Home Blog Page 382

ฟอร์ดวางจำหน่าย “แอตลาส” ยางคุณภาพระดับโลกในราคาคุ้มค่า ที่ศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศ

0

ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดวางจำหน่ายยางแอตลาส ยางแบรนด์ระดับโลกในราคาคุ้มค่าที่ศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศ เพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าได้ใช้ยางแบรนด์ระดับโลกในราคาประหยัดคุ้มค่า มาพร้อมข้อเสนอผ่อน 0% นาน 10 เดือน สำหรับลูกค้าครอบครัวฟอร์ด พร้อมมอบโปรแกรมรับประกันราคายาง หากเจอที่อื่นถูกกว่ารับเงินส่วนต่างคืนทันที และรับประกันอุบัติเหตุจากสภาพถนนนานสูงสุด 1 ปี

ยางแอตลาส เป็นแบรนด์ระดับโลกจากอเมริกา ที่ผ่านมาตรฐานการรับรองระดับสากลทั้งจาก DOT ของสหรัฐอเมริกา ECE ของยุโรป และ CCC ของประเทศจีน รวมถึงได้รับมาตรฐานการรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์จาก มอก. ของประเทศไทย ทำให้มั่นใจได้ว่าเป็นยางที่มีคุณภาพและมีความทนทานเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลกโดยฟอร์ดพร้อมวางจำหน่ายยางแอตลาสสำหรับรถยนต์ครบทุกรุ่น ที่ศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศ ซึ่งจะมียางหลากหลายรุ่นให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อตามประเภทรถยนต์และการใช้งาน ดังนี้

ยางแอตลาสสำหรับรถยนต์นั่ง มีให้เลือก 2 รุ่น คือ รุ่น FORCE UHP ซึ่งเป็นยางสมรรถนะสูงสไตล์สปอร์ต สำหรับผู้ที่เน้นความเร็วและเกาะถนนที่ดี และรุ่น FORCE HP ซึ่งเป็นยางที่ให้ความนุ่มสบายตอบสนองการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ยางแอตลาสสำหรับรถอเนกประสงค์และรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อ มีให้เลือก 4 รุ่น 2 ประเภทการใช้งาน ได้แก่ ยางสำหรับใช้งานออนโรด ได้แก่ รุ่น PARALLER H/T ซึ่งเป็นยางที่เหมาะสำหรับการขับขี่บนถนนหลวง เน้นความรู้สึกนุ่มนวล และรุ่น PARALLER 4X4 HP ซึ่งเป็นยางที่เหมาะสำหรับการขับขี่ด้วยความเร็วบนถนนหลวง และยางสำหรับการขับขี่ในทุกสภาพถนน (ALL-Terrain / OFF-ROAD) ได้แก่รุ่น PARALLER A/T ซึ่งเป็นยางที่เหมาะกับการขับขี่ทั้งในเมือง/ทางทุรกันดารหรือออฟโรดเป็นบางครั้ง และรุ่น PARALLER M/T ซึ่งเป็นยางที่เหมาะสำหรับการขับในทางขรุขระหรือออฟโรดเป็นประจำ

ยางแอตลาสสำหรับรถกระบะเพื่อการพาณิชย์ ได้แก่รุ่น R772 ซึ่งเป็นยางสำหรับการพาณิชย์และงานบรรทุก

ท่านลูกค้าเจ้าของรถยนต์ฟอร์ดทุกรุ่นสามารถเลือกซื้อยางหลากหลายยี่ห้อชั้นนำได้ที่ศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศแล้ววันนี้ ไม่ว่าจะเป็น

  • ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต ราคาเริ่มต้นเส้นละ 1,5xx บาท
  • ฟอร์ด เฟียสต้า ราคาเริ่มต้นเส้นละ 1,8xx บาท
  • ฟอร์ด โฟกัส ราคาเริ่มต้นเส้นละ 2,0xx บาท
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ ขอบ 17 นิ้ว ราคาเริ่มต้นเส้นละ 3,3xx บาท
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ขอบ 20 นิ้ว ราคาเริ่มต้นเส้นละ 3,5xx บาท

นอกจากนี้ ฟอร์ดพร้อมมอบข้อเสนอสุดคุ้ม ซื้อยาง 3 เส้นแถมฟรี 1 เส้น สำหรับยางยี่ห้อที่เข้าร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 เมษายน 2564 เท่านั้น

อีกทั้งฟอร์ดยังมอบข้อเสนอผ่อน 0% นาน 10 เดือน พร้อมรับโปรแกรมรับประกันราคายาง หากเจอที่อื่นถูกกว่ารับเงินส่วนต่างคืนทันที และรับประกันอุบัติเหตุจากสภาพถนนนานสูงสุด 1 ปี

 

“ฟอร์ดมีความยินดีที่ได้นำยางแอตลาส ซึ่งเป็นแบรนด์ยางมาตรฐานระดับโลกที่มีคุณภาพสูงในราคาที่คุ้มค่ามาจัดจำหน่ายให้กับลูกค้าฟอร์ดที่ศูนย์บริการของเรา ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการเพิ่มความหลายหลายด้านสินค้าและบริการ เพื่อเป็นการยกระดับการบริการ สร้างความมั่นใจ และมอบประสบการณ์การบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าของเรา” นายสันติ จิตพิชิตชัย ผู้อำนวยการ ฝ่ายบริการลูกค้า ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

ลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ฟอร์ด Ford Call Center โทร. 1383 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ หรือดูข้อมูลแคมเปญและรายละเอียดด้านการบริการเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.ford.co.th

“ซูซูกิ” ผนึกกำลังร่วมกับผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ ร่วมมือช่วยเหลือสังคมไทยสู้ภัยวิกฤติไวรัสโควิด-19

0

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีแนวโน้มจะรุนแรงเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยมีตัวเลข ผู้ติดเชื้อในแต่ละวันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนส่งผลให้เกิดความแออัดและรอคิวนานของประชาชนที่กำลังเข้าไปใช้บริการในโรงพยาบาลต่างๆ เป็นจำนวนมากในเวลานี้ ไปจนถึงปัญหาเรื่องของเตียงผู้ป่วยที่เริ่มรองรับไม่เพียงพอ ซึ่งทางภาครัฐก็เร่งทยอยสร้างโรงพยาบาลสนามเพื่อรับมือกับสภาวะวิกฤติที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้

ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จึงได้ร่วมมือกับทางผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิอาสาเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมในช่วงที่กำลังเผชิญวิกฤติจากโรคระบาดร้ายแรงในขณะนี้ ผ่านโครงการ “SUZUKI Cause We Care” ซึ่งผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิแต่ละแห่งเริ่มเข้าไปสนับสนุนความช่วยเหลือในพื้นที่ที่กำลังได้รับความเดือดร้อนในขณะนี้

โดยล่าสุดทาง หมอแล็บแพนด้า ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดินได้รับการติดต่อจากโรงพยาบาลพหลหลพยุหเสนา จังหวัดกาญจนบุรี ขอให้นำรถ SUZUKI CARRY Biosafety Mobile Unit ออกให้บริการประชาชนเพื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในเชิงรุกแบบเคลื่อนที่และไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อแบ่งเบาภาระพร้อมลดความแออัดของประชาชนที่เข้าไปใช้บริการในโรงพยาบาล ตั้งแต่วันที่ 19 -23 เมษายน 2564  ซึ่งผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิโดย บริษัท ซูซูกิกาญจนบุรี จำกัด ได้เข้าร่วมสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ตลอดระยะเวลาการให้บริการของหมอแล็บแพนด้า ในพื้นที่ดังกล่าว

ส่วนในพื้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นหนึ่งในพื้นที่สำหรับการสร้างโรงพยาบาลสนาม เพื่อรองรับการรักษาผู้ป่วยจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทางบริษัท ซูซูกิหัวหิน (สิทธิภัณฑ์) จำกัด และ บริษัท ซูซูกิเพชรบุรี (สิทธิภัณฑ์) จำกัด อีกหนึ่งผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิพื้นที่ อำเภอหัวหิน และพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ได้ร่วมสมทบทุนแก่มูลนิธิโรงพยาบาลหัวหิน พร้อมทั้งสร้างห้องอาบน้ำ และห้องสุขา ในเขตโรงพยาบาลสนาม อำเภอหัวหิน เพื่อรองรับและให้บริการแก่ผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาในสถานที่ดังกล่าวอีกด้วย อีกทั้งผู้จำหน่ายยังให้ความใส่ใจพนักงานในองค์กร ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งในโครงการ  “SUZUKI Cause We Care” โดยผู้จำหน่ายบริษัท ซูซูกิหัวหิน (สิทธิภัณฑ์) และ บริษัท ซูซูกิเพชรบุรี (สิทธิภัณฑ์) ยังได้เพิ่มสวัสดิการของพนักงานโดยมอบกรมธรรม์ประกันสุขภาพให้กับพนักงานทุกท่าน กรณีตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อเป็นของขวัญและเป็นกำลังใจแก่พนักงานให้รู้สึกอุ่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลลูกค้าได้อย่างดีที่สุด อีกทั้งยังมีความห่วงใยในความปลอดภัยด้านสุขภาพของลูกค้าที่เข้ามารับการบริการที่โชว์รูมของผู้จำหนาย โดยผู้จำหน่ายได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการติดเชื้อ COVID-19  ของทางภาครัฐบาลอย่างเคร่งครัด

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า ซูซูกิและพันธมิตรจะยังคงเดินหน้าให้ความช่วยเหลือแก่สังคมในยามวิกฤติตามแนวทางของโครงการ “SUZUKI Cause We Care” ซึ่งสิ่งที่เรามุ่งมั่นและต้องการสื่อสารไปยังลูกค้าและพี่น้องชาวไทยทุกท่านว่าเราไม่ใช่แค่เพียงผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ แต่เราต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม พร้อมกับการพัฒนาธุรกิจควบคู่ไปกับการอยู่คู่เคียงข้างชุมชนและสัง คมไทยอย่างยั่งยืนอีกด้วย

ทั้งนี้ สำหรับหน่วยงานทางการแพทย์ใดที่กำลังต้องการตรวจเชิงรุกลุ่มเสี่ยงการติดเชื้อโรคโควิด-19 สามารถติดต่อเพื่อนำรถ SUZUKI CARRY Biosafety Mobile Unit ไปใช้งานได้ฟรีเพราะถูกออกแบบมาเพื่อนำไปใช้ด้านสาธารณประโยชน์แก่ประชาชนโดยทั่วไป สามารถติดต่อได้ผ่านทางอีเมลล์ khunpark@gmail.com หรือหมอแล็บ แพนด้า  หมายเลขโทรศัพท์ 08-7715-6166

มาสด้า3 คว้ารางวัล Canadian Car of the Year 2021

0

รถยนต์มาสด้า3 คว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี Canadian Car of the Year 2021 จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์แห่งประเทศแคนาดา โดยเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ได้รับรางวัลนี้ติดต่อกันถึง 2 ปีซ้อน

สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์แห่งประเทศแคนาดา (AJAC) เป็นสมาคมวิชาชีพของผู้สื่อข่าวอันทรงคุณวุฒิ นักเขียน ช่างภาพ รวมถึงสมาชิกผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์กรต่างๆ ได้ทำการคัดเลือกเพื่อเฟ้นหาผู้ชนะเลิศรางวัล Canadian Car of the Year (CCOTY) และรางวัล Canadian Utility Vehicle of the Year Awards (CUVOTY) ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และในปีนี้รถยนต์มาสด้า3 ได้รับการคัดเลือกให้เป็น Canadian Car of the Year 2021 โดยมีการประกาศผลไปเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา ณ ประเทศแคนาดา จากคุณสมบัติที่โดดเด่นด้านการออกแบบ คุณภาพของรถ ตำแหน่งการขับขี่ ความเงียบภายในห้องโดยสาร สมรรถนะการขับขี่ ความทรงพลังของเครื่องยนต์และระบบความปลอดภัยที่อัดแน่นมาเต็มคัน ส่งผลให้สามารถพิชิตรางวัลอันทรงเกียรตินี้มาครองอีกหนึ่งสมัย

โดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์แห่งประเทศแคนาดา ได้ทำการคัดเลือกรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปีจากรถยนต์ทุกรุ่นที่วางจำหน่ายในประเทศโดยไม่ได้จำกัดปีที่รถยนต์เปิดตัว ซึ่งมาสด้า3 นับเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ติดต่อกันถึง 2 ปีซ้อน ภายหลังจากที่เคยได้รับรางวัลนี้มาแล้วเมื่อปี 2020 ที่ผ่านมา

รายการ Auto Motor Thailand ประจำวันเสาร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2564

0

พบกับรายการ Auto Motor Thailand ตั้งแต่เวลา 23.00-23.30 น. ทางททบ.5 กด 1 สำหรับสัปดาห์นี้ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมากมาย อาทิ

“รู้เรื่องรถ”
– ทดลองขับทางไกล Suzuki Celerio อีโค่คาร์ไซส์เล็กที่มีดีเกินตัว
Auto Motor Thailand 1
“ท่องโลกยานยนต์”

– เปิดตัว MG Cyberster Concept รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า

Auto Motor Thailand 2

– เปิดตัว Audi e-tron GT Quattro

Auto Motor Thailand 3
– “เอเชีย แค็บ” ผนึกกำลัง 4 พันธมิตรยักษ์ใหญ่
เดินหน้าพัฒนา “CABB EV” รถแท็กซี่ไฟฟ้าต้นแบบสัญชาติไทยคันแรก

Auto Motor Thailand 4

“รู้ก่อนขับกับ…อีซูซุ”
– หลากวิธีดูแลรถหลังจากเดินทางไกล
Auto Motor Thailand 7

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส สหราชอาณาจักร จัดการประมูลออนไลน์รถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นคลาสสิค

0

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส สหราชอาณาจักร ได้จัดการประมูลออนไลน์รถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นคลาสสิครวม 14 คัน โดยการประมูลออนไลน์ดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 เมษายน 2564 นี้

รถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นคลาสสิคทั้ง 14 คัน ประกอบด้วย ‘มิตซูบิชิ โคลท์ ทรานเซอร์’ และ ‘มิตซูบิชิ โคลท์ กาแลนท์’ ซึ่งเป็นรถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นแรกๆ ที่จำหน่ายในสหราชอาณาจักร พร้อมกันนี้ยังได้จัดแสดงรถสปอร์ตคลาสสิค รุ่นยอดนิยมในปี 1980 และ 1990 อย่าง ‘มิตซูบิชิ สตาร์เลี่ยน เทอร์โบ’ และ ‘มิตซูบิชิ 3000 จีที’ หรือ ‘จีทีโอ’ พร้อมด้วย ‘รถจี๊ป มิตซูบิชิ’ รุ่นแรก และ ‘มิตซูบิชิ โชกุน’ หรือ ‘ปาเจโร’ รุ่นที่สอง ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์รถอเนกประสงค์ในตำนานที่ได้สร้างชื่อเสียงให้แก่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส มาอย่างยาวนาน

ทั้งนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส สหราชอาณาจักร ยังได้จัดแสดงหนึ่งในสุดยอดยานยนต์สมรรถนะ เจ้าแห่งสนามเวิลด์แรลลี่แชมเปี้ยนชิพ อย่าง ‘มิตซูบิชิ แลน​เซอร์ อีโวลูชัน’ จำนวน 3 คัน โดย มิตซูบิชิ แลน​เซอร์ อีโวลูชัน ทั้งสามคันดังกล่าวมีการใช้งานที่น้อยและยังได้รับการบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพที่ดีเยี่ยม พร้อมกันนี้หนึ่งในนั้นถือเป็นรุ่นไฮไลท์ของการประมูลในครั้งนี้ ได้แก่ ‘รุ่น ทอมมี่ มาคิเน่น อิดิชั่น’ โดยเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา รถคันดังกล่าวได้ถูกประมูลรวมกันทั้งสิ้น 46 ครั้ง และสามารถจบที่ราคาประมูลสูงถึง 3.35 ล้านบาท

โดยการประมูลในครั้งนี้ ยังได้จัดแสดงรถยนต์ ‘มิตซูบิชิ กาแลนท์ จีทีไอ’ ที่สร้างความสำเร็จมากมายให้กับ  มิตซูบิชิ มอเตอร์ส จากการแข่งขันแรลลี่หลายรายการในสหราชอาณาจักร และ ‘มิตซูบิชิ กาแลนท์ วีอาร์โฟว์’ ที่สามารถคว้าแชมป์จากการแข่งขันแรลลี่รายการ อาร์เอซี ปี 2550 และปี 2551 รวมทั้ง ‘มิตซูบิชิ แลน​เซอร์   อีโวลูชัน’ ผู้ชนะเลิศจากการแข่งขันในรายการแรลลี่ บริติส แชมเปี้ยนชีพ ปี 2554 โดยการประมูลออนไลน์ดังกล่าวมีกำหนดจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 เมษายน 2564 นี้

บริดจสโตน คว้ารางวัลยอดเยี่ยม “2020 Regional Overall Outstanding Performance Award” จากโตโยต้า

0

บริษัท บริดจสโตน เอเชียแปซิฟิก จำกัด ซึ่งอยู่ภายใต้บริษัท บริดจสโตน คอร์ปอเรชั่น ผู้นำระดับโลกด้านการเดินทางอย่างยั่งยืนและโซลูชั่นที่ล้ำสมัย ได้รับรางวัล Regional Overall Outstanding Performance Award กับผลงานยอดเยี่ยมระดับภูมิภาคอาเซียน ประจำปี 2563 จากงานประกาศรางวัล “TDEM Supplier Awards” ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยบริษัท โตโยต้า ไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (TDEM) และนับเป็นครั้งที่ 2 ของบริดจสโตนที่ได้รับรางวัลนี้นับจากครั้งแรกในปี 2557

รางวัลดังกล่าวมอบโดยนายอภินนท์ สุชีวบริพนธ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า ไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (TDEM) โดยมี มร. เคอิจิ ชูมะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด เป็นผู้รับมอบ ซึ่งจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ของ TDEM ในประเทศไทย

Supplier Awards จัดขึ้นโดย บริษัท โตโยต้า ไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (TDEM)  เพื่อเป็นการยกย่องและเชิดชูเกียรติให้แก่ซัพพลายเออร์ในภูมิภาคอาเซียน โดยมีการมอบรางวัลทั้งหมด 10 รางวัล ให้กับซัพพลายเออร์ทั้งในประเทศและทั่วภูมิภาค โดยพิจารณาจากผลการดำเนินงานในด้านต่าง ๆ เช่น ความปลอดภัย คุณภาพ ต้นทุน การจัดส่งและการพัฒนา ซึ่งบริดจสโตนสามารถคว้ารางวัลผลงานยอดเยี่ยม “Regional Overall Outstanding Performance Award” จากการดำเนินการที่ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อกิจกรรมของโตโยต้า ผ่านเครือข่ายการขาย การผลิตและการบริการที่กว้างขวางครอบคุลมทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน

มร. เคอิจิ ชูมะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด กล่าวว่า “บริดจสโตนรู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้จากโตโยต้า เรามุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์และพัฒนาโซลูชั่นที่จะช่วยนำตลาดให้มีทั้งประสิทธิภาพ และความยั่งยืนทั้งสำหรับธุรกิจของลูกค้าและของเราเอง ซึ่งในท้ายที่สุดก็จะเป็นการสร้างสรรค์มูลค่าร่วมกันในระยะยาว”

“เราขอขอบคุณโตโยต้าที่มอบความไว้วางใจให้กับบริดจสโตนมาโดยตลอด และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะร่วมมือกันในฐานะ พันธมิตรที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันต่อไปอีกนานแสนนาน” มร. เคอิจิ ชูมะ กล่าวทิ้งท้าย

อีซูซุเฟ้นหา “อีซูซุดีแมคซ์” ที่สุดแห่งความเร็วในการแข่งขัน Isuzu Race Spirit 2020 รอบชิงชนะเลิศ

0

ปิดฉากความมันส์ไปเรียบร้อยกับสนามสุดท้ายของการแข่งขัน Isuzu Race Spirit 2020 รอบชิงชนะเลิศ สำหรับการประลองความเร็วทางตรงแบบควอเตอร์ไมล์ ระยะทาง 402 เมตร เพื่อ เฟ้นหาสุดยอดรถปิกอัพ “อีซูซุดีแม็คซ์” ที่แรงและเร็วที่สุดในประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวมทั้งสิ้นกว่า 1.2 ล้านบาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ ณ สนามบางกอกแดร็ก อเวนิว คลอง 5 ปทุมธานี

กลุ่มตรีเพชร โดย คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “เพื่อเป็นการสนับสนุนวงการมอเตอร์สปอร์ตของไทยให้ก้าวไปข้างหน้า และเอาใจประชาคมอีซูซุ อีซูซุยังคงให้ความสำคัญและเดินหน้าจัดการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบแบบควอเตอร์ไมล์ Isuzu Race Spirit”  ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8  ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากโมดิฟายด์ช็อปชั้น แนวหน้าของประเทศไทย อาทิ เบิร์ด หลัก5, หนุ่ยเป๋อ สุพรรณ, จ๊อบ มนตรีดีเซล, เอ้ ปลาทู, เอ๋ เทอร์โบ และนักแข่งชั้นนำอีกมากมายที่ร่วมลงแข่งในสนามสุดท้ายรอบชิงชนะเลิศ เพื่อชิงที่สุดแห่งความเร็วในระยะทาง 402 เมตร ท่ามกลางมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของ   โควิด-19 อย่างเข้มงวด และฝากแฟน ๆ ที่ชื่นชอบในความเร็วและสนใจด้านการแต่งรถ ติดตามรับชมความสนุกสำหรับการแข่งขันในปีที่ 9 ภายใต้การสนับสนุนของ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัดต่อไปด้วย”

 

การแข่งขัน Isuzu Race Spirit 2020  ในปีนี้ มีการเก็บคะแนนรวม 4 สนาม เพื่อนำผู้ชนะในแต่ละสนามมาชิงชัยความเป็นเจ้าแห่งความเร็วตัวจริงในรอบชิงชนะเลิศ รวมทั้งหมด 6 รุ่น รุ่นละ  8 คัน ชิงเงินรางวัล 100,000 บาท 50,000 บาท และ 30,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ สำหรับ ผู้ชนะเลิศและรองชนะเลิศอันดับ 1 และอันดับ 2 ในแต่ละรุ่นตามลำดับ รวมมูลค่ารางวัลทั้งสิ้นกว่า 1.2 ล้านบาท  โดยผู้ชนะในแต่ละรุ่นประกอบด้วย

  • All-New Isuzu D-Max Pro 1.9
ชนะเลิศมนศักดิ์ ธาระขวัญทีม 304 เรชซิ่ง ช็อป-by BRC-ATP-เอเรซซิ่ง การาจ-วัยรุ่นบ่อกระเฉด (10.763  วินาที)
รองอันดับ 1ศุภพรพงศ์ ทรัพย์ศิริทีม กำนันโจ้สไลด์ออน ช่างจิวหลักห้า
รองอันดับ 2สหชัย สังห์ทอง

 

  • All-New Isuzu D-Max Pro Turbo 3000
ชนะเลิศอนุวัฒน์ มณีอินทร์ทีม หนุ่ย เป๋อ สุพรรณ (9.575 วินาที)
รองอันดับ 1ศุภเวช อชิระกุนทรทีม หนุ่ย เป๋อ สุพรรณ
รองอันดับ 2วัตร พิจิตรทีม เจี๊ยบ เซอร์วิส

 

  • All-New Isuzu D-Max Pro F55
ชนะเลิศอนุวัฒน์ มณีอินทร์ทีม หนุ่ย เป๋อ สุพรรณ (10.969 วินาที)
รองอันดับ 1เพชรดำรงค์ ดวงธรรมทีม ATP RACING PERFORMANCE – BRC- DATATEC-เอ้ เรซซิ่ง การาจ-วัยรุ่นบ่อกระเฉด
รองอันดับ 2วุฒิกร บัวล้ำเลิศทีม เอ๋ เทอร์โบ นครปฐม

 

  • All-New Isuzu D-Max Pro Modify
ชนะเลิศธนพล ชูเจริญผลทีม อู๊ดอ๋องระยอง กุ๊กจันทบุรี (7.613 วินาที)
รองอันดับ 1อนุวัฒน์ มณีอินทร์ทีม โชคกุ้ง หนุ่ย เป๋อ สุพรรณ
รองอันดับ 2วุฒิกร บัวล้ำเลิศทีม เอ๋ เทอร์โบ นครปฐม

 

  • All-New Isuzu D-Max Pro Open Unlimited
ชนะเลิศอนุวัฒน์ มณีอินทร์ทีม หนุ่ย เป๋อ สุพรรณ (7.231 วินาที)
รองอันดับ 1ธนพล ชูเจริญผลทีม โน๊ต&นัดระยอง เบสเทอร์โบยำ
รองอันดับ 2ชูเกียรติ แซ่ตัน ทีม วราศักดิ์อะไหล่ยนต์ ยูนิคอน โปรสปีด

 

  • Dragster Diesel
ชนะเลิศธนพล ชูเจริญผลทีม น้าเล่ ม.เจริญ เบิร์ด หลัก5 เบสเทอร์โบยำ (6.954 วินาที)
รองอันดับ 1อนุวัฒน์ มณีอินทร์ทีม หนุ่ย เป๋อ สุพรรณ
รองอันดับ 2ณัฐธนุตม์ วงษ์สมบูรณ์ทีม จ๊อบมนตรี

 

ร่วมติดตามและอัพเดทข่าวสารกิจกรรมสุดมันสำหรับคนรักปิกอัพอีซูซุตัวจริงได้ทาง www.isuzu-tis.com

“ลมหายใจไร้มลทิน” อบรมครูปฐมวัย เมืองคอน

0

มูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” ถ่ายทอดค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริต เพิ่มเทคนิค “เล่า ร้อง เต้น เล่น” ให้ครูปฐมวัย และบุคลากรทางการศึกษา ณ ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ประจำมัสยิดหน้าทับ จังหวัดนครศรีธรรมราช

สุกานดา ปภัสร์พงษ์ ผู้อำนวยการ มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน เผยว่า มูลนิธิฯ ให้ความสำคัญกับการปลูกฝังค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริตแก่เด็ก และเยาวชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กระดับปฐมวัย ซึ่งในแต่ละปีมูลนิธิฯ จะจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง และจะมีคุณครูให้ความสนใจเข้าร่วมอบรมเป็นจำนวนมาก

“ล่าสุด มูลนิธิฯ ได้รับเชิญจาก องค์การบริหารส่วนตำบลท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ร่วมจัดกิจกรรมในโครงการส่งเสริม และฝึกอบรมคุณธรรมจริยธรรม แก่เด็ก และเยาวชน สมาชิกสภา อบต.ข้าราชการ พนักงานลูกจ้างและประชาชนทั่วไป ประจำปี พ.ศ. 2564 (ครั้งที่ 2) ซึ่งมูลนิธิฯ เห็นว่าเป็นประโยชน์จึงให้การสนับสนุนวิทยากรในการอบรม โดยได้เชิญ “น้านิต ผึ้งน้อย” ภัทรจารีย์ นักสร้างสรรค์ และ ขวัญจิตต์ วรามิตร มาให้ความรู้”

การอบรมดังกล่าวซึ่งมีครูปฐมวัย และบุคลากรทางการศึกษา เข้าร่วมจำนวน 70 คน ประกอบด้วยการเล่านิทาน และใช้สื่อสร้างสรรค์ พร้อมสอดแทรกเทคนิคการจัดกิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมสำหรับเด็กปฐมวัย เพื่อให้เด็กสนใจ และเข้าใจมากขึ้น ปิดท้ายด้วยกิจกรรม แลกเปลี่ยนความรู้สึกในหัวข้อ “สะท้อนใคร่ครวญ เพื่อลมหายใจไร้มลทิน” โดย สุกานดา ปภัสร์พงษ์ ผู้อำนวยการ และทีมงานมูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน

สถานศึกษาที่สนใจรายละเอียดการอบรม สามารถสอบถามได้ที่ มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน หมายเลขโทรศัพท์ 0-2055-8444  ต่อ 318 หรือ www.facebook.com/LomhaijaiFoundation

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เดินหน้าสร้างโลกแห่งพลังงานสะอาด เผยกลยุทธ์หลักมุ่งเป็นผู้นำด้านพลังงานไฮโดรเจนระดับโลก

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีระดับโลก” (Global Mobility Technology Company) จัดประชุมระดับโลก GWM Hydrogen Energy Strategy Global Launch กำหนดยุทธศาสตร์ด้านพลังงานไฮโดรเจนแห่งอนาคต พร้อมขับเคลื่อนโลกเข้าสู่ยุคพลังงานสะอาด โดยมีผู้เชี่ยวชาญ พันธมิตร รวมถึงสื่อมวลชนมากมายร่วมรับฟัง พร้อมลงนามข้อตกลงการเป็นพันธมิตรด้านอุตสาหกรรมกับทั้งศูนย์รับรองคุณภาพแห่งประเทศจีนและมหาวิทยาลัย Tong Ji

อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมากจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี และความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ ตลอดจนภาวะโลกร้อนที่เกิดจากปัญหาก๊าซเรือนกระจก ส่งผลให้จีนซึ่งเป็นตลาดยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก ได้ออกนโยบายสนับสนุนรถยนต์พลังงานเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน โดยกำหนดให้รัฐบาลท้องถิ่นและบริษัทต่างๆ สร้างห่วงโซ่อุปทานและรูปแบบธุรกิจที่สนับสนุนการเติบโตสำหรับพลังงานไฮโดรเจน ในเอกสารของ China Hydrogen Alliance ที่เผยแพร่ในปี 2562 ได้คาดการณ์ว่า พลังงานไฮโดรเจนจะคิดเป็นประมาณ10% ของปริมาณพลังงานทั้งหมดของจีนภายในปี 2593[1]

ก้าวสู่การเป็นผู้นำพลังงานสะอาดเพื่อโลกแห่งอนาคต

เส้นทางการเป็นผู้นำยานยนต์พลังงานไฟฟ้า xEV ระดับโลกของเกรท วอลล์ มอเตอร์ได้เริ่มขึ้นเมื่อ 5 ปีที่แล้ว จากการตั้งทีมโปรเจค xEV ขึ้นอย่างเป็นทางการ เพื่อเริ่มการพัฒนาเทคโนโลยีหลักของ Great Wall FCEV ตั้งแต่ปี 2559 และเติบโตอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นบริษัทรถยนต์ในประเทศจีนแห่งแรกที่เข้าร่วมสภาพลังงานไฮโดรเจนระหว่างประเทศ (Hydrogen Council) ในปี 2560 และเดือนมิถุนายนปีถัดมา ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานไฮโดรเจนแห่งแรกในประเทศ ได้สร้างเสร็จและเปิดดำเนินการ โดยในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน เกรท วอลล์ มอเตอร์ เข้าครอบครองหุ้นทั้งหมดของ Shanghai Fuel Cell Vehicle Powertrain Co. , Ltd ก่อนก่อตั้งบริษัท FTXT Energy Technology Co., Ltd. ขึ้นในปี 2562 เพื่อดำเนินการด้านพลังงานเซลส์เชื้อเพลิง และได้จัดแสดงระบบเซลล์เชื้อเพลิง 85kW แท็งค์เก็บไฮโดรเจนชนิด IV และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ในงาน Shanghai Auto Show ปีที่ผ่านมา ซึ่งการพัฒนานับได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วจนสามารถจัดแสดงรถยนต์ต้นแบบเซลล์เชื้อเพลิงคันแรกได้ในปี 2563

กลยุทธ์การพัฒนาระบบนิเวศ (ECO System) อย่างครอบคลุมเพื่อก้าวไปสู่ความยั่งยืนทางพลังงาน

เกรท วอลล์ มอเตอร์ สร้างโซลูชั่นสำหรับการใช้พลังงานไฮโดรเจนในระดับมาตรฐานยานยนต์ที่จะเกิดความคุ้มค่าสูงสุด โดยนำเทคโนโลยีแบตเตอรี่เชื้อเพลิงไฮโดรเจน เทคโนโลยีการจัดเก็บไฮโดรเจนในรถยนต์และเทคโนโลยีความปลอดภัยของพลังงานไฮโดรเจน มารวมเข้าไว้ด้วยกันทุกกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งการวิจัย-การผลิต-การจัดเก็บ-การขนส่ง–การติดตั้ง-การใช้งาน เพื่อสร้างระบบนิเวศครบวงจร ในขณะที่บริษัท UTMOLIGHT ในเครือของเกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ทำลายสถิติโลก ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ด้วย Perovskite รุ่นใหม่ ที่มีประสิทธิภาพการแปลงพลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้าถึง 20.01% จึงนับเป็นผู้นำด้านการแปลงพลังงานแสงอาทิตย์ที่ตอบโจทย์ทุกๆ ความต้องการใช้งาน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่ง เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้วางแนวทางปฏิบัติด้านการจัดเก็บพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ รวมไปถึงการออกแบบระบบการจ่ายพลังงานผ่านระบบจัดเก็บพลังงานไฮโดรเจนร่วมกับพลังงานไฟฟ้าและแบตเตอรี่เซลล์เชื้อเพลิง นับเป็นการวางรากฐานอันมั่นคงสำหรับการบริหารจัดการพลังงานทั้งแบบคงที่และแบบเคลื่อนที่

ความมุ่งมั่นของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในการวิจัยและพัฒนา ทำให้เกิดศูนย์เทคโนโลยีพลังงานไฮโดรเจนระดับโลก
ที่มีห้องปฏิบัติการเกือบ 10,000 ตารางเมตร พร้อมอุปกรณ์ที่มีคุณภาพสูงมากกว่า 240 ชุด ให้บริการการวิเคราะห์และทดสอบกว่า 181 รายการ ตั้งแต่ปี 2561 นับเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาแห่งแรกในประเทศที่มีระบบวงจรไฮโดรเจน 70MPa ระบบทดสอบความปลอดภัย สายทดลองการผลิตแท็งค์ไฮโดรเจนชนิด IV สายการผลิตชุดเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell Stack) และขั้วไฟฟ้า (Membrane Electrode) อัตโนมัติ รวมไปถึงระบบพลวัตพลังงานสูงและ
การทดสอบยานพาหนะ

จนถึงปัจจุบัน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ลงทุนไปแล้วกว่า 2 พันล้านหยวนในการวิจัยและพัฒนา และในอีก 3 ปีข้างหน้าจะยังคงลงทุนมากกว่า 3 พันล้านหยวนเพื่อพัฒนากำลังการผลิต 10,000 ชุดและกลายเป็นผู้นำ
ในอุตสาหกรรมพลังงานไฮโดรเจนในประเทศ ด้วยแนวคิด “Talents are the foundation of innovation” เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังได้รวบรวมทีมงานวิจัยและพัฒนาระดับนานาชาติจากยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย แคนาดาและประเทศอื่น ๆ กว่า 430 คน ที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ด้านเทคนิคมากกว่าสิบปีในสาขาพลังงาน
ซึ่งกว่า 50% จบปริญญาโท-เอก โดยทีมนักวิจัยเหล่านี้จะหมุนเวียนทำงานในศูนย์วิจัยและพัฒนาทั้ง 5 แห่ง ใน 4 ประเทศ ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ และเป่าติ้ง ในจีน และในประเทศ แคนาดา ญี่ปุ่น และเยอรมนี ซึ่งกำลังดำเนินการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับพลังงานไฮโดรเจนและโซลูชั่นเทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิงและทิศทางการพัฒนาพลังงานแห่งโลกอนาคต

ปัจจุบัน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าของสิทธิบัตรและทรัพย์สินทางปัญญา
ของ 6 เทคโนโลยีหลักและผลิตภัณฑ์อย่างเต็มตัว ประกอบไปด้วย 1) ชุดเซลส์เชื้อเพลิง (Fuel cell stack)
และส่วนประกอบ 2) เทคโนโลยีการกำเนิดพลังงานไฟฟ้าของเซลล์เชื้อเพลิงและส่วนประกอบ (ตัวควบคุม ฯลฯ )
3) แท็งค์บรรจุไฮโดรเจนชนิด IV 4) วาล์วกักเก็บไฮโดรเจนแรงดันสูง 5) เทคโนโลยีความปลอดภัยของการใช้ไฮโดรเจน และ 6) เทคโนโลยีไฮโดรเจนเหลว

ความสำเร็จที่ตอบรับยุทธศาตร์ชาติ สู่การต่อยอดนวัตกรรมเพื่อผู้บริโภค

เกรท วอลล์ มอเตอร์ มุ่งเน้นการส่งเสริมและการดำเนินงานสำหรับระบบขนส่ง 3 ประเภท ได้แก่ ระบบขนส่งสาธารณะ/รถประจำทาง รถบรรทุกขนาดใหญ่/รถขนส่งทางโลจิสติกส์ และรถยนต์นั่ง  โดยเข้าร่วมโครงการ
เมืองนำร่องสำคัญทั้ง 4 แห่งในประเทศจีน ได้แก่ เส้นทางพิเศษสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ทั้งเพื่อการขนส่งสินค้าทางการเกษตรในเขต Xinfadi ที่เมืองปักกิ่ง เส้นทางเพื่อการขนส่งกรวด หิน ดิน ทรายในเขต Xiong’an ใหม่
เมืองเหอเป่ย และเส้นทางการขนส่งโลจิสติกส์ที่เขต Binhai ใหม่ เมืองเทียนจิน เป็นต้น เพื่อสาธิตการใช้รถยนต์พลังงานเซลล์เชื้อเพลิง ในอุตสาหกรรมการขนส่ง โดย เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้สร้างระบบบริการที่ครอบคลุมตั้งแต่ การพัฒนาวัตถุดิบ การวิจัยและพัฒนา การผลิต การวิจัยเทคโนโลยีหลัก การทดสอบอุปกรณ์พลังงานไฮโดรเจน
การทดสอบสภาพการใช้งานจริง โดยได้วางเป้าการพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์เซลล์เชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่องถึงปี 2568

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตั้งเป้าที่จะผลิตรถยนต์โดยสารเซลล์เชื้อเพลิงสูงสุดเป็นอันดับ 4 ของโลก และผลิตรถบรรทุกขนาดใหญ่น้ำหนัก 49 ตันที่จะใช้พลังงานไฮโดรเจน 100 คันแรกของโลกภายในปีนี้ และจะมีการเปิดตัวรถยนต์โดยสารระดับไฮเอนด์ที่ใช้พลังงานเซลส์เชื้อเพลิงครั้งแรกในช่วงโอลิมปิกฤดูหนาวปีหน้า รวมถึงเปิดตัวยานพาหนะ
เพื่อการพาณิชย์ เช่น รถบรรทุกพ่วงขนาดใหญ่ ยานพาหนะขนส่งและขยายการใช้งานเซลล์เชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำไปยังการขนส่งทางเรือและทางรถไฟ เพื่อบรรลุเป้าหมายในการขึ้นเป็นเป็นบริษัท Top 3 ในตลาดพลังงานไฮโดรเจน
ของโลก ภายในปี 2568

ต่อยอด ตอบโจทย์ และเชื่อมโยงนวัตกรรมสู่ผู้บริโภคด้วย GWM LEMON

อีกหนึ่งความก้าวหน้าของเกรท วอลล์ มอเตอร์ คือ การนำเทคโนโลยีไฮโดรเจนผนึกกำลังกับเลมอนแพลตฟอร์ม (Lemon Platform) ในการสร้าง “ระบบพลังงานไฮโดรเจน” สำหรับการใช้งานของรถยนต์ที่คุ้มค่าที่สุด เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมเพื่อการเดินทางที่เหมาะสมในทุกสภาพอากาศและทุกสภาพถนนอย่างไร้คาร์บอน และจะกลายเป็น Mega Trend สำคัญของโลก ที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายการลดภาวะโลกร้อนได้อย่างมีนัยยะสำคัญ และจากงาน GWM Hydrogen Energy Strategy Global Launch เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังได้ลงนามพันธมิตรอุตสาหกรรมร่วมกับกับศูนย์รับรองคุณภาพแห่งประเทศจีนและคณะยานยนต์ มหาวิทยาลัย Tong Ji ประเทศจีน เพื่อต่อยอดการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาพลังงานสะอาดสู่ขั้นสุด ซึ่งความสำเร็จในการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานไฮโดรเจนระดับโลกของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการร่วมสร้างโลกแห่งพลังงานสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

[1] http://www.chinadaily.com.cn/a/202104/01/WS606581c3a31024ad0bab31b1.html

พิพิธภัณฑ์ Porsche Museum เปิดประเดิมนิทรรศการดิจิทัล Sound Night

0

หลังจากมีความจำเป็นต้องปิดทำการชั่วคราวนานกว่า 2 ปี ถึงเวลาของการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่กว่าเดิม พร้อมขยายขอบเขตของการจัดแสดงเพิ่มเติม ในวันเสาร์ที่ 18 กันยายน 2021 เวลา 19:00 p.m. (เวลาท้องถิ่นเยอรมนี) พิพิธภัณฑ์ Porsche Museum จะทำการสตาร์ทเครื่องยนต์ของรถแข่ง และรถสปอร์ตจากสายการผลิตปกติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของผลงานสะสมของบริษัท ทั้งนี้ยนตรกรรมสปอร์ตดังกล่าวล้วนเคยผ่านบทบาทหรือกำลังจะมีบทบาทในการบันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แก่วงการความเร็วระดับโลก “เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งในการประกาศการจัดนิทรรศการดิจิทัล Sound Night ครั้งแรกให้แฟนๆ และลูกค้าทั่วทุกมุมโลกได้รับชม วิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า ส่งผลให้เราต้องเผชิญกับความท้าทายอันใหญ่หลวงแต่มองอีกมุมนึงคือสิ่งที่นำพาให้เราแสวงหาโอกาสใหม่ๆ เช่นเดียวกัน” ข้างต้นคือคำอธิบายจาก Achim Stejskal หัวหน้าส่วนงาน Porsche Heritage and Museum “จากเสียงเรียกร้องมากมายมหาศาล ทำให้เราตระหนักได้ว่า ไม่ใช่แค่เพียงเราเท่านั้นที่เฝ้ารอคอยการมาถึงของเสียงคำรามอันกึกก้องจากเครื่องยนต์ทรงพลัง ในปีนี้ จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการนำเสนอผลงานนิทรรศการดิจิทัลของปอร์เช่ ในทุกภูมิภาคทั่วโลก”

เมื่อการประกาศจัดนิทรรศการดิจิทัล Sound Night ครั้งแรก ที่มีชื่อว่า “Next Level” พิพิธภัณฑ์ Porsche Museum ได้รับการสนับสนุนจากเหล่าบรรดานักแข่งชื่อเสียงโด่งดังทั้งในอดีตและปัจจุบัน รวมไปถึง Brand ambassadors ทั้ง 4 คน ไม่ว่าจะเป็น  Walter Röhrl, Hans-Joachim Stuck, Timo Bernhard และ Pascal Wehrlein ที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาที่น่าจดจำในครั้งนี้ ความตื่นเต้นแรกที่จะปรากฏต่อสายตาสาธารณชนได้รับการวางแผนให้ถูกเปิดเผยผ่านช่องทางการติดต่อสื่อสารทางสังคมออนไลน์ของปอร์เช่ โดย “Strietzel” Stuck, Timo Bernhard และ Pascal Wehrlein ร่วมแชร์คลิปภาพยนตร์ที่ทั้ง 3 คนสวมบทบาทเป็นภัณฑารักษ์ของพิพิธภัณฑ์ และในตอนท้าย Walter Röhrl คือบุคคลที่จะทำหน้าที่เปิดเผยปริศนาทั้งหมด

Brand ambassadors ทั้ง 4 คน จะยังคงมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ด้วยบทบาทเดิมต่อไปในงานวันเปิดนิทรรศการ เช่นเดียวกับตัวแทนสมทบจากส่วนงานอื่น พวกเขาจะไม่ได้เป็นแค่ผู้ทำการปลดปล่อยเสียงคำรามจากยนตรกรรมสปอร์ระดับตำนานภายในพิพิธภัณฑ์ Porsche Museum เท่านั้น แต่พวกเขายังทำหน้าที่นำเสนอผลงานดังกล่าวในศูนย์วิจัยและพัฒนา Development Centre ใน Weissach ซึ่งกำลังจะมีงานฉลองครบรอบ 50 ปี ในปีนี้อีกด้วยเช่นกัน “เมื่อผมได้รู้ว่า ปอร์เช่กำลังจะจัดนิทรรศการ Sound Night ขึ้นอีกครั้ง ผมก็เห็นด้วยกับกิจกรรมดังกล่าวในทันที เสียงที่เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ของรถสปอร์ตปอร์เช่มากมายหลายรุ่น คือแรงบันดาลใจของผม” Walter Röhrl แชมป์แรลลี่ระดับโลก 2 สมัย และที่ปรึกษาด้านการพัฒนารถยนต์ปอร์เช่กว่า 25 ปี กล่าวแสดงความเห็น “ผมจะไม่ยอมเป็นคนเดียวที่มีโอกาสขับรถผ่านหน้ากล้องในระหว่างการจัดงาน Sound Night นี้อย่างแน่นอน” “ยังมีรถสปอร์ตปอร์เช่อีกหลายรุ่นที่ขึ้นทำเนียบยนตรกรรมระดับตำนาน ซึ่งรถเหล่านั้นกำลังจะได้รับการนำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในนิทรรศการ Sound Night”

นิทรรศการ “Next Level” Sound Night จะออกอากาศสดในระบบ 3 ภาษาเป็นครั้งแรก ผู้ชมจะได้รับสาระบันเทิงจากบรรดายนตรกรรมสปอร์ตทรงคุณค่า ที่มีประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่และยาวนาน โดยผู้ชมสามารถรับฟังเสียงบรรยายได้ในภาษาเยอรมัน อังกฤษ และฝรั่งเศส รายละเอียดเพิ่มเติมอื่นของการถ่ายทอดสดกำลังจะตามมาในเร็วๆ นี้ ติดตามข้อมูลข่าวสารทั้งหมดได้จากเว็บไซต์ของพิพิธภัณฑ์ ที่ www.porsche.com/Museum