Home Blog Page 217

“SUZUKI CARRY” ยอดขายสะสมแตะ 60,000 คัน หลังชูแคมเปญ ผ่อนเริ่มต้นวันละ 222 บาท พร้อมเดินหน้ากิจกรรมเพื่อสังคม CARRY YOUR DREAM CARRY YOUR LIFE ปี 2

0
Suzuki Carry Pic Open

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า หลังจากซูซูกิ เปิดตัว SUZUKI CARRY รถกระบะเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็กเข้าสู่ตลาดประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2549 ก็เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่เข้าไปอยู่ในใจของคนไทย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนาดย่อม หรือ SME จนมาถึงการเปิดตัวเจเนอเรชั่นที่ 2 ในปี 2562 ด้วยรูปโฉมทันสมัย คงไว้ซึ่งจุดเด่นในเรื่องความอเนกประสงค์ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ภายใต้แนวคิด “CARRY YOUR DREAM เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน” ส่งให้ปัจจุบันมียอดขายสะสมในประเทศจำนวน 59,966 คัน และเชื่อว่าภายในปีนี้จะมียอดทะลุ 60,000 คันได้อย่างแน่นอน

Suzuki Carry1

 

 

ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถกระบะอเนกประสงค์ ล่าสุดจากการมอบข้อเสนอพิเศษเพื่อเป็นการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจขนาดย่อมที่กำลังเติบโตแก่ผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของ ด้วยการผ่อนเริ่มต้นเพียงวันละ 222 บาท ระยะยาวถึง 84 เดือน ซึ่งข้อเสนอพิเศษดังกล่าวจะเป็นการคิดรวมกับอุปกรณ์ตกแต่งรถเรียบร้อยแล้ว พร้อมฟรีประกันชั้น 1 ในปีแรก กระตุ้นความสนใจและส่งผลดีต่ออัตราการเติบโตในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ให้มียอดขายรวมอยู่ที่ 1,363 คัน ซึ่งมีความเชื่อมั่นว่าจะทำให้ซูซูกิสามารถทำยอดขายได้ 3,500 คัน ตามเป้าหมายที่วางไว้ในปีนี้

Suzuki Carry 3

 

 

“สิ่งที่เราพยายามตอกย้ำอยู่เสมอ คือ รถกระบะเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็กคันนี้ ควรถูกนิยามใหม่ว่า Good Truck เพราะเป็นรถที่เข้าไปเติมเต็มความฝันของผู้ที่ต้องการมีธุรกิจเคลื่อนที่เป็นของตนเอง ดั่งที่ผ่านมา SUZUKI CARRY ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าไม่ได้เป็นแค่เพียง Food Truck แต่ต่อยอดไปสู่การดัดแปลงที่มากกว่าเดิมไม่ว่าจะเป็นการนำไปตกแต่งเป็นรถบ้าน หรือ Motor Home และล่าสุด Barber Truck ซึ่งความอเนกประสงค์ของรถรุ่นนี้ สามารถขยายไปสู่การรองรับธุรกิจได้อย่างหลากหลาย”

 

นายวัลลภ ยังกล่าวเพิ่มเติมถึง แคมเปญ CARRY YOUR DREAM CARRY YOUR LIFE ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ภายใต้โครงการ ‘SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ’ของซูซูกิ ด้วยการดัดแปลง SUZUKI CARRY รถกระบะอเนกประสงค์ให้กลายเป็นรถขนส่งความสุข ซึ่งในปีนี้ ซูซูกิได้ร่วมมือกับทางผู้ประกอบการในการนำมาดัดแปลงเป็นร้านตัดผมเคลื่อนที่ เพื่อนำไปร่วมกิจกรรม CSR SUZUKI CARRY Barber Truck ให้บริการตัดผมแก่ผู้ด้อยโอกาสทางสังคมยังสถานที่ต่างๆ ใน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศไทย

โดยกิจกรรมได้ดำเนินการไปแล้ว 2 แห่งด้วยกัน คือ โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ มูลนิธิคุณพ่อเรย์ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2566 และล่าสุด ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา ได้นำ SUZUKI CARRY Barber Truck ไปส่งต่อความสุขให้แก่ผู้ด้อยโอกาส ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพคนตาบอดพิการซ้ำซ้อน จังหวัดนครนายก โดยมีผู้ที่ได้รับการดูแลในศูนย์สงเคราะห์แห่งนี้จำนวน 79 คน โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากร้าน BOOM BARBER เข้าร่วมกิจกรรมให้บริการตัดผม ซึ่งนอกเหนือจากนั้นซูซูกิยังได้รับความร่วมมือจากผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิในพื้นที่ดังกล่าวส่งมอบอุปกรณ์ช่วยเหลือจำเป็นให้แก่ทางศูนย์สงเคราะห์ฯ เพื่อไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไปอีกด้วย

Suzuki Carry 2

ทั้งนี้ แคมเปญ CARRY YOUR DREAM CARRY YOUR LIFE ยังมีกิจกรรมที่ซูซูกิจะร่วมกับผู้ประกอบการร้านรถตัดผมเคลื่อนที่ พร้อมเดินทางไปมอบความสุข และให้การช่วยเหลือแก่ผู้ด้อยโอกาสในอีก 2 แห่ง ในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ด้วยแนวคิด “Carry Your Dream เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน” ยังคงเป็นดีเอ็นเอที่ชัดเจนเพราะไม่ว่าความฝันของคุณจะเป็นอย่างไร หรืออยู่ท่ามกลางวิกฤตการณ์แบบไหน SUZUKI CARRY ก็พร้อมจะเป็นยานพาหนะที่อยู่เคียงข้างร่วมฝ่าวิกฤตในทุกสถานการณ์ ซึ่งที่ผ่านมาได้พัฒนารูปแบบให้สามารถรองรับการดัดแปลงได้อย่างหลากหลาย จึงตอกย้ำได้อย่างชัดเจนว่า SUZUKI CARRY เป็นได้มากกว่ารถขนสินค้าหรือสัมภาระ แต่เปรียบเสมือนดั่งพาร์ทเนอร์คนสำคัญ ที่พร้อมจะสนับสนุนและร่วมขับเคลื่อนอยู่เคียงข้างผู้ประกอบการด้วยความจริงใจ เดินหน้าไปสู่จุดหมายและประสบความสำเร็จไปด้วยกัน

โดยลูกค้าที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ อีกทั้งเรายังมีพันธมิตรเป็นสถาบันการเงินชั้นนำเข้ามาร่วมช่วยเรื่องการอนุมัติสินเชื่อให้มีความหลากหลายและช่วยให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิได้สะดวกยิ่งขึ้น

 

 

“เมอร์เซเดส-เบนซ์” จับมือ 8 ดีลเลอร์ ชวนลูกค้าร่วมกิจกรรม “Electrify your day with C 350 e” ขับขี่โหมดไฟฟ้า เส้นทางกรุงเทพ – พัทยา

0

เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ชวนกลุ่มลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถยนต์ Mercedes-Benz C-Class รุ่น C 350 e AMG Dynamic ร่วมทดสอบการขับขี่ที่เน้นการใช้งานระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ในกิจกรรม “Electrify your day with C 350 e” บนเส้นทางกรุงเทพฯ – พัทยา โดยมีลูกค้าจากผู้จำหน่ายฯ 8 แห่ง ได้แก่ บริษัท เบนซ์บีเคเค กรุ๊ป จำกัด, บริษัท เบนซ์ พระราม 3 จำกัด, บริษัท บีเคเค ออโตเฮาส์ กาญจนาภิเษก จำกัด, บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด, บริษัท สวนหลวง ออโต้เฮ้าส์ จำกัด, บริษัท ธนบุรีพานิช จำกัด (สาขา ลุมพินี), บริษัท ทองหล่อ-รามอินทรา จำกัด และบริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด รวมลูกค้าที่นำรถเข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 46 คัน สำหรับกิจกรรมดังกล่าวเป็นการมอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับลูกค้าของเมอร์เซเดส-เบนซ์ รวมถึงการให้คำแนะนำเกี่ยวกับเทคนิคการขับขี่รถยนต์ประเภทปลั๊กอินไฮบริดให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งในด้านของการทดสอบสมรรถนะและวิธีในการทำระยะทางการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าให้ได้มากที่สุดต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 1

ในกิจกรรม “Electrify your day with C 350 e” ลูกค้าทุกคนจะได้ขับขี่รถยนต์ไปพร้อมกับคาราวานของเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมเข้าร่วมการแข่งขันทดสอบการขับขี่ในโหมดพลังงานไฟฟ้าล้วน (Electric Mode) ของรุ่น C 350 e AMG Dynamic บนสภาพถนนจริงด้วยระยะทางกว่า 160 กิโลเมตร ตั้งแต่กรุงเทพฯ – พัทยา เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ โดยผู้ที่สามารถทำระยะทางการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าได้มากที่สุด จะได้รับของรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากเมอร์เซเดส-เบนซ์

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 2
Mercedes-Benz C-Class รุ่น C 350 e AMG Dynamic เป็นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่มาพร้อมการออกแบบอันมีเอกลักษณ์ด้วยดีไซน์ใหม่ในคอนเซ็ปต์ “Sensual Purity” ที่ผสานความสปอร์ตและความหรูหราได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีของระบบการขับเคลื่อนที่สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าได้มากกว่า 100 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง และทำความเร็วสูงสุดจากโหมดการขับขี่แบบพลังไฟฟ้าล้วน (Electric Mode) ได้ถึง 140 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำให้ผู้ใช้งานสามารถขับขี่ภายในเมืองได้อย่างสะดวกสบายด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะไม่มีการปล่อยไอเสียที่สร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ C 350 e AMG Dynamic ยังมีการติดตั้งฟังก์ชันสุดไฮเทคอีกมากมายที่ช่วยยกระดับประสบการณ์และสร้างความประทับใจให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารที่ได้สัมผัสรถรุ่นนี้

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 4

โดยล่าสุด เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้เพิ่มความอุ่นใจให้กับลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ ด้วยการรับประกันคุณภาพของแบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery) ที่ติดตั้งในรถยนต์รุ่นดังกล่าว ครอบคลุมเป็นระยะเวลานานถึง 10 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง (Unlimited mileage 10-year warranty)

 

รวมพลคนมาสด้าสู่การบริหารคุณค่าแบรนด์ให้ยั่งยืน ยกระดับการบริการที่เป็นเลิศให้กับลูกค้าทุกคน

0
มาสด้า ภาพเปิด

มาสด้า ยังคงมุ่งมั่นสร้างแบรนด์ให้เกิดความแข็งแกร่งและยั่งยืนในประเทศไทย โดยการนำกลยุทธ์ด้านการสื่อสารจากภายในสู่ภายนอก เพื่อพัฒนาบุคลากรของผู้จำหน่ายให้เข้าใจถึงแก่นแท้ของแบรนด์ จึงจัดงานสัมมนา “การบริหารคุณค่าแบรนด์มาสด้า” หรือ “Mazda Brand Value Management” (BVM) สำหรับบุคลากรของผู้จำหน่ายมาสด้าในระดับผู้บริหารทีม โดยผู้จัดการขายและผู้จัดการศูนย์บริการจากทั่วประเทศเข้าร่วมงานสัมมนา โดยมีวัตถุประสงค์หลัก คือ การถ่ายทอดคุณค่าของแบรนด์และสร้างแรงบันดาลใจให้กับบุคลากรของผู้จำหน่าย เพื่อยกระดับกระบวนการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพและมีมาตรฐานเดียวกัน และนำความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาต่อยอดเพื่อดูแลลูกค้าในทุกประสบการณ์และทุก touchpoint ให้ลูกค้าเกิดความประทับใจตลอดระยะเวลาที่ครอบครองรถยนต์มาสด้า เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดและนำความสุขมาให้กับลูกค้าทุกคน ตามแนวทางในการให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าแบรนด์ให้แข็งแกร่ง เพื่อเตรียมพร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งที่มอบความสุขและสร้างรอยยิ้มให้กับลูกค้าตลอดไป

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตามที่มาสด้าได้ประกาศแนวทางธุรกิจเพื่อมุ่งสู่การเป็นแบรนด์ที่ยั่งยืน โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการสร้างแบรนด์และความผูกพันกับลูกค้าในทุกประสบการณ์ ทั้งด้านการขายและการบริการ ตามกลยุทธ์ Retention Business Model ไปแล้วนั้น วันนี้ มาสด้ามุ่งมั่นอย่างเต็มที่เพื่อผลักดันให้นโยบายนี้บรรลุผลสำเร็จ เพื่อดูแลและสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าที่ใช้รถมาสด้าได้อย่างทั่วถึง มาสด้าจึงได้นำระบบการทำงานแบบบูรณาการที่เริ่มตั้งแต่กระบวนการทำงานภายในองค์กรมาถ่ายทอดสู่บุคลากรของดีลเลอร์ โดยจัดงานสัมมนา “การบริหารคุณค่าแบรนด์มาสด้า” หรือ “Mazda Brand Value Management (BVM)” เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรของผู้จำหน่ายทั่วประเทศให้มีความพร้อมในการดูแลลูกค้าอย่างมืออาชีพ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาศักยภาพบุคลกรของมาสด้า หรือ Human Development เพื่อให้บุคลากรของผู้จำหน่ายในทุกๆ ฟังก์ชั่นที่เกี่ยวข้องกับการปฎิบัติงานสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ ตามแนวคิดในการทำงานโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง โดยส่งมอบคุณค่าแบรนด์ให้กับลูกค้า เพื่อยกระดับในทุกประสบการณ์และในทุกช่วงชีวิตของลูกค้า

มาสด้า 1

กิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากบุคลากรของผู้จำหน่ายจะได้รับความรู้ความเข้าใจในเรื่องการบริการคุณค่าแบรนด์และการเอาใจใส่ดูแลลูกค้าแล้ว ในช่วงท้ายของงานสัมมนา มาสด้ายังได้จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการทำงานเป็นทีม ภายใต้ Thai Mazda Way โดยมีพิธีมอบรางวัลให้กับกลุ่มผู้จัดการขายและผู้จัดการศูนย์บริการ

มาสด้า 2

สำหรับเขตที่มีคะแนนสูงสุดจากการร่วมกิจกรรมตลอดทั้งวัน  พร้อมรางวัลพิเศษ การบริหารทีมยอดเยี่ยม หรือ Best Team Award ให้กับผู้จัดการขายและผู้จัดการศูนย์บริการที่มีผลงานในการบริหารทีมยอดเยี่ยมในด้านการดูแลลูกค้า ทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย

มาสด้า 6

ตลอดจนส่งเสริมให้บุคลากรในทีมทุกตำแหน่งได้พัฒนาทักษะที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐานมาสด้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจกันเป็นอย่างดี โดยมี มร. ทาเคชิ มิคามิ รองประธานบริหารส่วนงานวางแผนกลยุทธ์และปฏิบัติการ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและแสดงถึงความสำเร็จอีกก้าวหนึ่งของบุคลากรผู้จำหน่าย

มาสด้า 3

ตลอดจนเป็นการเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน ภายใต้ One Mazda One Team และมีเป้าหมายร่วมกัน คือ การส่งมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับลูกค้า ตามพันธกิจที่สำคัญที่สุด คือ การส่งมอบความสุขให้กับลูกค้ามาสด้าทุกคนตลอดไป

มาสด้า 4

 

MGC-ASIA ฉลองครบรอบ 5 ปี Harley-Davidson จัดงาน สุดยิ่งใหญ่ ‘USM 5 Years Celebration’ พร้อมกิจกรรม และแคมเปญสุดพิเศษ ณ Harley-Davidson สาขาธนบุรี

0

บริษัท ยูเอส มอเตอร์ไบค์ จำกัด ผู้แทนจำหน่ายมอเตอร์ไซค์ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน (Harley-Davidson) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA ฉลองครบรอบ 5 ปี ในการดำเนินธุรกิจ ชวนสาวกและแฟนๆ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน มาร่วมงาน ‘USM 5 Years Celebration’ ณ โชว์รูมพร้อมศูนย์บริการครบวงจร ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน สาขาธนบุรี (วงเวียนพระราม 5-ราชพฤกษ์) เติมเต็มความสนุก ผ่านหลากหลายกิจกรรมสุดมันส์ ทั้งการเฉลิมฉลอง คอนเสิร์ต จัดแสดงมอเตอร์ไซค์
รุ่น Road Glide Special 120th Anniversary การทดลองขับ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน รุ่นต่างๆ
พร้อมหยิบยื่นแคมเปญสุดคุ้มค่า วันนี้ ถึง 31 สิงหาคม 2566

ปอนด์ จงเสรี, ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูเอส มอเตอร์ไบค์ จำกัด กล่าวว่า “ผมรู้สึกยินดี ที่วันนี้
ทางบริษัท ยูเอส มอเตอร์ไบค์ฯ ได้ดำเนินธุรกิจมาครบปีที่ 5 โดยเริ่มต้นจากสาขาอุบลราชธานี, สงขลา (หาดใหญ่) และ กรุงเทพมหานคร (ธนบุรี วงเวียนพระราม 5-ราชพฤกษ์) และขอใช้
โอกาสนี้ จัดงานเฉลิมฉลอง เพื่อแทนคำขอบคุณลูกค้าทุกท่าน ที่ได้มอบความไว้วางใจให้เรา
เป็นผู้ดูแลมาโดยตลอด ซึ่งเราได้รวมหลากหลายกิจกรรมสนุกสนานมาไว้ด้วยกัน และในครั้งนี้
ก็มีการรวมตัวของชาว H.O.G. ในกรุงเทพฯ, อุบลราชธานี และสงขลา เพื่อมาร่วมเฉลิมฉลอง
พร้อมทำกิจกรรมเพื่อสังคมที่เราได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย”

++US Motorbike ภายใต้ MGC-ASIA จัดเต็มความมันส์ ถูกใจคนพันธุ์ ฮาร์ลีย์ฯ

โชว์รูมพร้อมศูนย์บริการครบวงจร ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน สาขาธนบุรี กับคอนเซปต์สุดเก๋า
สไตล์ป้อมปราการ ถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานฉลองครบ 5 ปี โดยมีกิจกรรมมากมาย อาทิ
คอนเสิร์ตสุดมันส์จากวง ‘Retrospect’ จัดแสดงมอเตอร์ไซค์รุ่น Road Glide Special 120th Anniversay ที่ผลิตมาเพื่อฉลองครบรอบ 120 ปี ของแบรนด์มอเตอร์ไซค์สัญชาติอเมริกัน
การทดลองขับฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ในสนามทดสอบ เหมาะกับการเรียนรู้หรือเพิ่มพูนทักษะการขับ พร้อมความมั่นใจในความปลอดภัยโดยผู้ฝึกสอนมืออาชีพ รวมถึงมีโชว์การทำเครื่องดื่ม
ม็อคเทล (Mocktail) และการประมูลสินค้าพิเศษ พร้อมนำรายได้ไปสมทบทุนบริจาค
ให้บ้านเด็กอ่อนปากเกร็ด

++ คุ้มค่ากว่าใคร กับ 5 แคมเปญพิเศษ ฉลอง 5 ปี ถึงสิ้นเดือนสิงหาคม 2566

บริษัท ยูเอส มอเตอร์ไบค์ จำกัด ผู้แทนจำหน่ายมอเตอร์ไซค์ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน อย่างเป็นทางการ
ในประเทศไทย ฉลองครบรอบ 5 ปี การันตีความคุ้มค่า กับ 5 แคมเปญพิเศษ

  1. รับ Gift Voucher มูลค่า 100,000 บาท เมื่อจองและออกรถ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน*
  2. อะไหล่และอุปกรณ์ตกแต่ง ลดสูงสุด 50%*
  3. เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายลดสูงสุด 50%*
  4. ฟรี! บริการเช็กรถ 32 จุด*
  5. ส่วนลดค่าแรงสูงสุด 15%*

ปัจจุบัน ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ภายใต้บริษัท ยูเอส มอเตอร์ไบค์ จำกัด มี 3 สาขาในประเทศไทย
คือ กรุงเทพมหานคร (ธนบุรี วงเวียนพระราม 5-ราชพฤกษ์) อุบลราชธานี และ สงขลา (หาดใหญ่)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ: ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ภายใต้บริษัท ยูเอส มอเตอร์ไบค์ จำกัด

เว็บไซต์: https://www.usmharley.com/

สาขาธนบุรี วงเวียนพระราม 5-ราชพฤกษ์ (กรุงเทพมหานคร)

โทร. 02-032-7200

FACEBOOK: HarleyDavidsonofThonburi

สาขาอุบลราชธานี

โทร. 045-959-922

FACEBOOK: HarleyDavidsonUbon

สาขาหาดใหญ่ (สงขลา)

โทร. 074-491-990

FACEBOOK: HarleyDavidsonHatYai

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

เซอร์วิสแคมเปญ สำหรับ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ รุ่นที่ 1 (รุ่นที่ผลิตในปี 2020 – 2021) และนิสสัน ลีฟ (โฉมปัจจุบันที่จำหน่ายตั้งแต่ปี 2018)

0

นิสสัน ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย การบริการ และความพึงพอใจของลูกค้าและผู้โดยสาร จากประกาศล่าสุด จาก นิสสัน มอเตอร์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ที่บริษัทฯ ได้รับรายงานเกี่ยวกับท่อยางระบายไอน้ำมันเครื่องอาจจะเกิดความเสียหาย ในนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ และตรวจพบเกี่ยวกับปัญหาที่โปรแกรมชุดควบคุมการทำงานในรถยนต์นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ และ รถยนต์นิสสัน ลีฟ ซึ่งอาการเหล่านี้อาจจะส่งผลกระทบต่อการขับขี่รถยนต์ แม้ว่าปัญหาข้างต้นยังไม่เคยพบในประเทศไทยรวมถึงภูมิภาคอาเซียน แต่บริษัทฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจและเห็นควรตรวจสอบรถยนต์ทุกคันที่อยู่ในข่ายเพื่อแก้ไขอาการดังกล่าว
.
บริษัทฯ ขอเรียนเชิญลูกค้าเจ้าของรถยนต์รุ่นดังกล่าวนำรถยนต์เข้ารับการตรวจสอบและแก้ไข เพื่อเปลี่ยนท่อยางระบายไอน้ำมันเครื่องในนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ และรีโปรแกรมชุดควบคุมการทำงานของรถยนต์นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ และรถยนต์นิสสัน ลีฟ โดยเริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ 24 กรกฎาคม 2566 เป็นต้นไป ได้ที่ศูนย์บริการนิสสันทุกแห่งทั่วประเทศ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้บริษัทฯจะติดต่อลูกค้าเจ้าของรถโดยตรงเพื่อแจ้งรายละเอียดให้ทราบต่อไป
.
เพื่อประสิทธิภาพในการใช้รถยนต์กรุณานำรถยนต์เข้ารับการบริการโดยเร็ว ทั้งนี้ กรุณาโทรศัพท์นัดหมายล่วงหน้า กับศูนย์บริการดังมีรายชื่อปรากฏในสมุดรับประกันและการบำรุงรักษา เพื่อให้บริษัทฯ และศูนย์บริการได้จัดเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกและการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว โดยการตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขที่จำเป็น จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง*
* ประมาณการณ์เวลาในการตรวจสอบและการแก้ไข ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตารางนัดหมายการเข้ารับบริการของศูนย์บริการผู้จำหน่ายฯ แต่ละแห่ง

ลูกค้าสามารถตรวจสอบรายชื่อและที่อยู่ศูนย์บริการ และตรวจสอบหมายเลขตัวถังได้ตาม QR Code ที่ปรากฏอยู่ด้านท้ายของประกาศนี้

และหากมีข้อสอบถามเพิ่มเติม กรุณาติดต่อศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์นิสสัน หมายเลขโทรศัพท์ 0-2401-9600 (สำหรับกรุงเทพฯ หรือปริมณฑล) หรือ หมายเลขโทรศัพท์ 1-800-900-500 (โทรฟรี) สำหรับต่างจังหวัด ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

บริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมในครั้งนี้จะสร้างความพึงพอใจและความมั่นใจสูงสุดต่อผลิตภัณฑ์นิสสัน และขออภัยในความไม่สะดวกอันเนื่องมาจากกิจกรรมดังกล่าวมา ณ ที่นี้

รายชื่อและที่อยู่ศูนย์บริการ : https://bit.ly/3qxYStC
ตรวจสอบหมายเลขตัวถัง : https://bit.ly/3CjyDJG

บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย เปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู R 18 Roctane ใหม่ นำเสนอประสบการณ์การขี่มอเตอร์ไซค์สไตล์ครุยเซอร์และทัวร์ริ่งที่ไม่เหมือนใคร

0

บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย เปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู R 18 Roctane ใหม่ ในฐานะมอเตอร์ไซค์
รุ่นที่ห้าของตระกูล R 18 อันเลื่องชื่อ โดยมอเตอร์ไซค์ในตระกูล R 18 อยู่ในกลุ่มที่ร่วมเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์ของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ด้วยการผสมผสานสไตล์วินเทจเข้ากับเทคโนโลยีการขับขี่ที่ดีที่สุดในศตวรรษที่ 21 ทั้งยังหลอมรวมความเป็นครุยเซอร์และทัวร์ริ่งแบบแบ็กเกอร์คัสตอมเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมองค์ประกอบที่ชวนให้นึกถึงบ็อกเซอร์ในตำนานปี 1936 บีเอ็มดับเบิลยู R 18 Roctane ใหม่ ยังคงนำเสนอแก่นแท้ของการขี่มอเตอร์ไซค์ซึ่งยกระดับประสบการณ์การขับขี่ไปสู่อีกขั้นด้วยการออกแบบที่น่าเกรงขาม เทคโนโลยีอันล้ำสมัย และสมรรถนะที่เหนือชั้นกว่าใคร 

บีเอ็มดับเบิลยู R 18 Roctane ใหม่ สีเทา Mineral Grey Metallic Matte
ราคาจำหน่าย: 1,375,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) 

ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่แข็งแกร่ง เทคโนโลยีที่ทันสมัย และชิ้นส่วนแท้ในสไตล์แบ็กเกอร์คัสตอม บีเอ็มดับเบิลยู R 18 Roctane ใหม่นี้สานต่อสไตล์อันโดดเด่นจากบีเอ็มดับเบิลยู R 5 รุ่นก่อนหน้า ซึ่งหัวใจสำคัญคือเครื่องยนต์ บ็อกเซอร์ระบายความร้อนด้วยอากาศและน้ำมัน มาพร้อมกับการออกแบบที่เพรียวลม แตกต่างด้วยการใช้เทคโนโลยีไฟ LED ที่ล้ำสมัยซึ่งได้รับการตีความแบบคลาสสิก นอกจากนั้น มอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ยังโดดเด่นด้วยเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ขนาดใหญ่ 4 จังหวะ 2 สูบ หรือ ‘บิ๊กบ็อกเซอร์’ พร้อมความจุ 1,802 ซีซี สามารถส่งกำลังได้ถึง 67 กิโลวัตต์ (91 แรงม้า) ที่ 4,750 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิด 158 นิวตันเมตรที่ 3,000 รอบต่อนาที รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงไร้สารตะกั่วค่าออกเทน 95 ขึ้นไป นอกเหนือจากประสิทธิภาพเครื่องยนต์อันน่าประทับใจแล้ว มอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ยังสามารถทำความเร็วได้สูงสุดมากกว่า 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ให้เสียงเครื่องยนต์อันน่าหลงใหลในทุกท้องถนนอีกด้วย

มอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยเพลา พร้อมชุดเกียร์ 6 สปีด แบบ claw-shift และคลัทช์เดี่ยวแบบแห้ง และยังโดดเด่นด้วยมาตรฐานการผลิตคุณภาพสูงและความประณีตในรายละเอียดต่าง ๆ เช่น การเชื่อมข้อต่อระหว่างโครงสร้างเหล็กและการขึ้นรูปชิ้นส่วนเหล็กหล่อต่าง ๆ นอกจากนี้ สวิงอาร์มหลังยังได้รับแรงบันดาลใจจากบีเอ็มดับเบิลยู R 5 ยึดต่อกับเพลาหลังด้วยข้อต่อสลักเกลียวแบบดั้งเดิม บีเอ็มดับเบิลยู R 18 Roctane ใหม่
ยัง
ตอกย้ำความคลาสสิกที่สืบทอดกันมาด้วยความโดดเด่นของตัวถังแบบเหล็ก ไม่ว่าจะเป็น ถังน้ำมัน ฝาครอบล้อหน้าและล้อหลัง และตัวเรือนไฟหน้า ซึ่งให้ความรู้สึก
สง่างามเหนือกาลเวลา

ระบบช่วงล่างของบีเอ็มดับเบิลยู R 18 Roctane ใหม่ ยังคงความคลาสสิกด้วยการใช้ช่วงล่างแบบเทเลสโคปิกแทนการควบคุมด้วยไฟฟ้า โดยมีคานรับน้ำหนักกลางที่ปรับตั้งค่าความหนืดและการยุบตัวของสปริงได้ เพื่อการควบคุมที่เฉียบคมและนุ่มสบาย ระยะยุบตัวโช้คหน้า 120 มิลลิเมตร และระยะยุบตัวโช้คหลัง 90 มิลลิเมตร ระบบเบรกของบีเอ็มดับเบิลยู R 18 Roctane ใหม่ มาพร้อมดิสก์เบรกคู่ที่ล้อหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยวที่ล้อหลัง และคาลิปเปอร์เบรกแบบตายตัว 4 ลูกสูบ ล้อหน้าขนาด 21 นิ้วซึ่งใหญ่ขึ้น เมื่อรวมกับล้อหลังขนาด 18 นิ้ว เสริมลุคให้มอเตอร์ไซค์รุ่นนี้สะดุดตายิ่งขึ้น

บีเอ็มดับเบิลยู R 18 Roctane ใหม่ มากับโหมดการขี่สามโหมดที่ติดตั้งเป็นมาตรฐาน ได้แก่ ‘Rain’, ‘Roll’ และ ‘Rock’ ซึ่งค่อนข้างพิเศษสำหรับมอเตอร์ไซค์ในเซ็กเมนต์นี้ อุปกรณ์มาตรฐานยังรวมถึงระบบควบคุมการทรงตัวแบบอัตโนมัติ (ASC) ซึ่งให้ความปลอดภัยในการขี่ระดับสูง นอกจากนั้น ระบบเกียร์ถอยหลัง (Reverse Gear) ยังช่วยให้การถอยรถเป็นไปได้อย่างสะดวกสบายและระบบช่วยออกตัวในทางลาดชัน (Hill Start Control) ช่วยให้การออกตัวขึ้นเนิน เป็นเรื่องง่าย ระบบควบคุมความเร็วคงที่ (Cruise Control) ช่วยให้ผู้ขับขี่รักษาความเร็วให้คงที่บนถนนที่เป็นทางตรง ในขณะที่ระบบทำความร้อนที่แฮนด์ (Heated Grips) ช่วยทำให้มือของผู้ขี่อบอุ่นขึ้นในวันที่อากาศหนาวเย็น ระบบสตาร์ทแบบไร้กุญแจ (Keyless Ride) ช่วยเสริมความทันสมัยให้กับบีเอ็มดับเบิลยู R 18 Roctane ใหม่ ในขณะที่ไฟส่องสว่างในตอนกลางวัน ไฟหน้า Adaptive พร้อมระบบ Headlight Pro ช่วยให้แสงสว่างบนถนนที่ชัดเจนขึ้น ผู้ขับขี่จะได้รับความปลอดภัยยิ่งขึ้นในทุกเส้นทางกับฝาถังน้ำมันเชื้อเพลิงพร้อมระบบล๊อกและระบบตรวจสอบความดันลมยาง (RDC)

บีเอ็มดับเบิลยู R 18 Roctance ใหม่ สืบทอดอัตลักษณ์ดั้งเดิมของมอเตอร์ไซค์สไตล์แบ็กเกอร์คัสตอมยุคก่อนมาพร้อมกับเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและดีไซน์ที่ร่วมสมัย ตัวอักษร ‘BERLIN BUILT’ บนหน้าปัดตอกย้ำถึงต้นกำเนิดของมอเตอร์ไซค์รุ่นดังกล่าว มอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ยังนำเสนอความสมดุลตามหลักสรีรศาสตร์และตำแหน่งการวางเท้าที่สะดวกสบาย ทำให้อยู่ในท่าขี่ที่ผ่อนคลายและกระฉับกระเฉงเพื่อให้สามารถควบคุมมอเตอร์ไซค์ได้อย่างพอดี แฮนด์จับสีดำเคลือบทรงสูงให้ตำแหน่งการขี่ที่ตั้งตรงและผ่อนคลาย นอกจากนั้น เบาะนั่ง 2 ระดับที่เพรียวบางไปทางด้านหลัง พร้อมสายรัดผู้โดยสารด้านหลัง ถูกติดตั้งมาพร้อมกับแผ่นวางเท้าที่เชื่อมกับแป้นเปลี่ยนเกียร์ บีเอ็มดับเบิลยู R 18 Roctance ใหม่ ยังเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการขับขี่ทางไกลและท่องเที่ยวโดยมาพร้อมกับถังเก็บสัมภาระความจุข้างละ 27 ลิตร

บีเอ็มดับเบิลยู R 18 Roctane ใหม่ มาในสีเทา Mineral Grey Metallic Matte พร้อมอวดโฉมอันน่าทึ่งด้วยสีตัวถังภายนอกที่ดึงดูดใจ

พิสูจน์การเดินทางข้ามพรมแดน ไทย-สิงค์โปรด้วย Porsche Tycan และ Shell Recharge ด้วยเวลา 29 ชั่วโมง 15 นาที 

0
Porsche Tycan Pic Open

ปอร์เช่ ฉลองอีกก้าวแห่งประวัติศาสตร์ที่ประสบความสำเร็จในช่วงครบรอบ 75 ปี ด้วยบทพิสูจน์การเดินทางที่ใช้ระยะเวลาเร็วที่สุดของ Porsche Tycan รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าจากประเทศไทยสู่สิงคโปร์ โดยตัวแทนสื่อมวลชน 3 คนจากประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย ผลัดกันอยู่ตำแหน่งหลังพวงมาลัยเพื่อเดินทางไกลกว่า 1,800 กิโลเมตรจากบางใหญ่ เขตปริมณฑล ประเทศไทย ไปยังจุดหมายที่ Gardens by the Bay ในประเทศสิงคโปร์

Porsche Tycan 1

เครือข่ายการชาร์จประสิทธิภาพสูง (HPC) ของ Shell Recharge ดำเนินการโดยความร่วมมือของเชลล์กับปอร์เช่โดยใช้เครื่องชาร์จที่จัดหาโดย ABB ให้การชาร์จที่ราบรื่นและรวดเร็วเป็นพิเศษตลอดการเดินทาง ยกระดับยานพาหนะพลังงานไฟฟ้าที่ไม่มีใครเหมือน – ปอร์เช่ ไทคานน์ 4เอส ครอส ทัวริสโม (Porsche Taycan 4S Cross Turismo) ได้รับเลือกให้เป็นรถยนต์สำหรับโปรเจกต์ Taycan Record Run เตรียมพร้อมสำหรับการผจญภัยด้วยพิสัยการเดินทางสูงสุดถึง 512 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟเต็ม พร้อมด้วยการควบคุมแบบไดนามิกและ DNA ของปอร์เช่ที่ไม่มีใครเทียบได้

การเดินทางจากประเทศไทยไปสิงคโปร์เสร็จสิ้นโดยใช้เวลารวมเพียง 29 ชั่วโมง 15 นาที ซึ่งเป็นที่ยอมรับโดย Singapore and Malaysia Book of Records

Porsche Tycan  3

ความสำเร็จนี้ได้รับการขนานนามว่า “Taycan Record Run” โดยตัวแทนสื่อมวลชนนำโดย พลพัต สาเลยยกานนท์ จากประเทศไทย, Pan Eu-Jin จากมาเลเซีย และ Desmond Chan จากสิงคโปร์ ทั้ง 3 คนได้ผลัดเปลี่ยนมือขับขี่บนเส้นทางที่ยาวไกลถึง 1,845 กิโลเมตร โดยหยุดรถเพียงเพื่อการชาร์จไฟสั้นๆ ระหว่างทาง ด้วยเครือข่าย Shell Recharge HPC และเครื่องชาร์จ ABB ขนาด 180 ถึง 360 กิโลวัตต์ สามารถใช้งานได้สะดวกและชาร์จได้เร็วเป็นพิเศษ และด้วยนวัตกรรมการติดตั้งระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลต์ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) ช่วงเวลาการชาร์จไฟแต่ละครั้งที่ใช้บนเส้นทางนี้ จึงกินเวลาไม่เกิน 25 นาทีโดยเฉลี่ย

Porsche Tycan  4

“รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า 100% คันแรกของเรา ปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) ได้สร้างมาตรฐานในเรื่องของสมรรถนะแบบสปอร์ต การควบคุมแบบไดนามิก และการชาร์จที่มีประสิทธิภาพแล้ว ตอนนี้ เรายังยกระดับการใช้งานของรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าให้ดียิ่งขึ้นไปอีก โดยพิสูจน์ให้เห็นว่าการเดินทางอย่างต่อเนื่องด้วยรถพลังงานไฟฟ้าล้วน สามารถข้ามพรมแดนในระยะทางไกลด้วยการทำเวลาได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น ด้วยการสร้างสถิติใหม่ระหว่างประเทศไทยไปถึงสิงคโปร์เป็นครั้งแรก โดยไม่มีการหยุดพักค้างคืน” มร. ปีเตอร์ โรห์เวอร์ กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทย กล่าว

Porsche Tycan  6

“การร่วมกับพันธมิตรของเราอย่าง Shell Recharge, ABB E-Mobility, Michelin และ TAG Heuer รวมถึงเราอยากกล่าวขอบคุณนักขับทั้ง 3 คนที่จบการขับขี่อย่างต่อเนื่องสำหรับการบันทึกสถิติครั้งประวัติศาสตร์นี้ ความสำเร็จที่โดดเด่นในวันนี้ตอกย้ำความทะเยอทะยานของปอร์เช่ที่จะเป็นผู้บุกเบิกยานยนต์ที่ยั่งยืน” มร. ปีเตอร์ โรห์เวอร์กล่าวต่อ

Porsche Tycan  7

“วันนี้เชลล์ภูมิใจที่ Shell Recharge เปิดให้บริการครบทั้ง 11 สาขา ด้วยความเป็นพันธมิตรที่ดีของเชลล์และปอร์เช่ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค ทำให้ผู้ขับขี่ด้วยรถยนต์ไฟฟ้าเดินทางเชื่อมต่อจากประเทศไทย มาเลเซียและสิงค์โปร์ ได้ด้วยความสะดวกสบายและง่ายดายมากยิ่งขึ้น ด้วยจุดชาร์จพลังงานไฟฟ้า DC chargers ขนาด 180 กิโลวัตต์ และ 360 กิโลวัตต์ ให้ประสบการณ์การชาร์จด้วยความรวดเร็วเชื่อถือได้ รวมถึงความสะดวกสบายจากจุดบริการจาก Shell Deli และ Select ที่สถานีบริการของเชลล์ เพื่อเติมเต็มความสุขตลอดการเดินทางของลูกค้าทุกคน ด้วยเครือข่ายการให้บริการสถานีชาร์จไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงที่ยาวที่สุดนี้ ถือเป็นการขับเคลื่อนการเดินทางสำหรับอนาคตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้เกิดเส้นทางสัญจรที่ปราศจากมลภาวะมุ่งสู่การเดินทางที่ยั่งยืน ตามกลยุทธ์ Shell Powering Progress“ นาย โอมาร์ เชค กรรมการบริหารธุรกิจโมบิลิตี้ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด

Porsche Tycan 2

“ABB E-mobility มีความภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับ Porsche และ Shell Recharge ในการรันสถิติครั้งนี้ งานนี้เป็นเวทีที่ยอดเยี่ยมในการแสดงความเป็นไปได้ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สำหรับการเดินทางระยะไกลด้วยพลังงานไฟฟ้า ซึ่งนำไปสู่การปล่อยมลพิษสุทธิเป็นศูนย์และอนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น โครงการ Taycan Record Run ยังแสดงให้เห็นว่าประสบการณ์การชาร์จ EV เป็นมิตรกับผู้ใช้ได้อย่างไร และที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่รถพลังงานไฟฟ้า (EV)” Wee Jin Lee หัวหน้าภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิกของ ABB E-Mobility แสดงความคิดเห็น

Taycan Record Run ครั้งแรก – ความจริงที่เกิดขึ้น

หนึ่งวันก่อนที่ Taycan Record Run จะเริ่มต้นขึ้น การเตรียมการที่ศูนย์ปอร์เช่ กรุงเทพฯ (Porsche Centre Bangkok) โดยบริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ดำเนินไปด้วยดี มั่นใจด้วยมาตรฐานของตัวแทนจำหน่ายรถปอร์เช่ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อรถได้เดินทางมาถึง เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคประจำศูนย์ปอร์เช่ กรุงเทพฯ (Porsche Centre Bangkok) ได้ทำการตรวจสอบรถโดยละเอียดเพื่อให้แน่ใจว่ารถอยู่ในสภาพที่พร้อมออกเดินทาง

เพื่อการเตรียมตัวที่ดีที่สุด การบรรยายสรุปเกี่ยวกับเส้นทางและกำหนดการทั้งหมด ได้มีขึ้น ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 145 ปี พร้อมด้วยความหรูหราและโดดเด่นในกรุงเทพฯ จึงได้รับเลือกให้เป็นสถานที่ต้อนรับสำหรับงานพิเศษนี้ ถือได้ว่าเป็นส่วนเติมเต็มที่สมบูรณ์แบบสำหรับแบรนด์รถสปอร์ตสัญชาติเยอรมัน ที่มีประวัติศาสตร์และเรื่องราวที่เต็มเปี่ยมเช่นกัน ซึ่งในช่วงเย็นของวันที่ 17 กรกฎาคม นักขับทั้ง 3 คนเดินทางมาจากประเทศบ้านเกิดของตน ร่วมฟังบรรยายสรุปและเตรียมความพร้อมอย่างเต็มพลังในคืนแรก

รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าที่ได้รับเลือกให้เป็นไฮไลท์สำหรับการบันทึกสถิติครั้งนี้คือ ปอร์เช่ ไทคานน์ 4เอส ครอส ทัวริสโม (Porsche Taycan 4S Cross Turismo) รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า 100% คันนี้ได้รับการยกระดับให้โดดเด่นจากรถพลังงานไฟฟ้า (EV) อื่นๆ ในวงการ และยังได้รับการเตรียมพร้อมอย่างเหมาะสมสำหรับการเดินทางทุกรูปแบบด้วยพื้นที่เพิ่มเติมและระยะห่างจากพื้น หลังจากอัปเดตซอฟต์แวร์ในปี 2022 ปอร์เช่ ไทคานน์ 4เอส ครอส ทัวริสโม (Porsche Taycan 4S Cross Turismo) ยังได้รับประโยชน์จากการพัฒนาช่วงพลังงานไฟฟ้า WLTP ให้สูงสุดถึง 512 กิโลเมตร ต้องขอบคุณนวัตกรรมการจัดการพลังงานความร้อน และการพัฒนาระบบดึงพลังงานย้อนกลับที่ดีขึ้น

ประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นของนักขับทั้ง 3 คน ได้เริ่มบันทึกเข้าสู่ Record books ในเช้ามืดวันรุ่งขึ้นคือ วันที่ 18 กรกฎาคมเมื่อรถไทคานน์มาถึงจุดเริ่มต้น ณ สถานีเติมน้ำมันเชลล์ที่บางใหญ่ เขตปริมณฑลประเทศไทย หลังจากเติมพลังงานไฟฟ้าให้กับรถโดยใช้เครื่องชาร์จ DC ขนาด 360 กิโลวัตต์ที่เร็วที่สุดของ ABB ที่สถานีนี้ เวลา 04.00 น. ตามเวลาประเทศไทย TAG Heuer ผู้รักษาเวลาอย่างเป็นทางการเริ่มต้นจับเวลาขึ้น เมื่อรถปอร์เช่ ไทคานน์ได้เคลื่อนตัวออกจากสถานีอย่างไร้เสียง เพื่อไปยังจุดหมายปลายที่ประเทศสิงคโปร์

ปอร์เช่ ไทคานน์ 4เอส ครอส ทัวริสโม (Porsche Taycan 4S Cross Turismo) ติดตั้งยางรถยนต์สมรรถนะสูง Michelin Pilot Sport 4 ซึ่งได้รับการการันตีและยกย่องในเรื่องของการบังคับควบคุมเสถียรภาพและประสิทธิภาพการเบรกที่ยอดเยี่ยมในทุกสถานการณ์เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

 

มิชลินได้ออกแบบยางรถยนต์ตามความต้องการของลูกค้าอย่างพิถีพิถัน ซึ่งช่วยเติมเต็มสมรรถนะของรถปอร์เช่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ยางที่ล้ำสมัยเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสบการณ์การขับขี่โดยมอบการยึดเกาะ เสถียรภาพ และการควบคุมที่เหมาะสมที่สุด แม้ในสภาวะการขับขี่ที่ยากลำบากที่สุด

เนื่องจากเส้นทางที่รออยู่ข้างหน้า เราไม่อาจคาดเดาได้ ผู้ขับขี่จึงต้องมั่นใจได้ว่ารถที่ขับอยู่นั้นจะสามารถรับมือกับทุกสภาพถนนได้ หลังจากโปรแกรมการแนะนำเส้นทางภายในรถ (Navigation) ให้วิ่งตรงออกจากกรุงเทพฯ นักเดินทางทั้ง 3 คนจึงรีบทำภารกิจตรงไปที่จุดจอดชาร์จแรกในเส้นทางของพวกเขา พร้อมด้วยพระอาทิตย์ปรากฏขึ้นทักทายพวกเขาครั้งแรกที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

Porsche Tycan 9

ตลอดเส้นทาง การขับขี่ถูกควบคุมให้อยู่ภายใต้กฎหมายจำกัดความเร็วทั้งหมด เพื่อไม่ให้การบันทึกสถิติที่สำคัญนี้เป็นโมฆะหรือเพิ่มการสิ้นเปลืองแบตเตอรี่ของรถ และจะไม่มีการจอดเพื่อชาร์จไฟเพิ่มเติมนอกเหนือจากแผนที่กำหนดไว้ ซึ่งสื่อมวลชนทั้ง 3 คน ได้สัมผัสประสบการณ์และใช้ประโยชน์จากสิทธิพิเศษที่ทางปอร์เช่ ประเทศไทย และเชลล์ มอบให้กับเจ้าของรถปอร์เช่ ไทคานน์ทุกคนบนเครือข่าย Shell Recharge HPC โดยสามารถสำรองที่ชาร์จครั้งต่อไปไว้ได้ล่วงหน้าสูงสุด 60 นาทีก่อนที่จะขับรถมาถึงสถานีชาร์จ

ระหว่างทางลงใต้ผ่านคาบสมุทรไทยในช่วงเวลากลางวัน ดีไซน์การตกแต่งพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปี ปอร์เช่บนตัวถังรถได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ร่วมเส้นทาง เราได้รับความปรารถนาดีที่อวยพรให้การเดินทางครั้งนี้ประสบความสำเร็จจากทุกจุดจอดชาร์จไฟซึ่งใช้เวลาอย่างรวดเร็ว เมื่อรถแล่นผ่านจังหวัดชุมพรไปนครศรีธรรมราช และลงใต้สู่เมืองหาดใหญ่ ในตอนค่ำ ทั้ง 3 คนผ่านด่านศุลกากรที่ด่านสะเดาได้อย่างราบรื่น และตรงไปยังจุดกึ่งกลางเส้นทางของโครงการ ซึ่งเป็นจุดจอดแรกในประเทศมาเลเซียที่ศูนย์ปอร์เช่ ปีนัง (Porsche Centre Penang)

Porsche Tycan 11

พนักงานของปอร์เช่ ประเทศมาเลเซีย และเจ้าหน้าที่ของ TAG Heuer ตีบันทึกรับรองเวลาจุดกึ่งกลางของเส้นทางที่: 17 ชั่วโมง 55 นาที เริ่มตั้งแต่ทั้ง 3 คน ขับออกจากสถานีเชลล์ในบางใหญ่ ประเทศไทย สำหรับเครื่องชาร์จไฟพลังงานสูง (DC) ขนาด 350 กิโลวัตต์ที่ได้รับการอัปเกรดเมื่อเร็วๆ นี้ที่ศูนย์ปอร์เช่ ปีนัง (Porsche Centre Penang) ได้แสดงศักยภาพทันที ทำให้ ไทคานน์ (Taycan) อยู่ในสถานะการชาร์จจาก 0 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ในเวลาน้อยกว่า 25 นาที ขณะที่หยุดพัก ผู้เข้าร่วมทำสถิติมีเวลาพักผ่อนอย่างสั้นๆ และเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางข้างหน้าในความมืดต่อไป

 

ได้เวลากลับมาสู่ถนนอีกครั้ง ความเหนื่อยล้าลดลงไปบ้างหลังจากผ่านไปกว่า 20 ชั่วโมงบนถนนโดยมีเพียงการพักระหว่างทางที่จำกัด ตอนนี้ระบบช่วยเหลือความปลอดภัยของ ไทคานน์ (Taycan) ถูกเรียกใช้งาน เช่น ไฟหน้า LED Porsche Dynamic Light System Plus (PDLS+) ที่สว่างไสวส่องเส้นทางด้านหน้า ขณะที่ระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้ทั้ง 3 คน ขับขี่ได้อย่างปลอดภัยในขณะที่พวกเขากำลังฝ่าฟันความเหน็ดเหนื่อยเพื่อให้มีสมาธิจดจ่อกับถนนข้างหน้า

บนข้อมือของผู้ขับขี่ทั้ง 3 คนมีอุปกรณ์บอกเวลาเพิ่มเติม คือ สมาร์ทวอทช์ TAG Heuer Connected Calibre E4 และ TAG Heuer Connected Calibre E4 Porsche Edition TAG Heuer Connected Watch ซึ่งคือผลิตภัณฑ์ที่ยกระดับการผลิตนาฬิกาให้สูงขึ้นไปอีกขั้น เป็นการแสดงออกถึงความเป็นเลิศในด้านเทคโนโลยี การเชื่อมต่อ และการออกแบบ

TAG Heuer Connected Calibre E4 Porsche Edition ได้รับแรงบันดาลใจจากรถปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมด พร้อมด้วยคุณสมบัติการเชื่อมต่อที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับเจ้าของรถปอร์เช่ นอกเหนือจาก แอปด้านกีฬาและการออกกำลังกายที่หลากหลาย ยังได้นำเสนอคุณสมบัติอื่นจากพาร์ทเนอร์ด้านดิจิทัลที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ TAG Heuer อีกด้วย และมาพร้อมกับประสิทธิภาพที่แม่นยำ สมาร์ทวอทช์นี้มีฟีเจอร์การติดตามสถานะของไทคานน์ (Taycan) ด้วยการแสดงระดับแบตเตอรี่ของรถและระยะทางที่เหลือ ทำให้การคำนวณการขับขี่รถพลังงานไฟฟ้าเป็นเรื่องง่ายในขณะที่ทั้ง 3 คนต้องเดินทางต่อไปในความมืด

หลังจากช่วงเวลาการชาร์จอีกครั้งที่ Shell Recharge Tapah ซึ่งอยู่ทางลงใต้ ไทคานน์ (Taycan) ก็ได้เดินทางด้วยความเงียบข้ามคาบสมุทรมาเลเซียอันกว้างใหญ่ ผู้ขับขี่ทั้ง 3 คน แวะชาร์จไฟเป็นครั้งสุดท้ายที่สถานีชาร์จ Shell Recharge Tangkak ทางทิศใต้ ปลายสุดของรัฐยะโฮร์ ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายก่อนมุ่งหน้าสู่ประเทศสิงคโปร์

Porsche Tycan 15

 

เป็นที่น่าเสียดายขณะที่นักขับทั้ง 3 คน กำลังขับผ่านพรมแดนมาเลเซีย-สิงคโปร์ในเช้าวันพุธ ได้เกิดความท้าทายที่ด่านตรวจ Tuas ทำให้เราต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าทันที ซึ่งต้องขอขอบคุณ ไทคานน์ ครอส ทัวริสโม่ (Taycan Cross Turismo) คันสำรองที่เราต้องนำมาใช้งานแทนในช่วงสุดท้าย

การมาถึงอย่างมีชัยชนะ
เหล่านักขับของเราได้เดินทางข้ามด่าน Tuas และเข้าสู่สิงคโปร์ภายใต้ท้องฟ้าที่มีฝนตกหนัก บุคคลสำคัญทั้ง 3 คนอยู่ในช่วงสุดท้ายของการเดินทาง เพียงแค่ข้ามทางด่วน Ayer-Rajah และเลี้ยวออกที่ Marina Coastal

เวลา 10:15 น. รถแล่นเข้าสู่เส้นชัย – โครงสร้าง SG50 Lattice ภายในพื้นที่อันงดงามของ Gardens by the Bay โดยมีเส้นขอบฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ของสิงคโปร์สมัยใหม่เป็นฉากหลัง รถไทคานน์ (Taycan) ที่สร้างสถิติใหม่มาถึงพร้อมกับชัยชนะ ผู้ขับขี่ทั้ง 3 คนได้รับการต้อนรับโดยตัวแทนสื่อประเทศสิงคโปร์ ตัวแทนผู้บริหารของ Porsche ทั้ง 3 ประเทศ และพันธมิตรของกิจกรรม ตลอดจนเจ้าหน้าที่จาก Singapore and Malaysia Book of Records

Porsche Tycan 10

หลังจากการประกาศเฉลิมฉลอง ผู้จับเวลาของ TAG Heuer ได้รับรองความถูกต้องของใบบันทึกเวลาสำหรับการเดินทางต่อเนื่องในครั้งนี้ทั้งหมด และป้อนตัวเลข: 29 ชั่วโมงและ 15 นาที พร้อมด้วยตัวแทนจาก Singapore Book of Records, Porsche Singapore และ Shell มอบใบรับรองให้กับผู้ขับขี่ทั้ง 3 คน เป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าพวกเขาได้เสร็จสิ้นภารกิจการเดินทางต่อเนื่องที่ใช้ระยะเวลาเร็วที่สุดด้วยรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าจากประเทศไทยสู่สิงคโปร์ด้วยความสำเร็จที่น่ายินดี ปอร์เช่ ไทคานน์ 4เอส ครอส ทัวริสโม (Porsche Taycan 4S Cross Turismo) และนักขับทั้ง 3 คนคือผู้บุกเบิกในหนังสือประวัติศาสตร์

 

ตรีเพชรอีซูซุเซลส์รับมอบรางวัลเกียรติยศ “No.1 Brand Thailand 2023” จาก Marketeer

0

กลุ่มตรีเพชร รับมอบรางวัล “Marketeer No.1 Brand Thailand 2023” ตอกย้ำความสำเร็จแบรนด์รถปิกอัพยอดนิยมอันดับ 1 ในประเทศไทย หรือ “แบรนด์แห่งผู้นำ” ซึ่งเป็นผลสำรวจจากการเฟ้นหาแบรนด์สินค้าและบริการที่เป็นหนึ่งในใจผู้บริโภคชาวไทย จัดโดยนิตยสาร Marketeer และ Marketeer Online โดยคุณสมคิด แสงอารยะกุล กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เป็นผู้รับมอบรางวัล ณ ห้องฉัตรา บอลรูม โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ

ร่วมติดตามและอัพเดทข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่  www.isuzu-tis.com  หรือ LINE: @isuzuthai

TTC Motor มอบความพิเศษกลางปี ยกขบวนรถใหม่ป้ายแดง รถผู้บริหารไมล์น้อยและรถเดโม่

0

TTC Motor จัดหนัก จัดเต็มกับความพิเศษกลางปี ด้วยโปรโมชั่นและอีเว้นต์หลากหลาย TTC Rain Down Offers ยกขบวนรถใหม่ป้ายแดง และรถผู้บริหารไมล์น้อย รถเดโม่ จาก Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG ราคาต่ำกว่า 2 ล้าน พร้อมรับข้อเสนอฉ่ำว้าว ที่คุณไม่อาจปฏิเสธได้ ทั้งยังจะได้เพลิดเพลินกับอีเว้นต์สนุกสนาน สอดแทรกสาระ มอบให้กับทุกท่านที่มาชมหรือเลือกซื้อในวันที่ 22-23 กรกฎาคมนี้ ที่พัฒนาการ 45

คุณอัครินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์, เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี, เมอร์เซเดส-มายบัคและเมอร์เซเดส-อีคิว อย่างเป็นทางการ เปิดเผยว่า ทีทีซี มอเตอร์ จัดหนัก จัดเต็มกับความพิเศษกลางปี ด้วยโปรโมชั่นและอีเว้นต์หลากหลายกับแคมเปญ TTC Rain Down Offers กับรถใหม่ป้ายแดงหลากรุ่น สามารถเลือกรับ ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 6 ปี* หรือ  MBSP Extra Guarantee นานสูงสุด 5 ปี* ก่อนตัดสินใจออกรถยนต์ Mercedes-Benz ทุกรุ่น

ในส่วนของรถผู้บริหารไมล์น้อยและรถเดโม่ จาก Mercedes-Benz  Certified ยิ้มรับข้อเสนอสุดฉ่ำ!  รถราคาพิเศษเริ่มต้นไม่เกิน 2 ล้านบาท รับข้อเสนอสุดว้าว – ออกรถเริ่มต้น 77,000 บาท* , ผ่อนสูงสุด 7 ปี *, รับวารันตี 1 ปี หรือ 20,000 กม.*

ส่วนข้อเสนอสำหรับรถเดโม่ ไมล์น้อย เริ่มต้นที่หลักร้อย คุณภาพหลักล้าน ประหยัดกว่าป้ายแดงสูงสุดกว่า 7 แสนบาท* รับดอกเบี้ย 0% นาน 12 เดือน* หรือ รับ MBSP สูงสุด 5 ปี*  *เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด มาหลบฝน พร้อมเลือกชมรถก่อนใคร ๆ ณ โชว์รูม TTC Motor พัฒนาการ 45 แคมเปญนี้จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 22-23 กรกฎาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 08.30 น.-18.00 น ลงทะเบียนผ่านทาง QR code (ในเอกสารแนบ) หรือลิ้งค์นี้ : http://bit.ly/TTCRainDownOffers ก่อนตัดสินใจออกรถยนต์ Mercedes-Benz ทุกรุ่น อย่าพึ่งแน่ใจว่าได้ดีลที่ดีที่สุด หากยังไม่ได้โทรหาที่ปรึกษาการขายของ #TTCMotor

สำหรับรถผู้บริหารไมล์น้อยและรถเดโม่ที่น่าสนใจสุด ๆ อาทิ Mercedes-Benz A 200 AMG , C 220d Avantgarde , C 300e Avantgrade , SLC 300 AMG Dynamic , GLC 300e Coupe 4MATIC AMG Dynamic , AMG C43 Sedan , S580 e AMG Premium ฯลฯ

ทีทีซี มอเตอร์ 2 สาขา คือสาขาพัฒนาการ 45 โทร.1274, 02-322-2222,083-545-6456 และสาขาอุบลราชธานี โทร. 045-475-222  , www.facebook.com/BenzTTC   TTC Motor #ครบจบทุกเรื่องเบนซ์ ผู้จำหน่าย Mercedes-Benz , Mercedes-AMG , Mercedes-EQ , Mercedes-Maybach ,  Sprinter  อย่างเป็นทางการ   Line : https://bit.ly/LINEBENZTTC   IG : https://bit.ly/IGBENZTTC

(มีคลิปวีดีโอ) พา Mazda 2 2023 ไปลองสนามทดสอบมูลค่า 3.7 พันล้านบาท ของสถาบันยานยนต์

0
Mazda 2 2023 Pic Open

ถึงคิวการทดสอบสมรรถนะของ Mazda 2 2023 หลังจากเปิดตัวดีไซน์ใหม่ ที่เลือกได้ตามสไตล์คุณ ซึ่งมีถึง 83 แบบ กิจกรรมทดสอบในครั้งนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้กันกับ “ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ” (ATTRIC) ซึ่งเปิดให้ได้สัมผัสถึงความอลังการด้วยงบประมาณการสร้างกว่า 3.7 พันล้านบาท เรื่องราวทั้งหมด ติดตามรับชมได้จากรายงาน

กระแสตอบรับดีเกินคาด เพราะหลังจาก มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เปิดตัวเพียงแค่ 5 วันก็กวาดยอดจองไปกว่า 1.5 พันคัน กับ Mazda 2 2023 ที่มีทั้ง Sport Design และ New Wave Design พร้อมเติมแต่งสีสันความสปอร์ตด้วยรุ่นพิเศษ Rookie Drive และ Clap Pop

Mazda 2 2023 1

สำหรับรุ่นที่ได้ทำการทดสอบนั่นคือ Mazda 2 2023 รุ่น Rookies Drive ในรูปแบบ 5 ประตู กับราคาค่าตัว 662,000 บาท

Mazda 2 2023  2

การปรับปรุงในครั้งนี้มากับการเป็นแฟชั่นคาร์เต็มตัว จากชุดแต่งที่มีให้เลือกหลากหลายแบบ เริ่มจากกระจังหน้า สีขาว คิ้วตกแต่งกระจังหน้าและกันชนหลัง สีส้ม Racing Orange

Mazda 2 2023 3

มีชุดครอบกระจกมองข้าง สีส้ม Racing Orange ชุดสติกเกอร์ Rookie Drive รอบคัน ฝาครอบล้อ สีส้ม Racing Orange ชุดสปอยเลอร์หลัง รุ่น 5 ประตู สีส้ม Racing Orange และเสาอากาศแบบครีบฉลาม

Mazda 2 2023  4

Mazda 2 2023  6

ภายในปรับไม่มาก ใช้สีส้มและสีเดียวกับตัวรถตกแต่งให้มีความฉูดฉาดมากยิ่งขึ้น พร้อมด้วยเทคโนโลยีเชื่อมต่อไร้ขีดจำกัด Mazda Connect ที่รองรับ Wireless Apple CarPlay® และ Android AutoTM ผ่านหน้าจอ Center Display แบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ควบคุมด้วย Center Commander พร้อมอุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย

Mazda 2 2023  7

เทคโนโลยี i-Activsense มาครบ อาทิ ระบบควบคุมความเร็วคงที่ (Cruise Control) ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติแบบ Advance (Advanced SCBS) ระบบภาพ 360 องศา รอบทิศทาง (360 View Monitor) ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกจากเลน (LDWS) ระบบเตือนการชนด้านหน้าและเบรกอัตโนมัติ (MRCC) กระจกมองข้างปรับและพับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว เซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้าและด้านหลัง ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาในขณะถอยหลัง RCTA

รถคันนี้ใช้เครื่องยนต์สกายแอคทีฟ เบนซิน 1.3 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 93 แรงม้า พร้อมแรงบิด 123 นิวตันเมตร ประหยัด 23.3 กม.ต่อลิตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะพร้อมแมนนวลโหมด

Mazda 2 2023  8

ระบบช่วงล่างหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังเป็นแบบทอร์ชั่นบาร์ และนอกจากระบบความปลอดภัย i-Activsense ยังมีเทคโนโลยี G-Vectoring Control Plus (GVC Plus) ที่เป็นไฮไลท์เรื่องตัวช่วยการขับขี่

การทดสอบในครั้งนี้มุ่งหน้าจากกรุงเทพ ไปยังปลายทางซึ่งเป็นสถานที่ทดสอบ แบะในครั้งนี้ถือเป็นสัมผัสแรกที่ได้ทดสอบรถยนต์บนสนามทดสอบมาตรฐานระดับโลก กับ “ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ” (ATTRIC)

Mazda 2 2023  11

 

สำหรับศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ” (ATTRIC) สร้างขึ้นด้วยงบประมาณทั้งสิ้นกว่า 3.7 พันล้านบาท ตั้งอยู่บนเนื่อที่ 1,235 ไร่ ในอำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา

Mazda 2 2023 12

ส่วนทดสอบยางล้อนั้นมีสนามทดสอบยางล้อ ตามมาตรฐาน UN R117 (เกณฑ์มาตรฐานยางล้อที่จัดทำโดยคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจแห่งยุโรปของสหประชาชาติ) และอาคารปฏิบัติการทดสอบยางล้อ รวมทั้งดำเนินการติดตั้งเครื่องมือทดสอบยางล้อ ด้านมลพิษทางเสียง การยึดเกาะบนพื้นผิวเปียก และความต้านทานการหมุน

Mazda 2 2023  15

ในส่วนทดสอบยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ นั้นมีอาคารและสนามทดสอบ ได้แก่ สถานีควบคุมการทดสอบ สนามทดสอบระบบเบรก (Brake Performance Track) สนามทดสอบระบบเบรกมือ (Park Brake (Test Hill) Track) สนามทดสอบพลวัต (Dynamic Platform Track)

Mazda 2 2023  14

สนามทดสอบการยึดเกาะขณะเข้าโค้ง (Skid Pad Track) รวมทั้ง ดำเนินการติดตั้งเครื่องมือทดสอบ ได้แก่ ชุดทดสอบเข็มขัดนิรภัย ชุดทดสอบจุดยึดเข็มขัดนิรภัย และชุดทดสอบที่นั่ง จุดยึดที่นั่ง และพนักพิงศีรษะ

Mazda 2 2023 15

จะมีก็แต่ในส่วนของ Full Track ที่ยังอยู่ในการดำเนินงานก่อสร้าง ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จ ความยาวต่อรอบจะมีระยะทางกว่า 4 กม. รองรับการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงกว่า 200 กม.

หลังจากเยี่ยมชมความอลังการของสนามทดสอบแห่งนี้ ก็ถึงเวลาเริ่มกิจกรรมทดสอบกับ สถานีทดสอบ 1 สนามทดสอบสมรรถนะและความเร็ว (High Speed Test Track): SKYACTIV-Vehicle Dynamics

Mazda 2 2023 16

เพื่อทดสอบสมรรถนะของเครื่องยนต์สกายแอคทีฟ ทดสอบอัตราเร่ง ระบบเบรกที่เฉียบคม และการขับขี่แบบสลาลอม การเปลี่ยนเลนฉุกเฉิน อันเกิดจากการทำงานของระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง G-Vectoring Control Plus (GVC Plus) ที่ช่วยควบคุมสมรรถนะในการขับขี่ให้แม่นยำและสมดุล โดยเฉพาะในทางโค้งและในสถานการณ์ฉุกเฉิน

Mazda 2 2023 20

ต่อด้วยสนามทดสอบระบบเบรก (Brake Performance): การทดสอบ NVH (Noise, Vibration and Harshness) ความเงียบของห้องโดยสารอันเกิดจากการเลือกใช้วัสดุที่ช่วยในการเก็บเสียง กระจกหน้าแบบลดเสียงรบกวน รวมถึงทดสอบการเบรกฉุกเฉินบนทางแห้งและบนทางเปียกลื่น

Mazda 2 2023  23

สถานีทดสอบ 3 สนามทดสอบพลวัต (Dynamic Platform): จำลองสไตล์การขับขี่จากสนามแข่งขันระดับโลก ฟูจิสปีดเวย์ เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสถึงศักยภาพการบังคับควบคุมรถ ควบคุมพวงมาลัย รวมถึงการตอบสนองต่อการเร่ง และเบรกในสถานการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะเอกลักษณ์ความเป็นหนึ่งเดียวกับผู้ขับขี่ของรถยนต์มาสด้าที่มาพร้อมเทคโนโลยีของสกายแอคทีฟ

Mazda 2 2023 25

บทสรุปการสัมผัส Mazda 2 2023 ในรุ่นพิเศษ Rookies Drive ถือเป็นการปรับปรุงด้วยชุดแต่งที่มีกลุ่มเป้าหมาย เป็นนิสิต นักศึกษา หรือ กลุ่มคนวัยเริ่มต้นทำงานที่มีสไตล์ส่วนตัว เลือกปรับแต่งได้ตามใจชอบ ความกะทัดรัดยังเป็นเหตุให้เกิดความคล่องตัวในการใช้งาน ซึ่งตามคอนเซปต์ที่ให้คนประสานเป็นหนึ่งเดียวกับตัวรถก็สามารถตอบโจทย์ได้จากการออกแบบ และเทคโนโลยีที่เรื่องว่า G-Vectoring Control Plus ช่วยให้ควบคุมได้แม่นยำ และเสริมปลอดภัยในทุกสถานการณ์