Home Blog Page 384

ฟอร์ด ร่วมกิจกรรมลูกค้าฟอร์ด เรนเจอร์ เร็พเตอร์ ส่งมอบความช่วยเหลือโรงเรียนในจังหวัดระยอง

0

ฟอร์ด ประเทศไทย ร่วมสนับสนุนกิจกรรมของกลุ่ม Ford Raptor Burapha ในกิจกรรมส่งมอบความช่วยเหลือมอบทุนการศึกษาและสิ่งของจำเป็นให้แก่โรงเรียนบ้านเขาชะอางคร่อมคลอง ในอำเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง ซึ่งมีนักเรียน 197 คน และมีบุคลากรทางการศึกษา รวม 16 คน โดยครอบครัวของนักเรียนส่วนใหญ่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และโรงเรียนยังขาดแคลนอุปกรณ์สื่อการสอนที่จำเป็น

โดยมี นางสาวกมลชนก ประเสริฐสม ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย และตลาดอาเซียน และนางสาวนิดา ชัชวรัตน์ ผู้จัดการแบรนด์รถกระบะ ฟอร์ด ประเทศไทย ร่วมเดินทางไปกับคาราวานฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ กว่า 30 ครอบครัว เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างฟอร์ดและกลุ่มลูกค้าในกิจกรรมที่สะท้อนคุณค่าการใช้ชีวิตตามนิยามการใช้ชีวิตแบบ Live The Ranger Life กับการพร้อมให้ความช่วยเหลือแก่ผู้คนหรือชุมชนที่ต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งเป็นตัวตนที่ชัดมากของเจ้าของรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เป็นรถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงที่ได้รับการออกแบบมาให้พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ ด้วยศักยภาพและสมรรถนะการขับขี่ที่โดดเด่นตาม DNA ของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ สามารถรองรับทุกการใช้งานทั้งในชีวิตประจำวันและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ จึงเป็นรถคู่ใจให้ผู้ขับขี่สามารถออกไปใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ไปอีกขั้น เพื่อบรรลุเป้าหมายและความหมายของการใช้ชีวิต

อีซูซุเดินหน้าโครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” ปีที่ 9 สู่จังหวัดชลบุรี ส่งมอบน้ำดื่มสะอาด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของโรงเรียนแห่งที่ 38

0

กลุ่มอีซูซุประเทศไทย ร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้า โครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ส่งมอบระบบน้ำดื่มสะอาดแก่โรงเรียนบ้านแปลง (รามคำแหงอนุสรณ์ 7) อำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นโรงเรียนแห่งที่ 38 ด้วยความมุ่งหวังว่าน้ำสะอาดนี้จะช่วยให้นักเรียนและบุคลากรในโรงเรียน  รวมถึงชุมชนใกล้เคียงมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมกันนี้ยังได้มอบเงินสนับสนุนการศึกษา และร่วมเลี้ยงอาหารกลางวันแก่คณะครูและนักเรียนอีกด้วย

กลุ่มตรีเพชร โดย มร. ฟูยูฮิโกะ นาคามูระ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “โครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” เป็นกิจกรรมที่อีซูซุดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ด้วยปณิธานที่ว่า “เราจะดำเนินโครงการนี้จนกว่าจะไม่มีโรงเรียนในประเทศไทยประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดอีกต่อไป” โดยการส่งมอบระบบน้ำดื่มสะอาดอย่างยั่งยืนให้โรงเรียนที่ขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดต่าง ๆ ล่าสุดแห่งที่ 38 คือ โรงเรียนบ้านแปลง (รามคำแหงอนุสรณ์ 7) อำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี ซึ่งประสบปัญหาน้ำสำหรับการบริโภค ไม่เพียงแต่ขาดแคลน แต่ยังมีการปนเปื้อนอีกด้วย เพราะแหล่งน้ำที่เป็นบ่อน้ำบาดาลเก่า มีโลหะหนักปนเปื้อน ไม่สามารถใช้งานได้เป็นเวลานานแล้ว ทำให้ต้องใช้น้ำจากสระของหมู่บ้านซึ่งเป็นน้ำจากผิวดินที่มีรสเปรี้ยว และมีการปนเปื้อนสารเคมีจากการทำการเกษตร นอกจากนี้เครื่องกรองน้ำที่โรงเรียนใช้อยู่ก็ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะผลิตน้ำเพื่อบริโภค จึงต้องซื้อน้ำดื่มแบบถัง ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่ค่อนข้างสูง อีซูซุจึงส่งทีมงานลงพื้นที่เพื่อสำรวจปัญหาพร้อมเจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อหาแนวทางแก้ไขด้วยการติดตั้งอุปกรณ์ขุดเจาะน้ำบาดาล พร้อมสร้างระบบกรองน้ำดื่มสะอาดแบบครบวงจรตามมาตรฐานสากล เพื่อช่วยให้นักเรียนและครูได้มีน้ำดื่มสะอาดสำหรับบริโภคและลดรายจ่ายจากการซื้อน้ำ พร้อมจัดตั้ง “ศูนย์สาธิตการผลิตน้ำดื่มนักเรียนและระบบพัฒนาคุณภาพน้ำดื่มสะอาดอย่างยั่งยืน” และอบรมขั้นตอนการดูแลรักษาและสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการบรรจุน้ำดื่มใส่ขวดเพื่อจำหน่ายราคาพิเศษแก่คนในชุมชนในรูปแบบสหกรณ์เพื่อนำรายได้กลับมาเป็นค่าบำรุงรักษาในครั้งต่อ ๆ ไปได้อีกด้วย

โรงเรียนบ้านแปลง (รามคำแหงอนุสรณ์ 7) อำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี ตั้งอยู่บนพื้นที่รอยต่อจากหลายหมู่บ้าน มีนักเรียนที่อยู่ในความดูแลตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6  ปัจจุบันมีนักเรียน 154 คน และครู 8 คน นอกจากนี้ยังมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจำนวน 18 คน และครู 2 คน ร่วมใช้พื้นที่ของโรงเรียนอีกด้วย คนในชุมชนโดยรอบมีฐานะยากจน ประกอบอาชีพเกษตรกร เช่น กรีดยาง ปลูกผักสวนครัว และรับจ้างทั่วไป ซึ่งต้องพึ่งพาอาศัยการใช้น้ำจากโรงเรียน และซื้อน้ำดื่มแบบถังสำหรับบริโภค โดยในหน้าแล้งช่วงเดือนมีนาคม–เมษายนของทุกปี ชุมชนจะขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคเป็นอย่างมาก

กลุ่มอีซูซุในประเทศไทย ได้ดำเนินโครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” ซึ่งยึดถือเป็นโครงการระยะยาวที่ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องและได้รับรางวัลเกียรติยศมากมายทั้งในระดับประเทศรวมถึงระดับสากลด้วยความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของอีซูซุ ด้วยความร่วมมือกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 โดยมุ่งหวังที่จะบรรเทาความเดือดร้อนปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดซึ่งเกิดขึ้นที่โรงเรียนในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ

“NEW SUZUKI SWIFT” และ “XL7” ยังร้อนแรง กวาดยอดจองมอเตอร์โชว์ ทะลุเป้า 2,689 คัน

0

มร. มิโนรุ อามาโนะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกสองมีแนวโน้มที่ดีขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ภาครัฐเริ่มผ่อนปรนให้มีกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ภาคธุรกิจได้มีโอกาสกลับมาฟื้นฟูสู่สภาวะปกติได้โดยเร็ว การเกิดขึ้นของงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 หรือ Bangkok International Motor Show 2021 จึงเป็นงานจัดแสดงรถยนต์งานแรกของปีที่มีส่วนช่วยในการกระตุ้นตลาดรถยนต์ และเศรษฐกิจได้เป็นอย่างมาก โดยในปีนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมชมงานเป็นจำนวนมาก สร้างบรรยากาศของการซื้อ-ขายระหว่างผู้บริโภคและผู้จำหน่ายได้เป็นอย่างดี โดยผู้เข้าร่วมงานก็มีรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมโดยปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ทางคณะผู้จัดงานกำหนด ส่งผลให้ยอดจองรถยนต์ซูซูกิภายในงานครั้งนี้พุ่งสูงทะลุเป้า โดยมียอดจองรวมอยู่ที่ 2,689 คัน

จากกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้าต่อแบรนด์รถยนต์ซูซูกิ ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มอบความไว้วางใจและเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน เฉพาะอย่างยิ่งกับ ซึ่ง NEW SUZUKI SWIFT แฮทช์แบ็กอีโคคาร์ ยังเป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่เข้าไปอยู่ในใจคนไทยและได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่อง พิสูจน์ได้จากการที่เป็นรถที่มียอดจองสูงที่สุดของซูซูกิ

Motor Show 2021 50

โดยยอดการจองในแต่ละรุ่นแบ่งเป็นดังนี้

  • NEW SUZUKI SWIFT  แฮทช์แบ็กอีโคคาร์ยอดนิยม จำนวน 1,078 คัน
  • SUZUKI CIAZ ซีดานอีโคคาร์  จำนวน 257 คัน
  • SUZUKI CELERIO อีโคคาร์คุณภาพเกินตัว จำนวน 455 คัน
  • SUZUKI CARRY กระบะบรรทุกอเนกประสงค์ จำนวน 198 คัน
  • SUZUKI ERTIGA รถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง จำนวน 145 คัน
  • SUZUKI XL7 สปอร์ตครอสโอเวอร์ จำนวน 556 คัน

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ซูซูกิให้ความสำคัญกับการเข้าร่วมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์มาโดยตลอด เพราะเป็นหนึ่งในงานจัดแสดงรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่มากงานหนึ่งของประเทศไทย ที่มีส่วนในการสร้างบรรยากาศแห่งการซื้อขายรถยนต์ได้เป็นอย่างดี บริษัทฯ จึงให้ความพิถีพิถันและใส่ใจต่อการออกแบบบูธและการจัดแสดงรถยนต์ทุกรุ่นภายในงานทุกปี รวมไปถึงการออกแบบเครื่องแต่งกายของ SUZUKI Lady ซึ่งเป็นตัวแทนของซูซูกิในการประชาสัมพันธ์รถยนต์ SUZUKI ภายในงาน ส่งผลให้ในปีนี้นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งอีกปีหนึ่ง เมื่อซูซูกิได้รับรางวัล The 42nd BIMS Best Award 2021-Most Gorgeous Costume Design Award จากทางบริษัท กรังซ์ปรีด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดงานครั้งนี้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการแข่งขันที่สูงมากตั้งแต่ต้นปี แต่ด้วยแนวทางการทำตลาดของซูซูกิ ที่มุ่งเน้นการเข้าถึงผู้บริโภคอย่างแท้จริง ทั้งเรื่องงานขายและงานบริการ รวมไปจนถึงการผนึกกำลังกับบริษัทผู้ให้สินเชื่อทางการเงินที่แข็งแกร่งและหลากหลาย ช่วยให้มีผู้บริโภคมีโอกาสในการเป็นเจ้าของรถได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังมีผลิตภัณฑ์หลากหลายรุ่นที่ตอบสนองทุกความต้องการของผู้ขับขี่ ผนึกเข้ากับความเชื่อมั่นในงานบริการที่ซูซูกิมอบให้ทั้งก่อนและหลังการขาย  มีส่วนช่วยสร้างยอดจองได้เหนือความคาดหมายในครั้งนี้

ซูซูกิได้เตรียมความพร้อมในการขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานของผู้จำหน่ายทั้งหมดเป็น 140 แห่งทั่วประเทศภายในเดือนมีนาคม 2565 เพื่อให้รองรับการขยายตัวสมาชิกของครอบครัวซูซูกิที่กำลังจะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต  ด้วยพนักงานและช่างผู้ชำนาญงานที่ผ่านการอบรมตามหลักสูตรมาตรฐานของซูซูกิ พร้อมด้วยอะไหล่แท้ราคามาตรฐาน เพื่อสร้างประสบการณ์ความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าทุกท่านที่เป็นสมาชิกในครอบครัวซูซูกิอยู่เสมอ ซึ่งความเชื่อมั่นที่มีให้แก่เรานั้น เป็นแรงผลักดันให้การดำเนินธุรกิจเติบโตและก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง ในช่วงตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา สอดคล้องกับความตั้งใจของซูซูกิในการจัดทำโครงการ “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ”

ทั้งนี้เพื่อตอบแทนความไว้วางใจที่มอบให้ การพัฒนาในทุกมิติเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าทุกท่าน เป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์ คุณภาพของงานบริการก่อนและหลังการขาย รวมไปถึงการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ ซึ่งทุกอย่างต้องถูกพัฒนาควบคู่ไปกับการช่วยเหลือเกื้อกูลชุมชนและสังคมให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

รายการ Auto Motor Thailand เปลี่ยนเวลาใหม่…ปรับเนื้อหาเข้มข้น

0
Auto Motor Thailand Pic Open

รายการ Auto Motor Thailand ปรับเวลาใหม่ เลื่อนขึ้นไวกว่าเดิม จาก 23.30-24.00น. เป็น 23.00-23.30น. เติมเต็มสาระความรู้ในช่วง “รู้ก่อนขับ” กับสารพันความรู่เกี่ยวกับการใช้รถ

รายการ Auto Motor Thailand ซึ่งออนแอร์ทุกวันเสาร์ ทางททบ.5 กด 1 จากเดิมที่ออกอากาศตั้งแต่เวลา 23.30น.-24.00น. ได้ทำการเปลี่ยนเวลาใหม่เป็นเวลา 23.00น.-23.30น. ทั้งนี้มีการปรับโครงสร้างของรายการเพื่อให้ได้สาระที่เข้มข้นและถูกใจคนรักรถจากทั่วประเทศ ได้แก่

“เรื่องรถต้องรู้”
ทดสอบสมรรถนะรถยนต์ทั้งในและต่างประเทศ

Auto Motor Thailand 1

“ท่องโลกยานยนต์”
อัพเดทเรื่องราวของรถใหม่ รวมถึงข่าวสาร ความเคลื่อนไหว ในแวดวงยานยนต์ จากทั่วทุกมุมโลก

Auto Motor Thailand 2

“รู้ก่อนขับ กับ อีซูซุ”
ประเดิมครั้งแรกกับการเตรียมรถก่อนเดินทางไกลช่วงวันหยุดสงกรานต์

Auto Motor Thailand 3

รับชมเรื่องราวข่าวสารในแวดวงรถยนต์ได้ทุกช่องทางทั้ง www.autoworlfthailand.com หรือ รายการ Auto Motor Thailand และ YouTube:Auto Motor Thailand รวมถึง FacebookFanpage: Autoworldthailand

วิวัฒนาการของโลโก้นิสสันรูปดวงอาทิตย์

0

อัตลักษณ์ของนิสสันสะท้อนถึงความหมายของชื่อ “นิสสัน” ในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งแปลว่า ลูกพระอาทิตย์ หรือ “กำเนิดจากพระอาทิตย์” เป็นที่มาของการออกแบบโลโก้แบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ในโลกยานยนต์มากว่า 80 ปี แต่รู้หรือไม่ว่า ต้นกำเนิดของแบรนด์นั้นได้วิวัฒนาการจากความอ่อนน้อมถ่อมตนจนก้าวสู่แบรนด์ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกในปัจจุบันได้อย่างไร

ต้นกำเนิดของโลโก้แบรนด์

ย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษที่ 1930 (พ.ศ. 2473) โยชิซุเกะ ไอกาวา ใฝ่ฝันที่จะสร้างแบรนด์รถยนต์ของ  ชาวญี่ปุ่นที่ ได้ควบรวม บริษัท โทบาตะ ฟาวดรี้ จำกัด (Tobata Foundry Co. , Ltd.) เข้ากับ บริษัท นิฮอง ซังเกียว (Nihon Sangyo) และ บริษัท ดัท มอเตอร์แคร์ จำกัด (Dat Motorcar Co.) ที่ก่อนหน้าเป็นผู้ริเริ่มผลิตรถยนต์ DAT ในปี 1914 (พ.ศ. 2457) การควบรวมทั้งสามบริษัทเป็นหนึ่งเดียวนี้กำเนิดชื่อบริษัทใหม่เป็น นิสสันโดยมีการพัฒนา ผลิต และจำหน่ายรถยนต์ภายใต้แบรนด์ ดัทสัน และ นิสสัน

โลโก้แบรนด์แรกของ นิสสัน มีจุดกำเนิดในปี 1933 (พ.ศ.2476) สืบทอดมาจากการออกแบบของ ดัทสัน     โดยใช้ลวดลายสัญลักษณ์รูปแบบเดียวกัน มีสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีน้ำเงินที่มีชื่อแบรนด์จารึกเป็นตัวอักษรสีขาวพร้อมกับสีแดง วงกลมในพื้นหลังซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ “ดวงอาทิตย์ที่กำลังขึ้น”

ศาสตราจารย์ เดวิด บิฮานิก นักออกแบบ และอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยซอร์บอนน์ในกรุงปารีส เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสัญลักษณ์เชิงกราฟิก ยืนยันว่าโลโก้แบรนด์แรกนี้ เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงรากเหง้าของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งตรงกับวงกลมสีแดงบนธงชาติญี่ปุ่น

โลโก้แบรนด์แบบแรกนี้ใช้เป็นอัตลักษณ์ของนิสสัน ตลอดช่วงทศวรรษราวๆ ปี 1930 (พ.ศ.2473) ที่เป็นตำนาน และถูกใช้เรื่อยมาจนถึงปี 1970 (พ.ศ.2513) แม้จะมีการแก้ไขถึง 4 ครั้ง โลโก้ของแบรนด์ แต่ละครั้งก็ยังคงเชื่อมโยงกับมรดก และวัฒนธรรมของนิสสัน อยู่เสมอ

โลโก้แบรนด์ เมื่อเทียบกับ โลโก้บนรถยนต์ 

หากคุณนึกถึงรถยนต์นิสสันในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา คุณอาจจะพบว่า โลโก้แบรนด์อย่างเป็นทางการยากที่จะสังเกตเห็น แต่คุณจะพบโลโก้บนรถยนต์ ในรูปแบบกราฟิกที่แตกต่างกันมากมายภายใต้แบรนด์นิสสัน

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น เนื่องจากการออกแบบรถยนต์มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ผู้ผลิตรถยนต์จึงต้องการตราสัญลักษณ์บนรถยนต์เพื่อสะท้อนถึงชื่อของพวกเขาในรูปแบบที่ร่วมสมัย และแตกต่างจากโลโก้แบรนด์แบบดั้งเดิม

 โลโก้นิสสัน ในช่วงกลางศตวรรษ

ตัวอย่างที่ดีที่สุดบางส่วนคือตราสัญลักษณ์ของนิสสัน ในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ตราสัญลักษณ์ “นิสสัน” ที่เป็นทางการและเป็นตัวพิมพ์ใหญ่เป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปในปี 1950 (พ.ศ.2493) ในขณะที่ยุค 60’s สิ่งเหล่านี้ถูกแทนที่ด้วยแบบอักษรตัวเอียง การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้รู้สึกถึงความภาคภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของรถยนต์ มีความเป็นตัวตนและมีอิสระมากขึ้น ซึ่งในขณะเดียวกันก็มีความเป็นกันเองมากขึ้น แสดงให้เห็นถึงทัศนคติที่เปิดกว้างอย่างเสรี โดยโลโก้ในปี 1960 (พ.ศ. 2503)  นิสสันยังได้เปลี่ยนตัว N ซึ่งเป็นตัวพิมพ์ใหญ่มาเป็น n แบบตัวพิมพ์เล็ก

 โดดเด่น กล้า แต่ไม่ตรงไปตามแนวทาง

ทศวรรษต่อมาได้เห็นการกลับมาใช้ตัวพิมพ์ใหญ่บนป้ายรถยนต์ของนิสสัน ด้วยสถานการณ์ในตอนนั้นเน้นภาพลักษณ์ในด้านธุรกิจมากขึ้น ในยุค 80’s เป็นยุคที่ผู้คนต้องการแสดงถึงสถานะของตนเอง และต้องการให้คนอื่นได้รับรู้ ทำให้มียี่ห้อรถจำนวนมาก โดยมีตัวอักษรหนา บ่อยครั้งที่สิ่งเหล่านี้แตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค และแม้กระทั่งจากรุ่นสู่รุ่น

 

ยุคอุตสาหกรรมสมัยใหม่

จนถึงยุคที่นิสสันต้องการสร้างแบรนด์สู่ระดับโลก และต้องเป็นที่จดจำ นิสสันได้ตระหนักถึงความจำเป็นที่ต้องสร้างอัตลักษณ์ รวมถึงภาพลักษณ์ที่เป็นหนึ่งเดียวกัน ในยุคมิลเลนเนียม การออกแบบโลโก้แบรนด์เป็นขาวดำเมทัลลิกในปี 2001 (พ.ศ.2554) จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ ตัวแทนของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่ใช้โลโก้นี้กับรถทุกคัน และทุกรุ่น

ศาสตราจารย์ บิฮานิก อธิบายว่าการออกแบบสไตล์อุตสาหกรรม เกิดขึ้นในปี 2001 (พ.ศ.2544) ซึ่งกลายเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับผู้ผลิตรถยนต์เกือบทุกค่าย เช่น การอัดขึ้นรูป 3 มิติ หรือนูนต่ำ และสีเทาเมทัลลิกที่ทำให้เห็นเงาสะท้อน แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของการผลิตที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญสูง

ก้าวสู่อนาคต

เมื่อนิสสันเข้าสู่ปี 2020 (พ.ศ.2563) ยุคอุตสาหกรรมได้เปลี่ยนมาเป็นยุคแห่งการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า นิสสัน ได้เปิดตัวโลโก้ใหม่ที่เรียบง่าย อย่างภาคภูมิ อยู่ที่ด้านหน้าของ นิสสัน อาริยะ ใหม่ โลโก้แบรนด์แบบใหม่ใช้รูปแบบ 2 มิติสีเดียวที่เพรียวบางกว่า และความคมชัดที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เป็นตัวแทนของยุคใหม่ของการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ราบรื่น นอกจากนี้ยังปรับให้เข้ากับยุคของสมาร์ทโฟนด้วยกราฟิกที่สะอาดตา ทำให้ดูโดดเด่นบนหน้าจอ

แต่สิ่งที่สืบทอดต่อกันมาไม่ได้ถูกละทิ้ง ด้วยวงกลมที่เปรียบเหมือนพระอาทิตย์ที่คุ้นเคยพร้อมชื่อ นิสสัน อยู่ตรงกลาง ซึโตมุ มัตซึโอะ รองผู้จัดการทั่วไปฝ่ายออกแบบขั้นสูง (Tsutomu Matsuo, deputy general manager of Nissan’s advanced design department) เปิดเผยว่า“ โลโก้ใหม่ของนิสสันสื่อถึงความหมาย และแนวทางที่สืบทอดกันมาตั้งแต่อดีตว่า ถ้าคุณมีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า มันก็ทำให้คุณก้าวไปได้ถึงดวงอาทิตย์

การวิเคราะห์โลโก้นิสสันของปี 2020 (พ.ศ.2563)

การเปลี่ยนแปลงอัตลักษณ์ และตัวตนของแบรนด์ถือเป็นก้าวสำคัญเสมอ ศาสตราจารย์ บิฮานิก อธิบายว่า “โลโก้จะสามารถเปลี่ยนแปลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพื่อให้เข้ากับยุคปัจจุบัน” กราฟิกเหล่านี้ต้องสะท้อนและถูกนำไปใช้เพื่อรักษา “DNA ของแบรนด์” แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม เขายืนยันว่า “ส่วนหนึ่งของตัวตนนี้จะต้องเด่นชัด และไม่จางหายไปถึงแม้ว่าเราจะมีการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ก็ตาม ยกเว้นแต่จะมีการเปลี่ยนแปลงในฝ่ายบริหาร หรือวิสัยทัศน์รวมถึงทิศทางขององค์กร”

 ด้วยเหตุนี้ โลโก้แบรนด์ของนิสสันในปี 2020 (พ.ศ.2563) จึงเปรียบเสมือนวิวัฒนาการมากกว่าการรีแบรนด์ใหม่ ซึ่งเป็นการพูดถึงการเดินทางที่ต่อเนื่องของนิสสัน สู่โลกแห่งพลังงานสะอาด ไร้มลพิษ ผ่านนิสสัน อินเทลลิเจ้นท์ โมบิลิตี้ ในขณะที่ยังคงรักษาจิตวิญญาณของนวัตกรรม และมรดกทางวัฒนธรรมไว้ เป็นที่น่ายินดีที่ศาสตราจารย์ บิฮานิก เห็นด้วยโดยเขาสรุปว่า“ นี่คือสัญญาณของแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จ โดยยังรักษาประวัติศาสตร์ของแบรนด์ และเปิดกว้างมากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา” และที่ดียิ่งไปกว่านั้น โลโก้ใหม่ของนิสสันนี้จะถูกนำไปใช้ในรถยนต์ของนิสสันทั่วโลก

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประกาศแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงสายงานขายและการตลาด

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง พร้อมปรับโครงสร้างองค์กรด้านงานขายภายในประเทศและด้านกลยุทธ์การตลาดโดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 นี้เป็นต้นไป 

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มุ่งมั่นพัฒนาบุคลากรโดยมีเป้าหมายสูงสุดด้วยการมอบผลิตภัณฑ์และการบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ทั้งนี้ผมยังมั่นใจว่า ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ อาวุโส ทั้งสองท่านจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งทั้งในด้านการสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าและด้านกลยุทธ์ เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นที่มีต่อแบรนด์ มิตซูบิชิ พร้อมทั้งยังช่วยเพิ่มการเติบโตในด้านยอดจำหน่ายภายในประเทศ” มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

เพื่อขับเคลื่อนสู่เป้าหมายดังกล่าว นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ จึงได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็น ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ อาวุโส สายงานขายภายในประเทศ บริการหลังการขาย และการพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย เพื่อการขับเคลื่อนด้านงานขาย บริการหลังการขาย และการพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย พร้อมยกระดับบทบาทของ สถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เพื่อสานต่อความมุ่งมั่นในการพัฒนาทักษะและความพร้อมของบุคลากร

พร้อมกันนี้ มร. อาราตะ ทาคาฮาชิ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็น ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ อาวุโส สายงานกลยุทธ์การตลาด เพื่อกำกับดูแลรับผิดชอบงานด้านการวางแผนผลิตภัณฑ์ การสื่อสารทางการตลาด และกลยุทธ์ดิจิทัล โดยก่อนหน้านี้ มร. อาราตะ ดำรงตำแหน่งเป็น ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริการหลังการขาย ซึ่งได้รับการแต่งตั้งและร่วมงานกับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มาตั้งแต่ปี 2561

“บางกอก มอเตอร์โชว์ฯ” ยอดจองทะลุเป้า ดันยอดขายรถเติบโตต่อเนื่อง

0

งาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42” ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 4 เมษายน ที่ผ่านมา มียอดจองรถภายในงานรวมทั้งสิ้น 27,868 คัน คิดเป็นเม็ดเงินกว่า 30,000 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 51.5 เปอร์เซ็นต์ จากปีที่ผ่านมา เนื่องจากค่ายรถส่วนใหญ่มีการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาด ขณะที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่นในมาตราฐานด้านความปลอดภัยของการจัดงาน ทำให้มีตัวเลขผู้เข้าชมงานสูงถึง 1.34 ล้านคน จากเดิม 1.049 ล้านคน เพิ่มขึ้น 28.6 เปอร์เซ็นต์  

นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในฐานะรองประธานจัดงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42” เปิดเผยว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากว่า 42 ปี ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ได้รับความเชื่อมั่นจากค่ายรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ต่างมั่นใจในศักยภาพของงานว่า มีส่วนช่วยกระตุ้นยอดจำหน่ายในช่วงที่เหลือของปีดังที่ปรากฏมาโดยตลอด และยังเป็นงานที่ผู้บริโภคต่างรอคอย เพราะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการหาซื้อรถยนต์คันใหม่ เนื่องจากจะมีโปรโมชั่นและแคมเปญหลากหลายมากระตุ้นยอดขายในช่วงนี้”

“ถึงแม้ว่า ที่ผ่านมาเราต้องเจอผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ยอดจองลดลงจากช่วงปรกติ แต่ด้วยตัวเลขยอดจองในปีนี้ แสดงให้เห็นว่ามีการเติบโตขึ้นจากปีก่อนถึง 51.5 เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่ากำลังซื้อของคนไทยที่อยากได้รถยนต์คันใหม่ไม่ได้หายไปไหน แค่รอเวลาที่เหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงิน ในการออกแคมเปญ และโปรโมชั่นของค่ายรถที่ช่วยให้ทุกคนเป็นเจ้าของรถคันใหม่ได้สะดวกขึ้น ด้วยเงื่อนไขที่หลากหลาย เลือกให้เหมาะสมกับความต้องการได้”

“ในส่วนพฤติกรรมของผู้บริโภคเองปีนี้ต่างให้การตอบรับกับรถยนต์รุ่นใหม่ที่เปิดตัวก่อนหน้างาน และเปิดจองภายในงานมอเตอร์โชว์เป็นครั้งแรก เห็นได้จากบรรยากาศการเจรจาที่หนาแน่นดังเช่นทุกปีโดยเฉพาะในช่วงสุดสัปดาห์ที่มียอดจองเป็นสองเท่าของวันธรรมดา แต่ด้วยพฤติกรรมของคนผู้บริโภคเปลี่ยนไป เพื่อให้สมกับช่วงที่ต้องรัดเข้มขัด จึงหันมาซื้อหารถใหม่ที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่ามากขึ้น ขณะที่ตลาดรถหรูยังคงเติบโตตามเป้าด้วยสาเหตุที่ค่ายรถเองต่างชิงเปิดตัวสินค้าใหม่แทบทุกรุ่น เพื่อกระตุ้นยอดขาย”

“ในด้านเทคโนโลยีต้องบอกว่า ปีนี้เป็นปีของยานยนต์ไฟฟ้า ผู้บริโภคต่างให้ความสนใจพร้อมเปิดรับความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเมื่อค่ายรถหันมาทำตลาดรถยนต์ไฮบริด หรือรถปลั๊กอินไฮบริด เพิ่มมากขั้น ส่วนตลาดรถยนต์ไฟฟ้าต่อจากนี้คงต้องจับตาเมื่อมีผู้เล่นหน้าใหม่หันมาชิงตลาดนี้ในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น”

“โดยเฉพาะกับแบรนด์ที่เกิดใหม่อย่าง เกรท วอลล์ มอเตอร์ (GWM) ที่เมื่อ 7 ปีที่แล้วเคยเข้ามาร่วมงานกับเราครั้งหนึ่งแล้ว ซึ่งการกลับมาในปีนี้พร้อมนำผลิตใหม่ๆ เข้ามาสร้างสีสันภายในงาน คงต้องคอยดูว่า ในปีหน้าจะนำนวัตกรรมใหม่ๆ อะไรบ้างเข้ามาร่วมงาน เป็นเรื่องที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง”

“ที่สำคัญคงเป็นเรื่องของมาตรการป้องกันการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ทางผู้จัดฯ วางไว้อย่างเข้มข้น ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในความปลอดภัย ซึ่งทำให้ภาพรวมงานในปีนี้ประสบความสำเร็จด้วยดี เหมือนกับทีมงานที่เราพยายามสื่อสาร “มอเตอร์โชว์ วิถีชีวิตใหม่ใจเป็นสุข” แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่งานนี้ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าศักยภาพของงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ยังเป็นอีเว้นท์ที่ทุกคนรอคอย “สร้างเม็ดเงิน สร้างงาน สร้างรอยยิ้ม” ให้ทุกภาคส่วนนั่นเอง”

“เนื่องจากการจัดงาน นอกจากเป็นการกระตุ้นอุตสาหกรรมยานยนต์แล้ว ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยเฉพาะในเรื่องของการจ้างงาน เพราะตั้งแต่การก่อสร้างจนลื้อถอน ต้องใช้แรงงานนับ 10,000 คนต่อวัน ทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนตลอดระยะเวลาของการจัดงานกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมอีกด้วย”

สำหรับปริมาณยอดจองรถยนต์ภายในงานยังอยู่ในระดับ 2 หมื่นคัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 51.5 เปอร์เซ็นต์  ซึ่งบริษัทที่ทำยอดจองสูงสุดภายในงาน ได้แก่

อันดับ 1 โตโยต้า ยอดจองรวม 4,406  คัน อันดับ 2 มาสด้า ยอดจองรวม 3,454  คัน อันดับ 3 ฮอนด้า ยอดจองรวม 3,305  คัน อันดับ 4 อีซูซุ ยอดจองรวม 2,829 คัน อันดับ 5 ซูซูกิ ยอดจองรวม 2,689 คัน อันดับ 6  เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยอดจองรวม 1,863  คัน อันดับ 7 เอ็มจี ยอดจองรวม 1,629  คัน อันดัน 8 มิตซูบิชิ ยอดจองรวม 1,462 คัน อันดับ 9 ฟอร์ด ยอดจองรวม 1,212  คัน และอันดับ 10 นิสสัน ยอดจองรวม 1,144 คัน

ส่วนแบรนด์รถจักรยานยนต์มียอดจองภายในงานรวมทั้งสิ้น 1,155 คัน ที่ทำยอดจองสูงสุด ได้แก่ อันดับ 1 ยามาฮ่า ยอดจองรวม 815 คัน อันดับ 2 ซูซูกิ  131 คัน อันดับ 3 ฮาเลย์-เดวิสัน ยอดจองรวม 126 คัน และอันดับ 4 วรูม ผู้จัดจำหน่าย เคทีเอ็ม,บาจาจ และฮัสควาร์น่า ยอดจองรวม 83 คัน สำหรับยอดจองขอรถจักรยานยนต์ฮอนด้านั้น ทางบริษัทของดแจ้งยอด

พบกันใหม่ในปีหน้ากับงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43” จะมีขึ้นระหว่างวันที่  23 มีนาคม-3 เมษายน 2565 โดยวันที่ 21 มีนาคม เป็นรอบ VIP ส่วนวัน Press กำหนดจะมีขึ้นวันที่ 22 มีนาคม ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

เกรท วอลล์ มอเตอร์ คว้า 6 รางวัล จากงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ คว้า 6 รางวัล จากงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 ตอกย้ำความสำเร็จด้านความเป็นผู้นำยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) และการออกแบบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมในการจัดแสดงทัพรถยนต์และนวัตกรรมเทคโนโลยีอันล้ำสมัยภายใต้แนวคิด “Innovation Builds Better Future” เพื่อให้ผู้เยี่ยมชมได้สัมผัสและทำความรู้จักกับแบรนด์ เกรท วอลล์ มอเตอร์อย่างใกล้ชิดและสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้เกิดขึ้นภายในบูธ GWM

หลังจากการเผยโฉม All New HAVAL H6 Hybrid SUV ไปเมื่อวันที่ 23 มีนาคม ที่ผ่านมา พร้อมการจัดแสดงขบวนพาเหรดรถยนต์ xEV ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า ORA Good Cat ORA Black Cat รถกระบะไฟฟ้า POER EV และรถยนต์ต้นแบบ Concept H รวมไปถึงนวัตกรรม เทคโนโลยี และกิจกรรมต่างๆ ให้คนไทยได้สัมผัสและมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้รับความสนใจและเสียงตอบรับที่ดีอย่างล้นหลามจากผู้เข้าชมบูธตลอดการจัดงาน และล่าสุด เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้น 6 รางวัล จากงานนี้ นับเป็นการการันตีความสำเร็จด้านความเป็นผู้นำยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) และการออกแบบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมให้กับผู้มาเยี่ยมชมบูธ

โดยรางวัลที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้รับ ได้แก่

  1. รางวัล Best Experience Pavilion Award รางวัลบูธสร้างประสบการณ์ยอดเยี่ยม
  2. รางวัล Best Presentation Award รางวัลการนำเสนอยอดเยี่ยม
  3. รางวัล Best Concept Car Award รางวัลรถยนต์ต้นแบบยอดเยี่ยม
  4. รางวัล Best Design EV Award รางวัลรถไฟฟ้าดีไซน์ยอดเยี่ยม
  5. รางวัล Most Innovative Pickup Award รางวัลนวัตกรรมรถกระบะยอดเยี่ยม
  6. รางวัล Most Gorgeous Costume Design Award รางวัลการออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม

ดร. ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และประธานผู้จัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ เผยว่า “การจัดงานมอเตอร์โชว์ในปีนี้ นับได้ว่าเป็นอีกปีที่มีความท้าทาย เนื่องจากเรายังคงต้องป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่เราก็ได้เตรียมความพร้อมและปฎิบัติตามมาตรการป้องกันจากรัฐอย่างเคร่งครัดเพื่อให้มั่นใจได้ว่า ผู้ที่มาเยี่ยมชมงานจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ซึ่งสำหรับบูธของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ถือได้ว่ามีความโดดเด่นและน่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะออกแบบมาให้ผู้เยี่ยมชมได้มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการจัดแสดงรถยนต์ไฟฟ้าที่ล้ำสมัยทั้งด้านดีไซน์และเทคโนโลยีหลากหลายรุ่นให้ได้สัมผัสและทดลองนั่ง มีทีมงานคอยให้ความรู้และให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ รวมไปถึงยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ทั้งการนั่งรถไฟฟ้า ORA Good Cat แบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ มีโซนนิทรรศการเทคโนโลยีต่างๆ และยังมีโซนคาเฟ่ให้ลูกค้าได้พักผ่อนหย่อนใจ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งบูธที่ครบเครื่องทั้งเรื่องรถและการสร้างประสบการณ์อันยอดเยี่ยมให้กับผู้มาเยี่ยมชม ช่วยสร้างสีสันที่ดีให้กับงานมอเตอร์โชว์ได้เป็นอย่างดี”

มร. เอลเลียต จาง ประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย กล่าวว่า “ทาง เกรท วอลล์ มอเตอร์ รู้สึกขอบคุณและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ทางผู้จัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ให้เกียรติมอบรางวัลอันทรงคุณค่าทั้ง 6 รางวัลให้กับ เกรท วอลล์ มอเตอร์ โดยครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่เราได้เข้าร่วมงานมอเตอร์โชว์ รวมไปถึงเป็นครั้งแรกของโลกที่เราได้เผยโฉม “All New HAVAL H6 Hybrid SUV” และนำทัพรถยนต์ไฟฟ้ารวมถึงเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของเรามาจัดแสดงให้คนไทยได้รับชมและสัมผัสอย่างใกล้ชิด เพื่อตอกย้ำกลยุทธ์ความเป็นผู้นำด้านรถยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) เรายังใส่ใจและพิถีพิถันเพื่อเตรียมความพร้อมทั้งในด้านการออกแบบบูธ รูปแบบประสบการณ์ และกิจกรรมต่างๆ ตลอดจนทีมงานทุกคนที่จะคอยให้ความรู้ ตอบคำถามและให้บริการกับผู้มาเยี่ยมชมบูธของเราอย่างเต็มที่ เหนือสิ่งอื่นใด เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขอขอบคุณคนไทยทุกคนที่ให้การต้อนรับเราอย่างอบอุ่น และให้โอกาสเราได้สร้างประสบการณ์อันยอดเยี่ยมให้กับผู้บริโภคชาวไทยภายในบูธของเรา”

สำหรับบูธของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ออกแบบอย่างโดดเด่นด้วย Pavilion 2 ชั้น บนพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร โดยโซนชั้นล่าง แบ่งเป็นส่วนของการจัดแสดงทัพรถยนต์ xEV จากแบรนด์ต่างๆ ของเกรท วอลล์ มอเตอร์ ซึ่งได้แก่ แบรนด์ HAVAL ที่นำโดย All New HAVAL H6 Hybrid SUV และรถยนต์ต้นแบบ Concept H ในส่วนของแบรนด์ ORA จัดเต็มด้วยพาเหรดรถยนต์ไฟฟ้า ORA Good Cat และ ORA Black Cat รวมไปถึง ORA Good Cat แบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Autonomous Driving) ที่เปิดให้ผู้มาเยี่ยมชมบูธได้ทดลองนั่ง ส่วนแบรนด์ POER ก็ได้นำรถกระบะไฟฟ้า 100% POER EV มาจัดแสดง ซึ่งรถยนต์จากทุกๆ แบรนด์ต่างได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากผู้มาเยี่ยมชม

อีกหนึ่งจุดเด่นที่น่าสนใจ คือ เครื่องแต่งกายของ Intelligent Ambassador หรือ iAM ที่เป็นชุดสูทสีฟ้าเทอร์คอยส์ (Turquoise) เรียบหรูแต่ดูสดใส ช่วยให้ iAM มีบุคลิกที่ดูเป็นมิตรและเข้าถึงง่าย สร้างบรรยากาศเป็นกันเองในการพูดคุย ให้ความรู้ และตอบคำถามเกี่ยวกับรถยนต์และเทคโนโลยีในโซนต่างๆ ให้กับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม ส่วนชุดของ Product Ambassador ก็มีความโดดเด่นไม่แพ้กันในโทนสีน้ำเงินขาวสะท้อนความล้ำสมัย โดยแต่ละชุดได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นต่างๆ ที่จัดแสดง อาทิ ชุดของ HAVAL จะเน้นความโฉบเฉี่ยว และดูทันสมัย ชุดของ ORA จะเน้นความน่ารัก สดใส ในขณะที่ชุดของ POER จะดูทะมัดทะแมง สะท้อนความมั่นคงแข็งแกร่ง

นอกจากนี้ ภายในบูธของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังเต็มไปด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจทั้งการจัดแสดงเทคโนโลยีในโซน EV Tech และ โซน Intelligent Home ผู้มาเยี่ยมชมบูธยังสามารถสแกนและดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น GWM Fun เพื่อร่วมสนุกกับกิจกรรมทั้ง AR Interactive กิจกรรม DIY และการถ่ายภาพที่ Photo Booth พร้อมแลกรับของที่ระลึก อีกทั้งยังมีบริการอาหารและเครื่องดื่มสุดเอกซ์คลูซีฟที่ GWM Café

ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีระดับโลก” (Global Mobility Technology Company) เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งมอบรถยนต์ นวัตกรรมยานยนต์ และเทคนโนโลยีอัจฉริยะ เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่และการบริการเหนือระดับให้กับผู้บริโภคชาวไทย ควบคู่ไปกับการยกระดับอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจไทยให้ก้าวไกลและเติบโตต่อไปอย่างยั่งยืน

กรังด์ปรีซ์ฯ มอบรางวัล The 42nd BIMS Best Award 2021

0

บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 มอบรางวัลพิเศษให้กับพันธมิตรผู้ร่วมออกบูธแสดงยนตกรรมภายในงานฯ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ และคุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานจัดงานฯ เป็นผู้มอบรางวัล พร้อมร่วมแสดงความยินดีกับบูธที่ได้รับรางวัล ซึ่งต่างก็ได้ทุ่มเทการออกแบบ ไปจนถึงสร้างสรรค์การแสดง รวมไปถึงนำนวัตกรรมล้ำสมัยมาจัดแสดงในงานฯ โดยรางวัลได้ถูกพิจารณา และตัดสินจากคณะกรรมการจัดงานฯ  ณ อาคารชาเลนเจอร์1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

สรุปผลรางวัล The 42nd BIMS  Best  Award 2021 ดังนี้

1.รางวัล Most Gorgeous Costume Design Award ได้แก่ MINI, FORD, SUZUKI, TOYOTA, GWM, MG, MITSUBISHI, ISUZU, AP HONDA และ YAMAHA

2.รางวัล Exhibit Design Award ได้แก่ BMW, FORD, LEXUS, VOLVO และ YAMAHA

3.รางวัล Best Presentation Award ได้แก่ BMW และ GWM

4.รางวัล Best Sports Coupe Award ได้แก่ BMW

5.รางวัล Best Innovative Car Award ได้แก่ BENZ

6.รางวัล Most Exciting Hypercar Award ได้แก่ MASERATI

7.รางวัล Most Exciting Pickup Award ได้แก่ MAZDA

8.รางวัล Most Luxurious EV Award ได้แก่ LEXUS

9.รางวัล Most Experience Pavilion Award ได้แก่ GWM

10.รางวัล Best Concept Car Award ได้แก่ GWM

11.รางวัล Best Design EV Award ได้แก่ GWM

12.รางวัล Most Innovative Pickup Award ได้แก่ GWM

13.รางวัล Most Valuable Pickup Award ได้แก่ MG

14.รางวัล Best High Performance EV Award ได้แก่ AUDI

15.รางวัล Best SUV Award ได้แก่ SUBARU

16.รางวัล Best Bike Award ได้แก่ HARLEY DAVIDSON

17.รางวัล Best Design Bike Award ได้แก่ AP HONDA

18.รางวัล Most Exciting Bike Award ได้แก่ THAI SUZUKI

19.รางวัล Best Innovative Bike Award ได้แก่ YAMAHA

สำหรับงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 จัดขึ้นที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม-4 เมษายน 2564 โดยเปิดให้เข้าชมงานเวลา 12.00-22.00น. ราคาบัตรเข้าชมงาน 100 บาท รับสิทธิ์ได้รับรางวัลรถยนต์ฟอร์ด เอเวอร์เรส รถปิคอัพฟอร์ด เรนเจอร์ และรถจักรยานยนต์ รวมมูลค่ากว่า 2.7 ล้านบาท เพียงตอบคำถาม จากการสแกนคิวอาร์โคดด้านหลังบัตร

มาสด้า เผยมอเตอร์โชว์ปีนี้สุดคึกคักกวาดยอดจองทะลุกว่า 3.5 พันคัน

0

มาสด้า สุดปลื้มหลังลูกค้าหลั่งไหลเข้าจองรถจนแน่นบูธ เผยผลตอบรับจากงานมอเตอร์โชว์ปีนี้ดีเกินคาด โดยเฉพาะมาสด้า2 รถยนต์นั่งรุ่นยอดนิยมที่ยังคงร้อนแรงมากที่สุด ตามมาด้วยครอสโอเวอร์เอสยูวีมาสด้า CX-30 และครอสโอเวอร์น้องเล็กมาสด้า CX-3 ที่โดดเด่นด้วยคุณภาพเหนือราคาจนสามารถตอบรับความต้องการได้อย่างเหนือระดับ ทำให้ยอดจองรถมาสด้าทะลุกว่า 3.5 พันคัน พร้อมกันนี้มาสด้ายังได้ขยายระยะเวลาของแคมเปญออกไปจนถึงสิ้นเดือนนี้เพื่อเอาใจคนอยากมีรถกับดอกเบี้ยต่ำสุด 0% ฟรีประกัน ฟรีค่าแรง ฟรีน้ำมัน สำหรับลูกค้าที่พลาดโอกาสทองช่วงงานฯ สามารถเข้ามาจับจองเป็นเจ้าของได้ที่งานโชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2564 นี้เท่านั้น

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมบูธมาสด้าในงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้เรียกได้ว่าค่อนข้างคึกคัก ถึงแม้ว่าเราจะไม่มีรถยนต์รุ่นใหม่ที่นำมาเปิดตัวภายในงานฯ แต่ก็มีรถยนต์ที่เป็นแม็กเน็ตดึงดูดใจให้คนหลั่งไหล่เข้ามาที่บูธมาสด้าอย่างไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็นรถปิกอัพ ALL-NEW MAZDA BT-50 รุ่นที่มาพร้อมชุดแต่ง KENSHO หรือทัพรถยนต์นั่งและรถอเนกประสงค์เอสยูวีตระกูล CX-Series ในสีเทา โพลี เมทัล เกรย์ ที่นำมาเนรมิตโฉมใหม่ด้วยชุดแต่งพิเศษ รวมถึงจัดแคมเปญที่เรียกได้ว่าแรงและคุ้มค่ามากที่สุดแห่งปี จึงเป็นปัจจัยสนับสนุนกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจจองซื้อรถภายในงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งถ้าเทียบกับงานมอเตอร์โชว์ปีที่ผ่านมาแล้ว เรียกได้ว่ายอดจองสูงขึ้นกว่าเดิมถึง 46% (จาก 2,365 คัน ในปี 2563)

“งานมอเตอร์โชว์ปีนี้ มาสด้าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ด้วยยอดจองทั้งหมด 3,454 คัน แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง จำนวน 1,625 คัน หรือคิดเป็นสัดส่วนถึง 47% ของยอดจองทั้งหมด รถยนต์ครอสโอเวอร์ตระกูล CX-Series จำนวน  1,758 คัน หรือเป็นสัดส่วน 50% และรถปิกอัพจำนวน 70 คัน หรือคิดเป็นสัดส่วน 2% ทั้งนี้แล้ว รถยนต์นั่งมาสด้า2 เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ตามมาด้วยครอสโอเวอร์มาสด้า CX-30, ครอสโอเวอร์น้องเล็ก CX-3, รถยนต์นั่งมาสด้า3, CX-5,  BT-50 และ CX-8 ตามลำดับ ซึ่งเป็นตัวเลขใกล้เคียงกับที่เราได้ประมาณการณ์ไว้ และเราได้เตรียมดำเนินการส่งมอบรถให้กับลูกค้าที่จองทันที” นายชาญชัยกล่าว

สำหรับลูกค้าที่ตัดสินใจไม่ทันในช่วงมอเตอร์โชว์ มาสด้าใจดีขยายโปรโมชั่นสุดพิเศษนี้ ด้วยข้อเสนอสุดคุ้มที่เรียกว่าเป็นโอกาสทองของคนต้องการมีรถ ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ยต่ำสุด 0% ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม. ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กม. ฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่าสูงสุด 10,000 บาท เรียกได้ว่าคุ้มค่ามากที่สุด ผู้ที่สนใจจองซื้อยนตรกรรมมาสด้าสามารถคว้าโอกาสทองนี้ได้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2564 นี้เท่านั้น