Home Blog Page 75

RIDDARA RD6 รถกระบะไฟฟ้า 100% ในเครือ GEELY เข้าประจำการในบริษัท รักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานไทย สนับสนุนภารกิจ “สนามบินต้นแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Airport)”

0
Geely Riddara 1

GEELY RIDDARA ประเทศไทย เดินหน้าแผนงานกลยุทธ์ด้านการขายสำหรับลูกค้าองค์กรหลังบรรลุข้อตกลงด้านการขาย RIDDARA RD6 ให้กับบริษัท ไทยอีวี จำกัด (Thai EV) ซึ่งเป็นบริษัทฯ ที่ให้บริการรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้เช่าระยะยาวให้กับ บริษัท รักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานไทย จำกัด (บรท.) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) โดยรถกระบะไฟฟ้า RIDDARA RD6 ทั้งหมดจะเข้าประจำการแทนรถกระบะเครื่องยนต์สันดาปทั่วไปและให้บริการด้านความปลอดภัย ณ ท่าอากาศยานนานานชาติสุวรรรณภูมิ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมผลักดันให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นสนามบินต้นแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Airport) แห่งแรกในไทย ตามนโยบายของการท่าอากาศยานไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม

Geely Riddara 2

มร. จาง ชง ผู้จัดการทั่วไป GEELY RIDDARA ประเทศไทย กล่าวเน้นย้ำถึงการส่งมอบรถกระบะไฟฟ้า RIDDARA RD6 ในครั้งนี้ว่า “ความร่วมมือกับบริษัท ไทยอีวี จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์และโซลูชั่นแบบครบวงจร ได้สนับสนุนวิสัยทัศน์รวมทั้งแผนการดำเนินงานของ GEELY RIDDARA ในการสร้างประสบการณ์ใหม่ของการใช้งานรถกระบะในประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ เรามั่นใจว่าการนำรถกระบะพลังงานไฟฟ้ารุ่น RIDDARA RD6 ไปใช้ในการปฎิบัติภารกิจต่างๆ ของ บริษัท รักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานไทย จำกัด นอกจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ยกระดับการปฎิบัติการด้านความปลอดภัยแล้วยังสนับสนุนนโยบายด้านความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ที่มุ่งสู่การเป็น Green Airport ได้เป็นอย่างดี ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นการตอกย้ำว่าภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่สามารถเป็นผู้นำในการนำแนวปฏิบัติที่ยั่งยืนมาใช้ได้อย่างชัดเจน”

Geely Riddara 3

GEELY RIDDARA ทุ่มเทอย่างหนักเพื่อให้ลูกค้าของเราได้รับประสบการณ์ใหม่ในการใช้งานรถกระบะไฟฟ้า สำหรับ RIDDARA RD6 คือผลลัพธ์ของการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อส่งมอบประการณ์ที่เหนือกว่าด้วยการประสานสมรรถนะและความสามารถในการบรรทุกของรถกระบะ เข้ากับความอัจฉริยะของยานยนต์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ “การได้เห็นรถกระบะไฟฟ้าของเรากลายเป็นส่วนสำคัญในแผนงานด้านความยั่งยืนของบริษัทชั้นนำขนาดใหญ่หลากหลายองค์กรนับเป็นความภูมิใจอย่างยิ่งของเราเพราะสิ่งนี้จะเป็นการยืนยันถึงวิสัยทัศน์ของเราที่สะท้อนให้เห็นว่าเรารถกระบะพลังงานไฟฟ้าของเราสามารถมอบประโยชน์ใช้สอยที่หลากหลายที่สามารถผสานรวมเข้ากับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างราบรื่นอย่างและลงตัว” มร. จาง ชง ผู้จัดการทั่วไป GEELY RIDDARA ประเทศไทย กล่าว
Geely Riddara 4

RIDDARA RD6 รถกระบะพลังงานไฟฟ้า 100% ผสานจุดเด่นของรถกระบะและรถยนต์ไฟฟ้าเข้าด้วยกันจึงมอบความสะดวกสบายระดับ SUV ตอบโจทย์ทุกการใช้งานแบบกระบะ โดดเด่นด้วยสมรรถนะด้วยอัตราเร่งจาก 0–100 กม./ชม. ได้ภายใน 4.5 วินาที ให้แรงบิดสูงสุดถึง 595 นิวตันเมตร รองรับน้ำหนักบรรทุกได้ถึง 1 ตัน และลากจูงสูงสุด 3,000 กิโลกรัม พร้อมห้องโดยสารกว้างขวางสไตล์ SUV ที่มอบความสะดวกสบาย พร้อมติดตั้งระบบความปลอดภัยและช่วยเหลือการขับขี่อย่างครบครัน อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและค่าบำรุงรักษาที่ต่ำกว่ารถกระบะเครื่องยนต์สันดาปภายในทั่วไป

Deliver RIDDARA 5

GEELY RIDDARA พร้อมร่วมมือกับองค์กรในหลากหลายอุตสาหกรรมเพื่อส่งมอบยานยนต์ที่สอดรับกับความต้องการเฉพาะของแต่ละองค์กรและพร้อมให้คำปรึกษาสำหรับองค์กรที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า โดยหน่วยงานที่สนใจสามารถติดต่อฝ่ายขายองค์กรเพื่อขอรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดหมายเพื่อรับการนำเสนอผลิตภัณฑ์ได้ที่ GEELY RIDDARA Call Center หมายเลข 02-039-5777

RIDDARA RD6 โดดเด่นด้วยนวัตกรรม M.A.P (Multiplex Attached Platform) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแพลตฟอร์มรถยนต์ที่พัฒนาเอาจุดเด่นของรถกระบะและรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามาผสมผสานกัน ทำให้ RIDDARA RD6 มีความโดดเด่นทั้งในด้านของการออกแบบ สมรรถนะและความอัจฉริยะในแบบฉบับของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ด้วยโครงสร้างตัวถังขนาดใหญ่และมีความปลอดภัยสูง อีกทั้งยังมอบพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบาย และติดตั้งระบบความปลอดภัยและระบบช่วยในการขับขี่ที่ครบครัน พร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่รองรับทั้งการเดินทาง และการทำกิจกรรมแบบเอาท์ดอร์ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีค่าบำรุงรักษาและค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่น้อยกว่ารถกระบะสันดาปทั่วไป

Deliver RIDDARA 6

อัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.5 วินาที และแรงบิดสูงสุด 595 นิวตันเมตร มาพร้อมช่องจ่ายกระแสไฟตามมาตรฐานยุโรปขนาด 6KW ที่กระบะท้าย รวมไปถึงการเชื่อมต่อและควบคุมรถผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือทำให้สามารถควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ ภายในรถจากระยะไกลผ่านสมาร์ทโฟน

สะดวกสบายระดับ SUV ด้วยห้องโดยสารขนาดใหญ่ที่เงียบสงบด้วยเทคโนโลยี Pure Electric NVH Silent พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ถึง 14.6 นิ้ว ที่ชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สายขนาด 50W ระบบปรับอากาศแบบ Dual Zone ที่มาพร้อมระบบกรองอากาศ CN95 filter ที่สามารถกรองฝุ่นPM2.5และไอเสียจากภายนอกห้องโดยสารได้ พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง เบาะหนังคุณภาพสูงดีไซน์เอกลักษณ์สามารถปรับด้วยไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมระบบระบายอากาศที่เบาะโดยสาร เบาะหน้าเอนราบได้แบบ 180 องศา พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง และสิ่งอำนวยความสะดวกอีกครบครัน

Deliver RIDDARA 7

ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 แบบอัตโนมัติ โดยมีโหมดการขับขี่ 7 โหมด สำหรับสภาพถนนที่แตกต่างกัน (Sand / Mud / Off-road / Wading / Economy / Comfort / Sport) อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยความสามารถในการลุยน้ำลึกได้สูงสุด 815 มิลลิเมตร มีพื้นที่บรรทุกกระบะท้ายขนาด 1,200 ลิตร ช่องเก็บของใต้ฝากระโปรงหน้าขนาด 70 ลิตร และพื้นที่จัดเก็บเพิ่มเติมใต้เบาะผู้โดยสารด้านหลังอีก 48 ลิตร อีกทั้งยังมีความสามารถในการลากจูงได้สูงสุดถึง 3,000 กิโลกรัม

RIDDARA RD6 มีระบบความปลอดภัยรอบคัน ซึ่งรวมถึงระบบช่วยในการขับขี่ ADAS (Advanced Driving Assistance Systems) สูงสุด 14 ระบบ และกล้องมองภาพรอบทิศทาง 540 องศา รวมไปถึงถุงลมนิรภัย 6 จุดช่วยปกป้องทั่วทั้งห้องโดยสาร ยิ่งไปกว่านั้นตัวรถสร้างขึ้นจากเหล็กกล้าที่มีความแข็งแรงสูงซึ่งคิดเป็นกว่า 70% ของโครงสร้างรถ

RIDDARA RD6 มีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยมีราคาจำหน่ายดังนี้
•RIDDARA RD6 2WD 63kWh ราคา 899,000 บาท
•RIDDARA RD6 2WD 73.9 kWh ราคา 999,000 บาท
•RIDDARA RD6 2WD 86kWh ราคา 1,159,000 บาท
•RIDDARA RD6 4WD 73.9 kWh ราคา 1,149,000 บาท
•RIDDARA RD6 4WD 86kWh ราคา 1,299,000 บาท
•RIDDARA RD6 4WD 86kWh (Sunroof) ราคา 1,335,000 บาท

ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ RIDDARA ได้ที่
•Website: http://th.riddara.com
•Facebook: Riddara Thailand

เริ่มแล้ว “งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 47” อวดโฉมรถสุดวินเทจ ฉลอง 30 ปี ฟิวเจอร์พาร์ค

0

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ร่วมกับ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ จัด “งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 47” แสดงรถโบราณ ทรงคุณค่ากว่าร้อยคัน พร้อมยกทัพรถคลาสสิค ร่วมฉลอง 30 ปี ฟิวเจอร์พาร์ค วันนี้–22 มิถุนายน 2568

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 47 จัดภายใต้แนวคิด “ความหวังยุคหลังสงคราม-The Post-War Hope” โดยปีนี้มีผู้ส่งรถโบราณ และรถคลาสสิคเข้าประกวด และจัดแสดงให้ชมกว่า 100 คัน ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์

การประกวดแบ่งออกเป็น 7 รุ่น ได้แก่ รถรุ่นบรรพบุรุษ รถรุ่นผ่านศึก รถโบราณ รถรุ่นก่อนสงคราม รถรุ่นหลังสงคราม รถคลาสสิค และรถคลาสสิคร่วมสมัย โดยรถเด่น ได้แก่ Mercedes-Benz 300 Cabriolet D ปี 1953 รถเปิดประทุนคันงาม ซึ่งเป็นแบบในโปสเตอร์งานปีนี้

ยิ่งกว่านั้น ยังมีการประกวด รถจำลอง รถดัดแปลง รถประดิษฐ์พิเศษ รถแจกวาร์ รถมีนี รถโฟล์คสวาเกน รถอเมริกัน และรถเฟียต พร้อมรถคลาสสิคร่วมสมัย อายุ 30 ปี ที่นำมาแสดงเป็นพิเศษร่วมฉลองครบรอบ 30 ปี ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์

ส่วนกิจกรรมอื่นๆ ได้แก่ เสวนาเกี่ยวกับรถโบราณ การประกวดราชินีแห่งความสง่างาม มินิคอนเสิร์ตจากสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จำหน่ายสินค้าวินเทจ เช่น รถโบราณจำลอง หนังสือ นิตยสาร ฯลฯ

กัลยา กมลรัตน์ ผู้อำนวยการด้านการตลาด ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค กล่าวว่า “ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ จัดพื้นที่แสดงรถโบราณ และรถคลาสสิค กว่า 4,000 ตารางเมตร เพราะเราไม่ได้เป็นเพียงช้อปปิ้ง เดสติเนชั่น เท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์การค้าที่ตอบโจทย์ทุกเจเนอเรชัน โดยงานประกวดรถโบราณนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่สะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของแต่ละเจเนอเรชัน

นอกจากนี้ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ พร้อมมอบประสบการณ์พิเศษด้วยกิจกรรมสนุกที่ตอบโจทย์ทุกเพศทุกวัย ได้แก่ Game Jigsaw Challenge / เวิร์คช็อพทำพวงกุญแจรถคลาสสิค – เติมสีสันตามสไตล์ / Rally Scan – ตามหารถไฮไลท์ภายในงาน รับของรางวัลมากมาย อาทิ กระเป๋า Limited Edition 30th Anniversary , กล่องกระดาษทิชชู ฯลฯ

ชม “งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 47” ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ ระหว่างวันที่ 18-22 มิถุนายน 2568 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ vintagecarclub.or.th และ facebook.com/VintageCarClub

“นิสสัน ประเทศไทย” ขยายเครือข่ายเข้าถึงลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เปิดโชว์รูมแห่งใหม่ นิสสัน ชลบุรี มอเตอร์ เอ็กซ์เพรส จ.ชลบุรี

0
NISSAN 1

นิสสัน ประเทศไทย ขยายเครือข่ายผู้จำหน่าย สานต่อความมุ่งมั่นในการให้บริการลูกค้าทั่วประเทศ ด้วยการเปิดโชว์รูม และศูนย์บริการ นิสสัน ชลบุรี มอเตอร์ เอ็กซ์เพรส แห่งใหม่ในอำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี

โชว์รูม นิสสัน ชลบุรี มอเตอร์ เอ็กซ์เพรส แห่งใหม่นี้ เป็นศูนย์บริการครบวงจรแบบ 3S (จำหน่ายรถยนต์, ศูนย์บริการ, อะไหล่แท้) ที่มีความพร้อมสำหรับบริการลูกค้าในทุกด้าน ตั้งแต่ การจำหน่ายรถยนต์ใหม่ทุกรุ่น รวมถึงมีศูนย์บริการมาตรฐานที่มีทีมช่าง ผู้เชี่ยวชาญ และอุปกรณ์มาตรฐานสูง พร้อมทั้งศูนย์ซ่อมสี และตัวถัง ที่ใช้อะไหล่แท้ และที่มีประสิทธิภาพ มอบความมั่นใจสูงสุด ครอบคลุมการบริการทุกรูปแบบตามที่ลูกค้าต้องการ

NISSAN Thailand 4

โทชิฮิโระ ฟูจิคิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย และนิสสัน อาเซียน กล่าวว่า “การเปิดโชว์รูม นิสสัน ชลบุรี มอเตอร์ เอ็กซ์เพรส ในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการให้บริการลูกค้าในจังหวัดชลบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง เราขอขอบคุณพันธมิตรผู้จำหน่ายที่เชื่อมั่นในแบรนด์นิสสันและร่วมเดินทางไปกับเราในเส้นทางนี้ เราจะร่วมกันส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ยอดเยี่ยม เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้าชาวไทย

NISSAN Thailand 6

นิสสันยังคงเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และโชว์รูมแห่งใหม่นี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายเพื่อเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้นในทุกภูมิภาค เราหวังว่าจะได้เติบโตและสนับสนุนกันต่อไปในอนาคต”

สมพงษ์ ชัยสมบูรณ์สุข กรรมการผู้จัดการ นิสสัน ชลบุรี มอเตอร์ เอ็กซ์เพรส กล่าวว่า “เรามีความเชื่อมั่นในแบรนด์นิสสันมาโดยตลอด เรามั่นใจในมาตรฐาน คุณภาพ ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า รวมถึงการบริหารงานด้านการบริการหลังการขาย จึงเป็นเหตุผลที่เราตัดสินใจเปิดโชว์รูมแห่งใหม่นี้ เรามุ่งมั่น และพร้อมที่จะให้บริการอย่างครอบคลุมในพื้นที่จังหวัดชลบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อให้ลูกค้ามีความพึงพอใจสูงสุด”

Nissan 1

สำหรับโชว์รูม นิสสัน ชลบุรี มอเตอร์ เอ็กซ์เพรส ตั้งอยู่บนถนนเลี่ยงเมืองชลบุรี มีพื้นที่จัดแสดงรถยนต์ที่กว้างขวาง พร้อมศูนย์บริการหลังการขายแบบครบวงจร เปิดให้บริการวันจันทร์ถึงวันเสาร์ เวลา 08.00–17.00 น. โดยแผนกขายเปิดให้บริการเพิ่มเติมในวันอาทิตย์ เวลา 09.00–16.00 น. ลูกค้าในจังหวัดชลบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงสามารถเข้ามาสัมผัสประสบการณ์กับรถยนต์นิสสันและบริการต่าง ๆ ได้ด้วยตนเองที่โชว์รูมแห่งใหม่ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้านิสสัน โทร. 02-401-9600 หรือ เว็บไซต์ นิสสัน ประเทศไทย

MOTIF รุกตลาดยานยนต์เต็มกำลัง เปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่ เสริมไลน์อะไหล่คุณภาพ มุ่งสู่ผู้นำตลาดรถยนต์เมืองไทย

0
Motif 1

MOTIF ประกาศเดินหน้ารุกตลาดยานยนต์อย่างมั่นคง พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดถึง 3 รายการพร้อมกัน ได้แก่ ปีกนกรถยนต์, แร็คพวงมาลัยทั้งเส้น, และ คอยล์จุดระเบิด โดยมุ่งหวังขยายฐานลูกค้าในกลุ่มผู้ใช้งานรถยนต์ทุกระดับ พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ “แบรนด์อะไหล่คุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้”

โมทีฟ 2

ที่ผ่านมา MOTIF ได้รับความสนใจอย่างรวดเร็วในฐานะ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอะไหล่ทดแทนรายใหม่ที่มาแรง จากการเปิดตัวสินค้าหลากหลายประเภท ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภคทั่วประเทศ ด้วยจุดแข็งด้าน คุณภาพที่ไว้ใจได้ ผสานกับ ราคาที่สมเหตุสมผล ล่าสุด ทางแบรนด์ได้ก้าวต่อไปอีกขั้นด้วยการส่ง 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าสู่ตลาดในเวลาเดียวกัน เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้รถยนต์ในปัจจุบัน

เริ่มต้นกันที่ ปีกนกรถยนต์ MOTIF โดดเด่นด้วย การผลิตภายใต้มาตรฐานระดับสากล ได้แก่ ISO 9001 และ TS16949 พร้อมผ่านกระบวนการ ทดสอบคุณภาพ 100% ทุกชิ้นงาน ทำให้ผู้ใช้มั่นใจได้ในความแข็งแรงและความปลอดภัย

โมทีฟ 3

จุดเด่นอยู่ที่โครงสร้างพิเศษ เสริมเหล็กแนวกลาง เพิ่มความแข็งแรงเป็นพิเศษ รองรับแรงสั่นสะเทือนจากการขับขี่ทุกสภาพถนน เหมาะกับรถยนต์ทุกประเภท นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับ ลูกหมากปีกนกที่ออกแบบเฉพาะรุ่น ตรงรุ่นกับรถยนต์ทุก SEGMENT ไม่ว่าจะเป็นรถเล็ก รถกลาง หรือรถกระบะ รับประกันคุณภาพสูงสุดถึง 20,000 กิโลเมตร หรือ 1 ปีเต็ม

สำหรับ แร็คพวงมาลัยทั้งเส้น MOTIF อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้รถที่ใส่ใจในเรื่อง ความแม่นยำในการควบคุมพวงมาลัย

โมทีฟ 6

ผลิตจากวัตถุดิบคุณภาพระดับพรีเมียม ใช้ ซีลยาง HNBR คุณภาพสูง ซึ่งมีคุณสมบัติทนความร้อนและสารเคมีได้ดีเยี่ยม พร้อม ยางกันฝุ่นเกรด TPV ที่ช่วยป้องกันสิ่งสกปรก ความร้อน และน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จุดเด่นพิเศษคือ การเลือกใช้เหล็กรัดสแตนเลสเกรด 304 แข็งแรง ทนทาน ไม่เป็นสนิม และ ลูกปืนแร็คสั่งทำพิเศษ ตามมาตรฐาน OEM ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานกว่าทั่วไป โดยสินค้ารับประกันถึง 100,000 กิโลเมตร หรือ 12 เดือน เพิ่มความมั่นใจทุกครั้งที่จับพวงมาลัย

และสุดท้าย คอยล์จุดระเบิด MOTIF เทคโนโลยีล้ำหน้าเพื่อรถยนต์สมัยใหม่โดยเฉพาะ มาพร้อม วงจรอัจฉริยะ Thermal Guard ที่ช่วยควบคุมความร้อนสะสมจากการทำงานของคอยล์ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของปัญหาคอยล์ไหม้หรือเสื่อมสภาพ

โมทีฟ 5

ด้วย มาตรฐานระดับ OE (Original Equipment) และการออกแบบที่รองรับการใช้งานหนักในระยะยาว คอยล์จุดระเบิดรุ่นนี้จึงเหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการความเสถียรในการขับขี่อย่างต่อเนื่อง รับประกันสินค้านานถึง 6 เดือน คุ้มค่าในทุกมิติของการใช้งาน

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook Fanpage: MOTIFThailandBrand และสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ได้แล้ววันนี้ที่ SUPERPART ศูนย์จำหน่ายอะไหล่รถยนต์ครบวงจรทั้ง 12 สาขาทั่วประเทศ รวมถึงตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตทั่วประเทศ

“ฟาสต์ ออโต โชว์ 2025” ชี้ช่อง ดูรถไม่เป็นก็ซื้อรถมือสองมาใช้ได้อย่างมั่นใจ จับมือผู้ประกอบการชั้นนำสร้างมาตรฐานใหม่ ยกระดับความเชื่อมั่นตลาดรถยนต์ใช้แล้ว

0
ฟาสต์ ออโต โชว์ 2025 1

ในงานแถลงข่าว “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025” (FAST Auto Show Thailand) มหกรรมจำหน่ายรถยนต์ครบวงจรช่วงกลางปี ผู้จัดงานได้ร่วมกับผู้ประกอบการธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วชั้นนำของประเทศ จัดเสวนาในหัวข้อ “เทรนด์รถมือสอง 2568 : มาตรฐานใหม่ยกระดับความเชื่อมั่นตลาดรถยนต์ใช้แล้ว” รวมตัวเร่งสร้างจุดแข็งด้านมาตรฐานคุณภาพสินค้าและบริการ ปรับกลยุทธ์การตลาดด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อรองรับการฟื้นตัวเต็มที่ พร้อมผลักดันธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยมี นายอัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ รองประธานจัดงาน ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ นายโย ปัญญาตระกูลชัย DDS คาร์เซ็นเตอร์ นายศิลา ปัญญาตระกูลชัย ดา ศรีนครินทร์ และนายภิญโญ ธนวัชรภรณ์ โยรัชดา ร่วมเสวนา ซึ่งสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้

ฟาสต์ ออโต โชว์ 2025 2

•”รถยนต์ใช้แล้ว ทางเลือกคุ้มค่าในยุคเศรษฐกิจซบ – จ่อปรับขึ้นราคาอีก 10-15%”
ภาพรวมของธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วยังคงทรงตัวต่อเนื่องจากปีที่แล้ว เพราะความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อ และการแข่งขันด้านราคาของรถยนต์ใหม่ แต่ “รถยนต์ใช้แล้ว” ยังคงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ต้องการใช้รถในช่วงเศรษฐกิจทรงตัวและกำลังซื้อถดถอย นับเป็นโอกาสของผู้บริโภค เนื่องจากรถยนต์ใช้แล้วเป็นสินค้าทดแทนที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่าให้กับผู้บริโภค เพราะราคามีการปรับฐานลงมาจนเริ่มคงที่แล้ว ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์ใหม่ รถยนต์ใช้แล้วจะมีทางเลือกที่หลากหลายมากกว่า ทั้งยี่ห้อและรุ่นรถ หรือในรุ่นเดียวกันก็จะมีราคาที่น่าสนใจมากกว่า คาดว่าช่วงครึ่งปีหลังราคารถยนต์ใช้แล้วมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นราว 10-15% เนื่องจากรถที่มีคุณภาพสูงในตลาดเริ่มมีจำนวนจำกัด
•”ยุคซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับกลยุทธ์-ยกระดับบริการสร้างความเชื่อมั่น”
ปัจจุบันการซื้อ-ขายรถยนต์ใช้แล้วสามารถตกลงกันทางออนไลน์มากขึ้น ดังนั้นการปรับตัวของผู้ประกอบการจึงมีความสำคัญมากในช่วงเวลานี้ ต้องปรับกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภค เช่น การพัฒนาการตลาดออนไลน์ที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถค้นหา เปรียบเทียบ และซื้อขายรถยนต์ได้อย่างสะดวก การเน้นให้ข้อมูลความคุ้มค่าของรถยนต์ใช้แล้ว เพื่อดึงดูดใจผู้บริโภคในสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย รวมถึงยกระดับคุณภาพและความเชื่อมั่น เช่น จัดให้มีระบบตรวจสอบคุณภาพรถยนต์ (Inspection) โดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมการรับประกันที่น่าเชื่อถือ หรือเพิ่มบริการเสริมเพื่อสร้างความพึงพอใจ เช่น บริการจัดส่งรถถึงบ้าน บริการหลังการขาย ฯลฯ เพราะการยกระดับคุณภาพบริการถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค

•”ผู้ซื้อเน้นความคุ้มค่า-คุณภาพ รถมือสองใช้น้อยยังฮิต-เทคโนโลยีช่วยเสริมความมั่นใจก่อนตัดสินใจซื้อ”
พฤติกรรมผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อให้ความสำคัญกับความคุ้มค่ามากขึ้น คำนึงถึงคุณภาพสินค้าและบริการหลังการขายมากกว่าราคา ทำให้รถยนต์ใช้แล้วที่มีคุณภาพดีหรือรถยนต์ที่ผ่านการใช้งานมาน้อยยังคงได้รับความสนใจเป็นพิเศษ และมีการใช้เทคโนโลยีออนไลน์เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ที่มีคุณภาพดี เปรียบเทียบราคาที่เหมาะสม และเลือกซื้อกับผู้ประกอบการที่ไว้วางใจ พร้อมปัจจัยสนับสนุน เช่น การรับประกันคุณภาพ และการตรวจสอบจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ซึ่งจะช่วยให้สถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อ รวมถึงผู้ซื้อมีความมั่นใจในสินทรัพย์ดังกล่าวเพิ่มขึ้น
•”รถคุณภาพดีมีน้อย-ขายไว รถค้างลานส่วนใหญ่ไม่ผ่านเกณฑ์รับซื้อ”
รถที่เข้าในลานประมูลจะมีการคัดเกรดแยกเป็นกลุ่มตามสภาพ ซึ่งรถยนต์ที่สภาพดีนั้นหายากและมีจำนวนไม่มาก ขณะที่มีความต้องการสูง ดังนั้นจึงถูกจำหน่ายออกอย่างรวดเร็ว ส่วนรถที่เหลือค้างจำนวนมากในลานประมูลตามที่เห็นในสื่อออนไลน์ต่าง ๆ เป็นรถหลากหลายเกรดที่ผู้ประกอบธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วที่ดีและมีความรับผิดชอบต่อการขายสินค้าจะไม่รับซื้อเนื่องจากคุณภาพไม่ได้มาตรฐานของผู้ประกอบการและไม่สามารถออกใบรับประกันสินค้าให้ได้
•”มือสองไฮบริด-ยุโรปนิยมสูง EV ยังชะลอตัวจากข้อจำกัดสินเชื่อ”
รถยนต์ใช้แล้วที่ได้รับความนิยมสูงและราคาปรับขึ้นไป คือ รถในกลุ่มไฮบริดและรถยุโรปสภาพดีเพราะค่อนข้างหายาก ส่วนรถยนต์ไฟฟ้ามือสองปัจจุบันยังไม่อยู่ในความสนใจเพราะโอกาสในการทำธุรกิจยาก เนื่องจากมีปัจจัยแปรผัน เช่น การปรับลดราคาของรถใหม่ป้ายแดง สถาบันการเงินไม่ปล่อยสินเชื่อ หรือจัดสินเชื่อให้น้อยด้วยเงินดาวน์ 30 – 40%
•”สร้างความเชื่อมั่นตลาดรถมือสอง ‘ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์’ นำร่องรับประกันซื้อคืนรายแรก”

“ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์” เป็นมหกรรมจำหน่ายรถงานแรกของประเทศไทยที่ได้ริเริ่มข้อตกลงและทำสัญญากับกลุ่มผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วที่เข้ามาร่วมงาน เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในการรับประกันของธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วให้เป็นที่แพร่หลาย ด้วยการ “รับประกันซื้อคืน” ตั้งแต่ครั้งแรกของการจัดงานในปี 2012 ถึงปัจจุบัน เพื่อต้องการลบจุดอ่อนของธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วที่ผู้บริโภคกลัว เพราะไม่เชี่ยวชาญเรื่องรถ ไม่มั่นใจในคุณภาพของสินค้าและบริการ ทำให้ไม่กล้าเสี่ยงซื้อ โดยตลอดระยะเวลาจัดงาน 12 ครั้งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดีและไม่เคยเกิดกรณีรับซื้อคืนแต่อย่างใด

•“ยกระดับตลาดรถมือสอง ‘ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025’ ชูจุดแข็งรับประกันไมล์แท้-คุณภาพรถ”
“ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025” เป็นงานแรกที่หยิบยกเรื่อง “การรับประกันไมล์แท้” มาเป็นจุดแข็งและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์ใช้แล้วในปีนี้ เพิ่มเติมจากเงื่อนไขเดิม ที่รับประกันซื้อคืนหากรถยนต์ใช้แล้วที่ซื้อในงานเคยมีประวัติ ไฟไหม้ จมน้ำ ตัดต่อ ชนหนัก และไม่สามารถจดทะเบียนได้ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมออกใบรับประกันระบุคุณภาพเกรดของรถยนต์ใช้แล้วทุกคันภายในงาน เพื่อกระตุ้นผู้ประกอบการให้เห็นความสำคัญเรื่องคุณภาพสินค้า และร่วมกันยกระดับมาตรฐานรถยนต์ใช้แล้ว เป็นการช่วยลดความกังวลใจทั้งหมดของผู้บริโภคและนำไปสู่การตัดสินใจซื้อได้ทันที

ฟาสต์ ออโต โชว์ 2025 3

“ด้วยความร่วมมือของ “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์” ในการผลักดันและสร้างมาตรฐานใหม่ร่วมกับผู้ประกอบธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วตลอดระยะเวลาหลายปี ทำให้คนที่ดูรถไม่เป็นก็ซื้อรถมือสองมาใช้ได้อย่างมั่นใจ เพราะปัจจุบันผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วที่มีมาตรฐานจะมีกระบวนการคัดสรรรถยนต์ ตรวจสภาพรถยนต์อย่างละเอียดก่อนจะมาจำหน่าย และมีเงื่อนไขการรับประกัน พร้อมการบริการอื่น ๆ เพิ่มเติมที่มากขึ้น แต่เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในการเลือกซื้อมากขึ้นอีก ทางทีมผู้จัดงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025” ได้มีการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ใช้แล้วทุกคันที่เข้ามาจำหน่ายในงานอย่างเข้มงวด ถือเป็นงานแรกและงานเดียวในประเทศไทยที่เพิ่มการการันตีไมล์แท้ซื้อคืน 100% ของรถที่นำมาจำหน่ายในงาน เพิ่มจากเงื่อนไข 5 ข้อที่กำหนดไว้เดิม จึงเป็นโอกาสให้ผู้บริโภคได้นำข้อมูลมาเปรียบเทียบความคุ้มค่าในการเลือกสรรรถยนต์ใช้แล้วคุณภาพดี รวมทั้งเลือกซื้อรถใหม่ป้ายแดงที่แต่ละบริษัทนำเสนอพร้อมแคมเปญโปรโมชั่น เข้ามา “เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่” ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “รถใหม่โปรโดนใจ รถมือสองไมล์แท้รับประกันซื้อคืน” เข้าชมฟรี แถมลุ้นรับรางวัลมากมาย ตั้งแต่วันที่ 2 – 6 กรกฎาคม ศกนี้ ณ ไบเทค บางนา” นายอัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ รองประธานจัดงาน กล่าวสรุปท้าย

ติดตามรายละเอียดของงาน“ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025” ได้ที่ Facebook : FAST AUTO SHOW

“บางจากฯ” ส่งน้ำมันหล่อลื่น “บางจาก เฮอร์คิวโร” ฮีโร่พันธุ์แกร่ง ตอบโจทย์ความต้องการของรถใหญ่ ยืดอายุการเปลี่ยนถ่ายได้สูงสุดถึง 80,000 กิโลเมตร

0
บางจากฯ 1

บางจากฯ รุกตลาดน้ำมันหล่อลื่นสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลขนาดใหญ่ เปิดตัว “บางจาก เฮอร์คิวโร” (Bangchak HERCuRO) ที่พัฒนาต่อยอดจากนวัตกรรมเรสโพเพลค (Respoplex) เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของรถใหญ่ที่ต้องทนกับสภาวะการทำงานหนักกว่ารถยนต์ทั่วไป ปกป้องเครื่องยนต์ให้ทนทาน ใช้งานได้นานยิ่งขึ้น ยืดอายุการเปลี่ยนถ่ายได้สูงสุดถึง 80,000 กิโลเมตร ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายระยะยาว เสมือนฮีโร่พันธุ์แกร่งคู่ใจรถบรรทุกที่พร้อมลุยทุกเส้นทาง

นายเสรี อนุพันธนันท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจการตลาด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ด้วยวิสัยทัศน์ Evolving Greenovation บางจากฯ พัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีและสภาพการใช้งานของยานยนต์แต่ละประเภท ล่าสุดเปิดตัว “บางจาก เฮอร์คิวโร” (Bangchak HERCuRO) ที่พัฒนาต่อยอดจากนวัตกรรมเรสโพเพลค (Respoplex) ที่ได้ศึกษาค้นคว้าร่วมกับห้องแล็ปในสหรัฐอเมริกา สร้างสรรค์น้ำมันหล่อลื่นสำหรับรถเครื่องยนต์ดีเซลขนาดใหญ่ที่ต้องลุยงานหนัก (Heavy-Duty Engine) และใช้กำลังสูงในงานขนส่งบรรทุก การขับระยะทางไกลทั้งทางราบและทางชันหลายชั่วโมงต่อวัน เครื่องยนต์เกิดความร้อนสูงและต้องทนแรงเสียดทานจากการทำงานหนักต่อเนื่อง เกิดการสึกหรอและเสื่อมสภาพ ทำให้เสียค่าใช้จ่ายสูงในการบำรุงรักษา

โดยน้ำมันหล่อลื่น “บางจาก เฮอร์คิวโร” มีคุณสมบัติแกร่งทนทานเป็นพิเศษ ตอบโจทย์ความต้องการของรถขนาดใหญ่ที่ต้องบรรทุกหนัก วิ่งระยะทางไกลต่อเนื่อง เพราะทนต่อความร้อนสูงได้ดีด้วยฟิล์มน้ำมัน 2 ชั้น ช่วยรักษาและปกป้องเครื่องยนต์จากการสึกหรอและการเสียดสีของชิ้นโลหะในขณะทำงาน อีกทั้งยังช่วยชะล้างทำความสะอาดเครื่องยนต์ ลดการเกิดคราบยางเหนียวและเขม่าที่เกิดจากการเผาไหม้จากการขับระยะทางไกล เครื่องยนต์จึงมีอายุยาวนานขึ้นกว่าเดิม ยืดระยะเวลาการเปลี่ยนถ่ายได้สูงสุด 80,000 กิโลเมตร ลดระยะเวลาการหยุดซ่อมและประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาว ดังสโลแกน “ฮีโร่พันธุ์แกร่ง ปกป้องทนทาน ใช้นานเกินคุ้ม” และยังได้รับมาตรฐานสูงสุดระดับโลก API CK – 4 จากสหรัฐอเมริกา ACEA E7 E11 จากทวีปยุโรป และ JASO DH-1 จากญี่ปุ่น พร้อมมาตรฐาน OEM จาก บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของโลก เช่น Volvo, Scania, MAN เป็นต้น

“บางจาก เฮอร์คิวโร” เหมาะสำหรับรถบรรทุก รถหัวลาก รถบัส ตลอดจนรถเครื่องยนต์ดีเซลขนาดใหญ่ทุกชนิด มีให้เลือกหลายรุ่นตามลักษณะการใช้งานและระยะการเปลี่ยนถ่าย เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของเครื่องยนต์ดีเซลขนาดใหญ่ มีจำหน่ายที่ร้านค้าน้ำมันหล่อลื่นและสถานีบริการน้ำมันบางจากที่ร่วมรายการ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ บางจาก Call Center 1651 หรือที่ www.bangchaklubricants.com/th/hercuro

 

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” และ “เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้นW คว้า 5 รางวัล สถานประกอบการลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานเป็นศูนย์ ประจำปี 2568 หนุนแนวคิด “ร่วมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย เพื่อสังคมไทยยั่งยืน”

0
มิตซูบิชิ 1

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น จำกัดคว้า 5 รางวัล จากกิจกรรมรณรงค์ลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ประจำปี 2568 (Zero Accident Campaign 2025) จากสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) ซึ่งจัดขึ้นภายในงานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแห่งชาติ ครั้งที่ 37 โดยโรงงาน 3 ได้รับรางวัลระดับแพลทินัมต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ขณะที่โรงงาน 1 – 2 ได้รับรางวัลระดับแพลทินัมติดต่อกันเป็นปีที่ 2 โรงงานเครื่องยนต์ได้รับรางวัลระดับทอง โรงงานปั๊มขึ้นรูป 2 และพลาสติก ได้รับรางวัลระดับเงิน และโรงงานปั๊มขึ้นรูป 1 ได้รับรางวัลระดับทองแดงตามลำดับ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการทำงานอย่างยั่งยืน 

มิตซูบิชิ 2

มร. โนบุฮิโกะ โคอิซูมิ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานผลิต บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “องค์กรของเรามีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลกิจกรรมรณรงค์ลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ ระดับแพลทินัมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่จะรักษามาตรฐานสูงสุดด้านความปลอดภัย และอาชีวอนามัย รวมถึงตอกย้ำความทุ่มเทในการทำงานหนักของพนักงานทุกคนในความร่วมมือที่จะสร้างสถานที่ทำงานที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นจากความทุ่มเทและความร่วมมือของพนักงานทุกคน ที่ยึดมั่นและปฏิบัติตามแนวทาง ‘10 วัฒนธรรมความปลอดภัย’, หลัก ‘4BBS’ และวัฒนธรรม ‘WOW’ อย่างต่อเนื่องและเคร่งครัดในทุกระดับขององค์กร”

มิตซูบิชิ 3

“การที่พนักงานมีวินัยและเห็นความสำคัญในการทำงานอย่างปลอดภัย ถือเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญ ในการสนับสนุนพันธกิจการป้องกันอุบัติเหตุได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังตอกย้ำค่านิยมขององค์กรที่เชื่อว่าความปลอดภัยไม่ใช่เพียงหน้าที่ แต่คือความรับผิดชอบร่วมกันของพวกเราทุกคน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นในการเดินหน้าพัฒนาและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ให้ดียิ่งขึ้นในทุกมิติ เพื่อความมั่นคงของชีวิตพนักงานและการทำงานอย่างยั่งยืน” มร.โคอิซูมิ กล่าวเพิ่มเติม

มิตซูบิชิ 5

สำหรับในปี 2568 โรงงาน 1 และ 2 ได้รับรางวัลโล่เกียรติยศระดับแพลทินัมเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน จากการดำเนินงานที่มีชั่วโมงปลอดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานสะสม 63.4 ล้านชั่วโมง ขณะที่ โรงงาน 3 ได้รับรางวัลโล่เกียรติยศระดับแพลทินัมเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน จากการทำงานที่ปลอดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานสะสม 34.3 ล้านชั่วโมง โรงงานเครื่องยนต์เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น ได้รับรางวัลเกียรติยศระดับทองเป็นปีที่ 3 ต่อเนื่อง จากการทำงานโดยปลอดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานสะสม 13.9 ล้านชั่วโมง ขณะที่ โรงงานปั๊มขึ้นรูป 2 และพลาสติก คว้ารางวัลเกียรติยศระดับเงินเป็นปีที่ 2 จากการทำงานโดยปลอดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานสะสม 4.0 ล้านชั่วโมง และ โรงงานปั๊มขึ้นรูป 1 ได้รับรางวัลเกียรติยศระดับทองแดงต่อเนื่อง 4 ปีซ้อน จากการทำงานโดยปลอดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานสะสม 1.4 ล้านชั่วโมงตามลำดับ

มิตซูบิชิ 5

งานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแห่งชาติ ครั้งที่ 37 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ร่วมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย เพื่อสังคมไทยยั่งยืน” โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างนายจ้าง ลูกจ้าง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมกันผลักดันให้เกิดความตระหนักรู้ถึงความสำคัญด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างยั่งยืน

“ZEEKR” เปิดโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการครบวงจรสาขาใหม่ล่าสุดย่านเจริญนคร ยกระดับมาตรฐานการบริการสู่ความเป็นเลิศ มอบความอุ่นใจสูงสุด

0
ZEEKR 1

ZEEKR แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมระดับโลก ตอกย้ำความแข็งแกร่งและวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำตลาด EV  พรีเมียม-ลักชูรี ในประเทศไทย เปิดโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการครบวงจรย่านเจริญนคร บริเวณแยกบุคคโล ภายใต้แนวคิด Customer-Centric Channel Development พร้อมมอบประสบการณ์สุดพิเศษและตรงใจลูกค้าตั้งแต่การเลือกสรรยนตรกรรมไปจนถึงบริการ หลังการขายมาตรฐานโลก มอบความอุ่นใจและความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า ZEEKR

ZEEKR 2

ZEEKR เปิดโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการครบวงจรอย่างเป็นทางการบนทำเลทองย่านเจริญนครบริเวณแยกบุคคโล เอาใจลูกค้าฝั่งธน เป็นการขยับตัวเข้าหาลูกค้าให้ใกล้ขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวก และส่งมอบการบริการแบบวีไอพี โดยศูนย์บริการแห่งนี้มีตัวอาคารที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และพื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 1,200 ตารางเมตร ออกแบบภายใต้แนวคิด Experience-Driven Design ที่ชูความเรียบโก้ ผสานนวัตกรรมสุดล้ำ ผนวกกับแรงบันดาลใจจากงานศิลป์ชั้นเลิศในอาร์ตแกลเลอรี ทั้งนี้ภายในมีการแบ่งสัดส่วนการจัดวางโครงสร้างเฟอร์นิเจอร์ รวมถึงอุปกรณ์จัดแสดงต่างๆ ได้อย่างลงตัว ขณะที่แสงธรรมชาติสามารถส่องผ่านกระจกหน้าโชว์รูมสู่ภายในตัวอาคารเพื่อช่วยประหยัดการใช้พลังงาน และมีพื้นที่ในการชมรายละเอียดของรถได้อย่างชัดเจนจากการเว้นระยะห่างของการแสดงรถที่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งมุมมองเกี่ยวกับสีตัวถังหรือวัสดุต่างๆ ในห้องโดยสารที่ตรงตามจริงที่สุด

ZEEKR 3

ในด้านรูปแบบการให้บริการได้สะท้อนความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก  โดยเมื่อก้าวเข้ามาภายในโชว์รูม จะสัมผัสได้ถึงประสบการณ์ดื่มด่ำ และการนำเสนอข้อมูลรอบด้านจากทีมงานมืออาชีพเพื่อช่วยให้ลูกค้าได้รับข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเชื่อมโยงไปกับสื่อต่างๆ ภายในโชว์รูมอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมด้วยมุมไลฟ์สไตล์ กิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายและเป็นกันเอง และบริการที่ปรึกษาทางด้านการเงิน

นาย อเล็กซ์ เป่า กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “เรากำลังเติมจิ๊กซอว์ทางการตลาดแบรนด์ ZEEKR ทุกมิติให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น พร้อมมุ่งมั่นให้การสนับสนุนผู้จัดจำหน่ายให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน และเหมาะสมกับสถานการณ์ตลาดในปัจจุบัน เพื่อให้ผู้จำหน่ายเชื่อมั่นในแบรนด์ ZEEKR ที่พร้อมเดินหน้าไปพร้อมกันทุกพื้นที่ ทั้งนี้เรายังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการอะไหล่ที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ (Efficient Parts Management) จึงเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการคลังอะไหล่ ด้วยการสำรองสต็อกอะไหล่ที่จำเป็นและอะไหล่ที่ใช้บ่อยอย่างเพียงพอพร้อมใช้ที่ศูนย์บริการและผ่านศูนย์กระจายอะไหล่ส่วนกลาง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการซ่อมบำรุงจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว ลดระยะเวลาการรอคอย สำหรับศูนย์บริการครบวงจรแห่งนี้เป็นมากกว่าแค่การขยายเครือข่าย แต่เป็นการแสดงความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของ ZEEKR ในการยกระดับคุณภาพโชว์รูมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย และสร้างความไว้วางใจให้กับผู้บริโภค โดยในอนาคตเตรียมเปิดศูนย์ Training Center เพื่อสร้างองค์ความรู้ทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแก่ช่างเทคนิคเพื่อมุ่งเน้นงานวินิจฉัยและซ่อมแซมยานยนต์อีวีอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”

สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับที่ศูนย์บริการครบวงจร สาขาเจริญนคร

  • พื้นที่จัดแสดงรถยนต์ที่ครบครัน: ลูกค้าจะได้สัมผัสและทดลองขับรถยนต์ไฟฟ้า ZEEKR รุ่นยอดนิยม อาทิ ZEEKR 009 รุ่น 6 ที่นั่ง, ZEEKR 009 รุ่น 7 ที่นั่ง และ ZEEKR X ได้อย่างเต็มที่ โดยมีพื้นที่จัดแสดงรถยนต์ไฟฟ้าประมาณ 10 คัน ในพื้นที่กว้างขวางและสะดวกสบาย
  • Smart Test Drive: ช่วยให้ตัดสินใจเลือกซื้อรถที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น ด้วยการสัมผัสและทดลองใช้งานจริงในบรรยากาศที่เหมาะสม
  • โซนให้คำปรึกษาเฉพาะบุคคล (Personalized Consultation): ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ของ ZEEKR พร้อมให้คำแนะนำอย่างละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติ ฟังก์ชันการใช้งาน และเทคโนโลยีของรถยนต์ไฟฟ้าแต่ละรุ่น รวมถึงตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้า ช่วยให้การตัดสินใจซื้อเป็นไปอย่างราบรื่นและมั่นใจ
  • การบริการลูกค้าที่เป็นเลิศและสิ่งอำนวยความสะดวก: มอบประสบการณ์การบริการระดับพรีเมียม ด้วยมุมรับรองลูกค้าที่สะดวกสบาย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อความสะดวกสบายสูงสุดของลูกค้า
  • Extremely Impressive Atmosphere: ที่สุดแห่งความประทับใจตลอดการเยี่ยมชม และมั่นใจได้ว่ารถยนต์ใหม่ของคุณจะได้รับการส่งมอบในสภาพพร้อมใช้งานที่สุด
  • Care Center พร้อมดูแลทันที: ยกระดับมาตรฐานโชว์รูมยานยนต์ไฟฟ้าด้วยความใส่ใจขั้นสุดจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการอบรมอย่างเข้มข้น มีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า ZEEKR ทุกรุ่น พร้อมให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน (ZEEKR Roadside Assistance): มอบความอุ่นใจสูงสุดด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนในพื้นที่ที่ครอบคลุมการให้บริการ
  • ศูนย์ซ่อมตัวถังและสีได้มาตรฐาน: บริการอะไหล่ในพาร์ตต่างๆ พร้อมจัดส่งถึงมือลูกค้าทั่วประเทศ สำหรับคุณภาพงานซ่อม รับประกันโดยช่างผู้ชำนาญการ ด้วยเครื่องมือครบครันและเทคโนโลยีที่ทันสมัยตามมาตรฐาน ZEEKR

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ยนตรกรรมไฟฟ้าเหนือระดับ และบริการหลังการขายที่วางใจได้ที่ศูนย์บริการครบวงจร สาขาเจริญนครตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป  และพร้อมกันนี้เตรียมพบกับศูนย์บริการครบวงจร ZEEKR ที่สาขาบางนาในเร็วๆ นี้

เอ็มจี นำเสนอ MG EP PLUS รถอีวีที่ ใหญ่กว่า กว้างกว่า คุ้มกว่าในราคาพิเศษ จำนวนจำกัด!! เพียง 469,900 บาท

0
MG EP PLUS 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เดินหน้ามอบทางเลือกสุดคุ้มให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่กว่า กว้างกว่า คุ้มกว่า กับข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับ MG EP PLUS (MY22) รถยนต์ไฟฟ้าสเตชั่นแวกอนที่ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายได้อย่างแท้จริง มาตรฐานขั้นต้นของรถอีวีที่มีสมรรถนะการขับขี่ ตอบโจทย์การใช้งานขั้นพื้นฐาน พร้อมพื้นที่ภายในกว้างขวางทั้งห้องโดยสารและพื้นที่เก็บสัมภาระ และระบบความปลอดภัยขั้นพื้นฐานที่ครบครัน ในราคาสุดคุ้มเพียง 469,900 บาท พร้อม ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 และรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร จำนวนจำกัดเฉพาะการจองผ่านเว็บไซต์ mgcars.com ระหว่างวันที่ 16 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม 2568 เท่านั้น

 MG EP PLUS 2

สัมผัสข้อเสนอสุดคุ้ม กับ MG EP PLUS (MY22) ครบทุกฟังก์ชัน ใหญ่กว่า กว้างกว่า คุ้มกว่า ในราคาที่ใช่ มั่นใจด้วยบริการหลังการขายที่ครอบคลุม และอะไหล่ที่ไม่ต้องรอนาน!!
เอ็มจี เปิดแคมเปญสุดพิเศษเขย่าตลาดอีวีครึ่งปีหลัง ให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของ MG EP PLUS รถยนต์ไฟฟ้า สเตชั่นแวกอนรุ่นยอดนิยม ที่มาพร้อมจุดเด่นของการเป็นอีวีที่กว้างขวาง นั่งสบาย ขนได้ทั้งคนและของ ในราคาที่พิเศษกว่าครั้งไหน ๆ เพียง 469,900 บาท พร้อมรับหลากสิทธิประโยชน์ตอกย้ำความคุ้มค่า โดยจำหน่าย
ในจำนวนจำกัด และสงวนสิทธิ์เฉพาะการจองผ่านเว็บไซต์ mgcars.com ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม 2568 เท่านั้น พร้อมข้อเสนอพิเศษ

 MG EP PLUS 3

•ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
•รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
•ฟรี ชุดพรมปูพื้น
หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนดเท่านั้น
สำหรับ MG EP PLUS ยังคงแนวคิดการเป็น “รถยนต์พลังงานไฟฟ้าสำหรับทุกคน” หนึ่งโมเดลยอดนิยมของ เอ็มจีที่ครองใจผู้ใช้ด้วยการเป็นอีวีที่เข้าถึงได้ง่าย ใช้งานง่าย สะดวกสบายกว้างขวาง ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างหลากหลายและครอบคลุม ด้วยจุดเด่น ไม่ว่าจะเป็น
•มิติตัวถังและพื้นที่การใช้งาน (Dimension) ที่มีขนาดใหญ่ ภายในกว้างขวางสามารถบรรทุกได้ทั้งคน
และของ โดยมีพื้นที่บรรจุสัมภาระมากถึง 1,456 ลิตร พร้อมราวหลังคาที่รองรับน้ำหนักได้ถึง 75 กิโลกรัม หมดกังวลเรื่องการขนของ
•ความสะดวกสบายและความปลอดภัย (Convenience & Safety) ที่ครบครัน มาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่ง่าย ไม่ซับซ้อน เพียบพร้อมด้วยระบบความปลอดภัยทั้งแบบ Active และ Passive มอบความมั่นใจ
ในทุกการเดินทาง
•สมรรถนะของรถไฟฟ้า (EV Performance) ที่ทรงพลัง ด้วยแรงบิดสูงสุดตั้งแต่เริ่มขับ เคลื่อนตัว
จาก 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายใน 8.8 วินาที พร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่วิ่งได้ไกลถึง 380 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC)
•ความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของ (Value) ด้วยต้นทุนพลังงานและการบำรุงรักษาที่ต่ำ การชาร์จไฟฟ้า 0-100% เฉลี่ยเพียง 200 บาท หรือไม่ถึง 1 บาทต่อกิโลเมตร ช่วยประหยัดกว่ารถยนต์น้ำมันถึง 2-3 เท่า และค่าใช้จ่ายในการเช็คระยะตลอด 100,000 กิโลเมตรเพียง 7,828 บาท ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว ทำให้ผู้ใช้งานสบายใจและสบายกระเป๋า
•มั่นใจทุกการใช้งานด้วยบริการหลังการขายครบวงจร มีศูนย์บริการที่กระจายตัวทั่วทุกภูมิภาคพร้อมจุดชาร์จไฟ MG SUPERCHARGE และอะไหล่ที่ทันใจทันใช้ โดยมีคลังอะไหล่ขนาดใหญ่ภายในประเทศ ลดความกังวลเรื่องระยะเวลารอคอยอะไหล่

ห้ามพลาด!! โอกาสดี ๆ ที่ไม่ได้มีบ่อย ๆ กับ MG EP PLUS ที่พร้อมให้คนไทยเป็นเจ้าของความคุ้มค่าแล้ววันนี้!
โดยมีสีตัวถังให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีขาว (Arctic White) สีดำ (Black Knight) สีแดง (Scarlet Red) และสีเทา (Metallic Grey) โดยสามารถจองผ่าน https://bit.ly/MGEP-Final-Deal เลือกเมนูจองออนไลน์

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจี ได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

“นิสสัน” พร้อมส่งมอบ เซเรน่า อี-พาวเวอร์ “ความสนุกที่ใช่ ความสบายที่ชอบ” กับรถอเนกประสงค์แบบครอบครัว

0
นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ 1

ด้วยการตอบรับของลูกค้าในประเทศไทยหลังเปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นิสสัน ประเทศไทย ได้เริ่มส่งมอบ  นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ให้กับลูกค้ากลุ่มแรก โดยเมื่อเร็วๆ นี้ วฤทธิ์ ภักดียิ่งยง รองประธานสายงานขาย สายงานฝ่ายวางแผนองค์กร สายงานประสานงานภายนอกและรัฐกิจสัมพันธ์ และ ฝ่ายวิจัยการตลาด นิสสัน ประเทศไทย ร่วมกับ เกริก เกียรติเฟื่องฟู กรรมการผู้จัดการ และ ชาตรี ชุดบุญธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามนิสสันเซลส์ จำกัด ส่งมอบให้กับ อายุธ นาครทรรพ อดีตผู้บริหาร บริษัท รักษาความปลอดภัยและบริหารธุรการ สยาม จำกัด (Samco)

“นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ เป็นรถที่ดี มีความเอนกประสงค์ ใช้ได้ดีทั้งในเมือง และนอกเมือง ประหยัดน้ำมัน นั่งสบายทั้งคนขับ และผู้โดยสาร ช่วงล่างเกาะถนน และมีระบบความปลอดภัยที่ครบครัน และเหตุผลสำคัญที่ตัดสินใจเลือกเลยคือเป็นรถที่ไปได้ทั้งครอบครัว” อายุธ นาครทรรพ กล่าว

วฤทธิ์ ภักดียิ่งยง รองประธาน นิสสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “ตั้งแต่เปิดตัวในประเทศไทย นิสสัน เซเรน่า ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี มีลูกค้าให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก โดยตอนนี้ทางนิสสันพร้อมส่งมอบรถยนต์ นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และสำหรับลูกค้าที่สนใจ สามารถเข้ามาทดลองขับรถยนต์ นิสสัน เซเรน่า และรถยนต์นิสสันทุกรุ่น ได้ที่โชว์รูม ผู้จำหน่ายนิสสัน ใกล้บ้าน”

นิสสัน เซเรน่า อีพาวเวอร์ มาพร้อมกับเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ ของนิสสัน ให้ประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ที่ราบรื่น ตอบสนองทันใจแบบรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จ โดยเป็นรถยนต์ MPV ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Big. Easy. Fun” ที่พร้อมมอบ “ความสนุกที่ใช่ ความสบายที่ชอบ” ให้แก่ครอบครัวนักเดินทางที่ต้องการประสบการณ์ประทับใจในทุกการเดินทาง Big ห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบาย มีทางเดินตรงกลางให้ความสะดวกสำหรับผู้โดยสารทุกที่นั่ง กระจกบานใหญ่รอบคันให้ความรู้สึกโปร่ง โล่ง ไม่อึดอัด Easy ด้วยประตูสไลด์อัตโนมัติพร้อมระบบแฮนด์ฟรี ช่วยให้เข้าออกจากรถได้สะดวกแม้ในขณะที่มือไม่ว่าง และ ยังเป็นรถ MPV รุ่นเดียวในตลาดที่มีฝาท้ายอเนกประสงค์ (Dual Back Door) น้ำหนักเบา จึงเปิดได้ง่ายทั้งแบบเต็มบาน หรือครึ่งบาน และ Fun สนุกได้เต็มที่กับอิสระในการปรับที่เบาะที่นั่งภายในรถได้ถึง 13 รูปแบบรองรับทุกการใช้งานและบรรทุกสัมภาระขนาดใหญ่

ผู้ที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนิสสัน ประเทศไทย ได้ที่เว็บไซต์ https://nissan.co.th หรือ Facebook, Instagram, Twitter และ LinkedIn หรือรับชมวีดีโอล่าสุดจากนิสสันได้ทาง YouTube
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ การบริการ และความมุ่งมั่นในการนำเสนอยานยนต์เพื่อความยั่งยืน สามารถติดตามได้ที่ nissan-global.com, Facebook, Instagram, Twitter, LinkedIn และรับชมวีดีโอล่าสุดที่ YouTube