Home Blog Page 60

PTG สานต่อโครงการ “พีที ค่ายอาสาทำจริงไม่ทิ้งกัน” พัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อม สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามแนวคิด ESG ณ ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

0
PTG 1

บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ  PTG  ผู้นำการบริการในธุรกิจพลังงานครบวงจรของประเทศนำพนักงานกว่า 50 คน ร่วมสนับสนุนคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  เพื่อให้ทุกคนในชุมชน “อยู่ดีมีสุข”ภายใต้โครงการ “พีที ค่ายอาสา ทำจริงไม่ทิ้งกัน” ถือเป็นกิจกรรมเพื่อเป้าหมายสู่ความยั่งยืน ตามแนวคิด ESG (Environmental, Social, Governance) ที่ PTG ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สังคม และหลักธรรมาภิบาล

PTG 2

นายรังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG  เปิดเผยว่า PTG ดำเนินธุรกิจและเติบโตเคียงคู่กับคนไทยมากว่า 37 ปี ซึ่งบริษัทฯ มีความตระหนักดีในการให้ความช่วยเหลือสังคม ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชุมชน เพื่อเป้าหมายสู่ความยั่งยืน ตามแนวคิด ESG (Environmental, Social, Governance) ที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สังคม และหลักธรรมาภิบาล   จึงได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) มาอย่างต่อเนื่อง  ภายใต้โครงการ “พีที ค่ายอาสาทำจริงไม่ทิ้งกัน”

PTG 3

สำหรับกิจกรรม CSR ในครั้งนี้ จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน 2568 ณ โรงเรียนนเรศวรห้วยผึ้ง ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นอีกพื้นที่ที่บริษัทฯ ดำเนินกิจการทั้งสถานีบริการน้ำมันพีที และบริษัทฯในเครือดำเนินกิจการอยู่ ภายใต้กิจกรรมสาธารณะประโยชน์ต่อชุมชน กับโครงการ “พีที ค่ายอาสา ทำจริงไม่ทิ้งกัน” โดยกิจกรรมหลักคือโครงการ “พีที ชุมชนตาสว่าง” กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพอนามัย พัฒนาด้านความ เป็น อยู่ของคนในชุมชน บริการวัดสายตาประกอบแว่น และให้ความรู้เรื่องดวงตากับผู้สูงอายุ ปัจจุบันเรามอบแว่นตาให้ผู้สูงอายุไปแล้วกว่า 5,800 คน และในชุมชนนี้จะเพิ่มอีกจำนวน 300 คน เพื่อให้ทุกคนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันอย่างยั่งยืน

PTG 4

นอกจากนี้ยังได้ร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษา สนับสนุนทุนการศึกษาให้กับนักเรียนเรียนดีแต่ขาดแคลน ทุนทรัพย์ ที่อยู่ในพื้นที่ชุมชนนี้ ทั้ง 7 สถานศึกษา จำนวน 42 ทุน ทุนละ 2,000 บาท พร้อมมอบทุนการ ศึกษาบุตรและธิดาของพนักงานเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ อีกจำนวน 10 ทุน ทุนละ 2,000 บาท รวมถึงสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนการสอน อุปกรณ์กีฬา กล่องปฐมพยาบาล พร้อมมอบพันธุ์ผักสวนครัวสำหรับประกอบอาหารกลางวัน ทั้ง 7 สถานศึกษา,สนับสนุนจินตนาการของน้อง ๆ ด้วยการจัดกิจกรรมประกวดวาดภาพระบายสีให้หัวข้อ “เด็กรุ่นใหม่ ก้าวไกลไปกับ พีที” เพื่อให้น้อง ๆ ได้นำศักยภาพของตัวเอง มาแสดงความคิดสร้างสรรค์ด้านศิลปะอย่างเปิดกว้าง นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนด้านโภชนาการให้กับน้อง ๆ นักเรียน โดยการสนับสนุนแปลงผักสวนครัวเพื่อน้อง พร้อมร่วมกันปลูกผักสวนครัวไม้กินได้ จำนวนกว่า 300 ต้น พร้อมสร้างรั้วโรงเลี้ยงไก่ไข่ สนับสนุนอาหารไก่ไข่ และมอบเชื้อเห็ดนางฟ้า จำนวนกว่า 300 ก้อน ให้กับโรงเรียนนเรศวรห้วยผึ้ง เพื่อให้น้อง ๆ ได้นำผลผลิตมาประกอบอาหารกลางวันในอนาคต

PTG 5

อีกทั้งยังจัดกิจกรรมต้นไม้แลกยิ้ม มอบต้นไม้กินได้กว่า 300 ต้น เพื่อให้ชาวบ้านได้นำต้นไม้ กลับไปปลูกที่บ้าน เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ชุมชน และทำกิจกรรมปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืดกว่า 3,500 ตัว ณ ฝายกั้นน้ำบ้านห้วยผึ้งเพื่อให้ชาวบ้านในชุมชนสามารถจับไปรับประทานและสร้างรายได้

PTG 7

นอกจากนี้ PT ยังมีกิจกรรมพิเศษจากธุรกิจในเครือ บริษัท สยามออโต้แบคส์ จำกัด ซึ่งดำเนินกิจการศูนย์บริการรถยนต์ Autobacs ร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม โดยการนำยางรถยนต์เก่ามาปรับปรุงและทำเป็นแปลงปลูกผักเพื่อน้อง พร้อมตรวจสภาพรถยนต์ และเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง สนับสนุนน้ำมันเครื่องจาก PT Maxnitron ให้กับบุคคลกรโรงเรียนนเรศวรห้วยผึ้ง และรถต่าง ๆ ใช้งานเพื่อชุมชน ขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยสัตว์ใหญ่รวมจำนวนกว่า 29 คัน

PTG 6

ครั้งนี้ PT ยังได้สนับสนุนหนังสือเสริมพัฒนาการ และนำอาสาสมัคร Gen Z จากวิทยาลัยการอาชีพ      วังไกลกังวล มาร่วมกิจกรรม PT พี่อาสาสอนน้องเรียน พาน้องเล่น PT Gen Z English Fun เสริมสร้างความรู้สอดแทรกกิจกรรมนันทนาการภาษาอังกฤษให้กับน้อง ๆ และยังมีวงดนตรีนักศึกษามาสร้างสีสันกับเพลงเพราะ ๆ กับกิจกรรม PT Gen Z Music Concert ให้ทุกคนได้เพลิดเพลินกัน และ PT ยังคำนึงถึงความปลอดภัยในการขับขี่ของคนในชุมชน ด้วยการจัดอบรมการขับขี่ปลอดภัยให้กับชาว บ้านในชุมชนนี้ โดยวิทยากรด้านการจราจรพร้อมแจกหมวกกันน็อคให้กับผู้เข้าร่วมอบรม ได้ขับขี่อย่างถูกกฎจราจรและปลอดภัยอีกด้วย

PTG 9

PT ยังใส่ใจความเป็นอยู่ของผู้คนในชุมชนแบบทุกมิติ ได้ไปเยี่ยมเยียนผู้ป่วยติดเตียง พร้อมมอบของอุปโภคบริโภคเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน จำนวน 10 ราย และเติมเต็มความสุขด้วยกิจกรรมสันทนาการให้กับชาวบ้านและน้อง ๆ เพื่อส่งต่อความสุขและรอยยิ้ม รวมถึงมอบของอุปโภคบริโภค และอาหารปรุงสุกพร้อมรับประทานให้ทุกคนได้อิ่มท้อง

PTG 10

ทั้งนี้ นับตั้งแต่บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ได้จัดตั้งขึ้น บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมสาธารณะประโยชน์เพื่อให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนตามความจำเป็นในหลากหลายด้านเพื่อบรรเทาทุกข์ และช่วยส่ง เสริมคุณภาพชีวิตให้กับคนในสังคม โดยยึดหลัก PT สร้างสุข สุขกาย สุขใจ สังคมอยู่ร่วมกันอย่าง “อยู่ดีมีสุข”

“อีซูซุ” ผลักดันกีฬาเบสบอลอย่างต่อเนื่องโดยสนับสนุนนักกีฬายุวชนทีมชาติไทยเข้าร่วม ชิงชัยในการแข่งขันระดับนานาชาติที่เกาหลีใต้

0
ISUZU 1

กลุ่มอีซูซุในประเทศไทย โดย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และ มร. ฮาจิเมะ มาชิมูระ กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสนับสนุนนักกีฬาเบสบอลยุวชนทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี อย่างต่อเนื่อง โดยมอบเงิน 500,000 บาท พร้อมชุดเครื่องแบบประจำทีมในโอกาสเข้าร่วมชิงชัยในการแข่งขันเบสบอลระดับนานาชาติ รายการ “2025 Little League Baseball Asia-Pacific & Middle East Regional Tournament” ณ ประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2568 โดยมีคุณชัยวัฒน์ ชัยวรรณจินดา เลขาธิการสมาคมกีฬาเบสบอลแห่งประเทศไทย เป็นผู้แทนรับมอบ พร้อมการลงสนามอุ่นเครื่อง ในนัดกระชับมิตรระหว่าง “ทีมเบสบอลยุวชนทีมชาติไทยและทีมผู้บริหารกลุ่มอีซูซุ ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 60 พรรษา จังหวัดปทุมธานี

ISUZU 2

มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวถึงการสนับสนุนในครั้งนี้ว่า “เบสบอลเป็นกีฬาประเภททีมที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมศักยภาพของยุวชน เนื่องจากเป็นกีฬาที่ช่วยพัฒนาผู้เล่นรอบด้าน ไม่เพียงทักษะด้านร่างกาย แต่ยังรวมถึงทักษะด้านความคิด ได้แก่ ความมีวินัย ความสามัคคี การทำงานเป็นทีม การคิดวิเคราะห์และวางแผนงานอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย โดยปีนี้เป็นการสนับสนุนครั้งที่ 18 ของกลุ่มอีซูซุ พร้อมมอบเงิน 500,000 บาท และชุดเครื่องแบบประจำทีม เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การแข่งขันให้กับเหล่านักกีฬาเบสบอลยุวชนทีมชาติไทยรุ่นเล็ก อายุไม่เกิน 12 ปี ในโอกาสเข้าร่วมชิงชัยในการแข่งขันเบสบอลระดับนานาชาติ รายการ “2025 Little League Baseball Asia-Pacific & Middle East Regional Tournament” ณ ประเทศเกาหลีใต้ ในวันที่ 27 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2568 ซึ่งมีคู่แข่งขันจากประเทศต่าง ๆ เข้าร่วม ด้วยความตั้งใจฝึกซ้อมของเด็ก ๆ ทำให้เราเชื่อมั่นว่าจะคว้าอันดับที่ดีมาได้ อีกทั้งประสบการณ์อันมีค่านี้ จะช่วยต่อยอดให้บรรลุเป้าหมายในการมุ่งสู่นักกีฬาเบสบอลทีมชาติ ตัวจริงต่อไปได้ด้วย”

ISUZU 3

สำหรับนักกีฬาเบสบอลยุวชนทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ภายใต้การดูแลของ มร.อิซาโอะ อาโอยามะ หัวหน้าผู้ฝึกสอน ประกอบด้วยเยาวชนหลากหลายเชื้อชาติ ทั้งไทย ญี่ปุ่น และอื่น ๆ ที่มี ใจรักและรวมตัวกันเพื่อเล่นเบสบอลอย่างจริงจัง โดยมีการฝึกซ้อมทุกวันเสาร์-อาทิตย์ พร้อมสั่งสมประสบการณ์การแข่งขันทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ

ISUZU 4

“ความท้าทายในการแข่งขันของเราปีนี้ คือ อยากให้เด็ก ๆ ได้ชนะการแข่งขันอย่างน้อยสัก 3 เกม แม้จะทีมยุวชนของเราจะตัวเล็ก แต่มีความพร้อมทุกคน มีทั้งความแข็งแรง อดทน มีระเบียบวินัย ขอขอบคุณอีซูซุที่สนับสนุนทีมเบสบอลของเรามาหลายปี และขอให้คนไทยร่วมเชียร์เด็ก ๆ สู้ไปด้วยกันนะครับ” มร. อิซาโอะ อาโอยามะ หัวหน้าผู้ฝึกสอน กล่าว

ISUZU 5

เบสบอลเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมสูงในหลายประเทศ โดยเฉพาะในญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา แต่ยังถือว่าเป็นกีฬานอกกระแสที่มีผู้เล่นจำนวนไม่มากในประเทศไทย จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ที่ต้องการก้าวสู่การเป็นนักกีฬาทีมชาติ ปัจจุบันสมาคมเบสบอลสมัครเล่นแห่งประเทศไทยกำลังเร่งผลักดันสร้างทีมที่แข็งแกร่งเพื่อคว้าชัยในระดับนานาชาติ รวมถึงเพิ่มการรับรู้และสร้างจุดสนใจให้แฟนกีฬาชาวไทยหันมาสนใจกีฬาเบสบอลให้มากขึ้น

ISUZU 6

“ผมคิดว่าเบสบอลเป็นกีฬาที่เล่นเป็นทีมที่ไม่เครียดจนเกินไปและมีความสนุกอยู่ในนั้นครับ คุณพ่อคุณแม่ก็ส่งเสริมอยากให้ลองเล่น เลยมาคัดตัวเป็นนักกีฬา และดีใจที่ได้รับใช้ชาติในฐานะนักกีฬาเบสบอลครับ” น้องธนัทณกร เลิศพิทักษ์สินชัย โรงเรียนพนมสารคาม “พนมอดุลวิทยา” เผยที่มาของการเข้าร่วมทีม

ISUZU 7

ในขณะที่น้องพุทธคุณ คำประดิษฐ์ จากโรงเรียนอัสสัมชัญระยอง ได้เล่าถึงการเตรียมตัวไปแข่งขันครั้งนี้ว่า “ตอนอยู่ที่โรงเรียนผมก็จะสวิงไม้ 100-200 ครั้ง ฝึกแคชบอล (ฝึกขว้างและรับลูก) และเล่นเป็นทีมที่โรงเรียนบ้าง ผมคาดหวังอยากให้ทุกคนในทีมเล่นกันให้เต็มที่ ไม่ชนะก็ไม่เป็นไร แต่ชนะก็ดีครับ”

“มินิ ประเทศไทย” พามินิสเตอร์ปลุกความเป็นนักแข่งใน “MINI John Cooper Works Track Day”

0
มินิ 1

มินิ ประเทศไทย กระตุ้นจิตวิญญาณนักแข่ง สร้างความตื่นเต้นให้หัวใจชาวมินิสเตอร์ได้เต้นรัวกันอีกครั้ง กับกิจกรรม MINI John Cooper Works Track Day นำลูกค้ากว่า 200 คน สัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าใหม่ล่าสุดกับตระกูลจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ นำโดย MINI John Cooper Works Electric พร้อมด้วย MINI John Cooper Works Aceman ณ สนามปทุมธานี สปีดเวย์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยลูกค้าที่เข้าร่วมกิจกรรมตลอด 4 วันครั้งนี้ ได้ร่วมทดสอบสมรรถนะที่หลากหลายและเร้าใจในแบบฉบับมินิ ทั้งการขับขี่แบบ fast lap ที่เร้าใจ การขับขี่แบบยิมคาน่า ที่สำคัญกับการขับขี่อย่างปลอดภัย ภายใต้การควบคุมดูแลโดยทีมผู้ฝึกสอนซึ่งได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากลของบีเอ็มดับเบิลยู

มินิ 2

MINI John Cooper Works Electric แบบ 3 ประตู ด้วยระบบขับเคลื่อนแบบไฟฟ้าล้วนที่ให้กำลังสูงสุด 190 กิโลวัตต์ / 258 แรงม้า และแรงบิด 350 นิวตันเมตรที่ถ่ายทอดพลังได้ทันที เติมความแรงได้อีก พร้อมฟังก์ชัน Electric Boost ที่เสริมพลังให้มอเตอร์ไฟฟ้าเพิ่มอีก 20 กิโลวัตต์ ขณะเร่งความเร็ว ตอกย้ำพลังความแรงของ MINI JCW และถ่ายทอดความรู้สึก “Go-Kart feeling” ที่เป็นเอกลักษณ์ของมินิได้อย่างชัดเจน

มินิ 9

 

การตกแต่งรอบคัน สวยเฉี่ยวด้วยโลโก้ JCW สีแดง-ขาว-ดำ ที่ได้แรงบันดาลใจจากธงตาหมากรุก และสปอยเลอร์ ท้ายที่สวยเด่น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ทั้งในด้านอากาศพลศาสตร์ และด้านระยะทางการขับขี่ ที่สูงถึง 371 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

มินิ 4

ภายในห้องโดยสาร ยังเต็มไปด้วยโทนสีแดงและดำอันเป็นเอกลักษณ์ของจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ ทั้งพวงมาลัย สปอร์ต JCW สีดำที่ประดับด้วยตะเข็บสีแดงและหุ้มผ้าที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกาเพื่อให้จับถนัดมือ เบาะสปอร์ต JCW ให้การรองรับที่มั่นคงระหว่างการขับขี่แบบสุดตัว ตกแต่งด้วยตะเข็บสีแดงตัดกับหนังเทียมสีดำ เช่นเดียว กับผิวหน้าของคอนโซล พร้อมด้วยระบบ MINI Experience Modes เพิ่มสีสันที่สนุกสนานให้ทุกการขับขี่

มินิ 5

MINI John Cooper Works Electric มีให้เลือกเป็นเจ้าของในสีเทา Legend Grey, แดง Chili Red II, ขาว Nanuq White, ดำ Midnight Black II และน้ำเงิน Blazing Blue ในราคา 2,199,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ MSI Standard)

มินิ 6

สำหรับ MINI John Cooper Works Aceman ในโฉม 5 ประตู ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้พละกำลัง 190 กิโลวัตต์ / 258 แรงม้า เช่นเดียวกัน แต่มาพร้อมห้องโดยสารที่กว้างขวางกว่าและตัวถังที่ยกสูงจากพื้นมากขึ้น ความเร็วสูงสุด 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 6.4 วินาที แบตเตอรี่แรงดันสูงขนาด 54.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง ช่วยให้ MINI John Cooper Works Aceman วิ่งได้ไกลถึง 355 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP) โดยสามารถชาร์จแบตเตอรี่เต็มได้ในเวลาเพียง 31 นาทีด้วยระบบชาร์จไฟกระแสตรง 95 กิโลวัตต์ หรือ 5 ชั่วโมง 30 นาทีด้วยระบบชาร์จไฟกระแสสลับ 11 กิโลวัตต์

มินิ 6

MINI JCW Aceman ใหม่ ยังโดดเด่นด้วยล้ออัลลอย John Cooper Works ขนาด 19 นิ้ว แบบ Strive Spoke ทูโทน ส่วนห้องโดยสารที่กว้างขวาง ยิ่งดูโปร่งโล่งมากขึ้นด้วยหลังคากระจกพาโนรามา ภายในห้องโดยสารยังคงเอกลักษณ์ของรถตระกูล John Cooper Works ไว้ครบถ้วน ทั้งพวงมาลัย JCW แบบเฉพาะรุ่นและเบาะนั่งสปอร์ต จอแสดงผล OLED ทรงกลม พร้อม MINI Experience Modes

มินิ 7

รถยนต์มินิเจเนอเรชั่นใหม่ทุกรุ่น รองรับระบบ Digital Key Plus ช่วยให้ใช้สมาร์ทโฟนเป็นกุญแจรถแบบดิจิทัลได้อย่างสะดวก สามารถล็อกและปลดล็อกรถได้โดยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋า นอกจากนี้ ทั้ง MINI John Cooper Works Aceman และ John Cooper Works Electric ยังมาพร้อมฟังก์ชัน Remote Parking ที่ช่วยควบคุม การจอดและนำรถออกจากที่จอดผ่านสมาร์ทโฟนได้

มินิ 3

MINI John Cooper Works Aceman ใหม่ พร้อมให้เลือกเป็นเจ้าของในสีเทา Legend Grey, แดง Chili Red II, ขาว Nanuq White และดำ Midnight Black II ในราคา 2,399,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ MSI Standard)

มินิ ประเทศไทย ยังเตรียมกิจกรรมอีกมากมายสำหรับคนรักมินิตลอดทั้งปีนี้ ติดตามได้ทาง MINI Thailand Facebook Page

วิศวะ ธรรมศาสตร์ ศึกษาและดูงาน เอช เซม สัมผัสประสบการณ์จริง จากสายการผลิต

0

บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด นำโดยคุณวันชัย ลี้นะวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพร้อมด้วยทีมงาน ให้การต้อนรับคณาจารย์และนักศึกษาจากภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงาน เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ตรงแก่นักศึกษา โดยให้ความรู้ถึงกระบวนการดำเนินงานจริงในสายการผลิต การตรวจสอบความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ตลอดจนสาธิตการใช้งานระบบสถานีสลับแบตเตอรี่ MOVE EV X ทั้งนี้ บริษัทฯ มุ่งมั่นสนับสนุนการพัฒนาทางวิชาการและสร้างแรงบันดาลใจแก่เยาวชนรุ่นใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นกำลังสำคัญของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมา

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส” ตอกย้ำความสำเร็จ! “ALL-NEW MITSUBISHI XFORCE HEV” กวาดยอดจองกว่า 4,000 คัน เปิดตัวโฆษณา สะท้อนไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

0
ALL-NEW MITSUBISHI XFORCE HEV 1

หลังการเปิดตัวกับสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา ALL-NEW MITSUBISHI XFORCE HEV ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากลูกค้าทั่วประเทศ กวาดยอดจองทะลุกว่า 4,000 คัน แม้จะอยู่ในช่วงก่อนการเปิดตัวอย่างเต็มรูปในเดือนนี้ สูงกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ที่ 3,000 คัน กระแสตอบรับนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในสมรรถนะ ความชื่นชอบในดีไซน์ที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองและความสะดวกสบายในการขับขี่ของลูกค้าที่มีต่อรถยนต์ คอมแพกต์เอสยูวี ไฮบริด รุ่นใหม่คันนี้ ได้อย่างชัดเจน

มิตซูบิชิ 2

ทั้งนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้เริ่มทยอยส่งมอบรถยนต์คุณภาพล็อตแรกให้แก่ลูกค้าแล้ว และจะมุ่งมั่นทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เป็นเอกลักษณ์ จาก ALL-NEW MITSUBISHI XFORCE HEV โดยเร็วที่สุด เพื่อรองรับเป้าหมายดังกล่าว บริษัทจึงได้ยกระดับศักยภาพการผลิตให้มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น เพื่อส่งมอบรถยนต์ให้ถึงมือลูกค้าตามกำหนด และตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

มิตซูบิชิ 3

การเปิดตัวเต็มรูปแบบของรถยนต์ ALL-NEW MITSUBISHI XFORCE HEV ได้เริ่มต้นขึ้นในเดือนมิถุนายนนี้ โดย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เดินหน้าสื่อสารจุดเด่นของ XFORCE HEV อย่างต่อเนื่องผ่านแคมเปญโฆษณาใหม่ ตอกย้ำแนวคิด “Xperience the Force” ภาพยนตร์โฆษณาที่หยิบเพลงฮิตติดหูอย่าง “ยินดีที่ไม่รู้จัก” มาเรียบเรียงใหม่ในเวอร์ชันที่เปี่ยมด้วยพลังและความสนุก พร้อมเปิดตัวสองพรีเซนเตอร์คนรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ “ริว-วชิรวิชญ์ วัฒนภักดีไพศาล” และ “แพต-ชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช” ตัวแทนของคนยุคใหม่ที่กล้าใช้ชีวิตในแบบของตัวเองอย่างมีเอกลักษณ์

มิตซูบิชิ 4

แคมเปญโฆษณา “Xperience the Force” สะท้อนความโดดเด่นของ ALL-NEW MITSUBISHI XFORCE HEV ที่ออกแบบมาตอบโจทย์การใช้ชีวิต และการเดินทางในวันหยุดของคนเมืองยุคใหม่ ด้วยขุมพลังไฮบริดที่ให้ทั้งความแรงและความนุ่มนวลในการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมือง หรือในเส้นทางที่ท้าทายโดยได้ “ริว-วชิรวิชญ์” นักแสดงหนุ่มมากความสามารถ มีบุคลิกมั่นใจและคล่องแคล่ว และ “แพต-ชญานิษฐ์ ” นักแสดงสาวที่แจ้งเกิดจากซีรีส์ดังบน Netflix และเป็นที่รู้จักในวงการแฟชั่น ทั้งคู่ยังเป็น Instagramer ที่มีไลฟ์สไตล์หลากหลายและกล้าใช้ชีวิตในแบบของตัวเองอย่างเต็มที่ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด “Xperience the Force” ตรงกับกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ของ ALL-NEW MITSUBISHI XFORCE HEV ที่ทันสมัย มีตัวตนโดดเด่น และพร้อมออกไปค้นหาสิ่งใหม่อยู่เสมอ

มิตซูบิชิ 5

แคมเปญโฆษณาชุดนี้ ไม่เพียงจะนำเสนอความเป็นไอคอนิกของรถยนต์คอมแพกต์เอสยูวียุคใหม่ แต่ยังได้ถ่ายทอดมุมมองของการออกไปค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้น ผ่านเพลง “ยินดีที่ไม่รู้จัก” ในเวอร์ชั่นพิเศษ โดยเรียบเรียงใหม่ ให้ออกมาสนุกสนานและเต็มเปี่ยมด้วยพลังมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับสมรรถนะของ ALL-NEW MITSUBISHI XFORCE HEV ที่พร้อมพาผู้ขับขี่ไปสู่จุดหมายใหม่อย่างมั่นใจ จากถนนในเมืองสู่ปลายทางที่งดงาม พร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยและระบบอำนวยความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างแท้จริง

มิตซูบิชิ 8

ร่วมสัมผัสพลังแห่งประสบการณ์ใหม่กับ ALL-NEW MITSUBISHI XFORCE HEV และรับชมภาพยนตร์โฆษณาเวอร์ชันเต็ม ผ่านช่องทางออนไลน์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทุกช่องทาง และภาพยนตร์โฆษณาเวอร์ชัน 30 วินาที ทางสถานีโทรทัศน์ทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนนี้เป็นต้นไป ผู้ที่สนใจ อยากสัมผัสประสบการณ์ “Xperience the Force” สามารถไปทดลองขับ ALL-NEW MITSUBISHI XFORCE HEV ได้แล้ววันนี้ ที่โชว์รูมมิตซูบิชิ ทั่วประเทศ

“เบนซ์ไพรม์มัส” เปิดมิติใหม่สุดลักชูรีย์ “ล่องเรือยอร์ช ขับสปอร์ตหรู” ในงาน Mercedes-Benz Driving Events

0

“เบนซ์ไพรม์มัส” เปิดมิติแห่งความหรูหราครั้งใหม่ กับ 2 กิจกรรมสุดลักชูรีย์ “ล่องเรือยอร์ช ปล่อยปลาฉลาม” ผสาน “ขับสปอร์ตหรู บนสนามแข่งระดับตำนาน “พีระ เซอร์กิต” พัทยา ในงาน Mercedes-Benz Driving Events”

จิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด และบริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป กล่าวว่า “ด้วยนโยบายของ “เบนซ์ไพรม์มัส”  ที่มุ่งตอบรับความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ทั้งด้านงานขายและบริการหลังการขาย รวมถึงการมอบประสบการณ์ที่แตกต่างเหนือระดับ พร้อมการดูแลเอาใจใส่ระดับลักชูรีย์ เพื่อตอบสนองความชื่นชอบของลูกค้าอย่างแท้จริง”

ล่าสุด “เบนซ์ไพรม์มัส” ได้ร่วมกับ “เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)” ชวนลูกค้าคนสำคัญร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “ล่องเรือยอร์ช ปล่อยปลาฉลาม” พร้อมสัมผัสความท้าทายกับสปอร์ตตัวแรงจากยานยนต์ระดับโลก Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG บนสนามแข่งรถแห่งแรกของประเทศไทย “พีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต” ในงาน  “Mercedes-Benz Driving Events” พัทยา จ.ชลบุรี

วันแรก นัดรวมพลกันที่โชว์รูมรถยนต์ Mercedes-Benz สาขาไพรม์มัส พัทยา โดยมี ผู้บริหารระดับสูง “จิระพล รุจิวิพัฒน์” ให้การต้อนรับและกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ ก่อนออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังท่าเรือ Ocean Marina Yacht Club เพื่อร่วมกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ ด้วยการปล่อยปลาฉลามคืนสู่ท้องทะเลไทย บนเรือยอร์ชสุดหรูลำใหญ่ ที่พาชมความงดงามของธรรมชาติทะเลอ่าวไทย โดยมุ่งหน้าไปยังเกาะครามน้อย เกาะที่มีหาดทรายขาวละเอียดทอดตัวยาวขนานกับเส้นขอบฟ้าอย่างสวยงาม

จากนั้นเข้าสู่ช่วงสำคัญ นั่นคือ การปล่อย “ปลาฉลาม” กลับสู่ท้องทะเล เพื่อร่วมอนุรักษ์ธรรมชาติและรักษาระบบนิเวศของทะเลไทย โดยมีวิทยากร บรรยายความรู้เกี่ยวกับปลาฉลาม และสัตว์น้ำทะล พร้อมวิธีการปล่อยปลาฉลามให้ถูกวิธี จากนั้นแต่ละครอบครัวได้ร่วมปล่อย “ปลาฉลาม” กลับคืนสู่ท้องทะเลไทย ด้วยความสนุกสนาน และอิ่มเอมใจที่ร่วมปล่อยนักอนุรักษ์ตัวน้อยกลับคืนสู่ธรรมชาติเสร็จสมบูรณ์

ต่อด้วยการเดินทางเข้าสู่ที่พัก Melia Pattaya Hotel โรงแรมหรูระดับดาว 5 ใหม่ล่าสุด เพื่อเช็คอินน์ และพักผ่อนตามอัธยาศัย ก่อนเข้าสู่ช่วงงานเลี้ยง “Exclusive Dinner Party” ร่วมลิ้มรสอาหารและเครื่องดื่มที่จัดสรรมาอย่างดี พร้อมเพลิดเพลินกับเสียงเพลงที่สนุก เร้าใจ ทำให้ค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะแห่งความสุขของทุกคน

วันที่ 2 เริ่มต้นกิจกรรมความตื่นเต้นกับการขับสปอร์ตตัวแรงของ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG ที่บริษัทแม่ “เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)” คัดสรรมาอย่างเต็มพิกัดเกือบ 20 คัน อาทิ Mercedes-AMG G 63, Mercedes-AMG SL 43, Mercedes-AMG EQE 53 4MATIC+, Mercedes-AMG GLE 53 Hybrid 4MATIC+ เป็นต้น เพื่อเปิดบทพิสูจน์สมรรถนะความเร็ว และความแรง ในสนาม “พีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต” พัทยา

เมื่อเข้าสู่โหมดการขับขี่ ทางทีมงาน Driving Instructor ได้ให้คะแนะนำด้านเทคนิคการขับรถยนต์เบื้องต้น เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนลงสนามจริง เริ่มตั้งแต่การจับพวงมาลัย การวางตำแหน่งมือ การปรับเบาะ และการใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ของอุปกรณ์ภายในรถยนต์

ส่วนการทดลองขับแบ่งออกเป็น 4  สถานี ได้แก่ สถานีการขับขี่บนถนนเปียก, การขับขี่แบบสลาลอม, การเบรกหลบสิ่งกีดขวาง, การขับขี่แบบ HOT LAP ที่เน้นเวลาและความเร็วสูงสุดในการขับรอบสนาม รวมทั้งการขับขี่บนท้องถนนจริง ทำให้ผู้ร่วมกิจกรรมสัมผัสสมรรถนะของรถยนต์ที่ชื่นชอบทั้งในสนามแข่งและนอกสนามแข่งได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพิ่มเติมความรู้และทักษะการควบคุมรถยนต์ในสถานการณ์ต่างๆ ทำให้ขับขี่รถยนต์ด้วยความมั่นใจ ปลอดภัยสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน และเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

ปิดท้ายกิจกรรม ด้วยการมอบประกาศนียบัตรแห่งความภาคภูมิใจให้แก่ลูกค้าคนสำคัญ ในการเปิดประสบการณ์ที่แตกต่าง เหนือระดับกับครอบครัว “เบนซ์ไพรม์มัส ” ในงาน Mercedes-Benz Driving Events ครั้งนี้ ที่เปี่ยมด้วยคุณค่าและความประทับใจ …

“GWM” จัดงาน “GWM DIESEL TECH NIGHT” เจาะลึกเทคโนโลยีดีเซล 2.4T เจนฯ ล่าสุด พร้อมเปิดตัว “TANKER CLUB” คอมมูนิตี้คนรัก GWM TANK ในไทยอย่างเป็นทางการ

0
GWM Tank 300 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด เผยเทคโนโลยีของเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนเนอเรชันใหม่ล่าสุดแบบเจาะลึก ในงาน “GWM DIESEL TECH NIGHT” พิสูจน์ที่มาของความสำเร็จของ NEW GWM TANK 300 DIESEL ในประเทศไทย นำทีมโดย เจมส์ หยาง รองประธาน GWM ตลาดต่างประเทศ มิคาเล สกอตติ ผู้อำนวยการด้านระบบส่งกำลังและแพลตฟอร์มใหม่ GWM สำนักงานใหญ่ นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธานฝ่ายการตลาด และ เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) พร้อมด้วยทีมผู้บริหารจาก GWM (Thailand) พร้อมกันนี้ GWM (Thailand) ได้ประกาศเปิดตัว TANKER CLUB คอมมูนิตี้สำหรับเหล่าคนรัก GWM TANK ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ สู่การเป็นพื้นที่สำหรับผู้ใช้งานจริงทั่วประเทศเพื่อทำกิจกรรม พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และร่วมกันสร้างคอมมูนิตี้ที่เข้มแข็ง สร้างสรรค์ และยั่งยืนในระยะยาว โดยมีเหล่า “TANKER” หรือผู้ใช้ GWM TANK เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากเพื่อร่วมเฉลิมฉลองการส่งมอบ NEW GWM TANK 300 DIESEL ไปแล้วมากกว่า 1,000 คันในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา และจะมีการส่งมอบได้ครบ 2,000 คันภายในเดือนมิถุนายนนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นตั้งใจในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสู่มือลูกค้าชาวไทยอย่างครบถ้วนและสมบูรณ์

GWM Tank 300 10

 

เจมส์ หยาง รองประธาน GWM ตลาดต่างประเทศ กล่าวว่า “GWM DIESEL TECH NIGHT ไม่ใช่แค่งานเปิดตัวเครื่องยนต์รุ่นใหม่ แต่เป็นเวทีที่เราตั้งใจจะถ่ายทอดให้ทุกคนได้เห็นถึงความมุ่งมั่นเบื้องหลังการพัฒนาเทคโนโลยีดีเซลของ GWM ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา เราทราบดีว่าการจะพาแบรนด์สัญชาติจีนไปสู่ระดับโลกนั้น ไม่ใช่เรื่องของกระแสหรือโชคชะตา แต่คือการเดินหน้าด้วยแนวคิดระยะยาวและการลงทุนในนวัตกรรมที่ GWM มุ่งมั่นเสมอมา รวมถึงการที่ GWM ยังเชื่อว่าเทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องของการอวดโชว์ แต่คือความสามารถในการแก้ปัญหาให้ผู้ใช้ได้จริง เครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจเนอเรชันล่าสุดของ GWM นี้คือผลลัพธ์ของหลักการนั้น เพราะเป็นเครื่องยนต์ที่ทรงพลัง ประหยัดน้ำมัน ควบคุมมลพิษและเสียงรบกวนได้ดี พร้อมลุยทุกสภาพแวดล้อม สุดท้ายนี้ ผมอยากขอบคุณทุกเสียงสนับสนุนที่ร่วมเป็นแรงผลักดันให้ GWM กลายเป็นแบรนด์ที่ผู้คนในกว่า 170 ประเทศทั่วโลกไว้วางใจ เราจะยังคงยึดมั่นในคุณภาพ และบริการที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใดในโลก เพราะสำหรับเรา GWM ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่คือการเดินทางของความเชื่อและวิสัยทัศน์ที่ไปไกลอย่างยั่งยืน”

GWM Tank 300 3

หนึ่งในที่มาของความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของ NEW GWM TANK 300 DIESEL ในไทย คือ เครื่องยนต์ดีเซล 2.4T รุ่นล่าสุด ที่พัฒนาตลอดระยะเวลามาอย่างยาวนาน GWM พัฒนาเครื่องยนต์กว่า 50 รุ่น ครอบคลุม 6 แพลตฟอร์มหลัก วางจำหน่ายในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก

GWM Tank 300 4

ภายในงาน มิคาเล สกอตติ ผู้อำนวยการด้านระบบส่งกำลังและแพลตฟอร์มใหม่ GWM สำนักงานใหญ่ ได้เผย 5 จุดเด่นของนวัตกรรมเครื่องยนต์ 2.4T ที่สร้างความสำเร็จทั้งในไทยและระดับโลก โดยกว่า 20 ปี ที่ GWM ทุ่มเททรัพยากรในการวิจัยและพัฒนา เพื่อสร้างขุมพลังที่ไม่ใช่แค่ ‘แรง’ แต่ต้อง ‘ล้ำหน้า’ และ ‘ยั่งยืน’ GWM เชื่อว่า ระบบส่งกำลังไม่ใช่เพียงแค่หัวใจของรถยนต์ แต่คือแก่นแท้ของประสบการณ์การขับขี่ในอนาคต เครื่องยนต์ดีเซล 2.4T รุ่นล่าสุดใน NEW GWM TANK 300 DIESEL คือผลลัพธ์ของความมุ่งมั่นนั้น ที่ผสานเทคโนโลยีเทอร์โบอัจฉริยะ ระบบควบคุมอุณหภูมิขั้นสูง และการออกแบบที่ผ่านการทดสอบอย่างยาวนานทั่วโลก เพื่อให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ถึงสมรรถนะ ความประหยัด ความเงียบ นิ่ง นุ่มนวล และความทนทานในทุกเส้นทาง

GWM Tank 300 5

โดย 5 จุดเด่นของนวัตกรรมเครื่องยนต์ 2.4T ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของรุ่นนี้ทั้งในไทยและระดับโลก ประกอบด้วย

•การทดสอบสุดโหดรวมระยะทางกว่า 6 ล้านกิโลเมตร เพื่อยืนยันความทนทานในทุกสภาพอากาศ โดยเฉพาะในภูมิอากาศร้อนอย่างประเทศไทย มาพร้อมเทคโนโลยีระบายความร้อนขั้นสูง เช่น พัดลมกำลังสูง 850 วัตต์ และระบบควบคุมอุณหภูมิ Off-Road Thermal Management Mode เทคโนโลยีควบคุมอุณหภูมิแบบใหม่ครั้งแรกในอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่ช่วยป้องกันความร้อนสะสมและเพิ่มเสถียรภาพของเครื่องยนต์ เพิ่มระยะเวลาการทำงานต่อเนื่องได้มากขึ้นถึง 30% ผ่านการทดสอบอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การทดสอบสภาวะช็อกจากความร้อน (Thermal Shock) นานถึง 300 ชั่วโมง การทดสอบการทำงานเต็มกำลังและรอบสูงสุด (Full-Speed, Full-Load) นานถึง 500 ชั่วโมง การทดสอบการรับโหลดสลับไปมา (Alternating Load) นานถึง 650 ชั่วโมง รวมถึงการทดสอบบนสภาพถนน 76 รูปแบบ และในสภาพแวดล้อมที่ต่างกันสุดขั้วจากทั่วโลก รวมระยะทางการทดสอบมากถึง 6 ล้านกิโลเมตร หรือเทียบเท่ากับการขับรถรอบโลกถึง 150 รอบ พร้อมการรับประกันแบบไร้กังวลนานถึง 8 ปี หรือ 1,000,000 กิโลเมตร สำหรับลูกค้าชาวไทยโดยเฉพาะ

GWM Tank 300 6

 

•เทอร์โบชาร์จเจอร์อัจฉริยะควบคุมด้วยสมองกลอิเล็กทรอนิกส์ หนึ่งในความลับสำคัญของเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T นี้คือ “เทอร์โบชาร์จเจอร์” เทอร์โบอัจฉริยะและมีประสิทธิภาพมาพร้อมกับ “สมองกล” แอคทูเอเตอร์แบบอิเล็กทรอนิกส์ สามารถปรับทิศทางและปริมาณการไหลของอากาศภายในระบบเทอร์โบได้อย่างชาญฉลาด โดยตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของรอบเครื่องยนต์และตอบสนองได้แบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเหยียบคันเร่งเบา ๆ หรือต้องการพลังแบบรวดเร็วทันใจ ระบบนี้จะส่งแรงขับทันที ทำให้หมดปัญหาอาการหน่วงของเทอร์โบแบบเดิม ๆ นอกจากนี้ GWM ยังได้ออกแบบใบพัดเทอร์โบและช่องทางไหลเวียนอากาศใหม่ทั้งหมด ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการอัดอากาศเพิ่มขึ้นประมาณ 20% อากาศสามารถไหลเข้าสู่ห้องเผาไหม้ได้อย่างแม่นยำและสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ทำให้การผสมกับเชื้อเพลิงมีประสิทธิภาพสูงสุด ปลดปล่อยพลังได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในรอบต่ำ สมรรถนะยังคงทรงพลังและมั่นคง โดยให้แรงบิดเพิ่มขึ้นถึง 30% แม้เพียงแค่ 1,000 รอบต่อนาที ก็สามารถปล่อยแรงบิดสูงถึง 260 นิวตันเมตร

•ฝ่าทุกสภาวะถนนได้อย่างมั่นใจตลอดทั้งเส้นทางด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด (9AT) ที่ออกแบบด้วยอัตราทดเกียร์ต่ำและช่วงเกียร์กว้าง มอบการขับขี่ที่ราบรื่น (อัตราทดเกียร์ที่ 1 อยู่ที่ 5.288) จับคู่กับแรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตรจากเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T มอบการส่งกำลังต่อเนื่อง ไม่ต้องกังวลเรื่องพลังขับที่ไม่เพียงพอ มั่นใจแม้ขับบนถนนลื่นหรือพื้นทราย โดยไม่รู้สึกถึงแรงหน่วง ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้อย่างราบรื่นและผ่อนคลายยิ่งขึ้น

•แรงจัด ประหยัดจริง พร้อมการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น! ด้วยการปฏิวัติเครื่องดีเซลด้วยระบบคอมมอนเรลเจเนอเรชันใหม่ เครื่องยนต์ดีเซล 2.4T มาพร้อมกับ ระบบฉีดเชื้อเพลิงแบบอิเล็กทรอนิกส์ สามารถควบคุมจังหวะ ปริมาณ และแรงดันของการฉีดเชื้อเพลิงอย่างแม่นยำ เพื่อให้เครื่องยนต์คงประสิทธิภาพสูงสุดภายใต้ทุกสภาวะการทำงาน และระบบคอมมอนเรลแรงดันสูงในตัวที่ระดับสูงถึง 2,000 บาร์ ทำให้เชื้อเพลิงถูกทำให้เป็นละอองละเอียดสูง อีกทั้งระบบคอมมอนเรลแรงดันสูงยังทำงานร่วมกับหัวฉีดแม่เหล็กไฟฟ้าความเร็วสูงที่สามารถฉีดได้หลายครั้งในรอบเดียว ด้วยความเร็วสูงในการฉีดนี้ทำให้เชื้อเพลิงถูกแบ่งออกเป็นหยดเล็กละเอียด ทำให้เกิดการผสมระหว่างเชื้อเพลิงกับอากาศที่สม่ำเสมอและการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเชื้อเพลิงถูกเผาไหม้อย่างสมบูรณ์ มลพิษที่เกิดจากไอเสียของเครื่องยนต์จึงลดลง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น นอกจากนี้ GWM ยังใช้ปั๊มน้ำมันเครื่องแบบปรับอัตราการไหลได้ (Variable Displacement Oil Pump) ที่ปรับปริมาณการไหลของน้ำมันให้เหมาะสมกับสภาพการทำงานของเครื่องยนต์แบบเรียลไทม์ เมื่อขับขี่ที่ความเร็วต่ำ ปั๊มจะส่งน้ำมันไปหล่อลื่นอย่างพอเหมาะในแต่ละจุด และเมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูง ปั๊มจะผ่อนกำลังเพื่อลดการสูญเสียพลังงานจากการทำงานของปั๊มได้อย่างมีประสิทธิภาพ

GWM Tank 300 7

•เทคโนโลยีความเงียบระดับพรีเมียม เพื่อสร้างประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น GWM ได้พัฒนาเทคโนโลยีที่เน้นความเงียบสงบภายในห้องโดยสาร กับ “7 นวัตกรรมแห่งความเงียบ” อาทิ การออกแบบลดแรงสั่นสะเทือนของท่อเชื้อเพลิงแรงดันสูง การวางตำแหน่งสายพานและรอกให้รักษาแรงตึงและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ การปรับแต่งรูปแบบการสั่น (Modal Tuning) เพื่อหลีกเลี่ยงการสั่นสะเทือนจากคลื่นความถี่ซ้อนทับกัน การใช้ปั๊มน้ำมันเครื่องแบบเฟืองโซ่ที่อยู่ภายในเครื่อง การใช้เพลาลูกเบี้ยวแบบขนานพร้อมเฟืองพิเศษลดเสียงกระแทกของกลไกภายใน การติดตั้งเฟืองเพลาสมดุล (Balance Shaft) ไว้ด้านท้ายของเพลาข้อเหวี่ยง หรือแม้แต่การใช้วัสดุดูดซับเสียงรอบระบบเชื้อเพลิง นอกจากนี้ GWM ยังลงทุนกว่า 150 ล้านบาทในประเทศจีน เพื่อสร้างห้องทดสอบเสียงแบบ 4 ล้อ และห้องกึ่งไร้เสียงสะท้อน (Half-Anechoic Chambers) รวมถึงเครื่องยนต์ดีเซลของ GWM ได้ผ่านการทดสอบ NVH อย่างครอบคลุมกว่า 10 รายการ ทั้งในระดับชิ้นส่วนและทั้งคัน การใช้ห้องทดสอบนี้ทำให้สามารถตรวจสอบความเงียบได้แบบรอบด้าน และทำให้ระดับความเงียบของรุ่นดีเซลใกล้เคียงกับรถเครื่องยนต์เบนซิน

ภายในงานยังได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ “TANKER CLUB” ในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นการประกาศจุดเริ่มต้นของคอมมูนิตี้ผู้ใช้งาน GWM TANK ในไทย ภายใต้แนวคิดสำคัญในการสร้างพื้นที่สำหรับแลกเปลี่ยนประสบการณ์ สร้างกิจกรรม ความผูกพัน และแรงบันดาลใจของผู้ใช้งานจริง หรือเหล่า “TANKER” ทั่วประเทศ ซึ่ง TANKER CLUB จะดำเนินการโดยผู้ใช้จริงและทำเพื่อผู้ใช้จริงเท่านั้น โดย GWM (Thailand) จะทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการทำกิจกรรมของคลับเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นด้านความรู้ผลิตภัณฑ์ การสนับสนุนการจัดกิจกรรม การให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลรถยนต์ หรือการเป็นสะพานเชื่อมสู่โอกาสในการร่วมกิจกรรมกับ TANKER CLUB ประเทศอื่น ๆ หรือการร่วมกิจกรรมระดับโลกของ GWM การก่อตั้งคอมมูนิตี้ TANKER CLUB นี้ ตั้งอยู่บนวัฒนธรรมและความเชื่อ รวมถึงจิตวิญญาณของผู้ใช้งาน GWM TANK หรือ TANKER SPIRIT ที่สะท้อนถึงความเป็นตัวของตัวเอง ไม่ชอบเหมือนใคร (Independent) เปี่ยมไปด้วยความรัก (Love) รักอิสระ (Freedom) รักการผจญภัย (adventurous) แอ็กทีฟและมีพลังเต็มเปี่ยมที่จะสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ (Active & Passionate) และที่สำคัญที่สุดคือมีจิตใจที่พร้อมช่วยเหลือผู้อื่น (Good at Heart)

GWM Tank 300 8

GWM Tank 300 8

เวยน์ โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวปิดท้ายว่า “ผมขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่มาร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของ NEW GWM TANK 300 DIESEL ที่ได้ส่งมอบไปแล้วมากกว่า 1,000 คัน และเราจะส่งมอบครบ 2,000 คันภายในเดือนมิถุนายนนี้ ประเทศไทยคือศูนย์กลางสำคัญของ GWM ในภูมิภาคพวงมาลัยขวา และเรายืนยันเจตนารมณ์ในการดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “In Thailand, For Thailand” โดยเรามีความเชื่อว่าการใช้ระบบขับเคลื่อนหลากหลายรูปแบบ (Multiple Powertrains) คือทางออกที่ดีที่สุดในการตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย เนื่องจากพื้นฐานของตลาดในประเทศไทยยังคงอยู่ที่เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) และดีเซล ซึ่งมีห่วงโซ่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีส่วนช่วยสร้าง GDP ถึง 12% และล่าสุดกับ NEW GWM TANK 300 DIESEL ที่มีการพัฒนาขึ้นมาเฉพาะเพื่อให้เหมาะสำหรับคนไทย ถนนเมืองไทย ทั้งระบบขับเคลื่อน ระบบช่วงล่าง เกียร์ และเครื่องยนต์ เรามั่นใจว่าเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T ใหม่นี้ คือความลงตัวระหว่างสมรรถนะ ความเงียบ และความประหยัด เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ของรถยนต์ดีเซลในไทย ขอบคุณทุกท่านที่ให้การตอบรับอย่างอบอุ่น และขอต้อนรับพี่น้องชาว TANKER ในไทยเข้าสู่ GWM FAMILY อย่างเป็นทางการ เราจะเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงส่งมอบบริการที่ดีเยี่ยม เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับลูกค้า พาร์ทเนอร์ และสังคมไทยในระยะยาว”

GWM Tank 300 2

ร่วมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับกับ NEW GWM TANK 300 DIESEL ที่ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ ทุกสาขาทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แอปพลิเคชัน GWM เว็บไซต์ https://www.gwm.co.th/ หรือ GWM Contact Center หมายเลข 02-668-8888 

“สยามนิสสัน บูรพาปราจีน สาขานครนายก” คว้ารางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมระดับประเทศ ประจำปี 2567

0
สยามนิสสัน บูรพาปราจีน 1

นิสสัน ประเทศไทย โดย โทชิฮิโระ ฟูจิคิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย และนิสสัน อาเซียน มอบรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม (Best of the Best Dealer Award) ประจำปี 2567 ให้แก่ บริษัท สยามนิสสัน บูรพาปราจีน จำกัด โดยมี นิธิรุจน์ สดศรีสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ เป็นผู้รับมอบ ในงานประชุมผู้จำหน่ายประจำปี

สยามนิสสัน บูรพาปราจีน 2

ผู้ที่ได้รับรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม เป็นผู้จำหน่ายที่ได้คะแนนรวมสูงสุดจากเกณฑ์การประเมินทั้งในด้าน การบรรลุเป้าหมายทั้งการขาย และบริการหลังการขาย คุณภาพของการบริการลูกค้า การกลับมาใช้บริการของกลุ่มลูกค้า และการนำเสนอแพคเกจ SAVE SAFE ซึ่งเป็นบริการหลังการขายให้กับกลุ่มเป้าหมาย
สยามนิสสัน บูรพาปราจีน เป็นผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสันในจังหวัดปราจีนบุรี และ นครนายก มานานกว่า 27 ปี และมีการพัฒนาต่อเนื่องทั้งด้านการบริหารงาน การบริการลูกค้า การนำนวัตกรรม เทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับ

นิธิรุจน์ สดศรีสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามนิสสัน บูรพาปราจีน จำกัด กล่าวว่า “บริษัทฯ ยินดีเป็นอย่างมากที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติจากนิสสันความสำเร็จนี้ เกิดจากความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่จะสร้างประสบการณ์น่าประทับใจในการดูแลลูกค้าความร่วมมือร่วมใจของพนักงานทุกคนที่ตั้งใจ และทุ่มเทเป็นอย่างมากในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า และอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ คือ การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของนิสสันที่เกิดจากการตั้งใจจริงในการรับฟังข้อมูลจากผู้จำหน่ายฯ และปรับปรุงการสนับสนุนในหลายๆ ด้านที่ตรงตามความต้องการของผู้จำหน่ายฯ แต่ละที่อย่างแท้จริง ช่วยให้ผู้จำหน่ายฯปรับปรุงการทำงานให้เกิดความคล่องตัวในสถานการณ์ตลาดที่เต็มไปด้วยความ เปลี่ยนแปลงจนกว่าผู้จำหน่ายฯ จะสามารถมอบประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้แก่ลูกค้า สยามนิสสัน บูรพาปราจีนจะยังคงรักษามาตรฐานรวมทั้งยกระดับการให้บริการให้ดียิ่งขึ้นอีกเพื่อการเติบโตและความพึง พอใจของลูกค้า”

นอกจาก Best of the Best Dealer Award จะเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่การันตีคุณภาพการขาย การบริการหลังการขายและการดำเนินงานของผู้จำหน่ายแล้ว ยังเป็นการให้กำลังใจ และขอบคุณผู้จำหน่ายที่ได้ทุ่มเทเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้านิสสัน ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่แบรนด์ และขับเคลื่อนธุรกิจและการเติบโตของนิสสันและผู้จำหน่ายไปพร้อมกัน

 

บางจากฯ ร่วมช่วยเหลือเกษตรกร เติมน้ำมันบางจากทุกชนิด รับฟรีมะม่วงแฟนซี 1 ถุง

0
บางจาก 1

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงที่มีผลผลิตตามฤดูกาลจำนวนมาก ด้วยการรับซื้อมะม่วงแฟนซีคละสายพันธุ์นำมาสมนาคุณลูกค้า โดยสมาชิกบางจากกรีนไมลส์ เติมน้ำมันชนิดใดก็ได้ตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไป รับฟรีมะม่วงแฟนซี 1 ถุง น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม มูลค่า 30 บาท ตั้งแต่วันที่ 6 – 8 มิถุนายน 2568 หรือจนกว่าของจะหมด ที่สถานีบริการน้ำมัน บางจาก ในเขตกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ที่ร่วมรายการ ดูรายละเอียดได้ที่ www.bcpgreenmiles.com

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บางจากฯ ได้ร่วมช่วยเหลือกลุ่มชุมชนเกษตรกรมาอย่างต่อเนื่องด้วยการคัดสรรผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลผลิตทางการเกษตร เช่น กล้วยอบกรอบ ลูกหยีกวน ลูกไหนอบแห้ง เป็นต้น มาเป็นของสมนาคุณลูกค้า และยังร่วมมือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ รับซื้อผลผลิตทางการเกษตรที่ออกมาพร้อมกันจำนวนมากตามฤดูกาล เช่น ส้ม มะนาว ไข่ไก่ มังคุด สับปะรด ลำไย กระเทียม หอมแดง เป็นต้น ฯลฯ นำมาเป็นของสมนาคุณลูกค้าผู้ใช้น้ำมัน เพื่อร่วมดูดซับผลผลิตและพยุงราคา และช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชน

บางจากฯ ดำเนินงานไปพร้อมกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม ด้วยแนวคิด Greenovative Destination ของสถานีบริการน้ำมันบางจากที่มีเป้าหมายให้ผู้บริโภคได้ใช้พลังงานคุณภาพสูงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีธุรกิจเสริมต่างๆ หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ความสะดวกสบาย

“พาณิชย์” จับมือ 4 ปั๊มน้ำมัน ซื้อมะม่วงแฟนซีภาคเหนือ นำแจกเป็นของสมนาคุณผู้เติมน้ำมัน

0
กรมการค้าภายใน 1

กรมการค้าภายในจับมือสถานีบริการน้ำมัน 4 รายใหญ่ “พีที โออาร์ บางจาก ซัสโก้” รับซื้อมะม่วงแฟนซีจากเกษตรกรในภาคเหนือ นำแจกเป็นของสมนาคุณให้กับผู้เติมน้ำมัน ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมาณมณฑล ดีเดย์ 6 – 8 มิ.ย.นี้ จนกว่าของจะหมด

พาณิชย์ 2

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในได้รับนโยบาย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ในช่วงฤดูกาลผลไม้ ปี 2568 จากปัญหาทางด้านการเกษตรที่ผลไม้ล้นตลาด และนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้สั่งการให้ขับเคลื่อนมาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2468 จึงได้ร่วมมือกับสถานีให้บริการน้ำมันเชื้อเพลิง 4 รายใหญ่ ประกอบด้วย พีที โออาร์ บางจาก และซัสโก้ เข้าไปช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง โดยการรับซื้อมะม่วงแฟนซี ได้แก่ จินหงส์ แดงจักรพรรดิ์ งาช้างแดง และ R2E2 จากกลุ่มเกษตรกร และนำมาจัดทำโปรโมชันเป็นของสมนาคุณให้แก่ประชาชนที่เติมน้ำมัน เพื่อช่วยระบายผลผลิตให้กับเกษตรกร และผลักดันให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น

พาณิชย์ 3

ทั้งนี้ ล่าสุดสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงทั้ง 4 รายใหญ่ ได้เข้าไปรับซื้อมะม่วงแฟนซีจากกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ จ.ลำพูน และ จ.เชียงใหม่ รวม 9 กลุ่ม 6 ตำบล 5 อำเภอ กว่า 2,000 ตัน เพื่อนำมาแจกเป็นของสมนาคุณแล้ว โดยจะเริ่มแจกในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล (นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม อยุธยา ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร) ครอบคลุมพื้นที่ 9 จังหวัด กว่า 1,097 สาขา ตั้งแต่วันที่ 6 – 8 มิถุนายน 2568 รวมระยะเวลา 3 วัน หรือจนกว่าของจะหมด

พาณิชย์ 4

“ผลจากการที่กรมได้เข้าไปเชื่อมโยงผู้ประกอบการให้เข้าไปรับซื้อผลผลิตมะม่วงแฟนซีจากเกษตรกรภาคเหนือ ทำให้ราคามะม่วงแฟนซีปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมั่นใจจะผลักดันให้ราคาดีไปจนสิ้นสุดฤดูกาลผลิตปีนี้ จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน ช่วยกันรณรงค์บริโภคผลไม้ไทย ด้วยการมาเติมน้ำมันรับมะม่วงแฟนซีคุณภาพดีไปบริโภค รับรองไม่ผิดหวัง และยังสามารถหาซื้อได้ตามจุดจำหน่ายโมบายพาณิชย์ในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัดได้อีกด้วย” นายวิทยากรกล่าว