Home Blog Page 59

“โรลส์-รอยซ์ แบล็คแบจ สเปกเตอร์’ ยนตรกรรมไฟฟ้าทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ของ โรลส์-รอยซ์ เข้าไทยแล้ว กับค่าตัวเริ่มต้น 41.5 ล้านบาท

0
โรลสลอยร์ แบล็คแบจ สเปกเตอร์ 1

โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์คาร์ส แบงคอก ผู้จำหน่ายรถยนต์ โรลส์-รอยซ์ อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) เปิดตัว ‘แบล็คแบจ สเปกเตอร์’ ยนตรกรรมไฟฟ้าที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ของ โรลส์-รอยซ์

โรลส์-รอยซ์ แบล็คแบจ สเปกเตอร์ 2

“โรลส์-รอยซ์ แบล็คแบจ สเปกเตอร์ คือ อัครยนตรกรรมที่ทรงพลังมากสุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ พัฒนาขึ้นจากข้อมูลการขับ นับแสนกิโลเมตร จากกลุ่มผู้ครอบครอง แบล็คแบจ โรลส์-รอยซ์ ทำให้รถยนต์คันนี้เป็นเสมือนจุดสูงสุดของตลาดรถยนต์ และวันนี้ ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วม ในการเปิดตัวยนตรกรรมรุ่นสำคัญให้กับลูกค้าในประเทศไทยและเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญ สำหรับการก้าวไปสู่โลกของรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคตของ โรลส์-รอยซ์” ฉัตรชัย แก้วผ่องศรี ผู้จัดการทั่วไป โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก กล่าว

โรลส์-รอยซ์ แบล็คแบจ สเปกเตอร์ 8

แบล็คแบจ สเปกเตอร์ ได้รับการปรับปรุงเชิงวิศกรรม เพื่อรองรับกับพละกำลังที่สูงขึ้น ด้วยการเพิ่มน้ำหนักของพวงมาลัย เพิ่มความมั่นใจในการควบคุมและรับรู้ถึงสภาพถนนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมปรับแต่งตัวถังและช่วงล่างพลานาร์ เพื่อลดการโยนตัว และลดอาการหน้าเชิดหรือหน้าทิ่ม ขณะเร่งหรือเบรกเต็มแรง โดยยังคงรักษาความสะดวกสบายในการโดยสารดุจพรมวิเศษ ‘Magic Carpet Ride’ ไว้ได้อย่างครบถ้วน

โรลส์-รอยซ์ แบล็คแบจ สเปกเตอร์ 4สะดุดตากับสัดส่วนที่ลงตัวในสไตล์รถยนต์ฟาสแบคสองประตู สัญลักษณ์นางฟ้าบริเวณหน้ารถ (Spirit of Ecstacy) ชุบโครเมียมรมดำ กระจังหน้าเรืองแสงได้รับแรงบันดาลใจจากเสาของวิหารแพนธีออน (Illuminated Pantheon grille) เพิ่มลูกเล่นด้วยการพ่นสีด้านใน ประตูยาว 1.5 เมตร แบบไร้เสากลาง เชื่อมด้วยเลเซอร์ ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ โรลส์-รอยซ์ ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ไฟท้ายออกแบบให้ปราศจากสีสันโดยสิ้นเชิง ลงตัวกับสีตัวถังที่มีให้เลือกไม่จำกัด ล้ออะลูมินัมฟอร์จขนาด 23 นิ้ว ลายใหม่ 5 ก้าน เลือกได้ทั้งสีดำล้วน หรือกึ่งปัดเงาการตกแต่ง สร้างประสบการณ์ขับที่พิเศษยิ่งขึ้น อาทิ กระจังหน้าแพนธีออนเรืองแสง เพิ่มลูกเล่นด้วยการพ่นสีด้านในได้ตามต้องการของผู้ครอบครอง (Illuminated Pantheon Grille)

โรลส์-รอยซ์ แบล็คแบจ สเปกเตอร์ 5

ห้องโดยสารประดับลวดลาย Technical Fibre และ แดชบอร์ดเรืองแสง (Illuminated Fascia) มาตรวัดหน้าผู้ขับมีให้เลือก 5 สี คือ Vivid Grellow, Neon Nights, Cyan Fire, Ultraviolet and Synth Wave แดชบอร์ดเรืองแสง (Illuminated Fascia) บริเวณฝั่งผู้โดยสาร ฉลุเป็นลวดลายของปีกนางฟ้า พร้อมเพิ่มสัญลักษณ์อินฟินิตี้ ล้อมรอบด้วยประกายดาวมากกว่า 5,500 ดวง บนพื้นหลังสีดำเปียโนแบล็ค สะท้อนความมืดมิดของท้องฟ้ายามค่ำคืน ตกแต่งตามจุดต่างๆด้วยลวดลาย Technical Fibre ที่มีส่วนประกอบของเส้นใยคาร์บอนและโลหะ พร้อมขัดแต่งอย่างประณีต

โรลส์-รอยซ์ แบล็คแบจ สเปกเตอร์ 7

ประตูดาว (Starlight Doors) ส่องแสงเป็นประกายระยิบระยับแผ่นกันรอยกาบบันได พร้อมโลโก้ ‘Black Badge’ เรืองแสง ส่วนเบาะคู่หลัง ขั้นกลางด้วยสัญลักษณ์อินฟินิตี้ สื่อถึงพลังและศักยภาพไร้ขีดจำกัด

โรลส์-รอยซ์ แบล็คแบจ สเปกเตอร์ 10
16×9

แบล็คแบจ สเปกเตอร์ นับเป็นยนตรกรรมที่ทรงพลังที่สุด ในประวัติศาสตร์ของ โรลส์-รอยซ์ แพลตฟอร์มสถาปัตยกรรมแห่งความหรูหรา (Architecture of Luxury) รองรับขุมพลังไฟฟ้าอย่างลงตัว อีกทั้งเพิ่มความแข็งแกร่งของสเปซเฟรม 30% ขับเคลื่อนด้วย 2 มอเตอร์ SSM (Separately Excited Synchronous Motors) ปรับแต่งพิเศษ ทำได้ 659 แรงม้า (HP) แรงบิด 1,075 นิวตันเมตร ขับได้ไกลสุดถึง 530 กิโลเมตร (WLTP) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 4.3 วินาที พร้อมโหมด ‘Infinity’ ที่ปรับเปลี่ยนบุคลิกของรถให้ดุดันเต็มพิกัดได้แรงบันดาลใจจากคุณสมบัติการปลดปล่อยพลังสำรองในช่วงสั้นๆ ของเครื่องยนต์ โรลส์-รอยซ์ เมอร์ลิน (Rolls-Royce Merlin) ที่ใช้กับเครื่องบินรบหลายรุ่น ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

โรลส์-รอยซ์ แบล็คแบจ สเปกเตอร์ 3

โรลส์-รอยซ์ แบล็คแบจ สเปกเตอร์ ตั้งราคาจำหน่ายรุ่นมาตรฐานไว้ที่ 41.5 ล้านบาท สำหรับลูกค้าและผู้ที่สนใจ สามารถทำการนัดหมายมาที่ คุณธนิดา ชาร์เลอมาร์ตี้ โทร. 087-566-4567 เพื่อมาสัมผัส โรลส์-รอยซ์ แบล็คแบดจ์ สเปกเตอร์ ระหว่างวันที่ 18-22 มิถุนายน 2568 บริเวณแฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

 

 

 

“GWM” จับมือ TANK 300 Camp Travel Thailand Club พาเหล่า TANKER สายลุย เสริมทักษะการขับขี่ออฟโรด โชว์สมรรถนะและประสิทธิภาพสุดล้ำของ GWM TANK 300

0
GWM Thailand 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด ได้เข้าร่วมกิจกรรมกับเหล่าผู้ใช้งานจริงของ GWM TANK 300 หรือ TANKER จากกลุ่ม TANK 300 Camp Travel Thailand Club ที่จัดขึ้นอย่างอบอุ่น รวมกลุ่มคนรัก GWM TANK 300 กว่า 64 TANKER และ GWM TANK 300 ทั้งรุ่นไฮบริดและดีเซล กว่า 32 คัน ณ The Canyon เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา เปิดประสบการณ์ท้าทายท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาต์ที่ตื่นตาตื่นใจและสายฝนที่พร่างพราย รวมถึงแลกเปลี่ยนความคิคเห็นจากการใช้งาน GWM TANK 300 อย่างเป็นกันเอง โดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์จาก GWM ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีอันล้ำสมัยที่ช่วยในการขับขี่ออฟโรดอย่างเต็มประสิทธิภาพให้บรรดา TANKER โดยกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้สะท้อนให้เห็นถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชุมชนชาว TANKER ภายใต้ GWM TANKER CLUB THAILAND คอมมูนิตี้ของผู้ใช้งาน TANK ที่ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในประเทศไทยล่าสุดนี้ เพื่อเป็นชุมชนสำหรับผู้ใช้ ดำเนินงานโดยผู้ใช้ และเพื่อผู้ใช้ เพื่อการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์การขับขี่ที่อบอุ่น แข็งแกร่ง และเหนียวแน่น

สำหรับกิจกรรมการฝึกทักษะการขับขี่ออฟโรดนี้ บรรดา TANKER ต่างแสดงให้เห็นถึง TANKER SPIRIT หรือจิตวิญญาณเดียวกัน ทั้งความโดดเด่น แตกต่าง และไม่เหมือนใคร รักอิสระ ชอบผจญภัย เต็มไปด้วยพลังงานที่สร้างสรรค์และพร้อมช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยตลอดทั้งกิจกรรมนี้ TANKER ต่างได้เปิดประสบการณ์บนเส้นทางที่ท้าทายทั้งออนโรดและออฟโรด รวมตัวกันตั้งแต่เช้าตรู่ย่านคลองหนึ่ง ถนนรังสิตนครนายก มุ่งหน้าสู่เขาใหญ่เพื่อร่วมทดสอบสมรรถนะรถ GWM TANK 300 ที่แท้จริง พร้อมรับฟังการบรรยายภาคทฤษฎีของระบบรถยนต์และภาคปฏิบัติจากทีมงานและผู้เชี่ยวชาญของ GWM สู่การลง 2 ฐานกิจกรรมจริงภายในสนาม The Canyon

เกรทวอลล์ 3

เกรทวอลล์ 5

ฐานที่ 1 “พื้นที่เหมือง” มุ่งเน้นไปที่การทดสอบพลังการขึ้น–ลงทางลาดชัน เพื่อพิสูจน์ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะของ GWM TANK 300 พร้อมฟีเจอร์สำคัญอย่างระบบล็อกเฟือง (Electric Differential Lock), ระบบควบคุมความเร็วแบบออฟโรด (Off-road Cruise Control), ระบบช่วยออกตัวทางชัน (HSA) และระบบช่วยลงทางลาดชัน (HDC)

เกรทวอลล์ 5

เกรทวอลล์ 6

ฐานที่ 2 “สวน 7 ไร่” เน้นการทดสอบการขับขี่ผ่านเส้นทางธรรมชาติที่มีพื้นผิวที่หลากหลาย ทั้งหิน โคลน และร่องลึก โดยใช้การขับขี่แบบ 4L ระบบล็อกเฟือง ระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ (Body Transparent) ระบบกลับรถในที่แคบ (TANK TURN) และกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นทุกอุปสรรคได้อย่างแม่นยำ พร้อมพละกำลังและแรงบิดของตัวรถที่เหลือเฟือ จึงทำให้การขับขี่ในพื้นที่ท้าทาย ลื่น เป็นไปได้อย่างตื่นเต้นและสนุกสนาน กิจกรรมจบลงอย่างอบอุ่นและประทับใจ พร้อมเตรียมตัวสำหรับการเดินทางสู่การผจญภัยในทริปหน้า ที่รอให้บรรดา TANKER ได้มาเผชิญและสัมผัสไปพร้อมกัน

เกรทวอลล์ 8

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “GWM ขอขอบคุณเหล่า TANKER ทุกท่านที่ได้มอบความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับ GWM TANK 300 เรารู้สึกยินดีและอบอุ่นใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนกิจกรรมนี้ GWM TANK 300 เป็นรถยนต์อีกคันหนึ่งที่เราภาคภูมิใจ ที่มอบทั้งสมรรถนะการขับขี่ เทคโนโลยีระดับสูง และความปลอดภัย เหมาะกับการขับขี่ทั้งในเมืองและนอกเมือง สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้หลากหลาย ด้านการขับขี่ออฟโรด รถยนต์คันนี้มีเทคโนโลยีที่ช่วยเหลือการขับขี่มากมาย ช่วยให้การขับขี่ในพื้นที่และเส้นทางที่ยากลำบากเป็นไปได้อย่างง่ายดาย ในขณะเดียวกัน เราได้ใช้โอกาสนี้รับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่มีประโยชน์จากผู้ใช้งานจริงต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของ GWM ให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป สู่การตอบโจทย์และความต้องการของลูกค้าชาวไทยอย่างครบถ้วนและตรงจุด”

เกรทวอลล์ 9

“ในอนาคต GWM จะยังคงเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมของบรรดา TANKER ภายใต้ GWM TANKER CLUB THAILAND รวมถึง GWM Family ในทุกรุ่น เราเชื่อว่าชุมชนที่ดี อบอุ่น และสร้างสรรค์จะนำไปสู่การแลกเปลี่ยนและการสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้นของรถยนต์คุณภาพจาก GWM ตามปรัชญาการดำเนินธุรกิจของเรา “In Thailand, For Thailand” สะท้อนความมุ่งมั่นของ GWM ในการเข้าใจ เข้าถึง และเติบโตไปพร้อมกับผู้บริโภคชาวไทย พาร์ทเนอร์ในประเทศไทย และสังคมไทยอย่างยั่งยืน สู่การมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีกว่าและเหนือกว่าในทุกด้านอย่างแท้จริง ภายใต้แนวคิด GWM Go With More” เวย์น โจว กล่าวปิดท้าย

“เมอร์เซเดส-เบนซ์” เปิดฉาก StarFest 2025 “The Hidden Season” พบกับดีลสุดพิเศษ ที่ MBCC บางนา กม.19 วันที่ 12 – 15 มิ.ย. และตัวแทนจำหน่ายฯ วันที่ 16 – 22 มิ.ย. รับส่วนลดมากกว่า 1,000,000* บาท

0
เมอร์เซเดส-เบนซ์ 1

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เดินหน้าเปิดประสบการณ์การเป็นเจ้าของยนตรกรรมระดับลักชัวรีผ่านแคมเปญส่งเสริมการขายรับกลางปี 2568 กับงาน Mercedes-Benz StarFest 2025 “The Hidden Season” เทศกาลที่รวมทุกข้อเสนอพิเศษจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ หลากหลายรุ่น นำโดย GLC, CLS, E-Class และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ในไลน์อัปของ EQS และ EQE ทั้งรุ่น Sedan, SUV, และรุ่นสมรรถนะสูงจาก Mercedes-AMG พร้อมข้อเสนอที่มอบความคุ้มค่าสูงสุดด้วยส่วนลดพิเศษมากกว่า 1,000,000 บาท* สำหรับลูกค้าที่เข้ามาที่งาน StarFest 2025 “The Hidden Season” ณ ศูนย์ MBCC ถนนบางนาตราด กม.19 ระหว่างวันที่ 12 – 15 มิถุนายน 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 20.00 น. และที่ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ที่เข้าร่วมแคมเปญ ระหว่างวันที่ 16 – 22 มิถุนายน 2568

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 2

พบกับไฮไลต์สุดพิเศษที่ศูนย์ MBCC กับ Mercedes-Benz Certified รถผู้บริหารไมล์น้อยคุณภาพสูง มากกว่า 50 คัน ราคาเริ่มต้นเพียง 1.69 ล้านบาท* พร้อมประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี

สัมผัสยนตรกรรมจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยและการออกแบบที่ให้ทั้งความสะดวกสบายในการขับขี่และการโดยสารที่เหนือระดับ โดยมีรุ่นที่ร่วมรายการกว่า 6 รุ่น ได้แก่ GLC 220 d 4MATIC Avantgarde, GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic, C 350 e AMG Dynamic (Night Edition), E 350 e Exclusive, E 220 d AMG Line และ E 350 e AMG Dynamic ที่มาพร้อมข้อเสนอพิเศษอีกมากมาย

ในส่วนของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% มีรุ่นที่ร่วมรายการทั้งหมด 9 รุ่น ได้แก่ EQE 300, Mercedes-AMG EQE 53 4MATIC+, EQE 350 4MATIC SUV Electric Art, EQE 350 4MATIC SUV AMG Line, EQE 350 4MATIC SUV AMG Dynamic, EQS 450+ AMG Dynamic, EQS 500 4MATIC AMG Premium, EQS 450 4MATIC SUV AMG Dynamic และ EQS 500 4MATIC SUV AMG Dynamic โดยมาพร้อมข้อเสนอพิเศษ Worry-Free ดังนี้

•เงินชำระครั้งแรก 0%
•ชาร์จพลังงานไฟฟ้าแบบ DC ไม่จำกัดจำนวนครั้ง นาน 1 ปี
•รับฟรี Wallbox พร้อมติดตั้ง

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด เฉพาะรุ่นและสีรถที่ร่วมรายการ

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของงาน Mercedes-Benz StarFest 2025 “The Hidden Season” ได้ที่ https://mb4.me/5eBG6svR ติดตามข้อมูลข่าวสารจากเมอร์เซเดส-เบนซ์
ได้ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

 

 

“Stellantis” ประกาศแต่งตั้ง “มร. อันโตนิโอ ฟิโลซา” ผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์กว่า 25 ปี ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่

0
สตราเลนติส 2

Stellantis N.V. ประกาศว่า คณะกรรมการบริษัท ได้มีมติเป็นเอกฉันท์แต่งตั้ง มร. อันโตนิโอ ฟิโลซา (Antonio Filosa) เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนใหม่ของบริษัท ภายหลังจากกระบวนการสรรหาทั้งจากบุคลากรภายในและภายนอก โดยคณะกรรมการเฉพาะกิจที่มี มร. จอห์น แอลคานน์ (John Elkann) เป็นประธานกรรมการบริหาร

สตราเลนติส 3

 

ทั้งนี้ บริษัทจะจัดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในเร็วๆ นี้ เพื่อเสนอชื่อ มร. อันโตนิโอ ฟิโลซา เข้ารับการแต่งตั้งเป็นกรรมการบริหารของบริษัท ขณะเดียวกัน เพื่อให้เขาสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและเปลี่ยนผ่านสู่บทบาทใหม่อย่างราบรื่น คณะกรรมการได้มอบอำนาจหน้าที่ในฐานะ CEO โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2025 เป็นต้นไป

คณะกรรมการตัดสินใจเลือก มร. อันโตนิโอ ฟิโลซา เข้ารับตำแหน่ง CEO ด้วยเหตุผลจากผลงานที่พิสูจน์แล้วตลอดกว่า 25 ปีในอุตสาหกรรมยานยนต์ ประสบการณ์อันลึกซึ้งทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ความรู้ความเข้าใจในบริษัทเป็นอย่างดี รวมถึงภาวะผู้นำที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง

มร. อันโตนิโอ ฟิโลซา เคยดำรงตำแหน่งสำคัญใน Stellantis ทั้งในอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ โดยเฉพาะในบทบาทประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการภูมิภาคอเมริกาใต้ เขาได้ผลักดัน แบรนด์ FIAT ขึ้นเป็นผู้นำตลาด และส่งเสริมการเติบโตของแบรนด์ Peugeot, Citroën, Ram และ Jeep® อย่างมีนัยสำคัญ จนทำให้ Stellantis กลายเป็นผู้นำตลาดที่ชัดเจนในภูมิภาคดังกล่าว นอกจากนี้ เขายังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาโรงงาน Pernambuco ซึ่งปัจจุบันเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาใต้ และเป็นจุดเริ่มต้นของ แบรนด์ Jeep® ในประเทศบราซิล ซึ่งกลายเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของแบรนด์นอกสหรัฐอเมริกา

Stellantis 1

ในฐานะ CEO ของแบรนด์ Jeep® เขายังขยายการเติบโตของแบรนด์ในระดับโลก โดยเฉพาะในยุโรป ซึ่งมีรถรุ่นต่างๆ ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เช่น Jeep Avenger และเมื่อเดือนธันวาคม 2024 เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการภูมิภาคอเมริกา และได้ดำเนินการฟื้นฟูธุรกิจในสหรัฐฯ ผ่านการลดปริมาณสินค้าคงคลังของตัวแทนจำหน่ายที่มากเกินไป การปรับโครงสร้างทีมผู้บริหาร การเร่งเปิดตัวผลิตภัณฑ์และระบบขับเคลื่อนใหม่ รวมถึงการสื่อสารที่ใกล้ชิดมากขึ้นกับดีลเลอร์ สหภาพแรงงาน และซัพพลายเออร์

มร. จอห์น แอลคานน์ จะยังคงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารของ Stellantis ต่อไป หลังจาก มร. อันโตนิโอ ฟิโลซา เข้ารับตำแหน่ง CEO อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 23 มิถุนายน ซึ่งในวันเดียวกันนั้น เขาจะประกาศรายชื่อทีมผู้นำชุดใหม่ของบริษัทอีกครั้ง

“อันโตนิโอ มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อบริษัทของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของบุคลากรซึ่งเขามองว่าเป็นทรัพยากรหลัก และยังเข้าใจอุตสาหกรรมของเราอย่างถ่องแท้ เขาคือผู้เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะนำพา Stellantis ก้าวสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ” กล่าวโดย มร. จอห์น แอลคานน์, ประธานกรรมการบริหาร Stellantis “เราทุกคนยินดีต้อนรับอันโตนิโอในบทบาท CEO คนใหม่ของเราความสามารถในการนำองค์กรของเขาในช่วงหลายปีที่ผ่านมารวมถึงความเข้าใจในธุรกิจและความท้าทายของอุตสาหกรรมยานยนต์คือเหตุผลที่เขาเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด”

มร. โรเบิร์ต เปอโยต์, รองประธานกรรมการ Stellantis กล่าวว่า “การแต่งตั้ง มร. อันโตนิโอ ฟิโลซา เป็นการเปิดฉากบทใหม่ที่สำคัญของ Stellantis ในช่วงเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก เขามีทั้งความรู้ ประสบการณ์ และศักยภาพที่จะพาบริษัทไปสู่ความสำเร็จอีกขั้น”

มร. นิโกลาส์ ดูฟูร์ค, CEO, Bpifrance กล่าวว่า “ผมรู้สึกขอบคุณท่านประธาน มร. จอห์น แอลคานน์ และคณะกรรมการบริษัทสำหรับความเป็นผู้นำในช่วงที่ผ่านมาและสำหรับความเชื่อมั่นที่มีต่อผมในการนำพาบริษัทผ่านช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ ผมได้รับแรงบันดาลใจจากความสามารถ ความมุ่งมั่นและความหลงใหลของเพื่อนร่วมงานที่ Stellantis มาโดยตลอด เรามีแบรนด์ที่ดีที่สุดและทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์ยานยนต์และมีมรดกแห่งนวัตกรรมยาวนานกว่า 100 ปี ความมุ่งมั่นของเราที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ผู้บริโภคชื่นชอบจะยังคงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จต่อไป”

Ford Everest Titanium+ รถอเมริกันพันธุ์แท้ มีอยู่จริง

0
default

Ford ตระกูล Everest SUV หรือ PPV ที่มาจาก Platform เดียวกับ Ranger มีอยู่ด้วยกัน 6 รุ่น ไล่เรียงแต่รุ่นล่างไปบนคือ Trend , Sport , Titanium , Wildtrak และ บนสุดคือ Platinum แตกต่างกันที่เครื่องยนต์ และชุดแต่งรวมถึงอุปกรณ์มาตรฐานที่ใส่มาให้

Trend และ Sport ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว 2.0 ลิตร 1,996 ซีซี พ่วงระบบอัดอากาศ VG Turbocharged พร้อม Intercooler กำลังสูงสุด 170 แรงม้า (PS) ที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 405 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,250 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหลัง
Titanium และ Wildtrak ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว 2.0 ลิตร 1,996 ซีซี พ่วงระบบอัดอากาศ Bi-Turbocharged พร้อม Intercooler กำลังสูงสุด 210 แรงม้า (PS) ที่ 3,750 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหลัง และขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Part-time 4WDพร้อมระบบเลือกโหมดการขับขี่ 6 โหมด : Normal, Eco, Tow/Haul, Slippery, Mud/Ruts and Sand รองรับมาตรฐาน EURO5 + AdBlue
Platinum ใช้เครื่องยนต์ดีเซล V6 TDI สูบ ขนาด 3.0 ลิตร 2,993 ซีซี. พ่วงเทอร์โบ กำลังสูงสุด 250 แรงม้า ที่ 3,250 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,250 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ SelectShift ขับเคลื่อน 4 ล้อ Full-Time 4A-4WD Terrain Management System

Ford Everest Titanium ที่นำมาแนะนำนี้มีด้วยกัน 2 ระดับคือ แบบ ขับเคลื่อน 4 ล้อ และ ขับเคลื่อน 2ล้อหลัง มีอุปกรณ์มาตรฐานทั้งระบบอำนวยความสะดวกและระบบช่วยเหลือ ป้องกันเพื่อความปลอดภัยในการใช้งานระดับเดียวกัน จัดว่าเติมเทคโนโลยี่เข้ามาให้แบบเต็มๆ ตามรูปแบบของ Ford Everest ที่จะต้องใส่มามากกว่ารถ PPV ทุกแบรนด์ในตลาดเป็นจุดเด่นของเขามาโดยตลอด ถึงแม้ราคาจะสูงกว่าแบรนด์อื่น แต่ก็ได้รับมาตอบสนองจากตลาดด้วยดี

เรานำ Ford Everest Titanium 4×4 มาทดลองใช้งานครั้งนี้ เครื่องยนต์ 210 แรงม้าตอบสนองได้เป็นอย่างดี มีกำลังเพียงพอ เราใช้งานในMode ขับเคลื่อน 2 ล้อ 2 H ตลอดเพราะไม่ได้มีภารกิจ offroad อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 10.4 กม./ลิตร เป็นที่น่าพอใจแล้ว ที่ชอบคือถึงแม้จะเป็นรถที่ใหญ่โต แต่ก็ขับง่ายพวงมาลัยผ่อนแรงดีในความเร็วต่ำ และหนักมือขึ้นในความเร็วที่สูงขึ้น ไม่เป็นปัญหาในการเข้าจอดเพราะมีมุมมองจาก กล้อง 360 องศามาช่วย จอดแล้วถ้าดับเครื่องลงรถไปเลยแต่ลืมว่าเกียร์ยังอยู่ที่ตำแหน่ง D เขาก็จะเลื่อนไปที่ P ให้เองโดยอัตโนมัติ เหมาะสำหรับกรณีหลงลืม เป็นหนึ่งในฟังค์ชั่นช่วยเหลือที่มีมาให้มากมายตามสไตล์ Everest ที่ชอบมาอีกอย่างหนึ่งคือ ระบบกันสะเทือนที่ set มาให้ครั้งนี้ดีถึงดีมากที่สุด นุ่มนวล ยึดเกาะดี ไม่แข็งกระด้างเหมือนรุ่นก่อนหน้านี้ ถ้าขับทางไกลจะใช้ Mode ขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ 4H จะช่วยให้ยึดเกาะเข้าโค้งไม่มั่นใจยิ่งขึ้นอีก เอาเป็นว่า Ford Everest Titanium น่าจะเป็นรุ่นที่ลงตัวมากที่สุด ข้าวของครบ พละกำลังดี มีตัวช่วยมากมาย เหมือนเป็นกัปตันอเมริกาในรูปแบบรถ SUV คันยักษ์ กล้ามใหญ่ที่มาช่วยให้เดินทางได้อย่างอบอุ่น สะดวกสบายปลอดภัย เป็นที่สุด ราคาอยู่ด้านล่างของรายการ แต่บอกได้ว่า ชั่วโมงนี้ข้อเสนอน่าตกใจมาให้ที่โชว์รูมฟอร์ด แบบว่าถ้าชอบแล้วได้ราคาคุ้มสุดๆแน่นอน มาดูรายการอุปกรณ์และระบบต่างๆที่เขามีมาให้

Screenshot

ระบบกันสะเทือน
ด้านหน้า เป็นแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น พร้อมคอยล์สปริง ช็อกอัพ Twin-tube และเหล็กกันโคลง
ด้านหลัง เป็นแบบ Watt-link พร้อมคอยล์สปริง ช็อกอัพ Twin-tube และเหล็กกันโคลง

ระบบห้ามล้อ
ด้านหน้า เป็นจานเบรก แบบมีครีบระบายความร้อน (Ventilated Discs)
ด้านหลัง เป็นจานเบรก แบบ Solid ธรรมดา
ล้อ อัลลอย 20″ พร้อมยางขนาด 255/55 R20

อุปกรณ์ภายนอก
ไฟหน้าแบบ Matrix LED พร้อมระบบปรับมุมลำแสงไฟอัตโนมัติ และระบบป้องกันไฟแยงตา และระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ,ไฟวิ่งกลางวันแบบ LED รูป C-Clamp ,ไฟตัดหมอกหน้า LED,ไฟท้ายแบบ LED Signature,ไฟส่องสว่างข้างตัวรถ,หลังคา Panoramic Moonroof,ประตูท้ายเปิด-ปิด ด้วยไฟฟ้า

อุปกรณ์ภายในและความสะดวกสบาย
แท่นชาร์จไร้สาย, เบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ,เบาะแถวที่ 3 พับไฟฟ้า,หน้าจอแสดงผลบนหน้าปัดแบบสีขนาด 12.4 นิ้ว ,ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา,ระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง, ช่องต่อไฟ 12V 3 ช่อง พร้อมช่องต่อไฟ 230V (400W) 1 ช่อง ,กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ พร้อมช่องต่อ USB ,ระบบเปิด-ปิดกระจกสัมผัสเดียวทุกบาน ,กุญแจรีโมทอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ

ระบบเครื่องเสียงและการเชื่อมต่อ
หน้าจอแสดงผลจอสีแบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 12 นิ้ว, รองรับ WirelessApple CarPlay® และ Android AutoTM,ระบบเชื่อมต่อบลูทูธ และ ระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC® 4A,ระบบ FordPass Connect,ช่องต่อ USB 4 ตำแหน่ง ,ลำโพง 8 ตำแหน่ง

อุปกรณ์ความปลอดภัย
ถุงลมนิรภัย 7 จุด คู่หน้า / ด้านข้าง / ม่านถุงลมนิรภัย / และถุงลมบริเวณหัวเข่า ,ระบบช่วยโทรฉุกเฉิน,สัญญาณเตือนระยะจอดด้านหน้าและด้านหลัง,ระบบป้องกันล้อล็อก ABS และระบบกระจายแรงเบรก EBD,เบรกมือไฟฟ้า,ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP และ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี,ระบบช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน HLA และระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ ROM ,ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา HDC

เทคโนโลยีช่วยในการขับขี่
ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ ,กล้องมองรอบคัน 360 องศา ,ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ พร้อมระบบ Stop&Go และระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง,ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน,ระบบเตือนการชนด้านหน้า,ระบบช่วยควบคุมรถหลังจากชน,ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง,ระบบตรวจจับรถในจุดบอด และระบบตรวจจับขณะออกจากช่องจอด,ระบบป้องกันการชนเมื่อถอยหลัง,ระบบช่วยการหักพวงมาลัยเพื่อเลี่ยงการปะทะ และระบบตรวจเช็กลมยาง

Ford Everest Titanium+ 4×2 ราคาพิเศษ 1,679,000 บาท (จากราคาปกติ 1,767,000 บาท) พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง
Ford Everest Titanium+ 4×4 ราคา 1,917,000 บาทพร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง

“ฮอนด้า” ปลุกความมันส์ !นำทัพ!ลูกค้าสายสปอร์ตสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Honda One Make Race 2025 Exclusive Trip” ลงสนามจริงระดับโลก พร้อมเรียนรู้ทักษะการขับขี่จากมืออาชีพ ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

0
ฮอนด้า 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด สร้างความเร้าใจอีกครั้ง ในศึกรถยนต์ทางเรียบแถวหน้าของไทย “Honda One Make Race 2025” ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ประเดิมเปิดสนามที่ 1 และ 2 เปิดฤดูกาลการแข่งขันสุดมันส์ พร้อมทัพรถแข่ง 2 รุ่นการแข่งขันสุดเร้าใจ ได้แก่ “Honda City Hatchback One Make Race” ด้วยการนำรถยนต์ Honda City Hatchback ที่ปรับแต่งให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย เสริมสมรรถนะทั้งพละกำลังและการยึดเกาะถนน มาประชันความเร็วกันอย่างดุเดือดบนสนามแข่งระดับโลก และอีกหนึ่งรุ่น “Honda Club Race” เป็นการรวมตัวกันของสาวกฮอนด้าที่รักความเร็ว นำรถยนต์ฮอนด้าหลากหลายรุ่นมาร่วมประลองความเร็วกันในสนาม เปลี่ยนจากนักซิ่งเป็นนักแข่ง พิเศษ! ฮอนด้าสานต่อความมันส์ด้วยการมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้าในกิจกรรม “Honda One Make Race 2025 Exclusive Trip” เชิญชวนลูกค้าผู้โชคดีเจ้าของรถยนต์ฮอนด้ากว่า 30 คัน รวม 60 คน ขับรถฮอนด้าคู่ใจร่วมชมความเร้าใจของการแข่งขันถึงขอบสนาม เติมเต็มประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตให้ลูกค้าฮอนด้าอย่างเต็มอิ่ม พร้อมโอกาสในการเรียนรู้ทักษะการขับขี่จากผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าของเมืองไทยและร่วมสัมผัสประสบการณ์ตรงด้วยการขับขี่รถยนต์ฮอนด้าคู่ใจบนแทร็กระดับโลก

ฮอนด้า 2

สำหรับกิจกรรม Honda One Make Race 2025 Exclusive Trip ประเดิมกิจกรรมแรกด้วย “Honda Driving Clinic” เวิร์กช็อปสุดเข้มข้นที่เปิดโอกาสในการเรียนรู้เทคนิคการขับขี่อย่างปลอดภัยและถูกวิธี รวมถึงเทคนิคการควบคุมรถในสไตล์สปอร์ต จากทีมผู้ฝึกสอนมืออาชีพซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อม ก่อนจะได้สัมผัสประสบการณ์ความเร้าใจในการลงสนามจริง ต่อเนื่องความมันส์กับไฮไลต์สุดพิเศษในกิจกรรม “Honda Track Experience” ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าจับพวงมาลัยรถยนต์ฮอนด้าคู่ใจ ลงสนามจริงสัมผัสความท้าทายของสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต สนามแข่งรถระดับโลกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสูงสุด จากสมาพันธ์รถยนต์นานาชาติ (FIA) พร้อมเก็บภาพความประทับใจบนแทร็กแบบเต็มอิ่ม

ฮอนด้า 3

บรรยากาศภายในงานยังเต็มไปด้วยความสนุกสนานและเป็นกันเอง ลูกค้ารถยนต์ฮอนด้าผู้ชื่นชอบในความเร็วได้ รวมตัวกันอย่างอบอุ่น พร้อมร่วมอีกหนึ่งกิจกรรมสุดพิเศษซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันรายการ Fanatec GT World Challenge Asia อย่าง “Pit Walk” ที่ฮอนด้าตั้งใจมอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ให้ลูกค้าได้สัมผัสบรรยากาศการทำงานของทีมแข่งอย่างใกล้ชิด และร่วมชมการแข่งขัน Honda One Make Race 2025 Race 1-2 ซึ่งเป็น Support Race ส่วนหนึ่งของการแข่งขันรายการ Fanatec GT World Challenge Asia Race ซึ่งแข่งขันอย่างสนุกดุเดือด ให้ลูกค้าได้ส่งเสียงเชียร์ พร้อมสร้างความตื่นเต้นและประทับใจให้กับลูกค้าที่เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก

ฮอนด้า 4

คุณสุรชัย พิชญ์พิสิฐานนท์ เจ้าของรถยนต์ ฮอนด้า ซีวิค ไทป์อาร์ แฟนฮอนด้าสายมอเตอร์สปอร์ต บอกด้วยรอยยิ้มว่า “ผมเห็นฮอนด้าโปรโมตกิจกรรมนี้ก็รีบสมัครเลย และทริปนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวังจริง ๆ ส่วนตัวผมประทับใจกิจกรรม Honda Track Experience เป็นพิเศษ เพราะได้ทดสอบสมรรถนะของ ฮอนด้า ซีวิค ไทป์อาร์ ที่ผมขับอยู่ในปัจจุบันอย่างเต็มที่ แถมยังได้เรียนรู้เทคนิคการขับขี่อย่างปลอดภัยที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้จริงอีกด้วย เรียกว่ากิจกรรมนี้ได้ทั้งความรู้ และความประทับใจกลับไปครบเลยครับ”

ฮอนด้า 5

คุณมานพ ขุนนิล ลูกค้าเจ้าของรถยนต์ ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาที่ใช้ฮอนด้า สิ่งที่ประทับใจที่สุด คือ สเปกของรถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งาน อย่างรถที่ผมใช้อยู่ตอนนี้เป็นรถยนต์ขนาดเล็กที่ขับขี่ได้อย่างคล่องตัว ขับขี่สบาย และประหยัดน้ำมันเหมาะสำหรับการใช้งานและเดินทางในทุกๆ วัน พอได้มาร่วมกิจกรรมพิเศษนี้ ยิ่งทำให้ผมเข้าใจในสมรรถนะของรถยนต์ฮอนด้ามากยิ่งขึ้น อยากเชิญชวนทุกคนมาเป็นครอบครัวฮอนด้าครับ”

ฮอนด้า 6

คุณธิดา แซ่หลี กล่าวด้วยความประทับใจว่า “ปัจจุบันขับรถฮอนด้า แจ๊ซ อยู่ค่ะ เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมแนวมอเตอร์สปอร์ต รู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้ลงขับในสนามแข่งระดับโลก ทางฮอนด้าก็ได้จัดกิจกรรมให้ได้เรียนรู้เทคนิคการขับขี่ก่อนขับจริง ซึ่งช่วยให้เราขับรถได้มั่นใจขึ้นด้วย พอได้ขับจริงบอกเลยว่าเป็นประสบการณ์ที่ว้าวและสนุกสุด ๆ ที่สำคัญ คือ การดูแลและใส่ใจลูกค้าในทุกขั้นตอน คำนึงถึงความสะดวกสบายและความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง อยากขอบคุณฮอนด้าที่จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมาและอยากเชิญชวนให้ทุกคนได้มาสัมผัสประสบการณ์ดี ๆ แบบที่พวกเราลูกค้าฮอนด้าได้รับค่ะ”

Honda One Make Race 2025 ใน Race 1 และ Race 2 ของฤดูกาล ได้ปิดฉากลงอย่างสวยงาม พร้อมสร้างความทรงจำอันแสนพิเศษและจุดประกายความตื่นเต้นให้กับสาวกมอเตอร์สปอร์ตอย่างเต็มอิ่ม กิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เปิดโอกาสให้ลูกค้าฮอนด้าได้สัมผัสประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตระดับโลกแบบเอ็กซ์คลูซีฟเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้ชมทุกท่านได้สัมผัส DNA ความสปอร์ตของฮอนด้าอย่างแท้จริง ผ่านการได้เห็นถึงศักยภาพของรถยนต์ฮอนด้าที่สามารถใช้งานได้อย่างคล่องตัวในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันก็สามารถแสดงสมรรถนะอันทรงพลัง แรงเร้าใจ บนสนามแข่งระดับโลกได้อย่างเต็มที่สำหรับแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตและลูกค้าฮอนด้า

ฮอนด้า 7

เตรียมพบกับความเข้มข้นของการแข่งขัน “Honda One Make Race 2025” อีกทั้ง 3 สนาม 6 Race ได้ตามกำหนดการ ดังนี้
oEvent 2 (Race 3-4) วันที่ 6 – 7 มิถุนายน 2568 แข่งขันในรายการ PT Maxnitron Racing Series สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต
oEvent 3 (Race 5-6) วันที่ 29 – 31 สิงหาคม 2568 แข่งขันในรายการ PT Maxnitron Racing Series สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต
oEvent 4 (Race 7-8) วันที่ 16 – 19 ตุลาคม 2568 แข่งขันในรายการ PT Maxnitron Racing Series สนามเฉพาะกิจ พีที สงขลา สตรีท เซอร์กิต

หรือติดตามข่าวสารได้ที่เฟซบุ๊ก Honda One Make Race https://www.facebook.com/HondaOneMakeRaceOfficial พร้อมติดตามกิจกรรมอีกมากมายที่ฮอนด้

เตรียมมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้แก่ลูกค้าครอบครัวฮอนด้าอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์ www.honda.co.th และทางโซเชียลมีเดีย Honda Thailand ทุกช่องทาง หรือแอด LINE Honda Thailand Official Account (Line ID: @honda-thailand)

 

มาสด้า ตอกย้ำแนวทางเพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในทุกมิติ แนะนำเว็บไซต์โฉมใหม่พร้อมฟีเจอร์หลากหลายใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น

0

มาสด้าเปิดมิติใหม่แห่งโลกของการสื่อสารพร้อมก้าวสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน เดินหน้าส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า เปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ www.mazda.co.th ภายใต้ภาพลักษณ์ใหม่ที่เข้าถึงได้ง่ายและใช้งานสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ด้วยฟังก์ชันที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับมาสด้าในเชิงลึก พร้อมทั้งรวบรวมสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อลูกค้าครอบครัวมาสด้า (Mazda Family) ตลอดจนอำนวยความสะดวกในการจองซื้อรถยนต์มาสด้าที่ครบครันในทุกองค์ประกอบ การเปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางการสื่อสารที่สำคัญในโลกยุคดิจิทัล เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าตามแนวทางการดำเนินธุรกิจภายใต้ Business Transformation เพื่อมอบสิทธิประโยชน์สูงสุดและเป็นฐานข้อมูลสำคัญให้กับลูกค้ามาสด้าและกลุ่มเป้าหมายในประเทศไทย รวมทั้งนักท่องเว็บไซต์ทั่วโลก

นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในโลกยุคปัจจุบันเส้นทางการซื้อรถของลูกค้า (Customer Journey) ไม่ได้ตรงไปตรงมาและเรียบง่ายเฉกเช่นที่ผ่านมา กลับมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา รวมถึงการทำกิจกรรมหรือการทำธุรกรรมหลายครั้งผ่านหลายแพลตฟอร์ม ดังนั้น มาสด้าจึงปรับปรุงระบบดิจิทัล เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในทุกขั้นตอนตลอดเส้นทางการซื้อรถของลูกค้า การปรับเปลี่ยนรูปแบบและดีไซน์เว็บไซต์มาสด้าใหม่ในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การบริหารธุรกิจตามแนวทาง Business Transformation เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้า เว็บไซต์แพลตฟอร์มใหม่นี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีในการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยี ไม่ว่าลูกค้าจะต้องการลงทะเบียนเพื่อจองรถทดลองขับ หรือนัดหมายเพื่อนำรถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการ แพลตฟอร์มใหม่นี้ก็จะรองรับกระบวนการต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่นขึ้นและไร้รอยต่อ เพื่อเพิ่มประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ ครั้งที่ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ และช่วยให้การค้นหาข้อมูลเป็นไปอย่างง่ายดาย นอกจากนี้ มาสด้ายังได้เพิ่มฟังก์ชันการใช้งานบนเว็บไซต์เพื่อช่วยเหลือผู้ใช้งานในทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น การปรับขนาดตัวอักษร มีไม้บรรทัดช่วยอ่าน โหมดโฟกัส และโหมดปรับหน้าจอเป็นสีขาวดำสำหรับผู้ที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับการมองเห็น หรือตาบอดสี ทำให้สามารถอ่านข้อความได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ เว็บไซต์ใหม่ยังมีการเพิ่มรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์สำหรับลูกค้ามาสด้า (Mazda Family) เพื่อให้ลูกค้ามาสด้าสามารถอัปเดตข้อมูลสิทธิพิเศษต่าง ๆ ที่มาสด้ามอบให้กับลูกค้าคนพิเศษที่พึงได้รับจากการเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้า โดยสามารถเข้าไปชมเว็บไซต์ใหม่ของมาสด้าเพื่อค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทฯ ตลอดจนการจองรถทดลองขับและเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าได้ที่ www.mazda.co.th

เว็บไซต์ใหม่มาสด้า

การปรับปรุงเว็บไซต์ใหม่ในครั้งนี้ได้มีการพัฒนาระบบ ‘Mazda Sky Journey’ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ออกแบบใหม่ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมและเกิดความสะดวกสบายมากที่สุด เริ่มตั้งแต่การค้นหาข้อมูลไปจนถึงการเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้า ซึ่งระบบนี้ได้ทำการปรับปรุงขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า เพื่อให้มั่นใจว่าทุก ๆ ขั้นตอนของการติดต่อสื่อสารกับมาสด้าจะเกิดความต่อเนื่อง และสร้างความพึงพอใจนับตั้งแต่วันแรกที่มีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ ไปจนถึงประสบการณ์ความสุขที่ได้รับจากการเป็นลูกค้ามาสด้า

“มาสด้ายังคงมุ่งมั่นพัฒนาและส่งมอบเทคโนโลยีโดยยึดหลักปรัชญามนุษย์เป็นศูนย์กลาง เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุก ๆ  บริบท และเพื่อส่งมอบคุณค่าของแบรนด์ให้กับลูกค้าทุกกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนี่คือแก่นแท้ของการดำเนินธุรกิจที่มาสด้าตั้งใจส่งมอบให้กับลูกค้าไปตลอดอายุการใช้งานรถยนต์มาสด้า เพื่อให้ลูกค้าเกิดความภาคภูมิใจที่ได้ครอบครองและเป็นส่วนสำคัญกับครอบครัวมาสด้า (Mazda Family) ตลอดไป” นายภพนิพิฐ กล่าวเสริม

“ฟาสต์ ออโต โชว์ 2025” ผนึกพันธมิตรจัดโปรขับเคลื่อนตลาดรถยนต์ไทย “รถใหม่โปรโดนใจ รถมือสองไมล์แท้รับประกันซื้อคืน” 2-6 กรกฎาคมนี้ ที่ไบเทค บางนา

0

คิง ออฟ ออโต้ โปรดักท์ ผู้จัดงานมหกรรมจำหน่ายรถยนต์ครบวงจร “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์” (FAST Auto Show Thailand) เดินหน้ารับไม้ต่อในการมอบความสุขกระตุ้นเศรษฐกิจไทยช่วงกลางปี จัดแถลงความพร้อมของงาน  “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025”  ผนึกพันธมิตรค่ายรถใหม่หลากแบรนด์และผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วชั้นนำ ร่วมชูคอนเซ็ปต์  “รถใหม่โปรโดนใจ รถมือสองไมล์แท้รับประกันซื้อคืน” ย้ำ “เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่” ไม่จำเป็นต้องรอ พร้อมกิจกรรมความบันเทิงสำหรับครอบครัว ทั้ง PET Friendly เลือกเดินชมงานพร้อมสัตว์เลี้ยงคู่ใจ และการจัดแข่งขัน Strider Racing @Fast Auto Show Thailand 2025 สำหรับเหล่านักซิ่งรุ่นจิ๋ว พร้อมกันนี้ในงานแถลงข่าวยังได้จัดเสวนาส่องเทรนด์รถมือสอง และการยกระดับมาตรฐานความเชื่อมั่นของผู้บริโภคของผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว

นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธานจัดงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025 เปิดเผยว่า  “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025 เป็นงานซื้อ-ขายรถยนต์ครบวงจรที่จัดขึ้นในช่วงกลางปี  ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 13 ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือทางการตลาดระดับคุณภาพสำหรับพันธมิตร ทั้งค่ายรถใหม่ และผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วชั้นนำ ในการกระตุ้นให้เกิดแรงซื้อ-ขาย และสร้างโอกาสในการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย หนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่สำคัญของประเทศ ด้วยการผนึกกำลังจัดโปรโมชั่นที่จูงใจสำหรับรถใหม่ และเงื่อนไขการรับประกันที่เพิ่มความอุ่นใจสำหรับรถยนต์ใช้แล้ว ด้วยคอนเซ็ปต์ “รถใหม่โปรโดนใจ รถมือสองไมล์แท้รับประกันซื้อคืน” เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการจัดการต้นทุนในครัวเรือนให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ ให้ความสะดวกและประหยัดเวลาในการ “เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่” สามารถเปรียบเทียบคุณภาพ การให้บริการ และราคาที่ตรงใจได้ในงานเดียว ซึ่งปีนี้ได้รับการตอบรับด้วยดีเช่นเคยจากกลุ่มธุรกิจยานยนต์รถใหม่ มาครบทั้งรถสันดาป รถไฟฟ้า และรถพลังงานทางเลือกอื่น ๆ ที่มาพร้อมโปรแบบดุดัน  และสำหรับรถยนต์ใช้แล้วคุณภาพดี  ปีนี้เรายังเป็นงานแรกและงานเดียวในประเทศไทยที่เพิ่มเติมการการันตีไมล์แท้ของรถยนต์ใช้แล้วทุกคันในงาน หากพบว่าไม่ถูกต้อง รับประกันซื้อคืน 100% นอกจากนี้เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความสุข ภายในงานยังเปิดให้เป็นพื้นที่ Pet Friendly สามารถนำสัตว์เลี้ยงคู่ใจมาร่วมชมงานได้ และจัดแข่งขัน Strider Racing @Fast Auto Show Thailand 2025 สำหรับนักซิ่งรุ่นจิ๋ว วัย 2 – 4 ปี โดยจะยกสนามแข่งมาตรฐานมาไว้ในฮอลล์  ซึ่งจะเปิดให้ฝึกซ้อมในวันธรรมดา และแข่งขันชิงรางวัลในวันเสาร์ที่ 5 และวันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม 2568”

“ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025” เป็นงานที่ผสานความร่วมมือของ 3 ค่ายสื่อยานยนต์ที่มีประสบการณ์ในงานจัดแสดงรถระดับประเทศมายาวนาน ได้แก่ กรังด์ปรีซ์-มอเตอร์โชว์ สื่อสากล-มอเตอร์เอ็กซ์โป และ วี.เอ แอนด์ ซันส์ ที่คร่ำหวอดในวงการรถยนต์ใช้แล้วมากว่า 15 ปี โดยมีรายละเอียดของงานส่วนต่าง ๆ ดังนี้

กลุ่มรถใหม่ป้ายแดง : นายชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน เผยว่า“ปี 2568 เป็นปีที่ท้าทายของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยต่อเนื่องจากปีที่แล้ว แม้ว่าภาคเศรษฐกิจกำลังอยู่ในช่วงของการฟื้นตัว แต่การที่รถยนต์ใหม่หลากรุ่นจ่อคิวทยอยเปิดตัวต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปี เป็นสิ่งยืนยันว่าประเทศไทยยังคงเป็นตลาดสำคัญที่มีศักยภาพ และยัง “เนื้อหอม” เป็นที่หมายปองของต่างชาติในการเป็นฐานผลิต จึงเป็นปีที่น่าจับตาว่า เจ้าตลาดดั้งเดิมแต่ละแบรนด์จะขยับตัวอย่างไร เพื่อรับมือกับการตลาดของรถแบรนด์จีน    และการมาของรถพลังงานทางเลือกอื่น ๆ ที่รักษ์โลกใกล้เคียงกับรถไฟฟ้าก็ทำให้ตลาดน่าสนใจยิ่งขึ้น จึงเป็นโอกาสให้ผู้บริโภคได้เลือกใช้รถยนต์ที่ต้องการในราคาที่สมเหตุสมผลมากขึ้น สำหรับแบรนด์รถใหม่ที่ตอบรับเข้าร่วมในงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025” ณ เวลานี้รวม 10 แบรนด์ ได้แก่ Isuzu, Toyota, Honda, Mitsubishi, Volvo, Mercedes-Benz, MG, Zeekr, Deepal และ Aion ที่จะมาพร้อมแคมเปญโปรโมชั่นโดนใจอย่างแน่นอน”

กลุ่มรถยนต์ใช้แล้ว : นายอัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ รองประธานจัดงาน กล่าวว่า “ผมมักจะโดนถามเสมอว่า ทำไมคนถึงต้องมาซื้อรถมือสองในงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์” คำตอบง่าย ๆ คือ 1. มีรถยนต์สภาพนางฟ้า เลขไมล์น้อยให้เลือกหลากหลายรุ่น ครบทุกเซ็กเมนต์ 2. ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานต่างเป็นพาร์ทเนอร์กันมานานมีมาตรฐานที่เชื่อถือได้ 3. รถทุกคันที่เข้างานต้องผ่านการตรวจสอบจากทีมงานมืออาชีพว่าเป็นรถที่เข้าเงื่อนไขเบื้องต้น 5 ข้อ คือ ไม่ไฟไหม้ ไม่จมน้ำ ไม่ตัดต่อ ไม่ชนหนัก และจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายได้ หากผิดเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง รับประกันซื้อคืน 100% ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยตอกย้ำความมั่นใจของลูกค้าว่าจะได้รถมือสองชั้นดีจากในงาน และสำหรับปีนี้เรายังมี 2 ไฮไลท์สำหรับผู้ที่สนใจรถกลุ่มนี้ คือ เราเป็นงานแรกและงานเดียวในประเทศไทยที่การันตี “ไมล์แท้รับประกันซื้อคืน” เพิ่มขึ้นมา และยังจัดหา “ดอกเบี้ยรถมือสองและเงื่อนไขที่ดีที่สุดในประเทศไทย” เพื่อให้บริการอีกด้วย ทั้งนี้ ผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วที่เข้าร่วมงานปีนี้มีจำนวน 5 ราย ประกอบด้วย DDS คาร์เซ็นเตอร์, ดา ศรีนครินทร์, โย รัชดา, เบนซ์ เค้งหงษ์ทอง และ Volvo Selekt Approved Used Cars”

ด้าน นายอโณทัย เอี่ยมลำเนา รองประธานจัดงาน ซึ่งดูแลด้านกิจกรรมในงานได้ให้ข้อมูลว่า นอกเหนือจากรถโชว์แล้ว “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025” ได้จัดสรรพื้นที่โดยคำนึงถึงบรรยากาศแห่งความสุขของผู้ที่เข้ามาชมงาน อาทิ โซนรถตกแต่งพิเศษ สวย เท่ คูล ใช้งานได้จริง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจสำหรับผู้ใช้รถรุ่นใหม่ที่ต้องการสไตล์เป็นของตัวเอง ส่วนไฮไลท์ปีนี้ คือ Fast Auto Show ได้ร่วมกับ Strider Thailand   จัดการแข่งขัน Strider Racing @Fast Auto Show Thailand 2025  สนามใหม่เพื่อการแข่งขันสุดมันส์สำหรับนักปั่นตัวน้อย เชิญชวนเหล่านักซิ่งรุ่นเยาว์ อายุ 2 – 4 ปี ลงสมัครประลองความสามารถทั้งแบบปั่นและแบบไถ รวม 14 รุ่น ชิงรางวัลมากมาย มาร่วมลุ้นและเชียร์กันในวันเสาร์ที่ 5 และวันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม 2568 ตั้งแต่ 10.00 – 17.00 น. สนใจสมัครและติดตามรายละเอียดได้ที่  https://form.jotform.com/251512312965453

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพื้นที่จัดแสดงรถดัดแปลงหลากหลายรูปแบบ เหมาะกับผู้ประกอบการ SME เพื่อจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งให้บริการต่าง ๆ เป็นการนำเสนอไอเดียให้กับผู้ประกอบการและผู้บริโภคที่กำลังมองหาโอกาสเริ่มต้นธุรกิจใหม่ หรือต่อยอดธุรกิจ และยังมีบูธของกรุงเทพประกันภัย เพื่อให้คำปรึกษาและนำเสนอประกันภัยรถที่คุ้มค่าสำหรับผู้สนใจ

ในส่วนของกิจกรรม “ซื้อรถ ลุ้นรับ” ในปีนี้ ผู้จองรถและซื้อรถทุกคันในงาน ไม่เพียงได้สิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่เป็นเก้าอี้นวดไฟฟ้ารุ่น ROBO 8989 Massage Chair จาก เอแม็กซ์ (Amaxs) แบรนด์เก้าอี้นวดไฟฟ้าและเครื่องออกกำลังกายที่ส่งเสริมสุขภาพที่ดีแบบองค์รวม ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพ มูลค่า 279,000 บาท จำนวน 1 รางวัล และของรางวัลอีกมากมายหลังจบงานเท่านั้น แต่ยังได้สิทธิ์ลุ้นรับรางวัลประจำวันเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Segway รุ่น Ninebot KickScooter D18W มูลค่า 16,900 บาท จาก MONOWHEEL จำนวน 5 รางวัล หรือแค่แวะมาชมงานและร่วมสนุกกับกิจกรรม “แชร์มา รับไป” เพื่อลุ้นรับรางวัลอีกมากมาย ติดตามรายละเอียดได้ที่ Facebook: FAST AUTO SHOW  ทั้งนี้ งาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025” ยังเป็นพื้นที่ PET Friendly สามารถนำสัตว์เลี้ยงแสนรักที่ได้รับอนุญาตตามข้อกำหนดเข้ามาชมงานได้อีกด้วย

พร้อมกันนี้ในช่วงท้ายยังได้จัดเสวนาในหัวข้อ “เทรนด์รถมือสอง 2568 : มาตรฐานใหม่ยกระดับความเชื่อมั่นตลาดรถใช้แล้ว“ โดยมีสมาชิก “สมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว” มาร่วมแสดงความคิดเห็นของภาพรวมตลาดรถยนต์มือสอง รวมถึงการสร้างมาตรฐานด้านผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจว่า แม้ดูรถไม่เป็นก็ซื้อรถมือสองมาใช้ได้อย่างมั่นใจ

งาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025” จะจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 2 – 6 กรกฎาคม ศกนี้ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ฮอลล์ 102 – 103  โดยรวบรวมยนตรกรรมมากคุณภาพหลากหลายแนวมาให้ผู้บริโภคได้เปรียบเทียบความคุ้มค่า ครบทุกเซ็กเมนต์  “เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่” ในแบบที่คุ้มค่าเงินสูงสุด ภายใต้คอนเซ็ปท์ “รถใหม่โปรโดนใจ รถมือสองไมล์แท้รับประกันซื้อคืน”  ครบจบในงานเดียว เข้าชมฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย แถมลุ้นรับโชคตลอด 5 วันเต็ม โดยได้รับการสนับสนุนจาก สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ มันวาว และศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร บี-ควิก ติดตามรายละเอียดของงานได้ที่ Facebook: FAST AUTO SHOW

นิสสันสานต่อความใส่ใจลูกค้าผ่านแคมเปญ “YES! NISSAN Plus+ – สิทธิพิเศษเพื่อคนพิเศษ”

0

นิสสัน ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านแคมเปญ “YES! NISSAN Plus – สิทธิพิเศษเพื่อคนพิเศษ” ด้วยโปรโมชันพิเศษจากศูนย์บริการ และแบรนด์ชั้นนำมากมาย ที่มอบความคุ้มค่าและความสะดวกสบายในทุกมิติของการใช้ชีวิต พร้อมตอบแทนความไว้วางใจของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์มาอย่างยาวนาน

ภายใต้แคมเปญ “YES! NISSAN Plus – สิทธิพิเศษเพื่อคนพิเศษ” เจ้าของรถยนต์นิสสันจะได้รับ e-Coupon ส่วนลด จากแบรนด์ชั้นนำมากมาย ในทุกๆ เดือน ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ในด้านต่าง ๆ อาทิ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ สถานีบริการน้ำมัน บริการจัดส่งสินค้า แพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ รวมถึงสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่จะมีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต

เจ้าของรถยนต์นิสสัน สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ได้อย่างสะดวก เพียงยืนยันตัวตนด้วยข้อมูล ชื่อ–นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ และหมายเลขตัวถังรถยนต์ (VIN) หากข้อมูลตรงกับฐานข้อมูลของบริษัทฯ    ก็สามารถเริ่มต้นใช้งานสิทธิพิเศษต่าง ๆ ได้ทันที

นอกจากสิทธิพิเศษประจำเดือนแล้ว นิสสันยังมอบข้อเสนอสุดพิเศษผ่านโปรแกรม Nissan Loyalty Program สำหรับเจ้าของรถยนต์นิสสันที่ต้องการออกรถใหม่ โดยสามารถรับส่วนลดสูงสุดถึง 40,000 บาท (เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ) พร้อมกันนี้ เจ้าของรถยนต์นิสสันยังสามารถรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมเมื่อเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการนิสสันทั่วประเทศ อาทิ ให้บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรีถึง 28 รายการ* พร้อมรับส่วนลดสูงสุด 25% เมื่อซื้อแพ็กเกจเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเซฟเซฟ และส่วนลด 200 บาท สำหรับบริการล้างแอร์ รวมถึงส่วนลด 1,000 บาท เมื่อเปลี่ยนยาง 4 เส้น โดยลูกค้าสามารถใช้สิทธิ์ผ่อนชำระแบบไม่มีดอกเบี้ย(0%) ทั้งนี้เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

เจ้าของรถยนต์นิสสัน สามารถตรวจสอบรายละเอียดสิทธิพิเศษ และลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิได้ผ่านช่องทาง LINE Official Account: NISSAN INNOVATION โดยเข้าไปที่ Rich Menu > เลือก “สำหรับเจ้าของรถยนต์นิสสัน” และกรอกข้อมูลตามที่ระบุ ก็สามารถรับสิทธิ์ได้ทันที

*ท่านสามารถตรวจสอบรายละเอียด และเงื่อนไขเพิ่มเติมของแคมเปญได้ทางเว็บไซต์ https://www.nissan.co.th

“ลามิน่าฟิล์ม” สมทบสภากาชาดไทย

0

นางสาว จันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร “ลามิน่า” จากสหรัฐอเมริกา ร่วมมอบเงินสนับสนุนบำรุงสภากาชาดไทย แก่ พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในงานแถลงข่าวกาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ 51 SEA OF LOVE ณ หอประชุมกองทัพเรือ

ซึ่งสภากาชาดไทยจะนำเงินรายได้จากการร่วมบริจาคไปช่วยเหลือประชาชนทั่วไปในทุกรูปแบบ เช่น โครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ โครงการศูนย์มะเร็งเต้านม กิจการอาสายุวกาชาดเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ศูนย์รับบริจาคอวัยวะต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์ และโครงการมอบชีวิตใหม่แด่เพื่อนมนุษย์ด้วยการบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต เป็นต้น ทั้งนี้กองทัพเรือจะทำหน้าที่เป็นองค์กรกลางในการดำเนินการและนำรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่าย ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายโดยเสด็จพระราชกุศล บำรุงสภากาชาดไทยเพื่อใช้ในภารกิจช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 3 ทศวรรษในฐานะผู้นำธุรกิจฟิล์มกรองแสงอันดับ 1 ของเมืองไทย   ฟิล์มกรองแสงลามิน่าได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนสังคมไทยให้น่าอยู่อย่างยั่งยืน ภายใต้เจตนารมณ์ “ลามิน่าขอเติบโตเคียงคู่สังคมไทย” ผ่านโครงการเพื่อสังคมต่างๆ อาทิ โครงการลามิน่าสานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียน ต่อเนื่อง 25 ปี โครงการลามิน่าสร้างฝันปันรอยยิ้ม ต่อเนื่อง 13 ปี  โครงการรักษ์โลกกับลามิน่า ต่อเนื่อง 12 ปี    โครงการลามิน่ามินิสานฝัน ต่อเนื่อง 10 ปี

รวมถึงสนับสนุนโครงการเพื่อสังคมและองค์กรสาธารณกุศลต่างๆ ประกอบด้วย มูลนิธิชัยพัฒนา ตั้งแต่ พ.ศ.2548 ทุนมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลในพระบรมราชูปถัมภ์ ตั้งแต่ พ.ศ.2553 สนับสนุนทุนวิจัยขั้นสูงด้านเภสัชวิทยา ศิริราชมูลนิธิ และอื่นๆ อีกมาก ซึ่งทุกโครงการล้วนเกิดจากพลังความมุ่งมั่น ทุ่มเท เพื่อส่งมอบความสุขคืนสู่สังคมไทยอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนตลอดไป