Home Blog Page 361

อีซูซุได้รับรางวัลเกียรติยศ “No.1 Brand Thailand 2020-2021” แบรนด์ยอดนิยมอันดับ1 ประเภทรถปิกอัพ

0

อีซูซุได้รับรางวัลเกียรติยศแบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ในใจผู้บริโภค ในหมวดรถปิกอัพ “No.1 Brand Thailand 2020-2021” ซึ่งเป็นผลจากการสํารวจความคิดเห็นจากผู้บริโภคทั่วประเทศ โดยนิตยสาร Marketeer และ Marketeer Online ร่วมกับ สถาบันวิจัยการตลาดชั้นนำระดับโลกและระดับประเทศ 2 แห่ง คือ Kadence International (Thailand) และบริษัท มาร์เก็ตติ้ง มูฟ จำกัด โดยศาสตราจารย์วิทวัส รุ่งเรืองผล เป็นผู้ควบคุมโครงการวิจัย

นิสสัน นาวารา ชวนใช้เวลากับครอบครัวทำกิจกรรมสนุกท้ายกระบะ

0

นิสสันชวนเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส เมื่อต้องอยู่บ้านหยุดเชื้อ สนับสนุนการใช้เวลาอย่างเต็มที่กับครอบครัว สร้างความสุข และความสนุกเป็นภูมิคุ้มกันความเครียด กระชับความสัมพันธ์ในครอบครัว กับนิสสัน นาวารา

ครอบครัวมีส่วนช่วยให้ทุกคนก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก ความรู้สึกของสมาชิกในครอบครัวสามารถสร้างกำลังใจได้ นิสสันจึงชวนทำกิจกรรมสนุกๆ เพื่อสร้างช่วงเวลาที่ดีในช่วงวิกฤตนี้

1. เล่นละครเวที หรือเปิดมินิคอนเสิร์ตบนท้ายกระบะ เสริมสร้างความมั่นใจให้กับสมาชิกตัวน้อย
ในบ้าน ลองปรับมุมมองจะเห็นว่ากระบะด้านท้ายกระบะที่สูงจากพื้น สามารถเปลี่ยนเป็นเวทีขนาดเล็กได้อย่างง่าย เพียงตกแต่งฉากด้านหลัง จัดพื้นที่ด้านล่างให้มีที่นั่งสำหรับผู้รับชม เมื่อผู้แสดงแต่งตัวพร้อม ก็คว้าไมโครโฟน ก้าวขึ้นเวทีได้เลย นอกจากจะสนุก เสริมจินตนาการแล้ว ยังช่วยให้เด็ก ๆ กล้าแสดงออกในทางที่ดีอีกด้วย

2. เล่นน้ำดับร้อนบนท้ายกระบะ ปกติกิจกรรมว่ายน้ำจัดเป็นกิจกรรมยอดนิยมของครอบครัว เนื่องทั้งความสนุก ได้ออกกำลังกาย ช่วยดับร้อนเป็นอย่างดี ขั้นตอนเปลี่ยนกระบะเป็นสระ ทำง่าย ในงบประมาณไม่แพง ขอแค่มีผ้าใบสำหรับปูกันน้ำไหลออก หรือใช้ดินน้ำมันอุดรอยต่อตามจุดต่าง ๆ เติมน้ำจากสายยางโดยล็อกไว้กับตะขอยึดของกระบะ ไม่ต้องเสียเวลาถือให้เมื่อย อาจเติมโฟมอาบน้ำ ตีฟองเพื่อเพิ่มบรรยากาศ และความสนุกให้กับเด็ก ๆ เปลี่ยนวันร้อน ๆ ให้เป็นวันสนุกชุ่มฉ่ำ

3. เปลี่ยนท้ายกระบะให้กลายเป็นบ่อบอล ลูกบอลพลาสติกหลากสีในบ้านลมกั้นด้วยตาข่ายเป็นสถานที่เล่นที่เด็กทุกคนวิ่งเข้าใส่ จะดีแค่ไหนถ้าเราย้ายบ้านบอลมาไว้ที่ท้ายกระบะให้เด็ก ๆ เล่นสนุก แทนการไปเล่นบ้านบอลที่ห้างสรรพสินค้า แค่มีบอลจำนวนมากหลากสีที่ใส่จนเต็มท้ายกระบะ ก็สามารถเปลี่ยนกระบะขนของเป็นบ่อบอลของสมาชิกตัวเล็กของบ้านได้แล้ว

4. จัดแคมป์ปิ้งเปลี่ยนบรรยากาศบนรถกระบะ เปลี่ยนบ้านและรถให้กลายเป็นค่าย ตั้งเต็นท์บนรถ ชวนทำกิจกรรมเล่าเรื่อง ร้องเพลง กินบาร์บีคิว ส่องนก ดูต้นไม้หรือดูดาว ช่วยส่งเสริมทักษะความช่างสงสัยและช่างสังเกตให้กับเด็ก ๆ ย้อนวันวานเข้าค่ายให้คุณพ่อคุณแม่ สนุกกันได้ทั้งครอบครัว

5. สร้างความทรงจำถ่ายรูปครอบครัวกับกระบะคู่ใจ ในช่วงสถานการณ์ปกติ การที่สมาชิกในบ้านรวมตัวกันครบทุกคนไม่ใช่เรื่องง่าย การที่ทุกคนต้องอยู่บ้านหยุดเชื้อช่วงนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะถ่ายรูปรวมบันทึกความทรงจำเก็บไว้ ในแบบที่เท่กว่าใคร โดยให้รถกระบะคันเก่งช่วยเป็นสตูถ่ายรูป แล้วชวนทุกคนในบ้านมาออกแบบพื้นหลัง ตัดกระดาษ ตกแต่งรถให้ดูน่ารักอบอุ่นในแบบที่ครอบครัวชอบ อย่าลืมแต่งตัวสวยหล่อให้เข้ากัน รับรองว่าการถ่ายรูปในครั้งนี้จะต้องอยู่ในความทรงจำทุกคนนานกว่าการถ่ายรูปครั้งอื่นแน่นอน

ตลอดระยะเวลาที่ทำกิจกรรมสนุกเล่นกัน คุณพ่อ คุณแม่อย่าลืมอยู่กับสมาชิกตัวน้อยเสมอ เพื่อใช้เวลาด้วยกันอย่างเต็มที่  รวมถึงช่วยกันระมัดระวัง ป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย อาจหาโฟมกันกระแทกหรือฟองน้ำติดที่ขอบกระบะช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ

นิสสัน นาวารา ทุกรุ่น พร้อมช่วยเติมความสนุกในการเล่นครั้งนี้ ด้วยอุปกรณ์เสริมที่ใช้ช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับการใช้งานปกติ บันไดท้ายรถ 2 ขั้นง่ายต่อการก้าวขึ้นลงกระบะ รางยึดและตะขอยึดง่ายต่อการผูกเพื่อบรรทุกสิ่งของให้ยึดติดกับกระบะ และฝาท้ายช่วยผ่อนแรง สะดวกต่อการใช้งานสำหรับทุกคน พร้อมเสริมความหล่อของดีไซน์ใหม่ กระจังหน้าและอุปกรณ์ตกแต่งโทนสีดำ เท่ถูกใจทุกมุมมอง เสริมความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะให้คุณและสมาชิกครอบครัวมั่นใจได้ทุกการเดินทาง สามารถลุยไปได้ทุกที่ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

ในสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ติดตามข่าวสารอย่างจริงจัง และความเคร่งเครียดจากการทำงาน อาจทำให้เกิดความตึงเครียด สร้างระยะห่างภายในครอบครัวได้ นิสสัน ขอส่งเสริมให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของครอบครัว จัดสรรเวลา ดูแลและเติมความสุขให้กัน พร้อมเดินหน้าเคียงข้างคู่สังคมไทย เพื่อผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย เดินหน้าเคียงข้างสังคมไทยร่วมต้านภัยโควิด-19

0

ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่กระจายวงกว้าง กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย ร่วมกับกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย ขอเป็นอีกหนึ่งพลังในการส่งมอบความช่วยเหลือเพื่อเสริมเกราะป้องกันและสนับสนุนการทำงานให้บุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างหนัก และช่วยป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ในผู้ป่วย ด้วยการส่งมอบนวัตกรรมหน้ากากแรงดันลบและแรงดันบวกที่ผลิตโดยทีมวิศวกรฮอนด้าจิตอาสา เพิ่มเติมจำนวน 1,100 ชิ้น รวมมูลค่า 42 ล้านบาท ให้แก่กระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อจัดสรรตามความต้องการและกระจายต่อไปยังโรงพยาบาลรัฐ จำนวน 114 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงกรมราชทัณฑ์ เพื่อกระจายต่อไปยังทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ โรงพยาบาลเรือนจำกลางบางขวาง และโรงพยาบาลเรือนจำกลางสมุทรปราการ

นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร กรรมการผู้จัดการกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย กล่าวว่า “ปัจจุบัน สถานการณ์โควิด-19 ได้กลับมาระบาดอีกครั้ง มีจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น ทำให้บุคลากรทางการแพทย์รวมถึงผู้ป่วยมีความต้องการอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อและแพร่กระจายเชื้อมากขึ้น  กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย โดยทีมวิศวกร  ฮอนด้าจึงได้เร่งดำเนินการผลิตหน้ากากแรงดันฯ เพิ่มเติมอีก 1,100 ชิ้น เพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลรัฐ รวมทั้งเรือนจำและทัณฑสถาน ซึ่งเชื่อว่าความร่วมมือและความพยายามของทุกภาคส่วนจะช่วยให้เราก้าวข้ามวิกฤตในครั้งนี้ไปได้ และขอเป็นกำลังใจให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่อาสา รวมถึงผู้ป่วยทุกคน ให้พร้อมต่อสู้เพื่อเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ไปได้ด้วยดี”

นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า “กรมราชทัณฑ์ ได้ร่วมมือกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จัดตั้งศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ดำเนินมาตรการเชิงรุก เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดในเรือนจำและทัณฑสถาน โดยปรับพื้นที่บางแห่งเป็นโรงพยาบาลสนามและปรับบทบาทเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ให้ทำหน้าที่สายการแพทย์ร่วมด้วย เพื่อแก้ไขสถานการณ์การติดเชื้อภายในเรือนจำ ขณะที่โรงพยาบาลภายนอกไม่สามารถรองรับผู้ป่วยได้ ทำให้จำเป็นต้องใช้วัสดุอุปกรณ์ป้องกันสำหรับเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และผู้ต้องขังจำนวนมาก โดยหน้ากากแรงดันลบและแรงดันบวกที่ได้รับจากกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย จำนวน 100 ชิ้น จะสามารถป้องกันการติดเชื้อและแพร่กระจายเชื้อจากผู้ต้องขังในเรือนจำและทัณฑสถาน และเพิ่มความปลอดภัยให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ที่ทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยและบุคคลกลุ่มเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น กรมราชทัณฑ์ขอขอบคุณกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย สำหรับความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ต้องขัง เพื่อให้ผู้ต้องขังได้เห็นถึงคุณค่าของตนเอง และรับรู้ถึงความห่วงใยของสังคม ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการสร้างจิตสำนึกที่ดีและประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นพลเมืองดีของสังคมต่อไป”

นับตั้งแต่ปี 2563 ที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับวิกฤติโควิด-19 จนถึงปัจจุบัน ทางกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ได้มอบความช่วยเหลือไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ รวมถึงกรมราชทัณฑ์ ด้วยการผลิตและบริจาคเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแรงดันลบจำนวน 100 เตียง ซึ่งมีต้นแบบมาจากคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช และยังต่อยอดนวัตกรรมมาเป็นหน้ากากแรงดันลบและแรงดันบวก 2,100 ชิ้น พร้อมด้วยเครื่องพ่นยาฆ่าเชื้อฮอนด้า และอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็น อาทิ ชุดป้องกันเชื้อ PPE หน้ากาก Face Shield หน้ากากอนามัยแบบผ้า รวมถึงการบริการรถยนต์และรถจักรยานยนต์พยาบาลกองทุน     ฮอนด้าเคียงข้างไทย เพื่อร่วมต้านภัยโควิด-19 รวมงบประมาณกว่า 122 ล้านบาท (ข้อมูลเดือนกรกฎาคม 2564) โดยงบประมาณส่วนนี้มาจากเงินสมทบจากการซื้อรถจักรยานยนต์ รถยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ขอขอบคุณลูกค้าฮอนด้าทุกท่าน เราพร้อมที่จะยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทย เพื่อก้าวผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน

โตโยต้า รับมอบถ้วยรางวัล การแข่งขัน ADAC 24 Hours Race Nürburgring ประเทศเยอรมนี

0
โตโยต้า ภาพเปิด

มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วยนายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ รับมอบถ้วยรางวัลจากการแข่งขันรายการรถยนต์ 24 ชั่วโมงต่อเนื่อง ADAC 24 Hours Race Nürburgring ณ เมืองนูร์เบอร์ก ประเทศเยอรมนี จากนายสุทธิพงศ์ สมิตชาติ นักแข่งและผู้อำนวยการทีมโตโยต้า กาซู เรซซิ่ง ทีมไทยแลนด์ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2564 ณ ศูนย์ทดสอบรถยนต์โตโยต้า TOYOTA Driving Experience Park บางนา กม.3

โตโยต้า 2

 

ในปีนี้ ได้ส่งรถแข่งในตระกูล GR Sport กับ Toyota Corolla Altis GR Sport ซึ่งสามารถคว้าตำแหน่งแชมป์ เป็นปีที่สองติดต่อกัน และอันดับ 3 ในรุ่น Super Production 3 กับสนามแข่งที่ขึ้นชื่อว่ามีความโหด และท้าทายที่สุดสนามหนึ่งในโลก ท่ามกลางอุปสรรคและความยากลำบาก แต่ด้วยฝีมือและประสบการณ์ของทีมโตโยต้า กาซู เรซซิ่ง ทีมไทยแลนด์ ควบคู่ไปกับสมรรถนะของโคโรลล่า อัลติส ทำให้ได้รับชัยชนะในที่สุด

โตโยต้า 3

ทั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์แห่งความพร้อม ทั้งสมรรถนะด้วยเครื่องยนต์ที่ทนทาน และช่วงล่างที่ออกแบบเพื่อการขับขี่แบบสปอร์ต เกาะถนนดีเยี่ยม มีการควบคุมบังคับที่คล่องตัว พร้อมด้วยโครงสร้าง TNGA ตลอดจนระบบมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก

ฟอร์ดตอกย้ำความใส่ใจด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ ‘ไมครอนแอร์® โพรเท็กซ์’ ไส้กรองแอร์ กรองฝุ่นพิษ PM 2.5 และเชื้อไวรัส

0

ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดตัว ไมครอนแอร์® โพรเท็กซ์ ไส้กรองแอร์คุณภาพสูงรุ่นใหม่ภายใต้แบรนด์มอเตอร์คราฟท์ที่จะช่วยให้อากาศในห้องโดยสารสะอาดและบริสุทธิ์ด้วยคุณสมบัติในการกรองฝุ่น PM2.5 ปกป้องและยับยั้งการเติบของเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ลดสารก่อภูมิแพ้ ควัน และอนุภาคอื่นๆ รวมถึงดูดซับแก๊สหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์จากภายนอกได้อย่างดีเยี่ยม ไส้กรองแอร์ ไมครอนแอร์® โพรเท็กซ์ พร้อมจำหน่ายและติดตั้งแล้ววันนี้สำหรับรถฟอร์ด เรนเจอร์ ตั้งแต่รุ่นปี 2011 และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ตั้งแต่รุ่นปี 2015 ที่ศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศ

“ฟอร์ดมุ่งมั่นยกระดับการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่องเพื่อตอกย้ำแนวคิดการดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว การเปิดตัวไมครอนแอร์® โพรเท็กซ์ ไส้กรองอากาศในห้องโดยสารคุณภาพสูงให้กับลูกค้าฟอร์ด เป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของเราที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าและสอดรับกับการใช้ชีวิตท่ามกลางสภาวะแวดล้อมในปัจจุบัน” นายสันติ จิตพิชิตชัย ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

ไมครอนแอร์® โพรเท็กซ์ เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์มอเตอร์คราฟท์ที่ได้รับการออกแบบพิเศษให้มีเทคโนโลยีกรองละเอียดด้วยไส้กรอง 4 ชั้น ซึ่งได้รับการรับรองว่าปราศจากองค์ประกอบของสารไบโอไซด์ และนาโนซิลเวอร์ เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารมั่นใจด้วยการรับรองมาตรฐานระดับสากลที่ให้ประสิทธิภาพการกรองที่สูงกว่าไส้กรองธรรมดา โดยไส้กรองไมครอนแอร์® โพรเท็กซ์ สามารถกรองฝุ่น PM2.5 ได้มากถึง 98% ตามมาตรฐาน DIN 71460-1และมีความสามารถในการยับยั้งการเจริญเติบโตของไวรัส ไข้วัดนก (H1N1) โคโรนาไวรัส ชนิด HCoV-229E และแบคทีเรีย บนพื้นผิวของแผ่นกรอง ได้ถึง 99.9% ตามมาตรฐาน ISO 18184:2019 ซึ่งพัฒนาโดยองค์การมาตรฐานสากล (ISO) อีกทั้งยังปกป้องอากาศในห้องโดยสารจากสารก่อภูมิแพ้ เรณู สปอร์ อนุภาคอื่นๆ และดูดซับแก๊สหรือกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์จากภายนอกได้อย่างดีเยี่ยม

นอกจากนี้ ไส้กรองอากาศไมครอนแอร์® โพรเท็กซ์ ยังได้รับการพัฒนาให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตลอดอายุการใช้งาน ปลอดภัยด้วยวัสดุกระดาษกรองที่ผ่านการรับรองมาตรฐานไม่ลามไฟ และยังช่วยปกป้องระบบกรองอากาศของรถยนต์ให้มีอายุการใช้งานที่นานขึ้นเนื่องจากคุณสมบัติการป้องกันความชื้นและสิ่งสกปรก ซึ่งอาจกัดกร่อนและทำให้ระบบกรองอากาศของรถยนต์เสียหาย โดยสามารถดูข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่

ทั้งนี้ ลูกค้ารถฟอร์ด เรนเจอร์ ตั้งแต่รุ่นปี 2011 และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ตั้งแต่รุ่นปี 2015 สามารถติดต่อศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศเพื่อติดตั้งไส้กรองอากาศไมครอนแอร์® โพรเท็กซ์ ในราคา 540 บาท โดยไม่มีค่าแรงในการติดตั้ง และแนะนำเปลี่ยนไส้กรองอากาศทุกๆ 15,000 กม. หรือ 1 ปี แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน ซึ่งรถที่เข้ารับบริการทุกคัน จะได้รับการทำความสะอาดและพ่นยาฆ่าเชื้อก่อนส่งมอบ ให้ลูกค้าฟอร์ดมั่นใจในความปลอดภัยและการใช้บริการ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการ ‘การันตีความใส่ใจ’ เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าครอบครัวฟอร์ด

ลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ฟอร์ด Ford Call Center โทร. 1383 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ หรือดูข้อมูลและรายละเอียดด้านการบริการเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.ford.co.th

เปอโยต์ ประเทศไทย สยายปีก ขยายเครือข่าย 3 สาขา รองรับการเติบโตทางธุรกิจ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้

0

เบลฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย), ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ เปอโยต์ ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เดินหน้าขยายเครือข่ายช่วงครึ่งปีแรก เพิ่มช่องทางการจำหน่ายอีก 3 สาขา ต่อเนื่องจากสาขาเกษตร-นวมินทร์, เยาวราช สุขุมวิท และเออร์เบินสโตร์ที่สยามพารากอน รองรับลูกค้าต่างจังหวัด คือ อุบลราชธานี, ภูเก็ต และหาดใหญ่ ต่อเนื่องจากสาขา ภายใต้การบริหารงานของผู้แทนจำหน่าย บริษัท ไลอ้อน ออโตโมบิล จำกัด ทำให้ปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 6 สาขา และอีก 1 เออร์เบินสโตร์ ตอกย้ำความเชื่อมั่นของลูกค้า ด้วยคุณภาพของรถยนต์สัญชาติฝรั่งเศส ผสานความเป็นเลิศด้านบริการหลังการขาย

เปอโยต์ 3008

จตุพล พุทธวิบูลย์, ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายการตลาด เปอโยต์ ในประเทศไทย กล่าวว่า “เปอโยต์ นับเป็นแบรนด์ที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลาย ครอบคลุมตลาดรถยนต์ทุกเซกเมนท์ โดยในปลายปีนี้ได้เตรียมเปิดตัว และพร้อมส่งมอบ เปอโยต์ 2008 เอสยูวีระดับเริ่มต้นในกลุ่มรถยนต์ราคาประมาณ 1 ล้านบาท เพื่อเสริมทัพรุ่น 3008 เอสยูวี และ 5008 เอสยูวี 7 ที่นั่ง ซึ่งกำลังทำตลาดในปัจจุบัน”

“การเปิดสาขาในต่างจังหวัด เป็นการขยายเครือข่ายตามแผนที่วางไว้ โดยเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง หลังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำเข้ารายใหม่อย่างเป็นทางการช่วงปี 2019 ปัจจุบันกำลังเปิดรับสมัครผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เพื่อมอบผลิตภัณฑ์และบริการอันเป็นเลิศให้กับลูกค้าทั่วประเทศไทย สำหรับผู้สนใจสามารถสมัครเพื่อเป็นผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการได้แล้ววันนี้ ทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองหลัก อาทิ เชียงใหม่ นครราชสีมา และขอนแก่น”

ทวีวัฒน์ ปรุงพัฒนสกุล, ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไลอ้อน ออโตโมบิล จำกัด ให้ข้อมูลว่า “เปอโยต์ สาขาอุบลราชธานี, ภูเก็ต และหาดใหญ่ เป็นการขยายสาขานอกกรุงเทพฯ เพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในอุบลราชธานี, ภูเก็ต, หาดใหญ่ รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โชว์รูมตกแต่งในสไตล์ฝรั่งเศส สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของรถยนต์ เปอโยต์ และผู้ครอบครอง อีกทั้งยังมีรถผู้บริหารป้ายแดง ไมล์น้อย รวมถึงรถมือสอง ให้ลูกค้าได้เลือกสรรเพื่อความคุ้มค่าสูงสุด”

เปอโยต์ 5008

เปอโยต์ 3008 เอสยูวี และ 5008 เอสยูวี 7 ที่นั่ง มาพร้อมความอุ่นใจด้วยการรับประกันคุณภาพ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และแพ็คเกจบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร รวมถึงบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศนาน 3 ปีเต็ม พร้อมตอกย้ำความเชื่อมั่นของลูกค้า ด้วยทีมงานมืออาชีพ พร้อมมีแผนนำเข้ายนตรกรรมรุ่นใหม่ๆ เพื่อจำหน่าย และเน้นการขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ เปอโยต์ ไทยแลนด์ คอลล์เซ็นเตอร์ 02-931-8400 หรือเว็บไซต์ www.peugeot.co.th

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มุ่งมั่นช่วยภาคธุรกิจองค์กร พร้อมเสริมแกร่งทีมฝ่ายขายและแคมเปญมากมายเพื่อสนับสนุนลูกค้า

0

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังคงขับเคลื่อนตลาดในกลุ่มลูกค้าองค์กรได้อย่างต่อเนื่อง มุ่งสนับสนุนธุรกิจของลูกค้าภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่ยังคงไม่แน่นอน จึงพร้อมเสนอแคมเปญด้านการขายและข้อเสนอทางการเงินเฉพาะสำหรับลูกค้าองค์กร ไม่ว่าจะเป็น ข้อเสนอพิเศษดาวน์ 0% สำหรับลูกค้าองค์กรทุกประเภท ข้อเสนอผ่อนชำระรายเดือนเริ่มต้นเพียง 39,990 บาท พร้อมประกันภัย BMW Protect ชั้นหนึ่ง ตลอดสัญญาเช่าซื้อ และการรับประกันราคาการซื้อรถคืนหลังหมดสัญญา* สำหรับลูกค้าธุรกิจรถเช่าที่ซื้อบีเอ็มดับเบิลยูซีรี่ส์ 3 และข้อเสนอทางการเงินอีกมากมาย พร้อมเดินหน้าเสริมทัพทีมบุคลากรฝ่ายขายในระดับองค์กร เพื่อให้สามารถรองรับการให้บริการและอำนวยความสะดวกต่อลูกค้าธุรกิจองค์กรอย่างเต็มที่

มร.อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ส่วนสำคัญหนึ่งของธุรกิจของเรา คือความร่วมมือระหว่างบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยรวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งเราไม่เพียงให้ความสำคัญแก่ผู้บริโภครายบุคคลเท่านั้น แต่เรายังพร้อมนำเสนอยนตรกรรมและบริการที่มาพร้อมที่สุดแห่งความคุ้มค่าและคุณภาพระดับพรีเมียม ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการและสร้างข้อได้เปรียบทางธุรกิจให้แก่ลูกค้าระดับองค์กรด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น บริษัทมหาชน ธุรกิจขนาดกลางและย่อม รวมถึงลูกค้าธุรกิจโรงแรม โดยด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน เราพร้อมมอบทางเลือกบริการทางการเงินและข้อเสนออีกมากมาย รวมถึงสิทธิประโยชน์คุ้มค่าและบริการหลังการขายที่อุ่นใจ เพื่อเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจให้แก่ลูกค้าองค์กรให้สามารถฝ่าฟันและประคองธุรกิจผ่านความท้าทายต่อไปได้”

 

เสริมแกร่งทีมฝ่ายขายสำหรับลูกค้าองค์กร รุกขยายฐานลูกค้าพร้อมร่วมขับเคลื่อนธุรกิจด้วย
ยนตรกรรมและบริการระดับพรีเมียม

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ยังได้เตรียมความพร้อมด้านบุคลากรเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าองค์กรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยทีมฝ่ายขายที่รับผิดชอบดูแลการวางกลยุทธ์การขาย แผนการตลาด จนถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์และข้อเสนอต่าง ๆ และการนำเสนอบริการสำหรับลูกค้าองค์กรทุกประเภท ได้แก่

คุณมนัสนันท์ อยู่ญาติวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายขายลูกค้าองค์กรและลูกค้าธุรกิจโรงแรม ดูแลการวางกลยุทธ์ด้านการขายระดับองค์กร โปรแกรมการขายพิเศษสำหรับลูกค้าธุรกิจโรงแรม การวางแผนการตลาด และกลยุทธ์การขายของเครือข่ายผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการสำหรับลูกค้าองค์กร

คุณวิสิษฐ์ ดุษฎีประเวศน์ ผู้จัดการฝ่ายขายลูกค้าองค์กร รับผิดชอบด้านการขายรถยนต์ฟลีท การขายระดับองค์กรผ่านเครือข่ายผู้จำหน่ายของบีเอ็มดับเบิลยู รวมถึงการบริหารดูแลลูกค้าองค์กรใหญ่ต่าง ๆ

คุณญาดานันท์ บุนนาค ฝ่ายขายลูกค้าองค์กรที่มีสถานะทางการทูตและลูกค้าธุรกิจโรงแรม ดูแลลูกค้าที่มีสถานะทางการทูต รถประจำสถานทูต และองค์กรระหว่างประเทศ รวมถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์และข้อเสนอทางการเงินแก่ธุรกิจให้บริการรถลิมูซีนและลูกค้าธุรกิจโรงแรมระดับห้าดาว

คุณยุทธนา ม้ามณีแดง หัวหน้าฝ่ายกลุ่มลูกค้าองค์กรและธุรกิจรถยนต์ใช้งานแล้ว บีเอ็มดับเบิลยูไฟแนนเชียล เซอร์วิส รับผิดชอบในการเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินสำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กร และธุรกิจรถยนต์ใช้งานแล้ว

คุณณัฐวุฒิ เกียรติดำรงวงศ์ ผู้จัดการการขาย ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ฝ่ายขายลูกค้าองค์กร และธุรกิจรถยนต์ใช้งานแล้ว บีเอ็มดับเบิลยูไฟแนนเชียล เซอร์วิส

 

ทางเลือกยนตรกรรมและข้อเสนอทางการเงินที่หลากหลายสำหรับลูกค้าระดับองค์กร

ทัพยนตรกรรมระดับพรีเมียมของบีเอ็มดับเบิลยู มอบตัวเลือกหลากหลายครอบคลุมทุกความต้องการทั้งสำหรับผู้บริหารและการใช้งานขององค์กร เสริมศักยภาพด้านการเดินทางและบริการด้วยนวัตกรรมยานยนต์ที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะทรงพลังและเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายครบครัน ไม่ว่าจะเป็น บีเอ็มดับเบิลยูซีรี่ส์ 3 ยอดฮิตอย่างบีเอ็มดับเบิลยู 320d M Sport, บีเอ็มดับเบิลยู 330Li M Sport รุ่นฐานล้อยาวเพื่อความสะดวกสบายของผู้โดยสารยิ่งขึ้น และบีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดเพื่อลดการปล่อยมลพิษ ตลอดจนถึง รถซีดานสุดหรูอย่างบีเอ็มดับเบิลยูซีรี่ส์ 7 และรถยนต์อเนกประสงค์สำหรับทุกเส้นทางในตระกูล X

ด้านบริการทางการเงิน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้ออกแบบข้อเสนอพิเศษที่หลากหลายและคุ้มค่าโดยเฉพาะสำหรับลูกค้าองค์กร ได้แก่

  • ข้อเสนอดาวน์ 0% สำหรับลูกค้าองค์กรทุกประเภท
  • บริการออกแบบข้อเสนอทางการเงินพิเศษสำหรับลูกค้าธุรกิจรถเช่า
  • ข้อเสนอผ่อนชำระรายเดือนสำหรับลูกค้าธุรกิจรถเช่าที่ซื้อบีเอ็มดับเบิลยูซีรี่ส์ 3 เริ่มต้นที่ 39,990 บาท พร้อมประกันรถยนต์ประเภท 1 BMW Protect ตลอดสัญญา และการรับประกันราคาการซื้อรถคืนหลังหมดสัญญา*
  • ดีลแพ็คเกจเอ็กซ์คลูซีฟที่ครอบคลุมโปรแกรมบำรุงรักษา BMW Service Inclusive (BSI) นาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แผนประกันภัยรถยนต์ประเภท1 BMW Protect พร้อมรถทดแทนระหว่างซ่อม

นอกจากนี้ ลูกค้าองค์กรยังได้รับสิทธิพิเศษในการรับบริการทดลองขับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู บริการช่วยคำนวณราคาและความคุ้มค่าเพื่อให้ตอบโจทย์กับแต่ละองค์กร และสิทธิพิเศษในการเข้าร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟของบีเอ็มดับเบิลยู เช่น โปรแกรมขับรถยนต์ BMW Driving Experience โปรแกรมเยี่ยมชมโรงงานที่จังหวัดระยอง การร่วมแข่งขันกอล์ฟรายการ BMW Golf Cup International เป็นต้น

ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bmw.co.th หรือติดต่อ BMWCorporate-Sales@bmw.co.th หรือติดต่อผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยู

 

*เงื่อนไขและข้อกำหนด

  • คำนวณจากสัญญาเช่าซื้อที่ 48 เดือน
  • ค่าเช่าซื้อต่อเดือนเป็นไทยบาทและรวมภาษีมูลค่าเพิ่มที่ 7% แล้ว
  • บีเอ็มดับเบิลยูไฟแนนเชียล เซอร์วิส ขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • ขึ้นอยู่กับการพิจารณาการอนุมัติสินเชื่อโดย บีเอ็มดับเบิลยูไฟแนนเชียล เซอร์วิส
  • เป็นสัญญาเช่าซื้อ

เงื่อนไขและข้อกำหนดสำหรับ Freedom Choice

สำหรับสัญญาเช่าซื้อที่ 48 เดือน สงวนสิทธิ์จำกัดระยะทางการใช้งานรถยนต์ที่ 20,000 กิโลเมตร / ปี ถ้าเกิน 20,000 กิโลเมตร แต่ไม่เกิน 30,000 กิโลเมตร / ปี ยังสามารถใช้สิทธิ์คืนรถได้ โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ 25 บาท ต่อกิโลเมตร

เอ็มจี เปิดตัว “ALL NEW MG5” สปอร์ตคูเป้ซีดาน ในราคาเริ่มต้นเพียง 559,000 บาท

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทยบุกตลาดรถยนต์นั่งในครึ่งปีหลังด้วย “ALL NEW MG5” ด้วยคอนเซ็ปต์ BEYOND” เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบความโดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยรถยนต์ที่มีรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ตคูเป้ซีดาน พร้อมพื้นที่ห้องโดยสารขนาดใหญ่ ฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกครบครัน สมรรถนะการขับขี่ที่มาพร้อมระบบความปลอดภัยเหนือระดับ รวมถึงเทคโนโลยีล้ำสมัย ในราคาเริ่มต้นที่ 559,000 บาท พร้อมจัดจำหน่ายและเปิดให้ทดลองขับแล้ววันนี้ ที่โชว์รูมเอ็มจีกว่า 150 แห่งทั่วประเทศ

ALL NEW MG5 เป็นยนตรกรรมรุ่นล่าสุดที่สะท้อนแนวทางการพัฒนาของเอ็มจี ซึ่งประกอบด้วย 3 แกนหลัก ได้แก่ เทคโนโลยี (Technology) ความทันสมัย (Fashion) และ ความคุ้มค่า (Value)  โดยมีรูปลักษณ์สไตล์สปอร์ตคูเป้ที่เป็นเอกลักษณ์ มีมิติตัวถังที่ใหญ่กว่ารถยนต์ประเภท B-segment ทั่วไป จึงให้มีพื้นที่ภายห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบาย มีพื้นที่เหนือศีรษะที่สูงโปร่ง พร้อมการตกแต่งสไตล์สปอร์ตพรีเมียม การออกแบบคอนโซลกลางแบบ Driver-focus cockpit ที่ให้องศาที่เหมาะกับตำแหน่งคนขับ รวมไปถึงการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ในระดับมาตรฐานของ B-Sedan มาตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED พร้อมระบบเปิดปิดอัตโนมัติ วัสดุภายในเป็นแบบผิวสัมผัสนุ่ม (Soft touch) ในหลายตำแหน่ง หน้าจอแบบสัมผัสขนาด 10 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และโทรศัพท์มือถือระบบ Android พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น และปุ่ม PUSH Start

ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการติดตั้งอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่เหนือระดับเทียบเท่ากับ รถ C-Sedan ได้แก่ อัลลอยด์ขนาด 17 นิ้ว ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ มาตรวัดอัจฉริยะแสดงผลแบบดิจิตอลขนาด 7 นิ้ว ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง หลังคาซันรูฟ และเหนือกว่าด้วยระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART เอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับรถยนต์เอ็มจีที่โดดเด่นด้วยระบบการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยซึ่งมาพร้อมฟังก์ชั่นใหม่ล่าสุด คือ กุญแจดิจิตอล (Digital Key) ที่เจ้าของรถสามารถส่งผ่านมายังโทรศัพท์มือถือ โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องใช้กุญแจในการสตาร์ท อีกทั้งยังสามารถส่งกุญแจดิจิตอลให้กับผู้อื่นเพื่อใช้งานรถยนต์ได้ด้วยการรับ-ส่งโค้ดผ่านทางแอพพลิเคชั่น i-SMART 

ALL NEW MG5 ให้ความสนุกในการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร มีกำลังสูงสุด 114 แรงม้า ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT 8 สปีด รวมไปถึงระบบช่วยในการขับขี่และระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรปที่ทำงานประสานกันเป็นหนึ่งเดียว (Synchronized Protection System) ที่สร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นดีสก์เบรก 4 ล้อ มาพร้อมระบบป้องกันล้อล็อก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง 3 มิติ ระบบควบคุมการทรงตัวในขณะเข้าโค้ง ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและการลื่นไถล ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน และอื่นๆ อีกมากมาย

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “เป้าหมายของเอ็มจี คือการให้ผู้บริโภคชาวไทยได้รับประสบการณ์การใช้งานรถยนต์ที่ดีกว่าเดิมอยู่เสมอ ควบคู่กับการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยด้วยการแนะนำรถยนต์รุ่นต่างๆ ที่มีความโดดเด่นในด้าน เทคโนโลยี (Technology) ความทันสมัย (Fashion) และ ความคุ้มค่า (Value) สู่ตลาดเมืองไทยอย่างต่อเนื่องครอบคลุมเกือบทุกเซกเมนต์ สำหรับการเปิดตัว ALL NEW MG5 ในครั้งนี้จะเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ซึ่งชื่นชอบรถยนต์นั่งสไตล์สปอร์ต โดยรถรุ่นนี้มาพร้อมนิยาม “BEYOND” ที่สะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ที่มีความโดดเด่นและมีมุมมองที่เหนือระดับ รวมทั้งสะท้อนวิสัยทัศน์ของเอ็มจีที่ต้องการสร้างจุดขายที่เหนือชั้นกว่าให้กับรถยนต์ในกลุ่ม B-segment รวมไปถึงกลุ่ม Eco-Car ของไทยให้ก้าวข้ามกรอบเดิมๆ ซึ่งเรามั่นใจว่าด้วยความโดดเด่นของ ALL NEW MG5 และความพร้อมของการบริการหลังการขายด้วยศูนย์บริการมาตรฐานเอ็มจีกว่า 150 แห่ง ทั่วประเทศ จะทำให้รถยนต์รุ่นนี้เป็นอีกรุ่นที่ได้รับความนิยม สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างตรงจุดและมอบประสบการณ์ที่เหนือชั้นกว่าให้กับผู้ขับขี่ได้อย่างแน่นอน”

สำหรับ ALL NEW MG5 มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย แบ่งออกเป็น รุ่น C รุ่น D และรุ่น X พร้อมสีตัวถังทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีเหลือง (Nuclear Yellow) สีขาว (Arctic White) สีดำ (Black Knight) สีเงิน (Silver Metallic) สีแดง (Scarlet Red) และสีเทา (Metal Ash Grey)  โดยมีราคาจำหน่ายดังนี้

รุ่นรถยนต์ราคาจำหน่าย (บาท)
ALL NEW MG5 รุ่น C559,000
ALL NEW MG5 รุ่น D599,000
ALL NEW MG5 รุ่น X689,000

ปัจจุบันเอ็มจีมีศูนย์บริการมาตรฐานกว่า 150 แห่ง สามารถรองรับการให้บริการแก่ลูกค้าได้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมการบริการหลังการขายเพื่อการดูแลลูกค้าที่ครบวงจรภายใต้ชื่อ “แพสชั่น เซอร์วิส” (Passion Service) ซึ่งได้แก่ การรับประกันคุณภาพนาน 4 ปี หรือ120,000 กิโลเมตร การบริการเช็คระยะและตรวจสอบสภาพรถนอกสถานที่ (Mobile Services) บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) บริการศูนยลูกค้าสัมพันธ์ (MG Call Centre) ตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งยังมีบริการรถสำรองใช้ระหว่างรอซ่อม เพื่อยกระดับความสะดวกสบายสร้างความมั่นใจและพึงพอใจสูงสุดใหญ่แก่ลูกค้าที่ใช้รถยนต์เอ็มจี

ทั้งนี้ ในโอกาสเปิดตัว ALL NEW MG5 อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เอ็มจี ยังได้เชิญ “คุณแมน – ทัศไนย ไรวา” กูรูรถยนต์และนักออกแบบรถยนต์ “คุณมายด์ – ณภศศิ สุวรรณ” ดารา นางแบบชื่อดัง “คุณโจ้ – จิรวัชร์ จิตติมานะสัจจะ” ยูทูปเบอร์สายรถยนต์ และ “คุณซี – ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์” พิธีกรสายไอทีชื่อดัง มาร่วมถ่ายทอดความโดดเด่นของ ALL NEW MG5 ในแต่ละด้านให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่สนใจสามารถทดลองขับ ALL NEW MG5 ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมเอ็มจีทั่วประเทศ โดยบริษัทฯ จะเริ่มทยอยส่งมอบ ALL NEW MG5 ให้กับลูกค้าภายในปลายเดือนนี้เป็นต้นไป

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand

 

 

 

HAVAL H6 HEV รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดใช้แพลตฟอร์ม L.E.M.O.N. สุดล้ำ เปิดตัวในไทย

0

เมื่อไม่นานมานี้ 3rd Gen HAVAL H6 HEV ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดรุ่นแรกที่ใช้แพลตฟอร์ม L.E.M.O.N. ได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภคชาวไทยทันทีที่เปิดตัว ทั้งนี้ แพลตฟอร์ม L.E.M.O.N. เป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีโมดูลาร์อัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุดที่บริษัท GWM พัฒนาขึ้นเพื่อตลาดโลก

ตอนที่เริ่มออกแบบแพลตฟอร์ม L.E.M.O.N. นั้น ทาง GWM ต้องการนำเสนอตัวเลือกที่หลากหลายให้แก่ผู้ใช้งาน ดังนั้น แพลตฟอร์มนี้จึงมีความยืดหยุ่น ประสิทธิภาพสูง ความปลอดภัยสูง และน้ำหนักเบา ทั้งยังสามารถเข้ากันได้ดีกับยานยนต์หลายรุ่น เช่น 3rd Gen HAVAL H6, HAVAL JOLION และ HAVAL DAGOU โดยช่วยให้รถเหล่านี้มีโครงสร้างบอดี้ดีขึ้น มีสมรรถนะแข็งแกร่งขึ้น และสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั้งในด้านคุณภาพและความสะดวกสบาย

HAVAL H6 HEV คือรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดที่ใช้แพลตฟอร์มดังกล่าว และเป็นรถรุ่นแรกที่ใช้เทคโนโลยี “L.E.M.O.N. DHT” ในตลาดต่างประเทศ มาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 1.5T และระบบเปลี่ยนโหมดขับขี่อัจฉริยะตามสภาพการใช้งานที่แตกต่างกัน โดยสามารถหลีกเลี่ยงสภาพการจราจรติดขัดในเมืองที่ทำให้ต้องเบรกบ่อย ๆ และลดแรงต้านของอากาศที่มีต่อเครื่องยนต์เมื่อวิ่งบนทางหลวง นอกจากนี้ อัตราการประหยัดเชื้อเพลิงยังเพิ่มขึ้นเนื่องจากการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงลดลงเหลือ 4.9 ลิตร/100 กิโลเมตร อีกทั้งยังมีความสมดุลอย่างสมบูรณ์แบบรระหว่างประสิทธิภาพสูงและสมรรถนะสูงในทุกระดับความเร็วและสภาพการขับขี่

3rd Gen HAVAL H6 เป็นรถรุ่นแรกในต่างประเทศที่ใช้แพลตฟอร์ม L.E.M.O.N. และมีน้ำหนักเบากว่ารุ่นก่อน 8%-10% ทั้งยังมีสมรรถนะสูงขึ้นทั้งในด้านอัตราเร่ง การเบรก การควบคุมพวงมาลัย และการไต่ทางชัน โดยสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงน้อยลง ยิ่งไปกว่านั้น วัสดุกว่า 70% ของรถรุ่นนี้ยังทำจากเหล็กกำลังสูง และชิ้นส่วนสำคัญ (เช่น Column A, Column B และกรอบประตู) รับแรงดันได้ถึง 2,000 MPa ขณะเดียวกัน ความแข็งของบอดี้และความปลอดภัยโดยรวมของตัวรถก็ได้รับการปรับปรุงอย่างมีนัยสำคัญ นับเป็นวิวัฒนาการครบถ้วนรอบด้านอย่างแท้จริง

HAVAL DAGOU เป็นรถรุ่นที่สองที่ใช้แพลตฟอร์ม L.E.M.O.N. มาพร้อมโครงสร้างบอดี้แบบชิ้นเดียว ระบบกันสะเทือน MacPherson และระบบกันสะเทือนแบบอิสระมัลติลิงก์ รวมถึง hot stamping door ring ที่ใช้แทน spot welding spliced ซึ่งช่วยลดการยุบตัวของบอดี้เมื่อเกิดการชน และเพิ่มความปลอดภัยของผู้โดยสารในการชนแบบเหลื่อมกัน 25% ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์ม L.E.M.O.N. ยังมีความยืดหยุ่นสูง โดยสามารถปรับให้เข้ากับมิติต่าง ๆ ของแกนล้อ ฐานล้อ ระบบส่งกำลัง และระบบกันสะเทือน เพื่อรองรับการขับขี่หลากหลายรูปแบบ

แพลตฟอร์ม L.E.M.O.N. ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีของ GWM ไม่เพียงมอบพลังให้กับยานยนต์เท่านั้น แต่ยังให้การสนับสนุนทางเทคนิคเพื่อส่งเสริมการขยายธุรกิจสู่สากล ในอนาคต บริษัทจะเปิดตัวยานยนต์รุ่นใหม่ ๆ ที่ใช้แพลตฟอร์มนี้ทั่วโลก เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ประหยัด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปลอดภัย และสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้งาน

รายการ Auto Motor Thailand ประจำวันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

0
Auto Motor Thailand Pic Open

พบกับรายการ Auto Motor Thailand ตั้งแต่เวลา 23.00-23.30 น. ทางททบ.5 กด 1 สำหรับสัปดาห์นี้ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมากมาย อาทิ

“เรื่องรถต้องรู้”
-ทดลองขับ Honda City Hatchback e:HEV มีดีที่อเนกประสงค์ ประหยัด มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย

Auto Motor Thailand 1

“ท่องโลกยานยนต์”
– Mazda เตรียมกลยุทธ์การบริหารในช่วงครึ่งปีหลัง 2564

Auto Motor Thailand 2
– แถลงข่าวเปิดตัวรถจักรยานยนต์ Yamaha รุ่นใหม่

Auto Motor Thailand 3
– รีวิวรถอเนกประสงค์ 11 ที่นั่ง Hyundai Staria 2021

Auto Motor Thailand 4

“รู้ก่อนขับกับอีซูซุ”
– ว่ากันด้วยเรื่องราวการทำงานของถุงลมนิรภัย

Auto Motor Thailand  5

ติดตามรับชมรายการ Auto Motor Thailand พร้อมกัน ทุกวันเสาร์ ทางททบ.5กด1 ตั้งแต่เวลา 23.00 น.เป็นต้นไป แล้วพบกันครับ