Home Blog Page 302

เอช เซม ปลื้ม ยอดจดทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าพุ่งปรี๊ด..ทะลุกว่า 4 เท่า

0

บอสใหญ่ วันชัย หายเหนื่อย ปิดไตรมาสแรกปีเสืออย่างสวยงาม ลูกค้าเลือกรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเอช เซม ตอบโจทย์การใช้งาน ด้วยแพ็กเกจเช่าควบการบริการที่คุ้มค่า ส่งให้ยอดจดทะเบียนทะยานขึ้นอย่างก้าวกระโดด

คุณวันชัย ลี้นะวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้ให้เช่ารถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เอช เซม เปิดเผยว่า “ไตรมาสแรกของปี 2565 นี้ มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เอช เซม มียอดจดทะเบียนโตขึ้นกว่า 4 เท่า หรือ 477% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา คิดเป็น 19% ในตลาดรวมกลุ่มมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เป็นการยืนยันความไว้วางใจของลูกค้าที่เชื่อมั่นในสินค้าและงานบริการของเรา ประกอบกับภาวะต้นทุนด้านพลังงานที่สูงขึ้นเป็นอีกปัจจัยส่งให้ลูกค้าหันมาใช้รถพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น”

เอช เซม เป็นผู้นำ EV ECO SYSTEM แบบครบวงจร ด้วยความพร้อมของสินค้า สถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ และงานบริการตลอด 24 ชม. บริษัทฯ เร่งขยายสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ H SEM POWER STATION ไปตามธนาคาร ปั๊มน้ำมัน และคอมมูนิตี้ มอลล์ ต่างๆ ให้ครอบคลุมทั่วพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล เพื่อรองรับการใช้งานของลูกค้าที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด ให้สามารถขับขี่ได้อย่างต่อเนื่องไร้รอยต่อ พร้อมผู้ช่วยอัจฉริยะ H SEM MOVE แอพพลิเคชั่นที่ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ด้วยการสแกนผ่านแอพฯ สามารถตรวจสอบพลังงานแบตเตอรี่ในตู้ชาร์จ และนำทางไปยังสถานีที่ต้องการด้วย GPS ทุกอย่าง ง่าย สะดวก และรวดเร็ว

รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เอช เซม ให้บริการเช่ากับทุกธุรกิจ ทั้งแบบนิติบุคคลและบุคคลทั่วไป มีให้เลือกเช่า แบบรายวัน รายเดือน รายปี เริ่มต้น 165 บาทต่อวัน สำหรับรุ่น MOBILA G และเริ่มต้น 150 บาทต่อวัน สำหรับ MOBILA S โดยราคานี้รวมแพ็กเกจเปลี่ยนแบตเตอรี่แบบบุฟเฟ่ต์ ตลอด 24 ชั่วโมง ค่าบำรุงรักษาตามระยะ และบริการ Onsite Service ภายใน 30 นาที มีรถสำรองให้ใช้ระหว่างรอซ่อม ไม่มีค่าบริการ พร้อมประกัน และพ.ร.บ.

สนใจเช่ารถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เอช เซม สามารถลงทะเบียนได้ที่ Line Official: @hsemrider หรือติดต่อด้วยตนเองได้ที่ เอช เซม สาขา RCA  สาขาบางนา และสาขา CU Sport หรือโทร 099-001-1888 สามารถดูข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ https://www.hsemmotor.com/ หรือ www.facebook.com/hsemmotor.sev  และ www.facebook.com/hsemmotor.stc

ปอร์เช่ ต้อนรับ Summer ส่งแคมเปญตรวจเช็คสภาพรถ Porsche Summer Check 2022 เพื่อความมั่นใจในการขับขี่ปลอดภัยทุกเส้นทาง

0

จัดมาให้ครบทั้งบริการและโปรโมชั่น สำหรับปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป (AAS Group) ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จัดกิจกรรมการดูแลรถในช่วงฤดูร้อนเสริฟแคมเปญ Porsche Summer Check 2022 เพื่อตรวจเช็คสภาพรถยนต์ปอร์เช่อย่างครบครันด้วยเครื่องมือเฉพาะทางที่ทันสมัยและช่างผู้ชำนาญการที่ผ่านการฝึกอบรมและรับรองมาตรฐานจากโรงงานปอร์เช่ ประเทศเยอรมนี การันตีมาตรฐานความปลอดภัยพร้อมความมั่นใจในการขับขี่ พบกับโปรโมชั่นพิเศษ ระหว่างวันที่ 25 เมษายน  ถึง 13 พฤษภาคม 2565 ณ ศูนย์บริการปอร์เช่ สาขาวิภาวดีรังสิต และสาขาพัฒนาการ (AAS)

ปวราภา ดุพัสกูล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป กล่าวว่า รถยนต์คืออีกสิ่งหนึ่งที่จะต้องดูแลและเอาใจใส่กันเป็นพิเศษ เพราะความแตกต่างของอุณหภูมินั้น อาจส่งผลโดยตรงกับสภาพของรถยนต์ โดยเฉพาะหน้าร้อนที่ต้องเจอกับสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวและแดดแรงส่งผลให้เกิดความร้อนจากพื้นผิวถนนที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นคุณต้องไม่ลืมที่จะตรวจสอบรถยนต์เป็นประจำ ก่อนออกเดินทาง เพื่อให้คุณมั่นใจว่าในทุกการขับขี่จะมีความคล่องตัวและถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัย เพราะการดูแลรถที่คุณรักคือเรื่องสำคัญ เอเอเอสฯ เราจึงเน้นย้ำนโยบาย ดูแลทั้งรถและคุณ มอบแคมเปญสุดพิเศษ Porsche Summer Check 2022 ให้ลูกค้าได้ตรวจเช็คสภาพรถจากช่างผู้ชำนาญการที่ผ่านการฝึกอบรมและรับรองมาตรฐานระดับเหรียญทอง พร้อมดูแลรถของลูกค้าคนสำคัญด้วยอะไหล่แท้ จากโรงงานปอร์เช่ ประเทศเยอรมนี เพื่อให้ท่านมั่นใจได้ว่าเราจะดูแลรถหรูของคุณอย่างมืออาชีพและครบวงจรอย่างแน่นอน สำหรับสิทธิประโยชน์พิเศษ ที่เอเอเอสฯ จัดมาให้ แด่ลูกค้าที่นำรถยนต์ปอร์เช่เข้ามาตรวจเช็คสภาพในแคมเปญ อาทิ บริการตรวจสอบรถ 24 จุด อาทิ การตรวจสอบยาง, ระบบไฟส่องสว่าง, ระบบเบรกและช่วงล่าง รวมทั้งการตรวจสอบจุดสำคัญที่เกี่ยวข้องกับระบบความปลอดภัยทั้งภายในและภายนอกรถยนต์, ส่วนลด 40% สำหรับการตรวจสอบระบบการทำงานของเครื่องปรับอากาศพร้อมบริการเติมน้ำยาแอร์, ระบบระบายอากาศ ระดับน้ำมันและการรั่วไหล รวมทั้งบริการทำความสะอาดแผ่นกรองเครื่องปรับอากาศ, ส่วนลด 40% สำหรับตัวกรองอากาศ, อัพเดทโปรแกรมการทำงานของเครื่องยนต์, ส่วนลด 25 % สำหรับสินค้า Porsche Life Style, ฟรี บริการทำความสะอาดและเคลือบเงารถสำหรับผู้ที่เข้าร่วมเเคมเปญ, บัตรกำนัลจากผลิตภัณฑ์ Ulgo Glass มูลค่า 5,000 บาท, บัตรกำนัลสำหรับ Window Film มูลค่า 10,000 บาท, บัตรกำนัลสำหรับ Paint Protection Film มูลค่า 10,000 บาท และ ฟรีบริการอบโอโซนและทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรค Covid-19 ในห้องโดยสาร (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กําหนด) และสุดท้ายที่เราพร้อมเน้นย้ำอยู่เสมอคือเรื่องความปลอดภัยและการทำความสะอาดโชว์รูมและศูนย์บริการ พร้อมทั้งคัดกรองพนักงานที่เข้าให้บริการอย่างเคร่งครัด ขอให้ลูกค้าคนสำคัญมั่นใจได้ว่าเราจะดูแลรถที่คุณรักอย่างมืออาชีพ

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้ารับบริการดูแลและตรวจสภาพรถในแคมเปญ Porsche Summer Check 2022 ได้ในระหว่างวันที่ 25 เมษายน  – 13 พฤษภาคม 2565 ณ ศูนย์บริการรถยนต์ปอร์เช่ ดอนเมือง (Porsche Centre Bangkok) โทร. 02-522-6655 ต่อ 400-406 และ ศูนย์บริการรถยนต์ปอร์เช่ พัฒนาการ (Porsche Centre Pattanakarn) โทร. 02-369-1111 ต่อ 400-403 เวลาทำการ วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00-17.30 น. และ วันเสาร์ -อาทิตย์ เวลา 8.00-17.00 น.

ฮอนด้า เปิดตัวนวัตกรจิ๋วโครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ไอเดีย คอนเทสต์ 2021” ปีที่ 17

0

แม้เผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 มาอย่างต่อเนื่อง แต่ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เชื่อว่าไม่มีอะไรสามารถหยุดยั้งพลังความฝัน จินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชนได้ จึงเดินหน้าจัดการแข่งขันเพื่อค้นหาตัวแทนนวัตกรจิ๋วในโครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2021” ในรูปแบบออนไลน์เต็มรูปเป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี ภายใต้แนวคิด “เปิดแคปซูลความฝัน ปลดปล่อยพลังแห่งจินตนาการ สานต่อไอเดียสุดสร้างสรรค์กับฮอนด้า” ซึ่งปีนี้มีจำนวนผู้ส่งผลงานทั้งสิ้น 5,723 ผลงาน โดยได้ตัวนวัตกรจิ๋วที่สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศและรับโล่พระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมทุนการศึกษา ได้แก่

ด.ช. วชิรวิชญ์ เชิดพานิช (โปรตอน) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จากโรงเรียนบ้านโครงงานครูกวีวิทย์ เจ้าของผลงาน “น้ำแข็งดับคาวอาหารทะเล” และนวัตกรจิ๋วที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอีก 5 รางวัล ได้ร่วมเปิดประสบการณ์ในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมออนไลน์กับเยาวชนญี่ปุ่น และเดินทางไปทัศนศึกษา ณ ประเทศญี่ปุ่น* พร้อมมอบรางวัล “ครูผู้สร้างแรงบันดาลใจ” ให้แก่คุณครูที่มีส่วนร่วมในการส่งเสริมจินตนาการให้กับเยาวชนไทย

นางอัญชลี ชาลีจันทร์ ผู้จัดการส่วนงานองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “โครงการ ‘ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์’ ปีนี้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 และได้เห็นพลังความคิดสร้างสรรค์จากเด็กๆ ระดับชั้นประถมศึกษาอนาคตของประเทศไทย ที่เหนือความคาดหมายและแม้ผู้ใหญ่ก็ยังคิดไม่ถึง แต่เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เราจึงต้องจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปและการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในรูปแบบออนไลน์เต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยม โดยผู้ผ่านการคัดเลือกทั้ง 14 คนมีความตั้งใจฝึกฝนและเรียนรู้กิจกรรมเวิร์กช็อป และนำไปประยุกต์ใช้ในการผลิตผลงานเพื่อนำเสนอในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่จะช่วยสอนให้ได้เรียนรู้ในทักษะด้านต่าง ๆ เพื่อนำไปพัฒนาตนเอง ทั้งการเพิ่มความมั่นใจ ความกล้าแสดงออก และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และการต่อยอดไอเดียจินตนาการสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นได้ในชีวิตจริง”

โดยเยาวชนที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศทั้ง 14 คน จะต้องนำเสนอผลงานสิ่งประดิษฐ์และตอบคำถามจากคณะกรรมการทั้ง 3 ท่าน ได้แก่ ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษาสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (FIBO) และที่ปรึกษาพิเศษด้านพัฒนาการศึกษาบุคลากรและเทคโนโลยี โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) คุณอนุรักษ์ สุขนันทศักดิ์ Creative Inventor และเจ้าของสถาบันสอนศิลปะ 23 Arthome Studio & Tutor และคุณยุทธนา โรจนกมลสันต์ ผู้จัดการและหัวหน้านักออกแบบฝ่าย Automobiles Styling Design บริษัท ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค จำกัด

สำหรับนวัตกรจิ๋วที่ชนะเลิศการนำเสนอแบบจำลองผลงานสิ่งประดิษฐ์ในโครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย
คอนเทสต์ 2021” ได้แก่ ด.ช. วชิรวิชญ์ เชิดพานิช (โปรตอน) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านโครงงานครูกวีวิทย์ เจ้าของผลงาน “น้ำแข็งดับคาวอาหารทะเล”  ได้รับโล่พระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมทุนการศึกษา 10,000 บาท และเป็นตัวแทนประเทศไทยในการร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์กับเยาวชนชาวญี่ปุ่น ผ่านระบบออนไลน์ พร้อมกับนวัตกรที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอีก 5 รางวัล ได้แก่

ด.ช.ธนพล กมลพวงพันธุ์ (ตอง) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา จังหวัดชลบุรี
กับผลงาน Anti Paint”

ด.ช.พฤณ จันทาภากุล (พรีโม่) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร กับผลงาน  Covid Guard”

ด.ช.จิรัฏฐ์  สุมิตรเหมาะ (คอปเตอร์) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร กับผลงาน  “แมสก์เปลี่ยนสี”

ด.ญ.วิวิศนา ผลสมบูรณ์ (สมายล์) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ฝ่ายประถม กรุงเทพมหานคร กับผลงาน “หุ่นยนต์เต่ากำจัดวัชพืช สร้างปุ๋ย”

ด.ญ.ปานไพลิน แรงเพชร (กุ๊งกิ๊ง) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนชุมชนไมตรีอุทิศ จังหวัดนนทบุรี กับผลงาน “ต้นไม้ขอหวย”

และที่พิเศษในปีนี้ ทางฮอนด้าได้จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับเยาวชนญี่ปุ่นในรูปแบบออนไลน์ เพื่อเปิดโอกาสให้นวัตกรจิ๋วชาวไทยได้ทำกิจกรรมร่วมกับนวัตกรจิ๋วผู้ชนะจากโครงการฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ ประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ ทางโครงการยังได้มอบรางวัล “ครูผู้สร้างแรงบันดาลใจ” สำหรับครูที่ปรึกษาและมีส่วนร่วมในการกระตุ้น ผลักดัน และสร้างสรรค์กระบวนการเรียนรู้ แนวคิด รวมทั้งส่งเสริมจินตนาการให้กับเยาวชน  จำนวน 2 รางวัล ได้แก่

นางสาววารีนันท์ ดาราจันทร์พิทักษ์ ครูโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร และนายภูวนาถ บุญสุวรรณ ครูจากโรงเรียนชุมชนไมตรีอุทิศ จังหวัดนนทบุรี โดยจะได้รับโอกาสการร่วมเดินทางกับนวัตกรรุ่นจิ๋วทั้ง 6 คนไปทัศนศึกษา ณ ประเทศญี่ปุ่น อีกด้วย

โครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2021” เป็นโครงการที่ฮอนด้าจัดขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ให้เยาวชน
ได้แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ ด้วยความเชื่อที่ว่าหากเยาวชนได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนความฝันและจินตนาการจะก่อให้เกิดพลังสร้างสรรค์ไม่รู้จบ ซึ่งสอดคล้องกับคำว่า “พลังแห่งความฝัน” ที่ มร. โซอิชิโระ ฮอนด้า เชื่อมั่นและยึดถือมาโดยตลอดและผลักดันให้ฮอนด้ายังคงมุ่งมั่นทำตามทุกฝันและจินตนาการที่สร้างสรรค์ให้เป็นจริงให้ได้ ในตลอดระยะเวลา 17 ปีของการดำเนินโครงการฯ ได้รับความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง โดยมีผลงานจากเยาวชนไทยระดับชั้นประถมศึกษาทั่วประเทศส่งเข้าร่วมประกวดกว่า 426,538  ผลงาน โดยปี 2565 นี้ มีผลงานเข้าร่วมจำนวน 5,723 ผลงาน

อาวดี้ โชว์วิสัยทัศน์ ผู้นำเทคโนโลยียานยนต์สู่โลกอนาคตที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น เปิดตัว “Audi Urbansphere” รถยนต์ต้นแบบพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่

0

อาวดี้ เปิดวิสัยทัศน์ผู้นำเทคโนโลยียานยนต์สู่โลกอนาคตที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น เกินกว่าใครจะคาดคิด พร้อมเชื่อมจินตนาการในอดีตสู่การสร้างแรงบันดาลใจใหม่ในโลกอนาคตให้เป็นจริง ด้วยการเปิดตัวรถยนต์ต้นแบบพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นที่ 3 ในตระกูล Sphere นั่นคือ “Urbansphere” ในรูปแบบรถเอนกประสงค์ที่ล้ำสมัย เป็นครั้งแรกของอาวดี้ พร้อมสร้างนิยามใหม่ของประสบการณ์เดินทางระดับเฟิร์สคลาส ตอบโจทย์ในอนาคตเพื่อเติมเต็มความต้องการของชีวิตในเมืองใหญ่ ที่พื้นที่ส่วนตัวเป็นสิ่งที่หาได้ยากลงไปทุกที ขณะที่การเชื่อมต่อเทคโนโลยีในชีวิตและการเดินทางสอดประสานสู่ความสำเร็จเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด รวมถึงความสะดวกสบายและความรู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องการสุดๆ เช่นกัน ในทันทีที่ก้าวเข้าไปรถ

“Urbansphere” เป็นรถยนต์ต้นแบบพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นที่ 3 ในตระกูล “Sphere” ที่ได้รับความสนใจทั่วโลก ด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและความสะดวกสบายเหนือระดับ หลังจากเปิดตัวรถ Skysphere รถยนต์ต้นแบบสปอร์ตโรดสเตอร์พลังงานไฟฟ้า และ Grandsphere concept พรีเมียมซีดานขนาดใหญ่ 4 ที่นั่ง ไปเมื่อปลายปี 2021

แนวคิดในการออกแบบและพัฒนายานยนต์พลังไฟฟ้าขับเคลื่อนอัตโนมัติ ในซีรีย์ “Sphere” คือ การสร้างระบบนิเวศใหม่ (ecosystem) เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถเลือกกำหนดให้เหมาะสมกับตนเองได้อย่างอิสระไม่ว่าจะต้องการพักผ่อน ทำงาน ประชุมร่วมกัน หรือความเป็นส่วนตัว ซึ่งเทคโนโลยีอันก้าวล้ำของอาวดี้ ได้ทำให้ความเป็นไปได้แทบจะไม่มีที่สิ้นสุด รวมถึงบริการดิจิทัลในทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการจองร้านอาหาร ชอปปิ้งออนไลน์จากรถ เช็คข้อมูลสุขภาพ สามารถไปรับผู้โดยสารได้เองที่บ้าน การหาที่จอดรถ และหาจุดชาร์จแบตเตอรี่ได้เอง “Urbansphere” จึงเป็นมากกว่ายานพาหนะเพื่อใช้เดินทางเพียงอย่างเดียว แต่กลับเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกแห่งอนาคตที่ขาดไม่ได้

Urbansphere ที่เพิ่งอวดโฉมเป็นครั้งแรกในโลก นับเป็นรถยนต์ต้นแบบที่สะท้อนความก้าวหน้าของวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของอาวดี้ ที่ต้องการผสานเรื่องความยั่งยืน การพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ และความก้าวหน้าของโลกดิจิทัล ให้สามารถตอบทุกโจทย์ความต้องการของชีวิตยุคใหม่ที่รถยนต์สามารถทำหน้าที่ได้มากกว่า จึงมีการปรับกระบวนการทำงานใหม่ทั้งหมด ที่เรียกว่า กระบวนการสร้างงานร่วม (Co-creation process) คือ ตั้งแต่การออกแบบและพัฒนา โดยนอกจากทีมนักออกแบบและวิศวกรของ Audi Design Studio ในปักกิ่งและสำนักงานใหญ่ Ingolstadt ที่ประเทศเยอรมัน จะได้มาทำงานร่วมกันแล้ว ยังมีการเชิญลูกค้าในกรุงปักกิ่งเข้ามามีส่วนร่วมบอกเล่าประสบการณ์และความต้องการ เพื่อให้ “Urbansphere” สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าชีวิตยุคใหม่ที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ได้อย่างแท้จริง ซึ่งเหนือความคาดหมาย ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกผ่อนคลาย ความสุขความบันเทิง การชาร์จพลังชีวิต พลังการทำงาน การมีช่วงเวลาสร้างสรรค์ Productivity สู่ความสำเร็จในทุกๆ เรื่องอย่างสมดุล

“Urbansphere” เป็นรถต้นแบบ MPV พลังงานไฟฟ้า 100% ที่ให้ความสำคัญกับการมีพื้นที่ส่วนตัวจริงๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากในการใช้ชีวิตและทำงานในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยความแออัดและความเร่งรีบ จึงได้รับการออกแบบให้มีขนาดใหญ่และกว้างขวางเป็นพิเศษ เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารมีความอิสระมากที่สุด รองรับความรู้สึกอยากมีพื้นที่สำหรับการผ่อนคลายทั้งกายและใจ โดยขนาดตัวถังยาวถึง 5.51 เมตร ความกว้าง 2.01 เมตร ความสูง 1.78 เมตร และความยาวฐานล้อ 3.40 เมตร ภายในออกแบบตกแต่งแบบพรีเมียม หรูหรา และทันสมัยสุดๆ พร้อมเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีโลกดิจิตัล สามารถใช้เป็นห้องทำงานเคลื่อนที่อัจฉริยะที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกไฮเทคแบบครบครัน

“Urbansphere” โดดเด่นด้วยประตูเปิดแบบกว้าง เบาะนั่งแบบแยกอิสระ 4 ที่นั่ง พื้นที่ภายในห้องโดยสารแบบเลานจ์ระดับเฟิร์สคลาสสัมผัสได้ถึงเรียบหรู โปร่งสบายตา เปรียบเสมือน third living space ที่ให้ความสะดวกสบายกับทุกช่วงเวลาเดินทาง ให้ความเงียบสงบแม้ในชั่วโมงเร่งด่วน มาพร้อมพื้นที่ส่วนตัวมีความกว้างขวาง หรูหรา

“Urbansphere” ทรงพลังด้วยความจุแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 120 กิโลวัตต่อชั่วโมง (kWh) สามารถวิ่งไกลได้ถึง 750 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP) แรงดันไฟฟ้าสูงสุด 800 โวลต์ ชาร์จไฟได้อย่างรวดเร็วถึง 270 กิโลวัตต์ ภายในเวลาเพียง 10 นาที สามารถวิ่งได้ในระยะทาง 300 กิโลเมตร และใช้ระยะเวลาชาร์จพลังงานจาก 5% – 80% น้อยกว่า 25 นาที

Skysphere

รุ่นที่ 1 ของรถต้นแบบในตระกูล Sphere สปอร์ตโรดสเตอร์ไฟฟ้า 2 ที่นั่ง ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Horch 853 ในยุค 1930 ดีไซน์หรูล้ำสมัย จุดเด่นอยู่ที่ฐานล้อ ซึ่งสามารถยืดเข้าออกได้สูงสุด 250 มิลลิเมตร ขึ้นอยู่กับการใช้งาน อีกทั้งยังสามารถปรับช่วงล่างขึ้น-ลงได้สูงสุด 10 มิลลิเมตร เพื่อเลือกระหว่างความสบายในการโดยสารหรือเพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่ มาพร้อมกับฟังก์ชันการขับขี่อัตโนมัติ “Experience Devices” มอบความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งาน ขุมพลังขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด632 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพียง 4 วินาที แบตเตอรี่ความจุ 80 กิโลวัตต์  วิ่งได้ไกล 500 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

Grandsphere

รถต้นแบบพลังงานไฟฟ้าในตระกูล Sphere ที่มาในขนาดของ Luxury Premium Sedan อย่าง A8 ขับเคลื่อนอัตโนมัติ Level 4 ประตู ทรงยาวเป็นพิเศษ ดีไซน์สุดล้ำ สวยหรู โดดเด่นด้วยกระจังหน้า Singleframe อันเป็นเอกลักษณ์ของอาวดี้ มาพร้อมความสะดวกสบายและครบครันด้วยฟังก์ชัน เริ่มตั้งแต่คอนโซลไร้ปุ่มกด มาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่แสดงผลผ่านหน้าจอ MMI รับคำสั่งด้วยการวาดมือในอากาศหรือการขยับตัว พร้อมระบบกล้องที่คอยตรวจสอบสายตาและการเคลื่อนไหว

รถต้นแบบพลังงานไฟฟ้า ทั้ง 3 รุ่น ของตระกูล “Sphere” ทั้ง Skysphere Grandsphere และ Urbansphere ของอาวดี้ ที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ในการยกระดับยานยนต์แห่งโลกอนาคตไปอีกขั้น และการสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้า 100% ให้เป็นมากกว่ายานพาหนะเพื่อการเดินทาง จากจุด A ไปจุด B แต่ทั้ง 3 ซีรีย์ มาพร้อมเทคโนโลยีระบบขับขี่อัตโนมัติระดับ 4 (High Autonomation 4* SAE หรือ Society of Automotive Engineers) สามารถขับเคลื่อนเองได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พวงมาลัยและแป้นเหยียบจะถูกพับเก็บและซ่อนไว้ในจุดที่ไม่สามารถมองเห็นได้ โดยระบบขับขี่อัตโนมัติ Level 4 จะทำหน้าที่ตรวจสอบการจราจรและพาผู้โดยสารไปถึงจุดหมายได้อย่างปลอดภัย นี่คือก้าวต่อไปของอาวดี้ ที่จะแสดงให้เห็นว่า นับจากนี้โลกแห่งการเคลื่อนที่ และประสบการณ์การขับขี่ในอนาคตอันใกล้นี้จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

นอกเหนือจากเรื่องดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ และสุนทรียภาพของการขับขี่ที่ใส่มาแบบไม่อั้นแล้วนั้น รถต้นแบบพลังงานไฟฟ้า 100% ตระกูล Sphere ยังได้รับการกล่าวถึงเป็นอย่างมาก ถึงความพิเศษเฉพาะตัวจากแพลตฟอร์มไฟฟ้าพรีเมียม Premium Platform Electric (PPE) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำของ Volkswagen Group ที่ถูกออกแบบมาเพื่อดึงศักยภาพของรถไฟฟ้า 100% รองรับรถรุ่นที่มีสมรรถนะการขับขี่สูง โดยมีการออกแบบให้ได้ประโยชน์ใช้สอย สามารถจัดการพื้นที่และติดตั้งแบตเตอรี่ไว้ระหว่างเพลาล้อหน้า-หลังในตำแหน่งที่ต่ำ ทำให้วางแบตเตอรี่ความจุสูงได้อย่างเหมาะสม

A6 Avant e-tron

อีก Concept model ที่สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีของอาวดี้ คือ “A6 Avant e-tron ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่ใช้แพลตฟอร์ม PPE เช่นเดียวกับรถในตระกูล Sphere

A6 Avant e-tron ได้รับการออกแบบให้มีสัดส่วนที่สง่างาม ลุคปราดเปรียว ดังคำบอกเล่าของ Oliver Hoffmann สมาชิกคณะกรรมการฝ่ายพัฒนาด้านเทคนิคของอาวดี้ “ด้วยแนวคิด Audi A6 Avant e-tron เรากำลังนำเสนอรูปลักษณ์ที่เป็นรูปธรรมสำหรับรุ่นการผลิตในอนาคตบนแพลตฟอร์มเทคโนโลยี PPE ใหม่ของเรา ซึ่งเราไม่เพียงแต่กระตุ้นประวัติศาสตร์ 45 ปี ของ Avant ที่ประสบความสำเร็จเท่านั้น สิ่งที่เราต้องการมากที่สุดคือการสร้างรถไฟฟ้า 100% ในตระกูล Avant ที่แฟนอาวดี้หลงรัก ทั้ง Design ที่โดดเด่น และประสิทธิภาพอันทรงพลัง 800 โวลต์ ชาร์จไฟได้สูงสุดถึง 270 กิโลวัตต์ (fast charge) และสามารถวิ่งได้สูงสุด 700 กิโลเมตร”  ตามมาตรฐาน WLTP

อาวดี้ วางอนาคตในการพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายไม่ได้เพียงแค่เน้นการพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่จะต้องเป็นรถยนต์ที่มี DNA ของอาวดี้ สะท้อนปรัชญา Vorsprung Durch Technik ความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีที่ไม่เพียงแค่นำเสนอให้เห็นความสามารถทางเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังลึกซึ้งถึงเรื่องการออกแบบรถยนต์ ตั้งแต่ภายนอกไปจนถึงภายในที่สอดคล้องไปกับการใช้งานได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสะดวกสบาย สมรรถนะทรงพลัง ดีไซน์สปอร์ต ที่สำคัญเป็นรถยนต์ที่มีความสมบูรณ์แบบและพร้อมตอบสนองทุกการใช้งานตามไลฟ์สไตล์ของลูกค้าอาวดี้

สำหรับประเทศไทย สอดคล้องกับนโยบาย “Future is Electric” ของ Audi AG ในช่วงระยะเวลา 3 ปี ที่ผ่านมา  อาวดี้ ประเทศไทย รุกตลาดรถไฟฟ้าพรีเมียมอย่างต่อเนื่อง โดย นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด หรือ อาวดี้ ประเทศไทย กล่าวว่า “อาวดี้ นำรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% เข้ามาจำหน่ายแล้ว 5 รุ่น รวมถึง Supercar พลังงานไฟฟ้า 100% RS Audi e-tron GT ซึ่ง อาวดี้ ประเทศไทย เปิดเกมส์รุกชิงเปิดตัวเป็นประเทศแรกในเอเชีย และเป็นหนึ่งในประเทศกลุ่มแรกของโลกที่ได้นำรถเข้ามาเปิดตัวก่อนใคร ถือเป็นก้าวสำคัญกับการทำตลาดในฐานะผู้นำรถไฟฟ้า 100% ในเซกเมนต์รถหรู   ขณะที่ในเซกเมนต์ SUV นั้น Audi e-tron 55 quattro และ e-tron Sportback 55 quattro S line ได้รับความนิยมและความไว้วางใจจากองค์กรชั้นนำในประเทศเพื่อใช้เป็นรถประจำตำแหน่งผู้บริหาร ซึ่งในฐานะผู้นำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าพรีเมียม ที่นำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเป็นรายแรก โดยส่งมอบรถให้ลูกค้าไปมากกว่า 150 ราย แล้ว อาวดี้ ประเทศไทย มีแผนที่จะทยอยนำรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ เข้ามาเปิดตัวอีกในเร็วๆ นี้ อย่างแน่นอน

Audi e-tron ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า 100% ได้รับการตอบรับของกลุ่มผู้บริหารองค์กรและนักธุรกิจรุ่นใหม่ ซึ่งต้องการยนตรกรรมที่ตอบโจทย์เรื่องพลังงานที่ยั่งยืน หรูหรา ความสะดวกสบาย โดยต่างประทับใจในสมรรถนะที่ทรงพลัง ขับสนุก ให้ความน่าตื่นเต้น ท้าทาย ซึ่งด้วยอัตราเร่งที่เหลือเชื่อ ตอบสนองฉับไว ขณะที่ห้องโดยสารเงียบ ทำให้ทุกการเดินทางสนุกและผ่อนคลาย”

Audi เป็นรถยนต์นำเข้าจากประเทศเยอรมันทุกรุ่น ลูกค้าที่ออกรถใหม่จะได้รับการดูแลจาก Audi Protection การรับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน รถยนต์ไฟฟ้า 100% และรถยนต์ Plug-in Hybrid TFSI e ใหม่ ทุกรุ่นรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี ลูกค้าอาวดี้สามารถมั่นใจกับงานบริการหลังการขาย ซึ่งมีมาตรฐานคุณภาพเดียวกันทุกสาขา โดยในช่วงสถานการณ์โควิดนี้ เปิดบริการ ในวันจันทร์ ถึง วันเสาร์ เวลา 08.00-18.00 น. วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00-18.00 น. หรือโทรนัดหมายได้ที่

Audi Centre Thailand02-765-8888
Audi New Petchburi02-023-4888
Audi Pattaya038-197-888
Audi Phuket076-646-666
Audi Service Chiang Mai052-081-188
Audi Service Ratchapruek02-034-5888
Audi Udonthani093-161-5588

 

อีซูซุปลื้ม “ISUZU V-CROSS 4×4 MASTER OF ALL ROADS…ตัวจริงทุกเส้นทาง” กระแสตอบรับดี พร้อมเปิดเบื้องหลังให้ดูกันจุใจ

0

อีซูซุสุดปังกับภาพยนตร์สั้น “ISUZU V-CROSS 4×4 MASTER OF ALL ROADS…ตัวจริงทุกเส้นทาง” 3 ตอนพิเศษที่สร้างกระแสตอบรับเป็นอย่างดีบนโซเชียลมีเดียต่าง ๆ และสร้างความประทับใจเป็นอย่างมากให้ผู้ชมภาพยนตร์สั้นทั้ง 3 ตอน กว่า 10 ล้านวิว ตลอด 1 เดือน         ที่ผ่านมา พร้อมเรียกกระแสอย่างต่อเนื่องด้วยการเผยภาพเบื้องหลังการถ่ายทำทั้ง 3 เส้นทางในรูปแบบคลิปภาพยนตร์สั้นให้ชมกันอย่างเต็มอิ่ม และอีกหนึ่งความพิเศษสุดกับการรับชมภาพเบื้องหลังในรูปแบบ ASMR : SOUND OF ALL ROADS ความมหัศจรรย์ของเสียงที่จะเพิ่มอรรถรสในการรับชม ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 6 พฤษภาคม เป็นต้นไป งานนี้ขอเชิญชวนแฟนคลับรับชมเรื่องราวเบื้องหลังที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนกันแบบสด ๆ ของ 2 หนุ่ม คุณนิว-ชัยพล และคุณโต้ง-บรรจง ใน Live Watch Party ทาง Facebook :  All-New Isuzu D-Max ในวันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคมศกนี้ เวลา 19.00 น. อีกด้วย

คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “โปรเจ็กต์พิเศษ “ISUZU V-CROSS 4×4 MASTER OF ALL ROADS…ตัวจริงทุกเส้นทาง” สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถปิกอัพออฟโรดระดับพรีเมี่ยมซึ่งจัดทำภาพยนตร์สั้น 3 ตอนพิเศษ, MASTER OF ALL ROADS : BEHIND THE SCENE และ ASMR : SOUND OF ALL ROADS โดยเริ่มจากการเล่าเรื่องผ่านภาพยนตร์สั้น 3 ตอนพิเศษที่สะท้อนสมรรถนะรถ ISUZU V-Cross 4×4 รถธงของอีซูซุที่มีสมรรถนะยอดเยี่ยม ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะใช้งานในแบบออนโรด หรือตะลุยในแบบออฟโรด โดยถ่ายทอดเป็นเรื่องราวการเดินทางค้นพบความท้าทายเพื่อพิสูจน์ความเป็นไปได้ของ 3 เพื่อนร่วมทาง ได้แก่ ISUZU V-Cross 4×4, คุณนิว-ชัยพล จูเลียน พูพาร์ต นักแสดงยอดนิยมและนักเดินทางตัวจริง และ คุณโต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล ผู้กำกับมือรางวัลระดับประเทศ สู่ 3 โลเคชั่นอันซีนของไทย โดยใน Episode แรกเป็นการพิชิตอุปสรรคเส้นทางโหดแห่งสายน้ำและหุบเขาที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ส่วนใน Episode 2 เป็นการท่องเที่ยวสไตล์ออฟโรด ตาดูดาว เท้าย่ำทรายที่หาดพลกายและหาดชมดาว จังหวัดอุบลราชธานี และ Episode 3 ร่วมสัมผัสอันซีนเมืองไทย ลุยเกาะเดียวเหมือนเที่ยว 3 ประเทศที่เกาะพระทอง จังหวัดพังงา และเพื่อสร้างกระแสให้โปรเจ็กต์นี้อย่างต่อเนื่องจึงส่งคอนเทนต์ MASTER OF ALL ROADS : BEHIND THE SCENE และ ASMR : SOUND OF ALL ROADS มาให้ติดตามชมกัน

ด้วยโจทย์ที่กำหนดไว้กับจุดหมายปลายทางซึ่งต่างเป็นโลเคชั่นที่ยังคงความสมบูรณ์แบบทางธรรมชาติ การถ่ายทำภาพยนตร์สั้นชุดนี้จึงเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของทีมงาน โดย คุณโต้ง-บรรจง เผยถึงเบื้องหลังการถ่ายทำว่า “หนังโฆษณารถมีความแตกต่างและท้าทายตั้งแต่ได้รับโจทย์แล้วว่าจะทำยังไงให้สะท้อนสมรรถนะรถออกมาได้ชัดเจน สนุก และสวยงาม เราทำการบ้านกันหนักมากเพื่อให้ชิ้นงานออกมาสมบูรณ์แบบ ทั้งคิดพล็อต หาโลเคชั่น และวางแผนการทำงาน แต่ก็ยังมีเรื่องให้เซอร์ไพรส์ระหว่างถ่ายทำเกิดขึ้นเยอะ ทั้งเรื่องของฟ้าฝนที่ไม่เป็นใจและเส้นทางที่อยู่เหนือการควบคุม อย่างเหตุการณ์ที่อำเภอปาย ฝนตกหนัก น้ำท่วม คุณนิวและ ISUZU V-Cross 4×4 ของเค้ากลับพาพวกเราและสัมภาระข้ามผ่านเส้นทางสุดโหดไปได้อย่างปลอดภัย ช่วยให้การถ่ายทำเดินหน้าต่อไปได้อย่างน่าทึ่ง” ซึ่งคุณนิว-ชัยพล กล่าวเสริมว่า “การเดินทางกับอีซูซุ วีครอส 4×4 เพื่อนคู่ใจคนสำคัญคันนี้ นับเป็นการเดินทางที่สุดแสนพิเศษ ผมประทับใจกับการลองขับในหลาย ๆ ซีนที่เห็นในภาพยนตร์ ทั้งการดริฟท์รถบนพื้นทราย การขับรถปีนหินบนเนินสูงที่หาดชมดาวเพื่อการชมดาวที่แหวกแนวสุด ๆ ของผม หรือการขับรถตะลุยริมหาดที่ต้องใช้ทั้งสมรรถนะคนและสมรรถนะรถไปพร้อม ๆ กัน นับเป็นการทดสอบความเป็น MASTER OF ALL ROADS ที่แท้จริง คงไม่ง่ายนะครับ ถ้าไม่ใช่ตัวจริง” นอกจากภาพยนตร์ที่สร้างความประทับใจแล้ว อีซูซุยังได้รับเกียรติจากคุณโต้-วิรุนันท์ ชิตเดชะ ช่างภาพเจ้าของรางวัลคานส์ไลอ้อน ประเทศฝรั่งเศส ร่วมบันทึกภาพถ่ายทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังตลอดการถ่ายทำอีกด้วย โดยคุณโต้-วิรุนันท์ เผยว่า “ผมดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์โฆษณาอีซูซุชุดนี้ ได้มีโอกาสเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในทุกสถานการณ์ตลอดช่วงเวลา 12 วัน ได้ซึมซับความรู้สึกของความท้าทายเหล่านั้น ทุกภาพที่ออกมาจึงสะท้อนโมเม้นต์ต่าง ๆ ได้ดีอย่างที่เห็นนี่แหละครับ

ทุกคำพูดคงไม่สนุกเท่าเห็นภาพ อีซูซุจึงได้รวบรวมเบื้องหลังการถ่ายทำ “ISUZU V-CROSS 4×4 MASTER OF ALL ROADS…ตัวจริงทุกเส้นทาง” จัดทำเป็นคอนเทนต์ต่าง ๆ เพื่อยืนยันความเป็นตัวจริง ดังนี้

  • MASTER OF ALL ROADS : BEHIND THE SCENE ความยาว 20 นาที ภาพยนตร์ที่จะเผยภาพเบื้องหลังการถ่ายทำตลอด 12 วันที่เหมือนการแอบถ่าย แต่กลับได้ภาพสวยงามไม่แพ้ภาพเบื้องหน้า โดยรวบรวมภาพการตะลุยทุกสภาพเส้นทางโหดด้วยสมรรถนะความแข็งแกร่งดุดันของ ISUZU V-CROSS 4×4 ที่เกิดขึ้นจริง พร้อมด้วยอิริยาบถแบบมันส์ปนฮาของหนุ่มนิว ชัยพล และคุณโต้ง บรรจง ผู้กำกับที่ต้องรับบทนักแสดงในเรื่องนี้อีกด้วย รับชมพร้อมกันในวันศุกร์ที่ 22 เมษายน ศกนี้ ได้ที่ : https://youtu.be/QA1Zn4_-3y0
  • ASMR : SOUND OF ALL ROADS คลิปภาพเคลื่อนไหวผสานซาวด์ดีไซน์ไปกับ ISUZU V-CROSS 4×4 อีกหนึ่งความมหัศจรรย์ที่จะกระตุ้นประสาทสัมผัสให้เกิดความรู้สึก ติดตามความสุขและสนุกไปกับอีกหนึ่งอรรถรสนี้ได้ ในวันศุกร์ที่ 6 พฤษภาคม เป็นต้นไป
  • ห้ามพลาด! กับ Live Watch Party การไลฟ์สดระหว่าง คุณนิว-ชัยพล และคุณโต้ง-บรรจง ที่จะมาบอกเล่าเบื้องลึกทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนของภาพยนตร์ “ISUZU V-CROSS 4×4 MASTER OF ALL ROADS…ตัวจริงทุกเส้นทาง” ให้ฟังอย่างจุใจ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้แชทพูดคุยกับสองหนุ่มได้ทาง Facebook : All-New Isuzu D-Max ในวันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม ศกนี้ เวลา 00 น. เป็นต้นไป

ติดตามรับชมภาพทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังของ ISUZU V-CROSS 4×4 MASTER OF ALL ROADS…ตัวจริงทุกเส้นทาง ที่ช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ได้แก่

YouTube : Isuzu Thailand Official
Facebook : All-New Isuzu D-Max
Website : www.isuzumasterofallroads.com
LINE : Isuzu Thailand

ปอร์เช่ ส่งมอบรถยนต์ใหม่จำนวน 68,426 คัน ในช่วงไตรมาสแรก

0

ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2022 ปอร์เช่ส่งมอบรถยนต์ใหม่เป็นจำนวน 68,426 คัน ให้กับลูกค้าทั่วทุกมุมโลก แต่เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้าคือปี 2021 นั้น ยอดส่งมอบรถยนต์ลดลง โดยคิดเป็นอัตราส่วนถึง 5 เปอร์เซ็นต์ โดย Detlev von Platen สมาชิกคณะกรรมการบริหารผู้กำกับดูแลส่วนงานขาย และการตลาด ของ Porsche AG กล่าวว่า “จากท่ามกลางสภาวะแวดล้อมที่ไม่ปกติ ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ รวมไปถึงปัญหาด้านการขาดแคลนวัตถุดิบ ตลอดจนปัญหาด้านการขนส่ง แต่ทีมงานด้านการขาย และตัวแทนจำหน่ายของเรายังคงทำผลงานได้ดีในไตรมาสแรก ซึ่งมีผลมาจากการฟื้นตัวจากวิกฤตการณ์โคโรน่าไวรัสในบางภูมิภาค อาทิ ประเทศจีน แต่ทั้งหมดนี้กลายเป็นบททดสอบที่เราต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่ผลิตภัณฑ์ยานยนต์ของเรายังคงมีความต้องการอย่างสูงจากลูกค้าทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นทวีปยุโรป , อเมริกา หรือประเทศจีน”

การเติบโตในทวีปยุโรป

ถือเป็นความท้าทายในหลากหลายแง่มุม ที่บริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ตสัญชาติเยอรมันจะต้องรับมือ แต่ยังคงแสดงผลการดำเนินงานได้ดี โดยแสดงผลลัพธ์ออกมาให้เห็นผ่านทางยอดจำหน่ายที่เกิดขึ้นในแต่ละภูมิภาคของโลก ซึ่งในทวีปยุโรป ปอรเช่มียอดส่งมอบรถยนต์สูงถึง 22,791 คัน ในช่วงไตรมาสแรก คิดเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 18 เปอร์เซ็นต์ แม้ว่าผลงานในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2021 จะยอดเยี่ยมอยู่แล้วก็ตาม และในส่วนของประเทศเยอรมนี ตัวเลขยอดขายยังคงถีบตัวสูงขึ้น ด้วยจำนวนส่งมอบรถยนต์ใหม่ 6,925 คัน คิดเป็นอัตราส่วนที่เพิ่มขึ้น 16 เปอร์เซ็นต์ และสำหรับประเทศจีน ยังคงเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของปอร์เช่ มียอดส่งมอบถึง 17,685 คัน แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโคโรน่าไวรัส รวมไปถึงปัญหาต่าง ๆ ในด้านการขนส่งสินค้า ทำให้บริเวณพื้นที่ใกล้เคียงกับศูนย์บริการ Porsche Centres ในบางภูมิภาค มีตัวเลขยอดจำหน่ายลดลง 20 เปอร์เซ็นต์

เมื่อพิจารณาถึงภาพรวม รถยนต์ปอร์เช่ ถูกส่งมอบถึงมือลูกค้าในภูมิภาค เอเชีย แปซิฟิก, แอฟริกา และตะวันออกกลาง จำนวน 28,991 คัน ทั้งนี้เมื่อมองเฉพาะภูมิภาคที่อยู่ภายใต้การดูแลของ Porsche Asia Pacific¹ ถือว่ายังคงรักษาระดับผลการดำเนินงานได้อย่างแข็งแกร่ง โดยในไตรมาสแรกของปี 2022 มีอัตราการเติบโตของยอดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างสวยงามเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อนหน้าได้ถึง 23 เปอร์เซ็นต์ ถึงแม้ว่าในไตรมาสแรกของปี 2021 จะยังคงครองผลงานในการทำลายสถิติได้สูงสุดตลอดกาลก็ตาม และถือเป็นสถานการณ์เชิงบวกที่ Porsche Asia Pacific สามารถสร้างสถิติผลงานด้านยอดจำหน่ายเอาไว้ได้เป็นอย่างดีในปี 2021 ตลอดทั้งภูมิภาค

ในส่วนของประเทศสหรัฐอเมริกา แม้จะต้องเผชิญกับการขาดแคลนวัตถุดิบ และปัญหาการขนส่ง ที่ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตรถยนต์หลายแบรนด์ แต่ยังสามารถส่งมอบรถยนต์ปอร์เช่ให้กับลูกค้าได้จำนวน 13,042 คัน และเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสแรกของปีที่แล้ว ถือเป็นการทำสถิติยอดจำหน่ายสูงสุด

รถยนต์สปอร์ต SUV ยังคงได้รับความนิยมสูงสุด

เป็นอีกครั้งที่ความต้องการสูงสุดของปอร์เช่  ยังคงเป็นรถสปอร์ต SUV ปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) ซึ่งมีตัวเลขยอดส่งมอบจำนวน 19,029 คัน ตามด้วย มาคันน์ (Macan) มีตัวเลขรวมจำนวน 18,329 คัน ถัดมาที่ทางด้านรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าปอร์เช่ ไทคานน์ (Taycan) ทำได้ที่ 9,470 คัน ในส่วนรถสปอร์ตระดับตำนานปอร์เช่ 911 มียอดจำหน่ายทั่วโลกที่ 9,327 คัน ตามด้วยพานาเมร่า (Panamera) ที่มียอดส่งมอบรวม 7,735 คัน และปอร์เช่ 718  บ๊อกสเตอร์ (718 Boxster) รวมทั้ง 718 เคย์แมน (718 Cayman) มียอดส่งมอบรวมที่ 4,536 คัน

Detlev von Platen กล่าวเพิ่มเติมต่อว่า “เราก้าวเข้าสู่ไตรมาสที่ 2 ด้วยการรักษาระดับเอาไว้ด้วยความระมัดระวังอันสืบเนื่องมาจากผลกระทบที่เกิดจากความขัดแย้งทางทหารในประเทศยูเครนโดยเฉพาะ ซึ่งเรายังจับตามอง และวิตกกังวลในเรื่องของสวัสดิภาพและสุขภาพของทุกฝ่าย รวมไปถึงความปลอดภัยของพลเรือนคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ทางด้านของผลกระทบที่เกิดขึ้นกับธุรกิจของเราจะถูกการประเมินสถานการณ์อย่างละเอียดโดยคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจน ได้รับการพิจารณาถึงปัญหาอย่างต่อเนื่อง และถึงแม้จะต้องรับมือกับสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เรายังมุ่งหวังถึงแนวโน้มไปในทิศทางที่ดีในอนาคต และเราไม่หยุดที่จะสร้างสรรค์ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่รถสปอร์ตอันตื่นเต้นเร้าใจให้บรรดาแก่ลูกค้าของเรา”

Porsche AG                                                   ยอดส่งมอบรถยนต์ใหม่มกราคมมีนาคม 2022
20212022อัตราการเติบโต
ทั่วโลก71,98668,426-5%
ทวีปยุโรป19,38922,791+18%
ประเทศเยอรมนี5,9576,925+16%
ทวีปอเมริกา20,46816,644-19%
ประเทศสหรัฐอเมริกา17,36813,042-25%
เอเชียแปซิฟิก แอฟริกา และตะวันออกกลาง32,12928,991-10%
ประเทศจีน21,99117,685-20%

 

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประกาศราคาจำหน่าย มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ เริ่มต้นที่ 799,000 บาท

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศราคาจำหน่ายสำหรับ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น GLS-LTD มีราคาจำหน่ายที่ 799,000 บาท และ รุ่นท็อป GT มีราคาจำหน่ายที่ 895,000 บาท 

มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ประสบความสำเร็จจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 และได้รับเสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ การยกระดับดีไซน์ภายนอกที่มอบความรู้สึก SUV มากขึ้น ความประณีตเหนือระดับของดีไซน์ภายในโฉมใหม่ และ สมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวลและสะดวกสบาย โดยผลสำรวจความคิดเห็น1 เผยว่า 83% ของผู้เข้าร่วมการสำรวจต่างชื่นชอบ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ นี้

รถครอสโอเวอร์ 7 ที่นั่งรุ่นใหม่ล่าสุดจาก มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังคงคอนเซป ‘Expand Your Advanced Life’ ถือเป็นรถยนต์ที่เหมาะสำหรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องการรถยนต์ที่มีห้องโดยสารกว้างขวาง ความอเนกประสงค์ครบครัน และสามารถขับขี่ไปทุกจุดหมายได้อย่างง่ายดาย พร้อมด้วยสมรรถนะการใช้งานในแบบรถเอสยูวีที่ช่วยสร้างทุกความเป็นไปได้ในชีวิตให้แก่ลูกค้าทุกท่าน

“ยอดจองรถยนต์ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ถือว่าเหนือความคาดหมายไม่ใช่เฉพาะแค่งานนี้เท่านั้น เรายังได้รับเสียงชื่นชมจากทั่วประเทศ ที่ต่างประทับใจกับ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ นี้ หลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการสู่ตลาดรถยนต์ไทยเพียงหนึ่งเดือน มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ มียอดจองรวมมากกว่า 2,500 คัน เรายังมีความยินดีที่จะแจ้งว่า ทางบริษัทฯ จะเริ่มดำเนินการส่งมอบ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ให้แก่ลูกค้าได้ ตั้งแต่สิ้นเดือนเมษายนนี้ เป็นต้นไป” มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

1แหล่งที่มาข้อมูล: ผลการสำรวจจัดทำขึ้นโดย บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ในกลุ่มผู้เยี่ยมชมบูธของบริษัทฯ ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 มีนาคม 2565

“เรารู้สึกภูมิใจมาก กับสมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวลและสะดวกสบายของ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ซึ่งได้รับการยกระดับมาจากรถยนต์รุ่นที่ผ่านมา ผู้ขับขี่สามารถสัมผัสได้ถึงสมรรถนะการขับขี่เที่หนือระดับ แม้จะขับในระยะเพียง 10 เมตร นอกจากนี้ เราได้จัดส่งรถยนต์ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ไปยังผู้จำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิทั่วประเทศเรียบร้อยแล้ว และเราหวังว่า ลูกค้าจะเยี่ยมชมศูนย์จำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิ และสัมผัสความประทับใจในการทดลองขับ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ที่ศูนย์จำหน่ายรถยนต์ของเรา” มร. โคอิโตะ กล่าวเสริม

มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่  มีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมไปอีกขั้น ทั้งดีไซน์ภายนอกและดีไซน์ภายใน รวมถึงการยกระดับสมรรถนะการขับขี่ ด้านหน้าดีไซน์ใหม่แบบ Advanced Dynamic Shield การยกระดับความสูงจากพื้นมากถึง 220 มม. ดีไซน์ภายในอัพเกรดคุณภาพใหม่ด้วยวัสดุบุนุ่ม สีทูโทน สีน้ำตาล-ดำ การติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติแบบแปรผันต่อเนื่องรุ่นใหม่ Eco-Dynamic CVT

ทั้งนี้ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ยังมอบความมั่นใจในด้านบริการหลังการขายภายใต้สโลแกน เราดูแล คุณแค่ขับที่พร้อมให้บริการแก่ลูกค้าด้วยผู้จำหน่ายทั่วประเทศกว่า 231 แห่ง ด้วยการให้บริการที่ได้มาตรฐาน คุณภาพอะไหล่แท้ ให้บริการด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญและผ่านการฝึกอบรม ตลอดจนความสะดวกสบายในการเข้ารับบริการด้วยเครือข่ายผู้จำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่ารถยนต์ มิตซูบิชิ ทุกคันจะพร้อมใช้งานอยู่เสมอ ด้วยค่าบำรุงรักษาที่ไม่แพง

ผู้ที่สนใจสามารถชม มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ทั้ง 2 รุ่น ได้ที่โชว์รูม มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ รวมถึงสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายเพื่อทดลองขับได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 ที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เผยตัวเลขเดือนมีนาคม HAVAL H6 รั้งตำแหน่งผู้นำตลาดคอมแพคเอสยูวีตลอดไตรมาสแรกปี 2565

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตอกย้ำความสำเร็จสู่การเป็นผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (xEV Leader) ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เดินหน้าสร้างผลงานยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่องด้วยยอดขายในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาของรถยนต์ทั้ง 3 รุ่น อย่าง All New HAVAL H6 Hybrid SUV, ORA Good Cat และ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV รวมทั้งสิ้น 563 คัน นำโดย All New HAVAL H6 Hybrid SUV ที่สามารถครองยอดขายอันดับ 1 ในกลุ่มรถยนต์คอมแพคเอสยูวีได้ติดต่อกัน 3 เดือนซ้อน ด้านเจ้าเหมียวไฟฟ้า ORA Good Cat ยังคงครองใจผู้บริโภคในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า 100% อย่างต่อเนื่อง โดยเกรท วอลล์ มอเตอร์ สามารถปิดไตรมาสแรกของปี 2565 ด้วยผลงานการส่งมอบยานยนต์พลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะสู่ท้องถนนประเทศไทยทั้งสิ้นกว่า 2,733 คัน

ในปีที่ 2 ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคงได้รับความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยตัวเลขความสำเร็จของ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ที่สามารถสร้างยอดขายในเดือนมีนาคมที่ผ่านได้มากถึง 314 คัน รักษาตำแหน่งแชมป์ของเซ็กเมนต์คอมแพคเอสยูวีติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 ของปีนี้ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 27.4 เปอร์เซ็นต์ จากยอดขายรวมของเซ็กเมนต์ทั้งสิ้น 1,145 คัน โดยใน
ไตรมาสที่ 1 ของปี 2565 เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ส่งมอบรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ให้แก่ผู้บริโภคในประเทศไทยไปแล้วเป็นจำนวนทั้งสิ้น 1,015 คัน

ความสำเร็จของ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ ล่าสุดจากการทดสอบการชนตามมาตรฐานความปลอดภัยในรถรุ่นใหม่ของออสเตรเลีย (Australasian New Car Assessment Program หรือ ANCAP) ซึ่งเป็นการทดสอบโดยหน่วยงานอิสระที่ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงด้านความปลอดภัยของยานยนต์ระดับโลก ยังได้ประกาศให้คะแนนความปลอดภัยระดับห้าดาวแก่ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ที่สามารถทำคะแนนได้อย่างยอดเยี่ยมในการทดสอบทั้ง 4 ด้าน ประกอบไปด้วย การปกป้องผู้โดยสารผู้ใหญ่ การปกป้องผู้โดยสารเด็ก ระบบความปลอดภัย และการปกป้องกลุ่มผู้เปราะบางบนถนน นับเป็นอีกข้อพิสูจน์สำคัญถึงศักยภาพของเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยตามมาตรฐานระดับโลกของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง

สำหรับเจ้าเหมียวไฟฟ้าขวัญใจคนไทยอย่าง ORA Good Cat ปิดไตรมาสแรกของปี 2565 ได้อย่างน่าประทับใจด้วยยอดขายและยอดส่งมอบรวมทั้งสิ้น 704 คัน อีกทั้งยังได้สร้างแรงกระเพื่อมให้กับเซ็กเมนต์รถยนต์ไฟฟ้า 100% ด้วยยอดจองตลอดการจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ถึง 1,136 คัน พร้อมด้วยยอดจองจาก GWM Store ทั่วประเทศอีก 774 คัน รวมยอดจองทั้งสิ้นสูงถึง 1,910 คัน ภายในระยะเวลาเพียง 14 วัน โดยในปัจจุบัน ORA Good Cat มียอดจองที่รอส่งมอบมากกว่า 3,500 คัน โดยความสำเร็จนี้ไม่เพียงตอกย้ำการขานรับมาตรการสนับสนุนการใช้และการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยในเฟสแรก แต่ยังสะท้อนถึงเทรนด์ผู้บริโภคที่หันมาให้ความสนใจในยานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ล้ำสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นอีกด้วย

ด้านเจ้าสิงโตอารมณ์ดี All New HAVAL JOLION Hybrid SUV ที่เข้ามายกระดับมาตรฐานตลาดรถยนต์เอสยูวีบีไปอีกขั้นตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา สามารถกวาดยอดขายไปได้ทั้งสิ้น 191 คันในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ในไตรมาสแรกปี 2565 เกรท วอลล์ มอเตอร์ สามารถส่งมอบ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV ให้แก่ผู้ที่หลงใหลในนวัตกรรมยานยนต์อันล้ำสมัย เต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะอันโดดเด่นถึง 1,014 คัน

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ความสำเร็จของยอดขายรถยนต์ทุกรุ่นของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในเดือนมีนาคมและไตรมาสที่ 1 ของปี 2565 นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของเราในการก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและการสนับสนุนที่ลูกค้าทุก ๆ ท่านมอบให้กับเราอย่างท่วมท้น เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขอขอบคุณผู้บริโภคชาวไทยที่ให้การสนับสนุนเราอย่างดีเยี่ยมเสมอมา เราจะยังคงเดินหน้าสร้างประสบการณ์การขับขี่อัจฉริยะที่สนุกสนาน ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัย พร้อมฟังทุกเสียงจากผู้บริโภค เพื่อนำมายกระดับการทำงานของเราในทุกมิติ ควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม รวมถึงกิจกรรมรูปแบบใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง โดยยึดการดำเนินงานแบบผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (User Centric) พร้อมทั้งร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนกระแสยานยนต์ไฟฟ้าและเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน”

ล่าสุด เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ปลุกกระแสยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้คึกคักยิ่งขึ้นที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ด้วยการเผยโฉมรถยนต์พลังงานไฟฟ้าสุดไฮเทคส่งตรงจากประเทศจีนให้คนไทยได้ยลโฉมก่อนใครถึง 2 รุ่น ได้แก่ “TANK 300 HEV Concept Car” เอสยูวีออฟโรดสไตล์โมเดิร์นขวัญใจขาลุยจากแบรนด์ TANK และ “ORA Good Cat GT” เจ้าเหมียวไฟฟ้าจากแบรนด์ ORA ที่มาพร้อมรูปลักษณ์แนวสปอร์ต สอดคล้องกับเป้าหมายเพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) ด้วย Mission 9 in 3 หรือการนำรถยนต์ xEV 9 รุ่นมาให้คนไทยได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิดภายในระยะเวลา 3 ปี

นอกจากตัวเลขความสำเร็จในประเทศไทยแล้ว เกรท วอลล์ มอเตอร์ ก็ยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในตลาดโลก ด้วยยอดขายรถยนต์ทั่วโลกในเดือนมีนาคมจำนวนรวมทั้งสิ้น 100,930 คัน เติบโตขึ้น 43 เปอร์เซ็นต์จากเดือนที่ผ่านมา โดยแบรนด์ HAVAL นั้นมียอดขายรวมทั้งสิ้น 54,534 คัน ซึ่งในจำนวนนี้เป็น HAVAL H6 รถเอสยูวียอดนิยม ที่มีเทคโนโลยีอันโดดเด่นและดีไซน์อันล้ำสมัยถึง 21,633 คัน สำหรับแบรนด์ ORA ก็ยังประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง กวาดยอดขายรวมทั้งหมด 14,264 คัน โดยเป็นยอดขายของ ORA Good Cat จำนวน 6,374 คัน ซึ่งมียอดขายสะสมในไตรมาสแรกจำนวน 19,460 คัน เพิ่มขึ้น 240 เปอร์เซ็นต์จากช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา ด้านแบรนด์ TANK ที่เพิ่งเผยโฉม TANK 300 HEV Concept Car ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ที่ผ่านมาก็ประสบความสำเร็จในตลาดโลกด้วยยอดขายสูงถึง 8,922 คัน โดยตลอดไตรมาสที่ 1 ของปี 2565 เกรท วอลล์ มอเตอร์มียอดขายรถยนต์ทั่วโลก จำนวนรวมทั้งสิ้น 283,500 คัน

ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก”​ (Global Intelligent Technology) เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะยังคงมุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการยึดถือผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทยผู้บริโภคชาวไทย เคียงข้างเติบโตไปด้วยกันกับลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และสังคม เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์และเศรษฐกิจไทยให้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน

“เชอรี” ดันเอสยูวี “โอโมด้า 5” ลุยตลาดโลก สร้างอีโคซิสเต็มตอบโจทย์ผู้ใช้งานทั่วโลกอย่างครบวงจร

0

รถเอสยูวีรุ่นเชอรี โอโมด้า 5 (Chery OMODA 5) คันแรกของโลกได้เผยโฉมอย่างเป็นทางการจากสายการผลิตที่สำนักงานใหญ่ของเชอรี รถครอสโอเวอร์เอสยูวีที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีโลกอนาคตรุ่นนี้ ได้รับการออกแบบเพื่อเอาใจคนรุ่นใหม่ทั่วโลก

โอโมด้า 5 แฝงด้วยยีนที่มีความเป็นสากล 5 ข้อด้วยกัน ได้แก่ การวิจัยและพัฒนาระดับสากล มาตรฐานระดับสากล คุณภาพระดับสากล ชื่อเสียงระดับสากล และการเปิดตัวในระดับสากล ซึ่งได้มาตรฐานระดับ 5 ดาวซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดของโครงการประเมินรถใหม่ของยุโรป (E-NCAP) ออสเตรเลีย (A-NCAP) จีน (C-NCAP) เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN-NCAP) ไปจนถึงอเมริกากลางและอเมริกาใต้ (L-NCAP) ส่วนในแง่ของขนาดตัวรถนั้น โอโมด้า 5 ยาว 4400 มม. กว้าง 1830 มม. และสูง 1588 มม. และมีฐานล้อกว้าง 2630 มม. จัดว่าเป็นรถเอสยูวีในกลุ่ม B+

สำหรับตลาดไทย เชอรีจะเปิดตัวรถรุ่นนี้ในเวอร์ชันรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่พวงมาลัยขวา โดยวิ่งได้ไกลกว่า 500 กม. พร้อมระบบขับขี่อัตโนมัติระดับ L2+ และระบบช่วยผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) เพื่อยกระดับความปลอดภัย

โอโมด้าไม่ได้เป็นเพียงแค่รถคันหนึ่ง แต่ยังเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตของผู้ใช้งานด้วย โดยหวังที่จะสร้างโหมดการเดินทางที่เหนือกว่าการเดินทางทั่วไป เช่น เมื่อถึงเวลาเลิกงานอันแสนเบื่อหน่ายแล้ว โอโมด้า 5 ก็จะเปิดโหมดไร้คนขับเพื่อพาคุณกลับบ้านอย่างสบาย ๆ หรือถ้าคุณอยากไปปาร์ตี้กับเพื่อน คุณเพียงแตะเรียกรถครั้งเดียวพร้อมระบุสถานที่และเวลาที่ต้องการ และเริ่มปาร์ตี้ได้เลย นอกจากนี้ โอโมด้า 5 ยังเป็นห้องประชุมของคุณเองได้ด้วยเมื่อคุณต้องการเรียกประชุมงานกะทันหัน โอโมด้าจะโฟกัสที่เหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตของผู้ใช้ โดยขยับขยายออกจากการเป็นรถธรรมดา ๆ คันหนึ่งให้ครอบคลุมทุกมิติของชีวิต พร้อมปรับผลิตภัณฑ์และบริการโอโมด้าเพื่อตอบโจทย์ลูกค้า เพื่อให้ผู้ใช้สัมผัสกับความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตอันเป็นผลจากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

หากคุณเป็นสมาชิกชุมชนโอโมด้าแล้ว เราขอเชิญชวนให้คุณเข้าร่วมโร้ดทริปกับโอโมด้า ไปจนถึงการแข่งขันอีสปอร์ต การแข่งขันกีฬา สตรีทแฟชันโชว์ที่ให้เจ้าของรถเป็นนายแบบและนางแบบ รวมถึงกิจกรรมอื่น ๆ ในขณะเดียวกัน โอโมด้าจะเดินหน้าเสริมสร้างอีโคซิมเต็มของผลิตภัณฑ์ต่อไป โดยสร้างผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีโอโมด้า 5 รวมถึงของขวัญ และสินค้าโคแบรนด์อื่น ๆ ที่ต่อยอดมาจากแบรนด์โอโมด้า โดยโอโมด้าจะขยับขยายอีโคซิสเต็มจากผู้ใช้ไปยังผลิตภัณฑ์และสินค้าต่อยอดต่าง ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ในการใช้รถให้ผู้ใช้งาน

เอ็มจี เผยยอดขายไตรมาสแรก โตเพิ่ม 11% ตอกย้ำการเป็นผู้นำอีวีตัวจริง ด้วยยอดจอง 4,500 คัน ภายใน 1 เดือนหลังร่วมมาตรการรัฐ

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผยผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2565 ด้วยยอดขายรวมกว่า 8,394 คัน หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 11% โดยในส่วนของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลโตเพิ่มขึ้นถึง 24% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา อีกทั้งยังสามารถกวาดยอดจองอีวีสูงกว่า 4,500 คัน ภายใน 1 เดือน หลังเข้าร่วมนโยบายสนับสนุนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของภาครัฐ สะท้อนการเป็นผู้นำตัวจริงของตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย พร้อมตอบสนองความต้องการของคนไทยด้วยการเปิดรับจองรถยนต์
พลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง และจะเริ่มทยอยส่งมอบรถตามกำหนดเดิม ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในช่วงต้นปีนี้ มีความคึกคักมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากงาน มอเตอร์โชว์ โดยในไตรมาสแรก เอ็มจี สามารถทำยอดขายรวม ได้ถึง 8,394 คัน หรือคิดเป็นตัวเลขการเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 11% โดยเฉพาะในส่วนของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลสามารถสร้างยอดขายโตสูงขึ้นกว่า 24% เป็นผลจากยอดที่เพิ่มขึ้นของ ALL NEW MG5 ประกอบกับทางภาครัฐได้ประกาศนโยบายสนับสนุนรถยนต์พลังงานไฟฟ้า โดย เอ็มจี ถือเป็นแบรนด์แรกที่ตอบรับและพร้อมสนับสนุนมาตรการ ส่งผลให้ราคาจำหน่ายมีการปรับลดลงมากสุดถึงกว่า 246,000 บาท และได้รับความสนใจจากผู้บริโภคชาวไทยเป็นอย่างมาก ภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือน เอ็มจี กวาดยอดจองสูงถึงกว่า 4,500 คัน จากรุ่น NEW MG ZS EV คิดเป็นสัดส่วน 40% และ MG EP ด้วยสัดส่วน 60% ยืนหยัดการเป็น ผู้นำตัวจริง ของตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย

เอ็มจี จะเริ่มทยอยส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั้ง 2 รุ่นให้กับลูกค้า ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป และสำหรับผู้ที่สนใจรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของเอ็มจี เรายังเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถสั่งจองได้ สำหรับผู้ที่สั่งจอง  ณ วันนี้ จะมีกำหนดรับรถประมาณไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ทั้งนี้ เอ็มจี ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความสนใจกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของเอ็มจีเป็นอย่างดี ในส่วนของไตรมาสที่ 2 เอ็มจีคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ จะปรับตัวไปในทางที่ดีขึ้น เห็นได้จากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่เริ่มกลับมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น โดยจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 15% จากปีที่ผ่านมา

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand