Home Blog Page 56

“นิสสัน”เดินหน้าปรับปรุงสายการผลิตในไทย มุ่งเสริมความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน และเตรียมความพร้อมสำหรับการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ในอนาคต

0
นิสสัน 1

นิสสัน เริ่มต้นโครงการปรับปรุงสายการผลิตที่โรงงานในจังหวัดสมุทรปราการอย่างเป็นทางการ โดยมีการจัดพิธีเฉลิมฉลอง บริเวณ สายการผลิตที่ 1 ของโรงงานนิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย เพื่อแสดงความยินดีกับความสำเร็จด้านการผลิตตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา สู่การเริ่มต้นใหม่ของสายการผลิตรถยนต์ในประเทศไทย

นิสสัน 2

โทชิฮิโระ ฟูจิคิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย และนิสสัน อาเซียน กล่าวว่า “นิสสันยังคงมุ่งมั่นในการขยายธุรกิจในประเทศไทย และภูมิภาคอาเซียน หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของเราปีนี้คือการยกระดับสายการผลิตที่โรงงานนิสสันในประเทศไทยให้มีความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนมากยิ่งขึ้น และพร้อมรองรับการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ในอนาคต ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้เราสามารถส่งมอบรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทยให้แก่ลูกค้าทั้งในประเทศและตลาดส่งออก”

โรงงานผลิตแห่งแรกของนิสสันในประเทศไทยก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2505 และไม่กี่ปีต่อมา สายการผลิตที่ 1 ของโรงงานนิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการในปัจจุบัน ได้เริ่มดำเนินการในปี พ.ศ. 2518 โดยตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา สายการผลิตแห่งนี้ได้ผลิตรถยนต์มากกว่า 2.5 ล้านคัน สำหรับตลาดในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศ

โครงการปรับปรุงสายการผลิตนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณ 2568 โดยสายการผลิตใหม่จะรองรับการผลิตรถยนต์รุ่นปัจจุบันที่จำหน่ายในประเทศไทย เช่น อัลเมร่า, คิกส์ อี-พาวเวอร์, นาวารา และ เทอร์ร่า รวมถึงรถยนต์รุ่นใหม่ในอนาคต

 

“มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส” และ “มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์” คว้าสองรางวัลคุณภาพ จากการสำรวจด้านคุณภาพรถยนต์ โดย เจ.ดี.พาวเวอร์ ประจำปี 2568

0
"มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส" และ "มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ 1

มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ สองรุ่นยอดนิยมจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังคงได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากลูกค้า ด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ตอบสนองได้อย่างมั่นใจ ดีไซน์โดดเด่น และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ล่าสุดรถยนต์ทั้งสองรุ่น ได้รับการยืนยันด้านคุณภาพอีกครั้ง ด้วยการคว้ารางวัล อันดับ 1 “รถใหม่คุณภาพสูง” จากผลการสำรวจความคิดเห็นด้านคุณภาพของผู้ซื้อรถยนต์ใหม่ในประเทศไทย ปี 2568 โดย เจ.ดี. พาวเวอร์ (J.D. Power 2025 Thailand Initial Quality StudySM (IQS))

มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส ได้รับรางวัลอันดับหนึ่ง ในกลุ่ม รถกระบะ 4 ประตู (Pickup Double Cab) มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ได้รับรางวัลอันดับหนึ่งในกลุ่ม รถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) รางวัลในครั้งนี้ สะท้อนถึงความพึงพอใจของผู้ใช้รถที่ซื้อรถยนต์ใหม่ทั่วประเทศ และตอกย้ำมาตรฐานคุณภาพระดับสูงของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้าในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขายและบริการหลังการขาย กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติ และขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยที่ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง จนทำให้รถทั้งสองรุ่นของเรา ได้รับการจัดอันดับสูงสุดของแต่ละประเภทรถยนต์ในปีนี้ โดย มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส ไม่ได้เป็นเพียงรถกระบะที่มีดีไซน์โดดเด่นเท่านั้น แต่ยังตอบโจทย์ทั้งในด้านสมรรถนะ ความทนทาน และความปลอดภัย มีระบบอำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสารอย่างครบครัน ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวัน และวันหยุดพักผ่อนในวันสุดสัปดาห์ เราจึงมั่นใจว่า มิตซูบิชิ ไทรทัน คือหนึ่งในตัวเลือกที่ตอบโจทย์ผู้ขับขี่ที่มองหารถกระบะอเนกประสงค์ ขับขี่ง่าย และที่สำคัญคือ ความมั่นใจในมาตรฐานความปลอดภัยของรถยนต์คันนี้ครับ”

“ขณะเดียวกัน มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ก็ได้รับความนิยมในฐานะรถ MPV ที่ครบครัน ทั้งฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ในด้านความสะดวกสบาย ความกว้างขวางของห้องโดยสาร และความคุ้มค่าต่อการใช้งานของครอบครัวครับ”

"มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส" และ "มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ 2

นายถาวร กำแก้ว ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานผลิต กล่าวเสริมว่า “รางวัลในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในการควบคุมคุณภาพการผลิตอย่างเข้มงวดในทุกขั้นตอน ณ โรงงานผลิตรถยนต์มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ซึ่งเป็นฐานการผลิตหลักของภูมิภาค เราภูมิใจที่สามารถส่งมอบรถยนต์ที่มีคุณภาพสูงให้กับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง และมั่นใจได้ว่าทุกรุ่นที่ผลิตจากโรงงานของเรา ได้ผ่านกระบวนการที่ได้มาตรฐานระดับโลก เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ผู้ขับขี่ในทุกมิติครับ”

การสำรวจของ เจ.ดี. พาวเวอร์ ในปีนี้ครอบคลุมรถยนต์ 55 รุ่น จาก 14 แบรนด์ โดยสำรวจความเห็นจากเจ้าของรถใหม่ทั่วประเทศ จำนวน 4,721 ราย ซึ่งซื้อรถระหว่าง เดือนมิถุนายน 2567- มกราคม 2568 โดยทำการสำรวจหลังการซื้อ ระหว่างช่วงเดือนธันวาคม 2567 – กุมภาพันธ์ 2568 ใน 22 เมืองใหญ่ทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE), ไฮบริด (HEV) และรถพลังงานไฟฟ้า (BEV)

แม้จะมีความท้าทายมากขึ้นในอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคปัจจุบัน แต่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและส่งมอบยานยนต์คุณภาพสูง เพื่อตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้บริโภคในทุกมิติ พร้อมเดินหน้าบริหารจัดการการผลิต และการส่งมอบรถยนต์ให้ถึงมือลูกค้าได้อย่างตรงเวลาและมีประสิทธิภาพ และยังมุ่งมอบความสบายใจให้กับลูกค้า ด้วยบริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม จากเครือข่ายผู้จำหน่ายที่มีศักยภาพ กระจายอยู่กว่า 190 แห่งทั่วประเทศไทย เพื่อให้บริการลูกค้าทุกท่านได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ด้วยมาตรฐานสูงสุด

 

NEW GWM TANK 300 DIESEL – ทางเลือกที่ใช่ สำหรับทุกสไตล์ชีวิต ทั้ง 2WD และ 4WD

0
NEW GWM TANK 300 DIESEL 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” หลังจากได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากแฟน ๆ GWM ชาวไทยหลังเปิดตัวได้ไม่ถึงเดือน NEW GWM TANK 300 DIESEL รถ PPV สไตล์ Premium Boxy ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนฯ ใหม่ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นจากการรับฟังเสียงของผู้ใช้งานจริงในประเทศไทย ที่มาพร้อมกับ 2 ระบบ ทั้งระบบขับเคลื่อนสองล้อ ในรุ่น 2.4T PRO และ รุ่น 2.4T ULTRA และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ในรุ่น 2.4T ULTRA 4WD เพื่อตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นการขับหล่อ ๆ ในเมืองได้ทุกวัน หรือบุกลุยกับทริปผจญภัยสู่การค้นหาประสบการณ์ใหม่ในทุกสภาพถนน

NEW GWM TANK 300 DIESEL 3

เลือกรุ่นที่ใช่ 2WD หรือ 4WD?

เจาะลึกความต่างระหว่าง 2WD และ 4WD คันไหนใช่ เพื่อตอบไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง กับภาพรวมเปรียบเทียบจุดเด่นของแต่ละรุ่น

คุณสมบัติNEW TANK 300 2WDNEW TANK 300 4WD
เหมาะกับใครชีวิตในเมือง, ทางเรียบ, การเดินทางในวันหยุดสุดสัปดาห์การขับขี่บนถนนในชีวิตประจำวัน, ชอบเดินทางผจญภัย, ตั้งแคมป์, ลากพ่วง
โหมดขับขี่3 โหมด (Normal, Sport, Eco)9 โหมด (2H, 4H, 4L, รวมโหมดลุยหิมะ ทราย หิน โคลน ฯลฯ)
ความนิ่ง เงียบ และนุ่มนวลขับสบาย เงียบ นิ่งได้ความสบาย นิ่ง เงียบเช่นกัน พร้อมระบบควบคุมการยึดเกาะถนนบนพื้นผิวหลากหลายประเภท
ความสามารถลุยทางสมบุกสมบันจำกัดอยู่ที่ถนนเรียบหรือทางลูกรังพร้อมลุยป่า ขึ้นเขา ข้ามโคลน ลากเรือ
ฟีเจอร์เด่นซันรูฟไฟฟ้า, เบาะนวด, ดีไซน์เท่ในเมือง ระบบความปลอดภัยเพิ่มฟังก์ชั่นการขับขี่ออฟโรด Rear Diff Lock, TANK TURN, Off-road Cruise Control
บรรทุก/ลากจูงเหมาะกับการใช้งานทั่วไปรองรับน้ำหนักและลากของได้มากกว่า
ความคุ้มค่าราคาดี คุ้มค่าคุ้มราคา ใช้เดินทางได้ในชีวิตประจำวันคุ้มค่าระยะยาว ใช้ได้รอบด้าน ยืดหยุ่นทุกสถานการณ์

 

ขุมพลังเดียวกัน มอบสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม

ทั้งรุ่น 2WD และ 4WD มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจเนอเรชันใหม่ ให้พละกำลังสูงสุด 184 แรงม้า แรงบิด 480 นิวตันเมตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติที่เปลี่ยนจากเกียร์ 1 ถึงเกียร์ 9 ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยความเร็วเพียง 90 กม./ชม. ขับสนุก ประหยัดพลังงาน รองรับทุกการใช้งานบนถนนเมืองและนอกเมือง

NEW GWM TANK 300 DIESEL 3

ภายในหรูสไตล์พรีเมียม สะดวกสบายทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะอยู่บนถนนในเมืองหรือบนเส้นทางที่ท้าทาย ความสะดวกสบายยังคงอยู่ทุกวินาที ทุกเส้นทาง ในรุ่น 2.4 PRO แบบ 2WD มาพร้อมเบาะหนังสังเคราะห์คุณภาพสูง ให้สัมผัสที่นุ่มสบาย ดูแลง่าย พร้อมระบบปรับเบาะไฟฟ้า 6 ทิศทาง ในรุ่น 2.4T ULTRA แบบ 2WD และ 4WD ยังยกระดับความหรูหราด้วยการใช้วัสดุ หนัง Nappa ผสมหนังสังเคราะห์ ให้สัมผัสที่ พรีเมียมและนุ่มนวลกว่าที่เคย เบาะคนขับมาพร้อมระบบปรับเบาะไฟฟ้า 8 ทิศทาง ระบบบันทึกตำแหน่ง Memory Seat และ Welcome Seat ระบบระบายอากาศ พร้อมดันหลังไฟฟ้า 4 ทิศทางและระบบนวดไฟฟ้า ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหนก็ช่วยให้ฝ่ารถติดในเมืองหรือฟันฝ่าอุปสรรคและความท้าทายขณะผจญภัยได้อย่างสะดวกสบายตลอดการเดินทาง นอกจากนี้ยังมีราวหลังคาสำหรับวางสัมภาระเพิ่มเติม เหมาะสำหรับการผจญภัย เพื่อประหยัดพื้นที่ภายในรถอีกด้วย

NEW GWM TANK 300 DIESEL 4

รุ่น 4WD ทางเลือกที่คุ้มค่าในระยะยาว สำหรับลูกค้าที่กำลังตัดสินใจว่าจะเลือกซื้อรุ่น 2WD หรือ 4WD จากการศึกษาของ GWM เกี่ยวกับลูกค้าที่ซื้อใช้งานจริง พบว่า 60% ของลูกค้าจะตัดสินใจซื้อรุ่น 4WD ถึงแม้จะขับขี่ในเมืองหรือบนทางเรียบเป็นหลักก็ตาม เนื่องจากหลากหลายเหตุผล ไม่ว่าจะเป็น

  • ใช้งานได้หลากหลายขึ้น ทั้งชีวิตเมือง ท่องเที่ยว ภารกิจหนัก หรือสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน
  • เทคโนโลยีออฟโรดอัจฉริยะ ล้ำหน้ากว่า ขับได้ทุกเส้นทางโดยไม่ต้องกังวล
  • เหมาะกับผู้ที่มองหารถคันเดียวที่ “ทำได้ทุกอย่าง”
  • ส่วนต่างของราคาของรุ่น 2WD และ 4WD คุ้มค่ากับออปชั่นที่ได้เพิ่มขึ้น คิดเป็นส่วนต่างค่าผ่อนงวดเพียงไม่กี่พันบาทต่อเดือน* (โดยมีเงื่อนไขดาวน์ 25% ผ่อนชำระ 48 เดือน)

NEW GWM TANK 300 DIESEL 8

พร้อมทดลองขับแล้ววันนี้

NEW GWM TANK 300 DIESEL ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ PPV เพื่อคนเมืองยุคใหม่ แต่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการในชีวิตจริงและการขับขี่ที่หลากหลายสไตล์ของผู้ใช้ชาวไทย ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนเนอเรชันใหม่ล่าสุด ที่จะยกระดับทุกประสบการณ์การขับขี่ให้ดียิ่งกว่า พร้อมการรับประกันคุณภาพเครื่องยนต์ที่ยาวนานถึง 1,000,000 กิโลเมตร (หรือ 8 ปี) ฉีกกฏเครื่องยนต์ดีเซลแบบเดิม ๆ ก้าวสู่ประสบการณ์ใหม่แห่งการเดินทางที่ดียิ่งกว่ากับ NEW GWM TANK 300 DIESEL ทั้ง 3 รุ่น ได้แก่ NEW GWM TANK 300 DIESEL 2.4T รุ่น PRO ราคา 1,029,000 บาท NEW GWM TANK 300 DIESEL 2.4T รุ่น ULTRA ราคา 1,179,000 บาท และ NEW GWM TANK 300 DIESEL 2.4T ULTRA 4WD ราคา 1,279,000 บาท ทดลองขับได้แล้ววันนี้ที่ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ 70 สาขาทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แอปพลิเคชัน GWM เว็บไซต์ https://www.gwm.co.th/ หรือ GWM Contact Center หมายเลข 02-668-8888

“รถถัง จิตรเมืองนนท์” เลือก SUZUKI XL7 ต้อนรับทายาทคนแรก!

0
SUZUKI XL7 1

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ส่งมอบรถยนต์ SUZUKI XL7 และร่วมแสดงความยินดีแก่ “รถถัง จิตรเมืองนนท์” อดีตแชมป์โลกมวยไทย รุ่นฟลายเวต จากเวที One Championship ที่มอบความไว้วางให้ซื้อรถยนต์คันใหม่ให้พี่สาวได้เข้าร่วมเป็นครอบครัวซูซูกิอีกหนึ่งคัน

SUZUKI XL7 2

ก่อนหน้านี้ได้เลือกรถยนต์ SUZUKI SWIFT อีโคคาร์สปอร์ตแฮทช์แบ็กยอดนิยม จำนวน 2 คัน ให้กับสมาชิกในครอบครัวไว้ใช้งาน สร้างความปลื้มปิติตื้นตันใจเป็นอย่างยิ่งกับครอบครัว และถือเป็นของขวัญชิ้นใหญ่เพื่อต้อนรับสมาชิกใหม่ของคุณพ่อรถถัง ที่จะมีทายาทคนแรกในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้

SUZUKI XL7 3

“มินิ ประเทศไทย” เปิดตัว “มินิ คูเปอร์ เอสอี ไฮทริม ใหม่” จัดเต็มออปชั่น ตามคำเรียกร้อง พร้อมประกาศราคาอย่างเป็นทางการของ มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ และ มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ คอนเวิร์ตทิเบิล

0
MINI 1

มินิ ประเทศไทย เตรียมปลุกกระแสยานยนต์ไฟฟ้าให้โลดแล่นทั่วท้องถนนเมืองไทยอีกครั้ง กับการเปิดตัว มินิ คูเปอร์ เอสอี ไฮทริม ยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดของ มินิ คูเปอร์ เอสอี อันเป็นเอกลักษณ์ สำหรับ มินิ คูเปอร์ เอสอี ไฮทริม ถือเป็นการก้าวสู่อีกขั้นของการพัฒนาดีไซน์และนวัตกรรม โดยยังคงประสบการณ์การขับขี่ยานยนต์ไฟฟ้าสุดเร้าใจ และดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ที่เจ้าของมินิคุ้นเคยเป็นอย่างดี พร้อมด้วยชุดฟีเจอร์พรีเมียมใหม่ที่พร้อมยกระดับประสบการณ์การขับขี่ในมิติที่เหนือกว่า พร้อมส่งมอบแล้ววันนี้ที่ผู้จำหน่ายมินิทั่วประเทศ 

 

นอกจากการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ มินิ ประเทศไทย ยังได้เปิดเผยราคาอย่างเป็นทางการของ มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ และ มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ คอนเวิร์ตทิเบิล ที่ได้นำมาเผยโฉมเป็นครั้งแรกที่งาน มอเตอร์โชว์ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่น่าตื่นเต้นในการเติบโตของมินิในตลาดประเทศไทย

มินิ คูเปอร์ เอสอี ไฮทริม ใหม่
ราคา: 1,799,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และ MSI Standard Package คุ้มครองการบำรุงรักษา 4 ปี ไม่จำกัดระยะทาง)

 

จากความสำเร็จที่โดดเด่นเมื่อปีที่แล้ว มินิ คูเปอร์ เอสอี ได้สร้างนิยามใหม่ให้กับการเดินทางในเมือง ก้าวขึ้นเป็นมาตรฐานใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม ด้วยการเปิดตัว มินิ คูเปอร์ เอสอี รุ่น ไฮทริม โปรไฟล์ใหม่ที่มาพร้อมฟีเจอร์จัดเต็ม ครบครัน ยกระดับการขับขี่ไปอีกขั้น

มินิ คูเปอร์ เอสอี ไฮทริม ยังคงรักษาเสน่ห์ภายนอกในแบบฉบับ มินิ คูเปอร์ เอสอี ที่มาพร้อมกับไฟหน้า LED ทรงกลมอันเป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งยังมีการยกระดับทั้งด้านดีไซน์และการใช้งาน ไฮไลต์ของรุ่นนี้ได้แก่ ล้อแม็กซ์ Night Flash Spoke 2-Tone ขนาด 18 นิ้ว และตัวเลือกสีใหม่สุดพิเศษอย่าง Indigo Sunset Blue ซึ่งเข้ากันกับรูปทรงที่โดดเด่นของ มินิ คูเปอร์ เอสอี ได้อย่างลงตัว มีความสวยงามอันเป็นเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น ภายในห้องโดยสารของรุ่นไฮทริมโดดเด่นด้วยการเพิ่มอุปกรณ์ในหลากหลายด้าน โดยผู้ขับขี่จะได้สัมผัสกับระบบเครื่องเสียงเหนือระดับจาก Harman Kardon และเบาะไฟฟ้าพร้อมการตั้งค่าระบบจดจำการปรับเบาะแบบไฟฟ้าและฟังก์ชั่นนวดสำหรับเบาะผู้ขับขี่ เติมความสะดวกสบายในทุกการเดินทาง

MINI 2
ในเรื่องของสมรรถนะ มินิ คูเปอร์ เอสอี ไฮทริม ยังคงผสานพลังกับประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ และตอบสนองเร็ว ซึ่งขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงที่ปลอดมลพิษ ในด้านของความจุแบตเตอรี่ รุ่นไฮทริมสามารถเดินทางได้สูงสุด 400 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน WLTP นอกจากนี้ เมื่อชาร์จที่สถานีชาร์จ DC แบตเตอรี่สามารถเพิ่มขึ้นจาก 10 เปอร์เซ็นต์ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ได้ในเวลาไม่ถึง 30 นาที

MINI Experience Modes ทั้ง 7 แบบช่วยปรับแต่งทุกการขับขี่ตามสไตล์ของผู้ขับ ปรับการแสดงผลหน้าจอกลม ไฟภายใน และเสียงให้เข้ากับประสบการณ์การขับขี่ของแต่ละบุคคล ในแต่ละโหมดมีการออกแบบพื้นหลังที่สวยงาม พร้อมการเคลื่อนไหวที่เพิ่มความสนุกโดยไม่รบกวนการขับขี่ี่ สำหรับรุ่นไฮทริมโดดเด่นด้วย MINI Navigation AR ระบบนำทางด้วยเทคโนโลยี AR ฉายวิดีโอเส้นทางของถนนแบบสมจริง ทำให้การนำทางในเมืองที่ซับซ้อนกลายเป็นคู่มือแบบเรียลไทม์ที่ใช้งานง่าย อีกทั้งยังมีผู้ช่วยส่วนตัวกับ MINI Intelligent Personal Assistant ให้ผู้ขับขี่ควบคุมมินิด้วยคำสั่งเสียง และจะแสดงผลบนหน้าจอ OLED อันเป็นเอกลักษณ์ของมินิ และสำหรับคนที่ชอบหาประสบการณ์ใหม่ที่ใช้งานง่ายอยู่เสมอ MINI Connected Store เปิดให้เข้าถึงแอปพลิเคชันที่หลากหลายทั้งด้านประโยชน์ใช้สอยและความบันเทิง และมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง

MINI 3

 

เพื่อยกระดับประสบการณ์พรีเมียมให้สูงยิ่งขึ้น มินิ คูเปอร์ เอสอี ไฮทริม ใหม่ มาพร้อมกับระบบช่วยเหลือการจอด Parking Assistant Plus อันทันสมัย ซึ่งประกอบด้วยกล้อง 360 องศา และระบบบันทึกการถอยจอด ทำให้การควบคุมรถและการจอดรถเป็นเรื่องง่ายดาย สำหรับความสามารถในการจอดรถที่ล้ำสมัยยิ่งขึ้น ฟีเจอร์การจอดรถระยะไกลล้ำสมัยอย่าง Parking Assistant Professional ทำให้ใช้สมาร์ทโฟนสำหรับการควบคุมและจอด มินิ คูเปอร์ เอสอี ไฮทริม ได้ ซึ่งมีให้บริการผ่านระบบสมาชิก (subscription)

มินิ คูเปอร์ เอสอี ไฮทริม ใหม่ วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ที่ผู้จำหน่าย มินิ อย่างเป็นทางการ ในราคา 1,799,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยมีสีให้เลือก 9 สี ได้แก่ สีฟ้า Icy Sunshine Blue, สีน้ำเงิน Blazing Blue, สีเขียว British Racing Green IV, สีเขียว Ocean Wave Green, สีขาว Nanuq White, สีเงิน Melting Silver, สีเหลือง Sunny Side Yellow, สีแดง Chili Red II, และสีน้ำเงิน Indigo Sunset Blue สียอดนิยมจาก มินิ แอสแมน ที่รอให้พบคันจริงครั้งแรก ที่งาน มินิ เอ็กซ์โป 2025 วันที่ 16-22 กรกฏาคม 2568 ที่ เซ็นทรัลเวิลด์

มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ ใหม่
ราคา: 3,399,000 (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและ MSI Standard Package คุ้มครองการบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กม.)

MINI 9

 

 

มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ ใหม่ มอบสมรรถนะอันน่าตื่นเต้นเร้าใจ ด้วยพลังขับเคลื่อนจากเครื่องยนต์สี่สูบ TwinPower Turbo อันทรงพลัง เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตรนี้สร้างพลังขับเคลื่อนถึง 170 กิโลวัตต์/231 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร มอบความสนุกสนานในการขับขี่และสมรรถนะระดับสูงสุด ระบบเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ที่ได้รับการปรับแต่งเพื่อความสปอร์ต ถ่ายทอดพลังของเครื่องยนต์สู่การเปลี่ยนเกียร์ที่ไดนามิกเป็นพิเศษ ส่งผลให้ มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ สามารถทำความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 6.1 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 

ในด้านรูปลักษณ์ภายนอก มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ ดึงดูดทุกสายตาด้วยดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจากมอเตอร์สปอร์ต ด้านหน้าโดดเด่นด้วยกระจังหน้าสีดำเงาพร้อมช่องระบายอากาศในดีไซน์จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ และโลโก้ JCW รูปแบบใหม่ ตอกย้ำถึงสมรรถนะอันเหนือชั้น ส่วนด้านหลัง การออกแบบอันโดดเด่นด้วยท่อไอเสียวางตำแหน่งกลางภายในดิฟฟิวเซอร์สีดำ เน้นย้ำถึงความสปอร์ต ดุดัน อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์

MINI 7

มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ ใหม่ วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ในราคา 3,399,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยมีให้เลือกในสี Legend Grey (หลังคาสีแดง) Nanuq White (หลังคาสีแดง) และ Chili Red II (หลังคาสีดำ)

มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ คอนเวิร์ตทิเบิล ใหม่
ราคา: 3,599,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและ MSI Standard Package คุ้มครองการบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กม.)

 

สัมผัสความเพลิดเพลินในการขับขี่แบบเปิดประทุนไร้ขีดจำกัดกับ มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ คอนเวิร์ตทิเบิล ใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์สี่สูบ TwinPower Turbo ระบบเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่สามารถสร้างพลังขับเคลื่อน 170 กิโลวัตต์/231 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร พร้อมการควบคุมระดับสูงสุด มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ คอนเวิร์ตทิเบิล ใหม่นี้สามารถทำความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 6.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 245 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของ มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ ที่ได้แรงบันดาลใจจากมอเตอร์สปอร์ตแล้ว รุ่นคอนเวิร์ตทิเบิล มาพร้อมหลังคาผ้าใบ เพื่อความอิสระสูงสุดในทุกการขับขี่ หลังคาผ้าใบสามารถพับเก็บได้อย่างสมบูรณ์ในเวลาเพียง 18 วินาที ที่ความเร็วสูงสุดถึง 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ คอนเวิร์ตทิเบิล ใหม่ วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ราคา 3,599,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ในสี Legend Grey

“MG Primus” ตอกย้ำความสำเร็จผู้นำตลาดรถไฟฟ้า ส่งมอบ MG IM6 ลูกค้าล็อตแรกในไทย

0
MG Primus 1

MG Primus ตอกย้ำความสำเร็จผู้นำตลาดรถไฟฟ้า จัดงานหรู “FIRST MOVE – START OF HAPPINESS “ ส่งมอบรถ MG IM6 ยนตรกรรม SUV ไฟฟ้า สุดพรีเมี่ยมให้แก่ลูกค้าล็อตแรกในไทย

MG Primus  2

จิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท เบส ออโต้เซลส์ จำกัด และบริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป เปิดเผยว่า MG Primus ได้จัดงานส่งมอบรถยนต์ MG IM6 ล็อตแรก ให้แก่ลูกค้าที่ชื่นชอบรถ SUV คูเป้ ไฟฟ้าระดับพรีเมี่ยม ภายใต้ชื่องาน “FIRST MOVE – START OF HAPPINESS” ที่ MG Primus สาขาเพชรเกษม 65
ทั้งนี้ เพื่อร่วมแสดงความยินดีและขอบคุณลูกค้าที่เชื่อมั่น มอบความไว้วางใจในการเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์ MG IM6 กับทาง MG Primus ในช่วงงาน Motor Show 2025 เมืองทองธานี พร้อมตอกย้ำความสำเร็จของ MG Primus ที่คว้าอันดับ 1 ยอดจองรถไฟฟ้าสูงสุด

MG Primus 3

ที่สำคัญ นโยบายหลักของ “Primus Group” มุ่งเน้นการมอบประสบการณ์ใหม่ที่เหนือระดับ เพื่อความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าทุกมิติของการบริการ และทุกแบรนด์รถยนต์ในเครือของเรา ซึ่งการจัดงานในวันนี้ นับเป็นอีกหนึ่งในการสร้างประสบการณ์สุดพิเศษและความประทับใจให้แก่ลูกค้าที่ก้าวสู่ครอบครัว MG Primus ทั้งเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง MG Primus และลูกค้า เพื่อการดูแลในทุกบริการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

MG Primus 4

“ซื้อรถอะไร ไม่สำคัญเท่าซื้อกับใคร เพราะเราเชื่อว่า การซื้อรถ 1 คัน ไม่ใช่ดูเรื่องโปรโมชั่นแคมเปญเท่านั้น หากต้องดูในเรื่องการให้บริการและการดูแลเอาใจใส่ของดีลเลอร์แต่ละแห่ง เพราะเราต้องใช้รถเป็นเวลาหลายปี ดังนั้น การส่งมอบรถในวันนี้ จึงเป็นการแสดงความตั้งใจจริงของ MG Primus ที่จะส่งมอบ

MG Primus 5

ประสบการณ์ที่ดีในการใช้รถ ความประทับใจในการดูแลลูกค้าด้านการขายและบริการหลังการขายของทีมงานเรา รวมทั้งการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่จะจัดขึ้นสำหรับลูกค้าในอนาคต เพื่อสร้างความประทับใจและประสบการณ์ใหม่ ตามคำขวัญ คือ “เรื่องรถ ให้ไพรม์มัสดูแล”

MG Primus 7

นอกจากนี้ ได้มีการจัดกิจกรรมพิเศษ IM6 in Depth โดยได้รับเกียรติ “กิตติพัฒน์ สุนทรสัจบูลย์” ผู้จัดการอาวุโส แผนก Business Management & Sales Training บริษัท เอ็มจี เซลส์ ประเทศไทย จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ ร่วมนำเสนอข้อมูลและวิธีการใช้งาน MG IM6 แบบเจาะลึก เพื่อให้ลูกค้าใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

“มาโนช เพียรพิชยพงศ์” ลูกค้า MG IM6“

MG Primus  8

ผมได้ทดลองขับรถ MG IM6 ในงาน Motor Show แล้ว รู้สึกประทับใจในสมรรถนะ โดยเฉพาะช่วงล่างที่เกาะถนน และให้ความนุ่มนวลเหมือนกับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ และที่สำคัญ คือ การรับประกันตลอดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ ชุดมอเตอร์และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ทำให้เพิ่มความมั่นใจในการใช้งานมากยิ่งขึ้น และการที่เลือกซื้อกับทาง MG Primus ที่สาขาเพชรเกษม แม้จะไกลจากบ้านที่อยู่ย่านมีนบุรี แต่ด้วยพนักงานขายดูแลเป็นอย่างดี และผมเป็นลูกค้าของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เคยใช้บริการที่ “เบนซ์ไพรม์มัส” สาขาเลียบด่วน รู้สึกประทับใจ และมั่นใจในเรื่องการบริการและการดูแลลูกค้าของกลุ่ม Primus Group ทำให้ผมตัดสินใจเลือก MG IM6 จากที่นี่”

“ครอบครัวบุญสิริสกุล” ลูกค้า MG IM6

MG Primus 9
“ปัจจุบันโลกมีการพัฒนาและกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราจึงต้องปรับเปลี่ยนตามโลก ด้วยการหันมาใช้รถยนต์ที่มีเทคโนโลยีไฮเทค อย่างรถพลังงานไฟฟ้า แทนการใช้รถน้ำมัน ผนวกกับ IM6 มีรูปลักษณ์สวยงาม ทันสมัย ถูกใจเรามาก หลังจากทดลองขับแล้ว ชอบเรื่องสมรรถนะ ความปลอดภัยกับการใช้งานที่ง่าย ทั้งราคาจับต้องได้ ประกอบกับบริษัทในกลุ่มไพรม์มัสมีความมั่นคง เราจึงเชื่อมั่นและเลือกซื้อ MG IM6 กับทาง MG Primus

“มาสด้า” ชวนลูกค้าร่วมค้นหาความสุขและสร้างแรงบันดาลใจ ผ่านปรัชญา “JOY DRIVES LIVES ความสุขขับเคลื่อนชีวิต”

0
มาสด้า 1

ภายใต้ความสับสนวุ่นวายในเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์โลกที่กำลังเกิดขึ้น หลายคนกังวลใจกับเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน มาสด้าเชิญชวนลูกค้าออกมาร่วมกันสร้างแรงบันดาลใจและค้นหาความสุขในแบบของตนเอง เพราะมาสด้าเชื่อว่าในทุกรายละเอียดของชีวิตมีความสุขขับเคลื่อนเราเสมอ เฉกเช่นเดียวกับมาสด้าที่ขับเคลื่อนองค์กรด้วยปรัชญา “JOY DRIVES LIVES” หรือความสุขขับเคลื่อนชีวิต สื่อสารถึงรายละเอียดความสุขเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัว โดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางและมีส่วนสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับแบรนด์ และมีรถยนต์ มาสด้า เป็นส่วนหนึ่งของทุกประสบการณ์การใช้ชีวิต

มาสด้า 2

นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้าเชื่อเสมอว่าความสุขคือส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนชีวิต เราจึงมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ความสุขให้กับผู้คนในทุกช่วงเวลาและพร้อมเดินทางไปด้วยกัน เพื่อค้นพบความสุขที่มากกว่าการขับขี่ในทุกเส้นทาง ให้ทุกรายละเอียดของชีวิตมีความสุขขับเคลื่อนเสมอ นั่นคือที่มาของปรัชญาใหม่ของแบรนด์ “JOY DRIVES LIVES” หรือความสุขขับเคลื่อนชีวิต เพื่อให้มั่นใจว่าทุกครั้งที่ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์มาสด้าจะนำมาซึ่งคุณค่าและความสุข เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ความสุขให้เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของลูกค้า โดยมีรถยนต์มาสด้าเป็นหัวใจหลักในการสร้างความเชื่อมโยง เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์เหล่านี้ มาสด้าจึงขับเคลื่อนธุรกิจด้วยกลยุทธ์ Customer Experience Management หรือการบริหารประสบการณ์ลูกค้าที่มุ่งมั่นยกระดับประสบการณ์ในการเป็นเจ้าของรถมาสด้า ที่ไม่ได้มีเพียงการขับขี่ที่สนุกสนานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดจากแบรนด์ในทุก ๆ Touchpoint เริ่มตั้งแต่การมีปฏิสัมพันธ์ผ่านระบบออนไลน์ไปจนถึงประสบการณ์ที่ได้สัมผัสจากผู้จำหน่ายในแต่ละพื้นที่

มาสด้า 3

ทั้งนี้ เพื่อให้ลูกค้าและผู้คนได้ตระหนักถึงรายละเอียดความสุขเล็ก ๆ รอบตัว ตลอดจนมีส่วนร่วมและสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ โดยมีรถยนต์มาสด้าเป็นส่วนหนึ่งของทุกประสบการณ์ เพื่อถ่ายทอดหลักปรัชญาการทำงาน สร้างความรักความผูกพันระยะยาวกับลูกค้า ตามแนวทางการบริหารงานที่ให้ความสำคัญกับลูกค้ามาเป็นอันดับหนึ่ง (Customer Centric) สิ่งเหล่านี้จะถูกถ่ายทอดลงไปในทุกองค์ประกอบของการทำงาน เพราะมาสด้าเชื่อว่า “ความสุขในการขับขี่รถยนต์” (Joy of Driving) จะนำไปสู่ “ความสุขในการใช้ชีวิต” (Joy of Living) และมาสด้าตั้งใจส่งมอบความสุขเหล่านี้ไปยังลูกค้าทุกคน จะดีกว่าไหมถ้าคนเราค้นพบความสุขที่อยู่ระหว่างทางโดยในบางครั้งอาจถูกมองข้ามไป ลองหยุดพักจากการรอคอยความสุขที่ยิ่งใหญ่หรือสิ่งที่หวังไว้ในอนาคต แล้วมาเติมเต็มชีวิตด้วยความสุขเล็ก ๆ ที่เราก็สร้างขึ้นเองได้ เพื่อให้ทุกวันขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยรอยยิ้มและใช้ชีวิตให้มีความหมายตามแบบฉบับของตนเอง

มาสด้า 4

ดังนั้น มาสด้าจึงถ่ายทอดเรื่องราวการดำเนินชีวิตของครอบครัวอันแสนอบอุ่น ผ่านภาพยนตร์โฆษณาเรื่อง Joy Drives Lives เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนมองหาความสุขในรายละเอียดของชีวิต และต่อยอดด้วยการมุ่งเน้นความเชื่อที่ว่า ความสุข คือพลังขับเคลื่อนชีวิต มาสด้าจึงสร้างประสบการณ์ที่มากกว่าการขับขี่ แต่เป็นการเดินทางที่เปี่ยมไปด้วยความสุขในทุกช่วงเวลา ดังนั้น เพื่อสื่อสารแนวคิดนี้ให้ชัดเจนขึ้นจึงได้นำเสนอบทเพลง “Joy is in the details” บอกเล่าเรื่องราวจากหิ่งห้อยตัวน้อยผ่านสถานการณ์ของผู้คนต่าง ๆ หลากหลายมิติ เช่น การใช้เวลากับครอบครัวหรือคนรัก การก้าวข้ามขีดจำกัด และการนึกถึงอดีตที่น่าจดจำ เป็นต้น ซึ่งแต่ละเหตุการณ์ล้วนดูธรรมดา แต่หากมองลึกลงไปในอริยาบททุกคนล้วนมีรอยยิ้มและกำลังมีความสุขในชีวิต

มาสด้า 6

“บางครั้งความสุขอาจเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว แต่มาสด้าเชื่อว่าเราจะค้นพบด้วยตัวเองได้ เพียงลองมองลึกลงไปในรายละเอียด เราอาจพบความสุขที่อยู่ระหว่างทางที่บางครั้งอาจถูกมองข้ามไป ในช่วงที่ผ่านมา มาสด้าได้ทำการสำรวจสถิติคนไทย ผ่านแบบทดสอบ Mazda Joy Research เพื่อทำความเข้าใจความสุขในรูปแบบต่าง ๆ ตามด้วยการสร้างการรับรู้ในความหมายใหม่ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น พบว่า คนไทยกว่า 2 ใน 3 จากกลุ่มตัวอย่าง มีความสุขน้อยกว่าที่คาดหวังไว้ เพราะเราสร้างเงื่อนไขการมีความสุขด้วยการผูกมัดไว้กับความคาดหวัง มาสด้าจึงได้สร้างความตระหนักถึงว่าอะไรคือความสุขที่แท้จริง และสร้างความเชื่อมโยงต่อการสื่อสารเพื่อให้เห็นรายละเอียดความสุขในชีวิต” นายภพนิพิฐ กล่าวเสริม 

มาสด้า 6

สำหรับลูกค้าที่ต้องการติดตามการสื่อสารภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ ผ่านภาพยนตร์โฆษณาและบทเพลงอันไพเราะอันลึกซึ้งที่กำลังออนแอร์อยู่ในขณะนี้ JOY DRVIES LIVES ความสุขขับเคลื่อนชีวิต รวมถึงการออกไปค้นหาความสุขของคุณร่วมกับแบรนด์มาสด้า สามารถกดเข้าผ่านลิงค์ดังต่อไปนี้

มาสด้า  7

รับชมภาพภาพยนตร์โฆษณาภายใต้สโลแกน “JOY DRIVES LIVES” ได้ตามช่องทาง
Mazda official YouTube – Full VDO: ภาพยนตร์โฆษณาhttps://www.youtube.com/watch?v=wYhA68ocA8g
Facebook: ถ่ายทอดเรื่องราวความสุขขับเคลื่อนชีวิตhttps://www.facebook.com/share/r/1EM8oLW4AR/
TikTok บทเพลง “Joy is in the details”
Music : https://vt.tiktok.com/ZSkG28nHE/

“SUZUKI CARRY” เปลี่ยนทุกไอเดียเป็นกำไร! รถเพื่อผู้ประกอบการตัวจริง พร้อมโปรโมชันจัดเต็ม รับส่วนลด 20,000 บาท หรือดอกเบี้ย 1.99% หรือผ่อนนาน 60 เดือน

0
ซูซูกิ 1

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ด้วย SUZUKI CARRY รถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์ขวัญใจผู้ประกอบการยุคใหม่ ที่ได้รับการออกแบบเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการทางธุรกิจ พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่งในการขับเคลื่อนทุกความฝันสู่ความสำเร็จ 

ซูซูกิ 2

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ซูซูกิ มุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มค่า คุ้มราคา และสามารถตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายของธุรกิจทุกรูปแบบ SUZUKI CARRY คือคำตอบที่ชัดเจน ด้วยการออกแบบให้มีความยืดหยุ่นสูง พร้อมสำหรับการดัดแปลงและพัฒนาต่อยอดให้เข้ากับทุกแนวทางของชีวิตและทุกรูปแบบธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งสินค้า การให้บริการเคลื่อนที่ หรือการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ความอเนกประสงค์และความคุ้มค่าในการลงทุน ทำให้ SUZUKI CARRY เป็นทางเลือกที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจด้วยเงินลงทุนไม่มาก ด้วยอัตราการผ่อนชำระที่เข้าถึงได้ง่าย ผู้ประกอบการทั้งรายย่อยและรายใหญ่จึงสามารถเป็นเจ้าของธุรกิจได้ทันที SUZUKI CARRY ได้รับการพิสูจน์แล้วจากหลากหลายธุรกิจที่นำไปตกแต่งและพัฒนาต่อยอดเป็น รถขายอาหาร (Food Truck), ร้านตัดผม, ร้านซักรีดเสื้อผ้า, ร้านอาบน้ำสัตว์เลี้ยงสุนัขและแมว, ร้านตรวจและตัดแว่นสายตา หรือแม้แต่การบรรทุกสินค้าและบริการอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดของรถกระบะคันนี้

ซูซูกิ 3

จุดเด่นด้านสมรรถนะและฟังก์ชันของ SUZUKI CARRY มาพร้อมมิติตัวรถที่สมบูรณ์แบบสำหรับการดัดแปลง
•ขนาดตัวรถ: ความยาว 4,195 มม. ความกว้าง 1,765 มม. และความสูง 1,910 มม.
•กระบะบรรทุกแบบเรียบ กว้าง 1,670 มม. และยาว 2,450 มม. สามารถเปิดได้ทั้ง 3 ด้าน เพื่อความสะดวกในการขนถ่ายสัมภาระและรองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ
•รับน้ำหนักบรรทุกสูงสุดถึง 945 กิโลกรัม พร้อมรองรับการบรรทุกหนักได้อย่างมั่นใจ
•เครื่องยนต์เบนซินประหยัดน้ำมัน ขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า
•ระบบเบรก ABS มั่นใจในความปลอดภัยทุกการเดินทาง
•ระบบ Engine Drag Control ช่วยรักษาความเร็วของล้อหน้าและล้อหลังให้สมดุล ป้องกันรถลื่นไถล เพื่อการควบคุมที่มั่นคง
•วงเลี้ยวแคบสุดเพียง 4.4 เมตร เพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่จำกัดได้อย่างยอดเยี่ยม

ซูซูกิ 3

SUZUKI CARRY จำหน่ายในราคาเพียง 395,000 บาท (ราคารุ่นมาตรฐานไม่รวมอุปกรณ์ตกแต่ง) และเพื่อส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจ ซูซูกิได้จัดแคมเปญพิเศษให้ลูกค้าเลือกรับข้อเสนอ ดังนี้
•รับข้อเสนอส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท
•หรือ เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษเริ่ม 1.99% นาน 60 เดือน
•หรือรับข้อเสนอผ่อนเริ่มต้นวันละ 222 บาท
•พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก
•สิทธิพิเศษสำหรับสิทธิพิเศษลูกค้าเกษตรกรขึ้นทะเบียน ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ สมาชิกหอการค้าและเครือข่าย หรือสมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และเกษตรกรขึ้นทะเบียน รับส่วนลดเพิ่ม 15,000 บาท
•ลูกค้าองค์กรธุรกิจ รับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท
•สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย สามารถเข้าร่วมโครงการค้ำประกันสินเชื่อเช่าซื้อ “กระบะพี่มีคลังค้ำ”
ทั้งนี้เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ลูกค้าสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ณ ผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ

ซูซูกิ 7

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กล่าวสรุปว่า “เราเข้าใจดีว่าในโลกธุรกิจวันนี้ โอกาสอยู่ทุกที่ และ SUZUKI CARRY คือคำตอบที่ใช่ เราจึงมั่นใจว่า SUZUKI CARRY จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจเติบโตและสร้างความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ซูซูกิยังคงยึดมั่นในบทบาทการเป็นแบรนด์ที่พร้อมเคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์ ด้วยความตั้งใจใช้ศักยภาพของผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างประโยชน์กลับคืนสู่สังคม จึงสานต่อโครงการ ‘SUZUKI CARRY Your Dream CARRY Your Life’ มาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568 ได้นำขบวนรถ SUZUKI CARRY ซึ่งประกอบไปด้วยรถ Food Truck, รถตัดผมเคลื่อนที่, ร้านอาบน้ำสัตว์เลี้ยงสุนัขและแมว ฯลฯ ขับเคลื่อนออกไปให้บริการประชาชน ณ โดมอเนกประสงค์ สวนสาธารณะ ซอย 11 หมู่บ้านบัวทอง หมู่ที่ 9 เทศบาลบางรักพัฒนา จังหวัดนนทบุรี อีกด้วย”

ซูซูกิ 7

แนวคิด “Carry Your Dream เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน” ยังคงเป็นดีเอ็นเอที่ชัดเจนของ SUZUKI CARRY เพราะไม่ว่าความฝันของคุณจะเป็นอย่างไร หรืออยู่ท่ามกลางวิกฤตการณ์แบบไหน SUZUKI CARRY ก็พร้อมจะเป็นยานพาหนะที่อยู่เคียงข้าง ร่วมฝ่าวิกฤตในทุกสถานการณ์ ตอกย้ำได้อย่างชัดเจนว่า SUZUKI CARRY เป็นได้มากกว่ารถขนสินค้าหรือสัมภาระ แต่เปรียบเสมือนดั่ง “พาร์ทเนอร์คนสำคัญ” ที่พร้อมจะสนับสนุนและร่วมขับเคลื่อนอยู่เคียงข้างผู้ประกอบการด้วยความจริงใจ เดินหน้าไปสู่จุดหมายและประสบความสำเร็จไปด้วยกัน

 

 

วิริยะประกันภัย รุกขยายจุดบริการตรวจสอบอุบัติเหตุแห่งใหม่

0

นายสยม โรหิตเสถียร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ให้เกียรติเป็นประธานพิธีเปิด “จุดรอตรวจสอบอุบัติเหตุ” แห่งใหม่ของบริษัทฯ ซึ่งตั้งอยู่ภายในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. บึงคำพร้อย เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการออกตรวจสอบอุบัติเหตุในพื้นที่จุดเสี่ยง ให้เจ้าหน้าที่สามารถไปถึงจุดเกิดเหตุได้โดยเร็วที่สุด รวมถึงสามารถตรวจสอบและประเมินความเสียหายได้อย่างแม่นยำและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าและประชาชนทั่วไปที่ประสบอุบัติเหตุ โดยจัดเจ้าหน้าที่ประจำการ พร้อมอุปกรณ์และระบบสารสนเทศที่ทันสมัย รองรับการให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของวิริยะประกันภัยในการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการให้บริการด้านประกันภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้อุ่นใจในทุกสถานการณ์ ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. บึงคำพร้อย ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินกระบวนการคัดเลือกพื้นที่จัดตั้งจุดรอตรวจสอบอุบัติเหตุอย่างรอบด้าน โดยวิเคราะห์จากชุดข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุและการเคลมสินไหมทดแทนที่บริษัทฯ ได้รวบรวมไว้ รวมถึงการพิจารณาพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่นหรือมีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงที่เกิดเหตุ พื้นที่รอยต่อของจังหวัด พื้นที่ในสถานีบริการน้ำมัน ตลอดจนพื้นที่ระหว่างศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนวิริยะประกันภัย โดยปี 2568 นี้ บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นดำเนินนโยบายขยายจุดรอตรวจสอบอุบัติเหตุให้ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคกว่า 30 จุด เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการช่วยเหลือหลังเกิดเหตุได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ลดระยะเวลาการรอคอย และเพิ่มประสิทธิภาพการบริการอย่างทั่วถึง ภายใต้แนวคิด “ใช้ทุกวิให้คุ้มค่า : ด้วยบริการที่เป็นเลิศครอบคลุมครบวงจร”

 

ประกาศผล “งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 47” พร้อมรางวัล “ราชินีแห่งความสง่างาม”

0
รถโบราณ 1

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ผู้จัด “งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 47” ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ ประกาศผลการตัดสินการประกวดประเภทต่างๆ ดังนี้

ประเภทรถรุ่นบรรพบุรุษ (รถที่ผลิตจนถึงปี 1904) ประเภทรถรุ่นผ่านศึก (คศ.1905-1918) ประเภทรถโบราณ (คศ.1919-1930) และประเภทรถก่อนสงคราม (คศ.1931-1945) ไม่มีรถเข้าประกวด

ประเภทรถหลังสงคราม (คศ.1946-1960) รางวัลที่ 1 ได้แก่ Alfa Romeo Sprint 750 ปี 1958 ของ Ong Chong Soo

ประเภทรถคลาสสิค (คศ.1961-1970) รางวัลที่ 1 ได้แก่ Porsche 911S ปี 1967 ของ อภิชัย ตั้งวงศ์ศิริ

รถโบราณ 2

ประเภทรถคลาสสิคร่วมสมัย (คศ.1971-ปัจจุบัน-30 ปี) รางวัลที่ 1 ได้แก่ Alfa Romeo Giulia Super ปี 1974 ของ Giuseppe Gaviraghi

รถโบราณ 5

นอกจากนี้ ยังมีการประกาศผลประกวด รถจำลอง และรถประดิษฐ์พิเศษ รถดัดแปลง รถแจกวาร์ รถมีนี รถโฟล์คสวาเกน รถอเมริกัน รถเฟียต และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย

สำหรับรางวัลราชินีแห่งความสง่างาม (CONCOURS D’ELEGANCE – กงกูรส์ เดเลอกองศ์) ซึ่งคัดเลือกจากสุภาพสตรีที่มาร่วมงานเลี้ยงประกาศผลคืนวันที่ 18 มิถุนายน 2568 ได้แก่ มาริษา รุ่งโรจน์

รถโบราณ 8

เชิญชม “งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 47” ถึงวันที่ 22 มิถุนายน 2568 ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ vintagecarclub.or.th และ facebook.com/VintageCarClub