Home Blog Page 313

เตรียมพบกับทัพรถสปอร์ตปอร์เช่หลากหลายรุ่น พร้อมสิทธิประโยชน์มากมาย และราคาสุดเร้าใจได้ที่งาน Bangkok International Motor Show 2022

0

ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เตรียมความพร้อม สร้างความโดดเด่น พร้อมอวดมิติใหม่แห่งผลงานออกแบบที่สะท้อนความเป็น DNA ของปอร์เช่หลายหลายรุ่น ในงานมอเตอร์โชว์ 2022 โดยไฮไลท์เด่นคือการเผยโฉม ปอร์เช่ ไทคานน์ จีทีเอส (Porsche Taycan GTS) ยนตกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าสมบูรณ์แบบจากปอร์เช่ ที่มีความอัจฉริยะภาพด้านนวัตกรรม เพื่อการตอบสนองขีดสุดด้านสมรรถนะแห่งการขับขี่สไตล์สปอร์ตได้อย่างอัจฉริย โดยครั้งนี้ถือเป็นการเผยโฉมต่อหน้าสาธารณชนเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2022 (The 43rd Bangkok International Motor Show) ระหว่างวันพุธที่ 23 ถึง วันอาทิตย์ที่  3 เมษายน 2565 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี

พร้อมกันนี้ ปอร์เช่ประเทศไทย ยังการเปิดโอกาสให้แฟนๆ ผู้หลงใหลในดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์  ได้สัมผัสความสปอร์ตที่หรูหรากันอย่างใกล้ชิด โดยเตรียมทัพยนตกรรมสปอร์ตปอร์เช่ ที่ผสมผสานสมรรถนะอีกหลากหลายรุ่นมาให้ชม อาทิ 911 คาร์เรร่า จีทีเอส (911 Carrera GTS), 718 บ็อกซเตอร์ ที (718 Boxster T) , 718 เคย์แมน ที (718 Cayman T) , ไทคานน์ 4 ครอส ทัวริสโม่ (Taycan 4S Cross Turismo) ,พานาเมร่า 4 อี ไฮบริด (Panamera 4 E-Hybrid Executive) ,คาเยนน์ อี ไฮบริด (Cayenne E-Hybrid), คาเยนน์ อี ไฮบริด คูเป้ (Cayenne E-Hybrid Coupé) และ  มาคันน์ เอส (Macan S)  มาร่วมจัดแสดง โดยผู้จองรถยนต์ปอร์เช่ ภายในงานจะได้รับข้อเสนอและสิทธิประโยชน์ โดยเฉพาะสิทธิการซื้อการรับประกันจากโรงงานปอร์เช่ ประเทศเยอรมนีนานสูงสุด 15 ปี*

(*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)

ภายในงานนอกจากจะได้นำรถยนต์ปอร์เช่หลากหลายรุ่นมาจัดแสดงแล้ว ยังนำสินค้าแอคเซสเซอรี่ระดับพรีเมียม Porsche  LifeStyle พร้อมผลิตภัณฑ์ดูแลและทำความสะอาดรถยนต์จากประเทศอังกฤษ  Autoglym มาให้เหล่าคนรักรถปอร์เช่ได้เลือกสรรในราคาสุดพิเศษ

KTM ASIA เปิดตัว “THE KTM RIDERS ACADEMY” แห่งแรกในทวีปเอเชีย

0

เคทีเอ็ม (KTM) เปิดโอกาสให้นักบิดทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียเปิดประสบการณ์และฝึกฝนทักษะการขับขี่จักรยานยนต์ในรูปแบบ Off-Road โดยทีมงานผู้ฝึกสอนที่ได้การรับรองจาก KTM

เคทีเอ็ม (KTM) ประกาศเปิดคอร์สการฝึกอบรม KTM RIDERS ACADEMY ในทวีปเอเชียเป็นครั้งแรก โดยมีจุดประสงค์ในการส่งเสริมการขับขี่รถจักรยานยนต์ในรูปแบบ Off-Road เพื่อเสริมทักษะทางด้านการขับขี่และสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่น่าจดจำโดย หลักสูตร KTM RIDERS ACADEMY นำเสนอหลักสูตรการฝึกอบรมเกี่ยวกับเทคนิคการขับขี่แบบ Off-Road ด้วยโปรแกรมแบบวันเดียวและแบบต่อเนื่อง เหมาะสำหรับนักบิดทุกระดับ ตั้งแต่มือใหม่จนถึงนักขี่ที่เคยมีประสบการณ์มาก่อนที่ต้องการฝึกฝนความสามารถในการขับขี่เพิ่มยิ่งขึ้น โดยหลักสูตรดังกล่าวจะนำเสนอการฝึกสอน รถจักรยานยนต์ในรูปแบบ Enduro เครื่องยนต์ Single cylinder รวมไปถึงรถจักรยานยนต์ในรูปแบบ Multi-cylinder ขนาดความจุใหญ่ขึ้นที่เน้นสำหรับการใช้เดินทางไกล

เคทีเอ็ม (KTM) มีความเชี่ยวชาญที่ไม่มีใครเทียบได้ในโลกแห่ง Off-Road “เราคือผู้นำทางด้านการแข่งขันทางฝุ่นทั่วโลก” ดังนั้น KTM RIDERS ACADEMY จึงถือกำเนิดขึ้นจากแนวคิดในแง่ของการแบ่งปันความสุขของกีฬาประเภทนี้ให้กับผู้คนมากที่สุด ท่ามกลางธรรมชาติอันเขียวชอุ่มของเกาะภูเก็ต ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ครูฝึก 14 คน จาก 6 ประเทศได้สำเร็จการฝึกอบรมภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติภายใต้หลักสูตร KTM Master Trainers จากยุโรป โดยครูฝึกที่เข้าร่วมนั้นมาจากหลากหลายประเทศ อาทิ เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ โดยครูฝึกแต่ละท่านจะได้รับการคัดเลือกจากประสบการณ์การขับขี่ที่โดดเด่น ประสบการณ์การฝึกสอนก่อนหน้านี้ ความเป็นมืออาชีพและทัศนคติที่ดี โดยครูฝึกที่สำเร็จการศึกษาจะกลายเป็นผู้นำโปรแกรมการฝึกอบรมในประเทศของตน

KTM OFFROAD INSTRUCTORS รุ่นแรกได้รับการฝึกอบรมในทุกแง่มุมที่ครอบคลุมการดำเนินงานสำหรับโรงเรียนสอนขี่จักรยานยนต์ระดับพรีเมียม ซึ่งรวมไปถึงภาคทฤษฎี การฝึกเทคนิคการขับขี่ วิธีการฝึกสอนและยึดหลักความปลอดภัยหลักสูตรนี้ได้รับการพัฒนาโดยอาจารย์ผู้สอนของ KTM ที่ผ่านการรับรองทางด้านการศึกษากายวิภาคศาสตร์การกีฬา มีประสบการณ์ในการแข่งจักรยานยนต์เพื่อการแข่งขันระดับสูงและมีภูมิหลังการฝึกสอนที่มากมาย มั่นใจได้ว่าโปรแกรมนี้จะมอบทั้งการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่น่าจดจำสำหรับผู้เข้าร่วมฝึกฝนทักษะโดย

ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมฝึกฝนทักษะการขับขี่ KTM RIDERS ACADEMY ในเกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ไทย จีนและอินโดนีเซีย สามารถติดต่อผู้จัดจำหน่าย KTM ในประเทศของท่านเพื่อเข้าร่วมหลักสูตรดังกล่าว ด้วยความพยายามอย่างไม่ลดละในการขยายห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกและความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ในตลาดเอเชีย “KTM” ยังคงขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์รถจักรยานยนต์ Off-Road และ Enduro อย่างต่อเนื่องในตลาดโดยผู้ที่สนใจ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรุ่นรถและราคาที่มีจำหน่ายได้ที่เว็บไซต์ www.ktm.com

มร.ลูก้า มาร์ติน ซีอีโอของ KTM ASIA กล่าวว่า: “KTM มุ่งมั่นที่จะเติบโตในกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ Off-Road ในเอเชียเราเชื่อว่า การขับขี่มอเตอร์ไซค์แบบ Off-Road เป็นกีฬาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างแท้จริงซึ่งจะนำพาผู้คนมาพบกับความสนุกสนานกลางแจ้งไม่รู้จบ นอกจากนี้ยังเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการท้าทายขีดจำกัดของผู้ขับขี่และเริ่มต้นการผจญภัยอันน่าตื่นเต้น ด้วย KTM RIDERS ACADEMY ตอนนี้ใครๆ ก็สามารถเข้าสู่โลกมหัศจรรย์นี้ได้อย่างปลอดภัยทั้งหมดและเริ่มสร้างความทรงจำตลอดชีวิตหลายประเทศในเอเชียมีภูมิประเทศที่เป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบ เราตั้งตารอที่จะแบ่งปันความหลงใหลและไลฟ์สไตล์เช่นนี้กับผู้คนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ”

โดยกิจกรรมในครั้งนี้ ทาง KTM Thailand ได้เชิญแขกผู้มีเกียรติสื่อชั้นนำและผู้แทนจำหน่าย KTM ในประเทศไทย เข้าร่วมการฝึกอบรม อาทิ คุณพีระ เลาหกานต์นิยม กรรมการผู้จัดการ Touratech ประเทศไทย, คุณไบ๋-ดวงทิวา บินกำมาลี และคุณเอก-เฉลิมพล เทียนมณี จากร้าน Dirtshop Thailand สื่อชั้นนำจาก Over Ride, Just Ride It, Mocyc.com, คุณแอนนี่-ปริศนา ปัญญาศิรินุกูล, คุณซูซาน-ซูซันเน่อ วิทซเค่อ ศิวะศรี รวมถึงผู้บริหารของทางผู้แทนจำหน่าย KTM ในประเทศไทย อาทิเช่น บริษัท ธนพร เซลส์แอนด์เซอร์วิส จำกัด จ.ชลบุรี, บริษัท ศิริชัยมอเตอร์เซลส์ จำกัด จ.ลพบุรี, บริษัท มอเตอร์ วิลล์ จำกัด จ.กรุงเทพฯ และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน), บริษัท ธนาสิทธิ์ ดิสทริบิวชั่น จำกัด จ.ขอนแก่น และ บริษัท ไลฟ์ สไตล์ ออโต้ จำกัด จ.ภูเก็ต โดยมีเทรนเนอร์ระดับ FIM License (Federal Motorsports Coach MX Enduro) จาก KTM นั่นก็คือ Mr.Jordy Manzoni และ Mr.Amione Dal Pozzo มาสอนเทคนิคในการควบคุมรถ Enduro และ Adventure ซึ่งการมาในครั้งนี้ของพวกเขาทั้งสองเพื่อภารกิจในการสร้างครูฝึก KTM ให้กับประเทศต่างๆ ในแถบเอเชีย เพื่อมอบทักษะและการขับขี่ชั้นสูงให้กับลูกค้าที่ชื่นชอบและสนใจการขับขี่จักรยานยนต์ทางฝุ่นแบบไร้ขีดจำกัดอีกด้วย

สำหรับท่านที่สนใจเข้าร่วมอบรม KTM RIDERS ACADEMY และเป็นเจ้าของรถ KTM สามารถชมสัมผัสและติดต่อเข้าร่วมการฝึกอบรมได้ที่โชว์รูม KTM Flagship ลาดพร้าวซอย 122 และร้านผู้แทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ KTM ทั่วประเทศ

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แผนกประชาสัมพันธ์หมายเลข 02 123 3888

ดูรายละเอียดร้านผู้แทนจำหน่าย https://vroomthailand.com/dealers/

บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย จัดการแข่งขันเอ็นดูโร่ระดับตำนาน GS Trophy 2022 Qualifier Thailand รอบคัดเลือก

0

บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย จัดการแข่งขันมอเตอร์ไซค์เอ็นดูโร่ระดับชาติ GS Trophy 2022 Qualifier Thailand รอบคัดเลือก ณ คีรีมายา รีสอร์ท เขาใหญ่ ในระหว่างวันที่ 5-6 มีนาคมที่ผ่านมา พร้อมประกาศผล 5 นักบิดที่ได้เป็นตัวแทนประเทศไทย แบ่งเป็นผู้ชนะเลิศประเภทชาย 3 คนเข้าแข่งขัน International GS Trophy 2022 รอบชิงชนะเลิศ และประเภทสตรี 2 คน ร่วมกิจกรรม Follow The Trail ณ ประเทศแอลเบเนีย โดยมีกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 4-10 กันยายน 2565 นี้

มร. มิเกล ญาเบรส-โปห์ล ผู้อำนวยการ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และผู้นำเข้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “การแข่งขัน International GS Trophy เป็นการแข่งขันเพื่อเฉลิมฉลองให้กับ “จิตวิญญาณ” ของมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู GS ระดับตำนาน ซึ่งนำเสนอความสมบูรณ์แบบอย่างที่มอเตอร์ไซค์รุ่น GS มีให้ ไม่ว่าจะเป็นความสนุก การผจญภัย และความท้าทายต่าง ๆ ในการขับขี่ สำหรับ GS Trophy 2022 Qualifier Thailand รอบคัดเลือก ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 นี้ มุ่งเฟ้นหาสุดยอดห้านักบิดทีมชายและหญิงจากผู้เข้าร่วมกิจกรรม 67 คน เพื่อร่วมพิสูจน์สปิริตทีมไทยในการแข่งขันมอเตอร์ไซค์เอ็นดูโร่สุดท้าทายระดับโลกอย่าง International GS Trophy ทั้งนี้ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย มุ่งมั่นสนับสนุนทีมไทยในการเตรียมตัวและพัฒนาทักษะให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อเข้าสู่การผจญภัยที่แท้จริงตลอดเจ็ดวันที่จะทดสอบทั้งความรู้และทักษะการขับขี่อันท้าทายในสไตล์ Spirit of GS”

ในการแข่งขัน GS Trophy 2022 รอบคัดเลือกตัวแทนประเทศไทย เหล่านักบิดได้เผชิญบททดสอบในด่านต่าง ๆ เพื่อทดสอบทักษะการควบคุมมอเตอร์ไซค์ GS ในสภาวะการขับขี่ที่ท้าทาย รวมถึงพิสูจน์ความสามารถในการทำงานร่วมกันเป็นทีม ตลอดจนถึงการเฟ้นหานักบิดที่พร้อมด้วยความรู้ในด้านเทคนิค ทักษะด้านเส้นทาง และความแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ

คุณเกรียงศักดิ์ แสนสำโรง ผู้ชนะการแข่งขันรอบคัดเลือก GS Trophy 2022 Qualifier Thailand ตัวแทนทีมประเทศไทย ประเภทชาย เปิดเผยหลังจากการได้รับรางวัลว่า “ผู้เข้าร่วมการแข่งขันแต่ละคนในรายการนี้ต่างเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี ทั้งร่างกาย จิตใจ และทักษะในการขับขี่ที่แข็งแกร่ง หลังจากนี้ ทีมเราจะเตรียมตัวกันอย่างหนักเพื่อให้พร้อมเต็มที่สำหรับการแข่งขันที่ประเทศแอลเบเนีย เพื่อประกาศศักยภาพทีมประเทศไทยในเวทีระดับโลก”

ด้านคุณอรณิชชา กันทา ตัวแทนทีมประเทศไทย ประเภทสตรี กล่าวว่า “การแข่งขัน GS Trophy เป็นการทดสอบไหวพริบและทักษะในการขับขี่อย่างรอบด้าน ขอบคุณการทดสอบครั้งนี้ที่เปลี่ยนความคิดและทำให้เราได้ค้นพบและเชื่อมั่นในศักยภาพตัวเองเทียบเท่าผู้แข่งขันคนอื่น ระหว่างการแข่งขันต้องใจเย็นและมีสติตลอด ซึ่งช่วยให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี”

กิจกรรมทั้งหมดสร้างสรรค์และควบคุมโดยทีมเอ็นดูโร พาร์ค ประเทศไทย ที่มีประสบการณ์ในการจัดกิจกรรม GS Trophy Thailand รอบคัดเลือกทุกครั้งที่ผ่านมา พร้อมด้วยคณะกรรมการตัดสินผู้ทรงคุณวุฒิและคร่ำหวอดในวงการการแข่งขันเอ็นดูโร่ในระดับโลกมายาวนาน เช่น มร. มาร์ชานต์ มาสดอร์ป ผู้คร่ำหวอดแห่ง GS Trophy มากกว่า 10 ปี และผู้เชี่ยวชาญจากทีมเอ็นดูโร พาร์ค ประเทศไทย คุณปฏิมา กองเพชร มาร์แชลคนไทยที่มีประสบการณ์ทำงานให้กับ BMW Motorrad International GS Trophy 2016, 2018 และ 2020

International GS Trophy ถือเป็นการแข่งขันแบบทีมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการแข่งรถวิบากระดับนานาชาติที่จะมาร่วมแข่งขันกันในด่านพิเศษต่าง ๆ ทั้งการทดสอบทักษะขับขี่ ความรู้ในตัวรถและการทำงานเป็นทีม เนื่องจากผู้เข้าแข่งขันจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ร่วมกันตลอดเจ็ดวัน กิจกรรมดังกล่าวจึงส่งเสริมความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของผู้ร่วมแข่งขัน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มิตรภาพทั้งหลายจะเกิดขึ้นในสนามทดสอบนี้และคงอยู่ตลอดไป การแข่งขัน GS Trophy จึงเชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม และผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ตระกูล GS จากทั่วทุกมุมโลกเข้าไว้ด้วยกันอย่างเหนียวแน่น

สำหรับท่านที่สนใจติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมต่างๆ ของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.BMW-Motorrad.co.th และ Facebook fanpage http://www.facebook.com/BMWMotorradTH

มินิ ประเทศไทย เปิดตัว MINI Electric Collection Edition รุ่นพิเศษกับหลังคา Multitone จำนวนจำกัด

0

หลังจากที่เปิดตัวรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรก พร้อมการตอบรับอย่างดียิ่งจากแฟน ๆ ในไทย มินิ ประเทศไทย รุกต่อเนื่องรับกระแสการขับเคลื่อนด้วยยานยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มพรีเมียมคอมแพค ด้วยการเปิดตัว “มินิ Electric Collection Edition” (multitone roof) เสริมความโดดเด่นด้วยหลังคาเฉดสีพิเศษ กับตัวถังสีใหม่ ได้แก่ สีเทา Rooftop Grey Metallic และ สีน้ำเงิน Island Blue Metallic ให้ความสปอร์ตมากขึ้น และการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมความสนุกเร้าใจสไตล์โกคาร์ทในตำนาน และยังคงผสานประสิทธิภาพแห่งการขับขี่ โลดแล่นไปสู่อนาคตที่ดียิ่งขึ้นด้วยพลังงานสะอาด โดย มินิ Electric Collection Edition นี้มาให้ลูกค้าในไทยได้เป็นเจ้าของ จำนวนจำกัดเพียง 40 คันเท่านั้น ในราคา 2,459,000 บาท พร้อมแพ็คเกจ MSI standard

คุณประภัสรา อร่ามวงศ์สมุทร ผู้อำนวยการ มินิ ประเทศไทย กล่าวว่า “นอกจากการเป็นผู้บุกเบิกยนตรกรรมไฟฟ้าสำหรับการขับขี่ในตัวเมืองในเซกเมนต์พรีเมียมคอมแพค เรายังเป็นผู้ริเริ่มด้านนวัตกรรมของการดีไซน์หลังคาที่ไม่ซ้ำใครอีกด้วย นอกจาก ‘มินิ Electric Collection Edition’ จะสะท้อนการรังสรรค์ความเป็นมินิได้อย่างสมบูรณ์แบบ หลังคาเฉดสีที่ไล่เรียงกันใน 3 เฉดสีอย่างกลมกลืนนี้ยังสื่อถึงตำนานความหลากหลายทางสีสันซึ่งมินิได้สืบทอดมาอย่างยาวนาน รวมถึงเอกลักษณ์ของการออกแบบที่คัดสรรมาสำหรับรุ่น multitone roof ซึ่งผสานกันอย่างสวยงามลงตัวกับสีของตัวถังรถ ด้านสมรรถนะของการขับขี่ก็ยังคงไว้ซึ่งความสนุกสนานเฉพาะตัวในแบบมินิ พร้อมให้ประสบการณ์ในการก้าวไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน และยังตอบโจทย์การเดินทางภายในเมืองที่สะอาด ปลอดมลพิษเช่นเดิม”

เทคนิคการทำสีแบบใหม่โดยโรงงานรถยนต์มินิ ที่ประเทศอังกฤษในเมืองอ็อกซ์ฟอร์ด ทำให้เกิดปรากฏการณ์การสร้างสรรค์สีของหลังคาแบบไล่โทนสี หรือ multitone roof โดยเริ่มจากการลงสีอ่อนอย่างสีฟ้า Pearly Aqua เป็นสีแรก จากนั้นจึงใช้สีน้ำเงิน San Marino Blue แต่งแต้มบริเวณด้านหน้าของหลังคาและสีดำ Jet Black ที่ด้านหลัง ทำให้เกิดการไล่สีที่มีลักษณะพิเศษของ Multitone Roof ซึ่งกระบวนการพ่นสีที่เป็นนวัตกรรมใหม่นี้ได้ผนวกรวมเข้ากับกระบวนการผลิตที่โรงงานมินิ ในเมืองอ็อกซ์ฟอร์ดอย่างสมบูรณ์ ทั้งนี้ การไล่โทนสีในแต่ละคันอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยจากขั้นตอนการลงสีในกระบวนการผลิต สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำใครให้แก่รถยนต์มินิแต่ละคันที่เป็น Multitone Roof

นอกจากการพัฒนาด้านนวัตกรรมและการขับขี่แล้ว มินิยังได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิด Big Love ซึ่งเกิดจากทัศนคติเชิงบวกต่อการใช้ชีวิต และการสร้างแรงบันดาลใจในทุกสิ่งที่ทำทั้งต่อเพื่อนมนุษย์และโลก เพื่อความยั่งยืนต่อไปในอนาคต จนเกิดเป็นความร่วมมือกับ 3 ศิลปินนักวาดภาพประกอบชั้นนำของไทยซึ่งล้วนแสดงผลงานในเวทีระดับโลกและร่วมงานกับแบรนด์ระดับโลกมาแล้ว ในการผสมผสานไลฟ์สไตล์สู่งานศิลปะภายใต้แนวคิดดังกล่าว ซึ่งได้จัดแสดงผลงานสร้างสีสันในงานเปิดตัวมินิ Electric Collection Edition ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลบนทีวีดีไซน์กรอบรูปสุดเก๋อย่าง The Frame และโปรเจ็คเตอร์พกพาอัจฉริยะใหม่ล่าสุด The Freestyle จากซัมซุง พันธมิตรของมินิ ประเทศไทย นำโดย

  • ปอม ชาน – คุณธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง ผู้สร้างสรรค์ผลงาน Love is Infinity หรือความรักเป็นสิ่งที่ไม่มีวันสิ้นสุด เฉกเช่นเดียวกับการขับขี่ และท่องโลกอันกว้างใหญ่
  • Bloody Hell Big Head หรือคุณเบนซ์ ธนวัต ศักดาวิษรักษ์ ด้วยผลงานอันเป็นเอกลักษณ์กับการใช้รูปทรงเรขาคณิตมาสร้างสรรค์เป็นภาพวาดกราฟฟิก ผ่านภาพวาด The Road that connect us ซึ่งเป็นการใช้ถนนเป็นตัวเชื่อมระหว่างผู้คน เพื่อเข้าถึงความหลากหลาย และ WE ARE THE UNIVERSE ซึ่งแสดงถึงความเท่าเทียมกันโดยไม่มีการแบ่งแยก
  • Juli Baker and Summer หรือคุณป่าน ชนารดี ฉัตรกุล ณ อยุธยา เจ้าของลายเส้นและงานออกแบบแสนสดใส และได้รับรางวัล Thailand Influencer Award 2019 ด้าน Art and Design จาก Tellscore นำเสนอผ่านภาพ CELEBRATE FREEDOM สะท้อนความหมายของ ‘Big Love’ และความหลากหลาย
    ที่มองเห็นคุณค่าของสิทธิเสรีภาพของผู้คน ผ่านภาพสายรุ้ง นก ผีเสื้อ และดอกไม้

ลูกค้าที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “มินิ Electric Collection Edition” (multitone roof) ได้ที่ www.mini.co.th หรือติดต่อผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของมินิทั่วประเทศ

นิสสัน เตรียมข้อเสนอพิเศษและโปรโมชันมากมาย พร้อมลุยงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43

0

นิสสัน ประเทศไทย เตรียมสร้างความตื่นเต้นด้วยรถยนต์หลากรุ่นยอดนิยม พร้อมข้อเสนอพิเศษและโปรโมชันมากมาย ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม ถึง 3 เมษายน พ.ศ. 2565 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้ธีม “ก้าวด้วยกัน ไปด้วยใจ ไปได้ไกล” หรือ “Keep Moving Forward Together” สอดคล้องกับแบรนด์นิสสัน ประเทศไทย ที่พร้อมเดินหน้านำเสนอเทคโนโลยีแห่งโลกยานยนต์ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง และมีความภูมิใจที่ได้นำเสนอนวัตกรรมยานยนต์ใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้นและตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทย ไม่ว่าจะเป็น นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์, นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่, นิสสัน นาวารา และ นิสสัน อัลเมร่า

นอกจากนี้ นิสสัน ยังได้เฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ครบรอบ 70 ปี ด้วยการมอบข้อเสนอพิเศษและโปรโมชันต่าง ๆ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม จนถึงวันที่ 30 เมษยน พ.ศ. 2565 ที่ช่วยให้ทุกคนเป็นเจ้าของรถยนต์นิสสันได้ง่ายขึ้นและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น อาทิ*

ข้อเสนอพิเศษและโปรโมชันสำหรับ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ (รุ่น E, V, VL)* ได้แก่:

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 84 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • ฟรี กิจกรรมพิเศษ ‘Thrilling drive’ หากลูกค้าไม่พึงพอใจ สามารถคืนรถได้ภายใน 30 วัน
  • ยืนยันความเป็นผู้นำเทคโนโลยียานยนต์พลังงานไฟฟ้าด้วยแพ็กเกจ “ขับสบายหายห่วง”
    • ฟรี รับประกันระบบ e-POWER 5 ปี/100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน)
    • ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 10 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง
    • ฟรี โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์นิสสัน พรีเมี่ยม วารันตี
    • ฟรี Roadside Service Assistance บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง (5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร)
    • ฟรี SAVE SAFE Platinum Package (5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร)

นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ 17

นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ รถยนต์อเนกประสงค์ระดับพรีเมียม  โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย ความบันเทิง และความหรูหราที่เหนือระดับ  พร้อมเดินทางสู่ทุกจุดหมายปลายทางแบบไร้ขีดจำกัด มาพร้อมข้อเสนอ อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.39% ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี และขับฟรี   90 วัน*

นิสสัน นาวารา กระบะกล้าเพื่อคนแกร่ง เต็มสมรรถนะของการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ ดีเซล 2.3 ลิตร เทอร์โบคู่ มั่นใจตลอดการใช้งาน แข็งแกร่งทนทานทุกการใช้งานบรรทุกหนัก พร้อมดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่น และ Nissan Safety Shield 360° เทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ อาทิ ดาวน์เริ่มต้น 15,900 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 5,999 บาท (เงินดาวน์ 25% ผ่อน 84 เดือน) สำหรับรุ่น คิงแค็บ, ขณะที่ รุ่น คิงแค็บ คาลิเบอร์ V MT ราคาพิเศษ 699,000 บาท และรุ่น ดับเบิ้ลแค็บ คาลิเบอร์ V MT ราคาพิเศษ 799,000 บาท ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และขับฟรี 90 วัน*

นิสสัน อัลเมร่า สปอร์ตเทค (รุ่น V, VL) ข้อเสนอพิเศษ นิสสันช่วยผ่อน 4 งวด 3,4000 บาท หรือ ดอกเบี้ย 0.99% (เงินดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน) และฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง

นิสสัน โน๊ต เสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน) ดาวน์เริ่มต้น 9,900 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 1,900 บาท พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี รวมถึงข้อเสนออื่น ๆ เช่น ฟรี SAVE SAFE Platinum Package (5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร) มูลค่า 18,233 บาท

นิสสัน มาร์ช เสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% (เงินดาวน์ 15%, ผ่อนนาน 60 เดือน) หรือผ่อนเริ่มต้นเพียง 1,750 บาท พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี ลูกค้าสามารถเลือกข้อเสนอพิเศษอื่น ๆ ได้ เช่น ฟรี ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Utility Package มูลค่า 4,120 บาท 

นิสสัน ลีฟ ราคาพิเศษ 1,499,000 บาท ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี ฟรี เครื่อง Wallbox EV Charger รวมค่าติดตั้งมูลค่า 77,000 บาท ฟรี รับประกันระบบไฟฟ้า 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ฟรี โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์นิสสัน พรีเมี่ยม วารันตี และฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี (Premium Roadside Assistance)

ลูกค้าปัจจุบันทุกท่านยังสามารถรับสิทธิประโยชน์จากข้อเสนอโปรโมชันอื่น ๆ ได้อีกมากมาย อาทิ ฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ SAVE SAFE Gold Package ครอบคลุมการเช็กระยะ 6 ครั้งฟรี 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร (ยกเว้น นิสสัน คิกส์ อีพาวเวอร์ และ นิสสัน โน๊ต) พร้อมส่วนลดเพิ่มเติม 10,000 บาท สำหรับนิสสัน คิกส์ อีพาวเวอร์ และส่วนลดเพิ่มเติม 5,000 บาท สำหรับนิสสัน โน๊ต

ลูกค้าที่สนใจสามารถเยี่ยมชม ทดลองขับ และสั่งจองรถยนต์นิสสันที่ชื่นชอบได้ทุกรุ่น ที่ผู้จำหน่ายนิสสันที่ใกล้บ้านทั่วประเทศ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Nissan Call Center หมายเลข 02 401 9600 หรือที่เว็บไซต์ นิสสัน ประเทศไทย

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ชวนคนไทยร่วมกิจกรรมวันสตรีสากลตลอดเดือนมีนาคม

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ชวนผู้บริโภคร่วมฉลองวันสตรีสากลกับแคมเปญส่งเสริมความเท่าเทียมและพลังของผู้หญิงผ่านกิจกรรมมากมายภายใต้คอนเซปต์ “She Series” ที่สะท้อนอัตลักษณ์ความล้ำสมัยและความสำเร็จของ ORA Good Cat เจ้าเหมียวไฟฟ้าขวัญใจคนไทย ณ GWM Experience Center ชั้น 3 – 4 ไอคอนสยาม ตลอดเดือนมีนาคมนี้ โดยผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง GWM แอปพลิเคชันและโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของ เกรท วอลล์ มอเตอร์

  • Break The Bias
    ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการทลายกำแพงอคติเกี่ยวกับเพศสภาพ เพียงใช้แขนทั้งสองข้างทำเป็นเครื่องหมายกากบาทเพื่อแสดงจุดยืนต่อต้านความไม่เท่าเทียมระหว่างหญิง – ชาย แล้วถ่ายรูปโพสต์ลงโซเชียลมีเดียพร้อมกับเช็คอินที่ GWM Experience Center โดยผู้ร่วมกิจกรรมจะได้รับเครื่องดื่มฟรี 1 แก้ว[1] ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มีนาคม 2565
  • Girls, We Run the World

เชิญชวนคนทุกเพศทุกวัยร่วมแสดงพลังเพื่อนหญิงบนลู่วิ่งพร้อมสร้างนิยามใหม่ของความงามจากภายในสู่ภายนอกในธีม “She is Beautiful” กับกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศล โดย เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะบริจาคผ้าอนามัยรักษ์โลกที่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติจำนวน 1 ชิ้นสำหรับทุกๆ 1 กิโลเมตร ให้กับสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านราชาวดี (หญิง) จังหวัดนนทบุรี สอดรับกับจุดเด่นของ ORA Good Cat ที่มอบประสบการณ์ขับขี่อัจฉริยะซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในฐานะรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100%  ขณะที่ผู้ร่วมกิจกรรมจะได้รับ GWM Points 10 คะแนนทุกๆ 1 กิโลเมตร และเมื่อเดินหรือวิ่งครบ 2 กิโลเมตร จะได้รับกระบอกน้ำ GWM สุดเท่ 1 ใบ ตั้งแต่วันที่ 8 – 24 มีนาคม 2565 โดยกิจกรรมส่งมอบผ้าอนามัยและเวิร์คช็อปทำกระเป๋าเก็บผ้าอนามัย DIY จะจัดขึ้นในวันที่ 26 มีนาคม 2565

  • Empowering Women Talk

พบกับนักแสดงและนักร้องสาวมากความสามารถ แพรวา – ณิชาภัทร ฉัตรชัยพลรัตน์ ที่จะมาแบ่งปันประสบการณ์บนเส้นทางสู่ความสำเร็จในวงการบันเทิง ตอกย้ำศักยภาพและพลังของผู้หญิงพร้อมกับสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคนในธีม “She is Powerful” สะท้อนความสำเร็จอันโดดเด่นของ ORA Good Cat ที่ครองใจผู้บริโภคอย่างเหนียวแน่นนับตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยผู้ที่สนใจสามารถร่วมกิจกรรมได้ในวันที่ 13 มีนาคม 2565 เวลา 14.00 – 16.00 น.

  • Be Better You

กิจกรรมเวิร์คช็อปสุดพิเศษสำหรับคุณผู้หญิงที่จะช่วยปรับลุค ปลุกทรัพย์ และเสกปีนี้ให้ปังภายใต้ธีม “She is Wonderful” ซึ่งได้โค้ชวี – แสงระวี มิตรประเสริฐพร ที่ปรึกษาด้านภาพลักษณ์ชื่อดังมาแนะนำวิธีการพัฒนาบุคลิกภาพให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และรูปร่างที่แตกต่างกัน เพื่อให้ชีวิตในปีขาลทองเรืองรองยิ่งกว่าที่เคย เช่นเดียวกันกับ ORA Good Cat ที่ได้เข้ามาสร้างความคึกคักให้กับวงการยานยนต์พลังงานไฟฟ้าไทยอย่างยิ่งใหญ่ในปีที่ผ่านมา โดย 15 เจ้าของรถรุ่นใดก็ได้ของ Great Wall Motor ที่ลงทะเบียนผ่านทาง GWM Application จะสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ในวันที่ 27 มีนาคม 2565 เวลา 13:00-16:00 น.

เกรท วอลล์ มอเตอร์ มุ่งสร้างสรรค์และนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ในทุกมิติ ผ่านการรับฟังเสียงผู้บริโภคทั้งในออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการตลอดจนประสบการณ์ต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ตอกย้ำสถานะบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) ที่พร้อมเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย

1 จำกัดสิทธิ์สูงสุด 10 แก้วต่อวัน

ฟอร์ด จัดประชุมใหญ่ผู้จำหน่ายชูนโยบาย ผลักดันธุรกิจด้วยรถยนต์ระดับโลกควบคู่การมุ่งเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

0

ฟอร์ด ประเทศไทย จัดประชุมแถลงนโยบายทิศทางธุรกิจกับ ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ ประกาศกลยุทธ์ผลักดันการเติบโตของธุรกิจด้วยการสร้างความแข็งแกร่งให้แบรนด์ฟอร์ด เสริมแกร่งการเติบโตของธุรกิจผ่านผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับโลกอย่างรถยนต์ฟอร์ด เจเนอเรชั่นใหม่ ที่มาสร้างปรากฎการณ์ความตื่นเต้นให้กับลูกค้าชาวไทย พร้อมมุ่งเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลางด้วยเสริมนวัตกรรมเพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่เหนือระดับให้กับลูกค้า ณ โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (เอฟทีเอ็ม) จังหวัดระยอง เมื่อเร็วๆ นี้  

ฟอร์ดและผู้จำหน่าย มุ่งมั่นที่จะร่วมกันขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในทุกมิติ โดยในปีนี้ รถฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ จะเป็นผลิตภัณฑ์เรือธงสำคัญในการขยายฐานลูกค้า ประกอบด้วย ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ สุดยอดรถกระบะที่แกร่ง สมบุกสมบัน และชาญฉลาดที่สุด ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่ได้รับการออกแบบและพัฒนาต่อยอดจากรถฟอร์ด  เอเวอเรสต์ รุ่นปัจจุบัน โดยมีการเสริมสมรรถนะการขับขี่ พร้อมกับการตอบโจทย์ด้านความสะดวกสบายสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันและการออกไปผจญภัยเพื่อค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ ตลอดจนฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจเนอเรชันใหม่ ที่พัฒนาโดยทีมฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ให้เป็นที่สุดแห่งรถกระบะออฟโรดที่ทรงพลังที่สุดในตระกูลเรนเจอร์ 

ยิ่งไปกว่านั้น ฟอร์ดยังให้ความสำคัญสูงสุดในมิติของการดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว ที่ฟอร์ดและผู้จำหน่ายจะร่วมมือกันส่งมอบบริการหลังการขายที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดและสอดรับกับพฤติกรรมของลูกค้า พร้อมให้ลูกค้ารถฟอร์ดสะดวกสบายและสนุกในทุกการขับขี่ ผ่านการนำเสนอนวัตกรรมด้านบริการใหม่ๆ แบบพร้อมเสมอ (Always-On) ซึ่งจะช่วยตอบสนองความต้องการได้อย่างตรงจุด ทำให้ลูกค้ารถฟอร์ดใช้รถด้วยความอุ่นใจและมั่นใจสูงสุด

“เพชรธงชัย ทีบีเอ็ม. ยิม” ขึ้นแท่นแชมป์มวยอีซูซุคัพ คนที่ 31 รับปิกอัพ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สปาร์ค” พร้อมเงินสด 1 ล้านบาท

0

กลุ่มตรีเพชร โดย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมส่งมอบรถปิกอัพ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สปาร์ค เกียร์อัตโนมัติ” และเงินรางวัลจำนวน 1 ล้านบาท ให้แก่ “เพชรธงชัย ทีบีเอ็ม. ยิม” เจ้าของตำแหน่งแชมป์มวยไทยจากสังเวียนอีซูซุคัพคนล่าสุด พร้อมรับสิทธิเป็นตัวแทนเข้าร่วมแข่งขันในศึก “Isuzu Cup Super Fight” บนสังเวียน Thai Fight

การแข่งขันมวยไทยอีซูซุคัพ รอบชิงชนะเลิศ ณ เวทีมวยสยามอ้อมน้อย จ.สมุทรสาคร จัดขึ้นภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 อย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจถึงความปลอดภัยของทั้งนักชกและผู้เกี่ยวข้องเป็นสำคัญ โดยในศึก “อีซูซุดีแมคซ์…พลานุภาพพลิกโลก” ครั้งที่ผ่านมา เป็นนัดชี้ชะตาสำคัญของสองขุนพลนักชกแดนใต้ “เพชรธงชัย ทีบีเอ็ม. ยิม” จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี พบกับ “เฮอคิวลิส ว.จักรวุฒิ” จากจังหวัดนครศรีธรรมราช คู่ปรับเก่าที่เคยฟาดแข้งกันมาแล้วอย่างดุเดือด โดยตลอดการชกต่างผลัดกันรุกเดินเกมบุกทำคะแนนอย่างสูสี จนกระทั่งปลายยก 3 ต้นยก 4 เพชรธงชัย อาศัยจังหวะดีกว่าไล่ต้อนออกลีลาแม่ไม้มวยไทย หมัด เข่า ศอก ครบชุด โกยคะแนนเฉือนชนะคู่ต่อสู้ไปอย่างเหนือชั้น คว้าตำแหน่งแชมป์มวยไทยอีซูซุคัพคนล่าสุดไปครองได้สำเร็จ

สำหรับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ “เฮอคิวลิส ว.จักรวุฒิ” รับเงินรางวัล 500,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ “เพชรมณี ภ.หลักบุญ” รับเงินรางวัล 300,000 บาท และรองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ “เอ็กซ์ตร้า ศิริลักษณ์มวยไทย” รับเงินรางวัล 200,000 บาท ไปครองตามลำดับ รวมมูลค่ารางวัลทั้งสิ้นกว่า 2,612,000 บาท

มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “การแข่งขันมวยไทยอีซูซุคัพ ได้รับความนิยมจากแฟนมวยจอตู้ร่วมติดตามชมและเชียร์อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด 31 ปี นับเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่อีซูซุได้มีโอกาสสนับสนุนกีฬามวยไทยให้คงอยู่อย่างมีอัตลักษณ์อันทรงคุณค่า พร้อมต่อยอดและมอบโอกาสให้แชมป์มวยอีซูซุคัพได้โชว์ความสามารถบนสังเวียนชิงความเป็นหนึ่งแห่งสยามประเทศในศึก “Isuzu Cup Super Fight” เพื่อลุ้นเป็นหนึ่งในนักชกตัวแทนประเทศไทยที่จะได้ก้าวสู่การครองรางวัลถ้วยพระราชทานอันทรงเกียรติบนเวทีมวยไทยระดับโลก THAI FIGHT  ซึ่งอีซูซุอยากขอเชิญชวน แฟนๆ มวยไทยร่วมให้การสนับสนุนและเป็นกำลังใจ ให้แก่ เพชรธงชัย ทีบีเอ็ม. ยิม ในโอกาสเตรียมพร้อมสู้ศึกครั้งสำคัญในฐานะแชมป์อีซูซุคัพคนล่าสุดในอนาคตอันใกล้นี้ด้วยครับ

เพชรธงชัย เผยว่า “รู้สึกภาคภูมิใจมากครับที่ได้เป็นแชมป์มวยไทยอีซูซุคัพคนล่าสุด สมกับที่ผมทุ่มฝึกซ้อมอย่างหนักและคอยพัฒนาฝีมือการชกของตัวเองอย่างเต็มที่มายาวนาน ต่อจากนี้อยากให้แฟนมวยช่วยเชียร์ผมในโอกาสขึ้นชกบนเวที THAI FIGHT ที่กำลังจะมาถึง พร้อมอยากขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนทุกๆ ท่านที่ทำให้ผมมีวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องขอบคุณ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด สำหรับรางวัลอันยิ่งใหญ่และโอกาสที่จะได้สร้างชื่อเสียงต่อไปในอนาคตครับ”

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวประชาสัมพันธ์การแข่งขันมวยไทย “อีซูซุคัพ ครั้งที่ 32” และการแข่งขันมวยไทยระดับโลกนัดพิเศษ รายการ “Isuzu Cup Super Fight” เพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com

“ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2022” ระดมทุนมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ พร้อมนวัตกรรมทางการแพทย์ฝีมือวิศวกรฮอนด้า “หน้ากากแรงดันลบและบวก”

0

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2022 ร่วมบริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโป่ง โดยมี นางสาวมนวรา เพชรพลากร ผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด และ มิสวินนี่ เฮง รองประธานอาวุโสและกรรมการผู้จัดการ ไอเอ็มจีเป็นผู้มอบ ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโป่ง จังหวัดชลบุรี

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2022 เป็นหนึ่งในทัวร์นาเมนต์ระดับโลกที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง สามารถดึงดูดความสนใจจากแฟนกอล์ฟทั้งในและต่างประเทศ  นอกจากทัวร์นาเมนต์ที่มีความเข้มข้นเหมือนเช่นทุกปี คณะผู้จัดงานยังมีเจตนารมณ์ในการสร้างคุณค่าและตอบแทนชุมชนในท้องถิ่น สำหรับครั้งนี้ ได้ระดมทุนจากค่าสมัครของนักกีฬาที่ลงทะเบียนเข้าร่วมการแข่งขันรอบคัดเลือกระดับประเทศ National Qualifiers เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา นำไปจัดซื้อสิ่งของจำเป็นสำหรับผู้ป่วย และอุปกรณ์ทางการแพทย์ อาทิ วีลแชร์ เครื่องผลิตออกซิเจน เพื่อมอบให้แก่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโป่ง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาดเล็กที่ยังขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ และมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ฮอนด้ายังได้ร่วมบริจาคหน้ากากแรงดันลบและบวก ซึ่งเป็นนวัตกรรมจากฝีมือทีมวิศกรฮอนด้า สำหรับใช้ในการเคลื่อนย้ายผุู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 และยังช่วยป้องกันเชื้อให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ทำให้หายใจสะดวกและช่วยให้สามารถดูแลผู้ป่วยติดเชื้อได้นานขึ้น โดยหวังว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการดูแลรักษาผู้ป่วยให้กับทางโรงพยาบาลต่อไป

นอกจากการระดมทุนเพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโป่งในครั้งนี้ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ยังมีการจัดประมูลของใช้ของนักกอล์ฟที่มีชื่อเสียงเพื่อนำรายได้มอบให้แก่ศิริราชมูลนิธิ การแข่งขันกอล์ฟ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2022 จะจัดขึ้น ณ สนาม สยาม คันทรี คลับ โอลด์คอร์ส  พัทยา  จังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 10-13 มีนาคม 2565 ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทางผู้จัดการแข่งขันได้ยึดแนวทางปฏิบัติของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกรมควบคุมโรค  แฟนกอล์ฟสามารถชมถ่ายทอดสดการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2022 ได้ทาง PPTV HD ช่อง 36 และผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์ของทางสถานี www.pptvhd36.com, Facebook, YouTube  ได้ตลอดทั้ง 4 วันของการแข่งขัน

ข้อมูลเพิ่มเติมและอัพเดตความเคลื่อนไหวการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2022 สามารถติดตามและเยี่ยมชมได้ที่ www.facebook.com/lpgaThailand หรือ  https://www.instagram.com/hondalpgathailand

(มีคลิปวีดีโอ) NEW MG ZS EV ปรับโฉม อัพเกรดสมรรถนะ ชาร์จครั้งเดียวขับได้ไกลกว่า 400 กม.

0
New MG ZS EV Pic Open

New MG ZS EV มากับรูปลักษณ์ใหม่พร้อมฟีเจอร์ล้ำสมัยและมีสมรรถนะสูง ด้วยมอเตอร์ขนาด 177 แรงม้า แบตเตอรี่ 50.3 กิโลวัตต์/ชั่วโมง สามารถวิ่งได้ 403 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตอบโจทย์เอาท์ดอร์ไลฟ์สไตล์ด้วยฟีเจอร์ V2L (Vehicle to Load) จ่ายกระแสไฟให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้า ด้วยกำลังสูงสุดถึง 2,200 วัตต์ ราคายังไม่เปิด แต่ถ้าจองวันนี้จนถึงวันที่ 21 มี.ค. เงินจอง 10,000 บาท จะมีมูลค่าเป็น 20,000 บาท เพื่อหักจากราคาจำหน่าย พร้อมอุปกรณ์ต่อเชื่อมกระแสไฟ V2L มูลค่า 10,000 บาท

 

NEW MG ZS EV รถพลังงานไฟฟ้า 100% ในรูปแบบ SUV ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “TRULY EASY”
ยนตรกรรมที่จะทำให้ชีวิตของคุณ “ง่าย” ขึ้นอย่างแท้จริง ด้วยดีไซน์โดดเด่นสะดุดตา ภายนอกเรียบหรู ล้ำสมัยภายใต้แนวคิด BRIT DYNAMIC ลงตัวสมบูรณ์แบบในทุกด้าน ทั้งสมรรถนะ (PERFORMANCE) การควบคุม (HANDING) การออกแบบ (DESIGN) และความปลอดภัย (SAFETY) ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทันสมัย ขับขี่ง่าย มั่นใจในทุกเส้นทาง

NEW MG ZS EV 1

 

EASY & STYLISH – EXTERIOR DESIGN: ดีไซน์ภายนอกล้ำสมัย

NEW MG ZS EV มาพร้อมกับรูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่นตามแบบฉบับรถ SUV ของ MG เรียบง่าย แต่แฝงด้วยความสปอร์ต ผสานเข้ากับเส้นสายที่ทันสมัย ลงตัวในทุกรายละเอียด พร้อมกระจังหน้าและกันชนหน้าดีไซน์ใหม่สะท้อนภาพลักษณ์รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% มากยิ่งขึ้น

NEW MG ZS EV 3

NEW MG ZS EV 2

NEW MG ZS EV 4

•มิติตัวถัง 4,323 x 1,809 x 1,649 มิลลิเมตร (ยาว x กว้าง x สูง)
•ระยะช่วงล้อ 2,585 มิลลิเมตร
•กระจังหน้า และกันชนหน้าแบบ GRILLE-LESS DESIGN
•ไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ตอนกลางวัน (Daytime Running Lights)
•ไฟท้ายแบบ และไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED
•สปอยเลอร์หลังพร้อมราวหลังคา
•ล้ออัลลอยด์ ดีไซน์ใหม่ ขนาด 17 นิ้ว พร้อมฝาครอบล้อแบบ Aero Wheel Cover

EASY & CONVENIENT – INTERIOR DESIGN: ดีไซน์ภายใน เพื่อการใช้งานที่ “ง่าย” และ สบาย ยิ่งขึ้น

NEW MG ZS EV ได้รับการออกแบบให้มีพื้นที่ภายในกว้างขวาง มาพร้อมดีไซน์เรียบหรู แฝงความสปอร์ตพรีเมี่ยมด้วยคอนโซลหน้าลายคาร์บอนไฟเบอร์ และเบาะหนังดำเดินด้ายแดง พร้อมวัสดุบุนุ่มแบบ Soft Touch และฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน

NEW MG ZS EV 5

NEW MG ZS EV 6

NEW MG ZS EV 7

NEW MG ZS EV 8

NEW MG ZS EV 9

•ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charger)
•พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ควบคุมเครื่องเสียงพร้อมปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์
•หน้าจอแสดงผลอัจฉริยะแบบดิจิตอล ขนาด 7 นิ้ว
•หน้าจอสีระบบสัมผัสดีไซน์ใหม่ ขนาด 10 นิ้ว
•หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof)
•เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับ 4 ทิศทาง
•พื้นที่เก็บสัมภาระปรับได้ 2 ระดับ
•ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
•กระจกมองหลังตัดแสง
•ระบบกรองอากาศ PM 2.5
•ลำโพง 6 ตำแหน่ง
•ระบบเชื่อมต่อมัลติมิเดีย Apple CarPlay และสมาร์ทโฟนระบบ Android

EASY DRIVE: สมรรถนะเพื่อการขับขี่ที่ง่าย มั่นใจ และปลอดภัยยิ่งขึ้น

NEW MG ZS EV เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 8.6 วินาที และด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่มีความจุ 50.3 kWh ทำให้สามารถขับขี่ได้ระยะทางสูงสุดถึง 403 กิโลเมตร* ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC พร้อมมีระบบ Liquid Cooling System ช่วยระบายความร้อนให้ทั้งมอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

NEW MG ZS EV 10

NEW MG ZS EV 11

NEW MG ZS EV

•มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor
•แบตเตอรี่ Lithium-Ion ขนาด 50.3 kWh
•แบตเตอรี่มาตรฐานความปลอดภัย IP67 ในการป้องกันน้ำและฝุ่น
•ระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) 3 ระดับ
•โหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ ได้แก่ โหมด Eco โหมด Normal และโหมด Sport
•ระบบพวงมาลัย Rack and Pinion ควบคุมด้วยไฟฟ้า (EPS)
•ดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมระบบช่วงล่างหน้า MacPherson Strut พร้อมเหล็กกันโคลง และระบบช่วงล่างหลัง Torsion Beam
*ทดสอบตามมาตรฐานความประหยัดพลังงาน NEW EUROPEAN DRIVING CYCLE (NEDC)

NEW MG ZS EV มาพร้อมระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย FSF (Full Space Frame) ปรับแต่งระบบช่วงล่างแบบ EURO TUNING SUSPENSION และมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยรอบคัน ด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐาน Advanced Synchronized Protection System 20 ระบบ ได้แก่

 NEW MG ZS EV 14

NEW MG ZS EV 15

NEW MG ZS EV 16

•ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB (Autonomous Emergency Braking)
•ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนพร้อมปรับองศาพวงมาลัยหากออกนอกเลน ELK (Emergency Lane Keeping System) ถือเป็นระบบใหม่ที่เพิ่มเติมเข้ามาเป็นครั้งแรก โดยผสานรวมระบบ LDP (Lane Departure Prevention) และ LKA (Lane Keep Assist) เข้าไว้ด้วยกัน
•ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
•ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
•ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
•ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist)
•ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)
•ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)
•ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning)
•ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-beam control)

นอกจากนี้ยังเสริมอุปกรณ์ความปลอดภัย อาทิ จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ (Speed Sensing Door Lock) เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ (3D Around View Monitor) พร้อมสัญญาณเตือนระยะถอยหลัง ระบบกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง และระบบไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่อง

NEW MG ZS EV 18

NEW MG ZS EV 17

EASY CHARGE: ง่าย สะดวกสบาย ทุกการชาร์จ ด้วยสถานีชาร์จที่ครอบคลุม
NEW MG ZS EV ทำให้การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบาย ด้วยระบบการชาร์จ 2 รูปแบบรองรับทั้งแบบ Quick Charge และ Normal Charge พร้อมสถานีอัดประจุไฟฟ้าของเอ็มจี MG Super Charge ที่ติดตั้งแล้วกว่า 120 แห่งทั่วประเทศ
•ชาร์จแบบเร็ว Quick Charge ชาร์จไฟฟ้าจาก 30% – 80% ใช้เวลาประมาณ 30 นาที*
•ชาร์จแบบธรรมดา Normal Charge ผ่าน MG HOME CHARGER 0% – 100% ใช้เวลาประมาณ
7 ชั่วโมง 15 นาที
•ล่าสุด กับระบบจ่ายกระแสไฟ V2L (Vehicle to Load) จ่ายพลังงานจากรถสู่อุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น
*ระยะเวลาในการชาร์จ ขึ้นอยู่กับระดับแบตเตอรี่คงเหลือและกำลังของเครื่องอัดประจุไฟฟ้า

EASY CONNECT: ด้วยเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออัจฉริยะที่ทำให้การใช้งานง่ายและสะดวกสบายอย่างแท้จริง

NEW MG ZS EV มาพร้อมระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ที่พร้อมทำให้ทุกการเชื่อมต่อในรถมีความง่ายและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ เชื่อมให้ผู้ใช้งานและรถเป็นหนึ่งเดียวกัน

Smart Check
•ระบบตรวจสอบสถานะรถยนต์ และระบบเตือนความผิดปกติของรถยนต์
•ระบบขอบเขตอิเล็กทรอนิกส์
•ระบบสั่งการ และระบบค้นหารถ Find My Car
•ระบบตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่ การชาร์จ และสถานีชาร์จ
•ระบบช่วยค้นหาศูนย์บริการ นัดหมาย และบันทึกการดูแลรักษารถยนต์ตามระยะ

Smart Command
•กุญแจดิจิตอล
•ระบบสั่งการผ่านเสียงภาษาไทย
•ระบบควบคุมการทำงานของระบบปรับอากาศผ่านทางสมาร์ทโฟน
•ระบบวางแผนการเดินทาง Travel Plan และตั้งค่าการเดินทางแบบ Team Travel
•ระบบโทรออก – รับสายกรณีฉุกเฉิน
•ระบบโทรอัตโนมัติกรณีฉุกเฉิน Emergency Call
•ระบบเลขาส่วนตัว MG Call Centre
•ระบบสั่งการชาร์จ สถานี MG Super Charge ผ่านทางสมาร์ทโฟน

Smart Connect
•ระบบนำทาง Navigation พร้อมรายงานการจราจรแบบ Real Time
•ระบบช่วยค้นหาร้านอาหาร และที่พักบนแผนที่นำทาง
•ระบบเล่นเพลงออนไลน์แบบสตรีมมิ่ง
•ระบบเรียกดูข้อมูลข่าวสาร เหตุการณ์ปัจจุบัน และอัพเดทข้อมูลพยากรณ์อากาศ
•อัพเกรดระบบต่าง ๆ ผ่านออนไลน์ (FOTA)

NEW MG ZS EV มีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น D และรุ่น X พร้อมสีตัวถังทั้งหมด 5 สี ได้แก่ ได้แก่ สีน้ำเงิน (Como Blue) สีเงิน (Cosmic Silver) สีแดง (Scarlet Red) สีดำ (Black Knight) และสีขาว
(Arctic White)

NEW MG ZS EV 19

ทั้งนี้ ทั้งนี้ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด จะเปิดตัวสู่สาธารณชน พร้อมประกาศราคาอย่างเป็นทางการในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ในวันที่ 22 มีนาคมนี้

สำหรับผู้จอง NEW MG ZS EV ในช่องทางออนไลน์ผ่าน www.mgcars.com ระหว่างวันที่ 11-21 มีนาคมนี้ และรับรถภายในวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2565 จะได้รับข้อเสนอสุดพิเศษจากทางเอ็มจี ประกอบด้วย
•เงินจอง 10,000 บาท จะมีมูลค่าเป็น 20,000 บาท เพื่อใช้หักออกจากราคาจำหน่าย NEW MG ZS EV เมื่อมีการส่งมอบรถอย่างเป็นทางการ
•รับประกับแบตเตอรี่นาน 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร
•รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร
•ฟรี! MG Home Charger พร้อมค่าติดตั้ง
•ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี
•ฟรี! อุปกรณ์เชื่อมต่อกระแสไฟ V2L มูลค่า 10,000 บาท