Home Blog Page 62

วิริยะประกันภัย มอบความคุ้มค่าเหนือระดับ เจาะกลุ่มลูกค้าไลฟ์สไตล์ท่องเที่ยว มอบสิทธิพิเศษ “Viriyah Privileges ทริปเที่ยวเมืองโบราณ สู่ประสบการณ์สุดประทับใจ”

0
VIRIYAH PRIVILEGES 1

วิริยะประกันภัย เดินหน้าขยายเครือข่ายพันธมิตร “Viriyah Privileges” อย่างต่อเนื่อง เผยแคมเปญล่าสุด รุกเอาใจลูกค้าสายท่องเที่ยว มอบสิทธิพิเศษ “Viriyah Privileges ทริปเที่ยวเมืองโบราณ สู่ประสบการณ์สุดประทับใจ” เอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับลูกค้า วิริยะประกันภัย เพียงลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ผ่าน LINE Official วิริยะประกันภัย รับสิทธิ์เข้าชมเมืองโบราณฟรี 1 สิทธิ์ ต่อ 1 กรมธรรม์ ต่อวัน พร้อมส่วนลดพิเศษ 50% สำหรับผู้ติดตามสูงสุด 5 ท่าน ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 มีนาคม 2569

นางฐวิกาญจน์ เตชทวีทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ดีที่สุดเพื่อส่งมอบความคุ้มค่าและความประทับใจให้กับลูกค้าวิริยะประกันภัยอย่างต่อเนื่องผ่านโปรแกรม “Viriyah Privileges” ซึ่งรวบรวมโปรโมชันและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ไว้มากมาย ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทั้งหมวดหมู่การชอปปิง, อาหาร-เครื่องดื่ม, การเดินทาง-ท่องเที่ยว, สุขภาพ-ความงาม และความบันเทิง โดยความร่วมมือกับแบรนด์พันธมิตรจากหลากหลายธุรกิจทั่วประเทศ เช่น กลุ่มห้างสรรพสินค้า กลุ่มร้านอาหาร แพลตฟอร์มดิลิเวอรี กลุ่มโรงพยาบาล เป็นต้น ซึ่งปัจจุบัน บริษัทฯ ได้ขยายเครือข่ายพันธมิตร Viriyah Privileges ไปมากกว่า 80 แบรนด์ ครอบคลุมร้านค้ากว่า 2,800 สาขา
ทั่วประเทศ

“หลังจากที่บริษัทฯ ได้เปิดตัวโปรแกรม Viriyah Privileges ในปีที่ผ่านมา ก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากลูกค้าวิริยะประกันภัย เข้ามาใช้สิทธิ์เป็นจำนวนมาก ทำให้ Viriyah Privileges ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ จึงตั้งเป้าที่จะขยายจำนวนพันธมิตรเพื่อรองรับผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้น ด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำให้สิทธิพิเศษเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของลูกค้า บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ความชอบและความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าในปัจจุบัน เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการเลือกสรรแบรนด์พันธมิตรที่มีคุณภาพและเป็นที่รู้จัก พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการคัดเลือกสิทธิพิเศษภายใต้กรอบแนวคิด ‘การดูแลลูกค้าในทุกช่วงเวลา’ โดยมีเป้าหมายหลัก คือ การมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ฐานข้อมูลการใช้สิทธิ์ Viriyah Privileges ในช่วงที่ผ่านมา พบว่าสิทธิประโยชน์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดยังคงเป็นหมวด เดินทาง-ท่องเที่ยว และชอปปิง” นางฐวิกาญจน์ กล่าว

VIRIYAH PRIVILEGES 3

 

ล่าสุด บริษัทฯ ได้มอบสิทธิพิเศษ “Viriyah Privileges ทริปเที่ยวเมืองโบราณ สู่ประสบการณ์สุดประทับใจ” หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของโปรแกรม Viriyah Privileges ในหมวดเดินทาง-ท่องเที่ยว โดย นางฐวิกาญจน์ กล่าวว่า “เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ” นับเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งขนาดใหญ่ที่มีการจำลองสถาปัตยกรรมอันวิจิตรงดงามและทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทย รวมถึงเป็นศูนย์รวมศิลปกรรมไทยจากทุกภูมิภาคที่ถ่ายทอดความงดงามทางวัฒนธรรมและสะท้อนภูมิปัญญาไทยไว้อย่างครบถ้วน

“ปัจจุบันเมืองโบราณ ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงให้มีความทันสมัยมากขึ้น ทั้งด้านกิจกรรมใหม่ ๆ ที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว จุดถ่ายภาพที่สวยงาม รวมถึงพื้นที่สำหรับการสักการะบูชา ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มลูกค้าสายมูในยุคปัจจุบัน การเลือกเมืองโบราณเป็นไฮไลท์ไม่เพียงแค่เป็นการมอบสิทธิพิเศษแก่ลูกค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจ ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของเรา ลูกค้าจะได้สัมผัสกับวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และศิลปะที่งดงาม นับเป็นคุณค่าที่ยั่งยืนและสร้างความทรงจำดี ๆ ให้แก่ลูกค้า” นางฐวิกาญจน์ กล่าว

สำหรับลูกค้าที่ถือกรมธรรม์ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจทุกประเภท รวมถึงประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุตามเงื่อนไขที่กำหนด สามารถรับสิทธิ์เข้าชมเมืองโบราณฟรี 1 กรมธรรม์ ต่อ 1 สิทธิ์ ต่อวัน พร้อมรับส่วนลด 50% สำหรับผู้ติดตามอีก 5 ท่าน เพียงลงทะเบียนยืนยันกรมธรรม์บน LINE Official Account ของวิริยะประกันภัย และกดรับสิทธิ์บน Viriyah Privileges สามารถใช้สิทธิพิเศษนี้ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569

สัมผัสประสบการณ์แห่งความคุ้มค่า พร้อมรับบริการพิเศษหลากหลาย ผ่าน LINE Official : @viriyah.com และติดตามสิทธิพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย ได้ที่ https://privileges.viriyah.co.th/

บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ขอเรียนเชิญผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับ “Viriyah Privileges” โปรแกรมที่จะช่วยให้แบรนด์ของท่านเป็นที่รู้จักในวงกว้างและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าของวิริยะประกันภัยได้โดยตรง หากสนใจสร้างโอกาสทางธุรกิจที่เติบโตไปพร้อมกัน สามารถส่งรายละเอียดธุรกิจของท่านมาได้ที่ https://bit.ly/ViriyahPrivileges-PartnersApp

“ไพรม์มัส กรุ๊ป” มอบยางรเมื่อเร็วๆ นี้ ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ (ที่ 5 จากซ้าย) ประธาน, จิระพล รุจิวิพัฒน์ (ที่ 4 จากขวา) กรรมการผู้จัดการ, ศราวิช ไชยมังกร (ที่ 4 จากซ้าย) รองกรรมการผู้จัดการ และคณะผู้บริหาร บริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป ร่วมมอบยางรถยนต์ ที่ได้จากการรวบรวมยางรถยนต์ใช้แล้วของลูกค้าที่เข้าใช้บริการหลังการขายของศูนย์บริการรถยนต์ ไพรม์มัส กรุ๊ป ทั้ง 5 ยี่ห้อ ได้แก่ Mercedes-Benz, Zeekr, Deepal, MG และ Aion รวมจำนวนทั้งสิ้น 524 เส้น ให้แก่กองทัพบก เพื่อนำไปสนับสนุนการปฏิบัติงานในกิจการของกองทัพ โดยมี พล.ต.วีรธัช ศรีใส (ที่ 5 จากขวา) ผู้อำนวยการ สำนักส่งกำลังบำรุง กรมส่งกำลังบำรุงทหารบก ในนามผู้แทน เจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารบก ในกองบัญชาการกองทัพบก พร้อม พ.อ.ธนิต อิ่มอกใจ (ที่ 6 จากขวา) เสนาธิการ ศูนย์การเคลื่อนย้ายกองทัพบก และ พ.อ.อัครนิธิ์ ณ เชียงใหม่ (ที่ 7 จากขวา) นายทหาร ฝ่ายยุทธการ กรมขนส่งทหารบก เป็นผู้รับมอบ พร้อมร่วมส่งกำลังใจให้แก่ทหารแนวหน้าทุกท่าน ที่ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของไทย ณ บริเวณโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ของ “ไพรม์มัส กรุ๊ป”ถยนต์แก่กองทัพบก

0

เมื่อเร็วๆ นี้ ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ (ที่ 5 จากซ้าย) ประธาน, จิระพล รุจิวิพัฒน์ (ที่ 4 จากขวา) กรรมการผู้จัดการ, ศราวิช ไชยมังกร (ที่ 4 จากซ้าย) รองกรรมการผู้จัดการ  และคณะผู้บริหาร บริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป ร่วมมอบยางรถยนต์ ที่ได้จากการรวบรวมยางรถยนต์ใช้แล้วของลูกค้าที่เข้าใช้บริการหลังการขายของศูนย์บริการรถยนต์ ไพรม์มัส กรุ๊ป ทั้ง 5 ยี่ห้อ ได้แก่ Mercedes-Benz, Zeekr, Deepal, MG และ Aion  รวมจำนวนทั้งสิ้น 524 เส้น ให้แก่กองทัพบก เพื่อนำไปสนับสนุนการปฏิบัติงานในกิจการของกองทัพ โดยมี พล.ต.วีรธัช ศรีใส (ที่ 5 จากขวา) ผู้อำนวยการ สำนักส่งกำลังบำรุง กรมส่งกำลังบำรุงทหารบก ในนามผู้แทน เจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารบก ในกองบัญชาการกองทัพบก พร้อม พ.อ.ธนิต อิ่มอกใจ (ที่ 6 จากขวา) เสนาธิการ ศูนย์การเคลื่อนย้ายกองทัพบก และ พ.อ.อัครนิธิ์ ณ เชียงใหม่ (ที่ 7 จากขวา) นายทหาร ฝ่ายยุทธการ กรมขนส่งทหารบก  เป็นผู้รับมอบ พร้อมร่วมส่งกำลังใจให้แก่ทหารแนวหน้าทุกท่าน ที่ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของไทย  ณ บริเวณโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ของ “ไพรม์มัส กรุ๊ป”

BIG MOTOR SALE 2025 ฉลองใหญ่ปีที่ 12 นำทัพแบรนด์ยานยนต์ทั่วไทย…ประกาศ ลดครั้งใหญ่! 22 – 31 สิงหาคม ที่ ไบเทค บางนา

0
Big Motor Sale 2025 1

บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ชั้นนำของไทย ประกาศ…ลดครั้งใหญ่ ในงาน “BIG MOTOR SALE 2025” วันมหกรรมขายรถยนต์ &มอเตอร์ไซค์ ภายใต้คอนเซ็พท์ “เราจะยกโชว์รูม มาขายที่นี่!” จัดใหญ่…ฉลองปีที่ 12 ของการจัดแสดงงาน ด้วยโปรโมชั่นคุ้มค่า พร้อมความบันเทิงครบครัน กระตุ้นสีสันการซื้อขายยานยนต์ไทยให้คึกคักในช่วงกลางปี เริ่ม 22 – 31 สิงหาคม 2568 ที่ ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

นายจรวย ขันมณี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป และ ประธานกรรมการอำนวยการจัดงาน BANGKOK INTERNATIONAL GRAND MOTOR SALE 2025 หรือ BIG MOTOR SALE 2025 เผยว่า “การจัดงาน วันมหกรรมขายรถยนต์ &มอเตอร์ไซค์  BIG MOTOR SALE 2025 คือ อีกรูปแบบของการผลักดันสร้างงานให้เกิดขึ้นเป็นวงกว้าง ไม่เพียงแต่ในอุตสาหกรรมยานยนต์เท่านั้น แต่ยังผลักดันให้เกิดรายได้ในหลายองคาพยพ ยิ่งในปีนี้ถือเป็นฤกษ์ดีของการฉลองปีที่ 12 ของการจัดงาน “BIG MOTOR SALE” จึงได้ร่วมกับพันธมิตรธุรกิจอย่าง บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด ในเครือ สยามสปอร์ตซินดิเคท จำกัด ผู้ถือลิขสิทธิ์จัดงาน “บางกอก ออโต้ ซาลอน” มอบความคุ้มค่าให้แก่ผู้บริโภค โดยนำงานแสดงและจำหน่ายยานยนต์ทั้ง 2 งานมาจัดต่อเนื่องกัน เพื่อเพิ่มอรรถรสในการชมงานแบบ            มา 1 งาน ได้ถึง 2 ฟีล ทั้งเลือกซื้อรถใหม่ และช้อปของแต่งรถครบในที่เดียว ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่ผู้บริโภคจะได้เลือกซื้อ ทดลองขับขี่ และเปรียบเทียบราคาได้อย่างจุใจ สมกับความตั้งใจของยานยนต์ สแควร์ กรุ๊ป ที่อาสายกทุกโชว์รูมชั้นนำมาขายให้ครบครันในที่เดียว”

สำหรับแบรนด์รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ ที่เข้าร่วมนำเสนอผลิตภัณฑ์มาตรฐานรุ่นใหม่และรุ่นยอดนิยม พร้อมโปรโมชั่นคุ้มค่าในงาน BIG MOTOR SALE  ปีนี้  ได้แก่

  • กลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์

AION, MERCEDES-BENZ, BMW, BYD, DEEPAL, DENZA, FORD, GEELY, GWM, HONDA, KIA, LOTUS, MG, MINI, MITSUBISHI, NISSAN, OMODA & JAECOO, PORSCHE, TOYOTA, VOLVO, X-PENG และ ZEEKR

  • กลุ่มผลิตภัณฑ์มอเตอร์ไซค์

BENELLI, BMW, DECO, DT MOTOR, EM MOTOR, HARLEY-DAVIDSON, HONDA,            I-MOTOR, KEEWAY, ROYAL ENFIELD, SUZUKI, TRIUMPH และ YAMAHA

  • กลุ่มผู้นำเข้าอิสระ รถยนต์มือสองพรีเมี่ยม ผู้ตกแต่งรถอเนกประสงค์
    และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับยานยนต์อีกหลากหลาย

พิเศษ! ในโอกาสฉลองปีที่ 12 “BIG MOTOR SALE” เตรียมพบกับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินยอดนิยม นำทัพความสนุกโดย บอย พีซเมคเกอร์, ป๊อบ ปองกูล, ยูกิ ไหทองคำ, วงเก็ทสึโนว่า และวงสุนทราภรณ์ พลาดไม่ได้…โอกาสทองของคนรักรถ ไม่ว่าจะกำลังมองหารถยนต์ใหม่ทั้งรถน้ำมัน (ICE) รถไฮบริด (HEV) และไฟฟ้า (EV) มอเตอร์ไซค์น้ำมันและมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า หรือกำลังมองหาไอเดียแต่งรถ เชิญชมงาน

  • BANGKOK INTERNATIONAL GRAND MOTOR SALE 2025

    วันมหกรรมขายรถยนต์ &มอเตอร์ไซค์
    จัดงานวันที่ 22 – 31 สิงหาคม 2568 ณ ฮอลล์ 101 – 104

  • BANGKOK AUTO SALON 2025
    งานแสดงและจำหน่ายรถ และอุปกรณ์ประดับยนต์
    จัดงานวันที่ 27 – 31 สิงหาคม 2568 ณ ฮอลล์ 100

BIG  MOTOR  SALE 2025 เปิดให้เข้าชมงานตั้งแต่วันศุกร์ที่ 22 – วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม 2568 (วันธรรมดา 12.00 น. – 21.00 น. / วันเสาร์ – อาทิตย์ 11.00 น. – 21.00 น.) ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ผู้พิการ ผู้อาวุโส อายุ 60 ปีขึ้นไป นักเรียน นักศึกษาในเครื่องแบบ เด็กๆ ความสูงไม่เกิน 120 ซม. เข้าชมฟรี…และยินดีต้อนรับน้องหมาน้องแมวในรถเข็น ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/bigmotorsale.yanyont

ทำไม PHEV ถึงกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้ยุคใหม่ในประเทศไทย

0
GWM (Thailand) 1

GWM (Thailand) มุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก โดยยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” โดยท่ามกลางยุคที่การขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ากำลังเข้ามาเปลี่ยนโฉมวงการยานยนต์ รถปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) คือทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมของคนไทย มอบโซลูชันเพื่อให้ได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจของรถไฟฟ้าโดยไม่มีความกังวลเรื่องระยะทาง ด้วยการผสานแบตเตอรี่ขนาดใหญ่และพลังงานจากเชื้อเพลิง ทำให้ขับในเมืองได้อย่างประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมให้ความมั่นใจเมื่อต้องเดินทางไกล ประหยัดค่าใช้จ่ายและลดความกังวลใจในการชาร์จเมื่อไม่สะดวก เหมาะกับสภาพการขับขี่และโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทย

 

5 ข้อได้เปรียบของรถยนต์พลังงาน PHEV สำหรับคนไทย

GWM (Thailand) 1

 

  1. พลังงาน 2 รูปแบบ – ยืดหยุ่นทุกการเดินทาง

รถยนต์ PHEV เหมาะทั้งการขับขี่ในเขตเมืองและนอกเมือง ด้วยการผสานแบตเตอรี่ขนาดใหญ่และพลังงานจากเชื้อเพลิง พร้อมรับมือทุกเส้นทางได้อย่างมั่นใจ สำหรับการขับขี่เขตเมืองก็สามารถเลือกใช้พลังงานไฟฟ้าล้วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในการเดินทางไกลเข้าไปในเขตพื้นที่ทุรกันดาร ในอำเภอรองเขตต่างจังหวัดที่ไม่มีตู้ชาร์จไฟไว้รองรับ หมดกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จตลอดเส้นทางเมื่อแบตเตอรี่มีไฟที่ไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นข้อจำกัดของรถยนต์ไฟฟ้า

 

  1. ประหยัดจริงในชีวิตประจำวัน

ในช่วงที่น้ำมันมีราคาสูงและมีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง การใช้รถยนต์ที่มีระบบพลังงานไฟฟ้า ถือเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับคนไทยยุคใหม่ รถ PHEV หลายรุ่นมีระยะทางไฟฟ้าล้วนที่ยาวกว่า HEV ตัวอย่างเช่น GWM HAVAL H6 ที่มีระยะทางไฟฟ้าล้วนที่ยาวที่สุดในบรรดารถ PHEV ทั้งหมด เกิน 150 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) ซึ่งหมายความว่าสามารถใช้เป็น BEV ได้ในชีวิตประจำวัน เนื่องจากมีไฟฟ้ามาช่วยในการขับเคลื่อน จึงทำให้รถยนต์ PHEV มีความประหยัดมากกว่ารถยนต์ไฮบริดโดยทั่วไป ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขับขี่ต่อกิโลเมตรต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้โหมดไฟฟ้าล้วน และเมื่อไฟฟ้าหมด รถก็ยังสามารถใช้พลังงานจากน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งในการขับขี่ในชีวิตประจำวันที่มีระยะทางที่ไม่เกินระยะการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วน ยิ่งทำให้ประหยัด เสมือนการขับขี่ด้วยรถยนต์ไฟฟ้า

GWM (Thailand) 4

  1. รักษ์โลก รักษ์เมือง

เมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์สันดาปและรถยนต์ไฮบริด รถยนต์ PHEV ที่มีระบบไฟฟ้าเข้ามาช่วยในการขับเคลื่อน จะมีการปล่อยเขม่า ฝุ่น PM 2.5 และแก๊สพิษออกสู่บรรยากาศที่น้อยกว่า ช่วยรักษาคุณภาพอากาศในเมืองให้ดีขึ้น อีกทั้งยังขับเงียบ ลดมลพิษทางเสียง ส่งเสริมบรรยากาศการขับขี่ที่ราบรื่นต่อผู้ขับและทุกคนบนถนน

  1. เหมาะกับพฤติกรรมการขับขี่ของคนไทย

ในปัจจุบันพฤติกรรมคนไทยได้เปลี่ยนไปจากแต่ก่อน รถยนต์เป็นพาหนะคู่ใจที่ใช้ในการทำงานและใช้พักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์ และการเดินทางท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่คนไทยชื่นชอบเป็นอันดับต้น ๆ ดังนั้น รถยนต์จึงควรสร้างความสะดวกสบายในการเดินทางไกลในทุกสถานการณ์ไม่ว่าจุดหมายปลายทางจะอยู่ที่ใด รถยนต์ PHEV ถือเป็นระบบพลังงานที่เหมาะสมกับความต้องการดังกล่าวของผู้ใช้งาน มอบการขับขี่ที่ไร้กังวลกับการชาร์จไฟ ขับขี่ได้ในระยะทางไกล ไม่ว่าจะเหนือสุดหรือใต้สุด ก็สามารถไปถึงได้อย่างไร้รอยต่อ อีกทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

 

  1. ก้าวสู่อนาคตแห่ง EV เต็มรูปแบบได้อย่างมั่นใจ

ยังมีผู้ขับขี่อีกจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่พร้อมกับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า 100% กับข้อจำกัดเกี่ยวกับการเดินทางได้ในระยะทางที่จำกัด และต้องเสียเวลาสำหรับการหาตู้ชาร์จและรอการชาร์จไฟ ดังนั้นรถยนต์ PHEV จึงเป็นคำตอบที่ช่วยลดข้อกังวลดังกล่าว ช่วยให้ผู้ใช้คุ้นเคยกับการชาร์จไฟและการขับโหมดไฟฟ้า 100% ก่อนก้าวสู่การใช้รถไฟฟ้าล้วนในอนาคต เหมาะกับช่วงที่โครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จยังอยู่ระหว่างการขยายตัว

ตารางเปรียบเทียบ PHEV vs BEV vs HEV vs ICE ในบริบทของประเทศไทย โดยคำนึงถึงโครงสร้างพื้นฐาน, ค่าครองชีพ, และพฤติกรรมผู้ใช้รถในไทย

 

คุณสมบัติ / ประเภท

 

รถยนต์ปลั๊กอิน-ไฮบริด

(PHEV)

 

รถยนต์ไฟฟ้า 100%

(BEV)

รถยนต์ไฮบริด

(HEV)

รถยนต์สันดาป

(ICE)

ความสะดวกด้านการใช้งาน ใช้ไฟฟ้าสำหรับเดินทางระยะสั้น และใช้น้ำมันสำหรับเดินทางไกล เหมาะกับสภาพจราจรติดขัดในเมืองไทย ต้องพึ่งพาสถานีชาร์จที่อาจยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ เติมน้ำมันปกติและประหยัดกว่ารถน้ำมันล้วน  เติมน้ำมันง่าย สถานีมีทั่วประเทศ
ระยะทางไฟฟ้าล้วน 40 – 150 กม. ต่อการชาร์จ (HAVAL H6 PHEV มีระยะทางไฟฟ้าล้วนยาวที่สุดในรถ PHEV ที่ 150 กม.) 200 – 600 กม. ระยะทางไฟฟ้าล้วนจำกัด (1-5+ กม.)
ระยะทางขับขี่รวม
(ขึ้นอยู่กับรุ่นและพฤติกรรมการขับขี่)
700 กม. ถึงมากกว่า 1,000 กม. ต่อการชาร์จ + เติมน้ำมัน (แล้วแต่รุ่นและยี่ห้อรถยนต์) ประมาณ 200 – 700 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง โดยเฉลี่ย 700 – 900 กม. โดยเฉลี่ย 500 – 800 กม.
ค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิง /ไฟฟ้า เมื่อวิ่งด้วยไฟฟ้าจะมีค่าใช้จ่าย ~0.7 – 1.3บาท/กม. และในโหมดไฮบริด ~1.8 – 2.2 บาท/กม. เมื่อวิ่งด้วยไฟฟ้าจะมีค่าใช้จ่าย ~0.7 – 1.3บาท/กม. โหมดไฮบริด ~1.8 – 2.2 บาท/กม. สูงสุด (เฉลี่ย 3–5 บาท/กม.)
การปล่อยมลพิษ ต่ำกว่าระบบไฮบริด และเป็นศูนย์เมื่อวิ่งในโหมดไฟฟ้า ศูนย์ ปานกลาง สูง
โครงสร้างพื้นฐานในไทย พร้อมใช้งาน ยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะในเขตต่างจังหวัดและเขตห่างไกลจากตัวเมือง พร้อมใช้งาน พร้อมใช้งาน
เหมาะกับใคร คนเมืองที่ใช้เดินทางระยะสั้น ๆ ในวันทำงาน และขับทางไกลในวันหยุด โดยไม่ต้องกังวลเรื่องจุดชาร์จต่าง ๆ คนเมืองที่มีจุดชาร์จที่บ้าน/คอนโด และขับในเส้นทางที่ชัดเจน และมีจุดชาร์จที่ชัดเจน ผู้ใช้ทั่วไปที่อยากประหยัดน้ำมัน แต่ไม่ต้องการชาร์จไฟ ผู้ที่มีการใช้รถที่หลากหลาย และยังไม่พร้อมที่จะเข้าสู่ระบบพลังงานใหม่

 

ALL NEW GWM HAVAL H6 PHEV คือตัวเลือกที่สมดุลระหว่างพลังงานไฟฟ้าและน้ำมัน ตอบโจทย์ครบทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกลอย่างมั่นใจ โดดเด่นด้วยระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้าที่สูงสุดในเซกเมนต์ถึง 150 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (มาตรฐาน NEDC) และเมื่อบวกกับน้ำมัน 1 ถัง สามารถเดินทางได้ระยะทางไกลกว่า 1,000 กิโลเมตรเลยทีเดียว เพียงพอสำหรับการเดินทางในเมืองในแต่ละวัน ขณะเดียวกันยังมอบความคล่องตัวเมื่อต้องออกต่างจังหวัดด้วยสมรรถนะเครื่องยนต์น้ำมันที่พร้อมทำงานต่อเนื่องโดยไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีชาร์จ แต่เมื่อต้องทำการชาร์จ รถยนต์คันนี้ก็มีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาดใหญ่ 27.54 k โดยใช้พอร์ต CCS Type 2 combo (Combined Charging System) รองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 41 kW โดยเวลาในการชาร์จจาก 0-80% ใช้เวลาประมาณ 35 นาที  รวดเร็วทันใจในการชาร์จกว่ารถยนต์ PHEV ในเซกเมนต์เดียวกัน พร้อมโหมดการขับขี่ถึง 4 โหมด ได้แก่ ปกติ สปอร์ต ประหยัด และพื้นหิมะ รวมถึงโหมดที่ให้ผู้ขับสามารถเลือกการขับขี่แบบไฮบริดหรือแบบไฟฟ้าล้วน ช่วยประหยัดการใช้น้ำมันได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ช่วงล่างยังได้รับการพัฒนาใหม่ให้ตอบโจทย์สภาพถนนและสไตล์การขับขี่ของคนไทยโดยเฉพาะ

GWM (Thailand)

ยิ่งไปกว่านั้น ALL NEW GWM HAVAL H6 PHEV ยังมีจุดเด่น 4 ด้าน ตอบรับไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างลงตัว ทั้ง 1.) ดีไซน์สปอร์ตพรีเมียม โดยภายนอกอัปเกรดใหม่ สปอร์ตหรูด้วยกระจังหน้า Smoke Chrome, ไฟหน้า LED อัจฉริยะ, ไฟท้าย LED Light Strip, ล้ออัลลอย 19 นิ้ว พร้อมคาลิเปอร์เบรกสีแดง (เฉพาะรุ่น PHEV ULTRA)

2.) เทคโนโลยีภายในล้ำสมัย ด้วยห้องโดยสารอัปเกรดด้วยจอดิจิทัล 10.25 นิ้ว, Head-up Display, หน้าจออินโฟเทนเมนต์ 14.6 นิ้ว พร้อม Coffee OS 3.0, Snapdragon, ระบบนำทาง Petal Map ของ Huawei, ระบบเสียง Amor luxury hifi และที่ชาร์จไร้สาย 50W เพิ่มความสะดวกสบายและอรรถรสในการเดินทางสำหรับทุกคนในครอบครัว

GWM (Thailand) 7

3.) สมรรถนะทรงพลัง มาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.5 ลิตร ปลั๊กอิน-ไฮบริด มอบพละกำลัง 326 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 530 นิวตันเมตร ตอบสนองทันใจแม้ในการขับขี่ในเมืองและนอกเมือง

4.) ความปลอดภัยล้ำหน้า เพราะครอบครัวคือสิ่งล้ำค่าในชีวิตของทุกคน ALL NEW GWM HAVAL H6 PHEV จึงมอบระบบความปลอดภัยอัจฉริยะกว่า 31 รายการ ทั้ง First-in-class และ Best-in-class เช่น กล้องรอบทิศทาง 540°, ระบบช่วยควบคุมและรักษาเลน, ระบบเตือนและช่วยเบรกจุดอับสายตา, โครงสร้างตัวรถที่แข็งแกร่ง และเทคโนโลยีช่วยขับขั้นสูงเพื่อความมั่นใจในการขับขี่ตลอดการเดินทาง

ด้วยฟีเจอร์ที่น่าประทับใจทำให้ ALL NEW GWM HAVAL H6 PHEV กลายเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ใช้ยุคใหม่ GWM ขอขอบคุณผู้ใช้ชาวไทยในโอกาสครบรอบ 4 ปีในประเทศไทย ด้วยแคมเปญ GWM HAVAL H6 4th Anniversary พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ 3 ทางเลือกสำหรับรุ่น PHEV ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และพิเศษสำหรับลูกค้า GWM เดิมที่จะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 20,000 บาท นอกเหนือจากโปรโมชั่นด้านล่าง:

  1. สำหรับสายชิล ผ่อนเบา เพียง 5,000 บาทต่อเดือนนาน 12 เดือน พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 95% (เมื่อดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน) และส่วนลดเงินสดสูงสุด 80,000 บาท
  2. สายอัปเกรด นำรถเก่ามาแลกใหม่ รับส่วนลดสูงสุด 60,000 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษที่สามารถใช้ร่วมกับโปรโมชั่นหลัก ทั้งส่วนลดเงินสดสูงสุด 80,000 บาท และดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.95% (เมื่อดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน)
  3. สายมองไกล เลือกรับบริการ GWM Pro Service Inclusive ครอบคลุมการบำรุงรักษาตามระยะทางสูงสุดถึง 10 ครั้งใน 5 ปี หรือ 100,000 กม. รวมทั้งบริการติดตั้ง GWM Home Charger ฟรี พร้อมส่วนลดเงินสดสูงสุด 80,000 บาท และดอกเบี้ยพิเศษ 95%

ด้วยจุดเด่นทั้งหมดนี้ ALL NEW HAVAL H6 PHEV จึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและเหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้รถของคนไทยและสอดคล้องกับโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นก้าวสำคัญสู่การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมยานยนต์พลังงานสะอาดในอนาคตอย่างยั่งยืน

GWM (Thailand) 6

ทดลองขับและสัมผัส ALL NEW GWM HAVAL H6 PHEV ได้แล้ววันนี้ที่ GWM Partner Store กว่า 72 แห่งทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แอปพลิเคชัน GWM, เว็บไซต์ www.gwm.co.th หรือโทร GWM Contact Center 02-668-8888

 

 

“ฟอร์ด” ชูศักยภาพโดดเด่นของศูนย์กระจายอะไหล่แห่งใหม่ ตอกย้ำความมั่นใจบริการหลังการขาย

0
ฟอร์ด 6

ฟอร์ด ประเทศไทย ชวนทำความรู้จักศูนย์กระจายอะไหล่สินค้าแห่งใหม่ของฟอร์ดในจังหวัดสมุทรปราการที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและกระจายอะไหล่ไปยังผู้จำหน่ายฟอร์ดในประเทศไทย และกว่า 60 ประเทศได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การขยายพื้นที่ และการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยระดับโลกด้านการบริหารจัดการคลังสินค้ามาใช้ ยกระดับความมั่นใจด้านบริการหลังการขายแก่ลูกค้ารถยนต์ฟอร์ด พร้อมตอกย้ำการเป็นฐานกระจายอะไหล่ที่สำคัญของฟอร์ดในภูมิภาค

ฟอร์ด 1

 

“การจัดส่งอะไหล่ที่รวดเร็วและแม่นยำ นับเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการยกระดับประสบการณ์หลังการขาย ฟอร์ดจึงได้เพิ่มพื้นที่ในศูนย์กระจายอะไหล่ฟอร์ด พร้อมนำระบบการจัดเก็บและจัดส่งอะไหล่ใหม่ที่ผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ มาดำเนินการ ซึ่งจะมีการนำข้อมูลจากอดีตมาปรับปรุงและพัฒนาให้ระบบใหม่ทำงาน ได้ดียิ่งขึ้น ความท้าทายที่เกิดขึ้นระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน ในขณะนี้ได้รับการแก้ไขจนใกล้เข้าสู่สถานะปกติแล้ว ซึ่งจะเป็นการเรียนรู้ที่ดีสำหรับระบบใหม่และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อการส่งมอบอะไหล่ที่ราบรื่นหลังจากนี้” สุรวัฒน์ จึงสมประสงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

ฟอร์ด 3

พื้นที่ 40,000 ตารางเมตร รองรับการจัดเก็บและส่งอะไหล่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 24 ชั่วโมง

ศูนย์กระจายอะไหล่สินค้าฟอร์ด จังหวัดสมุทรปราการ เป็นอาคารรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า จากเดิมมีพื้นที่จัดเก็บชิ้นส่วนอะไหล่และจุดสำหรับขนส่ง 26,000 ตารางเมตร ปัจจุบันฟอร์ดได้เพิ่มพื้นที่ขึ้นอีกราว 50% เป็น 40,000 ตารางเมตร เพิ่มความมั่นใจเรื่องพื้นที่จัดเก็บอะไหล่ที่มากพอ ทำให้จัดเก็บอะไหล่ได้เพิ่มขึ้น 40% โดยจัดเก็บอะไหล่ได้มากกว่า 40,000 รายการ รวมกว่า 4,300,000 ชิ้น มูลค่าสินค้าในคลังสินค้ารวมกว่า 1.5 พันล้านบาท โดยฟอร์ดยังมีนโยบายการจัดเก็บอะไหล่สำหรับรถยนต์ทุกรุ่นเป็นระยะเวลานานถึง 10 ปี รวมถึงอะไหล่สำหรับรุ่นที่กำลังจะเลิกผลิต เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าที่ใช้รถมานานแล้ว จะยังมีอะไหล่เพียงพอสำหรับการซ่อมบำรุงในอนาคต

ฟอร์ด 2

 

 

ยิ่งไปกว่านั้น ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถฟอร์ดที่สำคัญ โดยมีโรงงาน ฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (FTM) และ ไทยยังเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Global Spare Part Hub) ที่ศูนย์กระจายอะไหล่ฟอร์ดเปิดดำเนินการจัดส่งอะไหล่ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีช่องขนถ่ายสินค้าที่ช่วยบริหารจัดการรถขนส่งและตู้คอนเทนเนอร์อย่างเป็นระบบ ขนส่งได้มากถึง 15-20 ตู้ต่อวัน หรือราว 100 ตู้ต่อสัปดาห์ ทำให้มีอะไหล่เต็มคลังสินค้าอย่างสม่ำเสมอ พร้อมต่อการกระจายอะไหล่และตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าฟอร์ด ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุม

 

ระบบบริหารจัดการใหม่ ผสานเทคโนโลยี AI และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ศูนย์กระจายอะไหล่ฟอร์ดมีการนำเทคโนโลยีแบบทันสมัยผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามาใช้ร่วมกับระบบสแกนบาร์โค้ดแทนระบบแมนนวล เพื่อลดเวลา และเสริมการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพสูงสุด อีกทั้งยังลดการใช้ทรัพยากร ตั้งแต่กระบวนการรับสินค้าเข้ามาจัดเก็บ ที่นำถาดพลาสติกใช้ซ้ำ (Returnable Box) แทนการใช้กล่องกระดาษแบบเดิม จนถึงกระบวนการจัดส่งสินค้าออก ซึ่งระบบดังกล่าวยังรองรับการทำงานแบบไม่ใช้กระดาษ (Paperless) ใช้การแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งกระบวนการ จนถึงการออกใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ (E-invoice) ช่วยลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ลดความผิดพลาด เพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินงาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน ฟอร์ดก็มีแผนกพัฒนาบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ที่จะช่วยให้ลูกค้ามั่นใจว่าสินค้าได้รับการจัดเก็บตามมาตรฐาน และเก็บรักษาได้ยาวนาน นอกจากนี้ ฟอร์ดยังได้พัฒนาระบบออนไลน์ที่อำนวยความสะดวกด้านการเคลมอะไหล่ให้ผู้จำหน่ายฟอร์ดสามารถตรวจสอบสถานะการจัดส่งอะไหล่แบบทันท่วงทีได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีการนำอุปกรณ์กล้องอัจฉริยะจากทางไกล (RealWear) มาใช้เพื่อตรวจสอบในกรณีที่พบสินค้าเสียหาย เพื่อลดระยะเวลาในการจัดส่ง และลดขั้นตอนการทำงานให้แก่ผู้จำหน่ายอีกด้วย

ฟอร์ด 5

ระบบจัดการที่เร็วขึ้น ช่วยให้สินค้าอะไหล่ถึงมือลูกค้าได้เร็วกว่าเดิม

โดยทั่วไปแล้ว หลังจากที่มีการทำรายการสั่งสินค้าเข้ามาในระบบ ลูกค้าในกรุงเทพมหานคร และเขตปริมณฑลจะ รับอะไหล่ได้ภายใน 24 ชั่วโมง สำหรับลูกค้าในจังหวัดอื่นๆ ทางศูนย์กระจายอะไหล่ฟอร์ดจะทำงานร่วมกับ 8 ศูนย์พันธมิตรกระจายสินค้าที่ครอบคลุมทุกภูมิภาค ทำให้สามารถจัดส่งสินค้าได้ในวันถัดไปหลังจากทำรายการ

ฟอร์ด 4

“การพัฒนาศูนย์กระจายอะไหล่แห่งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการขยายพื้นที่จัดเก็บ แต่เป็นการยกระดับความสามารถเชิงกลยุทธ์ของฟอร์ด ในการดูแลลูกค้าอย่างยั่งยืน ด้วยระบบบริหารจัดการที่ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะ เราสามารถสำรองอะไหล่ได้ครบครัน ย่นระยะเวลาการจัดส่ง และตอบสนองความต้องการได้อย่างแม่นยำทั้งในประเทศและต่างประเทศ สิ่งสำคัญคือความมั่นใจที่ลูกค้าจะได้รับ ว่าเมื่อใดก็ตามที่ต้องการอะไหล่แท้จะถูกส่งถึงมืออย่างรวดเร็ว พร้อมรองรับการบำรุงรักษาทั้งระยะสั้นและระยะยาวของรถฟอร์ดทุกคัน” สุรวัฒน์ กล่าวเสริม

สอบถามข้อมูลการบริการหลังการขายและติดตามสถานะอะไหล่ได้ที่ ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ฟอร์ด (Ford Call Center) โทร. 1383

 

 

 

“ฮอนด้า” ชวนลูกค้าฟิตร่างกายกับกิจกรรม “ฮอนด้าชวนวิ่งให้สุด…หยุดที่ บุรีรัมย์ มาราธอน 2026” ลุ้นวิ่งฟรี ! พร้อมที่พัก 1 คืนสุดเอ็กซ์คลูซีฟ สมัครด่วนทาง LINE Honda Thailand Official Account วันที่ 19-31 ส.ค. 68 นี้เท่านั้น !

0
ฮอนด้า 1

ปลุกพลังนักวิ่งในตัวคุณให้พร้อม! บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ชวนลูกค้าครอบครัวฮอนด้าที่ชื่นชอบการวิ่ง มาร่วมกิจกรรม “ฮอนด้าชวนวิ่งให้สุด…หยุดที่ บุรีรัมย์ มาราธอน 2026” ให้คุณได้ลุ้นรับสิทธิ์เป็น 1 ใน 15 ผู้โชคดี ที่จะไปสัมผัสประสบการณ์งานวิ่งไนท์รันระดับโลก “บุรีรัมย์มาราธอน 2026” ในวันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2569 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

ฟรี ! แพ็กเกจรางวัลรวมมูลค่า 6,900 บาทต่อรางวัล จำนวนจำกัดเพียง 15 สิทธิ์เท่านั้น (1 สิทธิ์ 2 ท่าน)
1 สิทธิ ฟรี Code สำหรับลงทะเบียนร่วมวิ่งในงานบุรีรัมย์ มาราธอน 2026 จำนวน 2 Code
พร้อมฟรีที่พัก 1 คืนและอาหารเช้า ณ โรงแรมโมเดอน่า จ.บุรีรัมย์ สำหรับ 2 ท่าน
(เข้าพักคืนวันที่ 24 มกราคม 2569)
โดยเปิดรับสมัครผ่าน LINE Honda Thailand Official Account ตั้งแต่ 19 – 31 ส.ค. 2568 นี้เท่านั้นประกาศผลผู้โชคดีวันที่ 3 กันยายน 2568 ทาง LINE VOOM และ Facebook Honda Thailand Official Account

Challenge! 5 สเต็ปง่าย ๆ ปลดปล่อยความครีเอทีฟ ร่วมลุ้นกิจกรรมสายวิ่ง:
1.ถ่ายภาพหรือวิดีโอสั้นสุดคูล กับรถยนต์ฮอนด้าคันโปรดของคุณในสไตล์นักวิ่งแบบโดน ๆ
2.เขียนแคปชันสุดครีเอท ที่เปรียบเทียบรถยนต์ฮอนด้าคันโปรดกับสไตล์การวิ่งของคุณ” (ยิ่งสร้างสรรค์ ยิ่งมีลุ้น ! )
oตัวอย่าง: “ฮอนด้า เอชอาร์-วี ของผม พร้อมลุยทุกเส้นทาง เหมือนผมที่พร้อมวิ่งทั้งถนนเรียบและเทรล ! ”
3.โพสต์ภาพหรือวิดีโอสั้นลงบน Facebook, Instagram หรือ TikTok ของคุณ พร้อมตั้งค่าเป็น สาธารณะ
4.ติดแฮชแท็กให้ครบ !
o#HondaRunToBuriram2026
o#HondaWeAreFamily
o#HondaThailand
5.แคปโพสต์ของคุณ นำมาลงทะเบียนร่วมกิจกรรมผ่านทาง LINE Honda Thailand โดยเลือกปุ่ม “Event & Activity” แล้วเลือกหัวข้อ “ฮอนด้าชวนวิ่งให้สุด…หยุดที่บุรีรัมย์ มาราธอน 2026” พร้อมกรอกข้อมูลให้ครบ (จำกัด 1 สิทธิ์ ต่อ 1 Line ID เท่านั้น)

ลูกค้าครอบครัวฮอนด้าเตรียมฟิตร่างกาย แล้วไปสร้างคอนเทนต์สนุกๆ ในกิจกรรม บุรีรัมย์ มาราธอน 2026 ด้วยกัน แล้วพบกันที่เส้นชัย รีบสมัครด่วน! รางวัลมีจำนวนจำกัด
•ระยะเวลาสมัครร่วมกิจกรรม: วันที่ 19 – 31 สิงหาคม 2568
•ประกาศผลผู้โชคดี: วันที่ 3 กันยายน 2568 ทาง LINE VOOM และ Facebook Honda Thailand Official Account
•ผู้โชคดียืนยันสิทธิ์ที่: www.runningconnect.com ภายในวันที่ 10 กันยายน 2568

เงื่อนไขกิจกรรม “ฮอนด้าชวนวิ่งให้สุด…หยุดที่บุรีรัมย์ มาราธอน 2026”
•เป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้ และต้องมีเอกสารยืนยันความเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า
•ระยะเวลาสมัครร่วมกิจกรรม : วันที่ 19-31 สิงหาคม 2568
•เกณฑ์การตัดสินของคณะกรรมการ จะพิจารณาจากรูปภาพหรือวิดีโอ และเนื้อหาของข้อความเป็นสำคัญ ทั้งนี้ผลการตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สุด และขอสงวนสิทธิ์ตัดสิทธิ์ผู้ทำผิดกติกา
•คณะกรรมการจะดำเนินการคัดเลือกผู้ได้รับรางวัล และจะประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัล ในวันที่ 3 กันยายน 2568 ทาง LINE VOOM และ Facebook Honda Thailand Official Account
•ฮอนด้าจะทำการติดต่อผู้ได้รับรางวัลตามข้อมูลที่แจ้งไว้ เพื่อยืนยันการรับของรางวัล (Code) ในวันที่ 3 กันยายน 2568
•สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้าที่ได้รับรางวัล จำนวนจำกัดเพียง 15 สิทธิ์เท่านั้น โดย 1 สิทธิ์ จะได้รับโค้ดวิ่ง จำนวน 2 โค้ด โดยจะต้องนำไปลงทะเบียนนักวิ่งเพื่อเข้าร่วมงานบุรีรัมย์ มาราธอน 2026 ที่ www.runningconnect.com นอกจากนี้ ฮอนด้ายังมอบที่พักสำหรับผู้ลงทะเบียนนักวิ่ง 2 ท่าน (มูลค่าสูงสุด รางวัลละ 6,900 บาท*) :
1. 1 สิทธิ์ = 2 โค้ด สำหรับลงทะเบียนร่วมวิ่งในงานบุรีรัมย์ มาราธอน 2026
2. 1 สิทธ์ ได้รับที่พักโรงแรมโมเดอน่า จ.บุรีรัมย์ 1 ห้อง พร้อมอาหารเช้า (สำหรับผู้ลงทะเบียนนักวิ่งโดยใช้โค้ดฮอนด้า 2 ท่าน)
– เช็คอิน วันที่ 24 มกราคม 2569
– เช็คเอาท์ วันที่ 25 มกราคม 2569
*มูลค่ารวมของรางวัลขึ้นอยู่กับการเลือกระยะการวิ่ง
•ผู้เข้าร่วมกิจกรรม รับทราบและตกลงยินยอมที่จะปฏิบัติตามข้อกำหนดรวมถึงเงื่อนไขตามที่ระบุไว้ข้างต้นทุกประการก่อนการสมัคร และบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการสมัคร โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
•พนักงาน บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จำหน่าย และพนักงานของผู้จำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้
•ไม่สามารถโอนสิทธิ์ในการเข้าร่วมกิจกรรมให้กับผู้อื่นหรือเปลี่ยนแปลงกำหนดวันเข้าพักได้ และของรางวัลไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
•ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ยินยอมให้ทางบริษัทฯ เผยแพร่รูปถ่ายและวิดีโอจากกิจกรรม เพื่อการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ในเชิงธุรกิจทั้งในปัจจุบันและ/หรือในอนาคตตามที่เห็นสมควร

“OMODA & JAECOO” เปิดตัว JAECOO 5 EV รถไฟฟ้าพรีเมียมที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่และน้อง ๆ สี่ขา

0
OMODA & JAECOO 1

OMODA & JAECOO (อ่านว่า โอโมด้า แอนด์ เจคู่) ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลก เปิดตัว “JAECOO 5 EV” ยนตรกรรมไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและรักการใช้ชีวิตอย่างมีสไตล์ พร้อมรองรับสำหรับสัตว์เลี้ยงแสนรัก ในราคาเริ่มต้นที่ 629,000 บาท สำหรับรุ่น JAECOO 5 EV Long Range Dynamic และเริ่มต้นที่ 679,000 บาท สำหรับรุ่น JAECOO 5 EV Long Range Max

OMODA & JAECOO 2

พิเศษสำหรับลูกค้า JAECOO 5 EV 1,000 ท่านแรก ที่จองและรับภายใน 30 กันยายน 2568 รับข้อเสนอสุดพิเศษ ราคาเริ่มต้นที่ 549,000 บาท สำหรับรุ่น JAECOO 5 EV Long Range Dynamic และราคาเริ่มต้นที่ 599,000 บาท สำหรับรุ่น JAECOO 5 EV Long Range Max

คุณบิล จาง ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ โอโมดา แอนด์ เจคู บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) กล่าวว่า “JAECOO 5 EV ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของผู้บริโภคยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการผจญภัย ครอบครัวที่รักการท่องเที่ยว หรือคนรักสัตว์เลี้ยงที่ต้องการพาสมาชิกตัวน้อยร่วมเดินทางไปด้วยกัน เราใส่ใจในทุกรายละเอียดเพื่อให้ JAECOO 5 EV เป็นมากกว่ายานพาหนะ แต่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่ทำให้ทุกการเดินทางมีความหมายมากขึ้น”

OMODA & JAECOO 3

ชีวิตสุดสนุกในทุกวัน JAECOO 5 EV ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในชีวิตประจำวัน หรือการออกทริปสุดสนุกในวันหยุด ด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวาง พร้อมระบบความบันเทิงครบครัน รวมถึงโหมดคาราโอเกะในรถที่จะเปลี่ยนการเดินทางให้เป็นปาร์ตี้เคลื่อนที่สุดมันส์กับเพื่อน ๆ

JAECOO 5 EV มีให้เลือก 2 รุ่นย่อยที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ได้แก่ JAECOO 5 EV Long Range Max และ JAECOO 5 EV Long Range Dynamic โดยรุ่น JAECOO 5 EV Long Range Max โดดเด่นด้วยการตกแต่งภายในด้วยเบาะหนังสังเคราะห์พรีเมียม เบาะปรับไฟฟ้า หน้าจอสัมผัสขนาด 13.2 นิ้ว พร้อมไฟเรืองแสงปรับได้ 64 สี ที่ช่วยสร้างบรรยากาศการเดินทางให้สมบูรณ์แบบ มาพร้อมกล้องรอบคัน 540° หลังคาพาโนรามิค (Panoramic Fixed Glass Roof) ที่มีขนาดใหญ่ถึง 1.45 ตร.ม. และประตูท้ายไฟฟ้าเพื่อความสะดวกสบายสูงสุด

OMODA & JAECOO 4

โดยมีให้เลือกสีภายนอกถึง 5 สี และสีภายใน 2 สี (ขึ้นอยู่กับ combination ของแต่ละสีรถภายนอก) ส่วนรุ่น JAECOO 5 EV Long Range Dynamic ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ด้วยเบาะผ้าที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตและทันสมัย ตรงใจกลุ่มผู้ขับขี่รุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการออกแบบที่ทันสมัยและมีสไตล์ หน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว กล้องรอบคัน 360° พร้อมมีมาให้เลือกสีภายนอก 3 สี

OMODA & JAECOO 5

น้อง ๆ สี่ขาก็เที่ยวได้ สำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง JAECOO 5 EV ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษด้วยวัสดุหุ้มเบาะที่ทนทานต่อรอยข่วน ทำความสะอาดง่าย พร้อมจุดยึด ISOFIX สำหรับติดตั้งที่นั่งสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ให้พาน้องหมา น้องแมวไปเที่ยวได้อย่างปลอดภัยและสบายใจ ไม่ว่าจะเป็นทริปพาน้องไปอาบน้ำ หรือพักผ่อนริมทะเลในวันหยุด

OMODA & JAECOO 6

ห้องเก็บของใหญ่จุใจ พร้อมลุยทุกทริป พื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับการแพ็กอุปกรณ์แคมปิง บอร์ดเล่นเซิร์ฟ หรือจักรยาน สำหรับทริปท่องเที่ยวสุดสัปดาห์ หรือจะใช้ขนของช็อปปิงก็สะดวกสบาย

OMODA & JAECOO 7

JAECOO 5 EV ยังมาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 211 แรงม้า ให้ระยะวิ่งไกลถึง 461 กิโลเมตร มาพร้อมระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ ADAS 19 ฟังก์ชัน และโครงสร้างตัวถังที่ใช้เหล็กกำลังสูงถึง 77% เพื่อความมั่นใจในความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

OMODA & JAECOO 10

พิเศษสำหรับลูกค้า JAECOO 5 EV 1,000 ท่านแรก ที่จองและรับภายใน 30 กันยายน 2568 รับข้อเสนอสุดพิเศษ ราคาเริ่มต้นที่ 549,000 บาท สำหรับรุ่น JAECOO 5 EV Long Range Dynamic และราคาเริ่มต้นที่ 599,000 บาท สำหรับรุ่น JAECOO 5 EV Long Range Max รับฟรี WALL CHARGE พร้อมติดตั้ง ดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 1.78% รวมถึงการรับประกันตัวรถ 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร และรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร* นอกจากนี้ ลูกค้าจะได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องหลังการขาย ด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง (โทร 02-0208888 กด 1) ฟรี นาน 5 ปี ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ครอบคลุมทั่วประเทศไทย พร้อมศูนย์บริการมาตรฐานที่พร้อมดูแลลูกค้าอย่างครบวงจร

สัมผัสประสบการณ์ใหม่กับ JAECOO 5 EV ได้แล้ววันนี้ที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ OMODA & JAECOO ทั่วประเทศ เงื่อนไขต่าง ๆ ข้อกำหนดทั้งหมด และรายละเอียดโปรโมชันเพิ่มเติม สามารถดูได้บนเว็บไซต์ www.omodajaecoo.co.th/th

“ลีปมอเตอร์ ประเทศไทย” ประกาศขยายเครือข่าย 15 แห่งทั่วประเทศ พร้อมตั้งเป้ายอดขายกว่า 600 คัน

0
>> ลีปมอเตอร์ ประเทศไทย 1

บริษัท พระนครยนตรการ จำกัด (PNA) ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ Leapmotor อย่างเป็นทางการในประเทศไทย จัดการประชุมผู้จำหน่าย Leapmotor Thailand Dealer Conference 2025 ภายใต้แนวคิด “A Leap Forward – เพราะทุกก้าว คือ โอกาส” ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณธวัชชัย จึงสงวนพรสุข กรรมการบริหาร บริษัท พระนครยนตรการ จำกัด และ คุณธีระพันธุ์ ละอองศรี ผู้จัดการทั่วไป ลีปมอเตอร์ ประเทศไทย พร้อมด้วยผู้จำหน่ายจากโชว์รูมทั้ง 12 แห่ง กว่า 20 ท่าน เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เปิดโอกาสให้ผู้จำหน่ายได้สัมผัสรถยนต์ไฟฟ้า Leapmotor B10 รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งเตรียมเปิดตัวทำตลาดในประเทศไทยเร็ว ๆ นี้เป็นครั้งแรก ณ ห้องประชุม ชั้น 5 อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท พระนครยนตรการ จำกัด

ลีปมอเตอร์ ประเทศไทย 7

การประชุมผู้จำหน่าย Leapmotor Thailand Dealer Conference 2025 จัดขึ้นโดย ลีปมอเตอร์ ประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อรายงานผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา พร้อมทั้งประกาศทิศทางและเป้าหมายสำหรับครึ่งปีหลัง ภายใต้ความมุ่งมั่นในการพัฒนาโชว์รูมและศูนย์บริการให้ได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ทั้งด้านการขายและการบริการหลังการขาย ภายใต้แนวคิด “A Leap Forward – เพราะทุกก้าว คือ โอกาส” ซึ่งถือเป็นนโยบายหลักในการสร้างและเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ไปพร้อม ๆ กับผู้จำหน่ายที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงผู้จำหน่ายรายใหม่ที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวลีปมอเตอร์ในอนาคต

คุณธวัชชัย จึงสงวนพรสุข กรรมการบริการ PNA กล่าวว่า “ขอขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างยิ่งที่ให้เกียรติเข้าร่วมงาน “การประชุมผู้จำหน่าย Leapmotor ประจำปี 2568 ครั้งที่ 1 การประชุมในวันนี้นับเป็น หมุดหมายสำคัญ ของการเดินหน้าสู่ความร่วมมือที่แน่นแฟ้นและยั่งยืนระหว่าง Leapmotor และผู้จำหน่ายทั่วประเทศ เราตั้งใจจัดงานครั้งนี้ขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่ในการสื่อสารอย่างใกล้ชิด สร้างความเข้าใจร่วมกันในทิศทางของธุรกิจ แลกเปลี่ยนแนวคิด เสนอข้อคิดเห็น และร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์ที่ทุกฝ่ายสามารถขับเคลื่อนไปพร้อมกันได้อย่างมั่นใจ”

ลีปมอเตอร์ ประเทศไทย 3

นอกจากนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ Leapmotor B10 ซึ่งกำลังจะวางจำหน่ายในประเทศไทยเร็ว ๆ นี้ ผู้จำหน่ายทุกท่านจะได้สัมผัสรถยนต์รุ่นนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมการวิเคราะห์เปรียบเทียบกับคู่แข่งสำคัญ เพื่อให้ทุกท่านมีข้อมูลครบถ้วนและมั่นใจในการนำเสนอผลิตภัณฑ์สู่ตลาด และในอนาคตอันใกล้ เราจะมี Brand อื่นๆ ที่อยู่ในเครือ Stellantis มาทำตลาดในประเทศไทย ซึ่งจะขายในโชว์รูมเดียวกันกับ Leapmotor ด้วย
สิ่งที่มีความหมายอย่างแท้จริงในวันนี้ คือการที่เราได้มารวมตัวกันในฐานะพันธมิตรที่มีเป้าหมายเดียวกัน การสนับสนุน ความร่วมมือ และความคิดเห็นจากผู้จำหน่ายทุกท่าน คือ แรงขับเคลื่อนสำคัญ ที่จะทำให้ Leapmotor ประสบความสำเร็จและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในประเทศไทย

คุณธีระพันธุ์ ละอองศรี ผู้จัดการทั่วไป Leapmotor Thailand กล่าวว่า “ภาพรวมของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันถือเป็นความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราจึงไม่อาจหยุดนิ่ง และต้องมุ่งมั่นคิดค้น พัฒนา และปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ ๆ รวมถึงการแข่งขันในตลาด สิ่งเหล่านี้ทำให้เราต้องร่วมกันวางรากฐานแห่งความสำเร็จไปพร้อมกับผู้แทนจำหน่ายของเรา สำหรับกลยุทธ์หลักที่นำเสนอใน Leapmotor Thailand Dealer Conference 2025 ในครั้งนี้ เราให้ความสำคัญกับปัจจัยที่เป็นหัวใจของธุรกิจและการบริการลูกค้าเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น การสร้างการรับรู้ของแบรนด์ การบริหารจัดการอะไหล่และคลังสินค้า การพัฒนาศักยภาพพนักงานขาย การบริการหลังการขาย และมาตรฐานโชว์รูมที่เป็นหนึ่งเดียวกันทั่วประเทศ กลยุทธ์เหล่านี้จะเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยยกระดับศักยภาพของผู้แทนจำหน่าย และพร้อมรองรับการขยายเครือข่ายโชว์รูมให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย”

ลีปมอเตอร์ ประเทศไทย 1

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด Leapmotor B10 อย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งถือเป็นรุ่นแรกในตระกูล B Series โดยได้วางกลยุทธ์การทำตลาดผ่านแคมเปญ Pre-Booking ก่อนการเปิดตัวจริง เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นความสนใจจากกลุ่มลูกค้าวัยทำงาน Leapmotor B10 โดดเด่นด้วยดีไซน์กะทัดรัดทันสมัย สีสันสะดุดตา และมาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ช่วงอายุ 28–45 ปีได้อย่างลงตัว คาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีและกลายเป็นอีกหนึ่งรุ่นสำคัญในการขยายฐานลูกค้าของลีปมอเตอร์ในประเทศไทย

สำหรับแผนการเปิดตัวในอนาคต ลีปมอเตอร์ เตรียมเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าในตระกูล B SUV ภายใน 3 ปีข้างหน้า โดยจะมีการเผยโฉมคันจริงครั้งแรกที่ประเทศจีน ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัทแม่ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคัดสรรเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุด พัฒนาโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับโลก เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในประเทศไทย “ในส่วนของเป้าหมายครึ่งปีหลัง 2568 บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายรวมมากกว่า 600 คัน โดยแบ่งเป็นรุ่น Leapmotor C10 ที่เปิดตัวไปแล้วทั้ง 2 รุ่น ได้แก่ Design และ Style รวมถึงรุ่นใหม่ Leapmotor B10 ที่เตรียมทำตลาดในประเทศไทย โดยคาดว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้กว่า 400 คัน”

ในด้านการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ ล่าสุด Leapmotor Thailand ได้ประกาศความร่วมมือกับสโมสรฟุตบอลชลบุรี เอฟซี อย่างเป็นทางการ โดยโลโก้ของ Leapmotor จะปรากฏบนชุดแข่งขันของสโมสร ซึ่งเพิ่งมีการแถลงข่าวเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากแฟนคลับเป็นจำนวนมาก ความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างการรับรู้แบรนด์และเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้จับมือกับพันธมิตรในธุรกิจบริการเช่ารถ Sub A Car แอปพลิเคชันให้เช่ารถรายบุคคลที่ยืดหยุ่นและคุ้มค่า เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้ทดลองขับและสัมผัสรถยนต์ไฟฟ้าของ Leapmotor หลากหลายรุ่นก่อนตัดสินใจซื้อจริง เพื่อสร้างความมั่นใจและประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้า ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่สะท้อนแนวคิด ‘A Leap Forward – เพราะทุกก้าว คือ โอกาส’ ในการก้าวไปพร้อมกับลูกค้าและพันธมิตรทุกคน

ภาพรวมของโชว์รูม Leapmotor ในปัจจุบัน เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้วในหลายพื้นที่ ครอบคลุมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้แก่ รัชโยธิน, ลาดพร้าว, จอมทอง, อ่อนนุช และนนทบุรี ส่วนภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่, พิษณุโลก และเชียงราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา ภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดชลบุรี และภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดสงขลา รวมทั้งหมด 11 โชว์รูมที่พร้อมให้บริการลูกค้าอย่างเต็มรูปแบบ ในอีก 3 ปีข้างหน้า บริษัทฯ ตั้งเป้าขยายเครือข่ายโชว์รูมให้ครบ 21 แห่ง พร้อมยกระดับทุกโชว์รูมและศูนย์บริการให้ได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า Leapmotor ในทุกภูมิภาคของประเทศไทย

‘THE BOLD JOURNEY’ สร้างยอดปฏิสัมพันธ์กว่า 1,000,000 เอนเกจเมนต์ ส่งเสริมครอบครัวยุคใหม่ออกมาผจญภัย ไปกับการเดินทางที่ยั่งยืน ด้วย The Kia EV5 รถยนต์ไฟฟ้า 100%

0
THE BOLD JOURNEY 1

เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) เผยความสำเร็จ “เดอะ โบลด์ เจอร์นีย์” (THE BOLD JOURNEY) แคมเปญที่ร่วมมือกับ “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” (ททท.) สร้างนิยามใหม่ให้กับคำว่า “การเดินทาง” ผ่าน 3 กิจกรรม ไฮไลต์ที่เน้นเจาะกลุ่มครอบครัวยุคใหม่และทันสมัยในหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ 1. The BOLD Destination 2. The BOLD Honeymoon และ 3. The BOLD Friend สะท้อนปรัชญา “Movement that Inspires” ที่เกียเชื่อว่า “ทุกการเดินทาง คือ โอกาสที่จะได้ค้นพบแรงบันดาลใจใหม่ ๆ” โดยเกียได้พาผู้โชคดีออกเดินทางสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ และสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าค้นหาในประเทศไทยไปกับ The Kia EV5 รถเอสยูวีขนาดกลาง ไฟฟ้า 100% ที่ออกแบบตามปรัชญา Opposites United เพื่อรองรับรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลายของครอบครัวทุกรูปแบบ ซึ่งแคมเปญฯ ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมอย่างล้นหลาม และยังได้สร้างยอดปฏิสัมพันธ์กว่า 1,000,000 เอนเกจเมนต์ บนโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์ม สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์การตลาดที่ช่วยให้เกียขยายการรับรู้ของแบรนด์ไปยังกลุ่มครอบครัวยุคใหม่ได้ในวงกว้าง

THE BOLD JOURNEY 2

นายฌ็อง–ดาวิด คริสติญอง อาเรล รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์และการตลาด บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า “เกีย มุ่งมั่นส่งมอบนวัตกรรมและบริการที่ดีและมีคุณค่า พร้อมยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้คนให้สะดวกสบายและสร้างแรงบันดาลใจตามปรัชญา Movement that Inspires ที่เราเชื่อว่าพลังของการเดินทางจะสร้างแรงบันดาลใจและสามารถเปลี่ยนแปลงมุมมองและชีวิตผู้คนได้ เพื่อตอกย้ำปรัชญาดังกล่าว ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ได้ร่วมมือกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สร้างสรรค์แคมเปญที่ผสานเสน่ห์ของการท่องเที่ยวไทยเข้ากับประสบการณ์การเดินทางด้วย The Kia EV5 ยนตรกรรมไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และทุกครอบครัวอย่างลงตัว ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ทั้งในด้านการยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์เกียให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และยังสร้างแรงกระเพื่อมทางการตลาด (market impact) ด้วยการเพิ่มการมีปฏิสัมพันธ์ (engagement) กับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

นายฌ็อง–ดาวิด คริสติญอง อาเรล กล่าวต่อว่า “ความน่าสนใจของแคมเปญนี้ คือ การออกแบบกิจกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของครอบครัวที่หลากหลายรูปแบบ ครอบครัวสำหรับบางคนอาจเป็นพ่อแม่ลูก สำหรับบางคนอาจเป็นคนที่เรารักโดย ไม่จำกัดเพศ สำหรับบางคนอาจเป็นสัตว์เลี้ยงที่เป็นพยานรักและเป็นส่วนหนึ่งในทุกช่วงเวลาที่มีความหมายร่วมกัน การเข้าใจนิยามใหม่นี้กลายเป็นจุดแข็งที่เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) เลือกนำมาใช้ในการสื่อสารกับผู้บริโภคยุคใหม่ผ่านแคมเปญ “THE BOLD JOURNEY” ซึ่งสะท้อน DNA ของเกียได้เป็นอย่างดีในการเป็นแบรนด์ที่กล้าคิด กล้าทำ และกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็นบรรทัดฐาน

กิจกรรมสร้างสรรค์จากแคมเปญ THE BOLD JOURNEY

THE BOLD JOURNEY 3

1. The BOLD Destination เป็นกิจกรรมที่เกีย ร่วมมือกับ ททท. ชวนทุกครอบครัวออกไปท่องเที่ยวสู่จุดหมายปลายทางสุด BOLD พร้อมกิจกรรมซีเอสอาร์รักษ์โลกด้วยการทำปะการังเทียม เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น ณ เกาะมันกลาง จังหวัดระยอง

THE BOLD JOURNEY 5

2. The BOLD Honeymoon กิจกรรมร่วมฉลอง Pride Month ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ เกียที่พร้อมสนับสนุนความสัมพันธ์และความรักในทุกรูปแบบ เพราะความรักคือพลังขับเคลื่อนที่ทรงพลัง พร้อมให้คู่รักสัมผัสบรรยากาศสุดโรแมนติก กับกิจกรรมฮันนีมูนสุดหวาน ณ จังหวัดอยุธยา

THE BOLD JOURNEY 5

3. The BOLD Friend กิจกรรมซีเอสอาร์ที่ เกีย ร่วมกับมูลนิธิเดอะวอยซ์ เชิญชวนผู้ที่พร้อมอุปการะสัตว์เลี้ยงมาร่วมเป็นบ้านหลังใหม่ให้เพื่อนสี่ขาสุด BOLD ซึ่งเป็นการขยายนิยามของคำว่า ‘ครอบครัว’ ที่เกียมองว่าสำหรับบางคน สัตว์เลี้ยง คือ สมาชิกครอบครัวที่สำคัญไม่แพ้คนในครอบครัว ซึ่ง 3 กิจกรรมนี้ไม่เพียงเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ แต่ยังได้ทดลองและสัมผัสสมรรถนะของ The Kia EV5 รถเอสยูวีขนาดกลาง ไฟฟ้า 100% ที่ออกแบบมาเพื่อทำให้การเดินทางของครอบครัวทั้งสะดวกสบาย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตอกย้ำความตั้งใจของเกียในการสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้คน

THE BOLD JOURNEY 8

การผสานพลัง KOL/Influencer แพลตฟอร์มออนไลน์ และกิจกรรมออนกราวน์

THE BOLD JOURNEY 6

เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) เลือกใช้กลยุทธ์การสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นหลัก ควบคู่กับการใช้ KOL/Influencer ที่สอดคล้องกับแต่ละกลุ่มเป้าหมาย อาทิ Influencer ครอบครัวสายท่องเที่ยวอย่าง “ไอซ์ – ณพัชรินทร์ ปรีดากุล และ “แบงค์ – อธิกิตติ์ ไพบูลย์รัตนกิจ” เพื่อสื่อสารกับครอบครัวนักเดินทาง และ คู่รัก LGBTQ+ อย่าง “พอร์ช-อภิวัฒน์ อภิวัฒน์เสรี” และ “อาม-สัพพัญญู ปนาทกุล” ที่รักกันมานานกว่า 16 ปี รับหน้าที่เป็นคู่รักต้นแบบที่มาชวนคู่รักไปฉลองทริปฮันนีมูน

นอกจากนี้ยังมี Influencer ผู้รักสัตว์เลี้ยงอย่าง “เต๋า – เศรษฐพงศ์ เพียงพอ” ที่เข้าถึงกลุ่มคนรักสัตว์ได้ และยังมีการจัดกิจกรรม On ground รวมถึงทริปกับเจ้าของรถเกียและผู้โชคดีที่สร้างปฏิสัมพันธ์โดยตรง นำไปสู่การสร้างเอนเกจเมนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้เกียเชื่อมโยงกับครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างตรงจุด

THE BOLD JOURNEY 9

“แคมเปญนี้ได้รับความคิดเห็นเชิงบวก และกระแสตอบรับที่ล้นหลามจากผู้บริโภคไทยยุคใหม่ ด้วยยอดปฏิสัมพันธ์กว่า 1,000,000 เอนเกจเมนต์บนโซเชียลมีเดียในทุกแพลตฟอร์ม ความสำเร็จเหล่านี้ ไม่เพียงช่วยเพิ่มการรับรู้แบรนด์ แต่ยังเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ก้าวหน้าของเกียในฐานะแบรนด์ที่ยอมรับความเท่าเทียมและเข้าใจไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่อย่างแท้จริง ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเกียในการเป็นแบรนด์ยนตรกรรมระดับโลกที่พร้อมยกระดับประสบการณ์การเดินทาง และสร้างคุณค่าให้กับผู้บริโภค พร้อมเดินหน้าสร้างแรงบันดาลใจ และเป็นแรงขับเคลื่อนเชิงบวกให้กับสังคม” นายฌ็อง–ดาวิด กล่าวสรุป

ติดตามความเคลื่อนไหว และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ช่องทาง Official ของ Kia Thailand ที่ https://www.kia.com/th

 

“ฮุนได” ปล่อยหมัดเด็ด เป็นเจ้าของ IONIQ 5 ง่ายขึ้น ส่วนลดสูงสุด 570,000 บาท รับเพิ่มมูลค่ารถคันเดิมอีก 100,000 บาท

0
ฮุนได 1

ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจในไทย และขับเคลื่อนสู่อนาคตยานยนต์พลังงานสะอาด ประกาศขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการที่จำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียม แบรนด์ IONIQ เพิ่มขึ้นเป็น 35 แห่งทั่วประเทศ เติมเต็มศักยภาพในด้านการขายและบริการหลังการขายครอบคลุม ทั้งรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน รถไฮบริด และรถพลังงานไฟฟ้า ตอบรับแนวโน้มความต้องการรถพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น และทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงรถพลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียม IONIQ จากฮุนไดได้ง่ายขึ้น มอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับ IONIQ 5 รถพลังงานไฟฟ้าเจ้าของรางวัล 2022 World Car of the Year, 2022 World Electric Vehicle of the Year และรางวัลระดับโลกอีกมากมายกว่า 70 รางวัล มอบส่วนลดสูงสุด 570,000 บาท และรับเพิ่มมูลค่ารถคันเดิมอีก 100,000 บาท พร้อมโฮม ชาร์จเจอร์ ฟรีประกันภัย 1 ปี และสิทธิประโยชน์ครบวงจร วันนี้ – 31 สิงหาคม 2568

ฮุนได 2

ปัจจุบัน ฮุนไดมีโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานกว่า 35 แห่งทั่วประเทศ ควบคู่กับ “Outreach Program” ศูนย์บริการหลังการขายเคลื่อนที่ซึ่งเข้าไปดูแลลูกค้าในพื้นที่ห่างไกลถึงถิ่นที่อยู่ โดยในปี 2568 มีแผนจัดกิจกรรมบริการตรวจเช็กและซ่อมบำรุงเบื้องต้นกว่า 50 ครั้ง ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ช่วยลดภาระการเดินทาง และสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าฮุนได แม้ในพื้นที่ซึ่งยังไม่มีศูนย์บริการใกล้บ้าน

IONIQ 5 รถพลังงานไฟฟ้าระดับเรือธงสุดล้ำสมัย ที่พัฒนาขึ้นบนโครงสร้างแบบใหม่ของฮุนได Electric Global Modular Platform (E-GMP) ทำให้ห้องโดยสารกว้างขวาง และให้การควบคุมที่เหนือกว่า ซึ่งนับเป็นการพัฒนาก้าวสำคัญของวงการรถพลังงานไฟฟ้า นำเสนอพร้อมนวัตกรรมแบตเตอรี่ 800 โวลต์ รองรับการชาร์จแบบ Ultra-fast Charging ด้วยระยะเวลาเร็วสูงสุดที่สามารถชาร์จจาก 10% เป็น 80% ของแบตเตอรี่ 350 kWh ภายในเพียงแค่ 18 นาที โดยแบตเตอรี่แรงดันสูงมีโครงสร้างในรูปแบบ Cell to Module to Pack ซึ่งสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่เป็นโมดูลได้ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบริการในอนาคตได้เป็นอย่างมาก

ฮุนได 6

 

IONIQ 5 เหนือกว่าด้วยระบบ Smart regeneration system ควบคุมระดับการแปลงพลังงานจากการเบรก เป็นพลังงานไฟฟ้า ชาร์จกลับเข้าแบตเตอรี่ ควบคุมผ่าน Paddle Shift ทำให้ช่วยลดอาการเมาขณะขับขี่ และนั่งโดยสาร นอกจากนี้ IONIQ 5 ยังโดดเด่นในด้านงานออกแบบ ซึ่งผสานนวัตกรรมกับดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เส้นสายคมชัด ไฟหน้าและไฟท้าย Parametric Pixel ดีไซน์โดดเด่น กันชนหน้ารูปตัววี ฝากระโปรง Clamshell มือจับประตูแบบพับเก็บอัตโนมัติ

ฮุนได 5

ภายในห้องโดยสาร เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมการออกแบบห้องโดยสารในที่สวยงามหรูหราในทุกรายละเอียด ผู้ขับขี่และผู้โดยสารจะสัมผัสกับเทคโนโลยีสุดล้ำ ที่ตอบโจทย์ทั้งความบันเทิงและความปลอดภัย หน้าจอสัมผัส 12.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมแท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย และระบบช่วยขับขี่ และความปลอดภัยขั้นสูง Hyundai SmartSense มีครบครันถึง 11 ระบบ ซึ่งรวมถึง Smart Cruise Control with Stop & Go, Blind-Spot Collision Warning และ Forward Collision-Avoidance Assist เพื่อเพิ่มความมั่นใจตลอดเส้นทาง

ฮุนได  10

 

 

IONIQ 5 มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่มีให้เลือก 2 ขนาด

oแบตเตอรี่แรงดันไฟฟ้าแรงสูง ความจุ 58 kWh กำลังสูงสุด 170 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร มอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียง 8.5 วินาที ทำความเร็วสูงสุดที่ 185 กม./ชม. ระยะการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าสูงสุด 384 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP

ฮุนได 3

oแบตเตอรี่แรงดันไฟฟ้าแรงสูง ความจุ 72.6 kWh กำลังสูงสุด 217 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร มอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียง 7.4วินาที ทำความเร็วสูงสุดที่ 185กม./ชม. ระยะการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าสูงสุด 481 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP

เพื่อมอบเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยให้ผู้บริโภคชาวไทย ฮุนไดประกาศมอบข้อเสนอพิเศษสำหรับ IONIQ 5 ครบทุกรุ่นย่อย
•Premium 1,399,000 บาท (ลด 300,000 บาท จาก 1,699,000 บาท)
•Exclusive 1,499,000 บาท (ลด 330,000 บาท จาก 1,829,000 บาท)
•First Edition 1,829,000 บาท (ลด 570,000 บาท จาก 2,399,000 บาท)

ลูกค้ารับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม ได้แก่ เทิร์นรถเก่า (Trade-in) เพิ่มมูลค่าให้อีก 100,000 บาท ฟรีประกันภัยชั้น 1 และ พ.ร.บ. 1 ปี รับประกันรถ 5 ปี / 150,000 กม. รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี / 160,000 กม. บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5ปี ไม่จำกัดระยะทาง เครดิตชาร์จไฟ 10,000 บาท และโฮมชาร์จเจอร์ พร้อมติดตั้งฟรี (รับประกัน 3 ปี) เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าจะได้รับทั้งความคุ้มค่าและการดูแลหลังการขายอย่างครบถ้วน

ผู้สนใจสามารถทดลองขับและสัมผัสประสบการณ์ของ IONIQ 5 ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ รวมถึงที่ศูนย์ H-SPACE ถนนวิภาวดี, IONIQ Lab ณ True Digital Park ชั้น 1 และ H-STUDIO บริเวณชั้น 2 เอ็มสเฟียร์ โดยดูรายละเอียดและจองออนไลน์ได้ที่ hyundai.com/th/th และ buyonline.hyundai.com