Home Blog Page 309

เอ็มจี เคาะราคาจำหน่าย NEW MG ZS EV รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% เริ่มต้นที่ 949,000 บาท ในงานมอเตอร์โชว์

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ NEW MG ZS EV รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นล่าสุด ราคาเริ่มต้น 949,000 บาท พร้อมฉลองยอดขาย MG ZS รถยนต์สมาร์ทเอสยูวี ครบ 50,000 ด้วยการแนะนำ NEW MG ZS Limited Edition จำนวนจำกัด 500 คัน รวมทั้งขนทัพยนตรกรรมทุกรุ่นให้ร่วมชมและทดลองขับพร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ระหว่าง วันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายนนี้ 

ประกาศราคาจำหน่ายของ NEW MG ZS EV อย่างเป็นทางการ

NEW MG ZS EV มาพร้อมกับแนวคิด Truly Easy” สะท้อนการใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ง่ายกว่าที่เคยเป็นมา โดยรับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบที่ล้ำสมัย สมรรถนะที่โดดเด่นจากมอเตอร์ขนาด 177 แรงม้า แบตเตอรี่ 50.3 กิโลวัตต์/ชั่วโมง สามารถวิ่งได้ 403 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็ม หนึ่งครั้ง ตอบโจทย์เอาท์ดอร์ไลฟ์สไตล์ด้วยฟีเจอร์ V2L (Vehicle to Load) จ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้า ด้วยกำลังสูงสุดถึง 2,200 วัตต์ พร้อมการติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีความปลอดภัยอย่างครบครัน มั่นใจทุกการเดินทางด้วยเครือข่าย MG Super Charge หนึ่งในระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ของเอ็มจีที่รองรับการเดินทางทั่วประเทศ พิสูจน์แล้วจากการทดสอบการเดินทางทั่วประเทศรวมระยะทางกว่า 4,880 กิโลเมตร

 

NEW MG ZS EV มีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น D และรุ่น X โดยมีราคาจำหน่ายดังนี้

  • NEW MG ZS EV รุ่น D

ราคาปกติ 1,189,000 บาท ส่วนลดจากมาตรกาส่งเสริมจากภาครัฐ 240,000 บาท

ราคาสุทธิ 949,000 บาท*

  • NEW MG ZS EV รุ่น X

ราคาปกติ 1,269,000 บาท ส่วนลดจากมาตรกาส่งเสริมจากภาครัฐ 246,000 บาท

ราคาสุทธิ 1,023,000 บาท*

*ราคานี้เป็นราคาหลังจากได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ

*สำหรับลูกค้าที่รับรถยนต์หลังมีการประกาศราชกิจจานุเบกษา

 

NEW MG ZS Limited Edition โมเดลพิเศษฉลองความสำเร็จของ SUV รุ่นยอดนิยมของเอ็มจี

NEW MG ZS Limited Edition รุ่นที่ได้รับการตกแต่งเป็นพิเศษ ที่ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 500 คัน เท่านั้น
โดยมีจุดประสงค์เพื่อฉลองยอดขายของรุ่น MG ZS ในประเทศไทยที่มีมากกว่า 50,000 คัน และเป็นหนึ่งในผู้นำ
ในตลาดรถอเนกประสงค์ในกลุ่ม B-SUV ในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับรุ่น NEW MG ZS Limited Edition มาพร้อมการออกแบบและการตกแต่งที่พิเศษมากยิ่งขึ้นให้อารมณ์สปอร์ตด้วยกระจังหน้า กันชนด้านหน้า-หลัง คิ้วข้างประตูตกแต่งสีดำเงา พร้อมกระจกมองข้างสีดำ ราวหลังคาสีดำ สปอยเลอร์หลังสีดำ มือจับประตูด้านนอกสีดำ พร้อมล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ การตกแต่งภายในสีดำพร้อมเบาะหนังสังเคราะห์ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง ชุดประตูท้ายไฟฟ้า พร้อมชุดเซนเซอร์เท้า

NEW MG ZS Limited Edition มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีขาว (Arctic White) สีดำ (Black Knight) และสีแดง (Scarlet Red) โดยมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 779,000 บาท

เผยราคาจำหน่ายใหม่ของ MG EP และ MG EP PLUS หลังหักส่วนลดจากนโยบายภาครัฐ

MG EP และ MG EP PLUS รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รูปแบบสเตชั่นแวกอน ที่เหมาะสำหรับทุกคน มีความโดดเด่นด้วยฟังก์ชั่น สิ่งอำนวยความสะดวก และเทคโนโลยีต่างๆ ที่เพียงพอต่อการใช้งาน ห้องโดยสารกว้างขวาง พื้นที่บรรทุกสัมภาระมีความจุมากถึง 1,456 ลิตร และมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่วิ่งได้ไกลถึง 380 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง   โดย MG EP และ MG EP PLUS เป็นรถอีกหนึ่งรุ่น ที่เข้าร่วมนโยบายสนับสนุนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของภาครัฐ ทำให้ราคาจำหน่ายใหม่เป็นดังนี้

  • MG EP

      ราคาปกติ 988,000 บาท ส่วนลดจากมาตรกาส่งเสริมจากภาครัฐ 227,000 บาท

      ราคาสุทธิ 761,000 บาท*

  • MG EP PLUS

      ราคาปกติ 998,000 บาท ส่วนลดจากมาตรกาส่งเสริมจากภาครัฐ 227,000 บาท

      ราคาสุทธิ 771,000 บาท*

*ราคานี้เป็นราคาหลังจากได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ

*สำหรับลูกค้าที่รับรถยนต์หลังมีการประกาศราชกิจจานุเบกษา

นอกจากนี้เอ็มจียังได้เตรียมเปิดตัว MG EP รุ่นพิเศษ ภายใต้ชื่อ MG EP Red Edition เร็วๆ นี้

 

โค้งสุดท้ายของ MG Cyberster Prestige Reservation กับโอกาสในการเป็นเจ้าของ MG Cyberster

เมื่อปลายปีที่ผ่านมา เอ็มจีได้เผยโฉมรถสปอร์ตโรดสเตอร์ MG Cyberster ซึ่งเป็นรถยนต์ต้นแบบพลังงานไฟฟ้า 100% ซึ่งมีความโดดเด่นอยู่ที่การออกแบบสไตล์เดียวกับ MGB Roadster รถสปอร์ตในตำนานของเอ็มจี
และมีการออกแบบห้องโดยสารในสไตล์อีสปอร์ต อีกทั้งยังมีการติดตั้งแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง วิ่งได้สูงสุด 800 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงที่ให้อัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพียง 3 วินาที

และสำหรับแคมเปญ MG Cyberster Prestige Reservation ที่เปิดโอกาสการจองสิทธิ์และเป็นเจ้าของ
MG Cyberster เวอร์ชั่นประเทศไทย ซึ่งจะได้รับสิทธิพิเศษหลังจากที่ MG Cyberster มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เงินจองดังกล่าวจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่า เพื่อใช้หักเป็นส่วนลด โดยมีแพ็คเกจ 2 รูปแบบ คือ Silver Package 5,000 บาท ใช้หักเป็นส่วนลดได้ 50,000 บาท และ Gold Package ใช้หักเป็นส่วนลด
ได้ 100,000 บาท
โดยปัจจุบัน มีลูกค้าที่สนใจจองสิทธิ์แล้วมากกว่า 785 สิทธิ์ และในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ในครั้งนี้ จะเป็นโอกาสสุดท้ายสำหรับแคมเปญพิเศษดังกล่าว

นอกจากนี้ เอ็มจียังขนทัพยนตรกรรมรุ่นอื่นๆ อาทิ ALL NEW MG5 รถยนต์สปอร์ตคูเป้ซีดานที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากลูกค้าคนไทย และ MG EXTENDER กระบะพันธุ์ยักษ์ที่ให้มากกว่าความแกร่ง พร้อมรับข้อเสนอ สุดพิเศษเมื่อจองรถยนต์ทุกรุ่น ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 นี้ หรือที่โชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานของเอ็มจีทั่วประเทศ

นิสสัน ประเทศไทย ฉลองครบรอบ 70 ปี พร้อมขอบคุณลูกค้าที่งานมอเตอร์โชว์ 2022

0

นิสสัน ประเทศไทย ฉลองครบรอบ 70 ปี โดยจัดแสดงนวัตกรรมแห่งยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลนีที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ประจำปีนี้ พร้อมรถยนต์นิสสันรุ่นต่าง ๆ เพื่อลูกค้าทุกท่าน

โดยในปีนี้บูธนิสสันมาในธีม ‘วัตกรรมที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจ’ ‘Innovation for Excitement’ โดย นิสสัน ประเทศไทย พร้อมอวดโฉมรถยนต์ที่มาพร้อมกับความตื่นเต้นเร้าใจที่สุดมาจัดแสดงในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ที่จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม ถึง 3 เมษายน 2565 ณ อาคารชาเลนเจอร์   1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยรถนิสสันหลากรุ่นยอดนิยมภายในงาน ได้แก่

นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ – รุ่นล่าสุดที่มาพร้อมกับการออกแบบที่ทั้งทันสมัย และแฝงความสปอร์ต ด้วยสีโมโนโทน 6 สี รวมไปถึงสี ไนท์ บลู (Night Blue) และสีทูโทนใหม่ ไม่ว่าจะเป็น สีภายนอกสีขาว-หลังคาดำ และสีภายนอกเทา-หลังคาดำ สำหรับรุ่น VL CVT และ VL สปอร์ตเทค การตกแต่งภายในระดับพรีเมียมมาพร้อมกับความสะดวกสบาย สร้างความประทับใจด้วยเบาะนั่งพรีเมียม QUAOLE MODURE ที่ไม่สะสมความร้อน ให้ความรู้สึกนั่งสบายตลอดการเดินทาง นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ มอบสมรรถนะการขับขี่ที่น่าประทับใจและเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบด้าน ประกอบด้วย 6 ถุงลมนิรภัย (สำหรับรุ่น V CVT) ให้ผู้ขับขี่และคนที่คุณรักรู้สึกมั่นใจและปลอดภัย พร้อมด้วย Advanced 360° Safety Shield เทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคันของ นิสสัน ที่เชื่อมต่อกับ Apple CarPlay และ Android Auto เพื่อให้ผู้ขับขี่และคนที่คุณรักเพลิดเพลินกับความบันเทิงและปลอดภัยตลอดการเดินทาง

นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ – รถคอมแพ็ค เอสยูวี มาพร้อมนวัตกรรมเทคโนโลยียานยนต์ใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า มอบประสบการณ์การขับขี่เฉกเช่นรถยนต์ไฟฟ้าโดยไม่ต้องชาร์จไฟจากภายนอก และเปลี่ยนน้ำมันให้เป็นพลังงานไฟฟ้าส่งไปเก็บยังแบตเตอรี่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ยังมาพร้อมกับดีไซน์ภายนอกสีทูโทนโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดนใจ…ตั้งแต่ครั้งแรกที่ลองขับ

นิสสัน เทอร์ร่า – รถเอสยูวีระดับพรีเมียม  โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย ความบันเทิง และความหรูหราที่เหนือระดับ พร้อมเดินทางสู่ทุกจุดหมายปลายทางแบบไร้ขีดจำกัด มาพร้อมกับเครื่องยนต์อันทรงพลัง ให้อัตราเร่งที่ดีที่สุดในระดับเดียวกัน เครื่องเสียงพรีเมี่ยมรอบทิศทาง Bose Premium Audio ช่วยให้ผู้โดยสารทุกคนเชื่อมต่อและเพลิดเพลินไปกับความบันเทิงตลอดการเดินทาง

นิสสัน นาวารา – กระบะ “กล้าเพื่อคนแกร่ง” ที่สามารถเปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นการผจญภัย เครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออันทรงพลังช่วยให้พิชิตสู่ทุกจุดหมายได้ เนื่องจากผสานโครงสร้างแชสซีส์แกร่งด้วยเหล็กกล้าชิ้นเดียวตลอดคัน ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทนต่อทุกสภาพภูมิประเทศที่ท้าท้ายที่สุด และเสริมความปลอดภัยอย่างครบครันด้วย Advanced 360° Safety Shield ของนิสสันช่วยสร้างความมั่นใจไร้กังวลในทุกสถานการณ์

นิสสัน ลีฟ – รถยนต์รุ่นนี้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% เพียงรุ่นเดียวในประเทศไทยในปัจจุบัน ที่สามารถมอบเทคโนโลยี Vehicle to Home (V2H) ให้แก่ผู้บริโภค ช่วยผลิตและจัดเก็บไฟฟ้าเพื่อจ่ายสู่ตัวบ้าน ระบบนิเวศที่สมบูรณ์แบบนี้สามารถช่วยลดการใช้พลังงานในแต่ละวัน ลดภาระค่าไฟฟ้าในครัวเรือน และลดต้นทุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างมาก สำหรับลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของนิสสัน ลีฟ พบกับข้อเสนอพิเศษงานมอเตอร์ โชว์ ด้วยราคา 1,499,000 บาท อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง

อิซาโอะ เซคิกุจิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “ผมขอขอบคุณลูกค้าผู้มีอุปการคุณทุกท่าน เนื่องจากนิสสัน ประเทศไทยรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ยืนเคียงข้างคนไทยมาเป็นเวลากว่า 70 ปี นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นจากโรงงานเล็ก ๆ แห่งหนึ่งจนมาถึงโรงงานผลิตที่ทันสมัยของเราในปัจจุบัน ในช่วงเวลานี้ นิสสันมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการเติบโตและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย ทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของความเป็นเลิศด้านการผลิตยานยนต์”

“สิ่งนี้เกิดขึ้นได้เพราะเราให้ความสำคัญกับลูกค้าชาวไทยซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของทุกสิ่งที่เราทำ ตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ผ่านมา เราได้ส่งมอบนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และการบริการใหม่ ๆ แก่ลูกค้า และเราตั้งตารอที่จะสร้างนวัตกรรมเทคโนโลยีที่น่าตื่นเต้นและประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้แก่ลูกค้าจากการเป็นเจ้าของรถยนต์นิสสันต่อไปในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า”

เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 70 ปีของนิสสัน ประเทศไทย บริษัทฯ ภูมิใจนำเสนอข้อเสนอพิเศษมากมายในงานมอเตอร์โชว์ 2022 ที่ช่วยให้ทุกคนเป็นเจ้าของรถยนต์นิสสันได้ง่ายขึ้นและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ทดลองขับฟรี 90 วัน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี และแพ็คเกจ Worry-free*

เนื่องในโอกาสครบรอบนี้  นิสสันภูมิใจที่ได้จัดแสดง จีที-อาร์ ซี10 (GT-R C10) รุ่นตำนานที่บูธนิสสัน หนึ่งในรถสปอร์ตที่แฟน ๆ ทั่วโลกต่างชื่นชอบมากที่สุด สกายไลน์ ซี10 (Skyline C10) ถือกำเนิดขึ้นในปี 1968 (พ.ศ. 2511) หลังจากมีการเปลี่ยนโฉม โดยมีชื่อเสียงที่ได้รับการขนานนามว่า ‘ฮาโกะสึกะ’ ชื่อเล่นคือ Boxy Skyline ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น ลำตัวที่กว้างขึ้นและลดต่ำลง และมีสไตล์ที่โฉบเฉี่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง character line ที่บังโคลนหลังและออกแบบตามอุทกพลศาสตร์ (hydrodynamics) สำหรับผู้ที่ชื่นชอบมอเตอร์สปอร์ต

‘Nissan Electrification Zone’ ที่บูธนิสสัน มอบประสบการความรู้ด้วยคอนเซ็ปต์ Nissan Energy Share และข้อมูลเทคโนโลยีที่สำคัญแก่ลูกค้าที่สนใจรถยนต์ไฟฟ้าและระบบนิเวศไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้าไม่เพียงแต่ใช้ในการเดินทางเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งพลังงานด้วยการจ่ายไฟฟ้าไปยังตัวบ้านได้อีกด้วย ระบบนิเวศที่สมบูรณ์แบบนี้สามารถช่วยลดการใช้พลังงานในแต่ละวัน ลดภาระค่าไฟฟ้าในครัวเรือน และลดต้นทุนในการใช้และเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างมาก

ผู้เข้าร่วมงานสามารถเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใครของรถยนต์นิสสันรุ่นล่าสุดได้ในงานมอเตอร์โชว์ 2022 โดยจองการทดสอบการขับขี่ได้ภายในงาน นิสสันมาพร้อมข้อเสนอพิเศษมากมาย สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.nissan.co.th/offers.html หรือร่วมสัมผัสรถยนต์นิสสันรุ่นต่าง ๆ ได้ที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ที่บูธนิสสัน ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม ถึง 3 เมษายน 2565

 

*โปรดตรวจสอบเงื่อนไขและรายละเอียดต่าง ๆ ได้บนเว็บไซต์

ครั้งแรกกับรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบ Toyota bZ4X และ Toyota e-Pallete ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43

0

มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แถลงข่าวเปิดบูทโตโยต้า ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์  ครั้งที่ 43 (The 43rd Bangkok International Motor Show) นำเสนอวิสัยทัศน์ในโอกาสดำเนินธุรกิจเข้าสู่ปีที่ 60 ในประเทศไทย มุ่งสู่การเป็น “ผู้นำการขับเคลื่อนยุคใหม่ เพื่อเสริมสร้างความสุขของผู้คน และความยั่งยืนของสังคม” นำเสนอรถยนต์รุ่นล่าสุดหลากหลายรุ่น นำโดยรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบ Toyota bZ4X ที่จัดแสดงในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ “รถยนต์ลดการปล่อยคาร์บอน” ร่วมกับจุดยืนในการสร้างสังคมความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) เพื่อ “การขับเคลื่อนสำหรับทุกคน” ได้อย่างอิสระเสรี (Mobility for All) และยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ ขับเคลื่อนอัตโนมัติ Toyota e-Pallete พร้อมด้วยการจัดแสดงยนตรกรรมโตโยต้าครบครันทุกรุ่น

พร้อมสัมผัสกับประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่ (New Buying Experience) และประสบการณ์การใช้งานรูปแบบใหม่ (New Usage Experience) กับข้อเสนอสุดพิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองซื้อรถโตโยต้าทุกรุ่นภายในงานหรือที่ผู้แทนจำหน่ายฯ ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2565 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เข้าร่วมจัดแสดงรถยนต์รุ่นล่าสุด ภายใต้แนวคิด โตโยต้าผู้นำยานยนต์ ร่วมขับเคลื่อนอนาคตเพื่อโลกยั่งยืน’ (Drive to the future together with Toyota, Leader of xEV) จัดแสดงรถยนต์หลากหลายรุ่นใน 2 โซนหลัก คือ GR Zone รถยนต์ที่โดดเด่นในด้านสมรรถนะ ซึ่งได้รับการออกแบบจากแรงบันดาลใจ และ DNA ของทีมแข่งระดับโลกอย่าง Toyota Gazoo Racing ภายใต้แนวคิด “จากสนามแข่ง สู่ท้องถนน”  (From Circuit to Road) และ Modellista Zone รถยนต์ที่ได้รับการออกแบบจากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้แนวคิด Premium Tokyo Iconic กับเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยความพรีเมียม โดดเด่นไม่เหมือนใคร รวมถึงข้อเสนอที่ดีที่สุด ที่โตโยต้าตั้งใจมอบให้กับลูกค้าที่จองรถยนต์โตโยต้าทุกรุ่นภายในงาน หรือที่ผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ  พร้อมยกระดับการครอบครองรถยนต์โตโยต้าผ่านประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่ “New Buying Experience” และประสบการณ์การใช้งานรูปแบบใหม่ “New Usage Experience” ที่สะดวกสบายยิ่งกว่าเดิม

เชิญสัมผัสยนตรกรรมแห่งอนาคต

  • รถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบ Toyota bZ4X 

รถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบ Toyota bZ4X คือ รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ ประเภท SUV ขนาดกลาง และเป็นหนึ่งในยนตรกรรมแห่งอนาคตใหม่ล่าสุด เป็นรุ่นแรกในซีรีส์ bZ จากโตโยต้า ทั้งนี้ Toyota แบรนด์ bZ จะเป็นยนตรกรรมไฟฟ้า แบรนด์ใหม่ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นภายใต้ซีรีส์ที่มีชื่อว่า bZ โดยรถรุ่นนี้ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ทนทาน ความจุ 71.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง และมีเป้าหมายระยะทางวิ่งสูงสุด ที่ประมาณ 500 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ตามมาตรฐานระดับโลก WLTP (Worldwide Harmonised Light Vehicles Test Procedure)

Toyota bZ มาจากคำว่า Toyota Beyond Zero” ซีรีส์รถยนต์ไฟฟ้าใหม่ล่าสุด ที่พัฒนาภายใต้แนวคิดให้เป็นยนตรกรรมไม่ใช่เป็นเพียงแค่รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ช่วยลดปริมาณมลพิษ แต่จะเป็นยนตรกรรมที่จะนำเสนอการขับเคลื่อนแห่งความสุข ที่มีคุณค่าเหนือความคาดหมายให้กับลูกค้าผู้ที่เลือกเป็นเจ้าของ พร้อมที่จะรักและมีความสุขกับการขับขี่ กับคอนเซปต์ของยนตรกรรมนี้ให้เป็น “ศูนย์รวมกิจกรรมแห่งความสุข (Activity Hub)” สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร รวมถึงสังคมและผู้คนรอบตัว ในหลากหลายด้าน

bZ” หรือ Beyond zero ได้รับการพัฒนาภายใต้เป้าหมายที่จะสร้างคุณค่าแห่งประสบการณ์ดังต่อไปนี้

  1. คุณและผู้คนรอบข้าง (You & Others) นอกจากห้องโดยสารที่สะดวกสบายแล้ว Toyota bZ ยังนำเสนอไลฟ์สไตล์ใหม่และสามารถสร้างโอกาสในการใช้เวลาอันมีค่ากับครอบครัวและเพื่อนของคุณ
  2. คุณและรถของคุณ (You & Your Car) มอบความสุขและประสบการณ์ในการขับขี่และความตื่นเต้น อย่างเหนือความคาดหมาย
  3. คุณและสิ่งแวดล้อม (You & the Environment) ไม่เพียงแต่ลดการปล่อยก๊าซ CO2 และมลพิษอื่นๆ เท่านั้น แต่ยังมุ่งหวังที่จะมีส่วนร่วมในเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
  4. คุณและสังคม (You & Society) มุ่งมั่นที่จะสร้างสังคมแห่งความปลอดภัย ที่ทุกคนและสังคมจะมีความอุ่นใจกับยนตรกรรมแห่งอนาคตรุ่นนี้

  • รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ขับเคลื่อนแบบไร้คนขับ Toyota e-palette

รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ขับเคลื่อนแบบไร้คนขับ Toyota e-palette มีการการแนะนำครั้งแรก      ในปี พ.ศ. 2561 ในประเทศญี่ปุ่น เป็นรถยนต์คันแรกของโตโยต้าที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับแอปพลิเคชันการขับเคลื่อนอัตโนมัติในรูปแบบบริการ Autono-MaaS ที่มาจากคำว่า “Autonomous” และ “Mobility as a Service” สื่อถึงบริการขับเคลื่อนอัตโนมัติไร้คนขับของยานยนต์โตโยต้า สะท้อนถึงการเข้าสู่การเป็นองค์กรด้านการขับเคลื่อน (Mobility) ผสานการใช้ไฟฟ้า เครือข่ายที่เชื่อมต่อ และเทคโนโลยีการขับขี่ขั้นสูง เพื่อรองรับธุรกิจการขับเคลื่อนที่ใช้ร่วมกันและรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ

โดย Toyota e-Palette ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด

– ออกแบบเพื่อการเคลื่อนย้ายที่สะดวกสบาย การออกแบบเน้นความสมมาตรด้านหน้า และด้านหลัง โดดเด่นด้วยรูปทรงลูกบาศก์ และล้อที่มุมทั้งสี่ ตัวรถมีพื้นที่ภายในที่กว้างขวางและสะดวกสบาย คล่องตัว

ผู้โดยสารเข้า-ออกได้ง่าย สะดวกสบายและรวดเร็ว กับประตูบานเลื่อนขนาดใหญ่ ทางลาดไฟฟ้า และระบบควบคุมรถให้หยุดที่จุดขึ้นและลงที่กำหนดสำหรับผู้โดยสาร รวมถึงผู้พิการที่ใช้รถเข็น ด้วยระยะฐานล้อที่ยาวและพื้นราบ

การขับขี่อัตโนมัติด้วยความเร็วต่ำที่เน้นความปลอดภัย Toyota e-Palette มาพร้อมระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติที่ออกแบบพิเศษ รวมถึงฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ควบคุมการทำงาน และเซ็นเซอร์ขั้นสูง เช่น กล้อง และ LiDAR      เมื่อรวมกับแผนที่แบบ 3 มิติ ที่มีความแม่นยำสูงและระบบการจัดการที่ดีเยี่ยม ทำให้ Toyota e-Palette มีการขับขี่อัตโนมัติด้วยความเร็วต่ำ ที่ระดับมาตรฐานของระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ SAE (Society of Automotive Engineering หรือ สมาคมวิศวกรยานยนต์) ระดับ 4 

พร้อมเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์โตโยต้าที่ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์

  • ALL NEW TOYOTA VELOZ 

ALL NEW TOYOTA VELOZ ยนตรกรรมอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง สไตล์ Premium Crossover ที่มาพร้อมดีไซน์ล้ำสมัย ห้องโดยสารกว้างขวางเทียบเท่ารถระดับ C-segment พื้นที่กว้างขวาง สะดวกสบาย เบาะที่นั่งโดยสารสามารถปรับได้หลากหลายถึง 7 แบบ เพิ่มอรรถประโยชน์ใช้สอยด้วยแผงหน้าปัด TFT ปรับได้ 4 รูปแบบ หน้าจอแบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว พร้อมที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless charger) ช่องเสียบ USB 4 จุด และที่วางแก้วน้ำมากถึง 15 จุด เพียบพร้อมด้วยระบบมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดด้วย Toyota Safety Sense สมรรถนะการขับขี่เหนือกว่าด้วยแพลตฟอร์มขับเคลื่อนล้อหน้าใหม่ ให้การขับขี่ที่มั่นคง และเครื่องยนต์เบนซิน Dual VVT-i 1.5 ลิตร 106 แรงม้า ประสานการทำงานกับเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่         ให้อัตราเร่งที่ยอดเยี่ยม ตอบสนองนุ่มนวลประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุดถึง 17.9 กิโลเมตร/ ลิตร

เลือกเป็นเจ้าของ ALL NEW TOYOTA VELOZ” ได้ 2 รุ่น 4 สี

ใหม่ สีเงิน Purplish Silver Mica Metallic          – สีแดง Dark Red Mica Metallic

– สีขาวมุก Platinum White Pearl*                       – สีดำ Black Metallic

*สำหรับสีพิเศษ Platinum White Pearl เพิ่ม 7,000 บาท

ในราคาคุ้มค่าต่อการเป็นเจ้าของ

  • Premium                               ราคา   875,000 บาท**
  • Smart                               ราคา   795,000 บาท**

**ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงานเท่านั้น

เป็นเจ้าของ ALL NEW TOYOTA VELOZ วันนี้!

  • ดาวน์ 15% พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% นาน 60 เดือน

พร้อมแพ็กเกจขยายการรับประกัน 5 ปี หรือ 150,000 กม. พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะถึง 100,000 กม. รวมมูลค่าทั้งสิ้นมากกว่า 51,800บาท หมายเหตุ: เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

หรือ 

  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 ดาวน์ 25% พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 1.75% นาน 48 เดือน

พร้อมแพ็กเกจขยายการรับประกัน 5 ปี หรือ 150,000 กม. พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะถึง 100,000 กม. รวมมูลค่าทั้งสิ้นมากกว่า 57,000บาท หมายเหตุ: เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

  • C-HR HEV GR Sport 

C-HR HEV GR Sport ใหม่  น้องใหม่ล่าสุดใน GR Series  รถยนต์ Sub-Compact SUV รุ่นยอดนิยม ที่มาเสริมทัพ GR Series กับรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด ขนาด 1.8 ลิตร  สีภายนอกภายใต้แนวคิด GR Sport ดีไซน์ภายนอกแบบสปอร์ตกับแพ็กเกจชุด GR Sport ประกอบด้วย สเกิร์ตรอบคัน, ชุดตกแต่งกันชนหน้า, ล้ออัลลอย 18 นิ้ว ดีไซน์ใหม่, ไฟตัดหมอกแบบ LED, พร้อมสัญลักษณ์ GR ที่กันชนหน้า และ GR Sport บริเวณท้ายรถ ภายในตกแต่งด้วยสีดำ Total Look และสี Gun Metallic สปอร์ตเข้มเต็มสไตล์ GR เบาะนั่งดีไซน์พิเศษ เดินด้ายสีเทา พร้อมสัญลักษณ์ GR , พวงมาลัยหุ้มหนังแบบเจาะรูพร้อมสัญลักษณ์ GR, ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ Push Start พร้อมสัญลักษณ์ GR

ช่วงล่างปรับจูนใหม่แบบสปอร์ต Upgrade คอยล์สปริง และช็อคแอบซอร์บเบอร์ เพื่อสมรรถนะในการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ เพิ่มอรรถรสในการขับแบบสปอร์ตผสานความสนุกสนานในการขับขี่ จากสถาปัตยกรรมยานยนต์ TNGA ที่แข็งแกร่ง จุดศูนย์ถ่วงต่ำ และช่วงล่างด้านหลัง Double Wishbone โดย “C-HR HEV GR Sport ใหม่” จะมอบประสบการณ์ Fun-to-drive อีกแบบ ที่เร้าใจยากเกินต้านทาน ทั้งมอบความมั่นใจสูงสุดกับระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense

เลือกเป็นเจ้าของ C-HR GR Sport ใหม่ที่โดดเด่นด้วย 3 สี

  • สีดำ Attitude Black Mica / Silver roof (หลังคาสีเงิน)
  • สีขาวมุก Platinum White Pearl * / Black roof (หลังคาสีดำ)
  • สีแดง Premium Red / Black roof (หลังคาสีดำ)

*สำหรับสีพิเศษ Platinum White Pearl เพิ่ม 7,000 บาท

ในราคาพิเศษสุดคุ้มเหนือสมรรถนะ

  • ใหม่ HEV GR Sport ราคา   1,189,000 บาท***
  • HEV Premium Safety** ราคา   1,139,000 บาท*** 

พร้อมรับเงื่อนไขพิเศษในการซื้อ

  • ดอกเบี้ยต่ำ 0.99% และรับฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care

พร้อมแพ็กเกจการรับประกันรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดในรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด ที่ครอบคลุมทั้งแบตเตอรี่และระบบไฮบริด กับการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริด 5 ปี พร้อมข้อเสนอพิเศษ กับแพ็กเกจขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถใหม่ รวมมูลค่าทั้งสิ้นมากกว่า 97,500บาท

**รุ่นHEV Premium Safety มี 5 สี ได้แก่ หมายเหตุ: เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

  • The Silver roof (หลังคาสีเงิน): สีดำ Attitude Black Mica / Silver roof และสีน้ำเงิน Nebula Blue / Silver roof 
  • The Black roof (หลังคาสีดำ): สีขาวมุก Platinum White Pearl * / Black roof, สีแดง Premium Red / Black roof และสีเงิน Metal Stream Metallic / Black roof *สำหรับสีพิเศษ Platinum White Pearl เพิ่ม 7,000 บาท

***ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมราคาชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ

  • โตโยต้า “SIENTA รุ่นปรับปรุงใหม่” Chic Clicks” 

โตโยต้า “SIENTA รุ่นปรับปรุงใหม่” Chic Clicks” ปรับปรุงใหม่ภายใต้แนวคิด “คลิก ให้ชีวิตสุดชิค” ให้มีความทันสมัย (Chic) และง่ายต่อการใช้งาน แค่เพียงสัมผัส (Click) ดีไซน์ภายนอกมีเอกลักษณ์ โดดเด่นสะดุดตา

ใหม่ การตกแต่งภายในห้องโดยสารด้วยเบาะหนังและวัสดุกึ่งสังเคราะห์ (สีดำ-เทา)* ดีไซน์สปอร์ต ทั้งตอบรับไลฟ์สไตล์ได้ดีกว่าเคยด้วยการปรับปรุงอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เช่น เครื่องเล่นวิทยุหน้าจอสัมผัสที่สามารถรองรับการใช้งาน Apple CarPlay และ Android Auto มอบความมั่นใจยิ่งกว่า ด้วย กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา* แบบ HD ให้ภาพคมชัด มอบทัศนวิสัย และความมั่นใจดีเยี่ยม, และกล้องบันทึกภาพหน้าและหลังรถ* สามารถเข้าใช้งานผ่าน Mobile Application Toyota DVR ใหม่ (*สำหรับรุ่น 1.5V)

เลือกเป็นเจ้าของ SIENTA รุ่นปรับปรุงใหม่ 4 สี

 – Citrus Mica Metallic                                    – Silver Metallic

 – Super White II                                           – Attitude Black Mica

และ 2 เกรด ในราคาสุดคุ้ม

  • 5 V เกียร์อัตโนมัติ ราคา 889,000 บาท**                        
  • 5 G เกียร์อัตโนมัติ ราคา 775,000 บาท**

**ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมราคาชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 

  • ไฮลักซ์ รีโว่ และ ไฮลักซ์ รีโว่ GR Sport 

ไฮลักซ์ รีโว่ GR Sport ขับเคลื่อน 4 ล้อ รถกระบะยกสูงรุ่นท็อป Premium Adventure ที่ได้รับแรงบันดาล

ใจในการพัฒนาจากรถแข่งระดับโลก ที่เข้าร่วมการแข่งขันในรายการ World Rally Championship (WRC) เหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้าที่มองหารถกระบะดีไซน์สปอร์ต ดุดัน ทันสมัย ทั้งการออกแบบภายนอก ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้า สปอร์ตบาร์ ล้ออัลลอย  มาพร้อมกับโช้คอัพแบบโมโนทูบ (Monotube Shock Absorber) เพิ่มประสิทธิภาพให้สมรรถนะการขับขี่ขั้นสูง  ขับสนุกเร้าใจ สามารถขับลุยได้ทุกที่                                           

ไฮลักซ์ รีโว่…พลังแกร่งเหนือนิยาม  แข็งแกร่งในทุกมิติด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ GD Super Power ที่ให้กำลังเครื่องยนต์แรงสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร ในรุ่นเครื่องยนต์ 2.8 ลิตร  ให้สมรรถนะที่แรง ดุดัน และเร้าใจ แต่ยังคงไว้ซึ่งการประหยัดน้ำมันขั้นสูงสุด นุ่มนวล เกาะถนนมั่นใจด้วยช่วงล่าง SuperFlex Suspension เพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่เช่นเดียวกับรถ SUV พร้อมระบบบังคับเลี้ยวแบบ Variable Flow Control ปรับน้ำหนักพวงมาลัยให้เหมาะสมในทุกช่วงความเร็ว ขับสบาย ช่วยลดความเหนื่อยล้าของ    ผู้ขับขี่ในการเดินทางระยะไกล ครบครันด้วยอุปกรณ์ความบันเทิง อาทิ หน้าจอสัมผัส Touchscreen ที่รองรับการใช้งาน Apple CarPlay

ทั้งนี้ ไฮลักซ์ ยังได้รับการพิสูจน์ ถึงการเป็นรถกระบะที่โดดเด่น ทั้งด้านความนุ่มนวลในการขับขี่ สมรรถนะ และ QDR อันเป็นเอกลักษณ์ ยืนยันได้จากรางวัลชนะเลิศ จาก International Pick-up Award (IPUA) ครั้งที่ 6 ปี 2022 และ 2023 

 

พร้อมเป็นเจ้าของไฮลักซ์ ในราคาคุ้มค่าต่อการเป็นเจ้าของ

ไฮลักซ์ รีโว่ GR Sport ยกสูงขับเคลื่อน 4 ล้อ

  • มี 1 รุ่น ราคา 1,299,000 บาท

ไฮลักซ์ รีโว่ Rocco

  • มี 4 รุ่น                         ราคา 966,000 – 1,256,000 บาท

ไฮลักซ์ รีโว่ GR Sport ขับเคลื่อน 2 ล้อ

  • มี 1 รุ่น ราคา 889,000 บาท

ไฮลักซ์ รีโว่ ยกสูงแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

  • มี 5 รุ่น                         ราคา 879,000 – 1,176,000 บาท

ไฮลักซ์ รีโว่ ยกสูงแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ Pre-Runner

  • มี 10 รุ่น                         ราคา 724,000 – 1,026,000 บาท

ไฮลักซ์ รีโว่ Z-Edition

  • มี 8 รุ่น                         ราคา 619,000 – 805,000 บาท

ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นมาตรฐาน กระบะตอนเดียว

  • มี 7 รุ่น                           ราคา 544,000 – 704,000 บาท

(*สำหรับสี Emotional Red และ White Pearl CS เพิ่ม 10,000 บาท  / ** สี Super White ลด 7,000 บาท)

  • ฟอร์จูนเนอร์ GR Sport และ ฟอร์จูนเนอร์ COMMANDER

ฟอร์จูนเนอร์ GR Sport รถรุ่นพิเศษที่โดดเด่นด้วยความเหนือระดับ และการออกแบบที่สปอร์ตทั้งภายนอก และภายใน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากแบรนด์รถแข่งระดับโลกอย่าง TOYOTA GAZOO RACING ที่มาพร้อมเครื่องยนต์อันทรงพลัง และช่วงล่างที่เหมาะสมกับการขับขี่ทั้งในเมือง และการขับแบบออฟโรด นอกจากนี้ ยังมีกับโช้คอัพแบบ   โมโนทูบ (Monotube Shock Absorber) ที่ปรับจูนเป็นพิเศษเพื่อมอบประสิทธิภาพการทรงตัว และความนุ่มนวลในการขับขี่ ที่ดียิ่งขึ้น ช่วยลดความเหนื่อยล้าให้ทั้งผู้ขับขี่ และผู้โดยสารภายในรถ

ฟอร์จูนเนอร์ COMMANDER  ใหม่ โดดเด่นด้วย ชุดตกแต่งกันชนหน้าและหลัง บันไดข้าง คิ้วตกแต่ง  ฝาท้ายสีดำเงาพร้อมด้วยสัญลักษณ์ FORTUNER และหลังคาสีดำแบบทูโทน โดดเด่น สะกดทุกสายตา           พร้อมล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ภายในใส่ใจในทุกรายละเอียดกับ เบาะหนังและวัสดุตกแต่งสีดำสลับเดินตะเข็บด้ายสีแดง ให้ความรู้สึกสปอร์ต เร้าใจ พร้อมปรับจูนช่วงล่างด้านหน้าและด้านหลังใหม่ รองรับแรงสั่นสะเทือน     ในทุกสภาพถนนได้เป็นอย่างดี  ให้ความมั่นใจในการขับขี่อย่างเต็มพิกัดด้วยกล้องมองรอบคัน, ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ และระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง

พร้อมเป็นเจ้าของโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์

FORTUNER รุ่น GR Sport

  • 8 GR Sport เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 4 ล้อ 1,879,000 บาท

FORTUNER รุ่น Legender มี 4 รุ่นย่อย

  • ราคาเริ่มต้นเพียง 1,566,000 – 1,839,000 บาท

FORTUNER รุ่นมาตรฐาน (Base Model) มี 3 รุ่นย่อย

  • ราคาเริ่มต้นเพียง 1,351,000 – 1,536,000 บาท

FORTUNER COMMANDER จำนวนจำกัดเพียง 1,000 คัน

 2 สี Two-tone จากโรงงาน (Emotional Red Black Top และ White Pearl CS Black Top)

  • 4 Commander เกียร์อัตโยมัติ               1,505,000 บาท

เป็นเจ้าของ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ทุกรุ่น รวมถึง FORTUNER COMMANDER วันนี้!

พร้อมรับแพ็กเกจขยายการรับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี หรือ 150,000 กม. และฟรี! ค่าแรงเช็กระยะ 100,000 กม.

ฮุนได จัดเต็ม นำรถใหม่ 2 รุ่น เครต้า และสตาร์เรีย พรีเมียม เปิดตัวในงานมอเตอร์โชว์

0

บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด แนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ 2 รุ่นในงานบางกอก อินเตอร์ เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 และรถยนต์รุ่นโด่งดัง ฮุนได สตาร์เรีย และเอชวัน อีลิท เอ็นเอส และโปรโมชั่นพิเศษ ให้ทุกคนได้เป็นเจ้าของรถยนต์ฮุนไดได้อย่างสบายใจ

“ปีนี้ เป็นปีที่ ฮุนได ไทยแลนด์ จะทำให้ลูกค้าหลาย ๆ ท่านประหลาดใจ เพราะเราจะได้ตั้งเป้าขายในปี 2565 เพิ่มขึ้นถึงสามเท่า เราคาดว่าถ้าสถานการณ์โดยรวมเป็นปกติ เราน่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายได้ เพราะเพียงแต่เดือนมีนาคมนี้ เราได้เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ถึง  2 รุ่นพร้อมกัน” มร.ฮิโตชิ คาเนโกะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าว “เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเราได้แนะนำรถยนต์อเนกประสงค์ ฮุนได เครต้า ที่เราจะทำตลาดเป็นครั้งแรกในประเทศไทย รถยนต์รุ่นนี้ เป็นรถยนต์ที่ผลิตจากโรงงานประกอบรถยนต์ระดับโลกจากฮุนได ที่เพิ่งเปิดสายการผลิตรถยนต์รุ่นนี้เป็นรุ่นแรก ซึ่งทุกท่านเชื่อมั่นในคุณภาพ มาตรฐานจากแบรนด์ฮุนได ได้อย่างแน่นอน”

นอกจาก ฮุนได เครต้า ในงานนี้ ฮุนได ยังได้เผยโฉม รถยนต์อเนกประสงค์ สตาร์เรีย พรีเมียม เป็นครั้งแรก สตาร์เรียพรีเมียม ได้รับการออกแบบพิเศษรอบคัน ดีไซน์ด้านหน้าออกแบบให้มีความกลมกลืนไปกับตัวรถและแผงไฟหน้า  ติดตั้งแผงไฟ LED ใหม่พร้อมระบบเปิด ปิด อัตโนมัติ ดีไซน์ Brass Chrome สำหรับตัวถังสีดำและ Dark Chrome สำหรับตัวถังสีขาว บริเวณกระจังหน้า กันชนด้านหน้าและหลังและล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 18 นิ้ว กระจกบังลมด้านหน้าลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร และ หลังคา Dual Sunroof ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า เพิ่มความหรูหรา

ภายในตกแต่งด้วยวัสดุ Suade ไฟเรืองแสงในห้องโดยสารปรับได้ถึง 10 แบบ ที่เปิดประตูคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า แป้นคันเร่งและเบรก ตกแต่งด้วยโครเมียมและอลูมิเนียม ชุดแต่งบันไดข้างดีไซน์พิเศษ ชุดเครื่องเสียง BOSE ลำโพง 12 ตำแหน่ง มอบความสะดวกสบายและสุนทรียภาพทุกการเดินทาง

สตาร์เรีย พรีเมียม มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.2 ลิตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด มอบกำลังสูงสุดที่ 177 แรงม้า แรงบิดที่ 431 นิวตันเมตร

นอกจากนี้ ฮุนได สตาร์เรีย พรีเมียม ยังติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยภายใต้ ฮุนได สมาร์ท เซนส์  ครบครัน อาทิ

  • ระบบช่วยเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ
  • ระบบช่วยเตือนและช่วยควบคุมพวงมาลัยเมื่ออยู่ในจุดอับสายตา
  • ระบบช่วยเตือนและเบรกอัตโนมัติขณะถอยรถ
  • ระบบช่วยเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติที่ทางแยก
  • ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่
  • ระบบป้องกันการออกจากรถ เมื่อมีรถวิ่งมาด้านข้าง
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน
  • ระบบควบคุมรถให้อยู่กลางเลน
  • ระบบแจ้งเตือนผู้โดยสารด้านหลัง

ฮุนได สตาร์เรีย พรีเมียม มีสีภายนอกให้เลือก 2 สีคือ สีดำแต่งชุด Brass chrome และสีขาว แต่งชุด Dark chrome ภายในสีดำ

“เราอยากเชิญชวนลูกค้าที่มองหารถยนต์อเนกประสงค์ที่มีรูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ ที่สำคัญรุ่นพรีเมียม 11 ที่นั่ง ได้รับการออกแบบพิเศษเฉพาะตลาดเมืองไทยเท่านั้น ที่สำคัญราคาจำหน่ายของรถยนต์สตารเรีย พรีเมียม คือ 2,249,000 บาท เท่านั้น สตาร์เรีย พรีเมียมจัดเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่หรูหราและคุ้มค่ามากที่สุดในตลาด ที่ลูกค้าไม่ควรพลาด” มร.คาเนโกะ ย้ำ

นอกเหนือจาก รถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวในงานนี้ ฮุนได ยังได้เตรียมฮุนได สตาร์เรีย และเอชวัน อีลิท เอ็นเอส มาจัดแสดง รถยนต์ฮุนได ทุกรุ่น มาพร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ดังนี้

  • ฮุนได เครต้า ใหม่ ดาวน์เริ่มต้น 10 เปอร์เซ็นต์ ผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน, ประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปี รับประกันคุณภาพ 5 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร บริการช่วยเหลือฉุกเฉินนาน 5 ปี และฟรีค่าบำรุงรักษานาน 5 ปี
  • ฮุนได สตาร์เรีย พรีเมียม ดาวน์เริ่มต้น 10 เปอร์เซ็นต์ ผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน, ประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปี รับประกันคุณภาพ 5 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร บริการช่วยเหลือฉุกเฉินนาน 5 ปี
  • ฮุนได สตาร์เรีย ทุกรุ่นดาวน์เริ่มต้น 10 เปอร์เซ็นต์ ผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน, ประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปี รับประกันคุณภาพ 5 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร บริการช่วยเหลือฉุกเฉินนาน 5 ปี พิเศษบัตร PTT Privilege card มูลค่า 10,000 บาท
  • ฮุนได อีลิท เอ็นเอส ดาวน์เริ่มต้น 10 เปอร์เซ็นต์ ผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน, ประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปี รับประกันคุณภาพ 5 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร บริการช่วยเหลือฉุกเฉินนาน 5 ปี
  • ลูกค้าเดิมฮุนได จองรถยนต์ฮุนไดไม่ว่ารุ่นใด ได้รับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท

ลูกค้าที่สนใจสามารถเยี่ยมชม และทดลองขับรถยนต์ฮุนไดได้ที่บูธรถยนต์ฮุนได ในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ได้ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2565 หรือที่โชว์รูมฮุนได ทั่วประเทศ ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.hyundai.co.th

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัวรถยนต์ไฮไลต์ “The new Mercedes-Benz C-Class” และ “Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé Special EDITION” ที่งาน “มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43”

0

เมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดรถยนต์ระดับลักชัวรีอย่างต่อเนื่อง ด้วยทัพรถยนต์หรูแบบครบทุกเซกเมนต์ที่นำมาจัดแสดงในงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43” ตั้งแต่ 23 มีนาคมถึง 3 เมษายนนี้ ที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี โดยภายใต้คอนเซ็ปต์ “Reinvention of Tomorrow” ที่สื่อความหมายถึงการนำเสนอประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตที่ดียิ่งกว่าจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์พร้อมนำเสนอไฮไลต์ที่หลายคนรอคอย นำโดย “The new Mercedes-Benz C-Class” เดอะนิวเบบี้ลักชัวรีของรถยนต์รุ่นยอดนิยมตลอดกาลจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่สุดเร้าใจ และ “Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé Special EDITION” สัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์แบบที่พิเศษเหนือใครของรถยนต์สปอร์ตในแบบฉบับ Mercedes-AMG ที่เตรียมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดให้กับคุณ โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ยังเตรียมโปรโมชันพิเศษ “Mercedes-Benz Reinvention of Tomorrow Offers” กับข้อเสนอที่พลาดไม่ได้สำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์หลายรุ่น และสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 เมษายนนี้ ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 และที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ 

มร. โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เมอร์เซเดส-เบนซ์พร้อมเน้นย้ำความมุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดให้กับทุกคน และนั่นคือสิ่งที่สะท้อนออกมาทั้งในทุกรายละเอียดของการสร้างสรรค์บูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Reinvention of Tomorrow” ที่สื่อความหมายถึงการนำเสนอประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตที่ดียิ่งกว่า ผ่านการสร้างสรรค์รถยนต์ที่ลูกค้าจะภาคภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของ เป็นรถยนต์ที่มีความโดดเด่นทั้งในเรื่องของสุนทรียะ สมรรถนะ เทคโนโลยี นวัตกรรม และความยั่งยืน เพื่อมอบความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า โดยคำนึงถึงการลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน”

“สำหรับทัพรถยนต์รุ่นใหม่ที่เป็นไฮไลต์ภายในงานในปีนี้ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 รุ่น ได้แก่ “The new C-Class” โฉมใหม่ของรถยนต์รุ่นยอดนิยมตลอดกาลจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ และ “Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé Special EDITION” สัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์แบบของรถยนต์สปอร์ตในแบบฉบับ Mercedes-AMG ที่เตรียมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดให้กับคุณ การนำเสนอรถยนต์รุ่น The new C-Class โฉมใหม่นั้น เมอร์เซเดส-เบนซ์มีความตั้งใจที่ตอบรับความต้องการของคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ เพราะจากผลการวิจัยตลาดทำให้เมอร์เซเดส-เบนซ์พบว่า ฐานผู้ใช้งานรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์นั้นกว้างขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่อายุน้อยที่ต้องการรถยนต์ที่มีคุณภาพและตอบรับไลฟ์สไตล์ของตนเองได้อย่างลงตัว การแนะนำ The new C-Class ในวันนี้จึงเป็นการนำเสนออีกหนึ่งทางเลือกของรถยนต์ซีดานขนาดเล็กที่ตอบทุกโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ ด้วยขุมพลังดีเซลภายใต้เทคโนโลยีที่ล้ำหน้า เพื่อตอบรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างดีที่สุด” มร.โฟลเกอร์ กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังพร้อมเชื่อมต่อประสบการณ์การขับขี่ที่หรูหราไร้ขีดจำกัดทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อผ่านการนำเสนอประสบการณ์พิเศษในทุกรายละเอียดที่บูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั้งในเรื่องประสบการณ์การขับขี่จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ผ่านหน้าจอต่าง ๆ ที่ติดตั้งอยู่รายรอบบูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ รวมถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ผ่านการพูดคุยกับ “ดิจิทัลไกด์” ที่ครอบคลุมและครบครันตอบทุกโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกไลฟ์สไตล์

 

สำหรับไฮไลต์ของรถยนต์ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์นำมาจัดแสดงภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ได้แก่

“The new C-Class” เจเนอเรชันที่ 6 รหัส W206 คือเดอะนิวเบบี้ลักชัวรีที่มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่สุดเร้าใจ กับขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร พัฒนาใหม่พร้อมระบบ Mild-HYBRID สร้างและจ่ายไฟฟ้าเพื่อเลี้ยงระบบไฟฟ้าของรถ โดยเป็นระบบมอเตอร์ไฟฟ้าแบบพิเศษ ที่ให้กำลังแรงม้าสูงสุดถึง 15 กิโลวัตต์ ทำให้รถยนต์ The new C-Class มีพละกำลังมากถึง 200 แรงม้าที่ 3,600 รอบ/นาที และให้แรงบิด 440 นิวตันเมตรที่ 1,800-2,800 รอบ/นาที และทำความเร็วได้สูงสุด 245 ก.ม./ช.ม. พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด (9G-TRONIC) ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยรูปลักษณ์แบบสปอร์ตและขนาดตัวรถที่กว้างขึ้นในทุกมิติ จึงช่วยมอบความสะดวกสบายในการเดินทางมากยิ่งขึ้น ส่วนดีไซน์ภายในก้าวไปอีกขั้นกับการตกแต่งที่ถอดแบบมาจากรุ่น S-Class ทั้งหน้าจอความละเอียดสูง การปรับรูปแบบการแสดงผลได้ 3 แบบ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านหุ้มด้วยหนัง คอนโซลกลางมาพร้อมหน้าแบบสัมผัสแนวตั้งขนาดใหญ่ 11.9 นิ้วที่เบี่ยงเป็นมุมเฉียงมายังผู้ขับขี่เล็กน้อยเพิ่มพื้นที่หน้าจอมากกว่ารุ่นเดิมมากกว่า 100% ฯลฯ ทั้งยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยและมาตรฐานของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ได้รับการยกระดับขึ้นอีกขั้น

The new C-Class มีวางจำหน่าย 2 รุ่น ได้แก่

  • รุ่น C 220 d Avantgarde วางจำหน่ายในราคา 2,590,000 บาท
  • รุ่น C 220 d AMG Dynamic วางจำหน่ายในราคา 2,990,000 บาท

“Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé Special EDITION” คือสัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์แบบที่พิเศษเหนือใครของรถยนต์สปอร์ตในแบบฉบับ Mercedes-AMG ด้วยขุมพลังของเครื่องยนต์เบนซินแบบ V6 สูบ BITURBO มอบพละกำลังที่แข็งแกร่งกับแรงม้าสูงสุด 390 แรงม้าที่ 6,100 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 520 นิวตันเมตรที่ 2,500-5,000 รอบต่อนาที มอบความเร็ว แรง และเร้าใจในชั่วพริบตาด้วยอัตราเร่งจาก 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 4.7 วินาที

นอกจากนี้ยังเพิ่มความเร้าใจเหนือชั้นด้วยเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG Performance 4MATIC ที่ทำให้การออกตัวพุ่งทะยานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ควบคุมการเข้าโค้งได้เฉียบคม ตอบโจทย์การขับขี่ทุกสภาพถนน ส่วนระบบเกียร์ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G Transmission แบบใหม่ยังมาพร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ลื่นไหลและแม่นยำ เปิดโอกาสให้คุณรับประสบการณ์การขับขี่ได้อย่างดีที่สุด ดีไซน์ภายนอกสะท้อนความเร้าใจตามแบบฉบับ AMG ได้อย่างลงตัว พร้อมเพิ่มท่อไอเสียแบบ AMG Performance exhaust system ที่ช่วยเพิ่มความเร้าใจขณะขับขี่ ส่วนดีไซน์ภายในพร้อมเปิดประสบการณ์สปอร์ตเหนือจินตนาการให้กับคุณ ผ่านการรวบรวมความสปอร์ตเหนือระดับมาให้คุณได้สัมผัสจิตวิญญาณของนักแข่งในที่เดียว

Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé Special EDITION วางจำหน่ายในราคา 4,490,000 บาท

 

สำหรับแคมเปญพิเศษที่ไม่ควรพลาดสำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์หลากหลายรุ่น และสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • สำหรับรุ่น A 200 AMG รับฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection นาน 4 ปี เมื่อทำสัญญามายสตาร์* กับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง
  • สำหรับรุ่น GLB 200 Progressive และ GLS 350 d AMG Premium รับฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection นาน 3 ปี เมื่อทำสัญญามายสตาร์หรือสัญญาเช่าทางการเงิน* กับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง
  • สำหรับรุ่น E300e, C Coupé และ AMG 43 Coupé, GLC 43 Coupé และ AMG GLA 35 เลือกได้ 2 ทางเลือก ได้แก่
  • ฟรี MBSP Extra Guarantee ระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง หรือ
  • ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection นาน 4 ปี เมื่อทำสัญญามายสตาร์หรือสัญญาเช่าทางการเงิน* กับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง
  • สำหรับรุ่น C-Class, E220d AMG Sport, GLC, GLC Coupé เลือกได้ 2 ทางเลือก ได้แก่
  • ฟรี MBSP Extra Guarantee ระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง หรือ
  • ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection นาน 5 ปี เมื่อทำสัญญามายสตาร์หรือสัญญาเช่าทางการเงิน* กับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง

พิเศษสำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาทางการเงินกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ลิสซิ่ง รับฟรี! บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท พร้อมลุ้นรางวัลสุดยิ่งใหญ่ ทองคำแท่งหนัก 10 บาท ทั้งหมด 1 รางวัล และหนัก 5 บาท ทั้งหมด 5 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท*

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด

ผู้สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมบูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ เพื่อพบกับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์รุ่นต่าง ๆ นำโดย “The new Mercedes-Benz C-Class” และ “Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé Special EDITION” พร้อมรับข้อเสนอในแคมเปญ “Mercedes-Benz Reinvention of Tomorrow Offers”  ได้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ตั้งแต่ 23 มีนาคมถึง 3 เมษายนนี้ ที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์และข้อเสนอต่าง ๆ ได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเท

ฟอร์ด เผยโฉมเรนเจอร์ เอเวอเรสต์ และเรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจเนอเรชันใหม่ ครั้งแรก ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43

0

ฟอร์ด ประเทศไทย นำทัพรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด ได้แก่ ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ และฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจเนอเรชันใหม่ เผยโฉมให้ลูกค้าชาวไทยได้สัมผัสตัวจริงเป็นครั้งแรก ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 พร้อมเปิดรับจองรถฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ ได้ง่ายๆ ผ่านช่องทางออนไลน์บนเว็บไซต์ฟอร์ด ควบคู่กับการรับจองภายในงานมอเตอร์โชว์ และที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ

นอกจากการเผยโฉมรถฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่แล้ว ฟอร์ดยังตอกย้ำความมุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าด้วยบริการแบบ ‘พร้อมเสมอ’ หรือ ‘Always-On’ โดยนำเสนอผ่านนวัตกรรมบริการในรูปแบบดิจิทัล เช่น แอปพลิเคชันฟอร์ดพาส และนวัตกรรมด้านบริการอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อยกระดับประสบการณ์ในการเป็นเจ้าของรถยนต์ฟอร์ดไปอีกขั้น

“การเผยโฉมฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ และฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจเนอเรชันใหม่ พร้อมกันเป็นครั้งแรกของโลก ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ในวันนี้ นับเป็นการฉลองก้าวใหม่แห่งความสำเร็จของการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เราทุกคนที่ฟอร์ดตื่นเต้นมาก” นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

“ฟอร์ดได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการรถกระบะและเอสยูวีในประเทศไทยทุกครั้งที่เราเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และรถฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่นี้ก็เช่นกัน ด้วยสมรรถนะ ความสามารถ และการตอบสนองต่อการใช้งาน แบบอเนกประสงค์ตรงกับที่ลูกค้ามองหา” นายวิชิต กล่าวเสริม

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่

รถกระบะที่ชาญฉลาดที่สุด อเนกประสงค์ที่สุด และสมบุกสมบันที่สุดในตระกูลฟอร์ด เรนเจอร์ ได้รับการพัฒนาให้เป็นรถคู่ใจของลูกค้าที่สามารถไว้วางใจได้ในทุกเส้นทางของชีวิต เป็นรถที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ขบขี่ออกไปใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่แบบไม่มีขีดจำกัด ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การใช้ชีวิตกับครอบครัว หรือการเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน

ทีมวิศวกรและนักออกแบบฟอร์ดให้ความสำคัญสูงสุดกับลูกค้า และได้นำข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าจากทั่วโลกมาสร้างสรรค์องค์ประกอบอันยอดเยี่ยมสำหรับรถกระบะที่แม้แต่ลูกค้าเองก็อาจยังนึกไม่ถึง ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ อัดแน่นด้วยฟีเจอร์และเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะช่วยให้ลูกค้าใช้ชีวิตแบบ ‘Live the Ranger Life’ ได้อย่างเต็มที่ที่สุด

ด้วยรูปลักษณ์ที่แข็งแกร่งและปราดเปรียว ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ก้าวข้ามขีดจำกัดของการออกแบบภายนอกแบบเดิมๆ ด้วยกระจังหน้าโฉมใหม่อันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และไฟหน้าใหม่รูปตัว C เสริมภาพความดุดัน สะท้อนนิยาม ‘เกิดมาแกร่ง’ อย่างชัดเจน และเป็นครั้งแรกที่ฟอร์ดมาพร้อมไฟหน้าแบบเมทริกซ์ แอลอีดี และบันไดเหยียบข้างกระบะท้ายบริเวณด้านหลังล้อหลัง ทำให้การขึ้นกระบะท้ายสะดวกสบายยิ่งกว่าเคย

สำหรับลูกค้าในประเทศไทย ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ 2 ตัวเลือก ได้แก่ เครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบคู่ 2.0 ลิตร หรือเทอร์โบเดี่ยว 2.0 ลิตร ทำงานคู่กับเกียร์ธรรมดาหรือเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และตัวเลือกเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ด้วยโครงสร้างและกันชนอันแข็งแกร่ง บนฐานล้อที่มีความยาว และความกว้างเพิ่มขึ้นอีก 50 มิลลิเมตร ทำให้ฟอร์ด เรนเจอร์ พร้อมพาคุณไปได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือตะลุยเส้นทางสุดสมบุกสมบัน

 

ภายในห้องโดยสารของฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ได้รับการปรับโฉมใหม่ให้สะดวกสบายไปอีกขั้น อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย และฟังก์ชันการใช้งานที่ดียิ่งขึ้น ตกแต่งด้วยวัสดุที่หรูหรา และพื้นที่จัดเก็บสัมภาระมากกว่าเดิม แผงหน้าปัดใหม่ช่วยให้ภายในห้องโดยสารดูกว้างขวาง หรูหรา ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ยังชาญฉาดยิ่งขึ้นด้วยระบบเชื่อมต่อการสื่อสารที่ช่วยให้คุณควบคุมและใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ได้สะดวกกว่าเดิมผ่านหน้าจอสัมผัสแนวตั้งขนาด 10.1 หรือ 12 นิ้ว ที่เชื่อมกับกล้อง 360 องศา รวมถึงระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC 4A® ซึ่งเป็นระบบความบันเทิงรุ่นล่าสุดของฟอร์ด และแผงหน้าปัดดิจิทัลใหม่ที่ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วยการแสดงผลข้อมูลเกี่ยวกับรถอย่างเต็มรูปแบบตามความต้องการของผู้ใช้งาน

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ตอบโจทย์ทุกความต้องการใช้งานของลูกค้าได้อย่างเหนือชั้น ด้วยความกว้างที่เพิ่มขึ้นทำให้มีพื้นที่ระหว่างซุ้มล้อมากขึ้น กระบะท้ายจึงบรรทุกสัมภาระได้มากกว่าเคย พร้อมการออกแบบที่ช่วยให้ผู้ขับขี่จัดเก็บสิ่งของให้เป็นระเบียบได้หลากหลายรูปแบบและหลายขนาด และยังมีช่องจ่ายไฟในกระบะท้ายที่มาพร้อมช่องต่อไฟแบบ AC รองรับกำลังไฟถึง 400 วัตต์ ให้คุณใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่าง หม้อหุงข้าว หรือเตาอบขนาดเล็กได้ง่ายๆ เพียงเสียบปลั๊กกับตัวรถ

นับเป็นครั้งแรกที่ ฟอร์ด เรนเจอร์ มีโหมดการขับขี่ให้เลือกถึง 6 โหมด ได้แก่ โหมดปกติ โหมดประหยัด โหมดลากจูง[1] และบรรทุก  โหมดถนนลื่น โหมดโคลน และโหมดทราย ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ก่อนหน้านี้มีเฉพาะในเรนเจอร์ แร็พเตอร์

นี่เป็นตัวอย่างบางส่วนของความพิเศษที่ทำให้เรนเจอร์เป็นรถที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ขับขี่ทำในสิ่งที่ตนรักได้มากกว่าเดิม ด้วยฟีเจอร์ที่เชิญชวนให้ผู้ขับขี่ออกไปสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ๆ 

ฟอร์ดได้นำฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นไวลด์แทรค และรุ่นสปอร์ต มาจัดแสดงในงานมอเตอร์โชว์และเปิดให้ลูกค้าจองผ่านช่องทางออนไลน์บนเว็บไซต์ฟอร์ด

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นไวลด์แทรค มาพร้อมตัวเลือกภายนอก 6 สี ได้แก่ สีเงิน อลูมิเนียม เมทัลลิก, สีเทา เมทิออร์ เกรย์, สีดำ แอบโซลูท แบล็ก, สีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล, สีเหลือง ลักซ์ เยลโลว์ และสีส้ม เซโดนา ออเรนจ์ ในราคาเริ่มต้นที่ 999,000 บาท

สำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นสปอร์ต มาพร้อมตัวเลือกสีภายนอก 5 สี ได้แก่ สีเงิน อลูมิเนียม เมทัลลิก, สีเทา เมทิออร์ เกรย์, สีดำ แอบโซลูท แบล็ก, สีขาว อาร์กติก ไวท์ และสีส้ม เซโดนา ออเรนจ์ ในราคาเริ่มต้นที่ 929,000 บาท

 

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ เป็นรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่ผสานสมรรถนะเพื่อการผจญภัยเข้ากับความสะดวกสบายอันเหนือระดับ มาพร้อมเทคโนโลยีเพื่อผู้ขับขี่มากมาย ทำให้รถคันนี้ครบครันทั้งความพร้อมลุย หรูหรา และขับสนุกในทุกการเดินทาง

ภายนอกของฟอร์ด เอเวอเรสต์ มาพร้อมการออกแบบที่สมบุกสมบัน โดยที่ยังคงความเรียบหรู ระยะฐานล้อที่กว้างขึ้น 50 มิลลิเมตร และระยะระหว่างล้อหน้าและหลังที่เพิ่มขึ้น สร้างรูปลักษณ์ที่ดูล้ำสมัยและบึกบึนกว่าเดิม และยังมอบการควบคุมบนทางเรียบได้ดียิ่งขึ้น ขณะที่การปรับแต่งโช้คอัพใหม่ช่วยเพิ่มความสนุกเร้าใจในการขับขี่และช่วยให้การควบคุมรถทั้งบนทางเรียบและออฟโรดทำได้ง่ายกว่าที่เคย

ด้านระบบส่งกำลังและแรงบิด ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ มาพร้อมตัวเลือกเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบเดี่ยว หรือเทอร์โบคู่ ทำงานร่วมกันกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด หรือเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดอันทรงประสิทธิภาพ

ภายในห้องโดยสารของฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ ให้ความรู้สึกกว้างขวาง แผงหน้าปัดดิจิทัลและคอนโซลกลางวางเต็มความกว้างของพื้นที่ พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมายอาทิ แท่นชาร์จแบบไร้สาย และระบบเบรกมือไฟฟ้า เบาะนั่งแถวที่ 2 และ 3 ออกแบบมาให้พับได้ราบสนิทเพื่อการบรรทุกสัมภาระขนาดยาวได้อย่างปลอดภัย

เทคโนโลยีใหม่ยังทำให้ลูกค้าเชื่อมต่อการสื่อสารได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส ผ่านหน้าจอระบบสัมผัสแนวตั้งความละเอียดสูงขนาดใหญ่ 10.1 หรือ 12 นิ้ว พร้อมแผงหน้าปัดดิจิทัล 8 หรือ 12.4 นิ้ว ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ ยังมาพร้อมระบบเชื่อมต่อการสื่อสาร SYNC 4A® เวอร์ชันล่าสุดของฟอร์ด รวมถึงการติดตั้งโมเด็มมาจากโรงงาน ทำให้ลูกค้าเชื่อมต่อกับรถได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชันฟอร์ดพาส™

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะใหม่ๆ มากมาย เพื่อมอบความปลอดภัย ให้แก่ผู้ขับขี่และครอบครัว อาทิ ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (Active Park Assist) 2.0  ช่วยให้เข้าจอดแบบอัตโนมัติได้ทั้งการจอดขนานและถอยเข้าช่องจอด ทำให้ผู้ขับขี่จอดรถในพื้นที่แคบได้อย่างปลอดภัยเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติใหม่จนกระทั่งรถหยุดนิ่ง (Adaptive Cruise Control with stop and go) เสริมความมั่นใจให้ผู้ขับขี่ได้มากขึ้น ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางผสานระบบตรวจจับขอบถนน ระบบช่วยหักพวงมาลัยเพื่อเลี่ยงการปะทะ และระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง

ฟอร์ดจัดแสดงและเปิดให้ลูกค้าจองฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นไทเทเนียม+ และรุ่นสปอร์ต

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นไทเทเนียมพลัส มาพร้อมตัวเลือกสีภายนอก 6 สี ได้แก่ สีเงิน อลูมิเนียม เมทัลลิก, สีเทา เมทิออร์ เกรย์, สีดำ แอบโซลูท แบล็ก, สีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล, สีน้ำตาล เอควิน็อกซ์ บรอนซ์ และสีส้ม เซโดนา ออเรนจ์ ในราคา 1,854,000 บาท มาพร้อมห้องโดยสารภายในโทนเข้มสีดำเป็นมาตรฐาน และโทนอ่อนสีครีมพราลีนเป็นตัวเลือกเสริม

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่นสปอร์ต มาพร้อมตัวเลือกสีภายนอก 7 สี ได้แก่ สีเงิน อลูมิเนียม เมทัลลิก, สีเทา เมทิออร์ เกรย์, สีดำ แอบโซลูท แบล็ก, สีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล, สีน้ำตาล เอควิน็อกซ์ บรอนซ์, สีส้ม เซโดนา ออเรนจ์ และสีน้ำเงิน บลู ไลท์นิ่ง ในราคา 1,464,000 บาท

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจเนอเรชันใหม่

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รุ่นที่สองได้รับการออกแบบและพัฒนาโดยทีมฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ ให้เป็นที่สุดแห่งรถกระบะที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น เพื่อควบคุมการทำงานของตัวถังที่แข็งแกร่งและเหนือชั้นยิ่งขึ้น ยกระดับสมรรถนะด้านออฟโรดให้เหนือมาตรฐานสำหรับผู้หลงใหลการขับขี่ออฟโรดตัวจริง

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจเนอเรชันใหม่ อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ใหม่เพื่อพิชิตทุกเส้นทางออฟโรดสุดหฤโหด ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบคู่ 3.0 ลิตร EcoBoost V6 เป็นครั้งแรก มอบพละกำลังถึง 397 PS ที่ 5,650 รอบต่อนาทีและแรงบิด 583 นิวตันเมตร ที่ 3,500 รอบต่อนาที ปรับแต่งโดยทีมฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ เพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ทั้งบนทางเรียบและเส้นทางออฟโรด ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ที่ปรับจูนตามมาตรฐานของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ เครื่องยนต์ใหม่ของฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจเนอเรชันใหม่ จึงส่งกำลังการขับขี่ได้อย่างเต็มพิกัดทั้งบนทางกรวด ดิน โคลน และทราย

ระบบไอเสียแบบแปรผันควบคุมไฟฟ้าครั้งแรกในรถกระบะ ช่วยให้ผู้ขับขี่ตั้งค่าเสียงของฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ได้ด้วยระดับความดัง 4 โหมด ได้แก่ โหมดเงียบ โหมดปกติ โหมดสปอร์ต และโหมดบาฮา

เพื่อให้การขับขี่กลางทะเลทรายเป็นไปได้อย่างเต็มสมรถนะ ระบบป้องกันการรอรอบ (Anti-Lag System – ALS) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโหมดบาฮา จะรักษาการหมุนของเทอร์โบชาร์จเจอร์ที่ความเร็วสูงต่อไปอีกถึง 3 วินาที หลังจากผู้ขับขี่ปล่อยคันเร่ง รถจึงคืนความเร็วได้ทันใจขณะเร่งออกจากทางโค้ง หรือระหว่างการเปลี่ยนเกียร์

ทีมฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ ยังร่วมมือกับ FOX™ ในการผสานการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในงานด้านวิศวกรรม และการทดสอบรถในสถานการณ์จริง เพื่อปรับแต่งการทำงานของสปริงไปจนถึงการกำหนดความสูง การปรับแต่งวาล์ว และการออกแบบระดับการยืด-ยุบของโช้ค เพื่อสร้างความสมดุลที่สมบูรณ์แบบที่สุด ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจเนอเรชันใหม่ มาพร้อมระบบช่วงล่างที่ปรับแต่งใหม่ด้วยโช้คอัพ FOX แบบไลฟ์ วาล์ว Internal Bypass ขนาด 2.5 นิ้ว ซึ่งล้ำสมัยที่สุดเท่าที่เคยใช้ในฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ด้วยความสามารถในการปรับการทํางานได้แบบเรียลไทม โดยใช้เซ็นเซอร์รอบคัน ทําให้โช้คปรับค่าความหน่วงจากจุดปะทะต่างๆ ได้มากถึง 500 ครั้งต่อวินาที

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจเนอเรชันใหม่ มาพร้อม 7 โหมดการขับขี่ ประกอบด้วย โหมดปกติ โหมดสปอร์ตแ ละโหมดถนนลื่นสำหรับทางเรียบ และโหมดการขับขี่ออฟโรดอย่างโหมดหิน โหมดทราย โหมดโคลน และโหมดบาฮา

ห้องโดยสารโฉมใหม่ได้รับการออกแบบมาเพื่อคอออฟโรดตัวจริง การตกแต่งรายละเอียดด้วยสีส้ม ‘โค้ด ออเรนจ์’ ตามแบบฉบับของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ บนแผงหน้าปัด การตัดขอบชิ้นส่วนหลักๆ ในห้องโดยสาร รวมถึงบนเบาะที่นั่งแบบสปอร์ต ซึ่งจะดูโดดเด่นยิ่งขึ้นเมื่อเปิดไฟส่องสว่างสีอำพันอบอุ่นภายในห้องโดยสาร เบาะนั่งทั้งด้านหน้าและหลังได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องบินรบ F-22 Raptor มอบความกระชับและสบายในการเดินทางไม่ว่าจะบนทางเรียบหรือเส้นทางออฟโรด

ห้องโดยสารของฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจเนอเรชันใหม่ ทำงานด้วยระบบดิจิทัลทั้งหมด ด้วยแผงหน้าปัดความละเอียดสูงขนาด 12.4 นิ้ว และหน้าจอแบบสัมผัสตรงกลางขนาด 12 นิ้ว แสดงผลการเชื่อมต่อและระบบความบันเทิงผ่านระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC 4A®  อีกทั้งยังมีฟีเจอร์อีกมากมาย อาทิ ช่องต่อพ่วงอุปกรณ์ออฟโรด (Upfitter Switch) และหน้าจอแสดงผลสำหรับการขับขี่แบบออฟโรด

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจเนอเรชันใหม่ มาพร้อมตัวเลือกสีภายนอก 4 สีสุดเร้าใจ ได้แก่ สีดำ แอบโซลูท แบล็ก, สีขาว อาร์กติก ไวท์, สีส้ม โค้ด ออเรนจ์ และสีเทา คองเคอร์ เกรย์ ในราคาเริ่มต้นที่ 1,869,000 บาท

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ จะผลิตที่โรงงาน ออโต้ อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย (เอเอที) และโรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอร์ริ่ง (เอฟทีเอ็ม) ในจังหวัดระยอง ส่วนฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ จะผลิตที่เอฟทีเอ็ม และฟอร์ด เอเวอเรสต์จะผลิตที่เอเอที โดยเมื่อไม่นานมานี้ ฟอร์ดได้ลงทุนเพิ่มถึง 2.8 หมื่นล้านบาท หรือ 900 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งนับเป็นมูลค่าลงทุนในประเทศไทยครั้งใหญ่ที่สุดของฟอร์ด เพื่อรองรับและยกระดับการผลิตให้ล้ำสมัย พร้อมทั้งขับเคลื่อนกลยุทธ์ฟอร์ด พลัส เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับบริษัท

ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าแบบพร้อมเสมอ หรือ ‘Always-On’ ด้วยบริการแบบเฉพาะบุคคล

ฟอร์ดยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถฟอร์ด ด้วยการมอบบริการแบบ ‘พร้อมเสมอ’ หรือ ‘Always-On’ พร้อมทั้งตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว ด้วยนวัตกรรมบริการใหม่ๆ ที่แตกต่าง ผ่านแอปพลิเคชันฟอร์ดพาสบนสมาร์ทโฟนที่ช่วยให้ลูกค้าเชื่อมต่อสื่อสารกับรถฟอร์ดของตนเองได้ตลอดเวลา

ฟังก์ชันและบริการหลักๆ ได้แก่ การแจ้งเตือนเมื่อถึงกำหนดเช็คระยะโดยอัตโนมัติ โดยใช้ระบบเชื่อมต่อข้อมูลรถอัจฉริยะที่ติดตามการใช้งานรถ ทำให้ลูกค้าไม่ลืมกำหนดเข้ารับบริการต่างๆ นอกจากนี้ แอปพลิเคชันฟอร์ดพาสยังมอบความสะดวกสบายให้เจ้าของรถสตาร์ทรถจากระยะไกล เพื่อให้แน่ใจว่าอุณหภูมิภายในรถจะเย็นสบายเมื่อขึ้นรถ

ทั้งนี้ นวัตกรรมด้านบริการต่างๆ ที่จะมาพร้อมกับรถยนต์ฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ ประกอบด้วย

  • ผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์ฟอร์ด พร้อมให้คำแนะนำ คำปรึกษา และให้ข้อมูลเกี่ยวกับสเปกรถยนต์ เทคโนโลยี และฟังก์ชั่นการใช้งาน รวมถึงการแนะนำรุ่นรถที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในแบบของคุณ ในวัน-เวลาที่คุณสะดวก
  • โปรแกรม ‘รอบรู้รถยนต์ฟอร์ด’ ให้ความรู้ลูกค้าแบบเฉพาะบุคคล เพื่อช่วยให้ลูกค้ารู้จักและคุ้นเคยกับอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ ของรถผ่านหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชัน ฟอร์ดพาส เว็บไซต์ฟอร์ด รวมถึงจัดการเรียนรู้และขับขี่ภาคสนาม เพื่อให้ลูกค้าใช้งานรถฟอร์ดได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด
  • บริการนัดหมายผ่านช่องทางออนไลน์ การบริการรับรถเข้าศูนย์บริการและส่งคืนถึงบ้าน รวมถึงบริการให้ยืมรถใช้ในระหว่างที่รถของลูกค้าอยู่ในศูนย์บริการ ล้วนเป็นนวัตกรรมด้านบริการใหม่ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่เจ้าของรถฟอร์ด
  • ทีมงานลูกค้าสัมพันธ์ฟอร์ด พร้อมให้บริการ 24 ชั่วโมงเพื่อให้คำปรึกษาอย่างทันท่วงทีเมื่อลูกค้าต้องการความช่วยเหลือจากฟอร์ดไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด

“เราทราบดีว่าการส่งมอบรถยนต์ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพและสมรรถนะเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ลูกค้าของเรามีความสุข แต่สำหรับฟอร์ด ยนตกรรมอันเหนือชั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นในการพัฒนาของเรา เรายังให้ความสำคัญอย่างมากกับการส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายให้แก่ลูกค้า  เพราะการซื้อรถใหม่คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางร่วมกันระหว่างฟอร์ดและลูกค้าของเรา” นายวิชิต กล่าว  “เราเข้าใจว่าลูกค้าแต่ละคนมีภาระหน้าที่แตกต่างกัน และต้องการความสะดวกสบายในแบบเฉพาะตัว เราจึงตั้งใจมอบการดูแลลูกค้าแบบ ‘พร้อมเสมอ’ เพื่อให้ลูกค้าใช้ชีวิตได้ง่ายยิ่งขึ้น” 

เป็นเจ้าของฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ ก่อนใคร

ลูกค้าสามารถจองรถฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ผ่านช่องทางออนไลน์บนเว็บไซต์ฟอร์ด www.ford.co.th  นอกจากนี้ ฟอร์ดยังได้ยกระดับประสบการณ์การซื้อรถ ผ่านช่องทางออน์ไลน์ โดยการใช้เทคโนโลยีอิมเมอร์ซีฟ เอดจ์ ที่มอบประสบการณ์การชมรถเสมือนจริงผ่าน 3D และ AR เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจซื้อรถผ่านอุปกรณ์มือถือได้ง่าย โดยเทคโนโลยีนี้เป็นความร่วมมือระหว่างฟอร์ดและกูเกิ้ล

ฟอร์ดเข้าใจว่าลูกค้าชาวไทยชื่นชอบในการแต่งรถให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยลูกค้ารถยนต์ฟอร์ด เจเนอเรชั่นใหม่ สามารถเลือกแพคเกจและอุปกรณ์เสริมเพื่อเพิ่มเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่ และอุปกรณ์เสริมที่ได้รับการรับประกันจากโรงงาน เพื่อปรับแต่งรถฟอร์ดคันใหม่ให้ตรงใจตามสไตล์และตอบโจทย์การใช้งาน ผ่านการจองทั้งบนช่องทางออนไลน์หรือที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ

ฟอร์ดยังพร้อมเปิดรับจองรถฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่เฉพาะรุ่น ในงานมอเตอร์โชว์ และที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ

รถยนต์ฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ ทุกรุ่นมาพร้อมการรับประกันคุณภาพรถใหม่จากโรงงานนาน 5 ปี หรือ 150,000 กม. และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งในปีแรก

ข้อเสนอสุดเร้าใจมากมายภายในงานมอเตอร์โชว์ 

พร้อมพบกับรถยนต์ฟอร์ดรุ่นปัจจุบันที่มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษแห่งปีภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 และที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศตลอดช่วงระยะเวลาการจัดงาน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น RAS XL Street ราคาพิเศษ 569,000 บาท (จากราคาปกติ 672,000 บาท)
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น RAS XL+ Sport ราคาพิเศษ 599,000 บาท (จากราคาปกติ 692,000 บาท)
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น DBL XLT ราคาพิเศษ 759,000 บาท (จากราคาปกติ 857,000 บาท)
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค ดอกเบี้ย 0.99% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และโปรแกรมรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังรวม 10 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน)
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่น สปอร์ต ผ่อนเริ่มต้นเพียงเดือนละ 9,900 บาท (สำหรับปีแรก)
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นไทเทเนียม+ 4×2 ดอกเบี้ย 0.49% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นไทเทเนียม+ 4×4 ดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 30% ผ่อนนาน 60 เดือน
  • ฟอร์ต เอเวอเรสต์ รุ่นปัจจุบันทุกรุ่น มาพร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และโปรแกรมรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังรวม 10 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน)

# # #

หมายเหตุ:

  • แอปพลิเคชันฟอร์ดพาส จะมีการเปิดให้ดาวน์โหลดได้ทาง App store และ Play store ในระยะถัดไป
  • ระบบช่วยหักพวงมาลัยเพื่อเลี่ยงการปะทะไม่ได้เป็นการควบคุมการบังคับพวงมาลัย

ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ 2.0 มีเฉพาะในรถรุ่นที่ติดตั้งเกียร์อัตโนมัติแบบ Electronic Shifter เท่านั้น

[1] โดยต้องติดตั้งอุปกรณ์เสริมเพิ่มเติม

ซูซูกิขนกองทัพรถยนต์ บุกงานมอเตอร์โชว์ อวดโฉม SUZUKI XL7 สีใหม่สไตล์ ทูโทน อัดแคมเปญแน่นทุกรุ่น

0

มร. มิโนรุ อามาโนะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า งานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ซึ่งจัดขึ้นที่ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี  อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2565 เป็นหนึ่งในงานจัดแสดงรถยนต์สำคัญของประเทศไทยที่มีส่วนสำคัญต่อการกระตุ้นอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยให้กลับคืนสู่สภาวะปกติ หลังจากต้องเผชิญผลกระทบจากหลายด้าน ในปีนี้ ซูซูกิยังคงนำรถยนต์ซูซูกิทุกรุ่นเข้าร่วมโชว์ภายในงานอย่างคับคั่ง โดยยังมุ่งเน้นที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพดีเพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์อันโดดเด่นของลูกค้า

ในปีนี้ ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) เข้าร่วมจัดแสดงภายใต้แนวคิด “EXPAND YOUR BOUNDERIES” โดยต้องการสื่อสารให้ผู้เข้าร่วมชมงานได้สัมผัสถึงความหลากหลาย จากที่แบรนด์ซูซูกิมีรถยนต์ที่สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่มได้อย่างครบถ้วนและคุ้มค่าทั้งเรื่องราคาและคุณภาพ สอดรับกับสภาวะในปัจจุบันที่หลายคนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  จนการใช้ชีวิตแบบปกติต้องเปลี่ยนไป หลายคนต้องการออกไปใช้ชีวิตและเปิดมุมมองใหม่ๆ ผ่านการเดินทางมากยิ่งขึ้น ซึ่งช่วงที่ผ่านมาซูซูกิมีความพยายามในการปรับแผนงานในหลายด้านเพื่อรองรับการจำหน่ายรถยนต์ให้แก่ผู้บริโภคได้อย่างตรงความต้องการมากที่สุด

สำหรับการเข้าร่วมงานในครั้งนี้ทางบริษัทฯ นำกองทัพยนตกรรมชั้นนำของซูซูกิทุกรุ่นเข้าร่วมจัดแสดงอย่างคับคั่ง ไฮไลท์สำคัญจะเป็นการอวดโฉมรถยนต์  SUZUKI XL7 Multi-Dynamic Crossover ขนาด 7 ที่นั่ง รถครอบครัวรุ่นยอดนิยม ที่มาด้วยกับสีใหม่สไตล์ทูโทน เพิ่มทางเลือกใหม่ที่แตกต่างให้กับชีวิต พร้อมด้วยรถยนต์รุ่นอื่น ๆ อีกมากมาย

มร. มิโนรุ อามาโนะ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้สถานการณ์ตลาดอุตสาหกรรมยานยนต์ในปีที่ผ่านมาโดยรวมจะมีแนวโน้มที่ยากลำบาก ยอดขายรถยนต์ในปี 2564 ซูซูกิมีตัวเลขยอดขายจำนวน 22,378 คัน ด้วยกลยุทธ์สำคัญคือ การนำเสนอสินค้าที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าให้สามารถเข้าถึงและเป็นเจ้าของได้โดยง่าย ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ปลอดภัยได้อย่างมีความสุข แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการนำเสนอสินค้าและบริการที่ตอบรับต่อการดำเนินชีวิตในวิถีใหม่ของลูกค้า โดยจากการเข้าร่วมงาน บางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ด้วยสถานการณ์หลายอย่างเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น รวมถึงบรรยากาศที่มีส่วนช่วยกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อรถในช่วงนี้ ซูซูกิคาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างยอดจองภายในงานได้ถึง 2,400 คัน เพื่อบรรลุเป้าหมายยอดขายรวมของซูซูกิในปีนี้ที่ 30,000 คัน

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับการเข้าร่วมงาน บางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ผู้เข้าชมงานทุกท่านจะได้พบกับรถยนต์ของซูซูกิทุกรุ่น พร้อมให้ได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด ซึ่งไฮไลท์รถยนต์ที่นำมาให้ชมในครั้งนี้  นำโดย SUZUKI XL7 Multi-Dynamic Crossover รถครอบครัวขนาด 7 ที่นั่ง ที่เพิ่งคว้ารางวัล Best Petrol SUV Under 1500 c.c.จากงาน Car of The Year 2022 ดำเนินการจัดงานโดยบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

SUZUKI XL7 มาพร้อมกับสีใหม่ สไตล์ทูโทน หลังคาสีดำตัดกับสีตัวรถ เติมเต็มความสปอร์ตด้วยกระจกมองข้างสีดำ ให้ความรู้สึกเข้มและดุดันด้วยกระจังหน้าดีไซน์สปอร์ตสีดำผสมโครเมียม สอดรับกับไฟหน้า LED สามารถปรับระดับองศาของไฟต่ำได้ มาพร้อม Daytime Running Light และไฟตัดหมอกหน้า ตกแต่งใต้กันชนด้วยวัสดุสีเงินรอบคัน มาพร้อมไฟท้าย LED และไฟเบรกแนวตั้ง เติมความเข้มด้วยซุ้มล้อสีดำ พร้อมล้ออะลูมิเนียมอัลลอยแบบทูโทนขนาด 16 นิ้ว รวมถึงราวหลังคา เพื่ออรรถประโยชน์ในการบรรทุกสัมภาระมากยิ่งขึ้น ในราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 789,000 บาท

อีกหนึ่งรุ่นที่อยากนำเสนอ คือ SUZUKI CARRY รถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์ ในครั้งนี้ ซูซูกิได้นำมาดัดแปลงเป็น Motor Home หรือรถบ้าน ซึ่งปัจจุบันตลาดรถบ้านในประเทศไทยกำลังขยายตัวและเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยความนิยมของผู้บริโภคในช่วงโควิด เลือกที่จะทำรถบ้าน Motor Home เพื่อออกเดินทางไปท่องเที่ยว แต่ยังสามารถทำงานนอกสถานที่ในแบบ “Work from anywhere”และในขณะเดียวกันผู้บริโภคมีการปรับตัวเริ่มทำธุรกิจ Food Truck มากขึ้น หลายคนจึงเลือกที่จะทำ food Truck ผนวกกับรถบ้านไปในตัวอีกด้วย

SUZUKI CARRY มีขนาดตัวรถที่สามารถนำไปดัดแปลงได้หลากหลาย มิติตัวรถขนาดความยาว 4,195 มม. ความกว้าง 1,765 มม. และความสูง 1,910 มม. กระบะบรรทุกแบบเรียบ ผลิตจากแผ่นเหล็กเสริมกัลวาไนซ์มีคุณสมบัติป้องกันสนิมและลดการสึกกร่อน เพิ่มพื้นที่บรรทุกความกว้าง 1,670 มม. และความยาวอยู่ที่ 2,450 มม. สามารถเปิดได้ทั้ง 3 ด้าน ขนถ่ายสัมภาระได้สะดวกยิ่งขึ้น รองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ รับน้ำหนักบรรทุกสูงสุดถึง 945 กิโลกรัม ราคาจำหน่ายเพียง 385,000 บาท

นอกจากนั้นยังมี SUZUKI SWIFT สปอร์ตอีโคคาร์ยอดนิยมของคนไทย สร้างยอดขายเป็นอันดับหนึ่งของซูซูกิมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากดีไซน์อันโดดเด่น ด้วยแพลตฟอร์ม HEARTECT เทคโนโลยีเฉพาะของซูซูกิที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยเสริมให้รถมีน้ำหนักน้อยลงแต่คงความแข็งแกร่งและประหยัดน้ำมันมากขึ้น  เครื่องยนต์รหัส K12M ขนาด 1.2 ลิตร หัวฉีดคู่ DUALJET ช่วยลดมลพิษและประหยัดน้ำมัน ในราคาเริ่มต้นเพียง 557,000 บาท โดยในงานนี้ ซูซูกิได้ตกแต่งในสไตล์พิเศษเพื่ออีกทางเลือกสำหรับคนที่ชื่นชอบในความโดดเด่นและแตกต่างไม่ซ้ำใคร

SUZUKI CIAZ อีโคซีดานที่สมบูรณ์แบบทั้งด้านดีไซน์ และสมรรถนะ เป็นรถยนต์อีกหนึ่งรุ่นที่สามารถตอบโจทย์ความคุ้มค่าด้านการใช้งาน การบำรุงรักษา และรวมถึงราคาที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งนับว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ซูซูกินำมาช่วยเสริมทัพรถยนต์ในกลุ่มอีโคคาร์ของซูซูกิให้แข็งแกร่ง วางราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 523,000 บาท

SUZUKI CELERIO รถยนต์นั่งขนาดคอมแพ็คคุณภาพเกินตัว และได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดีมาโดยตลอด โดย เฉพาะในช่วงปีที่ผ่านมา รถยนต์รุ่นนี้สามารถทำยอดขายได้ดี ส่วนหนึ่งมาจากคุณภาพเกินตัว มีสมรรถนะการขับที่ดีเกินความคาดหมาย ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงกว่า 20 กิโลเมตรต่อลิตร เป็นเจ้าของได้ง่ายด้วยราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 328,000 บาท พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษและผ่อนสบายเริ่มต้นเพียง 1,999 บาท ต่อเดือน

SUZUKI ERTIGA รถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่นับตั้งแต่ถูกแนะนำออกสู่สาธารณะชนก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี  โดยเฉพาะกับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับครอบครัว ด้วยราคาจำหน่ายเริ่มต้น  659,000 บาท

นายวัลลภ ยังกล่าวอีกว่า ในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งนี้ ซูซูกิได้จัดแคมเปญพิเศษ  “SUZUKI SUPER SURPRISE DEAL” มอบให้แก่ลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ซูซูกิทุกท่าน โดยสามารถเลือกรับข้อเสนอพิเศษได้มากมาย อาทิ จอง SUZUKI SWIFT ขับฟรี 120 วัน หรือโปรแกรมช่วยผ่อนค่างวดรถ 10 เดือน เดือนละ 4,000 บาท รับบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 3,000 บาท

ส่วนในรถยนต์ซูซูกิรุ่นอื่นๆ สามารถเลือกรับ ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่าสูงสุด 50,000 บาท หรือ ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นานถึง 48 เดือน อีโคคาร์ผ่อนเริ่มต้นเพียงเดือนละ 1,999 บาท ฟรี ประกันภัยชั้น 1 ปีแรก บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี โดยขอเชิญชวนลูกค้าติดต่อสอบถามรายละเอียดแคมเปญพิเศษของรถแต่ละรุ่นได้ที่บูธรถยนต์ซูซูกิ หรือที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ

 

ช่องทางการติดต่อ
www.suzuki.co.th 
www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand
SUZUKI Cause We Care: 1800-600-900

เกรท วอลล์ มอเตอร์ อวดโฉม “TANK 300 HEV Concept Car” และ “ORA Good Cat GT” ครั้งแรกในไทย ณ งาน มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) ของประเทศไทย ขนทัพรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (xEV) ทั้งสิ้น 6 รุ่น และนวัตกรรมยานยนต์สุดล้ำ ร่วมจัดแสดงภายใต้แนวคิด “Leading the Future” ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 พร้อมไฮไลท์สุดพิเศษกับการเผยโฉม “TANK 300 HEV Concept Car” เอสยูวีออฟโรดสไตล์โมเดิร์นขวัญใจขาลุย และ “ORA Good Cat GT” เจ้าเหมียวไฟฟ้าแนวสปอร์ตขวัญใจมหาชน เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ร่วมด้วยรถยนต์ xEV ยอดนิยมที่มีจำหน่ายในประเทศไทยในปัจจุบัน ทั้ง All New HAVAL H6 Hybrid SUV, All New HAVAL JOLION Hybrid SUV และ ORA Good Cat พร้อมทั้งนำรถยนต์เอสยูวีปลั๊กอิน-ไฮบริด All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV กลับมาจัดแสดงให้คนไทยได้ยลโฉมกันอีกครั้ง พร้อมด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจและข้อเสนอสุดพิเศษมากมายที่ บูธ เกรท วอลล์ มอเตอร์

มร. เอลเลียต จาง ประธานอาเซียน เกรท วอลล์ มอเตอร์ เปิดเผยว่า “ในปีที่ 2 ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เกรท วอลล์ มอเตอร์ เดินหน้าสานต่อความสำเร็จในปีแรกและวิสัยทัศน์แห่งความเป็นผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารวมถึงปณิธานในการขับเคลื่อนระบบนิเวศด้านยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ จนถึงปัจจุบัน เราได้เพิ่มจำนวนยานยนต์พลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะบนท้องถนนไทยไปแล้วกว่า 6,000 คัน และจะยังคงเดินหน้าส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้กับผู้บริโภคชาวไทย ในวันนี้ เราจึงมีความยินดีที่จะได้เผยโฉม TANK 300 HEV Concept Car ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ให้แฟนๆ ได้สัมผัสดีไซน์คลาสสิกที่ผสานความทันสมัยและสมรรถนะที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ขาลุยสำหรับการขับขี่ในเมือง ขณะเดียวกัน เราจะผลักดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์พลังงานไฟฟ้า และศูนย์กลางการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียน พร้อมต่อยอดไปสู่ศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าสู่ตลาดโลก นอกจากนี้ ภายใต้กลยุทธ์ 4+4 เพื่อรุกตลาดในภูมิภาคอาเซียนโดยมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง โดยเกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เข้าไปดำเนินงานอย่างเป็นทางการแล้วใน 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย ลาว พม่า และบรูไน และมีแผนที่จะเปิดตัวแบรนด์ในอีก 4 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ เพื่อขยายตลาดในอาเซียนให้ครอบคลุมรวมทั้งยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งภูมิภาคให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นบนเวทีระดับโลก”​

ด้าน นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ มุ่งดำเนินงานโดยยึดถือผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (Consumer Centric) และพร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าภายใต้การดำเนินการในแบบ Online to Offline สำหรับในปีนี้ เรามีแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในไทยอีก 5 รุ่น จาก 3 แบรนด์ โดยจะมีรถยนต์ไฟฟ้า 100% จากแบรนด์ ORA เพื่อตอบรับกับกระแสรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตขึ้นในประเทศไทยรวมถึงนโยบายส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าจากภาครัฐ ในโอกาสนี้ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงการรับฟังเสียงของผู้บริโภคและปลุกกระแสรถยนต์ไฟฟ้าในไทยอีกครั้ง เราได้นำผลิตภัณฑ์อีกหนึ่งรุ่นที่คนไทยรอคอย ORA Good Cat GT ซึ่งอัดแน่นสมรรถนะที่โดดเด่นยิ่งกว่าและดีไซน์สปอร์ตอันโฉบเฉี่ยวมาจัดแสดงอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทยให้ผู้บริโภคได้ยลโฉมอย่างใกล้ชิด”

ขณะเดียวกัน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงกับกรมสรรพสามิตเพื่อร่วมมาตรการสนับสนุนการใช้และการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยในเฟสแรก โดยในเฟสแรกนี้ รัฐบาลจะมอบเงินอุดหนุนจำนวน 70,000 – 150,000 บาทต่อคันตามขนาดแบตเตอรี่รถยนต์ พร้อมสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากการลดลงของภาษีมูลค่าเพิ่ม  ซึ่ง เกรท วอลล์ มอเตอร์ พร้อมให้ความร่วมมือและสนับสนุนนโยบายดังกล่าวอย่างเต็มที่ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั่วประเทศไทย และมีความยินดีที่จะประกาศราคาขายปลีกภายใต้เงินอุดหนุนจากรัฐบาลในเฟสแรกนี้ของ ORA Good Cat ที่จำหน่ายในประเทศไทย ทั้ง 3 รุ่น ดังต่อไปนี้

  • ORA Good Cat รุ่น400 TECH จากราคา 989,000 บาท เป็นราคา 828,500 บาท
  • ORA Good Cat รุ่น400 PRO จากราคา 1,059,000 บาท เป็นราคา 898,500 บาท
  • ORA Good Cat รุ่น500 ULTRA จากราคา 1,199,000 บาท เป็นราคา 1,038,500 บาท

นอกจากนี้ เพื่อแสดงความขอบคุณลูกค้าทุกท่านสำหรับความรักและความไว้วางใจที่มอบให้กับเราเสมอมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขอมอบสิทธิประโยชน์รวมมูลค่ากว่า 25,000 บาท ให้กับลูกค้า ORA Good Cat ที่ได้ออกรถไปแล้วก่อนการลงนามบันทึกข้อตกลงกับกรมสรรพสามิต หรือก่อนวันที่ 21 มีนาคม 2565 ซึ่งประกอบไปด้วย GWM Point 100,000 คะแนน ซึ่งเทียบเท่ามูลค่า 10,000 บาท และเครดิตการชาร์จประจุไฟฟ้า ณ สถานีอัดประจุไฟฟ้าของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ทั่วประเทศมูลค่า 15,000 บาท

และเพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยและเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะเดินหน้าสนับสนุนการสร้างระบบนิเวศของรถยนต์ไฟฟ้าให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมโดยจะร่วมมือกับการไฟ้ฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) การไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ในการสร้างจุดชาร์จตามสถานที่ต่างๆ การพัฒนา GWM แอปพลิเคชัน รวมถึงสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการชาร์จประจุไฟฟ้า เพื่ออำนวยความสะดวกในการชาร์จไฟให้กับผู้ใช้รถยนต์ในประเทศไทยที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นายณรงค์ กล่าวเสริม

ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 นี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ขนทัพรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (xEV) ทั้ง 6 รุ่น และนวัตกรรมยานยนต์สุดล้ำมาจัดแสดง พร้อมมอบข้อเสนอและสิทธิประโยชน์สุดพิเศษสำหรับลูกค้าชาวไทยภายในงานนี้โดยเฉพาะ เพื่อสะท้อนภาพความเป็นผู้นำด้านยนตรกรรมไฟฟ้าแห่งอนาคต

TANK 300 HEV Concept Car กับการอวดโฉมในต่างประเทศครั้งแรก

ครั้งแรกกับการปรากฏโฉมในตลาดต่างประเทศของเอสยูวีออฟโรดพลังงานไฟฟ้าสำหรับนักขับขี่ขาลุย หลังจากที่ได้จัดแสดงครั้งแรกที่งาน Shanghai Auto Show ในปีที่ผ่านมา TANK 300 HEV Concept Car จากแบรนด์ TANK ที่มาพร้อมดีไซน์คลาสสิก บึกบึน แต่แฝงความสง่างามและทันสมัยอยู่ในตัว พร้อมด้วยเครื่องยนต์ทรงพลังและเทคโนโลยีอัจฉริยะมากมายที่พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การขับขี่ในเมืองได้อย่างครบครัน และยังรองรับการผจญภัยได้อย่างลงตัวด้วยกันชนขนาดใหญ่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จัดเต็มกับล้อขนาดใหญ่พร้อมลุยและโหมดการขับขี่ที่มากถึง 7 รูปแบบ ร่วมด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะระดับ L2+ และฟังก์ชั่นช่วยเหลือการขับขี่มากกว่า 30 ฟังก์ชั่น โดย TANK 300 HEV Concept Car สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม TANK ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอัจฉริยะสำหรับรถยนต์ออฟโรดของ เกรท วอลล์ มอเตอร์

ORA Good Cat GT เจ้าเหมียวไฟฟ้าดีไซน์สปอร์ต กับการเผยโฉมครั้งแรกในไทย

ครั้งแรกในประเทศไทยกับการปรากฏโฉมอย่างเป็นทางการของ ORA Good Cat GT เจ้าเหมียวไฟฟ้า 100% ยอดนิยมอีกหนึ่งรุ่นจากแบรนด์ ORA ที่มาพร้อมกับสมรรถนะอันเร้าใจด้วยพละกำลังสูงสุด 171 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร กระจังหน้าดีไซน์สปอร์ตลายคาร์บอนไฟเบอร์ ส่วนด้านหลังโดดเด่นด้วยสปอยเลอร์ดีไซน์โฉบเฉี่ยวพร้อมตราสัญลักษณ์ GT ล้ออัลลอยทูโทนขนาด 18 นิ้ว มาพร้อมกับดิสก์เบรคคาลิปเปอร์สีแดง ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยสีแดง-ดำอันเป็นเอกลักษณ์ สะดวกสบายไปกับเบาะคนขับที่ติดตั้งระบบบันทึกตำแหน่งและฟังก์ชัน Welcome Seat พร้อมเบาะระบบนวดไฟฟ้าและระบบระบายอากาศสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า และประตูท้ายเปิด-ปิดไฟฟ้าระบบแฮนด์ฟรี

การปรากฏโฉมอีกครั้งของ All New HAVAL H6 Plug-In Hybrid SUV

หลังจากที่เคยเผยโฉมเป็นครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทยเมื่อปลายปีที่ผ่านมาและได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากสื่อมวลชนและผู้บริโภค เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้นำรถยนต์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊กรุ่นล่าสุดนี้กลับมาอวดโฉมให้แฟนๆ ชาวไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง โดย All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มโมดูลาร์อัจฉริยะ GWM LEMON ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.5L Turbo ผสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า และเพลาขับเคลื่อนอิเล็กทรอนิกส์แบบ Multi-mode DHT ให้กำลังรวมสูงสุด 230 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุดถึง 530 นิวตันเมตร รองรับการขับขี่ที่หลากหลาย ช่วยประหยัดน้ำมัน พร้อมโหมดการขับขี่สูงสุดถึง 8 โหมด รวมถึงโหมดการขับขี่แบบไฟฟ้า 100% ที่วิ่งได้ระยะทางสูงสุดถึง 201 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC โดยมาพร้อมกับรูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่นสะดุดตาด้วยกระจังหน้าสีดำขนาดใหญ่ที่รับกับล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 19 นิ้ว ไฟหน้า Intelligent LED และไฟท้าย LED Taillight Strip และหลังคาพาโนรามิกซันรูฟ 360 องศา ส่วนภายในออกแบบด้วยสีโทนดำ-เทา ภายใต้แนวคิด Future Intelligent Cockpit มาพร้อม Electronic Shifter ชุดเกียร์ไฟฟ้า พร้อมสีพิเศษแบบ High-gloss ดูโดดเด่นและหรูหรา หน้าจอกลางอัจฉริยะแบบ Touch Screen Audio Display ที่มาพร้อมกับความบันเทิงเต็มรูปแบบ เช่น  MP3, Joox และ ระบบนำทาง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา พร้อมระบบกรองอากาศ PM2.5 ทั้งยังล้ำสุดๆ ด้วย Wireless Charger กุญแจ Smart Key และระบบ Push Start ประตูท้ายมาพร้อมกับระบบ Kick Sensor เปิด-ปิดอัตโนมัติไฟฟ้าและพื้นที่เก็บสัมภาระอเนกประสงค์ที่สามารถใช้งานได้หลายรูปแบบ

นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นยอดนิยมที่มีจำหน่ายแล้วในประเทศไทย อีก 3 รุ่น มาจัดแสดง พร้อมข้อเสนอและสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าและผู้ที่สนใจซื้อรถยนต์ภายในงาน ดังนี้

All New HAVAL H6 Hybrid SUV รถยนต์รุ่นแรกที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เปิดตัวในประเทศไทยและครองความเป็นผู้นำอันดับต้นๆ ในเซกเมนต์รถยนต์คอมแพคเอสยูวีมาตลอดนับตั้งแต่มีการส่งมอบ

  • รับดอกเบี้ยพิเศษ 79% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม แพ็กเกจบำรุงรักษา GWM PRO Service Inclusive (GPSI) 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมบริการการส่งมอบรถยนต์ถึงหน้าบ้านและฟรีน้ำมันเต็มถัง สิทธิ์ในการเรียกใช้บริการรับหรือส่งรถยนต์เพื่อเข้ารับบริการบำรุงรักษาตามระยะทาง และ/หรือ สิทธิ์ในการใช้บริการเช็คระยะนอกสถานที่ (GWM Mobile Service) จำนวน 4 ครั้ง บริการช่วยเหลือฉุกเฉินฟรี 5 ปี รับคะแนนสะสม GWM Point 15,000 คะแนน และสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท
  • พิเศษสำหรับรุ่น PRO รับข้อเสนอเพิ่มเติมด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% และรับฟรี ฟิล์มกรองแสงและถาดรองสัมภาระตอนท้าย และสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 138,000 บาท
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2565 – 30 เมษายน 2565 สามารถร่วมแคมเปญ “HAVAL H6 HOLE IN ONE” เพียงกดเข้าร่วมกิจกรรมโดยกรอกชื่อ-นามสกุลและเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้พร้อมโพสต์รูปคู่กับ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ใต้โพสต์กิจกรรมใน GWM แอปพลิเคชัน แล้วแชร์โพสต์กิจกรรมบนเฟซบุ๊ก HAVAL Thailand ไปยังเฟซบุ๊กส่วนตัว ตั้งค่าโพสต์เป็นสาธารณะพร้อมติด #HAVALH6HOLEINONE เพื่อลุ้นรับบัตรสมาชิก Phothalai Gold Member Club ระยะเวลา 1 ปี พร้อม Voucher Gift Card หรือลุ้นรับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรม Workshop at Driving Range & Tournament with Golf GURU จำนวน 30 รางวัลมูลค่ารวมกว่า 2,500,000 บาท[1]

All New HAVAL JOLION Hybrid SUV เจ้าสิงโตอารมณ์ดีที่มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะมากมาย สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์ในเซ็กเมนต์เอสยูวีบี

  • ดาวน์เริ่มต้นเพียง 5% หรือ ผ่อนสูงสุด 84 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี แพ็กเกจบำรุงรักษา GWM PRO Service Inclusive (GPSI) 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมบริการการส่งมอบรถยนต์ถึงหน้าบ้านและฟรีน้ำมันเต็มถัง สิทธิ์ในการเรียกใช้บริการรับหรือส่งรถยนต์เพื่อเข้ารับบริการบำรุงรักษาตามระยะทาง และ/หรือ สิทธิ์ในการใช้บริการเช็คระยะนอกสถานที่ (GWM Mobile Service) จำนวน 4 ครั้ง บริการช่วยเหลือฉุกเฉินฟรี 5 ปี รับคะแนนสะสม GWM Point 15,000 คะแนน และสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 96,000 บาท
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2565 – 30 เมษายน 2565 และโพสต์ภาพความประทับใจกับ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV ที่ใต้โพสต์กิจกรรม “เที่ยวให้ WOW กับ HAVAL Jolion” ใน GWM แอปพลิเคชัน พร้อมกับติด #เที่ยวให้wowกับHavalJolion มีสิทธิ์ลุ้นรับบัตรสมาชิกโรงแรมชั้นนำในเครือ Accor Plus และบัตรเงินสด Gift card จำนวน 50 รางวัล มูลค่ารวม 1,210,000 บาท[2]

ORA Good Cat เจ้าเหมียวไฟฟ้าที่จุดกระแสตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% ให้กับชาวไทยและครองความเป็นผู้นำในตลาดอย่างแข็งแกร่งนับตั้งแต่เปิดตัว โดยในปี 2021 ที่ผ่านมา แบรนด์ ORA ได้ทำการปรับเปลี่ยนการสร้างแบรนด์ใหม่ โดยใช้แนวคิด “Lady First” และกลยุทธ์ “SHE” เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับตลาดรถยนต์ โดยเน้นการเป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับผู้หญิง ซึ่งแนวคิดนี้ทางเกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ทำการสื่อสารไปพร้อมกับการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกในประเทศไทย ORA GOOD CAT

  • รับดอกเบี้ยพิเศษ 79% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% สำหรับทุกรุ่น ฟรีโฮมชาร์จเจอร์พร้อมติดตั้ง ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี แพ็กเกจบำรุงรักษา GWM PRO Service Inclusive (GPSI) 5 ปี รับสิทธิ์ในการเรียกใช้บริการรับและส่งมอบรถยนต์เพื่อเข้ารับบริการบำรุงรักษาตามระยะทาง 4 ครั้ง บริการช่วยเหลือฉุกเฉินฟรี 5 ปี รับคะแนนสะสม GWM Point 15,000 คะแนน และสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 136,000 บาท

ไม่เพียงเท่านั้น เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังขนสุดยอดเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ สะท้อนความเป็นผู้นำด้านยนตกรรมไฟฟ้าระดับโลก อาทิ GWM LEMON Hybrid DHT Technology และ GWM LEMON E มาให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมบูธได้สัมผัสนวัตกรรมการขับขี่แห่งอนาคตอย่างใกล้ชิด พร้อมร่วมสนุกไปกับกิจกรรมต่างๆ ผ่าน GWM Fun ในการเก็บสะสมคะแนนเพื่อแลกรับของที่ระลึกและลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษมากมาย โดยมีน้อง Intelligent Ambassador (iAM) คอยดูแลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ผู้เยี่ยมชมยังได้เพลิดเพลินไปกับการเลือกซื้อสินค้าไลฟ์สไตล์และของที่ระลึกของเกรท วอลล์ มอเตอร์ และพักผ่อนหย่อนใจได้ที่ GWM Bar และ Lifestyle Lounge ที่พร้อมต้อนรับอย่างอบอุ่นตลอดทั้งงาน

สำหรับผู้ที่สนใจทดลองขับรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV รถยนต์ All New HAVAL JOLION Hybrid และรถยนต์ ORA Good Cat สามารถลงทะเบียนและทดลองขับได้ที่งานเช่นกัน

 

ในภาพรวมการดำเนินงานภายในปี 2565 เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคงเดินหน้าตามกลยุทธ์หลัก 4 ประการ ได้แก่

  • ด้านผลิตภัณฑ์ จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ 5 รุ่น จาก 3 แบรนด์ภายในปีนี้
  • ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย จะขยาย GWM Store ทั้งที่เป็น GWM Direct Store และ Partner Store เพิ่มขึ้นอีก 50 แห่ง ให้เป็น 80 แห่ง โดยในวันที่ 23 มีนาคมนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะมีการเปิด GWM Direct Store สาขาสยาม สแควร์ วัน ใจกลางเมือง ซึ่งเป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์และแหล่งรวมของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบเทคโนโลยี พร้อมเปิดรับกับแบรนด์ใหม่ๆ รวมถึงเพื่อให้บริการแก่แฟนๆ ผู้ที่ให้ความสนใจในผลิตภัณฑ์และบริการของเกรท วอลล์ มอเตอร์
  • ด้านการขยายสถานีชาร์จ สนับสนุนการสร้างระบบนิเวศของยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยการขยายสถานีชาร์จให้เพิ่มขึ้นเป็น 55 แห่งภายในปีนี้
  • ด้านประสบการณ์ลูกค้า ดำเนินงานโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางหรือ User-Centric เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีระหว่างลูกค้าและแบรนด์ในอีกหลากหลายมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเอาระบบบริการหลังการขายเข้ามาสร้างความสะดวกสบายให้กับลูกค้าผ่าน GWM application รวมถึงการนำเอาที่ตั้งของจุดชาร์จมารวมไว้ในแอปพลิเคชันให้ครอบคลุมถึง 80% ของสถานีชาร์จในปัจจุบัน เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น การค้นหา การนำทาง การจองหัวชาร์จ และการชำระเงิน

 

สัมผัสกองทัพรถยนต์ไฟฟ้าสุดล้ำ เทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะ และกิจกรรมสนุกๆ มากมายจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ที่บูธ เกรท วอลล์ มอเตอร์ A4 ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน พ.ศ. 2565 เวลา 12.00 – 22.00 น. (วันธรรมดา) และ 11.00 – 22.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ)

[1] เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

[2] เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

มาสด้า ชูไฮไลท์ NEW MAZDA3 พร้อมทัพรถรุ่นใหม่ลุยมอเตอร์โชว์ อัดโปรแรง ฟรีดอกเบี้ย ฟรีประกัน ฟรีบัตรน้ำมัน ฟรี MAZDA CARE

0

มาสด้าเดินหน้าลุยอีเว้นท์ใหญ่แห่งปี ชูไฮไลท์ NEW MAZDA3 สีบรอนซ์ แพลตทินั่ม ควอตซ์ เก๋งยอดนิยมต้นแบบแห่งความสง่างามรุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมรถรุ่นยอดนิยมรวมสี่รุ่นที่นำมาเนรมิตโฉมด้วยอุปกรณ์ตกแต่งแท้รอบคัน MAZDASPEED และ KENSHO นำทัพรถภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟทุกรุ่นจัดแสดงประชันโฉมในงานมอเตอร์โชว์ พร้อมมอบแคมเปญสุดคุ้มโอกาสทองแห่งปี กับดอกเบี้ยต่ำสุด 0%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance2 ฟรีบัตรน้ำมัน 5,000 บาท3 ฟรี Mazda Care 3 ปี4 และลูกค้า 800 ท่านแรกที่จองในงาน 10,000 บาท และออกรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2565 รับฟรี MAZDA LUGGAGE SET มูลค่า 3,500 บาท5 ผู้ที่สนใจสามารถรับสิทธิพิเศษได้ภายงานฯ ที่บูธมาสด้า ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2565 ถึงวันที่ 3 เมษายน 2565 นี้ เท่านั้น

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มาสด้ามุ่งมั่นอย่างเต็มกำลังเพื่อสร้างสรรค์ยนตรกรรม ที่มาพร้อมกับอุปกรณ์ที่ดียิ่งขึ้น เพื่อส่งมอบความสุข ความสนุกสนานในการขับขี่ และเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในยุคสมัยใหม่ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า มาสด้าได้มีการพัฒนาและเปิดตัวรถรุ่นใหม่ลงสู่ตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องถึง 7 รุ่น ทั้งรถยนต์นั่ง รถครอสโอเวอร์เอสยูวี และรถสปอร์ตเปิดประทุน ซึ่งทุกรุ่นยังคงความเป็นเอกลักษณ์ด้วยเครื่องยนต์สกายแอคทีฟ การออกแบบตามแนวคิดโคโดะ ดีไซน์ ที่เรียบง่ายแต่งดงาม แต่ได้มีการเพิ่มเติมความพร้อมในเรื่องของเทคโนโลยี ที่มอบความสะดวกสบายและความปลอดภัยที่มากยิ่งขึ้น เพื่อมอบความคุ้มค่าให้กับลูกค้ามากที่สุด ซึ่งครั้งนี้นับเป็นโอกาสอันดี ที่มาสด้าได้นำยนตรกรรมรุ่นใหม่เหล่านี้มาจัดแสดงให้ลูกค้าได้เลือกสรรครบทุกรุ่น

ไฮไลท์สำคัญที่บูธมาสด้าในปีนี้ คือ รถยนต์นั่งรุ่นใหม่ล่าสุด NEW MAZDA3 ยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมี่ยมใหม่ ต้นแบบแห่งความสง่างาม เจ้าของรางวัลรถยนต์ออกแบบยอดเยี่ยมของโลก และ Top 3 รถยนต์ยอดเยี่ยมของโลกประจำปี 2020 รวมถึงรางวัล Best Hatchback under 2,000 c.c. จากงาน Car of the Year ในปีนี้ โดยมาพร้อมคอนเซ็ปต์ “AWAKENING YOUR SOUL” เพื่อปลุกสัญชาตญาณความสปอร์ตในแบบคุณให้มีชีวิต เติมเต็มเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในแบบที่ไม่ซ้ำใคร ด้วยดีไซน์ที่สะกดสายตาในทุกมุมมอง มาพร้อมหลังคาซันรูฟแบบไฟฟ้า และสีใหม่ล่าสุด สีบรอนซ์ แพลตทินั่ม ควอตซ์ ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในขณะนี้ ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบซีดาน 4 ประตู และฟาสท์แบค 5 ประตู พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการอย่างแท้จริง ด้วยราคาจำหน่ายเริ่มต้น 979,000 บาท

Mazda2 MAZDASPEED

CX-3 MAZDASPEED

อีกหนึ่งไฮไลท์ของบูธมาสด้า คือการนำรถรุ่นยอดนิยมมาเนรมิตโฉมด้วยชุดแต่งแท้จากมาสด้าให้โฉบเฉี่ยวโดดเด่นยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์นั่งมาสด้า2 และครอสโอเวอร์เอสยูวีมาสด้า CX-3 ที่มาพร้อมชุดแต่ง MAZDASPEEDพร้อมด้วยรถยนต์นั่งมาสด้า3 และครอสโอเวอร์เอสยูวีมาสด้า CX-5 ที่มาพร้อมชุดแต่ง KENSHO เพิ่มความสปอร์ตโดดเด่นสง่างามในทุกมิติ ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถพบกับยนตรกรรมสกายแอคทีฟทุกรุ่นได้ที่บูธมาสด้าในงานมอเตอร์ โชว์ 2022 ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม 2565 ถึงวันที่ 3 เมษายน 2565 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี พร้อมรับแคมเปญสุดพิเศษมากมายเมื่อจองรถยนต์มาสด้าทุกรุ่น และรับฟรีกระเป๋าเดินทาง MAZDA LUGGAGE SET มูลค่า 3,500 บาท5 สำหรับลูกค้า 800 ท่านแรก เมื่อจองภายในงาน 10,000 บาท และออกรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2565

CX-5 KENSHO

แคมเปญสุดคุ้มที่บูธรถยนต์มาสด้าในงานมอเตอร์โชว์ 2022

  • Mazda2 ดอกเบี้ย 0%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2
  • New Mazda2 ดอกเบี้ย 99%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2 ฟรีบัตรเติมน้ำมัน 5,000 บาท3
  • Mazda3 ดอกเบี้ย 0%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2
  • New Mazda3 ดอกเบี้ย 99%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2
  • Mazda CX-3 ดอกเบี้ย 0%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2
  • New Mazda CX-3 ดอกเบี้ย 33%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2
  • Mazda CX-30 และ Mazda CX-30 รุ่นพิเศษ 100th Anniversary Edition ดอกเบี้ย 0%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2
  • New Mazda CX-30 ดอกเบี้ย 99%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2
  • Mazda CX-5 ดอกเบี้ย 0%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2
  • New Mazda CX-5 ดอกเบี้ย 99%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2 ฟรี Mazda Care 3 ปี4
  • New Mazda CX-8 ดอกเบี้ย 99%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2 ฟรี Mazda Care 3 ปี4
  • All-New Mazda BT-50 ดอกเบี้ย 0%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2

หมายเหตุ:

1ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน สำหรับ Mazda2, New Mazda2, New Mazda3, Mazda CX-3 เฉพาะรุ่น 2.0 Base ราคา 769,000 บาท และ 2.0 Base Plus ราคา 809,000 บาท, New Mazda CX-3, Mazda CX-30 100th Anniversary Edition, New Mazda CX-30, New Mazda CX-5 และ New Mazda CX-8

ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 54 เดือน สำหรับ Mazda CX-30 รุ่น 2.0 SP ราคา 1,199,000 บาท

ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 72 เดือน สำหรับ Mazda CX-5 รุ่น 2.0 SP ราคา 1,560,000 บาท

ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 60 เดือน สำหรับ Mazda3 รุ่น 2.0 SP, 2.0 SP Sports ราคา 1,198,000 บาท , All-New Mazda BT-50 รุ่น DBL 1.9 S HI-RACER ราคา 891,000 บาท, DBL 1.9 SP HI-RACER ราคา 1,012,000 บาท, DBL 1.9 S HI-RACER 6AT ราคา 936,000 บาท และ DBL 1.9 SP HI-RACER 6AT ราคา 1,070,000 บาท

2บริษัทประกันภัยที่ร่วมโครงการ ได้แก่ (1) บมจ. วิริยะประกันภัย (2) บมจ. ธนชาตประกันภัย (3) บมจ. ประกันภัยไทยวิวัฒน์ (4) บมจ. ทิพยประกันภัย

3บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท หรือ ส่วนลดเงินสดมูลค่า 5,000 บาท

4ฟรี Mazda Care 3 ปี หรือระยะทาง 60,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

5รับฟรี MAZDA LUGGAGE SET มูลค่า 3,500 บาท จำกัด 800 ชิ้น เมื่อจองรถมาสด้าทุกรุ่น 10,000 บาท ภายในงานฯ และออกรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2565 และเงื่อนไขต่างๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

เงื่อนไขเพิ่มเติม

  • เงื่อนไขการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามข้อกำหนดของ บมจ. ธนาคารทิสโก้ และ ทีเอ็มบีธนชาต เท่านั้น

ข้อเสนอดังกล่าวสำหรับผู้เช่าซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามเงื่อนไขของ บมจ. ธนาคารทิสโก้ และ ทีเอ็มบีธนชาต ที่จองและออกรถ ภายในวันที่ 1 มีนาคม 2565 – 30 เมษายน 2565 เท่านั้น

อีซูซุ ส่งทัพยนตรกรรมครบรุ่น ร่วมงาน “มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43” พร้อมเปิดตัวโปรเจค “ISUZU V-CROSS MASTER OF ALL ROADS…ตัวจริงทุกเส้นทาง”

0

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ผู้นำตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ของเมืองไทยจัดทัพยนตรกรรมทั้งรุ่นมาตรฐานและรุ่นตกแต่งพิเศษ นำโดย “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” และรถปิกอัพ “ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ…ไร้ขีดจำกัด” ร่วมโชว์ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2022 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน นี้

กลุ่มตรีเพชรโดย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า ภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 นี้ อีซูซุได้นำทัพยนตรกรรมมาร่วมจัดแสดงอย่างยิ่งใหญ่ นำโดยยนตรกรรมอเนกประสงค์ระดับหรู ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์และรถปิกอัพ ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ…ไร้ขีดจำกัดครบทุกรุ่นรวมทั้งสิ้น 13 คัน โดยในจำนวนนี้มีไฮไลท์พิเศษ 4 คัน คือ ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์รุ่น Active สีขาวมุกโดโลไมท์ และ ใหม่! อีซูซุ วี-ครอส 4×4 ปิกอัพพรีเมี่ยม สปอร์ตออฟโรด ตกแต่งพิเศษ 2 สไตล์ และการเผยโฉมครั้งแรกของรถ Safety Car สีนีออน เลมอน (Neon Lemon) สุดจี๊ดคันใหม่ล่าสุด! จากการแข่งขัน Isuzu One Make Race 2022 ซึ่งทั้งหมดนี้ อีซูซุคัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์ทุกการใช้งาน เพื่อเปิดโอกาสให้ท่านผู้สนใจได้เลือกชมและทดลองขับยนตรกรรมคุณภาพสูงจากอีซูซุได้อย่างจุใจ ภายใต้บรรยากาศเสมือนอยู่ในโชว์รูมมาตรฐานของอีซูซุ พร้อมกันนี้อีซูซุได้เปิดตัวโปรเจคพิเศษ ISUZU V-CROSS 4×4 MASTER OF ALL ROADS…ตัวจริงทุกเส้นทาง ซึ่งเป็นภาพยนตร์สั้นที่จัดทำเป็นซีรีส์ 3 ตอนพิเศษ นำเสนอถึงความดุดันและสมรรถนะอันสมบูรณ์แบบของ ISUZU V-CROSS 4×4 สปอร์ตออฟโรดระดับพรีเมี่ยม โดยมี  คุณนิว-ชัยพล จูเลียน พูพาร์ต นักแสดงชื่อดังและนักเดินทางตัวจริง ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน 3 สถานที่ท่องเที่ยว Unseen ล่าสุดของไทย โดยจะเริ่มทำการเผยแพร่ผ่านทุกช่องทางทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม นี้เป็นต้นไป และพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อรถอีซูซุในงาน นอกจากจะมีโปรโมชั่นให้เลือกสรรมากมายแล้วนั้น อีซูซุยังได้เพิ่มโบนัสพิเศษลุ้นรับทองคำทุกวัน จำนวน 42 รางวัล รวมมูลค่า 1,050,000 บาท อีกด้วย

สำหรับ “ISUZU V-CROSS 4x4 MASTER OF ALL ROADSตัวจริงทุกเส้นทาง ภาพยนตร์สั้น 3 ตอนพิเศษ โปรเจคใหม่ล่าสุดจากอีซูซุ การถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางที่แสนประทับใจของนักแสดงหนุ่มหล่อ คุณนิว-ชัยพล จูเลียน พูพาร์ต กับ ISUZU V-CROSS 4×4 ตัวจริงทุกเส้นทางของคุณนิว ผ่าน 3 จังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยว Unseen ท่ามกลางการเดินทางผ่านเส้นทางที่แตกต่างและหลากหลาย เขาจะพบกับอุปสรรคที่แสนท้าทายใดบ้าง และจะ  ฝ่าฟันไปได้อย่างไร พบคำตอบได้ใน ISUZU V-CROSS 4x4 MASTER OF ALL ROADS…ตัวจริงทุกเส้นทาง ทั้ง 3 ตอน ได้แก่ EP.1 พิชิตอุปสรรคเส้นทางโหดแห่งสายน้ำและหุบเขา : ISUZU V-CROSS 4×4 MASTER OF ALL ROADS EP.2 ตาดูดาว เท้าย่ำทราย ออฟโรดยังไงให้โลกจำ : ISUZU V-CROSS 4×4 MASTER OF ALL ROADS และ EP3. UNSEEN เมืองไทยลุยเกาะเดียวเหมือนเที่ยว 3 ประเทศ : ISUZU V-CROSS 4×4 MASTER OF ALL ROADS ซึ่ง   ซีรีส์นี้ได้ผู้กำกับมือรางวัลระดับประเทศอย่าง คุณโต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล และทีมที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจถ่ายทอดความเป็นตัวจริงทุกเส้นทางผ่านภาพยนตร์สั้นซีรีส์เรื่องแรกของอีซูซุ นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก คุณโต้-วิรุนันท์ ชิตเดชะ ช่างภาพเจ้าของรางวัลคานส์ไลอ้อน ประเทศฝรั่งเศส ร่วมบันทึกภาพประทับใจทั้งเบื้องหน้า-เบื้องหลังการถ่ายทำ และความ Unseen ของแต่ละโลเคชั่นอันสวยงาม จัดแสดงเป็นอาร์ตแกลลอรี่ภายในบูธอีซูซุ

รับชมภาพยนตร์สั้น ISUZU V-CROSS 4x4 MASTER OF ALL ROADS…ตัวจริงทุกเส้นทาง ตอนแรกพร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 25 มีนาคม นี้ และติดตามตอนที่ 2 และ 3 ในวันที่ 1 เมษายน และวันที่ 8 เมษายน 2565 ตามลำดับ หรือรับชมทางช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ได้ที่ YouTube : Isuzu Thailand Official, Facebook : All-New Isuzu D-Max, Website : www.isuzumasterofallroads.com และ LINE : Isuzu Thailand: Isuzu Thailand Official

สำหรับทัพยนตรกรรมอีซูซุที่นำไปจัดแสดงในงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2022” มีดังนี้

ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ…ไร้ขีดจำกัด” (NEW! ISUZU D-MAX…INFINITE POTENTIAL” ขีดสุดแห่งพลัง ยอดยนตรกรรมแห่งสมรรถนะ ที่ถูกปรับแต่งให้มีเอกลักษณ์ โดดเด่นและแตกต่างกันในแต่ละรุ่น สะท้อนภาพลักษณ์ใหม่แห่งความสปอร์ตสุดหรู ยกระดับความพรีเมี่ยมสู่มาตรฐานใหม่ของรถปิกอัพระดับ TOP CLASS มาพร้อมกับสีเทาโอเพคใหม่! (Islay Gray Opaque) เทรนด์สีใหม่ของวงการยานยนต์โลก

“ใหม่! อีซูซุเอ็กซ์-ซีรี่ส์” (NEW! ISUZU X-SERIES) ยนตรกรรมดีไซน์เท่ แรงทะลุไมล์…เร้าใจสไตล์เอ็กซ์ (INFINITE X-LIFE) ออกตัวแรง เร่งแซงทันใจแต่คงความประหยัดน้ำมันในแบบฉบับอีซูซุ ด้วยเครื่องยนต์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ Gen 2 รุ่น RZ4E-TC ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800 – 2,600 รอบ/นาที โดดเด่นสไตล์สปอร์ตด้วยกระจังหน้าแบบใหม่! Double Dimension ดีไซน์แบบทูโทนสีดำ Glossy Black ผสานสีแดงเข้ม Garnet Red มาพร้อมชุดแต่งดีไซน์สัญลักษณ์ X รอบคัน

“ใหม่! อีซูซุ วี-ครอส 4×4” (NEW! ISUZU V-CROSS 4×4) พรีเมี่ยม สปอร์ตออฟโรด ที่มาพร้อมความแรงจัดเต็ม ขับสนุกเร้าใจของเครื่องยนต์ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ เติมเต็มความเข้มสไตล์สปอร์ตทรงพลังในทุกมิติของรถด้วย ใหม่! กระจังหน้าแบบ Double Dimensions ดีไซน์แบบทูโทนสีเทาดำ และ Black Chrome ใหม่! Front Bumper Guard สีทูโทน พร้อมชุดแต่งสีเทาดำรอบคันที่กระจกมองข้าง ราวหลังคา มือจับประตู บันไดข้าง Fender Lip, Robust Extender เพิ่มความดุดัน ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์ใหม่! แบบ Robust Radius สี Matte Black พร้อมไฟท้ายดีไซน์โทนสีเข้ม ห้องโดยสารอารมณ์ใหม่ ผสานความเท่ สปอร์ต และหรูหรา ด้วยดีไซน์ High-Class & Sporty เน้นสีแบบทูโทน ดำ-น้ำตาล พร้อมออกแบบให้มิติห้องโดยสารกว้างขวาง โอ่อ่า แบบ Sharp Horizontal Layers คมเข้ม เล่นระดับกับแผงข้างประตู ที่เติมเต็มอารมณ์ด้วยวัสดุตกแต่งพรีเมี่ยม สี Brown Cafe และ Satin Silver เพิ่มความสปอร์ตหรู เหนือระดับไปอีกขั้น และจัดวางสิ่งอำนวยความสะดวกสบายตามหลัก Usability Design เน้นการใช้งานที่หลากหลาย พร้อมระบบความบันเทิงสมบูรณ์แบบของ ISUZU Ultimate Entertainment

ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” (ALL-NEW ISUZU MU-X…ORIGINALITY REDEFINED) ยอดยนตรกรรมอเนกประสงค์ระดับหรู ที่พร้อมขับเคลื่อนคุณไปสู่ความสำเร็จใหม่! ที่คุณเท่านั้นเป็นผู้กำหนด ด้วยอัตลักษณ์แห่งดีไซน์ที่สะท้อนรสนิยมหรูหราระดับมาสเตอร์พีช ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและสมรรถนะการขับเคลื่อนที่เหนือกว่ารถยนต์ในระดับเดียวกัน ด้วย ใหม่! Turn Assist with AEB ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อมีรถสวนทางขณะเลี้ยวขวา และ ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) นวัตกรรมกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera ทำหน้าที่เสมือนดวงตาอัจฉริยะ คอยตรวจจับเส้นถนน และวัตถุด้านหน้าแบบ Real Time ได้อย่างชัดเจน ขับสนุก เร้าใจ ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์แห่งการขับขี่ ด้วยเครื่องยนต์ 3.0 Ddi Blue Power กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร และเครื่องยนต์ 1.9 Ddi Blue Power Gen 2 กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร เทคโนโลยีแห่งขุมพลังอันเป็นเอกลักษณ์จาก ISUZU

 

นอกจากนี้ยังมีรถแต่งพิเศษเฉพาะรุ่น จำนวน 4 คัน เพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่ชื่นชอบในการโมดิฟายและตกแต่งรถให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ร่วมโชว์ในงานนี้ ได้แก่

“ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ รุ่น Active สีขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) ยนตรกรรมอเนกประสงค์ระดับหรู ราคาคุ้มค่า ครบครันทุกประโยชน์การใช้งาน ในราคาเริ่มต้นเพียง 1,119,000 บาท เสริมเอกลักษณ์ให้โดดเด่นสไตล์สปอร์ตของคนรุ่นใหม่ ด้วยฝากระโปรงหน้า Carbon Composite และชุดครอบกระจกมองข้างดีไซน์พิเศษ จาก Monza Factory ดุดัน สง่างามด้วยชุด ล้อแต่งจากแบรนด์ Rays รุ่น TE37 ขนาดใหญ่ 9×18 นิ้ว และยาง TOYO TIRES (ST-3) ขนาด 265/60R18 เสริมความสนุกในการขับขี่ทุกเส้นทางด้วยชุดช่วงล่าง Race Series จาก Explorer เร่งแรงแซงเหนือสปีดด้วยคันเร่งไฟฟ้า Alpha Tech รุ่น Spark 3 พร้อมกล่องพ่วงเพิ่มแรงม้า Alpha Tech รุ่น Super Storm พร้อม Plug & Play รวมมูลค่าชุดแต่ง 274,790 บาท

 

“ใหม่! อีซูซุ วี-ครอส 4×4” รุ่น 4 ประตู สีเทาโอเพคใหม่! (Islay Gray Opaque) พรีเมี่ยม สปอร์ตออฟโรด คันแกร่งตัวจริงที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์สั้นพิเศษ ชุด “ISUZU V-CROSS 4×4 MASTER OF ALL ROADS…ตัวจริงทุกเส้นทาง” เสริมอุปกรณ์ตกแต่ง เพิ่มความดุดัน มีเอกลักษณ์ในระดับ TOP CLASS ด้วยผลิตภัณฑ์ชุดแต่งจาก ARB อาทิ กันชน (Summit Bull Bar) ชุดกันกระแทกด้านข้าง (Side Rail) และบันไดข้าง (Side Step) ไฟสปอร์ตไลท์ Solis ขนาด 9 นิ้ว, ชุดแผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถ มาพร้อมชุดช่วงล่างตัวท็อปสุด รุ่น BP-51 เติมเต็มฟังก์ชั่นสไตล์ออฟโรดด้วยชุดขอลากเรือด้านหลัง, ล้ออัลลอย Fuel รุ่น Warp ขนาด 9×17 นิ้ว คู่กับยาง TOYO TIRES (M/T) รหัส 265/70R17, ฟิล์มกรองแสง Lamina รอบคัน พร้อมสติ๊กเกอร์ดีไซน์พิเศษ “MASTER OF ALL ROADS…ตัวจริงทุกเส้นทาง” รอบคันรวมมูลค่าชุดแต่ง 347,300 บาท

“ใหม่! อีซูซุ วี-ครอส 4×4” รุ่น 4 ประตู สีเทาโอเพคใหม่! (Islay Gray Opaque) พร้อมอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษอีกหนึ่งสไตล์ ที่เป็นเพื่อนร่วมทางของคุณนิว-ชัยพล จูเลียน พูพาร์ต อีก 1 คัน ที่ใช้ถ่ายทำภาพยนตร์สั้น ชุด “ISUZU V-CROSS 4×4 MASTER OF ALL ROADS…ตัวจริงทุกเส้นทาง” โดยตกแต่งพิเศษสไตล์สปอร์ต กลมกลืนเข้ากับตัวรถ ด้วยชุดการ์ดกันกระแทกกันชนหน้า และกระจังหน้า ติดตั้งไฟสปอร์ตไลท์ LED PIAA ขนาด 5 นิ้ว เสริมความแกร่งให้ช่วงล่างด้วยชุดช่วงล่างจาก OLD MAN EMU, ล้ออัลลอย KMC แบรนด์ยอดนิยมจากสหรัฐอเมริกา รุ่น KM535 ขอบขนาด 9×18 นิ้ว คู่กับยาง TOYOTIRES (R/T) ขนาด 265/60R18 เสริมมิติแห่งความเท่ด้วยชุดขาจับและคานขวางอเนกประสงค์, ชุดบันไดข้างออกแบบพิเศษ, ฟิล์มกรองแสง Lamina รอบคัน พร้อมสติ๊กเกอร์ดีไซน์พิเศษ “ISUZU V-CROSS 4×4 MASTER OF ALL ROADS” บ่งบอกความเป็นเอกลักษณ์ที่คุณเท่านั้นเป็นผู้กำหนด รวมมูลค่าชุดแต่ง 140,300 บาท

 “ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ สเปซแค็บ” 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ (Isuzu Safety Car คันใหม่ล่าสุด) รถนำขบวนรถแข่งเข้าสู่สนามในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ รายการ “Isuzu One Make Race 2022” จี๊ดจ๊าดด้วยชุด Body Part รอบคัน สะดุดตากับสีนีออน เลมอน (Neon Lemon) ใหม่รอบคัน พร้อมสติ๊กเกอร์ดีไซน์ 1.9 Ddi Blue Power Gen 2 โฉบเฉี่ยวครบทุกมิติสปอร์ตด้วยชุดแต่งคาร์บอน  พรีเมี่ยมครบชุด ตั้งแต่ฝากระโปรงหน้า, กระบะท้าย, สปอยเลอร์บนหลังคา และชุดกระจกมองข้าง จาก Akana Carbon ปรับแต่งช่วงล่างให้มีสมรรถนะเทียบเท่ารถแข่งด้วยชุดช่วงล่างจาก Hotbits ล้ออัลลอย PP Super Wheels รุ่น XT006RR ล้อคู่หน้าขนาด 9.5×18 นิ้ว ล้อคู่หลังขนาด 10.5 x18 นิ้ว มาพร้อมยางรถยนต์ TOYO TIRES (PROXES SPORT) ยางหน้าขนาด 245/45 R18 ยางหลังขนาด 275/40 R18, ดิสก์เบรก 4 ล้อ Run Stop แบบ 6 พ็อต ขนาด 355 มิลลิเมตร  พร้อมเพิ่มขีดสุดแห่งสมรรถนะของความเร็วด้วยกล่องพ่วงเพิ่มแรงม้า รุ่น Ultra Boost พร้อม Plug & Play จาก ECU Shop ติดตั้งชุดคลัชท์ BRC และท่อไอเสียจาก Nitto พร้อม Roll Cage, พวงมาลัยรถแข่งและเบาะรถแข่ง Sparco และเข็มขัดนิรภัย 6 จุด จาก HC Group รวมมูลค่าชุดแต่ง 344,400 บาท

นอกจากนี้อีซูซุยังได้เตรียมโปรโมชั่นชุดใหญ่ให้ผู้ที่สนใจเลือกซื้อรถสามารถเลือกสรรให้เหมาะได้ตามความต้องการ อาทิ “โปรจัดใหญ่ ให้เต็มแมคซ์” และ “โปรแรงทะลุไมค์” ที่เลือกผ่อนขั้นต่ำในอัตราเริ่มต้นเพียง 4,000 บาท/เดือน* (ในรุ่นรถและรายละเอียดที่บริษัทฯ กำหนด) หรือทดลองขับฟรี 90 วัน ผู้ที่สนใจสามารถร่วมสัมผัสและทดลองขับยนตรกรรมคุณภาพระดับ พรีเมี่ยม ได้ที่บูธอีซูซุ ในงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43” (Bangkok International Motor Show 2022) ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน นี้ ณ ฮอลล์ 2 อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี