Home Blog Page 57

เจาะ 6 จุดเด่น “WEY G9” ลักชัวรี MPV ยุคใหม่ที่เข้าใจชีวิตจริงของผู้นำและครอบครัวไฮเอนด์

0
GWM Thailand 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุก ประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการ หลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส WEY G9 – The Crafted Masterpiece คือลักชัวรี MPV ยุคใหม่ที่รังสรรค์ขึ้นด้วยการหลอมรวม 3 แกนหลัก Confidence, Comfort และ Convenience เข้าไว้ในยนตรกรรมที่ทั้งสง่างามและเปี่ยมประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่ความหรูหราที่มองเห็นได้ แต่คือการสร้าง “พื้นที่คุณภาพ” ที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงของผู้บริหาร นักธุรกิจ และครอบครัวไฮเอนด์ในทุกโมเมนต์ ถ่ายทอดผ่าน 6 ไฮไลต์สำคัญที่พัฒนาจากอินไซต์การใช้งานจริงในระดับโลก ทำให้ WEY G9 ก้าวไปไกลกว่าคำว่ายานพาหนะสู่การเป็นรถเพียงคันเดียวที่พร้อมรองรับทุกบทบาทของชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งความมั่นใจในการขับขี่ ความสบายระดับเฟิร์สคลาส และเทคโนโลยีระดับสูงที่มอบประสบการณ์สุดล้ำ ความสะดวกสบาย และสุนทรียภาพของการเดินทางในทุกช่วงเวลา

 

  1. มั่นใจทุกเส้นทางด้วยสมรรถนะระดับแฟลกชิปและความปลอดภัยขั้นสูง

GWM Thailand 2

WEY G9 สร้างมาตรฐานใหม่ของความมั่นใจในทุกเส้นทางด้วยเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดระดับแฟลกชิป ที่พร้อมพาผู้โดยสารเดินทางได้อย่างไร้ข้อจำกัดทั้งในเมืองและต่างจังหวัด รองรับการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ไกลสูงสุด 170กิโลเมตร (NEDC) และระยะทางการขับขี่รวมมากกว่า 1,000 กิโลเมตร หมดกังวลเรื่องการเสียเวลาแวะชาร์จ พร้อมยกระดับการควบคุมให้มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยระบบ Hi4 (Hybrid Intelligent 4-Wheel Drive) ที่เพิ่มเสถียรภาพและประสิทธิภาพในการขับขี่ในทุกสภาพถนน พร้อเทคโนโลยี iTVC มอบความนุ่มนวลและเพิ่มการยึดเกาะได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเจอฝน ถนนลื่น ทางโค้ง หรือทางลาดชัน ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยแบบรอบด้านด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยและระบบอัจฉริยะมากกว่า 28 รายการ เสริมความแข็งแกร่งด้วยโครงสร้างตัวถังที่ออกแบบมาเพื่อรองรับแรงกระแทกพร้อมถุงลมนิรภัยด้านข้างที่ยาวเป็นพิเศษ ครอบคลุมตั้งแต่แถวที่หนึ่งถึงแถวที่สาม และจุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX จำนวน 3 จุด ทั้งในที่นั่งแถวสองและแถวสาม เพื่อมอบความอุ่นใจสูงสุดให้ผู้ขับขี่และทุกคนในครอบครัว

  1. ที่สุดของความผ่อนคลายระดับเฟิร์สคลาสบนทุกเส้นทาง

GWM Thailand 3

สำหรับผู้บริหารที่ใช้เวลาอยู่บนท้องถนนไม่ต่างจากการอยู่ในห้องประชุม WEY G9 จึงออกแบบประสบการณ์การนั่งให้เหนือกว่าการเดินทาง ยกระดับทุกนาทีบนรถให้เป็นช่วงเวลาคุณภาพ เริ่มตั้งแต่เบาะหุ้มหนัง NAPPA สัมผัสนุ่มหรู รองรับสรีระอย่างประณีต ไปจนถึง เบาะแถวสองแบบ Zero Gravity Seat ที่ปรับองศาใน Golden Angle ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเทคโนโลยีการบินและอวกาศของ NASA สร้างมุมที่นั่งที่สมบูรณ์แบบ เพื่อกระจายน้ำหนัก ลดความเมื่อยล้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมความผ่อนคลายระดับเฟิร์สคลาสด้วยระบบนวดไฟฟ้า 6 รูปแบบและระบบระบายอากาศ ทำให้ WEY G9 ตอบโจทย์ได้ทั้งการเดินทางระยะสั้นในวันทำงานที่ต้องการความพร้อมทุกวินาที ไปจนถึงทริประยะไกลกับครอบครัวที่ต้องการความสบายแบบไร้ขีดจำกัด

3. ห้องโดยสารระดับ Masterpiece พื้นที่คุณภาพที่รวมการทำงานและการพักผ่อนในคันเดียว

GWM Thailand 4

WEY G9 ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่คุณภาพที่รวมการทำงานและการพักผ่อนไว้ในคันเดียวอย่างสมบูรณ์แบบสำหรับผู้บริหารที่ต้องใช้ทุกนาทีให้คุ้มค่าที่สุด ด้วยห้องโดยสารที่เน้นความโปร่ง โล่ง และการเคลื่อนไหวที่เป็นอิสระ มาพร้อมพื้นห้องโดยสารแบบราบเรียบตลอดทั้งคัน ผสานความสูงภายใน 1,277 มิลลิเมตร และช่องทางเดินกลางกว้าง 170 มิลลิเมตร ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในเลานจ์ส่วนตัว เติมเต็มความพรีเมียมด้วยฟังก์ชันอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งตู้เย็นขนาดใหญ่ 12.5 ลิตร ที่สามารถรักษาอุณหภูมิภายในได้นานถึง 24 ชั่วโมง ระบบไฟสร้างบรรยากาศ ช่องจ่ายไฟ 12V สำหรับอุปกรณ์เสริม และหน้าจอผู้โดยสารด้านหลังขนาด 17.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto เพื่อสร้างความเพลิดเพลินและผ่อนคลายระหว่างเดินทาง หรือต้องการบรรยากาศที่เงียบสงบเพื่อเตรียมตัวก่อนประชุม ประชุมด่วนระหว่างเดินทาง ไปจนถึงการพักผ่อนแบบพรีเมียมกับครอบครัวในวันหยุด ก็สามารถตอบโจทย์การใช้งานอย่างต่อเนื่องได้ในทุกสถานการณ์

  1. สัมผัสเทคโนโลยีอัจฉริยะ ใช้งานง่าย ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

GWM Thailand 5

WEY G9 ยกระดับประสบการณ์การเดินทางได้อย่างไร้รอยต่อ ด้วยเทคโนโลยีที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะตลอดเส้นทาง เริ่มจากระบบ Coffee OS 3.3 ที่เชื่อมต่อทุกฟังก์ชันในรถให้ใช้งานได้อย่างชาญฉลาด เพื่อสร้างประสบการณ์การเชื่อมต่อที่ราบรื่นระหว่างคนกับรถ ใช้งานง่าย ตอบสนองได้ฉับไว และเข้าถึงฟังก์ชันสำคัญได้ทันที สามารถแสดงภาพและสถานะของรถยนต์ในรูปแบบ 3 มิติแบบเรียลไทม์บนหน้าจอแสดงผล รวมถึงสามารถสั่งงานอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยการสั่งงานจากภาพบนหน้าจอ พร้อมระบบการนำทาง Petal Maps Global Navigation อันทันสมัย และระบบสั่งงานด้วยเสียงที่รองรับมากถึง 21 ภาษา ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ ได้โดยง่ายดายและปลอดภัย เสริมความมั่นใจด้วยระบบความปลอดภัยไซเบอร์ที่ทันสมัย เพื่อให้ทุกข้อมูลทางธุรกิจและข้อมูลส่วนตัวได้รับการปกป้องขั้นสุด ซึ่งเทคโนโลยีต่าง ๆ ใน WEY G9 ไม่ใช่แค่ความล้ำสมัยแต่คือความสบายใจที่จับต้องได้ และพร้อมพาทั้งผู้บริหารและครอบครัวเดินทางได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และเหนือระดับในทุกวัน

  1. Eco-Luxury ผสานความหรูหรากับความใส่ใจโลกในทุกเส้นทาง

GWM Thailand 6

WEY G9 สะท้อนแนวคิดความหรูหรายุคใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ด้วยระบบ Plug-in Hybrid (PHEV) ที่สามารถเปิดระบบปรับอากาศขณะจอดรถได้โดยไม่ต้องติดเครื่องยนต์ ช่วยลดการปล่อยไอเสียและเสียงรบกวน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้บริหารที่ต้องใช้รถเป็นพื้นที่ประชุมระหว่างวัน หรือครอบครัวที่จอดรอรับ–ส่งบุตรหลานที่โรงเรียน นอกจากนี้ WEY G9 ยังเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดการปล่อยสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile Organic Compounds หรือ VOC) ด้วยกระบวนการเชื่อมพื้นผิวด้วยคลื่นเสียงอัลตร้าโซนิก เพื่อลดการใช้กาวในชิ้นส่วนภายในรถ พร้อมใช้พลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดกลิ่นและสาร VOC สร้างบรรยากาศที่สะอาด ปลอดภัย และสบายใจสำหรับทุกคน อีกทั้ง  WEY G9 เป็นรถยนต์ MPV รุ่นแรกในประเทศจีนที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน “การปลอดฟอร์มาลดีไฮด์ (Zero Formaldehyde)” และผ่านการประเมิน China Green Car Assessment Program (C-GCAP) ระดับ 5 ดาว

  1. 6. เอกสิทธิ์เหนือระดับสำหรับบุคคลเหนือระดับ

GWM Thailand 7

การเป็นเจ้าของ WEY G9 คือการก้าวสู่มาตรฐานใหม่ของการดูแลแบบลักชัวรี ผ่าน WEY Exclusive Service บริการพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อลูกค้าคนพิเศษโดยเฉพาะ มอบความอุ่นใจเหนือระดับด้วย Personal Assistant ส่วนตัวตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมดูแลทุกขั้นตอนทั้งด้านการให้คำแนะนำด้านการใช้งานตัวรถ การปรึกษาปัญหา หรือแม้แต่การแจ้งเตือนและนัดหมายเพื่อนำรถเข้ารับบริการอย่างครบวงจร บริการรถทดแทนเป็นรุ่น WEY G9 พร้อมบริการรับ–ส่ง และ ความช่วยเหลือฉุกเฉินแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ที่พร้อมอำนวยความสะดวกได้มากกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็น รถลีมูซีน การจัดการค่าเดินทาง หรือตัวเลือกด้านที่พัก เพื่อให้ทุกสถานการณ์เป็นเรื่องสะดวกสบายและเป็นระบบยิ่งขึ้น เสริมด้วยบริการ Pick-up & Delivery สำหรับการตรวจเช็กตามระยะ ช่วยให้เจ้าของรถไม่ต้องเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว และสามารถโฟกัสกับธุรกิจและชีวิตส่วนตัวได้อย่างเต็มที่ สะท้อนตัวตนของ WEY G9 ที่ไม่ใช่แค่ยานพาหนะ แต่คือเอกสิทธิ์แห่งไลฟ์สไตล์ระดับลักชัวรีที่ตอบโจทย์ผู้นำยุคใหม่อย่างแท้จริง

GWM Thailand 9

ด้วยการถ่ายทอดแนวคิด Confidence, Comfort และ Convenience ผ่าน 6 ไฮไลต์สำคัญที่พัฒนาจากอินไซต์การใช้งานจริง WEY G9 – The Crafted Masterpiece จึงเป็นลักชัวรี MPV ที่ผสานภาพลักษณ์ของผู้นำและความอบอุ่นของครอบครัวไว้ในรถคันเดียวอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งความมั่นใจในทุกเส้นทาง ความสบายระดับเฟิร์สคลาส และความสะดวกสบายที่ทำให้ทุกการเดินทางราบรื่นไร้รอยต่อ ในราคาพิเศษช่วงเปิดตัวเพียง 2.349 ล้านบาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM application และ https://www.gwm.co.th/ หรือ GWM Contact Center 02-668-8888

 

 

The All-Electric Mazda6e ร้อนแรงต่อเนื่องยอดจองสิทธิ์ทะลุ 4,000 เปิดให้ผู้ที่สนใจจองแพ็กเกจถึงสิ้นเดือนมกราคมนี้เท่านั้น

0
Mazda 6e 1

หลังจากออกเดินสายโชว์ตัวทั่วประเทศ มาสด้าเผย The All-Electric Mazda6e ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากแฟนๆ มาสด้าและลูกค้าในประเทศไทย คว้ายอดจอง Mazda6e Premiere Package* แล้วกว่า 4,000 สิทธิ์ หลังจากเปิดตัวเพียงสองเดือน พร้อมเชิญชวนลูกค้าที่สนใจชมยนตรกรรมคันจริงในโค้งสุดท้ายของกิจกรรม Mazda6e Electric Showcase ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-24 ม.ค. 69 ณ โชว์รูมมาสด้า ชูเกียรติยนต์ ปัตตานี และ มาสด้า มหาราช จันทบุรี ก่อนจะนำไปจัดแสดงให้ลูกค้าในจังหวัดพัทลุงได้ชมในวันที่ 27 ม.ค. 69 ณ โชว์รูมมาสด้า พัทลุง และที่งาน Mazda Expo ณ เซ็นทรัล ชลบุรี ระหว่างวันที่ 29 ม.ค. 69 – 4 ก.พ. 69 ซึ่งลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลพร้อมลงทะเบียนได้ที่โชว์รูมมาสด้าดังกล่าว โดยสิทธิพิเศษ Mazda6e Premiere Package* จะเปิดให้จองสิทธิ์ได้ถึงวันที่ 31 มกราคม 2569 นี้เท่านั้น

Mazda 6e 2

นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้าขอขอบคุณลูกค้าเป็นอย่างสูงที่ให้ความสนใจรถยนต์ไฟฟ้า The All-Electric Mazda6e อย่างเนืองแน่น ด้วยยอดจองสิทธิ์ ‘Mazda6e Premiere Package’* มีเข้ามาอย่างต่อเนื่องกว่า 4,000 สิทธิ์ แสดงให้เห็นว่ามีกลุ่มลูกค้าและแฟน ๆ ที่รอคอยรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกจากมาสด้า โดยรถรุ่นนี้เป็นรถที่มาสด้าพัฒนาขึ้นเพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่ในสไตล์ของมาสด้า มีดีไซน์สง่างาม เพียบพร้อมด้วยดีเอ็นเอของมาสด้าที่โดดเด่นในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น ความสนุกสนานในการขับขี่ สมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวล ตอบสนองฉับไว ราบรื่น และเป็นธรรมชาติ รวมถึงระบบช่วงล่างอันลือชื่อที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้าและแฟน ๆ มาสด้าจากทั่วโลก

Mazda 6e 3

มาสด้าเปิดโอกาสให้ลูกค้าจองรับสิทธิ์กับ ‘Mazda6e Premiere Package’* อาทิ ส่วนลดพิเศษ 20,000 บาท* แพ็กเกจบำรุงรักษารถ Electric Mazda Care นาน 10 ปี* พร้อมรับสิทธิ์สุ้นร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ Mazda6e Premiere Experience ทั้งการทดลองขับ “Premiere Test Drive”, การเข้าร่วมงาน “Premiere Celebration Event” และสิทธิ์รับรถล็อตแรก “Premiere Delivery” รวมมูลค่าสูงสุดถึง 70,000 บาท* ซึ่งมาสด้าจะเปิดให้จองรับสิทธิ์ถึง 31 ม.ค. 69 นี้เท่านั้น สำหรับลูกค้าที่สนใจชมยนตรกรรม The All-Electric Mazda6e คันจริง สามารถเข้าชมได้ ตามวัน เวลา และสถานที่ดังต่อไปนี้

Mazda 6e 4

  • 23-24 ม.ค. 69             มาสด้า ชูเกียรติยนต์ ปัตตานี และ มาสด้า มหาราช จันทบุรี
  • 26-27 ม.ค. 69             มาสด้า พัทลุง
  • 29 ม.ค. 69 – 4 ก.พ. 69 เซ็นทรัล ชลบุรี ณ ลานกิจกรรมชั้น 1

Mazda 6e 6

สำหรับลูกค้าในจังหวัดอื่นๆ หรือ ลูกค้าที่ไม่สะดวกเดินทางไปชมรถคันจริง สามารถรับชม The All-Electric Mazda6e แบบ 360 องศา ได้ผ่าน Mazda Virtual Showroom พร้อมจองสิทธิ์ Mazda6e Premiere Package* ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ด้วยเช่นกัน

Mazda 6e 7

“มาสด้าขอขอบคุณลูกค้าที่ให้การสนับสนุนและยินดีที่รอคอยเพื่อรับรถ The All-Electric Mazda6e มาสด้าให้คำมั่นสัญญาว่าจะมอบความเอาใจใส่ดูแลลูกค้าและครอบครัวให้ดีที่สุด เพื่อแทนคำขอบคุณที่ลูกค้าเชื่อมั่นให้มาสด้าได้ดูแล เพื่อให้รถยนต์มาสด้าเป็นตัวแทนในการส่งมอบประสบการณ์ความสุขในการใช้ชีวิตในทุกด้านให้กับลูกค้าไปตลอดอายุการใช้งาน” นายภพนิพิฐ กล่าวเพิ่มเติม

MOTOR EXPO คืนกำไรผู้ชมอลังการ จับรางวัล รถยนต์ 3 คัน จักรยานยนต์ 1 คัน

0
Motor Expo 1

“IMC สื่อสากล” จับรางวัลหาผู้โชคดีจากงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ลุ้นรถยนต์ 3 คัน และรถจักรยานยนต์ 1 คัน จากกิจกรรมคืนกำไรให้ผู้ชมที่ “ซื้อรถ…ชิงรถ” “ซื้อบัตร…ชิงรถ” “ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์” และ “ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรางวัล” ณ ห้องรอยัลจูบิลี อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ในวันพุธที่ 21 มกราคม 2569

Motor Expo 2

Motor Expo 3

Motor Expo 5

สำหรับรายชื่อผู้โชคดีที่ผ่านการตรวจสอบตามกฎกติกาของการชิงรางวัลแล้ว จะประกาศ ทางเวบไซท์ motorexpo.co.th, autoinfo.co.th, ทาง Line @motorexpo ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และทางนิตยสาร “ฟอร์มูลา”, 4 WHEELS  ฉบับประจำเดือนเมษายน 2569

 

MOTOR EXPO คืนกำไรผู้ชมอลังการ จับรางวัล รถยนต์ 3 คัน จักรยานยนต์ 1 คัน

0

“IMC สื่อสากล” จับรางวัลหาผู้โชคดีจากงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ลุ้นรถยนต์ 3 คัน และรถจักรยานยนต์ 1 คัน จากกิจกรรมคืนกำไรให้ผู้ชมที่ “ซื้อรถ…ชิงรถ” “ซื้อบัตร…ชิงรถ” “ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์” และ “ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรางวัล” ณ ห้องรอยัลจูบิลี อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ในวันพุธที่ 21 มกราคม 2569

สำหรับรายชื่อผู้โชคดีที่ผ่านการตรวจสอบตามกฎกติกาของการชิงรางวัลแล้ว จะประกาศ ทางเวบไซท์ motorexpo.co.th, autoinfo.co.th, ทาง Line @motorexpo ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และทางนิตยสาร “ฟอร์มูลา”, 4 WHEELS  ฉบับประจำเดือนเมษายน 2569

“ฮุนได”ชวนแฟนบอลลุ้นสัมผัสถ้วย FIFA World Cup™ Trophy ของจริง ที่ ICONSIAM 24 มกราคมนี้  

0
ฮุนได 1

กระแสฟุตบอลโลกเริ่มอุ่นเครื่องก่อนศึกใหญ่จะเปิดฉากอย่างเป็นทางการ เมื่อ ฮุนได จับมือกับ “โคคา-โคล่า” จุดประกายความคลั่งไคล้ลูกหนังในประเทศไทย ผ่านกิจกรรมระดับโลก FIFA World Cup 2026™ Trophy Tour by Coca-Cola นำถ้วยแห่งประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าและยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการฟุตบอลอย่าง FIFA World Cup™ Trophy เดินทางมาให้แฟนบอลชาวไทยได้สัมผัสของจริงแบบใกล้ชิด ก่อนศึก FIFA World Cup 2026™ จะระเบิดความมันทั่วโลก โดยฮุนไดในฐานะ Mobility Partner จัดขบวนรถยนต์พิเศษทำหน้าที่ขนส่งถ้วยแชมป์สัญลักษณ์แห่งความฝัน ความสำเร็จ และเกียรติยศสูงสุดของนักฟุตบอลอาชีพ สร้างโมเมนต์ประวัติศาสตร์ให้คอบอลไทยได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ท่ามกลางบรรยากาศการนับถอยหลังสู่มหกรรมลูกหนังที่แฟนกีฬาทั่วโลกเฝ้ารอ

ฮุนได 2

นอกจากการจัดแสดงถ้วยแชมป์โลก ฮุนไดยังเอาใจแฟนบอลด้วยกิจกรรมบนแฟนเพจของ Hyundai Thailand ให้ได้ร่วมลุ้นบัตรเข้าชมถ้วย FIFA World Cup Trophy ของจริง ในงาน FIFA World Cup 2026 Trophy Tour by Coca-Cola ณ ICONSIAM บริเวณ River Park ชั้น G ในวันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2569 เวลา 10.00 – 20.00 น.

เพียงร่วมสนุกผ่าน Facebook: Hyundai Thailand www.facebook.com/HyundaiThailand ด้วยการกดไลก์และแชร์โพสต์กิจกรรม จากนั้นคอมเมนต์ตอบคำถามว่า “รถฮุนไดรุ่นไหนจะร่วมขบวนขนถ้วยมาไทย” พร้อมเหตุผลสั้นๆ (ตอบได้เพียง 1 รุ่น) ผู้ที่ตอบถูกต้อง 50 คนแรก รับบัตรเข้าชมถ้วย รางวัลละ 2 ใบ รวม 100 ใบ โดยบัตรอยู่ในรูปแบบ Pin Code กำหนดร่วมกิจกรรมระหว่างวันที่ 19 – 21 มกราคม 2569 และประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 22 มกราคม 2569 เวลา 21.00 น. นี่คืออีกหนึ่งอีเวนต์กีฬาระดับโลกที่แฟนบอลตัวจริงไม่ควรพลาด ก่อนฟุตบอลโลก 2026 จะเขย่าเสียงเชียร์ไปทั่วทุกมุมโลก

 

“GWM” เชื่อมสัมพันธ์ลูกค้า HAVAL สะท้อนการเติบโตเคียงข้างกันตลอด 5 ปีในไทย 

0
GWM 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM (Thailand) เดินหน้าสานสัมพันธ์อย่างแน่นแฟ้นกับลูกค้ากลุ่มแรกในประเทศไทย ในกิจกรรม HAVAL Owners Club TH Happy New Year Meeting 2026 ทริปพิเศษที่จัดขึ้นโดยกลุ่มผู้ใช้งาน GWM HAVAL กว่า 44 ชีวิต รวม 22 คัน นำโดย GWM HAVAL  H6 จำนวน 19 คัน และ GWM HAVAL JOLION จำนวน 3 คัน โดย GWM (Thailand) ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ เพื่อสานต่อความสัมพันธ์และแสดงความขอบคุณแก่ครอบครัว GWM HAVAL ที่ได้มอบความไว้วางใจและเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์และแบรนด์ GWM รวมถึงการบริการหลังการขาย มาเป็นเวลากว่า 5 ปีตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย รวมถึงยังเป็นการตอกย้ำการเคียงข้างผู้ใช้งานชาวไทยอย่างต่อเนื่องในระยะยาว เพื่อสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในกลุ่มผู้ใช้งานทั่วประเทศ

GWM 2

โดยผู้ที่เข้าร่วมทริปในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในลูกค้ากลุ่มแรกของ GWM ตั้งแต่วันแรกที่นำรถยนต์คุณภาพ GWM HAVAL H6 HEV เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยเป็นรุ่นแรกเมื่อปี 2564 โดยต่างให้ความไว้วางใจในสมรรถนะการขับขี่ ดีไซน์ร่วมสมัย เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัย สู่การเป็นกลุ่มลูกค้ารายสำคัญที่เป็นเสียงสะท้อนหลักถึงคุณภาพและความแข็งแกร่งของแบรนด์มายาวนานกว่า 5 ปี

เกรทวอลล์ มอเตอร์ 3

ทริปเอ็กซ์คลูซีฟเพื่อเฉลิมฉลองปีใหม่ร่วมกันอย่างอบอุ่นในกิจกรรม HAVAL Owners Club TH Happy New Year Meeting 2026 นี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–18 มกราคม 2569 ณ บางแสน จังหวัดชลบุรี

เกรทวอลล์ มอเตอร์ 4

ออกเดินทางจากพาร์ทเนอร์ สโตร์ GWM เอก ชลบุรี ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และเป็นกันเอง มุ่งหน้าสู่ “ทำฟาร์มดี Café and farm” เพื่อให้สมาชิกได้ทำกิจกรรมร่วมกันทั้งครอบครัว ประกอบด้วย การทำโดนัท แต่งหน้าเค้ก ทำเทียน และเพนต์กระเป๋าผ้าที่สามารถนำกลับไปเป็นของที่ระลึกจากฝีมือตนเองได้อีกด้วย หลังจากนั้นเดินทางต่อเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม Bangsaen Heritage ซึ่งมีเสน่ห์ด้านโลเคชันติดชายหาด พร้อมบรรยากาศการพักผ่อนที่สะดวกสบาย เหมาะแก่การชาร์จพลังในช่วงบ่ายตามอัธยาศัย ไฮไลต์ของวันอยู่ในช่วงค่ำ กับดินเนอร์พิเศษท่ามกลางบรรยากาศเฉลิมฉลองสุดอบอุ่น นอกจากนี้ยังเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประสบการณ์การใช้งานรถยนต์ GWM HAVAL ร่วมกันอีกด้วย

เกรทวอลล์ มอเตอร์ 5

เกรทวอลล์ มอเตอร์ 7

เกรทวอลล์ มอเตอร์ 9

เกรทวอลล์ มอเตอร์ 10

กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันระหว่าผู้ใช้งานจริงและแบรนด์ที่ก้าวข้ามความสัมพันธ์แบบการซื้อขาย ไปสู่ความไว้วางใจในระยะยาว ทั้งในด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์และการดูแลหลังการขายอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการให้ความสำคัญกับการรรับฟังเสียงของลูกค้าหรือ User-centric ที่ GWM ยึดมั่นเสมอมา เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาการให้บริการเพื่อสร้างความพึงพอใจและประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นตลอดระยะเวลาการเป็นเจ้าของรถยนต์อย่างแท้จริง โดย GWM (Thailand) ได้ดำเนินการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในหลายมิติ ตั้งแต่การยกระดับมาตรฐานบุคลากรและช่างเทคนิค การปรับปรุงระบบจัดการอะไหล่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นผ่านแคมเปญการรับประกันความพร้อมของอะไหล่ภายใน 7 วัน การขยายเครือข่ายศูนย์ซ่อมตัวถังและสี ไปจนถึงการพัฒนาระบบรับฟังและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ สโตร์ทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถส่งมอบมาตรฐานการบริการที่สม่ำเสมอในทุกพื้นที่ ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ GWM ในการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับผู้ใช้งานชาวไทยอย่างยั่งยืน

 

 

 

 

 

คณะผู้ผลิตชิ้นส่วนอีซูซุสานต่อกิจกรรมเพื่อสังคม มอบเงินสนับสนุน 900,000 บาท    แก่ 3 โรงเรียน ส่งเสริมการศึกษา สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

0
คณะผู้ผลิตชิ้นส่วนอีซูซุ 1

คณะบุคคลผู้ผลิตชิ้นส่วนอีซูซุ ตอกย้ำบทบาทการเป็นองค์กรที่เติบโตควบคู่กับสังคมไทย เดินหน้าสานต่อภารกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคม มอบเงินบริจาครวมทั้งสิ้น 900,000 บาท ให้แก่โรงเรียน 3 แห่ง ใน 3 จังหวัด เพื่อนำไปใช้สนับสนุนโครงการด้านพลังงานสะอาด การพัฒนาทางการศึกษา และการยกระดับคุณภาพชีวิตของนักเรียนและชุมชนอย่างยั่งยืน ดังนี้

คณะผู้ผลิตชิ้นส่วนอีซูซุ 2

โรงเรียนวัดท่าแคลง จังหวัดจันทบุรี ได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 300,000 บาท เพื่อดำเนินโครงการพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อความยั่งยืน ควบคู่กับโครงการพัฒนาฟาร์มเชิงนิเวศ มุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและพลังงานทดแทนฟื้นฟูสมดุลของระบบนิเวศ และสนับสนุนการเกษตรที่ปลอดภัยและยั่งยืนอันจะช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่นักเรียนและชุมชนโดยรอบ

คณะผู้ผลิตชิ้นส่วนอีซูซุ 4

โรงเรียนวัดหนามแดง (คัณฑาโรราษฎร์บำรุง) จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 300,000 บาท เพื่อดำเนินโครงการพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อความยั่งยืนและโครงการปรับปรุงโรงเรียนเต็มรูปแบบ โดยมีเป้าหมายในการลดค่าใช้จ่าย ด้านพลังงานไฟฟ้า พร้อมยกระดับสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ให้เหมาะสมและเอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพของนักเรียนอย่างรอบด้าน

คณะผู้ผลิตชิ้นส่วนอีซูซุ 4

โรงเรียนวัดไผ่จรเข้ จังหวัดนครปฐม ได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 300,000 บาท เพื่อขับเคลื่อนโครงการพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อความยั่งยืน และโครงการห้องเรียนดิจิทัลอัจฉริยะ มุ่งลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว พร้อมนำเทคโนโลยีการเรียนการสอนสมัยใหม่มาใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา และเตรียม ความพร้อมให้แก่นักเรียนในการก้าวสู่โลกยุคดิจิทัล

คณะผู้ผลิตชิ้นส่วนอีซูซุ 5

กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงความตั้งใจของคณะบุคคลผู้ผลิตชิ้นส่วนอีซูซุในการมีส่วนร่วมพัฒนาการศึกษา สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งสร้างรากฐานที่มั่นคงให้แก่ เยาวชนไทย พร้อมขับเคลื่อนสังคมไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต  

คณะผู้ผลิตชิ้นส่วนอีซูซุ 6

ซูซูกิ เปิดแผนธุรกิจปี 2569 แนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ 3 รุ่น เดินหน้าขยายเครือข่ายบริการครอบคลุมทั่วประเทศ ชูมาตรฐานงานบริการและคลังอะไหล่แท้ที่พร้อมรองรับทุกความต้องการ

0
Suzuki 1

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจประจำปี 2569 แสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพตลาดยานยนต์ไทย เดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์การเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ 3 รุ่น ในช่วง 2 ไตรมาสแรกของปี พร้อมยกระดับมาตรฐานงานบริการหลังการขาย เปิดช่องทางลูกค้าสั่งซื้ออะไหล่ออนไลน์จากคลังอะไหล่สำรอง พร้อมเร่งขยายเครือข่ายเพื่อครอบคลุมการบริการลูกค้าซูซูกิทุกภูมิภาคทั่วประเทศ

นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงความพร้อมและแผนงานรองรับการดำเนินธุรกิจปี 2569 ว่า ซูซูกิยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาธุรกิจอย่างรอบด้าน ทั้งการแนะนำผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง และการรักษาคุณภาพงานบริการที่เป็นจุดแข็งสำคัญ เพื่อให้แบรนด์ซูซูกิเป็นที่ยอมรับและได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าชาวไทยต่อไปอย่างมั่นคงในอนาคต พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย

Suzuki 2

ในช่วง 2 ไตรมาสแรกของปี 2569 นี้ ซูซูกิมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่จำนวน 3 รุ่น ประเภท B-SUV (BEV), Crossover SUV และ Mini-SUV ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การนำเข้ารถยนต์ Global Model เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ตามที่ได้ประกาศไว้เมื่อปี 2567 โดยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ดังกล่าว จะช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม ทั้งการใช้งานที่เน้นความคล่องตัวในเมือง และความอเนกประสงค์สำหรับการเดินทางไกล พร้อมยังคงเน้นความคุ้มค่าคุ้มราคาเป็นสำคัญ ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในปีนี้ จะช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค และกระตุ้นความต้องการในตลาดอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยซูซูกิได้เตรียมความพร้อมในทุกด้าน  โดยเฉพาะการยกระดับศักยภาพบุคลากรของผู้จำหน่าย เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมาตรฐานการให้บริการที่เป็นเลิศ รองรับการดูแลผลิตภัณฑ์และลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

นอกเหนือจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ ความสำคัญของงานบริการหลังการขายที่จะเป็นกุญแจสำคัญในปี 2569 เราจะยกระดับและพัฒนาในแต่ละส่วนงานบริการเพื่อส่งเสริมความเชื่อมั่นและลดความกังวลให้แก่ลูกค้าในระยะยาว โดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. โปรแกรมฟรีเช็กระยะยาวนานถึง 7 ปี

ซูซูกิเดินหน้า โปรแกรมฟรีเช็กระยะนานถึง 7 ปี สำหรับผู้ใช้รถยนต์ SUZUKI FRONX และ SUZUKI SWIFT เพื่อส่งเสริมความอุ่นใจในการใช้งานระยะยาว ช่วยให้ลูกค้าสามารถดูแลบำรุงรักษารถยนต์ได้ต่อเนื่องตามระยะที่กำหนด ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและคลายความกังวลในระยะยาวแล้ว ยังเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นในด้านสมรรถนะและความพร้อมใช้งานของรถยนต์ซูซูกิให้คงประสิทธิภาพสูงสุดอยู่เสมอ

  1. ขยายการรับประกันคุณภาพงานซ่อมและอะไหล่ เป็นระยะเวลา 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร

ซูซูกิยกระดับความคุ้มครองเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าหลังเข้ารับบริการ ด้วยการขยายการรับประกันคุณภาพงานซ่อมและอะไหล่ จากระยะเวลาเดิม 3 เดือน หรือ 5,000 กิโลเมตร เป็นระยะเวลา 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดถึงก่อน) เพื่อยืนยันถึงมาตรฐานการซ่อมและคุณภาพของอะไหล่แท้ซูซูกิที่ผลิตตามมาตรฐานเดียวกับโรงงานประกอบรถยนต์ มั่นใจได้ในความทนทานและความปลอดภัยสูงสุด

  1. ชูความเป็นมาตรฐานและยกระดับงานบริการที่เหนือความคาดหมายด้วยระบบ S-Solution

ซูซูกิได้พัฒนาแนวทางการให้บริการ S-Solution เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าอย่างรอบด้าน โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มความสะดวกและความมั่นใจในทุกขั้นตอนของการเข้ารับบริการ ระบบ S-Solution จะช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลงานบริการ งานซ่อมบำรุงที่จะมาพร้อมภาพถ่ายประกอบงานซ่อม สามารถตรวจสอบรายละเอียดงานซ่อมได้อย่างชัดเจน เข้าใจง่าย และติดตามความคืบหน้าได้อย่างสะดวกผ่านช่องทาง Suzuki Application และ LINE Official Account ส่งผลให้กระบวนการบริการมีความรวดเร็ว โปร่งใส และเชื่อถือได้มากยิ่งขึ้น

4.ระบบการจัดการชิ้นส่วนอะไหล่สำรอง เพื่อความรวดเร็วในการให้บริการ ซูซูกิมีการบริหารจัดการคลังสำรองอะไหล่ไว้ในระบบ ครอบคลุมรถยนต์ทุกรุ่น เพื่อรองรับความต้องการของศูนย์บริการทั่วประเทศได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ยังได้มีการพัฒนารูปแบบช่องทางการจำหน่ายชิ้นส่วนอะไหล่เพิ่มเติม เพื่อให้ลูกค้าสามารถสั่งซื้ออะไหล่แท้ผ่านระบบช่องทางออนไลน์ ที่จะพร้อมให้บริการได้ในเดือนเมษายน 2569 เป็นต้นไป เพิ่มความสะดวกสบายในการเข้าถึงอะไหล่แท้ของ Suzuki ของลูกค้าได้ทุกที่ ทุกเวลา ระบบดังกล่าวจะถูกออกแบบให้ลูกค้าสามารถค้นหาและสั่งซื้ออะไหล่แท้ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมั่นใจในคุณภาพ โดยมีการเชื่อมโยงกับผู้จำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ เพื่อให้การจัดส่งและบริการหลังการขายเป็นไปตามมาตรฐานของ Suzuki

นอกจากนั้น ซูซูกิยังมีแผนเดินหน้าขยายเครือข่ายการให้บริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเพิ่มความสะดวกและความรวดเร็วในการเข้ารับบริการของลูกค้าในแต่ละภูมิภาค พร้อมยกระดับการเข้าถึงบริการมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ทั้งนี้ ซูซูกิจะให้ความสำคัญกับการขยายศูนย์บริการในพื้นที่ที่มีความต้องการใช้งานสูง รวมถึงพื้นที่ที่ยังไม่มีโชว์รูมรถยนต์ซูซูกิ โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา ได้เปิดศูนย์บริการ 2S เพิ่มจำนวน 4 แห่ง และในปี 2569 ตั้งเป้าขยายเพิ่มอีกจำนวน 5 แห่ง เพื่อให้สามารถดูแลลูกค้าได้อย่างทั่วถึงและเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงบริการในทำเลสำคัญทั่วประเทศ

ศูนย์บริการ 2S ให้บริการงานซ่อมบำรุงและบำรุงรักษารถยนต์ตามระยะ โดยช่างผู้ชำนาญการที่ผ่านการอบรมจากบริษัทฯ พร้อมเครื่องมือมาตรฐาน เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยและคุณภาพในการใช้งานของลูกค้า โดยครอบคลุมการให้บริการตั้งแต่การตรวจเช็กและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ระบบเบรก ผ้าเบรก และน้ำมันเบรก การเปลี่ยนไส้กรองอากาศและไส้กรองแอร์ ตรวจเช็กระบบช่วงล่างและยางรถยนต์ ไปจนถึงระบบไฟ แบตเตอรี่ และการเปลี่ยนใบปัดน้ำฝน

นอกจากนี้ ศูนย์บริการ 2S ยังจำหน่ายและติดตั้ง อะไหล่แท้ซูซูกิ ซึ่งผลิตตามมาตรฐานเดียวกับชิ้นส่วนที่ใช้ในสายการผลิตจากโรงงาน ผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพ มีความทนทานสูง พร้อมระบบสำรองและกระจายอะไหล่ที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้ลูกค้าได้รับบริการอย่างรวดเร็ว

ศูนย์บริการ 2S จึงถือเป็นกลไกสำคัญในการเสริมศักยภาพงานบริการของซูซูกิ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น โดยซูซูกิให้การสนับสนุนผู้จำหน่ายอย่างรอบด้าน ทั้งในเรื่องของการฝึกอบรมบุคลากร ระบบเทคโนโลยี และการสื่อสารภาพลักษณ์องค์กรในทิศทางเดียวกันทั่วประเทศ อาทิ ป้ายสัญลักษณ์ SUZUKI การออกแบบศูนย์บริการ และอุปกรณ์ตกแต่งภายใน เพื่อให้ศูนย์บริการ 2S สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันซูซูกิมีศูนย์บริการระดับมาตรฐาน 3S (Sales, Service & Spare Parts) จำนวน 85 แห่งครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ และมีแผนที่จะขยายและพัฒนาศักยภาพศูนย์บริการเหล่านี้ควบคู่ไปกับการขยายเครือข่ายศูนย์บริการ รวมถึงการยกระดับศูนย์ซ่อมสีและตัวถังให้มีความพร้อมสูงสุด ทั้งในเรื่องของด้านการบริหารจัดการ การจัดฝึกกอบรมบุคลากรเพื่อพัฒนาศักยภาพการขายรถยนต์ซูซูกิ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะแบบรอบด้านสำหรับที่ปรึกษาการขาย รวมถึงการฝึกอบรมทักษะของบุคลากรที่ปรึกษางานบริการและการฝึกอบรมทักษะของช่างเทคนิค เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าในระยะยาว และพร้อมรองรับลูกค้ารถยนต์ซูซูกิในอนาคตอีกด้วย

นายทาดาโอะมิ ให้ความเห็นเกี่ยวกับภาพรวมตลาดว่า “ในปี 2568 ตลาดรถยนต์รวมมียอดขายอยู่ที่จำนวน 622,395 คัน เติบโตขึ้นจากปี 2567 ประมาณ 8.68%   ซึ่งมีแนวโน้มทรงตัวจากการแข่งขันราคาที่รุนแรง ส่วนในปี 2569 นี้ เราต้องจับตาดูการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ที่จะส่งผลต่อราคาและทิศทางของผู้บริโภคที่เริ่มมองหารถยนต์ที่ปล่อย CO2 ต่ำมากขึ้น”

นายทาดาโอะมิ กล่าวสรุปตอนท้ายว่า “ซูซูกิยังคงมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานงานบริการหลังการขายและความโปร่งใสในทุกขั้นตอน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าเสมอมา โดยเราเชื่อว่าการนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพรุ่นใหม่ ผสานกับการขยายศูนย์บริการที่ครอบคลุมเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็ว จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันและครองใจผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ซูซูกิพร้อมยึดมั่นในแนวทาง ‘SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ’ เพื่อพัฒนาบริการและผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง มุ่งหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและพัฒนาสังคมไทย พร้อมอยู่เคียงข้างลูกค้าและชุมชนในทุกช่วงเวลาตลอดไป”

 

 

 

“ลามิน่า”สานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียน ส่งมอบอาคารเรียนหลังใหม่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 25

0
ลามิน่า 3

ส่งมอบอาคารเรียน: นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด (ที่สองจากซ้าย)  นายนิราช แสนสุภา ผอ.สพป.กำแพงเพชร เขต 1 (ที่ 3 จากซ้าย) ดร.มงคล รอพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองบัวราษฎร์บำรุง (ขวาสุด) และนายนิคม เพชรกำเนิด    ประธานกลุ่มกระทิงโทน (ซ้ายสุด) ร่วมลงนามส่งมอบอาคารเรียนลามิน่าสานฝัน#24 ปีที่ 25 แก่โรงเรียนหนองบัวราษฎร์บำรุง จ.กำแพงเพชร

ลามิน่า 1

บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร “ลามิน่า” ฟิล์มกันสะเก็ดหินและฟิล์มกลุ่มพิเศษ “ลูมาร์” ผลิตโดยบริษัท อีสท์แมน เพอร์ฟอร์แมนซ์ฟิล์ม จากสหรัฐอเมริกา อุปกรณ์บรรทุกสัมภาระ “ธูเล่” จากสวีเดน รวมถึงผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ครบวงจร “แอลลักซ์” คุณภาพเยี่ยมจากสหรัฐอเมริกาและอังกฤษแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย www.laminafilms.com เดินหน้าสานต่อกิจกรรมตอบแทนสังคมไทยให้โอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมแก่เยาวชนของชาติ ด้วยโครงการ “ลามิน่าสานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียน” โครงการ 24 ปีที่ 25   ก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ ขนาด 2 ห้องเรียน 1 ห้องโสตทัศนศึกษา ให้แก่โรงเรียนหนองบัวราษฎร์บำรุง ตำบลท่าขุนราม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร และได้ดำเนินการส่งมอบอาคารเรียนในเทศกาลวันเด็กแห่งชาติที่ผ่านมา

 

โครงการลามิน่าสานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียน ริเริ่มขึ้นจากความตั้งใจของผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 ด้วยความเชื่อมั่นว่าความสำเร็จที่แท้จริงต้องเติบโตเคียงคู่ไปกับการตอบแทนสังคมและประเทศชาติ บริษัทฯ จึงได้ริเริ่มโครงการที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาของเด็กและเยาวชน เพื่อให้เติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติต่อไป

ลามิน่า  4

ซึ่งเป็นที่มาของการก่อสร้างและส่งมอบอาคารเรียนหลังใหม่ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน และทุนการศึกษาให้แก่โรงเรียนในท้องถิ่นทุรกันดารอย่างต่อเนื่องถึง 25 ปี รวม 24 โครงการ โดยได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีมาตลอดจากกัลยาณมิตรกลุ่มต่างๆ ทุกภาคส่วน ได้แก่ ชมรมรถขับเคลื่อนสี่ล้อกระทิงโทน, ศูนย์ตัวแทนจำหน่าย, ผู้จำหน่ายรถยนต์, ลูกค้าผู้ใช้ฟิล์มรถยนต์และฟิล์มอาคารลามิน่า, สื่อมวลชนและบุคคลผู้เกี่ยวข้องอีกมากมาย

ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในพันธกิจหลักของบริษัทฯ ที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ในฐานะผู้นำตลาดฟิล์มกรองแสงอันดับหนึ่งในประเทศไทยมายาวนานตลอดกว่า 3 ทศวรรษ ซึ่งในปีนี้ นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด นำทีมผู้บริหารและตัวแทนพนักงานร่วมส่งมอบอาคารเรียนหลังใหม่ แก่โรงเรียนหนองบัวราษฎร์บำรุง

ลามิน่า 6

โดยมี นายนิราช แสนสุภา  ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 ดร.มงคล รอพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองบัวราษฎร์บำรุง เป็นผู้แทนรับมอบ  ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายเบอร์นาร์ด เชีย นางสเตฟานี เชีย และ นายซามูเอล เชีย จากวินโดว์ คูล พีทีอี ลิมิเต็ด (ลูมาร์ สิงคโปร์) พร้อมผู้บริหารศูนย์ตัวแทนจำหน่าย และกลุ่มจิตอาสากระทิงโทนนำโดย นายนิคม เพชรกำเนิด ประธานกลุ่ม นายสันติ แสนอาจ ประธานที่ปรึกษาและควบคุมการก่อสร้าง รวมถึงผู้บริหารลามิน่าฟิล์ม นายชัยณรงค์ สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ ร่วมส่งมอบอาคารเรียนหลังใหม่

ลามิน่า 1

โรงเรียนหนองบัวราษฎร์บำรุง  มีนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงประถมศึกษาปี่ที่ 6 รวมทั้งหมด 175 คน เพิ่มเติมขึ้นจาก 64 คนในช่วงเวลาเพียง 2 ปี ทำให้ห้องเรียนเดิมไม่มีพื้นที่เพียงพอต่อการเรียน โครงการลามิน่าสานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียน จึงดำเนินการก่อสร้างและส่งมอบอาคารเรียนหลังใหม่ พร้อมมอบทุนการศึกษา 100 ทุน และมอบอุปกรณ์กีฬาแก่โรงเรียนในพื้นที่ รวม 5 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนหนองบัวราษฎร์บำรุง โรงเรียนวัดราษฎร์เจริญพร โรงเรียนบ้านไทรย้อย โรงเรียนบ้านน้ำโท้ง และโรงเรียนสหวิทยาคม รวมถึงนักเรียนกว่า 408 คนที่เข้าร่วมกิจกรรมครูอาสากับทีมครูอาสาลามิน่า จะได้รับกระเป๋าเป้บรรจุอุปกรณ์เครื่องเขียนและของขวัญวันเด็กอีกด้วย

นอกจากความร่วมมือของผู้นำชุมชนและชาวบ้านทำให้การก่อสร้างอาคารลามิน่าสานฝันลุล่วงรวดเร็วก่อนกำหนด แต่สืบเนื่องจากจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด รวมถึงทางโรงเรียน มีรถรับส่งนักเรียนฟรี และมีอาหารเช้าฟรี ห้องอาหารเดิมจึงไม่เพียงพอ “โครงการลามิน่ามินิสานฝัน” ได้เข้าดำเนินการปรับปรุงและต่อเติมโรงอาหาร ให้แก่โรงเรียนหนองบัวราษฎร์บำรุง พร้อมส่งมอบเป็นโครงการที่ 11 อีกด้วย

ลามิน่า  7

อีกทั้งลามิน่าฟิล์มยังได้รับความร่วมมือจากสาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชรและโรงพยาบาลทรายทองวัฒนา จัดทีมทันตกรรมและบุคลากรทางการแพทย์ออกหน่วยให้บริการทันตกรรมแก่นักเรียนและครู ในโครงการ “ลามิน่าสร้างฝันปันรอยยิ้ม” ครั้งที่ 15 ซึ่งทางลามิน่าฟิล์มส่งมอบยูนิตทันตกรรมเคลื่อนที่ครบชุดให้กับโรงพยาบาลทรายทองวัฒนา เพื่อเพิ่มโอกาสรับบริการทางด้านทันตกรรมให้กับชุมชน โดยมี ทพญ.พัชรี เรืองงาม ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ รองนายแพทย์สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชร ทพญ.นิสามณี ปิยะวงษ์ ทันตแพทย์ชำนาญการหัวหน้างานทันตกรรม โรงพยาบาลทรายทองวัฒนา เป็นตัวแทนรับมอบ

ลามิน่า 8

ตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษในฐานะผู้นำธุรกิจฟิล์มกรองแสงอันดับ 1 ของเมืองไทย บริษัทฯ ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนสังคมไทยให้น่าอยู่อย่างยั่งยืนภายใต้เจตนารมณ์ “ลามิน่าขอเติบโตเคียงคู่สังคมไทย” ผ่านโครงการเพื่อสังคมต่างๆ นอกเหนือจากลามิน่าสานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียน ลามิน่ามินิสานฝัน ลามิน่าสร้างฝันปันรอยยิ้ม ยังมีโครงการรักษ์โลกกับลามิน่า เพื่อติดฟิล์มให้โลก

รวมถึงสนับสนุนโครงการเพื่อสังคมและองค์กรสาธารณกุศลต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย มูลนิธิชัยพัฒนา ตั้งแต่ พ.ศ.2548 ทุนมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลในพระบรมราชูปถัมภ์ ตั้งแต่ พ.ศ.2553 สนับสนุนทุนวิจัยขั้นสูงด้านเภสัชวิทยา ศิริราชมูลนิธิ และอื่นๆ อีกมาก ซึ่งทุกโครงการล้วนเกิดจากพลังความมุ่งมั่น ทุ่มเท เพื่อส่งมอบความสุขคืนสู่สังคมไทยอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนตลอดไป

ลามิน่า 10

อีกทั้ง นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ได้รับรางวัลประชากรหญิงผู้สร้างแรงบันดาลใจ HER AWARDS, UNFPA THAILAND 2024 ในฐานะผู้เสียสละอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือและพัฒนากลุ่มคนเปราะบางเพื่อให้หลุดพ้นจากบริบทปัญหาด้านต่างๆ รวมทั้งสร้างโอกาสให้ต่อยอดพัฒนาสู่การพึ่งตนเองและการยกระดับคุณภาพชีวิต จากโครงการลามิน่าสานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียนที่สร้างโอกาสทางการศึกษาให้เด็กไทยในถิ่นทุรกันดารมาตลอด 25 ปี อีกทั้งยังได้รับพระราชทานปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์  สาขาการตลาด   มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ประจำปีการศึกษา 2566 จากผลงานและความสำเร็จในการประกอบสัมมาชีพอันเป็นที่ประจักษ์

 

“บีวายดี ประเทศไทย” ผลิตรถยนต์ชดเชยครบ ตามมาตรการ EV 3.0 พร้อมส่งออก สู่นานาชาติ ทั้งยังเป็นผู้นำวงการยานยนต์พลังงานใหม่ ด้วยยอดจดอันดับ 1 ของไทย

0
บีวายดี 1

บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ภายใต้ กลุ่มธุรกิจเรเว่ ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ บีวายดี และ เดนซ่า อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ขอขอบคุณทุกความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย ที่ให้การสนับสนุนรถยนต์พลังงานใหม่ บีวายดี และ เดนซ่า จนเติบโตอย่างต่อเนื่องขึ้นสู่การเป็นอันดับ 1 ของวงการยานยนต์พลังงานใหม่ของไทย ครอบคลุมทั้งรถยนต์ขุมพลัง EV และ PHEV ในชื่อ Super DM-i พิสูจน์จากการที่ บีวายดี มียอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2568 สูงสุดเป็นอันดับ 1 ของไทย*ใน 9 ประเภท บริษัทฯ ขอให้คำมั่นในการส่งมอบยนตรกรรมคุณภาพ พร้อมร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ภายในประเทศต่อไป ผ่านการดำเนินงานตามมาตรการ EV 3.0 ด้วยการผลิตรถยนต์ชดเชยในอัตรา 1.5 เท่าของยอดรถยนต์นำเข้าทั้งหมดจนครบถ้วน โดยรถยนต์ที่ผลิตขึ้นทั้งหมดนี้ มีทั้งเพื่อจำหน่ายภายในประเทศไทย และส่งออกไปต่างประเทศรวม 8 ตลาดด้วยกัน

BYD Thailand 2

นายหยู่ปิน เคอ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า “บีวายดี ประเทศไทย พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ของประเทศไทยสู่อีกระดับ พิสูจน์จากการลงทุนในโรงงานผลิตรถยนต์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นฐานการผลิตระดับภูมิภาค มิใช่เพื่อการสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ให้ชาวโลกได้เห็นถึงคุณภาพการผลิตรถยนต์ จากฝีมือของแรงงานไทยที่มากด้วยทักษะขั้นสูง”

นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “เรเว่ จะร่วมมือกับ บีวายดี ประเทศไทย เพื่อส่งมอบยานยนต์ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีระดับชั้นนำ ให้กับผู้บริโภคชาวไทยต่อไป ทั้งยังพร้อมพิสูจน์ให้เห็นว่ารถยนต์ที่ บีวายดี ผลิตขึ้นจากโรงงานในประเทศไทยมีคุณภาพตามมาตรฐานระดับนานาชาติ พิสูจน์ได้จากการผ่านมาตรฐานส่งออกไปต่างประเทศ และได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคเช่นกัน”

นางสาวประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ เปิดเผยว่า “เรเว่ ขอขอบคุณผู้บริโภคชาวไทยทุกท่านที่ตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์ บีวายดี เพราะท่านได้เป็นส่วนหนึ่ง ในการร่วมสร้างความยั่งยืน ซึ่งมิใช่เพียงเรื่องของอากาศที่สะอาดขึ้น จากการใช้ยานยนต์พลังงานใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการขับเคลื่อนอุตสาหรรมการผลิตรถยนต์ของประเทศไทย ให้เติบโตขึ้นสู่การเป็นผู้นำระดับภูมิภาคด้วย”

  • สถิตินำเข้ารถยนต์จากประเทศจีน และสถิติผลิตรถยนต์ชดเชยของ บีวายดี ประเทศไทย
  • สถิตินำเข้ารถยนต์มาจำหน่ายในประเทศไทย ระหว่างปี 2565 – 2566 เป็นจำนวน 39,030 คัน
  • สถิติผลิตรถยนต์คืนจากโรงงานในประเทศ ระหว่างปี 2567-2568 เมื่อคำนวณรถยนต์ส่วนที่ส่งออกเป็นการผลิตชดเชย 1.5 เท่า บริษัทฯ ได้ผลิตชดเชยครบถ้วนทั้งหมด รวม 59,694 คัน
  • สถิติและแผนการส่งออกรถยนต์ที่ผลิตโดย บีวายดี ประเทศไทย ไปต่างประเทศ
  • ปี 2568 มีสถิติส่งออกรถยนต์ เป็นจำนวน 10,250 คัน โดยส่งออกไปยังประเทศในโซนยุโรป อาเซียน และ โอเชียเนีย
  • โรงงาน บีวายดี ประเทศไทย พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ในไทยต่อไป

โรงงาน บีวายดี ประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นเพื่อผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ สำหรับการจำหน่ายภายในประเทศ และเพื่อการส่งออก ทั้งยังนับเป็นโรงงานแห่งแรกของ บีวายดี ที่ตั้งอยู่นอกประเทศจีน มีกำลังการผลิตสูงสุด 150,000 คัน/ปี ปัจจุบัน กลุ่มบริษัทฯ มีการลงทุนในประเทศไทยแล้วรวมประมาณ 35,925 ล้านบาท และมีการจ้างงาน 6,100 อัตรา ในจำนวนนี้เป็นพนักงานสัญชาติไทยราว 92%

สำหรับการผลิตรถยนต์มีทั้งหมด 4 รุ่น ครอบคลุมทั้งรถยนต์ขุมพลัง EV และ PHEV ประกอบด้วย BYD DOLPHIN, BYD ATTO 3, BYD SEALION 6 DM-i และ BYD SEAL 5 DM-i นอกจากนั้น รถยนต์ บีวายดี ที่ผลิตในประเทศไทยจำนวน 3 รุ่น ซึ่งมี BYD DOLPHIN, BYD ATTO 3 และ BYD SEALION 6 DM-i  ได้รับใบรับรอง Made in Thailand เนื่องจากมีสัดส่วน Local Content ในอัตรา 45-50% โดยในอนาคต จะมีการผลิตเพื่อส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ เพิ่มเติมอีกด้วย

  • บีวายดี มียอดจดทะเบียนรถยนต์ EV และ PHEV สูงเป็นอันดับ 1 ของไทย ใน 9 ประเภท*
  • บีวายดี: แบรนด์ที่มียอดรวมจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า สูงสุดเป็นอันดับ 1
  • BYD DOLPHIN: รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่มียอดจดทะเบียนรถยนต์ สูงสุดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่ม EV
  • บีวายดี: แบรนด์ที่มียอดรวมจดทะเบียนรถยนต์ PHEV สูงสุดเป็นอันดับ 1
  • BYD SEALION 6: รถยนต์ PHEV รุ่นที่มียอดจดทะเบียน สูงสุดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่ม PHEV
  • BYD SEAL: รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่มียอดจดทะเบียนรถยนต์ สูงสุดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่ม D-Segment
  • BYD ATTO3: รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่มียอดจดทะเบียนรถยนต์ สูงสุดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่ม B-SUV
  • BYD SEALION 7: รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่มียอดจดทะเบียนรถยนต์ สูงสุดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่ม C-SUV
  • BYD M6: รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่มียอดจดทะเบียนรถยนต์ สูงสุดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่ม MINI MPV
  • DENZA D9: รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่มียอดจดทะเบียนรถยนต์ สูงสุดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่ม VAN MPV
  • ราคาใหม่ของรถยนต์ บีวายดี ตามมาตรการ EV 3.5 ซึ่งพร้อมให้คุณเป็นเจ้าของแล้ว

BYD Thailand 1

รุ่น รุ่นย่อย ราคาเดิม (บาท) ราคาใหม่ (บาท)
BYD SEAL 5 DM-i Premium 699,900 699,900
BYD SEALION 6

DM-i

Dynamic 899,900 899,900
Premium 999,900 999,900
BYD SEAL Dynamic 799,900 989,900
BYD M6 Dynamic 749,900 909,900
Extended 849,900 1,009,900
BYD SEALION 7 Premium 1,074,900 1,264,900
AWD Performance 1,174,900 1,364,900

 

BYD Thailand 7

บีวายดี ประเทศไทย และ กลุ่มธุรกิจเรเว่ ขอให้คำมั่นว่า จะไม่หยุดยั้งในการส่งมอบยานยนต์พลังงานใหม่ ที่เพียบพร้อมด้วยนวัตกรรมและคุณภาพให้กับผู้บริโภคชาวไทย เพื่อยกระดับประสบการณ์การครอบครองยนตรกรรมสู่อีกขั้น พร้อมกับการสร้างความยั่งยืนในกับสังคมไทย มิใช่เพียงแค่เรื่องของสิ่งแวดล้อม แต่ยังครอบคลุมถึงการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย สู่การเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคต่อไป