Home Blog Page 308

GWM ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับกรมสรรพสามิต ปรับราคา ORA Good Cat ทุกรุ่นในเฟสแรก

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เดินหน้าผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นสังคมยานยนต์ไฟฟ้า ลงนามข้อตกลงร่วมกับกรมสรรพสามิต และประกาศปรับราคา ORA Good Cat ที่มีจำหน่ายในปัจจุบันทุกรุ่น พร้อมทั้งเพิ่มสิทธิประโยชน์สำหรับลูกค้าที่ได้ออกรถไปก่อนหน้า เดินหน้าสนองนโยบายภาครัฐด้านการส่งเสริมการใช้และผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการใช้งานทั่วประเทศ ร่วมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านรถยนต์ไฟฟ้าของอาเซียน พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) ของประเทศไทย

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงกับกรมสรรพสามิต ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อร่วมมาตรการสนับสนุนการใช้และการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยในเฟสแรก โดยในเฟสแรกนี้ รัฐบาลจะมอบเงินอุดหนุนจำนวน 70,000 – 150,000 บาทต่อคันตามขนาดแบตเตอรี่รถยนต์ พร้อมสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากการลดลงของภาษีมูลค่าเพิ่ม  ซึ่ง เกรท วอลล์ มอเตอร์ พร้อมให้ความร่วมมือและสนับสนุนนโยบายดังกล่าวอย่างเต็มที่ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั่วประเทศไทย และมีความยินดีที่จะประกาศราคาขายปลีกภายใต้เงินอุดหนุนจากรัฐบาลในเฟสแรกนี้ของ ORA Good Cat ที่จำหน่ายในประเทศไทย ทั้ง 3 รุ่น ดังต่อไปนี้

  • ORA Good Cat รุ่น400 TECH จากราคา 989,000 บาท เป็นราคา 828,500 บาท
  • ORA Good Cat รุ่น400 PRO จากราคา 1,059,000 บาท เป็นราคา 898,500 บาท
  • ORA Good Cat รุ่น500 ULTRA จากราคา 1,199,000 บาท เป็นราคา 1,038,500 บาท

ในโอกาสเดียวกันนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้สานต่อความตั้งใจในการดำเนินธุรกิจที่เน้นการให้ความสำคัญกับลูกค้า (User-Centric) มอบสิทธิพิเศษให้กับผู้เป็นเจ้าของ ORA Good Cat ที่ได้ออกรถไปแล้วก่อนการลงนามบันทึกข้อตกลงกับกรมสรรพสามิต หรือก่อนวันที่ 21 มีนาคม 2565 เพื่อแสดงความขอบคุณลูกค้าทุกท่านสำหรับการสนับสนุนและความไว้วางใจที่มอบให้กับแบรนด์และผลิตภัณฑ์ด้วยดีเสมอมา โดยลูกค้าจะได้รับสิทธิพิเศษรวมมูลค่ากว่า 25,000 บาท ดังรายละเอียดต่อไปนี้

  • รับ GWM Point 100,000 คะแนน มูลค่า 10,000 บาท สำหรับใช้แลกรับของสมนาคุณและบริการต่างๆ บน GWM Application
  • รับเครดิตการชาร์จประจุไฟฟ้า ณ สถานีอัดประจุไฟฟ้าของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ทุกแห่งทั่วประเทศ มูลค่า 15,000 บาท

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “จากนโยบายของภาครัฐที่ต้องการส่งเสริมให้ประเทศไทยมีการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น รวมถึงก้าวขึ้นสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน และผลักดันให้การผลิตยานยนต์ภายในประเทศเป็นยานยนต์ไร้มลพิษ หรือ Zero Emission Vehicle (ZEV) ในสัดส่วน 30% ภายในปี พ.ศ 2573 เป้าหมายดังกล่าวไม่เพียงสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในการลงทุนและดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นแนวทางให้เราได้สร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการรูปแบบใหม่ๆ อยู่เสมอ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและประสบการณ์ด้านการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภคชาวไทย เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีความยินดีและพร้อมที่จะสนับสนุนนโยบายของรัฐและทุกภาคส่วน เพื่อร่วมเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการส่งเสริม สร้างสรรค์ และพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย เพื่อให้เกิดการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าที่สะอาด ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางของอาเซียนได้อย่างเป็นรูปธรรม การปรับลดราคา ORA Good Cat  ทุกรุ่น รวมไปถึงสิทธิพิเศษต่างๆ ที่เรามอบให้กับลูกค้าในครั้งนี้ ยังสะท้อนถึงคำมั่นสัญญาที่เราให้ไว้ว่าจะรับฟังเสียงของทุกคนเพื่อสร้างประสบการณ์อันยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าของเรา”

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เข้าสู่ปีที่ 2 ของการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยจะยังคงเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคด้วยการนำเสนอรถยนต์พลังงานไฟฟ้าคุณภาพอย่างต่อเนื่อง สำหรับในปี 2565 นี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เตรียมเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 5 รุ่น จาก 3 แบรนด์ โดยจะมีรถยนต์ไฟฟ้า 100% จากแบรนด์ ORA ด้วยอย่างแน่นอน เพื่อตอบรับนโยบายส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐ พร้อมทั้งเพิ่มทางเลือกด้านรถยนต์ไฟฟ้าที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นให้กับคนไทย ต่อยอดความสำเร็จของ ORA Good Cat ที่ได้เข้ามาสร้างความคึกคักให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle หรือ BEV) และสามารถครองใจผู้บริโภคชาวไทยอย่างรวดเร็ว ปัจจุบัน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ส่งมอบรถยนต์รุ่นนี้ให้กับลูกค้าชาวไทยไปแล้วทั้งสิ้น 1,108 คัน (เดือนพฤศจิกายน 2564 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2565) ครองตำแหน่งผู้นำด้านรถยนต์ไฟฟ้า 100% ของไทยอย่างเหนียวแน่นนับตั้งแต่เดือนแรกที่มีการส่งมอบ

นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังพร้อมเดินหน้าพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จประจุไฟฟ้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศหลังจากในปีที่ผ่านมาได้เปิดตัว G-Charge Supercharging Station สถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบ fast charge แห่งแรกของเกรท วอลล์ มอเตอร์ ในประเทศไทย ณ สยามสแควร์ กรุงเทพมหานคร ซึ่งติดตั้งเครื่องอัดประจุไฟฟ้าแบบ DC จำนวน 3 เครื่องชาร์จ หัวชาร์จแบบ CCS Type 2 เครื่องละ 2 หัวจ่าย รวม 6 หัวจ่าย กำลังสูงสุดขนาด 160kW สามารถชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้พร้อมกันถึง 6 ช่องจอด และไม่เพียงรองรับแค่รถยนต์ของ GWM เท่านั้นแต่ยังสามารถให้บริการแก่รถยนต์ไฟฟ้าไม่จำกัดแบรนด์ ตลอด 24 ชั่วโมงและทุกวันอีกด้วย สำหรับปี 2565 นี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตั้งเป้าหมายการขยายสถานีอัดประจุไฟฟ้าให้เป็น 55 แห่งทั่วประเทศ ภายใต้การดำเนินงาน 3 รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น G-Charge Supercharging Station การขยายเครือข่ายจุดบริการอัดประจุไฟฟ้าไปยัง GWM Partner Store ในจังหวัดต่างๆ รวมถึงการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในการเปิดจุดชาร์จแบบ DC  ตามโรงแรม ห้างสรรพสินค้า และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้า พร้อมทั้งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยให้ก้าวไกลสู่อนาคต

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก” (Global Intelligent Technology Company) มุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัย ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และพร้อมที่จะให้การสนับสนุนนโยบายภาครัฐ ตลอดจนทุกภาคส่วนในสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเศรษฐกิจไทยให้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน

พาชมรถไฮไลท์ในงาน Motor Show 2022 รถไฟฟ้าและรถเอนกประสงค์ เปิดตัวหลากรุ่น

0
Motor Show 2022 Pic Open

บางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ หรือ Motor Show2022 ได้เริ่มต้นหลังจากมีทิศทางที่ดีของกระแสเศรษฐกิจที่ชะลอตัวมาจากสถานการณ์โควิด-19 ในปีนี้มีค่ายรถยนต์มาเข้าร่วมเต็มพื้นที่และจากการสังเกตุการณ์ เทรนของรถยนต์ที่จำหน่ายในเมืองไทยประจำปี 2022 นั้นตกไปอยู่ที่กลุ่มรถไฟฟ้าและรถอเนกประสงค์ รวมถึงมีมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐมาสนับสนุนในเรื่องของภาษี ซึ่งทำให้ราคาจำหน่ายนั้นถูกลงกว่าเดิมพอสมควร Autoworldthailand ขออาสาพาทุกท่านมาชมไฮไลท์รถใหม่ที่เปิดตัวในงานครั้งนี้ แต่จะมีรุ่นไหน และแบรนด์อะไร ติดตามได้จากรายงาน

Audi RS 7 Sportback

อาวดี้ ประเทศไทย เผยโฉม The New Audi RS 7 Sportback สุดยอดนวัตกรรมสปอร์ตสี่ประตูตัวแรงสมรรถนะ Supercar

Motor Show 2022 1

ดีไซน์ภายนอก มากับชุดแต่งแบบ Glossy Black RS พร้อมตกแต่ง Audi Ring และชื่อรุ่นด้วยสี Glossy Black กระจังหน้าลายรังผึ้งขนาดใหญ่สีดำเงาเพิ่มมิติด้านหน้ารถให้หล่อเข้ม

Motor Show 2022 2

ทันสมัยไปกับระบบ MMI Navigation plus พร้อมจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้วและจอมัลติฟังก์ชั่นแบบสัมผัสตอบสนองการสั่งงาน (haptic feedback) ขนาด 8.6 นิ้ว พร้อม Audi drive select เลือกปรับโหมดการขับขี่ได้ทั้งแบบอัตโนมัติ หรือจะซิ่งสนุกกับ “RS MODE”

Motor Show 2022 3
ขุมพลังเครื่องยนต์วี 8 ให้กำลัง 600 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.6 วินาที มากับระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ quattro with sports differential มาพร้อมเทคโนโลยีทันสมัยในราคาค่าตัว 10.7 ล้านบาท

Motor Show 2022 4

BMW i4 M50

รถสไตล์ Gran Coupe 4 ประตูขุมพลังไฟฟ้ารุ่นแรกที่ใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 2 ตัว ให้กำลังสูงสุด 544 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 795 นิวตัน-เมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 225 กม./ชม. พร้อมแบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออนขนาด 83.9 kWh ให้ระยะทางขับขี่ราว 521 กิโลเมตรต่อการชาร์จแต่ละครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP)

Motor Show 2022 5

BMW i4 M50 รองรับการชาร์จด่วนแบบ DC จากระดับ 0-80% ในเวลาราว 34 นาที และถ้าชาร์จไฟเพียง 10 นาที จะให้ระยะทางขับขี่สูงสุด 140 กิโลเมตร ส่วนการชาร์จผ่านวอลล์บ็อกซ์ด้วยกำลังไฟ 11 kW ใช้เวลา 8 ชั่วโมง 15 นาที

Motor Show 2022 6

ราคาจำหน่ายตั้งไว้ที่ 4,999,000 บาท (ราคารวมแพ็คเกจ BSI Standard) จำนวนจำกัดเพียง 16 คันเท่านั้น

Hyundai Creta

ปีนี้ฮุนไดจัดเต็ม และเป็นการบ่งบอกถึงความตั้งใจที่จะขยายไลน์โปรดักส์ในเมืองไทย ซึ่งมีแพลนว่าจะมีโปรดักส์ใหม่เข้ามาจำหน่ายในไทยถึง 4 โมเดล โดยใช้ Hyundai Creta เป็นโมเดลแรก

Motor Show 2022 7

Hyiundai creta ครอสโอเวอร์ รูปทรงโฉบเฉี่ยว มากับการออกแบบที่พิถีพิถัน พร้อมฟังค์ชั่นการใช้งานเพื่อความเพลิดเพลินและปลอดภัย ตามสไตล์รถอเนกประสงค์ 5 ที่นั่ง

Motor Show 2022 8

ขุมพลังเบนซิน 1.5 ลิตร 115 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ IVT พร้อมโหมดขับที่ใช้งานได้ทั้งในชีวิตประจำวันหรือไลฟ์สไตล์สำหรับสายลุย เปิดตัวพร้อมจำหน่ายกับค่าตัวไม่ 1 ล้านบาท

Motor Show 2022 9

Ford Ranger New Generation

งานนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกของโลกที่เผยโฉมครบทั้งครอบครัว Ranger อันได้แก่ Ford Ranger Ford Everest และ Ford Raptor เจเนอเรชันใหม่

Motor Show 2022 10

จุดเด่นของรถทั้ง 3 รุ่นมากับรูปลักษณ์ที่สะดุดตายิ่งขึ้น ด้านหน้ามีการออกแบบทั้งหน้ากระจังและโคมไฟใหม่ สวย ทันสมัย

Motor Show 2022 12

ในส่วนของรถครอบครัวอเนกประสงค์ Ford Everest ได้มีการตกแต่งให้ดูบึกบึน มาพร้อมกับตัวช่วยการขับขี่และตัวช่วยด้านความปลอดภัยแบบจัดเต็ม

Motor Show 2022 13
แต่ที่ดุดันสุดต้องยกให้ไดโนเสาร์บ้าพลัง Ford Raptor ซึ่งในครั้งนี้ ขุมพลังที่ติดตั้งเป็นเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบคู่ 3.0 ลิตร EcoBoost V6 ให้กำลังถึง 397 แรงม้า ที่ 5,650 รอบต่อนาทีและแรงบิด 583 นิวตันเมตร ที่ 3,500 รอบต่อนาที ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ซึ่งทั้งเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังปรับแต่งโดยทีมฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์

Motor Show 2022 15

New Honda Civic e:HEV

ยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดานไอคอน ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีการขับเคลื่อนขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV ใหม่ และเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) เป็นครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย

Motor Show 2022 16

รูปลักษณ์ภายนอกมากับดีไซน์สปอร์ต โฉบเฉี่ยว และหรูหรามากยิ่งขึ้น ด้วยการตกแต่งโครเมียม และเอกลักษณ์ของยนตรกรรมไฮบริด ที่ชัดเจนด้วยโลโก้ H Mark ตกแต่งกรอบสีฟ้า และสัญลักษณ์ e:HEV ด้านท้าย

Motor Show 2022 17

ภายในห้องโดยสารสะท้อนความสปอร์ตพรีเมียม ด้วยเบาะหนังกลับและวัสดุสังเคราะห์ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง แป้นเหยียบคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ต

Motor Show 2022 18

เบาะนั่งด้านหลังแยกพับแบบ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่สัมภาระ พร้อมเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกล้ำสมัยที่จะเชื่อมต่อคุณและรถยนต์ให้เป็นหนึ่งเดียวด้วยฟังก์ชันและเทคโนโลยีที่หลากหลาย

Motor Show 2022 19
ขุมพลังขับเคลื่อนแบบฟูลไฮบริด e:HEV ที่ผสานการทำงานอันทรงพลังร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Direct Injection Atkinson-Cycle DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน โดยระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV มี 3 โหมดการใช้งาน ได้แก่ โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) และโหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode)

Motor Show 2022 20

The new Mercedes-Benz C-Class

เดอะนิวเบบี้ลักชัวรี เจเนอเรชันที่ 6 รหัส W206 มากับดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยรูปลักษณ์แบบสปอร์ต และมีขนาดตัวรถที่กว้างขึ้นในทุกมิติ เปิดตัวพร้อมกัน 2 รุ่นได้แก่ C 220 d Avantgarde ราคา 2.59 ล้านบาท และ รุ่น C 220 d AMG Dynamic

Motor Show 2022 21

ดีไซน์ภายในก้าวไปอีกขั้นกับการตกแต่งที่ถอดแบบมาจากรุ่น S-Class ทั้งหน้าจอ LCD ความละเอียดสูง การปรับรูปแบบการแสดงผลได้ 3 แบบ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านหุ้มด้วยหนัง

Motor Show 2022 23

คอนโซลกลางแบบ LED จอสัมผัสแนวตั้งขนาดใหญ่ 11.9 นิ้วที่เบี่ยงเป็นมุมเฉียงมายังผู้ขับขี่เล็กน้อย ทั้งยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยและมาตรฐานของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ได้รับการยกระดับขึ้นอีกขั้น

Motor Show 2022 24

ด้านสมรรถนะกับขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร พัฒนาใหม่พร้อมระบบ Mild Hybrid สร้างและจ่ายไฟฟ้าเพื่อเลี้ยงระบบไฟฟ้าของรถ โดยเป็นระบบมอเตอร์ไฟฟ้าแบบพิเศษ แบบ 48V technology ทำให้ได้กำลังรวมมากถึง 200 แรงม้าที่ 3,600 รอบ/นาที และให้แรงบิด 440 นิวตันเมตรที่ 1,800-2,800 รอบ/นาที และทำความเร็วได้สูงสุด 245 ก.ม./ช.ม. พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด (9G-TRONIC)

Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé Special EDITION

และอีก 1 รุ่น ทำในอนาคคจะกลายเป็น Rare Item เพราะรถรุ่นนี้มีจำหน่ายเพียง 120 คัน ก่อนมีอันต้องลาจากไลน์ผลิตตามนโยบายยกเลิกการผลิตรถยนต์ในกลุ่ม Coupe ของบริษัทแม่

Motor Show 2022 24

ขุมพลังของเครื่องยนต์เบนซินแบบวี 6 สูบ BITURBO engine มอบพละกำลังที่แข็งแกร่งกับแรงม้าสูงสุด 390 แรงม้าที่ 6,100 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 520 นิวตันเมตรที่ 2,500-5,000 รอบต่อนาที มอบความเร็ว แรง และเร้าใจในชั่วพริบตาด้วยอัตราเร่งจาก 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 4.7 วินาที

Motor Show 2022 25

New Mitsubishi Xpander

กระแสตอบรับดีเกินคาดด้วยยอดจำหน่ายกว่า 40,000 คัน สำหรับ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ซึ่งการมาใหม่ในครั้งนี้ ได้รับการปรับเปลี่ยนดีไซน์ให้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

Motor Show 2022 25

ภายในมีการปรับปรุง พร้อมติดตั้งและเพิ่มเทคโนโลยีระบบอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า จึงส่งผลให้รถครอสโอเวอร์รุ่นใหม่นี้มีความโดดเด่น อรรถประโยชน์ สมรรถนะการขับขี่ และความทันสมัยมากยิ่งขึ้น

Motor Show 2022 26
ขุมพลังเครื่องยนต์เป็นแบบเดิม แต่เปลี่ยนระบบส่งกำลังเป็นแบบ CVT พร้อมอัพเกรดช่วงล่างให้มีสมรรถนะที่ดียิ่งขึ้น

Motor Show 2022 28

New MG ZS EV 

เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวรถใหม่ทั้ง 2 รุ่นที่มาในรูปแบบไมเนอร์เชนจ์ ซึ่งในรุ่นของ ZS EV ยังได้รับส่วนลดจากมาตรการรัฐที่ช่วยสนับสนุนกว่า 200,000 บาท ส่งผลให้รุ่น D มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 949,000 บาท และ รุ่น X ราคาเพียง 1,023,000 บาท

Motor Show 2022 28

New MG ZS EV มากับรูปลักษณ์ใหม่ ด้วยหน้ากระจังที่ปิดสนิท เพื่อลดการต้านลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ แต่มีการเจาะช่องสำหรับเสียบปลั๊กชาร์จไฟ ล้อรูปแบบใหม่ซึ่งเป็นฝาครอบ ไว้ช่วยเรื่องแอโรไดนามิกด้วยเช่นกัน

Motor Show 2022 29

ในเรื่องของแบตเตอรี่เพิ่มขนาดเป็น 50.3 KWh ทำระยะทางได้ถึง 401 กม./การชาร์จ 1 ครั้ง กำลังแรงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 177 แรงม้า แรงบิด 280 นิวตันเมตร ทั้งยังจัดเต็มกับเทคโนโลยีความลปอดภัย ADAS ด้วยเช่นกัน

Motor Show 2022 29

New MG HS Minor Change

สำหรับ New MG HS เป็นอีก 1 โมเดลที่เปิดตัวในงานนี้ โดยมีการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น จากชุดกระจัง และโคมไฟทั้งด้านหน้าและด้านหลังรูปแบบใหม่

Motor Show 2022 30

ไฮไลท์ไปอยู่ที่ MG HS PHEV ที่มากับขุมพลัง 264 แรงม้าแรงบิด 480 นิวตันเมตร พร้อโหมดการขับขี่ถึง 5 รูปแบบ ซึ่งการใช้งานมอเตอร์ไฟฟ้า สามารถทำระยะทางไกลได้ถึง 67 กม.

Motor Show 2022 30

Neta

Neta Auto Thailand เผยโฉม Neta รถยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์ 5 ที่นั่ง ที่มากับขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าแบบเดี่ยว single electric motor กับความจุแบตเตอรี่ Ternary Lithium Battery 38.54 kWh ให้กำลังมากถึง 95 แรงม้า แรงบิด 160 นิวตันเมตร โดยวิ่งไกลสุดต่อการชาร์จหนึ่งครั้งทำได้ 380 กม. ตามมาตรฐาน NEDC

Motor Show 2022 44

ทำความเร็วสูงสุดได้ 101 กม./ชม. พร้อมการชาร์จปกติแบบ AC 0-100% ได้ 8 ชั่วโมงและชาร์จเร็ว DC 30-80% ได้ประมาณ 30 นาที

Motor Show 2022 45

ราคาจำหน่ายยังไม่มีข้อมูล แต่จะเปิดตัวพร้อมจำหน่ายีกทีหลังจบงาน ข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้กับผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการนั่นคือ BRG Group

ORA Good Cat GT
เจ้าเหมียวไฟฟ้าดีไซน์สปอร์ต กับการเผยโฉมครั้งแรกใน ที่มาพร้อมกับสมรรถนะอันเร้าใจด้วยพละกำลังสูงสุด 171 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร

Motor Show 2022 31

กระจังหน้าดีไซน์สปอร์ตลายคาร์บอนไฟเบอร์ ส่วนด้านหลังโดดเด่นด้วยสปอยเลอร์ดีไซน์โฉบเฉี่ยวพร้อมตราสัญลักษณ์ GT ล้ออัลลอยทูโทนขนาด 18 นิ้ว มาพร้อมกับดิสก์เบรคคาลิปเปอร์สีแดง

Motor Show 2022 32

ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยสีแดง-ดำอันเป็นเอกลักษณ์ สะดวกสบายไปกับเบาะคนขับที่ติดตั้งระบบบันทึกตำแหน่งและฟังก์ชัน Welcome Seat พร้อมเบาะระบบนวดไฟฟ้าและระบบระบายอากาศสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า และประตูท้ายเปิด-ปิดไฟฟ้าระบบแฮนด์ฟรี

Subaru BRZ

ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด ปลุกกระแสนิยมแฟนพันธุ์แท้รถสปอร์ตด้วย ดิ ออล-นิว ซูบารุ บีอาร์ซี (The All-New Subaru BRZ) รถสปอร์ตคูเป้ระดับตำนานเจเนอเรชันที่ 2 ที่มากับดีไซน์โฉบเฉี่ยวของการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ พร้อมอัดแน่นเทคโนโลยีความปลอดภัย EyeSight Advanced Driver Assist Technology เป็นครั้งแรก

Motor Show 2022 33

Subaru BRZ มาพร้อมกับเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ที่ ปรับขุมพลังใหม่ ขนาด 2.4 ลิตร มอบอัตราเร่งที่ดุดันด้วยพละกำลัง 237 แรงม้าและแรงบิด 250 นิวตันเมตร

Motor Show 2022 34

ห้องโดยสารและแผงคอนโซลดีไซน์ใหม่ เบาะที่นั่งคู่หน้าบุด้วยหนังและวัสดุพิเศษ (Ultrasuede) แผงหน้าปัดเรือนไมล์แบบ LCD หน้าจอระบบสัมผัสอินโฟเทนเมนต์ขนาด 8 นิ้ว พร้อม ระบบเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto เสริมระบบควบคุมเสถียรภาพแบบสปอร์ต Track mode ที่ให้อิสระแก่ผู้ขับขี่มากขึ้น และเพิ่มความมั่นใจด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย EyeSight Advanced Driver Assist Technology

Suzuki Carry Motor Home

Motor Show 2022 41

ซูซูกิได้นำ Suzuki Carry มาดัดแปลงเป็น Motor Home หรือรถบ้าน ซึ่งปัจจุบันตลาดรถบ้านในประเทศไทยกำลังขยายตัวและเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยความนิยมของผู้บริโภคในช่วงโควิด เลือกที่จะทำรถบ้าน Motor Home เพื่อออกเดินทางไปท่องเที่ยว แต่ยังสามารถทำงานนอกสถานที่ในแบบ “Work from anywhere”และในขณะเดียวกันผู้บริโภคมีการปรับตัวเริ่มทำธุรกิจ Food Truck มากขึ้น หลายคนจึงเลือกที่จะทำ food Truck ผนวกกับรถบ้านไปในตัวอีกด้วย

Motor Show 2022 42

SUZUKI CARRY มีขนาดตัวรถที่สามารถนำไปดัดแปลงได้หลากหลาย กระบะบรรทุกแบบเรียบ ผลิตจากแผ่นเหล็กเสริมกัลวาไนซ์มีคุณสมบัติป้องกันสนิมและลดการสึกกร่อน สามารถเปิดได้ทั้ง 3 ด้าน ขนถ่ายสัมภาระได้สะดวกยิ่งขึ้น รองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ รับน้ำหนักบรรทุกสูงสุดถึง 945 กิโลกรัม ราคาจำหน่ายเพียง 385,000 บาท

Tank 300

ครั้งแรกกับการปรากฏโฉมในตลาดต่างประเทศของเอสยูวีออฟโรดพลังงานไฟฟ้าสำหรับนักขับขี่ขาลุย หลังจากที่ได้จัดแสดงครั้งแรกที่งาน Shanghai Auto Show ในปีที่ผ่านมา

Motor Show 2022 35

TANK 300 HEV Concept Car จากแบรนด์ TANK ที่มาพร้อมดีไซน์คลาสสิก บึกบึน แต่แฝงความสง่างามและทันสมัยอยู่ในตัว พร้อมด้วยเครื่องยนต์ทรงพลังและเทคโนโลยีอัจฉริยะมากมายที่พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การขับขี่ในเมืองได้อย่างครบครัน และยังรองรับการผจญภัยได้อย่างลงตัวด้วยกันชนขนาดใหญ่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

Motor Show 2022 36

จัดเต็มกับโหมดการขับขี่ที่มากถึง 7 รูปแบบ ร่วมด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะระดับ L2+ และฟังก์ชั่นช่วยเหลือการขับขี่มากกว่า 30 ฟังก์ชั่น โดย TANK 300 HEV Concept Car สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม TANK ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอัจฉริยะสำหรับรถยนต์ออฟโรดของ เกรท วอลล์ มอเตอร์

Toyota BZ4X

รถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบ Toyota bZ4X คือ รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ ประเภท SUV ขนาดกลาง และเป็นหนึ่งในยนตรกรรมแห่งอนาคตใหม่ล่าสุด เป็นรุ่นแรกในซีรีส์ bZ จากโตโยต้า ทั้งนี้ Toyota แบรนด์ bZ จะเป็นยนตรกรรมไฟฟ้า แบรนด์ใหม่ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นภายใต้ซีรีส์ที่มีชื่อว่า bZ โดยรถรุ่นนี้ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ทนทาน ความจุ 71.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง และมีเป้าหมายระยะทางวิ่งสูงสุด ที่ประมาณ 500 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ตามมาตรฐานระดับโลก WLTP (Worldwide Harmonised Light Vehicles Test Procedure)

Motor Show 2022 38

Toyota bZ มาจากคำว่า “Toyota Beyond Zero” ซีรีส์รถยนต์ไฟฟ้าใหม่ล่าสุด ที่พัฒนาภายใต้แนวคิดให้เป็นยนตรกรรมไม่ใช่เป็นเพียงแค่รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ช่วยลดปริมาณมลพิษ แต่จะเป็นยนตรกรรมที่จะนำเสนอการขับเคลื่อนแห่งความสุข ที่มีคุณค่าเหนือความคาดหมายให้กับลูกค้าผู้ที่เลือกเป็นเจ้าของ พร้อมที่จะรักและมีความสุขกับการขับขี่ กับคอนเซปต์ของยนตรกรรมนี้ให้เป็น “ศูนย์รวมกิจกรรมแห่งความสุข (Activity Hub)” สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร รวมถึงสังคมและผู้คนรอบตัว ในหลากหลายด้าน

สำหรับรถใหม่แต่ละรุ่น สามารถไปรับชมตัวจริงอย่างใกล้ชิดได้ที่งาน บางกอกอินเตอร์เนขั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายนนี้ ที่อิมแพคชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี

 

All New Yamaha R15 ยอดถล่มทลาย 500 คันอย่างรวดเร็ว ผ่านระบบ Pre Booking

0

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์คุณภาพ ได้ทำการเปิดตัว All New Yamaha R15 ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 พร้อมเปิดจองผ่านระบบออนไลน์ในวันที่ 23 มีนาคม 2565 ที่เริ่มตั้งแต่เวลา 00.00 น. โดยยอดจอง 100 คันแรกนั้นใช้เวลาเพียงแค่ 9 นาที ผ่านเว็บไซต์ https://bit.ly/AllNewR15_OnlineBooking โดยยอดจองจำนวน 100 คันแรกจะได้รับโปรโมชั่นสุดเร้าใจ ดังนี้
1.เลือกรับฟรีดาวน์ หรือ ขี่ฟรี 90 วัน
2.ฟรีประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อระยะเวลา 3 ปี จากวิริยะประกันภัย
3.ฟรีหลักสูตรอบรมขับขี่ Sport Riding Skill จาก Yamaha Riding Academy
4.ฟรีบัตรเข้าชมการแข่งขัน MotoGP Thailand Grand Prix 2022 ณ สนามช้างฯ จ.บุรีรัมย์ จำนวน 2 ใบ (Grand stand)
5.ลุ้นรับทะเบียนสวย Number 1 จำนวน 1 รางวัล ประกาศผลผู้โชคดีวันที่ 8 เมษายน 2565 ผ่าน Facebook: Yamaha Society Thailand

นอกจากนี้ All New Yamaha R15 ยังได้รับกระแสความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดจองถล่มทลายทะลุ 500 คัน ไปอย่างรวดเร็ว (ณ วันที่ 23 มีนาคม 2565 เวลา 17.00 น.)

หมายเหตุ:
1. เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขรายการส่งเสริมการขายนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

2. โปรโมชั่นเลือกรับฟรีดาวน์ หรือขี่ฟรี 90 วัน จ่ายตามจริง และสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท

3. ลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์ต้องทำการซื้อขาย หรือผ่านเงื่อนไขตามข้อกำหนดของบริษัทเช่าซื้อแล้วเท่านั้น

4. รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่สามารถ แลก เปลี่ยน หรือทอนเป็นเงินสด หรือค่าบริการอื่นๆ ได้

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Yamaha Society Thailand

 

New Honda Civic e:HEV เผยโฉมครั้งแรกของโลก พร้อมรับจองในมอเตอร์โชว์ 2022

0
New Honda Civic e:HEV Pic Open

เผยโฉมแบบเซอร์ไพรส์กับ New Honda Civic e:HEV ที่มาพร้อมขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV และ Honda SENSING ราคาจำหน่ายรุ่นท๊อพไม่เกิน 1.3 ล้าน ชมคันจริงได้ที่งานมอเตอร์โชว์ 2022

New Honda Civic e:HEV 1
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เผยโฉม New Honda Civic e:HEV ยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดานไอคอน ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีการขับเคลื่อนขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV ใหม่ และเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) เป็นครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกมากับดีไซน์สปอร์ต โฉบเฉี่ยว และหรูหรามากยิ่งขึ้น ด้วยการตกแต่งโครเมียม และเอกลักษณ์ของยนตรกรรมไฮบริด ที่ชัดเจนด้วยโลโก้ H Mark ตกแต่งกรอบสีฟ้า และสัญลักษณ์ e:HEV ด้านท้าย

New Honda Civic e:HEV 2

New Honda Civic e:HEV 3

กระจังหน้าและกันชนหน้าสไตล์สปอร์ต มือจับประตูด้านนอกสีเดียวกับตัวรถตกแต่งด้วยโครเมียม ซึ่งไฟหน้าก็มีการตกแต่งด้วยโครเมียมด้วยเช่นกัน มาพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED และไฟตัดหมอกคู่หน้า

New Honda Civic e:HEV 4

ไฟท้ายเป็นแบบ LED มีสไตล์เอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้านบนหลังคาติดตั้งเสาอากาศแบบครีบฉลาม ในส่วนของล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วทำสีใหม่

New Honda Civic e:HEV 5

รุ่นท๊อพ e:HEV RS จะมาพร้อมสัญลักษณ์ RS ที่กระจังหน้าและฝากระโปรงท้าย ติดตั้งสปอยเลอร์หลัง ส่วนล้ออัลลอยเป็นขนาด 18 นิ้ว

New Honda Civic e:HEV 7
ภายในห้องโดยสารสะท้อนความสปอร์ตพรีเมียม ด้วยเบาะหนังกลับและวัสดุสังเคราะห์ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง แป้นเหยียบคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ต

New Honda Civic e:HEV 8

เบาะนั่งด้านหลังแยกพับแบบ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่สัมภาระ พร้อมเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกล้ำสมัยที่จะเชื่อมต่อคุณและรถยนต์ให้เป็นหนึ่งเดียวด้วยฟังก์ชันและเทคโนโลยีที่หลากหลาย

New Honda Civic e:HEV 10

รุ่น RS จะได้รับการติดตั้งระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะพร้อม Honda Smart Key Card ดีไซน์เรียบหรู ล็อกและปลดล็อกรถได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่พกการ์ดไว้กับตัว

New Honda Civic e:HEV 11
มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้ว ส่วนรุ่น El+ จะใช้ขนาด 7 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay แบบไร้สาย และ Android Auto พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง Siri

New Honda Civic e:HEV 13

อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา ช่องปรับอากาศและช่องเชื่อมต่อ USB
2 ตำแหน่งสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง และฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) เทคโนโลยีเชื่อมต่อรถยนต์ที่ทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน เป็นต้น

New Honda Civic e:HEV 14
ขุมพลังขับเคลื่อนแบบฟูลไฮบริด e:HEV ที่ผสานการทำงานอันทรงพลังร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Direct Injection Atkinson-Cycle DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน

New Honda Civic e:HEV 15

ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV มี 3 โหมดการใช้งาน ได้แก่ โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) และโหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) พร้อมโหมดการขับขี่ที่เลือกได้ตามสไตล์ทั้ง
•ECON Mode – โหมดการขับขี่แบบประหยัด พร้อมปรับการทำงานของเครื่องยนต์ให้สัมพันธ์กับการ
ขับขี่เพื่ออัตราการประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น
•Normal Mode – โหมดการขับขี่แบบปกติ สำหรับการขับขี่ใช้งานโดยทั่วไป
•เพิ่มเติมด้วย Sport Mode – โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต ที่การทำงานของเครื่องยนต์ตอบสนองการเร่ง
ได้ดียิ่งขึ้นเพื่อการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ

New Honda Civic e:HEV 16

เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ทำงานผ่านกล้องมุมมองกว้างด้านหน้า ช่วยตรวจจับรถยนต์และคนเดินถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

New Honda Civic e:HEV 16

การทำงานหลัก ๆ ของฟีเจอร์ต่างๆมีดังนี้
•ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS) ระบบช่วยเตือน
ผู้ขับขี่ให้ลดความเร็วเมื่อมีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน หรือคนเดินถนนที่อยู่ในระยะไม่ปลอดภัย และเมื่อมีความเสี่ยงต่อการชน ระบบจะช่วยเสริมแรงเบรกอัตโนมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงการชนหรือลดความรุนแรง
จากอุบัติเหตุ
•ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
•ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
•ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
•ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
•ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)

New Honda Civic e:HEV 19

เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยจัดเต็ม อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Monitor) กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) และระบบ Auto Brake Hold ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมเตือนผู้โดยสารด้านหลัง (Front Passenger and Rear Seat Belt Reminder) และไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder) เป็นต้น

Honda Civic e:HEV มีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่นย่อย ได้แก่
•รุ่น RS ราคาประมาณการไม่เกิน 1,270,000 บาท
•รุ่น e:HEV EL+ ราคาประมาณการไม่เกิน 1,150,000 บาท

New Honda Civic e:HEV 20

สีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น e:HEV RS สีดำคริสตัล (มุก) สีขาวแพลทินัม (มุก) สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และสีฟ้ามอร์นิงมิสต์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น e:HEV EL+ และสีภายใน มีทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีดำ และสีเทาเบจ ซึ่งขึ้นอยู่กับสีภายนอก โดยรุ่น e:HEV RS สีภายในจะเป็นสีดำเท่านั้น

สัมผัส New Honda Civic e:HEV ได้ที่บูทฮอนด้า (A9) ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 3 เมษายน 2565 โดยลูกค้าที่สนใจสามารถจองสิทธิ์ได้ในงานหรือที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2565 – 31 พฤษภาคม 2565 โดยจะทำการเปิดตัวและจำหน่ายอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2565

พิเศษ ลูกค้าที่จองสิทธิ์ ฮอนด้า ซีวิค อี:เอชอีวี ใหม่ ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2565 เวลา 22.00 น.** รับฟรี ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) แพ็กเกจขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ โดยเพิ่มระยะเวลาอีก 2 ปี หรือระยะทาง 40,000 กิโลเมตร ต่อจากระยะเวลาหรือระยะทางการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตรแรกสิ้นสุดลง มูลค่า 19,500 บาท**
โดยจะได้รับสิทธิ์เมื่อจองและรับรถภายในวันที่บริษัทฯ กำหนด**

ฟิล์มกรองแสง Midas เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ จับมือ เทดดี้ ออโต้ เซลล์ฯ บุกงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43

0

ฟิล์มกรองแสง Midas รุกตลาดฟิล์มระดับพรีเมี่ยม เปิดตัว ฟิล์มป้องกันกระจกหน้ารถ Midas Hybrid X Windshield เจาะกลุ่มลูกค้ารถยนต์ที่ต้องการความปลอดภัย และแข็งแกร่งเป็นพิเศษ พร้อมจับมือ เทดดี้ ออโต้ เซลล์ฯ ผู้นำเข้า และจำหน่ายรถยนต์รายใหญ่จากต่างประเทศ ร่วมออกบูธแสดงสินค้า ในงาน The 43nd Bangkok International Motor Show 2022 (บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43)

Midas and Corona ฟิล์มกรองแสงสำหรับรถยนต์ และอาคาร ระดับ Hi–end ที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศ และทั่วโลก นำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งคนไทยจะเรียกติดปากแบบสั้นๆว่า “ฟิล์มกรองแสง Midas (ไมดาส)” โดยผลิตภัณฑ์ของ Midas ถือเป็นนวัตกรรมในวงการฟิล์มรถยนต์ ที่รู้จักกันดีว่าเป็น ฟิล์มปรับแสง และกันความร้อนได้สูงถึง 99 % และยังมีฟิล์มกันรอย สำหรับแบรนด์รถหรู รวมถึงกลุ่มซูเปอร์คาร์ในไทย ต่างนิยมใช้ฟิล์ม Midas กันอย่างแพร่หลาย

คุณพรรษมณฑ์ โรจน์ดำรงพินิจ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เซเว่นตี้ทู อินเตอร์เทรด จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากได้รับการแต่งตั้งจากทาง Midas Export USA ให้เป็นตัวแทนจำหน่าย Midas and Corona แบรนด์ระดับ Hi-end อย่างเป็นทางการในประเทศไทย และภูมิภาคเอเชีย จนถึงปัจจุบันได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี สำหรับการรุกตลาด ปี 2565 ฟิล์มกรองแสง Midas รุกตลาดเปิดตัว ฟิล์มป้องกันกระจกหน้ารถ Midas Hybrid X Windshield เจาะกลุ่มลูกค้ารถยนต์ที่ต้องการความปลอดภัย และแข็งแกร่งเป็นพิเศษ ที่จะช่วยผู้ที่ติดตั้ง Midas Hybrid X Windshield หมดกังวลเรื่องรอยใบปัดน้ำฝน และไม่มีเสียงรบกวนจากการใช้งานใบปัดน้ำฝน หลังจากการติดตั้ง อีกทั้งยังป้องกันสะเก็ดหิน ป้องกันการโจรกรรม และการปาหิน

Midas Hybrid X Windshield มาพร้อมคุณสมบัติพิเศษ เนื้อฟิล์มหนาเพียง 4 มิล มีความเหนียว ป้องกันการแตกกระจาย ให้ความใส พร้อมวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ติดตั้งง่าย รอยต่างๆสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ self-healing นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา รับประกันคุณภาพสินค้า 2 ปี จำหน่ายในราคาเริ่มต้นเพียง 18,000 บาท

พร้อมกันนี้ ยังร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ เทดดี้ ออโต้ เซลล์ฯ ผู้นำเข้า และจำหน่ายรถยนต์รายใหญ่จากต่างประเทศ ร่วมออกบูธแสดงสินค้า LX MODE by Teddy Auto Sale งาน The 43rd Bangkok International Motor Show 2022 (บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43) จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ก้าวด้วยกัน ไปด้วยใจ ไปได้ไกล” หรือ “KEEP MOVING FORWARD TOGETHER” ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม-3 เมษายน 2565 บูธ LX MODE by Teddy Auto Sale อาคารชาลเลนเจอร์ 1 ณ อิมแพคท์ เมืองทองธานี เปิดตัว Midas Hybrid X Windshield พร้อมจัดโปรโมชั่นเด็ดภายในงานนี้อีกด้วย

“จากความร่วมมือกับ เทดดี้ ออโต้ เซลล์ฯ เมื่อปีที่แล้วนับว่า บริษัทฯ ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยลูกค้าให้การตอบรับ ฟิล์มกรองแสง Midas อย่างล้นหลาม เนื่องจากลูกค้าให้การยอมรับ และมั่นใจในคุณภาพในแบรนด์ Midas โดยมีการบอกต่อกันเอง ทำให้ Midas ได้รับความไว้วางใจ และเชื่อถือจากลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนประสบความสำเร็จมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้ปีนี้ บริษัทฯ จึงได้ร่วมกับ เทดดี้ ออโต้ เซลล์ฯ เป็นปีที่ 2 เพื่อขยายการรับรู้ของแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น รวมถึงการนำเสนอนวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ ของฟิล์มกรองแสง Midas แก่ลูกค้าในประเทศไทย และผู้เข้าชมงาน

เพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ ฟิล์มกรองแสง Midas สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ หากลูกค้าเลือกซื้อฟิล์ม photochromic ฟิล์มปรับแสงได้ รับประกันตลอดอายุการใช้งาน กับ เทดดี้ ออโต้ เซลล์ฯ รับฟรีทันที !!!!! ฟิล์มกันรอยภายใน มูลค่า 18,000 บาท

คุณพรรษมณฑ์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า นอกจาก Midas Photochromic ฟิล์มปรับแสงได้ รับประกันตลอดอายุการใช้งาน ที่บริษัทฯ ได้นำมาจัดโปรโมชั่นครั้งนี้แล้ว บริษัทฯ ยังมีฟิล์มกรองแสง Midas ให้เลือกอีกหลายหลายรุ่น

พร้อมกันนี้ ปี 2565 บริษัทฯ มีแผนที่จะขยายศูนย์บริการติดตั้ง ฟิล์มกรองแสง Midas and corona เพิ่มขึ้นอีก และยังเปิดรับศูนย์ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เพื่อที่จะขยายการให้บริการครอบคลุมพื้นที่ในประเทศไทย และประเทศเพื่อนบ้าน ในรูปแบบแฟรนไชส์ ที่พร้อมเปิดรับการเริ่มต้นธุรกิจง่ายๆ โดยบริษัทฯ พร้อมสนับสนุนด้วยด้วยทีมงานคุณภาพ และการฝึกอบรมให้ผู้ร่วมธุรกิจเป็นมืออาชีพ เปิดรับตัวแทนแล้ววันนี้ ผู้สนใจติดต่อ 08-5121-4444

บริษัทฯ ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษให้แก่ลูกค้าที่รับรองได้ว่าเป็นเอกสิทธิ์พิเศษ ที่มาพร้อมกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ Midas ระดับ Hi-End เพราะเราพร้อมดูแล และบริการลูกค้าทุกท่านอย่างดี และมืออาชีพที่สุด

พบกับ ไทคานน์ จีทีเอส (Taycan GTS) ใหม่ เปิดตัวครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43

0

ปอร์เช่ ไทคานน์ จีทีเอส (Taycan GTS) ใหม่ เปิดตัวครั้งแรกของภูมิภาค ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 (43rd Bangkok International Motor Show 2022) มหกรรมยานยนต์สุดยิ่งใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ – จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 มีนาคม ถึง 3 เมษายน 2022 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป นำทัพรถสปอร์ตใหม่ล่าสุดกว่า 9 รุ่น เข้าร่วมประชันโฉมภายในงานมอเตอร์โชว์ 2022 ซึ่งมีดาวเด่นเป็นสุดยอดสปอร์ตระดับตำนาน ปอร์เช่ 911 จีทีเอส (911 GTS) และ คาเยนน์ คูเป้ (Cayenne Coupe) จอดท้าทายสายตาผู้เข้าร่วมงาน

ปอร์เช่ จัดเตรียมทัพยนตกรรมสปอร์ตหลากหลายรุ่น ที่จะสร้างความประทับใจ และสะท้อนภาพลักษณ์แห่งจิตวิญญาณของนวัตกรรม ตลอดจนการพัฒนาอย่างไร้ที่สิ้นสุด ในฐานะแบรนด์รถสปอร์ตสัญชาติเยอรมนีที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในปี 2021 ทั้งในแง่ประสิทธิภาพของผลการดำเนินงานในภูมิภาค รวมทั้งส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า

ยอดขายในประเทศไทยเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า เพิ่มขึ้นถึง 107% ในปี 2021 โดยมีปัจจัยหลัก คือความต้องการผลิตภัณฑ์ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าของปอร์เช่ รถยนต์ไฟฟ้า BEV และ ปลั๊กอิน PHEV ที่สร้างยอดจำหน่ายรวมได้มากกว่า 85% ในประเทศไทย และ 1 ใน 4 ของรถปอร์เช่ที่จำหน่ายในประเทศไทยจะเป็นรถไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่

ในฐานะผู้นำด้านยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า ปอร์เช่ ประเทศไทย ได้ประกาศเรื่องแผนการขยายเครือข่ายสถานีชาร์จไฟฟ้ากระแสตรงกำลังสูง โดยมีเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างประเทศในเขตพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากแผนการดำเนินงานด้วยการจับมือร่วมเป็นพันธมิตรกับเชลล์ (Shell)  โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิดผลลัพธ์อันยิ่งใหญ่ นั่นคือการเดินทางข้ามประเทศที่ไร้ซึ่งมลพิษ จากกรุงเทพฯ ลงสู่ประเทศมาเลเซีย และต่อไปยังประเทศสิงคโปร์

ปอร์เช่ ประเทศไทย มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้เกิดการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารอันเป็นประโยชน์ ไปยังผู้คนที่มีเป้าหมายในการค้นหาความฝันตามแนวทางของตนเอง ผ่านกิจกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ต่าง ๆ อาทิ Das Treffen การรวมตัวของรถยนต์ปอร์เช่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ต่อด้วยสนับสนุนการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนคนรุ่นใหม่ด้วยกิจกรรม Wonderfruit Festival และ SCOPES รวมทั้งมุ่งมั่นทุ่มเทในการนำประสบการณ์ของแบรนด์ชั้นนำเข้ามาใกล้ชิดกับชุมชนมากยิ่งขึ้น อาทิ Porsche Studio Bangkok ICONSIAM ซึ่งมีทำเลที่ตั้งใจกลางเมือง

ปีเตอร์ โรห์เวอร์ กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทย กล่าวว่า “เราต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย รวมทั้งการใช้ชีวิตแบบ new normal ในปี 2021 และเราล้วนติดอยู่กับข้อจำกัดต่างๆ ที่รายล้อม ซึ่งเป็นอุปสรรคจากสถานการณ์ภายนอก แต่อย่างไรก็ตาม ต้องขอบคุณความต้องการในระดับสูงที่มีมาอย่างต่อเนื่องจากบรรดาแฟนๆ ชาวไทย ผู้รักในรถยนต์ปอร์เช่ และพันธมิตรทางธุรกิจใน value chain ที่มีความสัมพันธ์อันใกล้ชิด เราจึงสามารถประสบผลสำเร็จอย่างสวยงามในท้ายที่สุด”

ปอร์เช่ ไทคานน์ จีทีเอส (Taycan GTS) ใหม่: ไทคานน์ (Taycan) ในสไตล์สปอร์ตเต็มพิกัด

ด้วยตำแหน่งทางการตลาดที่วางไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ระหว่าง ไทคานน์ โฟร์เอส (Taycan 4S) กับ ไทคานน์ เทอร์โบ (Taycan Turbo) สำหรับไทคานน์ จีทีเอส (Taycan GTS) คันนี้ คือเวอร์ชั่นที่สปอร์ตที่สุด เร้าใจที่สุด มาพร้อมพิสัยการเดินทางสูงสุดถึง  504 กิโลเมตร (ทดสอบตามมาตรฐาน WLTP) นี่คือ ไทคานน์ (Taycan) รุ่นแรกที่ทำลายขีดจำกัดระยะทาง 500 กิโลเมตรได้สำเร็จ

รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้ารุ่นล่าสุด มีงานออกแบบดีไซน์ที่สร้างความแตกต่างจากพี่น้องร่วมตระกูล: ชุดแต่งตัวถัง Sports Design Package เสริมภาพลักษณ์ดุดันจากชิ้นงานตกแต่งกันชนหน้า กันชนท้าย และสเกิร์ตข้าง รวมไปถึงโคมหน้าไฟ รมดำ 3D track graphics ที่ได้รับการติดตั้ง daytime running light แบบ LED

นับเป็นครั้งแรกกับการติดตั้งหลังคากระจก panoramic roof พร้อมเทคโนโลยี “Sunshine Control” อุปกรณ์พิเศษสำหรับปอร์เช่ ไทคานน์ จีทีเอส (Taycan GTS) ใหม่ แบ่งพื้นที่กระจกออกเป็น 9 ส่วน โดยแต่ละส่วนสามารถควบคุมการทำงานได้อย่างอิสระ หลังคากระจกใหม่เพิ่มฟังก์ชั่นในการกรองแสงจากภายนอกด้วยระดับการทำงานที่ปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย ตกแต่งภายในห้องโดยสารด้วยวัสดุ Race-Tex สีดำ ชิ้นงานอลูมิเนียมปัดเงา เสริมความหรูหราสง่างาม และความสปอร์ตดุดันได้อย่างลงตัว

ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Porsche Active Suspension Management (PASM) ปรับแต่งเป็นพิเศษเพื่อปอร์เช่ ไทคานน์ จีทีเอส (Taycan GTS) โดยเฉพาะ ยกระดับสมรรถนะการขับขี่ ทั้งในเชิงของการบังคับควบคุม และความนุ่มนวลสะดวกสบาย สองวัตถุประสงค์ที่เปรียบเหมือนคุณลักษณะพิเศษของปอร์เช่ เสริมศักยภาพด้วยระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง rear-wheel steering ออกแบบเป็นพิเศษให้เหมาะสมกับ ไทคานน์ จีทีเอส (Taycan GTS) โดยมุ่งเน้นประสิทธิภาพการขับขี่ที่โดดเด่นที่สุดในรุ่น

เวอร์ชั่นสปอร์ต พกพาพละกำลังมหาศาลติดตัวมากว่า 598 แรงม้า (440 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร เมื่อเปิดใช้งานระบบ Launch Control ขณะที่ใช้งานในโหมด normal จะให้กำลังที่ 517 แรงม้า (380 กิโลวัตต์) ความเร็วสูงสุดที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ต้องยกประโยชน์ให้ความชาญฉลาดของระบบควบคุมอัจฉริยะ เกรี้ยวกราด ดุดัน แต่แฝงด้วยความเรียบง่าย ปอร์เช่ ไทคานน์ จีทีเอส (Taycan GTS) มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น รองรับสมรรถนะสไตล์สปอร์ตที่มีพิษสงรอบตัวยิ่งกว่า ไทคานน์ (Taycan) ทุกรุ่น

ดาวเด่นของปอร์เช่ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43

พื้นที่จัดแสดงรถยนต์ปอร์เช่ ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 (43rd Bangkok International Motor Show 2022) ประกอบด้วยรถสปอร์ตที่น่าสนใจถึง 9 รุ่น ซึ่งรวมถึงปอร์เช่ 911 จีทีเอส (911 GTS) ใหม่ และ คาเยนน์ คูเป้ (Cayenne Coupé) ที่มาพร้อมชุดแต่ง Lightweight Package

ปอร์เช่ 911 จีทีเอส (911 GTS) คือหนึ่งในตัวแทนความยอดเยี่ยมที่เหนือชั้นขึ้นไปอีกขั้น เฉกเช่นเดียวกันกับ ไทคานน์ จีทีเอส (Taycan GTS) ใหม่ นี่คือรถสปอร์ตสมรรถนะสูงที่ยังคงไว้ซึ่งรูปลักษณ์อันเป็นตำนานของสายพันธุ์ 911 นอกจากพละกำลังที่สูงขึ้น และการตกแต่งภายนอกที่แตกต่าง 911 จีทีเอส (911 GTS) ยังประสานศักยภาพการขับขี่สไตล์สปอร์ตเอาไว้เต็มพิกัดยิ่งกว่าที่เคยมีมา

ภาพลักษณ์ที่เรียบหรูของปอร์เช่ 911 จีทีเอส (911 GTS) ใหม่ รังสรรค์ผ่านชิ้นงานตกแต่งตัวถังภายนอกสีดำ และโคมไฟหน้ารมดำ การตกแต่งภายในห้องโดยสารส่วนใหญ่เป็นวัสดุ Race-tex สีดำ เดินตะเข็บอย่างโดดเด่นสวยงาม ติดตั้งเบาะนั่ง Sports Seats Plus เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ด้วยปีกเบาะทรงสูงที่ให้บรรยากาศของรถสนามพันธุ์แรง รวมทั้งให้อรรถประโยชน์ในการใช้งานได้อย่างแท้จริง

ขุมพลังเครื่องยนต์ 6 สูบนอนใหม่ พละกำลังสูงสุด 480 แรงม้า (353 กิโลวัตต์) ประจำการในปอร์เช่ 911 จีทีเอส (911 GTS) ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 3.4 วินาที เมื่อจับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติอัจฉริm/h acceleration tie delivers aระบบควบคุมอัจฉริยะะสิทธิถาะะเทศไทยอย่างแข็งแกร่งยะคลัทช์คู่ 8-จังหวะ (PDK) ลูกใหม่ ทั้งนี้ยังสามารถสั่งติดตั้งระบบเกียร์ธรรมดา 7 จังหวะ ที่ได้รับการปรับแต่งการเปลี่ยนเกียร์ให้กระชับฉับไวเป็นพิเศษ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับ 911 จีทีเอส (911 GTS) นอกเหนือจากระบบเกียร์ PDK

ในส่วนของระบบช่วงล่างด้านหน้า ปอร์เช่ 911 จีทีเอส (911 GTS) สร้างความแตกต่างจากพื้นฐานของช่วงล่างที่หยิบยกมาจาก 911 เทอร์โบ (911 Turbo) ยกระดับประสิทธิภาพด้วยการติดตั้งระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Porsche Active Suspension Management (PASM) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ผสานการทำงานกับระบบเบรกสมรรถนะสูงจาก 911 เทอร์โบ (911 Turbo) และล้ออัลลอยด์แบบ centre-lock สีดำ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 20 และ 21 นิ้ว ยอดเยี่ยมทั้งการบังคับควบคุม และรูปลักษณ์ที่สวยงามเฉียบขาด

ปิดท้ายด้วย ระบบระบายไอเสียรุ่นพิเศษ GTS sports exhaust เปิดประสบการณ์ความเร้าใจจากเสียงคำรามของเครื่องยนต์ที่ดุดัน ด้วยการลดปริมาณของฉนวนกั้นเสียงเข้าสู่ห้องโดยสาร

ปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด คูเป้ (Cayenne E-Hybrid Coupé) ยนตกรรมแห่งความเรียบหรู ที่ไร้คู่เปรียบ ในฐานะของสปอร์ต SUV ที่โฉบเฉี่ยวที่สุดในรถระดับเดียวกัน จากดีไซน์ตัวถังด้านท้ายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เส้นสายที่เฉียบคม และสปอยเลอร์หลังปรับระดับอัตโนมัติด้วยไฟฟ้า ส่งผลให้ คาเยนน์ คูเป้ (Cayenne Coupé) แตกต่างอย่างชัดเจนจากรถยนต์อเนกประสงค์ทั่วไป

การออกแบบภายในห้องโดยสาร โดดเด่นด้วยพื้นที่ด้านหลังจากเบาะนั่ง 2 ตัวแบบอิสระ และแนวคิดของโครงสร้างหลังคาสองรูปแบบ – หลังคากระจก panoramic fixed glass roof และอุปกรณ์พิเศษ carbon roof – เสริมอารมณ์สปอร์ตในสไตล์ที่ไม่ซ้ำใคร รถยนต์ที่จัดแสดงบนเวทีของปอร์เช่ได้รับการติดตั้งชุดแต่ง Lightweight Sports Package ซึ่งได้ควบรวมเอาชุดแต่งเสริมสมรรถนะ Sport Chrono Package เอาไว้ด้วยกัน ยกระดับสมรรถนะการเร่งออกตัวของ คาเยนน์ คูเป้ (Cayenne Coupé) จาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 5.1 วินาทีเท่านั้น

พร้อมกันนี้ ปอร์เช่ประเทศไทย ยังการเปิดโอกาสให้แฟนๆ ผู้หลงใหลในดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์  ได้สัมผัสความสปอร์ตที่หรูหรากันอย่างใกล้ชิด โดยเตรียมทัพยนตกรรมสปอร์ตปอร์เช่ ที่ผสมผสานสมรรถนะอีกหลากหลายรุ่นมาให้ชม อาทิ 911 คาร์เรร่า จีทีเอส (911 Carrera GTS), 718 บ็อกซเตอร์ ที (718 Boxster T) , 718 เคย์แมน ที (718 Cayman T), ไทคานน์ 4 ครอส ทัวริสโม่ (Taycan 4S Cross Turismo) ,พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด (Panamera 4 E-Hybrid Executive) ,คาเยนน์ อี- ไฮบริด (Cayenne E-Hybrid), คาเยนน์ อี- ไฮบริด คูเป้ (Cayenne E-Hybrid Coupé) และ  มาคันน์ เอส (Macan S)  มาร่วมจัดแสดง โดยผู้จองรถยนต์ปอร์เช่ ภายในงานจะได้รับข้อเสนอและสิทธิประโยชน์ โดยเฉพาะสิทธิการซื้อการรับประกันจากโรงงานปอร์เช่ ประเทศเยอรมนีนานสูงสุด 15 ปี*

(*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)

 

ผู้สนใจเข้าชมพื้นที่จัดแสดงรถยนต์ปอร์ได้ที่ บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 (43rd Bangkok International Motor Show 2022) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึง 3 เมษายน 2022 ณ บูธรถยนต์ปอร์เช่  (Porsche) บริเวณ A17  อาคารชาเลนเจอร์   อิมแพค เมืองทองธานี

ลามิน่าฟิล์ม รุกหนักตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ส่ง Lamina Digital EV Boost ฟิล์มดิจิทัลบูสต์เพื่อรถไฮบริด/อีวี และสมาร์ทคาร์อัจฉริยะโดยเฉพาะ

0

นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร “ลามิน่า” ฟิล์มกลุ่มพิเศษ “ลูมาร์” คุณภาพสูง ผลิตโดยซีพีฟิล์มอิงค์ มาตรฐานไอเอสโอ 9001 ในเครือบริษัท อีสต์แมน เคมิคัล จากสหรัฐอเมริกา และอุปกรณ์บรรทุกสัมภาระธูเล่ จากประเทศสวีเดน รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ครบวงจร “แอลลักซ์” คุณภาพเยี่ยมจากสหรัฐอเมริกา แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฮบริด รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) และตลาดสมาร์ทคาร์อัจฉริยะ น่าจะมีการเติบโตมากกว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ในภาพรวมปีนี้ เป็นผลมาจากทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์โลกเติบโตไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด

นอกจากนี้ ยังพบว่าภาครัฐบาลเองก็มีแนวโน้มการสนับสนุนอุตสาหกรรมดังกล่าวไปในทิศทางเดียวกัน ด้วยการออกมาตรการสนับสนุนที่คาดว่าจะมีความชัดเจนและพร้อมที่จะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงกลางปีนี้ ทำให้ผู้ผลิตสินค้าอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์จำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคเช่นกัน

“สำหรับลามิน่าฟิล์ม เรามีความเชี่ยวชาญในด้านธุรกิจยานยนต์รูปแบบใหม่ เนื่องจากโรงงานซีพีฟิล์มอิงค์ ในประเทศสหรัฐอเมริกามีประสบการณ์กับรถยนต์กลุ่มนี้มายาวนาน ทำให้มีการพัฒนาสินค้ารุ่นใหม่มาอย่างต่อเนื่อง รวมถึง Lamina Digital EV Boost ฟิล์มกรองแสงดิจิทัลบูสต์ ที่เราเปิดตัวในประเทศไทยในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 เป็นครั้งแรก”

ลามิน่า ดิจิทัล อีวี บูสต์ จะเข้ามาเป็นฟิล์มกรองแสงซีรี่ย์ที่ 5 ที่พร้อมรองรับความต้องการของเจ้าของรถยนต์ในยุคดิจิทัล โดยฟิล์มรุ่นนี้ มีการพัฒนาขึ้นมาเพื่อรถยนต์ไฮบริด รถยนต์ไฟฟ้า และสมาร์ทคาร์อัจฉริยะโดยเฉพาะ ด้วยการผลิตจากนวัตกรรม AiCeramic 100% พร้อมด้วยเทคโนโลยี DigitalBoost ที่ทำให้ได้ฟิล์มกันร้อน กันยูวีที่ดีเยี่ยม รวมถึงช่วยประหยัดพลังงานเป็นเลิศ

ความพิเศษอีกอย่างของฟิล์มกรองแสงซีรี่ย์นี้ ก็คือด้วยประสิทธิภาพการป้องกันความร้อนที่สูงเป็นพิเศษจึงช่วยลดภาระการทำงานของระบบปรับอากาศภายในรถ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในแบตเตอรี่ให้ได้นานมากขึ้นกว่าเดิม และยังช่วยบูสต์สัญญาณดิจิทัลต่าง ๆ ภายในรถทั้ง 5G และ WiFi ให้ทำงานได้อย่างเร็ว แรง ลื่น และเสถียร อีกทั้งยังให้วิสัยทัศน์ที่ยอดเยี่ยมในทุกช่วงเวลาและสภาพอากาศ

Lamina Digital EV Boost จะเข้ามาเสริมทัพฟิล์มกรองแสงดิจิทัลที่ลามิน่าฟิล์มเป็นผู้นำตลาดอยู่ในปัจจุบัน จากการมีสินค้าทำตลาดแล้ว 4 ซีรี่ย์ ประกอบไปด้วย Lamina Digital Ceramatrix ฟิล์มเซรามิคแท้ตัวจริงคุณภาพอันดับหนึ่ง Lamina Digital CM Icon ฟิล์มเพื่อผู้ใช้รถยุค 5G Lamina Digital CM One ฟิล์มเพื่อรถสมาร์ทคาร์ใหม่ป้ายแดงและ Lamina Digital Mystery ฟิล์มถนอมดวงตาเพื่อสุขภาพ

“ด้วยเทคโนโลยี  Lamina Digital Boost  บูสต์ชีวิตให้เป็น 1 เดียวกับโลกดิจิทัล     จะทำให้ฟิล์มกรองแสงลามิน่า รองรับการเชื่อมต่อสัญญาณดิจิทัล 5G และ WiFi ภายในรถทุกระบบทั้งระบบอินโฟเทนเมนต์และระบบช่วยเหลือการขับขี่อัตโนมัติได้อย่างดีเยี่ยม รวมถึงการอัพเดทซอฟท์แวร์และเฟิร์มแวร์อัตโนมัติโดยไม่ทิ้งคุณสมบัติพื้นฐานอย่างการกันความร้อนและการกันรังสียูวี ซึ่งลามิน่าฟิล์มทำได้อย่างที่ไม่เคยมีฟิล์มกรองแสงใดทำได้มาก่อน”

นางสาวจันทร์นภากล่าวว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานรูปแบบใหม่จะเป็นเทรนด์ที่สำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย โดยมีการประเมินว่าตลาดรถยนต์พลังงานใหม่จะมียอดจำหน่ายเพิ่ม 100% เป็นราว 1 แสนคันในปีนี้ ขณะที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% ก็อาจจะมียอดจดทะเบียนสูงถึงเกือบ 2 หมื่นคัน ซึ่งเป็นแนวโน้มที่เติบโตเหนือกว่าการขยายตัวของอุตสาหกรรมในภาพรวม

ทั้งนี้ มีการประเมินว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปี 2565 อาจจะขยายตัวได้ถึง 8-10% หรือคิดเป็นตัวเลข 8.4 – 8.5 แสนคัน  ซึ่งหากขยายตัวตามตัวเลขนี้ ก็น่าจะส่งผลดีต่อธุรกิจฟิล์มกรองแสงรถยนต์ในประเทศไทยให้ขยายตัวตามเช่นกัน โดยลามิน่าประเมินว่าตลาดฟิล์มกรองแสงจะขยายตัวที่ระดับ 8% และบริษัทตั้งเป้าหมายรายรับในปี 2565 ที่ 740 ล้านบาท เติบโต 10% ซึ่งเป็นการเติบโตเหนือตลาด

สำหรับการเข้าร่วมงานมอเตอร์โชว์ในปีนี้ ลามิน่าฟิล์มมาพร้อมแนวคิด Boost Up Your Life พร้อมจัดโปรโมชั่นพิเศษ เมื่อจองติดตั้งฟิล์มลามิน่าในซีรีย์ Digital Boost รุ่นใดก็ได้ เลือกรับโปร ผ่อน 0% นานสูงสุดถึง 10 เดือน พร้อมรับชุดผลิตภัณฑ์ดูแลปกป้องยานยนต์แอลลักซ์จากประเทศสหรัฐอเมริกา หรือเลือกเป็นเครื่องฟอกอากาศภายในรถ มูลค่ารวมกว่า 3,000 บาท

โปรโมชั่นนี้เริ่มตั้งแต่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2565 ที่บู๊ธลามิน่า รหัสบี 2 อิมแพค อาคารชาเลนเจอร์ 1 เมืองทองธานี เท่านั้น พร้อมรับชมสินค้าที่ยกทัพกันมาอย่างเต็มที่ โปรโมชั่นอื่น ๆ ที่น่าสนใจตลอดทั้งงาน หรือเลือกจองผ่าน Laminafilms.com ก็ได้เช่นกัน รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ โทร. 02-422-2345

“ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องของสินค้าและโปรโมชั่นเท่านั้น ลามินาฟิล์มยังยึดมั่นในการให้บริการลูกค้าอย่างดีที่สุด ด้วยประสบการณ์ในประเทศกว่า 27 ปี และเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายกว่า 770 แห่งทั่วประเทศ การรับประกันคุณภาพสินค้านาน 7 ปี พร้อมบริการให้คำปรึกษาออนไลน์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคว่าจะได้รับบริการที่ดีที่สุดเหนือใคร” นางสาวจันทร์นภากล่าวสรุป

เปิดฉาก“งานบางกอก ยูสคาร์โชว์ ครั้งที่ 13” ชูคอนเซ็ปต์ ‘ONE STOP SHOPPING ครบจบในที่เดียว’

0

บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) จัดงาน “มหกรรมรถยนต์มือสอง ครั้งที่ 13 หรือ The 13rd Bangkok Used Car Show” ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘ONE STOP SHOPPING ครบจบในที่เดียว’  พร้อมจับมือร่วมกับ “กรุงศรี ออโต้” และ สมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว ยกระดับการจัดงานเข้าสู่ระดับสากล มุ่งมั่นสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค การันตีรถยนต์ในงานทุกคัน อัดโปรโมชั่นและข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับลูกค้าในงาน โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 มีนาคม-3 เมษายน 256 บริเวณด้านหลัง อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี 

นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ กรรมการบริหาร / ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานจัดงาน “ The 13rd Bangkok Used Car Show หรือ มหกรรมรถยนต์มือสอง ครั้งที่ 13” เปิดเผยว่า แม้ในช่วงที่ผ่านมาธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์รุ่นใหม่ หรือรถยนต์มือสอง ต่างได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งในฐานะผู้บุกเบิกการจัดงานแสดงรถยนต์ในประเทศไทย ยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการ กระตุ้นให้ธุรกิจยานยนต์ในประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤติ และกลับมาเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง

การจัดงานมหกรรมรถยนต์มือสอง ครั้งที่ 13 ยังคงได้รับความไว้วาง ใจจากทั้งบริษัทรถยนต์ชั้นนำ ผู้ประกอบการธุรกิจรถยนต์มือสอง เข้าร่วมสนับสนุนให้เกิดการจัดงานแสดงรถยนต์ใช้แล้วมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงการจัดขึ้นเพื่อตอบรับ และอำนวยสะดวกต่อความต้องการของผู้บริโภคที่จะเข้ามาเลือกซื้อรถภายในงาน แต่ยังเป็นการตอกย้ำถึงความตั้งใจจริงที่จะยกระดับมาตรฐานการจัดงานให้มีความเป็นสากล ทั้งการการันตีคุณภาพรถจากผู้จำหน่าย การจัดแคมเปญโปรโมชั่นที่มากกว่า หรือเทียบเท่ากับรถรุ่นใหม่ ด้วยมาตรฐานการจัดงานอย่างมืออาชีพ

“ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศชั้นนำด้านอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งหนึ่งของโลก มีการซื้อขายรถยนต์รุ่นใหม่ในแต่ละปีเป็นตัวเลขจำนวนมหาศาล จึงส่งให้การหมุนเวียนของรถยนต์ใช้แล้วในตลาดเป็นจำนวนมาก ซึ่งเราเล็งเห็นมาตลอดว่าตลาดรถยนต์ใช้แล้วในประเทศไทยเป็นตลาดใหญ่ที่มีศักยภาพสูงมาก เพราะยังมีกลุ่มผู้บริโภคที่นิยมความคุ้มค่าและไม่ต้องการใช้จ่ายเงินจำนวนมากไปกับรถใหม่ป้ายแดง กรังด์ปรีซ์ฯ จึงเป็นผู้ริเริ่มในการจัดงาน บางกอก ยูสคาร์โชว์ เป็นครั้งแรกในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2552 เพื่อเป็นศูนย์กลางในการซื้อขายรถยนต์ใช้แล้วมาจนถึงปัจจุบัน” นายจาตุรนต์ กล่าว

สิ่งที่เป็นเครื่องยืนยันถึงคุณภาพการจัดงาน และสร้างความเชื่อมั่น ให้กับลูกค้าที่เข้ามาซื้อรถภายในงาน คือการที่คณะผู้จัดงานฯ ร่วมกับทางสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วพร้อมด้วยผู้จำหน่ายรถยนต์มือสองทุกบริษัท สร้างความเชื่อมั่นด้วยการพร้อมใจกันการลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MOU) เพื่อการันตีและรับประกันคุณภาพรถยนต์ที่ถูกนำมาจำหน่ายภายในงาน

อีกทั้งเรายังคงมีพัธมิตรที่ดีอย่าง“กรุงศรี ออโต้” ที่เข้าร่วมเป็นผู้สนับ สนุนหลักในการจัดงานมาอย่างยาวนาน พร้อมทั้งร่วมออกบูธ และนำเสนอโปรโมชั่นพิเศษ จากบริการ กรุงศรี ยูสด์ คาร์ ในการอนุมัติสินเชื่อให้กับลูกค้าภายใน 15 นาที พร้อมรับข้อเสนอผ่อนสบายสูงสุดนาน 84 เดือนและของสมนาคุณมากมาย ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์มือสองได้ง่ายขึ้น

สำหรับงานในปีนี้ งานบางกอก ยูสคาร์ โชว์ ครั้งที่ 13 จะจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ONE STOP SHOPPING หรือ ครบจบในที่เดียว” ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึงวันที่ 3 เมษายน 2565 บริเวณด้านหลัง อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี มีผู้ประกอบการจำหน่ายรถยนต์มือสองและอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์เข้าร่วมงานจำนวน 8 ราย โดยจะนำรถยนต์หลากหลายรุ่น จากแบรนด์สัญชาติญี่ปุ่น และ ยุโรป มากกว่า 100 คัน มาจัดแสดง ประกอบด้วยบริษัท AUTO MASTER, รถเศรษฐี, MILLENNIUM AUTO, MASTER CERTIFIED USED CAR, TRIPLE M , YO RATCHADA ,TARGET,  CARSOME

นอกจากนั้น ยังมีบูธจัดแสดงอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ จาก ฟิล์มกรองแสงแบรนด์ Glasia เข้ามาร่วมจัดแสดงภายในงานครั้งนี้ โดย ฟิล์มกรองแสง Glasia เป็นฟิล์มเซรามิคชั้นดีมีตาข่ายระบายความร้อน ป้องกันอินฟราเรดจากแสงแดดสูงถึง 85% และกันยูวี 100%  ซึ่งมาพร้อมโปรโมชั่นติดตั้งฟิล์มกรองแสงกลาเซียรอบคัน รวมบานหน้า เริ่มต้นที่ 3,900 บาท เฉพาะภายในงานบางกอก ยูสคาร์ โชว์ ครั้งที่ 13  เท่านั้น

“มหกรรมรถยนต์มือสอง ครั้งที่ 13 หรือ The 13rd Bangkok Used Car Show” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 มีนาคม- 3 เมษายน 2565 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.00-22.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 11.00-22.00 น. ณ บริเวณด้านหลังอาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ฮอนด้า ชูไฮไลต์ยนตรกรรมฟูลไฮบริด e:HEV นำโดย ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ พร้อมยนตรกรรมยอดนิยมหลายรุ่น ในงานมอเตอร์ โชว์ 2022

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ชูไฮไลต์ไลน์อัป e:HEV นำโดย ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ และยนตรกรรมที่มาพร้อมขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV ในหลายเซกเมนต์ เสริมทัพด้วยดีเอ็นเอความสปอร์ตกับขุมพลังเทอร์โบ นำโดย ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ และรถยอดนิยมรุ่นอื่นๆ รวม 10 รุ่น พร้อมมอบแคมเปญพิเศษ “แฮปปี้ไม่อั้น อีกขั้นความคุ้ม” ให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่ายขึ้น ด้วยดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ โชว์ ครั้งที่ 43 ณ บูทฮอนด้า (A9) อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2565 และรับข้อเสนอเดียวกันนี้ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ เมื่อจองและรับรถยนต์ฮอนด้าตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2565 – 30 เมษายน 2565

นายโนริยุกิ ทาคาคุระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้าต้องขอขอบคุณลูกค้าและสื่อมวลชนทุกท่านที่สนับสนุนและไว้วางใจในแบรนด์ฮอนด้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ 2 เดือนแรกของปีนี้ (มกราคม – กุมภาพันธ์ 2565) เรายังสามารถครองอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไว้ได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับบูทฮอนด้าปีนี้ เราจัดแสดงยนตรกรรมไฮไลต์หลากหลายรุ่น ได้แก่ กลุ่มยนตรกรรม e:HEV นำโดย ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ สปอร์ตพรีเมียมเอสยูวีที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV และ Honda SENSING ทั้งไลน์อัป เสริมทัพด้วยยนตรกรรมที่มาพร้อมดีเอ็นเอความสปอร์ต นำโดย ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดานที่มาพร้อมกับขุมพลัง VTEC TURBO ใหม่ และ Honda SENSING ในทุกรุ่นย่อย พร้อมด้วยยนตรกรรมในอีกหลากหลายเซกเมนต์ มาพร้อมแคมเปญพิเศษ “แฮปปี้ไม่อั้น อีกขั้นความคุ้ม” เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าได้อย่างลงตัว โดยฮอนด้าจะยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์ยนตรกรรมคุณภาพ พร้อมยกระดับบริการหลังการขายภายใต้มาตรฐานเดียวกันทุกโชว์รูมและศูนย์บริการทั้ง 229 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในผลิตภัณฑ์และพึงพอใจการบริการของฮอนด้าอย่างสูงสุด”

ยนตรกรรมไฮไลต์ในงาน ได้แก่

Honda Accord eHEV

Honda City eHEV
  • ไลน์อัปยนตรกรรมไฮบริด ที่มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังและอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม ได้แก่ ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก อี:เอชอีวี ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี และไฮไลต์ในกลุ่มนี้ คือ ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ สปอร์ตพรีเมียมเอสยูวีที่ขับเคลื่อนด้วยระบบฟูลไฮบริด e:HEV มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ในทุกรุ่นย่อย ดีไซน์ภายนอกสปอร์ตพรีเมียมโดดเด่นในทุกมุมมอง ยกระดับความสปอร์ตอีกขั้นด้วยดีไซน์ เอกซ์คลูซีฟรอบคันกับรุ่น RS โดยมาพร้อมระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ที่ผสานการทำงานอันทรงพลังร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และชุดหน่วยควบคุมอัจฉริยะ (Intelligent Power Unit – IPU) ที่มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร และประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 25.6 กม./ลิตร มาพร้อมสวิตช์ที่เลือกโหมดการขับขี่ได้ถึง 3 โหมด ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย ตอบโจทย์ทุกการใช้งานกับเบาะนั่งด้านหลังแบบอเนกประสงค์ที่ปรับพับได้หลากหลายรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้า ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม อาทิ ฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี พร้อมระบบปิดอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Hands-free Power Tailgate with Walk Away Close) อีกทั้งเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่อันล้ำสมัย มั่นใจในทุกเส้นทางด้วยการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง* พร้อมฟรีค่าแรงในการเช็กระยะตามตารางการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และฟรีโปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร มาพร้อมข้อเสนอดอกเบี้ย 59%* ฟรีประกันภัย 1 ปี* เมื่อจองและรับรถตั้งแต่ 1 มีนาคม 2565 – 30 เมษายน 2565
  • ไลน์อัปยนตรกรรมเทอร์โบ มาพร้อมดีเอ็นเอความสปอร์ต ที่ให้ทั้งความแรงแต่ยังคงไว้ซึ่งอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม ได้แก่ ฮอนด้า ซิตี้ เทอร์โบ ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ฮอนด้า แอคคอร์ด เทอร์โบ และไฮไลต์ในกลุ่มนี้ คือ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดานยอดนิยม ดีไซน์ภายนอกสปอร์ตพรีเมียมในทุกมุมมอง ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย นอกจากนี้ ในทุกรุ่นย่อย ให้ความแรงทรงพลังเร้าใจเกินใคร ด้วยเครื่องยนต์ VTEC TURBO 1.5 ลิตร ใหม่ พร้อมระบบเกียร์ CVT ให้กำลังสูงสุด 178 แรงม้า ให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม 17.2 กม./ลิตร ทั้งยังรองรับพลังงานทางเลือก E85 และมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING สะดวกสบายแบบเหนือกว่ากับครั้งแรกของระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะพร้อม Honda Smart Key Card ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายและเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย โดยรับข้อเสนอ ดอกเบี้ย 2.59%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี* เมื่อจองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2565 – 30 เมษายน 2565

ลูกค้าที่สนใจสามารถเยี่ยมชมบูทรถยนต์ฮอนด้า (A9) พร้อมพบกับข้อเสนอสุดพิเศษ แคมเปญ “แฮปปี้ไม่อั้น
อีกขั้นความคุ้ม”
เมื่อจองและรับรถรุ่นที่ร่วมรายการตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2565 – 30 เมษายน 2565 และข้อเสนอสุดพิเศษที่แตกต่างกันสำหรับยนตรกรรมแต่ละรุ่น เพื่อให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่ายยิ่งขึ้น ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ โชว์ ครั้งที่ 43 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2565 พร้อมรับข้อเสนอเดียวกันนี้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้า
ทั่วประเทศรวม 229 แห่ง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโดยสามารถติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 หรือแชทกับ
ที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ส่งต่อความเร้าใจครั้งใหม่ด้วยรถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นใหม่ ที่งาน มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43

0

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มุ่งมั่นเดินหน้าสานต่อเพื่อการเติบโตในประเทศไทย พร้อมส่งมอบความสุขให้แก่ลูกค้าด้วยการนำเสนอยานยนต์คุณภาพเยี่ยมที่มาพร้อมกับความน่าตื่นเต้นและความเร้าใจที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 พร้อมการเปิดตัว มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่

มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ให้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้นภายใต้แนวคิด Mitsubishi Motors-ness’ โดย มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ไม่ได้ปรับเปลี่ยนแค่เฉพาะดีไซน์ภายนอกเท่านั้น แต่ยังมีการปรับปรุงดีไซน์ภายในเพื่อการยกระดับ พร้อมติดตั้งระบบส่งกำลัง Eco-Dynamic CVT และเทคโนโลยีรุ่นใหม่ต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มอัตราการเร่งแซง ความประหยัด และความเงียบของห้องโดยสารมากขึ้นอีกด้วย”

พร้อมกันนี้ ผมขอแนะนำ มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิลแค็บ แรลลี่อาร์ท รุ่นใหม่ และ มิตซูบิชิ มิราจ แรลลี่อาร์ท ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีและดีเอ็นเอแห่งชัยชนะ ที่ได้รับการปรับแต่งให้สามารถติดตั้ง และใช้งานได้อย่างดีเยี่ยมในชีวิตประจำวัน ทั้งในรถยนต์ มิตซูบิชิ   รุ่นปัจจุบัน และรุ่น แรลลี่อาร์ท ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วจากทีมวิจัยและพัฒนาของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ด้วยกระบวนการทดสอบยานยนต์ขั้นสูง พร้อมการขับทดสอบในสภาพแวดล้อมและภูมิอากาศจำลองรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจได้ว่ารถยนต์ มิตซูบิชิ   ทุกคัน มีสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือระดับ และสามารถขับผ่านได้บนทุกอุปสรรค ทั้งนี้เราจะยังคงมุ่งมั่นในการคิดค้นนวัตกรรม  และเทคโนโลยียานยนต์ เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย และที่สำคัญที่สุด ได้แก่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย พร้อมส่งต่อความเร้าใจครั้งใหม่ของ แรลลี่อาร์ท ด้วย ‘จิตวิญญาณแห่งชัยชนะและสุดยอดเทคโนโลยี ดีเอ็นเอ’ พร้อมยานยนต์ที่น่าตื่นเต้นและมีคุณภาพที่ดีเยี่ยม ด้วยราคาจำหน่ายที่เหมาะสมสำหรับลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยทั้งหมดนี้ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการกลับมาอีกครั้งของ แรลลี่อาร์ท” มร. โคอิโตะ กล่าวเสริม

ทั้งนี้ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ได้รับเสียงตอบรับจากลูกค้าอย่างดีเยี่ยมและก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดรถยนต์อเนกประสงค์แบบเอ็มพีวี นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อเดือนสิงหาคมปี 2561 โดย มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ทุกรุ่นมียอดจำหน่ายสะสม รวมกันแล้วมากกว่า 44,000 คัน พร้อมการันตีความสำเร็จด้วยการคว้ารางวัล ‘รถยอดเยี่ยมแห่งปีของประเทศไทย’ ในประเภทรถอเนกประสงค์เอ็มพีวี เครื่องยนต์ต่ำกว่า 1,600 ซีซี นะนำ ุ่มนวน และสนุกสนานทุกการขับขี่ยอดเยี่ยมเป็นระยะเวลา 4 ปีติดต่อกัน จึงถือเป็นรถยนต์ที่สมบูรณ์แบบ ทั้งในด้านการออกแบบและความทันสมัย ซึ่งเหมาะสำหรับไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่ ที่ต้องการรถยนต์ที่มีความอเนกประสงค์ มีห้องโดยสารที่กว้างขวาง ขับขี่ได้อย่างมั่นใจ มีความทนทาน ปลอดภัย สะดวกสบาย พร้อมด้วยสมรรถนะการใช้งานในแบบรถเอสยูวี เพื่อช่วยสร้างทุกความเป็นไปได้ในชีวิตให้แก่ลูกค้าทุกท่าน

มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ได้รับการปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ให้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น ที่ไม่ใช่เฉพาะแค่เพียงภายนอกเท่านั้น   แต่ภายในยังมีการปรับปรุง พร้อมติดตั้งและเพิ่มเทคโนโลยีระบบอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า จึงส่งผลให้รถครอสโอเวอร์รุ่นใหม่นี้มีความโดดเด่น อรรถประโยชน์ สมรรถนะการขับขี่ และความทันสมัยมากยิ่งขึ้น

การยกระดับดีไซน์ภายนอกแบบ SUV

  • ด้านหน้าดีไซน์ใหม่แบบ Advanced Dynamic Shield ที่บ่งบอกถึงพละกำลังและความมั่นใจ
  • ด้านหลังดีไซน์ใหม่ พร้อมติดตั้งกันชนท้ายและแผ่นกันกระแทกแบบใหม่ ดีไซน์แบบ 3 มิติ ช่วยเพิ่มเสถียรภาพ ในการขับขี่
  • ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่แบบสีทูโทนขนาด 17 นิ้ว ที่แสดงถึงความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่น
  • เหนือระดับยิ่งขึ้น ขนาดตัวถังรถมีดีไซน์ขนาดใหญ่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง (ใหญ่เพิ่มขึ้นอีก 95 มม.)
  • ด้วยความสูงจากพื้นที่เพิ่มขึ้นอีก 15 มม. จึงทำให้รถมีความสูงมากถึง 220 มม. ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่และพร้อมลุยทุกเส้นทาง 

ประณีตเหนือระดับด้วยดีไซน์ภายในใหม่

  • ห้องโดยสารดีไซน์ใหม่แบบ Horizontal Axis เพื่อการจัดเรียงแผงควบคุมที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่ให้สามารถใช้งานง่าย พร้อมช่วยเพิ่มทัศนวิสัยและความสะดวกในการขับขี่มากยิ่งขึ้น
  • พวงมาลัยดีไซน์ใหม่ ทรงสปอร์ตและกระชับมือมากยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มความมั่นใจ ขณะขับขี่ที่ทดสอบโดยลูกค้า ชาวไทยจำนวนมาก
  • ห้องโดยสารดีไซน์ใหม่แบบสีทูโทน สีน้ำตาล-ดำ หรูหรายิ่งขึ้นด้วยด้วยวัสดุหนังสังเคราะห์หุ้มเบาะนั่ง ที่พักแขน และแผงประตูข้าง
  • หน้าจอระบบสัมผัส รุ่นใหม่ ขนาด 9 นิ้ว ที่รองรับการใช้งานแอปเปิล คาร์เพลย์
  • ระบบปรับอากาศดีไซน์ใหม่แบบดิจิทัล
  • ห้องโดยสารมีขนาดใหญ่ สะดวกสบาย และสามารถบรรทุกสัมภาระได้อย่างหลากหลาย พร้อมกันนี้ยังติดตั้ง ที่วางขวดน้ำขนาด 600 มล. มากถึง 4 ขวด ที่บริเวณที่พักแขนอีกด้วย
  • สะดวกสบายเพิ่มมากขึ้นด้วยช่อง USB 2 ช่องสำหรับเบาะแถวที่สอง แบบ Type-A และ Type-C พร้อม ช่องจ่ายกระแส ไฟ DC ขนาด 12 โวลต์ บริเวณคอนโซลหน้าและเบาะนั่งแถวที่สาม พร้อมติดตั้งเพิ่มที่วางแก้วน้ำบนที่พักแขนเบาะแถวที่สอง

ระบบการขับขี่ที่นุ่มนวลและตอบสนองอย่างดีเยี่ยม

  • ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบแปรผันต่อเนื่องรุ่นใหม่ Eco-Dynamic CVT
  • เมื่อเหยียบคันเร่ง ระบบฯจะตอบสนองด้วยอัตราเร่งที่รวดเร็วและทรงพลัง พร้อมเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ขับขี่
  • และเมื่อเหยียบคันเร่งเพียงเล็กน้อย ผู้ขับขี่จะสามารถสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลที่เป็นเอกลักษณ์ของระบบฯ ดังกล่าว รวมทั้งการตอบสนองของเครื่องยนต์ที่ยอดเยี่ยม พร้อมด้วยความประหยัดและความเงียบ
  • ระบบเบรกมือควบคุมด้วยไฟฟ้าอัตโนมัติพร้อมระบบ Brake Auto Hold
  • ระบบกันสะเทือนแบบใหม่ โดยที่ด้านหน้ามีการติดตั้งเหล็กกันโคลงและเหล็กค้ำหัวโช้คเพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแกร่ง และที่ด้านหลังมีการปรับเปลี่ยนขนาดของโช้คอัพให้มีขนาดที่ใหญ่ขั้น เพื่อช่วยเพิ่มความนุ่มนวลทุกการขับขี่
  • ภายในติดตั้งด้วยวัสดุซับเสียงคุณภาพเยี่ยมช่วยเพิ่มความเงียบสงบภายในห้องโดยสาร

มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ รถครอสโอเวอร์รุ่นใหม่ ที่มีดีไซน์ความเป็นสปอร์ต และสามารถตอบสนองทุกความต้องการของครอบครัวยุคใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่หลากหลายรูปแบบ เหมาะสำหรับครอบครัวที่กำลังมองหารถยนต์ที่มีความอเนกประสงค์ ความกว้างขวาง มีดีไซน์สไตล์สปอร์ตที่โดดเด่น การขับขี่สะดวกสบาย และยังสามารถตอบสนองวิถีชีวิตของคนในเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบ

มิตซูบิชิ มอเตอร์ ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์หลักที่จัดแสดงภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ได้แก่ มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิลแค็บ แรลลี่อาร์ท อีกหนึ่งเวอร์ชั่นที่พัฒนาขึ้นจาก มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิลแค็บ รุ่นตัวเตี้ย ที่เพิ่มความโฉบเฉี่ยว พร้อมยกระดับความสปอร์ตเพิ่มมากขึ้น ด้วยการติดตั้งแผ่นกันกระแทกที่กระบะท้ายพร้อมโลโก้ แรลลี่อาร์ท เหนือระดับยิ่งขึ้นด้วยอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษสีดำ อาทิ กระจังหน้าพร้อมเส้นคาดสีแดง ชุดแต่งชายกันชนใหม่ ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง ภายในห้องโดยสารยังตกแต่งเพิ่มด้วยพรมปูพื้นรุ่นพิเศษ ขอบสีแดงพร้อมโลโก้ แรลลี่อาร์ท ที่เน้นย้ำถึงความพิเศษและความแตกต่างของรถยนต์รุ่นดังกล่าว

ทั้งนี้ มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิลแค็บ แรลลี่อาร์ท มีสีภายนอกแบบทูโทนให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาว Solid White พร้อมหลังคาสีดำ และสีดำ Jet Black Mica ที่มาพร้อมกับชุดตกแต่งพิเศษสีดำ อาทิ กระจังหน้า ล้ออัลลอย กรอบกระจกมองข้าง มือเปิดประตู  ด้านนอก และมือเปิดกระบะท้าย ที่ช่วยเพิ่มความโดดเด่นและสร้างความแตกต่างจากรุ่นธรรมดาทั่วไป

 

อีกหนึ่งรุ่นรถยนต์ที่ตอกย้ำความโดดเด่นและความสำเร็จของ แรลลี่อาร์ท ด้วยดีเอ็นเอแห่งชัยชนะจากสนามแข่งขัน ได้แก่ มิตซูบิชิ มิราจ แรลลี่อาร์ท ที่เร้าใจยิ่งขึ้นด้วยการตกแต่งสไตล์ แรลลี่อาร์ท โดยมีสีภายนอกแบบทูโทนให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาว White Diamond และ สีแดง Red Metallic พร้อมตกแต่งหลังคาให้เป็นสีดำ พร้อมกระจังหน้าสีดำ กระจกมองข้างสีดำ และล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยสติ๊กเกอร์ตกแต่งด้านข้างที่มาพร้อมกับแถบสีแดง สีเงิน และสีดำ มีติดตั้งเพิ่ม แผ่นยางบังโคลนพร้อมโลโก้ แรลลี่อาร์ท ชุดตกแต่งซุ้มล้อสีดำ และสปอยเลอร์หลัง เพื่อเพิ่มความโดดเด่นระดับตำนาน ของแชมป์แรลลี่ผู้ยิ่งใหญ่ ภายในห้องโดยสารตกแต่งเร้าใจยิ่งขึ้นด้วยเบาะนั่งสีทูโทน สีดำแดง และพรมปูพื้นรุ่นพิเศษพร้อมโลโก้ แรลลี่อาร์ท ที่เน้นย้ำถึงความพิเศษและความแตกต่างของรถยนต์รุ่นดังกล่าว

มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิลแค็บ แรลลี่อาร์ท มีราคาจำหน่ายที่ 714,000 บาท และ มิตซูบิชิ มิราจ แรลลี่อาร์ท มีราคาจำหน่ายที่ 537,000 บาทนอกจากรถยนต์รุ่น แรลลี่อาร์ท ที่แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณแห่งชัยชนะแล้ว มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังได้เปิดตัวทีมรถแข่ง มิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ท นำโดยสุดยอดนักแข่งรถชาวญี่ปุ่น มร. ฮิโรชิ มาสุโอกะ แชมป์ดาการ์ แรลลี่ 2 สมัย ในปี 2002 และ 2003 ที่ได้รับการแต่งตั่งให้ดำรงตำแหน่งเป็น ผู้อำนวยการทีม พร้อมด้วยรถแข่ง แรลลี่อาร์ท รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง มิตซูบิชิ ไทรทัน แรลลี่คาร์ เพื่อร่วมลงแข่งขันในรายการมอเตอร์สปอร์ต โดยเริ่มจากรายการ เอเชียครอสคันทรี 2022 ที่จะถูกจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 6-12 สิงหาคม 2565 ทั้งนี้ มิตซูบิชิ ไทรทัน แรลลี่คาร์ ได้ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด ‘Mitsubishi Motors-ness’ ทั้งในด้านความแข็งแกร่ง ความทนทาน และสมรรถนะขั้นสูง โดยตัวรถยังได้รับการตกแต่งด้วยสีสันและกราฟิกที่เป็นเอกลักษณ์ของ  แรลลี่อาร์ท ทั้งสีแดง สีเงิน และสีดำ ที่แสดงถึงสมรรถนะ ความเร็ว และความสำเร็จของ แรลลี่อาร์ท จากการแข่งขันทั้งในรายการ ดาการ์ แรลลี่ และเวิลด์แรลลี่แชมเปี้ยนชิพ พร้อมกันนี้ยังแสดงถึงความมุ่งมั่นของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในการเป็นผู้นำแห่งอนาคต

นอกจากการจัดแสดงรถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นแรลลี่อาร์ท และการเปิดตัวทีมรถแข่ง มิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ท แล้ว แฟนๆ นักแข่ง และลูกค้ายังสามารถเพลิดเพลินกับของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟของแบรนด์ แรลลี่อาร์ท ได้ที่บูธ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส อีกด้วย

โดยในปีนี้ รถยนต์ มิตซูบิชิ ทุกรุ่นยังสามารถคว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีครบทุกรุ่น ดังนี้

  • มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี รับรางวัล เทคโนโลยีแบบปลั๊กอินไฮบริดยอดเยี่ยม
  • มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต รับรางวัล รถอเนกประสงค์พีพีวี ราคาคุ้มค่ายอดเยี่ยม
  • มิตซูบิชิ ไทรทัน รับรางวัล รถกระบะแบบยกสูง เครื่องยนต์ดีเซลต่ำกว่า 2,500 ซีซี ยอดเยี่ยม
  • มิตซูบิชิ ไทรทัน รับรางวัล รถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อ ราคาคุ้มค่ายอดเยี่ยม
  • มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ รับรางวัล รถอเนกประสงค์มินิเอ็มพีวี เครื่องยนต์ดีเซลต่ำกว่า 1,600 ซีซี ยอดเยี่ยม
  • มิตซูบิชิ แอททราจ รับรางวัล รถยนต์อีโคคาร์สี่ประตู ราคาคุ้มค่ายอดเยี่ยม
  • มิตซูบิชิ มิราจ รับรางวัล รถยนต์อีโคคาร์ ประหยัดน้ำมันยอดเยี่ยม

โดยลูกค้าทุกท่านมั่นใจได้เมื่อซื้อรถยนต์ มิตซูบิชิ ทุกรุ่น ด้วยบริการหลังการขายภายใต้สโลแกน ‘เราดูแล คุณแค่ขับ’ ที่พร้อมดูแลลูกค้าด้วยสินค้าและบริการที่ดีมีคุณภาพ พร้อมอะไหล่แท้ และการบริการโดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมเพื่อมอบความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ตลอดจนความสะดวกสบายในการเข้ารับบริการด้วยเครือข่ายผู้จำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 230 แห่ง เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่ารถยนต์ มิตซูบิชิ ทุกคันจะพร้อมใช้งานอยู่เสมอ ด้วยค่าบำรุงรักษาที่ไม่แพง 

เชิญชม รถยนต์ มิตซูบิชิ ทุกรุ่นที่บูธ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย A11  ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์  ครั้งที่ 43  ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1–3  เมืองทองธานี  ท่านสามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมและติดต่อขอทดลองขับได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th  หรือ  มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์  หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 ที่เปิดให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง