Home Blog Page 392

ซูบารุ จับมือคลีนเท็ค โซลาร์ ติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่โรงงานลาดกระบัง

0

บริษัท ตันจง ซูบารุ ออโตโมทีฟ (ประเทศไทย) จำกัด (TCSAT) และคลีนเท็ค โซลาร์ ได้เปิดใช้งานระบบ 1 MW อย่างเป็นทางการบนหลังคาอาคารสำนักงานและโรงงานประกอบรถยนต์ของ TCSAT ที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ การติดตั้งดังกล่าวประกอบไปด้วยแผงโซล่าเซลล์มากกว่า 3000 แผง

78 กิโลวัตต์บนหลังคาของอาคารสำนักงานของบริษัท ตันจง ซูบารุ

โครงการดังกล่าวคาดการณ์ว่าจะผลิตพลังงานสะอาดมากกว่า 27 กิกะวัตต์ ทำให้หลีกเลี่ยงการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ปริมาณ 15,600 ตันในระยะเวลา 20 ปีของข้อตกลง

ทางรัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างสูงกับ แหล่งพลังงานทางเลือก เพื่อผลิตพลังงานให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ ด้วยความมุ่งหวังที่จะผลักดันประเทศไทยให้กลายเป็นหนึ่งในผู้ผลิตยานยนต์อันดับต้น ๆ ของโลก โครงการดังกล่าวจึงเป็นการสนับสนุนวิสัยทัศน์ของประเทศในการเป็นศูนย์กลางด้านยานยนต์ชั้นนำแบบยั่งยืนในอนาคต

นายเจสัน ชาง (Jason Shang) ประธานของ TCSAT กล่าวว่า “TCSAT เป็นหนึ่งในโรงงานผลิตรถยนต์ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย เราผลิตและส่งออกรถยนต์ภายในภูมิภาคและเราไม่หยุดที่จะค้นหาวิธีลดผลกระทบทางคาร์บอน ความร่วมมือกับ คลีนเท็ค โซลาร์จะเป็นการนำเทคโนโลยีพลังงานสีเขียวล่าสุดมาใช้กับโรงงานของเรา ทำให้เราสามารถลดต้นทุนการผลิต และนำไปสู่สิ่งแวดล้อมที่สะอาดและสีเขียวมากขึ้น นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวมีความสอดคล้องกับโครงการริเริ่มของรัฐบาลไทยในการส่งเสริมอุตสาหกรรมในการมุ่งสู่กระบวนการผลิตที่ยั่งยืนมากขึ้น”

ทีมคลีนเท็คโซลาร์และทีม TCSAT ที่ด้านหน้าอินเวอร์เตอร์สเตชั่น

นายราจู ชูคลา (Raju Shukla) ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมของ คลีนเท็ค โซลาร์กล่าวว่า “บริษัทต่าง ๆ เริ่มเปิดรับพลังงานแสงอาทิตย์เป็นตัวเลือกที่สามารถแก้ไขปัญหาต้นทุนค่าไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นและปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ เราสามารถเพิ่มปริมาณการผลิตในภูมิภาคหลังจากมีองค์กรชั้นนำในอุตสาหกรรมเลือก คลีนเท็ค โซลาร์ เป็นคู่ค้าที่เชื่อถือได้ในการจัดหาผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ และประหยัดเพื่อผลิตไฟฟ้าให้กับอาคารของพวกเขา

ขอแสดงความยินดีกับบริษัท ตันจง ซูบารุ ออโตโมทีฟ (ประเทศไทย) จำกัด และทีม คลีนเท็ค โซลาร์กับความสำเร็จในการเปิดตัวระบบดังกล่าว”

มินิ ประเทศไทย สนับสนุนนักกีฬา SUP ระดับโลก มอบมินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ระหว่างฝึกซ้อมเตรียมชิงแชมป์โลกปี 2564

0

เมื่อเร็ว ๆ นี้ มินิ ประเทศไทยได้มอบรถยนต์มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน พร้อมแร็คหลังคาให้กับ มร. แดเนียล ฮาชุลโย แชมป์โลกกีฬา SUP (Stand Up Paddleboarding) หรือกีฬาพายเรือแบบยืน สัญชาติฮังการี เพื่อสนับสนุนการฝึกซ้อมในประเทศไทย ก่อนลงชิงชัยในสองทัวร์นาเมนต์ระดับโลก ‘2021 SUP World Championships’ และ ‘SUP 11 City Tour’ ที่ต้องพายแข่งขันเป็นระยะทางกว่า 220 กิโลเมตร เสริมภาพลักษณ์ความเป็น Sport Activity Vehicle ของมินิ ที่พร้อมโลดแล่นไปกับทุกการผจญภัย

คุณประภัสรา อร่ามวงศ์สมุทร ผู้อำนวยการ มินิ ประเทศไทย กล่าวว่า “แนวคิดการออกแบบที่ครบครันของมินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ส่งต่อเสน่ห์อันแข็งแกร่งที่แฟน ๆ มินิต่างสัมผัสได้ ด้วยความเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่พร้อมรับมือกับทุกความท้าทายบนท้องถนน ทำให้มินิ คันทรีแมน เป็นรถยนต์ที่ตอบโจทย์สำหรับแอคทีฟไลฟ์สไตล์และกิจกรรมกลางแจ้งที่แชมป์ SUP ระดับโลกต้องการระหว่างฝึกซ้อม ทั้งยังมาพร้อมกับพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง และพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ที่ช่วยให้พกพาอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการฝึกซ้อมไปได้ทุกแห่งหน ทั้งหมดนี้ทำให้มินิ คันทรีแมน เป็นรถยนต์เพื่อการผจญภัยที่สมบูรณ์แบบ ครบเครื่องทั้งการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ สะท้อนจิตวิญญาณของกีฬาทางน้ำได้เป็นอย่างดี และประโยชน์ใช้สอยภายในที่รองรับทุกความท้าทาย”

ในฐานะนักกีฬา SUP ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในยุโรป มร. แดเนียล ฮาชุลโย ได้เลือกประเทศไทยเป็นสถานที่ฝึกซ้อมสำหรับสองการแข่งขันใหญ่ ซึ่งรวมไปถึง ‘2021 SUP World Championships’ ที่จะจัดขึ้นในประเทศบ้านเกิดอย่างฮังการี และ ‘SUP 11 City Tour’ ที่จะจัดขึ้นในประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยระบุว่าเกาะช้างและภูเก็ตเป็นสถานที่ที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติที่สงบเงียบ จึงช่วยให้มีสมาธิกับการฝึกซ้อมได้อย่างดีเยี่ยม และจะเดินทางไปด้วยมินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ที่จะช่วยสนับสนุนแชมป์ SUP ในช่วงเวลาเตรียมตัวที่สำคัญยิ่งนี้

มร. แดเนียล ฮาชุลโย กล่าวว่า “SUP เป็นกีฬาที่ต้องใช้ความอดทนและสมาธิสูงเป็นอย่างยิ่ง นอกจากจะต้องมีความพร้อมทางกายภาพแล้ว นักกีฬาจะต้องมีความพร้อมทางจิตใจเพื่อรับมือกับการแข่งขันระดับโลกหรือการแข่งขันที่ยาวนาน จึงจำเป็นจะต้องทำการฝึกซ้อมในสถานที่ที่เหมาะสมเพื่อพัฒนาศักยภาพและความพร้อมสูงสุด ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มินิ ประเทศไทย ได้มอบรถยนต์ที่ผมอุ่นใจว่าจะช่วยให้การเดินทางปลอดภัย ทั้งยังมาพร้อมกับอิสระและความหลงใหลที่ผมมีต่อการผจญภัย และผมมั่นใจว่าการฝึกซ้อมครั้งนี้จะมอบผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ”

นอกจากความมุ่งมั่นที่จะคว้าแชมป์การแข่งขันระดับโลกแล้ว มร. ฮาชุลโย ยังมีอีกหนึ่งภารกิจสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนากีฬา SUP ในไทย ภายใต้ความร่วมมือกับ เอสยูพี สเตชั่น ประเทศไทย และพันธมิตรอื่น ๆ ปัจจุบัน มร. ฮาชุลโย เป็นโค้ชระดับนานาชาติให้กับทีม SUP ทีมชาติไทยซึ่งประกอบไปด้วยสามนักกีฬาหญิงและสามนักกีฬาชาย โดยมีความหวังว่าจะช่วยยกระดับนักกีฬาเหล่านี้ให้สามารถเป็นตัวแทนประเทศ พร้อมแข่งขันในระดับโลกได้

มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน โดดเด่นด้วยแนวคิดการออกแบบที่ครบเครื่อง พร้อมด้วยพื้นที่ภายในสารพัดประโยชน์สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารรวม 5 ที่นั่ง จึงสามารถโลดแล่นบนท้องถนนในชีวิตประจำวันหรือการผจญภัยบนทุกสภาพพื้นผิวนั่ง นอกจากนี้ เบาะนั่งแถว 2 ยังสามารถปรับพับในแบบ 40 : 20 : 40 เพื่อขยายปริมาตรความจุสัมภาระจาก 450 ลิตร เป็นสูงสุดถึง 1,390 ลิตร มอบพื้นที่จัดเก็บสัมภาระได้อย่างกว้างขวาง มาพร้อมกับระบบแสดงผล MINI Head-Up Display ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากห้องนักบินของเครื่องบินเจ็ท จะแสดงข้อมูลการขับขี่ที่สำคัญ เช่น ความเร็วของรถ ให้ผู้ขับขี่เห็นได้โดยไม่บดบังทัศนียภาพบนท้องถนน ส่วนหน้าจอสัมผัสขนาด 8.8 นิ้ว บริเวณกลางแผงคอนโซล มาพร้อมกับระบบ MINI Connected ซึ่งเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่พร้อมสนับสนุนผู้ขับขี่บนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นระบบนำทางหรือข้อมูลอื่น ๆ ผ่านการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน มอบความสะดวกสบายในทุกการเดินทาง

สำหรับปี 2564 นี้ มินิประเทศไทยเตรียมจัดกิจกรรมเพื่อให้ลูกค้ามินิได้มาทดสอบสมรรถภาพและเพิ่มพูนทักษะการพายเรือแบบยืนกับแชมป์โลกกีฬา SUP อย่าง มร. แดเนียล ฮาชุลโย ติดตามรายละเอียดได้เร็ว ๆ นี้ที่ www.mini.co.th

“Isuzu One Make Race 2021” พร้อมลุยจัดการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ สนามแรก 12-14 มีนาคม ศกนี้

0

กลุ่มตรีเพชร โดย บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ร่วมกับ ฟาอีส ยูไนเต็ด มอเตอร์สปอร์ต ผู้จัดการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ บริษัท ต.สยาม คอมเมอร์เชียล จำกัด ผู้จำหน่ายยางรถยนต์ TOYO TIRE บริษัท อีซียู ช็อป 1 จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายกล่องเพิ่มสมรรถนะเครื่องยนต์ และ บริษัท พีเคออโต้โมทีฟ จำกัด ผู้จำหน่ายคลัตช์ BRC จัดทัพ “อีซูซุดีแมคซ์ 1.9 Gen 2 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” รวม 32 คัน ร่วมชิงชัยท้าประลองความเร็วรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ Isuzu One Make Race 2021” ซึ่งเป็นการจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 12  พบกัน สนามแรก 12-14 มีนาคม ศกนี้ ณ สนามพีระอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.ชลบุรี

มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “การแข่งขัน Isuzu One Make Race เป็นการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบที่ประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่องตลอด 11 ปีที่ผ่านมา สำหรับปีนี้มีรถ “อีซูซุดีแมคซ์” ที่ร่วมแข่งขันทั้ง “อีซูซุดีแมคซ์ 1.9 Gen 2 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” เครื่องยนต์สแตนดาร์ด  รวม 32 คัน โดยมีการปรับแต่งความแรงด้วยกล่องอัจฉริยะจาก ECU SHOP ในรุ่นเครื่องยนต์ 1,900 ซีซี ให้มีแรงม้าเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็น 215 แรงม้า และรุ่น 3,000 ซีซี มีแรงม้าเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็น 275 แรงม้า กลุ่มตรีเพชรขอขอบคุณคณะผู้จัดการแข่งขัน และนักแข่งรายการ “Isuzu One Make Race 2021” ทุกท่านที่เลือกรถปิกอัพ “อีซูซุดีแมคซ์” ให้เป็นรถแข่งคู่ใจในการประลองความเร็วบนสนามแข่งขันระดับประเทศ ซึ่งช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์รถปิกอัพ “อีซูซุดีแมคซ์ บลูเพาเวอร์” ในฐานะรถแข่งที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะอันเหนือชั้น ทั้งในด้านความแรง การขับขี่ที่เหนือชั้น ตลอดจนมาตรฐานความปลอดภัยอันดีเยี่ยมของรถอีซูซุ ซึ่งได้รับการยอมรับจากนักแข่งทั้งมืออาชีพ และมือสมัครเล่นในวงการมอเตอร์สปอร์ตเมืองไทย

นอกจากนี้ยังได้เปิดตัวรถ “Isuzu D-Max 1.9 Ddi Blue Power Safety Car” สีเหลืองเด่น โดยออกแบบบอดี้พาร์ทภายนอกให้มีความสปอร์ต โฉบเฉี่ยว พร้อมติดตั้งฝากระโปรงหน้า ฝาปิดกระบะท้าย กระจกมองข้างทรงสปอร์ต สปอยเลอร์หลังคาด้วย Akana Carbon เท่อย่างลงตัวด้วยล้ออัลลอย PP Super Wheels ล้อหน้า 9.5 นิ้ว ล้อหลัง 10.5 นิ้ว พร้อมยาง Toyo Tire T-1S ยางหน้า 245/45R18 ยางหลัง 275/40R18 ดิสก์เบรก 4 ล้อจาก Run Stop แบบ 6 พ็อต ขนาด 355 มม. ชุดโหลดช่วงล่างจาก Hot bits เสริมความแรงด้วยกล่องอัจฉริยะจาก ECU Shop ให้กำลังสูงสุด 220 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 510 นิวตัน-เมตร เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านสมรรถนะและความแรง ถ่ายทอดกำลังเครื่องยนต์ได้เต็มประสิทธิภาพด้วยชุดคลัชท์ BRC และท่อไอเสีย Nitto ตลอดจนอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยครบครัน เช่น Roll Cage เบาะรถแข่ง Sparco เข็มขัดนิรภัย HC Group พวงมาลัย Sparco เป็นต้น การแข่งขันในปีนี้ได้รับเกียรติจาก คุณธนภณ ทองเจือ (พีท) นักแสดงและนักแข่งรถชื่อดัง คุณแอนด์ดรูว์ โคร์นิน นักแสดงลูกครึ่งไทย-อังกฤษ และคุณทอมนิรุทธ์ สุจริต พิธีกรหนุ่มมากความสามารถ ที่ยังคงเข้าร่วมการแข่งขันเช่นเดิม นอกจากนั้น ขอแสดงความยินดีกับคุณณัฐพงศ์ เหลาคม ที่ได้รับรางวัลรถปิกอัพ “อีซูซุดีแมคซ์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” จากการคว้าแชมป์การแข่งขัน Isuzu One Make Race 2020 ที่ผ่านมา และปีนี้ก็ยังเข้าร่วมแข่งขันเพื่อป้องกันแชมป์อีกด้วย”

ร่วมพิสูจน์ความเหนือชั้นของรถแข่งอีซูซุในการแข่งขัน “Isuzu One Make Race 2021” เพื่อชิงรางวัลถ้วยประทานจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ พร้อมรถปิกอัพ “อีซูซุดีแมคซ์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” เริ่มประเดิมสนามแรกในวันที่ 12 – 14 มีนาคม ศกนี้ ณ สนามพีระอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี และจะทำการแข่งขันแบบออนทัวร์ต่อเนื่องเพื่อเก็บคะแนนในแต่ละสนาม   และจัดลำดับผู้เข้าแข่งขันในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศอีกครั้งหนึ่ง ในช่วงปลายปี 2564 เพื่อค้นหาที่สุดแห่งเจ้าแห่งความเร็วในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบแห่งปี 2021

สำหรับกำหนดการแข่งขันทั้ง  6 สนาม ดังนี้

  • สนามที่ 1 : วันที่ 12 – 14 มี.ค. 2564     ณ สนามพีระอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี
  • สนามที่ 2 : วันที่ 7 – 9 พ.ค. 2564        ณ สนามพีระอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี
  • สนามที่ 3 : วันที่ 2 – 4 ก.ค. 2564        ณ สนามแก่งกระจานเซอร์กิต จังหวัดเพชรบุรี
  • สนามที่ 4 : วันที่ 3 – 5 ก.ย. 2564        ณ สนามพีระอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี
  • สนามที่ 5 : วันที่ 5 – 7 พ.ย. 2564        ณ สนามพีระอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี
  • สนามที่ 6 : วันที่ 3 – 5 ธ.ค. 2564         ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล  จังหวัดบุรีรัมย์

ติดตามข้อมูลการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ “Isuzu One Make Race 2021” ได้ที่ www.isuzu-tis.com และ www.facebook.com/allnewisuzudmax และรับชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันผ่านช่อง New18 ระหว่างเวลา 14.00-15.00 น.

 

นิสสัน สนับสนุนทีมแพทย์เพื่อการคัดกรองโควิด-19 ผ่านแคมเปญ “CARE FOR YOU – ส่งผ่านความห่วงใย ต้านภัย Covid-19”

0

นิสสัน ประเทศไทย ต่อยอดโครงการ “CARE FOR YOU” แทนความห่วงใยจากนิสสัน สู่กิจกรรมเพื่อสังคมภายใต้ชื่อ “ส่งผ่านความห่วงใย ต้านภัย Covid-19 หรือ Nissan Next Fight” กับการสนับสนุนรถยนต์ที่เหมาะสมกับการทำงานของทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์มากที่สุด อย่างนิสสัน นาวารา นิสสันเทอร์ร่า รวมถึง นิสสัน เออร์แวน รถตู้อเนกประสงค์ จำนวนรวม 4 คัน ให้แก่สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร เพื่อสนับสนุนการเดินทางของทีมคัดกรองโรคเชิงรุกในพื้นที่สุ่มเสี่ยงต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียงเป็นระยะเวลา 1 เดือน

“นิสสัน เชื่อมั่นว่าเราจะผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ถ้าร่วมมือกัน ซึ่งเราพร้อมช่วยเหลือสังคมไทยอย่างเต็มที่ ผ่านการดำเนินการต่าง ๆ ในครั้งนี้ เราขอสนับสนุนทุกการเดินทางของทีมแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นด่านหน้าในการคัดกรองโรคเชิงรุกในพื้นที่สุ่มเสี่ยงด้วยรถยนต์รุ่นต่างๆ ของนิสสัน อาทิ นิสสัน นาวารา ใหม่, นิสสัน เทอร์ร่า และ นิสสัน เออร์แวน เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 ให้กับสังคมไทยในวงกว้าง” ราเมช นาราสิมัน กล่าว

สำหรับโครงการ ‘CARE FOR YOU’ ได้เริ่มต้นตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา และได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมและมาตรการเพื่อช่วยเหลือ และยกระดับความปลอดภัยให้แก่ลูกค้าและสังคมไทยในช่วงที่สถานการณ์ของโรคโควิด-19 กำลังระบาด ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมคาราวานอาสาร่วมใจสู้ภัยโควิด เพื่อสนับสนุนการทำงานของสภากาชาดไทยและมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์  บริการและข้อเสนอเพื่อช่วยเหลือลูกค้านิสสัน รวมถึงมาตรการสนับสนุนการทำงานอย่างปลอดภัย ไร้กังวล ให้กับพนักงานของนิสสันทุกคน อาทิ

  • บริการทดลองขับที่บ้านรูปแบบใหม่ CARE FOR YOU: Drive at Your Home* ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าที่สนใจได้ทดลองขับรถยนต์นิสสันรุ่นต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบายจากที่บ้าน
  • บริการหลังการขาย CARE FOR YOU* ที่พร้อมมอบความสะดวกสบายและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ด้วยบริการเช็คระยะนอกสถานที่และการบริการรับรถที่บ้านลูกค้า
  • CARE FOR YOU บริการทำความสะอาดและพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อภายในรถ* โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ฟรี สำหรับลูกค้านิสสัน และลูกค้ารถยนต์ทุกยี่ห้อ

พร้อมกันนี้ นิสสันยังได้ดำเนินการมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ศูนย์บริการนิสสัน ทั่วประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการดูแลความสะอาดภายในศูนย์บริการ โดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคเพื่อทำความสะอาดทุก ๆ 30 นาที ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายพนักงานผู้ปฏิบัติงาน และลูกค้าที่เข้ารับบริการทุกคน พนักงานทุกคนต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน การติดตั้งจุดบริการเจลแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือสำหรับให้บริการลูกค้าอย่างเพียงพอ รวมไปถึงใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคเช็ดทำความสะอาดรถยนต์บริเวณจุดสัมผัส เช่น พวงมาลัย เกียร์ เบาะ ที่จับประตู และคอนโซลหน้า เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ ‘CARE FOR YOU’ และกิจกรรมต่าง ๆ ที่มีส่วนช่วยสนับสนุนให้สังคมไทยปลอดภัยจากโควิด-19 ผ่านทางเว็บไซต์ www.nissan.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการ คอลเซ็นเตอร์ของนิสสัน โทร 02 401 9600

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

“ฮอนด้า” ทดสอบหรู ประเดิมวัน-ทู โมโตจีพีออฟฟิเชียลเทสต์

0

ทีมแข่ง เรปโซล ฮอนด้า ออกสตาร์ทรอบทดสอบออฟฟิเชียลเทสต์ด้วยผลงานยอดเยี่ยม ผงาดขึ้นนำผู้ทำเวลาเร็วสุดในอันดับที่ 1 และ 2 หลังจบครึ่งวันแรกของโปรแกรมเทสต์ โมโตจีพี ที่กาตาร์ เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ที่ผ่านมา ด้านนักบิดป้ายแดง “โปล เอสปาร์กาโร่” ปลื้มผลการปรับตัวเข้ากับความแรงของ Honda RC213V เวอร์ชันใหม่ ทั้งที่เพิ่งขับขี่ได้เพียง 2 วันเท่านั้น

ศึกรถจักรยานยนต์ทางเรียบระดับโลก รายการโมโตจีพี อุ่นเครื่องรอบทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-7 มีนาคม 2021 ณ สนามโลแซล อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ประเทศกาตาร์ ก่อนเปิดฉากสนามแรกบนสังเวียนเดียวกันช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้

โดยผลเทสต์ที่น่าสนใจหลังจบครึ่งวันแรกของ Day2 ปรากฏว่า ตำแหน่งผู้ทำเวลาต่อรอบเร็วสุดเป็นของสองนักบิดสังกัดทีมแข่งเรปโซล ฮอนด้า นำโดย สเตฟาน แบรดเดิล นักบิดทดสอบชาวเยอรมัน หมายเลข 6 ด้วยเวลา 1 นาที 54.658 วินาที ตามด้วยอันดับที่ 2 คือ โปล เอสปาร์กาโร่ นักบิดสแปนิช เจ้าของหมายเลข 44 ตามหลัง 0.015 วินาที

แบรดเดิล กล่าวว่า “เราทำการทดสอบได้ดี และผมก็พอใจที่สามารถพัฒนาความเร็วเฉลี่ยเกาะติดกลุ่มนำได้อย่างต่อเนื่อง นั่นแสดงให้เห็นว่าทั้งเราและรถประสบความสำเร็จตลอดการทดสอบทั้ง 3 วัน รวมรอบเชคดาวน์ที่กาตาร์”

ทางด้าน เอสปาร์กาโร่ นักแข่งใหม่ถอดด้ามของฮอนด้า กล่าวว่า “ผมพอใจมากๆ กับผลงานที่ทำได้ หลังจากได้ขับขี่รถแข่งที่ดีที่สุดไปเพียงแค่ 2 วันเท่านั้น ซึ่งผมยังต้องใช้เวลาปรับตัวเพื่อหาวิธีรีดสมรรถนะสูงสุดของ Honda RC213V ออกมาให้ได้ อย่างไรก็ตาม วันนี้พวกเราแสดงให้เห็นความก้าวหน้าของการทดสอบแล้ว และผมตั้งตารอคอยที่จะได้สัมผัสความแรงของรถแข่งฮอนด้าอีกครั้ง”

ทั้งนี้ รอบออฟฟิเชียลเทสต์ในรุ่นพรีเมียร์คลาส มีคิวลงแทร็คอีกครั้ง วันที่ 10 มีนาคมนี้ ก่อนคิ๊กออฟเกมดวลความเร็วซีซั่น 2021 อย่างเป็นทางการ สนามแรกเตรียมเปิดฉากที่กาตาร์เช่นเดิม รอบชิงชนะเลิศจะมีขึ้นในวันที่ 28 มีนาคมนี้

 

“กวาร์ตาราโร่” ควบ M1 ทะยานรั้งหัวแถว กาตาร์ เทสต์ วันที่ 2

0

ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ #20 สังกัดมอนสเตอร์ เอเนอร์จี้ ยามาฮ่า​ โมโตจีพี บิดทำเวลาต่อรอบได้เร็วที่สุดในวันที่ 2 ของการทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล ศึกโมโตจีพี 2021

เข้าสู่​วันที่ 2 ของการทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล ศึกโมโตจีพี 2021 ลงบิดในวันอาทิตย์ ที่ 7 มีนาคม ที่ผ่านมา ณ โลแซล อินเตอร์เนชั่นแนล​ เซอร์กิต ประเทศกาตาร์

สำหรับผลการทดสอบในวันที่ 2 สิ้นสุดลงด้วยเวลาต่อรอบที่เร็วที่สุดของ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ #20 ดาวบิดเฟรนช์แมน สังกัดมอนสเตอร์ เอเนอร์จี้​ ยามาฮ่า โมโตจีพี ที่ควบรถแข่งยามาฮ่า M1 กดเวลาต่อรอบลงมาอยู่ที่ 1 นาที 53.940 วินาที ซึ่งเป็นคนเดียวที่ทำเวลาได้ในวินาทีดังกล่าว

ด้าน ฟรังโก้ มอร์บิเดลลี่ #21 นักบิดอิตาเลียน จาก ปิโตรนาส ยามาฮ่า​ เอสอาร์ที บิดทำเวลาจบการทดสอบวันที่ 2 ในอันดับ 4 ด้วยเวลา 1 นาที 54.153 วินาที เร็วที่สุดในกลุ่มนักบิดทีมอิสระ

ส่วน มาเวริค บีญาเลส #12 ยอดนักบิดสังกัดมอนสเตอร์ เอเนอร์จี้​ ยามาฮ่า​ โมโตจีพี บิดทำเวลาเข้ามาเป็นอันดับ 7 ดัวยเวลา 1 นาที 54.395 วินาที ขณะที่ วาเลนติโน่ รอสซี่ #46 จาก ปิโตรนาส ยามาฮ่า​ เอสอาร์ที บิดจบการทดสอบด้วยเวลา 1 นาที 55.708 วินาที รั้งอยู่ในอันดับ 19

 

ลองลุย Mitsubishi Outlander PHEV พร้อมโมเดลการผันไฟรถสู่ไฟบ้านกับ Dendo Drive House

0
Mitsubishi Outlander PHEV 13

เป็นอีกครั้งที่ได้สัมผัส Mitsubishi Outlander PHEV แต่จะเน้นไปกับระบบ EV และ Super All Wheel Control บนเส้นทางลุยเบาๆ รวมถึงเรื่องราวของ Dendo Drive House เทคโนโลยีแห่งการผันกำลังไฟจากรถยนต์ สู่กระแสไฟหลักสำหรับเครื่องใช้ในครัวเรือน ติดตามรับชมได้เลยครับ

ก่อนที่จะเอาไปลองลุย มาทำความรู้จักกับเทคโนโลยี Dendo Drive Houseว่าคืออะไร

Mitsubishi Outlander PHEV 1

Dendo Drive House ถือเป็นโครงการที่พัฒนามาเพื่อรถไฟฟ้าก็ว่าได้ และเป้นการต่อยอดจากที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้ผลิตรถเอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของทางค่าย นั่นคือ Mitsubishi Outlander PHREV นั่นเอง

Mitsubishi Outlander PHEV 2

และด้วยการดำเนินกลยุทธ์ด้านพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของระบบนิเวศพลังงานไฟฟ้าเพื่อความยั่งยืน Dendo Drive Houseหรือชื่อทางการค้าของระบบ V2H (vehicle-to-home) จึงได้ถูกสานต่อโปรเจค และจัดแสดงครั้งแรกที่งาน เจนีวา อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ เดือนมีนาคม 2019

Mitsubishi Outlander PHEV 5

 

Dendo Drive House คือระบบการผันแปรกำลังไฟสำหรับที่พักอาศัยซึ่งประกอบด้วย Mitsubishi Outlander PHEV, อุปกรณ์ชาร์จไฟฟ้า 2 ทิศทาง (Bi-Directional), แผงโซลาร์เซลล์ และแบตเตอรี่แพคสำหรับที่พักอาศัย โดยสามารถผลิตไฟฟ้าจากที่พักอาศัย เพื่อนำไปใช้ในการชาร์จยานพาหนะ แต่ก็ยังสามารถดึงพลังงานไฟฟ้ากลับจากยานพาหนะเพื่อนำไปใช้ในที่พักอาศัย ซึ่งมากับการให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การขาย ติดตั้ง ตลอดจนบริการบำรุงรักษาหลังการขาย

Mitsubishi Outlander PHEV 4

เทคโนโลยีนี้สามารถ ผลิต จ่าย และเก็บพลังงานไฟฟ้าได้อัตโนมัติ แผงโซลาร์เซลล์จะแปรสภาพพลังงานจากแสงแดดมาผลิตพลังงานไฟฟ้าเพื่อชาร์จแบตเตอรี่สำหรับบ้านและแบตเตอรี่รถ ในกรณีที่พลังไฟจากแผงโซลาร์เซลส์ลดน้อยลง กำลังไฟจากแบตเตอรี่ที่ชาร์จเก็บไว้ จะถูกนำมาใช้ภายในบ้าน ซึ่งสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายและลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงด้วย

Mitsubishi Outlander PHEV 7

 

Mitsubishi Outlander PHEV 8

แต่หาก Mitsubishi Outlander PHEV ได้เชื่อมต่อกับระบบ ตัวรถก็จะจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ที่พักอาศัยด้วยเช่นกัน โดยผ่านอุปกรณ์ชาร์จไฟ 2 ทิศทาง และเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินจนไฟดับ แบตเตอรี่ในที่พักอาศัยและใน Outlander PHEV จะสามารถเป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้าสำรองได้ ด้วยการจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ที่พักอาศัยซึ่งมาจากแบตเตอรี่ขนาดความจุ 13.8 กิโลวัตต์-ชม.

Mitsubishi Outlander PHEV 9

ไฮไลท์เด็ดของรถรุ่นนี้ยังเปรียบเสมือนพาวเวอร์แบงค์เคลื่อนที่ และจะจ่ายไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ได้สูงสุด 1,500 วัตต์ ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าเช่น เครื่องทำกาแฟ หม้อหุงข้าว หรือสำหรับชาร์จจักรยานไฟฟ้า โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ชาร์จไฟฟ้าแบบ Bi-Directional

Mitsubishi Outlander PHEV 10

แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่ Mitsubishi Outlander PHEV ได้ทำงานร่วมกับ เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ ก็จะได้พลังงานที่สร้างประโยชน์มากมายให้แก่ผู้ใช้งาน โดยแบตเตอรี่สำหรับที่พักอาศัยและรถ ยังสามารถชาร์จไฟฟ้าได้ในเวลากลางคืน ซึ่งค่าไฟจะมีราคาถูกที่สุด นอกจากนี้ยังลดการพึ่งพาโครงข่ายไฟฟ้า และที่สำคัญยิ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและนำไปสู่ความยั่งยืน

ทีนี้มาเข้าสู่เรื่องราวของการทดลองลุยไปกับเอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส

Mitsubishi Outlander PHEV 12

ก่อนหน้านี้เราได้ทำการพิสูจน์สมรรถนะของ Mitsubishi Outlander PHEV ไปเมื่อไม่นานนัก กับเส้นทางที่ใช้ทดลองขับรอบกรุงเทพฯ ซึ่งได้ข้อสรุปในหลายเรื่อง แต่ในครั้งนี้จะเป็นการพารถรุ่นนี้ไปลองลุยพร้อมกับทำระยะทางจากการใช้งานโหมด EV อีกครั้ง

Mitsubishi Outlander PHEV 18

 

 

แบตเตอรี่ขนาด 13.8 KWh อัดประจุไฟมาเต็มตั้งแต่ออกเดินทางจาก Dendo Drive House ย่านถนนลำลูกกา หนึ่งในตัวช่วยการขับขี่จากระบบ Advance Safety นั่นคือ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติตามรถคันหน้าหรือ Adaptive Cruise Control ได้ทำการล๊อคความเร็วไว้ที่ 80 กม./ชม. และมุ่งหน้าไปที่จ.นครนายก ระยะทางไปกลับเกือบ 200 กม. แน่นอนว่าการใช้งานโหมด EV เพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถใช้เป็นพลังงานหลักตลอดการทดสอบ

Mitsubishi Outlander PHEV 19

 

การใช้งานระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติตามรถคันหน้าจะทำงานร่วมกับระบบช่วยเหลืออย่าง ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา BSM,ระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลนระยะไกล LCA – Lane Change Assist จึงทำให้เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ได้อีก 1 ระดับ

Mitsubishi Outlander PHEV 26

 

ระยะทางผ่าน 53 กม. พร้อมเสียงเตือนพลังงานต่ำได้ดังขึ้น ซึ่งเป็นระยะทางใกล้เคียงกับที่อีโค่สติ๊กเกอร์ได้ทำไว้ เท่ากับว่าระยะทางที่พิสูจน์ในครั้งนี้จะได้มากกว่า และพลังงานก็ถูกตัดกลับไปยังเครื่องยนต์ โดยระยะทางที่ทำได้นั้นอยู่ที่ 57 กม.

ระหว่างนี้จึงปรับแป้นแพดเดิล ชิฟท์ ซึ่งใช้ปรับระดับของการหน่วงความเร็ว ไม่ใช่ปรับอัตราทดเกียร์แบบในรถหลายๆรุ่น ในกรณีที่ต้องการนำพลังงานจากแรงเฉื่อย ส่งกลับไปเป็นพลังงานในแบตเตอรี่ สามารถเลือกได้ถึง 5 ระดับ และการใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงเพื่อแปรสภาพเป็นพลังงานกลับไปสะสมยังแบตเตอรี่นั้น จะใช้เวลาประมาณ 50 นาที และใช้เชื้อเพลิงไม่เกิน 4 ลิตร หรือประมาณ 100 บาท แต่ระยะเวลาอาจรวดเร็วขึ้น เพราะมีตัวแปรจากแรงเฉื่อยที่ถุกนำกลับไปช่วยสร้างพลังงานในแบตเตอรี่

Mitsubishi Outlander PHEV 15

เข้าสู่การขับขี่ในโหมด Sport พละกำลังที่มาจากเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ MIVEC ขนาด 2,359 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 128 แรงม้า ที่ 4,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 199 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที ให้พละกำลังพอตัว ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่ได้ทำการพิสูจน์นั่นคืออัตราการสิ้นเปลืองของน้ำมันเชื้อเพลิง

Mitsubishi Outlander PHEV 16

ระบบรองรับแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัทที่ด้านหน้า และด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงค์ ยังอารมณ์นุ่มนวลไปเล็กน้อย แต่ด้วยคุณสมบัติของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ Super All Wheel Drive Control จึงทำให้การยึดเกาะถนนนั้นหายห่วง และอีกเรื่องคือการออกแบบน้ำหนักและทิศทางของพวงมาลัยที่ช่วยให้การควบคุมรถทำได้แม่นยำ

Mitsubishi Outlander PHEV 20

 

 

เริ่มเข้าสู่เส้นทางลุย สภาพพื้นที่เป็นทางขรุขระ พร้อมเนินชันไว้ให้ได้ทดลองระบบตัวช่วยใน Super All Wheel Drive Control ที่มีให้เลือกใช้งานถึง 3 โหมด ได้แก่ Normal, Snow, และ Rock

 

Normal เป็นรูปแบบปกติสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่ Rock และ Snow จะถูกควบคุมการกระจายแรงบิดไปยังล้อต่างๆ เพื่อการควบคุมรถที่ง่ายในสภาพเส้นทางที่มีพื้นผิวนุ่ม กรณีการเข้าโค้งจะเห็นผลค่อนข้างชัดเจน

Mitsubishi Outlander PHEV 21

ส่วนเรื่องการไต่ทางชัน ก็สามารถใช้แรงบิดได้เต็มที่ เพราะเป็นรถที่มีระบบเกียร์เดินหน้า และถอยหลังเท่านั้น โดยไม่ม่อัตราทดเป็นตัวแชร์พละกำลัง และการขับรถลงทางชัน ก็ยังเป็นการช่วยให้สร้างแรงเฉื่อยได้เพิ่มขึ้น เท่ากับเป็นการเร่งการชาร์จพลังงานกลับไปยังแบตเตอรี่นั่นเอง

Mitsubishi Outlander PHEV 22

เรื่องราวของการสัมผัส Mitsubishi Outlander PHEV ในครั้งนี้ สำหรับ Dendo Drive House ถือเป็นโครงการนำร่องที่เป็นการนำพลังงานจากแบตเตอรี่รถยนต์มาแปรสภาพสู่กระแสไฟหลักของเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านได้จริง และในอนาคตอันใกล้ก็คงเป็นเทคโนโลยีที่หลายๆบ้านได้ใช้แน่นอน

Mitsubishi Outlander PHEV 23

ส่วนในเรื่องราวการทดสอบ ตัวเลขจากการใช้งานโหมด EV ถือว่ามากกว่าอีโค่สติ๊กเกอร์ และการควบคุมรถในเส้นทางลุย จากการใช้เทคโนโลยี Super All Whell Control นั้นสามารถทำได้ง่าย แต่ก็ใช่ว่าจะเอาไปลุยหนักได้แบบรถออฟโรด และการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ได้ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ประมาณ 14 กม./ลิตร ซึ่งอยุ่ในเกณฑ์ที่รับได้

Mitsubishi Outlander PHEV 24

ฉะนั้น สำหรับผุ้ที่เลือกรถรุ่นนี้ไปใช้งาน ยังไงก็มีแต้มต่อเพราะสามารถเป็นต้นทางของพลังงานไฟฟ้าในกรณีฉุกเฉิน หรือไฟฟ้าขัดข้องนั่นเอง

บริดจสโตน คว้ารางวัล “Best Selling Tyre” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 23

0

บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย มร. เคนสุเกะ โยชิดะ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย (ขวาสุด) ขึ้นรับรางวัล แบรนด์ที่มียอดจำหน่ายยางรถยนต์สูงสุดในประเทศ หรือ “Best Selling Tyre Award” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 23 โดยมี คุณทองชัย ชวลิตพิเชฐ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (กลาง) ประธานในพิธี เป็นผู้มอบรางวัลในงาน CAR & BIKE OF THE YEAR 2021” ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

รางวัล แบรนด์ที่มียอดจำหน่ายยางรถยนต์สูงสุดในประเทศ หรือ “Best Selling Tyre Award” สะท้อนความเป็นผู้นำในตลาดยางรถยนต์ในประเทศไทย และเป็นบทพิสูจน์ถึงคุณภาพ และมาตรฐานที่ดีเยี่ยม เพราะบริดจสโตนไม่เคยหยุดยั้งในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการบริการ นับเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ความแข็งแกร่งของแบรนด์บริดจสโตน ในด้านการเป็นผู้ส่งมอบผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์และผลิตภัณฑ์ยาง สู่การเป็น “Solutions for your journey” ผู้นำด้านการเดินทางอย่างยั่งยืนพร้อมการนำเสนอโซลูชั่นขั้นสูงสุดของบริดจสโตนทั่วโลก

โตโยต้า ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์เมืองไทย กวาด 11 รางวัล “CAR OF THE YEAR 2021”

0

คณะผู้บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมรับ 11 รางวัลเกียรติยศรถยอดเยี่ยมแห่งปี “CAR OF THE YEAR 2021” จาก นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม โดยการพิจารณาของ “คณะกรรมการตัดสินรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี” คัดเลือกรถยนต์ที่มีความโดดเด่นในแต่ละด้าน เพื่อเป็นแนวทางในการพิจารณาเลือกซื้อรถยนต์ให้เหมาะสมตามเป้าหมายของการใช้งานของลูกค้า เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2564 ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ประสบความสำเร็จได้รับรางวัล CAR OF THE YEAR 2021” จากการตัดสินของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และภายใต้ความร่วมมือของ สมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย (TSAE) มากถึง 11 รางวัล เป็นการตอกย้ำความสำเร็จและการได้รับความยอมรับทางด้านคุณภาพ (Quality) ความทนทาน (Durability ) และความน่าเชื่อถือ (Reliability) หรือ QDR รวมไปถึงความคุ้มค่า น่าใช้ในทุกด้านของรถยนต์โตโยต้า ตอกย้ำความมุ่งมั่นในความพยายามสร้าง “ยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า” (Ever-Better Cars) เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง

11 รางวัล รถยอดเยี่ยมแห่งปี “CAR OF THE YEAR 2021”

TOYOTA : BEST SELLING BRAND

TOYOTA : BEST EXPORT BRAND

TOYOTA HILUX REVO : BEST FUEL ECONOMY PICKUP UNDER 3,500 c.c.

TOYOTA VIOS : BEST SEDAN UNDER 1,500 c.c.

TOYOTA COROLLA ALTIS HV HIGH : BEST HYBRID SEDAN UNDER 1,800 c.c. 

TOYOTA CAMRY 2.5 HV Premium : BEST HYBRID MID-SIZE SEDAN UNDER 2,500 c.c.

TOYOTA COROLLA CROSS Hybrid Premium Safety : BEST HYBRID SUV UNDER 1,800 c.c.

TOYOTA SIENTA : BEST MPV UNDER 1,600   c.c.

TOYOTA INNOVA 2.8 Crysta Premium : BEST VAN UNDER 3,000 c.c. 

TOYOTA FORTUNER 2.4V : BEST DIESEL 2WD PPV UNDER 2,500 c.c.

TOYOTA FORTUNER LEGENDER 2.8V : BEST DIESEL 4WD PPV UNDER 3,200 c.c.

นายสุรศักดิ์ สุทองวัน กล่าวว่า “นับเป็นความภูมิใจอย่างยิ่งที่โตโยต้าได้รับรางวัลอันทรงคุณค่า Car of The Year 2021 ถึง 11 รางวัลด้วยกัน ทั้งนี้โตโยต้า จะมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองทุกความต้องการและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าอย่างเหนือความคาดหมาย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนความสุขและสร้างรอยยิ้มสู่สังคมไทย”

อีซูซุ รับ 9 รางวัลยอดเยี่ยมจากเวที “CAR OF THE YEAR 2021”

0

กลุ่มตรีเพชร โดย มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง รับมอบ 9 รางวัล “รถยอดเยี่ยมประจำปี 2021” (CAR OF THE YEAR 2021) จาก นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ อิมแพค เมืองทองธานี  ดังนี้

  • รางวัลรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ขับเคลื่อน 2 ล้อ ดีเซลยอดเยี่ยม : ออลนิว อีซูซุ มิว-เอ็กซ์
  • รางวัลรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยและระบบความปลอดภัยสูงสุด : ออลนิว อีซูซุ มิว-เอ็กซ์
  • รางวัลรถปิกอัพขับเคลื่อน 4 ล้อ ยอดเยี่ยม : ออลนิว อีซูซุ ดีแมคซ์ วี-ครอส 4×4
  • รางวัลรถปิกอัพขับเคลื่อน 2 ล้อ ยอดเยี่ยม : ออลนิว อีซูซุ ดีแมคซ์ พลานุภาพ…พลิกโลก!
  • รางวัลรถปิกอัพยอดนิยม : ออลนิว อีซูซุ ดีแมคซ์ พลานุภาพ…พลิกโลก!
  • รางวัลรถปิกอัพที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุด : ออลนิว อีซูซุ ดีแมคซ์ พลานุภาพ…พลิกโลก!
  • รางวัลรถปิกอัพประหยัดน้ำมันยอดเยี่ยม : ออลนิว อีซูซุ ดีแมคซ์ พลานุภาพ…พลิกโลก!
  • รางวัลรถปิกอัพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่สุด : ออลนิว อีซูซุ ดีแมคซ์ พลานุภาพ…พลิกโลก!
  • รางวัลโครงการเพื่อสังคมยอดเยี่ยมแห่งปี : โครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต”