Home Blog Page 61

“มาสด้า” เผยโฉมยนตรกรรมต้นแบบ Vision Models 2 รุ่น ครั้งแรกของโลก ในงาน Japan Mobility Show 2025

0
มาสด้า 1

มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น เผยโฉมยนตรกรรมยานยนต์ต้นแบบ Vision Model 2 รุ่น ได้แก่ MAZDA VISION X-COUPE (มาสด้า วิชั่น ครอส-คูเป้) และ MAZDA VISION X-COMPACT (มาสด้า วิชั่น ครอส-คอมแพ็ก) ในการแถลงข่าวรอบสื่อมวลชนในงาน Japan Mobility Show 2025*1 ซึ่งยานยนต์ต้นแบบทั้งสองรุ่นได้รับการถ่ายทอดแนวคิด  “The Joy of Driving Fuels a Sustainable Tomorrow” เพื่อมุ่งสู่อนาคตปี 2035 และสอดคล้องกับธีมของการจัดแสดงรถยนต์มาสด้าในปีนี้

มาสด้า 2

มาสด้า 1

คอนเซ็ปต์คาร์ MAZDA VISION X-COUPE (มาสด้า วิชั่น ครอส-คูเป้) คือยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้ ที่ถ่ายทอดแนวทางการออกแบบตามแนวคิด KODO-Soul of Motion ที่ได้รับการยกระดับขึ้นไปอีกขั้น โดยมาพร้อมระบบ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด ที่ผสานกับเครื่องยนต์โรตารี่เทอร์โบแบบ 2 โรเตอร์ เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ รถยนต์รุ่นนี้ให้พละกำลังสูงสุด 510 แรงม้า (PS) และมีระยะทางการขับขี่ที่ 160 กิโลเมตร เมื่อขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ จะทำให้รถรุ่นนี้มีระยะทางการขับขี่ได้ไกลสูงสุดถึง 800 กิโลเมตร ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อผสานกับพลังงานเชื้อเพลิงที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนที่ได้จากสาหร่ายขนาดเล็ก (Microalgae) และ เทคโนโลยีการดักจับ CO2 ของมาสด้าในชั้นบรรยากาศ ที่เรียกว่า “Mazda Mobile Carbon Capture” จะทำให้ยิ่งขับมากขึ้น จะยิ่งเป็นการช่วยลดปริมาณ CO2 ในชั้นบรรยากาศได้อีกด้วย

MAZDA VISION X-COUPE (มาสด้า วิชั่น ครอส-คูเป้)

และอีกหนึ่งรุ่น คือรถต้นแบบ MAZDA VISION X-COMPACT (มาสด้า วิชั่น ครอส-คอมแพ็ก) เป็นยนตรกรรมที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อยกระดับความรู้สึกเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกันยิ่งขึ้นระหว่างคนกับรถ ด้วยการผสมผสานระหว่างโมเดลดิจิทัลที่จำลองระบบการรับรู้ของมนุษย์ กับ AI เข้าไว้ด้วยกัน เปรียบเสมือนเป็นเพื่อนที่รู้ใจ สามารถสื่อสารกับผู้ขับขี่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และยังช่วยแนะนำเส้นทางให้กับผู้ขับขี่ สิ่งเหล่านี้ แสดงถึงความมุ่งพัฒนาระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะแห่งโลกอนาคตของมาสด้า ที่รถยนต์และผู้ขับขี่สอดประสานเชื่อมโยงกันทางด้านอารมณ์ความรู้สึก เสมือนกับความสัมพันธ์ที่อบอุ่นและจริงใจ

มาสด้า 4

มาสด้า 5

มาสด้า 6

MAZDA VISION X-COMPACT (มาสด้า วิชั่น ครอส-คอมแพ็ก)

ยิ่งไปกว่านั้น มาสด้ายังได้นำยนตรกรรม ALL-NEW MAZDA CX-5 (รุ่นสเปกยุโรป)*2 มาจัดแสดงเป็นครั้งแรกด้วยเช่นกัน โดยมาพร้อมห้องโดยสารที่กว้างขวางสะดวกสบาย ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด โคโดะ ดีไซน์ และปรัชญาการขับขี่ จินบะ-อิไต (ความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถ) เอกลักษณ์ด้านสมรรถนะการขับขี่ของมาสด้าที่ได้รับการยกระดับไปอีกขั้น โดยรถยนต์รุ่นนี้แสดงออกถึงวิวัฒนาการของรถยนต์ที่ขายดีที่สุดกว่า 4.5 ล้านคัน*3 ทั่วโลก ในแต่ละภูมิภาค กว่า 100 ประเทศ รถรุ่นใหม่ล่าสุดที่นำมาจัดแสดงนี้ได้รับการออกแบบด้วย MAZDA E/E ARCHITECTURE+ ซึ่งเป็นระบบไฟฟ้าแบบใหม่ และแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic architecture) เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น

มาสด้า 9

มาสด้า 10

 

มาสด้า 8

มร. มาซาฮิโร โมโร ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ธีม “The Joy of Driving Fuels a Sustainable Tomorrow” ไม่ได้ถ่ายทอดเพียงแค่สปริตของมาสด้าเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการมุ่งสู่อนาคต เพราะมาสด้าเชื่อว่า ความสุขในการขับขี่จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อสังคมและโลกของเรา เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนอันเป็นพันธกิจที่เรามีร่วมกัน มาสด้าจะยังคงตอบสนองต่อความปรารถนาของผู้คนที่รักในรถยนต์ และชื่นชอบในการขับขี่ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

มาสด้าจะยังคงส่งมอบ “ความสุขในการขับขี่” ผ่านคุณค่าหลักของเราในการให้ความสำคัญกับ “มนุษย์เป็นศูนย์กลาง” เพื่อส่งมอบ “ความสุขในการใช้ชีวิต” ด้วยประสบการณ์การขับขี่ที่น่าจดจำให้กับชีวิตประจำวันของลูกค้ามาสด้าทุกคน

  • ข้อมูลเกี่ยวกับ MAZDA VISION X-COUPE และ MAZDA VISION X-COMPACT

 

รุ่น MAZDA VISION X-COUPE MAZDA VISION X-COMPACT
ความยาว 5,050 มิลลิเมตร 3,825 มิลลิเมตร
ความกว้าง 1,995 มิลลิเมตร 1,795 มิลลิเมตร
ความสูง 1,480 มิลลิเมตร 1,470 มิลลิเมตร
ระยะฐานล้อ 3,080 มิลลิเมตร 2,515 มิลลิเมตร

 

นิสสัน เปิดตัว นวัตกรรมยานยนต์ ที่เป็นรุ่นสัญลักษณ์ และยานยนต์ ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในงาน Japan Mobility Show 2025

0
นิสสัน 1

นิสสัน ได้เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่ได้คัดเลือกมาเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับตลาดภายในประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วย Elgrand รุ่นใหม่, Patrol เอสยูวีพันธุ์แกร่ง ที่เตรียมวางขายในญี่ปุ่น และ Ariya รุ่นปรับโฉมใหม่ ซึ่งแต่ละรุ่นล้วนสะท้อนถึงแนวคิดอัจฉริยะของการเดินทาง และนวัตกรรมของนิสสัน

นิสสัน 2

รถยนต์รุ่นใหม่ที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ถือเป็นก้าวสำคัญของนิสสัน ตอกย้ำกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ภายใต้แผนฟื้นฟูธุรกิจ Re:Nissan ร่วมกับรถยนต์ ลีฟ รุ่นใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัว รถยนต์แบบ Kei อย่าง Roox และรถยนต์ซีดานสกายไลน์ ปี 2026 รุ่นปรับปรุงใหม่แล้ว โดยรถยนต์รุ่นใหม่เหล่านี้พร้อมสร้างความแข็งแกร่งให้กับนิสสันในญี่ปุ่น รวมถึงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจในอนาคต

ปฏิบัติการภายใต้แผนฟื้นฟูธุรกิจ Re:Nissan

นิสสันมุ่งสร้างสรรค์อนาคตแห่งการขับเคลื่อน ผ่านแผนฟื้นฟูธุรกิจ Re:Nissan ที่มุ่งเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยีอัจฉริยะ และประสบการณ์ของลูกค้า แนวทางใหม่นี้จะสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการสร้างนวัตกรรม ความพึงพอใจของลูกค้า รวมถึงการเติบโตระยะยาวในตลาดญี่ปุ่นและตลาดอื่นๆ

ในญี่ปุ่น สิ่งเหล่านี้หมายถึงการปรับปรุงรถยนต์รุ่นหลัก การขยายสู่เซกเมนต์ใหม่ๆ และการเปิดตัวรถยนต์ รุ่นที่สร้างความตื่นเต้น อันเป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนอารมณ์ความรู้สึกของลูกค้า ที่ได้รวบรวมนวัตกรรม และมรดกที่ดีที่สุดของบริษัทไว้ด้วยกัน วิสัยทัศน์แห่งอนาคตของนิสสันจะขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงที่สร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ มุ่งเน้นไปที่การสร้างสรรค์รถยนต์อัจฉริยะที่สะท้อนอารมณ์ความรู้สึก ซึ่งผสมผสานมรดกทางวัฒนธรรมเข้ากับนวัตกรรมได้อย่างลงตัว ไปจนถึงสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในประเทศญี่ปุ่น และทั่วโลก

นวัตกรรม และระบบอัจฉริยะคือหัวใจสำคัญสำหรับอนาคตของนิสสัน

อีวาน เอสปิโนซา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของนิสสัน (Ivan Espinosa Nissan CEO) ยืนยันความมุ่งมั่นเพื่อยกระดับประสิทธิภาพในตลาดหลัก โดยกล่าวว่า “ตลาดญี่ปุ่นที่แข็งแกร่ง และคึกคักเป็นสิ่งสำคัญต่อความสำเร็จระดับโลกของนิสสัน เรามุ่งมั่นที่จะจุดประกายจิตวิญญาณนั้นอีกครั้งด้วยการเชิดชูมรดก และความยิ่งใหญ่ที่มีมาของนิสสัน ไม่ว่าจะเป็น การเปิดตัว Patrol ในฐานะรถยนต์หลักรุ่นใหม่สำหรับตลาดญี่ปุ่น การยกระดับความยิ่งใหญ่ของ Elgrand ผ่านการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า และระบบขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง รวมถึงขยายขอบเขตของเทคโนโลยีผ่านรถยนต์ไฟฟ้าของเรา เป้าหมายของเราคือการนำเสนอรถยนต์ที่หลากหลาย ตั้งแต่ Roox รถยนต์แบบ Kei ขนาดเล็ก ไปจนถึงรุ่นหลักของเรา ซึ่งไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการในชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจด้านอารมณ์ และความภาคภูมิใจให้กับลูกค้าอีกด้วย”

Elgrand ใหม่ พร้อมมอบความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และความสุขให้กับการเดินทางของครอบครัว

นิสสัน 3

นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 1997 Elgrand ได้ช่วยบุกเบิกกลุ่ม “รถมินิแวนระดับพรีเมียม” ของญี่ปุ่น สร้างชื่อเสียงในด้านการตกแต่งภายในที่กว้างขวาง หรูหรา และมีสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ รถยนต์เจเนอเรชั่นที่ 4 นี้ ต่อยอดจากความสำเร็จ และความยอดเยี่ยมของรถยนต์รุ่นนี้ที่ผ่านมา โดยผสานรวมเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าล่าสุดของนิสสัน เข้ากับดีไซน์อันล้ำสมัยที่พร้อมยกระดับความเพลิดเพลินในการขับขี่ และความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารทุกคนบนรถ โดย Elgrand ใหม่ มีกำหนดเปิดตัวในญี่ปุ่นในช่วงฤดูร้อนปี 2026 พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวล เงียบ เหนือระดับ ที่พร้อมปลุกเร้าความตื่นเต้นเร้าใจ

การออกแบบที่เชิดชูวัฒนธรรมญี่ปุ่น

นิสสัน 4

การออกแบบภายนอกของ Elgrand สะท้อนถึงภาษาการออกแบบ “Timeless Japanese Futurism” หรือ แนวคิดการออกแบบที่ผสมผสานความงามแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมเข้ากับวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของนิสสัน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากงานฝีมือ และสุนทรียศาสตร์ของญี่ปุ่น นำมารังสรรค์ใหม่ด้วยเทคนิค วัสดุ และเทคโนโลยีล่าสุดต่างๆ

Elgrand โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่สะดุดตา กระจังหน้าได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายแบบคุมิโกะ (Kumiko) ของญี่ปุ่น ผสานเข้ากับเอกลักษณ์ของไฟหน้าอย่างลงตัว โดยมีสีภายนอกใหม่อาทิ สี Fuji Dawn เฉดสีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแสงอรุณรุ่งเหนือภูเขาไฟฟูจิ และ สี Shigoku สีแดงม่วงเข้มที่สื่อถึงความสง่างาม

ขณะที่ภายในห้องโดยสารมอบบรรยากาศระดับพรีเมียมแบบเลานจ์ ผู้โดยสารแถวสองจะได้ดื่มด่ำกับความสบายของเบาะ captain seat แบบ zero gravity รวมถึงการใข้ TailorFit™ ซึ่งเป็นวัสดุสังเคราะห์ชนิดใหม่ที่มีความทนทานสูง และให้สัมผัสคล้ายกับหนังแนปปา พร้อมการตกแต่งด้วยหนัง และลายไม้ พร้อมลวดลายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคุมิโกะบนแผงประตู และเบาะนั่ง เสริมความสมบูรณ์แบบด้วยจอแสดงผลคู่ขนาดใหญ่ 14.3 นิ้ว รุ่นแรกในเซกเมนต์ ที่ผสานข้อมูลผู้ขับขี่ และระบบอินโฟเทนเมนต์เข้าด้วยกัน นอกจ่ากนี้ยังเสริมความหรูหราด้วยระบบเสียงระดับพรีเมียมจาก Bose® พร้อมลำโพง 22 ตัว และไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารที่ปรับได้ถึง 64 สี ยกระดับประสบการณ์การเดินทางไปอีกขั้น

นิสสัน 5

สมรรถนะ และพละกำลัง ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีขั้นสูง

Elgrand ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยระบบ อี-พาวเวอร์ (e-POWER) เจเนอเรชั่นที่ 3 ของนิสสัน โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ที่พัฒนาขึ้นใหม่ และระบบขับเคลื่อนกำลังไฟฟ้าเป็นโมดูลาร์แบบ 5-in-1 เพื่อสมรรถนะที่เหนือกว่า ให้การทำงานที่เงียบยิ่งขึ้น และประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น

Elgrand จะเป็นรถยนต์รุ่นแรกในไลน์ผลิตภัณฑ์ระดับโลกของบริษัทที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้า อี-ฟอร์ซ (e-4ORCE) รุ่นปรับปรุงใหม่ล่าสุดของนิสสัน ซึ่งออกแบบมาเพื่อมอบการควบคุม และให้เสถียรภาพในการขับขี่ที่น่าประทับใจยิ่งขึ้นในทุกสภาพถนน แรงบิดของมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหลังช่วยลดการส่ายของรถขณะเร่ง และลดความเร็ว มอบการขับขี่ที่นุ่มนวล และสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสาร รวมถึงลดโอกาสการเกิดอาการเมารถของผู้โดยสาร

นิสสัน 6

สำหรับผู้ขับขี่ ระบบจะใช้ประโยชน์จากแรงบิดของมอเตอร์ด้านหลังขณะเข้าโค้ง เพื่อมอบประสบการณ์ที่สนุกสนาน และเร้าใจยิ่งขึ้น ระบบช่วงล่างอัจฉริยะแบบไดนามิก หรือ Intelligent Dynamic Suspension สามารถช่วยลดการโคลงของตัวถัง และรักษาตำแหน่งการทรงตัวให้คงที่ เสริมให้การขับขี่นุ่มนวล

Elgrand ใหม่ จะมาพร้อมกับระบบ ProPILOT* รุ่นล่าสุดของนิสสัน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่รองรับการควบคุมรถโดยไม่ต้องใช้มือเมื่อความเร็วต่ำกว่า 50 กม./ชม. นอกจากนี้ ยังมีระบบ ProPILOT 2.0 ที่มาพร้อมระบบช่วยขับขี่บนทางหลวงแบบแฮนด์ฟรี และระบบช่วยเปลี่ยนช่องจราจร ช่วยให้การเดินทางระยะไกลสะดวกสบาย และเพลิดเพลินยิ่งขึ้น

Nissan Patrol จะเปิดตัวในตลาดญี่ปุ่น

นอกจาก Elgrand รุ่นใหม่แล้ว นิสสันยังเตรียมเปิดตัวรถยนต์ระดับตำนานอย่าง Patrol ในญี่ปุ่นในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2027 รถเอสยูวี พันธุ์แกร่งสุดทรหดที่พร้อมลุยทุกสภาพถนน ถือเป็นการกลับมาสู่ตลาดในเซกเมนต์นี้อีกครั้ง หลังจากที่บริษัทไม่ได้ทำตลาดในกลุ่มนี้ นับตั้งแต่การผลิต รถยนต์รุ่น Safari สิ้นสุดลงในปี 2007

นิสสัน 7

Patrol ถือเป็น “รถยนต์ที่เปี่ยมด้วยพลัง” อย่างแท้จริงของบริษัท ที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นของนิสสัน ในการนำเสนอรถยนต์ที่เปี่ยมด้วยความแข็งแกร่ง ทนทาน และมาพร้อมเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งสามารถพิชิตภูมิประเทศอันหลากหลายของญี่ปุ่น และตอบสนองจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยของผู้ขับขี่อย่างแท้จริง

นอกจากการขยายไปสู่เซกเมนต์ใหม่ๆ การเปิดตัว Patrol ยังตอกย้ำความเป็นผู้นำของนิสสัน ในฐานะผู้นำของตลาดรถแบบเอสยูวี ด้วยความมุ่งมั่นในการนำเสนอรถยนต์ที่สร้างความมั่นใจ และความตื่นเต้น ตลอดจนความอเนกประสงค์ในการผจญภัยแบบออฟโรด และการขับขี่ในเมืองเมื่อใช้ในชีวิตประจำวัน

Ariya ปรับโฉมใหม่: สไตล์ ด้วยการเชื่อมต่อ และความสะดวกสบาย

Ariya EV crossover รุ่นปรับโฉมใหม่ เตรียมเปิดตัวในญี่ปุ่นปลายปีงบประมาณนี้ โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่หรูหรามากยิ่งขึ้น ระบบอินโฟเทนเมนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย Google** มีฟังก์ชัน Vehicle-to-Load (V2L) และถูกอัพเกรดช่วงล่างที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่มากยิ่งขึ้น การปรับเปลี่ยนเหล่านี้มุ่งมอบประสบการณ์การขับขี่ด้วยไฟฟ้าที่สามารถเชื่อมต่อ มีสไตล์ ​​และสะดวกสบายยิ่งขึ้น ออกแบบมาเพื่อผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นโดยเฉพาะ

เช่นเดียวกับ รถยนต์ LEAF รุ่นใหม่ Ariya รุ่นปรับโฉมใหม่นี้ผสานรวมฟีเจอร์ต่างๆ ที่สนับสนุนวิสัยทัศน์ของนิสสันเกี่ยวกับการเดินทางอัจฉริยะ ช่วยส่งเสริมระบบนิเวศทางพลังงานไฟฟ้าให้กว้างขึ้น รถยนต์ไฟฟ้าของนิสสันมีบทบาทสำคัญในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น ด้วยโครงการริเริ่มของ Nissan Energy จะแสดงให้เห็นถึงวิธีที่รถยนต์เหล่านี้สนับสนุนการจัดการพลังงาน ลดการพึ่งพาจากโครงข่ายไฟฟ้า และส่งเสริมไลฟ์สไตล์ที่แอคทีฟของผู้บริโภค ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทในการพัฒนาอย่างยั่งยืน

‘* ProPILOT จะช่วยให้ผู้ขับขี่สมามารถละมือจากพวงมาลัยได้เมื่อมีการจราจรติดขัด¹ (ภายใต้ความเร็วสูงสุดไม่เกิน 50 กม./ชม.) และมีระบบช่วยเปลี่ยนช่องจราจรหลังจากผู้ขับขี่เปิดไฟเลี้ยว ทำงานร่วมกับระบบนำทาง navigation link

‘** Google, Google Play และ Google Maps เป็นเครื่องหมายการค้าของ Google LLC

###

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ การบริการ และความมุ่งมั่นในการนำเสนอยานยนต์เพื่อความยั่งยืน สามารถติดตามได้ที่ nissan-global.com, Facebook, Instagram, Twitter, LinkedIn และรับชมวีดีโอล่าสุดที่ YouTube

 

“HONDA Super-ONE” ต้นแบบรถยนต์ไฟฟ้าขนาดคอมแพค เผยโฉมในงาน Japan Mobility Show 2025 เริ่มผลิตจริงปีหน้า วางขายแถบเอเชีย และสหราชอาณาจักร…ไทยมีลุ้น

0
HONDA Super-ONE 1

ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด เผยโฉม Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ เป็นครั้งแรกในโลก ในงาน Japan Mobility Show 2025  ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “e: Dash BOOSTER” โดยสร้างสรรค์ให้เป็นรถไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการเดินทางในชีวิตประจำวัน ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่สนุกสนาน น่าตื่นเต้น มาพร้อมหลากหลายฟังก์ชันการใช้งานที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับความสุขภายในห้องโดยสารและการขับขี่ โดยชื่อ Super-ONE สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของฮอนด้าที่จะสร้างยนตรกรรมที่ก้าวข้ามขีดจำกัดและมาตรฐานแบบเดิม ๆ (“super”) พร้อมส่งมอบคุณค่าอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะจากฮอนด้า (“one and only”) ให้กับลูกค้า

HONDA Super-ONE 2

นอกจากสมรรถนะด้านสิ่งแวดล้อมที่ยอดเยี่ยม และความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวัน Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ ยังมุ่งเน้นการส่งมอบประสบการณ์ “ความสนุกในการขับขี่” (fun of driving)
อันเป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้า โดยยังมาพร้อมฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5
เพื่อมอบ “ความสนุกในการขับขี่” (joy of driving) ให้ความรู้สึกสปอร์ตที่รถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดจะสามารถทำได้ ทำให้รถยนต์ต้นแบบ Super-ONE สามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้นและเร้าใจให้แก่ผู้ใช้
อย่างแท้จริง

 

Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ มาพร้อมแพลตฟอร์มน้ำหนักเบาที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจาก
รถในกลุ่ม N Series มอบการขับขี่ที่คล่องตัวและสปอร์ตอย่างแท้จริง อีกทั้ง ช่วงล่างที่กว้างและระยะฐานล้อที่ขยายออกไป มาพร้อมซุ้มล้อโป่งนูน ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับรุ่นนี้ ช่วยให้รถมีเสถียรภาพและมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทรงพลัง เร้าใจในทุกเส้นทาง

นอกจากนี้ Boost Mode ที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะ จะช่วยเพิ่มกำลังขับเคลื่อนให้เครื่องยนต์สามารถมอบสมรรถนะได้อย่างเต็มกำลัง พร้อมผสานการทำงานกับระบบจำลองเกียร์ 7 สปีด และระบบ Active Sound Control เพื่อสร้างเสียงเครื่องยนต์ที่ทรงพลังและความรู้สึกในการเปลี่ยนเกียร์ที่เฉียบคม เสมือนกำลังขับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปที่มีระบบเกียร์หลายจังหวะแบบดั้งเดิม

 

ทั้งนี้ การขับขี่ใน Boost Mode จะช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสของผู้ขับขี่ ทั้งการมองเห็น การได้ยิน รวมถึงความรู้สึกด้านสัมผัสจากการเร่งความเร็วและการสั่นสะเทือน เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าที่ตื่นเต้น เร้าใจ
ในรูปแบบใหม่

HONDA Super-ONE 3

Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ ได้ผ่านการทดสอบบนพื้นผิวถนนที่หลากหลายอย่างครอบคลุม ภายใต้สภาพอากาศที่แตกต่างกัน ทั้งในประเทศญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และประเทศอื่น ๆ ทั่วทวีปเอเชีย
เพื่อพัฒนาสมรรถนะการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น โดยในเดือนกรกฎาคม 2568 รถยนต์ต้นแบบ Super EV Concept ซึ่งเป็นโมเดลแนวคิดต้นกำเนิดของรถยนต์ต้นแบบ Super-ONE  ได้ถูกนำไปจัดแสดงและร่วมการขับขี่เชิงไดนามิก
บนสนามแข่งไต่เขาอันโด่งดังในงาน Goodwood Festival of Speed 2025 ณ เวสต์ซัสเซกซ์ สหราชอาณาจักร
ด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง Super EV Concept ได้แสดงให้โลกได้เห็นถึงมิติใหม่ของ “ความสนุกใน
การขับขี่” ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรถยนต์ไฟฟ้าฮอนด้า

ฮอนด้ามีแผนเปิดตัวรถยนต์รุ่นผลิตจริง ที่พัฒนาต่อยอดจากรถยนต์ต้นแบบ Super-ONE ในประเทศญี่ปุ่นในปี พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป ตามด้วยภูมิภาคอื่น ๆ ที่มีความต้องการต่อรถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด เช่น สหราชอาณาจักร และประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย*

สำหรับรถรุ่นผลิตจริง จะเปิดตัวภายใต้ชื่อที่แตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาค โดยในประเทศญี่ปุ่นและภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย จะใช้ชื่อว่า ‘Super-ONE’ ขณะที่บางประเทศในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย จะใช้ชื่อว่า ‘Honda Super-ONE’ และในสหราชอาณาจักรจะเปิดตัวภายใต้ชื่อ ‘Super-N’

การออกแบบภายนอก ได้รับการออกแบบมาเพื่อถ่ายทอดอารมณ์และให้ทุกคนได้สัมผัสความตื่นเต้นและประสบการณ์การขับขี่ที่แท้จริง ด้วยซุ้มล้อแบบลิสเตอร์ที่โดดเด่นโอบล้อขนาดใหญ่ไว้อย่างลงตัว ส่งผลให้ตัวรถมีลักษณะเตี้ยและกว้าง สื่อถึงความเร้าใจในการขับขี่อย่างชัดเจน

ทั้งนี้ ได้มีการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์โดยเฉพาะสำหรับรุ่นนี้ มาพร้อมช่องระบายอากาศด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการไหลเวียนของอากาศ และระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดีไซน์ภายนอกนับเป็นการผสมผสานระหว่างฟังก์ชันที่รองรับสมรรถนะการขับขี่ระดับสูงให้เข้ากับความงามที่มาพร้อมกับฟังก์ชันการใช้งานที่ลงตัว สะท้อนถึงประสบการณ์การขับขี่ที่รถคันนี้พร้อมมอบให้

HONDA Super-ONE 5

ห้องโดยสารได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างบรรยากาศที่กระตุ้นความรู้สึกตื่นเต้นและประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม พร้อมทั้งช่วยให้ผู้ขับสามารถดื่มด่ำกับทุกช่วงเวลาของการขับขี่ได้อย่างเต็มที่

เบาะนั่งสไตล์สปอร์ตได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับรถยนต์รุ่นนี้ โดยจะโอบกระชับลำตัวของผู้ขับขี่อย่างมั่นคง เพื่อให้ได้ตำแหน่งและท่าทางการขับขี่ที่นิ่งและมั่นใจได้ตลอดการขับขี่ ทั้งนี้ การเลือกวัสดุพื้นผิวสีฟ้าและออกในลักษณะ Asymmetric Layout ยังช่วยเพิ่มลูกเล่นที่สนุกสนานให้ห้องโดยสารอย่างมีสไตล์ รวมถึงการออกแบบแผงหน้าปัดในแนวระนาบ ยังช่วยลดสิ่งรบกวนสายตา มอบทัศนวิสัยที่ชัดเจน ช่วยให้ผู้ขับขี่มีสมาธิมากยิ่งขึ้น

HONDA Super-ONE 4  

Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ มาพร้อมกับโหมดการขับขี่ “Boost Mode” ซึ่งพัฒนาขึ้นพิเศษโดยเฉพาะสำหรับรุ่นนี้ เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้ตื่นเต้น เร้าใจยิ่งขึ้น โดย Boost Mode จะช่วยเพิ่มกำลังขับเคลื่อนให้เครื่องยนต์สามารถปลดปล่อยสมรรถนะได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้อัตราเร่งที่ทรงพลังและเฉียบคม

ระบบจะผสานการทำงานระบบเกียร์จำลองแบบ 7 สปีด ซึ่งจะถ่ายทอดความรู้สึกในการเปลี่ยนเกียร์เสมือนรถยนต์ที่ใช้ระบบเกียร์หลายจังหวะแบบดั้งเดิม เข้ากับระบบ Active Sound Control ที่สร้างเสียงเครื่องยนต์เสมือนจริงภายในห้องโดยสารตามการเหยียบคันเร่งและเบรก มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจราวกับอยู่หลังพวงมาลัยของรถสปอร์ตที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป แต่ยังคงความโดดเด่นของรถยนต์ไฟฟ้าไว้ด้วย

นอกจากนี้ Boost Mode ยังมีการตั้งค่าพิเศษสำหรับฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น มาตรวัดแบบสามช่อง และการปรับเปลี่ยนโทนแสงภายในห้องโดยสาร ทั้งหมดนี้ทำให้รถยนต์ต้นแบบ Super-ONE สามารถกระตุ้นความรู้สึกของผู้ขับขี่ได้ครบทุกประสาทสัมผัส ทั้งการมองเห็น การได้ยิน รวมถึงความรู้สึกด้านสัมผัสจากการเร่งความเร็วและการสั่นสะเทือน เพื่อมอบ “ความสนุกในการขับขี่” สู่ยุคแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า

 

 

“PTG – สโมสรฟุตบอล พีที ประจวบ เอฟซี” รวมพลังทำดีเพื่อสังคม

0
PTG 1

นายฉลอง ติรไตรภูษิต ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) ผู้สนับสนุนหลักสโมสรฟุตบอล พีที ประจวบ เอฟซี และ นายทรงเกียรติ ลิ้มอรุณรักษ์ ประธานสโมสรฟุตบอล พีที ประจวบ เอฟซี พร้อมด้วยนักฟุตบอลและสต๊าฟโค้ช ร่วมทำกิจกรรมเลี้ยงอาหารกลางวันและมอบกางเกงขาสั้นจำนวน 3,000 ตัว รวมถึงของใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันให้แก่ผู้รับการสงเคราะห์ภายในสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งประจวบคีรีขันธ์ (บ้านประจวบโชค) ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้เป็นหนึ่งในภารกิจของ PTG ที่ให้ความสำคัญในการช่วยเหลือและสร้างสาธารณะประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมให้ “อยู่ดีมีสุข” โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งประจวบคีรีขันธ์  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

PTG 2

PTG  3

คาราวาน มิตรภาพไทย-จีน “BYD SEALION 6 DM-i” ถึงปักกิ่งแล้ว พิสูจน์ความแกร่งและสมรรถนะกว่า 5,000 ก.ม.

0
บีวายดี 1

BYD SEALION 6 DM-i ทั้ง 13 คัน ใน ‘คาราวานมิตรภาพไทย – จีนครบรอบ 50 ปี’ ซึ่งสนับสนุนโดย บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ภายใต้ กลุ่มธุรกิจเรเว่ โดยเดินทางด้วยรถยนต์ออกจากกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม และเดินทางถึงปักกิ่ง ประเทศจีน เรียบร้อยแล้วในวันที่ 23 ตุลาคม พิสูจน์ให้เห็นถึงสมรรถนะและความแกร่งของ BYD SEALION 6 DM-i ที่สามารถเดินทางข้ามประเทศอย่างต่อเนื่อง รวมเป็นระยะทางกว่า 5,000 กิโลเมตร ในเวลาเพียง 13 วัน ในโอกาสที่ ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – จีน ครบรอบ 50 ปี

บีวายดี 2

ในช่วงแรกของการเดินทาง BYD SEALION 6 DM-i ทั้ง 13 คัน ใน ‘คาราวานมิตรภาพไทย – จีนครบรอบ 50 ปี’ มุ่งหน้าจากจุดปล่อยตัวสู่จังหวัดพิษณุโลก และมีจุดหมายเป็นการข้ามชายแดนจากประเทศไทยสู่ประเทศลาว ในวันที่ 12 ตุลาคม ผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ซึ่งอยู่ในเขตเชียงของ – ห้วยทราย ต่อมา คณะเดินทางได้ใช้เส้นทางผ่านบ่อเต็น และมุ่งหน้าสู่สิบสองปันนาของประเทศจีน โดยเส้นทางดังกล่าวมีสภาพถนนที่ท้าทายหลายรูปแบบ ทำให้เป็นช่วงเวลาที่ได้พิสูจน์ขีดความสามารถของช่วงล่าง และ ความสูงใต้ท้องรถ 180 มิลลิเมตร ช่วยให้ก้าวข้ามสิ่งกีดขวางและอุปสรรค ทั้งยังมี ระบบควบคุมการทรงตัวบนทางลาดชัน (HHC) ช่วยให้การขับขี่บนเนินเขา เป็นไปอย่างง่ายดายยิ่งขึ้น

บีวายดี 4

ช่วงถัดไป BYD SEALION 6 DM-i ทั้ง 13 คัน เดินทางผ่านสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่งของจีน บนเส้นทางคุนหมิง – กุ้ยหยาง – เฟิ่งหวง – อู่หลิงหยวน – เซียงหยาง และ ซีอาน รวมระยะทางทั้งหมดนับจากจุดปล่อยตัวมากกว่า 3,000 กิโลเมตร ในช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่คณะเดินทาง ได้พิสูจน์สมรรถนะของ ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด DM-i SUPER HYBRID ที่ขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก ตอบสนองทันใจในทุกย่านความเร็ว ผสานการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า มอบพละกำลังรวมสูงสุด 160 กิโลวัตต์ พร้อมแรงบิดรวมสูงสุด 300 นิวตันเมตร ทั้งยังปรับรูปแบบการขับขี่ได้ระหว่าง ECO / Normal / Sport โดยมีการใช้เชื้อเพลิงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รองรับการเติมน้ำมันและเสียบปลั๊กชาร์จไฟ เลือกใช้ตามความสะดวก และลดความกังวลเมื่อต้องเดินทางไกล

บีวายดี 4

ในช่วงสุดท้ายของการเดินทาง คณะ ‘คาราวานมิตรภาพไทย – จีนครบรอบ 50 ปี’ ได้เดินทางต่ออีกราว 1,000 กิโลเมตร จากซีอาน ผ่านเส้นทาง ผิงเหยา และ เป่าติ้ง ก่อนเข้าเส้นชัยที่ปักกิ่ง ในวันที่ 23 ตุลาคม แม้คณะจะเดินทางไกลเป็นระยะทางกว่า 5,000 กิโลเมตร และใช้ชีวิตในรถยนต์เป็นเวลาติดต่อกันกว่าสิบวัน แต่ด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวาง ของ BYD SEALION 6 DM-i ที่มาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครันอย่าง เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมระบบระบายอากาศ และ เบาะหลังสามารถปรับองศาพนักพิงได้ ช่วยลดความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกล ทั้งยังมี ระบบปรับอากาศแบบ 2 โซน พร้อมช่องระบายอากาศด้านหลัง ช่วยปรับอุณหภูมิให้พอเหมาะแก่การเดินทาง ทั้งผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลังเท่ากัน เพิ่มความสุนทรีย์ในการเดินทางมากยิ่งขึ้นผ่าน หน้าจอสัมผัสระบบมัลติมีเดีย ปรับหมุนด้วยไฟฟ้าขนาด 15.6 นิ้ว* พร้อม เครื่องเสียง Infinity® ลำโพง 10  ตำแหน่ง* ที่สำคัญมี ความจุพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย 425 ลิตร เพียงพอสำหรับการจัดเก็บกระเป๋าเดินทางของทุกคน แม้เดินทางไกลติดต่อกันกว่า 13 วัน

บีวายดี 5

สัมผัส BYD SEALION 6 DM-i พร้อมนวัตกรรมยานยนต์พลังงานใหม่จาก บีวายดี ได้วันนี้ ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ บีวายดี และ เดนซ่า ใกล้บ้านทั้ง 167 สาขาทั่วประเทศ ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมของรถยนต์ทุกรุ่นได้ที่ reverautomotive.com สำหรับรถยนต์ บีวายดี หรือ denzathailand.com สำหรับรถยนต์ เดนซ่า ไม่พลาดข่าวสารจาก เรเว่ เพียงติดตาม Official Facebook Page: BYD RÊVER Thailand และ DENZA RÊVER Thailand

*อุปกรณ์มาตรฐานเฉพาะรุ่นย่อย Premium

 

 

“มาสด้า” แสดงความยินดีนักกอล์ฟเยาวชน ตอกย้ำความสำเร็จก้าวสู่เส้นทางนักกอล์ฟระดับโลก

0
มาสด้า 1

มาสด้าร่วมแสดงความยินดีกับนักกอล์ฟเยาวชนไทยลูกค้ามาสด้า ที่เข้าร่วมแข่งขัน Mazda U.S. College PREP Junior Golf Championship 2025 ซึ่งเป็นโครงการที่จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้แข่งขันกับนักกอล์ฟระดับนานาชาติ พร้อมเป็นใบเบิกทางสู่การเป็นนักกีฬาทีมชาติ และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย อีกทั้งยังสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กรุ่นใหม่มุ่งมั่นฝึกซ้อมเพื่อก้าวสู่เส้นทางนักกอล์ฟมืออาชีพ โดยงานฯ ได้จัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ สำนักงานใหญ่ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย โดยมีผู้บริหาร นำโดย นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ, มร. ทาเคชิ ซาโตะ รองประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน และ นายภพนิพิฐ จิรวิฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วยพันธมิตร ดิ เอเจนซี่ คอลเลจ รีครูท (AR) ร่วมให้การต้อนรับและแสดงความยินดีกับเยาวชน

มาสด้า 2

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ขอแสดงความยินดีกับน้อง ๆ เยาวชน ที่ได้รับรางวัลความสำเร็จในครั้งนี้ และขอขอบคุณที่ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการ Mazda U.S. College PREP Junior Golf Championship ซึ่งเป็นสิทธิพิเศษให้กับลูกค้า Mazda Family ด้วยการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้พัฒนาศักยภาพผ่านกิจกรรมกีฬาและความสามารถของตนเอง พร้อมทั้งได้ร่วมแข่งขันกับเยาวชนกอล์ฟจากนานาชาติ เพื่อปูทางสู่เส้นทางการศึกษาและเส้นทางนักกอล์ฟระดับอาชีพในอนาคต ซึ่งสิ่งต่าง ๆ นี้ ถือเป็นก้าวสำคัญ เพราะเยาวชนจะได้นำทักษะที่ได้รับจากการลงสนามในครั้งนี้ไปต่อยอดเพื่อเดินตามเส้นทางความฝันของตน ด้วยความมุมานะ และไม่ย่อท้อ ซึ่งตรงกับแนวคิด “Challenger Spirit” ของมาสด้า ที่มีรากฐานมาอย่างยาวนานจากฮิโรชิม่า และถ่ายทอดเป็นกิจกรรมในรูปแบบ Sport Marketing ที่มาสด้าให้การสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง”

มาสด้า 3

นายธีร์ ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “ชัยชนะที่ทุกคนได้รับในวันนี้ ไม่ใช่เพียงแค่รางวัลความสำเร็จเท่านั้น แต่แสดงให้เห็นถึงความพยายาม ความตั้งใจจริง และการทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อก้าวเดินสู่เส้นทางที่เรารัก ซึ่งประสบการณ์ครั้งนี้จะเป็นก้าวแรกที่มีความหมาย และเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนพัฒนาตนเองต่อไป ทั้งในด้านกีฬา การเรียน และการใช้ชีวิต มาสด้าขอขอบคุณผู้ปกครอง ดิ เอเจนซี คอลเลจ รีครูท (AR) รวมถึงทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในการสนับสนุนและผลักดันให้เยาวชนของเราก้าวไปได้ไกลยิ่งขึ้น ขอให้ทุกคนรักษาความตั้งใจนี้ไว้ เพื่อเดินหน้าสู่ความสำเร็จในอนาคตอย่างมั่นคง และประสบความสำเร็จในเส้นทางอาชีพที่เราตั้งใจไว้ต่อไป”

มาสด้า 4

ในวันงานฯ มาสด้ายังได้ร่วมมือกับ ดิ เอเจนซี่ คอลเลจ รีครูท (AR) ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดหาทุนการศึกษาด้านกีฬา  จัดบรรยายให้ข้อมูลเกี่ยวกับการแข่งขันกอล์ฟ และแนวทางในการเดินทางไปแข่งขันในต่างประเทศ โดยมีแชมป์เยาวชนกอล์ฟ ได้แก่ “น้องต้นหอม” ศิริกาญจน์ วิชย์โกวิทเทน แชมป์รุ่น Middle School หญิง แข่งขันเมื่อวันที่ 26–28 ก.ย. 68 ณ Siam Country Club Rolling Hills Pattaya จ.ชลบุรี, น้องยูกิ” กิรณา บัตรพรรณธนะ แชมป์รุ่น Middle School หญิง แข่งขัน ณ สนาม Phoenix Gold Golf & Country Club จ.ชลบุรี แข่งขันเมื่อวันที่ 25-27 เม.ย. 68 พร้อมตัวแทนเยาวชนกอล์ฟที่เข้าแข่งขันในโครงการ Mazda U.S. College PREP Junior Golf Championship 2025 ประกอบด้วย ปัณฑิกา หาญภิภพ, กรรณ บัตรพรรธนะ, อนัญญา สุขทัสน์, พสิษฐ์ โชติภักดีตระกูล, ภูวิศ ชลศึกษ์,กรณ์ฐรัฐ พรสินธนรัชต์, เลม่อนเชลโล่ กลัดเจริญ, วิน กนกภัยพิพัฒน์, สิริกร อนันตธนะสาร และ วิชชุทัศน์ สุนทรจิรวัฒน์ เข้าร่วมงานฯ

มาสด้า 5

สำหรับการแข่งขันโครงการฯ แบ่งออกเป็น 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Middle School (ป.5–ม.2 ชาย-หญิง) และรุ่น High School (ม.3–ม.6 ชาย-หญิง) ผู้ชนะเลิศแต่ละรุ่นรวม 4 คน จะได้รับรางวัล ตั๋วเครื่องบินไป-กลับระหว่างเอเชีย–สหรัฐฯ และสิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันรายการ Junior World Cup Invitational 2026 ที่รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ช่วงต้นปีหน้า ซึ่งมาสด้าได้จัดการแข่งขันมาแล้วทั้งหมด 4 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2567 โดยจัดปีละ 2 ครั้ง ซึ่งได้รับความสนใจและมีเยาวชนกอล์ฟคนไทยและต่างประชาติเข้าร่วมการแข่งขันเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ มาสด้าจะเดินหน้าจัดกิจกรรมดีๆ เช่นนี้ ต่อไป เพื่อมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้า Mazda Family และสร้างประสบการณ์ความสุขที่นอกเหนือจากการขับขี่ ตามแนวคิด “Joy Drives Lives” ความสุขขับเคลื่อนชีวิต ที่มาสด้าต้องการส่งมอบให้กับลูกค้าและทุกคนในครอบครัวของลูกค้า ไปตลอดอายุการใช้งานรถยนต์มาสด้าคันโปรดของคุณ

ฟอร์ดมอบรางวัลผู้โชคดี คว้าคะแนน ALL Member 29 ล้านคะแนน จากแคมเปญฉลองครบรอบ 29 ปี

0
ฟอร์ด 1

ฟอร์ด ประเทศไทย มอบรางวัลแก่ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลที่ 1 จากแคมเปญฉลองครบรอบ 29 ปี รับคะแนน ALL Member 29 ล้านคะแนน ได้แก่ คุณสุขใจ สุดดี ลูกค้าที่ซื้อรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร

เนื่องในโอกาสพิเศษฉลองครบรอบ 29 ปี ฟอร์ด ประเทศไทย ฟอร์ด ประกาศความร่วมมือกับซีพี ออลล์ ผู้นำค้าปลีกของไทย มอบสิทธิประโยชน์สุดพิเศษให้กับลูกค้าเจ้าของรถยนต์ฟอร์ด และลูกค้าใหม่ทั่วประเทศ เสริมความแข็งแกร่งในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย รวมถึงลุ้นรับคะแนน ALL Member รวม 129,000,000 คะแนน โดยแบ่งเป็น 29 ล้านคะแนน จำนวน 1 รางวัล และ 1 ล้านคะแนน จำนวน 100 รางวัล

ฟอร์ดขอแสดงความยินดีและขอขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวฟอร์ดเสมอมา ติดตามแคมเปญดี ๆ และข้อเสนอสุดพิเศษจากฟอร์ดได้ทางเว็บไซต์ www.ford.co.th หรือเฟซบุ๊ก ฟอร์ด

รถสร้างอาชีพตัวจริง! SUZUKI CARRY ตอกย้ำภาพลักษณ์รถคู่คิด SME พร้อมหนุนคนไทย ‘Carry Your Dream’ ฉลองยอดขายสะสมเกิน 50,000 คัน ด้วยดอกเบี้ย 1.99% หรือ ผ่อนเริ่มต้นวันละ 222 บาท

0
ซูซูกิ 1

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตั้งแต่แนะนำ SUZUKI CARRY ออกสู่ตลาดประเทศไทย นับเป็นรถกระบะเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก ที่ได้รับการตอบและความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคและกลุ่มธุรกิจ SME ว่าสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลาย คุ้มค่า คุ้มราคา เพราะเป็นรถที่ถูกออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูง พร้อมสำหรับการดัดแปลงและพัฒนาต่อยอดให้เข้ากับทุกแนวทางของชีวิตและทุกรูปแบบธุรกิจ ความอเนกประสงค์และความคุ้มค่าในการลงทุน ทำให้ SUZUKI CARRY เป็นทางเลือกที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจด้วยเงินลงทุนไม่มาก ด้วยอัตราการผ่อนชำระที่เข้าถึงได้ง่าย ผู้ประกอบการทั้งรายย่อยและรายใหญ่จึงสามารถเป็นเจ้าของธุรกิจได้ทันที

“SUZUKI CARRY ยังคงเติบโตด้วยแนวคิด “Carry Your Dream เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน ”เรามีเป้าหมายที่จะปรับเปลี่ยนรถกระบะบรรทุกให้เป็นรถขนส่งความสุขเคียงข้างทุกเส้นทางฝันทั้งในด้านธุรกิจและการใช้ชีวิตส่วนตัว รวมถึงการช่วยเหลือสังคมเหมาะสมกับการเป็นรถที่ครองใจผู้ประกอบการตัวจริง ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วจากหลากหลายธุรกิจที่นำไปตกแต่งและพัฒนาต่อยอดเป็น รถขายอาหาร (Food Truck)  ร้านตัดผม  ร้านซักรีดเสื้อผ้า ร้านอาบน้ำสัตว์เลี้ยงสุนัขและแมว, ร้านตรวจและตัดแว่นสายตา หรือแม้แต่การบรรทุกสินค้าและบริการอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดของรถกระบะคันนี้ ส่งผลให้ปัจจุบันมียอดขายสะสมในประเทศจำนวนมากถึง 51,452 คัน”

ซูซูกิ 4

SUZUKI CARRY รถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์ที่ถูกออกแบบมาให้มีรูปลักษณ์ที่พร้อมจะนำไปดัดแปลงและพัฒนาต่อยอดให้เข้ากับทุกแนวทางของการดำเนินชีวิต จนกลายเป็นโมเดลต้นแบบของรถประกอบธุรกิจในทุกรูปแบบ จนถูกเรียกว่า Goods Truck และ Service Truck สามารถต่อยอดในการทำธุรกิจอื่นๆ เสมือนดั่งพาร์ทเนอร์คนสำคัญ ที่พร้อมจะสนับสนุนและร่วมขับเคลื่อนอยู่เคียงข้างผู้ใช้ด้วยความจริงใจ พร้อมเดินหน้าไปได้อย่างแข็งแกร่งสู่จุดหมายและประสบความสำเร็จไปด้วยกัน ราคาจำหน่ายเพียง 395,000 บาท

ซูซูกิ 2

โดยได้นำเสนอแคมเปญพิเศษเพื่อเป็นการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจขนาดย่อมที่กำลังเติบโต แก่ผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของ SUZUKI CARRY สามารถเลือกรับข้อเสนอสุดคุ้ม ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่ง มูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท หรือ เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษเริ่ม 1.99% นาน 60 เดือน หรือ รับข้อเสนอผ่อนเริ่มต้นวันละ 222 บาท พร้อม ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก

ซูซูกิ 7

อย่างไรก็ตาม ซูซูกิยังคงเดินหน้ากิจกรรมเพื่อสังคม “Carry Your Dream Carry Your Life” ตอกย้ำเจตนารมณ์ของซูซูกิในการนำศักยภาพของรถกระบะอเนกประสงค์ SUZUKI CARRY ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะ “Good Truck” มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคม โดยเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ได้ร่วมมือกับผู้ประกอบการที่เป็นพันธมิตรและผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ ทำการดัดแปลงรถกระบะเพื่อการพาณิชย์อเนกประสงค์ SUZUKI CARRY ให้กลายเป็นร้านตัดผมเคลื่อนที่ Suzuki Carry Barber Truck พร้อมด้วย Food Truck เพื่อนำไปให้บริการ  ณ มูลนิธิคนตาบอดแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งจัดกิจกรรมสันทนาการต่างๆ เพื่อมอบความสุขให้แก่ผู้พิการทางสายตาและผู้ที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิฯ ดังกล่าว นอกจากนี้ ยังได้มีการมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้แก่ทางมูลนิธิฯ ไว้ใช้ประโยชน์ โดยมี ดร.ประสงค์ สุบรรณพงษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสอนคนตาบอด เป็นผู้รับมอบในโอกาสนี้

ซูซูกิ 8

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่เรามุ่งมั่นจะทำเพื่อเป็นการดูแลและตอบแทนลูกค้าทุกท่านในยามที่ต้องเผชิญกับวิกฤตต่างๆ เราดำเนินการภายใต้แนวคิด “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” เราพร้อมจะเดินหน้าเพื่อเข้าไปช่วยแบ่งเบาและบรรเทาปัญหาของสังคมด้วยการปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีแก่พนักงานและมีส่วนร่วมในกิจกรรมหรือโครงการต่างๆ ด้วยความมุ่งหวังให้องค์กรและชุมชนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

ไอคอนสยาม จับมือ สมาคมรถโบราณฯ จัดงาน “VINTAGE CAR SHOW at ICONSIAM” อวดโฉม “ดารารถ” จากหนังดัง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

0

สมาคมรถโบราณฯ ร่วมกับ ไอคอนสยาม จัดงานแสดงรถโบราณสุดยิ่งใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา “VINTAGE CAR SHOW at  ICONSIAM” รวมรถโบราณ รถหาชมยาก ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม วันที่ 24 -26 ตุลาคม 2568

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เผยว่า “สมาคมฯ ร่วมกับ ไอคอนสยาม จัดงาน “VINTAGE CAR SHOW at ICONSIAM” ภายใต้แนวคิด “รถ…ที่โลดแล่นบนแผ่นฟิล์ม – Famous Cars that Starred in Films” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยนำ “ดารารถ” ดาวเด่น จากหนังในอดีต มาให้ชมอย่างใกล้ชิด ในบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา”

อนนต์ อัตถวิบูลย์  ผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “ไอคอนสยามให้ความสำคัญกับการเป็น ‘Experiential Destination’ ที่มอบประสบการณ์หลากหลายมิติ การจัดแสดงรถโบราณริมน้ำเจ้าพระยาครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าแค่การโชว์รถ แต่เป็นการนำเสนอศิลปะ วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์แบบย้อนยุค ผสมผสานกับทัศนียภาพที่สวยงามที่สุด เพื่อสร้างความทรงจำร่วมกันที่น่าประทับใจ”

ไฮไลต์ในงานปีนี้ ได้แก่ VOLVO P1800 ปี 1971 รถสัญชาติสวีเดน รถรุ่นนี้กลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ในฐานะคู่ใจของ Simon Templar พระเอกในเรื่อง The Saint (ออกอากาศระหว่างปี 1962-1969) รับบทโดย Roger Moore ก่อนที่เขาจะกลายเป็น James Bond สายลับรหัส 007 ผู้โด่งดังในโลกภาพยนตร์

MERCEDES-BENZ 300 SL GULLWING ปี 1955 รถสปอร์ทระดับตำนาน ที่เป็นแรงบันดาลใจให้แฟรนไชส์เกมชื่อดัง GRAND THEFT AUTO (GTA) นำดีไซจ์นไปใช้เป็นต้นแบบของรถสปอร์ทคลาสสิคหลายรุ่นในเกม เช่น “STIRLING GT” ทำให้ผู้เล่นทั่วโลกได้สัมผัสเสน่ห์ของสปอร์ทประตูปีกนกคันนี้

FORD MUSTANG CONVERTIBLE ปี 1967 รถสปอร์ทสัญชาติอเมริกันในยุครุ่งเรืองของ MUSCLE CAR ตัวถังแบบเปิดประทุน ได้ปรากฏตัวในมิวสิควีดีโอเพลง “DREAM” ของ LISA (BLACKPINK) feat. KENTARO SAKAGUCHI เพื่อสื่อถึงอารมณ์อิสระ และโรแมนทิคในบรรยากาศย้อนยุค

นอกจากนี้ ยังมีรถโบราณ รถคลาสสิคที่น่าสนใจอีกมากมาย ในงานยังมี มินิคอนเสิร์ตจาก สมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งทั้งหมดนี้ ได้รับการสนับสนุนจาก พิพิธภัณฑ์คนรักรถ AUTO RENDEZVOUS MUSEUM-BANGKOK, JOIN BOAT PLATFORM, บริษัท เมกไกวส์ (ไทยแลนด์) จำกัด และ งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42”

ร่วมชมดารารถโบราณในงาน “VINTAGE CAR SHOW at  ICONSIAM” ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ระหว่างวันที่ 24 -26 ตุลาคม 2568 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Vintage Car Club of Thailand

“Leapmotor Thailand” จับมือกับ “SUB A CAR” เสริมทางเลือกรถเช่าพลังงานไฟฟ้า เพิ่มรถ Leapmotor C10 Design ให้ลูกค้าที่สนใจเช่าทดลองขับเป็นที่แรก

0
Leapmotor Thailand 1

บริษัท พระนครยนตรการ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า Leapmotor  ร่วมมือกับ SUB A CAR ธุรกิจรถยนต์เช่ารายบุคคล ในเครือบริษัท อาคเนย์แคปปิตอล จำกัด หรือ SECAP เป็นครั้งแรก เพื่อขยายทางเลือกรถยนต์เช่าอย่างต่อเนื่อง ตอบรับแนวโน้มที่สูงขึ้นในการเช่ารถเพื่อทดลองขับก่อนตัดสินใจซื้อจริง ซึ่งปี 2567 ที่ผ่านมา มีลูกค้าถึง 18% จองรถเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริด นอกจากนี้ยังมียอดลูกค้าแสดงความสนใจซื้อรถยนต์ผ่านแพลตฟอร์มมากกว่า 700 ครั้ง ทั้งนี้ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า SUB A CAR จึงได้จับมือกับ Leapmotor ค่ายรถยนต์ไฟฟ้าสตาร์ทอัพในประเทศจีนที่มียอดขายสูงสุด พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าเช่าขับรถยนต์ไฟฟ้า Leapmotor C10 Design ก่อนตัดสินใจซื้อได้ก่อนใคร พร้อมเพิ่มสะดวกยิ่งขึ้นด้วยบริการส่งรถถึงหน้าบ้าน เพียงกดจองผ่านแอปพลิเคชัน SUB A CAR

ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในตลาดที่ลูกค้าจะสามารถเช่าทดลองขับรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่น Leapmotor C10 Design ภายใต้แคมเปญ Test Drive & Rent สัมผัสรถ EV ก่อนตัดสินใจ” พร้อมสร้างประสบการณ์การก่อนตัดสินใจซื้อ ด้วยการเปิดโอกาสให้ทดลองใช้งานจริงในชีวิตประจำวันซึ่งนานกว่าการทดลองขับรูปแบบเดิม เพื่อสัมผัสถึงสมรรถนะและฟังก์ชันต่าง ๆ ของรถยนต์อย่างเต็มที่ โดยรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่น Leapmotor C10 Design นับเป็นหนึ่งในสุดยอดยนตรกรรมอัจฉริยะเพื่อชีวิตที่สมบูรณ์แบบ ลูกค้าจะได้สัมผัสกับรถที่พัฒนาบนเทคโนโลยี Cell-to-Chassis ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง และช่วงล่างที่ได้รับพัฒนาร่วมกับวิศวกรจาก Stellantis เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่และความปลอดภัยในระดับมาตรฐานของรถในยุโรป หลังคาพาโนรามิครูฟ ห้องโดยสารกว้าง นั่งสบายคุณภาพระดับพรีเมียม การันตีด้วยรางวัล CMF Design Award ด้านการออกแบบวัสดุ สี และพื้นผิว มั่นใจได้ในความปลอดภัยและเป็นมิตรกับทุกคนในครอบครัว ด้วยเบาะนั่งปราศจากสารอันตรายกับเด็กและยังได้รับการรับรองมาตรฐานสากลจาก Oeko-Tex และอีกหนึ่งฟังก์ชัน Nap Mode ที่จะเปลี่ยนรถให้เป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวด้วยการปรับเอนเบาะอัตโนมัติ พร้อมระบบ Ambient Light ที่สามารถเปลี่ยนสีได้ถึง 64 สี และระบบกรองฝุ่น PM 2.5 เพียบพร้อมไปด้วยระบบ ADAS และระบบช่วยในการขับขี่อีกด้วย

ผู้สนใจสามารถเช่ารถ Leapmotor C10 Design เพื่อทดลองขับได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ตั้งแต่วันนี้ ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านแอปพลิเคชัน “SUB A CAR” จบครบในแอปเดียว (ทั้งระบบ IOS และ Android) หากประทับใจในประสบการณ์การขับขี่ ลูกค้าสามารถสั่งซื้อรถยนต์ได้ภายในแอปพลิเคชัน โดยเจ้าหน้าที่จาก Leapmotor Thailand จะเป็นผู้ติดต่อกลับเพื่ออำนวยความสะดวกกับลูกค้าโดยตรง หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line: @subacar โทร. 0-2266-2995 หรือเว็บไซต์ www.subacar.co.th