Home Blog Page 355

นิสสัน อัลเมร่า ชวนขับรถไปคาเฟ่แบบไดรฟ์ทรูช่วยร้านค้าฝ่าวิกฤติโควิด-19

0

คลายเครียดจากการอยู่บ้านนานๆ ให้รถเป็นยานพาหนะที่พาเราไปผ่อนคลาย ขับรถเล่นไปเปลี่ยนบรรยากาศ หาอาหารขนม เครื่องดื่มอร่อยๆ ใช้เวลากับคนในครอบครัวในรถคันโปรด รวมถึงสนับสนุนหลายร้านคาเฟ่ให้ผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน

การซื้ออาหาร เครื่องดื่ม ผ่านบริการไดรฟ์ทรูในช่วงโควิด-19 เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สะดวกสำหรับร้านค้า และลูกค้า ที่ช่วยลดการแพร่กระจายของโรคติดต่อ จากการศึกษาพบว่าความเสี่ยงของการแพร่เชื้อโควิด-19 ลดลงอย่างมากในที่กลางแจ้งและในพื้นที่ที่มีการระบายอากาศที่ดี ดังนั้นการใช้บริการไดรฟ์ทรูจึงช่วยให้ผู้ขับขี่ได้รับความปลอดภัยมากขึ้น ช่วยในการควบคุม และบรรเทาการแพร่กระจายของโรคร้ายแรง

ไดรฟ์ทรู (Drive-Thru) เป็นบริการประเภทหนึ่งที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถรับบริการจากร้านค้าหรือจุดให้บริการโดยไม่ต้องออกจากรถ สะดวกและรวดเร็ว มีความเป็นส่วนตัว อีกทั้งลูกค้าไม่ต้องต่อแถว การให้บริการแบบไดรฟ์ทรูจึงเป็นอีกหนึ่งบริการที่ได้รับความนิยมในช่วงชีวิตวิถีใหม่ (New Normal)

การอยู่บ้านนานเป็นสาเหตุของความเครียดได้ การออกไปนอกบ้านด้วยความปลอดภัย เช่น การออกไปขับรถเล่นโดยอยู่ภายในรถยนต์ส่วนตัว รวมถึงการใช้บริการไดรฟ์ทรูที่คาเฟ่เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ ไปปิกนิกดื่มกาแฟ กินขนมบนรถ จะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดได้ ทั้งนี้การดูแลสุขอนามัย และการป้องกันพื้นฐาน เช่น การสวมใส่หน้ากากอนามัย ลดการสัมผัส เว้นระยะห่าง การล้างมือสม่ำเสมอด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ ยังมีความจำเป็นอยู่เสม

ทั้งนี้ นิสสันขอชวนขับรถเล่นไปไดรฟ์ทรูที่คาเฟ่เก๋ๆ ชิลล์ๆ ย่านบางนา

Horme Cafe คาเฟ่สีส้มอิฐ ติดถนนใหญ่ รายล้อมด้วยต้นไม้ตั้งแต่ทางเข้า ไปจนถึงลานจอดรถ เพียงขับรถเข้าไปก็ได้พักสายตา ระหว่างรอออเดอร์สามารถชมวิวสีเขียวจากต้นไม้ สูดกลิ่นหอมจากดอกพุดสดชื่น ข้อดีของที่นี่คือลานจอดรถกว้างขวาง สามารถจอดรถปิกนิกกินขนม ดื่มกาแฟที่ลานจอดรถได้สบายๆ

105 Messages cafe & drive thru คาเฟ่สีเหลืองดำสีสันฉูดฉาดให้อารมณ์เท่ และสดใส เปลี่ยนวันสีเทาให้สนุกมากขึ้น เพียงขับรถมาสั่งอาหารไดรฟ์ทรูที่นี่ ซึ่งมีบริการทั้งอาหารคาว หวาน พร้อมเครื่องดื่มเติมความสดชื่น เรียกได้ว่าขับรถมาสั่งได้ครบจบในที่เดียว 

Root Lasalle คอกาแฟต้องไม่พลาดร้านนี้ คาเฟ่ขาวคลีนสไตล์มินิมอลมองแล้วสบายตา โดดเด่นด้วยรสชาติกาแฟที่คั่วเองจากเมล็ดกาแฟไทย ภายใต้คอนเซปต์ Cup to Farm คือรายได้จากกาแฟทุกแก้วจากลูกค้า
จะเดินทางไปยังคนปลูกและคนแปรรูปกาแฟ รวมถึงมีพลังช่วยทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากวิถีการผลิตแบบเดิม การสนับสนุนร้านนี้จึงถือเป็นการช่วยสนับสนุนเกษตรกรไทยอีกด้วย

ตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีธุรกิจร้านอาหารปิดกิจการไปมากมาย นอกจากเราจะขับรถไปเปลี่ยนบรรยากาศแล้ว ยังถือเป็นโอกาสที่จะมีส่วนช่วยสนับสนุนร้านโปรดของเราให้สามารถเดินหน้าผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้ นอกจากคาเฟ่แล้ว ปัจจุบันยังมีร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดส์ต่างๆ ที่เริ่มมีบริการไดรฟ์ทรูตามปั๊มน้ำมัน หรือคอมมูนิตี้มอลล์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการอิ่มสะดวกบนรถ หรือเติมพลังระหว่างขับรถเล่นเปลี่ยนบรรยากาศได้เช่นกัน

เพื่อความผ่อนคลายตลอดการขับขี่ เชื่อมต่อความบันเทิงด้วยเพลงกับ AppleCarPlay หรือเชื่อมต่ออุปกรณ์ผ่าน Bluetooth USB  และ AUX IN สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง ด้วยระบบเสียงคุณภาพ ที่เปิดผ่านลำโพงคุณภาพดีที่ให้มาถึง 6 จุด

ขณะขับรถเข้ารับบริการแบบไดร์ฟทรู นิสสัน อัลเมร่า สปอร์ตเทค ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย
นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้แบบครบครัน อาทิ เทคโนโลยีตรวจจับวัตถุด้านหลังรถขณะถอย (Rear Cross Traffic Alert – RCTA) เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor – IAVM) และเทคโนโลยีตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุและบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน (Moving Object Detection – MOD) ด้วยกล้องสี่ตัวที่ด้านหน้า ด้านหลังและด้านข้าง รอบคัน คุณสมบัติเหล่านี้ช่วยเสริมความปลอดภัยและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ทุกคน

ลูกค้าที่สนใจ นิสสัน อัลเมร่า และ อัลเมร่า รุ่นตกแต่งพิเศษอย่าง สปอร์ตเทค ใหม่ สามารถสอบถามเพิ่มเติมที่โชว์รูมนิสสันทั่วประเทศ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Nissan Call Center หมายเลข 02 401 9600

เผยภาพร่าง TANK SUV รุ่นใหม่ มาพร้อมสุดยอดขุมพลัง 3.0T+ 9AT

0

เมื่อเร็ว ๆ นี้ TANK แบรนด์น้องใหม่จากค่าย GWM ได้ปล่อยรถเอสยูวี TANK “X” (ยังไม่ใช่ชื่อทางการ) คันแรกออกจากสายการผลิตที่ฐานการผลิตรถยนต์ในจิงเหมินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งภาพร่างที่ถูกเผยแพร่ออกมาก่อนทำให้ TANK “X” เป็นที่จับตามองมากยิ่งขึ้น และด้วยกระแสความนิยมที่ทะยานขึ้นต่อเนื่องนี้เอง ทำให้มีการคาดการณ์กันว่า TANK “X” จะกลายเป็นอีกหนึ่งรุ่นฮิตของ TANK หลังจากที่ TANK 300 เคยสร้างปรากฏการณ์มาแล้ว

TANK “X” ออกแบบโดย แอนดรูว์ คอลลินสัน ซึ่งเคยร่วมงานกับบริษัทรถยนต์ชั้นนำของโลกอย่าง Land Rover, General Motors, Mercedes-Benz และอีกมากมาย นอกจากนี้ เขายังเป็นหัวหน้าทีมออกแบบรถยนต์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกหลากหลายรุ่น สำหรับการออกแบบ TANK “X” นั้น คอลลินสันนำเสนอรูปลักษณ์ภายนอกอันดุดัน สะท้อนความรู้สึกหนักแน่น ทั้งความคลาสสิกและความเป็นสากล TANK “X” ใช้ภาษาการออกแบบใหม่ที่สื่อถึงความเรียบหรูในสไตล์ “business luxury” ซึ่งแตกต่างจาก TANK 300 และยังเป็นการแตกไลน์ใหม่ของแบรนด์อีกด้วย จากภาพร่างจะเห็นได้ว่า TANK “X” ตกแต่งด้วยกระจังหน้าระบายอากาศทรงหกเหลี่ยม เพิ่มความสวยงามและทนทานด้วยโครเมียม โดดเด่นด้วยโลโก้ TANK ที่สะดุดตาและทรงพลัง เสริมด้วยด้านข้างที่เฉียบคมและแข็งแกร่ง ขณะที่การออกแบบกระจกหลังเป็นรูปทรงสามเหลี่ยมทำให้รถมีความปราดเปรียว ส่วนท้ายรถเรียบ สะอาดตา ไม่เทอะทะ พร้อมด้วยไฟท้ายแบบแยกส่วนซึ่งได้รับความนิยมสูง อีกทั้งยังขับเน้นสไตล์อันดุดันที่ผสานกับความหรูหราได้อย่างลงตัว เข้ากับสุนทรียศาสตร์ของคนส่วนใหญ่ในสังคมปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

TANK “X” ไม่เพียงชูรูปลักษณ์ที่หรูหรา แต่ยังนำเสนอสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมเทียบเท่ากับแบรนด์รถหรูอื่น ๆ TANK “X” พัฒนาต่อยอดมาจากแพลตฟอร์มรถออฟโร้ดอัจฉริยะของ GWM ในชื่อ TANK และผสานที่สุดแห่งขุมพลังที่มอบสุดยอดสมรรถนะออฟโร้ด TANK “X” ยังเป็นรถเอสยูวีรุ่นแรกของ GWM ที่ติดตั้งระบบส่งกำลัง 3.0GDIT+ 9AT ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากล ด้วยเครื่องยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีก้าวล้ำที่สุดในอุตสาหกรรม เช่น ระบบหัวฉีดคู่ และ ระบบ Miller Cycle นอกจากนี้ ด้วยประสิทธิภาพเชิงความร้อน 38.5% กำลังสูงสุด 260 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร (N m) จึงมอบสมรรถนะโดยรวมที่ยอดเยี่ยม ทั้งในด้านกำลัง การประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ความน่าเชื่อถือ และความเงียบ ยิ่งไปกว่านั้น การใช้เกียร์ 9AT ที่พัฒนาโดย GWM ยังทำให้ TANK “X” มีจุดเด่นในเรื่องการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็ว นุ่มลื่น ประสิทธิภาพการส่งกำลังสูง และน้ำหนักเบา ทั้งนี้ สมรรถนะที่แข็งแกร่งและเชื่อถือได้จะมอบประสบการณ์รถเอสยูวีออฟโร้ดขับสนุก ตลอดจนตอบสนองผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่แบบออฟโร้ดทั่วโลก

TANK “X” เป็นรถรุ่นแรกของซีรีส์ “business luxury” ภายใต้แบรนด์ TANK โดยจะเปิดตัวครั้งแรกของโลก พร้อมประกาศชื่ออย่างเป็นทางการที่งานมหกรรมยานยนต์ Chengdu Motor Show 2021 ในเดือนสิงหาคม TANK “X” จะปูทางสู่ยุคแห่งการขับขี่แบบออฟโร้ดที่ผสานความหรูหราในสไตล์ “business luxury” ของ GWM และคาดว่าในอนาคต จะมีการเปิดตัว TANK “X” ไปทั่วโลก เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่แบบออฟโร้ดที่แข็งแกร่งเต็มสมรรถนะ พร้อมยกระดับการใช้ชีวิต

โตโยต้า ผนึกกำลังผู้แทนจำหน่ายสู้วิกฤติโควิด-19 ส่งความช่วยเหลือสู่ชุมชนทุกจังหวัด ภายใต้โครงการ Toyota Stay with you

0

มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ นายสุรศักดิ์ สุทองวัน และนายสุรภูมิ อุดมวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับชมรมผู้แทนจำหน่ายฯ สานต่อโครงการ “โตโยต้าเคียงคู่ไทย สู้ภัย COVID-19” หรือ ” Toyota Stay With You” สนับสนุนข้าวสารรัชมงคล 100 ตัน พร้อมรถกระบะ    ไฮลักซ์ รีโว่ ดับเบิ้ลแค็บ 155 คัน และรถเอนกประสงค์ ฟอร์จูนเนอร์ 81 คัน รวมทั้งสิ้น 236 คัน เพื่อสนับสนุนภารกิจในการบรรเทาทุกข์แก่คนไทยทั่วประเทศ โดยมี นายคาร์ล ออพเพนบอร์น ประธานชมรมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า ร่วมส่งมอบ

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ส่งผลต่อเศรษฐกิจ และการดำเนินชีวิตของคนไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลากรทางการแพทย์ที่เป็นด่านหน้า ซึ่งต้องทุ่มเททำงานอย่างหนัก ขณะที่ทุกภาคส่วนต่างระดมความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤติในครั้งนี้  ในวันที่ประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤติ พลังแห่งความร่วมมือคือสิ่งสำคัญยิ่งในการช่วยเหลือเกื้อกูล

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มีความห่วงใย และตั้งใจในการร่วมเติมเต็มความช่วยเหลือ ภายใต้โครงการ “โตโยต้าเคียงคู่ไทยสู้ภัย COVID-19” หรือ “Toyota Stay With You” อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 ผ่านหลากหลายกิจกรรม อาทิ การสนับสนุนรถยนต์แก่กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อใช้สนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐ จำนวนทั้งสิ้น 415 คัน การสนับสนุนพัฒนาหุ่นยนต์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ป่วย แก่โรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ ให้บริการทำความสะอาด และพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ โควิด-19 ในห้องโดยสารรถยนต์ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ให้แก่ลูกค้ารถยนต์ทุกยี่ห้อไปแล้วกว่า 1,300,000 คัน

ในครั้งนี้ เราพร้อมที่จะสนับสนุน และมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือคนไทย ให้ก้าวผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกันโดยเร็วที่สุด จึงได้ร่วมมือกับชมรมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศสานต่อโครงการ “Toyota Stay With You” ปันน้ำใจสู่ชุมชน ผ่านการบูรณาการความร่วมมือกับเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าที่ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยสนับสนุนข้าวสารรัชมงคล จำนวน 100 ตัน เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่เดือดร้อนในพื้นที่แต่ละอำเภอ ชุมชนที่อยู่ละแวกใกล้เคียงกับผู้แทนจำหน่ายฯ ตลอดจนส่งมอบรถกระบะ โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ดับเบิ้ลแค็บ จำนวน 155 คัน และ รถเอนกประสงค์ ฟอร์จูนเนอร์ จำนวน 81 คัน รวมทั้งสิ้น 236 คัน เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่ด่านหน้า ในการแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19  เช่น การรับ-ส่งบุคคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพยาบาล รวมทั้งขนส่งเวชภัณฑ์ที่จำเป็นในการรักษาผู้ป่วย และการรับ-ส่งผู้ป่วยโควิด ตลอดจนใช้ในการติดต่อประสานงานการค้นหา ติดตาม ตลอดจนการเฝ้าระวังสถานการณ์การแพร่ระบาด รวมถึงคัดกรอง และภารกิจจำเป็นเร่งด่วนต่างๆ เพื่อจำกัดวงจรการแพร่ระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้ทุกภาคส่วนของสังคมไทยก้าวพ้นช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ไปด้วยกัน

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รวมถึงเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ ขอยืนหยัดพันธกิจในการสนับสนุน และเคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยทุกคนมีขวัญ และกำลังใจ ร่วมฟันฝ่าทุกอุปสรรคไปได้อย่างปลอดภัย

ฟอร์ดระดมทุนต้านภัยโควิดช่วยโครงการ COVID Relief Bangkok

0

ฟอร์ด ประเทศไทย ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานโครงการ COVID Relief Bangkok ของพันธมิตรศูนย์การเรียนรู้ฟอร์ดเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม หรือศูนย์ FREC กรุงเทพฯ ผ่านการระดมทุนจากพนักงานฟอร์ดและผู้ที่สนใจตลอดเดือนกรกฎาคม เนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปี ฟอร์ด ประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการส่งมอบความช่วยเหลือให้แก่สังคมในยามวิกฤต การร่วมระดมทุนครั้งนี้ช่วยให้โครงการ COVID Relief Bangkok มียอดบริจาครวมทุกช่องทางสูงถึง 419,021 บาท ในเดือนกรกฎาคม โดยโครงการจะนำเงินบริจาคที่ได้รับไปจัดเตรียมสิ่งของจำเป็นและอาหารนำไปส่งมอบให้กับชุมชนต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

“ฟอร์ดภาคภูมิใจที่พนักงานของเราได้มีส่วนร่วมแสดงพลังน้ำใจช่วยเหลือสังคมในโอกาสที่ฟอร์ด ประเทศไทยครบรอบ 25 ปี เงินที่ระดมทุนจากโครงการนี้จะช่วยให้พันธมิตรศูนย์ FREC กรุงเทพฯ ได้นำไปสานต่อการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ที่กำลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ในชุมชนเปราะบางได้อย่างทันท่วงทีสอดคล้องกับพันธกิจที่เรายึดมั่นมาโดยตลอด” นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

กลุ่มองค์กรพันธมิตรศูนย์ FREC ได้กลับมาสานต่อโครงการ COVID Relief Bangkok ตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 โดยตั้งเป้ามอบความช่วยเหลือกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้มีรายได้ต่ำในชุมชนที่เปราะบาง รวมถึงแรงงานข้ามชาติในชุมชนก่อสร้างที่กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เบื้องต้นกว่า 10,000 ครอบครัว โดยในปี 2563 โครงการ COVID Relief Bangkok ได้นำความช่วยเหลือจากการระดมทุน พลังของอาสาสมัคร และสิ่งของที่ได้รับบริจาคจากประชาชนและบริษัทต่างๆ ไปส่งมอบให้แก่ครอบครัว จำนวนกว่า 32,000 ครอบครัว คิดเป็นมื้ออาหารถึง 1 ล้านมื้อ โดยชุดสิ่งของจำเป็นและอาหารที่นำไปส่งมอบให้แก่ชุมชนประกอบด้วย อุปกรณ์สุขอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด หน้ากากอนามัย ข้าวสาร ปลากระป๋อง และน้ำดื่ม โดยฟอร์ดได้ร่วมสนับสนุนรถฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์เพื่อให้ทีมงานนำไปใช้ในการปฏิบัติภารกิจขนส่งสิ่งของจำเป็นให้แก่ชุมชนด้วย

โครงการ COVID Relief Bangkok ยังคงเปิดรับการบริจาคอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยเยียวยาและบรรเทาผลกระทบท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดที่เกิดขึ้น ผู้ที่สนใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบความช่วยเหลือและสนับสนุนการดำเนินการ ได้ทาง https://socialgiver.com/th/give/covid-relief-bangkok-phase-3?utm_source=project&utm_medium=30&utm_content=covidreliefbkk-ford

นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ รถอเนกประสงค์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับครอบครัว เปิดตัวแล้ววันนี้

0

นิสสัน ประเทศไทย เปิดตัว เทอร์ร่า ใหม่ รถยนต์เอสยูวีสำหรับทุกคนในครอบครัว ที่มีจุดเด่นในด้านความปลอดภัย ความบันเทิง และความเอนกประสงค์ที่ตอบสนองทุกการใช้งาน และพร้อมที่จะให้ผู้ที่สนใจสามารถทดลองขับรถยนต์อเนกประสงค์สำหรับครอบครัวที่มีราคาเริ่มต้นเพียง 1,199,000 บาท

นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ ได้ปรับปรุงประสิทธิภาพรอบด้าน ทั้งดีไซน์ให้โดดเด่น และแตกต่างจากเดิม เพิ่มเทคโนโลยีความปลอดภัย และระบบเพื่อความบันเทิงให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น  เพราะความตั้งใจพัฒนานิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ เป็นความภาคภูมิใจ และแสดงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์การผลิต และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของนิสสันในภูมิภาคอาเซียน

การเปิดตัว นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ ผ่านสื่อดิจิทัล ทั้งทางเฟซบุ๊ก และเว็บไซต์ทางการของนิสสันในครั้งนี้ ได้ให้ความสำคัญกับไลฟ์สไตล์ของทุกคนในครอบครัวผ่านเรื่องราวของการส่งมอบนิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ โดย อิซาโอะ เซคิกุจิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย ในกรุงเทพมหานครด้วยตัวเอง

“นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ พัฒนาตามเสียงตอบรับของลูกค้าในประเทศไทย ซึ่งลูกค้าของเราให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ระบบความบันเทิงในรถเพิ่มความสนุกสนาน และลดความเครียดในการขับรถทางไกล  แต่ความพรีเมี่ยม และความอเนกประสงค์ก็ยังเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับพวกเขาอยู่ และสิ่งที่ลูกค้าต้องการคือเป้าหมายของนิสสัน และเราภูมิใจมากที่ได้นำเสนอนิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ สำหรับลูกค้า และทุกคนในครอบครัว” อิซาโอะ เซคิกุจิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย กล่าว การเปิดตัวครั้งนี้จึงต้องการถ่ายทอดให้ทุกคนได้เห็นถึงการใช้งานจริงของสมาชิกในครอบครัวที่ไม่จำเป็นต้องมีไลฟ์สไตล์แบบเดียวกัน การเล่าเรื่องเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครอบคลุมทุกทิศทางมีประโยชน์อย่างไร ระบบเพื่อความบันเทิงระดับพรีเมี่ยมจาก Bose หน้าจอขนาด 11 นิ้ว พร้อม Smart TV stick สำหรับผู้โดยสารแถวสอง และสาม นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ยังติดตั้งชาร์จเจอร์แบบไร้สาย และครั้งแรกของรถยนต์อเนกประสงค์ในระดับเดียวกันที่รองรับ  Apple CarPlay แบบไร้สาย และที่สำคัญไม่แพ้จุดอื่นๆ เลยก็คือการปรับดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอก และภายในให้มีความพรีเมี่ยมมากขึ้นซึ่งทุกอย่างนี้จะทำให้ลูกค้าและทุกคนในครอบครัว สนุกกับการเดินทางทั้งในเมือง และนอกเมือง

สมรรถนะการขับเคลื่อนและอัตราเร่งที่ดีที่สุดในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์

เครื่องยนต์ดีเซล YS23DDTT ขนาด 2.3 ลิตร ทวินเทอร์โบ มีกำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร และเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ที่ตั้งใจทำให้การขับขี่นุ่มนวลแต่ทรงพลัง และประหยัดน้ำมัน ทั้งยังสามารถรองรับน้ำมันดีเซลได้ทุกชนิดทั้ง B7, B10 และ B20

นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ สามารถไปได้ในทุกเส้นทางด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนโหมดขับเคลื่อนจากสองล้อ (2H) เป็นโหมดขับเคลื่อนสี่ล้อได้ผ่าน Rotor Switch ที่บริเวณแผงคอนโซลกลาง  การควบคุมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนังรูปทรง D-shape แบบสปอร์ต ได้ปรับปรุงใหม่ให้สามารถควบคุมตัวรถได้อย่างง่ายดาย และปลอดภัยมากขึ้น ระบบช่วงล่างด้านหลังแบบ 5 ลิงค์ (5-Link) ที่นุ่มนวล และลดความโคลงของตัวรถขณะเข้าโค้ง และการทรงตัวที่ดีและมั่นใจนี้จะทำให้ผู้ขับขี่และทุกคนในครอบครัวจึงเดินทางได้อย่างสบายใจ

ความปลอดภัยสูงสุดเพื่อสมาชิกทุกคนในครอบครัว

นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ มาพร้อมการปกป้องรอบด้านขั้นสูง เพื่อให้ทุกคนสามารถเริ่มต้นทุกการเดินทางอย่างมั่นใจและอุ่นใจ กับ ‘นิสสัน 360° เซฟตี้ ชิลด์ (360 degree Safety Shield  Technology)’ อาทิ เทคโนโลยีช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Intelligent Emergency Braking – IEB) ที่ช่วยประเมินว่ารถมีความเสี่ยงที่จะชนกับรถคันข้างหน้าหรือไม่ รวมถึงจะคอยแจ้งเตือนผู้ขับขี่และส่งกำลังเบรกเบาๆ หากพบว่าผู้ขับขี่ยังไม่ลดความเร็วและมีความเสี่ยงที่อาจเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งหากประเมินว่ามีความเสี่ยงในการชนที่สูง ระบบก็จะทำการเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติทันที เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor – IAVM) ที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบคัน Moving Object Detection (MOD) เทคโนโลยีเตือนรถในมุมอับสายตา (Blind Spot Warning – BSW) เทคโนโลยีเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง (Lane Departure Warning – LDW) เทคโนโลยีตรวจจับวัตถุด้านหลังขณะถอย (Rear Cross Traffic Alert – RCTA) เทคโนโลยีเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนอัจฉริยะ (Intelligent Forward Collision Warning – IFCW) และเทคโนโลยีเตือนผู้ขับขี่เมื่อรู้สึกถึงการขาดสมาธิหรือเหนื่อยล้า (Intelligent Driver Alertness – IDA) ที่เป็นเสมือนผู้ช่วยเตือนความปลอดภัยอีกหนึ่งขั้น โดยเฉพาะในยามที่ต้องขับรถทางไกลที่อาจเกิดความเหนื่อยล้า

เฉพาะ นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ ที่ให้เทคโนโลยีกระจกมองหลังอัจฉริยะ Intelligent Rear View Mirror ในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ระดับเดียวกัน ที่จะแสดงภาพจากกล้องความละเอียดสูงผ่านกระจกมองหลังอัจฉริยะ ซึ่งช่วยเพิ่มทัศนวิสัยที่ชัดเจนยิ่งขึ้นแม้มีผู้โดยสารตอนหลัง หรือสัมภาระขนาดใหญ่ รวมถึงยังสามารถปรับมุมมองได้ตามความต้องการของผู้ขับ ระหว่างการแสดงภาพในแบบหน้าจอแอลซีดี (LCD) กับกระจกมองหลังมาตรฐาน

เข้าถึงทุกความบันเทิงที่ทุกคนชื่นชอบ

เทคโนโลยีที่เข้าถึงทุกความบันเทิง และให้ทุกคนในรถเพลิดเพลินตลอดการเดินทาง ทั้งระบบเสียงรอบทิศทางจาก Bose Premium Audio System ซึ่งนิสสันได้ร่วมมือกับแบรนด์เครื่องเสียงระดับโลกอย่าง Bose เพื่อออกแบบการจัดวางลำโพง 8 ตำแหน่ง และแอมพลิฟายเออร์ในนิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ โดยเฉพาะ รวมถึงการเพิ่มฉนวนเพื่อลดเสียงรบกวน และเพิ่ม Acoustic Glass ทั้งกระจกตอนหน้าและประตูคู่หน้าทำให้คุณภาพเสียงที่มีความละเอียดสูงในห้องโดยสาร

หน้าจอสัมผัส Display Audio ใหม่ ขนาด 9 นิ้ว และเทคโนโลยี NissanConnect รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน Apple CarPlay แบบไร้สายเป็นครั้งแรกของรถยนต์ในระดับเดียวกัน และรองรับการเชื่อมต่อผ่าน Android Auto* ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงระบบนำทาง (Navigation System) และทุกแอปพลิเคชันความบันเทิงต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย หน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว WXGA (1024×768) ที่มีความละเอียดสูงให้ความคมชัดในการใช้งาน พร้อมด้วยระบบสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ (Voice Recognition) ซึ่งได้จัดวางในตำแหน่งที่สะดวกต่อการใช้งานและลดแสงสะท้อนได้เป็นอย่างดี

สำหรับผู้โดยสารในแถวสอง และสาม สามารถรับชมความบันเทิงผ่านหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ 11 นิ้ว ที่สามารถเชื่อมต่อกับโลกแห่งความบันเทิงออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย ผ่านช่อง HDMI หรือ การเชื่อมต่อแบบสมาร์ททีวี พร้อมด้วยช่องชาร์จไฟที่ผู้โดยสารทุกคนบนรถสามารถชาร์จอุปกรณ์ได้หลายเครื่องในเวลาเดียวกัน ผ่านช่องชาร์จ USB (ทั้งประเภท A และ C) ถึง 5 จุด ทั้งบริเวณคอนโซลหน้า คอนโซลกลาง และในแถวที่สาม นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรก ที่ นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยีชาร์จแบบไร้สาย (Wireless Charger)ให้กำลังการชาร์จไฟสูง 15 วัตต์ บริเวณคอนโซลหน้า ซึ่งเพียงแค่วางสมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์ที่รองรับก็สามารถชาร์จไฟได้ทันที

ดีไซน์ใหม่ที่อัปเกรดมากขึ้นอย่างน่าประทับใจ ทั้งภายในและภายนอก

นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ ถูกออกแบบให้สะท้อนถึงความแข็งแกร่ง และน่าประทับใจ ในขณะเดียวกันก็แฝงไปด้วยความหรูหราและน่าค้นหา โดยถูกพัฒนาให้สอดคล้องกับปรัชญาการออกแบบตามแนวคิด “Unbreakable Design” ที่ผสมผสานความแข็งแกร่ง ทนทาน เข้ากับความโฉบเฉี่ยวและทันสมัย จากดีไซน์ไฟหน้า Quad LED รูปตัวซีอันเป็นเอกลักษณ์ของนิสสัน ซึ่งได้รับการพัฒนาและตีความในแง่มุมใหม่กับ Quad LED 4 ดวงในแต่ละด้าน พร้อมเพิ่มความสว่างมากขึ้นถึง 34% ด้านท้ายของตัวรถได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่สปอยเลอร์หลังคาไปจนถึงกันชนด้านล่าง ด้วยการใช้โครเมียมที่แข็งแกร่งและสีเงินเพื่อเพิ่มความรู้สึกที่หรูหรา ก่อนเสริมภาพลักษณ์รถยนต์เอสยูวีระดับพรีเมียมอย่างลงตัว ด้วยขอบล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว

ไม่เพียงการออกแบบภายนอก แต่ นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ ยังออกแบบภายในห้องโดยสารอย่างมีสไตล์และให้ความรู้สึกที่กว้างขวางยิ่งกว่าเดิม จนมั่นใจว่าพร้อมมอบความสะดวกสบายให้กับทั้งผู้ขับและผู้โดยสารทุกคน อาทิ เบาะนั่งดีไซน์ใหม่ที่พัฒนาทั้งเบาะรองนั่งและพนักพิงหลังที่นั่งสบายตลอดการเดินทางมากยิ่งขึ้น การออกแบบพื้นที่ห้องโดยสารที่คงความกว้างขวาง เสริมความพิเศษด้วยความสามารถในการปรับรูปแบบพื้นที่ห้องโดยสารและห้องเก็บสัมภาระได้ตามความต้องการ จากการออกแบบที่นั่งแถวที่สองและสามให้ปรับรูปแบบได้หลากหลาย ทั้งการปรับแถวที่นั่งแบบ Theatre Style Seating ที่ปรับง่าย ๆ ด้วยฟังก์ชั่น Auto Tumble Seat ซึ่งสามารถพับเบาะแถวที่สอง โดยอัตโนมัติแค่เพียงกดปุ่มแบบ 1-touch remote fold & tumble ที่คอนโซลกลาง รวมถึงฝาประตูท้ายเปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมเซนเซอร์ด้านใต้กันชนหลัง (Auto Lift Gate)** เพื่อความสะดวกในการใช้งานมากกว่าเดิม

นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ มาพร้อมสีสรรให้เลือกทั้งหมด 4 สีได้แก่ สีขาว ไวท์ เพิร์ล (White Pearl), สีเงิน บริลเลียนท์ ซิลเวอร์ (Brilliant Silver), สีดำ แบล็ค สตาร์ (Black Star) และสีเทา ทไวไลท์ เกรย์ (Twilight Gray) ขณะที่รุ่น VL (VL 2WD และ VL 4WD) มีสีพิเศษเพิ่ม ได้แก่ สีแดง คูลีส์ (Coulis Red) และสีทองแดง ฟอร์จ คอปเปอร์ (Forged Copper) พร้อมทางเลือกของการตกแต่งภายในห้องโดยสารแบบทูโทน ทั้งโทน สีดำ-แดงเบอร์กันดี (Burgundy) หรือ โทนสีดำ-เบจ (Black and Beige)

ลูกค้าทุกท่านสามารถสั่งจองนิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ในรุ่นที่ชื่นชอบได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ด้วยราคาเปิดตัวที่ 1,199,000 บาท สำหรับรุ่น 2.3 E 2WD 7AT 1,449,000 บาท สำหรับรุ่น 2.3 VL 2WD 7AT และ 1,499,000 บาท สำหรับรุ่น 2.3 VL 4WD 7AT

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ผู้จำหน่ายนิสสัน รวมถึงโชว์รูมนิสสันใกล้บ้านท่านใน 77 จังหวัด ทั่วประเทศ หรือติดต่อศูนย์บริการลูกค้านิสสัน โทร. 02 401 9600 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย

* เฉพาะสมาร์ทโฟนรุ่นที่รองรับการใช้งาน

** อุปกรณ์เสริมจำหน่ายโดยดีลเลอร์นิสสันทั่วประเทศ ติดตั้งและรับประกันโดย บริษัท สยามกลการโลจิสติกส์ จำกัด สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาตรวจสอบข้อมูลจากแคตตาล็อกและรายละเอียดทางเทคนิค (Specification)

ทดลองขับ Porsche Taycan Base สปอร์ต 4 ประตูพลังไฟฟ้า ขับเคลื่อนล้อหลัง ทั้งแรง และ ประหยัด

0
Porsche Taycan Base Pic Open

Porsche Tycan Base มาในรูปแบบของระบบขับเคลื่อนล้อหลัง พร้อมทางเลือกจากแบตเตอรี่ 2 ขนาดความจุ ที่พกความแรงมาในระดับ 326 แรงม้าในโหมดการขับขี่ปกติ แต่หากใช้งาน overboost mode หรือ Launch Control จะยกระดับความแรงไปเกือบ 480 แรงม้า ด้านราคาค่าตัว 6.39 ล้านบาท ถูกกว่า 4S (รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ) 1 ล้านบาท จะมีความคุ้มค่าน่าใช้เพียงใด้ ติดตามได้จากรายงาน

 

เปิดตัวมาในประเทศไทยเมื่อปี 2563 สำหรับ Porche Tycan ซึ่ง บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ Porsche อย่างเป็นทางการ ได้นำเข้ามาจำหน่ายทั้งรุ่น Taycan Turbo, Turbo S และ 4S ซึ่งเราได้ทำการทดลองขับไปในงาน Porsche Taycan Driving Experience 2020 เหตุการณ์ในวันนั้นยังจำได้ดี เพราะเป็นรถคันแรกที่เมื่อปลดปล่อยพละกำลังเต็มที่ อาหารที่กำลังอยู่ในขั้นตอนลำเลียงสู่กระบวนการย่อย มันจะขย้อนออกมาใหม่

ในครั้งนี้ AAS Auto Service ได้เสริมทัพด้วยการนำรุ่นขับหลังหรือรุ่น Base ซึ่งจะว่าไปแล้ว มองจากรูปลักษณ์ภายนอก แทบจะไม่ต่างไปจากรุ่นก่อนหน้าตามแบบฉบับของสปอร์ตซาลูน 4 ประตู ที่ดีไซน์เส้นสายให้มีค่าเฉลี่ยแรงเสียดทานต่ำเพียง 0.22

Porsche Taycan Base 1

ความแตกต่างที่ว่ามี 2 อย่าง นั่นคือ ล้ออัลลอย ขนาด 19 นิ้ว ที่มีลวดลายดูขัดตาไปสักนิด และสัญลักษณ์ด้านท้ายถูกถอดออกไปเกลี้ยง

Porsche Taycan Base 2

ชุดไฟหน้ายังถือเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ ซึ่งมาพร้อมระบบ และทิศทางของลำแสงยังสามารถปรับตามองศาของพวงมาลัย ด้านหลังมีสปอยเลอร์ที่ยกตัวได้อัตโฯมัติในกรณีที่ใช้ความเร็ว

Porsche Taycan Base 3

Porsche Taycan Base 18

คอนโซลกลางติดตั้งหน้าจอ infotainment ขนาดใหญ่ 10.9 นิ้ว พร้อมหน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าเป็นอุปกรณ์พิเศษติดตั้งเพิ่มเติม เบาะนั่งคู่หน้าแบบ comfort seats ปรับระดับด้วยไฟฟ้า

Porsche Taycan Base 5

ขุมพลังในการขับเคลื่อนเป็นแบบมอเตอร์ไฟฟ้า ถอดตำแหน่งของล้อหน้าออก คงเหลือเพียงที่ล้อหลัง แต่ได้ทำการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นในรูปแบบของ permanently excited synchronous ให้คุณสมบัติในการถ่ายทอดแรงบิดได้อย่างต่อเนื่อง มากับทางเลือก จากแบตเตอรี่ 2 ขนาดความจุ

ในรุ่นแบตเตอรี่มาตรฐาน single-deck Performance Battery ขนาดความจุ 79.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง ให้กำลัง 326 แรงม้า และเพิ่มได้ถึง 408 แรงม้า เมื่อทำงานใน overboost mode และ Launch Control ซึ่งเมื่อชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้งรถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 431 กิโลเมตร

ส่วนในรุ่น two-deck Performance Battery Plus ขนาดความจุ 93.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง ให้กำลังที่ 380 แรงม้า และเพิ่มได้ถึง 476 แรงม้า ซึ่งการชาร์จหนึ่งครั้ง สามารถทำระยะทางได้ถึง 484 กิโลเมตรเลยทีเดียว

Porsche Taycan Base 7

อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้เวลาเพียง 5.4 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง( ในขณะที่ 4S ทำได้ 4 วิ และความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.) ทั้ง 2 ขนาดความจุแบตเตอรี่ขณะที่สามารถรองรับการประจุพลังงานได้สูงสุดที่ 225 กิโลวัตต์ (Performance Battery) หรือ 270 กิโลวัตต์ (Performance Battery Plus) ซึ่งระยะเวลาในการชาร์จพลังงานจาก 5 – 80 % ในสภาวะการชาร์จไฟปกติ เพียง 22.5 นาที และยังใช้เวลาชาร์จเพียง 5 นาที ก็สามารถขับขี่ได้ระยะทางถึง 100 กิโลเมตร

ช่วงล่างมาพร้อมระบบ Porsche 4D-Chassis Control ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของช่วงล่างแบบ real time แต่ระบบช่วงล่างถุงลม adaptive air suspension พร้อมเทคโนโลยี three-chamber รวมทั้งระบบ PASM งบ(Porsche Active Suspension Management) electronic
control system ก็มีมาเป็นออฟชั่จตรรคนนให้เลือกอัพเกรด

Porsche Taycan Base 7

และในส่วนของระบบ adaptive air suspension ยังเสริมฟังก์ชัน Smartlift ทำหน้าที่ยกระดับความสูง เมื่อขับขี่บนถนนขรุขระ พร้อมปรับระดับความสูงของตัวรถให้สัมพันธ์กับการขับขี่

ระบบเบรกหน้ารใช้คาลิเปอร์แบบ 6 พอต พร้อมจานขนาด 360 มม. ส่วนด้านหลังเป็นแบบ 4 พอต พร้อมจานขนาด 358 มม. ถ้ากลัวว่าเบรกยังใหญ่ไม่พอ ออพชั่นเสริมอย่าง high-performance Porsche Surface Coated Brake (PSCB) ซึ่งขยายขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ของจานเบรกคู่หน้า เพิ่มขึ้นเป็น 410 มิลลิเมตร และคู่หลังขนาด 365 มิลลิเมตร ก็สามารถสั่งได้เช่นกัน

สำหรับการทดลองขับในครั้งนี้ ด้านสมรรถนะแน่นอนว่าไม่จี๊ดจ๊าดเท่ากับ Taycan 4S ที่เคยได้สัมผัส แต่ที่ต่างนั่นคือระบบขับเคลื่อน เดิมทีขับเคลื่อนสี่ล้อ แต่พอเป็นรุ่น Base จะใช้ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ซึ่งปรับเซทมาให้มีสมรรถนะและการยึดเกาะถนนเป็นเลิศ

Porsche Taycan Base 10
ในกรณีที่ต้องการเรียกความแรง แม้ความดุดันของพละกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าจะมีพละกำลังไม่มหาศาลเท่ารุ่นขับสี่ แต่ก็ไม่น้อยหน้าแต่อย่างใด โหมดการขับขี่สามารถเลือกปรับตั้งค่าเองได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นพละกำลัง ความแข็ง-อ่อนของช่วงล่าง และระดับความสูงของตัวรถ รวมถึงนน.พวงมาลัย แต่หากอยากได้ฟังค์ชั่น Sport Crono สามารถสั่งเพิ่มโดยเปลี่ยนชดใหม่ให้ยกคอพวงมาลัย ในราคาประมาณ 1 แสนบาทเศษ

ระบบเบรคก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สยบความแรงได้อยู่หมัด เพราะความใหญ่โตของจานเบรคที่มาพร้อมคาลิปเปอร์ด้านหน้าแบบ 6 พอต แลด้านหลังแบบ 4 พอต

Porsche Taycan Base 13
และด้วยการออกแบบให้มีค่าสัมประสิทธิแรงเสียดทานต่ำเพียง 0.22 อีกทั้งยังมีการออกแบบเบาะนั่งและพื้นห้องโดยสารให้ใกล้ชิดกับพื้นถนนมากที่สุดตามสไตล์รถสปอร์ต ส่งผลให้ฟิลลิ่งของการขับขี่ไม่หนีไปจากรถสปอร์ต 2 ประตู

Porsche Taycan Base 17
บทสรุปของการทดสอบในครั้งนี้สำหรับ Porsche Taycan รุ่น Base ก็ยังถือว่าเป็นรถสปอร์ต 4 ประตูที่โดดเด่ดด้านสมรรถนะ การควบคุมรถ ซึ่งมาพร้อมการออกแบบที่หรูหรา ในราคาที่หายไปจากรุ่น 4S ถึง 1 ล้านบาท ส่วนในเรื่องของการชาร์จไฟคงไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เพราะเวลาชาร์จเต็มไม่ถึง 30 นาที ซึ่งหากชาร์จเร็วด้วยเวลาเพียง 5 นาที ก็สามารถได้ระยะทางมากถึง 100 กม.เลยทีเดียว

เมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดแคมเปญ StarFest 2021: Season of the ultimate offers มอบสิทธิประโยชน์มากมาย ถึง 30 กันยายนนี้เท่านั้น

0

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ส่งโปรแรง “Season of the ultimate offers” มอบข้อเสนอสุดเร้าใจของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั้งในกลุ่ม Compact car, Contemporary Luxury, Dream Cars รวมถึงแบรนด์รถสปอร์ตสมรรถนะสูงอย่าง “เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี” ให้ลูกค้ารับข้อเสนอไปแบบเต็มพิกัด ไม่ว่าจะเป็น

  • รับฟรี “เมอร์เซเดส-เบนซ์ เซอร์วิสพลัส” โปรแกรมการบำรุงรักษารถยนต์ตามข้อกำหนด MBSP Compact เป็นเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ทั้งนี้เฉพาะรถยนต์ใหม่รุ่นที่ร่วมรายการ ได้แก่ รุ่น C-Class, C Coupé, E-Class, GLC, GLC Coupé, V-Class, Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé และ Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+
  • รับสิทธิส่วนลด เพื่อซื้อ Mercedes-Benz Collection ชุดสินค้าบำรุงรักษารถยนต์ (Car Care) หรือกล้องติดรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ มูลค่า 10,000 บาท สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG ทุกรุ่น โดยไม่รวมรถในโปรแกรมฟลีท
  • พิเศษรับเพิ่ม! สำหรับลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง*
    • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection นาน 2 ปี เมื่อทำสัญญามายสตาร์ หรือสัญญาเช่าทางการเงิน ทั้งนี้เฉพาะรถยนต์ใหม่รุ่นที่ร่วมรายการ ได้แก่ รุ่น C-Class, C Coupé, E-Class, GLC และ GLC Coupé

ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์และผู้จำหน่ายรถยนต์ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ โดยแคมเปญพิเศษนี้เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 กันยายนนี้เท่านั้น

*สิทธิพิเศษนี้เฉพาะลูกค้าที่รับมอบรถยนต์ และเริ่มต้นสัญญาทางการเงินกับบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลิสซิ่ง (ประเทศไทย) ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 – 30 กันยายน 2564 เท่านั้น ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จัดพิธีมอบทุนการศึกษาในระดับอุดมศึกษาแบบนิวนอร์มอล

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (แถวบน ซ้ายสุด) จัดพิธีมอบทุนการศึกษาในโครงการ MMTh VTECH Scholarship Program 2021” ให้กับ 5 นักศึกษา จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเทคโนโลยียานยนต์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา โดยมี รศ.ดร. ธีร เจียศิริพงษ์กุล คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ (แถวบน ที่ 2 จากซ้าย) คณาจารย์ และผู้บริหารจาก มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมแสดงความยินดีในพิธีมอบทุนการศึกษาแบบนิวนอร์มอล โดยนักศึกษาจะได้รับทุนการศึกษาต่อเนื่องจำนวน  2 ปี พร้อมโอกาสในการฝึกงานและเข้าร่วมเป็นพนักงานประจำกับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ผู้ผลิตรถยนต์ ชั้นนำระดับโลก ตั้งเป้าสร้าง “บัณฑิตพันธุ์ใหม่” ด้านวิศวกรรมยานยนต์ เพื่อการขับเคลื่อนและพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต

มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าสนับสนุนการดำเนินโครงการต่าง ๆ เพื่อตอบแทนคืนสู่สังคมไทยอย่างต่อเนื่องแม้ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด19 โดยได้จัดพิธีมอบทุนการศึกษาในโครงการ “MMTh VTECH Scholarship Program 2021” ผ่านช่องทางการประชุมออนไลน์ ให้กับนักศึกษาระดับชั้นอุดมศึกษา โดยเป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ที่ไม่เพียงแต่เปิดโอกาสทางการศึกษาให้นักศึกษาในกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้กับนักศึกษาในต่างจังหวัดด้วย โครงการดังกล่าว ถือเป็นหนึ่งในโครงการด้านการศึกษา ภายใต้ปณิธานด้านความรับผิดชอบ ต่อสังคม สรรค์สร้าง เคียงข้าง สังคมไทย” และเนื่องในโอกาสที่  มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ดำเนินธุรกิจครบ 60 ปี ในประเทศไทยในปีนี้ เราได้มีการจัดตั้ง “มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” ขึ้นในฐานะองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร มีจุดมุ่งหมายในการดำเนินโครงการ เพื่อสังคมใน 3 ด้านหลักสำคัญ ได้แก่ 1) สิ่งแวดล้อม 2) สุขภาพและชีวอนามัย 3) การศึกษาและจริยธรรม โดยที่ผ่านมาได้มีการดำเนินโครงการต่าง ๆ อาทิ โครงการ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ให้น้องได้เรียน เพื่อมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่มีผลการเรียนดีเด่น โดยร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โครงการปลูกป่า 60 ไร่ รวมถึงการมอบเครื่อง   ช่วยหายใจ เครื่องอบฆ่าเชื้อ UV-C ชุดอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ หน้ากากอนามัย N95 น้ำดื่ม และลังกระดาษเพื่อนำไปสร้างเป็นเตียงสนามกระดาษ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยบรรเทาสถานการณ์โควิด-19 อีกด้วย 

“การศึกษา” เป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาคน อันนำไปสู่การพัฒนาประเทศ บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการสนับสนุนด้านการศึกษาแก่เยาวชนไทย โดยร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย ก่อตั้งโครงการทุนการศึกษานี้ขึ้นมา เพื่อมอบโอกาสทางการศึกษาให้กับนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา ที่มีผลการเรียนดี มีความประพฤติดี โดยบริษัทฯ จะให้การสนับสนุนทุนการศึกษาตลอดระยะเวลา 2 ปี โดยในปีนี้มีนักศึกษาจำนวน 5 คน ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกและได้รับทุนการศึกษาจากโครงการนี้ ทั้งนี้นักศึกษาที่ได้รับทุนจะได้มีโอกาสเข้ามาฝึกงานเพื่อเรียนรู้และปฏิบัติงานจริงร่วมกับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ชั้นนำระดับโลกที่มีเทคโนโลยีการออกแบบและการผลิตรถยนต์ที่ล้ำสมัย และภายหลังจบการศึกษานักศึกษาทุกคนจะได้เข้าเป็นพนักงานประจำทำงานร่วมกับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ทันที ซึ่งถือเป็นการมอบอาชีพที่มั่นคงให้แก่เยาวชน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกันพัฒนาเยาวชนไทยให้มีคุณภาพ และพร้อมที่จะเป็นกำลังที่สำคัญในการช่วยกันพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศให้เกิดความก้าวหน้าต่อไป” มร. โคอิโตะ กล่าวเพิ่มเติม.

รศ.ดร. ธีร เจียศิริพงษ์กุล คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า  “ผมขอขอบคุณ   มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่ได้ก่อตั้งโครงการทุนการศึกษานี้ขึ้นมา โครงการนี้ไม่เพียงแต่มอบโอกาสทาง  การศึกษาให้กับนักศึกษา แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างคนที่มีความรู้ ความสามารถมารับใช้ประเทศชาติ และช่วยกันพัฒนาสังคมของเรา ซึ่งสอดคล้องกับแผนการพัฒนาประเทศไทยในปัจจุบัน ผมเชื่อว่าสิ่งนี้จะเป็นก้าวสำคัญที่จะจุดประกายด้านการวิจัยเทคโนโลยีในอนาคต”

นางสาวปิยธิดา บุญมาไสว นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเทคโนโลยียานยนต์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา กล่าวว่า “ขอขอบคุณ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่ได้มอบทุนและโอกาสทางการศึกษาให้กับพวกเรา โครงการนี้ทำให้เราได้รับความรู้เพื่อนำมาใช้เตรียมความพร้อมในการทำงานร่วมกับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในอนาคต และเรายังได้นำความรู้ทางทฤษฎีที่ได้รับจากตำราเรียนมาประยุกต์ใช้ในการยกระดับพัฒนาศักยภาพในอนาคต เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศและช่วยเหลือสังคมต่อไป”

สำหรับโครงการ MMTh VTECH Scholarship Program 2021 เป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง   ความร่วมมือ (MOU) ไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา เพื่อมอบโอกาสในการศึกษาด้วยการสนับสนุนทุนการศึกษาเต็มจำนวนในชั้นปีที่ 3 และปีที่ 4 แก่นักศึกษาที่มีผลการเรียนดีเด่นในคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเทคโนโลยียานยนต์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งโครงการนี้ยังสนับสนุนให้นักศึกษาได้มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานจริงด้วยการเรียนรู้แบบบูรณาการจากการทำงาน (Work Integrated Learning–WIL) โดยนักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษาจะได้เข้าร่วมฝึกงานและเป็นพนักงานประจำทำงานที่มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ณ ศูนย์การผลิตแหลมฉบัง สอดคล้องกับโครงการสร้าง “บัณฑิตพันธุ์ใหม่” และกำลังคนที่มีสมรรถนะ เพื่อตอบโจทย์ภาคการผลิตตามนโยบายการปฏิรูปอุดมศึกษาไทย ซึ่งหลังจากที่นักศึกษาเรียนจบแล้วต้องสามารถทำงานได้ โดยมีทั้งความรู้ ทักษะ สมรรถนะอย่างสูง โดยมีนักศึกษาที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกและได้รับทุนการศึกษาจำนวน 5 คน ได้แก่ 1. นางสาวปิยธิดา บุญมาไสว  2. นายกรวิชญ์ สิงห์แก้ว 3. นายเมธานนท์ วัฒนภิรมย์ 4. นายจิรพัฒน์ วัดไพรุณ และ 5. นายดรัณภพ สัณห์วิญญู

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นในการสนับสนุนด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ให้การสนับสนุนด้านการศึกษาแก่เยาวชนไทยหลายโครงการ ได้แก่ หลักสูตรนักศึกษาฝึกงานประจำปี โดยร่วมกับ มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ โครงการ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ให้น้องได้เรียน การมอบแผงโซลาร์เซลล์ พร้อมด้วยอุปกรณ์แปลงไฟให้แก่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนอีกด้วย

กลุ่มตรีเพชรเดินหน้ารุกธุรกิจใหม่ Truck2Hand.com ตลาดซื้อ-ขายรถบรรทุกมือสองออนไลน์ใหญ่ที่สุด

0

กลุ่มตรีเพชร ผู้นำด้านธุรกิจรถยนต์ครบวงจรในประเทศไทย ประกาศลุยตลาดซื้อ-ขายรถบรรทุกมือสองออนไลน์ ภายใต้แบรนด์ Truck2Hand (ทรัคทูแฮนด์)” ซึ่งเป็นศูนย์รวมขนาดใหญ่และครบวงจรที่สุดของรถบรรทุกมือสอง อีกทั้งยังมีรถเพื่อการพาณิชย์ รถประเภทอื่นๆ และเครื่องจักรกลมือสองทุกยี่ห้อ  เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ประกอบการ ในยุคโควิดที่ต้องใส่ใจเรื่องการลดต้นทุน และคุณภาพของสินค้าควบคู่กัน ในการสร้างความสำเร็จให้กับธุรกิจ ภายใต้แนวคิด สะดวก ทันใจ ได้ราคาดี”

กลุ่มตรีเพชรโดย มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในขณะนี้เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีดิจิตัล (Digital Disruption) ให้เร็วยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อ-ขายของผู้บริโภคที่ต้องเปิดรับและเข้าสู่โลกดิจิตัลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สถานการณ์ดังกล่าวยังส่งผลให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางมองหารถมือสองคุณภาพดี ราคาเหมาะสม เพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจ ทำให้ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์มือสองมีอนาคตสดใส กลุ่มตรีเพชรเล็งเห็นถึงศักยภาพของตลาดประกอบกับความพร้อมของกลุ่มในฐานะผู้นำด้านธุรกิจรถยนต์ครบวงจรในประเทศไทย ที่มีประสบการณ์ในการสร้างแบรนด์ “อีซูซุ” ให้ประสบความสำเร็จเป็นผู้นำตลาดรถเพื่อการพาณิชย์มายาวนานตลอด 64 ปี จึงตัดสินใจเปิดธุรกิจใหม่ภายใต้แบรนด์ “Truck2Hand” ตลาดซื้อ-ขายออนไลน์สำหรับรถบรรทุกมือสอง รวมทั้งรถเพื่อการพาณิชย์ รถประเภทอื่นๆ และเครื่องจักรกลมือสองทุกยี่ห้อ  ภายใต้การบริหารงานโดย บริษัท ออโต้เทคนิค (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทหนึ่งในกลุ่มตรีเพชร

ปัจจุบันเว็บไซต์ www.truck2hand.com  มียอดผู้ใช้เกือบ 800,000 ราย และมีผู้ติดตามทางเฟสบุคเพจ www.facebook.com/truck2hand  มากกว่า 190,000 ราย ถือเป็นแพลตฟอร์มขายรถบรรทุกมือสองออนไลน์ที่มีผู้ติดตามสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 เหนือกว่าออนไลน์รายอื่นๆที่ขายสินค้าประเภทเดียวกันหลายเท่า รวมถึงยังมียอดการเข้าชมเว็บไซต์กว่า 3 ล้านครั้งต่อเดือน ซึ่งเป็นสถิติสูงที่สุดเช่นกัน

จุดเด่นหลักของ Truck2Hand ที่ทำให้ผู้ใช้บริการจำนวนมากวางใจคือ

  • สินค้าคุณภาพให้เลือกหลากหลายเกือบ 250,000 รายการ มากกว่าตลาดรายอื่นหลายเท่า นอกจากรถบรรทุกมือสองแล้ว Truck2Hand ยังมีรถใช้งานประเภทอื่นๆ ที่เป็นที่นิยมในกลุ่มเครื่องจักรก่อสร้าง เช่น รถเครนมือสอง แบคโฮมือสอง รถตักดินมือสอง เป็นต้น โดยมีสถิติการลงประกาศสินค้ากลุ่มนี้ประมาณ 2,000 รายการต่อเดือน ซึ่งตอบโจทย์ลูกค้าผู้รับเหมาก่อสร้างที่สนใจการซื้อเครื่องจักรก่อสร้างมือสองที่มีคุณภาพในราคาที่พอใจอีกด้วย

ในอนาคต Truck2Hand ยังวางแผนที่จะพัฒนาตลาดสินค้าที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น รถไถมือสอง รถตัดอ้อยมือสอง รถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง หรือแม้กระทั่ง เรือมือสอง เพื่อสร้างความคึกคักให้เหมือนกับรถบรรทุกมือสองและเครื่องจักรก่อสร้าง มือสองเช่นเดียวกัน

  • “บริการฝากขาย” โดยทีมงานมืออาชีพของ Truck2Hand จะช่วยให้เจ้าของรถที่ไม่มีประสบการณ์ในตลาดมือสอง ทั้งเรื่องการตั้งราคา การจดทะเบียน ในการดำเนินการช่วยหาผู้ซื้อ ทั้งการซื้อใหม่ หรือการขายเพื่อลดภาระด้านการเงิน ในช่วงที่เศรษฐกิจผันผวน
  • บริการเสริมอื่นๆ เพื่อเพิ่มอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการ อาทิ บริการจัดหาไฟแนนซ์ การประเมินราคาสินค้า เป็นต้น

กลุ่มตรีเพชรมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง Truck2Hand จะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจของกลุ่มที่สนับสนุนและเสริมสร้างธุรกิจของผู้ใช้บริการให้เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งในทุกสถานการณ์

หากท่านสนใจ สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.truck2hand.com หรือ เฟสบุคเพจwww.facebook.com/truck2hand หรือ ปรึกษาผ่านไลน์ @Truck2Hand

5 ฟีเจอร์ในรถ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ผู้ช่วยของสุดยอดคุณแม่

0

แม่ทุกคนคือซูเปอร์ฮีโร่ในชีวิตจริง เธอคือผู้ที่สามารถบริหารจัดการทั้งเรื่องในบ้าน นอกบ้าน แล้วยังดูแลลูกๆ ได้อีกตลอด 24 ชั่วโมงแบบไม่หยุดพัก สำหรับวันเดอร์วูแมนอย่าง ‘มนุษย์แม่’ การมีรถอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และการใช้งานที่หลากหลายเป็นเพื่อนคู่ใจ นับว่ามีความสำคัญไม่น้อย

รถเอสยูวีขนาดกลางอย่างฟอร์ด เอเวอเรสต์ นอกจากจะเหมาะกับการใช้งานสำหรับครอบครัวแล้ว ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่พร้อมทำให้สมาชิกในครอบครัวเพลิดเพลินไปกับการฟังเพลงหรือพอดแคสต์รายการโปรด พร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นทั้งบนทางเรียบและแบบออฟโรด และอุปกรณ์ปกป้องความปลอดภัยสำหรับคนที่คุณรักในทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการรับ-ส่งลูกๆ ไปโรงเรียน ตระเวณซื้อของใช้ที่จำเป็น พาลูกๆ ไปเล่นกีฬาในวันหยุด หรือพาเจ้าตัวเล็กไปสำรวจโลกกว้าง

และนี่คือ 5 เหตุผลหลักที่ทำให้ฟอร์ด เอเวอเรสต์ พร้อมเป็นผู้ช่วยให้สุดยอดคุณแม่ได้โฟกัสกับคนสำคัญที่สุดในชีวิตได้อย่างเต็มที่ยิ่งกว่าเดิม

1. มอบความปลอดภัยสำหรับเจ้าตัวน้อย
พ่อแม่ทุกคนรู้ดีถึงความยากลำบากในการติดตั้งเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กหรือคาร์ซีทให้แน่น ของที่ดูใช้ง่ายอย่างหัวล็อกและสายรัด อาจกลายเป็นเรื่องยุ่งยากได้หากรถของคุณไม่มีอุปกรณ์พื้นฐานรองรับ แต่การยึดคาร์ซีทที่เบาะแถวที่สองของฟอร์ด เอเวอเรสต์ ทำได้อย่างง่ายดาย ด้วยตัวช่วยอย่างจุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX ที่รองรับคาร์ซีทได้หลายรูปแบบ ช่วยให้คุณแม่อุ่นใจและพร้อมออกเดินทางไปด้วยกันได้ทั้งครอบครัว

2. เพิ่มเพื่อนร่วมทางหรือสัมภาระได้จุใจ
ในวันที่เด็กๆ ต้องทำกิจกรรมร่วมกันกับเพื่อนๆ ห้องโดยสารที่กว้างขวางของฟอร์ด เอเวอเรสต์ พ้อมรองรับผู้โดยสารได้ถึง 7 คน หรือคุณแม่อาจปรับเบาะแถวที่ 3 ด้วยระบบพับเบาะไฟฟ้า เพิ่มพื้นที่ในการบรรทุกสัมภาระได้กว่า 876 ลิตร ง่ายๆ เพียงกดปุ่มด้านหลังเพียงปุ่มเดียว

3. เชื่อมต่ออุปกรณ์เพื่อความบันเทิงได้ตลอดทาง
สำหรับการเดินทางไกลๆ การเปิดการ์ตูนเรื่องโปรดหรือให้เด็กๆ สาละวนอยู่กับเกมหรือกิจกรรมต่างๆ ในแท็บแล็ต เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เด็กๆ ได้เพลิดเพลินตลอดเส้นทางโดยคุณแม่ไม่ต้องกังวลว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะแบตหมด ด้วยช่องต่อยูเอสบีหลายจุด และอุปกรณ์เสริมในรุ่นไทเทเนียม พลัส ที่เพิ่มปลั๊กไฟบ้านแบบ 230 โวลต์ ให้ใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าได้อย่างเต็มที่ แถมยังมีช่องเก็บของทั้งคันอีกกว่า 30 จุด ช่วยให้คุณแม่จัดระเบียบของเล่นและเก็ตเจ็ตได้อย่างสบายใจไม่ต้องกลัวรก

4. ใช้งานง่าย สะดวกสบาย และทันสมัย

หมดปัญหามือไม่ว่างเปิดประตูในวันที่ถือข้าวของพะรุงพะรัง เพราะสุดยอดคุณแม่สามารถโชว์พลังวิเศษเปิดประตูท้ายได้ด้วยระบบประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรีในฟอร์ด เอเวอรเรสต์  ไม่ว่าจะเก็บรถเข็นเด็ก หรือข้าวของที่ซื้อมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ต เพียงคุณแม่เตะเท้าไปที่เซนเซอร์ท้ายรถ ประตูท้ายรถก็จะเปิดขึ้นหรือปิดลงแบบอัตโนมัติได้อย่างง่ายดาย

5. อุ่นใจด้วยระบบเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย
ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของครอบครัว ด้วยโครงสร้างและสมรรถนะอันทรงพลังของฟอร์ด นอกจากเสียงเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยทันทีที่ขึ้นรถ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ยังอัดแน่นด้วยฟีเจอร์ความปลอดภัยที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นถุงลมนิรภัย 7 จุด เทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะทั้งบนถนนและแบบออฟโร้ด อาทิ ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวที่จะช่วยให้คุณแม่พาเจ้าตัวเล็กออกไปสำรวจโลกกว้างหรือตั้งแคมป์ปิคนิกได้ทุกที่อย่างมั่นใจ ไม่ว่าเส้นทางจะสมบุกสมบันแค่ไหนก็ตาม

สามารถดูรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมที่ได้เว็บไซต์ https://www.ford.co.th/suvs/everest/ หรือขอโบรชัวร์ และโปรโมชั่นข้อเสนอสุดพิเศษผ่าน LINE Official Account @FordThailand พร้อมบริการจัดส่งรถทดลองขับถึงบ้าน ที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดพร้อมบริการจัดส่งรถทดลองขับที่ได้รับการทำความสะอาดฆ่าเชื้อถึงบ้านคุณ