Home Blog Page 423

ฟอร์ดต่อแคมเปญ ‘Ranger Days’ มอบข้อเสนอสุดพิเศษ ดอกเบี้ย 0% ในเดือนตุลาคม

0

ฟอร์ด ประเทศไทย เอาใจลูกค้า อัดแคมเปญ ‘Ranger Days’ ต่อเนื่อง จัดเต็มข้อเสนอสุดพิเศษ ด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% สำหรับรถยนต์ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นยอดนิยม ได้แก่ ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค, ฟอร์ด เรนเจอร์ ดับเบิลแค็บ XLT, ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4, ฟอร์ด เรนเจอร์ โอเพ่นแค็บ XL+ และฟอร์ด เรนเจอร์ โอเพ่นแค็บ XL+ Sport  เมื่อจองและออกรถ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม ถึง 31 ตุลาคม 2563 ที่โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศ ดังรายละเอียดต่อไปนี้

ข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษ 0% สำหรับรถยนต์ฟอร์ดรุ่นยอดนิยม

  • ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค ทุกรุ่น: ดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 30% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure
  • ฟอร์ดเรนเจอร์ ดับเบิลแค็บ XLT: ดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 60 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4: ดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 60 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure
  • ฟอร์ดเรนเจอร์ โอเพ่นแค็บ XL+ Hi-Rider และ ฟอร์ด เรนเจอร์ โอเพ่นแค็บ XL+ Hi-Rider Sport: อัตราดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 20% ผ่อนนาน 72 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure 

 

เพิ่มเติมสำหรับลูกค้าที่จองและออกรถฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค ฟอร์ดมอบการรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 10 ปี หรือ 150,000 กม.แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน เพื่อที่สุดของความอุ่นใจ โดยลูกค้าที่สนใจสามารถดูรายละเอียดข้อกำหนดและเงื่อนไขของแคมเปญ Ranger Days เพิ่มเติมได้ ที่นี่

ปอร์เช่ ประเทศไทย นำเสนอทางเลือกขยายโปรแกรมการรับประกัน Porsche Approved Warranty

0

บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด (AAS) ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย มอบความอุ่นใจด้วยการขยายสิทธิการซื้อการรับประกัน Porsche Approved Warranty สำหรับลูกค้าปอร์เช่ นานสูงสุด 15 ปี โดยมีผลพร้อมกันทั่วภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิค ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 นี้

ทั้งนี้ลูกค้า ปอร์เช่ จะได้รับ New car warranty ระยะเวลา 2 ปีทันทีเมื่อออกรถใหม่ทุกรุ่นกับเอเอเอสฯ พร้อมรับสิทธิการซื้อการรับประกัน Pre-owned warranty เพิ่มได้สูงสุดอีก 7 ปี รวมเป็นระยะเวลาสูงสุด 9 ปี และหลังจากนั้นเมื่อโปรแกรม Warranty 9 ปีแรกใกล้สิ้นสุดลง สามารถเลือกซื้อโปรแกรม Warranty เพื่อรับความคุ้มครองค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดในปีที่ 10-15 ที่เป็นไปตามเงื่อนไขของรถยนต์แต่ละรุ่นและข้อกำหนดของบริษัทฯ โดยการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปีของรถยนต์รุ่นไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าไม่รวมอยู่ในโปรแกรมนี้

5 เหตุผลที่คุณจะได้รับความอุ่นใจจากโปรแกรม Porsche Approved Warranty เรามีความมุ่งมั่นอย่างสูงสุดเพื่อความเป็นเลิศ

การขยายระยะเวลาการรับประกัน Porsche Approve Warranty มีผลปรับใช้กับรถยนต์ปอร์เช่ในกลุ่มประเทศภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิค ทั้ง 13 ประเทศ ในส่วนความคุ้มครอง และกระบวนการรับประกัน

“ในด้านความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อคุณภาพของรถยนต์ปอร์เช่ เราคือผู้สร้างมาตรฐานนั้น เรามั่นใจในสมรรถนะและความไว้วางใจของรถยนต์ปอร์เช่ ดังนั้นเราจึงตัดสินใจที่จะขยายระยะเวลาของการรับประกัน Porsche Approved Warranty เพื่อเป็นการเน้นย้ำถึงคำสัญญาของเราในเรื่องการจำหน่ายรถยนต์ที่มีคุณภาพสูงสุด และเฉพาะลูกค้าปอร์เช่ จาก
เอเอเอสฯ เท่านั้นที่สามารถรับการรับประกันนานสูงสุดถึง 15 ปีนี้ได้*” เอียน รัซเซิล   ผู้อำนวยการฝ่ายบริการหลังการขาย ปอร์เช่ ประเทศไทย กล่าว

 

 เพื่อการขับขี่อย่างมั่นใจได้ทุกที่ทุกเวลา

Porsche Approved Warranty ได้ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ปี 2002 ในกว่า 90 ประเทศ ด้วยการรับประกันที่สามารถใช้ครอบคลุมได้ทั่วโลก โดยให้ความคุ้มครองทุกส่วนประกอบของรถยนต์ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อรถยนต์ถูกจำหน่ายต่อและเปลี่ยนผู้ครอบครอง ระยะเวลาการรับประกันของ Warranty ที่เหลืออยู่จะถูกส่งต่อไปยังเจ้าของรายใหม่โดยอัตโนมัติ*

 

ให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุม

Porsche Approved Warranty มอบความคุ้มครองที่ครอบคลุม ยกเว้นชิ้นส่วนอะไหล่สึกหรอ อะไหล่เสื่อมตามสภาพ และอะไหล่ในการบำรุงรักษา*

 

คุณภาพในแบบฉบับปอร์เช่สายพันธุ์แท้

มีเพียงชิ้นส่วนอะไหล่ของแท้เท่านั้นที่จะถูกใช้ในงานซ่อมแซมหรือซ่อมบำรุง เพื่อคุณภาพและความปลอดภัยระดับสูงในการใช้รถของลูกค้าปอร์เช่ และเพื่อรักษามาตรฐานความเป็นเลิศ ช่างผู้ชำนาญการและทีมวิศวกรทุกคน ต้องผ่านการรับรอง Certified Porsche Technician

 

เลือกการรับประกันได้แบบที่คุณต้องการ

ลูกค้าปอร์เช่สามารถเลือกระยะเวลาการคุ้มครอง Porsche Approved Warranty ได้ตามความสะดวก โดยระยะทางไม่เกิน 200,000 กิโลเมตร สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ แผนกลูกค้าสัมพันธ์ โชว์รูม AAS ทั้ง 2 สาขา

 

*โปรดศึกษาเงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมของรถแต่ละรุ่นจากศูนย์บริการปอร์เช่ เอเอเอสฯ โดยเงื่อนไขการรับประกันเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส จัดกิจกรรมทดสอบรถยนต์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมให้ลูกค้าเยี่ยมชมสถาบันการศึกษาและฝึกอบรม

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด จัดกิจกรรมทดสอบรถยนต์ มิตซูบิชิ แบบเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ สถาบันการศึกษาและฝึกอบรม ในจังหวัดปทุมธานี โดยเชิญชวนลูกค้าและผู้ที่สนใจมาร่วมสัมผัสกับมาตรฐานใหม่ของรถอเนกประสงค์และรถครอสโอเวอร์ รุ่นล่าสุดทั้ง มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น ใหม่ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่ พร้อมเปิดให้ลูกค้าเยี่ยมชม สถาบันการศึกษาและฝึกอบรม อีกหนึ่งความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการพัฒนาบุคลากร เพื่อมอบความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า

“สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อมอบประสบการณ์และมาตรฐานการขับขี่ใหม่ให้แก่ลูกค้า โดยเริ่มจาก มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น ใหม่ ที่ลูกค้าต่างประทับใจกับสมรรถนะในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล MIVEC VG Turbo Clean-Diesel ความจุ 2.4 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุด 181 แรงม้าที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตรที่ 2,500 รอบต่อนาที และเทคโนโลยีอัจฉริยะอาทิระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ กล้องมองภาพรอบคัน ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา พร้อมระบบสัญญาณเตือนขณะเปลี่ยนเลน ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและปลอดภัยตลอดการเดินทาง พร้อมด้วย มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ รถครอสโอเวอร์สำหรับครอบครัวรุ่นใหม่ที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่ รถครอสโอเวอร์สำหรับคนรุ่นใหม่ที่สามารถขับขี่ใช้งานในเมืองได้อย่างคล่องแคล่ว มีรูปลักษณ์ที่แข็งแกร่ง และสามารถขับขี่ได้บนทุกเส้นทางด้วยความสูงใต้ท้องรถที่สูงถึง 225 มม. ดีที่สุดในรถเอสยูวีระดับเดียวกัน” มร. โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

พร้อมกันนี้ลูกค้ายังได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์ใหม่กับการเยี่ยมชมสถาบันการศึกษาและฝึกอบรม ที่เป็นศูนย์กลางการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรของผู้จำหน่าย ครอบคลุมสายงานด้านที่ปรึกษางานบริการ ช่างเทคนิค พนักงานอะไหล่ ที่ปรึกษาการขาย เจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ ตัวอาคารมีพื้นที่ใช้สอยกว่า 17,700 ตร.ม ด้วยงบประมาณลงทุนกว่า 120 ล้านบาท พร้อมเทคโนโลยีและเครื่องมือสำหรับการอบรมที่ทันสมัย มุ่งเน้นที่จะพัฒนาบุคลากรและยกระดับคุณภาพบริการด้านการขายและหลังการขาย แสดงถึงความมุ่งมั่นของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าเจ้าของรถยนต์ มิตซูบิชิ ทุกรุ่น พร้อมความมั่นใจด้วยบริการหลังการขายภายใต้สโลแกน “เราดูแล คุณแค่ขับ” ประกอบด้วยหลักการบริการ 5 ประการ ได้แก่ การมอบบริการที่ดี อะไหล่แท้ที่ตอบโจทย์ การบริการโดยผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกฝนอบรม การดูแลและเข้าใจในสินค้าและการบริการเพื่อมอบความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ตลอดจนการเข้าถึงบริการและเครือข่ายได้อย่างสะดวกสบาย

ฟอร์ด สนับสนุนการแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ ‘ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์’

0

นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย (ขวา) รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณจาก ดร. สาธิต  ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เนื่องในโอกาสที่ฟอร์ดมอบรถยนต์ 34 คัน เพื่อสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการจัดการแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ ‘ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2020’ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 ถึง 16 ตุลาคม 2563 นี้

 

“ฟอร์ดมีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสสนับสนุนวงการกีฬาไทย ด้วยการส่งมอบรถยนต์ที่มีสมรรถนะดีเยี่ยม เหมาะสำหรับการขับขี่ทางไกล เพื่อสนับสนุนคณะทำงาน รวมถึงทัพนักกีฬาไทยและนักกีฬาจากนานาประเทศ ในการเดินทางรวมกว่า 1,000 กม. จากจังหวัดสมุทรสงคราม ไปยังจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นเส้นทางการแข่งขันที่มีทัศนียภาพสวยงาม และมีความท้าทายในการเดินทาง” นายวิชิต กล่าว

 

ทั้งนี้ รถยนต์ที่ฟอร์ดส่งมอบให้แก่คณะกรรมการจัดการแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ ‘ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2020’ ประกอบด้วย รถกระบะ ฟอร์ด เรนเจอร์ จำนวน 23 คัน และรถยนต์เอนกประสงค์ขนาดกลาง ฟอร์ด เอเวอเรสต์ จำนวน 11 คัน ซึ่งรถยนต์ทั้งสองรุ่นล้วนเปี่ยมด้วยสมรรถนะอันโดดเด่น อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอัจริยะ ตอบโจทย์การใช้งานและรูปแบบการเดินทางที่หลากหลาย

“ไกจ์เซอร์” ฟอร์มเทพ ควบรถวิบากสายพันธุ์แชมป์ CRF450RW เบิลโพเดียม MXGP ที่อิตาลี

0

ยอดนักบิดทางฝุ่น ทิม ไกจ์เซอร์ หมายเลข 243 จากทีมแข่ง HRC โชว์ฟอร์มระดับเทพสมศักดิ์ศรีแชมป์เก่า ควบ Honda CRF450RW รถวิบากสายพันธุ์แชมป์ คว้าชัยชนะบนโพเดียมได้ถึงสองเรซ ในศึกโมโตครอสชิงแชมป์โลก MXGP 2020 สนาม 11 ที่แมนโตวา ประเทศอิตาลี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม ที่ผ่านมา

จากผลงานอันยอดเยี่ยมของดาวบิดชาวสโลวีเนีย เรซแรกได้อันดับที่ 1 และเรซสองจบอันดับที่ 2 ส่งผลให้เจ้าตัวยึดตำแหน่งจ่าฝูงต่อไปอย่างเหนียวแน่นบนตารางเวิลด์แชมเปี้ยนชิพ ล่าสุด มี 399 คะแนน ทิ้งห่างอันดับที่ 2 อยู่ 11 คะแนน สนามถัดไป เตรียมโยกไปดวลความเร็วที่แดนกระทิงดุ วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคมนี้

แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทย สามารถติดตามข่าวสารของทีมแข่ง Honda HRC ในศึกโมโตครอส เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ปี 2020 หรือ MXGP 2020 ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม fb.com/aphondaracingth

 

เกรท วอลล์ มอเตอร์ส นำทัพพาเหรดรถยนต์ร่วมงาน Beijing International Automotive Exhibition 2020

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ส (GWM) ตอกย้ำความเชื่อมั่นในฐานะ บริษัทที่ให้บริการการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีระดับโลก (Global Mobility Technology Company) ยกทัพพาเหรดรถยนต์ พร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำมาร่วมจัดแสดงภายใต้ธีม “Zoo & Botanical Garden Factory” ให้สาธารณชนได้ยลโฉม ในงาน“Beijing International Automotive Exhibition 2020” มหกรรมยานยนต์สุดยิ่งใหญ่แห่งปีของสาธารณรัฐประชาชนจีน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัว HAVAL A01 ครั้งแรกของโลก พร้อมด้วยการเปิดตัวของรถกระบะ POER EV และรถไฟฟ้า ORA Good Cat รวมไปถึง การพาชมเทคโนโลยีสุดล้ำของแพลตฟอร์ม L.E.M.O.N. และ COFIS Intelligent Connectivity System และรถยนต์อื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ Haval H6 Generation 3, Haval F7, Haval Big Dog, และ POER Off-road

เกรท วอลล์ มอเตอร์ส เริ่มต้นความตื่นตาตื่นใจด้วยการเผยโฉม Haval A01 เป็นครั้งแรกของโลก ซึ่ง Haval A01 คันที่นำมาจัดแสดงในงานมาพร้อมดีไซน์อันโดดเด่น สะดุดตาด้วยสีน้ำเงิน สะท้อนความพรีเมียมที่เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ ซึ่งในครั้งนี้เป็นการเผยโฉม Haval A01 ให้เห็นดีไซน์ภายนอกของรถ โดยจะมีการจัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการในภายหลัง

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานนี้คือ รถเอสยูวี Haval H6 Generation 3 ซึ่งได้เผยโฉมครั้งแรกที่งาน เฉิงตู มอเตอร์ โชว์ 2020 เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งความน่าสนใจของ Haval H6 Generation 3 นอกจากจะเป็นรถเอสยูวีขายดีอันดับหนึ่งตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ด้วยยอดขายกว่า 3 ล้านคัน กับมิติตัวถัง 4,653 x 1,886 มิลลิเมตร สูง 1,730 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,738 มิลลิเมตร และยังเป็นรถเอสยูวีคันแรกของโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ที่สามารถรองรับการเชื่อมต่อระบบ 5G รวมถึงนำเทคโนโลยี L.E.M.O.N. Platform มาใช้เป็นรุ่นแรก และยังมาพร้อมเทคโนโลยีพิเศษที่ใส่เข้ามาในรถเอสยูวีระดับแมสเป็นครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็น ระบบช่วยถอยอัตโนมัติ (Automated Reversing Assist) ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการถอยรถแก่ผู้ขับ รวมไปถึงเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น ประกอบด้วย ระบบรักษาความปลอดภัย (Safety Feature) ระบบรักษาระยะห่างและความเร็ว (Intelligent Cornering) ระบบรักษาระยะห่างระหว่างรถ (Intelligent Dodge) และระบบควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลน (Lane Center Keeping) โดยทั้งหมดนี้มาพร้อมกับดีไซน์สุดพรีเมียม ล้ำยุค ควรค่าแก่การครอบครอง

ด้านรถกระบะ Great Wall Pickup ซึ่งเป็นเจ้าตลาดติดต่อกันมากว่า 23 ปี เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ใช้ชื่อ “POER” สำหรับการทำตลาดในระดับสากล โดยได้แรงบันดาลใจมาจากตัวอักษรจีนคำว่า “炮” (Pao)  ซึ่งมีความหมายแสดงถึงความทรงพลัง ช่วยสะท้อนคอนเซปต์ Power, Peak และ Perfect ของแบรนด์รถกระบะ Great Wall Pickup ที่ให้ความมั่นคง ขับขี่สนุก ปลอดภัยมั่นใจได้ในทุกสถานการณ์

เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ยังขนทัพรถยนต์ไฟฟ้ามาจัดแสดงอย่าง ORA Good Cat รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุด ที่มาพร้อมด้วยดีไซน์แบบ Retro Futurism กลมมนสุดคลาสสิก ที่ผ่านการพัฒนาให้สามารถวิ่งได้กว่า 500 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้งด้วยแบตเตอรี่แบบ CTP และ Liquid Cooling System ซึ่งสามารถชาร์จได้กว่า 80% (จากแบตเตอรี่คงเหลือ 30%) ภายในเวลาเพียง 30 นาที นอกจากนี้ยังมีเซอร์ไพรส์ด้วยการเผยโฉม ORA Good Cat GT ปรับลุคให้รถไฟฟ้า ORA มีความความโฉบเฉี่ยว ปราดเปรียวมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้เกรท วอลล์ มอเตอร์ส นำกองทัพรถยนต์มาจัดแสดงภายในงานอีกคับคั่ง อาทิ

  • Haval F7 : รถเอสยูวีเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 5 ลิตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด พร้อมไฟหน้า ไฟท้าย และไฟตัดหมอกแบบ LED มีสองรุ่นย่อย ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร และเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 2.0 ลิตร
  • Haval Big Dog : มีชื่อจีนอย่างเป็นทางการว่า ต้าโก่ว หรือ “หมาใหญ่” ซึ่งเป็นชื่อที่ได้จากการโหวตด้วยคะแนนสูงสุดใน WeChat โดยเปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมราคาภายในงาน ในฐานะ “The Compact เอสยูวี World Premiere” กับสีใหม่ที่เต็มเปี่ยมด้วยความสดใสตอบรับไลฟ์สไตล์กลางแจ้งอย่างสีเขียว พร้อมดีไซน์ที่ลงตัวทุกจุดสำหรับการใช้งานแบบออฟโรดอย่างแท้จริง ภายใต้คอนเซปต์ “Aesthetics of Mind Power” ทั้งยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกเต็มพิกัด ประกอบด้วย E.M.O.N. Platform, ระบบจอดรถอัตโนมัติเต็มรูปแบบ, ระบบสัมผัสเพื่อเปิดประตูหลัง ระบบปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง และระบบฟอกอากาศในรถ
  • Concept Car: เผยโฉม Concept Car ตัวใหม่ รูปทรงคล้ายรถซีดาน สีพาสเทลสดใส โดดเด่นด้วยดีไซน์สไตล์เรโทร สร้างความตื่นตาตื่นใจและชวนติดตาม
  • Great Wall Pickup POER Off-road : มีความหมายตามภาษาจีนคือ ปืนใหญ่ ที่ทรงพลังและดุดัน เปรียบเสมือนประสิทธิภาพของเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 0 ลิตร เทอร์โบ ที่ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 360 นิวตัน-เมตร และเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 166 แรงม้า ทรงพลังพร้อมลุยทุกเส้นทางได้ในทุกสถานการณ์ พร้อมเกียร์ 8 สปีด และระบบการขับขี่ 7 รูปแบบ รองรับทุกสภาพพื้นถนนได้เป็นอย่างดี
  • Great Wall Pickup POER EV : กระบะพลังงานไฟฟ้า กำลังไฟ 150 กิโลวัตต์ แรงบิด 300 นิวตัน-เมตร วิ่งได้ในระยะทางสูงสุดถึง 405 กิโลเมตร

เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีแห่งอุตสาหกรรมยานยนต์ชั้นนำระดับโลก ด้วย 3 เทคโนโลยีใหม่สำหรับยานยนต์แห่งยุค ประกอบด้วย

  • E.M.O.N. (Lightweight Electrification Multi-purpose Omni-protection Network) เทคโนโลยีสุดล้ำของแพลตฟอร์มแบบโมดูล่าร์ ที่สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับการพัฒนารถซีดาน รถเอสยูวี และรถเอ็มพีวี (Sedan, เอสยูวี และ MPV) ของทั้ง 5 ขนาดตั้งแต่เล็กไปจนถึงใหญ่ ช่วยให้ตัวรถมีน้ำหนักเบา สามารถลดแรงระหว่างการขับขี่ให้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังใช้กับทั้งรถยนต์ระบบสันดาปภายใน (ICE), ยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานผสม หรือ ไฮบริด (HEV), ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (BEV) และยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานเซลล์เชื้อเพลิง (FCEV) ซึ่งรวมถึงความสามารถในการเชื่อมต่อระบบ 5G ในอนาคต และที่สำคัญที่สุดคือ ระบบปกป้องผู้ขับขี่ซึ่งตอบโจทย์หลัก 3DP (Passenger, Pedestrian, Parts) ของ
    เกรท วอลล์ มอเตอร์ส
  • COFIS Intelligent Connectivity System ระบบอัจฉริยะเพื่อการขับเคลื่อนแห่งอนาคต (Future Mobility) ประกอบด้วย ห้องโดยสารอัจฉริยะ (Intelligent Cab) การขับขี่อัตโนมัติ (Intelligent Driving) และการออกแบบไฟฟ้าอัจฉริยะ (Intelligent Electrical Architecture) ที่มุ่งสร้างประสบกาณ์การขับขี่ที่สะดวกและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงพัฒนาขีดความสามารถในการเชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ต โดยนำร่องภายใต้แบรนด์ WEY ก่อนพัฒนาและปรับใช้ในแบรนด์อื่นๆ ต่อไป ในอนาคต

ในวันนี้เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ได้สร้างบทพิสูจน์ให้เห็นถึงความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีแห่งอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก ที่พร้อมขับเคลื่อนวงการยนตรกรรมให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่มีสิ้นสุด ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งอนาคต ควบคู่ไปกับการพัฒนาการให้บริการเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดแก่ผู้บริโภค ความสำเร็จของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ส จากงาน Beijing International Automotive Exhibition 2020 ซึ่งมีการไลฟ์สดจากงานให้ชาวไทยได้ชมทาง แฟนเพจ GWM Thailand นอกจากจะสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนๆ ชาวไทยที่รอคอยแล้ว  ยังสร้างความคึกคักให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย รวมไปถึงเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคจากการที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ปักหมุดเข้ามาลงทุนและจะเข้ามาทำการตลาดในประเทศไทย

SUZUKI CELERIO UTILITY ALL AROUND ทำสถิติดีที่สุด 33.261 กิโลเมตร/ลิตร

0

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดกิจกรรม CELERIO UTILITY ALL AROUND เชิญชวนลูกค้าแข่งขันขับรถประหยัดน้ำมัน ซูซูกิ เซเลริโอ ตอกย้ำภาพลักษณ์ รถยนต์คอมแพ็คคุณภาพเกินตัว ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 พร้อมเชิญ 2 นักแสดงและพิธีกรขวัญใจวัยรุ่น คุณใบเฟิร์น   (พัสกร พลบูรณ์) และ คุณแจ๊ค แฟนฉัน (เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์) เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก ที่โพธาลัย เลเชอร์ ปาร์ค กรุงเทพมหานคร โดยมีลูกค้าส่งรถเข้าร่วมแข่งขันจำนวนรวม 44 คัน

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาจากการร่วมมือกับทางผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิอย่างเป็นทางการ จัดกิจกรรมแข่งขันขับรถประหยัดน้ำมัน SUZUKI CELERIO นับว่าประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง ได้รับการตอบรับเข้าร่วมงานจากผู้ใช้งานรถอีโคคาร์รุ่นนี้เป็นจำนวนมาก และเพื่อเป็นการต่อยอดและตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นรถยนต์นั่งขนาดคอมแพ็คคุณภาพเกินตัว ในปีนี้ ซูซูกิ จึงได้จัดกิจกรรมการแข่งขันต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ภายใต้ชื่อ CELERIO UTILITY ALL AROUND จุดประสงค์สำคัญในการจัดงาน นอกจากการพิสูจน์สมรรถนะอันยอดเยี่ยมของ SUZUKI CELERIO แล้วนั้น ยังมีความมุ่งหวังเพื่อให้ลูกค้ามีการพบปะกันสร้างสมันพันธไมตรีในสังคมผู้ใช้งานรถยนต์รุ่นนี้อีกด้วย อีกทั้งซูซูกิได้เชิญนักแสดงและพิธีกรขวัญใจวัยรุ่น คุณใบเฟิร์น และ คุณแจ๊ค แฟนฉัน มาร่วมสร้างสีสันในกิจกรรมดังกล่าว

กิจกรรม“CELERIO UTILITY ALL AROUND ” ในครั้งนี้ ถูกจัดขึ้นในเส้นทาง กรุงเทพฯ- ระยอง ซึ่งได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าผู้ใช้งาน SUZUKI CELERIO เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 44 คัน มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 100 คน ภายใต้กติกาการแข่งขันอันเข้มงวด โดยใช้เส้นทางไป-กลับกรุงเทพฯ-ระยอง ระยะทางต้องไม่น้อยกว่า 355 กม. ในระยะเวลาที่กำหนดไม่เกิน 7 ชม.(หรือ 420 นาที) ชิงรางวัลบัตรเติมน้ำมันมูลค่าสูงสุด 50,000 บาท รวมรางวัลมูลค่า 120,000 บาท  โดยผู้ชนะจากการแข่งขันครั้งนี้ได้แก่

อันดับที่ 1  คุณฐิติ สุริโยรัตนโนภาส

ระยะทาง 366.20 กิโลเมตร  อัตราการสิ้นเปลือง 33.261 กิโลเมตร /ลิตร  เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน 375 นาที

ชื่อบริษัทผู้จำหน่ายที่ดูแลลูกค้า บริษัท ซูซูกิ ฉะเชิงเทรา (2555) จำกัด จังหวัดฉะเชิงเทรา

อันดับที่ 2  คุณอิสระ ศรีนวลลี

ระยะทาง 368.40 กิโลเมตร  อัตราการสิ้นเปลือง 32.147 กิโลเมตร /ลิตร  เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน 399 นาที

ชื่อบริษัทผู้จำหน่ายที่ดูแลลูกค้าบริษัท อารีมิตร ออโต้เซลส์ จำกัด จังหวัดมหาสารคาม

อันดับที่ 3  คุณกุลภัสสร์ ยอดสกุล

ระยะทาง 370.10 กิโลเมตร  อัตราการสิ้นเปลือง 31.933 กิโลเมตร /ลิตร  เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน 391 นาที

ชื่อบริษัทผู้จำหน่ายที่ดูแลลูกค้าบริษัท ซูซูกิ ราชบุรี จำกัด (สำนักงานใหญ่) จังหวัดราชบุรี

 

อย่างไรก็ตาม กิจกรรมในครั้งนี้นับได้ว่าเป็นการพิสูจน์สมรรถนะของรถยนต์ซูซูกิ เซเลริโอ จากการขับขี่โดยผู้ใช้ตัวจริง เป็นรถยนต์อีโคคาร์ที่มีความคุ้มค่า สร้างความมั่นใจในเรื่องการประหยัดน้ำมัน ตอบโจทย์ด้านความคล่องตัวในทุกๆ ด้านสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน รวมทั้งเป็นการสานสัมพันธ์อันดีระหว่างกลุ่มลูกค้าซูซูกิ เซเลริโอ้ ทั้งเก่าและใหม่ กับผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ทั้งนี้ ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา CELERIO มียอดขายอยู่ที่ 2,481 คัน คิดเป็นอัตราเติบโต 306% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ด้วยราคาจำหน่ายที่ลูกค้าสามารถตัดสินใจครอบครองเป็นเจ้าของได้ง่าย ในราคาเริ่มต้นเพียง 318,000 บาท สามารถเริ่มต้นผ่อนเพียงเดือนละ 1,999 บาท เท่านั้น

 

ช่องทางติดต่อทางออนไลน์

www.suzuki.co.th
www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand

ช่องทางติดต่อทาง Call Center
โทรศัพท์พื้นฐาน     โทร 1800-600-900
โทรศัพท์เคลื่อนที่    โทร 1401-600-900

มาสด้า เจาะตลาดรอบทิศบุกแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ผุดโชว์รูมแห่งใหม่ล่าสุดมัดใจคนเกาะสมุย

0

มาสด้า ลุยขยายตลาดทั่วประเทศเจาะแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกอย่าง “เกาะสมุย” เกาะสวรรค์กลางอ่าวไทยที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยอุตสาหกรรมท่องเที่ยวขนาดใหญ่ เล็งเห็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทั้งคนไทย ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาประกอบธุรกิจ และตั้งรกรากบนเกาะสมุย ทุ่มเม็ดเงินลงทุนกว่า 150 ล้านบาท เปิดโชว์รูม “มาสด้า มิตรแท้ สมุย” ที่เพียบพร้อมด้วยศูนย์บริการแบบครบวงจรแห่งใหม่บนพื้นที่กว่า 3 ไร่ พร้อมศูนย์ซ่อมตัวถังและสี ภายใต้การบริหารงานโดยกลุ่มมิตรแท้ ออโตโมบิล ที่ประสบความสำเร็จจากการทำตลาดในพื้นที่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าเก่า และเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายในพื้นที่แบบใกล้ชิดผ่านกิจกรรมต่างๆ เพื่อเข้าถึงความต้องการที่แท้จริงจากลูกค้า

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เกาะสมุยจัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันเลื่องชื่อของโลก ที่บรรดานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติต่างปักหมุดไว้เป็นอันดับต้นๆ ของจุดหมายการเดินทาง ซึ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่มีเม็ดเงินหมุนเวียนมูลค่ามหาศาลต่อปี เพียบพร้อมด้วยธรรมชาติอันงดงามและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีท่าอากาศยานนานาชาติรองรับนักท่องเที่ยวที่แวะมาเยือนในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก จนกลายเป็นแหล่งแสวงหาโอกาสทางธุรกิจที่ใครหลายคนเดินทางมาปักหลักตั้งรกราก มาสด้าเล็งเห็นโอกาสในการขยายตัวทางธุรกิจ รวมทั้งการได้มีโอกาสเข้ามาดูแลลูกค้าทั้งเก่าและใหม่ รวมถึงการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในพื้นที่บนเกาะ สมุยแห่งนี้ ด้วยวิสัยทัศน์ของผู้บริหารอย่างกลุ่มมิตรแท้ ออโตโมบิล ที่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาเพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจอย่างยั่งยืน อีกทั้งมีประสบการณ์และความเข้าใจในธุรกิจยานยนต์มากว่า 30 ปี จึงมั่นใจอย่างยิ่งว่าโชว์รูมมาสด้าบนเกาะสมุยแห่งนี้จะช่วยเติมเต็มวิถีชีวิตให้กับคนสมุยได้เป็นอย่างดี

 

ทางด้าน นายพรรษพล จอมเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตรแท้ มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า โชว์รูมและศูนย์บริการ มาสด้า มิตรแท้ เกาะสมุย มีพื้นที่กว่า 3 ไร่ ด้วยงบประมาณการลงทุนกว่า 150 ล้านบาท รองรับการให้บริการแบบครบวงจร ทั้งส่วนงานขาย งานบริการหลังการขาย การสำรองอะไหล่ รวมทั้งเปิดศูนย์ซ่อมตัวถังและสี ตั้งอยู่ที่ตำบลหน้าเมือง อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมมอบการบริการโดยทีมช่างเทคนิคผู้ชำนาญการประจำทุกช่องซ่อม โดยจะใช้วิธีการบริหารจัดการเรื่องเวลาเพื่อส่งมอบรถกลับคืนสู่ลูกค้าให้เร็วที่สุด ลดระยะเวลาการรอคิวซ่อมของลูกค้ารายใหม่ ในขณะที่มาตรฐานการบริการยังทางคงได้รับการควบคุมในทุกขั้นตอน เลือกใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัย มีความแม่นยำสูง เพราะเราเชื่อว่าการบริการที่มีมาตรฐาน จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ให้กับลูกค้า ที่สำคัญได้นำเอารูปแบบความสำเร็จในการบริหารของมิตรแท้ ออโตโมบิล ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีมาปรับใช้กับที่นี่ เราจึงมีความตั้งใจขยายโชว์รูมและศูนย์บริการมาเพื่อให้ชาวเกาะสมุยอุ่นใจตลอดทุกการเดินทาง

อีซูซุ รับรางวัล “แบรนด์ที่มีมูลค่ามากสุดในประเทศไทยปี 2020”

0

มร.โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ และคุณปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด รับมอบรางวัล อีซูซุ “แบรนด์ที่มีมูลค่ามากสุดในประเทศไทยปี 2020” (Most Valuable Brands of the Year 2020) หมวดรถกระบะ จากลงทุนแมน สื่อด้านธุรกิจ การเงิน และการตลาด ที่มีผู้ติดตามกว่า 1 ล้านคนในประเทศไทย โดยใช้เกณฑ์การตัดสินจากมูลค่าส่วนแบ่งการตลาดที่มากที่สุด ซึ่งอีซูซุครองอันดับ 1 ในตลาดรถกระบะของเมืองไทยในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ ด้วยส่วนแบ่งตลาดสูงกว่า 45%

เอ.พี. ฮอนด้า ชวนคนรุ่นใหม่ระดับอุดมศึกษาร่วมแสดงพลังบริจาคโลหิต

0

บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย ผนึกกำลัง ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย พร้อมด้วยสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ เดินหน้าโครงการเพื่อสังคม “A.P. Honda Big Blood Donation 2020” ชวนคนรุ่นใหม่แสดงพลังร่วมบริจาคโลหิต ส่งต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์ ด้วยการให้ โดยมีแนวความคิดในเชิงสร้างสรรค์ “ถึงเวลา รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย” ให้โลหิต 1 ยูนิต ต่อชีวิตได้ถึง 3

ทั้งนี้ เอ.พี. ฮอนด้า ได้ตระหนักถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่โรงพยาบาลทั่วประเทศกำลังขาดแคลนโลหิตสำรอง มีผู้ป่วยที่รอรับการบริจาคอยู่เป็นจำนวนมาก การจัดกิจกรรมนี้จะช่วยส่งมอบโลหิตได้เป็นจำนวนมาก โดย เอ.พี. ฮอนด้า ได้เริ่มกิจกรรมรับบริจาคโลหิตมาตั้งเเต่ปี พ.ศ. 2547 และมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบในการรับบริจาคโลหิตไปตามสถานการณ์และความต้องการอยู่เสมอ

โครงการบริจาคโลหิตทั่วไทย A.P. Honda Big Blood Donation 2020 ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ในการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่รับบริจาคโลหิตตามสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ รวมทั้งสิ้น 5 แห่ง เริ่มจากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์เป็นแห่งแรกเมื่อเร็ว ๆ นี้

สำหรับกำหนดการรับบริจาคโลหิตต่อจากนี้ จะมีการเปิดรับบริจาคโลหิตในอีก 4 สถาบันประกอบไปด้วย
วันที่ 14 ต.ค. 2563 เวลา 09.00 – 15.00 น. ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
วันที่ 16 พ.ย. 2563 เวลา 09.00 – 15.00 น. ที่มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต
วันที่ 26 และ 27 ม.ค. 2564 เวลา 11.00 – 15.00 น. ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
วันที่ 23 ก.พ. 2564 เวลา 09.00 – 15.00 น. ที่มหาวิทยาลัยรังสิต

นอกจากที่สถาบันการศึกษาต่าง ๆ แล้ว ประชาชนที่สนใจยังสามารถร่วมบริจาคโลหิตได้ที่ศูนย์ฮอนด้า วิง เซ็นเตอร์ และ ฮอนด้า บิ๊กวิง สาขาที่ร่วมกิจกรรม โดยผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.aphondagiveblood.com