Home Blog Page 344

ฟอร์ด ห่วงใยลูกค้าประสบภัยน้ำท่วม ตรวจเช็คสภาพฟรี พร้อมส่วนลดค่าอะไหล่ น้ำมันเครื่องและค่าแรง 30%

0

ฟอร์ด ประเทศไทย ส่งแคมเปญบรรเทาความเดือดร้อนของลูกค้าฟอร์ดที่ประสบภัยน้ำท่วมด้วยการมอบส่วนลดอะไหล่ น้ำมันเครื่องและค่าแรง 30% พร้อมตรวจเช็คสภาพรถยนต์ทั่วไปฟรี 30 รายการให้กับลูกค้าฟอร์ดที่ประสบภัยน้ำท่วม ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ที่ศูนย์บริการฟอร์ด ทั่วประเทศ

“การดูแลลูกค้าเป็นสิ่งที่ฟอร์ดให้ความสำคัญสูงสุดมาโดยตลอด จากเหตุการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ฟอร์ดขอส่งความห่วงใยไปยังผู้ประสบอุทกภัยในทุกพื้นที่ ซึ่งเราหวังว่ามาตรการความช่วยเหลือจากฟอร์ดในครั้งนี้จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ลูกค้าฟอร์ดได้อีกทางหนึ่ง” นายสันติ จิตพิชิตชัย ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

สำหรับรถยนต์ฟอร์ดที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม สามารถเข้ารับบริการเช็คสภาพทั่วไปฟรี 30 รายการ อาทิ เครื่องยนต์ เบรก ช่วงล่าง ระบบส่งกำลัง ระบบไฟฟ้าและตัวถัง พร้อมรับส่วนลดค่าอะไหล่ น้ำมันหล่อลื่น และ ส่วนลดค่าแรง 30% โดยสิทธิประโยชน์นี้จะไม่ครอบคลุมรายการความเสียหายที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองของบริษัทประกันภัย ส่วนลดค่าอะไหล่ ไม่ครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์ยาง เบรก และ แบตเตอรี่ทุกรุ่นทุกยี่ห้อ โดยลูกค้าสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.ford.co.th

“คนไทยไม่เคยทิ้งกัน” MOTOR EXPO ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

0

ผู้บริหาร บริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” หรือ “Thailand International Motor Expo” ส่งมอบน้ำดื่ม 3,600 ขวดให้อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จุด สน.บางยี่ขัน และชมรมบรรเทารวมใจมิตรประชา เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เปิด GWM Experience Center แห่งแรกในไทย ณ ไอคอนสยาม

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เปิด GWM Experience Center แห่งแรกของประเทศไทย ณ ไอคอนสยาม หนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญของกรุงเทพมหานคร ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยตั้งเป้าเป็นพื้นที่ที่ 4 (The 4th Space) นอกเหนือจากบ้าน ที่ทำงาน และสถานที่ไลฟ์สไตล์ต่างๆ เพื่อเป็นพื้นที่แห่งใหม่ให้คนไทยได้มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ ต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ และใช้ช่วงเวลาดีๆ ไปด้วยกัน ผ่านกิจกรรมสุดพิเศษที่หลากหลาย พร้อมพื้นที่ทำงาน พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ คาเฟ่ และสไลเดอร์ขนาดใหญ่ รวมไปถึงการจัดแสดงสุดยอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์อันล้ำสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่พร้อมส่งมอบความประทับใจ ความสะดวกสบาย ตอบโจทย์ทุกความต้องการและไลฟ์สไตล์ของไทยและผู้ที่มาเยี่ยมชมได้อย่างครบครัน

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตอกย้ำกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจโดยยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (User-centered) ด้วยการเดินหน้าสร้างสรรค์และส่งมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แบรนด์คอนเซ็ปต์ “New Energy” “New Intelligence” และ “New Experience” โดยหลังจากได้รับเสียงตอบรับที่ดีด้านการขายและการให้บริการหลังการขายแบบ Online-to-Offline (O2O) รูปแบบใหม่ ผ่าน GWM Store และ Partner Store ไปแล้ว ล่าสุด เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เปิด GWM Experience Center ขึ้น เพื่อเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญและเป็นพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์แห่งใหม่สำหรับผู้บริโภค ซึ่งได้มีพิธีเปิดไปเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยมีทีมผู้บริหารจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ สยามพิวรรธน์ และไอคอนสยาม รวมไปถึงแฟนๆ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ให้เกียรติมาร่วมพิธีและทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยกันอย่างอบอุ่น

มร.สตีเว่น หวัง รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย เผยว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ ให้ความสำคัญสูงสุดกับผู้บริโภคในการดำเนินธุรกิจในทุกๆ ขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการวิจัยและพัฒนาการทำแผนธุรกิจ การตลาด ตลอดจนการจัดกิจกรรมต่างๆ เราจะคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภคและสร้างสรรค์ผลงานให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างดีที่สุดอยู่เสมอ การเปิด GWM Experience Center ของเราที่ประเทศไทยในวันนี้ เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจและก้าวที่สำคัญของเราที่ได้มีโอกาสส่งมอบพื้นที่แห่งใหม่ ให้ทุกคนได้มาร่วมสร้างชุมชนแห่งความคิดสร้างสรรค์และแบ่งปันประสบการณ์ แรงบันดาลใจ รวมถึงเรื่องราวดีๆ ให้แก่กัน เราอยากให้ที่นี่เป็นดั่ง The 4th Space หรือ พื้นที่ที่ 4 สำหรับทุกคน นอกเหนือจากบ้าน ที่ทำงาน และสถานที่ไลฟ์สไตล์ต่างๆ ที่ทุกคนสามารถเข้ามาเรียนรู้ ทำกิจกรรมที่ชอบ มานั่งทำงานหรือพักผ่อนหย่อนใจได้อย่างเต็มที่ ควบคู่ไปกับการทำความรู้จักแบรนด์และผลิตภัณฑ์ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ผ่านการจัดแสดง รวมไปถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของเราในแต่ละโซน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมที่นี่ จะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด พร้อมบริการและการต้อนรับอย่างอบอุ่น และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า GWM Experience Center แห่งนี้จะเป็นอีกพื้นที่ ที่เชื่อมต่อและสร้างสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่าง เกรท วอลล์ มอเตอร์ และผู้บริโภคชาวไทยทุกคนต่อไปในอนาคต”

GWM Experience Center ตั้งอยู่บนพื้นที่ชั้น 3 และ 4 ของไอคอนสยาม ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,600 ตารางเมตร ออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลจากเส้นสายต่างๆ อันเป็นเอกลักษณ์จากโลโก้และรถยนต์ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ซึ่งเป็นเส้นสายที่โดดเด่น มีความไดนามิคและทันสมัย สะท้อนถึงสุดยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยียานยนต์
ระดับโลกของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภายในและบริเวณโดยรอบของ GWM Experience Center ยังมีการตกแต่งด้วยต้นไม้และวัสดุจากธรรมชาติ พร้อมโทนสีที่เรียบง่ายแต่ทันสมัย บ่งบอกถึงความโดดเด่นทั้งด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่มีความใส่ใจและรักษ์สิ่งแวดล้อมของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เป็นอย่างดี

GWM Experience Center ได้มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 7 โซน เพื่อตอบโจทย์ความหลากหลายของแต่ละความสนใจ รูปแบบกิจกรรม และไลฟ์สไตล์ของผู้ที่มาเยี่ยมชม ได้แก่

  1. MOBILITY EXPERIENCE PARK

หากเดินเข้ามาในพื้นที่ชั้น 3 ของไอคอนสยาม โซนนี้จะเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมบริเวณส่วนกลางของ GWM Experience Center โดดเด่นด้วยการจัดแสดงรถยนต์รุ่นต่างๆ ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น All New HAVAL H6 Hybrid SUV ทั้งรุ่น ULTRA และรุ่น PRO ซึ่งเป็นรถยนต์คอมแพคเอสยูวียอดนิยมของคนไทยในขณะนี้

โดยไฮไลท์แรกของโซนนี้ อยู่ที่ LED Sphere ซึ่งเป็น LED ลูกโลกขนาดใหญ่ ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.8 เมตร น้ำหนักกว่า 350 กิโลกรัม และมีความสว่าง 800 แคนเดลา/ตารางเมตร ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์พร้อมลำโพงติดผนัง สะท้อนให้เห็นถึงนวัตกรรมเทคโนโลยีอัจฉริยะจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในการถ่ายทอดเรื่องราวและไอเดีย
ที่น่าสนใจต่างๆ ผ่านลูกโลกใบนี้ได้อย่างน่าสนใจ นับเป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายภาพและจุดเช็คอินที่ไม่ควรพลาด

อีกหนึ่งไฮไลท์ของโซนนี้ และนับได้ว่าเป็นจุดเด่นสำคัญของ GWM Experience Center คือ สไลด์เดอร์ขนาดใหญ่ความสูงกว่า 6.9 เมตร และยาวกว่า 15 เมตร ซึ่งเปิดให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่สามารถมาเล่นและเพลิดเพลินไปกับการเดินทางย้อนวันวานสู่วัยเยาว์ได้อย่างสนุกสนาน ช่วยเติมเต็มจินตนาการและชาร์จพลังได้อย่างเต็มที่ ในบริเวณนี้
ยังจัดเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ส่วนกลางพร้อมการจัดที่นั่งแบบ Amphitheater สำหรับการหมุนเวียนจัดกิจกรรมต่างๆ โดยสามารถปรับเปลี่ยนการจัดสรรพื้นที่ได้ตามต้องการ พร้อมรองรับได้สูงสุดกว่า 100 ที่นั่ง เพื่อส่งเสริมการเชื่อมความสัมพันธ์ พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ รวมถึงการแบ่งปันช่วงเวลาดีๆ ระหว่างกัน

  1. TECHNOLOGY LAB

เป็นโซนที่จัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมอันล้ำสมัยของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่ผ่านการคิดค้นและพัฒนาให้เป็นเทคโนโลยีที่ดีที่สุดต่อผู้บริโภค สิ่งแวดล้อม และโลก โดดเด่นด้วย Intelligent Interactive LED Wall ขนาดใหญ่ ขนาด 14 x 3 เมตร ที่มาพร้อมความละเอียดสูง 7.5 ล้านพิกเซล และมีความสว่าง 600 แคนเดลา/ตารางเมตร ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์และระบบเสียง พร้อมติดตั้ง LiDAR touch sensor เพิ่มลูกเล่นและกิจกรรม Interactive ให้กับผู้เยี่ยมชมได้เป็นอย่างดี โดยมีจุด Interactive Touch Points 5 จุด รองรับผู้เล่นได้ถึง 5 คน
พร้อมกัน ซึ่งจะมีการบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับรถยนต์ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น โดยจุดตรงกลางจะสามารถดูภาพรถยนต์ได้ทั้ง 360 องศา และสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับนวัตกรรม เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ และฟีเจอร์สุดพิเศษของรถแต่ละรุ่นได้อย่างเต็มที่

  1. CONFERENCE HALL

พื้นที่ห้องประชุม 2 ห้อง ซึ่งสามารถรองรับได้ถึง 40 ที่นั่ง โดดเด่นด้วยการออกแบบเป็นกระจกบานใหญ่เพื่อให้สามารถประชุมพร้อมชื่นชมทัศนียภาพอันสวยงามของแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างเต็มที่ โดยไฮไลท์สำคัญของโซนนี้คือ จอ Interactive Smart Board แบบทัชสกรีน ขนาด 86 นิ้ว ที่รวมเทคโนโลยีสุดล้ำที่เอื้อต่อการทำงานแบบมืออาชีพเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานแบบการเขียนกระดานไวท์บอร์ดทั่วไป การใช้เป็นโปรเจคเตอร์ นำเสนองาน หรือการประชุมผ่านวิดีโอ Conference และยังสามารถแชร์หน้าจอได้ถึง 4 หน้าจอพร้อมกัน รวมไปความสามารถในการบันทึก แชร์เนื้อหาและเสียงจากการประชุมจาก Smart Board ไปยังคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค แท็บเล็ต หรือโทรศัพท์ได้ในทันที นับเป็นเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การทำงานในยุคนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม

  1. LIVING ROOM & SKY GARDEN

ครอบคลุมบริเวณพื้นที่ทั้งสองชั้นของ GWM Experience Center โดยในแต่ละชั้น มีการจัดสรรพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนพื้นที่ Indoor ที่มีการจัดที่นั่งให้ดูสบายเหมือนพื้นที่สำหรับรับแขก ให้สามารถมานั่งทำงาน หรือจิบกาแฟเพื่อพักผ่อนได้อย่างสบายใจ และอีกส่วนเป็นพื้นที่ Outdoor ซึ่งมีการจัดสวน Sky Garden ที่นับเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของโซนนี้ โดยมีการจัดโต๊ะ และเก้าอี้ ผสานกับการออกแบบสวนและต้นไม้นานาพรรณในบริเวณระเบียงด้านนอกอย่างงดงาม เหมาะแก่ทั้งการนั่งทำงาน การหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ หรือการพักผ่อนรับลมและชมวิวสวยๆ ของแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมจิบเครื่องดื่มแก้วโปรด ช่วยสร้างความรื่นรมย์ใจได้เป็นอย่างดี

  1. GWM STORY

โซนนี้ประกอบด้วย Interactive Wall ขนาด 2.5 x 1.5 เมตร ที่ถ่ายทอดเรื่องราวและประวัติความเป็นมาของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตั้งแต่การเริ่มก่อตั้งในปี ค.ศ.1984 ไปจนถึงวิวัฒนาการของแบรนด์และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งเรื่องราวของขั้นตอนและรายละเอียดการผลิตรถยนต์ที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัยสูง รวมไปถึงเส้นทางความสำเร็จของแบรนด์ที่ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมได้ทำความรู้จักและเรียนรู้เกี่ยวกับ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ดีมากยิ่งขึ้น

  1. CAR MAPPING

โซนนี้อยู่ในพื้นที่ชั้น 2 ของ GWM Experience Center โดยไฮไลท์สำคัญของโซนนี้คือ Car Mapping ซึ่งเป็นโมเดลจำลองรถยนต์จากแบรนด์ ORA แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เตรียมนำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยในปีนี้ โดย Car Mapping นี้เป็นจุดที่ผู้เยี่ยมชมสามารถปลดปล่อยจินตนาการได้อย่างอิสระ ผ่านการลงสีรถยนต์บนจอได้ตามที่ต้องการ จากนั้นจะมีการประมวลผลผลงานการระบายสีผ่านระบบโปรเจคเตอร์และไฟ LED และสะท้อนสีสันไปบนโมเดลรถยนต์ ORA ได้อย่างสวยงาม ซึ่งทุกคนสามารถร่วมสนุกและปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์กับกิจกรรมนี้ พร้อมกับเซฟไฟล์ภาพหรือถ่ายรูปเพื่อนำผลงานไปอวดในโซเชียลมีเดียได้อีกด้วย

  1. GWM CAFE & CO-KITCHEN

โซนนี้ประกอบไปด้วยพื้นที่ 2 ส่วนคือ ส่วนที่เป็น คาเฟ่ ให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมสามารถนั่งพักผ่อนและดื่มด่ำไปกับเครื่องดื่มที่ชื่นชอบ โดยในโซนนี้ มีอีกหนึ่งไฮไลท์ที่น่าสนใจคือ Interactive Coffee Table ซึ่งเป็นโต๊ะที่เป็นจอดิจิทัลขนาด 55 นิ้ว มาพร้อมกับเลเซอร์โปรเจคเตอร์ เลนส์ซูม Motion sensor และ Interactive pen พร้อมด้วยนวัตกรรมที่สามารถตรวจจับจำนวนวัตถุได้แบบเรียลไทม์ โดยเมื่อวางแก้วเครื่องดื่มลงบนโต๊ะ ระบบเซนเซอร์จะตรวจจับตำแหน่งของแก้ว พร้อมแสดงรูปสัตว์น่ารักๆ ประเภทต่างๆ เพิ่มสัมผัสของธรรมชาติและการรักษ์โลก โดยมีบาริสต้าคอยให้บริการ นอกจากนี้ ยังเปิดให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมได้เขียนและแชร์ไอเดียรักษ์โลกในรูปแบบต่างๆ โดยใช้ Interactive Pen เพื่อแสดงผลไปยังจอด้านหลังได้อีกด้วย นับเป็นการสร้างประสบการณ์ระหว่างการดื่มเครื่องดื่มแก้วโปรดได้อย่างล้ำสมัยและเพลิดเพลิน นอกจากนี้ ในโซนนี้ยังมีพื้นที่อีกส่วนที่จัดเป็น Co-Kitchen ที่จัดเตรียมไว้สำหรับการทำกิจกรรมเกี่ยวกับการประกอบอาหาร เพื่อรังสรรค์เมนูสุดครีเอทีฟกันได้อย่างเต็มที่

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) เสริมว่า “เราเชื่อว่าผู้บริโภคทุกคนมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจและนวัตกรรมใหม่ๆ และสิ่งนี้ถือเป็นวัฒนธรรมหลักและ DNA ของเราทุกคนที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ทั้งนี้ การเปิด GWM Experience Center ที่ประเทศไทย จึงเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นและความตั้งใจของเราที่จะสร้างพื้นที่ที่เปิดกว้างให้คนไทยและผู้ที่มาเยี่ยมชมทุกท่านได้มีโอกาสมาร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งเราตั้งใจออกแบบและผสานการใช้เทคโนโลยีของโลกอนาคตไว้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมที่เราคัดใส่มาให้ทุกคนได้มีส่วนรวมในโซนต่างๆ กิจกรรมเวิร์คชอปที่น่าสนใจ การจัด TED Talks ให้กูรูและทุกคนได้มีโอกาสมาแบ่งปันเรื่องราวและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่กัน ตลอดจนการอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ ทั้งพื้นที่ห้องประชุม พื้นที่นั่งทำงาน Co-Kitchen หรือมุมพักผ่อนหย่อนใจ ที่เรามีทั้งพื้นที่ชมวิวด้านนอกกับวิวแม่น้ำเจ้าพระยาอันสวยงามและพื้นที่ด้านในที่เป็นคาเฟ่สุดชิค รวมถึงพื้นที่สร้างความสนุกให้กับครอบครัวอย่างสไลเดอร์แบบวนขนาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์หลักของที่นี่ที่ทุกคนไม่ควรพลาด และเราเชื่อว่าที่นี่จะเป็นบ้านหลังใหม่ที่ช่วยเติมเต็มรอยยิ้มและความสุขให้กับคนไทยและทุกๆ คนที่ได้แวะเวียนมาได้อย่างแน่นอน”

ที่ GWM Experience Center แห่งนี้ จะมี Experience Center Specialist คอยดูแล ให้คำแนะนำ และช่วยจัดกิจกรรมในแต่ละโซน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่มาเยี่ยมชมได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมี Intelligent Ambassador หรือ iAM ที่จะช่วยให้ข้อมูล ตอบคำถาม และให้ความรู้เพิ่มเติมให้กับผู้ที่สนใจรถยนต์ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ อีกด้วย โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาเยี่ยมชม GWM Experience Center ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.30 น. (เวลาทำการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามการเปิด-ปิดของไอคอนสยามและข้อกำหนดของทางหน่วยงานรัฐบาล) ที่บริเวณชั้น 3 และ 4 ของไอคอนสยาม และสามารถติดตามข่าวสารอัพเดท รวมถึงการจองเข้าร่วมเวิร์คชอป หรือกิจกรรมที่น่าสนใจของ GWM Experience Center ได้ที่ GWM Application และ Facebook GWM Thailand

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีระดับโลก” (Global Mobility Technology Company)  จะยังคงรักษาคำมั่นสัญญาและพร้อมเดินหน้ายกระดับประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้กับผู้บริโภคชาวไทยให้พร้อมก้าวเดินสู่โลกแห่งอนาคตไปด้วยกันอย่างมั่นคง ควบคู่ไปกับนำเสนอและส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดตลอดจนเทคโนโลยีอัจฉริยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงความพร้อมในการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเศรษฐกิจไทยให้ก้าวไกลและเติบโตต่อไปอย่างยั่งยืน

“เกีย” เปิดตัวโลโก้ และเป้าหมายใหม่ ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมเผยโฉม “เกีย คาร์นิวัล ใหม่ รุ่นลิมิเต็ด”

0

บริษัท ยนตรกิจ เกีย มอเตอร์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์เกียในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เปิดตัวโลโก้และเป้าหมายใหม่ของแบรนด์เกียในประเทศไทยผ่านแนวคิด “การเดินทางที่สร้างแรงบันดาลใจ”  หลังจากเปิดตัวที่ประเทศเกาหลีใต้ไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา พร้อมเผยโฉม “เกีย คาร์นิวัล ใหม่ รุ่นลิมิเต็ด” และการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ในแต่ละรุ่นย่อยเพื่อตอบสนองความต้องการของครอบครัวยุคใหม่ในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

มร. ซงโฮซอง ประธานกรรมการบริหาร เกีย คอร์เปอร์เรชั่น กล่าวว่าเกีย อยู่ในอุตสาหกรรมของ Movement” หรือ “การเดินทาง” มากว่า 75 ปี เริ่มต้นจากการผลิตรถจักรยานคันแรกในประเทศเกาหลีใต้ ไปจนถึงการผลิตรถจักรยานยนต์และรถบรรทุก โดยปัจจุบันนี้เกียเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในโลก และได้ผลิตรถยนต์ให้กับผู้คนกว่าหลายล้านคนทั่วโลก ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้ เกียเชื่อว่า “การเดินทางสามารถสร้างแรงบันดาลใจ” ได้  เพราะการเดินทางช่วยให้ผู้คนได้ค้นพบกับสถานที่ใหม่ พบเจอผู้คนกลุ่มใหม่ และพบกับประสบการณ์ชีวิตใหม่ เกียจึงนำแนวคิดนี้มาเป็นจุดศูนย์กลางของเป้าหมายใหม่ของแบรนด์ – Movement that inspires หรือ การเดินทางที่สร้างแรงบันดาลใจ โดยมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ให้มีความแปลกใหม่ สะดวกสบาย เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย พร้อมคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และตอบสนองทุกความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ เพื่อให้เกียเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างสรรค์แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตให้กับผู้คนตลอดทุกการเดินทาง”

“อุตสาหกรรมยานยนต์โลกในขณะนี้กำลังเผชิญภาวะการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งเกียก็มุ่งมั่นตั้งใจที่จะปรับตัวไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงนี้ สำหรับโลโก้ใหม่ของเกีย นับเป็นส่วนหนึ่งที่แสดงถึงพันธสัญญาในการเป็นไอคอนของความเปลี่ยนแปลง และนวัตกรรมใหม่ ออกแบบโดยเน้นความเรียบง่าย และทันสมัยมากขึ้น มีลักษณะคล้ายกับการเขียนด้วยลายมือที่มีเส้นเชื่อมต่อกัน เพิ่มความเฉียงของตัวอักษร และลักษณะของเส้นที่พุ่งขึ้น แสดงถึงความมุ่งมั่น ทะเยอทะยาน สู่การเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมแห่งโลกอนาคต” มร. ซงโฮซอง กล่าวเพิ่มเติม

นางธันยนันท์ ลีนุตพงษ์ ศิริมงคลเกษม กรรมการบริหาร บริษัท ยนตรกิจ เกีย มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจของเครือยนตรกิจกว่า 72 ปี และในฐานะของยนตรกิจ เกีย อีกกว่า 22 ปี เราให้ความสำคัญกับการเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนชีวิตของผู้คนในสังคมไทยมาโดยตลอด สำหรับแบรนด์เกียในประเทศไทย ได้มีการเติบโต ขยายธุรกิจและเครือข่าย รวมถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการบนพื้นฐานความต้องการของลูกค้าและการเปลี่ยนแปลงของโลกอยู่เสมอ ทั้งนี้ เพื่อสานต่อเป้าหมายใหม่ของเกีย ในด้านผลิตภัณฑ์ จะมีการนำรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า และในด้านการบริการ มีแผนขยายโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการเพิ่มอีก 2 แห่งภายในปีนี้ เพื่อรองรับการเติบโต และอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าทุกท่าน”

สำหรับโลโก้ใหม่ของเกีย จะเริ่มใช้อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน นี้เป็นต้นไป โดยเริ่มจากการเปลี่ยนโลโก้บนตัวรถ รวมไปถึงโลโก้ที่ใช้ในการสื่อสารทางการตลาดต่างๆ ในส่วนของ โชว์รูมและศูนย์บริการรูปแบบใหม่ จะพร้อมให้บริการภายในปลายปีนี้

นางสาวฬสนันท์ ภูนิธิพันธุ์กุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ยนตรกิจ เกีย มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “นอกเหนือจากการเปิดตัวโลโก้ และเป้าหมายใหม่ ครั้งนี้ ยนตรกิจ เกีย ได้มีการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ในแต่ละรุ่นย่อยของ “เกีย คาร์นิวัล ใหม่” พร้อมทั้งได้เพิ่มรุ่นย่อยพิเศษ “เกีย คาร์นิวัล ใหม่ รุ่นลิมิเต็ด” เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ทำให้ เกีย คาร์นิวัล ใหม่ เป็นยนตรกรรม Premium MPV ที่ครบครันด้วยรูปลักษณ์ที่ทันสมัย พร้อมทั้งฟังก์ชันอำนวยความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัย ที่พร้อมช่วยให้ตลอดทุกการเดินทางของผู้ใช้งานเต็มไปด้วยประสบการณ์ที่ดี และขับเคลื่อนแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในชีวิต” 

โดย เกีย คาร์นิวัล ใหม่ ที่จำหน่ายในประเทศไทยจะมีทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ได้แก่

  • เกีย คาร์นิวัล ใหม่ รุ่นลิมิเต็ด (Kia Carnival Limited) ราคา 2,045,000 บาท – รุ่นย่อยพิเศษ มีจำนวนจำกัด

  • เกีย คาร์นิวัล ใหม่ รุ่นอีเอ๊กซ์ (Kia Carnival EX) ราคา 2,144,000 บาท – มาพร้อมระบบที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย Wireless Charger และระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ Rain Sensor

  • เกีย คาร์นิวัล ใหม่ รุ่นเอสเอ๊กซ์แอล (Kia Carnival SXL) ราคา 2,495,000 บาท มาพร้อมหน้าจอ Panoramic Dashboard Display หรือ หน้าจอเรือนไมล์ Digital Cluster ขนาด 12.3 นิ้ว ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาบนหน้าจอ Blind-Spot View Monitor (BVM) และระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ Rain Sensor

สัมผัสยนตรกรรม เกีย คาร์นิวัล ใหม่ ได้ที่โชว์รูมเกียทุกสาขาทั่วประเทศ หรือหากไม่สะดวกเดินทางมาที่โชว์รูม สามารถติดต่อขอรับบริการให้ทดลองขับถึงบ้าน Kia Drive at Home* ได้เช่นกัน หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ที่ www.kia.com โทรศัพท์ 02-915-1991 และสามารถติดตามข่าวสาร Kia Thailand เพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page: KIA Thailand หรือ ที่ LINE Official Account: @kia.thailand

หมายเหตุ* เงื่อนไขข้อเสนอพิเศษต่างๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สามารถดูรายละเอียดการรับบริการทดลองขับถึงบ้าน Kia Drive at Home ได้ที่ http://bit.ly/SSHKia

เปอโยต์ ประเทศไทย เปิดตัว 3008 SUV ใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘FACE THE NEW FACE’

0

เปอโยต์ ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ เปอโยต์อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เปิดตัว 3008 เอสยูวี ใหม่ ยนตรกรรมอเนกประสงค์ยอดนิยม ผ่านการปรับโฉมให้ดูโฉบเฉี่ยวและดูทันสมัยยิ่งขึ้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘FACE THE NEW FACE’

เปอโยต์ สานต่อประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 211 ปี ปัจจุบันเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์กลุ่มคอมแพ็กต์เอสยูวีในทวีปยุโรป ด้วยยนตรกรรมอเนกประสงค์รุ่น 3008 เอสยูวี และ 5008 เอสยูวี 7 ที่นั่ง โดยได้เสียงตอบรับเป็นอย่างดี จากผู้ใช้รถทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย ที่รถยนต์ เปอโยต์ ได้กลับมาทำตลาดอย่างมั่นคงอีกครั้ง ภายใต้ เปอโยต์ ประเทศไทย ในช่วงปี 2562

สุนทรพันธ์ เดชะเทศ, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปอโยต์ ประเทศไทย เผยว่า “ในนามของผู้แทนเปอโยต์ ประเทศไทย ขอขอบคุณลูกค้า เปอโยต์ ทุกท่าน ที่ได้ให้การต้อนรับการกลับมาทำตลาดในประเทศไทยของรถยนต์ เปอโยต์ อย่างอบอุ่น พร้อมมอบความไว้วางใจในยนตรกรรมและบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐานระดับสากล วันนี้นับเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญ ที่ทุกท่านจะได้ยลโฉม เปอโยต์ 3008 เอสยูวี ใหม่ ที่ผ่านการปรับโฉมให้ดูโฉบเฉี่ยวทันสมัยขึ้น สอดคล้องกับอัตลักษณ์ใหม่ของแบรนด์อย่างลงตัว”

++ ปรับโฉมใหม่ โฉบเฉี่ยว เร้าใจทุกองศา

รูปลักษณ์ที่โดดเด่นของ เปอโยต์ 3008 เอสยูวี ถูกปรับให้ดูชัดเจนและทันสมัยยิ่งขึ้น สะดุดตากับกระจังหน้าแบบไร้กรอบ (frameless grille) สวยงามล้ำสมัยและให้ความรู้สึกใหลลื่น เพิ่มความชัดเป็นเส้นครีบทอดยาวใต้ไฟหน้าแบบฟูลแอลอีดี ที่สามารถทำงานเป็นไฟตัดหมอกได้ในตัว (Foggy Mode) โดยเมื่อผู้ขับเปิดไฟตัดหมอกหลัง ไฟหน้าจะติดอัตโนมัติด้วยระดับความเข้มของแสงที่ต่ำกว่าปกติ ขนาบข้างด้วยเดย์ไทม์รันนิงไลท์แนวตั้งคล้ายเขี้ยวสิงโต เพิ่มความสปอร์ตด้วยช่องดักลมสีดำบนกันชนหน้า ขณะที่ปลายฝาประโปรงหน้า ติดตั้งตัวนูน ‘3008’ ระบุรุ่นชัดเจน พร้อมราวหลังคาดีไซน์ใหม่ ให้ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น

ส่วนด้านท้ายก็ไม่น้อยหน้า ด้วยไฟท้ายแบบฟูลแอลอีดี (รวมไฟถอยหลัง) สะท้อนกรงเล็บสิงโต (lion claws) ได้อย่างทรงพลัง พร้อมไฟเลี้ยวแบบไล่ระดับ ครอบแผงไฟท้ายทั้งหมดด้วยกระจกรมดำ ยาวจรดตัวถัง 2 ฝั่ง ช่วยให้รถดูกว้างขึ้นเมื่อมองจากด้านหลัง

++ อีกระดับแห่งความเหนือชั้น ‘THE NEW i-Cockpit’

ห้องโดยสารของ 3008 เอสยูวี นับเป็นอีกไฮไลท์สำคัญ ต้อนรับผู้โดยสารอย่างอบอุ่นด้วยเบาะหนัง ตัดกันกับสีด้ายที่ใช้เย็บตะเข็บอย่างลงตัว ตกแต่งตามจุดต่างๆ ด้วยวัสดุผ้าคุณภาพสูง ให้สัมผัสนุ่มนวลและดูหรูหรา มาตรวัดดิจิทัลอเนกประสงค์ขนาด 12.3 นิ้ว ด้านหน้าผู้ขับ สามารถปรับการแสดงผลได้อิสระ พร้อมเพิ่มความละเอียดและความเข้มของจอ เพื่อความคมชัดสูงสุด ติดตั้งทัชสกรีนอเนกประสงค์ขนาด 10 นิ้ว บริเวณกลางแดชบอร์ด จอภาพความละเอียดสูง รองรับการสั่งงานด้วยเสียง ทั้งระบบนำทาง, โทรศัพท์, เครื่องปรับอากาศ และคลื่นวิทยุ มาพร้อม 7 สวิตช์แบบก้านเปียโน (Piano Key Toggle Switches) ที่ดูหรูหรา และช่วยให้สามารถปรับการทำงานของระบบต่างๆ ได้สะดวกรวดเร็ว พร้อมรองรับการชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย (wireless charging)

++ ทะยานแรง พร้อมความปลอดภัยเต็มพิกัด

ขับเคลื่อนอย่างมั่นใจด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.6 ลิตร ทวินสกรอลล์เทอร์โบ 167 แรงม้า แรงบิด 245 นิวตันเมตร ที่ 1,400-4,000 รอบ/นาที สูงสุดในรถยนต์กลุ่มเดียวกัน ช่วยให้มีอัตราเร่งดีและใช้เชื้อเพลิงคุ้มค่า ส่งกำลังอย่างนุ่มนวลและฉับไว ผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ แบบ Electric Impulse พร้อม Advanced Grip Control กับ 5 โหมดการขับ (Normal-Snow-Mud-Sand-ESP Off) ผสานหลายระบบช่วยเหลือผู้ขับ อาทิ เปิดไฟสูงอัตโนมัติ, ควบคุมความเร็วขณะลงทางชันอัตโนมัติ (Hill Descent Control), ฝาท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี, เบรกมือไฟฟ้า, ระบบเตือนเมื่อรถวิ่งออกนอกเลน, ระบบเตือนรถในมุมอับสายตา, เซ็นเซอร์ถอยจอด และอื่นๆ

++ บริการหลังการขาย มั่นใจได้ 100%

เปอโยต์ ประเทศไทย ให้ความสำคัญกับคุณภาพด้านบริการหลังการขาย ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘PEUGEOT CARE’ ด้วยศักยภาพที่สามารถรองรับรถ เปอโยต์ ได้ทั้งรุ่นเก่าและรุ่นปัจจุบัน มั่นใจได้กับอุปกรณ์อันทันสมัย, เครื่องมือพิเศษสำหรับวิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหาอย่างตรงจุด รวมถึงทีมช่างมืออาชีพที่ได้รับการฝึกอบรมมาอย่างดี พร้อมเพิ่มอิสระในการเลือกซื้อให้ลูกค้า ด้วย 2 ทางเลือกเซอร์วิสแพ็กเกจ VALUE CARE บำรุงรักษา ครอบคลุมตั้งแต่ 10,000 กิโลเมตร ถึงสูงสุด 100,000 กิโลเมตร กับการเช็กระยะ 2 ครั้ง พร้อมส่วนลดค่าอะไหล่ 10% หรือการเช็กระยะ 4 ครั้ง พร้อมส่วนลดค่าอะไหล่ 15% โดยมาพร้อม การรับประกันคุณภาพ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ทั่วประเทศ 3 ปีเต็ม

++ เดินหน้าขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน เปอโยต์ มีโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการครบวงจร 5 สาขาในกรุงเทพฯ และ 3 สาขาต่างจังหวัด คือ สุขุมวิท, เยาวราช, เกษตร-นวมินทร์, เปอโยต์ สตูดิโอ บริเวณชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เปอโยต์ สตูดิโอ สาขาวงเวียนพระราม 5-ราชพฤกษ์, สาขาอุบลราชธานี, สาขาภูเก็ต และสาขาหาดใหญ่ พร้อมให้บริการลูกค้าแล้ววันนี้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว เปอโยต์ ประเทศไทย เปิดรับนักลงทุนที่สนใจเป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ เปอโยต์ ทั่วประเทศ ผู้สนใจสามารถติดต่อคุณกุลชาติ ชุติเชาว์กุล ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายพัฒนาธุรกิจ โทร. 065-956-5333

 

สอบถามข้อมูลติดต่อ เปอโยต์ ประเทศไทย โทร. 02-931-8400

LINE: @peugeotthailand

FACEBOOK: Peugeot Thailand

www.peugeot.co.th

โตโยต้า แนะนำ ชุดแต่ง“Nurburgring” สำหรับ โคโรลล่า อัลติส

0

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำชุดแต่ง “Nurburgring” สำหรับโคโรลล่า อัลติส ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการลงแข่งขันที่สนามแข่งนูร์เบิร์กริง สนามแข่งรถระดับโลก ในประเทศเยอรมนี มาพร้อมความโดดเด่น สะดุดตา เติมเต็มอารมณ์สปอร์ตได้ดียิ่งกว่า สำหรับโคโรลล่า อัลติส รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 Sport และรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริดทุกรุ่น พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ

รถยนต์นั่งยอดนิยมของคนไทย โคโรลล่า อัลติส คือหนึ่งในตำนานของรถยนต์โตโยต้าที่การันตีด้วยคุณภาพมาแล้วมากกว่า 55 ปี นับตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงรุ่นล่าสุด และได้ฉลองความสำเร็จยอดจำหน่ายสะสมทั่วโลกของโคโรลล่าครบ 50 ล้านคัน เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ยิ่งไปกว่านั้น โคโรลล่า อัลติส สามารถพิชิตสนามนูร์เบอร์กริง (Nurburgring) ที่ได้ชื่อว่าโหดและท้าทายสนามหนึ่งของโลก คว้าอันดับหนึ่งในรายการ ADAC Total 24h-Race Nürburgring รุ่น Super Production 3 ปี 2021 เป็นปีที่สองติดต่อกัน นับเป็นการการันตีด้วยบทพิสูจน์สมรรถนะของเครื่องยนต์อันทรงพลัง ผสานกับสถาปัตยกรรมโครงสร้างยานยนต์ใหม่ (Toyota New Global Architecture หรือ TNGA) ที่แข็งแกร่งและทนทาน ออกแบบให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ สร้างความมั่นใจในทุกรูปแบบการขับขี่ กับการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ โดยในการแข่งขัน ได้ใช้รถรถยนต์โคโรลล่า อัลติส รุ่นล่าสุด ซึ่งเป็นรถ Production Car สายการผลิตในประเทศไทย ปรับแต่งอุปกรณ์บางส่วนให้ตรงตามมาตรฐานความปลอดภัยของการแข่งขัน ที่สำคัญเป็นการแสดงให้เห็นถึงการรักษาไว้ซึ่งพื้นฐานอันสำคัญ ทางด้านคุณภาพ (Quality) ความทนทาน (Durability) และความน่าเชื่อถือ (Reliability) ในระดับโลก  ทั้งเพียบพร้อมด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก Toyota Safety Sense ตลอดจน มีประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงดีเยี่ยม ในราคาที่คุ้มค่า และเป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคน

นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เปิดเผยว่า บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มีความยินดีแนะนำชุดแต่ง Nurburgring ที่มาจากแรงบันดาลใจ จากความสำเร็จในการเข้าร่วมการแข่งขันรายการระดับโลก กับสนามแข่งที่ขึ้นชื่อว่ามีความโหดและท้าทายสนามหนึ่งของโลก และสามารถคว้าแชมป์ 2 ปีติดต่อกัน  โดยชุดแต่ง Nurburgring มีการดีไซน์ให้มีความสปอร์ต พรีเมียม ด้วยรูปลักษณ์ภายนอก ซึ่งมาพร้อม โลโก้ Nurburgring 24Hr สเกิร์ตหน้า  สเกิร์ตด้านข้าง  สเกิร์ตหลัง  สปอยเลอร์ฝากระโปรงหลัง  ชุดคอยล์สปริง  และที่สำคัญ มีการติดตั้งชุดกล่องควบคุมคันเร่งไฟฟ้า ช่วยเพิ่มการตอบสนองของอัตราเร่งให้รวดเร็วยิ่งขึ้นในขณะออกตัว  เติมเต็มอารมณ์สปอร์ต และเพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่

สำหรับชุดแต่ง Nurburgring สามารถติดตั้งได้ทั้งใน โคโรลล่า อัลติส รุ่น 1.8 Sport ที่มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.8 ลิตร และ ในรุ่น Hybrid Smart, Hybrid Premium, และ Hybrid Premium Safety ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ไฮบริด ที่มีแพคเกจการรับประกันรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด ที่ครอบคลุมทั้งแบตเตอรี่ และระบบไฮบริด กับการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริด 5 ปี พร้อมข้อเสนอพิเศษสำหรับทุกรุ่น กับแพคเกจขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถใหม่จาก 3 ปี เป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม. พร้อมฟรีค่าแรงในการเช็คระยะ 100,000 กม. มูลค่ากว่า 34,000 บาท

ทั้งนี้ ชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษสไตล์สปอร์ต สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ ได้รับการรับประกันโดยบริษัท ทีอาร์ดี เซลส์ (ไทยแลนด์)  สูงสุดในระยะเวลา 36 เดือน หรือระยะ 100,000 กิโลเมตร1 

ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าที่มองหารถที่มีความคุ้มค่า โตโยต้ามีความยินดีมอบข้อเสนอสุดพิเศษ กับชุดแต่ง Nurburgring มูลค่า 42,000 บาท ฟรี พร้อมประกันภัยชั้น 1 Toyota Care มูลค่า 31,000บาท หรือลูกค้าสามารถเลือกข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ย 0.29% 2   หรือเลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ย 0.79% พร้อมประกันภัยชั้น 1 2 โดยลูกค้าที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ 

พิเศษสุดสำหรับลูกค้าที่ซื้อรุ่น 1.8 Sport , Hybrid Smart, Hybrid Premium, และHybrid Premium Safety ตั้งแต่วันนี้!

เลือกรับฟรี! ชุดแต่ง Nurburgring มูลค่า 42,000 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1 Toyota Care มูลค่า 31,000 บาท

หรือ สามารถเลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ย 0.29%  2

หรือ เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ย 0.79% พร้อมประกันภัยชั้น 1 2

พร้อมข้อเสนอพิเศษสำหรับทุกรุ่น กับแพคเกจขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถใหม่จาก 3 ปี เป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม. พร้อมฟรีค่าแรงในการเช็คระยะ 100,000 กม. มูลค่ากว่า 34,000 บาท

 

เลือกเป็นเจ้าของโคโรลล่า อัลติส พร้อมชุดแต่ง Nurburgring ได้ 6 สี 4 รุ่น

สีขาวมุก Platinum White Pearl * / สีเงิน Silver Metallic / สีน้ำตาล Phantom Brown / สีดำ Attitude Black Mica / สีแดง Red  Mica Metallic / สีเทา Celestite Gray

รุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด  

  • Hybrid Premium Safety เกียร์อัตโนมัติ ราคา     1,099,000 บาท***
  • Hybrid Premium เกียร์อัตโนมัติ ราคา     994,000 บาท***
  • Hybrid Smart เกียร์อัตโนมัติ ราคา     939,000 บาท***

รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน

  • 8 Sport เกียร์อัตโนมัติ ราคา     964,000 บาท***

*สำหรับสีพิเศษ Platinum White Pearl มีเฉพาะรุ่น Hybrid, 1.8 Sport เพิ่ม 10,000 บาท

***ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมราคาชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ

1 หมายเหตุ: เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

เงื่อนไขการรับประกันชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Nurburgring โดยบริษัท ทีอาร์ดี เซลส์ (ไทยแลนด์) รับประกันสูงสุดในระยะเวลา 36 เดือน หรือระยะ 100,000 กิโลเมตร ทั้งนี้ แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถีงก่อน โดยยึดจากวันเริ่มต้นรับประกันรถยนต์ ของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด

2 กรณีไม่รับชุดแต่ง Nurburgring 

สัมผัสและทดลองขับ โคโรลล่า อัลติส ได้ที่ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ
ติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์และกิจกรรมการตลาดเพิ่มเติมได้ที่
https://www.toyota.co.th/

Facebook: Toyota Motor Thailand
LINE ID: @ToyotaThailand

“โอมาคาเสะ คาร์” โดยกลุ่มตรีเพชร เดินหน้าผุดสาขาใหม่ พร้อมฉลอง 1,000 คัน

0

กลุ่มตรีเพชร โดย คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “จากกระแสตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เราได้ก้าวสู่ธุรกิจซื้อขายรถยนต์มือสองภายใต้ชื่อ “โอมาคาเสะ คาร์” เมื่อปลายปี 2562 ที่ผ่านมา “โอมาคาเสะ คาร์” ได้จำหน่ายรถมือสองคุณภาพสูงผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่เป็นปัจจัยสำคัญของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการซื้อ-ขายของผู้บริโภคที่เปิดรับและเข้าสู่โลกดิจิตัลอย่างไม่มีทางเลี่ยง ส่งผลให้เกิดความต้องการรถมือสองคุณภาพสูงในราคาคุ้มค่าผ่านช่องทางออนไลน์ ทำให้ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปีกว่า  “โอมาคาเสะ คาร์” ส่งมอบรถให้กับลูกค้าแล้วมากกว่า 1,000 คัน โดยมีสาขาทั้งสิ้น 4 สาขา ได้แก่ 3 สาขาในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล นั่นคือ สาขารัตนาธิเบศร์ สาขาเกษตร-นวมินทร์ สาขางามวงศ์วาน และต่างจังหวัด 1 สาขา ที่ ต. กลางดง อ. ปากช่อง จ. นครราชสีมา เราขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ไว้วางใจเลือกใช้บริการ “โอมาคาเสะ คาร์”  

ล่าสุดเพื่อเพิ่มช่องทางและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าที่ต้องการเห็นรถจริงและทดลองขับจริง เราจึงได้ขยายสาขาใหม่เพิ่มอีก 1 สาขา โดยเริ่มเปิดให้บริการไปตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา คือ สาขาบางใหญ่ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ทางตะวันตกของกรุงเทพฯ และยังเป็นการเพิ่มจุดส่งมอบรถแห่งใหม่เพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวด้วย

เรายังคงยึดมั่นในการนำเสนอรถยนต์มือสองคุณภาพดีเกรดพรีเมี่ยมเท่านั้น อายุน้อย เลขไมล์น้อย เลขไมล์แท้ มีประวัติการซ่อมบำรุงย้อนหลังที่สามารถตรวจสอบประวัติได้ รถทุกคันต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยโดยช่างผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ รวมทั้งมีข้อเสนอสินเชื่อสุดพิเศษจากสถาบันการเงินชั้นนำต่าง ๆ และการรับประกันหลังการขาย 6 เดือน หรือ 10,000 กิโลเมตร (ตามเงื่อนไขการรับประกัน) พิเศษสุด!เพื่อฉลองการเปิดสาขาบางใหญ่  จึงได้จัดทำข้อเสนอพิเศษดอกเบี้ย 0% นาน 12 เดือน พร้อมฟรีประกันภัย2+ อีกด้วย สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.omakasecar.com

เกรท วอลล์ มอเตอร์ พร้อมส่งมอบบริการ GWM Mobile Service บริการเช็กระยะตามตารางบำรุงรักษานอกสถานที่

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นด้านการบริการหลังการขายให้กับลูกค้าด้วยบริการ GWM Mobile Service บริการเช็กระยะตามตารางบำรุงรักษานอกสถานที่ด้วยรถยนต์เคลื่อนที่พร้อมอุปกรณ์ครบครันและทีมผู้เชี่ยวชาญเพื่ออำนวยความสะดวกสบายสูงสุดให้กับลูกค้าภายใต้แบรนด์คอนเซ็ปต์ New Energy New Intelligence และ New Experience โดย GWM Mobile Service พร้อมให้บริการตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เดินหน้าสร้างประสบการณ์แบบออนไลน์สู่ออฟไลน์ (O2O) ยกระดับมาตรฐานการขายและการให้บริการให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ได้มีการเปิดให้บริการแบบ Door-to-Door Service ซึ่งสามารถทำได้ผ่านขั้นตอนที่ง่าย (Simple) มีความพิเศษ (Special) ปลอดภัย (Secure) และคุ้มค่า (Save) ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการ Door-to-Door Test Drive เพื่อนำรถยนต์ไปให้ลูกค้าทดลองขับถึงหน้าบ้าน รวมไปถึง Door-to-Door Delivery Service บริการส่งมอบรถถึงสถานที่ที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งทั้ง 2 บริการ ต่างได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากผู้บริโภค ล่าสุด เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ส่งมอบบริการ GWM Mobile Service เพื่อให้บริการเช็กระยะตามตารางบำรุงรักษานอกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน หรือสถานที่ที่ลูกค้าตกลงทำการนัดหมาย โดยลูกค้าไม่ต้องนำรถยนต์เข้ามารับบริการที่ศูนย์บริการ ช่วยให้ลูกค้าทุกคนได้รับความสะดวกสบายและประหยัดเวลา พร้อมกับมาตรฐาน
การบริการที่เหนือระดับแม้จะอยู่นอกสถานที่

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญอยู่เสมอ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นี้ เราเข้าใจและตระหนักถึงความยากลำบากหรือความไม่สะดวกสบายที่ลูกค้าของเราอาจจะได้รับ ดังนั้น เราจึงมีการปรับนโยบายและแผนการดำเนินงานของเราอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าของเราทุกคนจะยังได้รับบริการและประสบการณ์ที่ดีจากเราอยู่เสมอและในทุกสถานการณ์ โดยก่อนหน้านี้เราได้มีการให้บริการแบบ Door-to-Door Service รูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการส่งมอบรถยนต์ใหม่ที่บ้าน รวมไปถึงการให้บริการทดสอบรถยนต์ที่บ้าน เพื่อให้ผู้ที่สนใจหรือผู้ที่จองรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ได้มีโอกาสขับและทดสอบสมรรถนะของรถได้อย่างเต็มที่ก่อนการตัดสินใจซื้อ ซึ่งที่ผ่านมาเราได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า และในวันนี้เรายินดีที่จะส่งมอบอีกหนึ่งบริการอย่าง GWM Mobile Service ซึ่งเป็นบริการเช็กระยะตามตารางบำรุงรักษานอกสถานที่ โดยเราได้เตรียมรถ Mobile Service ที่เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์และเทคโนโลยีล้ำสมัยสำหรับการตรวจเช็กระยะ พร้อมทีมช่างผู้ชำนาญการ เพื่อให้ความช่วยเหลือและพร้อมอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าอย่างเต็มที่ รวมถึงได้รับประสบการณ์อันยอดเยี่ยมเช่นเดียวกับการรับบริการที่ศูนย์บริการ หรือที่ GWM Partner Store”

สำหรับรถ GWM Mobile Service นั้น เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้นำรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV สีขาว มาติดตั้งเทคโนโลยีและอุปกรณ์สำหรับการตรวจเช็กระยะอย่างครบครัน ซึ่งแต่ละคันจะมีช่างผู้ชำนาญการจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ จำนวน 2 คน คอยให้บริการ โดยลูกค้าสามารถนัดหมายล่วงหน้าอย่างน้อย 2 วันทำการ ผ่าน GWM Application หรือ GWM Call Center : 02-668-8888 หรือติดต่อผ่าน GWM Partner Store ได้ทุกสาขา

นายศราวุฒิ บรรยงค์กุล ผู้อำนวยการฝ่ายบริการหลังการขาย เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวเพิ่มเติมว่า “บริการ GWM Mobile Service เป็นบริการที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า แม้จะอยู่ห่างไกลจากศูนย์บริการ หรือ GWM Partner Store โดยจะให้บริการครอบคลุมเริ่มจากพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล พื้นที่จังหวัดที่มี GWM Partner Store และจะขยายบริการให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และแม้จะเป็นการบริการนอกสถานที่ แต่ทีมเจ้าหน้าที่จะยังคงรักษามาตรฐานการทำงานและการให้บริการตามมาตรฐานของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ อยู่เสมอ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ก็ยังสามารถรับบริการหลังการขายของ  เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้อย่างสะดวกสบาย มั่นใจ และไร้กังวล”

สำหรับบริการ GWM Mobile Service  จะเป็นบริการหลังการขายที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าแพ็กเกจ ULTRA DEAL และ PREMIERE DEAL จะได้รับสิทธิในการใช้บริการดังกล่าวอย่างเต็มรูปแบบโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ภายในระยะ 10 กิโลเมตรแรก จำนวน  2 ครั้ง ภายในระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (เมื่อถึงกำหนดอย่างใดอย่างหนึ่งก่อน)

นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังมีบริการหลังการขายอื่นๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า เช่น Door-to-Door Pick-up and Delivery on Demand ซึ่งเป็นการรับและ/หรือส่งรถยนต์เพื่อเข้ารับบริการเช็กระยะตามตารางบำรุงรักษา โดยลูกค้าสามารถนัดหมายวัน เวลา และสถานที่ในการรับรถ และ/หรือส่งรถยนต์ ผ่าน GWM Application หรือ GWM Call Center : 02-668-8888 หรือติดต่อผ่าน GWM Partner Store ได้ทุกสาขา ซึ่งบริการนี้เป็นบริการที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่สำหรับลูกค้าแพ็กเกจ ULTRA DEAL และ PREMIERE DEAL จะได้รับสิทธิในการใช้บริการนี้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายจำนวน 4 ครั้ง ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับบริการหลังการขายของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เพิ่มเติมได้ที่ https://gwm.co.th/aftersales

ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีระดับโลก” (Global Mobility Technology Company) เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งมอบการบริการและประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภค และในอนาคตเราจะยังมีบริการรูปแบบต่างๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลและอำนวยความสะดวกกับลูกค้าอย่างครบวงจร เพื่อยกระดับมาตรฐานบริการทุกขั้นตอนตั้งแต่กก่อนการขาย การขาย และหลังการขาย เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดและส่งมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมที่สุดให้กับผู้บริโภคชาวไทย

มาสด้าห่วงใยลูกค้าที่รถยนต์เสียหายจากภัยน้ำท่วม ลดค่าอะไหล่ 50% ลดค่าแรง 10% ตลอดเดือนตุลาคม

0

มาสด้าห่วงใยลูกค้าที่รถยนต์ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม จัดแคมเปญด่วนพิเศษเพื่อมอบส่วนลดค่าอะไหล่ 50%* และส่วนลดค่าแรง 10% ที่ศูนย์บริการรถยนต์มาสด้า ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2564  เพื่อให้การช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้าที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยให้สามารถก้าวผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้ไปได้อีกครั้ง

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การมอบความใส่ใจและดูแลลูกค้าทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย นับเป็นสิ่งที่มาสด้าให้ความสำคัญมาโดยตลอด มาสด้าพร้อมที่จะให้การดูแลลูกค้าอย่างเต็มความสามารถในทุกสถานการณ์ความยากลำบาก รวมถึงสถานการณ์ในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน ที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ส่งผลให้รถยนต์ของลูกค้าเกิดความเสียหาย มาสด้าจึงต้องการส่งมอบความห่วงใยและให้การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าอุ่นใจที่จะนำรถยนต์มาเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาสด้า และสามารถนำรถกลับไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัย ตามคำมั่นสัญญาของมาสด้าในการให้การดูแลรถยนต์ของลูกค้าอย่างดีที่สุดไปตลอดอายุการใช้งาน

สำหรับครั้งนี้ มาสด้าพร้อมมอบส่วนลดค่าอะไหล่ 50%* และส่วนลดค่าแรง 10% ให้แก่ลูกค้าที่ไม่ได้รับความคุ้มครองความเสียหายจากบริษัทประกันภัยรถยนต์ กรณีได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 จนถึง 31 ตุลาคม 2564 โดยลูกค้าที่ต้องการนำรถยนต์เข้ารับบริการเพื่อซ่อมบำรุงรักษา สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการมาสด้าในเขตพื้นที่ หรือมาสด้าสปีดไลน์ 0-2030-5666

หมายเหตุ
*ส่วนลดไม่รวมอุปกรณ์ตกแต่ง ยาง แบตเตอรี่ และสำหรับลูกค้าที่ไม่ได้รับความคุ้มครองจากบริษัทประกันภัย เท่านั้น

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด และบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ฟอร์ด แนะเคล็ดลับขับขี่ปลอดภัยในเวลากลางคืน

0

ในช่วงที่ผ่านมา หลายคนอาจไม่ค่อยได้เดินทางในช่วงเวลากลางคืน แต่จากสถิติของศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ (Thai RSC)[1] พบว่า จำนวนการแจ้งเหตุผู้ประสบภัยจากรถใน พ.ศ. 2564 ในช่วงเวลา 18.00 – 02.00 น. มีจำนวนมากกว่า 140,000 ราย ทั้งนี้ เนื่องจากดวงตาต้องมีการเพ่งหรือปรับตัวเพื่อการมองเห็นในสภาวะแสงน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ความเร็วในที่มืด การขับรถในเวลากลางคืนจึงอาจทำให้ทัศนวิสัยของผู้ขับขี่ถดถอยลง ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการกะระยะ การจำแนกสี หรือประสาทการมองเห็นรอบด้าน

อย่างไรก็ดี มีหลายวิธีที่จะทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนในเวลากลางคืนสามารถขับขี่ได้อย่างมั่นใจ และปลอดภัย ตั้งแต่การหลีกเลี่ยงไฟสูงจากรถคันอื่น ไปจนถึงการสอดส่องความเร็วของผู้ร่วมถนนที่อาจทำให้เกิดอันตรายได้

  • เปิดไฟหน้าไว้ตลอดเวลา

แม้ในยามโพล้เพล้ ผู้ขับขี่ทุกคนก็จำเป็นต้องเปิดไฟหน้ารถไว้เสมอ เพื่อให้ตาของเราสามารถปรับให้เข้ากับความมืดในเวลาพลบค่ำได้ ไฟหน้าจะช่วยป้องกันภัยอันตรายให้ทั้งคุณและผู้ใช้ถนนรายอื่นได้ แต่ข้อสำคัญคือต้องไม่ใช้ไฟสูงที่จะทำให้คนที่กำลังขับสวนมาตาพร่าจากแสงที่สว่างเกินไป ในฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นไทเทเนียม พลัส มีระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะที่สามารถเปิดไฟสูงเมื่อทางข้างหน้ามืดสนิท และปิดไฟสูงอัตโนมัติเมื่อตรวจจับเจอแสงไฟของรถคันหน้าส่องมา เพิ่มสมาธิให้ผู้ขับขี่สามารถสังเกตเส้นทางในความมืดได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการควบคุมไฟสูง ในขณะที่ไฟตัดหมอกแบบ LED ในฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นไวลด์แทรคก็ยังได้รับการออกแบบมาให้สีเข้มขึ้นเพื่อเพิ่มวิสัยทัศน์และความปลอดภัยในการขับขี่ในเวลากลางคืน

  • รักษาระยะห่าง

เมื่อมีรถวิ่งอยู่ด้านหน้าขณะขับขี่ยามค่ำคืน ทำให้ผู้ขับขี่ต้องเพ่งสมาธิไปที่รถคันหน้าว่าจะเร่งหรือเบรกเมื่อไร และด้วยความสามารถในการกะระยะที่ลดลง อาจจะทำให้เกิดความตึงเครียดโดยไม่จำเป็น เทคโนโลยีช่วยขับขี่ที่ช่วยเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าจึงมีความจำเป็นในสถานการณ์เช่นนี้ ฟอร์ดใช้ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) ทำให้คุณไม่ต้องคอยเหยียบเบรคและคันเร่งบ่อยๆ เมื่อเดินทางไกล โดยระบบจะรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าให้อัตโนมัติ คุณสามารถตั้งค่าระยะห่างและความเร็วที่พอเหมาะ เมื่อรถคันหน้าชะลอลง รถฟอร์ดก็จะช่วยชะลอตามได้อัตโนมัติ และเมื่อการจราจรโล่งมากขึ้นทำให้รถคันหน้าเร่งความเร็ว รถฟอร์ดก็จะกลับมาวิ่งที่ความเร็วที่ตั้งค่าไว้ อย่างไรก็ตาม ควรพึงตระหนักไว้ว่าผู้ขับขี่ควรขับในระดับความเร็วที่ปลอดภัย

  • เตือนเพื่อนร่วมทางเมื่อเกิดเหตุขัดข้อง

ความขัดข้องทางเทคนิคสามารถเกิดระหว่างขับขี่ยามค่ำคืนได้แม้ว่าคุณจะตรวจเช็คสภาพรถอย่างรอบคอบแล้วก็ตาม บางครั้งผู้ขับขี่อาจจะลืมเติมเชื้อเพลิง เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง หรือมีเหตุยางรถแบนกะทันหันหลังจากวิ่งเหยียบของมีคมที่มองไม่เห็นบนท้องถนน เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอย่างระบบช่วยโทรฉุกเฉินพร้อมให้คุณอุ่นใจตลอดการเดินทาง หรือระบบตรวจลมยางที่ช่วยแจ้งเตือนเมื่อลมยางอ่อนจนอาจเกิดความเสี่ยง โดยแสดงผลให้เห็นบนหน้าปัดรถ หากแรงดันนั้นต่ำเกินไป ไฟแจ้งเตือนจะสว่างขึ้นให้ทราบว่าจำเป็นต้องเติมลมยางหรือเปลี่ยนยาง เมื่อมีกรณีใดๆ ที่ทำให้รถไปต่อไม่ได้ ผู้ขับขี่ควรแจ้งเตือนผู้ร่วมทางด้วยการกดสัญญาณไฟฉุกเฉินและนำรถออกห่างจากการจราจรให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ และพึงตรวจเช็คทั้งลมยางและของเหลวอื่นๆ อย่างสม่ำเสมอ โดยไม่ต้องรอให้ระบบแจ้งเตือน

  • ระวังสัตว์ข้ามถนน

การขับขี่ในบริเวณที่อาจมีสัตว์ข้ามถนน คุณต้องมีสมาธิมากๆ กับสภาวะแวดล้อมยามค่ำคืนที่อาจมีสุนัขหรือแมววิ่งตัดหน้ารถ ไฟหน้า LED ของรถฟอร์ดช่วยมอบทัศนวิสัยที่สว่างมากพอที่จะมองเห็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ด้านหน้าได้ และยังช่วยให้ขับรถตอนค่ำคืนด้วยความมั่นใจและควบคุมได้ดีขึ้น นอกจากนี้ หากปฏิกิริยาของผู้ขับขี่ยังไม่ไวต่อสิ่งที่เห็นมากพอ ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนนและยานพาหนะอื่นๆ ได้ (Automatic Emergency Braking – AEB) โดยใช้การทำงานร่วมกันของกล้องและเรดาร์ในการตรวจจับและระบุความเสี่ยง ซึ่งจะส่งสัญญาณเตือนไปให้ทราบด้วยเสียงและข้อความเตือน และระบบก็จะเตรียมเบรก หรือหากผู้ขับขี่ตอบสนองช้า เทคโนโลยีการเบรกอัตโนมัติจะทำงานทันที

  • หยุดพักหากเหนื่อยล้า

สิ่งที่จำเป็นต้องให้ความสำคัญยิ่งกว่าผู้ร่วมถนน หรือสภาวะแวดล้อมตอนกลางคืน คือสภาพร่างกายของผู้ขับขี่เอง อาการหลับในคือหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภัยบนท้องถนน หากรู้ตัวว่าต้องขับรถในช่วงเวลาที่เป็นเวลานอน ควรมั่นใจว่าพักผ่อนมาแล้วเพียงพอ ในกรณีที่ความง่วงอาจมารบกวนคุณ ทำให้รถเบี่ยงออกนอกเลนไปโดยไม่ได้ตั้งใจและไม่ได้เปิดไฟเลี้ยว รถฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นไวลด์แทรค 4×4 มีเทคโนโลยีที่จะช่วยหักพวงมาลัยเล็กน้อยและมีระบบสั่นที่พวงมาลัยเพื่อให้เตือนให้คุณควบคุมรถกลับเข้ามาในเลน หากคุณอยากทำให้ตนเองตื่นตัวตลอดเวลา สามารถเปิดวิทยุหรือระบบความบันเทิงในรถ ฟังเพลงจังหวะหนักๆ คลายความง่วงโดยใช้ระบบ SYNCTM 3 ของฟอร์ดที่สามารถสั่งงานได้ด้วยเสียงภาษาไทย หรือลดหน้าต่างลงเพื่อรับออกซิเจนจากภายนอก หมั่นยืดเส้นยืดสายหรือมีขนมติดรถไว้ขบเคี้ยวระหว่างทาง อย่างไรก็ตาม วิธีที่ดีที่สุดคือการเลี่ยงขับรถเวลากลางคืนเพียงคนเดียว ให้คนที่โดยสารมาด้วยคอยเป็นเพื่อนคุย และถ้าหากง่วงเกินไป ควรหยุดพักสักงีบตามจุดพักรถหรือที่พักระหว่างทาง

[1] สถิติศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ (Thai RSC)

https://app.powerbi.com/view?r=eyJrIjoiZjBiZDQ3MGItYmJlMC00MWQ3LWE1ODctN2U0NDY3MDI0ZDAyIiwidCI6IjBiNTRkMTRlLTMyYTktNGEyMC1iOTVhLTgzMWQ0ZTQ5MmE5NyIsImMiOjEwfQ%3D%3D