Home Blog Page 359

โตโยต้าแถลงยอดขายตลาดรถยนต์ครึ่งแรกของปี 2564 พร้อมคาดการณ์ตลาดรวมอยู่ที่ 800,000 คัน

0

มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แถลงสถิติการจำหน่ายรถยนต์ครึ่งแรกของปี 2564 พร้อมคาดการณ์ตลาดรถยนต์ไทยปี 2564 

มร.ยามาชิตะ กล่าวว่า “จากสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแพร่ระบาดในระลอกล่าสุดที่มีความรุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ได้ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวม และส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อรถยนต์ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เรายังคงมุ่งหวังว่าสถานการณ์ต่างๆจะฟื้นตัวดีขึ้น จากความพยายามของภาครัฐในการแก้ไขปัญหา ควบคู่ไปกับแผนการฉีดวัคซีนสำหรับคนไทย ซึ่งจะก่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม”

มร.ยามาชิตะ กล่าวต่อไปว่า “แม้ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยจะยังคงได้รับผลกระทบอย่างมากจากสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 แต่บรรดาบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ทั้งหลาย ก็ได้มีความพยายามในการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆในเชิงรุก เห็นได้จากการเพิ่มขึ้นของยอดขายรถยนต์จากงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 ที่ผ่านมา ตลอดจนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ ซึ่งปัจจัยต่างๆเหล่านี้มีส่วนช่วยคลายความวิตกกังวลของผู้บริโภคและกระตุ้นให้เกิดใช้จับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ส่งผลให้ตัวเลขยอดขายตลาดรวมในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 373,191 คัน เพิ่มขึ้น 13.6% จากยอดขายในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว”

สถิติการขายรถยนต์ในประเทศ

 ม.ค. – มิ.ย. 2564

ยอดขายปี 2564เปลี่ยนแปลง

เทียบกับปี 2563

Ž ปริมาณการขายรวม373,191 คัน     +13.6 %
Ž รถยนต์นั่ง120,351 คัน     + 0.5 %
Ž รถเพื่อการพาณิชย์252,840 คัน     + 21.0 %
Ž รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง)196,934 คัน     + 18.3 %
Ž รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง)168,993 คัน    + 13.1%

           

“สำหรับผลการดำเนินงานของโตโยต้าในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 มียอดขายโดยรวมเพิ่มขึ้น 24.4% หรือ คิดเป็นจำนวน 117,185 คัน ซึ่งถือได้ว่าดีกว่าอัตราการฟื้นตัวของตลาด อย่างไรก็ตาม แม้ว่าบริษัทฯ จะเผชิญกับความยากลำบากมากมายในปีที่ผ่านมา แต่ยังมีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 1 หรือเท่ากับ 31.4% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้นจากตัวเลข 28.7% ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว สืบเนื่องจากกลยุทธ์การขายแบบใหม่ของเรา  ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งรวมถึงการเสริมความเข้มแข็งในส่วนกลยุทธ์การขายบนช่องทางออนไลน์และการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ ตลอดจนความพยายามในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆของเราในช่วงแรกของปีนี้

Toyota Hilux Revo Z-Edition 8

สถิติการขายรถยนต์ของโตโยต้า

 ม.ค. – มิ.ย. 2564

ยอดขายปี 2564เปลี่ยนแปลง

เทียบกับปี 2563

ส่วนแบ่งตลาด
Ž ปริมาณการขายรวม117,185 คัน    + 24.4 %31.4 %
Ž รถยนต์นั่ง29,703 คัน    – 0.7 %24.7 %
Ž รถเพื่อการพาณิชย์87,482 คัน    + 36.1 %34.6 %
Ž รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง)74,141 คัน    + 31.8 %37.6 %
Ž รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง)61,833 คัน    + 24.6 %36.6 %

 

สำหรับแนวโน้มตลาดรถยนต์ของปี 2564 มร.ยามาชิตะคาดการณ์ว่า “มีหลากหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อทิศทางของตลาดรถยนต์ในปีนี้ อาทิ สถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกล่าสุด การเข้าถึงวัคซีนของประชาชน รวมถึงแนวโน้มสภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ ตลอดจนการสนับสนุน จากองค์กรเอกชนทุกภาคส่วนที่ผนึกกำลังในการร่วมคลี่คลายสถานการณ์ เรามีความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังนี้ จะสามารถฟื้นตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น ดังนั้นเราจึงคาดการณ์ว่ายอดขายรถยนต์ในปี 2564 จะอยู่ที่ 800,000 คัน เพิ่มขึ้น  1 % เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา”

ประมาณการยอดขายรถยนต์ในประเทศปี 2564ยอดขาย

ประมาณการปี 2564

เปลี่ยนแปลง

เทียบกับปี 2563

Ž ปริมาณการขายรวม800,000 คัน     +  1 %
Ž รถยนต์นั่ง271,000 คัน     – 1.4 %
Ž รถเพื่อการพาณิชย์529,000 คัน     + 2.3 %

 

 มร.ยามาชิตะ กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับโตโยต้า เรามีเป้าหมายการขายในปี 2564 อยู่ที่ 260,000 คัน หรือคิดเป็นยอดขายที่เพิ่มขึ้น 6.4 % จากปีที่ผ่านมา คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดที่ 32.5% แม้ว่าเราจะเผชิญปัญหาจากสถานการณ์โควิด-19  แต่เรายังคงเชื่อมั่นว่า จากความพยายามของเรา ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มยอดขายบนช่องทางออนไลน์ แพ็คเกจการให้บริการที่ทำให้ลูกค้าสามารถ “เป็นเจ้าของรถยนต์ได้ง่ายขึ้น”   และมาตรการเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ลูกค้าในเรื่องการดูแลสุขอนามัย ทั้งในโชว์รูมและศูนย์บริการ รวมทั้งการให้บริการทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคภายในรถยนต์ ตลอดจนความเข้มแข็งของเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ จะมีส่วนช่วยให้เราได้รับความเชื่อมั่นและการสนับสนุนจากลูกค้าเพื่อบรรลุสู่เป้าหมายของเราได้เป็นผลสำเร็จ”

ประมาณการขายรถยนต์ของโตโยต้าในปี 2564ยอดขาย

ประมาณการปี 2564

เปลี่ยนแปลง

เทียบกับปี 2563

ส่วนแบ่งตลาด
Ž ปริมาณการขายรวม260,000 คัน      + 6.4 %32.5 %
Ž รถยนต์นั่ง  67,000 คัน      -1.7% %24.7 %
Ž รถเพื่อการพาณิชย์193,000 คัน      + 9.6 %36.5 %
Ž รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง)166,800 คัน      + 11.5 %40.2 %
Ž รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง)142,000 คัน      + 9.3 %39.6 %

สำหรับปริมาณการส่งออกของโตโยต้าในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 บริษัทฯได้ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปจำนวน 141,909 คัน เพิ่มขึ้น 46% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา  โดยมียอดการผลิตสำหรับการขายภายในประเทศและการส่งออกมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 258,365 คัน เพิ่มขึ้น 50% จากปีที่แล้ว

ปริมาณการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป

และการผลิตของโตโยต้า ม.ค. – มิ.ย. ปี 2564

ปริมาณปี 2564เปลี่ยนแปลง

เทียบกับปี 2563

Ž ปริมาณการส่งออก141,909 คัน     + 46%
Ž ยอดผลิตรวมทั้งส่งออกและการขายในประเทศ258,365 คัน+ 50%

ทั้งนี้สำหรับเป้าหมายการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปของโตโยต้าในปีนี้ คาดการณ์ว่าปริมาณการส่งออกจะอยู่ที่ 322,000 คัน เพิ่มขึ้น 50 % จากปีที่แล้ว จากสัญญาณการฟื้นตัวในตลาดต่างประเทศ ด้วยปัจจัยต่างๆ อาทิ เช่น อัตราการลดลงของผู้ป่วยโควิด-19 ความคืบหน้าของแผนการฉีดวัคซีน และแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในประเทศต่างๆ

ส่วนในด้านการผลิตนั้น มองว่ามีแนวโน้มดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า จากความต้องการของลูกค้าในตลาดต่างประเทศซึ่งมีแนวโน้มเติบโตดีขึ้น ดังนั้นปริมาณการผลิตรถยนต์ของโตโยต้าในปี 2564 คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 580,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 31 % จากปีที่แล้ว ซึ่งการคาดการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายการขายของทั้งในประเทศและส่งออก

เป้าหมายการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป

และการผลิตของโตโยต้าปี 2564

ปริมาณปี 2564เปลี่ยนแปลง

เทียบกับปี 2563

Ž ปริมาณการส่งออก322,000 คัน      + 50 %
Ž ยอดผลิตรวมทั้งส่งออกและการขายในประเทศ580,000 คัน+ 31 %

 

มร.ยามาชิตะ ยังได้กล่าวอีกด้วยว่า ” ภายใต้การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังไม่คลี่คลาย  โตโยต้ายังคงเดินหน้าสนับสนุนและเคียงข้างสังคมไทยให้ก้าวผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน ผ่านโครงการ ‘Toyota Stay with You’ ซึ่งเราได้ส่งมอบรถยนต์โตโยต้าให้กับกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และสาธารณสุขจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อใช้ในการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ระหว่างการแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  นอกจากนี้ จากการที่บริษัทฯได้ร่วมมือกับผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ เราได้ให้บริการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อในรถยนต์โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ให้แก่ลูกค้ารถยนต์ทุกยี่ห้อไปแล้วกว่า1,300,000 คัน จนถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ เรายังมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ การบริการ และกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความใส่ใจสูงสุดในด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยของพนักงาน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด อีกทั้งเราได้มีการว่าจ้างพนักงานในส่วนของสายงานการผลิตเพิ่มมากกว่า 400 อัตรา เพื่อกระตุ้นการจ้างงานในตลาดแรงงานไทยในปัจจุบัน รวมทั้งยังมีแผนที่จะจ้างงานเพิ่มในอนาคตอีกด้วย ทั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในความมุ่งมั่นของเราที่จะมีส่วนช่วยบรรเทาสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ และเรายังคาดหวังว่าอุตสาหกรรมยานยนต์จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในอนาคต”

มร.ยามาชิตะ กล่าวปิดท้ายว่า “เราขอแสดงความขอบคุณต่อภาครัฐ และลูกค้าทุกท่านตลอดจนผู้มีส่วนร่วมทุกท่าน สำหรับการสนับสนุนที่ท่านได้กรุณามอบให้กับพวกเรามาโดยตลอด แม้ในช่วงเวลาอันยากลำบากเช่นนี้ก็ตาม เรายังคงยืนหยัดเดินหน้าตามแนวทางสากลของโตโยต้าในการยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางของการผลิตและส่งออกรถยนต์ในระดับภูมิภาค ตลอดจนเดินหน้าสร้างความเจริญเติบโตให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไป เพื่อคนไทย”

วอลโว่ คาร์ เปิด ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์เพื่อรองรับการให้บริการในรูปแบบดิจิตอล

0

วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย มุ่งมั่นพัฒนาการดำเนินงานสู่ระบบดิจิตอลให้ตอบรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง ตามปรัชญา “People are the Core of Everything We Do” ล่าสุด เตรียมเปิดศูนย์บริการลูกค้าระบบดิจิทัลครบวงจร VOLVO Customer Relations Center (CRC)” กำหนดให้บริการเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป ซึ่งลูกค้าสามารถติดต่อผ่านหมายเลข 02-161-4144 ได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง โดย Customer Relations Center (CRC) จะเปลี่ยนโฉมใหม่ ศูนย์บริการลูกค้าแบบเดิม สู่การเป็นศูนย์ข้อมูลกลางและการประสานงานผ่านเครือข่ายดิจิตอลทุกช่องทาง รองรับทั้งการจำหน่ายรถยนต์วอลโว่ พลังงานไฟฟ้า (Pure Electric) ผ่านทางเว็บไซต์รวมถึงการทำธุรกรรมทั้งก่อนและหลังการขาย ไปจนถึงการรับแจ้งเหตุฉุกเฉินและประสานให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านแอปพลิเคชัน Volvo Cars App และสัญญาณ SOS อัตโนมัติจากรถยนต์ เพื่อเพิ่มความอุ่นใจเสมือนมีผู้ดูแลความปลอดภัยแก่ลูกค้าในทุกเส้นทาง และตลอดอายุการใช้งานรถยนต์วอลโว่

นายคริส เวลส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การยกระดับศักยภาพของศูนย์บริการในครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการทำงานเพื่อสรรค์สร้างอนาคตที่ดีกว่าของวอลโว่ภายใต้แนวคิด “Change Today for a Better Future”  เราออกแบบให้ CRC ปฏิบัติงานผ่านเครือข่ายดิจิตอลเป็นหลัก เพื่อรองรับการให้บริการ Digital Services แบบครบวงจร นับตั้งแต่การจำหน่ายรถยนต์วอลโว่พลังงานไฟฟ้า100% ผ่านทางเว็บไซต์ โดยเริ่มจำหน่าย Volvo XC40 Recharge Pure Electric เป็นรุ่นแรก รวมถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นอื่น ๆ ของวอลโว่ที่จะทยอยเปิดตัวในอนาคต ตลอดจนให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน Volvo Cars App ทั้งในการตอบคำถามและการขอความช่วยเหลือด่วน โดยเฉพาะฟีเจอร์ใหม่ที่เป็นไฮไลต์สำคัญอย่างการรับสัญญาณเหตุฉุกเฉิน SOS โดยตรงจากตัวรถยนต์ผ่านเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะของวอลโว่ ซึ่งทำให้ CRC เป็นศูนย์บริการลูกค้าระบบดิจิตอลที่สามารถตอบสนองและให้ความช่วยเหลือแก่ลูกค้าได้ทันต่อเหตุการณ์ ไม่ว่าลูกค้าจะติดต่อผ่านช่องทางใดก็ตาม”

VOLVO Customer Relations Center (CRC) คือศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ที่เป็นมากกว่าสายด่วนตอบคำถามทั่วไป หากยังผสานการปฏิบัติงานบนเครือข่ายดิจิตอลแบบครบวงจร โดยมีหน้าที่การทำงานหลัก ได้แก่

สนับสนุนการบริการช่องทางจำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (Pure Electric) ผ่านทางเว็บไซต์ ­

มอบอิสระให้ลูกค้าสามารถออกแบบรถยนต์ไฟฟ้าในฝันได้จากทุกที่ผ่านเว็บไซต์ www.volvocars.com/th ทั้งรูปแบบการตกแต่ง สี และแพ็คเกจเสริม เพื่อตรวจสอบราคารวมได้ทันที โดยไม่มีข้อผูกมัดใด ๆ และหากพอใจ สามารถกดส่งข้อมูลมายัง CRC โดยทีมผู้เชี่ยวชาญจะติดต่อกลับภายใน 1 ชั่วโมง* เพื่อยืนยันข้อมูลตามขั้นตอนและนัดหมายรับรถยนต์ที่ดีลเลอร์สาขาใกล้บ้าน พร้อมบริการสอบถามความพึงพอใจหลังการขายและช่วยติดตั้งแอปพลิเคชัน Volvo Cars App เพื่อให้การดำเนินงานทุกขั้นตอนเรียบร้อยสมบูรณ์และสะดวกรวดเร็วสำหรับลูกค้ามากที่สุด  

บริการผ่านแอปพลิเคชัน Volvo Cars App

นอกจากการตรวจสอบสถานะและควบคุมการทำงานของรถยนต์แบบออนไลน์ได้จากทุกแห่ง ลูกค้ายังสามารถใช้แอป Volvo Cars App ในการติดต่อ CRC เพื่อสอบถามข้อมูล ค้นหาตำแหน่งของรถยนต์หากถูกโจรกรรม และการแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง และ ทันทีที่สตาร์ทรถยนต์ แอปจะเชื่อมต่อกับระบบการขับขี่ทันทีเพื่อให้ลูกค้าสามารถควบคุมแอปพลิเคชันต่าง ๆ ใน Google Services รวมถึงแอปเพื่อความบันเทิงอย่าง Sportify และแอป Third party อื่น ๆ บน Google Plays ให้ทำงานประสานกับรถยนต์วอลโว่ได้อย่างง่ายดาย 

รับสัญญาณฉุกเฉิน SOS จากรถยนต์โดยตรงเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

รถยนต์ไฟฟ้าของวอลโว่ทุกคันจะได้รับการติดตั้งซิมการ์ดฟรีเพื่อใช้ติดต่อกับ CRC แบบออนไลน์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย* หากรถยนต์เกิดการเฉี่ยวชนและระบบถุงลมนิรภัยเปิดทำงาน รถยนต์จะส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือฉุกเฉินมายัง CRC เพื่อแจ้งข้อมูลพิกัดรถและต่อสายตรงแบบอัตโนมัติ โดยที่ผู้ขับไม่ต้องกดโทรออกด้วยตัวเอง และหากไม่ได้รับสัญญาณการสนทนากลับจากผู้ขับ หรือ กรณีผู้ขับอาจหมดสติ CRC จะรีบติดต่อทีมช่วยเหลือที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุเพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน จึงช่วยลดโอกาสการสูญเสียและเพิ่มความมั่นใจด้านความปลอดภัยในการขับขี่รถยนต์วอลโว่ตลอดเส้นทาง

* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

บริการติดต่อสอบถามและประสานงานผ่านหมายเลข 02-161-4144

ด้วยทีมงานคุณภาพ CRC สำหรับให้บริการ ทีมงานยังสามารถประสานผู้เชี่ยวชาญทั้งฝ่ายขาย ช่างเทคนิค และฝ่ายสนับสนุนอื่น ๆ ที่พร้อมตอบทุกข้อซักถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ บริการ แพ็คเกจ และโปรโมชั่นจากวอลโว่ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประสานงานเพื่อดำเนินการให้แล้วเสร็จในที่เดียวโดยที่ลูกค้าไม่ต้องเสียเวลาในการติดต่อ

นอกจากการประกาศความมุ่งมั่นสู่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าโดยสมบูรณ์ภายในปี ค.ศ. 2030 วอลโว่ยังให้ความสำคัญกับการทุ่มงบประมาณเพื่อพัฒนาการดำเนินงานทุกด้านให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ดังกล่าว ซึ่งรวมถึงการยกระดับประสิทธิภาพของ CRC ในครั้งนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนการปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่ระบบดิจิทัลอีกหลายโครงการ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้แก่ลูกค้าของเรา ตลอดจนส่งเสริมการเติบโตทางธุรกิจผ่านการนำเสนอยานยนต์พลังานสะอาดทางเลือก เพื่อร่วมสร้างสรรค์อนาคตของโลกที่ยั่งยืนต่อไป” นายคริส เวลส์ กล่าวสรุป

 

สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณธ์และรายชื่อศูนย์บริการวอลโว่ได้ที่ศูนย์บริการลูกค้า 02-161-4144 โดยสามารถดูข่าวสารกิจกรรมล่าสุดของบริษัทได้ที่เว็บไซต์ www.volvocars.com/th

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัว “StarParts” อะไหล่รถยนต์มาตรฐานเมอร์เซเดส-เบนซ์ใหม่ ในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น

0

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัว “StarParts” อะไหล่รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ใหม่ที่ได้รับการพัฒนาและทดสอบตามมาตรฐานของเมอร์เซเดส-เบนซ์เพื่อให้เป็นทางเลือกใหม่สำหรับลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ทั่วประเทศในการบำรุงรักษารถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ที่มีอายุ 5 ปีขึ้นไป ด้วยอะไหล่คุณภาพสูงในราคาที่ต่ำลงกว่าเดิมสูงสุด 55%

นายพุทธิ ตุลยธัญ รองประธานบริหารฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ด้วยความมุ่งมั่นของเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่จะมอบการบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ทั่วประเทศไทย นอกเหนือจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ พร้อมที่สุดของนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ให้กับลูกค้าในทุกเส้นทางแล้ว การบำรุงรักษารถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ให้ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และยืดอายุการใช้งานให้กับรถยนต์แต่ละคันก็เป็นเรื่องที่เมอร์เซเดส-เบนซ์คำนึงถึง เราจึงไม่หยุดนิ่งที่จะยกระดับการบริการหลังการขายให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นที่มาให้เราเปิดตัว “StarParts” อะไหล่รถยนต์คุณภาพสำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อายุ 5 ปีขึ้นไปให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับลูกค้าในการบำรุงรักษารถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ครอบคลุมทั้งรถยนต์ในกลุ่มคอมแพ็ค รถยนต์นั่งระดับกลาง รถยนต์เอสยูวี และรถยนต์สปอร์ต ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ช่วยมอบความสะดวกสบายในการใช้งานรถยนต์คันโปรดของคุณได้อย่างยาวนานขึ้นด้วย นอกจากนี้ StarParts ยังเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับดีลเลอร์ในการรักษาลูกค้า และสร้างยอดขาย ด้านอะไหล่และบริการได้ ”

Mercedes-Benz StarParts คืออะไหล่รถยนต์ใหม่ที่ได้รับการพัฒนา ทดสอบ และอนุมัติตามมาตรฐานที่เข้มงวดทั้งของเมอร์เซเดส-เบนซ์และสถาบันทดสอบอิสระ ยืนยันได้ถึงคุณภาพและประสิทธิภาพที่แตกต่างระหว่างอะไหล่ StarParts และอะไหล่ทั่วไปในท้องตลาด โดย StarParts ผลิตขึ้นมาสำหรับใช้ในรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์อายุ 5 ปีขึ้นไป โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์นำเสนอให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการบำรุงรักษารถยนต์และการเปลี่ยนเพื่อทดแทนอะไหล่ที่หมดอายุการใช้งาน ด้วยราคาเฉลี่ยต่ำกว่าเดิมสูงสุด 55% และ   ผลิตมาสำหรับรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ได้แก่ A-Class (169/176), GLA (156), B-Class (245/246), C-Class (203/204), CLK-Class (209), E-Class (211/212), CLS-Class (218/219), ML-Class (164/166)  และ SLK-Class (170/171)

Mercedes-Benz StarParts ประกอบด้วยอะไหล่ประเภทต่าง ๆ ได้แก่ แบตเตอรี่สตาร์ท, ผ้าเบรก/ดิสก์เบรก, ไส้กรองอากาศสำหรับเครื่องยนต์, ไส้กรองน้ำมันเครื่อง, ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง, ไส้กรองน้ำมันเกียร์, ใบปัดน้ำฝน, ไส้กรองสำหรับห้องโดยสาร และหัวเทียน ทั้งนี้ เงื่อนไขการรับประกันอะไหล่รถยนต์ StarParts เหมือนการรับประกันอะไหล่รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกประการ

ลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอะไหล่ StarParts ได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์และศูนย์บริการอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

ออเทค เจแปน ผู้เติมความพรีเมียมให้ นิสสัน อัลเมร่า สปอร์ตเทค ใหม่

0

นิสสัน อัลเมร่า “สปอร์ตเทค” ใหม่ เป็นหนึ่งในรถยนต์ซีดานสำหรับคนเมืองยอดนิยม ด้วยดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ ได้ถูกปรับลุคใหม่โดย ออเทค เจแปน  (Autech Japan, Inc) สำหรับลูกค้าที่ชอบความเรียบหรู ซึ่งนิสสัน อัลเมร่า สปอร์ตเทค จะใช้วัสดุตกแต่งที่เติมความสปอร์ตพรีเมียมสไตล์ญี่ปุ่นทั้งภายในและภายนอก

ออเทค เจแปน  เป็นบริษัทในเครือของนิสสัน มอเตอร์ ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านงานออกแบบสไตล์สปอร์ตพรีเมียม ด้วยความใส่ใจในรายละเอียดและการคัดเลือกวัสดุที่นำมาใช้ตกแต่งรถยนต์ของนิสสัน ออเทค เจแปน  จะทำงานร่วมกับฐานการผลิตนิสสันในประเทศต่าง ๆ เผื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของลูกค้าในแต่ละประเทศ ทำให้การออกแบบรถยนต์นิสสันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเป็นที่ถูกใจของลูกค้ามากยิ่งขึ้น อย่างเช่น นิสสัน อัลเมร่า สปอร์ตเทค ใหม่

อัลเมร่า สปอร์ตเทค ใหม่ ได้รับการเพิ่มความสปอร์ต พรีเมี่ยม ด้วยกันชนหน้าและกันชนหลังใหม่ตกแต่งด้วยสีเงินที่ให้ความโฉบเฉี่ยว กระจังหน้าแบบโครเมียมดำเงา และเติมเต็มความสปอร์ตด้วย สปอยเลอร์หลังใหม่ พร้อมตราสัญลักษณ์ สปอร์ตเทค ที่ฝาท้าย ขณะที่ด้านข้างเสริมความสปอร์ตด้วยกระจกมองข้างสีเงินพร้อมไฟเลี้ยว และเพิ่มความพรีเมี่ยมลงตัวด้วยล้ออัลลอยสีดำปัดเงาขนาด 15 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ เติมเต็มรูปลักษณ์ให้สปอร์ตและสวยงามยิ่งขึ้นสำหรับลูกค้าที่ต้องการเพิ่มความโดดเด่น

Nissan LEAF AUTECH

เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า “นิสสัน มอตอร์ ประเทศไทย ร่วมกับกับออเทค เจแปนอย่างใกล้ชิดเพื่อพัฒนา และนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น เช่น การอัลเมร่า สปอร์ตเทค ที่น่าตื่นเต้น และเติมเต็มความสวยงามของดีไซน์ภายนอก และความสะดวกสบายของซีดานยอดนิยมของนิสสัน” อิซาโอะ เซคิกุจิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย กล่าว “นิสสันทำงานอย่างเต็มที่เพื่อศึกษาความต้องการของลูกค้าเพื่อนำเสนอรถยนต์ที่มีอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษของวัสดุที่มีคุณภาพ ที่เหมาะกับการใช้งานทุกวัน  นิสสันจะนำเสนอผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างความตื่นเต้นให้กับลูกค้าของเรา และรถยนต์นิสสันของพวกเขา”

Nissan Serena AUTECH

นอกจาก อัลเมร่า สปอร์เทค ใหม่แล้ว ออเทคยังฝากผลงานการออกแบบ และตกแต่ง รถยนต์รุ่นพิเศษต่าง ๆ ของนิสสัน ทั้งที่เสริมความสปอร์ต หรือรวมถึงรถยนต์ที่ดัดแปลงเพื่อการใช้งานเฉพาะต่าง ๆ เช่น รถที่ผู้ใช้วีลแชร์สามารถเข้าออกได้ง่าย ตัวอย่างผลงานเด่น ๆ จาก Autech ในญี่ปุ่น ได้แก่ นิสสัน ลีฟ ออเทค, นิสสัน เซเรน่า ออเทค และ นิสสัน มาร์ช โบเลโร่

Nissan March Bolero

สำหรับผู้ที่สนใจ นิสสัน อัลเมร่า สปอร์ตเทค ใหม่ ราคาเริ่มต้นที่ 629,000 บาท ลูกค้าสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nissan.co.th หรือติดต่อสอบถามผู้แทนจำหน่ายนิสสันทั่วประเทศ

GWM ขยายเวลาแคมเปญ PREMIERE DEAL พร้อมเดินหน้าส่งมอบ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ให้กับลูกค้าทั่วประเทศ

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขอบคุณการตอบรับอย่างอบอุ่นจากคนไทยที่มีต่อ All New HAVAL H6 Hybrid SUV พร้อมเดินเคียงข้างคนไทยในช่วงสถานการณ์ปัจจุบัน ด้วยการประกาศขยายระยะเวลาแคมเปญ PREMIERE DEAL ต่ออีก 1 เดือนเต็ม มอบความคุ้มค่ากับข้อเสนอสุดพิเศษให้แก่ลูกค้าตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2564 – 31 สิงหาคม 2564 ยืนยันเดินหน้าส่งมอบรถยนต์อัจฉริยะที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ขับขี่เหนือระดับ และบริการหลังการขายแบบครบวงจร

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เปิดตัว All New HAVAL H6 Hybrid SUV อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา พร้อมส่งแคมเปญ PREMIERE DEAL ที่อัดแน่นด้วยข้อเสนอสุดพิเศษที่มีมูลค่ารวมกว่า 100,000  บาท สำหรับผู้ที่จองรถยนต์หลังจากการเปิดตัวไปตั้งแต่ 28 มิถุนายน 2564 (18.00 น. เป็นต้นไป) –  31 กรกฎาคม 2564 ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากคนไทย ทั้งยอดการนัดหมายทดสอบรถยนต์และยอดจองอันล้นหลาม รวมไปถึงจำนวนลูกค้ากลุ่มแรกที่ทยอยเป็นเจ้าของ All New HAVAL H6 Hybrid SUV อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในปัจจุบัน ตลอดจนการประกาศยกระดับความเข้มข้นของมาตรการควบคุมจากคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคมเป็นต้นมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงความปลอดภัยของลูกค้าเป็นสำคัญ และเข้าใจถึงความไม่สะดวกของลูกค้าจำนวนมากที่ต้องการจะทดสอบรถและดำเนินธุรกรรมต่างๆ ในการซื้อรถ ไปจนถึงการส่งมอบรถที่ปลอดภัยต่อลูกค้า เพื่อแทนคำขอบคุณสำหรับการต้อนรับอันอบอุ่นและเพื่ออำนวยความสะดวกสูงสุดให้กับลูกค้า เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขอประกาศขยายระยะเวลาแคมเปญ PREMIERE DEAL จากเดิมตั้งแต่ 28 มิถุนายน 2564 (18.00 น. เป็นต้นไป) – 31 กรกฎาคม 2564 ออกไปอีก 1 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2564 – 31 สิงหาคม 2564 โดยลูกค้าสามารถจองรถยนต์และรับสิทธิ์ด้วยเงื่อนไขที่ครบถ้วนภายใต้แคมเปญตามเดิมทุกประการ

สำหรับแคมเปญ PREMIERE DEAL มาพร้อมกับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% นานสูงสุด 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม แพ็กเกจบำรุงรักษา GWM PRO Service Inclusive (GPSI) 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร คะแนนสะสม GWM Point 15,00 คะแนน ฟรีบริการส่งมอบรถทั่วประเทศพร้อมน้ำมันเต็มถัง และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท

นอกจากนี้ ก่อนหน้านี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังได้ประกาศขยายระยะเวลาการชำระเงินจองสำหรับลูกค้าในแคมเปญ ULTRA DEAL ซึ่งเป็นแคมเปญพิเศษในการลงทะเบียนจองสิทธิ์เพื่อซื้อ  All New HAVAL H6 Hybrid SUV ที่
เกรท วอลล์ มอเตอร์จัดขึ้นเพื่อขอบคุณลูกค้ากลุ่มแรกที่ได้ให้ความไว้วางใจในแบรนด์และผลิตภัณฑ์ก่อนการประกาศราคาอย่างเป็นทางการ โดยมีมูลค่าแคมเปญรวมกว่า 200,000 บาท โดยลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์ สามารถชำระเงินจองภายในวันที่ 15 สิงหาคม 2564 และออกรถภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2564 เพื่อรักษาสิทธิ์ดังกล่าว

หลังจากที่มีการเริ่มส่งมอบรถให้กับลูกค้ากลุ่มแรกในวันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ยังคงเดินหน้าส่งมอบ All New HAVAL H6 Hybrid SUV อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการส่งมอบที่ GWM Store และ Partner Store ทั้ง 7 สาขาทั่วประเทศ (สาขาจรัญสนิทวงศ์ สาขาพระราม 5 สาขาอุดมสุข สาขาเชียงใหม่ สาขาขอนแก่น สาขาภูเก็ต สาขาศรีราชา ชลบุรี) รวมถึงการส่งมอบรถไปยังหน้าบ้านของลูกค้า (Door-to-Door Delivery) ซึ่งเป็นประสบการณ์ใหม่ที่เกรท วอลล์ มอเตอร์จัดขึ้นเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของเรา

All New HAVAL H6 Hybrid SUV ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง เครื่องยนต์ 1.5 เทอร์โบ/ลิตร มาพร้อมระบบ Turbo
แปรผัน (VGT) ที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 243 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 530 นิวตันเมตร และระบบเกียร์ DHT (Dedicated Hybrid Transmission) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุดและส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 19.2 กิโลเมตรต่อลิตร (อ้างอิงจากระบบป้ายข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO Sticker)) อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะอันล้ำสมัยภายใต้แนวคิด LIFE+ ซึ่งเป็นระบบอัจฉริยะที่ตอบสนองความต้องการในการขับขี่ทุกเส้นทาง พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่สนุกและปลอดภัย สะดวกสบายด้วยขนาดตัวรถและห้องโดยสารขนาดใหญ่กว่าเมื่อเทียบกับรถในคลาสเดียวกัน พร้อมพื้นที่จัดเก็บสัมภาระที่กว้างขวาง สะดวกสบาย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของทุกคนในครอบครัวได้อย่างครบครัน

All New HAVAL H6 Hybrid SUV มี 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น ULTRA ราคา 1,249,000 บาท และรุ่น PRO ราคา 1,149,000 บาท โดยเป็นราคาแบบ “ONE PRICE” ราคาเดียวเท่ากันในทุกช่องทางจำหน่าย ซึ่งทั้ง 2 รุ่น ยังมาพร้อมกับการรับประกันคุณภาพตัวรถและบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Factory Warranty & Roadside Assistance) ที่จะทำให้ลูกค้าหมดกังวลในการใช้รถและการดูแลรักษาในระยะยาว ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร และการรับประกันแบตเตอรี่แบบไม่จำกัดระยะทางนานถึง 8 ปีเต็ม

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีระดับโลก” (Global Mobility Technology Company) ได้ตอกย้ำความตั้งใจในการรักษาคำมั่นสัญญาที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์และการบริการรูปแบบใหม่ภายใต้แบรนด์คอนเซ็ปต์ New Energy” “New Intelligence” และ New Experience” และพร้อมเดินเคียงข้างคนไทยในทุกๆ สถานการณ์ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีที่สุดให้กับคนไทยทุกคน

โตโยต้า ร่วมแสดงความยินดี “น้องเทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์ให้วงการเทควันโด

0

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมแสดงความยินดีกับ “น้องเทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ที่สามารถคว้าเหรียญทองจากการแข่งขันเทควันโดหญิง รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 49 กิโลกรัม ในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 สร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการกีฬาเทควันโด มอบความสุขให้กับคนไทย และเป็นขวัญกำลังใจให้กับทัพนักกีฬาไทยทุกคน

นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดใหญ่ เปิดเผยว่า “ภายใต้ความตั้งใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนารากฐานของวงการกีฬาไทยให้เข้มแข็ง และพัฒนาศักยภาพนักกีฬาทีมชาติไทยให้สามารถก้าวเข้าสู่การแข่งขันระดับโลก ในวันนี้โตโยต้ามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย “น้องเทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ที่ประสบความสำเร็จคว้าเหรียญทองแรกในมหกรรมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการกีฬาเทควันโดของประเทศ”

น้องเทนนิส” พาณิภัค เป็นหนึ่งในสองนักกีฬาไทย ในโครงการ Global Team Toyota Athletes (GTTA) ที่ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นโครงการที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนตัวแทนนักกีฬาจากทั่วโลกให้ไปถึงจุดหมาย สามารถคว้าชัยในการแข่งขันครั้งนี้ สอดคล้องกับแนวคิดขององค์กรโตโยต้าSTART YOUR IMPOSSIBLE” ที่สนับสนุนนักกีฬาผู้เป็นต้นแบบที่มุ่งมั่นในการทำในสิ่งที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้…ให้เป็นไปได้

นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดใหญ่ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผมขอร่วมแสดงความยินดีและขอบคุณฮีโร่นักกีฬาหญิง “น้องเทนนิส” พาณิภัค ที่ได้มอบความสุข และความภาคภูมิใจ เป็นของขวัญให้กับคนไทยทุกคน ท่ามกลางสถานการณ์อันยากลำบากในขณะนี้ นอกจากนี้ยังเป็นแบบอย่างที่ดีในการสร้างแรงบันดาใจให้กับคนไทย ผ่านความมุ่งมั่นเพื่อทำความฝันของตนเองให้เป็นจริง ด้วยปณิธานอันแน่วแน่สู่การเป็นนักกีฬาเทควันโดที่ประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับในระดับสากล เรามาร่วมกันส่งแรงใจเชียร์ทัพนักกีฬาไทยให้คว้าเหรียญรางวัลจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกส์ครั้งนี้ให้ได้มากที่สุด 

ติดตามข่าวสารการแข่งขันพร้อมความเคลื่อนไหว ร่วมส่งข้อความและแรงใจเชียร์ทัพนักกีฬาทีมชาติไทย และร่วมสนุกกับกิจกรรมเพื่อลุ้นรับของรางวัลพิเศษจาก โตโยต้าทุกสัปดาห์ได้ที่ FACEBOOK

เชียร์นักกีฬาไทย ส่งใจไปโอลิมปิก

#ก้าวสู่วันใหม่กับซูบารุ แจกรางวัลแพ็กเกจบำรุงรักษารถฟรี 1 ปี ทุกเดือน

0

บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศรายชื่อผู้โชคดีจากกิจกรรม “ตรวจเช็กรถวันนี้ ลุ้นแพ็กเกจบำรุงรักษารถฟรี 1 ปี” ภายใต้แคมเปญ #ก้าวสู่วันใหม่ กิจกรรมนี้เป็นการคืนกำไรให้ลูกค้าจากฝ่ายบริการหลังการขาย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 ก.ค. 64 – 31 พ.ค. 65

โดยลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ซูบารุมือสองทุกรุ่นไม่จำกัดเลขไมล์ หรือ ลูกค้าซูบารุปัจจุบัน ที่ใช้งานรถยนต์ซูบารุ 3 ปี หรือ 60,000 กม.ขึ้นไป สามารถร่วมกิจกรรมได้โดยการนำรถเข้าศูนย์บริการ รับการตรวจเช็กฟรี 20 รายการ, เช็กระยะ หรือ ซ่อมบำรุง โดยไม่จำกัดรายการและค่าใช้จ่าย ลุ้นรับรางวัลแพ็กเกจบำรุงรักษาฟรี 1 ปี หรือ สินค้าลิขสิทธิ์แท้ซูบารุ 10 รางวัลทุกเดือน

นายตวัน คำฤทธิ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด นำทีมผู้บริหาร นายวิฑูรย์ ชุมถนอม ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายบริการหลังการขาย และ นายชู ชุน คุย ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายขาย จับรายชื่อผู้โชคดีประจำเดือนกรกฎาคมทั้ง 11 ท่าน โดย ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลแพ็กเกจบำรุงรักษารถฟรี 1 ปี คือ คุณสุภัสร์ สุบงกช จังหวัดนครราชสีมา และอีก 10 ท่านผู้โชคดีที่ได้รับสินค้าลิขสิทธิ์แท้จากซูบารุ ได้แก่

  1. คุณสายทอง ทองคง จังหวัดสมุทรปราการ
  2. คุณธนพร สุขเกษม จังหวัดชลบุรี
  3. คุณอรอุษา จารุจินดา จังหวัดนนทบุรี
  4. คุณธีระศักดิ์ กิตติทวีสิน จังหวัดนนทบุรี
  5. คุณอมร บุญมา จังหวัดชลบุรี
  6. คุณอัปสร ลาภทรงสุข จังหวัดสมุทรปราการ
  7. คุณรัตน์ มะโนใจ จังหวัดลำปาง
  8. คุณวิรัชพล สุคนธมาน จังหวัดนนทบุรี
  9. คุณเอี่ยมชัย ตั้งรพีพากร จังหวัดอุบลราชธานี
  10. คุณนัธญา เตชะพฤติ จังหวัดสมุทรสาคร

“ซูบารุขอแสดงความยินดีกับผู้โชคดีประจำเดือนนี้ทั้ง 11 ท่าน และขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจแบรนด์ของเราครับ กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมหนึ่งภายใต้แคมเปญ #ก้าวสู่วันใหม่ ที่ซูบารุมีความตั้งใจที่จะคืนกำไรให้ลูกค้า รวมทั้งเป็นการกระตุ้นการใช้จ่าย หมุนฟันเฟืองเศรษฐกิจให้สามารถก้าวต่อไปได้ โดยกิจกรรมดีๆ แบบนี้จะมีต่อไปจนถึงเดือน พฤษภาคม 2565 และถือโอกาสนี้ในการเชิญชวนลูกค้าซูบารุเข้ามารับบริการที่ศูนย์บริการซูบารุทั่วประเทศ เพื่อรับสิทธิ์ลุ้นรางวัลแพ็กเกจบำรุงรักษาฟรี 1 ปี ในทุกๆ เดือน ซูบารุยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาโชว์รูมและศูนย์บริการให้มีมาตรฐานที่ดีขึ้นไปพร้อมกับการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้าในการเข้ารับบริการกับโชว์รูมและศูนย์บริการของซูบารุ” นายตวัน คำฤทธิ์ กล่าวเสริม

 

สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้โชคประจำเดือนต่อไปและติดตามข่าวสารอื่นๆจากซูบารุได้ทางแฟนเพจ Subaru Asia www.facebook.com/subaruasiath

บริดจสโตน ประเทศไทย สานต่อพันธกิจผู้สนับสนุนหลัก การแข่งขันโอลิมปิกและพาราลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020

0

บริดจสโตน ประเทศไทย สานต่อพันธกิจของกลุ่มบริษัทบริดจสโตนทั่วโลกในฐานะผู้สนับสนุนหลักการแข่งขันโอลิมปิกและพาราลิมปิกระดับโลกอย่างเป็นทางการ พร้อมเชิญชวนคนไทยร่วมติดตามการแข่งขันของ 4 พนักงานและนักกีฬาทีมบริดจสโตนประเทศไทย ดีกรีนักกีฬาพาราลิมปิกทีมชาติไทย สู่เส้นทางการพิชิตฝันครั้งสำคัญในพาราลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 24 สิงหาคม – 5 กันยายน 2564 นี้

จากความร่วมมือกันครั้งแรกระหว่างบริษัทบริดจสโตน คอร์ปอเรชั่น และคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ในปี 2557 สู่การขยายพันธสัญญาสนับสนุนการจัดการแข่งขันโอลิมปิกยาวนานต่อเนื่องจนถึงปี 2567 และการเป็นผู้สนับสนุน การแข่งขันพาราลิมปิกตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปัจจุบัน พร้อมผลักดันการสนับสนุนนักกีฬาคนพิการในประเทศไทย ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและได้รับการต่อยอดความสามารถอย่างเต็มศักยภาพ ภายใต้สังกัดนักกีฬาทีมบริดจสโตนประเทศไทย เพื่อสร้างความพร้อมต่อสู้กับทุกอุปสรรค และพิชิตฝันของตนเองได้สำเร็จ หรือ “Chase Your Dream” ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของบริดจสโตน แบรนด์ผู้ผลิตยางรถยนต์ระดับโลกที่ได้มีโอกาสจุดประกายความฝันและสร้างแรงผลักดันให้แก่ผู้คนทั่วโลกโดยไม่มีการแบ่งแยกกลุ่มชาติพันธุ์และข้อจำกัดทางร่างกาย โดยมีกีฬาเป็นตัวเชื่อมความพยายามสู่เป้าหมายได้เป็นผลสำเร็จ

ทั้งนี้ ในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 บริดจสโตน คอร์ปอเรชั่น ในฐานะผู้สนับสนุนหลักระดับโลกเพียงรายเดียวที่มีสำนักงานใหญ่ในเมืองเจ้าภาพการแข่งขัน และเพื่อเป็นการต้อนรับผู้คนจากทั่วโลกสู่ประเทศบ้านเกิดของบริดจสโตน บริษัทฯ ได้ยึดมั่นพันธกิจ “รับใช้สังคมด้วยคุณภาพที่เหนือกว่า” ด้วยการทำหน้าที่สนับสนุนและส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและยั่งยืน เพื่อให้นักกีฬาทั่วโลกสามารถพิชิตฝันของพวกเขาได้สำเร็จ  โดยนำผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตของอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมถึงการนำเสนอโซลูชั่นที่ตอบโจทย์การจัดเตรียมความพร้อมของการจัดงาน ได้แก่

  • ติดตั้งยาง Bridgestone Ecopia รุ่นใหม่ พร้อมคิดค้นและพัฒนายางรุ่นพิเศษเพื่อใช้สำหรับยานพาหนะประเภทต่าง ๆ จำนวน 3,000 คัน
  • สนับสนุนการบรรเทาและลดปัญหาการจราจรติดขัดในเมืองเจ้าภาพด้วยการสนับสนุนรถจักรยานกว่า 800 คัน พร้อมจัดหาจักรยานร่วมสมทบอีกกว่า 400 คัน และเมื่อสิ้นสุดการแข่งขัน จักรยานจากบริดจสโตนจะถูกนำไปบริจาคให้แก่องค์กรและชุมชนเป็นลำดับต่อไป
  • สนับสนุนการเดินทางของ “บริดจสโตนแบรนด์แอมบาสเดอร์” ซึ่งเป็นนักกีฬาทีมบริดจสโตนจากทั่วโลกกว่า 70 คน ได้ร่วมแข่งขันอย่างเต็มศักยภาพ
  • ร่วมนำเสนอโซลูชั่นเพื่อตอบโจทย์การก่อสร้างต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยการติดตั้งเทคโนโลยีรองรับการเกิดแผ่นดินไหว (Bridgestone seismic isolation bearings) ที่ศูนย์กีฬาทางน้ำโตเกียว (Tokyo Aquatic Centre) และสนามกีฬาอาริอาเกะ (Ariake Arena) เพื่อช่วยลดโอกาสที่จะเกิดความเสียหายจากแผ่นดินไหว
  • จัดให้มีโปรแกรมอาสาสมัครที่ส่งเสริมให้พนักงานบริดจสโตนได้มีโอกาสร่วมมือกับผู้จัดงานเพื่อทำให้มหกรรมกีฬาโตเกียวโอลิมปิกและพาราลิมปิก 2020 เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ
  • นำเสนอเครือข่ายศูนย์บริการในประเทศญี่ปุ่นเพื่อให้บริการตรวจสอบยางรถยนต์ตามปกติและบริการยางที่จำเป็นสำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกทั่วโตเกียว

“สำหรับพันธกิจในประเทศไทย บริดจสโตนได้เล็งเห็นถึงความพยายามและความมุ่งมั่นในการฝึกซ้อมของนักกีฬาพาราลิมปิกทีมบริดจสโตนประเทศไทยทั้ง 4 ท่าน ได้แก่ ชัยวัฒน์ รัตนะ (นักกรีฑาวีลแชร์เรซซิ่ง ทีมชาติไทย) วรวุฒิ แสงอำภา (นักกีฬาบอคเซีย ทีมชาติไทย) จ่าเอกอนุสรณ์ ไชยชำนาญ (นักกีฬายิงปืนคนพิการ ทีมชาติไทย) และ เจนจิรา ปัญญาทิพย์ (นักกรีฑาคนพิการ ทีมชาติไทย) ซึ่งมีผลงานสะสมและการันตีด้วยศักยภาพที่โดดเด่นจนผ่าน เข้าร่วมแข่งขันโตเกียวพาราลิมปิก 2020 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยาวนานเช่นนี้ บริษัทฯ ได้สนับสนุนนักกีฬาทั้ง 4 ท่าน อย่างเต็มกำลังให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ในฐานะที่พวกเขาเป็นพนักงานของบริดจสโตน  เพื่อให้การเก็บตัวฝึกซ้อมและการเดินทางเข้าร่วมแข่งขันเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

อีกทั้งยังได้จัดทำช่องทางประชาสัมพันธ์ข่าวสารการแข่งขันของนักกีฬาพาราลิมปิกทีมบริดจสโตนประเทศไทย ผ่าน www.bridgestonechaseyourdream.com ซึ่งเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์หลักของบริษัทฯ เพื่อให้แฟนกีฬาชาวไทยได้ร่วมติดตามผลงานพร้อมส่งกำลังใจให้พวกเขาพิชิตฝันสู่เส้นทางโตเกียวพาราลิมปิก 2020 ได้สำเร็จผ่านกิจกรรมในรูปแบบต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย” มร. เคอิจิ ชูมะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด กล่าว

ทั้งนี้นักกีฬาพาราลิมปิก ทีมบริดจสโตนประเทศไทยทั้ง 4 ท่าน จะมีกำหนดเดินทางไปยังกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ แฟนกีฬาชาวไทยสามารถติดตามข่าวสารการแข่งขันและกิจกรรมความเคลื่อนไหวเพื่อส่งกำลังใจเชียร์พวกเขาได้ผ่านทาง www.bridgestonechaseyourdream.com หรือ www.facebook.com/BridgestoneTH/

ข้อมูลนักกีฬาพาราลิมปิก ทีมบริดจสโตนประเทศไทย:

  • ชัยวัฒน์ รัตนะ (บีม) นักกรีฑาวีลแชร์เรซซิ่ง ทีมชาติไทย

เจ้าของหรียญทอง รายการ Asian Para Games 2018 ในประเภท 100 เมตรชาย

  • วรวุฒิ แสงอำภา (เจมส์) นักกีฬาบอคเซีย ทีมชาติไทย

ดีกรีมือ 1 ของโลก และเจ้าของเหรียญทอง รายการ “BISFed 2019 Seoul Boccia Asia-Ocenia Regional Championships” ประเทศเกาหลีใต้

  • จ่าเอกอนุสรณ์ ไชยชำนาญ (สรณ์) นักกีฬายิงปืนคนพิการ ทีมชาติไทย

เจ้าของผลงาน 3 รางวัล จากทุกประเภทที่ลงแข่งขัน รายการเอเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 9 ประเทศอินโดนีเซีย ประกอบด้วย รางวัล 1 เหรียญทองจากรายการปืนยาวอัดลม ประเภทท่านอน ระยะ 10 เมตร รางวัล 2 เหรียญเงิน จากรายการปืนยาวอัดลม ประเภทท่ายืน ระยะ 10 เมตร และรายการปืนยาว ประเภทท่านอน ระยะ 50 เมตร

  • เจนจิรา ปัญญาทิพย์ (เจน) นักกรีฑาคนพิการ ทีมชาติไทย

เจ้าของผลงาน 1 เหรียญเงินกระโดดไกลหญิง ในรายการ Fazza Championships World Para Athletics Grand Prix 2021 ณ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ด้วยสถิติ 4.44 เมตร

รายการ Auto Motor Thailand ประจำวันเสาร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

0
Auto Motor Thailand (Pic Open)

พบกับรายการ Auto Motor Thailand ตั้งแต่เวลา 23.00-23.30 น. ทางททบ.5 กด 1 สำหรับสัปดาห์นี้ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมากมาย อาทิ

เรื่องรถต้องรู้
– เปรียบเทียบเทคโนโลยีไฮบริดระหว่าง Nissan Kicks e-POWER กับ Honda City Hatchback e:HEV

 Auto Motor Thailand 1

ท่องโลกยานยนต์
– ยอดจำหน่ายรถยนต์ในเดือนมิถุนายน 2564
– Mazda เผยแก่นแท้ที่ทำให้ CX-30 คือที่สุดแห่งครอสโอเวอร์เอสยูวีระดับโลก

 Auto Motor Thailand 2
– Isuzu รับรางวัลเกียรติยศ “No.1 Brand Thailand 2020-2021”

 Auto Motor Thailand 3

รู้ก่อนขับกับอีซูซุ
-สัญลักษณ์รูปไฟเตือนบนหน้าปัดมีความหมายอย่างไร

 Auto Motor Thailand 4

ติดตามรับชม Auto Motor Thailand พร้อมกัน ทุกวันเสาร์ ทางททบ.5กด1 ตั้งแต่เวลา 23.00 น.เป็นต้นไป แล้วพบกันครับ

AutoFun แพลทฟอร์มยานยนต์ที่มีชีวิตชีวา

0

ครบ 1 ปี ในประเทศไทย AutoFun.co.th ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุน เป็นแรงผลัก ให้พัฒนาเนื้อหา เติมความสนุกสนาน ชวนติดตาม พร้อมวางแผนรับซื้อ-ขายรถถึงบ้าน

คุณพิสันต์ อิทธิวัฒนกุล หัวหน้ากองบรรณาธิการ AutoFun ประเทศไทย เปิดเผยว่า “ในวาระครบรอบการดำเนินงาน 1 ปี ในประเทศไทย บริษัทฯ ขอกราบขอบคุณผู้ใช้ชาวไทย เพื่อนๆ สื่อมวลชนไทย แหล่งข่าวทั้งภาครัฐและเอกชน ทำให้เราขึ้นอันดับ 2 ของสื่อยานยนต์ไทย เมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา (อ้างอิงจาก TRUEHITS.net) และที่สำคัญเราขอขอบคุณเหล่าพันธมิตรทางธุรกิจ อาทิ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จํากัด บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จํากัด และ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จํากัด ที่ให้การสนับสนุนการทำแบบสำรวจ “ผลกระทบของ COVID-19 ต่อพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคชาวไทย”

ด้วยการเป็นแพลตฟอร์มแบบเปิดเราขับเคลื่อนด้วยคุณภาพและการนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับยานยนต์ที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ทั้งแบบมืออาชีพ (PGC – Professional Generated Content) และประสบการณ์จากผู้ใช้งานจริง (UGC – User Generated Content) รับฟังความเห็นของผู้ใช้งานเราจึงเปิดคอลัมน์ “Owner Review” เป็นเวทีของเจ้าของรถตัวจริง รีวิวจริง และเป็นครั้งแรกของสื่อยานยนต์ในประเทศไทย ที่เปิดพื้นที่สำหรับให้ผู้ใช้งานจริงมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเผยแพร่บนแพลตฟอร์มของเรา ด้วยความตั้งใจที่จะให้ผู้ชมได้ข้อมูลในมุมมองใหม่ที่แตกต่างอย่างน่าเชื่อถือ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจซื้อรถได้ครบทุกมิติ

ในมุมของความเป็นมืออาชีพ (PGC – Professional Generated Content) นั้น เรามีทีมงานที่มีประสบการณ์ด้านยานยนต์มายาวนานเป็นทีมสร้างสรรค์เนื้อหาและนำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับยานยนต์ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศให้มีชีวิตชีวา สร้างความน่าสนใจในหมู่ผู้ชม อาทิ ประเด็น เผยเบื้องหลัง “ศพมนุษย์” ถูกใช้ทดสอบการชนบนเส้นขอบจริยธรรม เป็นข่าวสร้างกระแสได้อย่างดุเดือด มีผู้ชมมากกว่า    2 ล้านครั้ง แสดงความคิดเห็นและแชร์มากกว่า 470,000 ครั้ง

“AutoFun มีจุดแข็งด้านเทคโนโลยีของโครงสร้างข้อมูลเป็นตัวช่วยหลัก เห็นได้จากในรอบ 1 ปี เรานำเสนอข้อมูลของรถยนต์ 38 ยี่ห้อ 274 รุ่น 1,296 รุ่นย่อย เผยแพร่รูปรถจำนวนกว่า 15,719 ภาพ และมีเนื้อหาที่มีผู้ชมเข้าถึงมากกว่า 270,864 ชิ้น แม้เนื้อหาในรูปแบบตัวอักษรจะมีความสำคัญ แต่ในโลกปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเรามองกระแสที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ด้วยการเพิ่มจำนวนการผลิตคลิปวิดีโอ โดยคลิปที่มีความยาวจะเผยแพร่ผ่าน YouTube และคลิปสั้นเผยแพร่ผ่าน Tiktok เพื่อเพิ่มสีสัน ความสนุกสนาน ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้ใช้ยานยนต์และรองรับกระแสคนรุ่นใหม่ โดยผู้ชมสามารถติดตามเราทาง Tiktok ได้ 3 ช่องทาง คือ @autofun422 @pickupbrothers และ @esrbpegi เรามีแฟนคลับมากกว่า 7 แสนคน และผู้ชมเฉลี่ยสูงกว่า 3 แสน ในปัจจุบัน”

นอกจากนั้นในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะร่วมมือกับพันธมิตรให้บริการประเมินราคารถยนต์ถึงบ้านของลูกค้าอีกด้วย

ผู้ที่ชื่นชอบยานยนต์ สามารถติดตาม AutoFun.co.th เว็ปไซต์ที่รวมเนื้อหา บทความ การรีวิว และการบริการแบบรอบด้านเกี่ยวกับยานยนต์ อาทิ การค้นหารถยนต์ การซื้อขายและการเป็นเจ้าของรถ ทุกสิ่งที่คุณต้องการสำหรับการมองหารถคันใหม่ที่สมบูรณ์แบบ ได้ที่ www.autofun.co.th หรือ Facebook : AutoFun Thailand และ Youtube : AutoFun Thailand