Home Blog Page 298

“งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 44” จัดเต็มพื้นที่ ฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ วันนี้–22 พ.ค.

0

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ร่วมกับ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ จัด “งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 44” แสดงรถโบราณ และรถคลาสสิคหายากกว่าร้อยคัน พร้อมกิจกรรมมากมาย ภายใต้มาตรการป้องกัน COVID-19 อย่างเคร่งครัด

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า งานประกวดรถโบราณ ครั้งนี้ นับเป็นปีที่ 11 ที่สมาคมฯ ร่วมกับศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และเป็นครั้งที่ 44 ของการจัดงานภายใต้แนวคิด “ต่างยุค – ร่วมสมัย…Different Periods – Yet Contemporaneous” โดยมีสมาชิก รวมถึงผู้สนใจส่งรถโบราณ และรถคลาสสิคเข้าประกวด และจัดแสดงให้ชมอย่างใกล้ชิดกว่า 100 คัน พร้อมมาตรการป้องกันโรคระบาด COVID-19 ได้แก่ ทีมงานฉีดวัคซีนอย่างน้อย 2 เข็ม ตรวจ ATK ก่อนเข้างาน รวมถึงใส่หน้ากากอนามัยในพื้นที่จัดงานตลอดเวลา

การประกวดออกแบ่งออกเป็น 7 รุ่น ได้แก่ รถรุ่นบรรพบุรุษ รถรุ่นผ่านศึก รถโบราณ รถรุ่นก่อนสงคราม รถรุ่นหลังสงคราม รถคลาสสิค และรถคลาสสิคร่วมสมัย โดยรถเด่น ได้แก่ MG TA ปี 1936 แบบโปสเตอร์งานปีนี้ JAGUAR MK V SALOON ปี 1951 ผู้บุกเบิกแนวทางการออกแบบรถยนต์ของอังกฤษยุคหลังสงคราม เป็นรถขนาดใหญ่ รูปทรงสวยขรึม FIAT 500 N ปี 1957 รถที่ได้รับความนิยมจนเป็นสัญลักษณ์ของประเทศอิตาลี ขนาดกะทัดรัด มีเสน่ห์ที่ประตูย้อน และหลังคาผ้าใบสามารถเปิดม้วนเก็บได้ทั้งหมด BMW ISETTA 300 ปี 1961 รถ 3 ล้อ ขนาดเล็กมาก พิเศษด้วยการออกแบบที่เปิดประตูจากด้านหน้า TRIUMPH TR3A ROADSTER  ปี 1961 รถสปอร์ทอังกฤษพันธุ์แท้จากเมืองโคเวนทรี รูปทรงปราดเปรียว หนักเพียง 950 กก. ทั้งที่ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ 1,991 ซีซี ขนาดใหญ่เกินตัว

ยิ่งกว่านั้น ยังจัดแสดง รถจำลอง รถดัดแปลง รถประดิษฐ์พิเศษ รถโฟล์คสวาเกน รถอเมริกัน รถแจกวาร์-เดมเลอร์ และรถมีนี อีกทั้งยังมีกิจกรรมอื่นๆ ได้แก่ จำหน่ายสินค้าวินเทจ เช่น รถโบราณจำลอง แสตมป์รถโบราณ หนังสือ นิตยสาร การแสดงจากศิลปินบรรเลงเพลงย้อนยุค เป็นต้น

ด้าน ณัฐรินทร์ พยุงวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ-สายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค ผู้ให้การสนับสนุนสถานที่จัดงาน กล่าวว่า งานประกวดรถโบราณ ถือเป็นงานใหญ่ประจำปีของศูนย์การค้าฯ ปีนี้จัดขึ้นบนพื้นที่กว่า 5,000 ตารางเมตร เต็มพื้นที่ชั้น G ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์  ซึ่งนอกเหนือจากการชมรถโบราณอันทรงคุณค่าแล้ว ลูกค้ายังสามารถร่วมกิจกรรม Lucky Rally ตามหารถไฮไลท์ครบ 5 คัน รับของขวัญฟรีจากฟิวเจอร์พาร์ค

เชิญชม “งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 44” ณ ชั้น G ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ ตั้งแต่วันนี้-22 พฤษภาคม 2565 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.vintagecarclub.or.th และ www.facebook.com/VintageCarClub

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เผยยอดขายรถใหม่ในเดือนเมษายนยังโตต่อเนื่อง HAVAL H6 ครองแชมป์ 4 เดือนซ้อน

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยืนหนึ่งตลาดยานยนต์ไฟฟ้าไทย ประกาศความสำเร็จอย่างต่อเนื่องด้วยยอดขายในเดือนเมษายนที่ผ่านมาของรถยนต์ทั้ง 3 รุ่น ได้แก่ All New HAVAL H6 Hybrid SUV, ORA Good Cat และ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV รวมทั้งสิ้น 710 คัน โดย All New HAVAL H6 Hybrid SUV ยังคงสร้างความประทับใจให้กับผู้บริโภคอย่างเหนียวแน่น คว้าแชมป์ยอดขายอันดับ 1 ในกลุ่มรถยนต์คอมแพคเอสยูวีได้ติดต่อกันถึง 4 เดือนซ้อนมาครอง ถึงปัจจุบัน เกรท วอลล์ มอเตอร์ เดินหน้าส่งมอบยานยนต์พลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะสู่ท้องถนนประเทศไทยทั้งสิ้นกว่า 7,145 คัน พร้อมทั้งเดินหน้าขยาย GWM Store ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภค โดยล่าสุดเปิดให้บริการแล้ว 42 แห่งทั่วประเทศ เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศของยานยนต์ไฟฟ้าไทยอย่างต่อเนื่อง

เริ่มต้นไตรมาสสองของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเป็นปีที่ 2 อย่างแข็งขันสำหรับ เกรท วอลล์ มอเตอร์ โดย All New HAVAL H6 Hybrid SUV ยังคงความโดดเด่นด้วยการเป็นผู้นำในกลุ่มรถยนต์คอมแพคเอสยูวีกับตัวเลขยอดขายในเดือนเมษายนที่ผ่านรวม 417 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 38.2 เปอร์เซ็นต์ จากยอดขายรวมของเซ็กเมนต์ทั้งสิ้น 1,093 คัน นับเป็นการครองแชมป์อย่างต่อเนื่อง 4 เดือนซ้อนในปีนี้ โดยตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเมษายน 2565 เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ส่งมอบรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ให้แก่ผู้บริโภคในประเทศไทยไปแล้วเป็นจำนวนทั้งสิ้น 1,432 คัน

สำหรับ ORA Good Cat เจ้าเหมียวไฟฟ้า 100% หลังจากที่สร้างความฮือฮาด้วยยอดจองตลอดการจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ที่ผ่านมาถึง 1,136 คัน และมียอดจองที่รอส่งมอบรวมกว่า 3,500 คัน ทั้งนี้ถึงแม้ว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่จะรอการประกาศอย่างเป็นทางการของสิทธิประโยชน์ด้านภาษีสรรพสามิตในการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะมีผลทำให้ราคาของผลิตภัณฑ์มีการปรับลดลง แต่ ORA Good Cat ยังคงได้กระแสตอบรับอย่างดีจากแฟนๆ ด้วยยอดขายรวม 74 คันในเดือนเมษายน แม้ว่าปัจจุบัน เกรท วอลล์ มอเตอร์ จำเป็นต้องหยุดรับการจองรถ ORA Good Cat ทั้ง 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น 400 TECH 400 PRO และ 500 ULTRA ชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา เนื่องจากการตอบรับเกินความคาดหมาย รวมถึงสภาวการณ์ขาดแคลนชิปและแบตเตอรี่ทั่วโลกตั้งแต่ปีที่ผ่านมา แต่บริษัทฯ จะทำงานร่วมกับสำนักงานใหญ่ที่ประเทศจีนและพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศ เพื่อทยอยส่งมอบเจ้าเหมียวไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าโดยเร็วที่สุด โดยตั้งแต่เดือนมกราคมจวบจนถึงเมษายน ORA Good Cat มียอดส่งมอบไปแล้วทั้งสิ้น 778 คัน

เช่นเดียวกับเจ้าสิงโตอารมณ์ดี All New HAVAL JOLION Hybrid SUV รถยนต์เอสยูวีพรีเมียมที่มาพร้อมนวัตกรรมยานยนต์อันล้ำสมัยและสมรรถนะโดดเด่นเหนือระดับ ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน กวาดยอดขายในเดือนเมษายนไปได้ทั้งสิ้น 219 คัน ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปี 2565 จนถึงเดือนเมษายน เกรท วอลล์ มอเตอร์ สามารถส่งมอบ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV ให้แก่ผู้บริโภคได้ถึง 1,233 คัน

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ความไว้วางใจและการสนับสนุนที่ผู้บริโภคชาวไทยทุกท่านมอบให้กับเราผ่านตัวเลขยอดขายในเดือนแรกของไตรมาสสองนั้น นับเป็นกำลังใจสำคัญที่ช่วยหล่อเลี้ยงและผลักดันให้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เดินหน้านำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่จะตอบโจทย์ความชื่นชอบและไลฟ์สไตล์การขับขี่ที่แตกต่างกันของผู้บริโภคชาวไทย ด้วยการยึดถือผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (User-Centric) ควบคู่กับการรับฟังความคิดเห็นของลูกค้า รวมถึงการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ครอบคลุมในทุกมิติแบบ Online to Offline เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ตลอดจนร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วนเพื่อช่วยยกระดับและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์รวมถึงเศรษฐกิจไทยให้เติบโตต่อไป พร้อมขานรับนโยบายด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของภาครัฐที่มีออกมาอย่างต่อเนื่อง”

 

ทั้งนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าและพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้า พร้อมวางรากฐานที่มั่นคงซึ่งจะช่วยให้สังคมไทยเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบได้ราบรื่นยิ่งขึ้น โดยล่าสุดได้ผสานความร่วมมือและแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญด้านพลังงานไฟฟ้ากับทั้ง 3 หน่วยงานภาครัฐ ประกอบไปด้วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อร่วมสร้างระบบนิเวศของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ตอบรับนโยบายของทางภาครัฐตามแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะยาว

ในด้านช่องทางการจัดจำหน่าย เกรท วอล์ มอเตอร์ เดินหน้าขยาย GWM Store อย่างต่อเนื่องให้ครบ 80 แห่งภายในปี 2565 นี้ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าและให้บริการผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยล่าสุดเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบแล้วเป็นจำนวนทั้งสิ้น 42 แห่งทั่วประเทศ ประกอบไปด้วย GWM Experience Center 1 แห่ง GWM Direct Store 8 แห่ง และ GWM Partner Store 33 แห่ง ซึ่ง GWM Store ทั้ง 3 รูปแบบดังกล่าว ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล 12 แห่ง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก 7 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 6 แห่ง ภาคเหนือ 4 แห่ง และภาคใต้ 4 แห่ง

นอกจากการประกาศความเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยแล้ว เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในตลาดโลกเช่นกัน สำหรับเดือนเมษายนที่ผ่านมา บริษัทฯ มียอดขายรถยนต์รวมทั้งหมด 61,510 คัน โดยเป็นรถยนต์จากแบรนด์ HAVAL รวมทั้งสิ้น 29,125 คัน ขณะที่แบรนด์ ORA ที่สร้างผลงานเข้าเป้ามาอย่างต่อเนื่อง มียอดขายรวม 3,088 คัน ปิดท้ายด้วย TANK แบรนด์เอสยูวีระดับพรีเมียมสำหรับขาลุยที่กวาดยอดขายได้ถึง 6,065 คัน

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก” (Global Intelligent Technology) มุ่งมั่นที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานคุณภาพ และบริการที่ดีเยี่ยม พร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง เพื่อสนองความต้องการและสร้างความพอใจให้กับผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด ขณะเดียวกันเกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคงเดินหน้าสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์แบบผ่านความร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจที่หลากหลาย พร้อมผลักดันส่งเสริมให้สังคมมีความเข้าใจในยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเเพร่หลาย และขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าให้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ทีทีซี มอเตอร์ จัดโปรฯเพิ่มมูลค่ารถเทรดอิน ให้สูงสุดถึง 55,555 บาท วันนี้ถึง 31 พ.ค.65

0

คุณอัครินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์, เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี, เมอร์เซเดส-มายบัคและเมอร์เซเดส-อีคิว อย่างเป็นทางการ เผยว่าหลังจากงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2022 ที่ผ่านมา ทีทีซี มอเตอร์ มียอดจองเป็นลำดับต้นๆของผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการ ซึ่งมีการติดตามยอดส่งมอบอย่างต่อเนื่อง และจัดกิจกรรมสำหรับลูกค้าอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ทั้งลูกค้ารถใหม่ ศูนย์บริการและศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง

ในเดือนนี้ ทีทีซี มอเตอร์ จัดโปรโมชั่น “รถเก่าแลกใหม่ ให้ราคาดี!” ทีทีซี มอเตอร์ มอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าทุกท่านที่สนใจ Trade-in รถทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ โดยเพิ่มมูลค่าสูงสุดถึง 55,555 บาท เพียงแค่คุณนำรถมาแลกที่ทีทีซี  ตั้งแต่วันที่ 5-31 พ.ค.65 คุณจะได้ราคารถที่พึ่งพอใจ และเลือกรับรถใหม่ได้หลากหลายรุ่น โดยเฉพาะเดอะนิวเบบี้ลักชัวรี  The new C-Class  ที่ทุกท่านสามารถสัมผัสประสบการณ์สุด Exclusive ได้ทั้งรุ่น C 220 d Avantgarde ราคา 2,590,000 บาท และ C 220 d AMG Dynamic ราคา 2,990,000 บาท

พร้อมรับ Giftset สุดพิเศษฟรีทันที เมื่อจอง The new C-Class : line.me/R/ti/p/@benzttc

รับ Power Bank จาก MB Thailand , กระเป๋ากันน้ำจาก MB Thailand และสเปรย์แอลกฮอลล์และหน้ากากอนามัย *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

The new C-Class  เจเนอเรชั่นที่ 6 รหัส W206 คือเดอะนิวเบบี้ลักชัวรีที่มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ กับขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร พัฒนาใหม่ พร้อมระบบ Mild-HYBRID สร้างและจ่ายไฟฟ้า เพื่อเลี้ยงระบบไฟฟ้าของรถ โดยเป็นระบบมอเตอร์ไฟฟ้าแบบพิเศษ ที่ให้กำลังแรงม้าสูงสุดถึง 15 กิโลวัตต์ ทำให้รถยนต์ The new C-Class มีพละกำลังมากถึง200 แรงม้าที่ 3,600 รอบ/นาที และให้แรงบิด 440 นิวตันเมตรที่ 1,800-2,800 รอบ/นาที

ดีไซนภายนอกโดดเด่นด้วยรูปลักษณ์แบบสปอร์ตและขนาดตัวรถกว้างขึ้นในทุกมิติ มอบความสะดวกสบายในการเดินทางมากยิ่งขึ้น ดีไซน์ภายในมีการตกแต่งถอดแบบมาจากรุ่น S-Class ทั้งหน้าจอความละเอียดสูง การปรับรูปแบบการแสดงผลได้ 3 แบบ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้านหุ้มด้วยหนัง คอนโซลกลางมาพร้อมหน้าแบบสัมผัสแนวตั้งขนาด 11.9 นิ้ว อีกทั้งระบบความปลอดภัยและมาตรฐานเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ได้รับการยกระดับขึ้นอีกขั้น นับเป็นรุ่นที่คุ้มค่ามากทีเดียว

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย คว้า 2 รางวัลใหญ่จากเวที “สุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี 2565” ตอกย้ำตำแหน่งผู้นำตลาดรถยนต์พรีเมียมไทย

0

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ตอกย้ำตำแหน่งผู้นำตลาดรถยนต์พรีเมียมไทยอย่างต่อเนื่อง จากการคว้ารางวัลใหญ่ล่าสุดจากเวที “สุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี 2565” (Product Innovation Awards 2022) ประเภทผลิตภัณฑ์กลุ่มยานยนต์ โดยในปีนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย คว้ารางวัลมาครองได้ทั้งหมด 2 รางวัล ด้วยบีเอ็มดับเบิลยู X1 sDrive20d M Sport กับรางวัลรถยนต์อเนกประสงค์หรูหราระดับต้น และมินิ คูเปอร์ เอสอี กับรางวัลรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมระดับต้น รางวัลดังกล่าวสะท้อนแนวทางการดำเนินงานของบริษัทในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีที่สุด พร้อมการส่งมอบนวัตกรรมยานยนต์ล้ำสมัยเพื่อผู้บริโภคอย่างแท้จริง นอกจากนี้ รางวัล “สุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี 2565” ยังเป็นสิ่งที่ยืนยันให้เห็นถึงความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค ซึ่งรวมถึงตัววัดผลด้านความพึงพอใจของลูกค้า หรือ NPS Score ที่เพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยบีเอ็มดับเบิลยูยังคงยึดหลักการให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง พร้อมนำเสนอยนตรกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการผสานนวัตกรรมทางดิจิทัลในการให้บริการ เพื่อเป็นทางเลือกที่เหมาะสมและหลากหลายให้แก่ลูกค้า ที่สำคัญ ยังคงมุ่งมั่นในการเป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและรับผิดชอบต่อสังคม

รางวัล “สุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี 2565” เป็นรางวัลซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างนิตยสาร Business+ ในเครือบริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) และวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อมอบรางวัลแห่งความสำเร็จให้กับแบรนด์ที่สามารถพัฒนาสินค้าหรือบริการจนเกิดเป็นนวัตกรรม สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ โดยมีการคัดเลือกทั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิและการโหวตจากผู้บริโภครวม 28 รางวัล ใน 10 ประเภทสินค้าและบริการ โดยรางวัลที่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้รับนั้นพิสูจน์ให้ถึงความนิยมของลูกค้าชาวไทยที่มีต่อรถยนต์ทั้งสองรุ่นเป็นอย่างดี

สำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู X1 sDrive20d M Sport เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ SAV มาพร้อมกับดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ผสานกับประสิทธิภาพและความอเนกประสงค์ที่ดีที่สุด โดยรถยนต์รุ่นดังกล่าวได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มลูกค้าที่วัยรุ่นที่มีความทันสมัยและกระตือรือร้น เพียบพร้อมด้วยด้วยประสิทธิภาพเหนือระดับกว่ารถยนต์ทุกคันในประเภทเดียวกัน ผสานความพึงพอใจในการขับขี่จากบีเอ็มดับเบิลยูซึ่งขึ้นชื่อด้านฟังก์ชันการใช้งานที่โดดเด่นและเทคโนโลยีล้ำสมัย ด้วยลักษณะเฉพาะของการขับขี่ที่แตกต่าง ระบบสาระบันเทิงที่ครบครัน และการเชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัดกับ BMW ConnectedDrive ซึ่งได้รับการอัปเดตล่าสุด จึงทำให้บีเอ็มดับเบิลยู X1 sDrive20d M Sport ครองความเป็นผู้นำในตลาดมาได้อย่างต่อเนื่อง

บีเอ็มดับเบิลยู X1 sDrive20d M Sport ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ส่งกำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์/190 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,750-2,500 รอบต่อนาที โดดเด่นด้วยพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางและที่เก็บสัมภาระความจุ 505 ลิตรซึ่งสามารถขยายได้มากถึง 1,550 ลิตร จอแสดงผล Control Display ขนาด 10.25 นิ้ว สามารถควบคุมผ่านปุ่ม BMW iDrive ระบบสั่งงานด้วยเสียงหรือจอระบบสัมผัส

ส่วน มินิ คูเปอร์ เอสอี ได้ผสมผสานความรู้สึกโกคาร์ทในตำนานเข้ากับการออกแบบที่โดดเด่น มอบคุณภาพระดับพรีเมียมที่มาพร้อมกับการขับขี่แบบไร้มลพิษ จากแนวคิดผลิตภัณฑ์ดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าผู้ขับขี่รถยนต์มินิทั้งชายและหญิงส่วนใหญ่มีความเป็นตัวของตัวเอง แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนใหญ่ของผู้ขับขี่ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมด้วย นอกเหนือจากการขับขี่ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์แล้ว ประสบการณ์ของผู้ขับขี่ในการใช้จอแสดงผลและระบบควบคุมนวัตกรรมในรถยนต์มินิ ยังเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเพิ่มความสนุกในการขับขี่ตามแบบฉบับของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี ยิ่งไปกว่านั้น การเชื่อมต่ออย่างราบรื่นกับสมาร์ทโฟนยังช่วยให้ลูกค้ามินิสามารถใช้ชีวิตแบบดิจิทัลได้อย่างเต็มรูปแบบในระหว่างการขับรถ ส่งผลให้รถยนต์ไฟฟ้า มินิ
คูเปอร์ เอสอี เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ครองแชมป์ในตลาดยานยนต์ไฟฟ้ากลุ่มพรีเมียม PHEV และ BEV ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดรวมกว่า 32.9% ในปีที่ผ่านมา

มินิ คูเปอร์ เอสอี เป็นรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% จากมินิรุ่นแรก ส่งพละกำลังสูงสุด 135 กิโลวัตต์ / 184 แรงม้า ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าจึงสามารถส่งแรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตรได้ทันทีที่เท้าแตะคันเร่งแม้จากรถหยุดนิ่ง ส่งความเร็วจาก 0 ถึง 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 3.9 วินาที  และสามารถเร่งความเร็วจากหยุดนิ่งได้ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 7.3 วินาที มินิ คูเปอร์ เอสอี ทำความเร็วสูงสุดได้ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในการวิ่งได้ระยะทางสูงสุดราว 203 – 234 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTP)

อีซูซุรับรางวัลเกียรติยศ “สุดยอดองค์กรแห่งปี” (Thailand Top Company Awards 2022) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8

0

ฯพณฯ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย ประธานในพิธีให้เกียรติมอบรางวัลเกียรติยศ “สุดยอดองค์กรแห่งปี” (Thailand Top Company Awards) โดยอีซูซุได้รับเลือกให้รับรางวัลในฐานะที่เป็นองค์กรที่ประสบความสำเร็จในระดับสูงสุดของประเทศ ในกลุ่ม “อุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์” โดยคุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เป็นผู้รับมอบ ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ

มาสด้า บีที-50 รถปิกอัพต้นแบบแห่งความสง่างาม คว้ารางวัล Product Innovation Awards 2022

0

รถปิกอัพ มาสด้า บีที-50 คว้ารางวัลสุดยอดสินค้าและบริการที่มีนวัตกรรมแห่งปี 2565 (Business+ Product Innovation Awards 2022) ประเภทรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ปิกอัพ 1 ตัน จากนิตยสาร Business+ โดยมี นายอุทัย เรืองศักดิ์ ผู้อำนวยการส่วนงานประชาสัมพันธ์ ฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นตัวแทนรับมอบจาก ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี ประธานในพิธี พร้อมด้วย นายบุญเลิศ นราไท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) และ รองศาสตราจารย์ ดร. วิชิตา รักธรรม คณบดี วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล และผู้บริหารจากหลายหน่วยงานที่ได้รับรางวัลเข้าร่วมงานอันทรงเกียรตินี้ ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ราชประสงค์ กรุงเทพฯ

รถปิกอัพมาสด้า บีที-50 เจเนอเรชั่นใหม่ เป็นรถปิกอัพที่มีดีไซน์อันสง่างาม ด้วยแนวคิดการออกแบบภายใต้ โคโดะ ดีไซน์ ที่ถูกถ่ายทอดดีเอ็นเอมาจากรถยนต์นั่งและรถเอสยูวีตระกูล CX-Series ซึ่งมาสด้าได้นำเอาแนวคิดการออกแบบนี้มาผสมผสานกับรูปลักษณ์อันทรงพลังสไตล์รถปิกอัพได้อย่างลงตัว จึงทำให้รถรุ่นนี้กลายเป็นปิกอัพที่โดดเด่นที่สุดในตลาด สอดรับกับการขับขี่ได้ทุกสถานการณ์ โดดเด่นและแตกต่างจากปิกอัพทั่วไปในตลาด เป็นปิกอัพสไตล์เอสยูวีที่เหมาะสำหรับคนยุคใหม่ ภายในเรียบหรูพรีเมี่ยม คัดสรรด้วยวัสดุที่ใส่ใจในคุณภาพ มีความประณีต พิถีพิถันในทุกรายละเอียด ทั้งยังตอบโจทย์การใช้งานด้วยขุมพลังของเครื่องยนต์ดีเซล 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 3.0 ลิตร 190 แรงม้า และ 1.9 ลิตร 150 แรงม้า พร้อมเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังมั่นคงรับมือได้กับทุกสภาพถนน รวมถึงพร้อมด้วยเทคโนโลยีความสะดวกสบายและความปลอดภัยครบครัน ที่ช่วยให้การขับขี่เป็นไปได้อย่างง่ายดาย ให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีที่สุดในคลาสถึง 16.1 กิโลเมตร/ลิตร พร้อมเป็นเจ้าของได้ง่ายด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 5.5 แสนบาท

การที่รถปิกอัพ มาสด้า บีที-50 ได้รับรางวัลสุดยอดสินค้าและบริการที่มีนวัตกรรมแห่งปี 2565 ในครั้งนี้ นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างของชาวมาสด้า และสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทีมวิศวกรในการพัฒนายนตรกรรมที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ มีความน่าเชื่อถือ และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง ซึ่งมาสด้ารู้สึกเป็นเป็นเกียรติอย่างยิ่งและขอให้คำมั่นสัญญาว่า จะมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และส่งมอบประสบการณ์อันเป็นที่น่าปรารถนาให้กับลูกค้าต่อไป เพื่อสร้างโลกที่ยังคงสวยงาม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน และสร้างสังคมให้น่าอยู่ตลอดไป

สำหรับรางวัลสุดยอดสินค้าและบริการที่มีนวัตกรรมแห่งปี 2565 (Business+ Product Innovation Awards 2022) จัดขึ้นโดยนิตยสาร Business+ ในเครือ บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งผ่านการคัดเลือก สำรวจ และวิจัยตลาด ตามหลักวิชาการจากผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงลงคะแนนโดยผู้บริโภค และมอบรางวัลให้แก่องค์กรใน 14 ประเภทสินค้าและบริการ เพื่อเป็นแบบอย่างความสำเร็จ และสนับสนุนให้องค์กรธุรกิจมุ่งมั่นพัฒนาสินค้าและบริการ เพื่อประโยชน์ของทุกคนในสังคมต่อไป

“เบนซ์ไพรม์มัส” จับมือ “หนีกรุง” ชวนลูกค้าคนสำคัญ สัมผัสสุนทรียภาพเสียงดนตรีแจ๊สระดับโลก “Kenny G”

0

“เบนซ์ไพรม์มัส” จับมือ “หนีกรุง” ชวนลูกค้าคนสำคัญสัมผัสสุนทรียภาพแห่งเสียงดนตรี กับศิลปินระดับตำนานโลก “Kenny G” นำ 3 รุ่นหรู รับ-ส่ง ศิลปินดัง พร้อมอวดโฉม S 350 d Exclusive ในงาน “International Jazz & Blues Festival 2022” ที่ทรู อารีน่า หัวหิน  

กรุงเทพฯ, 13 พฤษภาคม 2565 : ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน และ จิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด เชิญชวนลูกค้ารถยนต์ Mercedes-Benz ร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ในการสัมผัสสุนทรียภาพแห่งเสียงดนตรี กับศิลปินแจ๊สระดับตำนานโลก Kenny G พร้อมทัพศิลปิน Jazz – Blues  ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอีกมากมาย ในงานเทศกาลดนตรี International Jazz & Blues Festival 2022” จัดขึ้นโดย รัฐรงค์ ศรีเลิศ กรรมการบริหาร บริษัท หนีกรุง คอนเน็ค จำกัด ณ ทรู อารีน่า หัวหิน เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ เปิดเผยว่า ทาง “เบนซ์ไพรม์มัส” ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดงานเทศกาลดนตรี International Jazz & Blues Festival 2022”  เพื่อร่วมปลุกกระแสการท่องเที่ยวในหัวหินและเมืองไทย อันก่อให้เกิดการกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่าย ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจรากฐานโดยรวม ที่สำคัญ เพื่อมอบกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีพให้แก่ลูกค้า Mercedes-Benz ของเรา ได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่แตกต่างและเหนือระดับอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้ ได้เชิญลูกค้าที่ชื่นชอบเสียงเพลงและดนตรีแนวคลาสสิก ร่วมดื่มด่ำมนต์เสน่ห์ของเสียงเพลงของศิลปินระดับตำนาน Kenny G พร้อมชมการแสดงไฮไลน์สุดพิเศษ “Wonderful Night Kenny G” และเต็มอิ่มกับสุดยอดฝีมือทางด้านดนตรี Jazz และ Blues ของศิลปินทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่จะมอบความสุขและสนุกสนานให้แก่ลูกค้าคนสำคัญของเราได้อย่างเต็มที่”

จิระพล รุจิวิพัฒน์ กล่าวว่า “เบนซ์ไพรม์มัส” มีแผนการจัดกิจกรรมเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของลูกค้าของเราอยู่เสมอ ทั้งกิจกรรม Mercedes-AMG Circuit Experience, Mercedes-Benz SUV Driving Events, Primus Pro-Am Charity Golf Invitation, Mercedes-AMG Track Day และล่าสุด คือ การเชิญลูกค้าร่วมชมคอนเสิร์ตจากศิลปินระดับโลก Kenny G ซึ่งเรายังมีแผนที่จะจัดกิจกรรมต่างๆ ให้ลูกค้าอีกมากมาย โดยสามารถติดตามได้ตามช่องทางการสื่อทางของเรา ทั้ง Facebook, Instagram, @Line Official และสื่ออื่นๆ”

ส่วนในงานเทศกาลดนตรีครั้งนี้ เราได้ร่วมสนับสนุนรถยนต์ Mercedes-Benz จำนวน 3 รุ่น ได้แก่ Mercedes-Benz รุ่น S 580 e AMG Premium, V250 d Business Plus และ Sprinter สำหรับเป็นพาหนะในการเดินทางของศิลปินระดับตำนาน ได้แก่ Kenny G, ผู้บริหารและทีมงานศิลปิน Kenny G ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในเมืองไทย พร้อมนำยนตรกรรมสุดหรู Mercedes-Benz ในรุ่น S 350 d Exclusive จัดแสดงให้ผู้ร่วมชมงานและผู้ที่สนใจได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด

สำหรับในงานครั้งนี้ ลูกค้ารถยนต์ Mercedes-Benz ให้ความสนใจและเข้าร่วมกว่า 60 ท่าน โดยนัดรวมพล ในช่วงเย็น ที่บู๊ธแสดงรถยนต์ Mercedes-Benz โดยมีผู้บริหารและทีมงานของ “เบนซ์ไพรม์มัส” ให้การต้อนรับและร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ก่อนที่จะเข้าร่วมชมงานแสดงดนตรี ที่เริ่มเปิดการแสดงด้วยวง ​ Mellow​ Motif​  เมล (โลว์​ โมทีฟ)​ วงแจ๊ส/บอซซ่า ดีกรีระดับสากล

ตามด้วยการแสดงของ Melodic Corner ค่ายเพลงแจ๊สคนรุ่นใหม่จาก Muzik Move นำทีมโดย PAE SAX มือแซกโซโฟนระดับแถวหน้าของเมืองไทย และ Nutty Natchaya ร่วมด้วยแขกรับเชิญพิเศษมากความสามารถ อย่าง โซ่ แมนลักษณ์ ทุมกานนท์ โสตถินันท์ ไชยลังการณ์ หรือ บี ETC.

เพิ่มดีกรีความสนุกสนานมากขึ้น เมื่อเทพแห่งวงการบลูส์ Yamin & The SOS (The Symbolic Of  Star) ขึ้นมาประชันฝีมือผ่านบทเพลงแจ๊ส และปิดท้ายด้วยการรวมตัวเฉพาะกิจของสุดยอดฝีมือดนตรีแนวฟิวชั่นแจ๊สนานาชาติ วง DRAGONFLY ประกอบด้วย Polwit Opapant, Julian Cary, Eddy Somboon, Denny Euprasert, Noppadol Tirataradol, Willard Dyson, Tontrakul Keawyong และ Narisara Sakpunjachok

และช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอย นั่นคือ การแสดงไฮไลน์  “Wonderful Night Kenny G” ของศิลปินแจ๊สชาวอเมริกันระดับตำนานโลก “Kenny G” เจ้าของรางวัล American Music Awards และ Grammy Awards และเจ้าของผลงานยอดขายสูงที่สุดในโลก ประเดิมด้วยการโชว์ลีลาเป่า Saxophone ที่เป็นเอกลักษณ์แบบลากตัวโน๊ตยาวๆ อย่างต่อเนื่องไม่ขาดช่วง ในเพลงคลาสสิก หวานซึ้งยอดฮิต ได้แก่ “Forever in Love” เรียกเสียงปรบมือจากผู้ชมได้อย่างกึกก้อง  และตามด้วยเพลงฮิตอย่างต่อเนื่องอีกมากมาย ทำให้ทุกคนปักหลักบนที่นั่งตลอดระยะเวลากว่า 60 นาที แม้จะมีสายฝนตกโปรยปรายแบบไม่ขาดสาย หากกลับช่วยเพิ่มสีสันและสร้างความประทับใจกับมนต์เสน่ห์แห่งเสียงเพลง Jazz และ Blues ได้อย่างไม่รู้ลืมกันทีเดียว!

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มอบเงินบริจาค 6 ล้านบาท แก่ 3 มูลนิธิ

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วย มร. ชิน คุโบะ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานกลยุทธ์องค์กร และ คุณสาโรจน์ มะอาจเลิศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานขาย บริการหลังการขาย และการพัฒนาเครือข่ายผู้จัดจำหน่าย ร่วมส่งมอบเงินบริจาครวมมูลค่า 6 ล้านบาท ให้แก่ 3 มูลนิธิเพื่อสังคม มูลนิธิละ 2 ล้านบาท ได้แก่ มูลนิธิชัยพัฒนา มูลนิธิรามาธิบดีฯ และมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี การบริจาคในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมฉลองครบรอบ 60 ปีในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และเพื่อสานต่อความมุ่งมั่นในการพัฒนาสังคมไทยเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

โดย ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ศ.เกียรติคุณ นพ.พรชัย สิมะโรจน์ อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และ ศ.ดร. ไพรัช ธัชยพงษ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นผู้รับมอบเงินบริจาคในครั้งนี้

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าร่วมสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อตอบแทนสังคมไทย เงินจำนวน 6 ล้านบาท ที่เราบริจาคด้วยความตั้งใจในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเพื่อสังคมเพื่อฉลองครบรอบ 60 ปี ในประเทศไทย เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งลูกค้าของเราได้มีส่วนร่วมด้วยจากการซื้อรถยนต์มิตซูบิชิ  ‘รุ่นพิเศษ’ หรือ ‘แพชชั่น เรด เอดิชั่น’  การบริจาคครั้งนี้ ยังสอดคล้องกับความพยายามในการขับเคลื่อนและพัฒนาสังคมใน 3 ด้านหลักสำคัญของบริษัทฯ อันได้แก่ สิ่งแวดล้อม สุขภาพ และการศึกษา  ซึ่งถือเป็นอีกเป้าหมายสำคัญในการดำเนินธุรกิจของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในประเทศไทย” มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

หนึ่งในนั้น คือการบริจาคให้แก่ มูลนิธิชัยพัฒนา องค์กรการกุศลที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบกับความยากลำบากได้โดยทันที ผ่านโครงการพัฒนาต่าง ๆ อีกหนึ่งมูลนิธิฯ ที่เราบริจาคเงินในครั้งนี้ ได้แก่ มูลนิธิรามาธิบดีฯ ที่ดำเนินการฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์และส่งเสริมระบบสาธารณสุขในประเทศ และมูลนิธิฯ สุดท้าย ได้แก่ มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ให้การสนับสนุนการศึกษาและการวิจัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและวิทยาศาสตร์สำหรับผู้ด้อยโอกาส และยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังคงดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องตามปณิธานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม “สรรค์สร้าง เคียงข้าง สังคมไทย” โดยโครงการล่าสุด คือความร่วมมือกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขและพลังงานในการสร้างโรงพยาบาลเพื่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการติดตั้งแผงโซลาร์ หรือระบบไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่โรงพยาบาลชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศ ภายใต้โครงการ ‘Solar for Lives: พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อชีวิตที่ดีกว่า’ ซึ่งครอบคลุมถึงการดูแลรักษารายปีให้แก่โรงพยาบาลชุมชนทั่วประเทศ นอกจากนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังมุ่งมั่นส่งเสริมความเท่าเทียมกันด้านการศึกษาในสังคมไทยผ่านหลายโครงการ อาทิ โครงการ ‘มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ให้น้องได้เรียน’ ผ่านกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โครงการ MMTh VTECH Scholarship Program รวมถึงมอบโอกาสฝึกงานกับบริษัทฯ ให้กับเยาวชนไทยอีกด้วย

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ร่วมมือ เพอร์ฟอร์แมนซ์ มอเตอร์ส รุกขยายบริการสู่ย่านราชพฤกษ์ เตรียมมอบประสบการณ์ยนตรกรรมเต็มรูปแบบ พร้อม M Showroom

0

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ร่วมกับเพอร์ฟอร์แมนซ์ มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยู ภายใต้กลุ่มบริษัท ไซม์ ดาร์บี้ มอเตอร์ ประเทศไทย ต่อยอดการให้บริการยนตรกรรมระดับพรีเมียมสำหรับลูกค้าในย่านราชพฤกษ์ กับโชว์รูมแห่งใหม่ซึ่งจะเปิดให้บริการเร็ว ๆ นี้ เตรียมมอบประสบการณ์ยนตรกรรมเต็มรูปแบบ เพียบพร้อมด้วย M Showroom และศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากบีเอ็มดับเบิลยู (BMW Certified Body and Paint Center) โดยเพอร์ฟอร์แมนซ์ มอเตอร์ส นับเป็นหนึ่งในผู้จำหน่ายที่เติบโตเร็วที่สุดของบีเอ็มดับเบิลยู การขยายโชว์รูมสู่ย่านราชพฤกษ์จึงตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะสานต่อที่สุดแห่งความประทับใจให้กับลูกค้า ผ่านความเป็นเลิศระดับโลกในการให้บริการ โดยเพอร์ฟอร์แมนซ์ มอเตอร์ส เป็นหนึ่งในผู้จำหน่ายของบีเอ็มดับเบิลยูกลุ่มแรกในประเทศไทยที่รังสรรค์โชว์รูมด้วยคอนเซปต์การออกแบบใหม่ ซึ่งโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและการบริการที่ตรงตามความต้องการของลูกค้ายิ่งกว่าเคย

มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ด้วยความสำเร็จในปีที่ผ่านมาของเราในเซกเมนต์รถยนต์พรีเมียม และการได้รับคะแนนความพึงพอใจสูงสุดจากลูกค้าในด้านการขายและการบริการเมื่อไม่นานมานี้ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ยังคงมุ่งสร้างที่สุดแห่งความพึงพอใจ ความเป็นเลิศด้านการบริการ และสุนทรียภาพในการขับขี่ให้แก่ลูกค้าในทุกขั้นตอน ความมุ่งมั่นนี้ยังสะท้อนให้เห็นจากการขยายโชว์รูมของเพอร์ฟอร์แมนซ์ มอเตอร์ส ซึ่งจะช่วยให้บีเอ็มดับเบิลยู สามารถมอบผลิตภัณฑ์และบริการยนตรกรรมระดับโลกให้กับฐานลูกค้าอย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น เรามีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า คอนเซปต์การออกแบบภายในโชว์รูมเพอร์ฟอร์แมนซ์ มอเตอร์ส แห่งใหม่ จะมุ่งเน้นการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดเพื่อต้อนรับลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูในย่านราชพฤกษ์ได้อย่างแน่นอน”

มร. พอล ชาง อิน เชง กรรมการผู้จัดการ เพอร์ฟอร์แมนซ์ มอเตอร์ส กล่าวว่า “การขยายโชว์รูมครั้งนี้ตอกย้ำความเชื่อมั่นของเพอร์ฟอร์แมนซ์ มอเตอร์ส ที่มีต่อแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู และความมุ่งมั่นที่จะผลักดันธุรกิจของเราในประเทศไทยให้เติบโตยิ่งขึ้น หลังจากการขยายโชว์รูมก่อนหน้านี้ของเราสู่พื้นที่ดอนเมืองในปี 2563 เราพร้อมแล้วที่จะลงทุนในการสร้างโชว์รูมเต็มรูปแบบแห่งใหม่สู่ย่านราชพฤกษ์ ซึ่งจะมาพร้อมกับ M Showroom และศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากบีเอ็มดับเบิลยู (BMW Certified Body and Paint Center) จึงสามารถมอบบริการซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานระดับโลกได้อย่างครอบคลุมยิ่งกว่า นอกจากนี้ ด้วยความเป็นศูนย์รวมของหลากหลายชุมชน พร้อมด้วยศักยภาพและโอกาสทางธุรกิจมากมายของพื้นที่ เราจึงมีความเชื่อมั่นว่าย่านราชพฤกษ์จะเป็นทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมในการสร้างโชว์รูมแห่งใหม่ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการภายในไตรมาสที่สี่ของปี 2565 และจะสามารถมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ครอบคลุม ราบรื่น และเชื่อมต่อกันยิ่งขึ้นให้กับลูกค้าในพื้นที่”

ด้วยงบลงทุนรวมกว่า 400 ล้านบาท โชว์รูมบีเอ็มดับเบิลยู เพอร์ฟอร์แมนซ์ มอเตอร์ส ราชพฤกษ์ และศูนย์ให้บริการหลังการขาย มีขนาดครอบคลุมพื้นที่ 5 ไร่ (8,000 ตารางเมตร) โดยอาคารหลักจะถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่ขนาด 5,300 ตารางเมตร ประกอบไปด้วย 12 ช่องซ่อม รองรับรถยนต์ได้ถึง 36 คันต่อวัน ในขณะที่ศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากบีเอ็มดับเบิลยู (BMW Certified Body and Paint Centre) สามารถรองรับการให้บริการรถยนต์ได้ถึง 80-100 คันต่อเดือน โชว์รูมมาพร้อมกับพื้นที่จัดแสดงรถยนต์รวมกว่า 10 คัน ซึ่งประกอบไปด้วยรถยนต์ M จำนวน 2 คัน โดยในปีแรก พนักงานภายในโชว์รูมกว่า 50 คนจะพร้อมให้บริการลูกค้า และจะเพิ่มจำนวนพนักงานเป็น 75 คนในช่วงสุดท้ายของโครงการ นอกจากนี้ โชว์รูมยังมาพร้อมกับคอนเซปต์การออกแบบเน้นองค์รวม (Holistic) ซึ่งจะช่วยเสริมประสบการณ์การรับบริการในสถานที่และทางดิจิทัลของลูกค้าได้อย่างไร้รอยต่อ โดยคำนึงถึงความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าเป็นสำคัญ

เพอร์ฟอร์แมนซ์ มอเตอร์ส เป็นบริษัทในเครือไซม์ ดาร์บี้ มอเตอร์ หนึ่งในผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูรายใหญ่ที่สุดในโลก มีเครือข่ายอยู่ใน 9 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จึงเป็นกลุ่มบริษัทยานยนต์ชั้นนำในภูมิภาค ประกอบธุรกิจทั้งด้านค้าปลีก การจัดจำหน่าย และการประกอบชิ้นส่วนยานยนต์ให้แก่แบรนด์รถยนต์หรูและรถสำหรับองค์กร

เพอร์ฟอร์แมนซ์ มอเตอร์ส ราชพฤกษ์ จะตั้งอยู่ที่ 55/29-30 หมู่ 1 ถนนราชพฤกษ์ ตำบลอ้อมเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120 ลูกค้าสามารถติดตามข้อมูลเกี่ยวกับโชว์รูมแห่งใหม่ดังกล่าว หรือจองเวลาเพื่อเข้ารับบริการกับโชว์รูมเพอร์ฟอร์แมนซ์ มอเตอร์ส อื่น ๆ ได้ที่ www.bmw.co.th หรือติดต่อ เพอร์ฟอร์แมนซ์ มอเตอร์ส โทร 02 516-0999

Primus Autohaus เปิดโชว์รูม Mercedes-EQ ต้อนรับ “โรลันด์” ปธ.เมอร์เซเดส-เบนซ์

0

“เบนซ์ไพรม์มัส” ต้อนรับ ปธ.เบนซ์ เยี่ยมชมโชว์รูม Mercedes-EQ สุดไฮเทค  พร้อมอวดโฉม 3 รุ่นใหม่ The new EQS 450+ AMG Premium, Mercedes-AMG C43 Coupe’ Special EDITION และ The new C-Class ในงาน “PRIMUS HIGH-END SHOW” มอบโปรสุดพิเศษให้แก่ลูกค้าสำคัญ เมื่อต้น พ.ค.ที่ผ่านมา

นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด เปิดเผยว่า “เบนซ์ไพรม์มัส” เป็น 1 ใน 4 ของผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz ที่ได้รับความไว้วางใจจากบริษัทแม่ “เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)” โดยได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จำหน่ายและการบริการหลังการขายรถยนต์ Mercedes-EQ อย่างเป็นทางการ โดยดำเนินการออกแบบพื้นที่โชว์รูมและศูนย์บริการ บนถนนเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา เพื่อรองรับการจัดแสดงรถยนต์แห่งโลกอนาคตที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง พร้อมจัดสรรพื้นที่สำหรับอรรถประโยชน์สูงสุด เพื่อความสะดวกสบายในการเลือกชมรถยนต์ และตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้อย่างลงตัวและสมบูรณ์แบบ

นอกจากนี้ “เบนซ์ไพรม์มัส” ได้เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร ทั้งงานการจำหน่ายและบริการหลังการขาย โดยจัดส่งบุคลากรเข้าร่วมอบรมหลักสูตรเฉพาะของรถยนต์ Mercedes-EQ เพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจด้านผลิตภัณฑ์ และการดูแลรักษารถยนต์ยี่ห้อดังกล่าว รวมถึงการจัดเตรียมพื้นที่ซ่อมบำรุง และอุปกรณ์เครื่องมือสำหรับรองรับการให้บริการรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นต่างๆ ในอนาคตอีกด้วย ทั้งดำเนินการติดตั้ง “Wallbox Charge” เครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์สำหรับบริการลูกค้ารถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์ Plug-in hybrid ภายในโชว์รูมรถยนต์แห่งนี้ด้วย

และในโอกาสนี้ ทาง “เบนซ์ไพรม์มัส” ได้รับเกียรติจาก นายโรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร และผู้บริหารระดับสูง ของ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้าเยี่ยมชมโชว์รูมและศูนย์บริการ Mercedes-EQ และร่วมเป็นเกียรติในการส่งมอบรถยนต์ Mercedes-Benz E 220d AMG Sport ให้แก่ลูกค้าคนสำคัญอีกด้วย

นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด เปิดเผยว่า ทาง “เบนซ์ไพรม์มัส” มุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฟฟ้าให้แก่ผู้บริโภคในวงกว้าง พร้อมเน้นการ

กระตุ้นยอดจำหน่ายในช่วงไตรมาสสอง ด้วยการจัดกิจกรรมแสดงรถยนต์ ภายใต้ชื่องาน “PRIMUS HIGH-END SHOW” ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ “เบนซ์ไพรม์มัส” บนถนนเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา เมื่อต้น พ.ค.ที่ผ่านมา

ภายในงานดังกล่าว ได้นำรถยนต์ Mercedes-EQ รุ่น The new EQS 450+ AMG Premium, The new C-Class อวดโฉมให้ลูกค้าได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก ควบคู่กับรถยนต์รุ่นพิเศษ Mercedes-AMG C43 Coupe’ Special EDITION ที่มีจำนวนจำกัดเพียง 120 คัน และคันสีแดง มีเพียงแค่คันเดียวในประเทศไทยเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG รุ่นล่าสุดให้เลือกอีกมากมาย อาทิ Mercedes-Benz GLB200 Progressive, Mercedes-Benz E300 e AMG Dynamic เป็นต้น พร้อมมอบสิทธิ์พิเศษต่างๆ  อีกมากมาย ซึ่งได้รับความสนใจจากลูกค้าเข้าเยี่ยมชมโชว์รูมและศูนย์บริการเป็นจำนวนมาก