Home Blog Page 315

อีซูซุคว้า 9 รางวัลยอดเยี่ยมแห่งปี “CAR OF THE YEAR 2022”

0

กลุ่มตรีเพชร โดย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง รับมอบ 9 รางวัล “รถยอดเยี่ยมแห่งปี 2022” (CAR OF THE YEAR 2022) จาก นายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี  ดังนี้

  • รางวัลรถปิกอัพขับเคลื่อน 2 ล้อ ยอดเยี่ยม :

อีซูซุดีแมคซ์ ใหม่!

  • รางวัลรถปิกอัพยอดนิยม :

อีซูซุดีแมคซ์ ใหม่!

  • รางวัลรถปิกอัพประหยัดน้ำมันยอดเยี่ยมเครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,500 ซีซี :

อีซูซุดีแมคซ์ ใหม่!

  • รางวัลรถปิกอัพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่สุด :

อีซูซุดีแมคซ์ ใหม่!

  • รางวัลรถปิกอัพขับเคลื่อน 4 ล้อยอดเยี่ยม :

อีซูซุดีแมคซ์ วี-ครอส 4×4 ใหม่!

  • รางวัลรถปิกอัพไลฟ์สไตล์สปอร์ตยอดเยี่ยม :

อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ ใหม่!

  • รางวัลรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ขับเคลื่อน 2 ล้อ ดีเซลยอดเยี่ยม :

ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์

  • รางวัลรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยและระบบความปลอดภัยสูงสุด :

ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์

  • รางวัลโครงการเพื่อสังคมยอดเยี่ยมแห่งปี

โครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต”

เกรท วอลล์ มอเตอร์ คว้า 3 รางวัลจากงาน “CAR & BIKE OF THE YEAR 2022”

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ คว้า 3 รางวัลจากงานประกาศรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี “CAR & BIKE OF THE YEAR 2022” สานต่อความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าที่มุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์รูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค ตอกย้ำความพร้อมในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัยให้ก้าวสู่เวทีระดับโลกอย่างแท้จริง

งานประกาศรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี “CAR & BIKE OF THE YEAR 2022” โดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2565 ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนภาพลักษณ์ที่ดีทางด้านธุรกิจยานยนต์ และส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยให้พัฒนาสู่ระดับสากล โดยมอบรางวัลให้กับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่มีความโดดเด่นในแต่ละด้าน ทั้งประเภทที่ผลิตในประเทศและนำเข้า เพื่อเป็นแนวทางสำหรับประชาชนทั่วไปในการพิจารณาเลือกซื้อรถยนต์ให้เหมาะสมตามวัตถุประสงค์การใช้งาน

เกรท วอลล์ มอเตอร์ นำทีมโดย มร. เอลเลียต จาง ประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียน มร. ไมเคิล ฉง ผู้จัดการทั่วไป และนายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยทีมผู้บริหารจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) เข้าร่วมในงานประกาศรางวัลดังกล่าว โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก นายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธี โดยรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั้ง 3 รุ่น จาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ คว้า 3 รางวัล ประกอบด้วย

  • All New HAVAL H6 Hybrid SUV รุ่น ULTRA ได้รับรางวัล BEST HYBRID SUV UNDER 1,600c.
  • ORA Good Cat รุ่น 500 ULTRA ได้รับรางวัล BEST 5 Door EV SPORT HATCHBACK
  • All New HAVAL JOLION Hybrid SUV รุ่น ULTRA ได้รับรางวัล THE BEST HI-TECH HYBRID SUV

โดย มร. เอลเลียต จาง ประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า “ทั้ง 3 รางวัลอันทรงเกียรติของรถยนต์ทั้ง 3 รุ่นที่เรามีในปัจจุบัน ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งในการก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยสำหรับ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ซึ่งได้เข้ามาสร้างความคึกคักให้กับวงการยานยนต์ตลอดทั้งปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งตอกย้ำความร้อนแรงของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะทั้ง 3 รุ่น ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย โดดเด่นทั้งรูปลักษณ์และสมรรถนะ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การขับขี่ได้อย่างลงตัว เมื่อผสานกับกลยุทธ์การรับฟังความคิดเห็นจากผู้บริโภคเพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอยู่เสมอผ่านทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ภายใต้การทำงานแบบเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (User-Centric) จึงนำมาสู่ความสำเร็จครั้งสำคัญของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในโอกาสนี้ เราขอขอบคุณ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) สำหรับรางวัลดังกล่าว รวมถึงลูกค้าและผู้บริโภคชาวไทยสำหรับความไว้วางใจและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เรายังคงยึดถือคำมั่นสัญญาที่จะไม่หยุดนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีและการบริการรูปแบบใหม่ๆ เพื่อยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยให้สามารถยืนหยัดบนเวทีระดับนานาชาติได้อย่างเต็มภาคภูมิ”

All New HAVAL H6 Hybrid SUV รุ่น ULTRA ที่คว้ารางวัล BEST HYBRID SUV UNDER 1,600 c.c. เป็นรถยนต์เอสยูวีไฮบริดอัจฉริยะระดับโลกที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและมาตรฐานความปลอดภัยแห่งอนาคต โดดเด่นด้วยสมรรถนะการขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.5L เทอร์โบ ผสานการทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังรวมสูงสุด 243 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดรวม 530 นิวตันเมตร มาพร้อมเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะและห้องโดยสารที่กว้างขวาง ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของทุกคนในครอบครัว การันตีความสำเร็จด้วยยอดขายสูงสุดเป็นอันดับ 1 ติดต่อกันถึง 3 เดือนตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคมในปี 2564 ที่ผ่านมา และยังคงทำผลงานยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่องภายในระยะเวลา 6 เดือนตั้งแต่มีการเปิดตัวในประเทศไทย โดยปัจจุบัน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ส่งมอบ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยรวมทั้งสิ้นกว่า 3,000 คัน

ส่วนเจ้าเหมียวไฟฟ้า 100% ORA Good Cat รุ่น 500 ULTRA ซึ่งได้รับรางวัล BEST 5 Door EV SPORT HATCHBACK มาพร้อมรูปลักษณ์ล้ำสมัย ที่ผสานกลิ่นอายความคลาสสิกเอาไว้อย่างลงตัว โดยตัวถังถูกออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ Retro Futuristic พร้อมด้วยไฟหน้า LED เต็มรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยทรง Cat Eye ที่โดดเด่นเฉพาะตัวพร้อม Daytime Running Light และไฟส่องสว่างหลังดับเครื่องยนต์ Follow Me Home ส่วนภายในห้องโดยสารถูกออกแบบให้เน้นแนวคิด “Intelligent Cockpit with Exquisite Craftsmanship” เรียบหรู ทันสมัยด้วยนวัตกรรมเพื่อการใช้ชีวิตอัจฉริยะ อาทิ หน้าจอ Integrated Double Screen และระบบกรองอากาศ CN95 ซึ่งสามารถลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 รวมถึงลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ขณะที่เจ้าแมวน้อยขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ให้กำลังสูงสุด 143 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร นอกจากนี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยีที่ส่งมอบความปลอดภัยขั้นสูงสุดให้ผู้ขับขี่ผ่านระบบความปลอดภัย (Driver Assistance and Safety Systems) พร้อมมอบประสบการณ์และความสะดวกสบายในการขับขี่ที่เหนือระดับ

และสำหรับเจ้าสิงโตอารมณ์ดี All New HAVAL JOLION Hybrid SUV รุ่น ULTRA ซึ่งคว้ารางวัล THE BEST HI-TECH HYBRID SUV มาครอบครอง เป็นรถที่เข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์ในเซ็กเมนต์ เอสยูวี บี โดดเด่นด้วยขุมพลังอัจฉริยะ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี LEMON Hybrid DHT (Dedicated Hybrid Technology) ที่พัฒนาขึ้นโดย เกรท วอลล์ มอเตอร์ โดยเป็นการผสานการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์ไฮบริดประสิทธิภาพสูงและมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ เพื่อสร้างการขับเคลื่อนแบบไฮบริดที่ทรงพลังและประหยัดน้ำมัน การดีไซน์ภายในห้องโดยสารภายใต้แนวคิด Future Intelligent Cockpit อันเหนือชั้น เช่น การเชื่อมต่อของ 3 หน้าจออัจฉริยะ ทั้งหน้าจอหลักตรงกลางแบบ Touch Screen Audio Display ที่รองรับ Apple Carplay MP3 JOOX และระบบนำทาง ต่อด้วยหน้าจอ Multi Information Display และหน้าจอ Head-up Display ที่แสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมด้านหน้า ตลอดจนฟังก์ชั่นการอัปเกรดเฟิร์มแวร์ผ่านระบบออนไลน์อัจฉริยะ (FOTA) การสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ (Voice Command) การสั่งการและควบคุมรถผ่าน GWM Application และระบบป้องกันความปลอดภัยในการขับขี่ (Driver Assistance and Safety Systems) อาทิ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) การเข้าโค้งอัจฉริยะ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ (TJA)  ระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ 3 รูปแบบ (IIP) กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา ระบบช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากด้านข้าง (WDS) เป็นต้น

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) พร้อมเดินหน้าตอกย้ำความมุ่งมั่นในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านยานยนต์พลังงานไฟฟ้าด้วยการสร้างสรรค์และนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ในทุกมิติ เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการตลอดจนประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิต และส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ฟอร์ด คว้า 3 รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปีจากเวที Car of the Year 2022

0

ฟอร์ด ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถกระบะไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดฟอร์ด เรนเจอร์ เอ็กซ์แอล สตรีท สเปเชียล เอดิชั่น ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เอ็กซ์ และฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max สามารถคว้า 3 รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี 2565 จากเวที Car of the Year 2022 โดยมีนายรัฐการ จูตะเสน รองกรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย และนางสาวปรีติ ประพันธ์วิทยา รองผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย เข้ารับรางวัลจากนายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ณ ห้อง รอยัล จูบิลี่ บอลรูม อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี

ฟอร์ด เรนเจอร์ เอ็กซ์แอล สตรีท สเปเชียล เอดิชั่น คว้ารางวัล BEST 2WD PICK UP UNDER 2,500 C.C. รถกระบะตอนครึ่งสำหรับลูกค้าคนรุ่นใหม่ โดยฟอร์ด เรนเจอร์ เอ็กซ์แอล สตรีท สเปเชียล เอดิชั่น เป็นรถที่ฟอร์ดผลิตขึ้นในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี ของฟอร์ด ประเทศไทย และเพื่อรำลึกถึงต้นกำเนิดของ ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ที่ได้สร้างชื่อเสียงในวงการมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกมาอย่างยาวนาน โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถแข่ง Ford Thailand Racing – FTR ที่มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร ผสานเกียร์ธรรมดา 6 สปีด มีตัวเลือกสีภายนอก ได้แก่ สีน้ำเงินไลท์นิ่งบลู และสีดำแอบโซลูทแบล็ค ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และการใช้งานของลูกค้าที่แตกต่างได้อย่างลงตัว

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เอ็กซ์ กระบะออฟโรดสมรรถนะสูง คว้ารางวัล BEST 4WD PICK UP UNDER 2,000 C.C. ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เอ็กซ์ ได้รับการปรับโฉม ทั้งภายนอกและภายในให้มีความความโฉบเฉี่ยว ดุดัน สไตล์สปอร์ต มากยิ่งขึ้น ขณะที่ยังคงเอกลักษณ์ทางดีเอ็นเอของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ ไว้อย่างครบถ้วน ทั้งด้านการออกแบบและสมรรถนะการขับขี่ โดยมีขุมพลังจากเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบคู่ ขนาด 2.0 ลิตร ผสานกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ส่งมอบกำลังสูงสุด 213 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร พร้อมยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วยโหมดการขับขี่ Terrain Management System 6 รูปแบบที่ปรับได้ตามสภาพเส้นทาง และเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะมากมาย ให้พร้อมลุยทุกสถานการณ์

ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max คว้ารางวัล BEST HIGH-LIFT PICKUP UNDER 2,000 C.C. ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max รถกระบะที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานแบบออฟโรด เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกเร้าใจ ตามแบบฉบับของฟอร์ด เรนเจอร์ มาพร้อมขุมพลังจากเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ ขนาด 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ให้กำลังสูงสุด 213 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร พร้อมเติมเต็มทุกความต้องการในการพิชิตทุกเส้นทางอันท้าทาย ด้วยสมรรถนะการขับเคลื่อน 4 ล้อที่เหนือชั้น มอบความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่รถกระบะสายออฟโรดได้ออกไปใช้ชีวิตให้สนุกและมีความสุขตามนิยามการใช้ชีวิตแบบเรนเจอร์ ‘Live The Ranger Life’

รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี ซึ่งจัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) มีวัตถุประสงค์เพื่อคัดสรรรและมอบรางวัลให้แก่ถยนต์ที่ดีที่สุดในแต่ละประเภท ซึ่งรางวัลที่ได้รับ สะท้อนให้เห็นถึงการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี และศักยภาพความก้าวหน้าทางด้านการออกแบบ การผลิตรถยนต์ในประเทศไทย และนำเข้าจากต่างประเทศ นอกจากนี้ การมอบรางวัลรถยอดเยี่ยมเห่งปี ยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดี และเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ภายในประเทศ ซึ่งรางวัลเกียรติยศอันทรงเกียรติ เป็นเครื่องการันตีถึงคุณภาพมาตรฐานยานยนต์ โดยรางวัลที่ฟอร์ดได้รับในปีนี้ นับเป็นการตอกย้ำความโดดเด่นและสมรรถนะของรถยนต์ฟอร์ด เรนเจอร์ ทั้ง 3 รุ่นได้เป็นอย่างดี

มาสด้า ผู้นำแห่งเทคโนโลยีคว้า 6 รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี Car of the Year 2022

0

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้ารับ 6 รางวัล Car of the Year 2022 หรือ รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี 2565 ทั้งรถยนต์นั่ง รถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์เอสยูวี และรถปิกอัพ สะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นของยนตรกรรมมาสด้าในด้านต่างๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค จนสามารถพิชิตรางวัลอันทรงเกียรตินี้มาครองได้สำเร็จอีกครั้ง ซึ่งในปีนี้ ได้รับเกียรติจาก นายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ประธานในพิธีฯ เป็นผู้มอบรางวัล พร้อมด้วย นายอโทัย เอี่ยมลำเนา ประธานจัดงาน Car & Bike of the Year 2022 และ นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ โดยพิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้ จัดขึ้นที่ ห้อง รอยัล จูบิลี่ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

รางวัล Car of the Year 2022 จัดขึ้นโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เพื่อสนับสนุนภาพลักษณ์ที่ดีทางด้านธุรกิจยานยนต์และส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย โดยทำการคัดเลือกรถยนต์ที่มีความโดดเด่นในแต่ละด้าน พร้อมให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบข้อมูลที่แท้จริง เพื่อศึกษาเป็นแนวทางในการพิจารณาเลือกซื้อรถยนต์ให้เหมาะสมตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน ซึ่งการคว้ารางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของทีมวิศวกรชาวมาสด้า ที่มุ่งมั่นในการพัฒนายนตรกรรมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า เพื่อสร้างโลกที่ยังคงสวยงาม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน และสร้างสังคมให้น่าอยู่ตลอดไป

รถยนต์มาสด้าที่ได้รับรางวัล Car of the Year 2022

  1. Mazda2 1.3 SP SKYATIV-G             คว้ารางวัล Best Hatchback under 1,300 c.c.
  2. Mazda2 XDL SKYACTIV-D              คว้ารางวัล Best Diesel Sedan under 1,600 c.c.
  3. Mazda3 SKYACTIV-G Fastback       คว้ารางวัล Best Hatchback under 2,000 c.c.
  4. Mazda CX-30 SKYACTIV-G            คว้ารางวัล Best Performance Compact SUV
  5. Mazda CX-8 SKYACTIV-D 4WD       คว้ารางวัล Best Diesel SUV under 2,500 c.c.
  6. Mazda BT-50                                คว้ารางวัล Best Performance Pickup

บุคคลในภาพ

(จากซ้ายสุดไปขวาสุด) คณะผู้บริหารระดับสูงจาก บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบด้วย นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการส่วนงานสื่อสารการตลาด, นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส, นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร มร. คาซูทากะ โมริ รองประธานกรรมการบริหาร, ดร. ปณัสย์ บุญค้ำ รองประธานฝ่ายบริการหลังการขาย และ นายสมหมาย แซ่อึ้ง รองประธานฝ่ายขาย

อีซูซุ เปิดศึก “Isuzu One Make Race 2022” การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี

0

กลุ่มตรีเพชร โดย บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ร่วมกับ ฟาอีส ยูไนเต็ด มอเตอร์สปอร์ต ผู้จัดการแข่งขัน บริษัท ต.สยาม คอมเมอร์เชียล จำกัด ผู้จำหน่ายยางรถยนต์ TOYO TIRE บริษัท อีซียู ช็อป 1 จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายกล่องเพิ่มสมรรถนะเครื่องยนต์ และ บริษัท พีเคออโต้โมทีฟ จำกัด ผู้จำหน่ายคลัตช์ BRC จัดทัพ “อีซูซุดีแมคซ์ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” รวม 42 คัน ร่วมท้าประลองความเร็วในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ Isuzu One Make Race 2022” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 ชิงรางวัลถ้วยประทานจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ พร้อมรถปิกอัพ “อีซูซุดีแมคซ์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” ประเดิมสนามแรก วันที่ 26 – 27 มีนาคม 2565 ณ สนามพีระอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี

มร. ทาคาชิ  ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า  “การแข่งขัน Isuzu One Make Race เป็นการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ ซึ่งอีซูซุมีการจัดแข่งขันเป็นประจำทุกปีตลอด 12 ปีที่ผ่านมา ได้รับผลตอบรับที่ดีทั้งจากนักแข่งที่เข้าร่วมการแข่งขัน และผู้ชมที่ติดตามการแข่งขัน สำหรับปีนี้มีรถ “อีซูซุดีแมคซ์ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” เครื่องยนต์สแตนดาร์ด  ที่เข้าร่วมการแข่งขันมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ รวม 42 คัน โดยรถทุกคันได้มีการปรับแต่งความแรงด้วยกล่องอัจฉริยะจาก ECU SHOP ในรุ่นเครื่องยนต์ 1,900 ซีซี ให้มีความแรงเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็น 215 แรงม้า และรุ่น 3,000 ซีซี มีความแรงเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็น 275 แรงม้า กลุ่มตรีเพชรขอขอบคุณคณะผู้จัดการแข่งขัน และนักแข่งรายการ “Isuzu One Make Race 2022” ทุกท่าน ที่เลือกใช้รถ “อีซูซุดีแมคซ์” ให้เป็นรถแข่งคู่ใจในการแข่งขัน นอกจากนี้ ยังใช้รถ “อีซูซุดีแมคซ์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” เป็นรถ Safety Car นำขบวนรถแข่งเข้าสู่สนามแข่งในทุกรุ่นการแข่งขัน ซึ่งจะนำไปอวดโฉมเป็นครั้งแรกในงาน Bangkok International Motor Show 2022 เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์       รถปิกอัพ “อีซูซุดีแมคซ์” ในฐานะรถแข่งที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะอันเหนือชั้น ทั้งในด้านความแรง ตลอดจนมาตรฐานความปลอดภัยอันดีเยี่ยมของรถอีซูซุ ซึ่งได้รับการยอมรับจากนักแข่งทั้งมืออาชีพ และมือสมัครเล่นในวงการมอเตอร์สปอร์ตเมืองไทย สำหรับการแข่งขันในปีนี้ได้รับเกียรติจากคุณพีท-ธนภณ ทองเจือ นักแสดงและนักแข่งรถชื่อดัง คุณแอนด์ดรูว์ โคร์นิน นักแสดงลูกครึ่งไทย-อังกฤษ และคุณทอม-นิรุทธ์ สุจริต พิธีกรหนุ่มมากความสามารถ ที่ยังคงเข้าร่วมการแข่งขันเช่นเดิม นอกจากนี้ขอแสดงความยินดีกับคุณณัฐพงศ์ เหลาคม จากการคว้าแชมป์ ในรุ่น 1.9 และ          คุณศุภกฤต พระแก้ววศิน ในรุ่น 3.0 ที่ได้รับรางวัลถ้วยประทานจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และรถปิกอัพ “อีซูซุดีแมคซ์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” จากการแข่งขัน Isuzu One Make Race 2021 และปีนี้ก็ยังคงเข้าร่วมแข่งขันเพื่อป้องกันแชมป์ด้วยเช่นกัน”

ร่วมพิสูจน์ความเหนือชั้นของรถแข่งอีซูซุในการแข่งขัน “Isuzu One Make Race 2022” เพื่อชิงรางวัลถ้วยประทานจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ พร้อมรถปิกอัพ “อีซูซุดีแมคซ์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” เริ่มประเดิมการแข่งขันสนามแรกในวันที่26 – 27 มีนาคม 2565 ณ สนามพีระอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี และจะทำการแข่งขันแบบออนทัวร์ต่อเนื่องเพื่อเก็บคะแนนในแต่ละสนาม และจัดลำดับผู้เข้าแข่งขันในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศอีกครั้งหนึ่ง เพื่อค้นหาที่สุดแห่งเจ้าแห่งความเร็วในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบแห่งปี

สำหรับกำหนดการแข่งขันทั้ง  6 สนาม ดังนี้

  • สนามที่ 1 : 26 – 27 มีนาคม 2565 ณ สนามพีระอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี
  • สนามที่ 2 : 7 – 8 พฤษภาคม 2565 ณ สนามพีระอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี
  • สนามที่ 3 : 9 – 10 กรกฎาคม 2565 ณ สนามแก่งกระจาน เซอร์กิต จังหวัดเพชรบุรี
  • สนามที่ 4 : 3 – 4 กันยายน 2565 ณ สนามพีระอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี
  • สนามที่ 5 : 5 – 6 พฤศจิกายน 2565 ณ สนามพีระอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี
  • สนามที่ 6 : 24 – 25 ธันวาคม 2565 ณ สนามบุรีรัมย์อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

ติดตามข้อมูลการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ “Isuzu One Make Race 2022” ได้ที่ www.isuzu-tis.com และ www.facebook.com/allnewisuzudmax

 

รูปแบบการแข่งขัน

การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ “Isuzu One Make Race 2022” แต่ละสนามจะแบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ขั้นตอน ดังนี้ การควอลิฟายด์, การแข่งขัน RACE 1, การแข่งขัน RACE 2

การควอลิฟายด์

จะมีขึ้นในวันศุกร์ เป็นการจับเวลาแบบ HOT LAP ครั้งละ 1 คัน คันที่ทำเวลาอันดับ 1 – 7            จะชิงถ้วยในกลุ่ม 1 ส่วนอันดับ 8 – 13 ชิงถ้วยในกลุ่ม 2, อับดับที่ 14 – 19 จะชิงถ้วยในกลุ่ม 3 และ อันดับที่ 20 – 24 จะชิงถ้วยในกลุ่ม 4 การจับเวลาและแบ่งกลุ่มจะทำให้นักแข่งสามารถแข่งขันในรุ่นของตนเองได้เต็มที่ ทำให้การแข่งขันเข้มข้นเร้าใจในทุกช่วงเวลา

การแข่งขัน RACE 1

จะมีขึ้นในวันเสาร์ ลำดับ START ตามผลการจับเวลา และผลการแข่งขันใน RACE 1 จะเป็นการจัดอันดับออก START ใน RACE 2 ของวันอาทิตย์ จะมีคะแนนเก็บให้ตามลำดับที่เข้าแข่งขัน

การแข่งขัน RACE 2

จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ ลำดับ START จะเป็นแบบ Reverse Grid ผลการแข่งขันยังคงรับถ้วยตามกลุ่มการควอลิฟายด์ RACE 2 นี้จะเป็นการตัดสินในการรับถ้วยรางวัล พร้อมเงินรางวัล(เงินรางวัลรับตามอันดับ OVERALL)

หมายเหตุ 

  • รถแข่งทุกคัน จะต้องจอดรวมอยู่ในสถานที่ที่จัดไว้ให้เท่านั้น
  • หลังจบการแข่งขันทุกครั้ง รถที่มีตำแหน่งจะถูกตรวจสภาพ
  • กรณีที่ซีลและมาร์คเครื่องหมายต่าง ๆ หลุดลอก จะต้องทำการตรวจสภาพใหม่ทั้งหมด

รายชื่อนักแข่ง “Isuzu One Make Race 2022” รุ่น 1.9* 

ลำดับหมายเลขชื่อนักแข่ง
145คุณธนภณ ทองเจือ
271คุณณัฐพงศ์ เหลาคม
398คุณวุฒิภัทร คงกฤติพงศ์
49คุณสมร มะปะเข
587คุณวริศ อ่อนระยับ
679คุณศรัณย์ ธรรมาศิริกุล
739คุณแอนด์ดรูว์ โคร์นิน
866คุณชยพล จันทกิจ
933คุณชาตรี วงษ์น้อย
1019คุณนิรุทธ์ สุจริต
1199คุณฐณะวัฒน์ ตั้งจิตรมณีศักดา
1293คุณศรายุทธ หาญกล้า
13168คุณอุกกฤษฎ์ มากสัมพันธ์
1495คุณอรรถพล พ่วงฟัก

 

รายชื่อนักแข่ง “Isuzu One Make Race 2022” รุ่น 3.0*

ลำดับหมายเลขชื่อนักแข่ง
19คุณสมร มะปะเข
216คุณอลงกรณ์ แซ่ตั้ง
351คุณศุภกฤต พระแก้ววศิน
498คุณวุฒิภัทร คงกฤติพงศ์
515คุณปกรณ์ ธรรมโชติ
6171คุณณัฐพงศ์ เหลาคม
759คุณธนภณ ชูเจิรญผล
822คุณธนวัฒน์ สุวรรณรัตน์
96คุณพงศ์ปณต เอี่ยมสมบูรณ์กร
1045คุณธนภณ ทองเจือ
117คุณอรรถพล เกตุพยัคฆ์
1211คุณศฐา บุตรคลอง
130คุณอิทธิพงษ์ ลิลิตชัยกุล
1456คุณชัชชัย ปราณีชน
1568คุณพัทธดนย์ แซ่เตียว
1669คุณวรพจน์ สาทพันธ์
1778คุณธัชกร ทรงศิริ
1888คุณวรจักร มั่งพิมาย
1928คุณไชยวัฒน์ ขุนยศโยธา
2029คุณศุภมงคล เดชเพชร
2155คุณสิงหะ โอชุม
2289คุณสุรชัย เพ็งผ่อง
2377คุณอานุภาพ ศรีคลัง
24174คุณพงศกร ปอมขุนทด
2590คุณแสงชัย วรรณทิม

 

หมายเหตุ: ข้อมูลรายชื่อนักแข่ง ณ วันที่ 2 มีนาคม 2565 ซึ่งจะมีการปรับเพิ่มเติมระหว่างการแข่งขัน รวมทั้งสิ้น 42 คัน*

เชลล์ จับมือ ยูนิฟ เติมน้ำมันเชลล์ วี-เพาเวอร์ รับฟรี! บีออน เครื่องดื่มวิตามินบีรวม 8 ชนิด

0

บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด โดย นางสาวสุวรา สุปรียธิติกุล รองกรรมการบริหาร ธุรกิจโมบิลิตี้ เดินหน้า เติมสุขให้ทุกชีวิต จับมือ บริษัท ยูนิ-เพรสซิเดนท์ (ประเทศไทย) จำกัด โดย นายทนุ เนาวรัตน์พงษ์ รองกรรมการผู้จัดการ ส่งโปรโมชันสุดพิเศษ เพิ่มพลังให้กับรถยนต์ด้วยน้ำมันคุณภาพจากเชลล์ วี-เพาเวอร์ ด้วยเทคโนโลยีไดนาเฟล็กซ์ ที่ช่วยทำความสะอาดและคืนพลังให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ พร้อมเติมพลังสมองให้ลูกค้าด้วยเครื่องดื่มที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ เพียงเติมน้ำมัน เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ทุก 1,000 บาท ต่อใบเสร็จ หรือ เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล B7 หรือ เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล ทุก 1,200 บาท ต่อใบเสร็จ รับฟรีทันที! บีออน บายยูนิฟ (B-ON by Unif) เครื่องดื่มวิตามินบีรวม 8 ชนิด ขนาด 180 มล. จำนวน 1 กระป๋อง มูลค่า 15 บาท มีส่วนช่วยบำรุงสมอง เสริมความจำ ผ่อนคลาย ปราศจากคาเฟอีนและวัตถุกันเสีย ให้เชลล์ วี-เพาเวอร์ และ บีออน ช่วยเติมพลังให้รถยนต์และเพิ่มความสดชื่นให้สมองตลอดการเดินทาง ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 30 เมษายน 2565 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด ณ สถานีบริการน้ำมันเชลล์ทั่วประเทศที่ร่วมรายการ ค้นหาสถานีบริการน้ำมันเชลล์ใกล้บ้านคุณที่ https://bit.ly/3v6FqnH

ฟอร์ด ส่งแคมเปญ ‘ก่อนไปพักร้อน ฟอร์ดขอดูแล’ มอบข้อเสนอพิเศษพร้อมส่วนลดบริการและอะไหล่สูงสุดถึง 20%

0

ฟอร์ด ประเทศไทย เดินหน้ามอบความมั่นใจในการใช้รถให้กับลูกค้าตลอดช่วงเทศกาลวันหยุด ล่าสุดเปิดตัวแคมเปญ ก่อนไปพักร้อน ฟอร์ดขอดูแล คัดสรรข้อเสนอด้านบริการแบบครบครัน อาทิ ส่วนลดพิเศษชุดน้ำมันเครื่องสุดคุ้ม (Oil Save Pack) ส่วนลดโปรแกรมบำรุงรักษาตามระยะเมื่อแสดงเอกสารจากโปรแกรมประเมินค่าใช้จ่ายในการเข้ารับบริการ (Service Price Calculator) มูลค่า 300 บาท ส่วนลดค่าอะไหล่สูงสุดถึง 20% ข้อเสนอพิเศษ ซื้อยางรถยนต์ 3 เส้น แถมฟรี 1 เส้น และส่วนลดพิเศษสำหรับการเปลี่ยนผ้าเบรก หรือแบตเตอรี่ บริการตรวจเช็คสภาพรถทั่วไปฟรี 30 รายการ รวมถึงบริการรับและส่งมอบรถนอกสถานที่และหน่วยบริการเคลื่อนที่ Mobile Service เพียงนำรถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 30 มิถุนายน 2565

ฟอร์ดเน้นย้ำความมั่นใจในการส่งมอบการบริการและใส่ใจทุกการเดินทางของลูกค้าจึงได้อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถประเมินค่าใช้จ่ายในการเข้ารับบริการบำรุงรักษาตามระยะในแต่ละครั้งล่วงหน้าได้ทางเว็บไซต์: https://www.ford.co.th/owner/service-price-calculator/ เพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องกังวลกับค่าใช้จ่ายในการเข้ารับบริการแต่ละครั้ง โดยตลอดช่วงระยะเวลาแคมเปญนี้ลูกค้าที่แสดงเอกสารจากโปรแกรมประเมินค่าใช้จ่ายในการเข้ารับบริการจะได้รับส่วนลดพิเศษมูลค่า 300 บาท สำหรับโปรแกรมบำรุงรักษารถยนต์ (SSP) หรือ โปรแกรมน้ำมันเครื่องสุดคุ้ม (OSP) ซึ่งส่วนลดพิเศษนี้ จะมอบให้กับลูกค้ารถฟอร์ดทุกรุ่น โดยไม่จำกัดระยะทาง

สำหรับลูกค้ารถยนต์ฟอร์ดที่มีอายุ 7 ปี ขึ้นไป หรือ มีระยะทางมากกว่า 150,000 กิโลเมตร ฟอร์ดยังมอบส่วนลดพิเศษสำหรับค่าอะไหล่ ของเหลว และค่าแรง (ไม่รวมรายการเช็กระยะ) ตามยอดค่าใช้จ่าย ได้แก่ ส่วนลด 15% เมื่อมียอดค่าใช้จ่าย 10,000-75,000 บาท และส่วนลดพิเศษ 20% เมื่อมียอดค่าใช้จ่าย 75,001 บาทขึ้นไป ลูกค้าสามารถสอบถามรายละเอียดของอะไหล่ที่ร่วมรายการได้ที่ศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศก่อนเข้ารับบริการ

ฟอร์ดยังมอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับลูกค้ารถยนต์ฟอร์ดทุกรุ่น (ไม่จํากัดระยะทาง) เมื่อซื้อยางรถยนต์ 3 เส้นในรุ่นที่ร่วมรายการ แถมฟรี 1 เส้น และส่วนลด 2 ต่อ เมื่อเข้ารับบริการเปลี่ยนยาง ผ้าเบรก หรือแบตเตอรี่ที่ศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศ ดังนี้

  • ต่อที่ 1 ส่วนลด มูลค่า 200 บาท เมื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ หรือ ผ้าเบรก ที่ศูนย์บริการ
  • ต่อที่ 2 หากลูกค้าเปลี่ยนยางรถยนต์ 4 เส้น จะได้รับ ส่วนลดแบตเตอรี่ หรือ ผ้าเบรก เพิ่มอีก 200 บาท

ทั้งนี้ ลูกค้าฟอร์ดที่ซื้อสินค้า หรือเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฟอร์ด เมื่อมียอดใช้จ่าย 5,000 บาทขึ้นไปต่อ 1 ใบเสร็จ สามารถเข้าร่วมแคมเปญผ่อน 0% นาน 10 เดือน ผ่านบัตรเครดิตของธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงศรีฯ ตามประเภทหน้าบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

สำหรับลูกค้าที่ไม่สะดวกนำรถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการ ฟอร์ดยังมีบริการรับรถเข้าศูนย์บริการและส่งคืนถึงบ้าน โดยลูกค้าสามารถติดต่อศูนย์บริการฟอร์ดเพื่อนัดหมายการเข้ารับบริการ ในวันนัดหมายพนักงานของผู้จำหน่ายจะเดินทางไปรับรถยนต์ของลูกค้ามาเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการ พร้อมบริการส่งมอบรถคืนถึงบ้าน หรือหน่วยบริการเคลื่อนที่ Mobile Service ซึ่งจะให้บริการตรวจสภาพเบื้องต้น เช่น เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะ เปลี่ยนแบตเตอรี่ เปลี่ยนใบปัดน้ำฝนหรือเปลี่ยนหลอดไฟ โดยรถที่เข้ารับบริการทุกคัน จะได้รับการทำความสะอาดและพ่นยาฆ่าเชื้อก่อนส่งมอบ ให้ลูกค้าฟอร์ดมั่นใจในความปลอดภัยและการใช้บริการ เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าครอบครัวฟอร์ด

ลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ฟอร์ด Ford Call Center โทร. 1383 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ หรือดูข้อมูลแคมเปญและรายละเอียดด้านการบริการเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.ford.co.th

เปิดตัว “บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS (Sport Edition)” ปลุกจิตวิญญาณนักผจญภัยบนเส้นทางบทใหม่กับบิ๊กไบค์ระดับตำนานตระกูล GS

0

บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย กลับมาปลุกจิตวิญญาณการผจญภัยบทใหม่ที่มาพร้อมกับความท้าทายให้กับนักบิดชาวไทยอีกครั้ง เปิดตัวมอเตอร์ไซค์ระดับตำนานในตระกูล GS กับบีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS (Sport Edition) สานต่อเอกลักษณ์อันโดดเด่นของตระกูล F-Series ที่พกพาทั้งสมรรถนะออนโรดและออฟโรดมาอย่างเต็มเปี่ยม นอกจากจะให้กำลังและแรงบิดที่มากขึ้นแล้ว ยังนำเสนอคุณลักษณะที่โดดเด่นของมอเตอร์ไซค์แบบทัวริ่งพร้อมกับความสามารถในการขับขี่แบบวิบากที่เหนือชั้นอีกด้วย

รูปลักษณ์ที่ดุดันและเส้นสายที่เป็นเอกลักษณ์ของ F 850 GS (Sport Edition) สะท้อนการออกแบบที่ให้ความรู้สึกของการผจญภัยที่สัมผัสได้ในทุกผิวสัมผัส ทุกมุมมอง และทุกเส้นสายของตัวรถ จากด้านท้ายจนถึงถังน้ำมัน ไปจนถึงไฟหน้าในแบบฉบับของ GS เน้นความโดดเด่นของระบบกันสะเทือนด้านหน้า องค์ประกอบการออกแบบตั้งแต่หน้าจรดท้าย เพิ่มความเท่และความเร้าใจให้กับทั้งการขับขี่บนถนนและเส้นทางออฟโรด

มร. มิเกล ญาเบรส-โปห์ล ผู้อำนวยการ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และผู้นำเข้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “หลังจากการเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปีแห่งความสำเร็จของมอเตอร์ไซค์ทัวริ่งเอ็นดูโร่ จากตระกูล GS ในปีที่ผ่านมา ในปีนี้ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย ยังคงเดินหน้ายกระดับประสบการณ์และความสนุกในแบบ GS ขึ้นไปอีก ด้วยการเปิดตัวมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS (Sport Edition) ที่จะมาสร้างความเร้าใจให้กับนักบิดสายผจญภัย ด้วยเอกลักษณ์จากบิ๊กไบค์ระดับตำนานตระกูล GS ที่มาพร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์ที่ตอบสนองการขับขี่ในทุกโอกาส ช่วยให้ผู้รักมอเตอร์ไซค์ชาวไทยได้สัมผัสกับสุดยอดการผจญภัยในเส้นทางใหม่ ๆ อันน่าตื่นเต้นได้”

บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS (Sport Edition) ราคาจำหน่าย 489,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS (Sport Edition) ผสานเอกลักษณ์ของมอเตอร์ไซค์แบบทัวริ่งเข้ากับสมรรถนะออฟโรดเหนือชั้นไว้ได้อย่างลงตัว มาพร้อมพละกำลังของเครื่องยนต์สองสูบแถวเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาด
853 ซีซี ทรงพลังด้วยกำลัง 70 กิโลวัตต์ (95 แรงม้า) ที่ 8,250 รอบต่อนาที และแรงบิด 92 นิวตันเมตรที่ 6,250 รอบต่อนาที พร้อมระบบควบคุมไอเสียแบบ Closed-Loop ชนิด 3 ทาง Catalytic Converter

เฟรมโครงสร้างได้รับการพัฒนาให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เสริมประสิทธิภาพของระบบกันสะเทือนด้วยโช้คหัวกลับและสวิงอาร์มคู่อะลูมิเนียม ให้การควบคุมการขับขี่ไม่เหมือนใครบนเส้นทางออฟโรด พร้อมโหมดการขับขี่มาตรฐาน ‘Rain’ และ ‘Road’ ให้ผู้ขับขี่ผจญภัยได้ในทุกสภาพถนน นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับ Riding Modes Pro ที่เพิ่มโหมดการขับขี่ ‘Dynamic’, ‘Enduro’ และ ‘Enduro Pro’ พร้อมเทคโนโลยีทันสมัย อาทิ Dynamic ESA, Dynamic Traction Control (DTC), Keyless Ride และ ABS Pro

นอกจากนั้น บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS (Sport Edition) มาในสี Pollux Metallic Matte แบบ exclusive พร้อมอุปกรณ์ตกแต่งของแท้จากบีเอ็มดับเบิลยู ไม่ว่าจะเป็น ท่อไอเสียแบบสปอร์ต HP Akrapovic แบบ Slip-On
สีดำ ผลิตจากวัสดุไทเทเนียม มาพร้อมการ์ดกันความร้อนแบบคาร์บอนไฟเบอร์ที่ช่วยให้เสียงท่อมีความหนักแน่นน่าประทับใจ และให้ความรู้สึกถึงการแข่งรถเมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ ส่งความแรงทั้งในด้านรูปลักษณ์ดีไซน์และเสียงอันเร้าใจ โดยท่อคุณภาพสูงแบบ Slip-On รุ่นนี้มีน้ำหนักเบาลงจากรุ่นเดิมถึง 2.3 กิโลกรัม ระบบช่วยเปลี่ยนเกียร์ Gear Shift Assistant Pro ช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ขึ้นและลงได้โดยไม่ต้องกำคลัตช์ นอกจากจะช่วยให้สะดวกสบายมากขึ้น ยังเป็นการเพิ่มไดนามิกให้กับการขับขี่ นอกจากนั้น ชุดแครชบาร์สแตนเลสสตีล ช่วยป้องกันความชำรุดเสียหายที่อาจเกิดกับฝาครอบเครื่องยนต์หากรถล้ม นอกจากนั้น กระจกบังลมขนาดใหญ่ยังช่วยป้องกันลมและอากาศที่มาปะทะอย่างเหนือชั้นให้กับผู้ขับขี่ และเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางสไตล์ทัวริ่งอีกด้วย

กล่องสัมภาระแบบอะลูมิเนียมกันน้ำ มีความจุถึง 32 ลิตร และเบาะรองหลังที่เสริมเข้ามาบนกล่องท้ายรถมอเตอร์ไซค์ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการนั่งให้กับผู้โดยสารอีกด้วย ไฟเลี้ยว LED ที่ออกแบบมาอย่างสวยงาม สะท้อนให้เห็นถึงดีไซน์ที่เพรียวบางและเทคโนโลยีไฟส่องสว่างที่ทันสมัย ไฟชุดดังกล่าวสามารถตอบสนองได้เร็วกว่าหลอดแบบไส้ ซึ่งถือว่าเป็นข้อได้เปรียบด้านความปลอดภัยที่เห็นได้อย่างชัดเจน

ซูบารุ เอ้าท์แบ็ค สุดยอดรถ SUV คว้ารางวัลความปลอดภัย 5 ดาว 2 ปีซ้อน

0

ซูบารุ ตอกย้ำความมั่นใจในเทคโนโลยีความปลอดภัยอีกครั้ง หลัง “ซูบารุ เอ้าท์แบ็ค (Subaru Outback)” รุ่นจำหน่ายในทวีปยุโรปโชว์ศักยภาพคว้าคะแนนความปลอดภัยรวมสูงที่สุด ในกลุ่มรถครอบครัวขนาดใหญ่ที่เข้ารับการประเมิน และยังได้คะแนนสูงสุดด้านระบบช่วยเหลือเพื่อเพิ่มความปลอดภัย (Safety Assist performance) และคะแนนความปลอดภัยต่อคนเดินถนนสูงสุดเมื่อเทียบกับรถทุกระดับในการประเมินความปลอดภัยของรถยนต์ประจำปี พ.ศ.2563-2564 จากองค์กรทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยของยานยนต์ยูโร เอ็นแคป (European New Car Assessment Programme)

โดยซูบารุ เอ้าท์แบ็ค ได้คะแนนในการประเมินสูงกว่าคะแนนมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวทั้ง 4 ด้าน ได้แก่; ระบบการปกป้องผู้โดยสารผู้ใหญ่, ระบบการปกป้องผู้โดยสารเด็ก, ระบบความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ถนน, และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่เพื่อเพิ่มความปลอดภัยโดยรวม สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของซูบารุในการพัฒนายนตรกรรมตามหลักปรัชญา All-Around Safety ที่ช่วยให้ทุกการขับขี่มีความปลอดภัยสูงสุด โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การลดจำนวนอุบัติเหตุบนท้องถนนที่อันตรายถึงชีวิตให้เป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ.25734 ตลอดจนเพิ่มระดับความปลอดภัยในทุกสภาวะ

ทั้งนี้ ตามเกณฑ์การประเมินล่าสุดของยูโร เอ็นแคป หากระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ไม่สามารถป้องกันหรือลดความรุนแรงของอุบัติเหตุได้ ยานพาหนะที่เข้ารับการประเมินจะไม่ได้รับรางวัลระดับ 5 ดาวอีกต่อไป แต่ด้วยเทคโนโลยีอายไซต์เจนเนอเรชันล่าสุดของซูบารุ (อายไซต์4.0) ซึ่งมีความสามารถในการป้องกันการชน ทำให้ซูบารุ เอ้าท์แบ็ค ได้รับคะแนนสูงสุดด้านระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ เมื่อเทียบกับรถยนต์ทุกคัน และยังเป็นผลคะแนนสูงที่สุดในการทดสอบที่รถยนต์ซูบารุเคยได้รับมา

เทคโนโลยีความปลอดภัยอายไซต์ 4.0 (EyeSight Driver Assist Technology) ที่ผสานความรู้ทางเทคนิคด้านความปลอดภัยทั้งหมดเท่าที่ซูบารุสั่งสมมาตลอดระยะเวลา 30 ปีของการพัฒนายานยนต์ ประกอบด้วย ซอฟต์แวร์จดจำภาพพร้อมกล้องแบบสเตอริโอที่ขยายมุมรับภาพให้กว้างขึ้นถึงเกือบ 2 เท่า มาพร้อมระบบความปลอดภัย ได้แก่

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้ (Advanced Adaptive Cruise Control) ที่มาพร้อมกับระบบควบคุมรถให้อยู่บริเวณกึ่งกลางเลน (Lane Centering Function)
  • ระบบบังคับพวงมาลัยให้กลับมาอยู่ในจุดกึ่งกลางเลนอย่างปลอดภัยเมื่อรถกำลังจะออกนอกเลน (Emergency Lane Keep Assist) และระบบบังคับพวงมาลัยอัตโนมัติเมื่อรถเริ่มเบี่ยงออกนอกเส้นถนน (Lane Departure Prevention Function)
  • ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ (Pre-Collision Braking System) ที่ช่วยบังคับรถไม่ให้เกิดการชนที่ครอบคลุมความปลอดภัยบริเวณทางเลี้ยวหรือทางแยก

ซูบารุ เอ้าท์แบ็คยังได้คะแนนสูงสุดในการทดสอบความปลอดภัยต่อคนเดินถนนเมื่อเทียบกับรถทุกระดับ3และยังมีผลการทดสอบระดับยอดเยี่ยมที่สุดเมื่อเทียบกับรถซูบารุทุกรุ่น ในการประเมินครั้งล่าสุดของยูโร เอ็นแคป ได้ใช้การทดสอบรูปแบบใหม่เพื่อทดสอบระบบบังคับเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Autonomous Emergency Braking – AEB) ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับทั้งคนเดินถนน (ขณะเลี้ยวรถบริเวณทางข้าม) และผู้ขี่จักรยาน (เมื่อรถตรวจจับผู้สัญจรบนถนนที่มีความเร็วสูงกว่าปกติและเมื่อพบสิ่งกีดขวาง)

ระบบเสริมความปลอดภัยในซูบารุ เอ้าท์แบ็คยังประกอบด้วยระบบเบรกอัตโนมัติในขณะถอยหลัง (Reverse Automatic braking) ระบบตรวจจับยานพาหนะด้านหลัง (Subaru Rear Vehicle Detection) ระบบเตือนสถานะผู้โดยสารเบาะหลัง (Rear Seat Reminder) และกล้องเสริมการมองเห็นหลายทิศทาง ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้างเพื่อช่วยลดจุดบอดขณะขับรถเพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

ซูบารุ เอ้าท์แบ็คพัฒนาขึ้นบนโครงสร้างตัวถังซูบารุ โกลบอล แพลตฟอร์ม (Subaru Global Platform) ที่เพิ่มปริมาณเหล็กกล้าทนแรงดึงสูง (high-tensile steel) ทำให้ตัวถังมีน้ำหนักเบา ช่วยเพิ่มระดับการปกป้องจากการชนทั้งจากด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลังได้มากขึ้นถึงกว่า 40% อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซับแรงปะทะ ลดแรงสั่นสะเทือน นอกจากนี้ ตัวถังยังแข็งแกร่งยิ่งขึ้นด้วยโครงสร้างแบบใหม่ full inner frame structure เพิ่มบีมและซับเฟรม ซึ่งช่วยเสริมสมรรถนะด้านความปลอดภัยระดับสูงสุดให้กับซูบารุ เอ้าท์แบ็คเมื่อเกิดการชน 

สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัยระดับโลก ทดลองขับได้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์ซูบารุรุ่นต่างๆ ได้ที่  www.subaru.asia  หรือติดตามข่าวสารได้ที่

https://www.facebook.com/subaruasiath

มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ประกาศความพร้อม ยกขบวนกองทัพรถยนต์ไฟฟ้ากว่า 20 รุ่นร่วมจัดแสดง-คาดเงินหมุนเวียน 3 หมื่นล้านบาท

0

บริษัทกรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ประกาศความพร้อมการจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม-3 เมษายน 2565 ที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยค่ายรถยนต์-รถจักรยานยนต์ชั้นนำเข้าร่วมงานมากกว่า 37 แบรนด์บนพื้นที่กว่า 170,960 ตารางเมตร พร้อมยกขบวนกองทัพรถยนต์ไฟฟ้ามากกว่า 20 รุ่น ขยายพื้นที่โซน EV Smart City เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตคนยุคใหม่ และจัดเตรียมมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยตามข้อกำหนดของภาครัฐอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ก้าวด้วยกัน ไปด้วยใจ ไปได้ไกล” หรือ “KEEP MOVING FORWARD TOGETHER” เพื่อสื่อถึง–ประสบการณ์สร้างการเรียนรู้ ปรับปรุง พัฒนาสรรค์สร้างแรงบันดาลใจในการเปิดประตูบานใหม่ๆ เพื่อการเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด เปรียบเทคโนโลยีแห่งโลกยานยนต์ที่ไม่เคยมีวันหลับใหล กลั่นกรองผลิตผลแนวความคิดที่ทันยุคสมัย และความแปลกใหม่ให้กับโลกใบนี้ ทุกๆ การก้าวเดินไปข้างหน้าย่อมมีอุปสรรคอยู่บนหนทางที่ก้าวเดิน และแสงสว่างแห่งความสำเร็จจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากปราศจากความร่วมแรงร่วมใจ มาร่วมมือกันสร้างความสำเร็จ ฟื้นฟูเศรษฐกิจด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน โดยบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 จะเป็นงานแสดงรถยนต์ที่มีรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และแรงบันดาลใจของใครหลายๆ คน ร่วมตอกย้ำการก้าวเดิน ทุกย่างก้าวด้วยความมั่นใจ ก้าวไปพร้อมกัน เพื่อความเป็นหนึ่งเดียว

ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทกรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 เปิดเผยว่า “อุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยในปี 2565 เริ่มกลับมาตั้งหลัก และฟื้นตัวอีกครั้ง หลังจากต้องเผชิญผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงระยะเวลากว่า 2 ปี โดยในปีนี้หน่วยงานภาครัฐประเมินว่าการผลิตรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ของประเทศไทยจะกลับมาเพิ่มสูงขึ้นหากเทียบกับปีที่ผ่านมา หลังจากที่หลายประเทศทั่วโลกสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ และเศรษฐกิจกลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง”

“ในเวลาเดียวกันอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยกำลังเตรียมพร้อมสู่การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีครั้งสำคัญจากเทคโนโลยีเครื่องยนต์สันดาปภายในสู่เทคโนโลยีขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า รวมทั้งการสนับสนุนจากภาครัฐในส่วนของการผลิตเพื่อใช้งานภายในประเทศ และการผลิตเพื่อส่งออกสู่ทั่วโลกในอนาคต ทำให้จะเป็นอีกครั้งที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้วยการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าหลากหลายรุ่น รวมทั้งโซนพิเศษเพื่อนำเสนอเทคโนโลยีแห่งอนาคต บนพื้นที่จัดแสดงรวม 170,960 ตารางเมตร ซึ่งเป็นการยืนยันได้เป็นอย่างดีว่างานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ คืองานแสดงรถยนต์ชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ดร.ปราจิน กล่าว

บริษัทรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ที่เข้าร่วมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ได้แก่ Ford, BMW, MINI, Mercedes-Benz, Great Wall Motors, Rolls-Royce, Aston Martin, Maserati, Peugeot, Jeep, Toyota, Lexus, MG, Mazda, Suzuki, Isuzu, Hyundai, Audi, Honda, Mitsubishi Motors, Nissan, Volvo, Porsche , Bentley, Kia, Subaru, TAKANO, Thai Honda Manufacturing, Suzuki Motosales, Yamaha, BMW Motorrad, Harley-Davidson, Ducati, BAJAJ, KTM และ Husqvarna

ในส่วนของรถยนต์ไฟฟ้าที่จะจัดแสดงในงานครั้งนี้ได้แก่ Audi e-tron, Audi e-tron Sportback, Audi e-tron GT, BMW iX, BMW iX3, BMW i4, Lexus UX 300e, Mercedes-Benz EQS, MG EP Plus, MINI Cooper SE, Nissan Leaf, ORA Good Cat, Porsche Taycan, Porsche Taycan Cross Turismo, Volvo XC40 Pure Electric, Volvo C40 Pure Electric และยังมีรถยนต์ไฟฟ้าอีกหลายรุ่นที่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลในตอนนี้

ภายในงานปีนี้จะมีการนำเสนอโซน EV Smart City เพื่อจัดแสดงนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์ที่ล้ำสมัย ตอบรับเทรนด์ของผู้ใช้รถยนต์ชาวไทยที่สนใจเทคโนโลยีรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น โดยมีการจัดแสดงรถยนต์ไฟฟ้าทั้งแบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานแบตเตอรี่ (BEV) และระบบขับเคลื่อนปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) จำนวน 8 รุ่นจากผู้ผลิตชั้นนำอย่าง BMW, Great Wall Motor, MG, MINI, Mitsubishi Motors, Nissan, Porsche และ Volvo รวมทั้งได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐเพื่อแนะนำข้อมูล และให้ความรู้เกี่ยวกับการติดตั้งอุปกรณ์ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าภายในงานอีกด้วย

นอกจากนี้บริษัทอรุณ พลัส ในเครือปตท. จะเข้าร่วมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ เป็นครั้งแรก เพื่อนำเสนอแพล็ตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้าเจเนอเรชั่นใหม่, อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้า และนำเสนอธุรกิจในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้าบนพื้นที่จัดแสดงมากกว่า 1,085 ตารางเมตร

ทางด้านคุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการด้านการตลาด และการขาย บริษัทกรังด์ปรีซ์ฯ และรองประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมด้านอื่นๆ ของการจัดงานในปีนี้ว่า “สำหรับการจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 นับเป็นปีแห่งรถยนต์ไฟฟ้า โดยบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ มีการจัดแสดงรถยนต์ไฟฟ้าภายในงานมากกว่า 20 รุ่น รวมทั้งการเข้าร่วมงานเป็นครั้งแรกของบริษัทอรุณพลัส ในเครือของปตท. เพื่อนำเสนออนาคตของรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย รวมทั้งการนำเทคโนโลยีเสมือนจริง Metaverse จากการร่วมมือกับบริษัทฟินน์ โซลูชั่น เข้ามาใช้เป็นครั้งแรก เพื่อให้ผู้ที่สนใจซื้อรถยนต์ในงานปีนี้สามารถเลือกรถยนต์ และทดลองขับในรูปแบบ Interactive ผ่านทางโทรศัพท์มือถือส่วนตัวซึ่งถือเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้เข้าชมงานของเรา”

“การจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ในปีนี้ยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ทางผู้จัดงานฯ มีการเตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากบริษัทรถยนต์, บริษัทรถจักรยานยนต์ และบรรดาพันธมิตรต่างๆ ที่จะช่วยทำให้การจัดงานประสบความสำเร็จดั่งเช่นทุกปี เป็นการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย รวมทั้งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศจากการมีเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาทตลอดระยะเวลา 12 วันของการจัดงาน”

“ในส่วนของมาตรการความปลอดภัยด้านสุขอนามัย การจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ผ่านการรับรองตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยเพื่อนักท่องเที่ยว (Amazing Thailand Safety and Health Administration: SHA) ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งขอความร่วมมือจากทางสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี เพื่อตั้งจุดคัดกรองผู้เข้าชมงาน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยจะต้องแสดงหลักฐานการได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 อย่างน้อย 2 เข็ม ซึ่งการจัดงานในปีนี้ทางผู้จัดงานฯ ได้มีการยกระดับมาตรการเพื่อให้ทุกบริษัทที่เข้าร่วมจัดแสดง และผู้เข้าชมงานทุกท่านมั่นใจในความปลอดภัยตลอดการเข้าชมงาน” คุณจาตุรนต์ กล่าว

นอกจากนี้ในส่วนของผู้ที่สนใจกีฬามอเตอร์สปอร์ต ผู้จัดงานฯ มีการจัดแสดงรถแข่งฮอนด้า ซิตี้ แฮตช์แบ็ก จากการแข่งขัน Honda City Hatchback One Make Race, โซนกิจกรรมดิจิตัล มอเตอร์สปอร์ต GP e Racing, บูธ Grand Prix Motor Park และโซนขายของที่ระลึก ROD ที่จะมีทั้งสินค้าออริจินัล-ลิมิเต็ดมาจำหน่ายให้กับผู้เข้าชมงานได้เลือกซื้อ

คุณอโณทัย  เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการด้านพัฒนาธุรกิจ บริษัทกรังด์ปรีซ์ฯ และรองประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 เปิดเผยว่า “การแข่งขันรถยนต์ถือเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทกรังด์ปรีซ์ มาโดยตลอด ในปีที่ผ่านมาบริษัทได้จัดการแข่งขัน Honda City Hatchback One Make Race ขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งมีการกระแสตอบรับที่ดีจากทั้งผู้เข้าแข่งขัน และผู้ชม รวมทั้งการขยายธุรกิจไปสู่ดิจิตัล มอเตอร์สปอร์ต กับการจัดแข่งขัน GP e Racing ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2562 รวมทั้งการบริหาร Grand Prix Motor Park แลนด์มาร์คของการจัดกิจกรรมกลางแจ้งแบบครบวงจรในจังหวัดกาญจนบุรี และการนำเสนอสินค้าที่ระลึก ROD ที่จัดทำขึ้นพิเศษเพื่อจำหน่ายเป็นครั้งแรกในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ปีนี้”

สำหรับการเข้าชมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ทางผู้จัดงานฯ ได้เปิดจำหน่ายบัตรล่วงหน้า (Early Bird) ในราคาพิเศษ 50 บาทจำนวนจำกัดผ่านทางเว็บไซต์ https://motorshow-online.com ตั้งแต่วันนี้-22 มีนาคม 2565 โดยผู้ที่ซื้อบัตรล่วงหน้าจะได้รับ QR Code เพื่อนำไปแสดงให้เจ้าหน้าที่บริเวณประตูทางเข้าหลักของอาคารชาเลนเจอร์ 1-3 รวมทั้งการจำหน่ายบัตรเข้าชมงานผ่านทางแอปพลิเคชั่น K-Plus การแลกคะแนนสะสมจากบัตรเครดิต KTC และช่องทางออนไลน์อื่นๆ

นอกจากนี้ทางผู้จัดงานฯ มีการจัดทำแอปพลิเคชั่น Car Buddy by GPI เพื่อใช้ลงทะเบียนล่วงหน้าสำหรับผู้ถือบัตรอภินันทนาการ รวมทั้งสามารถใช้ค้นหาบริการที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ โปรโมชั่นจากค่ายรถยนต์ชั้นนำ ราคารถยนต์ และรีวิวรถยนต์รุ่นล่าสุด

คุณพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการด้านผลิตสื่อ บริษัทกรังด์ปรีซ์ฯ และรองประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 กล่าวว่า “นับตั้งแต่เริ่มต้นให้บริการแอปพลิเคชั่น Car Buddy by GPI ในปี 2562 ทีมงานได้มีการพัฒนาแอปพลิชั่นนี้อย่างต่อเนื่อง นอกจากเพื่อใช้อำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าชมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ แอปพลิเคชั่น Car Buddy by GPI ได้เพิ่มบริการสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลรักษารถยนต์ทั้งข้อมูลศูนย์บริการ อู่ซ่อมรถ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน การค้นหาข้อมูล แนะนำการดูแลรักษารถยนต์ด้วยตัวเอง พร้อมทั้งรวบรวมโปรโมชั่นของบริษัทรถยนต์ไว้อย่างครบถ้วนเพื่อช่วยให้ผู้ที่กำลังมองหารถยนต์รุ่นใหม่สามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาค้นหาในหลายเว็บไซต์เหมือนในอดีต เพียงเข้ามาใน Car Buddy by GPI แอปพลิเคชั่นเดียวเท่านั้น”

งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 จัดขึ้นที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม-3 เมษายน 2565 โดยเปิดให้เข้าชมงานเวลา 12.00-22.00น. ราคาบัตรเข้าชมงาน 100 บาท ลุ้นสิทธิ์ชิงรางวัลรถยนต์ MG EP Plus, ORA Good Cat (400 Tech), รถจักรยานยนต์ Kawasaki W175, รถจักรยานยต์ Honda Super Cub , รถจักรยานยนต์ Yamaha GT125, และรถจักรยานยนต์ Suzuki Smash 115 FI พร้อมของรางวัลที่ระลึกจากผู้จัดงานฯ อีกมากมาย มูลค่ารวมกว่า 2,940,370 บาท  เพียงตอบคำถามจากการสแกนคิวอาร์โค้ดด้านหลังบัตร

 

กำหนดการจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43:

  • วันแขกพิเศษ V.I.P Day: วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม 2565 (เวลา 12.00-20.00 น.)
  • วันสื่อมวลชน Press Day: วันอังคารที่ 22 มีนาคม 2565 (เวลา 08.59-18.00 น.)
  • วันสำหรับประชาชนทั่วไป: วันพุธที่ 23 มีนาคม–3 เมษายน 2565 (รวมระยะเวลา 12 วัน)

วันธรรมดา เปิดให้เข้าชมงานตั้งแต่เวลา 12.00–22.00 น.

วันหยุด เปิดให้เข้าชมงานตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น.

สถานที่จัดงาน: อาคารชาเลนเจอร์ 1-3, อิมแพค เมืองทองธานี