Home Blog Page 290

“ALL NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID CONNECTED” NEW STYLE…MY GENERATION! เจนใหม่..สไตล์เนี๊ยะ! ต่อยอดความนิยมรถจักรยานยนต์ออโตเมติกแฟชั่น ชูความโดดเด่น ทันสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คน Gen Z พร้อมพรีเซนเตอร์สุดปัง “MILLI” และ “TILLY BIRDS”

0

ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ ตอกย้ำบทบาทความเป็นผู้นำรถจักรยานยนต์ออโตเมติกด้วย สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการรถจักรยานยนต์ไทยอีกครั้งด้วย “ALL NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID CONNECTED” NEW STYLE…MY GENERATION! เจนใหม่..สไตล์เนี๊ยะ! ต่อยอดความนิยมของรถจักรยานยนต์ออโตเมติก (AT) ในประเทศไทย ตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ในยุคปัจจุบันที่ถูกออกแบบมาให้เป็น ICON ใหม่ของรถจักรยานยนต์เพื่อวัยรุ่นบนท้องถนนเมืองไทย เรื่องความโดดเด่นของดีไซน์สไตล์แฟชั่น รวมถึงสมรรถนะการใช้งานที่ตอบโจทย์ด้วยการขับขี่ที่คล่องตัว ทั้งยังมีอัตราความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ยอดเยี่ยมพร้อมพรีเซนเตอร์สุดต๊าซ! “MILLI” และ “TILLY BIRDS” มัดใจลูกค้ากลุ่ม GEN Z โดดเด่นด้วยดีไซน์แฟชั่นสุดเทรนดี้ ผสานเทคโนโลยีอันทันสมัย Y-CONNECT ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้ขับขี่ยุคปัจจุบันภายใต้เครื่องยนต์บลูคอร์ 125 ซีซี ผสานระบบส่งกำลังแบบไฮบริด ตอกย้ำคุณภาพด้วยการรับประกัน 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร มาพร้อม 2 รุ่นทางเลือกในราคาเริ่มต้น 54,900 บาท นายพงศธร เอื้อมงคลชัย รองประธานกรรมการบริหาร กล่าวว่า“ALL NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID CONNECTED” NEW STYLE…MY GENERATION! เจนใหม่..สไตล์เนี๊ยะ! ด้วยการพัฒนาภายใต้แนวคิด Simple & Casual as a Lifestyle-Wear ซึ่งมีดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ ทันสมัย เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี โดยมีฟังก์ชันที่เหมาะกับการใช้งานที่ตอบโจทย์การเดินทาง ทั้ง Application Y-Connect ตะขอแขวนของ 2 จุด เพิ่มความสะดวก พร้อมพื้นที่วางเท้าด้านหน้ากว้างเป็นพิเศษ ที่เก็บของและถังน้ำมันขนาดความจุที่ใหญ่ขึ้น แถบอะไหล่ตกแต่งด้านหน้าและหลัง ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์ นอกจากนั้นยังมีฟีเจอร์เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย ทั้งกุญแจอัจฉริยะที่สะดวกและสมาร์ท ช่องเก็บของด้านหน้าแบบมีฝาปิด พร้อม Mobile Charging Socket พื้นที่วางเท้ากว้างพิเศษ กล่องใส่ของจุใจถึง 17.8 ลิตร สามารถใส่หมวกกันน๊อกแบบครึ่งใบได้ สไตล์สุดเท่ ด้วยไฟหน้าแบบ LED และไฟท้ายสไตล์ใหม่ ดีไซน์แคปซูล มิเตอร์แบบดิจิทัล เท่ได้สไตล์คุณ ด้วยพอร์ตติดตั้งอุปกรณ์เสริม เลือกแต่งได้ตามสไตล์ตัวเอง ทั้ง ชิวล์บังลมหน้า ตะแกรงหลัง ขับขี่สนุก ด้วยเครื่องยนต์บลูคอร์ 125 ซีซี ไฮบริด ถังน้ำมันขนาดใหญ่ 5.1 ลิตร ระบบเบรก UBS พร้อมมั่นใจในการรับประกันมากกว่าถึง 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร”นายภาณุพล กิตติคำรณ รองผู้จัดการใหญ่ด้านขายและการตลาด เปิดเผยถึงแผนการตลาดของ “ALL NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID CONNECTED” ว่า “ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด คอนเน็คเต็ด” เจนใหม่ สไตล์เนี๊ยะ! ยังมีพรีเซนเตอร์ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่น Gen Z คือ “มิลลิ” (Milli) แร็ปเปอร์สาวชาวไทยที่โกอินเตอร์ระดับโลก และ “ทิลลิเบิร์ดส์” (Tilly Birds) เจ้าของเพลงฮิตติดชาร์ตกว่า 100 ล้านวิว อย่างเพลง คิด(แต่ไม่ถึง), เพื่อนเล่นไม่เล่นเพื่อน โดย “ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด คอนเน็คเต็ด” เน้นกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นชายและหญิง อายุ 18-24 ปี ซึ่งอยู่ในวัยของ Gen Z ชอบความเรียบง่าย ดูดี ทันสมัย ชอบสไตล์แฟชั่นและฟังก์ชันที่สะดวกสบาย มีไลฟ์สไตล์เป็นตัวของตัวเอง และชอบ Social Network โดยการสื่อสารการตลาดของรุ่น “ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด คอนเน็คเต็ด” จะเป็นการใช้กลยุทธ์ Gen Z Lifestyle Mix Marketing ซึ่งเป็นการรวมกันระหว่าง online-offline-on ground โดยแบ่งออกเป็น 1.) Online สร้างการรับรู้และภาพลักษณ์ สื่อสารผ่านทางโซเซียลมีเดียและเว็บไซต์ การทำกิจกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ รวมทั้งการจับกระแสต่างๆของวัยรุ่นที่ทำให้ภาพลักษณ์ทันสมัย 2.) Offline โฆษณาประชาสัมพันธ์ในวงกว้าง และการ Tie in สินค้าในซีรีย์ที่วัยรุ่นนิยม 3.) การทำกิจกรรม On ground ให้สามารถเข้าถึงไลฟ์สไตล์ สร้างประสบการณ์ใหม่ และสร้างความผูกพันของกลุ่ม Gen Z“ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด คอนเน็คเต็ด” ยังสามารถสนุกกับการตกแต่งได้เต็มที่กับสไตล์ Street Work-Out และ Chill Out Touring หรือ สไตล์ที่เป็นตัวเอง”
สำหรับ ALL NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID CONNECTED โดดเด่นล้ำสมัยด้วย    ไฟหน้าและไฟหรี่ LED พร้อมไฟท้าย สไตล์ใหม่ รูปทรงเก๋ ดีไซน์แคปซูล สว่างชัดเจน ทุกมุมมอง รวมถึง มิเตอร์แบบดิจิทัล สไตล์ใหม่ ดีไซน์แคปซูล บอกครบทุกฟังก์ชัน ความเร็ว / นาฬิกา / อัตราการประหยัดน้ำมัน / การเชื่อมต่อ Y-CONNECT / แสดงสายโทรเข้าและแจ้งเตือนข้อความ เมื่อทำการเชื่อมต่อ Y-CONNECT
ALL NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID CONNECTED ยังเพิ่มความสะดวกสบายให้กับการใช้งานด้วย SMART KEY SYSTEM ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ สามารถเปิด-ปิด สตาร์ทหรือดับเครื่องยนต์ / ปลดล็อกคอ / ปลดล็อกเบาะ พร้อมสัญญาณ ANSWER BACK เติมเต็มการใช้งานด้วย MOBILE CHARGING SOCKET ช่องต่อไฟชาร์จแบตเตอรี่มือถือ พร้อมฝาปิด และช่องใส่ของด้านหน้า รวมถึง F-BOX 17.8 L กล่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ความจุ 17.8 ลิตร DOUBLE HOOK CARABINER ฮุคสำหรับแขวนของ 2 จุด พร้อมพื้นที่วางเท้าด้านหน้ากว้างพิเศษ และ ACCESSORIES PORT พอร์ตติดตั้งอุปกรณ์เสริมตกแต่งกราฟิกเพิ่มเติม หรือเสริมตะแกรงข้างเพื่อการใช้งาน ตอบสนองการขับขี่ที่สนุก ด้วยพละกำลังที่ยอดเยี่ยม ทั้งยังประหยัดน้ำมันภายใต้เครื่องยนต์บลูคอร์ 125 ซีซี ที่ผสานการทำงานร่วมกับระบบส่งกำลังแบบไฮบริด เพื่อการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ ทั้งยังให้อัตราเร่งที่ดีเยี่ยมและช่วยลดมลภาวะ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยส่งกำลังขณะออกตัว เพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบเบรก UBS กระจายแรงเบรกอัตโนมัติ ช่วยลดระยะเบรกให้สั้นลง

ALL NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID CONNECTED ตอกย้ำความล้ำสมัยด้วยระบบ Connectivity เก็บข้อมูลเกี่ยวกับรถผ่าน CCU โดยสามารถเชื่อมต่อ Bluetooth เพื่อดูข้อมูลได้ทาง Y-Connect Application แอปพลิเคชันสำหรับดูข้อมูลเกี่ยวกับรถ 9 ฟังก์ชัน ได้แก่
1.METER INDICATOR – แจ้งเตือนการติดต่อเข้ามือถือบนจอหน้าปัดรถ
2.MAINTENANCE RECOMMEND – แจ้งเตือนการบำรุงรักษา
3.MALFUNCTION NOTIFICATION – แจ้งเตือนเครื่องยนต์เกิดปัญหา
4.FUEL CONSUMPTION – แสดงข้อมูลการอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง
5.REVS DASHBOARD – แสดงมาตรวัดสมรรถนะขณะขับขี่
6.PARKING LOCATION – แสดงตำแหน่งจอดรถล่าสุด
7.RANKING – แสดงอันดับในการขับขี่
8.RIDING LOG – บันทึกประวัติการขับขี่
9.CONTACT FORM – ช่องทางการติดต่อยามาฮ่า
สำหรับ ALL NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID CONNECTED ตอบสนองการใช้งานด้วย 2 รุ่นทางเลือกได้แก่ Smart key มาพร้อมสี เทา-ส้ม (Smoke Gray) และ ดำ-เขียว (Onyx Black) ราคา 56,600 บาท และรุ่น Standard มีให้เลือกใช้ 4 สี ได้แก่ เทา (Olive Gray), แดง (Candy Red), เหลือง (Lemon Yellow) และ เขียว (Aqua Turquoise) ราคา 54,900 บาทตอกย้ำคุณภาพสินค้าด้วยการรับประกัน 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร
เป็นเจ้าของ “ALL NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID CONNECTED” NEW STYLE…MY GENERATION! เจนใหม่..สไตล์เนี๊ยะ! ได้แล้ววันนี้ที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวและข้อมูลข่าวสารทางออนไลน์ได้ที่ www.yamaha-motor.co.th / Facebook: Yamaha Society Thailand / Instagram: @YamahaSocietyThailand / YouTube: Yamaha Society Thailand / Line OA: @yamahasociety

ไทยยามาฮ่าครึ่งปีแรกยังคงแข็งแกร่ง หลังยอดขายโตสวนตลาด 5.8% พร้อมส่งออโตเมติกตัวใหม่ “ALL NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID CONNECTED” ส่งลุยตลาดครึ่งปีหลัง หวังแชร์เติบโต 17.5%

0

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า จัดแถลงนโยบายครึ่งปีหลัง 2565 ประกาศกร้าวครึ่งปีแรกยามาฮ่ายังคงแข็งแกร่ง หลังยอดจดทะเบียนของยามาฮ่าเติบโตขึ้นถึง 5.8% พร้อมลุยตลาดรถจักรยานยนต์ในครึ่งปีหลัง โดยเป้าหมายของปี 2565 มียอดขายอยู่ที่ 287,000 คัน โดยส่วนแบ่งทางการตลาด 17.5% พร้อมส่งรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าออโตเมติกรุ่นใหม่ล่าสุด “ALL NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID CONNECTED” NEW STYLE…MY GENERATION! เจนใหม่..สไตล์เนี๊ยะ! พร้อมพรีเซนเตอร์สุดปัง “MILLI” และ “TILLY BIRDS” มัดใจลูกค้ากลุ่ม GEN Zมร.ทัตซึยะ โนซากิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เปิดเผยถึงสถานการณ์ของยามาฮ่าในครึ่งปีแรกของปี 2565 ว่า “ในปีนี้เศรษฐกิจโลกโดยรวมกำลังฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด-19 ยอดขายของบริษัทยามาฮ่ามอเตอร์ทั่วโลก ในไตรมาสแรกนั้น เติบโต 8.5% จากปีที่ผ่านมา เป็นผลมาจากยอดขายรถจักรยานยนต์ที่เพิ่มขึ้น นำโดยกลุ่มประเทศอาเซียนรวมถึงประเทศไทย อีกทั้งยอดขายผลิตภัณฑ์ทางน้ำที่แข็งแกร่งและการฟื้นตัวของธุรกิจอื่นๆ หลังการระบาดของโควิด-19

สำหรับอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ของประเทศไทยในช่วงครึ่งปีแรกนี้ ตลาดโดยรวมเติบโตขึ้น 4.1% จากปีที่แล้ว ในขณะที่ยามาฮ่าเติบโตขึ้น 6.2% ซึ่งถือได้ว่าเติบโตมากกว่าตลาดโดยรวม อย่างไรก็ตาม อย่างที่ทุกท่านทราบดี ในอุตสาหกรรมต่างๆ รวมทั้งรถจักรยานยนต์ ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกประสบปัญหาการขาดแคลนชิป IC ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่อเนื่อง รวมทั้งความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนยิ่งทำให้สถานการณ์ในการค้าทั่วโลกมีความลำบากมากขึ้น

บริษัทไทยยามาฮ่ามอเตอร์ยังคงพยายามอย่างเต็มความสามารถ ร่วมกับสำนักงานใหญ่ในประเทศญี่ปุ่นและผู้ผลิตชิ้นส่วน เพื่อลดผลกระทบจากปัจจัยเหล่านั้นและฟื้นฟูการขาดแคลนของวัตถุดิบ และจัดสรรรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าไปยังผู้จำหน่ายเพื่อส่งมอบให้แก่ลูกค้าโดยเร็ว ในขณะเดียวกัน ยามาฮ่าเน้นย้ำถึงความสำคัญของคุณภาพผู้จำหน่าย รวมถึงการบริการหลังการขาย ซึ่งเชื่ออย่างยิ่งว่าสิ่งนี้มีบทบาทในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ยามาฮ่า และเพื่อสร้าง Lifetime Customers สำหรับโชว์รูมรูปแบบใหม่ ยามาฮ่ามุ่งหวังที่จะปรับปรุงคุณภาพ 3S ให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้ลูกค้าทุกคนได้รับประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมาย

สุดท้ายนี้ผมขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดีกับธุรกิจยามาฮ่าเสมอมา หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากทุกท่าน ยามาฮ่าคงจะเข้าถึงลูกค้าได้ยาก และยามาฮ่าอยากสานต่อความสัมพันธ์อันดีนี้กับทุกท่านตลอดไป”นายพงศธร เอื้อมงคลชัย รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวถึงสภาพการณ์การตลาดของรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าในครึ่งปีแรกของปี 2565 ว่า “ในครึ่งปี 2565 ที่ผ่าน จะเห็นได้ว่ายอดจดทะเบียนรวมในปีนี้เพิ่มขึ้นถึง 1.3% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 ก่อนที่จะมีสถานการณ์โควิด-19 โดยในส่วนของยอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าของปี 2562 จาก 133,000 คัน เพิ่มเป็น 141,000 คัน มีตัวเลขเพิ่มขึ้นถึง 5.8% สำหรับการคาดการณ์ตัวเลขของตลาดรวมในปี 2565 เปรียบเทียบกับปี 2564 คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2% จากเดิม 1.610 ล้านคัน เป็น 1.642 ล้านคัน โดยเป้าหมายของยามาฮ่าในปีนี้ อยู่ที่ 287,000 คัน และมีเป้าหมายที่จะเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดเป็น 17.5%
สำหรับกลยุทธ์หลักในปีนี้ ยามาฮ่ายังคงให้ความสำคัญในเรื่องการสร้างแบรนด์ผ่านพันธกิจองค์กร KANDO CREATING COMPANY ผ่านแบรนด์สโลแกน Revs your Heart เร่งชีวิต ให้เร้าใจ และ 5 วิถีอันเป็นเอกลักษณ์ของยามาฮ่า ได้แก่ 1.) Innovation 2.) Excitement 3.) Confidence 4.) Emotion 5.) Tiesซึ่งจากผลการสำรวจคะแนนความแข็งแกร่งของแบรนด์ โดย Interbrand พบว่า คะแนนความแข็งแกร่งของแบรนด์ยามาฮ่าในปี 2561 จากเดิม 50.0 ในปี 2564 เพิ่มขึ้นเป็น 58.6 ซึ่งเกิดจากการทำการตลาดที่สร้างสรรค์อย่างต่อเนื่องของยามาฮ่า และการได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากผู้จำหน่าย พันธมิตรทางธุรกิจ และลูกค้า โดยในปี 2565 ยามาฮ่ายังคงเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ผ่านผลิตภัณฑ์และกิจกรรม และไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ลูกค้า ได้แก่กิจกรรมการฉลองในวาระครบรอบ “Yamaha 67th Anniversary Safety มีสติ” โดยเป็นการต่อยอดแคมเปญ Helmet Design Challenge “Safety มีสติ” ที่มีการประกวดไปในงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา และนำผลงานของผู้ชนะจากผู้ส่งผลงานกว่า 452 ผลงาน มาผลิตเป็นหมวกกันน็อก ลิมิเต็ด อิดิชั่น ลายพิเศษที่มีคุณค่า มีความหมาย และน่าสะสม จำนวน 6,700 ใบ มอบให้ฟรีสำหรับลูกค้าที่ซื้อรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าในเดือนกรกฎาคม และร่วมบริจาคเงินเข้ามูลนิธิรามาธิบดีฯ จำนวน 67 บาท ภายใต้กิจกรรม “Yamaha 67th Anniversary Safety มีสติ” ซึ่งได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นอย่างมากการปรับรูปแบบใหม่ของศูนย์บริการและจำหน่าย โดยมีการปรับเปลี่ยนเป็นโชว์รูมรูปแบบใหม่กว่า 90 สาขาทั่วประเทศ เพื่อเป็นการสร้าง Customer Community สร้างความผูกพันของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ เสริมสร้างสินค้าและกิจกรรมทางการตลาด และมุ่งเน้นการบริการหลังการขายในระดับพรีเมี่ยมให้กับลูกค้าของยามาฮ่าการเปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า YAMAHA E01 ในงานมอเตอร์โชว์ ซึ่งได้สร้างปรากฎการณ์และได้รับความสนใจอย่างยิ่งจากลูกค้าทั้งในออนไลน์ และออฟไลน์ โดยเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาได้พาสื่อมวลชนชั้นนำไปทดสอบขับขี่กันที่เขาใหญ่ เพื่อให้สื่อมวลชนได้สัมผัสสมรรถณะการขับขี่ YAMAHA E01 อย่างเต็มระบบ และได้รับการตอบรับที่ดีจากท่านสื่อมวลชนเป็นอย่างยิ่งความสำเร็จจากบูธ YAMAHA Motoverse ในงานบางกอก มอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา ที่ออกแบบโดยใช้แนวคิด YAMAHA Branding เป็นแกนหลักในการสรรค์สร้างดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ สะท้อนความทันสมัยด้านการขับขี่แห่งอนาคต ที่ได้รับการยอมรับด้วยรางวัล Exhibit Design Award ในปี 2565 และเป็นปีที่ 16 ติดต่อกันและอีกหนึ่งผลงานแห่งความภาคภูมิใจของยามาฮ่าในการเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกในรายการ MotoGP ซึ่งในปี 2021 ที่ผ่านมารถจักรยานยนต์ YAMAHA YZR-M1 ได้กลับมาพิสูจน์ความยิ่งใหญ่อีกครั้งกับผลงานของ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ #20 นักแข่งชาวฝรั่งเศสเจ้าของฉายา เอล ดิอาโบล และในเดือนตุลาคมปี 2022 นี้ เราจะร่วมส่งแรงเชียร์แรงใจให้ 2 นักแข่งสังกัด มอนสเตอร์ เอเนอร์จี ยามาฮ่า โมโตจีพี นำโดยแชมป์ประจำปี 2021 ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ #20 ให้สามารถรักษาแชมป์โลกได้อีก 1 ครั้ง โดยมีทีมเมทคู่หูอย่าง ฟรังโก้ มอร์บิเดลลี #21 มาร่วมทำการแข่งขันและเราจะฉลองความยิ่งใหญ่กันที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ที่ขาดไม่ได้กับการแข่งขันในรุ่นโมโตทู เรามีความภูมิใจที่ส่ง เขมินท์ คูโบะ #81 เด็กไทยเข้าร่วมการแข่งขันภายใต้สังกัด วีอาร์ โฟว์ตี้ซิกซ์ เดอะมอสเตอร์ แคมป์ทีม โดยมีคู่หูชาวสเปน มานูเอล กอนซาเลซ #18 แบบเต็มฤดูกาล ถือเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจที่ยามาฮ่าได้ส่งนักแข่งไทยไปในระดับโลก

พร้อมกันนี้ยามาฮ่าได้มีการยกระดับและพัฒนาศูนย์บริการยามาฮ่าทั่วประเทศ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยมาตรฐาน PROCARE เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้บริการได้เต็มสมรรถนะ และยังได้รับคะแนนความพึงพอใจจากลูกค้าถึง 95% รวมถึงยังเป็นสร้างผลกำไรให้แก่ผู้จำหน่ายได้เป็นอย่างดีโดยในปีนี้ยังเป็นโอกาสพิเศษในการครบรอบ 20 ปี แห่งความสำเร็จของยามาฮ่าออโตเมติกในประเทศไทย นับตั้งแต่ปี 2545 ที่ยามาฮ่าได้เปิดตัว “ยามาฮ่า นูโว” รถจักรยานยนต์ออโตเมติกรุ่นแรก นับเป็นการสร้างเทรนด์ใหม่ให้กับวงการรถจักรยานยนต์ไทยสมกับการเป็น “ผู้นำออโตเมติก” และในปี 2547 ยามาฮ่าได้เปิดตัวแคมเปญ “SWITCH CAMPAIGN” Makes Your Life Different ที่ได้ 4 หนุ่ม F4 มาเป็น Brand Ambassador และได้รับกระแสตอบรับที่ดีอย่างยิ่งจากวัยรุ่นทั่วประเทศ ปี 2549 ได้เปิดตัว “ยามาฮ่า ฟีโน่” ออโตเมติกยอดนิยมขวัญใจชาวไทยที่สร้างปรากฎการณ์ “ใครๆก็รักฟีโน่” ไปทั่วประเทศ และในปี 2552 ยามาฮ่าฟีโน่ยังได้สร้างประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ให้กับวงการรถจักรยานยนต์กับสถิติโลก Guinness World Record “ขบวนรถฟีโน่ที่ยาวที่สุดในโลก” จำนวน 2,474 คัน ณ สันเขื่อนขุนด่านปราการชล ซึ่งยังคงเป็นกิจกรรมที่จดจำของลูกค้าฟีโน่จนถึงปัจจุบัน ในปี 2558 ยามาฮ่าได้เปิดตัว “MAX Series” ออโตเมติกพรีเมี่ยมที่นำโดย TMAX, XMAX และ NMAX โดยเฉพาะอย่างยิ่ง XMAX ในประเทศไทยได้รับการตอบรับที่ดี จนมียอดขายมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลก และยามาฮ่าได้เปิดตัว เปิดตัวรถออโตเมติกรุ่นแรกของประเทศไทยที่มีระบบไฮบริดในปี 2561 กับ “ยามาฮ่า แกรนด์ ฟีลาโน่ ไฮบริด” ที่มีระบบ Smart Motor Generator มาทำหน้าที่เป็นมอเตอร์ช่วยส่งกำลังในการออกตัว มาพร้อม พรีเซนเตอร์สุดพรีเมียม Getsunova และปี 2564 กับการเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยด้วย Application Yamaha Y-Connect แอปพลิเคชันเชื่อมต่อชีวิตสมาร์ทสุดล้ำ ช่วยให้สามารถรับรู้ข้อมูลต่างๆ ของรถ และการขับขี่ได้บนมือถืออย่างง่ายดาย ด้วยโหมดฟังก์ชันต่างๆ ในการใช้งานอย่างครบครันด้วย 9 ฟังก์ชั่นหลัก ช่วยให้หมดความกังวลทุกการใช้งานรถ และจะเริ่มมีอยู่ในรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทุกรุ่นในอนาคตและในวันนี้

ยามาฮ่ายังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำในไลฟ์สไตล์วัยรุ่นกลุ่ม Gen Z ด้วยรถจักรยานยนต์ออโตเมติกแฟชั่นดีไซน์เทรนดี้ สไตล์ใหม่ “ALL NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID CONNECTED” NEW STYLE…MY GENERATION! เจนใหม่..สไตล์เนี๊ยะ! ด้วยแนวคิดในการพัฒนา Simple & Casual as a Lifestyle-Wear ที่มีดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ ทันสมัย เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี โดยมีฟังก์ชันที่เหมาะกับการใช้งานที่ตอบโจทย์การเดินทาง ทั้ง Application Y-Connect ตะขอแขวนของ 2 จุด เพิ่มความสะดวก พร้อมพื้นที่วางเท้าด้านหน้ากว้างเป็นพิเศษ ที่เก็บของและถังน้ำมันขนาดความจุที่ใหญ่ขึ้น แถบอะไหล่ตกแต่งด้านหน้าและหลัง ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์นายภาณุพล กิตติคำรณ รองผู้จัดการใหญ่ด้านขายและการตลาด เปิดเผยถึงแผนกการตลาดของ “ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด คอนเน็คเต็ด” ว่า “ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด คอนเน็คเต็ด เจนใหม่ สไตล์เนี๊ยะ! ยังมีพรีเซนเตอร์ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่น Gen Z คือ “มิลลิ” (Milli) แร็ปเปอร์สาวชาวไทยที่โกอินเตอร์ในระดับโลก และ “ทิลลิเบิร์ดส์” (Tilly Birds) เจ้าของเพลงฮิตติดชาร์ตกว่า 100 ล้านวิว เพลงคิด(แต่ไม่ถึง), เพลงเพื่อนเล่นไม่เล่นเพื่อน โดย “ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด คอนเน็คเต็ด” เน้นกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นชายและหญิง อายุ 18-24 ปี ซึ่งอยู่ในวัยของ Gen Z ชอบความเรียบง่าย ดูดี ทันสมัย ชอบสไตล์แฟชั่นและฟังก์ชันที่สะดวกสบาย มีไลฟ์สไตล์เป็นตัวของตัวเอง และชอบ Social Network โดยการสื่อสารการตลาดของรุ่น “ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด คอนเน็คเต็ด” จะเป็นการใช้กลยุทธ์ Gen Z Lifestyle Mix Marketing ซึ่งเป็นการรวมกันระหว่าง online-offline-on ground โดยแบ่งออกเป็น 1.) Online สร้างการรับรู้และภาพลักษณ์ สื่อสารผ่านทางโซเซียลมีเดียและเว็บไซต์ การทำกิจกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ในแพลตฟอร์มต่างๆ รวมทั้งการจับกระแสต่างๆของวัยรุ่นที่ทำให้ภาพลักษณ์ทันสมัย 2.) Offline ผ่านทางการโฆษณาประชาสัมพันธ์ในวงกว้าง และการ Tie in สินค้าในซีรีย์ที่วัยรุ่นนิยม 3.) การทำกิจกรรม On ground ให้สามารถเข้าถึงไลฟ์สไตล์ สร้างประสบการณ์ใหม่ และสร้างความผูกพันของกลุ่ม Gen “ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด คอนเน็คเต็ด” ยังสามารถสนุกกับการตกแต่งได้เต็มที่กับสไตล์ Street Work-Out และ Chill Out Touring หรือ สไตล์ที่เป็นตัวเอง”

เป็นเจ้าของ “ALL NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID CONNECTED” NEW STYLE…MY GENERATION! เจนใหม่..สไตล์เนี๊ยะ! ได้แล้ววันนี้ ที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วป

ซูซูกิ แนะนำ SUZUKI XL7 อัพเกรดอ็อปชันพิเศษ เติมความคุ้มค่า วางราคาจำหน่ายเริ่มต้น 814,000 บาท

0

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าพัฒนาคุณภาพสินค้าเพื่อผู้บริโภคชาวไทย โดยการแนะนำรถยนต์ SUZUKI XL7 รุ่นปรับปรุงใหม่ เพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย ตอกย้ำความนิยมในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ MPV ชูความโดดเด่นด้านการใช้งานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย มอบความสนุก ความท้าทาย และความคุ้มค่าที่สุดในตลาดตามแบบฉบับของ Multi-Dynamic Crossover

มร.มิโนรุ อามาโนะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับการแนะนำ SUZUKI XL7, Multi-Dynamic Crossover ครั้งนี้ เป็นการพัฒนาปรับปรุงให้มีความครบครันเหมาะสมกับความเป็นรถ MPV ที่พร้อมตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค ด้วยการเป็นรถที่ให้มากกว่าความคุ้มค่า กับราคาที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงและเป็นเจ้าของได้ง่าย โดยมีเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยและความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ดีไซน์ภายนอกและภายในของตัวรถออกแบบมาอย่างพิถีพิถันทุกรายละเอียดที่ตอบรับและเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง ซึ่ง SUZUKI XL7 นับเป็นรถรุ่นที่ช่วยผลักดันยอดขายของซูซูกิให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยนับตั้งแต่การเปิดตัวกลางปี 2563 ยอดขายรวมอยู่ที่ 7,042 คัน คาดว่า SUZUKI XL7 จะมีส่วนช่วยในการผลักดันให้ยอดขายของซูซูกิในปีนี้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า SUZUKI XL7 ยังคงการออกแบบด้วยดีไซน์ภายนอกที่ผสานแนวทางสปอร์ตเข้มและดุดันด้วยกระจังหน้าดีไซน์สปอร์ตสีดำผสมโครเมียม สอดรับกับไฟหน้า LED สามารถปรับระดับองศาของไฟต่ำได้ มาพร้อม Daytime Running Light และไฟตัดหมอกหน้า ตกแต่งใต้กันชนด้วยวัสดุสีเงินรอบคัน มาพร้อมไฟท้าย LED และไฟเบรกแนวตั้ง เติมความเข้มด้วยซุ้มล้อสีดำ พร้อมล้ออะลูมิเนียมอัลลอยแบบทูโทนขนาด 16 นิ้ว รวมถึงราวหลังคาเพื่ออรรถประโยชน์ในการบรรทุกสัมภาระมากยิ่งขึ้น

ดีไซน์ภายในบริเวณคอนโซลด้านหน้าสไตล์สปอร์ต ตกแต่งวัสดุด้วยลาย Carbon Fiber พร้อมคิ้วโครเมียม อุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่พร้อมรองรับการใช้งานอย่างครบครัน มาตรวัดพร้อมจอ LCD แสดงผลแจ้งสถานะข้อมูลสำคัญของตัวรถ เช่น Driving G-Force อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง อัตราแรงบิด กำลังของเครื่องยนต์ และข้อมูลอื่นๆ

โดยในครั้งนี้ได้เพิ่มอุปกรณ์ แท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charger) รองรับการชาร์จโทรศัพท์มือถือได้หลากหลาย พร้อมด้วยกล้องบันทึกภาพด้านหน้ารถ (Digital VDO Recorder) ติดตั้งมาจากโรงงานช่วยบันทึกเหตุการณ์ในการขับขี่ ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างมั่นใจในทุกสภาวะถนน

ทั้งยังคงไว้ด้วยอุปกรณ์สำคัญที่เป็นจุดเด่นของ  SUZUKI XL7 คือ ความสามารถในการเชื่อมต่อกับความบันเทิงในทุกเส้นทางด้วยหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 10 นิ้ว มาพร้อมระบบปรับแต่งเสียงและประมวลผลในแบบดิจิทัล (Digital Sound Processor) เพิ่มมิติและความสุนทรีย์ให้กับเสียงเพลง พร้อมฟังก์ชันเชื่อมต่อ Bluetooth การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน Apple CarPlay, Android Auto รวมไปถึงช่องเชื่อมต่อ USB และ HDMI  ที่บริเวณคอนโซลหน้า อีกทั้งช่องจ่ายไฟสำรอง 12V มากถึง 3 ตำแหน่ง เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้อย่างลงตัว

ภายในห้องโดยสารกว้างขวางและสะดวกสบาย ด้วยที่นั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง เบาะนั่งแถวที่สองปรับพับแยกเบาะแบบ 60:40 สามารถเลื่อนสไลด์ได้ 240 มิลลิเมตร เสริมความสปอร์ตด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน ทรง D-Shape พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและการสั่งการสมาร์ตโฟน ทันสมัยด้วยระบบ Keyless Push Start และระบบ Keyless Entry ประตูเปิด-ปิดได้ โดยไม่ต้องกดกุญแจรีโมต รวมถึงกระจกมองข้างที่ทำงานด้วยระบบไฟฟ้า ให้ผู้ขับขี่สัมผัสความสะดวกสบายในการใช้งาน

SUZUKI XL7 ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ K15B ขนาด 1.5 ลิตร มอบกำลังสูงสุดถึง 105 แรงม้า/6,000 รอบต่อนาที แรงบิดที่ 138 นิวตันเมตรที่ 4,400 รอบต่อนาที พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด  ปรับตั้งประสิทธิภาพเครื่องยนต์และอัตราทดเกียร์ให้เหมาะกับการขับขี่อย่างลงตัว ผสานกับแพลตฟอร์ม HEARTECT เทคโนโลยีอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของซูซูกิ ซึ่งช่วยเสริมสมรรถนะในการขับเคลื่อนเป็นไปอย่างคล่องตัว สนุกสนาน ปลอดภัย และประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น

ระบบช่วงล่างได้รับการออกแบบและปรับแต่งเพื่อตอบสนองการขับขี่ได้ในทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยความสูงใต้ท้องรถ 200 มม. สร้างความนุ่มนวลและมั่นใจในทุกสภาวะถนนด้วยเหล็กกันโคลงด้านหน้าขนาดใหญ่ ลดอาการโคลงของตัวรถและเพิ่มการยึดเกาะถนน

ด้านความปลอดภัยมาพร้อมกับระบบถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า ระบบเบรก ABS ช่วยป้องกันล้อล็อกขณะเบรกกระทันหัน พร้อมระบบ EBD ช่วยกระจายแรงเบรกได้อย่างสมดุล เสริมด้วยระบบควบคุมเสถียรภาพในการทรงตัว ESP และการปรับแต่ง module ในพวงมาลัยที่เพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ให้เข้าโค้งได้แม่นยำ

รวมทั้งระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Hold Control), จุดยึดเบาะสำหรับเด็ก ISOFIX และ Top tether, กล้องมองภาพพร้อมเซ็นเซอร์ที่กะระยะในขณะถอยหลังได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยการป้องกันการโจรกรรมด้วยระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer

สำหรับ SUZUKI XL7 Multi-Dynamic Crossover มีราคาและสีรถให้เลือกดังนี้

สีรถ ราคา
สีส้ม สีเทาเข้ม สีดำ 814,000 บาท
สีขาว 819,000 บาท
สีทูโทน-ตัวรถสีส้มตัดกับหลังคาสีดำ 824,000 บาท
สีทูโทน-ตัวรถสีขาวตัดกับหลังคาสีดำ 829,000 บาท

 

พร้อมกับแคมเปญรับข้อเสนอพิเศษส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 15,000 บาท ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 3 ปี ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ

นายวัลลภ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ซูซูกิยังคงยึดมั่นในปรัชญาของซูซูกิคือผลิตสินค้าที่มีคุณค่าเหมือนว่าเราคือผู้ใช้ ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดี ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายเหมาะสมกับลูกค้าชาวไทย ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพงานบริการของโชว์รูมผู้จำหน่ายและศูนย์บริการรถยนต์ซูซูกิครอบคลุมทั่วประเทศ สอดคล้องกับความตั้งใจของซูซูกิในการจัดทำโครงการ “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” ซึ่งนอกเหนือจากความต้องการที่จะสื่อสารกับลูกค้าทั้งด้านสินค้าและงานบริการได้อย่างทันท่วงทีและมอบบริการที่ดีเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าทุกท่านแล้ว ซูซูกิยังมีความตั้งใจจริง ที่ต้องการที่จะสร้างให้ซูซูกิเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อถือและไว้วางใจเดินคู่เคียงข้างคนไทยต่อไปในอนาคต

 

ช่องทางการติดต่อ
www.suzuki.co.th
www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand
SUZUKI Cause We Care: 1800-600-900

Porsche 911 Targa 4 GTS Edition 50 Years Porsche Design รถสปอร์ตแรร์ไอเท็ม ผลิตเพียง 750 คันทั่วโลก และในไทยมีเพียงคันเดียวกับค่าตัว 17.9 ล้านบาท

0

เปิดตำนานสุดเอ็กคลูซีฟระดับโลก เผยโฉมรถหรูรุ่นพิเศษ คันแรก และคันเดียวในประเทศไทย รุ่น 911 ทาร์กา โฟร์ จีทีเอส (Targa 4 GTS) ที่มีเพียง 750 คันในโลก และมีเพียงคันเดียวในไทยกับราคาค่าตัว 17.9 ล้านบาท พร้อมสามารถซื้อนาฬิกา แรร์ไอเท็ม จาก Porsche Desigh ที่ผลิตเพียง 750 เรือนทั่วโลกเช่นกัน

911 Targa 4 GTS 1

ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดตำนานสุดคลาสสิค จัดงานพิเศษที่ร่วมแสดงความยินดีกับวาระครบรอบ 50 ปีของแบรนด์ Porsche Design พร้อมด้วยการนำเสนอเรื่องราวของ Porsche Targa รุ่นพิเศษ ในงาน “Porsche Thailand (AAS) celebrates 911 Targa 4 GTS Edition 50 Years Porsche Design” พร้อมเผยโฉมรถหรูรุ่นพิเศษดาวเด่นแห่งปีของการเฉลิมฉลองกับ รุ่น 911 ทาร์กา โฟร์ จีทีเอส (Targa 4 GTS) นับเป็นคันแรกคันเดียวในไทย ซึ่งมีจำนวนการผลิตจำกัดเพียง 750 คันในโลกเท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค.- 21 ส.ค. 2565 ณ Porsche Studio Bangkok, ICONSIAM

911 Targa 4 GTS 2

มร.ปีเตอร์ โรห์เวอร์ กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป (Porsche Thailand by AAS Group) กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาการเดินทางกว่าครึ่งศตวรรษของแบรนด์ปอร์เช่ดีไซน์ (Porsche Design) นั้นมีจุดเริ่มต้นจากความฝันของ Ferdinand Alexander (F.A.) Porsche ที่ต้องการส่งมอบรถสปอร์ตที่ได้รับการออกแบบจากการผสมผสานรูปลักษณ์อันโดดเด่นผนวกกับสมรรถนะที่เหนือชั้นไว้ด้วยกันมาจวบจนทุกวันนี้ได้อย่างดีเยี่ยม และในงานครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจที่ได้นำเสนอรถสปอร์ตรุ่นครบรอบสุดพิเศษอย่าง 911 Targa 4 GTS Edition 50 Years Porsche Design ที่มีการเลือกใช้สีตัวถังรถภายนอกและห้องโดยสารภายในด้วยการตกแต่งจากวัสดุ Sport-Tex สีดำสุดคลาสสิค พร้อมความพิเศษด้วยตราสัญลักษณ์ ‘Porsche Design 50th Anniversary Edition’ บริเวณกระจังดักอากาศท้ายรถอีกด้วย ซึ่งสะท้อนนิยามความเป็นตัวตนด้านการออกแบบของแบรนด์ปอร์เช่ดีไซน์ (Porsche Design) ได้อย่างชัดเจน”

มร.ปีเตอร์ กล่าวต่อว่า “อีกทั้งภายในงานนี้เรายังได้จัดแสดงรถปอร์เช่ในตำนานอย่าง 911 S Targa รุ่นปี 1969 ซึ่งท่านจะได้เห็นถึงความแตกต่างด้านการออกแบบที่ถูกกาลเวลาผลัดเปลี่ยนไปถึง 50 ปี แต่ยังคงไว้ซึ่ง DNA และจิตวิญญาณการออกแบบรถโมเดล 911 ไว้อย่างชัดเจน และในฐานะปอร์เช่ ประเทศไทย เราได้รับความไว้วางใจจากทางโรงงานปอร์เช่ รับรองให้ Porsche Centre Bangkok เป็นศูนย์ Porsche Classic Partner อย่างเป็นทางการแห่งแรกของโลก ที่พร้อมดูแลรถปอร์เช่คลาสสิคคู่ใจของคุณด้วยความเชี่ยวชาญจากช่างผู้ชำนาญการ พร้อมรองรับผู้ที่เป็นเจ้าของรถยนต์และเหล่าบรรดาผู้หลงใหลในความสปอร์ตคลาสสิคของรถปอร์เช่ในประเทศไทย เพื่อตอกย้ำและการันตีการเป็นผู้นำด้านรถยนต์ คลาสสิคได้อย่างชัดเจนอีกด้วย”

911 Targa 4 GTS 3

เปอร์เช่ 911 Targa 4 GTS Edition 50 Years Porsche Design มาพร้อมตัวถังภายนอกสีดำ หรือสี Jet Black Metallic ที่สง่างาม ทรงพลัง เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ Porsche Design (ปอร์เช่ ดีไซน์) ได้อย่างแท้จริงโดย Roland Heiler กรรมการผู้จัดการ และหัวหน้าทีมออกแบบของ Studio F.A. Porsche ใน Zell am See ได้กล่าวเอาไว้ว่า “สีดำ คือสีที่ถูกนำมาใช้ในช่วงแรกของการผลิตนาฬิกาข้อมือรุ่น Chronograph I จากแบรนด์ปอร์เช่ ดีไซน์ (Porsche Design) และนั่นคือเหตุผลที่เราเลือกใช้เฉดสีดำสำหรับรถสปอร์ตลิมิเต็ด อิดิชั่น (limited-edition) ของเรารุ่นนี้ พร้อมกับชิ้นงานตกแต่งแพลทตินั่ม (Platinum) อีกทั้งสีดำช่วยเสริมและยกระดับความดุดันให้แก่ตัวถังภายนอก เหมือนกับการตกแต่งด้วยโครเมียมในแบบที่เคยใช้มา”

911 Targa 4 GTS 4

หลังคา Targa bar นั้นพ่นด้วยสีแพลทตินั่ม (Platinum) satin finish พร้อมติดตั้งฟิล์มที่ตกแต่งด้วยคำว่า ‘Porsche Design’ (ปอร์เช่ ดีไซน์) บนบานประตูทั้งสองฝั่ง ซึ่งใช้สีที่ตัดกับสีตัวถังของรถสปอร์ตรุ่น limited-edition รุ่นนี้

911 Targa 4 GTS 5ล้ออัลลอยด์ลายเดียวกันกับรถปอร์เช่ 911 เทอร์โบ เอส (911 Turbo S) ที่ล้อหน้ามีขนาด 20 นิ้ว และล้อหลังมีขนาด 21 นิ้ว ขอบวงล้อพ่นด้วยสีแพลทตินั่ม (Platinum) satin finish และตกแต่งฝาครอบดุมล้อรถด้วยตราสัญลักษณ์ของปอร์เช่

911 Targa 4 GTS 8

ส่วนงานคาลิเปอร์เบรกนั้นพ่นด้วยสีดำเงา (high-gloss) สีเดียวกันกับอุปกรณ์มาตรฐานที่มาพร้อมกับชุดแต่ง Sport Design package นอกจากนี้รถ special edition รุ่นนี้ยังได้ตกแต่งด้วยตราสัญลักษณ์พิเศษ ‘Porsche Design 50th Anniversary Edition’ บริเวณกระจังดักอากาศท้ายรถ พร้อมตัวอักษร ‘911’ สีดำบนกันชนท้ายอีกด้วย

911 Targa 4 GTS 6

911 Targa 4 GTS 22

ด้านห้องโดยสาร นักออกแบบยังคงได้รับแรงบันดาลใจจากงานดีไซน์อันเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ของ F.A. Porsche กับการตกแต่งด้วยวัสดุ Sport-Tex พร้อมหนังแท้สุดพิเศษสีดำ ตัดด้วยสีเทา Slate Grey สวยงามได้อย่างลงตัว และบริเวณกึ่งกลางเบาะที่นั่งหุ้มด้วยผ้าลายตารางหมากรุกสีดำเทาสุดคลาสสิค ซึ่งเป็นเบาะที่นั่งแบบ Adaptive Sports Seats Plus ที่ปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้าได้ถึง 18 ทิศทาง มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานกับหน่วยความจำที่สามารถระบุตำแหน่งของเบาะที่นั่งได้

911 Targa 4 GTS 9

911 Targa 4 GTS

เช่นเดียวกับอุปกรณ์ที่มาพร้อมชุดตกแต่ง Sport Chrono Package ด้วยนาฬิกาจับเวลา Porsche Design Subsecond clock ที่ได้รับการติดตั้งให้อยู่บริเวณตรงแผงคอนโซลหน้า ซึ่งมีสไตล์การตกแต่งหน้าปัดด้วยเข็มนาฬิกาสีแดงสไตล์เดียวกันกับหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ Chronograph I ของรุ่นปี 1972 จากแบรนด์ Porsche Design (ปอร์เช่ ดีไซน์)

911 Targa 4 GTS 11

พวงมาลัย GT sports หุ้มด้วยหนังแท้ และตัดคาดด้วยหนังสีเทา Slate Grey เช่นดียวกับมาร์คบอกตำแหน่ง 12 นาฬิกาบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมืออีกด้วย ยิ่งทำให้กลมกลืนเข้ากับสายเข็มขัดนิรภัยที่มีเฉดสีเดียวกัน และบริเวณที่รองศรีษะของเบาะที่นั่งคนขับประทับด้วยตราสัญลักษณ์ ‘Porsche Design 50th Anniversary’ ซึ่งเป็นการตกแต่งแบบเดียวกับขอบประตูรถสีดำ แทรกด้วยอะลูมิเนียมปัดเงาได้อย่างโดดเด่น

911 Targa 4 GTS 12
นอกจากนี้อุปกรณ์พิเศษอื่นๆ ที่ได้รับการตกแต่งลงไปในรุ่นพิเศษนี้ประกอบไปด้วย ตราสัญลักษณ์ ‘911’ สีเงิน พร้อมหมายเลขลำดับการผลิต limited edition number บนแผงคอนโซล และลายเซ็นต์ของ ‘F.A. Porsche’ ประทับลงบนฝาปิดลิ้นชักเก็บของบริเวณคอนโซลกลาง

รถสปอร์ต แรร์ไอเท็มคันนี้ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ ขนาดความจุ 3 ลิตร 6 สูบนอน ให้พละกำลังขับเคลื่อนถึง 480 แรงม้า (353 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 570 นิวตันเมตร ที่มาพร้อมทางเลือกด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะคลัทช์คู่ 8 จังหวะ (PDK) หรือเกียร์ธรรมดา 7 จังหวะอัตราทดชิด ที่ให้การเปลี่ยนเกียร์ทำได้อย่างรวดเร็วฉับไว และระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Porsche Active Suspension Management (PASM) เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ได้รับการติดตั้งลงในปอร์เช่ 911 ทาร์กา โฟร์ จีทีเอส (911 Targa 4 GTS)

911 Targa 4 GTS 13

ระบบเบรกที่มีสมรรถนะสูงซึ่งถูกยกมาจากรถปอร์เช่ 911 เทอร์โบ (Turbo) ระบบระบายไอเสียที่ถูกติดตั้งแบบสปอร์ตที่ได้รับมาตรฐาน พร้อมปลุกเร้าอารมณ์ความรู้สึกด้วยประสบการณ์แห่งเสียงคำรามจากขุมพลังเครื่องยนต์สุดแรง ที่ได้รับการปรับแต่งเสียงท่อรวมไปถึงการลดปริมาณฉนวนกั้นเสียงในบางตำแหน่งของตัวรถเป็นพิเศษสำหรับรุ่น GTS โดยเฉพาะ

และเนื่องในวาระเฉลิมฉลองการครบรอบในครั้งนี้ของแบรนด์ Porsche Design (ปอร์เช่ ดีไซน์) ได้เปิดตัวนาฬิการุ่นพิเศษระดับตำนานอีกครั้ง โดยเจ้าของผู้ตัดสินใจครอบครองยนตกรรมสปอร์ต limited-edition พิเศษรุ่นนี้ จะได้รับสิทธิในการสั่งซื้อนาฬิกาข้อมือรุ่นดังกล่าวเพื่อใช้งานร่วมกับตัวรถ พร้อมหมายเลขลำดับการผลิตประทับไว้บริเวณฝาตัวเรือนของนาฬิกา โดยจะเป็นหมายเลขเดียวกันกับที่ถูกประทับไว้บนตัวรถนั่นแองอีกด้วย

911 Targa 4 GTS 14

โดยการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีในครั้งนี้ ทางปอร์เช่เองก็ได้เปิดตัวรถสปอร์ตรุ่นพิเศษ Porsche 911 Targa 4 GTS Edition 50 Years Porsche Design จำนวน 750 คัน มาพร้อมอุปกรณ์ที่สะท้อนการออกแบบและองค์ประกอบได้อย่างมีสไตล์ของแบรนด์ Porsche Design อันโดดเด่น เสริมด้วยนาฬิกาที่ออกแบบมาคู่กันอย่างรุ่น Chronograph 1 – 911 Targa 4 GTS Edition 50 Years Porsche Design ซึ่งนาฬิการุ่นนี้ถูกผลิตขึ้นมาเพียง 750 เรือน เพื่อให้ผู้ที่ได้ครอบครองรถรุ่นพิเศษนี้สามารถมีสิทธิสั่งซื้อและเป็นเจ้าของนาฬิการุ่นนี้เท่านั้น โดยแต่ละเรือนจะถูกสลักด้วยหมายเลขลำดับการผลิต Limited Edition Number ไว้ที่ด้านหลังของตัวเรือนนาฬิกา เพิ่มความพิเศษและความภาคภูมิใจซึ่งนับได้ว่าเป็นไอเท็มที่ควรค่าแห่งการได้ครอบครองทั้งตัวรถและนาฬิกา

นอกจากนี้ทางแบรนด์ Porsche Design (ปอร์เช่ ดีไซน์) มอบความพิเศษให้สำหรับบรรดาผู้ที่หลงใหลในความสปอร์ตคลาสสิคของรถปอร์เช่ จึงได้ผลิตนาฬิกาข้อมือ Chronograph 1 รุ่นปี 1972 Limited Edition ซึ่งมีจำนวนจำกัดเพียงแค่ 500 เรือน ให้กับผู้ที่สนใจครอบครองนาฬิการุ่นนี้ในวาระพิเศษนี้อีกด้วยแช่นกัน

 

ฟอร์ดมอบข้อเสนอสุดคุ้มด้านบริการในแคมเปญ ‘ฟอร์ดลดโหดเหมือนโกรธฝน’

0

ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญ ‘ฟอร์ดลดโหดเหมือนโกรธฝน ข้อเสนอสุดคุ้มด้านบริการมากมายที่คัดสรรมาเพื่อให้ลูกค้ารถฟอร์ดขับขี่ปลอดภัยและอุ่นใจตลอดเส้นทางในทุกสภาพอากาศ  เพียงนำรถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ตุลาคม 2565

ฟอร์ดการันตีความใส่ใจด้วยการเน้นย้ำเรื่องความอุ่นใจในการใช้งานรถของลูกค้าผ่านแคมเปญ ‘ฟอร์ดลดโหดเหมือนโกรธฝน’ ที่จะช่วยให้ลูกค้ารถฟอร์ดเดินทางได้อย่างปลอดภัยในทุกเส้นทางตลอดหน้าฝนและในทุกสภาพอากาศ โดยจัดข้อเสนอด้านบริการพิเศษเพื่อความอุ่นใจ ได้แก่

  • ส่วนลดพิเศษมูลค่า 300 บาท สำหรับโปรแกรมบำรุงรักษารถยนต์ (SSP) หรือ โปรแกรมน้ำมันเครื่องสุดคุ้ม (OSP) สำหรับลูกค้ารถฟอร์ดทุกรุ่น ไม่จำกัดระยะทาง โดยลูกค้าจะต้องเข้าไปที่เว็บไซต์ https://www.ford.co.th/owner/service-price-calculator/ เพื่อประเมินราคาค่าใช้จ่ายในการเข้ารับบริการล่วงหน้า (Service Price Calculator)  และแสดงเอกสารจากโปรแกรมประเมินค่าใช้จ่ายเมื่อเข้ารับบริการ
  • รับใบปัดน้ำฝน Motorcraft คู่หน้าฟรี เมื่อมีค่าใช้จ่ายงานเช็คระยะตั้งแต่ 5,000 บาท สำหรับลูกค้ารถยนต์ฟอร์ดทุกรุ่น ยกเว้นรถฟอร์ดเรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ และ ฟอร์ด เทอริทอรี จะได้รับใบปัดน้ำฝนคู่หน้ารุ่นเดียวกับที่ติดตั้งจากโรงงาน โดยฟอร์ดยังมอบบริการพ่นฆ่าเชื้อภายในรถยนต์ฟร
  • ซื้อยางรถยนต์ 3 เส้นในรุ่นที่ร่วมรายการ แถมฟรี 1 เส้น และส่วนลดเพิ่มเติมเมื่อเข้ารับบริการเปลี่ยนแบตเตอรี่ หรือผ้าเบรก ที่ศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศ สำหรับลูกค้ารถฟอร์ดทุกรุ่น ดังนี้
  • ส่วนลดมูลค่า 200 บาท เมื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ หรือ ผ้าเบรก ที่ศูนย์บริการ
  • ในกรณีลูกค้าเปลี่ยนยางรถยนต์ 4 เส้น จะได้รับสิทธิพิเศษ ส่วนลดแบตเตอรี่ หรือ ผ้าเบรก เพิ่มอีก 200 บาท และหากมีการเทิร์นแบตเตอรี่ลูกเก่า จะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 200 บาท รวมเป็นส่วนลดแบตเตอรี่สูงสุด 600 บาท

ทั้งนี้ ลูกค้าฟอร์ดที่ซื้อสินค้าหรือเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฟอร์ด สามารถเข้าร่วมแคมเปญผ่อน 0% นาน 10 เดือน เมื่อมียอดใช้จ่าย 5,000 บาทขึ้นไปต่อ 1 ใบเสร็จ ผ่านบัตรเครดิตของธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงศรีฯ ตามประเภทหน้าบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

ลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ฟอร์ด Ford Call Center โทร. 1383 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ หรือดูข้อมูลแคมเปญและรายละเอียดด้านการบริการเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.ford.co.th

วิริยะประกันภัยก้าวทันเทคโนโลยีรถไฟฟ้า ระดมทัพเสริมความรู้เพิ่มศักยภาพงานซ่อม

0

บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยนายภาคภูมิ วิริยะพันธุ์  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง ร่วมจัดโครงการอบรมความรู้เบื้องต้นด้านรถยนต์ไฟฟ้าหลักสูตร “พื้นฐานเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและความปลอดภัย” (Electric Vehicle Technology and Safety)  เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้แบบครบวงจรเสริมทัพความแข็งแกร่งให้กับบุคลากรวิริยะประกันภัยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง พร้อมมุ่งสู่การยกระดับการบริการทางด้านยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ณรงค์ ธรรมภูติ  วิทยากรหลักสูตรยานยนต์ไฟฟ้า  สถาบันยานยนต์ และดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์สาขาเทคโนโลยีไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์กำลัง  ภาควิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมไฟฟ้า วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ให้เกียรติเป็นวิทยากรอบรมครั้งนี้ ณ ห้องประชุมประไพ วิริยะพันธุ์ บมจ.วิริยะประกันภัย ศูนย์ฯ/สาขาลุมพินี กรุงเทพฯ

การจัดโครงการอบรมฯ ครั้งนี้ เป็นการรวบรวมประสบการณ์ถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการบริการด้านสินไหมทดแทน  ทั้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่สรุปความเสียหาย  ผู้ประกอบการรถยก รวมถึงศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัย  ได้นำความรู้ไปต่อยอด พัฒนา เพื่อให้พร้อมรองรับบริการรถไฟฟ้าที่กำลังขยายตัวต่อเนื่อง ทั้งนี้บริษัทฯได้เริ่มนำร่องโครงการดังกล่าวในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล  ทั้งเตรียมจะขยายผลโครงการฯให้ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคต่อไป

TTC Motor ส่งโปรโมชั่นกลางปี ขับสบาย หายห่วง คุ้มครอง ครบครัน จ่ายแค่ค่างวด นอกนั้นให้ทีทีซีดูแลกับ Worry Free Offers ตลอดเดือนกรกฎาคม 65 นี้

0

คุณอัครินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์, เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี, เมอร์เซเดส-มายบัคและเมอร์เซเดส-อีคิว อย่างเป็นทางการ เผยว่า เพื่อให้สอดรับกับนโยบายของภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจในทุกมิติ ในส่วนของภาคเอกชนบริษัทแม่ขานรับ ส่งแคมเปญพิเศษมากมาย ให้ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้คัดสรรมอบแก่ลูกค้าคนพิเศษตลอดเดือนกรกฎาคมนี้

ทีทีซี มอเตอร์ จัดหนัก จัดเต็ม โปรกลางปีกับ “ขับสบาย หายห่วง คุ้มครอง ครบครัน” ให้กับลูกค้า จ่ายเพียงค่างวดเท่านั้น ที่เหลือให้ทีทีซี ดูแลกับ Worry Free Offers ตลอดเดือนกรกฎาคมนี้ ดาวน์ 0%, ผ่อนชำระค่างวดคงที่แน่นอน, รวม Extended MB Protection, รวม MBSP Ultimate Packages และรวมค่าต่อภาษีรถยนต์ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด รวมทั้งมีรถทดแทนให้กับลูกค้าใช้งานอีกด้วย

สำหรับแคมเปญพิเศษ TTC Day Certified Car รถผู้บริหารไมล์น้อย โปรดี ราคาพิเศษหลากหลายรุ่น ที่จัดแสดงที่โชว์รูมพัฒนาการเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จดีเกินคาด เนื่องจากลูกค้าบางท่านไม่ประสงค์ที่จะรอรถรุ่นใหม่ๆ ที่กำลังทยอยจัดส่ง จึงถอยรถ Certified car ไปใช้งานก่อน ดังนั้นลูกค้าท่านใด ที่พลาดโอกาส คงต้องรอในรอบถัดไป ซึ่งทางทีทีซี จะแจ้งให้ทุกท่านทราบข้อมูลอีกครั้งในเร็วๆนี้

ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูล TTC Motor พัฒนาการ 45 พัฒนาการ 45 : 1274, 083-545-6456 และ อุบลราชธานี : 045-475-222 ติดต่อฝ่ายขายออนไลน์: line.me/R/ti/p/@benzttc Line: @benzttc , FB,IG: @BenzTTC

มาสด้าถ่ายทอดภาพลักษณ์แบรนด์ด้วยภาพยนต์โฆษณาชุดใหม่ “FEEL THE DRIVE” ขับเคลื่อนชีวิตไปด้วยกัน ให้ไกลกว่าเดิม

0

มาสด้าตอกย้ำปรัชญาการสร้างแบรนด์ให้เติบโตอย่างยั่งยืนในประเทศไทย ผ่านภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ที่มาพร้อมสโลแกน “FEEL THE DRIVE” ขับเคลื่อนชีวิตไปด้วยกัน ให้ไกลกว่าเดิม โดยถ่ายทอดความหมายในแง่มุมใหม่ที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม ผ่านประสบการณ์และการขับเคลื่อนทุกจังหวะของชีวิตไปข้างหน้าด้วยกันกับมาสด้า รวมถึงการมีส่วนร่วมและสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น โดยมีรถยนต์มาสด้าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในทุกประสบการณ์และการใช้ชีวิตของลูกค้าในทุกจังหวะของชีวิต ผ่านสื่อโฆษณาแบบครบวงจรทั้งสื่อออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อสร้างการรับรู้ และมอบคุณค่าอย่างแท้จริงให้กับลูกค้ามาสด้าทุกคน ในทุกช่วงเวลาที่พร้อมก้าวเดินไปด้วยกัน เพราะทุกลมหายใจจะนำพาให้คุณเติบโต มาสด้าพร้อมเดินเคียงข้างไปกับลูกค้าในทุกลมหายใจ

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า คุณค่าของแบรนด์คือสิ่งที่มาสด้าให้ความสำคัญและเอาใจใส่มาโดยตลอด นอกเหนือจากการมุ่งมั่นสร้างสรรค์ยนตรกรรมอันเกิดจากจิตวิญญาณแห่งความมุ่งมั่น เพื่อสร้างความรักความผูกพันระยะยาว เพื่อส่งมอบความสุข และความมีชีวิตชีวาให้แก่ผู้ที่ชื่นชอบในการขับขี่อย่างไม่รู้จบ โดยเมื่อปี 2561 มาสด้าเริ่มทำการสื่อสารภาพลักษณ์ของแบรนด์ ภายใต้สโลแกน “FEEL THE DRIVE” ที่มาสด้าให้ความสำคัญต่อการสื่อสารโดยมุ่งเน้นคุณค่าความรู้สึกของลูกค้าที่ได้รับจากการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน นำมาถ่ายทอดเรื่องราวผ่านมุมมองความรู้สึกและประสบการณ์ที่ดีที่ได้รับจากแบรนด์มาสด้า และการมุ่งเน้นถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนไปกับทุกสิ่งรอบตัว โดยมีมาสด้าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทุกประสบการณ์และการใช้ชีวิตของลูกค้า ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจนเกิดการรับรู้ในกลุ่มลูกค้าต่อแบรนด์ในวงกว้าง

ในปี 2565 นี้ มาสด้าได้ยึดหลักการสร้างธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการมุ่งเน้นรักษาฐานลูกค้าเดิม (Retention Business) สิ่งสำคัญคือการพัฒนาคุณค่าของแบรนด์ ด้วยการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในทุก Touch Point ซึ่งจะเห็นได้จากการที่มาสด้าได้มีการพัฒนาการให้บริการในทุกฟังก์ชั่น โดยเฉพาะการสื่อสารเรื่องราวของแบรนด์ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยสร้างสายสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า รวมถึงผู้ที่ชื่นชอบในแบรนด์มาสด้า จะช่วยสร้างความเข้าใจถึงตัวตนที่แท้จริง แนวคิดริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เข้าถึงแก่นแท้ปรัชญาของมาสด้าที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์สิ่งดีๆ และเชื่อมโยงทุกสายสัมพันธ์ที่ถูกถ่ายทอดจากรถยนต์ไปสู่ลูกค้า ทำให้มาสด้ากลายเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าเกิดความจงรักภักดี และส่งมอบคุณค่าผ่านแนวคิดต่างๆ เหล่านี้ได้อย่างแท้จริง

“เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์แบรนด์ขึ้นไปอีกระดับ มาสด้าได้ผลิตภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ขึ้นมา ภายใต้สโลแกน “FEEL THE DRIVE” ขับเคลื่อนชีวิตไปด้วยกัน ให้ไกลกว่าเดิม โดยถ่ายทอดความหมายใหม่ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ผ่านประสบการณ์และการขับเคลื่อนทุกจังหวะของชีวิตไปข้างหน้าด้วยกันกับมาสด้า โดยไม่ได้มุ่งเน้นนำเสนอในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่คำนึงถึงความสำคัญกับการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนชีวิตไปข้างหน้า โดยบอกเล่าเรื่องราวผ่านลมหายใจก้าวสู่วันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า ทุกลมหายใจเต็มไปด้วยจินตนาการ ความมุ่งมั่น ความกล้าที่จะแตกต่าง เพื่อความสุขในวันข้างหน้า โดยมีรถยนต์มาสด้าอยู่เคียงข้างร่วมเดินทางไปตลอดเส้นทางชีวิต เกิดทัศนคติเชิงบวกต่อการใช้ชีวิต ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา มาสด้าเชื่อว่าในทุกช่วงเวลาที่เราเดินไปพร้อมกัน ทุกลมหายใจจะพาเราก้าวไปข้างหน้าและเติบโตขึ้น พร้อมเปิดรับประสบการณ์ใหม่ ได้ออกไปค้นพบโลกกว้างในอีกหลากหลายมุม และส่งต่อสิ่งดีๆ เพื่อก้าวสู่วันพรุ่งนี้ไปด้วยกัน” นายธีร์ กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับกลยุทธ์และแกนหลักในการสื่อสารของภาพยนตร์ชุดใหม่นี้ มุ่งเน้นอารมณ์ความรู้สึกและความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์มาสด้าในแต่ละช่วงจังหวะชีวิต นำไปสู่มุมมองทัศนคติที่ดีและความรู้สึกที่แตกต่างกันสู่วันพรุ่งนี้ พร้อมสื่อถึงแนวคิดของแบรนด์ที่ไม่เพียงให้ความสำคัญกับการมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด หรือส่งมอบประสบการณ์ที่ดีในการขับขี่เท่านั้น แต่ยังพร้อมเดินทางคียงข้างไปกับลูกค้าในทุกเส้นทาง ทุกช่วงเวลา เพื่อสร้างความผูกพัน ความสุข และความมีชีวิตชีวา เติมเต็มชีวิตที่สมบูรณ์แบบของลูกค้าในทุกๆ ด้าน และก้าวสู่วันพรุ่งนี้ไปด้วยกัน ให้ไกลกว่าเดิม ผ่านสื่อโฆษณาแบบครบวงจร ทั้งสื่อออฟไลน์และผ่านสื่อออนไลน์ เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้างและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง นอกจากนี้ มาสด้ายังพร้อมต่อยอดการสื่อสารภาพลักษณ์นี้ขึ้นอีกระดับ โดยจะมุ่งเน้นพัฒนาเนื้อหาและการตลาด โดยให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นลำดับแรก รวมถึงผู้ที่รักและชื่นชอบในแบรนด์มาสด้า (Fan-Based Marketing) เพื่อสร้างความรู้สึกการมีส่วนร่วม (Customer Engagement) และสร้างสายสัมพันธ์อันดีกับแบรนด์มาสด้าตลอดไป

ดังนั้น การถ่ายทอดเรื่องราวของแบรนด์มาสด้าในครั้งนี้จะเริ่มตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป โดยสื่อสารผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างทั่วถึง ทั้งนี้ ลูกค้า สามารถรับชมภาพยนต์โฆษณาชุดนี้ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้ Mazda Thailand Official: Website, Facebook, YouTube, IG และ Line

Mazda Official Website: https://www.mazda.co.th/why-mazda/feel-the-drive/

YouTube: https://youtu.be/SnQJ42k1Y8I

เอ็มจี ให้ลูกค้า MG ZS มั่นใจทุกการขับขี่ด้วย “MG ZS REFRESH YOUR DRIVE” ตรวจเช็กสภาพรถฟรี 37 รายการ

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย สะท้อนความมุ่งมั่นในการยกระดับบริการหลังการขายด้วยแคมเปญ “MG ZS REFRESH YOUR DRIVE คืนความสดใส พร้อมทุกเส้นทางใหม่ ไปกับ MG ZS” เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระลูกค้าในการดูแลบำรุงรักษารถยนต์ MG ZS ที่อายุการใช้งานเกิน 4 ปี หรือมีระยะทางสะสมตั้งแต่ 120,000 กิโลเมตร ขึ้นไป โดยสามารถเข้ารับบริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี 37 รายการ* ได้ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2565 ถึง 30 กันยายน 2565 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือนัดหมายเข้ารับบริการล่วงหน้าได้ที่ศูนย์บริการเอ็มจีทั่วประเทศ

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การบริการหลังการขายยังถือเป็นประเด็นที่เอ็มจีให้ความสำคัญ และมุ่งมั่นพัฒนาต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีในการนำรถเข้ามาใช้บริการให้กับลูกค้า ซึ่งการนำรถเข้ามาตรวจสภาพ และเช็กระยะตามที่กำหนดนอกจากจะทำให้การใช้งานรถมีประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยมากขึ้นด้วย จึงออกแคมเปญ “MG ZS REFRESH YOUR DRIVE คืนความสดใส พร้อมทุกเส้นทางใหม่ ไปกับ MG ZS” เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้า MG ZS (รุ่นปี 2017 เป็นต้นไป) นำรถเข้าตรวจเช็กสภาพตามระยะทางที่กำหนด โดยสิทธิประโยชน์ดังกล่าว ประกอบด้วย

  • ฟรี บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ จำนวน 37 รายการ* อาทิ ตรวจเช็กสภาพเบรก แบตเตอรี่ ระบบช่วงล่าง เป็นต้น
  • ฟรี ค่าอะไหล่ที่ร่วมรายการ* อาทิ ไส้กรองน้ำมันเครื่อง อะไหล่หัวเทียน เป็นต้น
  • ฟรี ค่าแรงเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง*

* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

โดยลูกค้าสามารถร่วมรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2565 ถึง 30 กันยายน 2565 ที่โชว์รูมและศูนย์บริการเอ็มจีทั่วประเทศ และสะดวกยิ่งขึ้นกับบริการตรวจเช็กนอกสถานที่ในรูปแบบ Mobile Service ที่พร้อมส่งตรงการบริการคุณภาพถึงหน้าบ้านของลูกค้า ปัจจุบัน เอ็มจี มีจำนวนผู้จำหน่ายกว่า 157 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 75 จังหวัด ภายในครึ่งปีหลังนี้ เตรียมแผนเพิ่มจำนวนผู้แทนจำหน่ายไม่ต่ำกว่า 10 แห่ง ซึ่งจะทำให้เอ็มจีสามารถบรรลุเป้าหมายในการขยายจำนวนโชว์รูมและศูนย์บริการครบ 170 แห่ง ทั่วประเทศภายในสิ้นปีนี้” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวเสริม

สำหรับผู้ที่สนใจรถยนต์เอ็มจีหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand

พร้อมพลัส “Big Motor Sale 2022” รวมพลังสร้างโอกาสผู้ซื้อพบผู้ขายแบบสุดคุ้ม พบกัน 19-28 สิงหาคมนี้ ที่ ไบเทค บางนา

0

บิ๊กยานยนต์ ผู้จัดงาน Big Motor Sale 2022 มหกรรมเปิดโลกยานยนต์” เดินหน้าประกาศพร้อมพลัสจับมือผู้ประกอบการค่ายรถชั้นนำและอุปกรณ์ตกแต่งพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสแสดงศักยภาพนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพ พร้อมจัดโปรโมชั่นพิเศษสุดเพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อยานยนต์คุณภาพในราคาที่คุ้มค่าเงินสูงสุด สร้างความสุขต่อยอดกระแสการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และพัฒนาธุรกิจยานยนต์ไทยให้ฟื้นตัวต่อเนื่อง ระหว่างวันที่ 19-28 สิงหาคม 2565 ณ ฮอลล์ 101-104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

นายจรวย ขันมณี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป และ ประธานกรรมการอำนวยการจัดงาน Bangkok International Grand Motor Sale 2022  หรือ Big Motor Sale 2022 เผยว่า “จากวิกฤติโควิด-19 ในประเทศไทยที่เริ่มคลี่คลาย นับเป็นโอกาสดีในการเร่งฟื้นตัวในทุกภาคส่วน รวมทั้งแวดวงยานยนต์ที่ผู้ประกอบการทุกค่ายทุกแบรนด์มีผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ออกมาให้ชม มีผู้ประกอบการรายใหม่ที่น่าสนใจเข้ามาสร้างความเคลื่อนไหวต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี งาน Big Motor Sale 2022 ที่จะจัดขึ้นในช่วง 19-28 สิงหาคมนี้ได้การตอบรับจองพื้นที่จากผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ รถอเนกประสงค์ ยานยนต์ไฟฟ้า และมอเตอร์ไซค์ รถยนต์มือสองพรีเมี่ยมและอุปกรณ์ตกแต่งพรีเมียม เต็มพื้นที่ฮอลล์ 101-104  เป็นสัญญาณดี ๆ ที่สร้างความมั่นใจว่าเราจะร่วมมือกันกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมอันเป็นเส้นเลือดใหญ่ของประเทศไทยไปพร้อม ๆ กัน ทั้งนี้เราได้จัดการในเรื่องการประชาสัมพันธ์เชิญชวนมาชมมาเลือกซื้อรถคันใหม่อย่างเต็มที่ทุกช่องทาง ทั้งป้ายโฆษณาใหญ่ ๆ และโฆษณาผ่านจอแอลอีดีทั่วกรุงเทพฯ และชานเมือง ลงโฆษณาทางหนังสือพิมพ์รายวัน สื่อสิ่งพิมพ์และสื่อออนไลน์ รายการวิทยุ รวมทั้งมีการถ่ายทอดบรรยากาศของงานทางโทรทัศน์ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับทราบอย่างทั่วถึงและเป็นการแสดงความตั้งใจจะร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทยอย่างจริงจัง

นอกจากนี้ในฐานะผู้จัดงานนัดพบระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายโดยตรง ยังได้สนับสนุนให้ทุกค่ายทุกแบรนด์พิจารณาจัดทำแค็มเปญการตลาดสุดพิเศษ เพื่อให้ผู้จองรถในงานได้รับสิทธิประโยชน์ที่พิเศษจริง ๆ  จึงถือเป็นโอกาสดีสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการ “ตัวเลือก” ทั้งผลิตภัณฑ์และบริการที่สร้างความพึงพอใจ ความคุ้มค่า และมีความสุขในการใช้งาน บนพื้นที่การขายใน Big Motor Sale 2022 มหกรรมเปิดโลกยานยนต์ ณ ไบเทค บางนา ที่จัดให้สวยงามและมีบรรยากาศการซื้อ-ขายที่สมบูรณ์ครบในทุกด้าน เดินทางสะดวกด้วยการใช้รถไฟฟ้า BTS อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้สนใจซื้อรถได้ทดลองขับได้อย่างจุใจ โดยมีผู้แทนแบรนด์สินค้าให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด พร้อมรับข้อเสนอพิเศษเพื่อกระตุ้นใจผู้บริโภคมากมาย”

สำหรับคำจำกัดความของงาน Big Motor Sale 2022  มหกรรมเปิดโลกยานยนต์คือ “พร้อมพลัส” นั้นหมายถึงความร่วมมือกันอย่างเต็มที่ระหว่าง ผู้จัด ผู้ประกอบการ และผู้ทำงานด้านต่าง ๆ  ที่พร้อมจะสร้างความสุขให้กับผู้เข้าชมงานทุกคน

กำหนดการแสดงงาน Big Motor Sale 2022 ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 19 – วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม 2565 (วันธรรมดา 12.00 น. – 21.00 น./วันเสาร์-อาทิตย์ 11.00 น. – 21.00 น.)

กำหนดการสำคัญ      : พิธีเริ่มงาน  วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม 2565

07.00 น. เป็นต้นไป    : ลงทะเบียนสื่อมวลชน ณ ห้องสื่อมวลชน ชั้น 2 อาคารไบเทค

08.30 น. – 09.30 น.  : แขกผู้มีเกียรติร่วมแสดงความยินดีและถ่ายภาพในพิธีเริ่มงานเปิดโลกยานยนต์ ณ เวทีใหญ่ บริเวณหน้าฮอลล์ 103

10.00 น. – 14.00 น.  : ร่วมชมการแนะนำผลิตภัณฑ์ล่าสุด โดยผู้บริหารแบรนด์ที่เข้าร่วมจำหน่ายภายในบริเวณจัดแสดงงาน ฮอลล์ 101-104

ทั้งนี้ งาน Big Motor Sale 2022 ยังคงให้ความสำคัญกับมาตรการทางสาธารณสุขเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ต่อเนื่อง ได้แก่ สวมหน้ากาก-รักษาระยะห่าง-หมั่นล้างมือ เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้เข้าชมตลอด 10 วันแสดงงาน ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : bigmotorsale  บัตรเข้าชมงานราคา 100 บาท และมีโปรโมชั่นแจกบัตรเข้าชมงานฟรีในนิตยสารเครือยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป