Home Blog Page 306

อีโคคาร์ตอบโจทย์น้ำมันแพง ซูซูกิกวาดยอดจองมอเตอร์โชว์ 2,204 คัน พร้อมสานต่อความสำเร็จ ไล่ล่ายอดขาย 30,000 คันในปีนี้

0

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำความนิยมของยานยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายในยุคปัจจุบัน เก็บเกี่ยวยอดจองภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ไปได้ทั้งสิ้น 2,204 คัน นำโดย SUZUKI SWIFT สปอร์ตอีโคคาร์ยอดนิยม SUZUKI CELERIO รถยนต์นั่งขนาดคอมแพ็คคุณภาพเกินตัว และ SUZUKI XL7 Multi-Dynamic Crossover รถครอบครัวขนาด 7 ที่นั่ง ที่ร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ซูซูกิเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ด้วยยนตรกรรมที่หลากหลาย ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของสมรรถนะการใช้งานที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ชูความคุ้มค่าคุ้มราคา ในยุคที่โคโรน่า ไวรัส 2019 ยังคงเป็นประเด็นหลักในสังคม และส่งผลโดยตรงต่อการใช้ชีวิตไล่เรียงไปจนถึงภาพรวมทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี หลังจากที่ผู้บริโภคเรียนรู้ที่จะอยู่กับความปกติใหม่บวกกับทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยที่ดีขึ้นเป็นลำดับ ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ที่กำลังมองหารถยนต์ไว้ใช้งานหลังวิกฤติเริ่มคลี่คลาย

มร.มิโนรุ อามาโนะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ยังคงเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย ส่งผลให้ตลาดรถยนต์กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง สร้างบรรยากาศในการซื้อ-ขายด้วยทางเลือกที่หลากหลาย”

ซูซูกิยังคงครองใจผู้บริโภคในประเทศไทย และตอกย้ำความนิยมด้วยยอดจองภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ รวมจำนวน 2,204 คัน แบ่งเป็น

  • SUZUKI SWIFT 957 คัน
  • SUZUKI CELERIO 435 คัน
  • SUZUKI XL7 334 คัน
  • SUZUKI CARRY 264 คัน
  • SUZUKI CIAZ 134 คัน
  • SUZUKI ERTIGA   80 คัน

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงความสำเร็จในปีนี้ว่า “ซูซูกิ เข้าร่วมงานในปีนี้ภายใต้แนวคิด EXPAND YOUR BOUNDERIES สื่อสารถึงความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ทั้งในบทบาทของรถยนต์ในชีวิตประจำวัน ไล่เรียงไปจนถึงเครื่องมือในการสร้างงานสร้างอาชีพ ซึ่งเป็นแนวทางการทำตลาดของแบรนด์ซูซูกิในยุคปัจจุบัน ด้วยสมรรถนะที่ตอบโจทย์ บวกกับข้อเสนอพิเศษอย่าง SUZUKI SUPER SURPRISE DEAL ที่สร้างโอกาสให้ลูกค้าสามารถจับจองเป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิได้ง่ายยิ่งขึ้น เป็นตัวกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค สร้างอัตราเติบโตให้กับซูซูกิเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

ในปีที่ผ่านมา ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 และปิดยอดขายประจำปีที่ 22,378 คัน แม้ว่าตลาดรวมจะอยู่ในภาวะที่ยากลำบาก ทว่า SUZUKI CELERIO ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยสมรรถนะที่โดดเด่นภายใต้ราคาที่จับต้องได้ พร้อมสร้างโอกาสเติบโตด้วยการเพิ่มความสดใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์การใช้งานครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ไล่ล่าเป้าหมายยอดขายรวม 30,000 คันในปีนี้ 

อย่างไรก็ตามซูซูกิยังคงคำนึงถึงความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า ที่จะได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีและมีคุ้มค่าในทุกๆ ด้าน  อีกทั้งซูซูกิมีความมุ่งมั่นทุ่มเทในการพัฒนาในการยกระดับงานด้านบริการหลังการขายด้วยกลยุทธ์ในการดูแล และเข้าถึงลูกค้าด้วยความจริงใจและใส่ใจที่จะมอบบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าทุกท่าน พร้อมทั้งเตรียมขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายเพื่อดูแลลูกค้าให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศจำนวน 130 แห่ง ภายใต้แนวคิด “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ”

เอ็มจี เผยยอดจองอีวีหลังประกาศปรับราคามาตรการรัฐ ทะลุ 3,000 คัน ภายใน 1 สัปดาห์

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผยรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของเอ็มจีทั้งรุ่น NEW MG ZS EV และ MG EP ได้รับการตอบรับเพิ่มมากขึ้นหลังประกาศปรับลดราคาราว 227,000 – 246,000 บาท ตามมาตรการสนับสนุนของภาครัฐ โดยภายใน 1 สัปดาห์ หลังจากที่ประกาศราคาอย่างเป็นทางการในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ มียอดจองแล้วกว่า 3,000 คัน ทั้งนี้ เอ็มจี จะเริ่มทยอยส่งมอบรถให้กับลูกค้าได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า
“หลังจากที่เอ็มจีได้มีการประกาศราคาใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้าทั้ง 2 รุ่น คือ MG ZS EV และ MG EP ตามมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐทำให้ตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเติบโตอย่างเห็นได้ชัดโดยมีผู้สนใจสอบถาม
และสั่งจองรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในส่วนของเอ็มจีเรามียอดจองรถยนต์ไฟฟ้าทั้ง 2 รุ่นรวมแล้วกว่า 3,000 คัน ในระยะเวลาเพียง 1 สัปดาห์ หลังจากการประกาศราคาอย่างเป็นทางการในงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา โดยตามแผนงานของเอ็มจี เราจะเริ่มส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั้ง 2 รุ่น ได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากมียอดจองเข้ามาเกินความคาดหมาย ทำให้ลูกค้าที่จองเข้ามาในตอนนี้อาจจะได้รับรถในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้

บริษัทฯ ต้องขอขอบคุณลูกค้าคนไทยที่ให้ความไว้วางในแบรนด์รถยนต์เอ็มจี รวมทั้งขอบคุณภาครัฐที่มีมาตรการจูงใจและทำให้คนไทยสามารถเข้าถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น เอ็มจีในฐานะผู้นำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยพร้อมร่วมผลักดันประเทศไทยเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) ตามแนวทางของรัฐที่มุ่งเดินหน้าวางรากฐานการใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างยั่งยืน รวมทั้งผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่ยุคใหม่ทัดเทียมอุตสาหกรรมยานยนต์โลก”

NEW MG ZS EV

NEW MG ZS EV มาพร้อมกับแนวคิด “Truly Easy” สะท้อนการใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ง่ายกว่าที่เคยเป็นมา โดยรับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบที่ล้ำสมัย สมรรถนะที่โดดเด่นจากมอเตอร์ขนาด
177 แรงม้า แบตเตอรี่ 50.3 กิโลวัตต์/ชั่วโมง สามารถวิ่งได้ 403 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตอบโจทย์ เอาท์ดอร์ไลฟ์สไตล์ด้วยฟีเจอร์ V2L (Vehicle to Load) จ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้า ด้วยกำลังสูงสุดถึง  2,200 วัตต์ พร้อมการติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีความปลอดภัยอย่างครบครัน มั่นใจทุกการเดินทางด้วยเครือข่าย MG Super Charge หนึ่งในระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ของเอ็มจีที่รองรับ การเดินทางทั่วประเทศ พิสูจน์แล้วจากการทดสอบการเดินทางทั่วประเทศในโปรเจกต์ EV Marathon รวมระยะทางกว่า 4,880 กิโลเมตร

NEW MG ZS EV มีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น D และรุ่น X โดยมีราคาจำหน่ายดังนี้

  • NEW MG ZS EV รุ่น D มีราคาปกติ 1,189,000 บาท ส่วนลดจากมาตรการส่งเสริมจากภาครัฐ 240,000 บาท ราคาสุทธิ 949,000 บาท*
  • NEW MG ZS EV รุ่น X มีราคาปกติ 1,269,000 บาท ส่วนลดจากมาตรการส่งเสริมจากภาครัฐ 246,000 บาท ราคาสุทธิ 1,023,000 บาท*

*ราคานี้เป็นราคาหลังจากได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ

MG EP

MG EP รถสไตล์สเตชั่นแวกอนที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกในประเทศไทย ที่มาพร้อมแนวคิด “EVeryone ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชัน รถยนต์พลังงานไฟฟ้าของทุกคน” วางตำแหน่งเป็น “เกณฑ์มาตรฐาน” ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าได้ทุกรูปแบบ ด้วย 4 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ มิติตัวถังและพื้นที่การใช้งาน มีพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวาง และพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ความสะดวกสบายและระบบ ความปลอดภัย ที่ครบครัน สมรรถนะที่เปี่ยมประสิทธิภาพ จากแบตเตอรี่ที่มีความจุขนาด 50.3 kWh ทำให้วิ่งได้ไกลถึง 380 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง และมีมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงที่ 163 แรงม้า รวมถึงต้นทุนในการเป็นเจ้าของ ที่ต่ำ ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและค่าบำรุงรักษาที่ต่ำช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาว

MG EP มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ MG EP และ MG EP PLUS โดยมีราคาจำหน่ายดังนี้

  • MG EP มีราคาปกติ 988,000 บาท ส่วนลดจากมาตรการส่งเสริมจากภาครัฐ 227,000 บาท

ราคาสุทธิ 761,000 บาท*

  • MG EP PLUS มีราคาปกติ 998,000 บาท ส่วนลดจากมาตรการส่งเสริมจากภาครัฐ 227,000 บาท 

ราคาสุทธิ 771,000 บาท*

*ราคานี้เป็นราคาหลังจากได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

ฟอร์ด คว้ารางวัลเผยโฉมรถยอดเยี่ยม สำหรับรถฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ทั้ง 3 รุ่น ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43

0

ฟอร์ด ประเทศไทย คว้ารางวัลเผยโฉมรถยอดเยี่ยม (Global Reveal Award) ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 โดยมีนายรัฐการ จูตะเสน รองกรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย เป็นผู้รับมอบรางวัลจาก ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เมื่อวานนี้ ที่บูธฟอร์ด

ฟอร์ด ประเทศไทย สร้างความคึกคักให้แก่ลูกค้าชาวไทยและผู้เข้าร่วมชมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ในปีนี้ ด้วยการเผยโฉมทัพรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด เป็นครั้งแรก ได้แก่ ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ และฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจเนอเรชันใหม่ โดยได้จัดแสดงรถทั้ง 3 รุ่นบนเวทีขนาดใหญ่ พร้อมมอบประสบการณ์การรับชมวิดีโอแบบสามมิติสุดตื่นตาตื่นใจบนฉากเวทีแบบแอลอีดี (LED) ขนาดใหญ่

นอกจากการเผยโฉมรถฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่แล้ว อีกหนึ่งจุดเด่นของบูธฟอร์ดในปีนี้อยู่ที่การจัดแสดงอุโมงค์นิทรรศการที่นำเสนอความมุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าด้วยบริการแบบ ‘พร้อมเสมอ’ หรือ ‘Always-On’ ที่สื่อสารออกมาได้อย่างน่าสนใจตามจุดต่างๆ เช่น โถงทางเดินติดตั้งจอวิดีทัศน์นำเสนอแนวคิดที่ไม่ติดอยู่ในกรอบหรือ ‘Break the Norm’ จุดรับชมข้อมูลแบบอินโฟกราฟฟิกที่ตอกย้ำนวัตกรรมบริการในรูปแบบดิจิทัล เช่น แอปพลิเคชันฟอร์ดพาส ที่นำเสนอผ่านกล่องต่อคำขนาดใหญ่ สื่อถึงการเชื่อมโยงกันระหว่างลูกค้าและรถยนต์ฟอร์ดผ่านเทคโนโลยีการอัปเดตข้อมูลแบบไร้สาย รวมถึงนวัตกรรมด้านบริการอื่นๆ อีกมากมาย

ฟอร์ดจะจัดแสดงรถฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ รวมถึงรุ่นปัจจุบัน และเปิดรับจองรถฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่เฉพาะรุ่น ในงานมอเตอร์โชว์ ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 3 เมษายน 2565 และที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ นอกจากนี้ ลูกค้าสามารถจองรถฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ ผ่านช่องทางออนไลน์บนเว็บไซต์ฟอร์ด www.ford.co.th ทั้งนี้ ฟอร์ดยังได้ร่วมมือกับกูเกิ้ล ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมายกระดับประสบการณ์ลูกค้าในการซื้อรถผ่านช่องทางออน์ไลน์ ด้วยเทคโนโลยีอิมเมอร์ซีฟ เอดจ์ ที่จะมอบประสบการณ์การชมรถเสมือนจริงผ่าน 3D และ AR เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจซื้อรถผ่านอุปกรณ์มือถือได้ง่ายยิ่งขึ้น

CARZUNO ขับเคลื่อนบริการ car subscription สู่ประเทศไทย

0

แพลตฟอร์มสมาชิกสำหรับเช่ารถยนต์รายเดือนแบบครบวงจรสัญชาติสิงคโปร์ ประกาศเปิดให้บริการทั่วประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยได้แต่งตั้งคุณวิเศษ คีรินทร์ (เคยทำงานร่วมกับคาร์โร, โตโยต้า, มิชลิน) และคุณเคตลิน สมิทธิวงฒ์ (อดีตบุคลากรเซิร์ฟคอร์ป, แฮปปี้เฟรช) เพื่อเป็นแกนนำในการดำเนินธุรกิจบริการ car subscription และยกระดับการให้บริการของ Carzuno ผ่านการสร้างพันธมิตรในท้องถิ่น, การขยายทีมงานในพื้นที่ และการเร่งเพิ่มจำนวนรถบนแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าหรือ EVs ให้เร็วขึ้น ถือเป็นการเข้าสู่ตลาดครั้งใหม่หลังจาก Carzuno ประสบความสำเร็จในการเปิดตัวที่สิงคโปร์ และสามารถจัดหาเงินทุนล่วงหน้ารอบล่าสุดได้เสร็จสิ้นเมื่อเดือนธันวาคม 2564 โดยได้รับเงินทุนมากกว่าที่กำหนดไว้

“เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่จะแนะนำบริการ car subscription แก่ผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ในการเป็นเจ้าของรถที่ไม่ต้องใช้เงินกู้หรือเงินดาวน์ เราสามารถให้บริการได้ด้วยกระบวนการสมัครสมาชิกแบบไร้รอยต่อซึ่งพิสูจน์ความสำเร็จมาแล้วที่สิงคโปร์ โดยช่วงแรกจะเริ่มต้นบริการด้วยรถยนต์ 50 รุ่นที่รองรับทุกความต้องการ ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์ระดับเริ่มต้นถึงระดับไฮเอนด์ นอกจากนี้ การเข้าร่วมทีมของ เคตลิน และ วิเศษ ยังเป็นเรื่องน่ายินดีที่ช่วยให้เราได้ร่วมมือกับพันธมิตรในท้องถิ่นมากขึ้น และสามารถยกระดับประสบการณ์ออนไลน์ของลูกค้าในพื้นที่ โดยหลังจากได้ทดลองให้บริการในไทยมาระยะหนึ่ง เราพบว่าสมมติฐานที่ตั้งไว้นั้นถูกต้อง คือตลาดไทยเปิดรับบริการสมัครสมาชิกเช่ารถยนต์ระยะยาว ซึ่งเรารู้สึกภาคภูมิใจและพร้อมเต็มที่จากผลตอบรับเชิงบวกที่สะท้อนจากผู้ใช้และพันธมิตรของเรา” คุณอมฤต ซาการ์ (Amrt Sagar) ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Carzuno กล่าว

นับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนมิถุนายน 2564 บริการ Carzuno ขยายตัวอย่างรวดเร็วในสิงคโปร์ โดยมีสมาชิกลงทะเบียนหลายร้อยคนในเวลาเพียง 9 เดือน การยอมรับอย่างกว้างขวางในสิงคโปร์ทำให้บริษัทตัดสินใจขยายแพลตฟอร์มเทคโนโลยีมายังประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุด และเป็นหนึ่งในตลาดที่มีอัตราการใช้บัตรเครดิตสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังมีประชากรชาวต่างชาติจำนวนมากที่สามารถได้รับประโยชน์จากรูปแบบการสมัครสมาชิกรถยนต์ที่ยืดหยุ่น สำหรับใช้ในธุรกิจและตอบความต้องการส่วนบุคคลของแต่ละคน

ข้อเสนอและทีมงานในประเทศไทย

ทีมงานในพื้นที่ของ Carzuno สำหรับประเทศไทยจะนำโดยคุณวิเศษ คีรินทร์ (ผู้มีประสบการณ์จากบริษัทคาร์โร, โตโยต้า และมิชลิน) และคุณเคตลิน สมิทธิ วงฒ์ (เคยร่วมงานกับเซิร์ฟคอร์ป และแฮปปี้เฟรช)

“บริการสมัครสมาชิกรถยนต์หรือ car subscription มีศักยภาพมหาศาลในประเทศไทย เนื่องจากผู้บริโภคยังคงต้องการโซลูชันที่ลดความยุ่งยากได้ บริการของ Carzuno สามารถขจัดความซับซ้อนในขั้นตอนการเป็นเจ้าของรถแบบดั้งเดิมทั้งสำหรับคนท้องถิ่นและชาวต่างชาติ ผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ร่วมงานกับอมฤต, แอนดรูว์ และทุกคนในทีมเพื่อเปลี่ยนวิธีเข้าถึงรถยนต์ของผู้บริโภคชาวไทย ความมุ่งมั่นของเราคือการทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตร และการนำรถยนต์รุ่นใหม่ รวมถึงรถ EV หรือรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดมาให้บริการบนแพลตฟอร์มในอนาคตอันใกล้ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น” วิเศษ คีรินทร์ ผู้จัดการทั่วไป  Carzuno Thailand กล่าว

ข้อเสนอจาก Carzuno.com ประกอบด้วยแพ็คเกจรายเดือนหลากหลายที่มีให้เลือกตั้งแต่ แผนการสมัครสมาชิกรถยนต์ 1-24 เดือน ซึ่งผู้ใช้สามารถค้นพบรถในฝันที่ชื่นชอบ และสมัครใช้งานด้วยบัตรเครดิตของทุกคน กระบวนการบนระบบดิจิทัลทั้งหมดใช้เวลา 3 นาที ตั้งแต่ผู้ใช้เริ่มเลือกรถที่ต้องการ จากนั้นกรอกแบบฟอร์มสั้น แล้วชำระเงินโดยใช้บัตรเครดิต ไม่นาน รถที่เลือกจะถูกส่งไปยังหน้าประตูบ้านหรือพิกัดที่ระบุไว้ภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกันกับบริการของ Carzuno ที่สิงคโปร์ อัตราค่าสมัครสมาชิกรายเดือนจะคงที่และรวมทุกอย่างตั้งแต่ตัวรถยนต์ ประกันภัย การบริการเพิ่มเติม ภาษี และสายด่วนบริการกรณีรถเสียทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ สมาชิกยังสามารถเปลี่ยนรถเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการสมัครตามความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป ปัจจุบัน Carzuno มีรถยนต์ให้บริการมากกว่า 50 รุ่นในประเทศไทย ครอบคลุมรถยนต์ระดับเริ่มต้น เช่น Toyota Yaris และรถยนต์ระดับไฮเอนด์ เช่น Ferrari และ Porsche

ปัจจัยที่ทำให้ Carzuno ได้รับความนิยมอย่างมากในสิงคโปร์ คือการเป็นบริการ car subscription บนระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ, การจัดส่งรถถึงพิกัดที่ระบุอย่างรวดเร็ว และการครอบคลุมค่าธรรมเนียมรวมทั้งหมดแล้วของ Carzuno ด้วยการเป็นพันธมิตรกับบริการเช่ารถรายวันที่ให้บริการในตลาดมาก่อน เช่น Avis และ Sixt ทำให้ Carzuno สามารถนำเสนอรถยนต์ที่หลากหลายที่สุดผ่านระบบออนไลน์ในสิงคโปร์ โดย Carzuno ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภคชาวสิงคโปร์ ส่งผลให้บริษัทสามารถเอาชนะผู้เล่นรายเดิมในอุตสาหกรรมยานยนต์ และได้รับรางวัล Expat Living Gold Award ด้านบริการสมัครสมาชิกอัตโนมัติยอดเยี่ยม (the Best Auto Subscription service)

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาคลิก www.carzuno.com.

Benz Primus Autohaus เปิดประสบการณ์แห่งความท้าทายใหม่ “Mercedes-AMG Track Day”

0

“คุณณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ” ประธาน และ “คุณจิระพล รุจิวิพัฒน์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด ชวนลูกค้าคนพิเศษร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีพ ในงาน Mercedes-AMG Track Day” ณ สนามแข่งระดับโลก Chang International Circuit” จ.บุรีรัมย์  โดยเดินทางแบบคาราวานรถยนต์ จากโชว์รูม Benz Primus สู่ร้านอาหาร Midwinter Green ลิ้มลองรสชาติอาหารที่ปรุงแต่งพิเศษ ท่ามกลางธรรมชาติของเขาใหญ่ และมุ่งหน้าไปโรงแรมที่พัก Amari Buriram United อวดโฉม 6 รถยนต์รุ่นดาวเด่น ให้ชมและเก็บภาพ ก่อนเช็คอินน์เข้าที่พัก

ในงานเลี้ยงต้อนรับ หลังชม VDO แนะนำ Benz Primus และ TOAVH  “คุณณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ” ขึ้นกล่าวต้อนรับและขอบคุณลูกค้าที่ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ และ  “คุณจิระพล รุจิวิพัฒน์” ได้แจ้งกำหนดการในวันพรุ่งนี้ ก่อนเชิญร่วมทานอาหารค่ำในแบบ Sit-Down Dinner ที่คัดสรรเมนูอาหารสุดพิเศษ พร้อมความสนุกสนานกับเสียงเพลงจากวงดนตรี “iHearBand” ที่สร้างสีสันให้ค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้มแห่งมิตรภาพ

วันรุ่งขึ้น เริ่มต้นกิจกรรม Mercedes-AMG Track Day กับประสบการณ์ความท้าทายบทใหม่ในการขับขี่รถยนต์ที่เปี่ยมสมรรถนะ ตั้งแต่ A-Class ถึง S-Class ในแบบ Saloon, Coupe’ และ SUV รวมเกือบ 20 คัน ให้เลือกทดลองขับได้อย่างเต็มที่

จากนั้นเข้าสู่โหมดการขับขี่ ทีม Certified Instuctor ได้แนะนำเทคนิคเบื้องต้นในการเตรียมความพร้อมก่อนลงขับในสนามแข่ง อาทิ การปรับเบาะ การวางตำแหน่งมือ การจับพวงมาลัย และการใช้อุปกรณ์ฟังก์ชั่นต่างๆ

ช่วงเช้า เป็นการทดลองขับในเรื่องการเร่งความเร็ว เพื่อเร่งแซง การยึดเกาะถนน ความแม่นยำในการเข้าโค้ง และการเบรกหยุดกระทันหัน ช่วงบ่าย เป็นการขับแบบ Full Trak โดยทุกท่านเลือกรถรุ่นที่สนใจหรือนำรถตนเองลงขับในสนามได้เช่นกัน เพื่อให้สัมผัสสมรรถนะของรถยนต์ ในสนามแข่งแห่งนี้ได้อย่างเต็มที่

ปิดท้าย ด้วยการมอบรางวัลโมเดลรถยนต์สำหรับ 3 ผู้ชนะที่ทำเวลาต่ำสุดในการขับ Full Track พร้อมมอบประกาศนียบัตร Mercedes-AMG Track Day และกรอบรูปสุดหรู เป็นที่ระลึกในการร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่กับครอบครัว Benz Primus ในครั้งนี้

ฮอนด้า คว้า 2 รางวัล The Best Award 2022 ตอกย้ำความสำเร็จในการจัดแสดงยนตรกรรม

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย นายโนริยุกิ ทาคาคุระ (ที่ 5 จากขวา) ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ และนางสาวมนวรา เพชรพลากร (ที่ 4 จากขวา) ผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาด รับมอบรางวัล The Best Award 2022” รางวัลพิเศษสำหรับผู้ร่วมออกบูทในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ซึ่งฮอนด้าคว้า 2 รางวัล ได้แก่ รางวัล “Exhibit Design Award” สำหรับการออกแบบบูทฮอนด้าที่มาพร้อมแนวคิด “The Future Experiencer” เพื่อให้ผู้เยี่ยมชมได้สัมผัสและได้รับประสบการณ์ที่ดีกว่าในการเยี่ยมชมบูท และรางวัล “The World Premiere” สำหรับ รถยนต์ ฮอนด้า ซีวิค อี:เอชอีวี ใหม่ ที่เผยโฉมพร้อมจัดแสดงเป็นครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย ซึ่งช่วยสร้างกระแสและความคึกคักให้แก่งานมอเตอร์โชว์และตลาดรถยนต์ได้อย่างดี โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา (ที่ 5 จากซ้าย) ประธานจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 และนายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ (ที่ 4 จากซ้าย ) รองประธานจัดงานฯ เป็นผู้มอบรางวัล

บริดจสโตนประกาศ “พันธสัญญา E8 ของบริดจสโตน (Bridgestone E8 Commitment)” สู่ปี ค.ศ. 2030 รุดหน้าสู่การเป็นองค์กรผู้ส่งมอบโซลูชั่นอย่างยั่งยืน

0

บริดจสโตน คอร์ปอเรชั่น ประกาศ “พันธสัญญา E8 (อี-เอ็ท) ของบริดจสโตน (Bridgestone E8 Commitment)” ซึ่งเป็นพันธสัญญาขององค์กรสู่ปี ค.ศ. 2030 เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 91 ปี ของการก่อตั้งองค์กร “พันธสัญญา E8 ของบริดจสโตน” ประกอบด้วยคุณค่า 8 ด้าน ที่เริ่มต้นด้วยตัวอักษร E (ได้แก่ Energy ด้านพลังงาน, Ecology ด้านสิ่งแวดล้อม, Efficiency ด้านประสิทธิภาพ, Extension ด้านเติบโต, Economy ด้านเศรษฐกิจ, Emotion ด้านความรู้สึก, Ease ด้านความสะดวกสบาย และ Empowerment ด้านพลังสังคม) ซึ่งกลุ่มบริษัทในเครือบริดจสโตนจะมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผ่าน “เจตจำนง” และ “กระบวนการทำงาน” ร่วมกับพนักงาน สังคม พันธมิตร และลูกค้าเพื่อสังคมที่ยั่งยืน

“พันธสัญญา E8 ของบริดจสโตน” จะเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนการบริหารควบคู่ไปกับการสร้างความไว้วางใจ
และน่าเชื่อถือให้กับคนรุ่นต่อไปในอนาคต ในขณะที่บริดจสโตนรุดหน้าปฏิรูปองค์กรเพื่อบรรลุวิสัยทัศน์: “สู่ปี ค.ศ. 2050 บริดจสโตนยังคงส่งมอบคุณค่าให้สังคมและลูกค้า ในฐานะองค์กรผู้ส่งมอบโซลูชั่นอย่างยั่งยืน”

Energy ด้านพลังงานตระหนักถึงสังคมแห่งการเดินทาง ตั้งเป้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน
Ecology ด้านสิ่งแวดล้อมพัฒนาเทคโนโลยี โซลูชั่นผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ที่ยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เพื่อคนรุ่นต่อไปในอนาคต
Efficiency ด้านประสิทธิภาพขับเคลื่อนการใช้เทคโนโลยีแห่งการเดินทางที่ทันสมัยเพื่อเพิ่มผลผลิต
Extension ด้านเติบโตสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อนำทุกคนก้าวสู่อนาคต
Economy ด้านเศรษฐกิจสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจของการเดินทาง และการดำเนินธุรกิจ
Emotion ด้านความรู้สึกสร้างความตื่นเต้น และความสุขในสังคมแห่งการดินทาง
Ease ด้านความสะดวกสบายสร้างความสะดวกสบาย สุขใจไร้กังวลในชีวิตการเดินทาง
Empowerment ด้านพลังสังคมผลักดันและร่วมสร้างสังคมเท่าเทียม และภาคภูมิใจแก่ทุกคน

 

นับตั้งแต่การก่อตั้งองค์กรในปี ค.ศ. 1931 โดยยึดมั่นพันธกิจที่ว่า “รับใช้สังคมด้วยคุณภาพที่เหนือกว่า” เสมอมา
กลุ่มบริษัทในเครือบริดจสโตนได้ขยายและพัฒนาธุรกิจเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของสังคม และยังคงสนับสนุนการเดินทางและวิถีชีวิตของผู้คน “ยุคที่สอง (บริดจสโตน 2.0)” เริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1988 บริดจสโตนได้ควบรวมบริษัท ไฟร์สโตน ไทร์ แอนด์ รับเบอร์ หลังจากนั้นกลุ่มบริษัทในเครือบริดจสโตนได้กำหนดให้ปี ค.ศ. 2020  เป็นปีแรกของ “ยุคที่สาม (บริดจสโตน 3.0)” และได้ดำเนินการตามแนวคิดริเริ่มที่ก้าวหน้าเพื่อให้บรรลุตามวิสัยทัศน์ โดยจาก “ความแข็งแกร่ง” ของบริดจสโตนที่สร้างขึ้นในช่วงสองปีที่ผ่านมาสู่การขับเคลื่อนการปฏิรูปองค์กร (CX) กลุ่มบริษัทในเครือบริดจสโตนจะรุดหน้าดำเนินการต่อไป ซึ่งแกนหลักในการขับเคลื่อนการบริหารควบคู่ไปกับการสร้างความไว้วางใจและน่าเชื่อถือให้กับคนรุ่นต่อไปในอนาคต คือ “พันธสัญญา E8 ของบริดจสโตน”

ชูอิชิ อิชิบาชิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารระดับโลกของบริดจสโตน คอร์ปอเรชั่น กล่าวเนื่องในการเปิดตัว “พันธสัญญา E8 ของบริดจสโตน”

“เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี ของกลุ่มบริษัทในเครือบริดจสโตน ในปี ค.ศ. 2031 ในฐานะองค์กรผู้ส่งมอบโซลูชั่นอย่างยั่งยืนตามที่กำหนดไว้ในวิสัยทัศน์ของเรา ผมมีความยินดีที่จะประกาศเปิดตัวพันธสัญญาขององค์กร หรือ “พันธสัญญา E8 ของบริดจสโตน” และความมุ่งมั่นรุดหน้าสู่การปฏิรูปองค์กรของเรา “พันธสัญญา E8 ของบริดจสโตน” จะนำคุณค่าทั้ง 8 ด้านของบริดจสโตนให้เป็นเสมือนตัวชี้นำการปฏิรูปที่เกิดขึ้นนี้

เราจะขับเคลื่อนความแกร่งให้ “กลยุทธ์ระดับองค์กร” และปฏิรูป “วัฒนธรรมองค์กร” ตามพันธสัญญาดังกล่าวนี้
และเดินทางร่วมกับพนักงานของเราทั่วโลกถึง 130,000 คน แน่นอนว่าอนาคตของการเดินทางจะต้องมีอุปสรรคมากมาย ซึ่งรวมถึงการไปให้ถึงเป้าหมายเพื่อส่งมอบคุณค่าให้สังคมและลูกค้า และการสร้างความยั่งยืนและการเติบโตขององค์กร แต่ถึงอย่างไรก็ตาม กลุ่มบริษัทในเครือบริดจสโตนจะเผชิญหน้าและเอาชนะความท้าทายเหล่านี้ และเดินหน้าดำเนินการต่อไป

“พันธสัญญา E8 ของบริดจสโตน” ไม่สามารถดำเนินการได้โดยกลุ่มบริษัทในเครือบริดจสโตนแต่เพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น เราเชื่อมั่นว่าความเข้าใจจากกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ได้แก่ สังคม พันธมิตร และลูกค้าของเรา ตลอดจนการสร้างคุณค่าร่วมกับพวกเขาจะทำให้เราสามารถตระหนักและสนับสนุนสังคมที่ยั่งยืนได้

เพื่อโลกใบนี้ที่คนรุ่นต่อไปในอนาคตไว้วางใจให้เราดูแล กลุ่มบริษัทในเครือบริดจสโตนมุ่งมั่นสนับสนุนสังคมที่ยั่งยืน
ด้วยการสร้างคุณค่าร่วมทั้ง 8 ด้าน ร่วมกับพนักงาน สังคม พันธมิตร และลูกค้าของเรา”

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาดูที่ Bridgestone E8 Commitment Concept VDO และ Web Page.

นิสสัน ท้าพิสูจน์สมรรถนะการขับขี่ของเทคโนโลยี e-4ORCE ผ่านรถบังคับวิทยุ

0

เมื่อเร็ว ๆ นี้ นิสสันได้เผยแพร่ สมรรถนะของการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีควบคุมการขับขี่ล่าสุด อย่าง e-4ORCE ด้วยการสาธิตผ่านรถยนต์บังคับวิทยุ ที่แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีการควบคุมล้อและความสามารถในการขับขี่บนพื้นผิวที่หลากหลาย โดยรถบังคับคันดังกล่าวมาในรูปแบบเสมือน นิสสัน อริยะ (ARIYA) ที่ย่อส่วน เนื่องจาก อริยะเป็นรถยนต์นิสสันรุ่นแรกที่นำเทคโนโลยีนี้มาใช้ โดยจากการสาธิต รถบังคับวิทยุที่มี e-4ORCE ได้วิ่งไปตามเส้นทางต่างๆ กว่า 8 รูปแบบ ที่ถูกปรับขึ้นเป็นพิเศษด้วยลักษณะพื้นผิวที่แตกต่างกัน เพื่อแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีนี้สามารถรักษาเส้นทางการขับขี่ และการบังคับเลี้ยวได้ยอดเยี่ยม ทั้งนี้นิสสันยังเปิดให้ลูกค้าทั่วไปได้ชมการสาธิตนี้ ณ สำนักงานใหญ่ของนิสสัน ในเมืองโยโกฮาม่า ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาอีกด้วย

สำหรับ e-4ORCE คือเทคโนโลยีการควบคุมล้อที่ล้ำหน้าที่สุดของนิสสัน โดยวิศวกรได้ปรับแต่งเทคโนโลยีการควบคุมที่แม่นยำใน e-4ORCE กับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ เพื่อให้ความสะดวกสบายที่เหนือกว่า ในการขับขี่สำหรับผู้โดยสารทุกคนบนรถ ด้วยการควบคุมการส่งกำลัง และประสิทธิภาพของการเบรกโดยเฉพาะ เพื่อสร้างความราบรื่น และความมีเสถียรภาพสูงสุดระหว่างขับขี่ นอกจากนี้เทคโนโลยี e-4ORCE ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่บนทุกสภาพเส้นทาง และทุกประเภทของพื้นผิวถนน โดยไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการขับขี่ อาทิ เมื่อเข้าโค้งบนถนนที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ รถจะเคลื่อนตัวไปบนเส้นทางที่คนขับต้องการได้อย่างแม่นยำด้วยการควบคุมร่วมกันของมอเตอร์ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวมถึงการมีระบบเบรกที่ให้ความมั่นใจ ช่วยให้การขับขี่สนุกมากยิ่งขึ้น

การพัฒนาเทคโนโลยี e-4ORCE บนรถบังคับวิทยุ

รถบังคับวิทยุ e-4ORCE ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าสี่ตัว สำหรับแต่ละล้อ เพื่อกำหนดการควบคุมทุกล้อผ่านเทคโนโลยี e-4ORCE ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อประยุกต์ใช้กับรถบังคับวิทยุคันดังกล่าว โดยมีความสามารถตรวจสอบสภาพถนนต่างๆผ่านเซ็นเซอร์ที่ติดตั้งในรถ แรงขับจากมอเตอร์แต่ละตัวมีความเป็นอิสระต่อกัน ซึ่งช่วยให้รถบังคับวิทยุ สามารถวิ่งได้อย่างราบรื่นบนสภาพพื้นผิวของสนามทดสอบที่มีความหลากหลาย นอกจากนี้ นิสสันได้จัดการสาธิตรถบังคับวิทยุด้วยเทคโนโลยี e-4ORCE ในรูปแบบของเกมส์แข่งรถ ที่มีทั้งแป้นคันเร่ง พวงมาลัย และเบาะรถแข่งแบบปรับเอียงไปมาได้ตามสภาพการขับขี่ รวมถึงมีจอภาพที่เชื่อมโยงกับกล้องในรถช่วยให้ผู้ขับได้รับประสบการณ์เหมือนได้ขับรถจริงอีกด้วย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยี e-4ORCE สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ นิสสัน e-4ORCE กับการเสิร์ฟราเม็งบนเคาน์เตอร์ ล่าสุดที่นี่ และวิดีโอเทคโนโลยีที่นี่ และที่นี่

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยี e-4ORCE สามารถช่วยสำรวจดวงจันทร์ได้อย่างไร โปรดคลิกที่นี่

เอ็มจี รับรางวัล “รถ EV และ PHEV ที่คุ้มค่าที่สุด” ในงานมอเตอร์โชว์

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย โดยนายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด รับมอบรางวัล “รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ ปลั๊กอิน ไฮบริด (PHEV) ที่คุ้มค่าที่สุด จากการตัดสินของคณะกรรมการผู้จัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ โชว์ ครั้งที่ 43  โดยมี ดร. ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และนายจาตุรนต์ โกมลมิศร์  กรรมการบริหาร/ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และรองประธานจัดงานฯ  ร่วมมอบรางวัล ณ บูธรถยนต์เอ็มจี

  • Most Valuable EV รางวัลรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่คุ้มค่าที่สุด จากการแนะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้า New MG ZS EV และ MG EP ที่มาพร้อมความโดดเด่นของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ให้ความคุ้มค่าในราคาที่เป็นเจ้าของได้ โดยเป็นรุ่นที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานเป็นอย่างมาก มียอดจองในงานแล้วกว่า 1,000 คัน ซึ่งเป็นยอดจองสูงสุดในกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า
  • The Most Valuable PHEV รางวัลรถยนต์ PHEV ที่คุ้มค่าที่สุด จากการเปิดตัว New MG HS PHEV โฉมใหม่ ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยและที่ล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid) ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้พละกำลังสูงสุด 284 แรงม้า มาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion แบบโมดูล ขนาดใหญ่ 16.6 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ทำให้สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% (EV Mode) ได้ไกลถึง 67 กิโลเมตร รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี

New MG ZS EV

NEW MG ZS EV มาพร้อมกับแนวคิด “Truly Easy” สะท้อนการใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ง่ายกว่าที่เคยเป็นมา โดยรับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบที่ล้ำสมัย สมรรถนะที่โดดเด่นจากมอเตอร์ขนาด 177 แรงม้า แบตเตอรี่ 50.3 กิโลวัตต์/ชั่วโมง สามารถวิ่งได้ 403 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตอบโจทย์เอาท์ดอร์ไลฟ์สไตล์ด้วยฟีเจอร์ V2L (Vehicle to Load) จ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้า ด้วยกำลังสูงสุดถึง 2,200 วัตต์ พร้อมการติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีความปลอดภัยอย่างครบครัน มั่นใจทุกการเดินทางด้วยเครือข่าย MG Super Charge หนึ่งในระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ของเอ็มจีที่รองรับการเดินทางทั่วประเทศ พิสูจน์แล้วจากการทดสอบการเดินทางทั่วประเทศรวมระยะทางกว่า 4,880 กิโลเมตร    NEW MG ZS EV มีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น D และรุ่น X โดยมีราคาจำหน่ายดังนี้

  • NEW MG ZS EV รุ่น D มีราคาปกติ 1,189,000 บาท ส่วนลดจากมาตรกาส่งเสริมจากภาครัฐ 240,000 บาท ราคาสุทธิ 949,000 บาท*
  • NEW MG ZS EV รุ่น X มี ราคาปกติ 1,269,000 บาท ส่วนลดจากมาตรกาส่งเสริมจากภาครัฐ 246,000 บาท ราคาสุทธิ 1,023,000 บาท*

*ราคานี้เป็นราคาหลังจากได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ

*สำหรับลูกค้าที่รับรถยนต์หลังมีการประกาศราชกิจจานุเบกษา

MG EP

MG EP  รถสไตล์สเตชั่นแวกอนที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกในประเทศไทย ที่มาพร้อมแนวคิด “EVeryone ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชัน รถยนต์พลังงานไฟฟ้าของทุกคน” วางตำแหน่งเป็น “เกณฑ์มาตรฐาน” ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าได้ทุกรูปแบบ ด้วย 4 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ มิติตัวถังและพื้นที่การใช้งาน มีพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวาง และพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ความสะดวกสบายและระบบความปลอดภัย ที่ครบครัน สมรรถนะที่เปี่ยมประสิทธิภาพ จากแบตเตอรี่ที่มีความจุขนาด 50.3 kWh ทำให้วิ่งได้ไกลถึง 380 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง และมีมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงที่ 163 แรงม้า รวมถึงต้นทุนในการเป็นเจ้าของที่ต่ำ ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและค่าบำรุงรักษาที่ต่ำช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาว  MG EP มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ MG EP และ MG EP PLUS โดยมีราคาจำหน่ายดังนี้

  • MG EP  มีราคาปกติ 988,000 บาท ส่วนลดจากมาตรกาส่งเสริมจากภาครัฐ 227,000 บาท ราคาสุทธิ 761,000 บาท*
  • MG EP PLUS มีราคาปกติ 998,000 บาท ส่วนลดจากมาตรกาส่งเสริมจากภาครัฐ 227,000 บาท ราคาสุทธิ 771,000 บาท*

*ราคานี้เป็นราคาหลังจากได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ

*สำหรับลูกค้าที่รับรถยนต์หลังมีการประกาศราชกิจจานุเบกษา

NEW MG HS PHEV

MG HS PHEV โฉมใหม่ รถยนต์สปอร์ตพรีเมี่ยม SUV มาพร้อมกับนิยาม “REFINEMENT” ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผสมผสานระหว่างความหรูหราและความสปอร์ตอย่างลงตัว มีฟังก์ชันและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยด้วยการติดตั้งระบบนำทางเสมือนจริง หรือ AR NAVIGATION ซึ่งระบบดังกล่าวเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกล้องหน้าที่ถ่ายทอดสภาวะแวดล้อมจริงในขณะเดินทางร่วมกับระบบนำทาง Navigation แบบ real time ช่วยให้การใช้งานระบบนำทางแม่นยำมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการพัฒนาระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART เพื่อให้ใช้งานได้สะดวกสบายมากกว่าเดิม และระบบกุญแจดิจิตอล (Digital Key Technology) อีกทั้งยังมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยมาตรฐานสากลสูงสุดถึง 26 ระบบ และระบบช่วยผู้ขับขี่หรือระบบ ADAS ที่เทียบเท่ากับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับที่ 2 พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังจากระบบขับเคลื่อนทั้งแบบเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร และเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid) ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้พละกำลังสูงสุด 284 แรงม้า มาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion แบบโมดูล ขนาดใหญ่ 16.6 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ทำให้สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% (EV Mode) ได้ไกลถึง 67 กิโลเมตร รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี  NEW MG HS PHEV มี 2 รุ่นได้แก่ รุ่น D และ รุ่น  X  โดยมีราคาจำหน่ายดังนี้

  • New MG HS PHEV D ราคา 1,299,000 บาท
  • New MG HS PHEV X ราคา 1,379,000 บาท

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้ามารับชมพร้อมทดลองขับได้ที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม จนถึงวันที่ 3 เมษายนนี้ ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

เกรท วอลล์ มอเตอร์ คว้า 3 รางวัล จากการจัดแสดงทัพรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และนวัตกรรมล้ำสมัยในงาน มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เดินหน้าสานต่อภารกิจของบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) ของประเทศไทย คว้า 3 รางวัลจากงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ประกาศความสำเร็จของการจัดแสดงยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะและเทคโนโลยีล้ำสมัยภายใต้แนวคิด “Leading the Future” โดยได้นำเสนอผลิตภัณฑ์อันล้ำสมัยและบริการคุณภาพ ตลอดจนประสบการณ์อันยอดเยี่ยมให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด

หลังจากที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้นำ “TANK 300 HEV Concept Car” เอสยูวีออฟโรดสไตล์โมเดิร์นขวัญใจขาลุย และ “ORA Good Cat GT” เจ้าเหมียวไฟฟ้าแนวสปอร์ตขวัญใจมหาชน มาเผยโฉมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย รวมด้วยรถยนต์เอสยูวีปลั๊กอิน-ไฮบริด All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV ที่กลับมาปรากฏโฉมให้คนไทยหายคิดถึงกันอีกครั้ง พร้อมกับขบวนทัพรถยนต์ xEV ยอดนิยมที่มีจำหน่ายในประเทศไทยในปัจจุบัน ทั้ง All New HAVAL H6 Hybrid SUV, All New HAVAL JOLION Hybrid SUV และ ORA Good Cat ตลอดจนกิจกรรมที่น่าสนใจและข้อเสนอสุดพิเศษมากมายจนได้รับความสนใจและการตอบรับอย่างท่วมท้นตั้งแต่เริ่มต้นงาน ล่าสุด บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ได้มอบ 3 รางวัลอันทรงเกียรติเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จให้กับ เกรท วอลล์ มอเตอร์ โดยมีนายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ มร. ไมเคิล ฉง ผู้จัดการทั่วไป และแพนดอร่า ยู ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) เป็นผู้รับมอบ

ทั้งนี้ รางวัลที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้รับประกอบด้วย

  • Exhibit Design Award รางวัลการออกแบบการจัดแสดงยอดเยี่ยม
  • The Best Concept HEV Award รางวัลรถยนต์ไฮบริดต้นแบบยอดเยี่ยม (TANK 300 HEV Concept Car)
  • The Best Design EV Award รางวัลรถยนต์ไฟฟ้าดีไซน์ยอดเยี่ยม (ORA Good Cat GT)

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติและยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสนำยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าซึ่งอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะมาจัดแสดงเพื่อมอบประสบการณ์สุดล้ำและสร้างความประทับใจให้กับผู้บริโภคอีกครั้งภายในงานบางกอก อินเตอร์ เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ความสำเร็จในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในการก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งเราจะยังคงมุ่งมั่นสานต่อความสำเร็จในปีแรกและวิสัยทัศน์แห่งความเป็นผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้าพร้อมกับเดินหน้าเติมเต็มระบบนิเวศด้านยานยนต์ไฟฟ้าให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เราขอขอบคุณบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) สำหรับทั้ง 3 รางวัลอันทรงคุณค่า และขอบคุณผู้บริโภคชาวไทยที่ได้ให้การสนับสนุนและตอบรับ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ด้วยดีเสมอมา ทั้งนี้ เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าและผู้บริโภคชาวไทยสำหรับความไว้วางใจที่มอบให้กับเรามาโดยตลอด เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะเดินหน้าส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพและบริการที่ยอดเยี่ยม พร้อมผลักดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์พลังงานไฟฟ้าและศูนย์กลางการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียน พร้อมต่อยอดไปสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าสู่ตลาดโลก เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ยานยนต์ไทยให้สามารถยืนหยัดบนเวทีระดับนานาชาติได้อย่างเต็มภาคภูมิ”

บูธของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ถูกออกแบบให้มีความโดดเด่นและได้รับการจัดสรรพื้นที่อย่างพิถีพิถัน การันตีด้วยรางวัลการออกแบบการจัดแสดงยอดเยี่ยม โดยด้านหน้าเป็นพื้นที่สำหรับจัดแสดงทัพรถยนต์ xEV หลากหลายรุ่นยอดนิยมโดยมีไฮไลต์สำคัญบนเวทีคือ TANK 300 HEV Concept Car ORA Good Cat GT และ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV พร้อมจอ LED ขนาดใหญ่โอบรับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม ถัดเข้ามาเป็นพื้นที่กิจกรรมและจัดแสดงสุดยอดเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ อาทิ GWM LEMON Hybrid DHT Technology และ GWM LEMON E ส่วนพื้นที่ด้านหลังถูกเนรมิตให้เป็น Lifestyle Store GWM Bar และ Lifestyle Lounge ที่พร้อมต้อนรับผู้เข้าร่วมงานตลอดทั้งวัน พร้อมกิจกรรมสุดสนุกมากมายที่ผู้มาเยี่ยมชมจะเพลิดเพลินกับประสบการณ์รูปแบบใหม่จาก เกรท วอลล์ มอเตอร์

สำหรับ TANK 300 HEV Concept Car เอสยูวีออฟโรดพลังงานไฟฟ้าสำหรับนักขับขี่ขาลุย ได้มาปรากฏโฉมในตลาดต่างประเทศที่ไทยเป็นแห่งแรกอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการคว้ารางวัลรถยนต์ไฮบริดต้นแบบยอดเยี่ยม โดยมาพร้อมกับดีไซน์คลาสสิก บึกบึน แต่แฝงความสง่างามและทันสมัยอยู่ในตัว พร้อมด้วยเครื่องยนต์ทรงพลังและเทคโนโลยีอัจฉริยะมากมายที่พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การขับขี่ในเมืองได้อย่างครบครัน และยังรองรับการผจญภัยได้อย่างลงตัวด้วยกันชนขนาดใหญ่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จัดเต็มกับล้อขนาดใหญ่พร้อมลุยและโหมดการขับขี่ที่มากถึง 7 รูปแบบ ร่วมด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะระดับ L2+ และฟังก์ชั่นช่วยเหลือการขับขี่มากกว่า 30 ฟังก์ชั่น นอกจากนั้น TANK 300 HEV Concept Car สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม TANK ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอัจฉริยะสำหรับรถยนต์ออฟโรดของ เกรท วอลล์ มอเตอร์

เช่นเดียวกันกับ ORA Good Cat GT ที่ไม่เพียงมาอวดโฉมให้แฟนๆ ชาวไทยได้สัมผัสอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก แต่ยังคว้ารางวัลรถไฟฟ้าดีไซน์ยอดเยี่ยมไปครอบครองอีกด้วย โดยเจ้าเหมียวไฟฟ้าดีไซน์สปอร์ตจากแบรนด์ ORA คันนี้มาพร้อมกับสมรรถนะอันเร้าใจด้วยพละกำลังสูงสุด 171 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร กระจังหน้าดีไซน์สปอร์ตลายคาร์บอนไฟเบอร์ ส่วนด้านหลังโดดเด่นด้วยสปอยเลอร์ดีไซน์โฉบเฉี่ยวพร้อมตราสัญลักษณ์ GT ล้ออัลลอยทูโทนขนาด 18 นิ้ว และดิสก์เบรคคาลิปเปอร์สีแดง ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยสีแดง-ดำอันเป็นเอกลักษณ์ สะดวกสบายไปกับเบาะคนขับที่ติดตั้งระบบบันทึกตำแหน่งและฟังก์ชัน Welcome Seat พร้อมเบาะระบบนวดไฟฟ้าและระบบระบายอากาศสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า และประตูท้ายเปิด-ปิดไฟฟ้าระบบแฮนด์ฟรี

ในฐานะบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) เกรท วอลล์ มอเตอร์ มุ่งสร้างสรรค์และนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ในทุกมิติเพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการตลอดจนประสบการณ์ต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น ภายใต้ความมุ่งมั่นที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของไทย ที่พร้อมจะเติบโตเคียงข้างสังคมควบคู่ไปกับการเดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าของไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน