู้ร่วมทริปจะได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า ด้วยการออกแบบที่ล้ำสมัย สมรรถนะและเทคโนโลยีการขับขี่ที่โดดเด่น ตอบโจทย์การเดินทางไกล ไร้ข้อจำกัดในเรื่องระยะทาง อีกทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

Ora Good Cat 6

ORA Good Cat 500 ULTRA และ ORA Good Cat GT เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่เข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่และปลุกกระแสความนิยมให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย มาพร้อมกับความครบครันทั้งด้านฟังก์ชันล้ำสมัยและดีไซน์ที่สวยงาม ภายใต้คอนเซ็ปต์ Retro Futuristic สะท้อนตัวตนอันเป็นเอกลักษณ์เมื่ออยู่บนท้องถนน พร้อมด้วยอุปกรณ์เทคโนโลยีที่อัดแน่นด้วยประสิทธิภาพ ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous โดย ORA Good Cat 500 ULTRA ให้กำลังสูงสุด 105 กิโลวัตต์ หรือ 143 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร ส่วน ORA Good Cat GT มาพร้อมดีไซน์และสมรรถนะสปอร์ต ด้วยกำลังเพิ่มขึ้นเป็น 171 แรงม้า มีแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ทั้ง 2 รุ่นโดดเด่นและเหนือกว่ารถยนต์ไฟฟ้า 100% ในระดับเดียวกัน ด้วยระยะทางการขับขี่สูงสุดถึง 500 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (มาตรฐาน NEDC) มาพร้อมกับระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะมากมาย เช่น ระบบความบันเทิงในรถยนต์ ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ ระบบเบาะนวดไฟฟ้า (Massage Seat) ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ ระบบกรองอากาศ PM2.5 และเทคโนโลยีสุดล้ำอื่น ๆ ที่จะช่วยให้การขับขี่ท่องเที่ยวในระยะทางไกลสะดวกสบายและปลอดภัยไร้กังวล

Ora Good Cat 8

“ผมเชื่อมั่นว่าโครงการนี้เป็นจะส่วนสำคัญในการผลักดันและส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าและธุรกิจการท่องเที่ยวเชื่อมโยงในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งเป็นส่วนสำคัญในการแสดงให้ผู้บริโภคทั้งชาวไทยและอาเซียนหันมาให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เพื่อสิ่งแวดล้อมกันมากยิ่งขึ้น” นายวุฒิกร กล่าวทิ้งท้าย

 

 

เอ็มจี ต่อแคมเปญ “เติมพลังงานสะอาดให้คุณ ชาร์จเท่าไหร่ เอ็มจี คืนให้เท่านั้น” ทุกวีคเอนด์ตลอดเดือนสิงหาคมนี้

0
Ora Good Cat 3

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย สานต่อแคมเปญ “เติมพลังงานสะอาดให้คุณ ชาร์จเท่าไหร่ เอ็มจี คืนให้เท่านั้น” ชวนลูกค้ารถไฟฟ้าเอ็มจีทุกรุ่นใช้บริการชาร์จไฟที่สถานี MG SUPER CHARGE ช่วงวันศุกร์-อาทิตย์ รับเครดิตเงินคืน 100% ภายใน 7 วันทำการ นับจากวันที่ใช้บริการ ผ่าน MG Wallet บนแอพพลิเคชัน MG Thailand เริ่มวันที่ 4 สิงหาคม 2566 – 27 สิงหาคม 2566

เอ็มจี 1

สำหรับแคมเปญฯ ดังกล่าว นับเป็นการตอกย้ำความพร้อมด้านระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของแบรนด์ เอ็มจี อย่างสถานี MG SUPER CHARGE ที่ปัจจุบัน เปิดให้บริการแล้วกว่า 135 แห่ง ทั่วประเทศ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี จากลูกค้า อีกทั้งในเดือนสิงหาคม 2566 มีสุดสัปดาห์ที่เป็นวันหยุดยาว 3 วัน การสานต่อแคมเปญ “เติมพลังงานสะอาดให้คุณ ชาร์จเท่าไหร่ เอ็มจี คืนให้เท่านั้น” จะมอบช่วงเวลาพิเศษให้กับครอบครัวลูกค้าเอ็มจีได้เป็นอย่างดี

เอ็มจี  2

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267

“โตโยต้า” เปิดตัว “Toyota Fortuner 2023” แต่งใหม่สไตล์โดดเด่น ขุมพลังแรง 224 แรงม้า ราคาค่าตัวแตะ 2 ล้านบาท

0

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำรถยนต์อเนกประสงค์ประเภท PPV เข้าสู่ตลาดครั้งแรกในปี พ.ศ.2555 ในนาม TOYOTA FORTUNER ภายใต้โครงการ IMV:International Innovative Multi-purpose Vehicle ประสบความสำเร็จได้รับการยอมรับจากลูกค้าอย่างดีเยี่ยมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ด้วยดีไซน์อันโดดเด่น ล้ำสมัยเหนือกาลเวลา พร้อมสมรรถนะ การขับเคลื่อน ความทนทาน ดูแลรักษาง่าย ทรงคุณค่าด้วยราคาขายต่อดีเยี่ยม ยืนหนึ่งในฐานะผู้นำตลาดอันดับ 1 อย่างแท้จริง ด้วยยอดขายสะสมที่มากถึง 291,450 คัน ในปัจจุบัน (*ยอดขายสะสม ณ เดือนกรกฎาคม 2566) ตอกย้ำความความเหนือระดับแห่งผู้นำเหนือกาลเวลาด้วยรุ่นปรับปรุงใหม่ พร้อมกันทั้ง 3 รุ่น ได้แก่ “GR-Sport” “LEGENDER” และ “LEADER”และเปิดตัวพรีเซ็นท์เตอร์คนใหม่ “อเล็กซ์ เรนเดลล์” CEO Environment Education center (EEC) ผู้นำการรณรงค์เรื่องรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้ใช้จริงของ FORTUNER ที่พร้อมจะไปด้วยกันทุกที่ ไม่ว่าการใช้งานในเมือง หรือลุยออกทำกิจกรรมต่างๆ เสริมภาพลักษณ์ผู้นำที่โดดเด่นของผู้ครอบครอง FORTUNER อย่างแท้จริง

“GR-Sport” เสริมภาพลักษณ์อันโดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ต โฉบเฉี่ยว ทรงพลัง สนุกสนานกับสมรรถนะการขับขี่เหนือชั้นด้วยเครื่องยนต์แรงสุด 224 แรงม้า และช่วงล่างสปอร์ต เพื่ออรรถรสในการขับขี่ที่เหนือระดับในทุกเส้นทาง ศักดิ์ศรีผู้นำอย่างแท้จริง

Toyota Fortuner 2

 

เติมความพิเศษเหนือระดับ

1. เพิ่มอารมณ์สปอร์ตด้วยพลังขับเคลื่อนของเครื่องยนต์ 2.8 GD Super Power ปรับจูนใหม่ ให้กำลัง 224 แรงม้า (เพิ่มขึ้น 20 แรงม้า) แรงบิด 550 นิวตันเมตร (เพิ่มขึ้น 50 นิวตันเมตร)

2. สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay & Android Autoแบบไร้สาย

Toyota Fortuner 1

3. มั่นใจทุกการเดินทางด้วยระบบช่วยเตือนลมยาง

4. ขับเคลื่อนเต็มกำลังด้วยช่วงล่าง Monotubeช่วยซับแรงสั่นสะเทือนเพิ่มสมรรถนะการขับขี่

5. ปลอดภัยทุกเส้นทางด้วย Toyota Safety Sense ระบบความปลอดภัยก่อนการชน –ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมหน่วงกลับอัตโนมัติ และระบบควบคุม พร้อมปรับรถความเร็วอัตโนมัติ

6. พิเศษยิ่งกว่าด้วยอุปกรณ์ตกแต่ง GR-Sport เช่น Smart Key – Push start GR – คันเร่งและเบรกอะลูมิเนียมแบบสปอร์ต – เบรกพร้อมคาลิปเปอร์สีแดง

Toyota Fortuner 3

“LEGENDER” รุ่นยอดนิยม ด้วยภาพลักษณ์อันหรูหราแบบผู้นำ พร้อมสมรรถนะเครื่องยนต์และระบบความปลอดภัยไฮเทค ครบครัน

Toyota Fortuner 3

เติมความพิเศษเหนือระดับ

1. สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยหน้าจอ 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay & Android Auto แบบไร้สาย

Toyota Fortuner 5

2. มั่นใจทุกการเดินทางด้วยระบบช่วยเดือนลมยาง

3. ขับเคลื่อนเต็มพลังด้วยเครื่องยนต์ 2.4 และ 2.8 GD Super Power. มีให้เลือกทั้งแบบ ขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อ Sigma 4 system

4. ขับเคลื่อนเหนือระดับด้วยช่วงล่างปรับจูนพิเศษเฉพาะรุ่น LEGENDER เพิ่มความนุ่มนวล ดูดซับแรงสั่นสะเทือนดีเยี่ยม

5. ปลอดภัยเหนือระดับด้วย Toyota Safety sense ระบบความปลอดภัยก่อนการชน – ระบบเตือนเมื่ออกนอกเลนพร้อมหน่วงกลับอัตโนมัติ และระบบควบคุม พร้อมปรับรถความเร็วอัตโนมัติ

Toyota Fortuner 7

“LEADER” สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์อเนกประสงค์ราคาเหมาะสม พร้อมดีไซน์พรีเมียม สวยสะดุดตา อมตะเหนือกาลเวลา และความคุ้มค่าด้วยระบบความปลอดภัย และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน

Toyota Fortuner 9

เพิ่มความคุ้มค่าเหนือกาลเวลา

1. สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วย Wireless chargerเฉพาะเกรด V

2. มั่นใจทุกการเดินทางด้วยระบบช่วยเดือนลมยาง

3. ขับเคลื่อนนุ่มนวลด้วยพลังของเครื่องยนต์ 2.4 GD Super Power ให้กำลัง 150 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร มีให้เลือกทั้งแบบ ขับเคลื่อน 2 ล้อและขับเคลื่อน 4 ล้อ Sigma 4 system

4. สะดวกสบายด้วยระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (BSM) – ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ RCTA – ระบบกล้องมองรอบคัน 360 องศา (PVM)

Toyota Fortuner 9

สะดวกสบายเหนือระดับด้วยระบบเชื่อมต่อ T-Connect และประกันภัย PHYD (Pay How You Drive) ประกันภัยชั้น 1 Toyota Care ที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลและพฤติกรรมการขับขี่ คำนวณเป็นคะแนนการขับขี่ “ขับดี ลดให้” ส่งเสริมให้ลูกค้าขับรถอย่างปลอดภัย โดยคะแนนการขับขี่จะปรากฎบนแอพพลิเคชั่น T-Connect ของลูกค้าหลังการขับขี่ทุกครั้ง ซึ่งมาจากพฤติกรรมการขับขี่โดยคำนวณจาก การเร่งความเร็ว – การเบรก -การเข้าโค้ง และ ระยะทางการขับขี่

พร้อมรับความคุ้มค่าของประกันภัย PHYD

1. ลูกค้าใหม่รับส่วนลด 10% เมื่อเปรียบเทียบกับเบี้นประกันภัย โตโยต้า แคร์ ปกติ

2. ลูกค้า PHYD ที่ต่ออายุประกันภัยปีที่ 2 รับส่วนลดการต่อประกันภัยสูงสุดถึง 40% จากคะแนนการ ขับขี่ และ ส่วนลดลูกค้าประวัติดี

3. การใช้งานสะดวกสบาย ลูกค้าเพียงแค่ผูกข้อมูลรถกับแอปพลิเคชัน T-Connect เมื่อหน้าจอแอปของท่านแสดงข้อมูลรถยนต์ เช่น ระยะทาง และปริมาณน้ำมันคงเหลือก็แสดงว่ารถของท่านมีระบบเทคโนโลยี Connected ใหม่ พร้อมการเตือนต่ออายุประกันภัย

4. สิทธิประโยชน์อื่นๆ ตามมาตรฐานประกันภัย Toyota CARE อาทิ

– รับประกันงานซ่อมที่ศูนย์บริการตัวถัง และสีของโตโยต้า

– สามารถใช้บริการ ณ ศูนย์บริการตัวถังและสีของโตโยต้า กรณีเป็นประกันภัย PHYD นานสูงสุด 8 ปี

– บริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉินตลอด 24 ชม.

– รับบริการมาตรฐานโตโยต้า ด้วยอะไหล่แท้ที่ศูนย์บริการตัวถัง และสี ครอบคลุมกว่า 256 แห่งทั่วประเทศ

ราคาสุดคุ้ม ทรงคุณค่าเหนือกาลเวลา

FORTUNER Leader มี 3 รุ่นย่อย
2.4 Leader G เกียร์อัตโนมัติ 1,375,000 บาท

2.4 Leader V เกียร์อัตโนมัติ 1,505,000 บาท

2.4 Leader V เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 4 ล้อ 1,575,000 บาท
(** สำหรับสี Platinum White Pearl และ Emotional Red เพิ่ม 12,000 บาท)

Toyota Fortuner 14

FORTUNER Legender มี 4 รุ่นย่อย
2.4 Legender เกียร์อัตโนมัติ 1,618,000 บาท

2.4 Legender เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 4 ล้อ 1,688,000 บาท

2.8 Legender เกียร์อัตโนมัติ 1,810,000 บาท

2.8 Legender เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 4 ล้อ 1,874,000 บาท
(*สำหรับสี Emotional Red Black Top และ สี Platinum White Pearl Black Top เพิ่ม 20,000 บาท)
FORTUNER GR – Sport
2.8 GR Sport เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 4 ล้อ 1,939,000 บาท
(*สำหรับสี Emotional Red Black Top และ สี Platinum White Pearl Black Top เพิ่ม 20,000 บาท)

Toyota Fortuner 12
เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นด้วยเงื่อนไขพิเศษ

ทางเลือกที่ 1 : ดอกเบี้ยพิเศษ 1.65% พร้อมประกันภัยชั้น 1 TOYOTA Care PHYD

(คำนวนจาก FORTUNER LEADER 2.4G ราคา 1,375,000 บาท ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน)

ทางเลือกที่ 2 : ผ่อนเริ่มต้น 14,544 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1 TOYOTA Care PHYD

(คำนวนจาก FORTUNER LEADER 2.4G ราคา 1,375,000 บาท ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน อัตราดอกเบี้ย 2.65%)

พิเศษ! “Excellence day with Fortuner” กิจกรรมรักษ์โลก และอาหารเครื่องดื่ม พร้อมรับส่วนลด และของที่ระลึกจากผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ

ฮอนด้า ออกแคมเปญ “ฝนนี้…เช็กอินชุ่มฉ่ำ กระหน่ำโปรฯ” ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. – 30 ก.ย. 66

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ออกแคมเปญ ฝนนี้เช็กอินชุ่มฉ่ำ กระหน่ำโปรฯ ด้วยบริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ รวมทั้งมอบข้อเสนอพิเศษเฉพาะลูกค้าฮอนด้า ซึ่งมาพร้อมเงื่อนไขตามที่บริษัทฯ กำหนด ทั้งโปรโมชันยาง ซื้อ 3 เส้น แถม 1 เส้น อาทิ ยางโยโกฮาม่า (Yokohama) หรือยางกู๊ดเยียร์ (Goodyear) หรือยางดันลอป (Dunlop) ส่วนลดยางปัดน้ำฝน 15% ส่วนลดแบตเตอรี่ทางเลือกคุณภาพสูงยี่ห้อพูม่า (PUMA) และจีเอส (GS) รวมถึงส่วนลดแพ็กเกจเช็กระยะฮอนด้าเพย์เซฟ (Honda PaySave) โดยสามารถผ่อนชำระค่าใช้จ่ายงานบริการดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน สำหรับบัตรเครดิตธนาคารที่ร่วมรายการ และสูงสุด 8 เดือน เฉพาะบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ และค่าใช้จ่ายยางรถยนต์นานสูงสุด 10 เดือน เพียงนัดหมายและนำรถยนต์เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2566 – 30 กันยายน 2566

สิทธิประโยชน์สำหรับลูกค้าฮอนด้าในแคมเปญ “ฝนนี้…เช็กอินชุ่มฉ่ำ กระหน่ำโปรฯ”*

รายการที่ 1      ฟรี บริการตรวจสภาพรถยนต์ 25 รายการ**

รายการที่ 2      ส่วนลด 15% สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มยางปัดน้ำฝน

รายการที่ 3      ส่วนลด 200 บาท สำหรับแพ็กเกจเช็กระยะฮอนด้าเพย์เซฟ ทั้งแบบ 2 และ 4 ระยะ สำหรับลูกค้าฮอนด้าที่มีรถยนต์อายุ 7 ขึ้นไป โดยนับจากรุ่นรถยนต์ระหว่างปี 2016 หรือก่อนหน้า และรถยนต์มีเลขไมล์ไม่เกิน 300,000 กิโลเมตรเท่านั้น

รายการที่ 4      ส่วนลด 150 บาท สำหรับแบตเตอรี่ทางเลือกใหม่ ยี่ห้อพูม่า (PUMA) แบตเตอรี่คุณภาพสูง แบบพร้อมใช้ไม่ต้องดูแลน้ำกลั่น และยี่ห้อจีเอส (GS) แบบพร้อมใช้กึ่งแห้ง

รายการที่ 5     โปรโมชันพิเศษสำหรับยางรถยนต์ ตามเงื่อนไขของบริษัทฯ

โปรโมชันซื้อ 3 เส้น แถม 1 เส้น

  • ซื้อยางโยโกฮาม่า (Yokohama) 3 เส้น รับฟรี 1 เส้น สำหรับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ แจ๊ซ ซีวิค  เอชอาร์-วี  แอคคอร์ด  และโอดิสซี
  • ซื้อยางกู๊ดเยียร์ (Goodyear) 3 เส้น รับฟรี 1 เส้น สำหรับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ และแจ๊ซ
  • ซื้อยางดันลอป (Dunlop) 3 เส้น รับฟรี 1 เส้น สำหรับลูกค้าที่ใช้รถยนต์
    ฮอนด้า เอชอาร์-วี

โปรโมชันซื้อครบ 4 เส้น รับส่วนลดหรือของสมนาคุณ

  • ซื้อยางดันลอป (Dunlop) ครบ 4 เส้น รับส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท สำหรับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ แจ๊ซ  โมบิลิโอ  บีอาร์-วี  และซีวิค
  • ซื้อยางมิชลิน (Michelin) ครบ 4 เส้น รับส่วนลดสูงสุด 4,240 บาท สำหรับลูกค้าฮอนด้า ซิตี้ แจ๊ซ  โมบิลิโอ  เอชอาร์-วี  ซีวิค  แอคคอร์ด  และซีอาร์-วี
  • ซื้อยางบริดจสโตน (Bridgestone) ครบ 4 เส้น รีบฟรี บัตรเติมน้ำมันปตท. 1,000 บาท สำหรับลูกค้าฮอนด้าซิตี้ แจ๊ซ โมบิลิโอ  บีอาร์-วี  เอชอาร์-วี  ซีวิค  แอคคอร์ด
    และซีอาร์-วี
  • ซื้อยางกู๊ดเยียร์ (Goodyear) ครบ 4 เส้น
    • ขนาดล้อ 16 นิ้ว รับฟรี บัตรโลตัส 200 บาท
    • ขนาดล้อ 17 นิ้ว รับฟรี ร่มกอล์ฟกู๊ดเยียร์
    • ขนาดล้อ 18 นิ้ว รับฟรี กระเป๋าเดินทางกู๊ดเยียร์ 20 นิ้ว

สำหรับลูกค้าฮอนด้า ซิตี้  แจ๊ซ  บีอาร์-วี  เอชอาร์-วี  ซีวิค  แอคคอร์ด  และซีอาร์-วี

โปรโมชันยางอื่น ๆ

  • ซื้อยางฮันกุก (Hankook) รับส่วนลดสูงสุด 300 บาท/เส้น สำหรับลูกค้าฮอนด้า ซิตี้ แจ๊ซ  และซีวิค

รายการที่ 6      ผ่อนชำระค่าใช้จ่ายงานบริการ ดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน สำหรับบัตรเครดิตธนาคารที่ร่วมรายการ และสูงสุด 8 เดือน เฉพาะบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ สำหรับการเข้ารับบริการ
ในงานตรวจเช็กตามระยะทาง งานซ่อมทั่วไป งานซ่อมตัวถังและสี (ประเภทลูกค้าเป็นผู้ชำระเงิน) งานติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ของฮอนด้า รวมถึงลูกค้าที่ซื้อโปรแกรมอัลติเมทแคร์และแพ็กเกจเช็กระยะฮอนด้าเพย์เซฟ โดยมียอดค่าใช้จ่าย 3,000 บาทขึ้นไป

รายการที่ 7      ผ่อนชำระค่าใช้จ่ายยางรถยนต์ ดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน หรือ 10 เดือน (เงื่อนไขตามที่บริษัทฯ กำหนด)

ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถนัดหมายนำรถยนต์เข้ารับบริการล่วงหน้า ผ่านบริการ Online Service Booking”
ที่ https://servicebooking.honda.co.th หรือทาง LINE Honda Thailand Official Account (@Honda Thailand) โดยสามารถเลือกใช้บริการพิเศษเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายยิ่งขึ้นกับบริการ Honda Drop & Go” เพียงนัดหมายเช็กระยะล่วงหน้า นำรถมาฝากกุญแจไว้ แล้วไปทำธุระต่อได้เลย หรือบริการ Honda Quick Service” การนัดหมายเช็กระยะเร่งด่วน แบบรอรับรถได้ภายในเวลาที่กำหนด (ตรวจสอบโชว์รูมฮอนด้าที่ให้บริการพิเศษได้จากหน้าเว็บไซต์)

สำหรับแคมเปญ “ฝนนี้…เช็กอินชุ่มฉ่ำ กระหน่ำโปรฯ”  เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2566 – 30 กันยายน 2566 ลูกค้าสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 0 2341 7777 หรืออ่านรายละเอียดที่ https://www.honda.co.th/promotions/detail/servicecampaign2023-rainy

 

หมายเหตุ

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด  สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 0 2341 7777 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.honda.co.th/promotions/detail/servicecampaign2023-rainy
** รายการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี
25 รายการ ได้แก่

  • ตรวจวัดค่าแบตเตอรี่ด้วยเครื่องทดสอบโวลท์ / แอมแปร์ และตรวจเติมน้ำกลั่น
  • ตรวจเติมระดับน้ำในถังสำรองหม้อน้ำและถังเก็บน้ำล้างกระจก
  • ตรวจการรั่วซึมของท่อยางหม้อน้ำ บน / ล่าง
  • ตรวจทำความสะอาดไส้กรองอากาศ
  • ตรวจระดับน้ำมันเครื่อง
  • ตรวจระดับน้ำมันเบรก / คลัทช์ (สำหรับรุ่นที่มี)
  • ตรวจระดับน้ำมัน พวงมาลัยพาวเวอร์ (สำหรับรุ่นที่มี)
  • ตรวจระดับน้ำมันเกียร์
  • ตรวจสภาพสายพานขับด้านนอก
  • ตรวจสภาพยางปัดน้ำฝน
  • ตรวจระดับหัวฉีดน้ำล้างกระจก
  • ตรวจสภาพยาง วัดแรงดัน / เติมลมยาง 5 เส้น
  • ตรวจการทำงานของไฟสัญญาณ / ไฟส่องสว่าง
  • ตรวจการทำงานของเข็มขัดนิรภัย
  • ตรวจการทำงานของระยะแป้นเบรก
  • ตรวจการทำงานของระยะยกคันโยกเบรกมือ
  • ตรวจการทำงานของแม่ปั๊มเบรก และหม้อลมเบรก
  • ตรวจการทำงานของระบบปรับอากาศ (ความเย็น / ช่องทางลม)
  • ตรวจสภาพของท่ออ่อนเบรก 4 ล้อ
  • ตรวจลูกหมากและยางกันฝุ่นแร็คพวงมาลัย
  • ตรวจยางกันฝุ่นเพลาขับด้านซ้าย
  • ตรวจยางกันฝุ่นเพลาขับด้านขวา
  • ตรวจถังน้ำมันเชื้อเพลิง / ท่อ และข้อต่อท่อน้ำมันเชื้อเพลิง
  • ตรวจการทำงานของเครื่องยนต์ รอบเดินเบา / การรั่วซึม
  • ตรวจช่วงล่าง ลูกยาง และลูกหมากต่าง ๆ

ปอร์เช่ เอจี (Porsche AG) เดินหน้าพัฒนาธุรกิจเติบโตสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีแรก

0

ปอร์เช่ยังคงพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2023 ตลอดช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ ผู้ผลิตรถสปอร์ตมีรายรับเพิ่มขึ้นอย่างมากในส่วนของรายได้จากการจำหน่ายของกลุ่มบริษัทรวมถึงกำไรจากการดำเนินงานของกลุ่ม รายได้จากการจำหน่ายเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.0 คิดเป็น 2.043 หมื่นล้านยูโร กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 10.7% คิดเป็น 3.85 พันล้านยูโร ผลตอบแทนจากการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทสำเร็จในครึ่งปีแรกที่ 18.9 เปอร์เซ็นต์ – และอยู่ในช่วงบนของเป้าหมายที่กำหนดไว้คือ 17 ถึง 19 เปอร์เซ็นต์ กระแสเงินสดสุทธิของยานยนต์ลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 2.22 พันล้านยูโร (ปีก่อนทำได้ที่ 2.39 พันล้านยูโร) เนื่องจากการลงทุนในผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมอย่างกว้างขวาง กิจกรรมการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในการดำเนินงานต่อเนื่องและสินค้าคงคลังที่สูงขึ้นชั่วคราว ส่วนต่างกระแสเงินสดสุทธิสำหรับกลุ่มยานยนต์อยู่ที่ร้อยละ 11.7 (ปีก่อนหน้า: ร้อยละ 14.5) การส่งมอบให้กับลูกค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.7 คิดเป็น 167,354 คัน ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566

Oliver Blume ประธานกรรมการบริหารปอร์เช่ เอจี เผยมุมมองเกี่ยวกับผลประกอบการครึ่งปีในแง่ดีว่า “เป็นอีกครั้งที่เราได้โพสต์ตัวเลขที่ประสบความสำเร็จในขณะที่ต้องลงทุนอย่างกว้างขวางเพื่ออนาคตของเรา ณ เวลาเดียวกัน สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่แน่วแน่ต่อกลยุทธ์ของเรา เสียงสะท้อนจากลูกค้าและผลลัพธ์ของเราแสดงให้เห็นว่าเรามาถูกทางแล้ว”

Lutz Meschke รองประธานกรรมการบริหารและสมาชิกคณะกรรมการฝ่ายการเงินและไอที กล่าวชื่นชมทีมปอร์เช่สำหรับผลงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี: “เราภูมิใจกับผลลัพธ์ที่เราได้รับในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายนี้ ยอดขายและกำไรที่เพิ่มขึ้นมีสาเหตุหลักมาจากการขายที่มากขึ้นพร้อมกับกลยุทธ์การตั้งราคา สิ่งเหล่านี้คือความพยายามของทีมที่ยอดเยี่ยมและโดดเด่น” Meschke กล่าวต่ออีกว่า “กำไรจากการดำเนินงานของกลุ่มเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 11 แม้ว่าจะมีต้นทุนที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งมาจากสภาวะเงินเฟ้อ กิจกรรมการขายที่เข้มข้นขึ้นซึ่งเกี่ยวข้องกับการเปิดตัวปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) ใหม่ การปรับให้เป็นดิจิทัล และการมีส่วนร่วมในกีฬามอเตอร์สปอร์ตที่เพิ่มขึ้นของเรา”

สถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังคงตึงเครียด ความพยายามในการรักษาห่วงโซ่อุปทานและความพร้อมของชิ้นส่วนงานต่างๆ ต้นทุนทั่วไปที่เพิ่มขึ้น และความตึงเครียดทางการเมือง ยังคงเป็นความท้าทายสำหรับ ปอร์เช่ เอจี (Porsche AG) อย่างไรก็ตาม ปอร์เช่ยืนยันการคาดการณ์สำหรับทั้งปี 2023 บนสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและห่วงโซ่อุปทานที่จะไม่เลวร้ายลงอย่างมีนัยสำคัญ ณ สิ้นปี 2023 ปอร์เช่คาดว่าผลตอบแทนจากการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทจะอยู่ในช่วง 17 ถึง 19 เปอร์เซ็นต์ การคาดการณ์นี้รวมถึงรายได้จากการจำหน่ายของกลุ่มบริษัทที่คำนวนไว้ตั้งแต่ 4 ถึง 4.2 หมื่นล้านยูโร “แม้จะมีความท้าทายระดับโลก แต่เราก็กำลังลงทุนอย่างมากในการพัฒนานวัตกรรมและระบบนิเวศทั้งหมดของปอร์เช่สำหรับผลิตภัณฑ์และบริการในอนาคต เรามีความแน่วแน่ในความพยายามของเราที่จะก้าวไปข้างหน้าด้วยกลยุทธ์ในด้านความหรูหราแบบสปอร์ตที่ทันสมัย” CFO Lutz Meschke เน้นย้ำ

แผนกบริการทางการเงิน Porsche Financial Services (PFS) ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วง 6 เดือนแรกของปี โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นเป็น 1.65 พันล้านยูโร (ปีก่อนหน้า: 1.62 พันล้านยูโร) กำไรจากการดำเนินงานของ PFS ลดลงเหลือ 147 ล้านยูโร (ปีก่อนหน้า: 216 ล้านยูโร) การลดลงส่วนใหญ่เป็นผลมาจากมาตรการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยและการปล่อยสินเชื่อที่ลดลงในส่วนของสำรองหนี้สูญ

 

Big MOTOR SALE 2023 จัดเต็ม !! ผนึกกำลังค่ายรถชั้นนำตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ พบกัน 25 สิงหาคม – 3 กันยายนนี้ ที่ ไบเทค บางนา

0

ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป ผู้จัดงาน “Big MOTOR SALE 2023 เทศกาลแสดงยานยนต์และจำหน่าย” เดินหน้าผนึกกำลังค่ายรถชั้นนำ ทั้งรถยนต์ รถอเนกประสงค์ ยานยนต์ไฟฟ้า และมอเตอร์ไซค์ เตรียมความพร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการ อยากได้รถ…จบในงานเดียว 25 สิงหาคม – 3 กันยายน 2566 ณ ฮอลล์ 101 – 104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

นายจรวย ขันมณี  ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป และ ประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงาน เผยว่า “Big MOTOR SALE 2023 เทศกาลแสดงยานยนต์และจำหน่าย ประกาศความพร้อมในการก้าวสู่ปีที่ 10 โดยได้รับการตอบรับการจองพื้นที่จากผู้ประกอบการในแวดวงยานยนต์ ทั้งผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์  รถอเนกประสงค์ ยานยนต์ไฟฟ้า มอเตอร์ไซค์ รวมทั้งการปรากฏตัวของ “Taxi Drone”  eHang 216   ไม่มีคนขับ แต่รับผู้โดยสารได้ 2 ที่นั่ง  ขับเคลื่อนด้วยพลังจากแบตเตอรี่  เรียกว่าเป็นพาหนะรูปแบบใหม่สำหรับการเดินทางแบบหลีกเลี่ยงรถติด/น้ำท่วม และ ควบคุมเวลาได้ ใช้ได้ทั้งในเมืองและตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ  และยังมีรถยนต์มือสองพรีเมี่ยม  รวมถึงอุปกรณ์ตกแต่ง มาแสดงเต็มพื้นที่การจัดงาน  เนื่องจากอุตสาหกรรมรถยนต์ในช่วงปี 2566 นี้ มีแนวโน้มเติบโตจากปัจจัยหนุนต่างๆ  โดยเฉพาะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ดังจะเห็นได้จากผู้ผลิต/จำหน่ายยานยนต์มีแผนเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่เพื่อกระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 1 และ 2 รวมทั้งรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก ทั้งด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม การประหยัดพลังงาน และยังได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐด้านนโยบายอุดหนุนภาษีรถยนต์ไฟฟ้าอีกด้วย ดังนั้นการจัดงาน Big MOTOR SALE 2023 นี้จึงเป็นอีกส่วนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงกลางปีได้อย่างดี งานนี้นอกจากได้รับการสนับสนุนจากผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้ให้บริการด้านยานยนต์ที่มอบความเชื่อมั่นเข้าร่วมงานเต็มพื้นที่แล้ว  เรายังทำการประชาสัมพันธ์เพื่อเชิญชวนให้ผู้สนใจเข้าชมงานอย่างเต็มที่ทุกช่องทางทั้งออนไลน์และอ๊อฟไลน์  โทรทัศน์-วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์  ป้ายบิลบอร์ด และโฆษณาผ่านจอ LED  ทั่วกรุงเทพฯ  นอกจากนี้เรายังร่วมกับ  สถานีบริการน้ำมัน SHELL จำนวน 250 แห่ง  THAI SMILE BUS รถประจำทางพลังไฟฟ้า  รถไฟฟ้ามหานคร หรือ MRT  รวมทั้ง Robinhood  ผู้ให้บริการขนส่งพัสดุ  เพื่อเรียกคนเข้างาน   ทำให้  มั่นใจอย่างยิ่งว่าจะมีผู้บริโภคที่มาชมงานและเลือกซื้อรถใหม่กันอย่างหนาแน่นกว่าครั้งไหนๆ แน่นอน”

งานในปีนี้มาพร้อมคอนเซ็พท์ คาร์นิวัล (Carnival) ที่จะสร้างความสุขแก่ผู้เข้าชมงานตลอด 10 วัน ชมและทดลองขับรถรุ่นใหม่ล่าสุด ว้าว!! ทุกคัน และโปรโมชั่นสุดพิเศษจากผู้ประกอบการ รวมถึงรถทดลองขับ  และความบันเทิงหลากหลาย ทั้งมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง และสตรีทแดนซ์  รวมทั้งไฮไลท์ยนตกรรมอากาศยาน 2 ที่นั่งไร้คนขับ (Taxi Drone)

กำหนดการแสดงงาน Big MOTOR SALE 2023 ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 25 สิงหาคม – วันอาทิตย์ที่ 3 กันยายน 2566  (วันธรรมดา 12.00 น. – 21.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ 11.00 น. – 21.00 น.)

** เป็นพิเศษสำหรับการเปิดงานวันแรก 25 สิงหาคม 2566 เปิดให้ประชาชนผู้สนใจเข้าชมงานตั้งแต่ 10.00 น.

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : bigmotorsale  บัตรเข้าชมงานราคา 100 บาท พร้อมกระดาษโน้ตอย่างดี 1 กล่อง  (จำนวนจำกัด 30,000  ชิ้น)  และยังมีโปรโมชั่นมอบความประหยัด 100 % เพียงสแกน  QR Code บนปกนิตยสารในเครือยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป ฉบับเดือนสิงหาคม 2566 และที่หน้าเพจ bigmotorsale, นักเลงมอเตอร์ไซค์ และ เพจยานยนต์กรุ๊ป นำไปแสดงที่เคาน์เตอร์ 104 ไบเทคบางนาตลอดวันแสดงงาน