Home Blog Page 356

“ฮอนด้า” เปิดตัว ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ เติมเต็มฟังก์ชัน และ Honda SENSING ทุกรุ่นย่อย พร้อมเปลี่ยนชื่อไฮบริด เป็น e:HEV

0
New Honda Accord Pic Open

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว New Honda Accord ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ซึ่งได้ติดตั้งเป็นมาตรฐาน อีกทั้งเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียมและเทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกสบายที่ครบครัน ครอบคลุมทุกรุ่นย่อย พร้อมแนะนำ แอคคอร์ด e:HEV ที่มาพร้อมเอกลักษณ์โลโก้ H Mark ตกแต่งกรอบสีฟ้า และสัญลักษณ์ e:HEV โดยราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1,499,000 บาท ใน แอคคอร์ด รุ่น EL ส่วนรุ่น e:HEV EL+ 1,639,000 บาท และรุ่น e:HEV TECH 1,799,000 บาท

ฮอนด้า แอคคอร์ด ทุกรุ่นย่อย มาพร้อมมาตรฐานความปลอดภัยอันล้ำสมัยกับเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ซึ่งเป็นการผสานการทำงานของเรดาร์และกล้องด้านหน้า ในการตรวจจับสภาวะแวดล้อมบนท้องถนนและช่วยแจ้งเตือนผู้ขับขี่รวมทั้งควบคุมรถ มอบความมั่นใจในทุกการเดินทาง ได้แก่

ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)

New Honda Accord 2
ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)

New Honda Acoord 4
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)

New Honda Accord 4
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)

เสริมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับพรีเมียมในรุ่น e:HEV TECH อาทิ ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM) ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camera System: MVCS) ระบบช่วยจอดอัจฉริยะพร้อมระบบช่วยเบรก (Honda Smart Parking Assist System)

New Honda Accord 16

 

พร้อมด้วยมาตรฐานความปลอดภัยอันล้ำสมัยอื่นๆ เช่น ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) และระบบ Auto Brake Hold ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Monitor) ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)

New Honda Accord 16

 

ดีไซน์ภายนอกสปอร์ตพรีเมียม โดดเด่นด้วยเส้นสายที่ปราดเปรียวและเฉียบคม ผสานความหรูหราและความสปอร์ตไว้อย่างลงตัว โดยทุกรุ่นมาพร้อมกระจังหน้าแบบโครเมียมที่เชื่อมต่อกับไฟหน้าและไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED และไฟท้ายแบบ LED เสริมความสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยท่อไอเสียคู่พร้อมปลอกท่อไอเสียสเตนเลส (เฉพาะรุ่น EL)

ตอกย้ำเอกลักษณ์อันโดดเด่นของยนตรกรรมไฮบริดใน แอคคอร์ด e:HEV ด้วย โลโก้ H Mark ตกแต่งกรอบสีฟ้า และสัญลักษณ์ e:HEV ที่ด้านท้าย มาพร้อมล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 17 นิ้วในรุ่น EL และขนาด 18 นิ้วในรุ่น e:HEV เสริมความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์หลัง และเพิ่มสุนทรียภาพในการเดินทางด้วยซันรูฟพร้อมระบบ One-Touch (เฉพาะรุ่น e:HEV TECH)

New Honda Accord 8ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง โปร่งโล่ง ผสานดีไซน์ความหรูหราและประณีตไว้ได้อย่างลงตัว ด้วยเบาะหนังดีไซน์พรีเมียมสีน้ำตาลและสีดำ พร้อมชุดตกแต่งลายไม้

New Honda Accord 10

มอบความสะดวกสบายสุดเอกซ์คลูซีฟด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกล้ำสมัยที่ครบครัน สมบูรณ์แบบในทุกการเดินทาง อาทิ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone ปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย/ขวา พร้อมเทคโนโลยีระบบฟอกอากาศพลาสม่าคลัสเตอร์ (Plasmacluster Technology) (เฉพาะรุ่น e:HEV EL+ และ e:HEV TECH)

ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head-up Display: HUD) (เฉพาะรุ่น e:HEV TECH) มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วแบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับดันหลัง 4 ทิศทาง ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่พร้อมเลื่อนอัตโนมัติเวลาขึ้น-ลงรถ (Memory Seat with Easy Entry/Exit)

New Honda Accord 12

พร้อมตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียมที่เพิ่มเติมเข้ามาให้ครบครันในรุ่นเริ่มต้น (รุ่น EL) อาทิ อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger),กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ (Auto Dimming Rearview Mirror),ม่านบังแดดกระจกข้างด้านหลัง (Rear Door Window Sunshades),ช่องเชื่อมต่อ USB ด้านหลัง 2 ตำแหน่ง (2 Rear USB Ports),Honda CONNECT เทคโนโลยีที่เชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน

New Honda Accord 14

ฮอนด้า แอคคอร์ด มาพร้อมกับ 2 ขุมพลังการขับเคลื่อนประสิทธิภาพสูง ได้แก่ รุ่น EL ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเทอร์โบ เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Di VTEC TURBO ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 243 นิวตัน-เมตร จากเทคโนโลยีไดเรคอินเจคชัน (Direct Injection) ประสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง (CVT) ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังกว่าเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร ขับสนุก อัตราเร่งทันใจ และมีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ 16.4 กิโลเมตร/ลิตร อีกทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และรองรับน้ำมัน E85

New Honda Accord 16

 

รุ่น e:HEV ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive (i-MMD) เป็นการทำงานอันทรงพลังของเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ได้แก่ มอเตอร์ที่ทำหน้าที่สร้างกระแสไฟฟ้า (Motor Generator) และมอเตอร์ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อ (Motor Drive) พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน มอบกำลังสูงสุด 215 แรงม้า จากเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 315 นิวตัน-เมตร โดยมีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 24.4 กิโลเมตร/ลิตร อีกทั้งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำเพียง 97 กรัม/กิโลเมตร โดยระบบสามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างชาญฉลาดถึง 3 โหมด ได้แก่ โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) และโหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) อีกทั้งผู้ขับขี่สามารถกดสวิตช์เลือกควบคุมโหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Mode) เพื่อเข้าสู่โหมดการขับขี่ที่ใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนได้อีกด้วย

New Honda Accord 5

นอกจากนี้ ฮอนด้า แอคคอร์ด ยังมาพร้อมโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต (Sport Mode) ที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าถึงอารมณ์สปอร์ตได้อย่างแท้จริง ตอบสนองอัตราเร่งได้อย่างเร้าใจ โดยสามารถใช้งานได้อย่างง่ายดายเพียงกดปุ่ม SPORT ที่อยู่บริเวณด้านล่างของคันเกียร์ โดยสัญลักษณ์ SPORT จะแสดงขึ้นบนมาตรวัดในขณะที่ใช้ระบบ หรือเลือกใช้ระบบ ECON Mode ที่ช่วยลดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลือง โดยจะปรับการทำงานของเครื่องยนต์และระบบเกียร์ให้สัมพันธ์กัน อีกทั้งปรับการทำงานของระบบปรับอากาศและการหมุนเวียนอากาศภายในห้องโดยสารให้เหมาะสม ทำให้เครื่องยนต์ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

New Honda Accord 6

มอบประสบการณ์การขับขี่ยนตรกรรมระดับพรีเมียมได้อย่างมั่นใจ ด้วยมาตรฐานการบริการหลังการขายที่มีคุณภาพจากโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ หมดกังวลด้านการบำรุงรักษา กับค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาในระยะเวลา 5 ปีหรือ 100,000 กิโลเมตร* รวมเริ่มต้นเพียง 23,196 บาท* อีกทั้งฟรีค่าแรงในการเช็กระยะเป็นเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร* (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) พร้อมด้วยโปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) ขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่โดยเพิ่มระยะเวลาอีก 2 ปี หรือระยะทาง 40,000 กิโลเมตร ต่อจากระยะเวลาหรือระยะทางการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตรแรกสิ้นสุดลง รวมสูงสุด 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง (Honda 24hr Roadside Assistance) เสริมความมั่นใจยิ่งขึ้นใน แอคคอร์ด e:HEV ด้วยการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*

ฮอนด้า แอคคอร์ด ทุกรุ่น มาพร้อมสีภายนอกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีใหม่ สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก)
สีขาวแพลทินัม (มุก) และ สีดำคริสตัล (มุก) ที่มาพร้อมสีภายในห้องโดยสารสีน้ำตาล และสีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) ที่มาพร้อมสีภายในห้องโดยสารสีดำ โดยมีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่
รุ่น e:HEV TECH ราคา 1,799,000 บาท
รุ่น e:HEV EL+ ราคา 1,639,000 บาท
รุ่น EL ราคา 1,499,000 บาท

 

 

ฮอนด้า แอคคอร์ด มาพร้อมข้อเสนอพิเศษเพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์ได้ง่ายขึ้น สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2564 – 30 กันยายน 2564 รับดอกเบี้ย 0.99% สำหรับ แอคคอร์ด รุ่น e:HEV EL+ และ รุ่น e:HEV TECH หรือ ดอกเบี้ย 1.99% สำหรับแอคคอร์ด รุ่น EL โดยทุกรุ่นมาพร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี

 

 

GWM รุกตลาดอาเซียนเต็มสูบ เดินหน้าเปิดตัวแบรนด์ที่ประเทศบรูไน ประเดิมเปิดพรีเซล 2 รุ่นเรือธงอย่าง HAVAL H6 3rd Generation และ HAVAL JOLION

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เปิดเกมรุกตลาดยานยนต์อาเซียนอย่างต่อเนื่องด้วยการเปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการในประเทศบรูไน นับเป็นประเทศที่ 2 ในภูมิภาคอาเซียน ต่อจากการเริ่มเข้ามาดำเนินธุรกิจในตลาดประเทศไทย ซึ่งในงานแถลงข่าวการเปิดตัวแบรนด์ที่ประเทศบรูไนนั้น ได้มีการประกาศนำรถยนต์ 2 รุ่นเรือธง ได้แก่ HAVAL H6 3rd Generation และ HAVAL JOLION มาเป็นทัพหน้าทำตลาด พร้อมเปิดพรีเซลรถยนต์ทั้ง 2 รุ่น ไปเมื่อวันที่ 6 – 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา ท่ามกลางสื่อมวลชนและพันธมิตรธุรกิจร่วมแสดงความยินดี

มร.เอลเลียต จาง ประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย กล่าวว่า “ประเทศบรูไนเป็นผู้ผลิตรวมถึงผู้ส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ของโลก เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้อุตสาหกรรมยานยนต์มีทิศทางการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อยอดขายในเกือบทุกอุตสาหกรรม บรูไนเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่มียอดขายรถยนต์เพิ่มขึ้น ตามการระบุของสหพันธ์ยานยนต์อาเซียน (AAF) โดยตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา (2563) มียอดขายรถยนต์เพิ่มขึ้น 14.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 หลังจากเกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยและวางแผนธุรกิจและสายการผลิตในประเทศไทยอย่างชัดเจน ขณะนี้เราพร้อมแล้วที่จะขยายตลาดสู่
ประเทศในอาเซียน ซึ่งเรามองว่าบรูไนเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพและความพร้อมในทุกด้าน การเปิดตัวของ
เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในบรูไนจึงนับเป็นการเปิดประตูสู่เส้นทางใหม่ในตลาดอาเซียนหลังจากได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยไปเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และเราจะยังคงเดินหน้าพัฒนาและขยายฐานลูกค้าใหม่ในตลาดรถยนต์ทั่วโลกภายใต้กลยุทธ์โลกาภิวัฒน์ (Globalization) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและสร้างประสบการณ์
การบริการรูปแบบใหม่ โดยมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์พวงมาลัยขวาในภูมิภาคอาเซียน”

การเปิดตัวแบรนด์ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในประเทศบรูไน พร้อมรุกตลาดด้วยการพรีเซลรถยนต์ 2 รุ่น  ได้แก่ HAVAL H6 3rd Generation และ HAVAL JOLION ในคราวเดียวกันนั้น ถือเป็นกลยุทธ์การรุกตลาดอาเซียนที่น่าจับตา
เป็นอย่างยิ่ง โดย HAVAL H6 3rd Generation เป็นรถเอสยูวีผลิตภัณฑ์รุ่นแรกที่พัฒนาขึ้นจาก GWM LEMON แพลตฟอร์มเทคโนโลยีแบบโมดูลอันชาญฉลาดและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ยกระดับสมรรถนะการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่ให้พละกำลังสูงสุด 155 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 325 นิวตันเมตร พร้อมด้วยระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ความประหยัดและปลอดภัย เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพที่จะสร้างประสบการณ์การขับขี่
อันน่าหลงใหลในทุกเส้นทาง ในขณะที่ HAVAL JOLION ถือเป็นรถยนต์ SUV ที่เปิดตัวในฐานะ “รถยนต์คันแรกของคนรุ่นใหม่” ซึ่งสื่อถึงจิตวิญญาณอันอิสระในการเลือกสิ่งที่ดีที่สุด ด้วยความโดดเด่นของมิติตัวรถที่มีระยะฐานล้อยาวถึง 2,700 มิลลิเมตร และมีพื้นที่จัดเก็บเทียบเท่ากับรถเอสยูวีขนาดกลาง มีคุณสมบัติที่ตอบสนองการขับขี่
ในหลากหลายสภาพถนน และสามารถลดการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาพร้อมกับฟังก์ชั่น
จอดรถอัตโนมัติ 360 องศา (360° automatic parking function) ที่ช่วยเพิ่มขีดความปลอดภัยในการขับขี่ รวมถึงสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ “หรูหรา สะดวกสบาย และชาญฉลาด”

นายเพ็งกิรัน อิรวัน ผู้จัดการทั่วไปของตัวแทนจําหน่าย เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประเทศบรูไน กล่าวว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะแนะนําให้ประชาชนได้รู้จักกับผลิตภัณฑ์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ทั้ง 2 รุ่น ทั้ง HAVAL H6 3rd Generation และ HAVAL JOLION ซึ่งนอกจากรูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่นสะดุดตาจากการออกแบบที่พิถีพิถันในทุกรายละเอียดแล้ว รถยนต์ทั้ง 2 รุ่น จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เกินความคาดหมายด้วยสมรรถนะและเทคโนโลยีที่เหนือระดับ นอกจากผลิตภัณฑ์ที่น่าจับตามองแล้ว เรายังเตรียมพร้อมด้านการจัดจำหน่ายและการให้บริการ ซึ่งแน่นอนว่าลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ในรูปแบบใหม่และมั่นใจได้ด้วยบริการ
ที่ครบถ้วน ทันสมัย รวดเร็ว สะดวกสบาย และปลอดภัย และเราจะยังคงเดินหน้านำเอาผลิตภัณฑ์และบริการ
อันยอดเยี่ยมของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มาสู่ผู้บริโภคชาวบรูไนเพิ่มเติมต่อไปในอนาคตอย่างแน่นอน”

การเปิดตัวแบรนด์ เกรท วอลล์ มอเตอร์ อย่างเป็นทางการในประเทศบรูไน นับเป็นอีกก้าวสำคัญและเป็นอีกหนึ่ง
หมุดหมายในการรุกตลาดอาเซียน ด้วยเป้าหมายในการก้าวสู่การเป็น ‘บริษัทที่ให้บริการการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีระดับโลก’ (Global Mobility Technology Company) เกรท วอลล์ มอเตอร์ พร้อมที่จะสร้างสรรค์และนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพพร้อมการบริการที่ดีขึ้น ตลอดจนส่งมอบประสบการณ์การขับขี่อันยอดเยี่ยมให้แก่ผู้บริโภค
ทั้งในภูมิภาคอาเซียนและผู้บริโภคทั่วโลกต่อไป

นิสสัน จับเทรนด์ #ทาสแมว สร้างรอยยิ้มให้ผู้ชม ผ่านคลิป นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ #เหมียวแอพพรูฟ

0

การศึกษาทางวิทยศาสตร์บ่งชี้ว่าการดูวิดีโอเกี่ยวกับแมวทำให้ผู้ดูมีความรู้สึกเชิงบวกเพิ่มขึ้น[1]สอดคล้องกับเทรนด์การเลี้ยงแมวที่กำลังเติบโตในประเทศไทยเนื่องมาจากสถานการณ์โควิด-19 ด้วยเหตุนี้ทาง นิสสัน ประเทศไทย จึงได้เปิดตัววิดีโอน้องเหมียวน่ารักเพื่อสร้างความบันเทิงและรอยยิ้มให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยอย่างสรรค์ผ่าน นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์

คลิปวิดีโอเกี่ยวกับแมวได้รับการพิสูจน์แล้วว่าส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญ เช่น เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า เพิ่มอารมณ์ในเชิงบวกและลดความรู้สึกด้านลบ[2] ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในช่วงการระบาดของโควิด โดยประเทศไทย (42%) มีจำนวนผู้เลี้ยงแมวสูงสุดเป็นอันดับสามในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก[3], และยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเพราะสถานการณ์โควิด  ด้วยเหตุนี้นิสสันจึงนำข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคดังกล่าวมาใส่ไว้ในวิดีโอ ‘Kicks loves Cats’ ในคอนเซ็ปต์ #เหมียวแอพพรูฟ

ดารานำในคลิปคือแมวเซเลบอย่าง ‘คุณมณี’ จากเพจ “คุณมณี นินิว” ที่รับบทเป็น ‘คิกกี้’ น้องเหมียวช่างเลือกและมีสไตล์ คุณมณีเหมาะสมกับบทนี้มากเป็นพิเศษเพราะเป็นแมวพันธุ์ไทยขาวมณีหายาก บุคลิกของเธอเชื่อมโยงนิสัยโดยธรรมชาติของแมวซึ่งมีความพิถีพิถันและรักอิสระเข้ากับจุดเด่นเฉพาะตัวของ    นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ได้อย่างสร้างสรรค์

“จากความนิยมการเลี้ยงแมวที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย ประกอบกับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผู้บริโภคว่าวิดีโอเกี่ยวกับแมวนั้นช่วยให้คนเรารู้สึกมีความสุขมากขึ้น นิสสันจึงได้แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์วิดีโอสนุก ๆ กับเซเลบแมวชื่อดังของไทย เราอยากที่จะสร้างรอยยิ้มให้กับผู้บริโภคพร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติอันโดดเด่นของ e-POWER ในฐานะที่ผมเองก็เป็นคนรักแมวเหมือนกัน การที่เจ้าเหมียวเพื่อนยากของเรานั้นช่างเลือกและมีมาตรฐานสูงจึงทำให้แมวนั้นเหมาะที่จะเป็นตัวแทนในการนำเสนอ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยเทคโนโลยี e-POWER เหมาะมากสำหรับผู้นำเทรนด์ และการออกแบบที่มีสไตล์ของ Kicks รวมถึงประสบการณ์การขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้าโดยที่ไม่ต้องชาร์จไฟ ก็ทำให้รถรุ่นนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชอบความโดดเด่นมีสไตล์ไม่เหมือนใคร” อิซาโอะ เซคิกุจิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย กล่าว

คลิปวิดีโอเน้นนำเสนอเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของรถรุ่นนี้ที่ให้ประสบการณ์การขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้าโดยที่ไม่ต้องชาร์จไฟ  รวมถึงเทคโนโลยีอัจฉริยะและฟีเจอร์อันครบครันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนวัยทำงานช่างเลือกที่อาศัยอยู่ในเมืองได้อย่างลงตัว

“เรามีเป้าหมายที่จะนำเสนอเทคโนโลยีและฟีเจอร์ต่าง ๆ ของ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ด้วยเนื้อหาที่สร้างสรรค์และน่ารักน่าเอ็นดู ผ่านภาษาและภาพที่เข้าใจง่าย และทำให้น่าสนใจยิ่งขึ้นด้วยการเล่าเรื่องจากมุมมองของ “คิกกี้” เจ้าแมวช่างเลือก คลิปวิดีโอนี้ฉีกกฎคลิปรถยนต์แบบเดิม ๆ ที่คนทั่วไปคุ้นเคย และคิกกี้ยังเป็นเหมือนตัวแทนของผู้บริโภคที่ต้องการผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีที่สุดที่คุ้มค่าและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตัวเอง” อิซาโอะ อธิบาย

นอกจากนี้ นิสสันยังต่อยอดเพิ่มการรับรู้ในกลุ่มคนรักแมวบนโลกออนไลน์ ด้วยการโปรโมตคลิปวิดีโอในคอนเทนต์สนุก ๆ บนเพจเฟซบุ๊กแมวชื่อดัง อาทิ เพจเค้าเรียกผมว่าแมว เพจขนทองแมวเอ๋อ เพจหน้าแมว เป็นต้น

นิสสันชวนคุณมาอมยิ้มและเพลิดเพลินไปกับเรื่องราวความรักสุดอลเวงของเจ้าเหมียวช่างเลือกกับภารกิจนัดเดต PURRFECT MATCH เพราะเธอถือคติที่ว่า ‘จะธรรมดาไปทำไม ในเมื่อเป๊ะปังสุดๆ ได้!’ ติดตามชมเรื่องราวเต็มๆ ได้ทาง Facebook – Nissan หรือ YouTube – Nissan Thailand

 

[1] https://www.nbcnews.com/science/weird-science/scientists-explain-why-watching-internet-cat-videos-good-you-n378156

[2] https://www.bangkokpost.com/thailand/general/2123987/73-of-thais-feel-hopeless-during-pandemic-poll

[3] Rakuten Insight survey, January 2021

SUZUKI ผุดโครงการเพื่อสังคมไทย SUZUKI CARRY TO YOUR HOME ปรับรถบรรทุกอเนกประสงค์เป็นรถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิดกลับบ้าน

0

นายมิโนรุ อามาโนะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ทวีความรุนแรงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทำให้โรงพยาบาลไม่สามารถรองรับดูแลผู้ป่วยได้อย่างทั่วถึง จึงทำให้ส่วนหนึ่งของผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัดต้องการกลับไปรักษาตัวที่ภูมิลำเนา ที่มีญาติหรือโรงพยาบาลที่พร้อมจะดูแลและให้การรักษา เป็นการช่วยแบ่งเบาภาระให้กับโรงพยาบาลในที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าวส่งให้มีปริมาณผู้ป่วยต้องการกลับไปต่างจังหวัดมีค่อนข้างสูง แต่รถที่ให้บริการขนส่งผู้ป่วยหรือรถพยาบาล ไม่สามารถรองรับและให้บริการได้อย่างเพียงพอในปัจจุบัน

ซูซูกิเล็งเห็นถึงความต้องการและความสำคัญ จึงเกิดแนวคิดให้มีการพัฒนารถ SUZUKI CARRY รถบรรทุกอเนกประสงค์ขนาดย่อมมาปรับเปลี่ยนเป็นรถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเพื่อพาผู้ป่วยโควิด-19 กลับบ้าน โครงการ SUZUKI Carry to Your Home จึงได้เกิดขึ้น โดยซูซูกิร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วนในการออกแบบและพัฒนา SUZUKI CARRY ให้เป็นรถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่ติดตั้งระบบความดันลบ ที่จะอำนวยความสะดวกและมอบความปลอดภัยให้แก่ทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ป่วยในการเดินทางกลับไปรักษาตัวยังภูมิลำเนาในต่างจังหวัด

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด กล่าวถึงการพัฒนาในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงดีเอ็นเอแห่งความเป็นกระบะบรรทุกอเนกประสงค์ ที่สามารถปรับไปใช้งานได้ในทุกสถานการณ์ แม้ยามต้องเผชิญวิกฤตต่างๆ  และไม่ได้มีเพียงภาพจำในฐานะ“ฟู้ดทรัค” ธุรกิจติดล้อที่ใช้การตลาดเชิงรุกในการวิ่งเข้าหาผู้บริโภค จนกลายเป็นขวัญใจผู้ประกอบการยุคใหม่เท่านั้น ที่ผ่านมาทางซูซูกิได้ร่วมมือกับทางพันธมิตรทุกภาคส่วน ในการจัดทำรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย” (CarryBiosafety) หรือ “รถตรวจโควิด” แบบ SWAB 1 ทาง และ 3 ทาง เพื่อช่วยเหลือผู้เดือดร้อนต่างๆ

จนมาถึงการต่อยอดอีกครั้งด้วยโครงการ SUZUKI Carry to Your Home เป็นอีกหนึ่งผลงานแห่งความภูมิใจ ที่เกิดจากความร่วมมือของหมอแล็บแพนด้า (ทนพ. ภาคภูมิ เดชหัสดิน) ศูนย์นวัตกรรม KMITL FIGHT FOR COVID-19 และศูนย์วิจัยและออกแบบงานสร้างสรรค์ (Research and Creative Design Center: RCDC) คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในการพัฒนารถส่งผู้ป่วยโควิด-19 กลับภูมิลำเนาได้อย่างสะดวก และปลอดภัยตลอดการเดินทาง

โดยออกแบบพื้นที่กระบะบรรทุกของ SUZUKI CARRY ขนาดกว้าง 1,670 มิลลิเมตร ยาว 2,450 มิลลิเมตร และรับน้ำหนักได้ 945  กิโลกรัม ให้เป็นห้องปฐมพยาบาลขนาดย่อม สามารถพาผู้ป่วยได้ 4-6 คนต่อเที่ยว ภายในประกอบด้วยอุปกรณ์ช่วยเหลือต่างๆ  ติดตั้งระบบ HEPA Filter มาตรวัดแรงดันลม ถังออกซิเจน 1.5Q ไปป์ไลน์ เตียงผู้ป่วยแบบปรับนั่งได้  และเบาะนั่ง 3 ที่นั่ง ติดตั้งระบบอินเตอร์คอมสำหรับสื่อสารระหว่างคนขับและคนนั่งด้านหลัง และระบบกระแสไฟฟ้าสำหรับสำรองไฟและการใช้งานตลอดการเดินทาง ช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่อาจแพร่สู่บุคคลอื่นในระหว่างเดินทาง และคนขับที่ต้องพาผู้ป่วยไปส่งที่ภูมิลำเนาก็ปลอดภัยด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ ได้มีการส่งมอบรถอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์พักคอย เขตคันนายาว โดยมีนายสุรเชษฐ  ไชยอุปละ รองคณบดีฝ่ายกลยุทธ์สื่อสารองค์กรและสารสนเทศ ในฐานะตัวแทนสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และมีตัวแทนจาก  บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยนางสาวสุชญา บานเย็น หัวหน้าส่วนการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด รวมถึง ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน (หมอแล็บแพนด้า) เข้าร่วมในพิธีส่งมอบ

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวคิด “Carry Your Dream เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน” ยังคงเป็นดีเอ็นเอที่ชัดเจนของ SUZUKI CARRY เพราะไม่ว่าความฝันของคุณจะเป็นอย่างไร หรืออยู่ท่ามกลางวิกฤตการณ์แบบไหน SUZUKI CARRY ก็พร้อมจะเป็นยานพาหนะที่อยู่เคียงข้างร่วมฝ่าวิกฤตในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นรถที่ใช้ประกอบอาชีพในรูปแบบของฟู้ดทรัค รถซูซูกิปันสุขที่แบ่งปันรอยยิ้มสู่สังคม ตลอดจนถึงเป็นรถต้นแบบ “รถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย” (SUZUKI CARRY Biosafety Mobile Unit) หรือ “รถตรวจโควิด” ซึ่งมีหน่วยงานต่างๆ นำรถ SUZUKI CARRY ไปทำเป็นรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยจำนวนมากถึง 36 คัน เพื่อออกช่วยเหลือประชาชน   และในครั้งนี้ SUZUKI Carry to Your Home ที่พร้อมช่วยเหลือคนในสังคมที่กำลังประสบปัญหา เป็นการตอกย้ำถึงรถ SUZUKI CARRY สามารถเปลี่ยนสถานะเป็นรถอเนกประสงค์ในรูปแบบอื่นๆ เพื่อตอบสนองสังคมไทยต่อไปอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับโครงการ “SUZUKI Cause We Care” ซึ่งสิ่งที่เรามุ่งมั่นและต้องการสื่อสารไปยังลูกค้าและพี่น้องชาวไทยทุกท่านว่าเราไม่ใช่แค่เพียงผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ แต่เราหวังเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมพร้อมกับการพัฒนาธุรกิจควบคู่ไปกับการอยู่คู่เคียงข้างชุมชนและสังคมไทยอย่างยั่งยืนอีกด้วย 

ช่องทางการติดต่อ
www.suzuki.co.th
www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand
SUZUKI Cause We Care  หมายเลขโทรศัพท์ 1800-600-900

เกรท วอลล์ มอเตอร์ จัด Door-to-Door Test Drive ส่งรถทดลองขับถึงหน้าบ้าน

0
Great Wall Motor Pic Open

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เดินหน้าสร้างประสบการณ์ O2O รูปแบบใหม่ให้กับลูกค้าชาวไทยภายใต้แบรนด์คอนเซ็ปต์ “New Energy” “New Intelligence” และ“New Experience” อย่างต่อเนื่อง แม้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยล่าสุดได้เปิดให้บริการ Door-to-Door Test Drive เพื่อนำรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ให้ลูกค้าทดลองขับและทดสอบสมรรถนะถึงหน้าบ้าน นอกจากนี้ยังมีบริการ Door-to-Door Service อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นบริการส่งมอบรถถึงหน้าบ้าน (Door-to-Door Delivery Service) บริการรับและ/หรือส่งรถยนต์เพื่อรับบริการตรวจเช็กระยะ (Door-to-Door Pick-up and Delivery on Demand) และบริการตรวจเช็กระยะตามตารางบำรุงรักษานอกสถานที่ (Door-to-Door Mobile Service) เพื่อส่งมอบบริการที่พิเศษและคุ้มค่า พร้อมช่วยอำนวยความสะดวกสบาย และสร้างความมั่นใจในด้านความปลอดภัยสูงสุดให้กับลูกค้าอย่างครบวงจร

Great Wall Motor 1

หลังจากที่ได้มีการเปิดให้ผู้ที่สนใจได้ลงทะเบียนเพื่อทดลองขับ All New HAVAL H6 Hybrid SUV จวบจนถึงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟน ๆ ชาวไทยกว่า 9,000 ราย ที่แสดงความประสงค์เพื่อทดลองขับรถ รวมถึงผู้ที่จองสิทธิ์เพื่อซื้อรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV จากแคมเปญ ULTRA DEAL และแคมเปญ PREMIERE DEAL โดยเกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้จัดกิจกรรมเพื่อให้ผู้สนใจดังกล่าวมีโอกาสมาทดลองขับและทดสอบสมรรถนะของรถ ที่ Show DC เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตลอดจนการประกาศยกระดับความเข้มข้นของมาตรการควบคุมจากคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ทำให้เกิดข้อจำกัดในการจัดกิจกรรมและการเดินทาง ส่งผลให้ผู้ที่สนใจและผู้ที่จองสิทธิ์ในแคมเปญดังกล่าวจำนวนมากได้รับความไม่สะดวกสบายและอาจจะมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยในการเข้าไปทดลองขับ

เกรท วอลล์ มอเตอร์ จึงได้มีการปรับกลยุทธ์การดำเนินงานเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกสูงสุดให้กับผู้บริโภคชาวไทย นอกจากการขยายระยะเวลาแคมเปญ PREMIERE DEAL ออกไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2564 และการขยายเวลาชำระเงินจองของแคมเปญ ULTRA DEAL ไปจนถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2564 แล้ว เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังส่งมอบบริการแบบ Door-to-Door Service เพิ่มเติม ผ่านขั้นตอนที่ง่าย (Simple) มีความพิเศษ (Special) ปลอดภัย (Secure) และคุ้มค่า (Save) ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการ Door-to-Door Test Drive เพื่อนำรถยนต์ไปให้ลูกค้าทดลองขับถึงหน้าบ้าน รวมไปถึงบริการส่งมอบรถ และบริการหลังการขายแบบให้บริการถึงหน้าบ้านของลูกค้าอีกมากมาย เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะได้รับความสะดวกสบายและบริการที่ดีที่สุดจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ แม้จะมีอุปสรรคหรือข้อจำกัดภายใต้สถานการณ์ในปัจจุบัน

Great Wall Motor 3

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตระหนักและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของลูกค้าเป็นอันดับหนึ่ง เรารับทราบและเข้าใจดีว่าสถานการณ์ในปัจจุบันนี้อาจส่งผลให้ลูกค้าไม่สะดวกที่จะเข้ามาทดสอบรถหรือใช้บริการอื่นๆ ของเราได้ ด้วยรูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบใหม่ที่เน้นการเชื่อมต่อระหว่าง Online-to-Offline (O2O) เราจึงยินดีที่จะส่งมอบบริการแบบ Door-to-Door Service รูปแบบต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยสูงสุดให้กับลูกค้า โดยที่ลูกค้ายังคงได้รับประสบการณ์อันยอดเยี่ยม ตั้งแต่การกดจองเพื่อใช้บริการต่างๆ ผ่าน GWM Application ไปจนถึงการรับบริการออฟไลน์แบบส่งตรงถึงหน้าบ้าน”

Great Wall Motor 2

นายณรงค์ กล่าวเพิ่มเติม “หลังจากที่เราได้เริ่มมีการส่งมอบรถยนต์แบบ Door-to-Door Delivery Service ที่บ้านหรือสถานที่ต่างๆ ที่ลูกค้าต้องการไปแล้ว ล่าสุดเราได้มีบริการ Door-to-Door Test Drive เพื่อให้ผู้ที่สนใจ หรือผู้ที่จองรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ได้มีโอกาสขับและทดสอบสมรรถนะของรถได้อย่างเต็มที่ก่อนการตัดสินใจซื้อ และเรายังมีบริการหลังการขายด้านอื่นๆ ในรูปแบบ Door-to-Door Service เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการรับและ/หรือส่งรถยนต์เพื่อรับบริการตรวจเช็กระยะ (Door-to-Door Pick-up and Delivery on Demand) และบริการตรวจเช็กระยะตามตารางบำรุงรักษานอกสถานที่ (Door-to-Door Mobile Service) เพื่อให้มั่นใจได้ว่า เราจะคอยเคียงข้างเพื่อดูแลและอำนวยความสะดวกกับลูกค้าในทุกๆ บริการของเราอย่างครบวงจรเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าของเรา”

Great Wall Motor 4

สำหรับบริการแบบ Door-to-Door Service ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีทั้งหมด 4 รูปแบบ ได้แก่

1. บริการทดลองขับรถถึงหน้าบ้าน (Door-to-Door Test Drive)
ลูกค้าสามารถแจ้งความจำนงเพื่อทดลองขับรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ตามวัน เวลา และสถานที่ที่ลูกค้าสะดวกผ่านทาง Intelligent Ambassador หรือ iAM หลังจากนั้น iAM จะติดต่อกลับเพื่อยืนยันการนัดหมาย และจะส่งรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV พร้อมผู้ฝึกสอน (Instructor) ไปให้ลูกค้าที่บ้าน โดยจะมี iAM คอยช่วยประสานงานและให้การดูแลผ่านระบบ Video Conference อย่างใกล้ชิด โดยลูกค้าจะได้เรียนรู้วิธีการใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ รวมไปถึงได้ทดลองขับและทดสอบสมรรถนะรถยนต์ในเส้นทางบริเวณนั้นๆ เป็นเวลา 30 – 45 นาที โดยมีผู้ฝึกสอนและ iAM คอยให้คำแนะนำและตอบข้อซักถามอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ทีมงานทุกคนรวมถึงลูกค้าจะได้รับการตรวจโควิดแบบ Rapid Test ทุกครั้งก่อนการเริ่มให้บริการ รวมถึงมีการฆ่าเชื้อและทำความสะอาดรถยนต์ และอุปกรณ์ต่างๆ ตามมาตรการการป้องกันโรคโควิดอย่างเคร่งครัด โดยในเบื้องต้น บริการทดลองขับรถถึงหน้าบ้านนี้ จะเปิดให้บริการในช่วงระหว่างวันที่ 7 – 16 สิงหาคม 2564 โดยให้สิทธิ์แก่ผู้ที่ได้แจ้งความจำนงและจองการทดลองขับในลำดับแรกๆ ก่อน และอาจจะมีการขยายระยะเวลาและช่องทางการให้บริการนี้ร่วมกับ GWM Partner Store เพิ่มเติมในอนาคต

Great Wall Motor 5
2. บริการส่งมอบรถถึงหน้าบ้าน (Door-to-Door Delivery Service)
ลูกค้าสามารถเลือกรับบริการได้บน GWM Application เมื่อสั่งซื้อรถยนต์ โดยมีให้เลือก 2 รูปแบบ ได้แก่ 1) รูปแบบปกติ และ 2) รูปแบบพรีเมียม ที่ลูกค้าสามารถออกแบบรูปแบบการส่งมอบรถเพิ่มเติมได้ตามที่ต้องการ โดยทั้ง 2 รูปแบบ จะมี Intelligent Ambassador หรือ iAM เป็นผู้ดูแล ส่งมอบช่อดอกไม้ ช่วยตรวจสอบการรับรถยนต์ รวมไปถึงอธิบายวิธีการใช้งานรถยนต์ และตอบคำถามต่างๆ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการส่งมอบรถถึงมือลูกค้าอย่างราบรื่น ปลอดภัยและเกิดความพึงพอใจสูงสุด ซึ่งบริการนี้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับรูปแบบที่ลูกค้าต้องการ แต่สำหรับลูกค้าแพ็คเกจ ULTRA DEAL และ PREMIERE DEAL สามารถขอรับบริการในรูปแบบปกติได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม

Great Wall Motor 6

3. บริการรับและ/หรือส่งรถยนต์เพื่อรับบริการตรวจเช็กระยะ (Door-to-Door Pick-up and Delivery on Demand)
ลูกค้าสามารถนัดหมายวัน เวลา และสถานที่ในการรับรถ และ/หรือส่งรถยนต์ได้ตามที่ลูกค้าสะดวกเมื่อครบกำหนดตามตารางการบำรุงรักษาตามระยะทาง โดยลูกค้าต้องนัดหมายล่วงหน้าอย่างน้อย 2 วันทำการ และสามารถตรวจสอบวันและเวลาการออกให้บริการของศูนย์บริการแต่ละแห่งได้ผ่านระบบนัดหมายของศูนย์บริการหรือติดต่อ GWM Contact Center โทร. 02-668-8888

4. บริการตรวจเช็กระยะตามตารางบำรุงรักษานอกสถานที่ (Door-to-Door Mobile Service)
ลูกค้าสามารถขอรับบริการตรวจเช็กระยะตามตารางบำรุงรักษานอกสถานที่ตามที่ลูกค้านัดหมาย โดยลูกค้าไม่ต้องนำรถยนต์เข้ามารับบริการที่ศูนย์บริการ ทั้งนี้ ลูกค้าต้องนัดหมายล่วงหน้าอย่างน้อย 2 วันทำการ และสามารถตรวจสอบวันและเวลาการออกให้บริการของศูนย์บริการแต่ละแห่งได้ผ่านระบบนัดหมายของศูนย์บริการหรือติดต่อ GWM Contact Center โทร. 02-668-8888 ทั้งนี้ บริการนี้จะเริ่มเปิดให้บริการในช่วงต้นเดือนกันยายนนี้เป็นต้นไป

สำหรับบริการรับและ/หรือส่งรถยนต์เพื่อรับบริการตรวจเช็กระยะ (Door-to-Door Pick-up and Delivery on Demand) และบริการตรวจเช็กระยะตามตารางบำรุงรักษานอกสถานที่ (Door-to-Door Mobile Service) จะเป็นบริการหลังการขายที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ทั้งนี้ ลูกค้าแพ็กเกจ ULTRA DEAL และ PREMIERE DEAL จะได้รับสิทธิในการใช้บริการดังกล่าวฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 4 ครั้ง สำหรับบริการรับและ/หรือส่งรถยนต์เพื่อรับบริการตรวจเช็กระยะ และ 2 ครั้ง สำหรับบริการตรวจเช็กระยะตามตารางบำรุงรักษานอกสถานที่ ภายในระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (เมื่อถึงกำหนดอย่างใดอย่างหนึ่งก่อน) และสามารถดูรายละเอียดของบริการเพิ่มเติมได้ที่ https://gwm.co.th/aftersales

ควิกเลนจัดหนัก รับหน้าฝน ยกทัพโปรโมชั่นเด็ดสุดคุ้ม เปลี่ยนยางเพียง 1,399 บาท

0

ควิกเลน ศูนย์บริการยางและรถยนต์ประเภทเร่งด่วน จัดเต็มโปรโมชั่นเด็ดสุดพิเศษ ในแคมเปญ “ควิกเลนจัดหนัก รับหน้าฝน” ทั้งลด ทั้งแถม เอาใจคนรักรถทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ กับบริการบำรุงรักษารถยนต์ ที่มาพร้อมความสะดวกรวดเร็ว และได้มาตรฐานคุณภาพระดับโลก ในช่วงฤดูฝนนี้ เพียงนำรถเข้ารับบริการที่ควิกเลนทุกสาขา ทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 สิงหาคม 2564

ควิกเลนห่วงใยทั้งรถและลูกค้า ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มอบบริการ ฟรี พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อไวรัสภายในรถมูลค่า 390 บาท เพื่อสร้างความอุ่นใจและความปลอดภัยอย่างเต็มที่ โดยเลือกใช้น้ำยาฆ่าเชื้อไวรัส ที่ได้รับการรับรองว่าไม่เป็นอันตรายต่อรถและคุณ ลูกค้าที่สนใจสามารถเข้ารับบริการได้ที่ควิกเลน ทุกสาขา พร้อมตรวจสภาพรถฟรี 30 รายการ

นอกจากนี้ ควิกเลนยังพร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษ และสิทธิพิเศษสุดคุ้มให้ลูกค้าเข้ารับบริการดูแลรักษารถยนต์ได้อย่างสบายใจกับโปรโมชั่น ควิกเลนจัดหนัก รับหน้าฝน ได้แก่

  • เปลี่ยนน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% เกรด 10,000 กิโลเมตร จากปกติ 570 บาท/ลิตร เหลือเพียง 199 บาท/ ลิตร พร้อมฟรีค่าแรง
  • เปลี่ยนยางกู๊ดเยียร์ 4 เส้น รุ่น Assurance Duraplus 2 ขนาด185/60R15 ราคาพิเศษเพียงเส้นละ 1,399 บาท จากราคาปกติ 1,950 บาท พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมาย ทั้งบัตรกำนัลโลตัส มูลค่า 200 บาท การรับประกันความพึงพอใจ 14 วัน รับประกันความเสียหายของยาง ทั้งบาด บวม แตก ตำ 120 วัน บริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงเป็นเวลา 1 ปี รับประกันคุณภาพยาง 5 ปี พร้อมฟรีบริการครบครัน ทั้งบริการถอดใส่และถ่วงล้อ 4 ล้อ เติมลมไนโตรเจนฟรีตลอดอายุการใช้งาน และฟรีสลับยางและถ่วงล้อตลอด 2 ปี หรือ 50,000 กม.
  • โปรโมชั่นช่วงแนะนำยางแอตลาส ยางรถยนต์คุณภาพน้องใหม่จากสหรัฐอเมริกา เมื่อซื้อยางแอตลาส 4 เส้น แถมฟรี ชุดแพคเกจเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% SuperSave 2 ครั้ง พร้อมรับประกันความเสียหายของยาง ทั้งบาด บวม แตก ตำ ถึง 365 วัน
  • ควิกเลนรับประกันราคายางว่าไม่แพงกว่าใคร หากเจอยางถูกกว่า ควิกเลนปรับราคาให้เท่ากันทันที
  • ลูกค้าสามารถเลือกผ่อนยาง 0% ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ นานสูงสุด 15 เดือนกับบัตรเครดิตชั้นนำ พร้อมฟรีบริการรับและส่งคืนรถถึงบ้าน

สำหรับโปรโมชั่น “ควิกเลนจัดหนัก รับหน้าฝน” ดังกล่าว เริ่มแล้ววันนี้ จนถึง 31 สิงหาคม 2564 โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการควิกเลนทั่วประเทศ ทั้ง 16 สาขา 8 สาขาในกรุงเทพและปริมณฑล และอีก 8 สาขาในต่างจังหวัด ด้วยบริการที่สะดวก วางใจได้จริง ครอบคลุมกว่า 14 กลุ่มงาน ทั้งเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรอง เปลี่ยนยางรถยนต์ ตรวจซ่อมระบบเบรค โช๊คอัพและระบบช่วงล่างจนถึงแบตเตอรี่รถยนต์และบริการอื่นๆ โดยช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญและทีมงานมากประสบการณ์ที่ได้ผ่านการอบรมและผ่านมาตรฐานระดับโลก

ควิกเลน เปิดให้บริการตามปกติทุกวัน ไม่มีวันหยุด ตั้งแต่เวลา 8.00-12.00 น. สามารถสอบถามข้อมูลสินค้า ราคาและโปรโมชั่น ได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ควิกเลน ที่หมายเลข 02-039-5798 หรือที่ https://www.facebook.com/QuickLaneThailand

รายการ Auto Motor Thailand ประจำวันเสาร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2564

0
Auto Motor Thailand Pic Open

พบกับรายการ Auto Motor Thailand ตั้งแต่เวลา 23.00-23.30 น. ทางททบ.5 กด 1 สำหรับสัปดาห์นี้ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมากมาย อาทิ

“เรื่องรถต้องรู้”
– รีวิว “All New Honda Civic” เจนใหม่ มาพร้อมรูปลักษณ์สวยงาม ขุมพลังแรงขึ้น พร้อมอัพเกรดความปลอดภัย

Auto Motor Thailand 1

“ท่องโลกยานยนต์”
– เปิดตัว Mercedes-Benz GLA 200 Progressive ประกอบในประเทศ ในราคาที่ถูกลง

Auto Motor Thailand 2
– The History of the Mercedes-Benz S-Class

Auto Motor Thailand 3
– “มาสด้า ปันสุข ปี 2” เติมฝันให้ลูกค้าใหม่ ปันสุขให้ลูกค้าปัจจุบัน

Auto Motor Thailand 5
– “ฟอร์ด” ยกทัพรถผู้บริหารสภาพดีกว่า 800 คัน จัดโปรแรงราคาสุดคุ้มที่โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศ

Auto Motor Thailand 5

“รู้ก่อนขับกับอีซูซุ”
– รู้จักกับชนิดของ “แบตเตอรี่” รถยนต์

Auto Motor Thailand 6

ติดตามรับชม Auto Motor Thailand พร้อมกัน ทุกวันเสาร์ ทางททบ.5กด1 ตั้งแต่เวลา 23.00 น.เป็นต้นไป แล้วพบกันครับ

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขอบคุณคนไทยสำหรับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม ด้วยยอดขาย All New HAVAL H6 Hybrid SUV 320 คัน ใน 1 เดือน

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขอบคุณคนไทยสำหรับการตอบรับอันอบอุ่นอย่างต่อเนื่อง การันตีด้วยยอดขาย All New HAVAL H6 Hybrid SUV หลังงานเปิดตัวจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมารวมกว่า 320 คัน ขึ้นแท่น Top 3 ในเซกเมนต์รถคอมแพคเอสยูวีของประเทศไทยในเดือนกรกฎาคม 2564 ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาด 26.5 เปอร์เซ็นต์ พร้อมเดินหน้าส่งมอบประสบการณ์ขับขี่อัจฉริยะและการให้บริการ O2O แบบเหนือระดับสู่ผู้บริโภคชาวไทยต่อไป

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) เผยว่า “ผมขอขอบคุณผู้บริโภคชาวไทยที่ให้การตอบรับและไว้วางใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์และการบริการของเกรท วอลล์ มอเตอร์ เป็นอย่างดีเสมอมา
ทำให้ยอดขายรวมของ All New HAVAL H6 Hybrid SUV หลังจากการเปิดตัวไปจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาอยู่ที่ 320 คัน โดยแบ่งเป็นยอดขายรุ่น ULTRA จำนวน 295 คัน และยอดขายรุ่น PRO อีก 25 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาด 26.5 เปอร์เซ็นต์ จากยอดขายรถคอมแพคเอสยูวีในเดือนกรกฎาคมรวมทั้งสิ้น 1,209 คัน โดยยอดขายในเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมานี้ นับเป็นก้าวแรกของความสำเร็จสำหรับ เกรท วอลล์ มอเตอร์ รวมถึงเป็นการการันตีการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคชาวไทยในกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของเกรท วอลล์ มอเตอร์ที่เน้นการเป็นผู้นำทางด้านรถพลังงานไฟฟ้า (xEV Leader) และการนำเสนอประสบการณ์ลูกค้ารูปแบบใหม่ (New User Experience) ผ่านช่องทาง O2O (Online-to-Offline) รวมถึงการสร้างประสบการณ์ทางการตลาดที่แตกต่าง โดยมุ่งเน้นการให้ผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (Customer Voice Focus) นับตั้งแต่การเปิดให้ลูกค้ากลุ่มแรกที่ไว้วางใจในแบรนด์ได้ลงทะเบียนจองสิทธิ์เพื่อซื้อ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ก่อนการประกาศราคาอย่างเป็นทางการผ่านแคมเปญพิเศษ ULTRA DEAL การเปิดตัวผลิตภัณฑ์และประกาศราคาอย่างเป็นทางการในปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ต่อเนื่องด้วยแคมเปญหลังการประกาศราคาอย่าง PREMIERE DEAL ที่อัดแน่นด้วยสิทธิพิเศษมากมายสำหรับลูกค้าเช่นกัน ด้วยกลยุทธ์และการดำเนินการตลาดเหล่านี้ ควบคู่ไปกับการสื่อสารกับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง พร้อมการส่งมอบบริการ O2O รูปแบบใหม่ ทำให้ผู้บริโภคชาวไทยมีความมั่นใจ เปิดใจ และเปิดโอกาสให้กับแบรนด์น้องใหม่อย่าง เกรท วอลล์ มอเตอร์ มากยิ่งขึ้นและสิ่งเหล่านี้จะเป็นแรงผลักดันและกำลังใจที่ดีให้กับเราในการมุ่งมั่นเดินหน้าเพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และการบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของเราทุกคนต่อไป”

นอกจากความสำเร็จในด้านยอดขายแล้ว ตั้งแต่การเปิดตัว All New HAVAL H6 Hybrid SUV อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 มิถุนายนจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม All New HAVAL H6 Hybrid SUV มียอดจองการนัดหมายเพื่อทดสอบรถยนต์มากกว่า 9,000 ราย และมีการเริ่มส่งมอบรถให้กับลูกค้ากลุ่มแรกไปเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์และการบริการรูปแบบใหม่ภายใต้แบรนด์คอนเซ็ปต์ “New Energy” “New Intelligence” และ “New Experience” เกรท วอลล์ มอเตอร์ ใช้เวลาเพียง 6 เดือนหลังจากเปิดตัวแบรนด์ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการคว้า 6 รางวัล จากงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42
ตอกย้ำความสำเร็จในการจัดแสดงทัพรถยนต์ xEV และเทคโนโลยีสุดล้ำสู่สายตาคนไทย การเปิดโรงงานอัจฉริยะ
เต็มรูปแบบแห่งที่สองนอกประเทศจีน ที่จังหวัดระยอง การเปิด GWM Store แห่งแรกของโลก ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลบางนา พร้อมแผนการดำเนินธุรกิจรูปแบบใหม่อย่าง “New Retail Concept” ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ นำมาใช้ในตลาดเมืองไทยเป็นครั้งแรกของโลก การทยอยเปิดตัว GWM Store และ Partner Store เพื่อดูแลลูกค้าได้ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมไปถึงการใช้กลยุทธ์การตลาดแบบ “ONE PRICE” ในการเปิดตัวและประกาศราคา All New HAVAL H6 Hybrid SUV อย่างเป็นทางการ

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังได้พลิกโฉมตลาดรถยนต์ในเมืองไทยด้วยการเป็นแบรนด์แรกๆ ที่ส่งมอบการบริการแบบ Online-to-Offline (O2O) ครบวงจร ผ่านการทำรายการออนไลน์บน GWM Application เพื่อสัมผัสประสบการณ์บริการแบบออฟไลน์รูปแบบต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ที่ลูกค้าสามารถทำได้ง่ายและสะดวกสบายผ่านเพียงปลายนิ้วสัมผัส (Simple) เปี่ยมไปด้วยความพิเศษ (Special) ความปลอดภัย (Secure) และความคุ้มค่า (Save) ไม่ว่าจะเป็นการจองเพื่อทดลองขับ สั่งซื้อรถใหม่ การส่งมอบรถ รวมไปถึงการรับบริการหลังการขายต่างๆ โดยปัจจุบัน GWM Application มีผู้ใช้งานกว่า 16,179 คน โดยเพิ่มขึ้น 26 เท่า นับจากยอดผู้ลงทะเบียนใช้งาน GWM Application ตั้งแต่วันแรกของงานมอเตอร์โชว์ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ภายใต้การยกระดับมาตรการและข้อปฏิบัติต่างๆ เพื่อควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19 ในไทยที่ยังคง
ทวีความรุนแรงขึ้นในปัจจุบันนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคงยืนหยัดเคียงข้างคนไทยท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบากด้วยแคมเปญ “GWM : GO WITH ME, GO TOGETHER รวมหัวใจพร้อมก้าวผ่านทุกวิกฤตไปด้วยกัน” โดยร่วมมือกับ Food For Fighters พร้อมสนับสนุนเงินทุน 1 ล้านบาท และรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV เพื่อชวนขนส่งอาหารและอุปกรณ์ที่จำเป็น รวมถึงชักชวนพาร์ทเนอร์ สื่อมวลชน ลูกค้า และแฟนๆ
เกรท วอลล์ มอเตอร์ มาร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคมเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส
โควิด-19 และยังได้มีการเปิดพื้นที่ออนไลน์บนช่องทาง Social Media ของแบรนด์เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยได้ประชาสัมพันธ์ร้านค้าและผลิตภัณฑ์ของตนได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม

นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกในการเข้าถึง ทดสอบ และซื้อผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการใช้บริการต่างๆ ของลูกค้า บริษัทจึงได้มีการปรับนโยบายและวิธีการดำเนินการต่างๆ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกสูงสุดให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการขยายระยะเวลาของแคมเปญต่างๆ รวมไปถึงการให้บริการถึง
หน้าบ้านของลูกค้า หรือ Door-to-Door Service ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการส่งมอบรถ (Door-to-Door Delivery) การทดลองขับ (Door-to-Door Test Drive) การรับและ/หรือส่งรถเพื่อเข้ารับบริการเช็กระยะ
(Door-to-Door Pick-up & Delivery on demand) หรือการบริการตรวจเช็กระยะตามตารางบำรุงรักษานอกสถานที่ (Door-to-Door Mobile Service) เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าทุกคนจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดจาก
เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในทุกๆ กระบวนการ แม้จะมีอุปสรรคและข้อจำกัดที่มากมายในช่วงสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้

ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีระดับโลก” (Global Mobility Technology Company) เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่ชาญฉลาด ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้กับผู้บริโภคทั่วโลก และยังคงเดินหน้าที่จะเดินเคียงข้างคนไทยพร้อมกับสร้างปรากฎการณ์ที่จะช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย รวมไปถึงการเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น ผ่านการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีที่สุด เพื่อก้าวสู่เป้าหมายในการเป็นแบรนด์ Top of mind ในใจคนไทย และขึ้นเป็นแบรนด์ชั้นนำระดับโลก

“มาสด้า ปันสุข” เริ่มปันความสุขแล้วทั่วฟ้าเมืองไทย

0

มาสด้าเริ่มเดินหน้าโครงการ “มาสด้า ปันสุข ปี 2” เต็มกำลัง จัดตั้งตู้ “ปันสุข” หน้าโชว์รูมรถยนต์มาสด้าตลอดเดือนสิงหาคม พร้อมขบวนคาราวานไปทั่วทุกชุมชน เพื่อแบ่งปันอาหาร ยาสามัญประจำบ้าน และสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีพให้แก่พี่น้องชาวไทยทั่วประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 พร้อมส่งมอบการแบ่งปันไปยังกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ เยาวชน และประชาชนทุกคนที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่ต่างๆ อย่างทั่วถึง เพื่อต่อเติมพลังแรงใจและสนับสนุนให้ทุกคนสามารถก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้อีกครั้ง ทั้งนี้ กิจกรรมได้เริ่มเป็นวันแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา และจะจัดขึ้นตลอดเดือนสิงหาคม จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2564 ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความอิ่มเอมใจของทั้งผู้ให้และผู้รับไปพร้อมๆ กัน

ประชาชนเข้ามารับการแบ่งปันจากโครงการ “มาสด้า ปันสุข”

 

นอกจากนี้ มาสด้ายังได้จัดขบวนคาราวานเข้าไปส่งมอบสิ่งของที่จำเป็นกับการแบ่งปันและส่งกำลังใจไปให้ประชนชนในทุกกลุ่มในทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น บุคลากรทางการแพทย์ เยาวชน หรือเจ้าหน้าที่ภาครัฐ รวมถึงจัดตั้ง “ตู้ปันสุข” ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการแบ่งปันความสุขในครั้งนี้ได้ถ้วนหน้ามากยิ่งขึ้น

ผู้จำหน่ายมาสด้าส่งมอบการสิ่งของที่จำเป็นไปยังบุคลากรทางการแพทย์ เยาวชน และเจ้าหน้าที่ภาครัฐ

 

โครงการ “มาสด้า ปันสุข ปี 2” จะจัดขึ้นจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2564 ซึ่งพี่น้องประชาชนที่ต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแบ่งปันในครั้งนี้ สามารถนำสิ่งของต่างๆ มาสมทบที่ “ตู้ปันสุข” บริเวณหน้าโชว์รูมรถยนต์มาสด้าได้ด้วยเช่นกัน โดยได้วางมาตรการเพื่อความปลอดภัยทางด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ด้วยการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ “ตู้ปันสุข” ทุก 1-2 ชั่วโมง และวางมาตรการเว้นระยะห่างจากการสัมผัสให้มากที่สุด เพื่อให้ทุกท่านอุ่นใจและปลอดภัยจากโรคโควิด-19

มาสด้าขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งจากพลังเล็กๆ เพื่อสร้างสรรค์สังคมแห่งการแบ่งปันที่ยั่งยืนในประเทศไทย ซึ่งความคาดหวังของมาสด้า คือการได้เห็นรอยยิ้มของทุกคนจากการได้เป็นทั้ง “ผู้ให้” และ “ผู้รับ” และสามารถก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยกันได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง ทั้งนี้ มาสด้าจะยังคงเดินหน้าสานต่อโครงการ “มาสด้า ปันสุข” และกิจกรรมเพื่อสังคมตลอดไป เพื่อให้การช่วยเหลือคนไทยในทุกสถานการณ์ความยากลำบาก ตามความวิสัยทัศน์ของมาสด้า เพื่อโลก เพื่อสังคม และเพื่อผู้คน ที่ยั่งยืนตลอดไป

MG HS PHEV รถยอดเยี่ยมด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่สามารถตอบสนองความต้องการและยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้าด้วยรางวัลสุดยอดนวัตกรรมสินค้า และบริการแห่งปี พ.ศ. 2564 (Product Innovation Awards) ประเภทยานยนต์ ในกลุ่มรถยนต์พลังงานทางเลือก จากรุ่น MG HS PHEV 

MG HS PHEV เป็นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการดำเนินงานของเอ็มจีในการมุ่งมั่นนำเสนอรถยนต์ที่เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยี ความทันสมัย และคุณค่าที่ได้รับ โดยมีความโดดเด่นด้านเทคโนโลยีโดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบปลั๊กอินไฮบริดที่ให้มีสมรรถนะขั้นสูงให้กำลังแรงม้าและแรงบิดที่สูงอีกทั้งยังมีระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้า หรือ EV Range สูงถึง 67 กิโลเมตร ซึ่งรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี ทางด้านการออกแบบ MG HS PHEV มีการผสมผสานระหว่างความสปอร์ตและความหรูหราได้อย่างลงตัว ดีไซน์ภายในมีการตกแต่งให้เรียบหรู มีระดับ และห้องโดยสารเงียบให้ความเป็นส่วนตัว พร้อมฟังก์ชั่นและฟีเจอร์ต่างๆ ที่ติดตั้งมาให้อย่างครบครัน พร้อมมอบประสบการณ์ใหม่และยกระดับการขับขี่ให้กับผู้บริโภคด้วยนวัตกรรมการเชื่อมต่ออัจฉริยะผ่านระบบปฎิบัติการ i-SMART รวมไปถึงการติดตั้งระบบความปลอดภัยกว่า 25 ระบบ ที่ทำงานประสานกัน (Advanced Synchronized Protection Systems) ตลอดจนเทคโนโลยีที่ช่วยในการขับขี่ หรือ ADAS ที่เทียบเท่าระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับที่ 2 สามารถขับขี่ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบัน MG HS PHEV เป็นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยมีจำหน่ายแล้วกว่า 15 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรีย เบลเยี่ยม เดนมาร์ก ฝรั่งเศส เยอรมัน อังกฤษ ไอร์แลนด์ อิสราเอล อิตาลี นอร์เวย์ สเปน สวีเดน เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย และประเทศไทย ซึ่งกว่า 13 ประเทศ ล้วนอยู่ในทวีปยุโรป แสดงให้เห็นถึงคุณภาพของรถยนต์แบรนด์เอ็มจี ที่ได้รับความไว้วางใจและมีการการันตีคุณภาพระดับสากล

สำหรับรางวัล PRODUCT INNOVATION AWARD 2021 จัดขึ้นโดยนิตยสาร BUSINESS+ ภายใต้บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อมอบรางวัลสุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปีให้แก่สินค้าและบริการที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีนวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภครวมทั้งช่วยสร้างสรรค์ให้ชีวิตของลูกค้าดีขึ้น ซึ่งเป็นผลโหวตจากผู้บริโภคทั่วประเทศ

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า
“อุตสาหกรรมยานยนต์โลกกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างยุคของรถยนต์สันดาปไปสู่ยุคของยานยนต์ไฟฟ้า ในขณะที่พฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การหาความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าจึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจและควรให้ความสำคัญ สิ่งเหล่านี้ผลักดันให้เราไม่หยุดในการพัฒนาและนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ สำหรับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เอ็มจีพร้อมจะเป็นแบรนด์รถยนต์ยุคใหม่ที่มอบสิ่งที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าอยู่เสมอ รวมทั้งจุดประกายและผลักดันตลาดรถยนต์ในประเทศไทยก้าวสู่อีกระดับต่อไป”

MG HS PHEV “REFINEMENT” คุณค่าสูงสุดแก่ผู้ขับขี่ ทั้งดีไซน์ สมรรถนะ ฟังก์ชั่น และเทคโนโลยี

MG HS PHEV มาพร้อมแนวคิด “REFINEMENT” ขับเคลื่อนทุกคุณค่าของชีวิต โดดเด่นด้วยระบบ Plug-in Hybrid ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงที่มาพร้อมนวัตกรรม Hairpin Design พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาดใหญ่ 16.6 kWh ที่ทำให้มีระยะการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าสูงสุดถึง 67 กิโลเมตร ในด้านของสมรรถนะใช้เกียร์อัตโนมัติแบบ EDU II – 10 Speeds มีกำลังสูงสุด 284 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 ได้ในระยะเวลา 7.5 วินาที มีรูปแบบการขับขี่ถึง 5 รูปแบบ โดยมีจุดเด่นที่โหมด Super Sport และ EV Mode ที่มาพร้อมระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) สามารถชาร์จพลังงาน ในระหว่างการขับขี่กลับเข้าแบตเตอรี่

MG HS PHEV มีดีไซน์พื้นฐานมาจาก MG HS รถเอสยูวีที่ผสานความหรูหราและความสปอร์ตได้อย่างลงตัว กระจังหน้าแบบ Stellar Magnetic Field ไฟหน้า LED Projector พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ ไฟส่องสว่างสำหรับขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lights) ไฟท้าย LED Space Light Field และไฟเลี้ยวแบบ Sequential ที่แสดงผลแบบไล่ระดับ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยสี 2-Tone Monaco Blue ใช้วัสดุ Soft Touch เบาะหนังคู่หน้าแบบ Sport Bucket Seat ตกแต่งด้วยวัสดุ Alcantara เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง เพิ่มความเป็นส่วนตัวในห้องโดยสารด้วย NVH Luxury Silence Space พร้อมหลังคา Panoramic Sunroof จอแสดงผลอัจฉริยะ Full Virtual Dashboard ขนาด 12 นิ้ว และจอควบคุมกลางแบบทัชกรีนขนาด 10 นิ้ว ระบบเสียง BOSE 8.1 Sound System และมีการติดตั้งไฟห้องโดยสาร Interactive Ambient Light ที่ปรับเฉดสีได้มากถึง 64 เฉดสี

สำหรับเทคโนโลยี MG HS PHEV มีการติดตั้งทั้งเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART
ที่เชื่อมต่อระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ มีฟังก์ชั่นที่ครบครัน อีกทั้งยังมีระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป Advanced Synchronized Protection System กว่า 25 ระบบ ซึ่งครอบคลุมทั้งระบบ Passive Safety และ Active Safety และระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Advanced Driver Assistance System (ADAS) ที่สามารถทำงานผสานกันเทียบเท่ากับระบบขับเคลื่อนระดับที่ 2 (Partial Automation)

MG HS PHEV มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 1,359,000 บาท พร้อมสีตัวถังให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีขาว Arctic White โดยมีสีภายในแบบ 2-Tone Monaco Blue ในขณะที่ตัวถังสีแดง Scarlet Red และสีดำ Black Knight จะมาพร้อมการตกแต่งภายในสีดำ

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมของรถยนต์ สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand