Home Blog Page 57

“มาสด้า” เตรียมเผยโฉม THE ALL-ELECTRIC MAZDA6e รถยนต์ไฟฟ้าครั้งแรกในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ปีนี้

0
มาสด้า 1

มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ปล่อย Teaser เผยภาพยนตร์โฆษณา “The All-Electric Mazda6e” รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกจากมาสด้า ที่สะท้อนถึงก้าวแรกในการเข้าสู่ยุคใหม่ของเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย ตามคอนเซ็ปต์ “eLECTRIFY INTO THE NEW ERA” พร้อมเชิญชวนลูกค้าไปสัมผัสได้เร็ว ๆ นี้ ในงานไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2025 โดยงานแถลงข่าวเปิดบูธมาสด้าจะมีขึ้นในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เวลา 14:45 – 14:55 น. ลูกค้าที่สนใจสามารถเข้าชมและจองรับสิทธิพิเศษเพื่อเป็นเจ้าของได้ก่อนใคร ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย. 68 – 10 ธ.ค. 68 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1 – 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

มาสด้า 2

The All-Electric Mazda6e มาพร้อมภาพลักษณ์ NeoFastback นิยามใหม่ของยนตรกรรม 5 ประตู ที่สะท้อนแนวคิด New Era of Design and Utility ถ่ายทอดเส้นสายทรงพลังแบบ Fastback ที่เปี่ยมด้วยความสวยงามและความลื่นไหลในการออกแบบ ตามแนวคิด Kodo-Soul of Motion ถ่ายทอดเอกลักษณ์การขับขี่และสมรรถนะของรถยนต์มาสด้าไว้ในทุกองค์ประกอบอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็น ปรัชญาการขับขี่แบบ จินบะ-อิไต ที่มอบความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนกับรถ ให้ความสนุกสนานในการขับขี่ (Joy of Driving) และมอบประสบการณ์ความประทับใจให้กับลูกค้าทั่วโลก

ลูกค้าชาวไทยเตรียมพบกับ The All-Electric Mazda6e พลังที่จุดประกายทุกสัมผัส​ ยกระดับตัวตนและจิตวิญญาณสู่อีกขั้น ที่หลอมรวมทุกการขับขี่ให้เป็นหนึ่งเดียวกับคุณ​ ครั้งแรกของยนตรกรรมไฟฟ้าจากมาสด้า ได้ที่งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2025 เร็ว ๆ นี้

มาสด้าจะยังคงมุ่งมั่นส่งมอบความสุขในการขับขี่ “Joy of Driving” ภายใต้คุณค่าหลักที่ให้ความสำคัญกับมนุษย์เป็นศูนย์กลาง “Human Centric” ควบคู่กับการส่งมอบประสบการณ์ความสุขในการใช้ชีวิต “Joy of Living” ให้กับลูกค้า เพื่อให้มาสด้าเป็นแบรนด์ที่ส่งมอบความสุขและยกระดับประสบการณ์การใช้ชีวิตในทุกด้านให้กับลูกค้า อันเป็นสิ่งที่มาสด้าปรารถนาเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมและผู้คนในทุกบริบทตลอดไป

รับชม Teaser หนังโฆษณาได้ที่: https://youtu.be/ZszOr2yCpuA

หมายเหตุ:

  • รอบสื่อมวลชนและวีไอพี:              28 พ.ย. 68 เวลา 09:00-22:00 น.
  • รอบมหากุศล (บุคคลทั่วไป):          29 พ.ย. 68 เวลา 11:00-22:00 น.
  • รอบสำหรับบุคคลทั่วไป:               30 พ.ย. 68 – 10 ธ.ค. 68

วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 12:00-22:00 น.

วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 11:00-22:00 น.

“IMC สื่อสากล” พร้อมจัดงาน MOTOR EXPO 2025 เริ่ม 29 พย. นี้

0
MOTOR EXPO 2025 1

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ปรับรูปแบบกิจกรรม คุมโทนในงานให้เหมาะสม ค่ายรถยนต์ 42 แบรนด์ จักรยานยนต์ 16 แบรนด์ ร่วมแสดงนวัตกรรม พร้อมจัดโปรโมชั่นมากมาย ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม นี้

MOTOR EXPO 2025 2

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42เผยว่า “ปีนี้จัดตามแนวคิด “อลังการงานแสดง-The Magnificent Motor Expo” โดยขอความร่วมมือผู้ออกงานให้คำนึงถึงความเหมาะสมในการจัดกิจกรรม และการแต่งกายของพริทที เพื่อให้ภาพรวมของงานมีความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

MOTOR EXPO 2025 3

MOTOR EXPO 2025 มีค่ายรถยนต์เข้าร่วมงานทั้งหมด 42 แบรนด์ จาก 8 ประเทศ ได้แก่ AION, AUDI, AVATR, BMW, BYD, CARRYBOY, CHERY, DEEPAL, DENZA, DFSK, FARIZON, FORD, GAC, GEELY, GEELY RIDDARA, GWM, HONDA, HYPTEC, HYUNDAI, ISUZU, JEEP, KIA, LEAPMOTOR, LEXUS, MAXUS, MAZDA, MERCEDES-BENZ, MG, MINI, MITSUBISHI, NEX, NISSAN, OMODA & JAECOO, POCCO, PORSCHE, SUZUKI, TESLA, TOYOTA, VOLVO, WULING, XPENG และ ZEEKR รวมทั้ง ชุดแต่งจากผู้นำเข้าอิสระ M’Z SPEED

MOTOR EXPO 2025 4

รถจักรยานยนต์ 16 แบรนด์ จาก 7 ประเทศ ได้แก่ BMW MOTORRAD, DECO, DUCATI, EM MOTOR, HARLEY-DAVIDSON, HONDA, LAMBRETTA, NIU, ROYAL ALLOY, ROYALENFIELD, SLEEK EV, SUZUKI, TRIUMPH, TROMOX, YAMAHA และ ZONTES

รถมือสอง 3 แบรนด์ ได้แก่ BMW PREMIUM SELECTION, MERCEDES-BENZ CERTIFIED PRE-OWNED VEHICLES, และ VOLVO SELEKT

สำหรับกิจกรรมคืนกำไรให้ผู้ชมทั้ง ซื้อรถ…ชิงรถ / ซื้อบัตร…ชิงรถ / ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์ / ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรถ มีรายละเอียดดังนี้

  1. “ซื้อรถ…ชิงรถ” ผู้จองหรือซื้อรถยนต์ใหม่ภายในงาน มีสิทธิ์ชิงรถยนต์ AVATR 11 รุ่น STANDARD RANGE มูลค่า 2,099,000 บาท
  2. “ซื้อบัตร…ชิงรถ ผู้ซื้อบัตรชมงาน มีสิทธิ์ชิงรถยนต์ MITSUBISHI XFORCE รุ่น ULTIMATE มูลค่า 1,059,000 บาท
  3. “ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์” ผู้จองหรือซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ในงาน มีสิทธิ์ชิงรถจักรยานยนต์ SUZUKI รุ่น GSX-8R มูลค่า 419,000 บาท
  4. “ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรถ” ผู้ลงทะเบียนใน MOTOR EXPO APPLICATION พร้อมตอบแบบสอบถามครบถ้วน ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568 มีสิทธิ์ชิงรถยนต์ WULING BINGUO รุ่น DC ICON มูลค่า 429,000 บาท

ยิ่งกว่านั้นยังมีบริการ “MOTOR EXPO EXCLUSIVE VISITOR” เพียง 1,000 บาท รับ บัตรเข้าชมงาน ULTIMATE VIP 3 ใบ ช่องจอดรถ VIP ณ ลานจอดรถ P1 (1 คัน/1 สิทธิ์) ฟรีค่าจอด 3 ชม. พื้นที่รับรองพิเศษ EXCLUSIVE VISITOR LOUNGE บริการนำชมรถโดยพนักงานขายของแบรนด์ที่ลูกค้าสนใจ ซื้อสินค้าที่ระลึก MOTOR EXPO ลด 10% และสิทธิ์เข้าร่วมชิงโชครายการ “ซื้อบัตร ชิงรถ”

MOTOR EXPO 2025 10

นอกจากนี้ งาน MOTOR EXPO 2025 ยังมีกิจกรรมมากมาย ได้แก่ Skill Driving Experience Junior จัดอบรมปลูกฝังวินัยจราจรเด็ก / Skill Driving Experience จัดกิจกรรมขับรถแข่งเครื่อง Simulator / Spirit of the 4×4 Driving School ชมสนามรถบังคับจำลองสถานการณ์ในพื้นที่ทุรกันดาร และสนามจำลอง ให้ทดลองนั่งรถ 4×4 ที่ขับโดยผู้เชี่ยวชาญ / นิทรรศการสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย แสดงรถโบราณทรงคุณค่า หาชมยาก / มูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” จัดกิจกรรมสำหรับเด็ก และเยาวชน / ชุมนุมรถสวย ชมรถยนต์ และบิกไบค์ รุ่นดังหลากหลายค่าย จากสมาชิกคาร์คลับทั่วประเทศ / Join Boat Platform จัดแสดงเรือสำหรับคนรักเรือ ฯลฯ

งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” จัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2568 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล” และสามารถซื้อบัตรชมงานได้ทาง https://www.motorexpo.co.th/onlineticket/

“GWM” เตรียมส่ง Hi4 สุดยอดเทคโนโลยีไฮบริดขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะสู่ตลาดไทย ประเดิมรุ่นแรกใน GWM WEY G9 รถ MPV ระดับไฮเอนด์ พร้อม Zero Gravity Seat และระบบปฏิบัติการสุดล้ำ

0
GWM Thailand 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลกด้วยแนวคิด“ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนอง ทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด GWM (Thailand) เตรียมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ลักชัวรี่ในประเทศไทย ด้วยการเผยโฉมครั้งแรกของแบรนด์ GWM WEY (จีดับเบิ้ลยูเอ็ม เวย์) นำโดย GWM WEY G9 (จีดับเบิ้ลยูเอ็ม เวย์ จีไนน์) รถ MPV ระดับไฮเอนด์รุ่นแรก ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำมากมาย ทั้งระบบขับเคลื่อน Hi4 Technology เทคโนโลยีไฮบริดขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ ปลอดภัยและมั่นใจในทุกเส้นทางและทุกสถานการณ์ รวมถึง Coffee Intelligence ซึ่งเป็นระบบนิเวศ AI ใหม่ที่พัฒนาโดย GWM และระบบปฏิบัติการ Coffee OS 3.3 เชื่อมต่อคนกับรถอย่างไร้ขีดจำกัด มอบประสบการณ์การขับขี่อัจฉริยะและการตอบสนองที่ถูกต้อง ฉับไว แม่นยำ และไร้รอยต่อ ที่ได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลามจากผู้ใช้ในประเทศจีน นอกจากนี้ ยังล้ำไปอีกขั้นกับสุดยอดความสะดวกสบายด้วยเบาะแถวสองที่สามารถปรับเป็นสภาวะไร้น้ำหนัก หรือ Zero-Gravity Seat โดย GWM WEY G9 คือ ยนตรกรรมระดับลักชัวรี่ที่เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีสุดอัจฉริยะอย่างแท้จริง เตรียมเผยโฉมอย่างเป็นทางการในงาน Motor Expo 2025 วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นี้

เทคโนโลยี Hi4: ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะครั้งแรกของโลก การันตีด้วยรางวัลอันทรงเกียรติสูงสุด

GWM WEY G9 มาพร้อม Hi4 (Hybrid Intelligent 4WD) เทคโนโลยีไฮบริดขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะครั้งแรกของโลก หลังจากที่คว้ารางวัล Grand Prize ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (S&T Award) ประจำปี 2025 จากสมาคมวิศวกรยานยนต์แห่งประเทศจีน (China SAE) ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปีที่เทคโนโลยีขับเคลื่อนไฮบริดได้รับรางวัลสูงสุดนี้ และเป็นรางวัลทรงเกียรติที่สุดในอุตสาหกรรมยานยนต์จีน สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวล้ำของเทคโนโลยี Hi4 ทั้งด้านสมรรถนะ ความปลอดภัย และความชาญฉลาดในการขับขี่ ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งแรกของบริษัทระดับโลก เทคโนโลยี Hi4 ใช้นวัตกรรมเชิงสถาปัตยกรรม “3 แหล่งพลังงาน + 9 โหมดการทำงาน” ครอบคลุมทั้ง EV Mode, Series Range-Extending Mode, Parallel Hybrid Mode, Direct Engine Drive Mode และโหมดการฟื้นพลังงานจากทั้งเพลาหน้าและหลัง พร้อมระบบ ITVC (Intelligent Torque Vectoring Control) ที่สามารถปรับแรงบิดของล้อแต่ละข้างได้ภายในเวลาเพียง 0.01 วินาที ช่วยลดการลื่นไถลและเพิ่มการยึดเกาะบนพื้นผิวลื่น เช่น น้ำ ทราย หรือกรวด แม้แต่การเข้าโค้ง เพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่และประสิทธิภาพที่เหนือกว่า ทั้งความเร็ว ความลื่นไหล ความเงียบ การประหยัดพลังงาน และความปลอดภัยในทุกสภาพถนน รองรับสภาพการขับขี่ที่หลากหลายในโลกแห่งการเดินทางที่ท้าทาย

นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2023 รถที่ติดตั้งเทคโนโลยี Hi4 ของ GWM มียอดขายทั่วโลกกว่า 410,000 คัน ณ สิ้นปี 2024 โดยได้ผลักดันส่วนแบ่งตลาดรถออฟโรดพลังงานใหม่ของ GWM ในจีนจาก 10% ในปี 2020 เติบโตเป็น 52% ภายใน2024 ขณะที่ในตลาดต่างประเทศ รถยนต์ที่ติดตั้ง Hi4 ได้ถูกส่งออกไปยังตลาดสำคัญ เช่น ออสเตรเลีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ และคาซัคสถาน

Coffee OS 3.3: ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะเพื่อการเชื่อมต่อในทุกเส้นทางแบบไร้ขีดจำกัด

นอกจาก Hi4 แล้ว GWM WEY G9 ยังมาพร้อมระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ Coffee OS 3.3 ที่เชื่อมต่อทุกฟังก์ชันในรถให้ใช้งานได้อย่างชาญฉลาด เพื่อสร้างประสบการณ์การเชื่อมต่อที่ราบรื่นระหว่างคนกับรถ โดยทำงานร่วมกับ AI ที่สามารถแสดงภาพและสถานะของรถยนต์ในรูปแบบ 3 มิติแบบเรียลไทม์บนหน้าจอแสดงผล รวมถึงสามารถสั่งงานอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยการสั่งงานจากภาพบนหน้าจอ เช่น เปิด-ปิดฝากระโปรงท้าย นอกจากนี้ ยังโดดเด่นด้วยด้วยการรองรับการสั่งงานด้วยเสียงมากถึง 21 ภาษา และสำเนียงท้องถิ่นที่แตกต่างกัน จับเสียงได้อย่างถูกต้องและแม่นยำมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถแยกเสียงชายและหญิงได้อย่างชาญฉลาด พร้อมระบบการนำทาง Petal Maps Global Navigation อันทันสมัยที่สามารถแสดงภาพแผนที่แบบ 3 มิติและสภาพการการจราจรแบบเรียลไทม์ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ผ่าน GWM App Store เช่น Spotify ได้อย่างง่ายดาย และยังเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สมาร์ทโฟนอย่างไร้รอยต่อ ทำให้ผู้ใช้สามารถควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว GWM WEY G9 ยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยไซเบอร์ (cyber security) ที่ทันสมัย เพื่อให้ทุกข้อมูลทางธุรกิจและข้อมูลส่วนตัวได้รับการปกป้องขั้นสุด มอบความมั่นใจในทุกการเดินทาง

2nd Row Zero-Gravity Seat: เบาะแถวสองแบบสภาวะไร้น้ำหนัก ให้การเดินทางสะดวกสบายถึงขีดสุด

GWM WEY G9 มาพร้อมกับเบาะแถวสองแบบสภาวะไร้น้ำหนัก ที่ทำให้ผู้โดยสารแถวสองรู้สึกสบายเหมือนนั่งอยู่ในอวกาศที่ปราศจากแรงโน้มถ่วง โดยร่างกายของผู้โดยสารไม่ได้สัมผัสกับชิ้นส่วนหรือพื้นของรถ ด้วยการปรับมุมองศาของเบาะไปที่ “Golden Angle” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเทคโนโลยีการบินและอวกาศของ NASA สร้างมุมที่นั่งที่สมบูรณ์แบบ 127° สําหรับลําตัว และ 132° สําหรับต้นขาและน่อง โดยจัดตําแหน่งหัวใจและหัวเข่าในระดับเดียวกันเพื่อการกระจายแรงกดทั่วที่นั่งอย่างสม่ำเสมอ เพิ่มความสบายไปอีกขั้นด้วยเบาะหุ้มหนัง Nappa สัมผัสนุ่ม หรูหรา ทนทาน ไม่ระคายเคืองผิว ระบายอากาศได้ดี และทำความสะอาดง่าย พร้อมระบบเบาะนวดไฟฟ้า 6 รูปแบบ และระบบเบาะระบายอากาศที่พนักพิงและที่นั่ง ช่วยลดความเมื่อยล้าและยกระดับความสบายไปอีกขั้น

ยิ่งไปกว่านั้น GWM WEY G9 ใช้วัสดุที่รักษาสิ่งแวดล้อม ช่วยลดการปล่อยสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile Organic Compounds หรือ VOC) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการเชื่อมพื้นผิวด้วยคลื่นเสียงอัลตร้าโซนิก ลดการใช้กาวในชิ้นส่วนภายในรถ ใช้พลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ผ่านการอบที่อุณหภูมิ 80°C นาน 2 ชั่วโมง เพื่อลดกลิ่นและสาร VOC  GWM WEY G9 ถือเป็นรถยนต์ MPV รุ่นแรกในประเทศจีนที่ได้รับการรับรอง “การปลอดฟอร์มาลดีไฮด์ (Zero Formaldehyde)” และ “China Green Car Assessment Program (C-GCAP) ระดับห้าดาว”

GWM WEY และ GWM WEY G9 จึงเป็นมากกว่าแบรนด์ลักชัวรี่และรถยนต์ระดับไฮเอนด์ แต่เป็นแบรนด์ที่มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมและเหนือความคาดหมายให้กับผู้ใช้ทั่วโลก ชูเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อการเดินทางที่เหนือระดับ ทั้งสมรรถนะ ความปลอดภัย และการเชื่อมต่อที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่อย่างแท้จริง

เวย์น โจว์ กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “GWM มุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้เหนือกว่าที่เคย โดยเฉพาะเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนและระบบปฏิบัติการที่ล้ำหน้าและทันสมัยที่สุดของ GWM ทั้ง Hi4 และ Coffee OS ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลก เราเชื่อมั่นว่าการนำเทคโนโลยีระดับสูงเหล่านี้เข้ามาให้คนไทยได้สัมผัส ไม่ว่าจะเป็นการนำแบรนด์ GWM WEY ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ก่อตั้งและสร้างสรรค์จากเกียรติยศและแรงบันดาลใจของประธาน Jack Wey รวมถึงการนำ GWM WEY G9 เข้าสู่ตลาดไทย จะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของ GWM ในการส่งมอบยนตรกรรมระดับไฮเอนด์และประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าชาวไทย สร้างความมั่นใจในทุกการขับขี่ และตอบโจทย์ทุกการเดินทางอย่างแท้จริง”

 

“ฮอนด้า” จัดโปรแรงส่งท้ายปี! ดีลสุดคุ้ม 2 รุ่นยอดนิยม Civic e:HEV และ New HR-V e:HEV มอบสิทธิพิเศษสูงสุด 50,000 บาท พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 173,000 บาท ตั้งแต่ 1 พ.ย. – 11 ธ.ค. 2568 กับ Honda Pro OH! MY GOOOOOD PLUS+ โปรใหม่ จัดใหญ่เต็ม MAX

0
ฮอนด้า 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดโปรแรงส่งท้ายปีกับแคมเปญ “Honda Pro OH! MY GOOOOOD PLUS+” เพิ่มเติมทางเลือกใหม่สำหรับรถยนต์สองรุ่นฮิตในไลน์อัป Honda e:HEV – The EXCITING Hybrid ทั้ง Honda Civic e:HEV และ New Honda HR-V e:HEV มอบความคุ้มค่าที่ “ตรงใจ เลือกได้เอง” ให้คุณเลือกได้ดั่งใจรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 50,000 บาท หรือ เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 173,000 บาท** ให้การเป็นเจ้าของรถยนต์ทั้งสองรุ่นเป็นเรื่องง่ายกว่าที่เคย สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 อย่าพลาด! โปรแรงแห่งปีที่ทำให้ความฝันของคุณเป็นจริง

ฮอนด้า 1

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda Civic e:HEV ราคาเริ่มต้นเพียง 1,099,000 บาท

สปอร์ตซีดานขวัญใจวัยรุ่น ดีไซน์สปอร์ตเท่ ขับมันส์เหลือล้น เร่งแรงเร้าใจ ประหยัดน้ำมันเหลือ ๆ พร้อมฟังก์ชันการใช้งานและเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอันล้ำสมัยครบครัน ซึ่งมาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

  • ทางเลือกใหม่!
    • รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 50,000 บาท พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 173,000 บาท**
    • หรือเลือกรับ ดอกเบี้ย 0% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 173,000 บาท** 

โดยมาพร้อมข้อเสนอคุ้มค่าให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ Honda Civic e:HEV ได้ง่ายขึ้น

  • โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
    • ฮอนด้าช่วยผ่อน 7 ปี รวมมูลค่าสูงสุด 84,000 บาท*
    • ผ่อนเบาเริ่มต้นเพียงเดือนละ 9,527 บาท* หรือเลือก ดาวน์ต่ำเพียง 10%*
    • พร้อม ฟรี! ประกันภัย 1 ปี*และฮอนด้า อัลติเมทแคร์

ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ New Honda HR-V e:HEV ราคาเริ่มต้นเพียง 949,000 บาท

ไฮบริด SUV ยอดนิยม สปอร์ตพรีเมียมลงตัว สะดวกสบาย ขับง่าย ลุยได้ทุกเส้นทาง รองรับทุกการใช้งานสไตล์อเนกประสงค์ อีกทั้งประหยัดน้ำมันเกินคาด ซึ่งมาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

  • ทางเลือกใหม่!
    • รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 50,000 บาท พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 154,000 บาท**
    • หรือเลือกรับ ดอกเบี้ย 0% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 154,000 บาท**

โดยมาพร้อมข้อเสนอคุ้มค่าให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ New Honda HR-V e:HEV ได้ง่ายขึ้น

  • โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
    • ฮอนด้าช่วยผ่อน 7 ปี รวมมูลค่าสูงสุด 84,000 บาท*
    • ผ่อนเบาเริ่มต้นเพียงเดือนละ 8,090 บาท* หรือเลือก ดาวน์ต่ำเพียง 10%*
    • พร้อม ฟรี! ประกันภัย 1 ปี*และฮอนด้า อัลติเมทแคร์

อย่ารอช้า! มาคว้าความคุ้มค่าส่งท้ายปีกับแคมเปญ Honda Pro OH! MY GOOOOOD PLUS+ โปรใหม่ จัดใหญ่เต็ม Max ได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center)
โทร. 0 2341 7777 หรืออ่านรายละเอียดที่ https://www.honda.co.th/promotions

  • ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Honda Civic e:HEV ดูรายละเอียดได้ที่ https://www.honda.co.th/civic
  • ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ New Honda HR-V e:HEV ดูรายละเอียดได้ที่ https://www.honda.co.th/hrvehev

อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

  • เว็บไซต์: honda.co.th
  • Facebook Official Account: Honda Thailand
  • LINE Official Account: @honda-thailand

หมายเหตุ

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

** Honda Exclusive Care ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) คือ การขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • Honda Exclusive Care คือ แคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ฮอนด้าใหม่ทุกรุ่น เพื่อมอบความมั่นใจในการใช้รถฮอนด้าในระยะยาว ประกอบไปด้วย
  • ฟรีประกันภัย 1 ปี
  • ฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง และค่าอะไหล่ตามตารางการบำรุงรักษา
  • ฟรีรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง สำหรับรถยนต์ e:HEV ทุกรุ่น
  • ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง ซึ่งปกติจะได้ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แต่ขยายเพิ่มให้อีกเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

“เรเว่”  ขอแนะนำ BYD T25 e-Mixer รถโม่ผสมคอนกรีตพลังงานไฟฟ้า ทางเลือกใหม่ เพื่อการก่อสร้างที่ยั่งยืน

0
เรเว่ 1

บริษัท เรเว่ คอมเมอร์เชียล วีฮิเคิลส์ จำกัด ผู้จัดจําหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่เพื่อการพาณิชย์ บีวายดี อย่างเป็นทางการในประเทศไทยภายใต้ กลุ่มธุรกิจเรเว่ ยกระดับมาตรฐานวงการรถขนปูนในประเทศไทย ผ่านการเสนอทางเลือกใหม่ BYD T25 e-Mixer รถโม่ผสมคอนกรีตพลังงานไฟฟ้า ที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่ดีที่สุดจาก บีวายดี ผ่านการพัฒนาโดยคำนึงถึงทุกปัจจัย ที่จะขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความสำเร็จ ทั้งเรื่องของความปลอดภัย ความทนทาน และ ประสิทธิภาพการใช้งานสูงสุด

เรเว่  2

นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “เรเว่ ขอเสนอทางเลือกใหม่ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจก่อสร้างกับ BYD T25 e-Mixer ซึ่งมาพร้อมกับนวัตกรรมล่าสุด และดีที่สุดอย่างรอบด้าน ทั้งยังผ่านการทดสอบหลายรูปแบบรวมถึง ภายใต้สภาพการใช้งานจริงในประเทศไทย เรเว่ มั่นใจว่า BYD T25 e-Mixer จะพร้อมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน ผู้ประกอบการและธุรกิจของท่าน สู่อีกขั้นของความสำเร็จ”

เรเว่  3

นางสาวประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ เปิดเผยว่า “BYD T25 e-Mixer คือคำตอบสำหรับผู้ประกอบการ ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน เนื่องจากรถโม่ผสมคอนกรีตพลังงานไฟฟ้า ไม่ได้แค่มีอัตราการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ซึ่งนำไปสู่สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน แต่ยังประหยัดค่าพลังงานกว่า เมื่อเทียบกับรถโม่ผสมคอนกรีตทั่วไป ที่ใช้เครื่องยนต์แบบเดิม และต้นทุนที่ลดลงนี่เอง จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน”

 

  • อัดแน่นด้วยนวัตกรรม เพื่อความปลอดภัย และประสิทธิภาพสูงสุด

 

BYD T25 e-Mixer รถโม่ผสมคอนกรีตพลังงานไฟฟ้า ขับเคลื่อนแบบ 6×4 มาพร้อม BYD Blade Battery ขนาด 188 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งผ่านการทดสอบแล้วว่าปลอดภัยสูง ทั้งทดสอบการเจาะด้วยตะปู และมีโครงสร้างแข็งแกร่ง มั่นใจในอายุการใช้งานที่ยาวนาน ด้วยระบบระบายความร้อนประสิทธิภาพสูง ในส่วนของระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ทั้งหมดออกแบบและพัฒนาขึ้นเองโดย บีวายดี ทำงานราบรื่นไม่มีสะดุด ทั้งยังมี มอเตอร์แบบขดลวดคู่ ซึ่งทำงานแยกอิสระต่อกัน สามารถขับเคลื่อนรถต่อไปได้ แม้ขดลวดชุดใดชุดหนึ่งขัดข้อง

 

BYD T25 e-Mixer ยังมีพวงมาลัยผ่อนแรง จากมอเตอร์ไฟฟ้าและปั๊มไฮโดรลิก ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยให้ขับขี่ได้ง่ายขึ้น แต่ในกรณีฉุกเฉินที่ไม่มีพลังงาน ส่งไปยังมอเตอร์พวงมาลัย ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถต่อได้อีก 30 วินาที ในส่วนของอุปกรณ์ความปลอดภัยอื่น มีระบบเสียงสังเคราะห์เตือนเมื่อเปิดไฟเลี้ยวและถอยหลัง, ระบบช่วยออกตัวทางลาดชัน (HHC), ระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง (TPMS) และ ระบบเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBS) ในส่วนของการปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสาร มีโครงสร้างตัวถังที่สร้างขึ้นจากเหล็กแรงดึงสูงรอบห้องโดยสาร และผ่านการทดสอบการชนรอบด้านรวมถึงการพลิกคว่ำ ตามมาตรฐานของยุโรปแบบ ECE-R29

 

  • พร้อมเคียงคู่ผู้ประกอบการ ด้วยเทคโนโลยีเพื่อความทนทาน และใช้งานง่าย

 

BYD T25 e-Mixer พร้อมเอาชนะทุกอุปสรรค เพราะผ่านการทดสอบทั้งในห้องทดสอบกว่า 200 รายการ และบนถนนจริงภายใต้สภาวะสุดขีดหลายรูปแบบ รวมเป็นระยะทางกว่า 400,000 กิโลเมตร รวมถึงผ่านการทดสอบใช้งานจริงในประเทศไทยอีกด้วย ตัวแชสซีส์เป็นรูปทรงตัวยูยึดด้วยรีเวตด้านนอก เพิ่มความเหนียวและทนทาน รองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 25 ตัน ทั้งยังเคลือบด้วยสารกันกัดกร่อนของสนิม ยืดอายุการใช้งานสูงสุด 40% โครงสร้างห้องโดยสารใช้วัสดุโลหะชุบกัลวาไนซ์ ในสัดส่วน 55% เพ่ิมความแข็งแรงและทนการต่อการกัดกร่อน

เรเว่  2

ตัวโม่ปูนของ BYD T25 e-Mixer มีขนาด 6 ลูกบาศก์เมตร (m³) ผลิตจากวัสดุที่ทนทานต่อการสึกหรอ และใช้มอเตอร์แบบต่อตรง ลดน้ำหนักลง 150 กิโลกรัม พร้อมลดการใช้พลังงาน 30% ทั้งยังออกแบบให้ลดโอกาสที่ปูนจะล้นออกมา ขณะขับขี่ขึ้นทางลาดชัน และช่วยลดปริมาณปูนตกค้างหลังการถ่ายเทด้วย นอกจากนั้น ยังมีปุ่มปรับความเร็วรอบถังผสม พร้อมหน้าจอแสดงค่ากันน้ำและฝุ่น IP68 อ่านค่าง่าย ช่วยให้ตั้งค่าได้อย่างแม่นยำ

เรเว่  6

สำหรับระบบขับเคลื่อน ใช้มอเตอร์ทรงพลัง สามารถไต่เนินชันได้สูงสุด 45% (24.2 องศา) และรองรับการชาร์จพร้อมกันสองหัว Dual CCS 2 Fast Charging กำลังสูงสุด 210 kW เพิ่มประสิทธิภาพการนำพลังงาน จากการเบรกกลับมาใช้ใหม่ ผ่านระบบ Regenerative Braking ที่ลดอัตราการใช้พลังงานลง 15%

เรเว่  6

นอกจาก BYD T25 e-Mixer รถโม่ผสมคอนกรีตพลังงานไฟฟ้าที่พึ่งเปิดตัวไป เรเว่ คอมเมอร์เชียล วีฮิเคิลส์ ยังมีรถยนต์ไฟฟ้าที่พัฒนาขึ้น เพื่อการใช้งานในเชิงพาณิชย์อีกหลากหลายรุ่น พร้อมเคียงคู่ผู้ประกอบการจากทุกวงการ และร่วมขับเคลื่อนธุรกิจ สู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน โดยมีทั้ง

  • BYD e6 รถยนต์ไฟฟ้าตัวถัง MPV สำหรับผู้ประกอบการ ห้องโดยสารกว้างขวาง มาพร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระความจุ 580 ลิตร รองรับกระเป๋าเดินทางใหญ่ถึง 4 ใบ
  • BYD T3 รถตู้ไฟฟ้าเพื่อการขนส่งที่มีขนาดกะทัดรัด แต่มากด้วยประโยชน์ใช้สอย
  • BYD eBus รถบัสไฟฟ้าที่ได้รับการยอมรับมาแล้วทั่วโลก ด้วยยอดขายสะสมกว่า 74,000 คัน
  • BYD eTruck รถบรรทุกพลังงานไฟฟ้า สานพันธุ์แกร่ง เพื่อการใช้งานที่คลอบคลุมทุกอุตสาหกรรม

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์จาก BYD ได้ที่ revercommercial.com/th และติดตามความเคลื่อนไหวล่าสุดได้ที่ Official Facebook Page: BYD RÊVER Commercial Vehicles

สมาคมรถโบราณฯ จับมือ ดุสิตธานี หัวหิน และพันธมิตร จัดงาน “เพชรบุรี-หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 23”

0
สมาคมรถโบราณ 1

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน และพันธมิตรในพื้นที่ ร่วมกันจัดงาน “เพชรบุรี-หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 23” ตามแนวคิด “เสน่ห์วันวาน…สีสันเมืองทะเล” วันที่ 19 – 21 ธันวาคม 2568

สมาคมรถโบราณ 2

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เผยว่า “งานเพชรบุรี-หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 23 โดยเป็นครั้งแรกที่เพิ่มจังหวัดเพชรบุรีเข้าไปในชื่องาน และจะมีการปรับรูปแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ รวมทั้งสมาคมฯ ยังคงร่วมกับ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน เป็นปีที่ 4 และได้รับการสนับสนุนอย่างดีเช่นเคยจากพันธมิตรเดิม ทั้ง หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี เทศบาลเมืองชะอำ เทศบาลนครหัวหิน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รวมถึงมีพันธมิตรใหม่ ฮาร์ดร็อค คาเฟ่ หัวหิน”

สมาคมรถโบราณ 3

“สมาคมฯ หวังสร้างมิตรภาพตลอดการเดินทาง กระตุ้นการท่องเที่ยว ด้วยขบวนรถโบราณ และรถคลาสสิค บนเส้นทาง กรุงเทพฯ-หัวหิน ตามแนวคิด “เสน่ห์วันวาน…สีสันเมืองทะเล – The Charm of Yesteryear…a Seaside Town with Local Colour” เพื่อให้บรรดาคนรักรถโบราณได้สัมผัสกับ หัวหินเมืองท่องเที่ยวชายทะเลที่สวยงาม สร้างเสน่ห์ และสีสันที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว

สมาคมรถโบราณ 4

พิพัฒน์ พัฒนานุสรณ์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน กล่าวว่า “โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงานขบวนพาเหรดรถโบราณหัวหินต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ขอขอบคุณสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจและเลือกโรงแรมของเราเป็นสถานที่จัดงานอันทรงคุณค่านี้

สมาคมรถโบราณ 6

ขบวนพาเหรดรถโบราณนับเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ชาวเพชรบุรี หัวหิน ตลอดจนนักท่องเที่ยวต่างรอคอยทุกปี เพราะเป็นโอกาสได้ชื่นชมความงดงามของยนตรกรรมคลาสสิกที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน มีความยินดีที่จะสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง โดยพร้อมเปิดพื้นที่อันกว้างขวาง รวมถึงศูนย์การประชุมที่สามารถรองรับการจัดงานและคาราวานรถโบราณได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

สมาคมรถโบราณ 6

พิธีปล่อยขบวนรถโบราณ “เพชรบุรี-หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 23” จะเริ่มต้นที่ พิพิธภัณฑ์คนรักรถ AUTO RENDEZVOUS MUSEUM-BANGKOK ถนนประชาอุทิศ สู่ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ในวันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2568 โดยประชาชนทั่วไปสามารถชมรถคลาสสิค และรถโบราณอันทรงคุณค่าได้อย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทาง ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook.com/VintageCarClub

“เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย” เปิดตัว” New XPENG G6 Standard Range” รุ่นย่อยใหม่ ยกระดับมาตรฐานของกลุ่ม C-SUV ด้วยเทคโนโลยีและฟังก์ชั่นระดับพรีเมียม แต่เข้าถึงง่าย และคุ้มค่ามากขึ้น พร้อมรับข้อเสนอ มอเตอร์ เอ็กซ์โป

0
New XPENG G6 Standard Range 1

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป
คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA เปิดตัว New XPENG G6 รุ่นย่อยใหม่ ‘Standard Range’ ภายใต้คอนเซปต์ ‘The Standard That Raises Standards’ ยกระดับมาตรฐานเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าเอสยูวีขนาดกลาง ที่มุ่งตอบโจทย์การใช้งานจริง และมีเป้าหมายเพื่อทำให้เทคโนโลยีล้ำสมัย ได้รับการปรับให้สอดคล้องกับความต้องการ พร้อมราคาที่เหมาะสมและคุ้มค่า แต่ยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะ ความปลอดภัย พร้อมแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง มอบประสบการณ์เหนือระดับและแตกต่าง ในยุคแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน  

New XPENG G6 Standard Range 2

อภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย กล่าวว่า “เอ็กซ์เผิง คือแบรนด์
แห่งนวัตกรรมและเทคโนโลยี ทั้ง เอ็กซ์เผิง รุ่น G6 อัลตราสมาร์ท เอสยูวี คูเป้ และ X9 รถตู้ไฟฟ้า
ทรงสปอร์ตอัจฉริยะ ขับเคลื่อนด้วย AI ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทาง วันนี้ G6 พร้อมขยายการเข้าถึงไปสู่กลุ่มผู้ใช้ที่หลากหลาย ตั้งแต่ผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าคันแรก ไปจนถึงต้องการยกระดับไลฟ์สไตล์
สู่ยุคการขับขี่อัจฉริยะ หรือให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง ที่พร้อมรองรับอนาคต
การเดินทางอย่างยั่งยืน กับ New XPENG G6 รุ่นย่อยใหม่ ‘Standard Range’ ที่ยกระดับคำว่า ‘Standard’ ให้เหนือกว่าที่เคย ด้วยเทคโนโลยี 800V SiC Platform และแบตเตอรี่แบบ 5C นับเป็นการสร้างนิยามใหม่ ที่ไม่ใช่เพียงราคาจับต้องได้ แต่เป็นมาตรฐานใหม่ของความฉลาด และคุณภาพระดับพรีเมียม ตามคอนเซปต์ The Standard That Raises Standards”

 XPENG G6 3

++New XPENG G6 Standard Range ยกระดับมาตรฐานเทคโนโลยีแบตเตอรี่ พร้อมคงระบบขับขี่อัจฉริยะ

 XPENG G6 4

โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกสุดล้ำ คงเอกลักษณ์ Robot Face ด้วยไฟ Full-width Integrated Daytime Running Light ด้านหน้า เสริมความสปอร์ตด้วยฝาท้ายดีไซน์แบบ Ducktail และกันชนท้ายแบบ C-Ring พร้อมล้ออัลลอย Five-spoke ขนาด 20 นิ้ว มาพร้อม 5C AI Battery Ultra-fast Charging แบบ LFP ขนาด 68.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง รองรับกำลังในการชาร์จแบบกระแสตรง (DC) สูงสุด 382 กิโลวัตต์ สามารถชาร์จจาก 10-80% ในเวลาเพียง 12 นาที ชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ไกลสุด 540 กิโลเมตร (NEDC) อัตราการสิ้นเปลืองพลังงาน 14.7 กิโลวัตต์ชั่วโมง/100 กิโลเมตร (NEDC) นับเป็นรุ่นที่ชาร์จเร็วและใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เทียบกับรถยนต์ไฟฟ้าเอสยูวี ในระดับราคาและขนาดแบตเตอรี่ใกล้เคียงกัน

 XPENG G6 5

นอกจากนี้ New XPENG G6 Standard Range ยังรองรับการอัปเดตแบบออนไลน์ (OTA) เพื่อปรับปรุงซอฟต์แวร์ระบบความปลอดภัย และเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้ลูกค้าได้ขับรถที่มีซอฟท์แวร์ทันสมัย และใหม่ตลอดเวลา

 XPENG G6 6

++จองและออกรถ New XPENG G6 Standard Range วันนี้ รับข้อเสนอเดียวกับ มอเตอร์ เอ็กซ์โป

  • บัตรชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า มูลค่า 20,000 บาท*
  • ม่านหลังคาไฟฟ้าพร้อมติดตั้ง พร้อมอุปกรณ์ดูดฝุ่น*
  • ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พรบ. นาน 1 ปี *
  • Wallbox Charger พร้อมติดตั้ง*
  • เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบพกพา*
  • คะแนน MGC-MOBILIFE 6,000 คะแนน*

 XPENG G6 7

  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง (Premium Roadside Assistance) นาน 5 ปี*
  • รับประกันคุณภาพสินค้า 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร*
  • รับประกันคุณภาพแบตเตอรี่ และมอเตอร์ขับเคลื่อน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร*

 XPENG G6 8

++ มั่นใจกับเครือข่ายพาร์ทเนอร์ เพื่อส่งมอบบริการที่ดีที่สุด

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย เดินหน้าขยายเครือข่ายพาร์ทเนอร์อย่างต่อเนื่อง ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตลอดจนหัวเมืองหลักในแต่ละภูมิภาค นำโดย เอ็กซ์เผิง รามคำแหง, สุขุมวิท, ประดิษฐ์มนูธรรม, แจ้งวัฒนะราชพฤกษ์, พัทยา, ขอนแก่น, อุบลราชธานี, เชียงใหม่, ภูเก็ต, วิภาวดี-รังสิต, ตลิ่งชัน, ศรีนครินทร์, สุราษร์ธานี และ เกษตร-นวมินทร์ รวมทั้งหมด 15 แห่ง โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพการบริการที่เป็นมาตรฐาน ผสานเครื่องมืออันทันสมัย และคลังเก็บอะไหล่ ‘XPENG Parts Center’ เพื่อประสิทธิภาพการให้บริการ
และความพึงพอใจของลูกค้า อย่างทั่วถึง

 XPENG G6 9

XPENG G6 Standard Range ใหม่ ราคา 1,189,000 บาท

XPENG G6 Long Range ราคา 1,349,000 บาท

XPENG G6 AWD Performance ราคา 1,489,000 บาท

 

ฮอนด้า ยืนยัน! เตรียมนำเข้า “Honda STEP WGN e:HEV ใหม่” จากญี่ปุ่น เปิดรับจองสิทธิ์ในงาน Motor Expo 2025 และที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ 28 พ.ย. นี้

0
Honda STEP WGN e:HEV 1

เซอร์ไพร์สส่งท้ายปี! จากบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ยืนยันเตรียมนำเข้าและจำหน่าย “Honda STEP WGN e:HEV ใหม่” รุ่นประกอบและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ เตรียมเปิดลงทะเบียนจองสิทธิ์ล่วงหน้าเพื่อเป็นเจ้าของพร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นี้ และสัมผัสคันจริงได้ที่บูทฮอนด้า (A08) ในงาน Motor Expo 2025 ที่เดียวเท่านั้น ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

Honda STEP WGN e:HEV 2

นับเป็นการกลับมาของรถยนต์อเนกประสงค์สำหรับครอบครัว (MUV) ขนาด 7 ที่นั่ง เพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่ ชูจุดเด่น ‘Japanese Quality’ มาตรฐานการผลิตคุณภาพสูง พร้อมความมั่นใจด้านบริการหลังการขาย ด้วยความพร้อมของอะไหล่และทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ จากเครือข่ายโชว์รูมฮอนด้าที่ได้มาตรฐาน
กว่า 222 แห่งทั่วประเทศ

Honda STEP WGN เป็นรถอเนกประสงค์สำหรับครอบครัว MUV ขนาด 7 ที่นั่งประตูสไลด์ ที่เคยนำเข้าและเปิดตัวสู่ตลาดประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2555 และได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยม โดยยังคงเอกลักษณ์ดีไซน์ที่โดดเด่นด้วยตัวถังแบบ Life Expander BOX กับจุดเด่นห้องโดยสารที่โปร่งโล่ง กว้างขวาง และพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์
ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV และเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่ไม่เพียงสะดวกสบาย แต่ยังมอบความสนุก ทรงพลัง มั่นใจ และประหยัดน้ำมัน ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ได้อย่าง
สมบูรณ์แบบ

ไฮไลต์ข้อมูล Honda STEP WGN e:HEV รุ่น e:HEV SPADA (ประกอบและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น)

  • ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง ออกแบบเพื่อมอบความสะดวกสบายในทุกที่นั่ง
  • เบาะโดยสารหนังสังเคราะห์แบบ Prime Smooth และเบาะผ้าเทคโนโลยี FABTECH อเนกประสงค์
    ปรับได้หลากหลายรูปแบบ

    • เบาะนั่งแถว 2 แบบปรับแยกอิสระ พร้อมเบาะรองน่อง Ottoman
    • เบาะนั่งแถว 3 ปรับพับ 60:40 พร้อมพับแบบแบนราบ
  • ฟังก์ชันการใช้งานและเทคโนโลยีความปลอดภัย เพื่อความสะดวกสบายและความมั่นใจของทุกคนในครอบครัวตลอดการเดินทาง
    • ประตูข้างแบบสไลด์ไฟฟ้า ซ้าย-ขวา
    • ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
    • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Tri- Zone พร้อมระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร Plasmacluster
    • ระบบเกียร์ไฟฟ้า
    • ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (Active Cornering Light)
    • มาตรวัด พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้ว
    • เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING
  • สีภายนอก มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี มาพร้อมภายในห้องโดยสารสีดำ
    • สีใหม่! สีดำทไวไลต์มิสต์ (มุก)
    • สีขาวแพลทินัม (มุก)
    • สีดำคริสตัล (มุก)
    • สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก)

การนำเข้า Honda STEP WGN e:HEV จากประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้ ถือเป็นการตอบรับเสียงเรียกร้องของแฟน ๆ และสาวกฮอนด้าที่รอคอย โดยรายละเอียดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการจะประกาศให้ทราบในโอกาสต่อไป

อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

  • เว็บไซต์: honda.co.th
  • Facebook Official Account: Honda Thailand
  • LINE Official Account: @honda-thailand

“เอ็มจี” ขึ้นแท่นผู้นำยอดจดทะเบียนรถอีวี 4 เดือนติด รวมยอดสะสมกว่า 14,741 คัน ย้ำ EV LIFETIME WARRANTY กับการบริการคือหัวใจของรถ EV

0
MG Thailand 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ยังได้รับความมั่นใจอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดขายสะสมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคมทั้งหมด 20,093 คัน พร้อมพา NEW MG4 ELECTRIC ก้าวขึ้นเป็นผู้นำยอดจดทะเบียนในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าตลอด 4 เดือน ด้วยยอด 4,390 คัน (ยอดเดือนกรกฎาคม ถึง เดือนตุลาคม) สะท้อนความสำเร็จจากคุณภาพผลิตภัณฑ์และ สมรรถนะรถยนต์ไฟฟ้าที่พัฒนาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าคนไทย การบริการที่พัฒนาขึ้น และการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งานแม้เปลี่ยนผู้ครอบครองรถ (EV LIFETIME WARRANTY) ที่ทำให้ลูกค้ามั่นใจในรถยนต์ไฟฟ้าของ เอ็มจี

MG Thailand 2

เอ็มจี สร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดขายที่เติบโตกว่า 42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมียอดขายรวมกว่า 20,093 คัน (ยอดขายระหว่างเดือนมกราคม ถึงเดือน ตุลาคม 2568) โดยยานยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนสูงกว่า 77% ส่วนสำคัญที่ทำให้ยอดขายของ เอ็มจี เติบโตอย่างต่อเนื่อง มาจากเทคโนโลยีที่ถูกใส่มาในรถเพื่อสมรรถนะการขับขี่และระบบความปลอดภัยที่ไว้ใจได้ การออกแบบรถที่พิถีพิถันในทุกรายละเอียด และการใส่ฟังก์ชันที่ครบถ้วนในราคาที่คุ้มค่า การยกระดับบริการหลังการขาย ทั้งระบบบริหารอะไหล่ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่มีความชำนาญสูง และศูนย์บริการครบวงจร 125 แห่งที่ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมจุดแข็งที่แตกต่างและเป็นหนึ่งเดียวในตลาดกับการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งานแม้เปลี่ยนผู้ครอบครองรถ (EV LIFETIME WARRANTY)

MG Thailand 3

นอกจากนี้ยอดจดทะเบียนสะสมของ เอ็มจี ยังเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วกว่า 87%  รวมทั้งสิ้น 14,741 โดย NEW MG4 ELECTRIC สามารถครองตำแหน่งอันดับ 1 ด้วยยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยต่อเนื่อง 4 เดือน มียอดรวม ที่ 4,390 คัน ด้วยจุดเด่นของรถที่มีระบบขับเคลื่อนล้อหลังพร้อม NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM ทำให้รถมีสมรรถนะการขับขี่ที่สนุก คัน ตอกย้ำความเป็นกลุ่มผู้นำตลาดอีวีของประเทศไทย ด้วยยานยนต์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก พร้อมบริการหลังการขายที่พร้อมดูแลลูกค้าในระยะยาว

MG Thailand 4

นาย ซู๋ว์ หยิ่น กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด เปิดเผยว่า “ตลอดปีนี้ เอ็มจี มีการพัฒนาในหลายด้านอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของบริการหลังการขาย ที่ช่วยเสริมความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ แม้สถานการณ์ในปัจจุบันจะมีความ ท้าทาย เอ็มจี ก็ยังคงมุ่งมั่นทำงานอย่างหนักเพื่อก้าวสู่เป้าหมายที่วางไว้ เราต้องการมอบทั้งผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ควบคู่กับการสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าในด้านการดูแลหลังการขาย ทั้งการจัดการอะไหล่ที่มีความพร้อมและมาตรฐานการบริการที่ทั่วถึงทั่วประเทศ นอกจากนี้ การรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งานแม้เปลี่ยนผู้ครอบครองรถ (EV LIFETIME WARRANTY) สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจเลือก เอ็มจี สิ่งเหล่านี้ล้วนมีส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ยอดขายของ เอ็มจี เติบโตขึ้นกว่า 42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และส่งผลให้ NEW MG4 ELECTRIC ก้าวขึ้นครองอันดับหนึ่งยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องในปีนี้”

MG Thailand 5

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจี ได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

Application: MG Thailand

 

 

‘ซูซูกิ’ อัดแคมเปญ “SUZUKI FRONX MAINTENANCE PACKAGE นาน 7 ปี” ในราคาเริ่มต้นเพียง 2,990 บาท

0
ALL NEW SUZUKI FRONX 1

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดรถยนต์ในช่วงปลายปีกำลังเข้าสู่ความคึกคักเป็นพิเศษ นอกจากเป็นช่วงสำคัญที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะตัดสินใจซื้อรถยนต์แล้ว ยังเป็นช่วงเวลาของการจัดงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 ที่ค่ายผู้ผลิตรถยนต์ต่างเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ รวมไปจนถึงการออกแคมเปญส่งเสริมการขายต่างๆ เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคเป็นประจำทุกปี

ALL NEW SUZUKI FRONX  2

สำหรับซูซูกิ เริ่มเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันกับตลาดในช่วงเวลาดังกล่าว ด้วยการแนะนำ “ALL NEW SUZUKI FRONX ยนตรกรรมสไตล์สปอร์ตเอสยูวี” ออกสู่ตลาดรถยนต์เมืองไทยในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพื่อรองรับต่อความต้องการของผู้บริโภคที่มองหารถยนต์คุณภาพดี เหมาะแก่การใช้งานในสภาวะแวดล้อมของประเทศไทยได้อย่างคุ้มค่า คุ้มราคา ซึ่งนับตั้งแต่เปิดตัวและได้เริ่มทยอยส่งมอบรถยนต์ล็อตแรกถึงมือลูกค้า ALL NEW SUZUKI FRONX ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจและความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าของซูซูกิจากผู้บริโภคชาวไทยได้เป็นอย่างดี

ALL NEW SUZUKI FRONX  3

ทั้งนี้ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์สไตล์สปอร์ตเอสยูวีอย่าง ALL NEW SUZUKI FRONX ได้ง่ายยิ่งขึ้น ซูซูกิจึงขอเสนอแคมเปญพิเศษที่พร้อมจะเติมเต็มทุกความคุ้มค่าให้กับลูกค้าทุกท่านได้เหนือกว่าใคร ด้วยโปรแกรมที่มอบความมั่นใจในการครอบครองรถในระยะยาว และช่วยให้ลูกค้าสามารถวางแผนค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้นในอนาคต เพราะเชื่อมั่นว่า การซื้อรถจะต้องได้ความคุ้มค่าตลอดระยะเวลาการเป็นเจ้าของ โดยไม่มีความกังวลใดๆ ตลอดการใช้งาน

ALL NEW SUZUKI FRONX 2

เพียงจองและรับรถ ALL NEW SUZUKI FRONX ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป รับสิทธิ์ซื้อโปรแกรมบำรุงรักษารถ SUZUKI FRONX MAINTENANCE PACKAGE ที่ครอบคลุมการบำรุงรักษารถตามระยะกับราคาแพ็กเกจพิเศษสุดคุ้ม สำหรับลูกค้าที่ซื้อ ณ วันที่จองและรับรถใหม่ เริ่มต้นเพียง 2,990 บาท ซึ่งประหยัดเงินสูงสุดถึง 34,790 บาท เมื่อเทียบกับราคาปกติ โดยมีมูลค่ารวมดังนี้

รุ่น ราคาเต็มจำนวน (บาท) ราคาแพ็กเกจพิเศษ (บาท) ลูกค้าประหยัดเงิน (บาท)
GL 33,573.- 2,990.- 30,583.-
GLX / GLX PLUS 42,780.- 7,990.- 34,790.-

ความคุ้มค่าเหนือระดับที่ครอบคลุมการดูแลรถ ALL NEW SUZUKI FRONX

  • ระยะความคุ้มครองยาวนาน: 7 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ครอบคลุมเต็มรูปแบบ: ครอบคลุมค่าแรงและค่าอะไหล่แท้ ตามตารางบำรุงรักษาอย่างเป็นทางการของซูซูกิ
  • ป้องกันความเสี่ยงด้านราคา: การันตีราคาชิ้นส่วนอะไหล่ภายใต้แพ็กเกจ ไม่ต้องกังวลเรื่องการปรับขึ้นราคาในอนาคต
  • รายการบำรุงรักษาหลัก: ครอบคลุมอะไหล่สำคัญ อาทิ น้ำมันเครื่องเกรดมาตรฐาน ไส้กรองน้ำมันเครื่อง แหวนรองนอตถ่ายน้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรก น้ำยาหม้อน้ำ ไส้กรองอากาศ สายพานหน้าเครื่อง (Hybrid) สายพานแอร์ หัวเทียน เป็นต้น

ALL NEW SUZUKI FRONX 5

นอกจากนี้ ซูซูกิ ยังจัดเต็มข้อเสนอที่มอบความคุ้มค่าสูงสุด ให้แก่ลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2568 ลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติ่มดังนี้

  • ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 1.99%
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก
  • ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

ALL NEW SUZUKI FRONX มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร มีให้เลือกทั้งแบบ K15B ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้น และ K15C DUALJET ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Smart Hybrid Vehicle (SHVS) เอกสิทธิ์เฉพาะของซูซูกิ ที่เป็นการผสานพลังเครื่องยนต์ด้วยเทคโนโลยี Integrated Starter Generator (ISG)  และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน พร้อมมอบสมรรถนะที่เร้าใจด้วยอัตราเร่งที่เฉียบคม และประหยัดน้ำมัน ทำให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างนุ่มนวลและเงียบสบายอย่างลงตัว

ALL NEW SUZUKI FRONX 6

โดดเด่นด้วยดีไซน์โฉบเฉี่ยวสะกดทุกสายตา ทั้งไฟหน้า LED พร้อม Daytime Running Light กระจังหน้าทรงพลัง ไฟท้าย LED เชื่อมต่อเต็มแนว ภายในห้องโดยสารสปอร์ตหรู ครบครันด้วยจอสัมผัส 9 นิ้วรองรับ Apple CarPlay แบบไร้สาย พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน Paddle Shift ระบบ Push Start แท่นชาร์จไร้สาย และช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

ALL NEW SUZUKI FRONX   7

มั่นใจทุกการเดินทางด้วยโครงสร้างตัวถัง TECT และแพลตฟอร์ม HEARTECT ที่แข็งแรงแต่น้ำหนักเบา พร้อมระบบความปลอดภัยครบครัน เช่น Hill Hold Control, ESP, ระบบ Idling Stop, จุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX, และรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.8 เมตร ช่วยให้ขับง่าย คล่องตัวทั้งในเมืองและต่างจังหวัด อุ่นใจทุกเส้นทางกับเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน ของรถยนต์ ALL NEW SUZUKI FRONX ในทุกรุ่น มอบความอุ่นใจด้วยถุงลมนิรภัย SRS มากถึง 6 ตำแหน่ง และพิเศษเฉพาะสำหรับ GLX PLUS ที่ครบครันด้วยเทคโนโลยี SUZUKI SAFETY SUPPORT เพื่อเสริมความมั่นใจในการขับขี่สูงสุดในทุกเส้นทาง ประกอบไปด้วย

  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Dual Sensor Brake Support II (DSBSII)
  • จอแสดงข้อมูล Head-up display (HUD)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control (ACC)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Keep Assist (LKA)
  • ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน Lane Departure Warning (LDW)
  • ระบบช่วยป้องกันรถออกนอกเลน Lane Departure Prevention (LDP)
  • ระบบเตือนเมื่อรถส่าย Vehicle Sway Warning
  • ระบบเตือนสิ่งกีดขวางในจุดอับสายตา Blind Spot Monitor (BSM)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist (HBA)
  • กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา Surround View Monitor
  • เซนเซอร์ถอยหลังพร้อมสัญญาณเตือน Parking Sensor

ราคาจำหน่าย ALL NEW SUZUKI FRONX ทั้ง 3 รุ่นย่อย

  • รุ่น GL ราคา 689,000 บาท
  • รุ่น GLX ราคา 749,000 บาท
  • รุ่น GLX PLUS ราคา 799,000 บาท

(สี Pearl Snow White  เพิ่ม 5,000 บาท / สี Two-tone เพิ่ม 10,000 บาท)

ALL NEW SUZUKI FRONX  8

“ซูซูกิ ยังคงยึดมั่นต่อการนำเสนอสินค้าคุณภาพดี  ที่มาพร้อมกับงานบริการหลังการขายที่เป็นเลิศแก่ผู้บริโภค การตอบรับต่อความต้องการอย่างรวดเร็วที่เรามอบให้แก่ลูกค้า คือ หนึ่งในความตั้งใจที่ต้องการแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและจริงใจต่อลูกค้าทุกรายที่ยังคงเชื่อมั่นและไว้วางใจในสินค้าและบริการของซูซูกิเป็นอย่างดีเสมอมา ความมุ่งมั่นดังกล่าวเป็นดังเครื่องหมายที่แสดงให้เห็นว่า เรายังมีความมั่นคงต่อการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และมุ่งหวังจะให้บริการต่อคนไทยได้อย่างยั่งยืน โดยเชื่อว่า ALL NEW SUZUKI FRONX จะเข้ามาเติมเต็มประสบการณ์การขับขี่ และตอบสนองไลฟ์สไตล์ของทุกท่านด้วยความโดดเด่นที่มากกว่าในทุกด้านอย่างแท้จริง”

ทั้งนี้ ซูซูกิยังสร้างความเชื่อแก่ผู้บริโภคด้านงานบริการ ด้วยการมีโชว์รูมรถยนต์ซูซูกิครอบคลุม 85 แห่งทั่วประเทศ พร้อมด้วยศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน 46 แห่ง พร้อมบริการ “Mobile Service” ที่พร้อมดูแลรถยนต์นอกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ตรวจสอบระบบเบรก แบตเตอรี่ หรือการบำรุงรักษาพื้นฐานต่างๆ พร้อมด้วยการขยายเครือข่ายศูนย์บริการมาตรฐาน 2S (Service & Spare Parts) เพื่อให้บริการควบคู่ไปกับศูนย์บริการหลักประเภท 3S (Sales, Service & Spare Parts) เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ซูซูกิยังคงยึดมั่นในแนวทาง ‘SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ’ ซึ่งเป็นแนวทางในการพัฒนาบริการและผลิตภัณฑ์คุณภาพตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน”