Home Blog Page 59

“NEW MG S5 EV” คว้า มาตรฐานความปลอดภัย 5 ดาว ASEAN NCAP   ขึ้นแท่นเอสยูวีไฟฟ้าที่ขับขี่ปลอดภัยระดับโลก

0
NEW MG S5 EV 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย อัพเดตล่าสุด NEW MG S5 EV ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด 5 ดาวจาก ASEAN NCAP โปรแกรมทดสอบความปลอดภัยรถยนต์ระดับภูมิภาคอาเซียน ต่อจาก Euro NCAP และ ANCAP ส่งมอบความปลอดภัยให้ทั้งผู้ขับขี่ และผู้ใช้ถนนด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับสูงมาตรฐานสากลที่ใส่มารอบคัน

NEW MG S5 EV 2

2025 ASEAN NCAP เป็นความร่วมของ Malaysian Institute of Road Safety Research (MIROS) + Global NCAP ได้เผยการวัดผลคะแนน NEW MG S5 EV ในแต่ละด้าน ได้แก่ ความปลอดภัยสำหรับผู้โดยสารผู้ใหญ่ (Adult Occupant Protection) ความปลอดภัยสำหรับผู้โดยสารเด็ก (Child Occupant Protection) ประสิทธิภาพของระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ (Safety Assist) และระบบความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้มอเตอร์ไซค์ (Motorcyclist Safety) ซึ่งผ่านการประเมินความปลอดภัยของรถยนต์ อย่างเข้มงวด สามารถคว้าระดับความปลอดภัย 5 ดาว จากสถาบัน ASEAN NCAP ด้วย 92.39 คะแนน แบ่งเป็นรายละเอียด ดังนี้

  • การปกป้องผู้โดยสารที่เป็นผู้ใหญ่ (Adult Occupant Protection) อยู่ที่ 9 คะแนน มีรูปแบบการทดสอบ ด้านความแข็งแกร่งของโครงสร้างตัวรถยนต์จากการชนทั้งด้านหน้าและด้านข้าง พบว่าตัวห้องโดยสาร          ยังเสถียร ป้องกันผู้ขับขี่และผู้โดยสารรอบด้าน ลดการกระแทกของผู้โดยสารด้วยถุงลมนิรภัยทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
  • การปกป้องผู้โดยสารเด็ก (Child Occupant Protection) อยู่ที่ 99 คะแนน โดยทดสอบด้วยหุ่นยนต์จำลองอายุ 6 และ 10 ปี พบว่า สามารถป้องกันได้ดีจากอุบัติเหตุการชนด้านหน้าและด้านข้างของตัวรถยนต์
  • ประสิทธิภาพของเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ (Safety Assist) อยู่ที่ 20 คะแนน โดยได้นำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัยที่เข้ามาช่วยเหลือผู้ขับขี่อย่างเต็มระบบ ทั้งระบบ Anti-Lock Braking system(ABS) ระบบการควบคุมการทรงตัว Electronic Stability Control ระบบแจ้งเตือนการรัดเข็มขัดนิรภัยในทุกตำแหน่ง ระบบเบรกฉุกเฉิน Auto Emergency Braking และ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ Advanced Safety Assist Technologies เป็นต้น
  • เทคโนโลยีที่ให้ความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้มอเตอร์ไซค์ (Motorcyclist Safety) อยู่ที่ 17.50 คะแนน โดยคะแนนส่วนนึงมาจากการติดตั้งระบบเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot Detection) ทั้งสองด้านของตัวรถเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และจากการประเมิน ASEAN NCAP ยืนยันว่า เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถทำงานได้ตามข้อกำหนดของ ASEAN NCAP ครบทั้งสองด้านของตัวรถ.

NEW MG S5 EV ถือเป็นโกลบอลโมเดลที่ถูกพัฒนาด้วยการใช้แพลตฟอร์มสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะอย่าง NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM ที่คำนึงถึงความสมดุลและเสถียรภาพในการขับขี่อย่างแท้จริง มีการกระจายน้ำหนักแบบสมมาตร 50:50 จุดศูนย์ถ่วงต่ำ มาพร้อมช่วงล่างหน้าแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท และช่วงล่างหลังแบบอิสระ 5-Link Suspension และระบบความปลอดภัยขั้นสูงที่มีความครบครัน อาทิ ระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB) ระบบควบคุมการทรงตัว (SCS) ระบบป้องกันการไหลของรถ (AVH) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HAS) ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ (IHC) ระบบตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ DMS (Driver Monitor System) และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control) ฯลฯ

NEW MG S5 EV 3

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การที่ NEW MG S5 EV ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด 5 ดาวจาก 3 โปรแกรมทดสอบความปลอดภัยรถยนต์ระดับโลกทั้ง Euro NCAP, ANCAP และล่าสุด ASEAN NCAP ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยในระดับสูงสุด สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ และระบบความปลอดภัยบนท้องถนนที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทย แน่นอนว่า NEW MG S5 EV ถือเป็น “อีวีมหาชน” ด้วยจุดเด่น “ขับสนุก วิ่งไกล ชาร์จไว นั่งสบาย พร้อม Lifetime Warranty” กับการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งานแม้เปลี่ยนผู้ครอบครองรถ การมีศูนย์บริการ125 แห่ง พร้อมการจัดการอะไหล่ที่พร้อม 125 แห่ง พร้อมการจัดการอะไหล่ที่ี่พร้อมสะท้อนความใส่ใจของ เอ็มจี ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าทั้งก่อน และหลังการขาย”

NEW MG S5 EV 4

ลิงก์วิดีโอการทดสอบการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด 5 ดาวจาก ASEAN NCAP

https://www.youtube.com/watch?v=e6IBBw1Q-S0

ข้อมูลการทดสอบ จาก ASEAN NCAP

https://www.aseancap.org/result/12559

 

ทั้งนี้ ASEAN NCAP ( ASEAN New Car Assessment Programme) โปรแกรมทดสอบความปลอดภัยรถยนต์” ของภูมิภาคอาเซียน ภายใต้การร่วมกันของ Malaysian Institute of Road Safety Research (MIROS) + Global NCA จุดประสงค์คือยกระดับความปลอดภัยของรถยนต์ที่ “ขายจริงในอาเซียน” โดย ASEAN NCAP มีเพิ่มเทคโนโลยีที่ให้ความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้มอเตอร์ไซค์ (Motorcyclist Safety)

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจี ได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

Application: MG Thailand

 

 

 

เปิดตัว “Porsche Macan GTS” รุ่นพลังงานไฟฟ้า ชาร์จเต็มใช้งานได้ 586 กม. ความเร็ว 0-100 ในเวลา 3.8 วินาที

0
Porsche Macan GTS 1

ปอร์เช่ต่อยอดความสำเร็จในกลุ่มรถยนต์ SUV พลังงานไฟฟ้า ด้วยการเปิดตัว มาคันน์ จีทีเอส (Macan GTS) รุ่นใหม่ ที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งความสปอร์ตและมอบประสบการณ์การขับขี่อันเร้าใจ มาพร้อมพละกำลังสูงสุด 420 กิโลวัตต์ (571 แรงม้า) ในโหมดโอเวอร์บูส พร้อมระบบล็อกเฟืองท้ายควบคุมด้วยไฟฟ้า และช่วงล่างถุงลมสปอร์ตที่สามารถปรับระดับความสูง เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและการทรงตัวอย่างเหนือระดับ มาคันน์ จีทีเอส ตั้งมาตรฐานใหม่แห่งความคล่องตัวและสมรรถนะการขับขี่ ถ่ายทอดเอกลักษณ์แห่งความสปอร์ตในแบบฉบับจีทีเอสอย่างแท้จริง โดยรุ่นนี้ถือเป็น รุ่นย่อยที่ 5 ของตระกูลมาคันน์ไฟฟ้า โดดเด่นด้วยดีไซน์เฉพาะตัวและการตกแต่งภายนอกด้วยสีดำ สะท้อนถึงพลัง ความหรูหรา และบุคลิกเฉพาะตัวในแบบปอร์เช่

Porsche Macan GTS 2

จีทีเอส (GTS) สามตัวอักษรที่ครองใจสาวกปอร์เช่มาตั้งแต่การเปิดตัว 904 คาร์เรร่า จีทีเอส (Carrera GTS) ในปี 1963 โดยครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่ชื่อ จีทีเอส จะปรากฏบนมาคันน์ รุ่นพลังงานไฟฟ้า โดย มาคันน์ จีทีเอส ใหม่ สามารถถ่ายทอดสมรรถนะการขับขี่และอัตราเร่งที่เหนือระดับ โดยทำความเร็วจาก 0–100 กม./ชม. ได้ภายใน 3.8 วินาที ทำความเร็วถึง 200 กม./ชม. ในเวลาเพียง 13.3 วินาที และมีความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 250 กม./ชม.

เช่นเดียวกับรุ่น มาคันน์ เทอร์โบ (Macan Turbo) มาคันน์ จีทีเอส จะมาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่เพลาหลังซึ่งทรงพลังที่สุดในตระกูลมาคันน์ โดยชุดขับเคลื่อนมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 230 มิลลิเมตร และความยาวแกนมอเตอร์ 210 มิลลิเมตร ทำงานร่วมกับอินเวอร์เตอร์พัลส์แบบซิลิคอนคาร์ไบด์ (SiC) ที่มีกระแสไฟฟ้าสูงสุดถึง 900 แอมป์ และมอเตอร์ไฟฟ้าใน มาคันน์ จีทีเอส สามารถสร้างพละกำลังได้สูงสุด 380 กิโลวัตต์ (516 แรงม้า) และเพิ่มขึ้นเป็น 420 กิโลวัตต์ (571 แรงม้า) เมื่อใช้งานในโหมด Launch Control เพื่อเรียกใช้กำลังสูงสุด ส่งแรงบิดสูงสุด 955 นิวตันเมตร ระบบส่งกำลังที่มาพร้อมอัตราทด 9.0:1 ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ เพื่อรองรับแรงบิดมหาศาลของรถสมรรถนะสูงรุ่นนี้

Porsche Macan GTS 3

Porsche Macan GTS สามารถขับขี่สูงสุดตามมาตรฐาน WLTP ได้ไกลถึง 586 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง และเมื่อชาร์จเร็วแบบ DC แบตเตอรี่แรงดันสูงขนาด 100 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) สามารถชาร์จจาก 10 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ได้ภายในเวลา 21 นาที โดยมีความสามารถในการชาร์จสูงสุดถึง 270 กิโลวัตต์ (kW)

แพ็คเกจ Sport Chrono ได้ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานใน มาคันน์ จีทีเอส และมีการพัฒนาเพิ่มเติมด้

วยโหมดแทรค แบบเดียวกันกับบนไทคานน์ เพื่อรองรับการขับขี่ด้วยสมรรถนะสูงสุด ในโหมดนี้จะมีการปรับเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนของแบตเตอรี่ เพื่อลดการสูญเสียกำลังจากความร้อนสะสม (Derating Effect) ซึ่งทำให้สามารถคงประสิทธิภาพการขับขี่ได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น

ช่วงล่างถุงลมแบบสปอร์ต ปรับแต่งพิเศษสำหรับรุ่น จีทีเอส

สำหรับ มาคันน์ จีทีเอส ใหม่ ได้ถ่ายทอดสมรรถนะในรูปแบบของรถสปอร์ต ด้วยการผสมผสานและการกระจายน้ำหนักไปล้อหลัง (Rear-biased weight distribution) จุดศูนย์ถ่วงต่ำ และระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ พร้อมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Porsche Traction Management (ePTM) แบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตอบสนองอย่างรวดเร็ว และระบบ Porsche Torque Vectoring Plus (PTV Plus) ซึ่งติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนนและความคล่องตัวในการเข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ ระบบล็อกเฟืองท้ายควบคุมด้วยไฟฟ้า (Electronically Controlled Differential Lock) ช่วยเสริมแรงยึดเกาะและความรวดเร็วในการขับขี่ โดยติดตั้งอยู่ด้านหลังมอเตอร์เพลาหลัง เพื่อการกระจายน้ำหนักแบบ 48:52 ที่เน้นไปทางด้านหลัง

มาคันน์ จีทีเอส มาพร้อมกับจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำที่สุดในรุ่นมาคันน์ โดยวิศวกรของปอร์เช่ได้พัฒนาช่วงล่าง
ถุงลมสปอร์ตให้มีความแม่นยำยิ่งขึ้น โดยมาพร้อมระบบควบคุมระดับช่วงล่าง และระบบควบคุมการทำงานของช่วงล่างแบบ Porsche Active Suspension Management (PASM) โดยมาคันน์ จีทีเอส มีความสูงจากพื้นลดลง 10 มิลลิเมตร พร้อมโช้คอัพและเหล็กกันโคลงที่ได้รับการปรับตั้งค่าเฉพาะรุ่น เพื่อความคล่องตัวและความแม่นยำในการเข้าโค้ง และสามารถเพิ่มสมรรถนะด้วยระบบบังคับเลี้ยวล้อหลัง ที่มีให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

บุคลิกสปอร์ตอันโดดเด่นของ มาคันน์ จีทีเอส ได้สะท้อนผ่านเสียงจำลองอันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยระบบ Porsche Electric Sport Sound (PESS) พร้อมกับเสียงเฉพาะสำหรับรุ่นจีทีเอส 2 รูปแบบ โดยแต่ละเสียงจะมีลักษณะที่แตกต่างกัน ทั้งในโหมด Sport และ Sport Plus เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ

การตกแต่งภายนอก: การตกแต่งด้วยโทนสีดำและสเกิร์ตข้างดีไซน์พิเศษ

การตกแต่งของ มาคันน์ จีทีเอส ใหม่ มาพร้อมการออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดดเด่นด้วยชิ้นส่วนตกแต่งภายนอกด้วยสีดำรอบคัน ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของปอร์เช่ ในรุ่นจีทีเอส โดยเฉพาะไฟหน้า Matrix LED แบบรมดำ และเส้นขอบด้านนอกของช่องลมด้านหน้า

ตั้งแต่ต้นปี 2026 เป็นต้นไป ปอร์เช่ เตรียมเปิดตัวชุดตกแต่ง Sport Design ใหม่สำหรับมาคันน์ โดยมาพร้อมกันชนหน้าและกันชนหลังในรูปแบบใหม่ โดย มาคันน์ จีทีเอส จะเป็นรุ่นแรกที่มีการใช้ชุดตกแต่งใหม่นี้ ซึ่งไม่เพียงติดตั้งมาเป็นมาตรฐานเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมการออกแบบเฉพาะตัวในแบบฉบับของจีทีเอส การตกแต่งภายนอกในส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ชิ้นส่วนตกแต่ง, แผงตกแต่งด้านข้างตัวรถ, ขอบซุ้มล้อ และ ขอบสปอยเลอร์หลังแบบปรับได้ ล้วนได้รับตกแต่งในโทนสีดำอย่างมีเอกลักษณ์

สเกิร์ตข้างดีไซน์ใหม่ที่ขยายกว้างขึ้นในส่วนท้าย ช่วยเพิ่มความสปอร์ตและทรงพลัง โดยด้านล่างของกันชนท้ายยังได้รับการออกแบบใหม่อย่างโดดเด่นด้วยชิ้นส่วนตกแต่งสีดำและแผงดิฟฟิวเซอร์ โดยมีไฟท้ายรมดำที่ออกแบบให้เข้ากับไฟหน้าได้อย่างลงตัว พร้อมล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว ลาย Macan Design สี Anthracite Grey เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และยังสามารถเลือกอัปเกรดเป็นล้อขนาด 22 นิ้ว ลาย RS Spyder Design สีเดียวกันได้อีกด้วย

การเปิดตัว มาคันน์ จีทีเอส ใหม่ มาพร้อมตัวเลือกสีตัวถังทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สี Crayon ยอดนิยมที่กลับมาอีกครั้ง สี Carmine Red ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรุ่นจีทีเอส และเป็นครั้งแรกสำหรับมาคันน์กับสี Lugano Blue นอกจากนี้ ยังมีให้เลือกอีกกว่า 15 เฉดสีผ่าน Porsche Car Configurator พร้อมทางเลือกเพิ่มเติมจาก Porsche Exclusive Manufaktur ที่มีเฉดสีพิเศษกว่า 60 เฉด ผ่านแพ็คแกจ Paint to Sample

การตกแต่งภายใน: เลือกการตัดเย็บในสีที่เข้ากับตัวรถ

Porsche Macan GTS 4

เพื่อถ่ายทอดความสปอร์ตจากภายนอกสู่ภายใน มาคันน์ จีทีเอส จะมาพร้อมห้องโดยสารที่ตกแต่งด้วยวัสดุ Race-Tex ผสานกับหนังเรียบสีดำ โดยวัสดุ Race-Tex จะนำมาใช้บนพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบ GT Sports ที่มาพร้อมระบบทำความร้อน ที่วางแขนบริเวณคอนโซลกลางและแผงประตู รวมถึงแดชบอร์ด นอกจากนี้ เบาะนั่งสปอร์ตแบบปรับได้ 18 ทิศทางยังมาพร้อมเบาะที่หุ้มด้วยวัสดุ Race-Tex ส่วนด้านข้างของเบาะและพนักพิงศีรษะที่ตกแต่งด้วยหนังเรียบ

เป็นครั้งแรกในมาคันน์ ไฟฟ้า ที่มาพร้อมกับแพ็คเกจตกแต่งภายในแบบ GTS Interior Package ซึ่งสามารถเลือกการตกแต่งภายในให้เข้ากับสีภายนอกของตัวรถได้ โดยมีให้เลือกทั้งหมด 3 เฉดสี ได้แก่ สี Carmine Red, สี Slate Grey Neo และ สี Lugano Blue โดยจะมีการตกแต่งด้วยตะเข็บด้ายสีตัดกันทั้งบนเบาะนั่ง พวงมาลัย แผงประตู ด้านบนของแผงหน้าปัด รวมถึงเข็มขัดนิรภัย และอักษร ‘GTS’ บนพนักพิงเบาะ และบนพวงมาลัยยังมีการตกแต่งด้วย ตราสัญลักษณ์ ‘GTS’ สีเดียวกับภายนอก รวมถึงในแพ็คเกจยังมี Carbon Interior Package ด้วยการตกแต่งคาร์บอนไฟเบอร์บนพวงมาลัย แผงหน้าปัด และแผงประตูอีกด้วย

Porsche Macan GTS 7

เอกลักษณ์ของจีทีเอส ได้ถ่ายทอดสู่ห้องโดยสารดิจิทัลของมาคันน์ จีทีเอส โดยภาพจำลองตัวรถแบบ 3 มิติ บนหน้าจอแสดงผลกลาง จะเป็นสีเดียวกับสีตัวถัง พร้อมกับชุดมาตรวัดที่มีการตกแต่งด้วยอักษร ‘GTS’ นอกจากนี้ ฟังก์ชันต่าง ๆ ของแพ็คเกจ Sport Chrono ได้ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เช่น ระบบจับเวลาต่อรอบ การบันทึกข้อมูลเทเลเมทรี และการวิเคราะห์ช่วงเวลาในแต่ละเซกเตอร์ โดยสามารถใช้งานผ่านแอปพลิเคชันบนหน้าจอแสดงผลกลาง

ระบบช่วยขับขี่ ความสะดวกสบาย และความบันเทิงรูปแบบใหม่

Porsche Macan GTS 8

มาคันน์ จีทีเอส มาพร้อมเทคโนโลยีล่าสุดที่ได้รับการอัปเดตเช่นเดียวกับรุ่นย่อยอื่น ๆ ในตระกูลมาคันน์ โดยมีการพัฒนาเพิ่มเติมในด้านระบบช่วยขับและฟังก์ชันดิจิทัล ระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะรุ่นใหม่ ที่ได้รับการพัฒนาเพิ่มเติม และความสามารถในการลากจูงสูงสุดเพิ่มเป็น 2,500 กิโลกรัม

มาคันน์ จีทีเอส เปิดรับจองแล้วที่ตัวแทนจำหน่ายของปอร์เช่อย่างเป็นทางการ ในราคาเริ่มต้น 7,290,000 บาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ทางการของปอร์เช่ ประเทศไทย                                                                                                                                          

 

เกาหลีรุก! ปล่อยหมัดเด็ด “Hyundai Deal SEOUL Good” กับข้อเสนอ Motor Expo 2025 สู้ศึกเดือดปลายปี มอบที่สุดแห่งดีล ผ่อนเบา ๆ เริ่มต้น 5,024 บาทพร้อมส่วนลดออนท็อป! 20,000 บาท*

0
Hyundai 1

บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด เร่งเครื่องแรงส่งท้ายปีด้วยแคมเปญ “Hyundai Deal SEOUL Good” ที่สุดแห่งดีล ฟีลเกาหลี ที่มอบข้อเสนอโค้งสุดท้ายจากแบรนด์เกาหลีอย่างฮุนได ด้วยข้อเสนอมากมายที่ลูกค้าสามารถเลือกได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ยต่ำเริ่มต้น 0% หรือผ่อนน้อยเริ่มต้นต่อเดือนเพียง 5,024 บาท พร้อมมอบส่วนลดพิเศษเพิ่ม 20,000 บาท* สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ฮุนไดรุ่นที่ร่วมรายการ ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568*

Hyundai 2

IONIQ 5 รถยนต์ไฟฟ้า 100% ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับโลก โดดเด่นทั้งด้านสมรรถนะ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพการชาร์จที่เหนือกว่า ด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800V ชาร์ตไวจาก 10% ถึง 80% ใน 18 นาที สะท้อนความเป็นผู้นำแห่งนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ทั่วโลกให้การยอมรับอย่างมั่นใจ ปี 2022 คว้ารางวัลจาก World Car Awards ถึง 3 รางวัลในปีเดียว ทั้ง World Car of The Year, World Electric Vehicle of The Year และ World Car Design of The Year เลือกรับข้อเสนอ ดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% ผ่อนได้นานสูงสุด 84 เดือน* หรือ รับส่วนลดเงินสดสูงสุด 670,000 บาท* 

ทั้งสองตัวเลือกรับส่วนลดเพิ่มอีก 20,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี* ฟรีเครดิตชาร์จไฟ 10,000 บาท* ฟรี โฮมชาร์จเจอร์ รับประกันนานถึง 3 ปี และฟรีค่าแรงติดตั้ง* ฟรีการรับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี* ฟรีการรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูงนาน 8 ปี* เพื่อให้เจ้าของมั่นใจในคุณภาพและความคุ้มค่าในทุกการเดินทาง

Hyundai 3

Hyundai all-new SANTA FE Hybrid พรีเมียม SUV เจเนอเรชันใหม่ 3 แถว 6 ที่นั่ง ที่สะท้อนความโดดเด่น ด้วยดีไซน์ทรง BOXY ผสานขุมพลังไฮบริดสมรรถนะสูง มอบทั้งพละกำลัง 232 แรงม้า และความประหยัดเหนือระดับ 19.6 กิโลเมตรต่อลิตร  มาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.99% ดาวน์ 25% ผ่อนได้นาน 48 เดือน* รับส่วนลดเพิ่มอีก 20,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี* ฟรีการรับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร* ฟรีการรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี* และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปีไม่จำกัดเลขไมล์* ยกระดับมาตรฐานใหม่ของ SUV พลังไฮบริดสำหรับครอบครัวยุคใหม่อย่างแท้จริง

Hyundai 4

Hyundai PALISADE Diesel รุ่นเรือธงของฮุนได D-SUV 7 ที่นั่งระดับแฟลกชิปที่ผสานความหรูหรา แข็งแกร่ง และเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง เด่นทั้งดีไซน์สง่างามพร้อมสมรรถนะทรงพลังที่ตอบโจทย์ความมั่นใจและความสบายในทุกเส้นทาง มาพร้อมทางเลือกข้อเสนอสุดพิเศษ ดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 25% ผ่อนได้นาน 48 เดือน หรือเลือกรับส่วนลดเงินสด 300,000 บาท ทั้งสองตัวเลือกจะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 20,000 บาท รับฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี* รับประกันคุณภาพรถยนต์ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร* และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 7 ปีไม่จำกัดระยะทาง*

Hyundai 6

Hyundai STARIA (Euro5) MPV นำเข้าทั้งคันจากเกาหลี 11 ที่นั่ง มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล ที่สานต่อความสำเร็จด้วยดีไซน์ล้ำสมัยแนวคิด Space Innovation ห้องโดยสารสไตล์ Lounge กว้างขวาง หรูหรา เหมาะทั้งครอบครัวและผู้บริหาร เลือกรับข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% ดาวน์ 25% ผ่อนได้นาน 48 เดือน พร้อมบริการ Hyundai Smart Care 4 ปี หรือ 80,000 กิโลเมตร หรือเลือกรับ ส่วนลดเงินสดสูงสุด 400,000 บาท ทั้งสองตัวเลือกจะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 20,000 บาท ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี* รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี* และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี

Hyundai 77

สำหรับครอบครัวยุคใหม่ Hyundai STARGAZER X7 โดดเด่นด้วยความอเนกประสงค์และฟังก์ชันอัจฉริยะครบครัน มอบข้อเสนอ ดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 25% ผ่อนได้นานสูงสุด 60 เดือน พร้อมช่วยผ่อน 4,000 บาทต่อเดือน นาน 10 งวด (รวม 40,000 บาท) พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี หรือเลือกรับ ส่วนลดเงินสด 130,000 บาท ทั้งสองตัวเลือกจะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 20,000 บาท * พร้อมรับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร* และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปีเต็ม*

Hyundai 8

ปิดท้ายความคุ้มค่าด้วย Hyundai CRETA รถ SUV ขนาดกลาง ดีไซน์โฉบเฉี่ยว คล่องตัว เหมาะกับการขับขี่ในเมืองทุกวัน ขับสนุกด้วยเครื่องยนต์ Smartstream 1.5 ลิตร ทั้งแรงและประหยัด ข้อเสนอ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% ดาวน์ 25% ผ่อนได้นานสูงสุด 72 เดือน หรือเลือกราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 799,000 บาท ทั้งสองตัวเลือกรับฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี* พร้อมรับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี* และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี*

ผู้สนใจสามารถทดลองขับฮุนไดและสัมผัสสุดยอดยนตรกรรมจากเกาหลีได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ โดยสามารถดูรายละเอียดข้อเสนอเพิ่มเติมได้ที่ hyundai.com/th/th  

ทีมภาคกลางโชว์ฟอร์มดุ คว้าแชมป์ “Isuzu Thailand Championship 2025” รับถ้วยพระราชทานและรถปิกอัพอีซูซุรุ่นใหม่ พร้อมร่วมชิงชัยต่อในศึกมวยไทยโลก Thai Fight 2025

0
อีซูซุ 1

อีซูซุ ร่วมเปิดศึกการแข่งขันมวยไทย รายการ “Isuzu Thailand Championship 2025”     รอบชิงชนะเลิศ ระหว่างทีมภาคเหนือและทีมภาคกลาง ชิงถ้วยพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมเข็มขัดแชมป์ และรถปิกอัพ อีซูซุ ดีแมคซ์ “สปาร์ค 2.2 Ddi MAXFORCE” “THE ONE & ONLY” ทั้งหมด 3 คัน มูลค่ารวมกว่า 1,785,000 บาท ณ สโมสรรวมใจ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี

อีซูซุ  2

มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “อีซูซุมีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานและยกระดับศิลปะแม่ไม้มวยไทย ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติไทย ผ่านการแข่งขัน Isuzu Thailand Championship” ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิดในการส่งเสริมเยาวชนและนักชกรุ่นใหม่ให้มีเวทีในการแสดงความสามารถอย่างเต็มศักยภาพ ควบคู่ไปกับการปลูกฝังจิตวิญญาณของนักกีฬาในด้านความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา ความมุ่งมั่น และความอดทน ซึ่งเป็นคุณค่าที่อีซูซุให้ความสำคัญมาโดยตลอด สำหรับการแข่งขันในปี 2025 นี้ นับเป็นอีกหนึ่งความยิ่งใหญ่ของอีซูซุที่ได้จัดขึ้นในระดับประเทศ เพื่อค้นหาสุดยอดนักชกดาวรุ่งจาก 6 ภูมิภาคทั่วไทย โดยทีมผู้ชนะจะได้รับถ้วยพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งถือเป็นรางวัลแห่งเกียรติยศสูงสุดในชีวิตของนักมวยไทย พร้อมด้วยรถปิกอัพใหม่! ISUZU D-MAX “THE ONE & ONLY” หนึ่งเดียว…เท่านั้น! จำนวน 3 คัน และ เข็มขัดแชมป์อีซูซุ นอกจากนี้ อีซูซุยังภาคภูมิใจที่ได้มอบโอกาสให้นักชกไทยได้ก้าวสู่เวทีระดับโลก โดยผู้ชนะจะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันในรายการ “THAI FIGHT 2025” ซึ่งเป็นเวทีที่มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของนักมวยไทยที่สามารถก้าวไกลได้ในเวทีโลกอย่างแท้จริง”

อีซูซุ  3

Isuzu Thailand Championship คือ การแข่งขันนักมวยไทยในรูปแบบทีมที่ต่อยอดรูปแบบการแข่งขันจากศึกอีซูซุคัพ ให้ตื่นเต้นเร้าใจมากยิ่งขึ้นในรูปแบบการชกคาดเชือก ทำการชกสะสมคะแนนแบบทีม จากทั้งหมด 6 ทีมภูมิภาค คัดเข้มเหลือเพียง 2 ทีมภูมิภาคที่มีคะแนนสูงสุด ร่วมประลองความเหนือชั้นชิงความเป็นที่สุดแห่งยอดนักชกดาวรุ่งแห่งปี ซึ่งมี Thai Fight International Boxing Association (TFIBA) หรือ สมาคมกีฬามวยไทยไฟท์นานาชาติ เป็นผู้รับรองการแข่งขัน

อีซูซุ  4

สำหรับนักชกในศึกมวย Isuzu Thailand Championship 2025 รอบชิงชนะเลิศ มีทั้งหมด 3 คู่ ดังนี้

  • พิกัด 65 กิโลกรัม:

ภาคเหนือ – เพชรลือชา ช.ห้าพยัคฆ์ ปะทะ ภาคกลาง – เก้าศาสตรา สจ.วิชิตเมืองแปดริ้ว

  • พิกัด 63 กิโลกรัม:

ภาคเหนือ – ชัยบุรี ลูกสิงห์นำชัย ปะทะ ภาคกลาง – จรวดศึก สจ.วิชิตเมืองแปดริ้ว

  • พิกัด 61 กิโลกรัม:

ภาคเหนือ – ขุนศึกเล็ก ศิษย์ผู้ใหญ่เทพ ปะทะ ภาคกลาง – พรพิทักษ์ สจ.วิชิตเมืองแปดริ้ว

อีซูซุ  6

ตลอดการแข่งขันท่ามกลางสายฝนโปรยปราย ทีมภาคกลาง (กางเกงสีขาว) โชว์ฟอร์มดุเดือด เดินเกมรัว หมัด เท้า เข่า ศอก ใส่ทีมภาคเหนือ (กางเกงสีดำ) ไม่ลดละ แม้โดนไม้เด็ดจากนักชกทีมภาคเหนือสวนกลับ แต่ก็ยังรักษาทรงเดินเกมบุกต่อเนื่อง ก่อนเอาชนะไปด้วยคะแนน 3 ต่อ 0 คว้าแชมป์ยกทีม รับถ้วยพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมเข็มขัดแชมป์ และ ปิกอัพ อีซูซุ ดีแมคซ์ “สปาร์ค 2.2 Ddi MAXFORCE” “THE ONE & ONLY” ไปครองอย่างเต็มภาคภูมิ พร้อมกันนี้อีซูซุได้มอบเงินสนับสนุน คนละ 100,000 บาท ให้แก่ 3 นักมวยจากทีมภาคเหนือในโอกาสรับรางวัลรองชนะเลิศ รายการ Isuzu Thailand Championship 2025 อีกด้วย

อีซูซุ  4 อีซูซุ  9

ร่วมติดตามการแข่งขันมวยไทยโลก “THAI FIGHT 2025” รอบรองชนะเลิศ วันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ณ ลานกิจกรรมข้างเอสซีจี จ.พัทลุง และรอบชิงชนะเลิศ วันที่ 21 ธันวาคม 2568 ณ ลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง จ.พะเยา หรือชมการถ่ายทอดสดได้ทาง ช่อง 8 และ LIVE YOUTUBE ช่อง THAI FIGHT OFFICIAL

กลุ่มธนบุรี ผนึก GEELY จัดประชุมผู้จำหน่ายทั่วประเทศ ชูแผนเปิดตัว GEELY EX2 พร้อมยกระดับบริการหลังการขาย

0
กลุ่มธนบุรี 1

กลุ่มธนบุรี ภายใต้ชื่อ บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ จีลี่ (GEELY) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย จัดงาน GEELY Dealer Conference ภายใต้แนวคิด ‘Ignite the Future’ จุดประกายอนาคตแห่งการขับเคลื่อนใหม่ของ GEELY ณ โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพ สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต เผยทิศทางแบรนด์และกลยุทธ์การตลาดแก่พันธมิตรและผู้จำหน่ายทั่วประเทศ พร้อมผนึกกำลังวางแผนเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ GEELY EX2 ที่เตรียมประกาศราคาครั้งแรกใน Motor Expo 2025 งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ มุ่งขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์สู่เซกเมนต์ใหม่ ควบคู่การยกระดับบริการหลังการขายด้วยประสบการณ์ 85 ปีของกลุ่มธนบุรี เพื่อเสริมศักยภาพเครือข่ายผู้จำหน่ายและสร้างความมั่นใจสูงสุดแก่ลูกค้าชาวไทยในทุกมิติ

กลุ่มธนบุรี 3นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด เผยว่า “ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าของไทยจากการเข้ามาของหลากหลายแบรนด์ใหม่ สิ่งนี้สะท้อนชัดเจนว่าตลาดยังคงมีศักยภาพการเติบโตสูง และนี่คือโอกาสที่ GEELY จะเข้ามาสร้างจุดยืนที่ชัดเจนได้อย่างแท้จริง ความสำเร็จของ GEELY EX5 นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ด้วยยอดจองและการส่งมอบที่เป็นไปตามแผน คือหนึ่งในข้อพิสูจน์ถึงความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคชาวไทย และเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับไลน์ผลิตภัณฑ์พร้อมมอบทางเลือกใหม่ตอบโจทย์หลากหลายเซกเมนต์มากขึ้น เราจึงเตรียมเปิดตัว GEELY EX2 รุ่นพวงมาลัยขวาครั้งแรกในโลก ในช่วงปลายปี 2568 นี้ ขณะเดียวกัน เรายังวางรากฐานระยะยาวผ่านแผนขยายโชว์รูมและศูนย์บริการกว่า 40 แห่งภายในปีนี้ โดยมุ่งยึดมาตรฐานที่เป็นหนึ่งเดียวกันทั่วประเทศ รวมถึงเตรียมเปิดตัวโชว์รูมระดับเรือธงแห่งแรกในประเทศไทยเร็วๆ นี้ ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางการบริการที่สร้างประสบการณ์ใหม่ที่แตกต่างแก่ลูกค้าไทย โดยมุ่งเป้าสร้างการเติบโตไปพร้อมกับพันธมิตรและผู้จำหน่ายทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภค”

กลุ่มธนบุรี 5

ภายในงานฯ บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยการประกาศนโยบายและแผนกลยุทธ์เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยชูจุดเด่นและสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ไม่เพียงโดดเด่นด้านคุณภาพและเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่ยังถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคชาวไทย โดยทางบริษัทฯ มีแผนที่จะเปิดตัวนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า GEELY รุ่นใหม่เข้าตลาดประเทศไทยอย่างน้อย 1 รุ่นในทุกๆ ปี เสริมความแข็งแกร่งด้วยแผนการขายและการตลาด 360 องศา ควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานบริการหลังการขาย ผ่านแผนการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายเพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีโชว์รูมและศูนย์บริการที่เปิดดำเนินการแล้ว 26 แห่ง โดยมุ่งเน้นการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดเพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าในทุกมิติ การผสานความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ร่วม 85 ปีของกลุ่มธนบุรี เข้ากับศักยภาพของ GEELY ในฐานะผู้นำยนตรกรรมระดับโลกนี้จะช่วยผลักดันให้ GEELY ก้าวขึ้นสู่แถวหน้าในตลาดอีวีไทยได้อย่างมั่นคง

กลุ่มธนบุรี 4

 มร. แดเนียล ต่ง ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท จีลี่ ออโต้ อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น กล่าวเสริมว่า “GEELY มองว่าประเทศไทยคือหนึ่งในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าที่มีศักยภาพสูงสุดในภูมิภาคอาเซียน ด้วยปัจจัยสนับสนุนทั้งด้านนโยบายจากภาครัฐ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานยานยนต์ไฟฟ้า และความพร้อมของผู้บริโภคที่เปิดรับนวัตกรรมใหม่อย่างเต็มที่ ทำให้ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางการขับเคลื่อนยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคนี้ การเปิดตัว GEELY EX2 ในประเทศไทย ไม่เพียงแต่จะสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค แต่ยังเป็นการตอกย้ำว่า GEELY พร้อมสนับสนุนพันธมิตรอย่าง ธนบุรีนอยสเติร์น อย่างเต็มที่ ทั้งในด้านการนำเข้าผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และการสร้างระบบนิเวศของแบรนด์ที่แข็งแกร่ง เพื่อร่วมกันผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียน”

กลุ่มธนบุรี 5

ทั้งนี้ GEELY EX2 ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากการเผยโฉมครั้งแรกในประเทศไทยภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ภายใต้ชื่อ GEELY Star Wish ยนตรกรรมไฟฟ้าแฮทช์แบ็กขนาดกะทัดรัดที่พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ในตลาดรถไฟฟ้าขนาดเล็กของประเทศไทย โดดเด่นด้วยดีไซน์โค้งมนอันเป็นเอกลักษณ์ทั้งภายนอกและภายใน ที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีต และยังครบครันด้วยระบบเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ซึ่งมีกำหนดประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 ที่จะถึงนี้ โดยธนบุรีนอยสเติร์นเชื่อมั่นว่า GEELY EX2 จะเป็นอีกหนึ่งรุ่นสำคัญในการขยายฐานลูกค้าในประเทศไทยสำหรับ GEELY ในอนาคต

กลุ่มธนบุรี 10

สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-081-9999 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์  www.thonburineustern.com และ เฟสบุ๊ค Geely Thonburi Thailand

 

 

“เดนซ่า” กับความสำเร็จครั้งล่าสุด ทำตลาดครบ 1 ปีในไทย พร้อมยอดส่งมอบรถยนต์กว่า 3,000 คัน

0
Denza D9 1

บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ภายใต้ กลุ่มธุรกิจเรเว่ ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ บีวายดี และ เดนซ่า อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ประกาศความสำเร็จบทใหม่ของ เดนซ่า แบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ระดับพรีเมียมที่เข้ามาทำตลาดเป็นครั้งแรกในประเทศไทยครบ 1 ปี ซึ่งมิเพียงแต่สร้างมาตรฐานใหม่ ให้กับวงการรถยนต์ MPV หรูด้วยการมาของ DENZA D9 เท่านั้น แต่ยังครองใจผู้บริโภคสร้างยอดส่งมอบรถยนต์สะสมกว่า 3,000 คัน พร้อมขึ้นสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำของกลุ่มในรถยนต์ประเภทเดียวกัน โดย บีวายดี และ เรเว่ จะไม่หยุดการพัฒนา เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าของ เดนซ่า ได้สัมผัสนิยามใหม่ ของยนตรกรรมพลังงานใหม่ต่อไป

Denza D9 2

นายหยู่ปิน เคอ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความสำเร็จของ เดนซ่า ในตลาดประเทศไทย ถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญของกลยุทธ์การขยายตลาดทั่วโลกของ บีวายดี และยังสะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับในระดับสูงจากผู้บริโภคชาวไทยต่อรูปแบบการเดินทางด้วยพลังงานใหม่ที่มีคุณภาพสูง ตั้งแต่แบรนด์ เดนซ่า เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย เราได้เห็นไม่เพียงแต่กระแสการยอมรับเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ยังเห็นแนวโน้มของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับแนวคิดการเดินทางที่ผสมผสานระหว่าง ‘ความหรูหราและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม’ เพิ่มมากขึ้น

เดนซ่า ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียมของไทย ด้วยศักยภาพของผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม นวัตกรรมเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า และประสบการณ์การใช้งานที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ในอนาคต บีวายดี ประเทศไทยจะยังคงเดินหน้าลงทุนในกลุ่มรถยนต์พลังงานใหม่ระดับพรีเมียมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ การบริการ และประสบการณ์ของแบรนด์ เพื่อมอบทางเลือกที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นให้กับผู้บริโภคชาวไทย

Denza D9 4

เราเชื่อว่า เดนซ่า ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถยนต์หนึ่งคันเท่านั้น แต่คือ “วิถีชีวิตรูปแบบใหม่” ที่จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคแห่งการเดินทางด้วยพลังงานใหม่ของประเทศไทยอย่างแท้จริง”

นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “เรเว่ เล็งเห็นศักยภาพของตลาดกลุ่มรถยนต์ลักชัวรี่ ทั้งยังมีความเข้าใจถึงความต้องการ ของผู้บริโภคในกลุ่มนี้ เราจึงตัดสินใจนำแบรนด์ เดนซ่า มาให้ชาวไทยได้สัมผัส พร้อมสร้างปรากฎการณ์ในกลุ่มรถยนต์ MPV พลังงานใหม่ ผ่านการนำ DENZA D9 มาทำตลาด และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นหนึ่งในผู้นำของตลาด เรเว่ ขอกล่าวขอบคุณทุกควางไว้วางใจที่ผู้บริโภคมีให้กับ เดนซ่า พร้อมกับขอให้คำมั่นว่า เราจะไม่หยุดยั้งนำสิ่งที่ดีกว่ามาให้ชาวไทย”

Denza D9 5

นางสาวประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ เปิดเผยว่า “เดนซ่า เป็นอีกหนึ่งข้อพิสูจน์ว่า ผู้บริโภคชาวไทยให้ความใส่ใจในสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การตัดสินใจเป็นเจ้าของ DENZA D9 ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า ช่วยลดมลพิษบนท้องถนนเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ทั้งยังเป็นการตอกย้ำให้เห็นความมุ่งมั่นของ เรเว่ ที่จะสร้าง NEV Ecosystem หรือ ระบบนิเวศของยานยนต์พลังงานใหม่ที่แข็งแกร่งขึ้น เพื่อสิ่งแวดล้อมที่สะอาดกว่า ผ่านการนำผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกความต้องการ มาทำตลาดในประเทศไทย”

  • ความสำเร็จก้าวแรกของเดนซ่าในไทย กับการทำตลาดครบ 1 ปี

Denza D9 6

เดนซ่า เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 พร้อมประเดิมตลาดด้วยยนตรกรรมพลังงานใหม่ ในรูปแบบของรถยนต์ MPV ระดับลักชัวรี่กับ DENZA D9 ที่เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติที่จะรังสรรค์ประสบการณ์การเดินทางอันหรูหรา โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วยดีไซน์ภายใต้แนวคิด π – Motion ผนวกกับห้องโดยสารที่ให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง ยกระดับความสบายของการเดินทางให้ผู้โดยสารทั้ง 7 ที่นั่ง และเพลิดเพลินตลอดเส้นทางได้ราบรื่นกว่าเคย ด้วยระบบกันสะเทือนอัจฉริยะ DiSus-C เทคโนโลยีช่วงล่างแบบไฟฟ้าเอกสิทธิ์เฉพาะจาก บีวายดี พร้อมขับเคลื่อนด้วยขุมพลังไฟฟ้า ที่มอบสมรรถนะเป็นเลิศและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จากมอเตอร์ไฟฟ้าทรงพลัง ให้กำลังสูงสุด 275 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 470 นิวตัน-เมตร ผสานการทำงานกับ BYD Blade Battery ขนาด 103.36 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 580 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC

ด้วยคุณสมบัติทั้งหมด DENZA D9 จึงก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำของวงการรถยนต์ MPV ระดับลักชัวรี่ของไทย โดยได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค มียอดส่งมอบรถยนต์สะสมในประเทศไทย เป็นจำนวนสูงกว่า 3,000 คัน นอกจากนั้น DENZA D9 ยังเป็นรถยนต์พลังงานใหม่คันที่ 90,000 ที่โรงงาน บีวายดี ประเทศไทย ส่งมอบให้กับชาวไทย โดยส่งมอบให้กับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ถึงความร่วมมือระหว่างฟุตบอลทีมชาติ ที่เป็นพันธมิตรกับ บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่

  • ความสำเร็จก้าวแรกของเดนซ่าในโลก กับการทำตลาดครบ 15 ปี

Denza D9 3

เดนซ่า ถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2010 ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง บีวายดี และ เมอร์เซเดส-เบนซ์โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ ให้กับตลาดรถยนต์หรูยนต์หรูพลังงานใหม่ และมีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องตลอดช่วง 15 ปีถัดมา โดยมีทั้งการปรับโครงสร้างใหม่ในปี 2022 และเปิดตัวผลิตภัณฑ์เรือธงคันแรกอย่าง DENZA D9 ส่งผลให้แบรนด์ขึ้นสู่การเป็นผู้นำรายใหม่ ของวงการยานยนต์กลุ่ม MPV สัญชาติจีน

เดนซ่า ยึดมั่นในพันธกิจ ‘กำเนิดขึ้นเพื่อโลกาวิวัฒน์’ พร้อมด้วยวิสัยทัศน์กว้างไกล และทัศนคติเปิดกว้าง นำไปสู่การนำความเข้าใจในความต้องการของผู้ใช้งาน และเสียงสะท้อนของผู้บริโภค มาใช้ในการพัฒนารถยนต์ในทุกขั้นตอนอย่างไม่หยุดยั้ง จนประสบความสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ โดย เดนซ่า เป็นแบรนด์รถยนต์หรูพลังงานใหม่รายแรกของโลก ที่มีผลิตภัณฑ์ออกจำหน่ายครบทุกกลุ่มทั้ง MPV, SUV และ Sedan พร้อมกับเป็นผู้นำของทุกกลุ่ม ทั้งยังได้รับความไว้วางใจ จากลูกค้าทั่วโลกมากกว่า 350,000 ราย ที่มั่นใจเลือกเป็นเจ้าของ เดนซ่า

ลำดับเหตุการณ์สำคัญของ เดนซ่า ตั้งแต่ก้าวแรกจนถึงปัจจุบัน

2010

  • มีนาคม – บีวายดี ลงนามความเข้าใจกับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เพื่อร่วมกันก่อตั้ง เดนซ่า

2012

  • เมษายน – เปิดตัวรถยนต์ต้นแบบคันแรกของ เดนซ่า
  • มิถุนายน – ลูกค้าจริงของ เดนซ่า พิสูจน์ขีดความสามารถของ EV ด้วยการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเดินทางรอบโลก ในเวลา 80 วัน

2019

  • เมษายน – เปิดตัวโลโก้ใหม่ของ เดนซ่า พร้อมเปิดตัวรถยนต์ต้นแบบรุ่นใหม่

2022

  • พฤษภาคม – เปิดตัว DENZA D9 รถยนต์ MPV ชาญฉลาดที่หรูหรา และมากประโยชน์

2023

  • มีนาคม – เดนซ่า เป็นแบรนด์รถยนต์ Mass Production รายแรก ที่ได้เป็นคู่ค้าเชิงกลยุทธ์กับ Devialet แบรนด์เครื่องเสียงพรีเมียมระดับโลก
  • กรกฎาคม – เปิดตัว DENZA N7 เป็นครั้งแรก
  • สิงหาคม – DENZA N7 ผลิตขึ้นเป็นรถยนต์พลังงานใหม่ คันที่ 5 ล้านจาก บีวายดี
  • กันยายน – ผลิต DENZA D9 ครบ 100,000 คัน โดยใช้เวลาเพียง 11 เดือนหลังเปิดตัว

2024

  • มีนาคม – DENZA N7 ผลิตขึ้นเป็นรถยนต์พลังงานใหม่ คันที่ 7 ล้านจาก บีวายดี
  • เมษายน – เปิดตัว DENZA Z9 GT เป็นครั้งแรก ส่งผลให้ เดนซ่า เป็นแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่หรูแบรนด์แรกที่มีรถยนต์จำหน่าย ครบทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้ง MPV, SUV และ Sedan
  • พฤษภาคม – เดนซ่า มีลูกค้าสะสมมากกว่า 200,000 ราย
  • พฤศจิกายน – เดนซ่า เปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมนำ DENZA D9 มาทำตลาด
  • พฤศจิกายน – เปิดตัว DENZA Z9 และ DENZA N9
  • พฤศจิกายน – DENZA Z9 ผลิตขึ้นเป็นรถยนต์พลังงานใหม่ คันที่ 10 ล้านจาก บีวายดี

2025

  • เมษายน – เดนซ่า เข้าไปทำตลาดในยุโรปอย่างเป็นทางการ
  • เมษายน – เปิดตัว DENZA Z รถสปอร์ตต้นแบบคันแรกของค่าย พร้อมสร้างตำนานบทใหม่ของ Supercar ขุมพลังไฟฟ้า
  • มิถุนายน – ผลิต DENZA D9 ครบ 250,000 คัน

สัมผัสประสบการณ์ใหม่ของการเดินทางได้แล้ววันนี้ กับรถยนต์พลังงานใหม่ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ บีวายดี และ เดนซ่า ใกล้บ้านทั้ง 167 สาขาทั่วประเทศ ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมของรถยนต์ทุกรุ่นได้ที่ reverautomotive.com สำหรับรถยนต์ บีวายดี หรือ denzathailand.com สำหรับรถยนต์ เดนซ่า ไม่พลาดข่าวสารจาก เรเว่ เพียงติดตาม Official Facebook Page: BYD RÊVER Thailand และ DENZA RÊVER Thailand

 

 

โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าเยี่ยม เอช เซม มอเตอร์  เปิดประสบการณ์เรียนรู้นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า

0
เอช เซม มอเตอร์ 1

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ที่ผ่านมา บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด เปิดโรงงานต้อนรับนักศึกษาชั้นปีที่ 2 และ 3 สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ จากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จำนวน 60 นาย พร้อมคณะอาจารย์ 6 ท่าน เข้าศึกษาดูงานและเรียนรู้เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าอย่างใกล้ชิด

เอช เซม มอเตอร์ 2

โดยมีคุณวันชัย ลี้นะวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด พร้อมทีมวิศวกรและทีมงานจากสำนักงานใหญ่ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พาชมกระบวนการผลิตและเทคโนโลยีภายในโรงงาน รวมถึงการสาธิตระบบสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ MOVE EV X ที่เป็นหนึ่งในนวัตกรรมสำคัญของบริษัท

เอช เซม มอเตอร์ 4

การเยี่ยมชมในครั้งนี้ มุ่งหวังให้นักศึกษาได้เห็นภาพจริงของเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดทั้งด้านวิชาการและการปฏิบัติจริงในอนาคต ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เอช เซม มอเตอร์ 6

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จัดเต็ม! ส่งดีลเด็ด “โปรแรง ส่งท้ายปี”เป็นเจ้าของ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% ก่อนใคร ไม่ต้องรอถึง Motor Expo 2025

0
Mitsubishi 1

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เร่งเครื่องส่งท้ายปี เปิดแคมเปญเด็ด “โปรแรง ส่งท้ายปี ชวนลูกค้าเป็นเจ้าของ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ยนตรกรรมไฮไลต์ที่ผสานดีไซน์โฉบเฉี่ยวเข้ากับเทคโนโลยีฟูลไฮบริดสุดล้ำ มอบสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม และประหยัดพลังงานทุกเส้นทาง พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ ดอกเบี้ย 0% ที่โชว์รูมมิตซูบิชิทั่วประเทศ ให้คุณคุ้มก่อนใคร ไม่ต้องรอถึงงาน Motor Expo 2025

“โปรแรง ส่งท้ายปี สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 – 11 ธันวาคม 2568 เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน สำหรับรุ่น Ultimate และ Ultimate X พร้อมรับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี มูลค่าสูงสุด 22,000 บาท และเลือกรับ แพ็กเกจบำรุงรักษา Mitsubishi Service Package นาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) มูลค่าสูงสุด 21,050 บาท พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท และการรับประกันคุณภาพรถยนต์ นาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) พร้อมรับฟรี ค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี นอกจากนี้ ลูกค้าจะได้รับสิทธิพิเศษ  รับฟรี ประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนไฮบริด 10 ปี (มูลค่าแบตเตอรี่ 88,000 บาท) ไม่จำกัดระยะทาง และประกันระบบไฮบริด 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง เพื่อความอุ่นใจในการขับขี่อย่างเหนือระดับ ทั้งนี้ ลูกค้าที่เป็นสมาชิกครอบครัวมิตซูบิชิจะได้รับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน M-Drive ส่วนกลุ่มอาชีพพิเศษ ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์ ครู ข้าราชการ และเกษตรกร รับส่วนลดเพิ่ม 15,000 บาท

นอกจาก ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี รถยนต์คอมแพกต์เอสยูวี ไฮบริดรุ่นล่าสุด ที่โดดเด่นด้วย
การมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุก เร้าใจ และมั่นใจได้ในทุกเส้นทาง มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ยังยกทัพยานยนต์รุ่นอื่น ๆ
มาแบบจัดเต็ม ทั้ง มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี มิตซูบิชิ ไทรทัน และ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต รอให้คุณได้สัมผัสสุดยอดยนตรกรรม และข้อเสนอสุดพิเศษ ได้ที่ บูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย (A17) ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 หรือ Motor Expo 2025 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และนัดหมายทดลองขับรถยนต์มิตซูบิชิได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ โทร. 02-079-9500 เปิดรับสายทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ที่ www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

“ซูซูกิ” ฉลองความสำเร็จ SUZUKI JIMNY ! ยอดขายทะลุ 220 คัน นับตั้งแต่เปิดตัว จัดแคมเปญ “Legendary Deal of the Year” ราคาพิเศษจำนวนจำกัด  50 คัน

0
SUZUKI JIMNY 1

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศแคมเปญสุดพิเศษ “Legendary Deal of the Year” ฉลองยอดขาย SUZUKI JIMNY ในประเทศไทยนับตั้งแต่เปิดตัวทะลุ 220 คัน เพื่อขอบคุณลูกค้าที่ให้การตอบรับอย่างดี จนทำให้ SUZUKI JIMNY กลายเป็นรถยนต์ออฟโรดไอคอนิกที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในตลาด

SUZUKI JIMNY 2

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เปิดตัวในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี 2562 ด้วยการสร้างปรากฎการณ์ “จิมนี่ ฟีเวอร์!” พร้อมปลุกกระแสรถออฟโรดขนาดเล็กในประเทศไทยให้มีความคึกคักและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น และยังถูกขนานนามเป็นรถยนต์ออฟโรดในตำนานที่หลายคนต้องการเป็นเจ้าของ ปัจจุบัน SUZUKI JINMY สามารถสร้างยอดขายรวมกันได้ถึง 220 คัน (ยอดขายนับจนถึงเดือนกันยายน 2568)

SUZUKI JIMNY 3

เรามีความเชื่อมั่นว่า SUZUKI JIMNY คือ รถยนต์ในฝันของใครหลายคน และยังเป็นสัญลักษณ์ของการผจญภัยที่ไม่มีวันสิ้นสุด     ซูซูกิจึงเตรียมฉลองความสำเร็จด้วยการจัดแคมเปญพิเศษ Legendary Deal of the Year” ด้วยการมอบราคาพิเศษแบบจำนวนจำกัดเพียง 50 คัน ให้กับลูกค้าที่สนใจการเป็นเจ้าของรถยนต์ที่เป็นตำนานรุ่นนี้ อีกทั้งยังมอบความคุ้มค่าและความภาคภูมิใจสูงสุดด้วยแพ็คเกจ SUZUKI WORRY FREE PROGRAM ให้กับผู้ที่พร้อมจะเริ่มต้นตำนานบทใหม่ไปกับ SUZUKI JIMNY

SUZUKI JIMNY 4

ราคาจำหน่าย SUZUKI JIMNY Legendary Deal of the Year จำนวนจำกัด 50 คัน

SUZUKI JIMNY ราคาปัจจุบัน (บาท) ราคาพิเศษ (บาท)
รุ่นเกียร์อัตโนมัติ สี MONO TONE 1,760,000 1,450,000
รุ่นเกียร์อัตโนมัติ สี TWO TONE 1,790,000 1,480,000

 

SUZUKI JIMNY มีสีให้เลือกทั้งหมด 7 สี แบ่งออกเป็น

สีโมโนโทน จำนวน 4 สี ได้แก่ สี Solid Jungle Green, สี Pearl Bluish Black, สี Solid Medium Gray และ สี White

สีทูโทน สี Solid Kinetic Yellow with Pearl Bluish Black สี Metallic Brisk Blue with Pearl Bluish Black และ สี Metallic Chiffon Ivory with Pearl Bluish Black

พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 7 ปี

SUZUKI JIMNY 5

SUZUKI JIMNY ถูกพัฒนาและออกแบบภายใต้ JIMNY DNA ที่มีเอกลักษณ์และความโดดเด่นเฉพาะตัวต่อเนื่องยาวนานมากว่า 50 ปี  เป็นรถยนต์สไตล์ออฟโรดขนาดเล็ก ที่มอบความโดดเด่น ทั้งในเรื่องของดีไซน์และสมรรถนะการขับขี่แบบ Authentic 4WD พร้อมใช้งานในทุกสภาพการขับขี่และภูมิประเทศที่หลากหลายตอบโจทย์การใช้งาน ‘อย่างมืออาชีพ’ ตอบสนองความต้องการของคนที่ชื่นชอบรถยนต์ประเภทขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบรถยนต์สไตล์ออฟโรดของซูซูกิ มาพร้อมขุมพลัง เครื่องยนต์เบนซิน รหัส K15B แบบ 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 102 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 130 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ  พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ALLGRIP PRO และ Low Transfer Gear ที่สามารถปรับการทำงานระหว่างระบบขับเคลื่อน 4 ล้อและ 2 ล้อได้อย่างง่ายดาย มาพร้อมกับระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control  และยังขับขี่คล่องตัวด้วยรัศมีวงเลี้ยว 4.9 เมตร

SUZUKI JIMNY 6

ดีไซน์ภายนอก โดดเด่นสะดุดตาด้วยกระจังหน้าเข้ากับฝากระโปรงหน้าทรงเหลี่ยมสไตล์ออฟโรด  ไฟหน้า LED ทรงกลมพร้อมระบบทำความสะอาดไฟหน้า  ไฟท้ายแบบ LED  ซุ้มล้อสีดำรอบคัน  กระจกมองข้างดีไซน์พิเศษปรับพับอัตโนมัติ ภายในใช้วัสดุคุณภาพสูงและทนทาน  ทันสมัยด้วยจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Segment Display แสดงข้อมูลชัดเจน  พร้อม Suzuki Smart Connect จอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับความบันเทิงได้หลากหลาย พร้อมระบบนำทางอัจฉริยะ และฟังก์ชันการเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่าน Bluetooth พร้อม Apple CarPlay  มีระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมจอ LCD ง่ายต่อการใช้งาน ห้องโดยสารกว้างขวาง ให้ความรู้สึกสะดวกสบายทุกการเดินทาง เบาะนั่งปรับได้อเนกประสงค์ รองรับการใช้งานได้หลากหลาย  พื้นที่เก็บของด้านหลังกว้างและสูงขึ้น  พร้อมช่องเก็บอุปกรณ์และสัมภาระขนาดใหญ่  ช่องเก็บเครื่องมือและช่องเก็บของอเนกประสงค์  และช่องจ่ายไฟสำรอง 2 จุดทั้งคอนโซลหน้าด้านล่างและห้องเก็บสัมภาระด้านหลัง  ปลอดภัยด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRS  ระบบเบรก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ EBD  ระบบควบคุมเสถียรภาพขณะขับบนถนนลื่นหรือทางโค้ง ESP  ระบบช่วยป้องกันรถไหลพร้อมช่วยออกตัวและชะลอความเร็วขณะอยู่บนทางลาดชัน Hill Hold Control และ ระบบ Hill Descent Control ช่วยชะลอความเร็วขณะลงทางลาดชัน  ระบบ Traction Control System ช่วยป้องกันล้อหมุนฟรีและช่วยควบคุมรถให้มีเสถียรภาพขณะขับบนถนนลื่นหรือทางโค้ง  โครงสร้างตัวถัง TECT ออกแบบจากเหล็กกล้า ทนทานต่อการสึกหรอเป็นพิเศษ พร้อมระบบกันการสั่นสะเทือน

SUZUKI JIMNY 7

SUZUKI JIMNY 8

ทั้งนี้ ข้อเสนอพิเศษ “Legendary Deal of the Year” สำหรับ SUZUKI JIMNY มีจำนวนจำกัดเพียง 50 คันเท่านั้น โดยเป็นไปตามเงื่อนไขสีและรุ่นที่กำหนด บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการมอบข้อเสนอนี้จนกว่าสินค้าจะหมด  ผู้สนใจสามารถติดต่อและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิทั้ง 86 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

“ฟอร์ด เรนเจอร์” คว้าแชมป์ สนามปิดฤดูกาล “ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ 2025” ยืน 2 โพเดียมอย่างน่าประทับใจ

0
ฟอร์ด เรนเจอร์ 2

รถแข่งกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ หมายเลข 3 ภายใต้การสนับสนุนโดย ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง หรือ FTR ขับโดย แซนดี้ เคราแก้ว สตูวิค กวาดชัยชนะอันดับหนึ่งได้ถึง 2 ถ้วยรางวัล ปิดฉากการแข่งขันรายการไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ ประจำปี 2025 ได้อย่างสวยงามท่ามกลางเสียงเชียร์สุดคับคั่งจากพนักงาน ลูกค้า และพันธมิตรฟอร์ดร่วม 100 คน ที่ร่วมเป็นกำลังใจ ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างการแข่งขันเมื่อวันที่ 1-2 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

ฟอร์ด เรนเจอร์ 1

 

ในการแข่งขันสนามสุดท้ายของรายการไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ 2025 รุ่นไทยแลนด์ ซูเปอร์ ปิคอัพ แซนดี้ เคราแก้ว สตูวิค พารถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ หมายเลข 3 ในนามทีมออโรร่า ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ออกตัวจากกริดอันดับที่ 14 โชว์ทักษะความชำนาญเฉพาะตัวในการแซงทางโค้ง ไล่แซงคู่แข่งได้อย่างเฉียบคม พลิกสถานการณ์เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมได้ถึง 2 โค้ง ก่อนจะรักษาความเร็ว ป้องกันคู่แข่ง และควบคุมเกมการแข่งขันอย่างมั่นใจ จนทะยานเข้าเส้นชัยเป็นคันแรก คว้ารางวัลชนะเลิศทั้งในคลาสเอ และรางวัลชนะเลิศ Overall ยืนสองโพเดียมได้อย่างสมศักดิ์ศรี ถึง 2 รางวัล สร้างความตื่นตาตื่นใจ และภาคภูมิใจให้กับทีมวิศวกรผู้พัฒนารถ และพนักงานฟอร์ดที่มาร่วมเป็นสักขีพยานร่วม 100 คน

ฟอร์ด เรนเจอร์ 3

“ฟอร์ด ประเทศไทยขอแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่งแก่ ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง แซนดี้ สตูวิค ตลอดจนทีมวิศวกรฟอร์ดและทีมพัฒนารถทุกคนที่มีส่วนสำคัญในชัยชนะครั้งนี้ การแข่งขันในสนามสุดท้ายนี้สร้างความตื่นเต้นให้กับฟอร์ดเป็นอย่างมาก ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราได้เห็นความทุ่มเทพัฒนารถที่ไม่หยุดยั้งของทีมงาน การฝึกฝนร่างกายและไหวพริบของนักแข่ง รวมถึงการเรียนรู้จากทุกสนามเพื่อยกระดับสมรรถนะรถในสนามถัดไป ชัยชนะในครั้งนี้ จึงสะท้อนให้เห็นถึงสปิริต ความมุ่งมั่น และศักยภาพของทีมพัฒนารถแข่ง และยังส่งต่อความภาคภูมิใจให้กับเจ้าของรถฟอร์ดเพราะดีเอ็นเอของเครื่องยนต์ วี6 ที่พารถแข่งขึ้นสู่โพเดียม คือ ดีเอ็นเอเดียวกับที่อยู่ในรถฟอร์ด ที่ลูกค้าใช้ในชีวิตประจำวัน ขอขอบคุณสำหรับทุกแรงเชียร์และความไว้วางใจจากลูกค้าฟอร์ดทุกคนและหวังว่าทุกท่านจะรู้สึกภูมิใจเหมือนได้ยืนอยู่บนโพเดียมเคียงข้างเรา” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ดประเทศไทย กล่าว

ฟอร์ด เรนเจอร์ 4

สำหรับการแข่งขันในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ฟอร์ด ประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมพิเศษ นำพนักงานฟอร์ดจากสำนักงานกรุงเทพมหานครและโรงงานทั้งสองแห่งในจังหวัดระยอง รวมถึงลูกค้ารถยนต์ฟอร์ด และพันธมิตร ร่วม 100 คน ร่วมเดินทางชมการแข่งรายการไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ รุ่นไทยแลนด์ ซูเปอร์ ปิคอัพ แบบติดขอบสนาม พร้อมเปิดโอกาสให้ได้เยี่ยมชมบรรยากาศระหว่างการเตรียมรถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ พูดคุยกับนักแข่ง แซนดี้ สตูวิค และแจ็ค เลมวาร์ด อย่างเป็นกันเอง และร่วมลุ้นเป็น 25 ผู้โชคดีที่ได้ร่วมกิจกรรม Hot Laps สุดเร้าใจ สัมผัสประสบการณ์เสมือนแข่งรถในสนาม

ฟอร์ด เรนเจอร์ 5