Home Blog Page 312

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ชูความสำเร็จปีแรก สานต่อความมุ่งมั่นสู่การเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมเติบโตเคียงข้างสังคมไทย

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ฉายภาพความสำเร็จหลังเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยครบ 1 ปี สรุปตัวเลขและเหตุการณ์สำคัญตอกย้ำความเป็นผู้นำที่พร้อมสานต่อภารกิจในการสร้างสรรค์สังคมแห่งยานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่สะอาดและปลอดภัย ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่สากล เดินหน้าเข้าสู่ปีที่สองด้วยคำมั่นสัญญาที่จะไม่หยุดยั้งนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์รูปแบบใหม่ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคพร้อมทั้งเติบโตเคียงข้างสังคมไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำเร็จของการรับฟังเสียงผู้บริโภคและการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่องในฐานะบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) โดยตลอดทั้งปี 2564 ที่ผ่านมา เราได้สร้างความคึกคักรวมทั้งปลุกกระแสการรับรู้ของยานยนต์พลังงานไฟฟ้า จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและครองใจผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างรวดเร็ว โดย เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะยังคงมุ่งมั่นนำเสนอนวัตกรรมแห่งอนาคตพร้อมกับสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการยานยนต์อย่างต่อเนื่อง และทำให้ปี 2565 นี้เป็นอีกหนึ่งปีที่น่าตื่นเต้นสำหรับทุกๆ คน”

ในโอกาสนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้รวบรวมตัวเลขและสรุปเหตุการณ์สำคัญในปี 2564 ที่ไม่เพียงเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เพื่อก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างแข็งแกร่ง แต่ยังเสริมสร้างความใกล้ชิดระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น ดังนี้

  • 9 กุมภาพันธ์ รู้จักกันเป็นวันแรก

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการผ่านการถ่ายทอดสดออนไลน์ (Live Streaming) สุดล้ำเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 ภายใต้แคมเปญ “Sawasdee Thailand – Experience Your New xEV World” ประกาศพันธกิจในการเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั้งหมด 9 รุ่นภายใน 3 ปี เตรียมรุกตลาดประเทศไทยด้วย 2 แบรนด์ยอดนิยมทั้ง HAVAL และ ORA พร้อมทั้งเผยกลยุทธ์หลักในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย 3 ประการ คือ การเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) การรับฟังเสียงผู้บริโภค (Consumer Voice Focus) และการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า (New User Experience)

  • คว้า 6 รางวัลรับประกันความร้อนแรง

หลังจากเปิดตัวแบรนด์ได้ไม่นาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ยกทัพยานยนต์ไฟฟ้าและนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคตไปจัดแสดงต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากแฟนๆ ชาวไทย พร้อมคว้า 6 รางวัลอันทรงเกียรติมาครอบครอง ได้แก่ รางวัลบูธสร้างประสบการณ์ยอดเยี่ยม (Best Experience Pavilion Award) รางวัลการนำเสนอยอดเยี่ยม (Best Presentation Award) รางวัลรถยนต์ต้นแบบยอดเยี่ยม (Best Concept Car Award) รางวัลรถไฟฟ้าดีไซน์ยอดเยี่ยม (Best Design EV Award) รางวัลนวัตกรรมรถกระบะยอดเยี่ยม (Most Innovative Pickup Award) และรางวัลการออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม (Most Gorgeous Costume Design Award)

  • ผลิตรถยนต์คันที่ 1 ในประเทศไทย ซึ่งครองอันดับ 1 ถึง 3 เดือนซ้อน

ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้แสดงความพร้อมในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ยานยนต์คุณภาพ ด้วยการผลิต All New HAVAL H6 Hybrid SUV เป็นรุ่นแรกและคันแรกจากสายการผลิตที่ โรงงาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จังหวัดระยอง ซึ่งถือเป็นโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) เต็มรูปแบบแห่งที่ 2 นอกประเทศจีนของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ โดยเป็นรุ่นที่ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นนับตั้งแต่เปิดตัว จนครองยอดขายอันดับ 1 ในกลุ่มรถยนต์คอมแพคเอสยูวีติดต่อกันถึง 3 เดือน ตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงตุลาคม 2564 และยังคงครองความเป็นผู้นำอันดับต้นๆ ในเซ็กเมนต์อย่างต่อเนื่อง

  • เนรมิตพื้นที่ที่ 4 เพื่อการใช้ชีวิตสำหรับทุกคน

ในเดือนตุลาคม เกรท วอลล์ มอเตอร์เปิด GWM Experience Center แห่งแรกของประเทศไทย ณ ไอคอนสยาม มุ่งให้เป็นพื้นที่ที่ 4 (The 4th Space) นอกเหนือจากบ้าน ที่ทำงาน และสถานที่ไลฟ์สไตล์ต่างๆ ที่ทุกคนสามารถเข้ามาเรียนรู้ ทำกิจกรรม ทำงานหรือพักผ่อนหย่อนใจได้อย่างเต็มที่ ควบคู่ไปกับการทำความรู้จักแบรนด์และผลิตภัณฑ์ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ โดยในปี 2564 ได้มีการจัดกิจกรรมรูปแบบต่างๆ ที่ GWM Experience Center รวม 50 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมดมากกว่า 1,544 คน และได้มีโอกาสต้อนรับผู้เข้ามาเยี่ยมชมตลอดทั้งปีมากกว่า 75,000 คน

  • อัดประจุไฟฟ้า 7,541 กิโลวัตต์ชั่วโมง ครบครันด้วยช่องทางการจัดจำหน่าย 30 แห่งทั่วประเทศ

เกรท วอลล์มอเตอร์ เดินหน้าสร้างระบบนิเวศของรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยการเปิดตัวสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบ DC ฟาสต์ชาร์จ G-Charge Super Charging Station ที่สยามสแควร์ซอย 7 ในเดือนพฤศจิกายน ถือเป็นสถานีชาร์จประจุไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ให้บริการรถยนต์ไปรวม 257 คัน ถ่ายโอนพลังงานไฟฟ้าไปรวมทั้งสิ้น 7,541 กิโลวัตต์ชั่วโมง นอกจากนี้ ในปี 2564 เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังเปิด GWM Store ทั้งที่เป็น Direct Store และ Partner Store รวมทั้งสิ้น 30 แห่งได้สำเร็จ ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น

  • ส่งมอบเจ้าเหมียวไฟฟ้า ORA Good Cat 462 คัน ยืนยันความเป็นขวัญใจคนไทย

สำหรับเจ้าเหมียวไฟฟ้า ORA Good Cat รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่เข้ามาปลุกกระแสและสร้างความคึกคักให้กับตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยทันทีตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องด้วยยอดขายและส่งมอบให้ลูกค้า ณ สิ้นเดือนธันวาคมรวมทั้งสิ้น 462 คัน ซึ่งเป็นเวลาเพียง 2 เดือนหลังจากการเปิดตัวเท่านั้น

  • สิงโตอารมณ์ดีสร้างกระแสดีท่วมท้น การันตีด้วยยอดจอง 4,800 คันก่อนขายจริง

All New HAVAL JOLION Hybrid SUV ได้รับการตอบรับอย่างถล่มทลาย โดยมียอดจองพุ่งสูงถึง 4,800 คันภายในระยะเวลาเพียงแค่ 10 วันหลังเปิดจองสิทธิ์เพื่อซื้อก่อนขายจริงเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา สะท้อนความสำเร็จของการเข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์ในเซ็กเมนต์เอสยูวี บี อย่างเต็มภาคภูมิ

  • ต้อนรับกว่า 3,700 ครอบครัวเข้าสู่บ้าน เกรท วอลล์ มอเตอร์

ในปี 2564 เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ต้อนรับผู้ใช้ 3,702 ท่านเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเกรท วอลล์ มอเตอร์ จากผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 รุ่นที่ได้เปิดตัวและจำหน่ายภายในปี 2564 นอกจากนี้ ยังมีจำนวนผู้ดาวน์โหลดและใช้งาน GWM แอปพลิเคชัน กว่า 50,000 ราย โดยมีจำนวนผู้ใช้งานในแต่ละวัน (Daily Active User) สูงถึง 15% ของจำนวนผู้ใช้งานทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีจำนวนผู้ติดตามบนโซเชียล มีเดียทั้ง Facebook และ TikTok มากกว่า 450,000 คน ทำให้คอมมูนิตี้ของแฟนๆ เติบโตอย่างรวดเร็วจนมีจำนวนถึงเกือบ 500,000 คน

นอกจากความสำเร็จทางธุรกิจ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค พนักงาน รวมถึงคนไทยทุกกลุ่ม โดยในปีที่ผ่านมาได้สร้างอาชีพให้กับผู้คนมากกว่า 1,000 ตำแหน่ง จัดกิจกรรมอาสาสมัครภายใต้โครงการ “GO WITH ME, GO TOGETHER” เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากโรคโควิด-19 ส่งมอบอาหาร เครื่องอุปโภค บริโภค รวมถึงความช่วยเหลือต่างๆ ไปยังผู้ที่ต้องการมากกว่า 30,000 คนทั่วประเทศ ส่งมอบหน้ากากอนามัยให้กับองค์กรภาครัฐกว่า 29 แห่ง จำนวนรวมกว่า 460,000 ชิ้น เพื่อช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะยืนหยัดและเติบโตเคียงข้างสังคมไทยในทุกสถานการณ์อย่างแท้จริง

 

สำหรับปีที่ 2 ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะไม่หยุดยั้งการพัฒนาและยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภค พร้อมเคียงข้างเติบโตไปด้วยกันกับลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และสังคม เพื่อเป็นอีกหนึ่งกำลังในการขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าให้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน

จัดเต็มไม่แผ่ว BRG ดันแคมเปญหนัก ๆ คืนกำไรให้ลูกค้า พร้อมเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ครั้งแรกที่งาน Motor Show 2022

0

BRG GROUP เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า Neta สเปคพวงมาลัยขวาครั้งแรกในงาน Motor Show 2022 พร้อมด้วยกองทัพรถยนต์ M’z Speed จองในงานรับทันที Iphone 13 Pro Max หรือส่วนลด ดอกเบี้ยพิเศษ และของแถมอีกมากมาย

BRG GROUP ได้รับสิทธิ์เปิดสเปครถยนต์ไฟฟ้า Neta V รุ่นปรับปรุงพวงมาลัยขวาเพื่อการจำหน่ายในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ที่งาน Motor Show 2022

BRG GROUP ผู้จำหน่ายรถนำเข้ายกทัพขบวนรถยนต์นำเข้ากว่า 10 รุ่น แสดงโชว์ในงาน Bangkok International Motor Show 2022 ครั้งที่ 43 นำทีมโดยรถยนต์ M’z Speed Alphard, M’z Speed Stepwagon Spada, M’z Speed Harrier, M’z Land Cruiser Prado และรุ่นอื่น ๆ อีกมากมาย พร้อมโปรโมชั่นพิเศษต่าง ๆ อาทิ รับ Iphone 13 Pro Max ทันทีเมื่อจองในงาน (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)

ในงานยังมีรถยนต์ไฮไลท์สุดพิเศษที่ได้รับขนานนามว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ล้ำสมัยที่สุดในตอนนี้อย่าง “Tesla Model Y” รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ดีไซน์สุดล้ำ มาพร้อมกับขุมพลังจากแบตเตอรี่ ลิเทียมไอออน และมอเตอร์ไฟฟ้าอันทรงพลัง สามารถเดินทางได้ระยะทางไกลถึง 525 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง พร้อมเทคโนโลยีทันสมัยมากมาย อาทิ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และระบบ Sentry Mode เป็นต้น ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อตอบสนองกับความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายในเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า นอกจากนี้ BRG GROUP ยังได้รับแต่ตั้งเป็นผู้แทนจำหน่ายเจ้าแรกจากค่ายรถยนต์ไฟฟ้าน้องใหม่มาแรงอย่าง “Neta”  ภายใต้แบรนด์ Neta Auto ซึ่งได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากบริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด  Neta มาพร้อมสเปคพวงมาลัยขวาและเทคโนโลยีอัจฉริยะมากมาย

นอกจากนี้ BRG GROUP ยืนยันได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่าย พร้อมศูนย์บริการมาตราฐานของรถยนต์แบรนด์ Neta ค่ายรถยนต์จากประเทศจีนที่มุ่งเน้นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า แบรนด์น้องใหม่ที่กำลังสร้างกระแสรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศช่วงที่ผ่านมา โดยบริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้มอบสิทธิ์กับ BRG GROUP ในการจัดแสดง และรับจองรถยนต์ล่วงหน้าสำหรับรถยนต์ Neta V รุ่นปรับปรุงพวงมาลัยขวา รวมถึงการนำรถยนต์ Neta U Pro มาให้ตลาดในประเทศไทยได้สัมผัสประสบการณ์ก่อนใคร

ยิ่งไปกว่านั้น BRG GROUP ยังเป็นผู้นำเข้าและผู้แทนจัดจำหน่ายชุดแต่งรถยนต์ระดับพรีเมี่ยมจากสำนักแต่งชื่อดังของประเทศญี่ปุ่นอย่าง M’z Speed และชุดแต่งจาก Carlsson ประเทศเยอรมนี ซึ่งในงาน  Bangkok International Motor Show 2022 จะมีการจัดโชว์รถยนต์ในคราบชุดแต่งเต็มคันอีกด้วย อาทิ M’z Speed Alphard, M’z Speed Stepwagon Spada, M’z Speed Vito เป็นต้น

ตลอดระยะเวลากว่า 41 ปี BRG GROUP ตอกย้ำการเป็นผู้นำในวงการรถยนต์พรีเมี่ยมที่บริการและรองรับทุกความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไปได้รวดเร็วเสมอมา

นอกเหนือจากลูกค้าที่เข้าไปสั่งจองภายในงานจะได้รับสิทธิประโยชน์ดังกล่าวแล้ว ในช่วงระยะเวลาระหว่างวันที่ 21 มีนาคม – 3 เมษายน 2565 ลูกค้าที่จะสั่งจองรถผ่านสาขาทั้ง 3 สาขาของ BRG คือสาขาศรีนครินทร์ , สาขารามคำแหง และสาขาแจ้งวัฒนะ รับข้อเสนอพิเศษนี้เช่นกัน

ฟอร์ด นำทัพรถฟอร์ดเจเนอเรชันใหม่ครบทุกรุ่นจัดแสดงครั้งแรกในไทย ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43

0

ฟอร์ด เตรียมนำทัพรถยนต์รุ่นใหม่ ทั้งฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ และฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจเนอเรชันใหม่ มาสร้างปรากฎการณ์ใหม่ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ให้ลูกค้าชาวไทยได้สัมผัสใกล้ชิดกับตัวจริงของรถแห่งสมรรถนะและความแกร่งอันเหนือชั้น อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและความอเนกประสงค์รอบด้านที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2565 พร้อมมอบโปรโมชั่นสุดพิเศษ ทั้งภายในงานและที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ พร้อมมอบความสะดวกสบายอีกขั้นกับการเปิดรับจองรถใหม่ผ่านช่องทางออนไลน์บนเว็บไซต์ฟอร์ด

 

ยกทัพสุดยอดรถยนต์เปี่ยมสมรรถนะครบทุกรุ่น

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ สุดยอดรถกระบะที่แกร่งที่สุด สมบุกสมบันที่สุด และชาญฉลาดที่สุดในตระกูลฟอร์ด เรนเจอร์ โดดเด่นด้วยดีไซน์โฉมใหม่ที่ดุดัน โฉบเฉี่ยว ยกระดับความแข็งแกร่งภายนอกพร้อมความหรูหราสะดวกสบายภายใน อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ครอบคลุมความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือไปอีกขั้น เพื่อเป็นรถคู่ใจที่พร้อมเป็นเพื่อนลุยในทุกเส้นทาง สมนิยาม ‘เกิดมาแกร่ง’ อย่างแท้จริง

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ ได้รับการออกแบบและพัฒนาเพื่อสร้างความตื่นเต้นให้กับคนรักการผจญภัยตัวจริง ผสานสมรรถนะอันโดดเด่นพร้อมลุยเข้ากับความสะดวกสบายเหนือระดับได้อย่างลงตัว มาพร้อมโฉมใหม่ด้วยดีไซน์ภายนอกที่ดูล้ำสมัยแข็งแกร่ง ภายในสะดวกสบายเป็นส่วนตัว อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีช่วยการขับขี่และฟีเจอร์อำนวยความสะดวกยิ่งกว่าเคย พร้อมส่งมอบความสนุกในทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ในชีวิตประจำวัน การขับไปทำกิจกรรมงานอดิเรกยามว่าง ไปจนถึงการออกเดินทางผจญภัยเพื่อสัมผัสประสบการณ์ใหม่

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจเนอเรชันใหม่ รถกระบะออฟโรดที่ทรงพลังที่สุดในตระกูลเรนเจอร์ อัดแน่นด้วยสมรรถนะขั้นสูงสุดเท่าที่ฟอร์ดเคยพัฒนา มาพร้อมดีไซน์ที่ดุดันยิ่งกว่าเคย เตรียมส่งมอบประสบการณ์การขับขี่สุดเร้าใจ พร้อมลุยทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่บนทางเรียบในชีวิตประจำวัน หรือเส้นทางออฟโรดสุดหฤโหด

ฟอร์ดเตรียมเปิดให้ลูกค้าที่สนใจสั่งจองรถฟอร์ดเจเนอเรชันใหม่เฉพาะรุ่นได้ทั้งผ่านช่องทางออนไลน์ บนเว็บไซต์ www.ford.co.th รวมถึงที่งานมอเตอร์โชว์ และที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ฟอร์ดยังพร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว และการมอบบริการแบบ ‘พร้อมเสมอ’ หรือ ‘Always-On’ ให้กับลูกค้า ด้วยนวัตกรรมด้านบริการใหม่ๆ มากมายเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าในทุกมิติ ตามความต้องของการของแต่ละคน เพื่อมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถอย่างเหนือระดับ ควบคู่กับการเปิดตัวรถฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ด้วย

 

ข้อเสนอสุดเร้าใจมากมายภายในงานมอเตอร์โชว์ 

พร้อมพบกับรถยนต์ฟอร์ดรุ่นปัจจุบันที่มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษแห่งปีภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 และที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศตลอดช่วงระยะเวลาการจัดงาน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น RAS XL Street ราคาพิเศษ 569,000 บาท (จากราคาปกติ 672,000 บาท)
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น RAS XL+ Sport ราคาพิเศษ 599,000 บาท (จากราคาปกติ 692,000 บาท)
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น DBL XLT ราคาพิเศษ 759,000 บาท (จากราคาปกติ 857,000 บาท)
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค ดอกเบี้ย99% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และโปรแกรมรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังรวม 10 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน)
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่น สปอร์ต ผ่อนเริ่มต้นเพียงเดือนละ 9,900 บาท (สำหรับปีแรก)
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นไทเทเนียม+ 4×2 ดอกเบี้ย49% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นไทเทเนียม+ 4×4 ดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 30% ผ่อนนาน 60 เดือน

ฟอร์ต เอเวอเรสต์ รุ่นปัจจุบันทุกรุ่น มาพร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และโปรแกรมรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังรวม 10 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน)

“เกรท วอลล์ มอเตอร์” เผยโฉมรถยนต์ออฟโรดรุ่น GWM TANK300 ทุบสถิติยอดขายตลาดรถยนต์จีนปี 2564

0
New Tough Off-road Contender—GWM TANK300 Arrives Now (PRNewsfoto/GWM)

เกรท วอลล์ มอเตอร์ หรือ GWM ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของจีน เปิดเผยรายงานยอดขายประจำปี 2564 โดยระบุว่า รถยนต์รุ่น GWM TANK300 มีส่วนแบ่งการตลาดที่โดดเด่น คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของตลาดรถยนต์ออฟโรดในจีน

ในฐานะรถเอสยูวีอัจฉริยะแบบออฟโรดที่มีความหรูหราภายใต้แบรนด์แทงก์ (TANK) รถยนต์รุ่น GWM TANK300 ได้ถ่ายทอดคุณสมบัติของแบรนด์ในการสร้าง “แบรนด์ออฟโรดที่โฉบเฉี่ยวทันสมัยระดับโลก” และได้สร้างหมวดหมู่ใหม่ในตลาดเอสยูวีแบบออฟโรด สำหรับ “แทงก์” เป็นแบรนด์หลักลำดับที่ 5 ที่เปิดตัวโดยเกรท วอลล์ มอเตอร์ในปี 2564 และเป็นผู้นำเทรนด์การพัฒนารถเอสยูวีรูปแบบใหม่

รถยนต์รุ่น GWM TANK300 มีข้อดีหลัก 3 ประการ ได้แก่ การผสมผสานขุมพลังอันแข็งแกร่ง ความสามารถออฟโรดที่ยอดเยี่ยม และระบบควบคุมอัจฉริยะ

การผสมผสานขุมพลังอันแข็งแกร่งเป็นหนึ่งในคุณสมบัติหลักของรถยนต์รุ่นใหม่นี้ ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินซูเปอร์ชาร์จแบบฉีดตรง 2.0T การจับคู่ที่สมบูรณ์แบบของกำลังและแรงบิดเป็นเครื่องรับประกันว่ายานพาหนะออฟโรดนี้จะมีกำลังสูงแม้ขณะทำงานเต็มที่ การใช้เกียร์ 8AT ไม่เพียงช่วยให้การขับขี่ที่ความเร็วสูงเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ยังรับประกันการใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

รถยนต์รุ่นใหม่นี้ยังมีความได้เปรียบที่ยอดเยี่ยมในด้านความสามารถแบบออฟโรด โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วย “โหมดเกาะถนน” อันทรงพลัง โดยที่เพลาไขว้สามารถวิ่งได้อย่างราบรื่นและเบรกได้อย่างรวดเร็วเมื่อขับขึ้นทางลาดชัน ด้วยความช่วยเหลืออันทรงพลังของชิ้นส่วนนี้ รถยนต์รุ่น GWM TANK300 จึงสามารถเอาชนะสภาพถนนที่ท้าทายและซับซ้อน เช่น ทะเลทราย ถนนที่มีน้ำท่วมขัง บันได และทางลาดชันได้อย่างง่ายดาย

เทคโนโลยีอัจฉริยะเป็นอีกหนึ่งฟังก์ชันอันทรงพลังของ รถยนต์รุ่น GWM TANK300 ด้วยระบบวิดีโอ 360 องศาที่สามารถปรับเปลี่ยนมุมมองได้หลากหลายเพื่อเก็บภาพสภาพแวดล้อมได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าผู้ใช้จะขับขี่รถในสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย แต่ฟีเจอร์การตรวจจับทัศนียภาพรอบตัว (Surround View Monitor) จะช่วยให้สามารถแสดงภาพที่ชัดเจนบนหน้าจอแอลซีดีได้ นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ยังสามารถสั่งงานฟังก์ชันบางอย่างด้วยเสียงเพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด

รถยนต์รุ่น GWM TANK300 ได้รับรางวัล “ขวัญใจผู้ขับขี่แห่งปี” (Best Users  Popularity Award of the Year) และรางวัล “รถเอสยูวีที่เป็นที่ตั้งตารอมากที่สุดแห่งปี” (Most Anticipated SUV of the Year) ในปีที่ผ่านมา รวมถึงได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากประสิทธิภาพที่โดดเด่น ในขณะเดียวกันยังได้รับการตอบรับที่ดีมากในตลาดจีน โดยพีซีออโต้ (PCAUTO) ซึ่งเป็นสื่อด้านยานยนต์กล่าวว่า สมรรถนะออฟโรดที่ยอดเยี่ยมของ GWM TANK300 เน้นย้ำถึงมูลค่าที่เพิ่มขึ้นในฐานะรถออฟโรด

รถยนต์รุ่นดังกล่าวจะเปิดตัวในตลาดซาอุดีอาระเบียและออสเตรเลียในเร็ว ๆ นี้ และคาดว่าจะสร้างความก้าวหน้าในตลาดเอสยูวีประเภทออฟโรดในระดับโลกและก้าวขึ้นเป็นโมเดลรุ่นใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนเปิดตัวรถยนต์รุ่น GWM TANK500 ในประเทศจีนเร็ว ๆ นี้ และอาจกลายเป็นรถตัวแทนรุ่นใหม่ในกลุ่มเอสยูวี

Fun to drive ไปกับ C-HR HEV GR Sport ใหม่ “Race Your Irresistible Ambition” ความเร้าใจที่ยากเกินต้านทาน

0

โตโยต้า แนะนำ Sub-Compact SUV ใหม่ล่าสุด เสริมทัพ GR Series กับC-HR HEV GR Sport ใหม่”  รุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด ขนาด 1.8 ลิตร ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport  เติมเต็มความรู้สึกสนุกสนานในการขับขี่ (Fun-to-drive) พร้อมสัมผัสสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกและเร้าใจยิ่งกว่า ด้วยช่วงล่างปรับจูนใหม่แบบสปอร์ต ที่ผสานกับประสิทธิภาพช่วงล่างหลังอิสระแบบปีกนกคู่ ให้สมรรถนะในการขับขี่ดีเยี่ยม และขับสนุกได้มากยิ่งขึ้น  

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำน้องใหม่ล่าสุดใน GR Series หลังจากแนะนำรถในซีรีย์นี้ ซึ่งผลิตในประเทศไทย จำนวน 4 รุ่น ล้วนแต่ประสบความสำเร็จ ได้รับความนิยมจากลูกค้าที่ชื่นชอบสมรรถนะการขับขี่แบบสปอร์ต ด้วยยอดจองรวมทุกรุ่นกว่า 9,000 คัน (ข้อมูลถึง 28 กุมภาพันธ์ 2565) ในวันนี้ โตโยต้ามีความยินดี แนะนำ “C-HR HEV GR Sport ใหม่” เสริมทัพรถยนต์นั่งสายพันธุ์ Racing สะกดทุกสายตาด้วยดีไซน์ภายนอก และภายในแบบสปอร์ต สวยเกินต้าน พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกและเร้าใจยิ่งกว่าพัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยีสปอร์ตจากสนามแข่งที่ให้อารมณ์ในการขับที่แตกต่าง สัมผัสสมรรถนะในการขับขี่ที่เร้าใจกว่าที่เคย ด้วยช่วงล่างปรับจูนใหม่แบบสปอร์ต Upgrade คอยล์สปริง และช็อคแอบซอร์บเบอร์ เพื่อสมรรถนะในการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ ให้การควบคุมคล่องแคล่วยิ่งกว่า ทรงตัวดีขึ้น เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจและขับสนุกได้มากยิ่งขึ้น เพิ่มอรรถรสในการขับแบบสปอร์ตผสานความสนุกสนานในการขับขี่ จากสถาปัตยกรรมยานยนต์ TNGA ที่แข็งแกร่ง จุดศูนย์ถ่วงต่ำ และช่วงล่างด้านหลัง Double Wishbone โดย “C-HR HEV GR Sport ใหม่” จะมอบประสบการณ์ Fun-to-drive อีกแบบ ที่เร้าใจยากเกินต้านทาน

ดีไซน์ภายนอกแบบสปอร์ตกับแพ็กเกจชุด GR Sport ประกอบด้วย สเกิร์ตรอบคัน, ชุดตกแต่งกันชนหน้า, ล้ออัลลอย 18 นิ้ว ดีไซน์ใหม่, ไฟตัดหมอกแบบ LED, พร้อมสัญลักษณ์ GR ที่กันชนหน้า และ GR Sport บริเวณท้ายรถ ภายในตกแต่งด้วยสีดำ Total Look และสี Gun Metallic สปอร์ตเข้มเต็มสไตล์ GR เบาะนั่งดีไซน์พิเศษ เดินด้ายสีเทา พร้อมสัญลักษณ์ GR , พวงมาลัยหุ้มหนังแบบเจาะรูพร้อมสัญลักษณ์ GR, ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ Push Start พร้อมสัญลักษณ์ GR

มอบความมั่นใจกับระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense ล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็น ระบบควบคุม และปรับลดระดับความเร็วได้ถึง 0 กิโลเมตร/ชั่วโมง และสามารถเร่งความเร็วกลับสู่ระดับที่ตั้งไว้เมื่อไม่มีรถขวางหน้า พร้อมระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน (All-speed Dynamic Radar Cruise Control with Lane Tracing Assist), ระบบช่วยเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงกลับอัตโนมัติ (Lane Departure Alert with Steering Assist) ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-collision system) และระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beams)

พร้อมสีภายนอกภายใต้แนวคิด GR Sport 3 สี ได้แก่ สีดำ Attitude Black Mica / Silver roof (หลังคาสีเงิน), สีขาวมุก Platinum White Pearl / Black roof (หลังคาสีดำ) และสีแดง Premium Red / Black roof 

 

TOYOTA GAZOO RACING…SPIRIT TO PUSH THE LIMITS สไตล์ที่ท้าทายทุกความรู้สึก

Toyota Gazoo Racing เริ่มต้นจากโตโยต้าเข้าร่วมแข่งขันกีฬามอเตอร์สปอร์ต เพื่อทดสอบสมรรถนะขั้นสูงสุดของรถยนต์โตโยต้า ในสนามแข่งขันทั่วโลกผ่าน Toyota Gazoo Racing จากจุดเริ่มต้นเพื่อทดสอบสมรรถนะขั้นสูงสุดของรถยนต์ สู่การนำความรู้และเทคนิคที่ได้จากการแข่งขัน มาสร้างสรรค์รถยนต์รุ่นพิเศษ GR Series เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แบบมืออาชีพ

C-HR HEV GR Sport ใหม่

  • Race Your Irresistible Ambition…ความเร้าใจที่ยากเกินต้านทาน

C-HR HEV GR Sport สวยเกินต้าน และให้การขับขี่ที่เร้าใจอย่างไร้ขีดจำกัด เฉี่ยว คม ดุดัน ไม่ใช่แค่ดีไซน์ แต่คือสไตล์การขับขี่ ด้วยเทคโนโลยีสปอร์ตจากสนามแข่งให้สัมผัสที่แตกต่าง สะท้อนตัวตนของคนที่หลงไหลในสมรรถนะการขับขี่แบบสปอร์ต

  • ใหม่ ดีไซน์ภายนอกแบบสปอร์ตกับแพ็กเกจชุด GR Sport
  • สเกิร์ตรอบคัน
  • ชุดตกแต่งกันชนหน้า
  • ล้ออัลลอย 18 นิ้ว ดีไซน์ใหม่สไตล์ GR
  • ไฟตัดหมอกแบบ LED
  • สัญลักษณ์ GR บริเวณกันชนหน้า และ GR Sport บริเวณท้ายรถ

  • ใหม่ STUNNING INTERIOR… ดีไซน์ภายในตกแต่งด้วยสีดำ Total Look และสี Gun Metallic สปอร์ตเข้มเต็มสไตล์ GR
    • เบาะนั่งดีไซน์พิเศษ เดินด้ายสีเทาสุดเท่ โดดเด่นด้วยสัญลักษณ์ GR
    • พวงมาลัยหุ้มหนังแบบเจาะรูพร้อมสัญลักษณ์ GR
    • Push Start ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ พร้อมสัญลักษณ์ GR
  • ใหม่ ช่วงล่างปรับจูนใหม่ เพื่อการขับขี่ที่เร้าใจกว่าเดิม

พัฒนาคอยล์สปริง และช็อคแอบซอร์บเบอร์ ที่ออกแบบเพื่อรุ่น GR Sport โดยเฉพาะ ผสานกับประสิทธิภาพช่วงล่างหลังอิสระแบบปีกนกคู่ ให้สมรรถนะที่ดีเยี่ยม เสริมการขับขี่ให้คล่องแคล่วยิ่งกว่า ทรงตัวดีขึ้น เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ และขับสนุกได้มากกว่าที่เคยรู้สึก  

  • เครื่องยนต์ HYBRID ขนาด 8 ลิตร

ผสาน 2 พลังขับเคลื่อน มอเตอร์ไฟฟ้ากับเครื่องยนต์ ให้การตอบสนองเต็มกำลัง พร้อมอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 24.4 กม. / ลิตร* (*ข้อมูลอ้างอิงจาก ECO Sticker)

  • BEYOND CONFIDENCE SAFETY
  • ระบบความปลอดภัย TOYOTA SAFETY SENSE
  • ALL-SPEED DYNAMIC RADAR CRUISE CONTROL WITH LANE TRACING ASSIST…ระบบควบคุม และปรับลดระดับความเร็วได้ถึง 0 กม./ชม. และสามารถเร่งความเร็วกลับสู่ระดับที่ตั้งไว้เมื่อไม่มีรถขวางหน้า พร้อมระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน
  • LANE DEPARTURE ALERT WITH STEERING ASSIST… ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงกลับอัตโนมัติ
  • PRE-COLLISION SYSTEM…ระบบความปลอดภัยก่อนการชน
  • AUTOMATIC HIGH BEAMS ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ

 

นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เปิดเผยว่าC-HR HEV GR Sport ใหม่ เป็นอีกผลิตภัณฑ์ของโตโยต้า ใน Series GR Sport ที่ผลิตขึ้นในประเทศไทย ณ โรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้าเกตเวย์ จ.ฉะเชิงเทรา ด้วยแรงบันดาลใจในการพัฒนาจาก DNA ของการเข้าร่วมการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตภายใต้แนวคิดของ Gazoo Racing ที่ว่า “จากสนามแข่ง สู่ท้องถนน” นี่คืออีกหนึ่งผลิตผลของความมุ่งมั่นในการสร้างยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า “Ever-Better Car” เพื่อตอบสนองความต้องการที่เหนือความคาดหมายของลูกค้า”

“และในวันนี้ผมมีความยินดีที่จะแนะนำ C-HR HEV GR Sport ใหม่ เติมเต็มอารมณ์สปอร์ตได้ดียิ่งขึ้น ด้วยการตกแต่งแบบสปอร์ตทั้งภายนอก ภายใน และปรับจูนช่วงล่างใหม่เพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ สำหรับผู้ที่มองหาความแตกต่าง ชื่นชอบอารมณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน ด้วยสมรรถนะอันเร้าใจ และประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงดีเยียม”  

“พร้อมกันนี้โตโยต้ามีความยินดีมอบข้อเสนอสุดพิเศษ เพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น ด้วยข้อเสนอที่ตรงใจ ตอบโจทย์ความต้องการได้ดียิ่งขึ้น

 

เชิญพบกับประสบการณ์การซื้อ และการใช้งานรูปแบบใหม่อย่างเต็มรูปแบบ

เพื่อให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของ “C-HR HEV GR Sport”  ได้ง่ายยิ่งขึ้น โตโยต้าขอนำเสนอ ประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่เพื่อเป็นทางเลือกที่เหมาะสมให้แก่ลูกค้า ได้แก่

  • โปรแกรม KINTO ความชาญฉลาดใหม่ของการใช้รถจากโตโยต้า กับข้อเสนอใหม่ที่ให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถได้ง่ายขึ้นเมื่อครบสัญญา เลือกผ่อนต่อเป็นเจ้าของ หรือ เลือกรถคันใหม่* (*เมื่อครบสัญญา ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของได้ โดยมีค่าผ่อนชำระใกล้เคียงเดิม) ไม่ต้องมีคนค้ำ ไม่ต้องดาวน์”

เลือกเป็นเจ้าของ C-HR HEV GR Sport ใหม่ที่โดดเด่นด้วย 3 สี

  • สีดำ Attitude Black Mica / Silver roof (หลังคาสีเงิน)
  • สีขาวมุก Platinum White Pearl * / Black roof (หลังคาสีดำ)
  • สีแดง Premium Red / Black roof (หลังคาสีดำ)

*สำหรับสีพิเศษ Platinum White Pearl เพิ่ม 7,000 บาท 

ในราคาพิเศษสุดคุ้มเหนือสมรรถนะ

  • ใหม่ HEV GR Sport ราคา  1,189,000 บาท****
  • HEV Premium Safety** ราคา  1,139,000 บาท****

พร้อมรับเงื่อนไขพิเศษในการซื้อ

  • ดอกเบี้ยต่ำ 0.99% และรับฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care

พร้อมแพ็กเกจการรับประกันรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดในรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด ที่ครอบคลุมทั้งแบตเตอรี่และระบบไฮบริด กับการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริด 5 ปี พร้อมข้อเสนอพิเศษ กับแพ็กเกจขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถใหม่ รวมมูลค่าทั้งสิ้นมากกว่า 97,500 บาท

**รุ่น HEV Premium Safety มี 5 สี ได้แก่

  • The Silver roof (หลังคาสีเงิน): สีดำ Attitude Black Mica / Silver roof และสีน้ำเงิน Nebula Blue / Silver roof 
  • The Black roof (หลังคาสีดำ): สีขาวมุก Platinum White Pearl * / Black roof, สีแดง Premium Red / Black roof และสีเงิน Metal Stream Metallic / Black roof

*สำหรับสีพิเศษ Platinum White Pearl เพิ่ม 7,000 บาท

****ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมราคาชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษจากบริษัท TAC จำกัด

หมายเหตุ: เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

สัมผัส และทดลองขับ C-HR HEV GR Sport ใหม่ พร้อมรับข้อเสนอมากมาย ครั้งแรก! ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2565 ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี และร่วมกิจกรรมพิเศษ ที่ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 25 – 27 มีนาคม 2565 

ติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์และกิจกรรมการตลาดเพิ่มเติมได้ที่
https://www.toyota.co.th/
Facebook: Toyota Motor Thailand
LINE ID: @ToyotaThailand

มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ ฉลองครบ 20 ปี ด้วยของขวัญชิ้นใหญ่ ‘ซื้อ มินิ รับสิทธิ์ลุ้น มินิ คูเปอร์เอสอี’

0

มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ มินิ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ฉลองครบรอบปีที่ 20 ในการดำเนินธุรกิจ และเป็นผู้แทนจำหน่าย มินิ รายแรกของไทย จัดกิจกรรม ‘20th HAPPY STORY BY MILLENNIUM AUTO’ มอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้ลูกค้าที่จองและออกรถยนต์ มินิ ภายในปีนี้ รับสิทธิ์ลุ้น มินิ คูเปอร์เอสอี รถยนต์พลังงานไฟฟ้าอีก 1 คัน พร้อมด้วยกิจกรรมพิเศษ นำทีมผู้บริหาร มินิ ประเทศไทย ทุกยุคสมัยมาร่วมส่งความสุข ผ่านเรื่องราวสุดประทับใจ รวมถึงเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา

ดร. สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) กล่าวว่า “มินิ เป็นแบรนด์รถยนต์ที่มาพร้อมไลฟ์สไตล์เป็นเอกลักษณ์จึงต้องใช้กลยุทธ์ในการทำตลาดที่แตกต่างจากรถยนต์ทั่วไป โดยเราให้ความสำคัญทางด้านอารมณ์ ความพึงพอใจ และไลฟ์สไตล์ของลูกค้ามากยิ่งขึ้น พร้อมความตั้งใจในการทำตลาดรถยนต์ มินิ อย่างจริงจัง ด้วยการสร้างโชว์รูม มินิ เอกมัย ที่เป็นโชว์รูม มินิ ที่ใหญ่สุดในโลกขณะนั้น อาคารมีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ ได้รับรางวัลพระราชทาน ผลงานสถาปัตยกรรมดีเด่น จาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี คัดเลือกโดยสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่าน ที่ได้มอบความไว้วางใจให้เราเสมอมา ซึ่งเป็นกำลังใจชั้นเลิศสำหรับทีมงาน ในการพัฒนาคุณภาพการบริการให้ดีที่สุดตลอดไป”

สมปราชญ์ โบสุวรรณ, รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด เผยว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ ได้ผ่านเรื่องราวต่างๆ มากมาย ควบคู่ไปกับความท้าทายของกลยุทธ์ในการทำตลาด ที่แตกต่างจากแบรนด์รถยนต์ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง เสมือนการเริ่มต้นจากครอบครัวเล็กๆ อันอบอุ่น ที่เติบโตขึ้น ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า มินิ ทุกท่านมาโดยตลอด วันนี้ มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ มีอายุครบ 20 ปี เสมือนเป็นคนหนุ่มที่แข็งแรงเต็มที่ พร้อมออกไปเผชิญกับโลกกว้างและความท้าทายในทุกรูปแบบ และเพื่อเป็นการฉลองครบรอบปีที่ 20 เราได้จัดแคมเปญพิเศษ ‘20th HAPPY STORY BY MILLENNIUM AUTO’ กับรางวัลใหญ่ ซื้อ มินิ รับสิทธิ์ลุ้น มินิ คูเปอร์เอสอี รถยนต์พลังงานไฟฟ้า อีก 1 คัน แทนคำขอบคุณจากพวกเราครับ”

++ ช่วงเวลาแห่งความประทับใจ ผ่านคำบอกเล่าของผู้บริหาร 6 ยุคสมัย

หนึ่งในกิจกรรมไฮไลท์ เป็นการกลับมารวมตัวกันของผู้บริหาร มินิ ทุกยุคสมัย เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวความประทับใจ ที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลาของตนเอง แบ่งเป็น 6 ยุคสมัย กับผู้บริหารทั้ง 5 ท่าน

ยุคบุกเบิก (2547-2550)

เศรษฐิพงศ์ อนุตรโสตถิ, ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายแบรนด์ระดับภูมิภาคและฝ่ายขายประเทศไทย บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และผู้นำเข้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

คุณเศรษฐิพงศ์ ผู้จัดการทั่วไปในยุคเริ่มต้นของ มินิ ประเทศไทย เล่าถึงความประทับใจในเวลานั้นว่า “ช่วงปี 2547 รถยนต์ มินิ เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ในฐานะยนตรกรรมระดับไอคอน พร้อมประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ โดยเป็นช่วงเริ่มต้นที่เราต้องถ่ายทอดข้อมูลให้กับลูกค้า ว่า มินิ เป็นรถยนต์แบบไหน มีความพิเศษอย่างไร เพื่อให้เขารู้จัก มินิ มากขึ้น และเข้าใจในตัวตนของรถยนต์ มินิ อีกทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างคอมมูนิตี้ เพื่อเป็นศูนย์กลางของผู้ใช้ มินิ ให้ได้มาพบกัน ผ่านกิจกรรมที่เปี่ยมด้วยความสนุกสนาน ตามสไตล์ มินิ และเป็นช่วงเวลาที่หนังสือพิมพ์ ‘MINISTER’ เริ่มตีพิมพ์เป็นครั้งแรก”

ยุคที่ 2 (2550-2552)

ปรีชา นินาทเกียรติกุล, ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย นับเป็นอีกหนึ่งบุคคลสำคัญ ที่มีส่วนร่วมบุกเบิกและปลุกปั้นแบรนด์ มินิ มาตั้งแต่ต้น และยังเป็นเพียงคนเดียว ที่มีโอกาสดำรงตำแหน่ง ผู้จัดการทั่วไป มินิ ประเทศไทย ถึง 2 ครั้ง และได้กล่าวถึงความประทับใจที่มีต่อ มินิ ไว้ว่า “ผมรู้สึกภูมิใจ ที่ได้มีโอกาสจัดกิจกรรมที่นับว่ามีความสำคัญกับคนไทยทั้งประเทศ คือ ‘MINI PHENOMENON 2007’ (LONG LIVE THE KING) โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ใช้รถยนต์ มินิ ในประเทศไทย มาจอดเรียงกันเพื่อแปรอักษรเป็นเลข ๙ แทนความจงรักภักดีที่พวกเรามีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 รวมถึงได้เปิดตัว มินิ รุ่น คลับแมน (Clubman) อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นรถที่มีเอกลักษณ์พิเศษ ด้วยฝาท้ายที่เปิดแยกออก 2 ฝั่ง”

ยุคที่ 3 (2552-2554)

กฤษฎา อุตตโมทย์, ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย คุณกฤษฎา เป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญ ในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ มินิ ในประเทศไทย โดยเปิดเผยว่า “มินิ ประเทศไทย ให้ความสำคัญในการสร้างประสบการณ์ที่พิเศษและโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ให้กับลูกค้า ผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย และบริการหลังการขายที่ดูแลเอาใจใส่ในทุกขั้นตอน นอกจากนั้นก็มีการเปิดตัว มินิ หลายรุ่นใหม่ อาทิ เมย์แฟร์ (Mayfair), แคมเดน (Camden), คันทรีแมน (Countryman), คลับแมน แฮมป์ตัน (Clubman Hampton)  รวมถึงเป็นช่วงเวลาเตรียมพร้อมสำหรับการประกอบมินิ คันทรีแมน ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก”

ยุคที่ 4 (2554-2557)

จตุพล พุทธวิบูลย์, ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาด เปอโยต์ ประเทศไทย คุณจตุพล เป็นผู้บริหารที่มาพร้อมความสำเร็จของการเปิดตัว มินิ คันทรีแมน รุ่นประกอบในประเทศ ณ โรงงาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ในจังหวัดระยองช่วงปี 2556 และมีโอกาสได้จัดกิจกรรมพิเศษ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยนำรถยนต์ มินิ กว่า 100 คัน แปรอักษรเป็นคำว่า ‘WE LOVE QUEEN’ รวมไปถึงการเปิดตัว มินิ รุ่น เพซแมน (Paceman) และการจัดงานเพื่อร่วมเฉลิมฉลองการแข่งขันฟุตบอลโลก ‘MINI football MINIACS’ ช่วงปี 2557”

ยุคที่ 5 (2557-2563)

ปรีชา นินาทเกียรติกุล, ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย นับเป็นการกลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้งของคุณปรีชา หลังจากที่ได้ไปดูแลแบรนด์ มินิ ในระดับภูมิภาคประจำประเทศสิงคโปร์ ซึ่งก็มีหลายเหตุการณ์สำคัญอันน่าประทับใจ อีกทั้งเป็นเสมือนจุดเริ่มต้นของการก้าวสู่ยุคอนาคต กับรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน โดยคุณปรีชาได้เล่าให้ฟังว่า “ช่วงนั้นเป็นเวลาที่ มินิ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมามากมาย ทั้ง มินิ จอห์น คูเปอร์เวิร์คส คันทรีแมน (JCW Countryman) สำหรับผู้ชื่นชอบยนตรกรรมพลังแรง, การจัดเฟสติวัลสุดชิค ภายใต้ชื่อ ‘MINI WANDERLUSTER’ และการเปิดตัวรถยนต์ ไฟฟ้า 100% อย่าง มินิ คูเปอร์เอสอี (MINI Cooper SE) ที่ได้รับความสำเร็จเป็นอย่างสูง”

ยุคที่ 6 (2563 ถึงปัจจุบัน)

ประภัสรา อร่ามวงศ์สมุทร, ผู้อำนวยการ มินิ ประเทศไทย ช่วงเวลาดังกล่าว เดินทางมาถึงจุดที่ มินิ ได้รับความนิยมกว้างขวาง และเป็นที่ยอมรับจากผู้ใช้รถในไทย โดยคุณประภัสรา เผยว่า “รถยนต์ มินิ เป็นที่ยอมรับจากลูกค้าในไทยเพิ่มมากขึ้นทุกๆ ปีอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากรถขนาดเล็กได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในยุคปัจจุบัน มีความเหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวันในเมืองได้อย่างดี ซึ่งนอกจากแบรนด์จะตอบโจทย์ ในแง่แนวคิดและวัฒนธรรมของแบรนด์ที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมายแล้ว ตัวผลิตภัณฑ์เองยังตอบโจทย์ในแง่ของเอกลักษณ์ ที่สร้างความแตกต่างในกลุ่มลูกค้า มินิ ทั้งในรุ่นที่ผ่านมา และในรุ่นปัจจุบันจะคงความเหนียวแน่นกับแบรนด์มาก และในขณะเดียวกัน ความนิยมยังแพร่หลายมากขึ้นในกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี ซึ่งปีนี้ มินิ ประเทศไทย วางแผนจะต่อยอดความสำเร็จ ด้วยการเปิดตัวรุ่น edition พิเศษอีกหลายรุ่น เพื่อสร้างสีสันให้กับตลาด และขยายฐานของลูกค้า ซึ่งใน 2 เดือนกว่าๆ ที่ผ่านมา เรานำรุ่น edition ใหม่ออกสู่ตลาดแล้วถึง 3 รุ่นด้วยกัน”

++ ฉลองครบ 20 ปี ออกรถวันนี้ รับสิทธิ์ลุ้นฟรี มินิ คูเปอร์เอสอี รถยนต์พลังงานไฟฟ้าอีก 1 คัน

เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี แห่งความสุขและความสำเร็จ มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ ขอมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้ลูกค้า กับแคมเปญ ‘20th HAPPY STORY BY MILLENNIUM AUTO’ สำหรับลูกค้าที่ทำการจองและออกรถ มินิ กับ มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2565 มีสิทธิ์ลุ้นรับรถยนต์ มินิ คูเปอร์เอสอี รถยนต์พลังงานไฟฟ้า อีก 1 คัน ครอบคลุมถึงลูกค้าที่ออกรถผู้บริหารป้ายแดงหรือรถใช้แล้ว (MINI NEXT) พิเศษสุด สำหรับลูกค้าที่นำรถ มินิ มาเทรด-อิน เพื่อเปลี่ยนเป็นรถ มินิ ใหม่ รับทันที 2 สิทธิ์

สอบถามข้อมูล โทร 1286 Millennium Auto Connect

Line Official: https://lin.ee/7mYCXPT

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

“ซูซูกิ แครี่” ตอกย้ำบทบาทผู้นำ “ฟู้ดทรัค” เติบโตสวนทางตลาด สร้างโอกาสในช่วงวิกฤติ ชูความอเนกประสงค์ครบครัน

0

ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ชูความอเนกประสงค์ของ ซูซูกิ แครี่ ตอกย้ำบทบาทผู้นำฟู้ดทรัคที่มีส่วนสำคัญในการสร้างโอกาสและร่วมขับเคลื่อนธุรกิจฝ่าวิกฤติโควิด-19 ในรูปแบบที่หลากหลาย สร้างอัตราเติบโตให้กับธุรกิจด้านการขนส่ง สอดรับการขยายตัวของธุรกิจออนไลน์ มั่นใจสมรรถนะที่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้ประกอบการในยุคปัจจุบัน ตั้งเป้าเก็บเกี่ยวยอดขาย 4,200 คันในปีนี้

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมขับเคลื่อนธุรกิจในประเทศไทย ด้วยการผลักดัน ซูซูกิ แครี่ รถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์ ลงสู่ตลาดนับตั้งแต่กลางปี 2549 ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ตอกย้ำความอเนกประสงค์ด้วยสมรรถนะการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งยังสร้างกระแส ฟู้ดทรัค ฟีเวอร์ และมีส่วนสำคัญในการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับเจ้าของธุรกิจในทุกระดับ ด้วยความโดดเด่นในเรื่องของความอเนกประสงค์ สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ส่งผลให้ซูซูกิครองตลาดในเซ็กเมนต์ดังกล่าว เก็บเกี่ยวยอดขายได้มากกว่า 50,000 คัน หลังเปิดตัวเจนเนอเรชั่นแรกและทำตลาดในประเทศไทยยาวนานกว่า 13 ปี และเดินหน้าสานต่อความสำเร็จด้วยเจนเนอเรชั่นใหม่ ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคม 2562 ยกระดับด้วยรูปโฉมที่ทันสมัย รวมถึงสมรรถนะการใช้งานที่ครบครันยิ่งขึ้น

ซูซูกิ แครี่ เป็นหนึ่งในกำลังขับเคลื่อนที่ผลักดันให้ ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) มียอดขายที่เติบโตขึ้นเป็นลำดับ แม้ในช่วงวิกฤติที่สร้างผลกระทบเป็นวงกว้างในช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ทว่า ซูซูกิ แครี่ ยังสามารถสร้างอัตราเติบโตสวนทิศทางตลาด ด้วยยอดขาย 2,433 คัน ในปี 2563 ซึ่งเพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อนหน้า รวมถึงในปีที่ผ่านมาสามารถขยับยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 2,886 คัน เติบโตถึง 18.62% จากปีก่อนหน้า ตอกย้ำถึงความนิยมและความสำคัญของ ซูซูกิ แครี่ ในตลาดประเทศไทย

โดยมากกว่า 40% ของลูกค้าซูซูกิ แครี่ จะนำไปปรับโฉมเพื่อรองรับธุรกิจในบทบาทของ “ฟู้ดทรัค” ซึ่งมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 20% ก่อนที่การแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัส 2019 จะสร้างผลกระทบโดยตรงต่อการใช้ชีวิต ไล่เรียงไปจนถึงภาพรวมทางเศรษฐกิจ ตอกย้ำให้เห็นถึงความอเนกประสงค์และความสำคัญของซูซูกิ แครี่ ที่เป็นมากกว่ายานพาหนะ ทว่ายังเป็นกำลังสำคัญในการสร้างโอกาสในช่วงเวลาวิกฤติ ผลักดันให้หลากหลายธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้ ภายใต้ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) ที่มีปัจจัยด้านความปลอดภัยเป็นตัวแปรสำคัญ

นอกจากจะมีส่วนสำคัญในการสร้างงานสร้างอาชีพภายใต้แนวคิด “เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน” ซูซูกิ แครี่ ยังร่วมขับเคลื่อนสังคม คลายวิกฤติ ภายใต้บทบาทของ  รถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย” (SUZUKI CARRY Biosafety Mobile Unit) หรือ รถตรวจโควิด รวมถึงรถส่งผู้ป่วยโควิด-19 กลับภูมิลำเนา เพื่อแบ่งเบาภาระบุคลากรทางการแพทย์และช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของโคโรน่า ไวรัส 2019  ซึ่งเป็นสิ่งที่ ซูซูกิ พร้อมให้การสนับสนุนและร่วมขับเคลื่อนควบคู่ไปกับการพัฒนาธุรกิจ ภายใต้โครงการ “SUZUKI Cause We Care”

ซูซูกิพร้อมตอกย้ำความอเนกประสงค์ของ ซูซูกิ แครี่ ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค และเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่มองหาพาหนะที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการทั้งในเรื่องของ สมรรถนะการใช้งาน รวมถึงงานบริการหลังการขาย ที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่เลือกใช้ ซูซูกิ แครี่ เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจในทุกระดับ ทั้งในบทบาทของการขนส่ง หรือแปลงโฉมเป็นร้านค้าเคลื่อนที่รองรับธุรกิจในรูปแบบที่แตกต่างกันไป

โดยคาดการณ์ว่าภาพรวมทางเศรษฐกิจจะเดินไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังผ่านพ้นช่วงวิกฤติในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ ซูซูกิ แครี่ ยังคงได้รับความนิยมและเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจด้านการขนส่งที่ยังคงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับการเติบโตของธุรกิจขายของออนไลน์ ที่สร้างการขยายตัวของธุรกิจด้านการขนส่งอย่างชัดเจนในช่วงที่ผ่านมา และตั้งเป้าที่จะเก็บเกี่ยวยอดขาย 4,200 คันในปีนี้ เติบโตจากปีก่อนหน้า 45%

สำหรับ ซูซูกิ แครี่ ตอบโจทย์การใช้งานด้วยมิติตัวรถที่มีความยาว 4,195 มม. ความกว้าง 1,765 มม. และความสูง 1,910 มม. มาพร้อมความกว้างและความยาวของพื้นที่บรรทุกอยู่ที่ 1,670 มม. และ 2,450 มม. และความสูงใต้ท้องรถ 160 มม. เติมเต็มสมรรถนะการใช้งานด้วยกระบะบรรทุกแบบเรียบผลิตจากแผ่นเหล็กเสริมกัลวาไนซ์ ป้องกันสนิมและการสึกกร่อน สามารถเปิดได้ทั้ง 3 ด้านช่วยให้การขนถ่ายสัมภาระทำได้สะดวกยิ่งขึ้น รองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบด้วยน้ำหนักบรรทุกสูงสุดถึง 945 กิโลกรัม

ตอบสนองการใช้งานภายใต้ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน K15B ความจุ 1,462 ซี.ซี. ขนาดปากกระบอกสูบ 74.0 มมช่วงชัก 85.0 มม. อัตราส่วนกำลังอัด 10:1 ให้พละกำลังสูงสุด 97 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที สร้างแรงบิดสูงสุด 135 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ มีอัตราการปล่อย CO2 ที่ 173 กรัม/กิโลเมตร รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุด E20 เพิ่มความมั่นใจให้กับการขับขี่ด้วยระบบเบรก ABS ทั้งยังได้รับการติดตั้งระบบ Engine Drag Control รักษาความเร็วของล้อหน้าและล้อหลังให้สมดุลกันป้องกันการลื่นไถล ช่วงล่างด้านหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมคอยล์สปริง ด้านหลังแบบคานแข็งพร้อมแหนบ 5 ชั้นวางเหนือเพลา ล้อและยางขนาด 165/80R13 ใช้งานได้อย่างคล่องตัวด้วยรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 4.4 เมตร ตอบโจทย์การใช้งานในพื้นที่จำกัดได้เป็นอย่างดี

ภายในห้องโดยสารมาในโทนสีเทาดำ ได้รับการออกแบบเพื่อเพิ่มพื้นที่และช่องเก็บของ มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและความบันเทิงครบครัน เบาะที่นั่งคนขับสามารถปรับสไลด์ได้ พวงมาลัยไฟฟ้าช่วยลดแรงที่ใช้ในการหมุนพวงมาลัย ปรับระดับความหนักตามความเร็วของรถให้เหมาะสมกับการบังคับพวงมาลัย สร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับการขับขี่

 

สำหรับการต่อยอดไอเดียการใช้รถในเชิงผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่สนใจต้องการมีธุรกิจเป็นของตนเอง  เรามีที่ปรึกษาการขายพร้อมบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการออกแบบและตกแต่ง SUZUKI CARRY นอกจากนั้น ซูซูกิยังได้ร่วมมือกับสถาบันการเงินชั้นนำเข้ามาร่วมเป็นเอ็กคลูซีฟลีสซิ่งพร้อมทีมงานคอยให้คำปรึกษาทางด้านสินเชื่อ เพื่ออำนวยความสะดวกในการดูแลเรื่องภาระค่าใช้จ่าย โดยผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ระหว่างวันที่  23 มีนาคม-3 เมษายน 2565 ณ อาคารชาเลนเจอร์  1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

 

ช่องทางการติดต่อ

www.suzuki.co.th

www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand

SUZUKI Cause We Care: 1800-600-900

MICHELIN Pilot Sport 4S K1 และ MICHELIN Pilot Sport Cup 2R K2 ยางเพื่อซูเปอร์คาร์ Ferrari 296 GTB โดยเฉพาะ

0

เฟอร์รารี่วางใจเลือกมิชลินให้เป็นตัวแทนจัดหายางรถยนต์อย่างเป็นทางการสำหรับ Ferrari 296 GTB ซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่ของเฟอร์รารี่ ซึ่งมิชลินได้ส่งมอบยางยางสมรรถนะสูงพิเศษที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันให้สองรุ่น คือ MICHELIN Pilot Sport 4S K1 สำหรับการขับขี่บนท้องถนนเป็นหลัก และ และ MICHELIN Pilot Sport Cup 2R K2 ยางสำหรับสนามแข่งที่ใช้งานบนถนนทั่วไปได้ (Road Legal Tires) ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการก้าวข้ามขีดจำกัดของรถในสนามประลองความเร็ว

เฟอร์รารี่มีการปรับปรุงประสิทธิภาพของรถให้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้าเสมอในทุกครั้งที่มีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ มิชลินเองก็ยึดถือแนวคิดเดียวกันและทำงานร่วมกับผู้ผลิตรถยนต์รายนี้มายาวนานเพื่อออกแบบและผลิตยางแบบพิเศษให้กับรถเฟอร์รารี่

 

สมรรถนะ

สำหรับยานยนต์ที่เหนือชั้นเช่นนี้ สมรรถนะของยางมีความสำคัญมากกว่าประโยชน์ใช้สอยทั่วไป โดยในการพัฒนาสมรรถนะให้ถึงขีดสุดนี้จะต้องคำนึงถึงทั้งความปลอดภัย ความแม่นยำ และความเพลิดเพลินในการขับขี่ รวมถึงต้องมีความมีสอดคล้องกลมกลืนกับรูปโฉมของยานพาหนะด้วย  

 

พัฒนาขึ้นตามความต้องการพิเศษ

ยางสำหรับ Ferrari 296 GTB ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษภายใต้ความร่วมมือกับทีมงานของเฟอร์รารี่ และมีความโดดเด่นด้วยสัญลักษณ์ ‘K’ ซึ่งปรากฏอยู่ที่แก้มยาง โดยการออกแบบพิเศษตามสั่งนี้เป็นเพียงวิธีเดียวที่จะทำให้ได้สมรรถนะตามเกณฑ์ที่เฟอร์รารี่กำหนด

ทีมงานของมิชลินมีส่วนร่วมกับโครงการนี้ทันทีภายหลังจากที่ได้รับทราบข้อกำหนดต่าง ๆ ในทางเทคนิค โดยกว่าที่จะพัฒนามาเป็นยางที่พร้อมจำหน่ายแบบนี้ได้นั้น ต้องผ่านกระบวนการคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์มาถึงสี่รอบ และใช้ระยะเวลาในการออกแบบยางอีก 18 เดือน

การนำซอฟต์แวร์จำลองสถานการณ์เสมือนจริงที่ล้ำสมัยมาใช้ในโครงการนี้มีส่วนสำคัญอย่างมากในการช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากทำให้สามารถลดจำนวนการผลิตยางต้นแบบสำหรับใช้ในการทดสอบลงได้ รวมถึงลดจำนวนครั้งในการทดสอบกับรถจริง และย่นระยะเวลาที่ใช้ในการพัฒนายางนอกจากนี้การจำลองสถานการณ์เสมือนจริงยังช่วยให้สามารถปรับแต่งยางให้เข้ากับรถได้อย่างแม่นยำมากขึ้นด้วย

โดยในระหว่างที่ทำการทดสอบ ซึ่งบางส่วนจัดขึ้นที่สนามแข่งฟีโอราโน (Fiorano) ในอิตาลี มิชลินได้บันทึกข้อมูลที่สำคัญต่าง ๆ เก็บไว้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการเพิ่มสมรรถนะให้อยู่ในระดับสูงเป็นพิเศษทั้งในด้านการยึดเกาะถนน ความนุ่มนวล และความแม่นยำในการขับขี่

เออร์เว ชาร์บอเนล วิศวกรพัฒนายางของมิชลิน แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการ Ferrari 296 GTB ตัวใหม่นี้เอาไว้ว่า “มันเป็นความท้าท้ายและประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมาก ความต้องการของทีมวิศวกรจากเฟอร์รารี่ทำให้เราต้องใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุดในการพัฒนายาง MICHELIN Pilot Sport 4S K1 และ MICHELIN Pilot Sport Cup 2R K2 และด้วยความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคในการจำลองสถานการณ์เสมือนจริงของมิชลิน เราจึงสามารถเพิ่มขีดจำกัดในการยึดเกาะถนนได้ไม่ยาก ด้วยการปรับปรุงประสิทธิภาพหน้ายางแบบใหม่ในขณะที่ยังคงไว้ซึ่งความแม่นยำและประสบการณ์การขับขี่ในแบบสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของเฟอร์รารี่”

 

ยางสองรุ่นเพื่อการใช้งานสองรูปแบบ

มิชลินได้พัฒนาส่วนประกอบใหม่สองแบบและนำสองเทคโนโลยีพิเศษมาใช้พัฒนายางรถยนต์สำหรับรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน โดยในขั้นตอนเหล่านี้เราปฏิบัติตามแนวทางด้านความยั่งยืนทั้งหมดของเรา ได้แก่ ลดจำนวนวัตถุดิบที่ใช้ ลดแรงต้านการหมุนของล้อ ลดจำนวนการผลิตยางสำหรับทดสอบ และลดจำนวนครั้งที่ทดสอบกับรถจริง

  • MICHELIN Pilot Sport 4S K1 ยางเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ยางรุ่นนี้ได้รับการยอมรับในด้านสมรรถนะบนท้องถนนและเหมาะสำหรับการใช้งานในสนามแข่งเป็นครั้งคราว โดยมีคุณสมบัติช่วยให้รถมีความสมดุลในการยึดเกาะที่ดีเยี่ยม ช่วยให้ควบคุมรถได้อย่างที่ต้องการ และมอบความเพลิดเพลินในการขับขี่พร้อมด้วยอายุการใช้งานที่ยืนยาว หน้ายางผลิตขึ้นจากส่วนประกอบของยางหลายชนิดรวมกัน ซึ่งเทคโนโลยีที่ใช้เป็นการนำส่วนประกอบที่แตกต่างกันสี่อย่างมารวมเข้าด้วยกัน (ในยางล้อหน้าสองชนิดและยางล้อหลังสองชนิด) เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการยึดเกาะสูงสุดและมอบการขับขี่ที่แม่นยำในสภาพถนนแห้งควบคู่ไปกับการยึดเกาะอย่างปลอดภัยในสภาพถนนเปียก
  • ยางสำหรับสนามแข่งที่ใช้งานบนถนนทั่วไปได้ MICHELIN Pilot Sport Cup 2R K2 เอาใจผู้ที่ชื่นชอบความรู้สึกตื่นเต้นในการขับขี่ด้วยข้อดีของการผสมผสานส่วนประกอบของเนื้อยางในแบบพิเศษที่มี Function Elastomers ช่วยเพิ่มความเป็นอันหนึ่งเดียวกันมากขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือรองรับแรงเหวี่ยงได้ดีบนถนนแห้งทำให้เข้าโค้งได้เร็ว มีการทรงตัวที่ดีเยี่ยมแม้ขับขี่ด้วยความเร็วสูง เสริมประสิทธิภาพให้ความต้านทานการหมุนของล้อ และเพิ่มการยึดเกาะพื้นผิวถนนที่เปียก

 

ยางทั้งสองรุ่นนี้ใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมที่มิชลินเป็นผู้คิดค้นและพัฒนา:

  • เข็มขัดรัดหน้ายางแบบไฮบริดที่ประกอบด้วยอะรามิดและไนลอน เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการควบคุมการส่งกำลัง (Hybrid Aramid and Nylon belt)
  • เทคโนโลยีผสานเนื้อยางสองสูตรในหนึ่งเดียว (Multi compound technology)
  • เทคโนโลยีนวัตกรรมโครงสร้างภายใน (Wavy Summit)

 

ตัวเลือกยาง

ยางหน้า: 245/35ZR20 (95Y) XL TL PILOT SPORT 4 S K1

ยางหลัง: 305/35ZR20 (107Y) XL TL PILOT SPORT 4 S K1

หรือ

ยางหน้า: 245/35 ZR20 (95Y) XL TL PILOT SPORT CUP 2 R K2

ยางหลัง: 305/35 ZR20 (107Y) XL TL PILOT SPORT CUP 2 R K2

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เตรียมยกทัพยนตกรรมไฟฟ้าสุดล้ำ ข้อเสนอสุดพิเศษมากมาย บุกงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย เชิญชวนชาวไทยร่วมชมและสัมผัสนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคตจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภายใต้แนวคิด “Leading The Future” ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ตระการตาไปกับขบวนทัพรถยนต์ไฟฟ้าฟ้าถึง 7 รุ่น พร้อมไฮไลท์สุดพิเศษ นำทัพโดยเอสยูวีออฟโรดสไตล์โมเดิร์นขวัญใจขาลุย “TANK 300 HEV” ซึ่งจะนำมาจัดแสดงในตลาดต่างประเทศเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทย พร้อมด้วย “ORA Good Cat GT” เจ้าเหมียวไฟฟ้าแนวสปอร์ตที่จะมาเผยโฉมให้แฟนๆ ชาวไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรกภายในงานเช่นกัน ร่วมด้วยทัพรถยนต์ยอดนิยมอย่าง All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV All New HAVAL H6 Hybrid SUV All New HAVAL JOLION Hybrid SUV ORA Good Cat และ ORA Black Cat รวมไปถึงเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะสุดล้ำจากเกรท วอลล์ มอเตอร์ และพลาดไม่ได้กับข้อเสนอสุดพิเศษและสิทธิประโยชน์มากมายสำหรับลูกค้าและผู้สนใจซื้อรถยนต์เกรท วอลล์ มอเตอร์ โดยสามารถร่วมชมการถ่ายทอดสดบรรยากาศการแถลงข่าวเปิดบูธของเกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ทาง Facebook หรือ YouTube หรือ TikTok : GWM Thailand ในวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2565 ตั้งแต่เวลา 12.15 น. เป็นต้นไป

ภายในงานจะได้พบกับ

  • การเผยโฉมครั้งแรกในประเทศไทยของ “TANK 300 HEV” รถยนต์ออฟโรดสไตล์โมเดิร์นที่มาพร้อมรูปทรงสง่างามและเครื่องยนต์ที่ทรงพลัง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ภายในเมืองได้อย่างครบครัน และการผจญภัยของผู้ขับขี่ขาลุยอย่างลงตัว ซึ่งผู้บริโภคชาวไทยจะได้สัมผัสความแข็งแกร่งกันอย่างใกล้ชิดภายในงานนี้เท่านั้น
  • ครั้งแรกของประเทศไทยกับการเผยโฉม “ORA Good Cat GT” เจ้าเหมียวไฟฟ้ารุ่นยอดนิยมอีกหนึ่งรุ่นจากแบรนด์ ORA โดดเด่นด้วยดีไซน์อันโฉบเฉี่ยวและอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ พร้อมแล้วที่จะนำมาจัดแสดงให้คนไทยได้สัมผัสกันภายในงานนี้โดยเฉพาะ
  • ขบวนพาเหรดรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นยอดนิยมในไทย สะท้อนความเป็นผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (xEV Leader) นำทัพโดย All New HAVAL H6 Hybrid SUV รถยนต์รุ่นแรกที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เปิดตัวในประเทศไทยและครองความเป็นผู้นำอันดับต้นๆ ในเซกเมนต์รถยนต์คอมแพคเอสยูวีมาตลอดนับตั้งแต่มีการส่งมอบ เจ้าเหมียวไฟฟ้า ORA Good Cat ที่จุดกระแสตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% ให้กับชาวไทยและครองความเป็นผู้นำในตลาดอย่างแข็งแกร่งนับตั้งแต่เปิดตัว เจ้าสิงโตอารมณ์ดี All New HAVAL JOLION Hybrid SUV ที่มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะมากมาย สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์ในเซ็กเมนต์เอสยูวีบี ร่วมด้วยรถยนต์เอสยูวีปลั๊กอิน-ไฮบริด All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV ซึ่งเคยเผยโฉมเป็นครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทยเมื่อปลายปีที่ผ่านมา และ ORA Black Cat รถยนต์พลังงานไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดอีกหนึ่งรุ่นที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกสะกดทุกสายตาและเทคโนโลยีขับขี่อัจฉริยะ ซึ่งเคยเผยโฉมครั้งแรกในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ผ่านมาและได้รับการความสนใจอย่างล้นหลามจากสื่อมวลชนและผู้บริโภค เกรท วอลล์ มอเตอร์ จึงจะนำมาจัดแสดงให้คนไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดอีกครั้งในงานนี้
  • สัมผัสประสบการณ์อันล้ำสมัยไปกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมการขับขี่แห่งโลกอนาคตจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ อาทิ GWM LEMON Hybrid DHT Technology และ GWM LEMON BEV System
  • เพลิดเพลินไปกับการเลือกชมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะ พร้อมร่วมสนุกไปกับกิจกรรมต่างๆ และลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษมากมาย โดยมีน้อง Intelligent Ambassador (iAM) คอยดูแลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพลิดเพลินกับการเลือกซื้อสินค้าไลฟ์สไตล์และของที่ระลึกของเกรท วอลล์ มอเตอร์ และพักผ่อนหย่อนใจได้ที่ GWM Bar และ Lifestyle Lounge ที่พร้อมต้อนรับทุกท่านอย่างอบอุ่นตลอดทั้งงาน
  • ผู้ที่สนใจยังสามารถลงทะเบียนที่บูธ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เพื่อทดลองขับรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV รถยนต์ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV และรถยนต์ ORA Good Cat ได้ที่งาน
  • พบข้อเสนอและสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ อีกมากมาย

 

เกรท วอลล์ มอเตอร์ พร้อมต้อนรับทุกท่านที่บูธ เกรท วอลล์ มอเตอร์ A4 ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน พ.ศ. 2565 เวลา 12.00 – 22.00 น. (วันธรรมดา) และ 11.00 – 22.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ)

อีซูซุ ยินดีกับ 2 ทีมเยาวชนจากเมืองโคราช คว้าแชมป์ “นาฏมวยไทยอีซูซุ” ปีที่ 12

0

อีซูซุแสดงความยินดีกับ 2 ทีมเยาวชนไทยจากจังหวัดนครราชสีมา ทีมโรงเรียนวังไม้แดงพิทยาคมและโรงเรียนมาบตะโกพิทยาคม คว้าตำแหน่งแชมป์นาฏมวยไทยอีซูซุ ปีที่ 12 ครองถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จ-พระเจ้าอยู่หัวและทุนการศึกษารวมทั้งสิ้นกว่า 1 ล้านบาท โดยอีซูซุได้พลิกโฉม “นาฏมวยไทยอีซูซุ” รอบชิงชนะเลิศ สู่จักรวาลแห่งจินตนาการ “ISUZU นาฎมวยไทย METAVERSE 2022” เป็นครั้งแรก สร้างสีสันและความตื่นตาตื่นใจมากยิ่งขึ้น ณ TVT Green Park Studio

กลุ่มตรีเพชร โดย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “การแข่งขันนาฏมวยไทยอีซูซุ ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 ติดต่อกัน ภายใต้โครงการ “รักชาติ…รักษ์มวยไทย” โดยได้เริ่มจัดการแข่งขันนาฏมวยไทยขึ้นเมื่อปี 2553 ในโอกาสครบรอบ 20 ปีของ “ศึกอีซูซุคัพ” เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนไทยอนุรักษ์แม่ไม้มวยไทยอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทยให้คงอยู่สืบต่อไป ซึ่งในปีนี้ได้ปรับการแข่งขันให้เป็นรูปแบบใหม่ภายใต้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ซึ่งในรอบคัดเลือกที่ผ่านมา ผู้เข้าแข่งขันแต่ละทีมจะต้องทำการแสดงสดให้คณะกรรมการรับชมผ่านช่องทางออนไลน์ ส่วนการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศได้พลิกโฉม “นาฏมวยไทยอีซูซุ” สู่  ISUZU นาฎมวยไทย METAVERSE 2022” เป็นครั้งแรก  โดยผู้เข้าแข่งขันทุกทีมได้สร้างสรรค์ลีลาแม่ไม้มวยไทยประกอบจังหวะเพลงในรูปแบบ Virtual Stage ผสานภาพเสมือนจริงด้วยระบบคอมพิวเตอร์กราฟฟิกสุดตระการตา โดยได้มีการปฏิบัติตามมาตรการการจัดการแข่งขันฯ ภายใต้เงื่อนไขด้านสาธารณสุขทุกประการ เพื่อความปลอดภัยของเยาวชนและผู้เกี่ยวข้องทุกคน”

การแข่งขันนาฏมวยไทยอีซูซุ ปีที่ 12 รอบชิงชนะเลิศ ISUZU นาฎมวยไทย METAVERSE 2022” จัดขึ้น ณ TVT Green Park Studio เนรมิตสถานที่จัดการแข่งขันเป็นบรรยากาศของจักรวาลนฤมิต หรือ METAVERSE โดยมีทีมเยาวชนไทยแชมป์ภูมิภาคจากทั่วประเทศจำนวน 8 ทีม ร่วมโชว์ศิลปะแม่ไม้มวยไทยประกอบเพลง ผสานกับฉากภาพเสมือนจริงสุดอลังการ ซึ่งเยาวชนทุกทีมต่างแสดงลีลามวยไทยกันอย่างเต็มความสามารถ ครบทุกกระบวนท่า ทั้งหมัด เท้า เข่า ศอก พร้อมการไหว้ครูที่สวยงาม ซึ่งผลปรากฏว่า โรงเรียนวังไม้แดงพิทยาคม สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ที่มากับการแสดงที่ชื่อว่า พุทธานุภาพปราบพญามาร โชว์ลีลาแม่ไม้มวยไทยประกอบเพลงได้อย่างงดงาม ชนะใจกรรมการ คว้ารางวัลชนะเลิศระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทุนการศึกษา มูลค่า 300,000 บาทไปครอง

โรงเรียนวังไม้แดงพิทยาคม สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา แชมป์มัธยมศึกษาตอนต้นกล่าวว่า “วันนี้ทีมเรามีความภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้รับรางวัลชนะเลิศพร้อมถ้วยพระราชทานและทุนการศึกษา 300,000 บาท เราทุ่มเทกันอย่างหนักเพื่อการแสดงที่สมบูรณ์แบบ เราใช้เวลา 2-3 ชั่วโมงหลังจากเลิกเรียนในทุกวันเพื่อซ้อมและใช้เวลาเก็บตัวก่อนวันแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ 7 วัน เพื่อนำเสนอการแสดงออกมาให้ดีที่สุดครับ การแสดงเรื่อง พุทธานุภาพปราบพญามาร สื่อถึงพระพุทธเจ้าที่กำลังบำเพ็ญทุกรกิริยาท่ามกลางเหล่ามารผจญ แต่พระองค์ยังทรงตรัสรู้และแสดงปฐมเทศนาให้แก่มนุษย์ที่เปรียบเสมือนบัวทั้งสี่เหล่าได้ ต้องขอขอบคุณบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ที่มอบโอกาสดี ๆ ให้กับพวกเราครับ”

ส่วนทางด้านระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและอาชีวศึกษาก็ไม่น้อยหน้า โรงเรียนมาบตะโกพิทยาคม สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ที่ใช้ชื่อการแสดงว่า พยนต์พิทักษ์ รักษ์สมบัติแผ่นดิน ด้วยยุทธศิลป์ของชาติไทย เรื่องราวดำเนินไปอย่างสนุกสนานและชวนให้ติดตาม จนคณะกรรมการไม่อาจจะละสายตา ได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทุนการศึกษา มูลค่า 300,000 บาทไปครองเช่นกัน

โรงเรียนมาบตะโกพิทยาคม สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา แชมป์มัธยมศึกษาตอนปลายและอาชีวศึกษากล่าวว่า “การแสดงในวันนี้เป็นเรื่องราวการร่วมอนุรักษ์หุ่นละครไทย โดยนำหุ่นละครไทยมาผสมผสานกับลีลาแม่ไม้มวยไทยและบทเพลงอันไพเราะ ซึ่งใช้เวลาฝึกซ้อมกันรวม 3 เดือนเต็มและเป็นไปอย่างยากลำบากเพราะอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้เรารวมตัวฝึกซ้อมกันได้น้อยครั้ง สำหรับการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในวันนี้ เราทำการแสดงกันอย่างสุดฝีมือ และรู้สึกตื้นตันใจมากที่ได้รับรางวัลชนะเลิศและถ้วยพระราชทาน ผมอยากให้เพื่อน ๆ ร่วมกันนำศิลปะแม่ไม้มวยไทยมาผสมผสานกับดนตรีให้เกิดเป็นนาฏมวยไทยและร่วมกันอนุรักษ์ไว้ด้วยครับ”

ผลการแข่งขัน “นาฏมวยไทยอีซูซุ” ปีที่ 12 ISUZU นาฎมวยไทย METAVERSE 2022” มีดังนี้

ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

  • รางวัลชนะเลิศ : โรงเรียนวังไม้แดงพิทยาคม สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ได้รับถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทุนการศึกษา มูลค่า 300,000 บาท
  • รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 : โรงเรียนวัดน้ำพุ (สำนักงานสลากกินแบ่งสงเคราะห์ 54) จังหวัดราชบุรี ได้รับโล่เกียรติยศ และทุนการศึกษา มูลค่า 100,000 บาท
  • รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 : โรงเรียนมาบตะโกพิทยาคม สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ได้รับโล่เกียรติยศ และทุนการศึกษา มูลค่า 50,000 บาท
  • รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 3 : ชมรมศรศิลป์นาฏมวยไทย จังหวัดราชบุรี ได้รับโล่เกียรติยศ และทุนการศึกษา มูลค่า 30,000 บาท
  • รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 4 : โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัยพัทลุง จังหวัดพัทลุง ได้รับโล่เกียรติยศ และทุนการศึกษา มูลค่า 20,000 บาท

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและอาชีวศึกษา

  • รางวัลชนะเลิศ : โรงเรียนมาบตะโกพิทยาคม สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ได้รับถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทุนการศึกษา มูลค่า 300,000 บาท
  • รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 : ชมรมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยวัดพรานนก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รับโล่เกียรติยศ และทุนการศึกษา 100,000 บาท

รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 :  วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี จังหวัดราชบุรี ได้รับโล่เกียรติยศ และทุนการศึกษา มูลค่า 50,000 บาท