Home Blog Page 77

“ฮอนด้า” ปลุกความมันส์ !นำทัพ!ลูกค้าสายสปอร์ตสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Honda One Make Race 2025 Exclusive Trip” ลงสนามจริงระดับโลก พร้อมเรียนรู้ทักษะการขับขี่จากมืออาชีพ ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

0
ฮอนด้า 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด สร้างความเร้าใจอีกครั้ง ในศึกรถยนต์ทางเรียบแถวหน้าของไทย “Honda One Make Race 2025” ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ประเดิมเปิดสนามที่ 1 และ 2 เปิดฤดูกาลการแข่งขันสุดมันส์ พร้อมทัพรถแข่ง 2 รุ่นการแข่งขันสุดเร้าใจ ได้แก่ “Honda City Hatchback One Make Race” ด้วยการนำรถยนต์ Honda City Hatchback ที่ปรับแต่งให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย เสริมสมรรถนะทั้งพละกำลังและการยึดเกาะถนน มาประชันความเร็วกันอย่างดุเดือดบนสนามแข่งระดับโลก และอีกหนึ่งรุ่น “Honda Club Race” เป็นการรวมตัวกันของสาวกฮอนด้าที่รักความเร็ว นำรถยนต์ฮอนด้าหลากหลายรุ่นมาร่วมประลองความเร็วกันในสนาม เปลี่ยนจากนักซิ่งเป็นนักแข่ง พิเศษ! ฮอนด้าสานต่อความมันส์ด้วยการมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้าในกิจกรรม “Honda One Make Race 2025 Exclusive Trip” เชิญชวนลูกค้าผู้โชคดีเจ้าของรถยนต์ฮอนด้ากว่า 30 คัน รวม 60 คน ขับรถฮอนด้าคู่ใจร่วมชมความเร้าใจของการแข่งขันถึงขอบสนาม เติมเต็มประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตให้ลูกค้าฮอนด้าอย่างเต็มอิ่ม พร้อมโอกาสในการเรียนรู้ทักษะการขับขี่จากผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าของเมืองไทยและร่วมสัมผัสประสบการณ์ตรงด้วยการขับขี่รถยนต์ฮอนด้าคู่ใจบนแทร็กระดับโลก

ฮอนด้า 2

สำหรับกิจกรรม Honda One Make Race 2025 Exclusive Trip ประเดิมกิจกรรมแรกด้วย “Honda Driving Clinic” เวิร์กช็อปสุดเข้มข้นที่เปิดโอกาสในการเรียนรู้เทคนิคการขับขี่อย่างปลอดภัยและถูกวิธี รวมถึงเทคนิคการควบคุมรถในสไตล์สปอร์ต จากทีมผู้ฝึกสอนมืออาชีพซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อม ก่อนจะได้สัมผัสประสบการณ์ความเร้าใจในการลงสนามจริง ต่อเนื่องความมันส์กับไฮไลต์สุดพิเศษในกิจกรรม “Honda Track Experience” ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าจับพวงมาลัยรถยนต์ฮอนด้าคู่ใจ ลงสนามจริงสัมผัสความท้าทายของสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต สนามแข่งรถระดับโลกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสูงสุด จากสมาพันธ์รถยนต์นานาชาติ (FIA) พร้อมเก็บภาพความประทับใจบนแทร็กแบบเต็มอิ่ม

ฮอนด้า 3

บรรยากาศภายในงานยังเต็มไปด้วยความสนุกสนานและเป็นกันเอง ลูกค้ารถยนต์ฮอนด้าผู้ชื่นชอบในความเร็วได้ รวมตัวกันอย่างอบอุ่น พร้อมร่วมอีกหนึ่งกิจกรรมสุดพิเศษซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันรายการ Fanatec GT World Challenge Asia อย่าง “Pit Walk” ที่ฮอนด้าตั้งใจมอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ให้ลูกค้าได้สัมผัสบรรยากาศการทำงานของทีมแข่งอย่างใกล้ชิด และร่วมชมการแข่งขัน Honda One Make Race 2025 Race 1-2 ซึ่งเป็น Support Race ส่วนหนึ่งของการแข่งขันรายการ Fanatec GT World Challenge Asia Race ซึ่งแข่งขันอย่างสนุกดุเดือด ให้ลูกค้าได้ส่งเสียงเชียร์ พร้อมสร้างความตื่นเต้นและประทับใจให้กับลูกค้าที่เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก

ฮอนด้า 4

คุณสุรชัย พิชญ์พิสิฐานนท์ เจ้าของรถยนต์ ฮอนด้า ซีวิค ไทป์อาร์ แฟนฮอนด้าสายมอเตอร์สปอร์ต บอกด้วยรอยยิ้มว่า “ผมเห็นฮอนด้าโปรโมตกิจกรรมนี้ก็รีบสมัครเลย และทริปนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวังจริง ๆ ส่วนตัวผมประทับใจกิจกรรม Honda Track Experience เป็นพิเศษ เพราะได้ทดสอบสมรรถนะของ ฮอนด้า ซีวิค ไทป์อาร์ ที่ผมขับอยู่ในปัจจุบันอย่างเต็มที่ แถมยังได้เรียนรู้เทคนิคการขับขี่อย่างปลอดภัยที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้จริงอีกด้วย เรียกว่ากิจกรรมนี้ได้ทั้งความรู้ และความประทับใจกลับไปครบเลยครับ”

ฮอนด้า 5

คุณมานพ ขุนนิล ลูกค้าเจ้าของรถยนต์ ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาที่ใช้ฮอนด้า สิ่งที่ประทับใจที่สุด คือ สเปกของรถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งาน อย่างรถที่ผมใช้อยู่ตอนนี้เป็นรถยนต์ขนาดเล็กที่ขับขี่ได้อย่างคล่องตัว ขับขี่สบาย และประหยัดน้ำมันเหมาะสำหรับการใช้งานและเดินทางในทุกๆ วัน พอได้มาร่วมกิจกรรมพิเศษนี้ ยิ่งทำให้ผมเข้าใจในสมรรถนะของรถยนต์ฮอนด้ามากยิ่งขึ้น อยากเชิญชวนทุกคนมาเป็นครอบครัวฮอนด้าครับ”

ฮอนด้า 6

คุณธิดา แซ่หลี กล่าวด้วยความประทับใจว่า “ปัจจุบันขับรถฮอนด้า แจ๊ซ อยู่ค่ะ เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมแนวมอเตอร์สปอร์ต รู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้ลงขับในสนามแข่งระดับโลก ทางฮอนด้าก็ได้จัดกิจกรรมให้ได้เรียนรู้เทคนิคการขับขี่ก่อนขับจริง ซึ่งช่วยให้เราขับรถได้มั่นใจขึ้นด้วย พอได้ขับจริงบอกเลยว่าเป็นประสบการณ์ที่ว้าวและสนุกสุด ๆ ที่สำคัญ คือ การดูแลและใส่ใจลูกค้าในทุกขั้นตอน คำนึงถึงความสะดวกสบายและความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง อยากขอบคุณฮอนด้าที่จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมาและอยากเชิญชวนให้ทุกคนได้มาสัมผัสประสบการณ์ดี ๆ แบบที่พวกเราลูกค้าฮอนด้าได้รับค่ะ”

Honda One Make Race 2025 ใน Race 1 และ Race 2 ของฤดูกาล ได้ปิดฉากลงอย่างสวยงาม พร้อมสร้างความทรงจำอันแสนพิเศษและจุดประกายความตื่นเต้นให้กับสาวกมอเตอร์สปอร์ตอย่างเต็มอิ่ม กิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เปิดโอกาสให้ลูกค้าฮอนด้าได้สัมผัสประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตระดับโลกแบบเอ็กซ์คลูซีฟเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้ชมทุกท่านได้สัมผัส DNA ความสปอร์ตของฮอนด้าอย่างแท้จริง ผ่านการได้เห็นถึงศักยภาพของรถยนต์ฮอนด้าที่สามารถใช้งานได้อย่างคล่องตัวในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันก็สามารถแสดงสมรรถนะอันทรงพลัง แรงเร้าใจ บนสนามแข่งระดับโลกได้อย่างเต็มที่สำหรับแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตและลูกค้าฮอนด้า

ฮอนด้า 7

เตรียมพบกับความเข้มข้นของการแข่งขัน “Honda One Make Race 2025” อีกทั้ง 3 สนาม 6 Race ได้ตามกำหนดการ ดังนี้
oEvent 2 (Race 3-4) วันที่ 6 – 7 มิถุนายน 2568 แข่งขันในรายการ PT Maxnitron Racing Series สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต
oEvent 3 (Race 5-6) วันที่ 29 – 31 สิงหาคม 2568 แข่งขันในรายการ PT Maxnitron Racing Series สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต
oEvent 4 (Race 7-8) วันที่ 16 – 19 ตุลาคม 2568 แข่งขันในรายการ PT Maxnitron Racing Series สนามเฉพาะกิจ พีที สงขลา สตรีท เซอร์กิต

หรือติดตามข่าวสารได้ที่เฟซบุ๊ก Honda One Make Race https://www.facebook.com/HondaOneMakeRaceOfficial พร้อมติดตามกิจกรรมอีกมากมายที่ฮอนด้

เตรียมมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้แก่ลูกค้าครอบครัวฮอนด้าอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์ www.honda.co.th และทางโซเชียลมีเดีย Honda Thailand ทุกช่องทาง หรือแอด LINE Honda Thailand Official Account (Line ID: @honda-thailand)

 

มาสด้า ตอกย้ำแนวทางเพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในทุกมิติ แนะนำเว็บไซต์โฉมใหม่พร้อมฟีเจอร์หลากหลายใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น

0

มาสด้าเปิดมิติใหม่แห่งโลกของการสื่อสารพร้อมก้าวสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน เดินหน้าส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า เปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ www.mazda.co.th ภายใต้ภาพลักษณ์ใหม่ที่เข้าถึงได้ง่ายและใช้งานสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ด้วยฟังก์ชันที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับมาสด้าในเชิงลึก พร้อมทั้งรวบรวมสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อลูกค้าครอบครัวมาสด้า (Mazda Family) ตลอดจนอำนวยความสะดวกในการจองซื้อรถยนต์มาสด้าที่ครบครันในทุกองค์ประกอบ การเปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางการสื่อสารที่สำคัญในโลกยุคดิจิทัล เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าตามแนวทางการดำเนินธุรกิจภายใต้ Business Transformation เพื่อมอบสิทธิประโยชน์สูงสุดและเป็นฐานข้อมูลสำคัญให้กับลูกค้ามาสด้าและกลุ่มเป้าหมายในประเทศไทย รวมทั้งนักท่องเว็บไซต์ทั่วโลก

นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในโลกยุคปัจจุบันเส้นทางการซื้อรถของลูกค้า (Customer Journey) ไม่ได้ตรงไปตรงมาและเรียบง่ายเฉกเช่นที่ผ่านมา กลับมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา รวมถึงการทำกิจกรรมหรือการทำธุรกรรมหลายครั้งผ่านหลายแพลตฟอร์ม ดังนั้น มาสด้าจึงปรับปรุงระบบดิจิทัล เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในทุกขั้นตอนตลอดเส้นทางการซื้อรถของลูกค้า การปรับเปลี่ยนรูปแบบและดีไซน์เว็บไซต์มาสด้าใหม่ในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การบริหารธุรกิจตามแนวทาง Business Transformation เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้า เว็บไซต์แพลตฟอร์มใหม่นี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีในการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยี ไม่ว่าลูกค้าจะต้องการลงทะเบียนเพื่อจองรถทดลองขับ หรือนัดหมายเพื่อนำรถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการ แพลตฟอร์มใหม่นี้ก็จะรองรับกระบวนการต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่นขึ้นและไร้รอยต่อ เพื่อเพิ่มประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ ครั้งที่ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ และช่วยให้การค้นหาข้อมูลเป็นไปอย่างง่ายดาย นอกจากนี้ มาสด้ายังได้เพิ่มฟังก์ชันการใช้งานบนเว็บไซต์เพื่อช่วยเหลือผู้ใช้งานในทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น การปรับขนาดตัวอักษร มีไม้บรรทัดช่วยอ่าน โหมดโฟกัส และโหมดปรับหน้าจอเป็นสีขาวดำสำหรับผู้ที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับการมองเห็น หรือตาบอดสี ทำให้สามารถอ่านข้อความได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ เว็บไซต์ใหม่ยังมีการเพิ่มรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์สำหรับลูกค้ามาสด้า (Mazda Family) เพื่อให้ลูกค้ามาสด้าสามารถอัปเดตข้อมูลสิทธิพิเศษต่าง ๆ ที่มาสด้ามอบให้กับลูกค้าคนพิเศษที่พึงได้รับจากการเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้า โดยสามารถเข้าไปชมเว็บไซต์ใหม่ของมาสด้าเพื่อค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทฯ ตลอดจนการจองรถทดลองขับและเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าได้ที่ www.mazda.co.th

เว็บไซต์ใหม่มาสด้า

การปรับปรุงเว็บไซต์ใหม่ในครั้งนี้ได้มีการพัฒนาระบบ ‘Mazda Sky Journey’ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ออกแบบใหม่ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมและเกิดความสะดวกสบายมากที่สุด เริ่มตั้งแต่การค้นหาข้อมูลไปจนถึงการเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้า ซึ่งระบบนี้ได้ทำการปรับปรุงขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า เพื่อให้มั่นใจว่าทุก ๆ ขั้นตอนของการติดต่อสื่อสารกับมาสด้าจะเกิดความต่อเนื่อง และสร้างความพึงพอใจนับตั้งแต่วันแรกที่มีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ ไปจนถึงประสบการณ์ความสุขที่ได้รับจากการเป็นลูกค้ามาสด้า

“มาสด้ายังคงมุ่งมั่นพัฒนาและส่งมอบเทคโนโลยีโดยยึดหลักปรัชญามนุษย์เป็นศูนย์กลาง เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุก ๆ  บริบท และเพื่อส่งมอบคุณค่าของแบรนด์ให้กับลูกค้าทุกกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนี่คือแก่นแท้ของการดำเนินธุรกิจที่มาสด้าตั้งใจส่งมอบให้กับลูกค้าไปตลอดอายุการใช้งานรถยนต์มาสด้า เพื่อให้ลูกค้าเกิดความภาคภูมิใจที่ได้ครอบครองและเป็นส่วนสำคัญกับครอบครัวมาสด้า (Mazda Family) ตลอดไป” นายภพนิพิฐ กล่าวเสริม

“ฟาสต์ ออโต โชว์ 2025” ผนึกพันธมิตรจัดโปรขับเคลื่อนตลาดรถยนต์ไทย “รถใหม่โปรโดนใจ รถมือสองไมล์แท้รับประกันซื้อคืน” 2-6 กรกฎาคมนี้ ที่ไบเทค บางนา

0

คิง ออฟ ออโต้ โปรดักท์ ผู้จัดงานมหกรรมจำหน่ายรถยนต์ครบวงจร “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์” (FAST Auto Show Thailand) เดินหน้ารับไม้ต่อในการมอบความสุขกระตุ้นเศรษฐกิจไทยช่วงกลางปี จัดแถลงความพร้อมของงาน  “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025”  ผนึกพันธมิตรค่ายรถใหม่หลากแบรนด์และผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วชั้นนำ ร่วมชูคอนเซ็ปต์  “รถใหม่โปรโดนใจ รถมือสองไมล์แท้รับประกันซื้อคืน” ย้ำ “เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่” ไม่จำเป็นต้องรอ พร้อมกิจกรรมความบันเทิงสำหรับครอบครัว ทั้ง PET Friendly เลือกเดินชมงานพร้อมสัตว์เลี้ยงคู่ใจ และการจัดแข่งขัน Strider Racing @Fast Auto Show Thailand 2025 สำหรับเหล่านักซิ่งรุ่นจิ๋ว พร้อมกันนี้ในงานแถลงข่าวยังได้จัดเสวนาส่องเทรนด์รถมือสอง และการยกระดับมาตรฐานความเชื่อมั่นของผู้บริโภคของผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว

นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธานจัดงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025 เปิดเผยว่า  “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025 เป็นงานซื้อ-ขายรถยนต์ครบวงจรที่จัดขึ้นในช่วงกลางปี  ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 13 ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือทางการตลาดระดับคุณภาพสำหรับพันธมิตร ทั้งค่ายรถใหม่ และผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วชั้นนำ ในการกระตุ้นให้เกิดแรงซื้อ-ขาย และสร้างโอกาสในการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย หนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่สำคัญของประเทศ ด้วยการผนึกกำลังจัดโปรโมชั่นที่จูงใจสำหรับรถใหม่ และเงื่อนไขการรับประกันที่เพิ่มความอุ่นใจสำหรับรถยนต์ใช้แล้ว ด้วยคอนเซ็ปต์ “รถใหม่โปรโดนใจ รถมือสองไมล์แท้รับประกันซื้อคืน” เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการจัดการต้นทุนในครัวเรือนให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ ให้ความสะดวกและประหยัดเวลาในการ “เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่” สามารถเปรียบเทียบคุณภาพ การให้บริการ และราคาที่ตรงใจได้ในงานเดียว ซึ่งปีนี้ได้รับการตอบรับด้วยดีเช่นเคยจากกลุ่มธุรกิจยานยนต์รถใหม่ มาครบทั้งรถสันดาป รถไฟฟ้า และรถพลังงานทางเลือกอื่น ๆ ที่มาพร้อมโปรแบบดุดัน  และสำหรับรถยนต์ใช้แล้วคุณภาพดี  ปีนี้เรายังเป็นงานแรกและงานเดียวในประเทศไทยที่เพิ่มเติมการการันตีไมล์แท้ของรถยนต์ใช้แล้วทุกคันในงาน หากพบว่าไม่ถูกต้อง รับประกันซื้อคืน 100% นอกจากนี้เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความสุข ภายในงานยังเปิดให้เป็นพื้นที่ Pet Friendly สามารถนำสัตว์เลี้ยงคู่ใจมาร่วมชมงานได้ และจัดแข่งขัน Strider Racing @Fast Auto Show Thailand 2025 สำหรับนักซิ่งรุ่นจิ๋ว วัย 2 – 4 ปี โดยจะยกสนามแข่งมาตรฐานมาไว้ในฮอลล์  ซึ่งจะเปิดให้ฝึกซ้อมในวันธรรมดา และแข่งขันชิงรางวัลในวันเสาร์ที่ 5 และวันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม 2568”

“ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025” เป็นงานที่ผสานความร่วมมือของ 3 ค่ายสื่อยานยนต์ที่มีประสบการณ์ในงานจัดแสดงรถระดับประเทศมายาวนาน ได้แก่ กรังด์ปรีซ์-มอเตอร์โชว์ สื่อสากล-มอเตอร์เอ็กซ์โป และ วี.เอ แอนด์ ซันส์ ที่คร่ำหวอดในวงการรถยนต์ใช้แล้วมากว่า 15 ปี โดยมีรายละเอียดของงานส่วนต่าง ๆ ดังนี้

กลุ่มรถใหม่ป้ายแดง : นายชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน เผยว่า“ปี 2568 เป็นปีที่ท้าทายของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยต่อเนื่องจากปีที่แล้ว แม้ว่าภาคเศรษฐกิจกำลังอยู่ในช่วงของการฟื้นตัว แต่การที่รถยนต์ใหม่หลากรุ่นจ่อคิวทยอยเปิดตัวต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปี เป็นสิ่งยืนยันว่าประเทศไทยยังคงเป็นตลาดสำคัญที่มีศักยภาพ และยัง “เนื้อหอม” เป็นที่หมายปองของต่างชาติในการเป็นฐานผลิต จึงเป็นปีที่น่าจับตาว่า เจ้าตลาดดั้งเดิมแต่ละแบรนด์จะขยับตัวอย่างไร เพื่อรับมือกับการตลาดของรถแบรนด์จีน    และการมาของรถพลังงานทางเลือกอื่น ๆ ที่รักษ์โลกใกล้เคียงกับรถไฟฟ้าก็ทำให้ตลาดน่าสนใจยิ่งขึ้น จึงเป็นโอกาสให้ผู้บริโภคได้เลือกใช้รถยนต์ที่ต้องการในราคาที่สมเหตุสมผลมากขึ้น สำหรับแบรนด์รถใหม่ที่ตอบรับเข้าร่วมในงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025” ณ เวลานี้รวม 10 แบรนด์ ได้แก่ Isuzu, Toyota, Honda, Mitsubishi, Volvo, Mercedes-Benz, MG, Zeekr, Deepal และ Aion ที่จะมาพร้อมแคมเปญโปรโมชั่นโดนใจอย่างแน่นอน”

กลุ่มรถยนต์ใช้แล้ว : นายอัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ รองประธานจัดงาน กล่าวว่า “ผมมักจะโดนถามเสมอว่า ทำไมคนถึงต้องมาซื้อรถมือสองในงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์” คำตอบง่าย ๆ คือ 1. มีรถยนต์สภาพนางฟ้า เลขไมล์น้อยให้เลือกหลากหลายรุ่น ครบทุกเซ็กเมนต์ 2. ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานต่างเป็นพาร์ทเนอร์กันมานานมีมาตรฐานที่เชื่อถือได้ 3. รถทุกคันที่เข้างานต้องผ่านการตรวจสอบจากทีมงานมืออาชีพว่าเป็นรถที่เข้าเงื่อนไขเบื้องต้น 5 ข้อ คือ ไม่ไฟไหม้ ไม่จมน้ำ ไม่ตัดต่อ ไม่ชนหนัก และจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายได้ หากผิดเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง รับประกันซื้อคืน 100% ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยตอกย้ำความมั่นใจของลูกค้าว่าจะได้รถมือสองชั้นดีจากในงาน และสำหรับปีนี้เรายังมี 2 ไฮไลท์สำหรับผู้ที่สนใจรถกลุ่มนี้ คือ เราเป็นงานแรกและงานเดียวในประเทศไทยที่การันตี “ไมล์แท้รับประกันซื้อคืน” เพิ่มขึ้นมา และยังจัดหา “ดอกเบี้ยรถมือสองและเงื่อนไขที่ดีที่สุดในประเทศไทย” เพื่อให้บริการอีกด้วย ทั้งนี้ ผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วที่เข้าร่วมงานปีนี้มีจำนวน 5 ราย ประกอบด้วย DDS คาร์เซ็นเตอร์, ดา ศรีนครินทร์, โย รัชดา, เบนซ์ เค้งหงษ์ทอง และ Volvo Selekt Approved Used Cars”

ด้าน นายอโณทัย เอี่ยมลำเนา รองประธานจัดงาน ซึ่งดูแลด้านกิจกรรมในงานได้ให้ข้อมูลว่า นอกเหนือจากรถโชว์แล้ว “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025” ได้จัดสรรพื้นที่โดยคำนึงถึงบรรยากาศแห่งความสุขของผู้ที่เข้ามาชมงาน อาทิ โซนรถตกแต่งพิเศษ สวย เท่ คูล ใช้งานได้จริง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจสำหรับผู้ใช้รถรุ่นใหม่ที่ต้องการสไตล์เป็นของตัวเอง ส่วนไฮไลท์ปีนี้ คือ Fast Auto Show ได้ร่วมกับ Strider Thailand   จัดการแข่งขัน Strider Racing @Fast Auto Show Thailand 2025  สนามใหม่เพื่อการแข่งขันสุดมันส์สำหรับนักปั่นตัวน้อย เชิญชวนเหล่านักซิ่งรุ่นเยาว์ อายุ 2 – 4 ปี ลงสมัครประลองความสามารถทั้งแบบปั่นและแบบไถ รวม 14 รุ่น ชิงรางวัลมากมาย มาร่วมลุ้นและเชียร์กันในวันเสาร์ที่ 5 และวันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม 2568 ตั้งแต่ 10.00 – 17.00 น. สนใจสมัครและติดตามรายละเอียดได้ที่  https://form.jotform.com/251512312965453

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพื้นที่จัดแสดงรถดัดแปลงหลากหลายรูปแบบ เหมาะกับผู้ประกอบการ SME เพื่อจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งให้บริการต่าง ๆ เป็นการนำเสนอไอเดียให้กับผู้ประกอบการและผู้บริโภคที่กำลังมองหาโอกาสเริ่มต้นธุรกิจใหม่ หรือต่อยอดธุรกิจ และยังมีบูธของกรุงเทพประกันภัย เพื่อให้คำปรึกษาและนำเสนอประกันภัยรถที่คุ้มค่าสำหรับผู้สนใจ

ในส่วนของกิจกรรม “ซื้อรถ ลุ้นรับ” ในปีนี้ ผู้จองรถและซื้อรถทุกคันในงาน ไม่เพียงได้สิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่เป็นเก้าอี้นวดไฟฟ้ารุ่น ROBO 8989 Massage Chair จาก เอแม็กซ์ (Amaxs) แบรนด์เก้าอี้นวดไฟฟ้าและเครื่องออกกำลังกายที่ส่งเสริมสุขภาพที่ดีแบบองค์รวม ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพ มูลค่า 279,000 บาท จำนวน 1 รางวัล และของรางวัลอีกมากมายหลังจบงานเท่านั้น แต่ยังได้สิทธิ์ลุ้นรับรางวัลประจำวันเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Segway รุ่น Ninebot KickScooter D18W มูลค่า 16,900 บาท จาก MONOWHEEL จำนวน 5 รางวัล หรือแค่แวะมาชมงานและร่วมสนุกกับกิจกรรม “แชร์มา รับไป” เพื่อลุ้นรับรางวัลอีกมากมาย ติดตามรายละเอียดได้ที่ Facebook: FAST AUTO SHOW  ทั้งนี้ งาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025” ยังเป็นพื้นที่ PET Friendly สามารถนำสัตว์เลี้ยงแสนรักที่ได้รับอนุญาตตามข้อกำหนดเข้ามาชมงานได้อีกด้วย

พร้อมกันนี้ในช่วงท้ายยังได้จัดเสวนาในหัวข้อ “เทรนด์รถมือสอง 2568 : มาตรฐานใหม่ยกระดับความเชื่อมั่นตลาดรถใช้แล้ว“ โดยมีสมาชิก “สมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว” มาร่วมแสดงความคิดเห็นของภาพรวมตลาดรถยนต์มือสอง รวมถึงการสร้างมาตรฐานด้านผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจว่า แม้ดูรถไม่เป็นก็ซื้อรถมือสองมาใช้ได้อย่างมั่นใจ

งาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025” จะจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 2 – 6 กรกฎาคม ศกนี้ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ฮอลล์ 102 – 103  โดยรวบรวมยนตรกรรมมากคุณภาพหลากหลายแนวมาให้ผู้บริโภคได้เปรียบเทียบความคุ้มค่า ครบทุกเซ็กเมนต์  “เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่” ในแบบที่คุ้มค่าเงินสูงสุด ภายใต้คอนเซ็ปท์ “รถใหม่โปรโดนใจ รถมือสองไมล์แท้รับประกันซื้อคืน”  ครบจบในงานเดียว เข้าชมฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย แถมลุ้นรับโชคตลอด 5 วันเต็ม โดยได้รับการสนับสนุนจาก สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ มันวาว และศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร บี-ควิก ติดตามรายละเอียดของงานได้ที่ Facebook: FAST AUTO SHOW

นิสสันสานต่อความใส่ใจลูกค้าผ่านแคมเปญ “YES! NISSAN Plus+ – สิทธิพิเศษเพื่อคนพิเศษ”

0

นิสสัน ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านแคมเปญ “YES! NISSAN Plus – สิทธิพิเศษเพื่อคนพิเศษ” ด้วยโปรโมชันพิเศษจากศูนย์บริการ และแบรนด์ชั้นนำมากมาย ที่มอบความคุ้มค่าและความสะดวกสบายในทุกมิติของการใช้ชีวิต พร้อมตอบแทนความไว้วางใจของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์มาอย่างยาวนาน

ภายใต้แคมเปญ “YES! NISSAN Plus – สิทธิพิเศษเพื่อคนพิเศษ” เจ้าของรถยนต์นิสสันจะได้รับ e-Coupon ส่วนลด จากแบรนด์ชั้นนำมากมาย ในทุกๆ เดือน ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ในด้านต่าง ๆ อาทิ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ สถานีบริการน้ำมัน บริการจัดส่งสินค้า แพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ รวมถึงสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่จะมีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต

เจ้าของรถยนต์นิสสัน สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ได้อย่างสะดวก เพียงยืนยันตัวตนด้วยข้อมูล ชื่อ–นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ และหมายเลขตัวถังรถยนต์ (VIN) หากข้อมูลตรงกับฐานข้อมูลของบริษัทฯ    ก็สามารถเริ่มต้นใช้งานสิทธิพิเศษต่าง ๆ ได้ทันที

นอกจากสิทธิพิเศษประจำเดือนแล้ว นิสสันยังมอบข้อเสนอสุดพิเศษผ่านโปรแกรม Nissan Loyalty Program สำหรับเจ้าของรถยนต์นิสสันที่ต้องการออกรถใหม่ โดยสามารถรับส่วนลดสูงสุดถึง 40,000 บาท (เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ) พร้อมกันนี้ เจ้าของรถยนต์นิสสันยังสามารถรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมเมื่อเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการนิสสันทั่วประเทศ อาทิ ให้บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรีถึง 28 รายการ* พร้อมรับส่วนลดสูงสุด 25% เมื่อซื้อแพ็กเกจเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเซฟเซฟ และส่วนลด 200 บาท สำหรับบริการล้างแอร์ รวมถึงส่วนลด 1,000 บาท เมื่อเปลี่ยนยาง 4 เส้น โดยลูกค้าสามารถใช้สิทธิ์ผ่อนชำระแบบไม่มีดอกเบี้ย(0%) ทั้งนี้เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

เจ้าของรถยนต์นิสสัน สามารถตรวจสอบรายละเอียดสิทธิพิเศษ และลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิได้ผ่านช่องทาง LINE Official Account: NISSAN INNOVATION โดยเข้าไปที่ Rich Menu > เลือก “สำหรับเจ้าของรถยนต์นิสสัน” และกรอกข้อมูลตามที่ระบุ ก็สามารถรับสิทธิ์ได้ทันที

*ท่านสามารถตรวจสอบรายละเอียด และเงื่อนไขเพิ่มเติมของแคมเปญได้ทางเว็บไซต์ https://www.nissan.co.th

“ลามิน่าฟิล์ม” สมทบสภากาชาดไทย

0

นางสาว จันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร “ลามิน่า” จากสหรัฐอเมริกา ร่วมมอบเงินสนับสนุนบำรุงสภากาชาดไทย แก่ พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในงานแถลงข่าวกาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ 51 SEA OF LOVE ณ หอประชุมกองทัพเรือ

ซึ่งสภากาชาดไทยจะนำเงินรายได้จากการร่วมบริจาคไปช่วยเหลือประชาชนทั่วไปในทุกรูปแบบ เช่น โครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ โครงการศูนย์มะเร็งเต้านม กิจการอาสายุวกาชาดเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ศูนย์รับบริจาคอวัยวะต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์ และโครงการมอบชีวิตใหม่แด่เพื่อนมนุษย์ด้วยการบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต เป็นต้น ทั้งนี้กองทัพเรือจะทำหน้าที่เป็นองค์กรกลางในการดำเนินการและนำรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่าย ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายโดยเสด็จพระราชกุศล บำรุงสภากาชาดไทยเพื่อใช้ในภารกิจช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 3 ทศวรรษในฐานะผู้นำธุรกิจฟิล์มกรองแสงอันดับ 1 ของเมืองไทย   ฟิล์มกรองแสงลามิน่าได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนสังคมไทยให้น่าอยู่อย่างยั่งยืน ภายใต้เจตนารมณ์ “ลามิน่าขอเติบโตเคียงคู่สังคมไทย” ผ่านโครงการเพื่อสังคมต่างๆ อาทิ โครงการลามิน่าสานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียน ต่อเนื่อง 25 ปี โครงการลามิน่าสร้างฝันปันรอยยิ้ม ต่อเนื่อง 13 ปี  โครงการรักษ์โลกกับลามิน่า ต่อเนื่อง 12 ปี    โครงการลามิน่ามินิสานฝัน ต่อเนื่อง 10 ปี

รวมถึงสนับสนุนโครงการเพื่อสังคมและองค์กรสาธารณกุศลต่างๆ ประกอบด้วย มูลนิธิชัยพัฒนา ตั้งแต่ พ.ศ.2548 ทุนมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลในพระบรมราชูปถัมภ์ ตั้งแต่ พ.ศ.2553 สนับสนุนทุนวิจัยขั้นสูงด้านเภสัชวิทยา ศิริราชมูลนิธิ และอื่นๆ อีกมาก ซึ่งทุกโครงการล้วนเกิดจากพลังความมุ่งมั่น ทุ่มเท เพื่อส่งมอบความสุขคืนสู่สังคมไทยอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนตลอดไป

PTG สานต่อโครงการ “พีที ค่ายอาสาทำจริงไม่ทิ้งกัน” พัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อม สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามแนวคิด ESG ณ ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

0
PTG 1

บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ  PTG  ผู้นำการบริการในธุรกิจพลังงานครบวงจรของประเทศนำพนักงานกว่า 50 คน ร่วมสนับสนุนคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  เพื่อให้ทุกคนในชุมชน “อยู่ดีมีสุข”ภายใต้โครงการ “พีที ค่ายอาสา ทำจริงไม่ทิ้งกัน” ถือเป็นกิจกรรมเพื่อเป้าหมายสู่ความยั่งยืน ตามแนวคิด ESG (Environmental, Social, Governance) ที่ PTG ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สังคม และหลักธรรมาภิบาล

PTG 2

นายรังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG  เปิดเผยว่า PTG ดำเนินธุรกิจและเติบโตเคียงคู่กับคนไทยมากว่า 37 ปี ซึ่งบริษัทฯ มีความตระหนักดีในการให้ความช่วยเหลือสังคม ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชุมชน เพื่อเป้าหมายสู่ความยั่งยืน ตามแนวคิด ESG (Environmental, Social, Governance) ที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สังคม และหลักธรรมาภิบาล   จึงได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) มาอย่างต่อเนื่อง  ภายใต้โครงการ “พีที ค่ายอาสาทำจริงไม่ทิ้งกัน”

PTG 3

สำหรับกิจกรรม CSR ในครั้งนี้ จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน 2568 ณ โรงเรียนนเรศวรห้วยผึ้ง ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นอีกพื้นที่ที่บริษัทฯ ดำเนินกิจการทั้งสถานีบริการน้ำมันพีที และบริษัทฯในเครือดำเนินกิจการอยู่ ภายใต้กิจกรรมสาธารณะประโยชน์ต่อชุมชน กับโครงการ “พีที ค่ายอาสา ทำจริงไม่ทิ้งกัน” โดยกิจกรรมหลักคือโครงการ “พีที ชุมชนตาสว่าง” กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพอนามัย พัฒนาด้านความ เป็น อยู่ของคนในชุมชน บริการวัดสายตาประกอบแว่น และให้ความรู้เรื่องดวงตากับผู้สูงอายุ ปัจจุบันเรามอบแว่นตาให้ผู้สูงอายุไปแล้วกว่า 5,800 คน และในชุมชนนี้จะเพิ่มอีกจำนวน 300 คน เพื่อให้ทุกคนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันอย่างยั่งยืน

PTG 4

นอกจากนี้ยังได้ร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษา สนับสนุนทุนการศึกษาให้กับนักเรียนเรียนดีแต่ขาดแคลน ทุนทรัพย์ ที่อยู่ในพื้นที่ชุมชนนี้ ทั้ง 7 สถานศึกษา จำนวน 42 ทุน ทุนละ 2,000 บาท พร้อมมอบทุนการ ศึกษาบุตรและธิดาของพนักงานเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ อีกจำนวน 10 ทุน ทุนละ 2,000 บาท รวมถึงสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนการสอน อุปกรณ์กีฬา กล่องปฐมพยาบาล พร้อมมอบพันธุ์ผักสวนครัวสำหรับประกอบอาหารกลางวัน ทั้ง 7 สถานศึกษา,สนับสนุนจินตนาการของน้อง ๆ ด้วยการจัดกิจกรรมประกวดวาดภาพระบายสีให้หัวข้อ “เด็กรุ่นใหม่ ก้าวไกลไปกับ พีที” เพื่อให้น้อง ๆ ได้นำศักยภาพของตัวเอง มาแสดงความคิดสร้างสรรค์ด้านศิลปะอย่างเปิดกว้าง นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนด้านโภชนาการให้กับน้อง ๆ นักเรียน โดยการสนับสนุนแปลงผักสวนครัวเพื่อน้อง พร้อมร่วมกันปลูกผักสวนครัวไม้กินได้ จำนวนกว่า 300 ต้น พร้อมสร้างรั้วโรงเลี้ยงไก่ไข่ สนับสนุนอาหารไก่ไข่ และมอบเชื้อเห็ดนางฟ้า จำนวนกว่า 300 ก้อน ให้กับโรงเรียนนเรศวรห้วยผึ้ง เพื่อให้น้อง ๆ ได้นำผลผลิตมาประกอบอาหารกลางวันในอนาคต

PTG 5

อีกทั้งยังจัดกิจกรรมต้นไม้แลกยิ้ม มอบต้นไม้กินได้กว่า 300 ต้น เพื่อให้ชาวบ้านได้นำต้นไม้ กลับไปปลูกที่บ้าน เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ชุมชน และทำกิจกรรมปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืดกว่า 3,500 ตัว ณ ฝายกั้นน้ำบ้านห้วยผึ้งเพื่อให้ชาวบ้านในชุมชนสามารถจับไปรับประทานและสร้างรายได้

PTG 7

นอกจากนี้ PT ยังมีกิจกรรมพิเศษจากธุรกิจในเครือ บริษัท สยามออโต้แบคส์ จำกัด ซึ่งดำเนินกิจการศูนย์บริการรถยนต์ Autobacs ร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม โดยการนำยางรถยนต์เก่ามาปรับปรุงและทำเป็นแปลงปลูกผักเพื่อน้อง พร้อมตรวจสภาพรถยนต์ และเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง สนับสนุนน้ำมันเครื่องจาก PT Maxnitron ให้กับบุคคลกรโรงเรียนนเรศวรห้วยผึ้ง และรถต่าง ๆ ใช้งานเพื่อชุมชน ขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยสัตว์ใหญ่รวมจำนวนกว่า 29 คัน

PTG 6

ครั้งนี้ PT ยังได้สนับสนุนหนังสือเสริมพัฒนาการ และนำอาสาสมัคร Gen Z จากวิทยาลัยการอาชีพ      วังไกลกังวล มาร่วมกิจกรรม PT พี่อาสาสอนน้องเรียน พาน้องเล่น PT Gen Z English Fun เสริมสร้างความรู้สอดแทรกกิจกรรมนันทนาการภาษาอังกฤษให้กับน้อง ๆ และยังมีวงดนตรีนักศึกษามาสร้างสีสันกับเพลงเพราะ ๆ กับกิจกรรม PT Gen Z Music Concert ให้ทุกคนได้เพลิดเพลินกัน และ PT ยังคำนึงถึงความปลอดภัยในการขับขี่ของคนในชุมชน ด้วยการจัดอบรมการขับขี่ปลอดภัยให้กับชาว บ้านในชุมชนนี้ โดยวิทยากรด้านการจราจรพร้อมแจกหมวกกันน็อคให้กับผู้เข้าร่วมอบรม ได้ขับขี่อย่างถูกกฎจราจรและปลอดภัยอีกด้วย

PTG 9

PT ยังใส่ใจความเป็นอยู่ของผู้คนในชุมชนแบบทุกมิติ ได้ไปเยี่ยมเยียนผู้ป่วยติดเตียง พร้อมมอบของอุปโภคบริโภคเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน จำนวน 10 ราย และเติมเต็มความสุขด้วยกิจกรรมสันทนาการให้กับชาวบ้านและน้อง ๆ เพื่อส่งต่อความสุขและรอยยิ้ม รวมถึงมอบของอุปโภคบริโภค และอาหารปรุงสุกพร้อมรับประทานให้ทุกคนได้อิ่มท้อง

PTG 10

ทั้งนี้ นับตั้งแต่บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ได้จัดตั้งขึ้น บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมสาธารณะประโยชน์เพื่อให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนตามความจำเป็นในหลากหลายด้านเพื่อบรรเทาทุกข์ และช่วยส่ง เสริมคุณภาพชีวิตให้กับคนในสังคม โดยยึดหลัก PT สร้างสุข สุขกาย สุขใจ สังคมอยู่ร่วมกันอย่าง “อยู่ดีมีสุข”

“อีซูซุ” ผลักดันกีฬาเบสบอลอย่างต่อเนื่องโดยสนับสนุนนักกีฬายุวชนทีมชาติไทยเข้าร่วม ชิงชัยในการแข่งขันระดับนานาชาติที่เกาหลีใต้

0
ISUZU 1

กลุ่มอีซูซุในประเทศไทย โดย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และ มร. ฮาจิเมะ มาชิมูระ กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสนับสนุนนักกีฬาเบสบอลยุวชนทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี อย่างต่อเนื่อง โดยมอบเงิน 500,000 บาท พร้อมชุดเครื่องแบบประจำทีมในโอกาสเข้าร่วมชิงชัยในการแข่งขันเบสบอลระดับนานาชาติ รายการ “2025 Little League Baseball Asia-Pacific & Middle East Regional Tournament” ณ ประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2568 โดยมีคุณชัยวัฒน์ ชัยวรรณจินดา เลขาธิการสมาคมกีฬาเบสบอลแห่งประเทศไทย เป็นผู้แทนรับมอบ พร้อมการลงสนามอุ่นเครื่อง ในนัดกระชับมิตรระหว่าง “ทีมเบสบอลยุวชนทีมชาติไทยและทีมผู้บริหารกลุ่มอีซูซุ ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 60 พรรษา จังหวัดปทุมธานี

ISUZU 2

มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวถึงการสนับสนุนในครั้งนี้ว่า “เบสบอลเป็นกีฬาประเภททีมที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมศักยภาพของยุวชน เนื่องจากเป็นกีฬาที่ช่วยพัฒนาผู้เล่นรอบด้าน ไม่เพียงทักษะด้านร่างกาย แต่ยังรวมถึงทักษะด้านความคิด ได้แก่ ความมีวินัย ความสามัคคี การทำงานเป็นทีม การคิดวิเคราะห์และวางแผนงานอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย โดยปีนี้เป็นการสนับสนุนครั้งที่ 18 ของกลุ่มอีซูซุ พร้อมมอบเงิน 500,000 บาท และชุดเครื่องแบบประจำทีม เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การแข่งขันให้กับเหล่านักกีฬาเบสบอลยุวชนทีมชาติไทยรุ่นเล็ก อายุไม่เกิน 12 ปี ในโอกาสเข้าร่วมชิงชัยในการแข่งขันเบสบอลระดับนานาชาติ รายการ “2025 Little League Baseball Asia-Pacific & Middle East Regional Tournament” ณ ประเทศเกาหลีใต้ ในวันที่ 27 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2568 ซึ่งมีคู่แข่งขันจากประเทศต่าง ๆ เข้าร่วม ด้วยความตั้งใจฝึกซ้อมของเด็ก ๆ ทำให้เราเชื่อมั่นว่าจะคว้าอันดับที่ดีมาได้ อีกทั้งประสบการณ์อันมีค่านี้ จะช่วยต่อยอดให้บรรลุเป้าหมายในการมุ่งสู่นักกีฬาเบสบอลทีมชาติ ตัวจริงต่อไปได้ด้วย”

ISUZU 3

สำหรับนักกีฬาเบสบอลยุวชนทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ภายใต้การดูแลของ มร.อิซาโอะ อาโอยามะ หัวหน้าผู้ฝึกสอน ประกอบด้วยเยาวชนหลากหลายเชื้อชาติ ทั้งไทย ญี่ปุ่น และอื่น ๆ ที่มี ใจรักและรวมตัวกันเพื่อเล่นเบสบอลอย่างจริงจัง โดยมีการฝึกซ้อมทุกวันเสาร์-อาทิตย์ พร้อมสั่งสมประสบการณ์การแข่งขันทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ

ISUZU 4

“ความท้าทายในการแข่งขันของเราปีนี้ คือ อยากให้เด็ก ๆ ได้ชนะการแข่งขันอย่างน้อยสัก 3 เกม แม้จะทีมยุวชนของเราจะตัวเล็ก แต่มีความพร้อมทุกคน มีทั้งความแข็งแรง อดทน มีระเบียบวินัย ขอขอบคุณอีซูซุที่สนับสนุนทีมเบสบอลของเรามาหลายปี และขอให้คนไทยร่วมเชียร์เด็ก ๆ สู้ไปด้วยกันนะครับ” มร. อิซาโอะ อาโอยามะ หัวหน้าผู้ฝึกสอน กล่าว

ISUZU 5

เบสบอลเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมสูงในหลายประเทศ โดยเฉพาะในญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา แต่ยังถือว่าเป็นกีฬานอกกระแสที่มีผู้เล่นจำนวนไม่มากในประเทศไทย จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ที่ต้องการก้าวสู่การเป็นนักกีฬาทีมชาติ ปัจจุบันสมาคมเบสบอลสมัครเล่นแห่งประเทศไทยกำลังเร่งผลักดันสร้างทีมที่แข็งแกร่งเพื่อคว้าชัยในระดับนานาชาติ รวมถึงเพิ่มการรับรู้และสร้างจุดสนใจให้แฟนกีฬาชาวไทยหันมาสนใจกีฬาเบสบอลให้มากขึ้น

ISUZU 6

“ผมคิดว่าเบสบอลเป็นกีฬาที่เล่นเป็นทีมที่ไม่เครียดจนเกินไปและมีความสนุกอยู่ในนั้นครับ คุณพ่อคุณแม่ก็ส่งเสริมอยากให้ลองเล่น เลยมาคัดตัวเป็นนักกีฬา และดีใจที่ได้รับใช้ชาติในฐานะนักกีฬาเบสบอลครับ” น้องธนัทณกร เลิศพิทักษ์สินชัย โรงเรียนพนมสารคาม “พนมอดุลวิทยา” เผยที่มาของการเข้าร่วมทีม

ISUZU 7

ในขณะที่น้องพุทธคุณ คำประดิษฐ์ จากโรงเรียนอัสสัมชัญระยอง ได้เล่าถึงการเตรียมตัวไปแข่งขันครั้งนี้ว่า “ตอนอยู่ที่โรงเรียนผมก็จะสวิงไม้ 100-200 ครั้ง ฝึกแคชบอล (ฝึกขว้างและรับลูก) และเล่นเป็นทีมที่โรงเรียนบ้าง ผมคาดหวังอยากให้ทุกคนในทีมเล่นกันให้เต็มที่ ไม่ชนะก็ไม่เป็นไร แต่ชนะก็ดีครับ”

“มินิ ประเทศไทย” พามินิสเตอร์ปลุกความเป็นนักแข่งใน “MINI John Cooper Works Track Day”

0
มินิ 1

มินิ ประเทศไทย กระตุ้นจิตวิญญาณนักแข่ง สร้างความตื่นเต้นให้หัวใจชาวมินิสเตอร์ได้เต้นรัวกันอีกครั้ง กับกิจกรรม MINI John Cooper Works Track Day นำลูกค้ากว่า 200 คน สัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าใหม่ล่าสุดกับตระกูลจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ นำโดย MINI John Cooper Works Electric พร้อมด้วย MINI John Cooper Works Aceman ณ สนามปทุมธานี สปีดเวย์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยลูกค้าที่เข้าร่วมกิจกรรมตลอด 4 วันครั้งนี้ ได้ร่วมทดสอบสมรรถนะที่หลากหลายและเร้าใจในแบบฉบับมินิ ทั้งการขับขี่แบบ fast lap ที่เร้าใจ การขับขี่แบบยิมคาน่า ที่สำคัญกับการขับขี่อย่างปลอดภัย ภายใต้การควบคุมดูแลโดยทีมผู้ฝึกสอนซึ่งได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากลของบีเอ็มดับเบิลยู

มินิ 2

MINI John Cooper Works Electric แบบ 3 ประตู ด้วยระบบขับเคลื่อนแบบไฟฟ้าล้วนที่ให้กำลังสูงสุด 190 กิโลวัตต์ / 258 แรงม้า และแรงบิด 350 นิวตันเมตรที่ถ่ายทอดพลังได้ทันที เติมความแรงได้อีก พร้อมฟังก์ชัน Electric Boost ที่เสริมพลังให้มอเตอร์ไฟฟ้าเพิ่มอีก 20 กิโลวัตต์ ขณะเร่งความเร็ว ตอกย้ำพลังความแรงของ MINI JCW และถ่ายทอดความรู้สึก “Go-Kart feeling” ที่เป็นเอกลักษณ์ของมินิได้อย่างชัดเจน

มินิ 9

 

การตกแต่งรอบคัน สวยเฉี่ยวด้วยโลโก้ JCW สีแดง-ขาว-ดำ ที่ได้แรงบันดาลใจจากธงตาหมากรุก และสปอยเลอร์ ท้ายที่สวยเด่น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ทั้งในด้านอากาศพลศาสตร์ และด้านระยะทางการขับขี่ ที่สูงถึง 371 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

มินิ 4

ภายในห้องโดยสาร ยังเต็มไปด้วยโทนสีแดงและดำอันเป็นเอกลักษณ์ของจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ ทั้งพวงมาลัย สปอร์ต JCW สีดำที่ประดับด้วยตะเข็บสีแดงและหุ้มผ้าที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกาเพื่อให้จับถนัดมือ เบาะสปอร์ต JCW ให้การรองรับที่มั่นคงระหว่างการขับขี่แบบสุดตัว ตกแต่งด้วยตะเข็บสีแดงตัดกับหนังเทียมสีดำ เช่นเดียว กับผิวหน้าของคอนโซล พร้อมด้วยระบบ MINI Experience Modes เพิ่มสีสันที่สนุกสนานให้ทุกการขับขี่

มินิ 5

MINI John Cooper Works Electric มีให้เลือกเป็นเจ้าของในสีเทา Legend Grey, แดง Chili Red II, ขาว Nanuq White, ดำ Midnight Black II และน้ำเงิน Blazing Blue ในราคา 2,199,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ MSI Standard)

มินิ 6

สำหรับ MINI John Cooper Works Aceman ในโฉม 5 ประตู ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้พละกำลัง 190 กิโลวัตต์ / 258 แรงม้า เช่นเดียวกัน แต่มาพร้อมห้องโดยสารที่กว้างขวางกว่าและตัวถังที่ยกสูงจากพื้นมากขึ้น ความเร็วสูงสุด 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 6.4 วินาที แบตเตอรี่แรงดันสูงขนาด 54.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง ช่วยให้ MINI John Cooper Works Aceman วิ่งได้ไกลถึง 355 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP) โดยสามารถชาร์จแบตเตอรี่เต็มได้ในเวลาเพียง 31 นาทีด้วยระบบชาร์จไฟกระแสตรง 95 กิโลวัตต์ หรือ 5 ชั่วโมง 30 นาทีด้วยระบบชาร์จไฟกระแสสลับ 11 กิโลวัตต์

มินิ 6

MINI JCW Aceman ใหม่ ยังโดดเด่นด้วยล้ออัลลอย John Cooper Works ขนาด 19 นิ้ว แบบ Strive Spoke ทูโทน ส่วนห้องโดยสารที่กว้างขวาง ยิ่งดูโปร่งโล่งมากขึ้นด้วยหลังคากระจกพาโนรามา ภายในห้องโดยสารยังคงเอกลักษณ์ของรถตระกูล John Cooper Works ไว้ครบถ้วน ทั้งพวงมาลัย JCW แบบเฉพาะรุ่นและเบาะนั่งสปอร์ต จอแสดงผล OLED ทรงกลม พร้อม MINI Experience Modes

มินิ 7

รถยนต์มินิเจเนอเรชั่นใหม่ทุกรุ่น รองรับระบบ Digital Key Plus ช่วยให้ใช้สมาร์ทโฟนเป็นกุญแจรถแบบดิจิทัลได้อย่างสะดวก สามารถล็อกและปลดล็อกรถได้โดยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋า นอกจากนี้ ทั้ง MINI John Cooper Works Aceman และ John Cooper Works Electric ยังมาพร้อมฟังก์ชัน Remote Parking ที่ช่วยควบคุม การจอดและนำรถออกจากที่จอดผ่านสมาร์ทโฟนได้

มินิ 3

MINI John Cooper Works Aceman ใหม่ พร้อมให้เลือกเป็นเจ้าของในสีเทา Legend Grey, แดง Chili Red II, ขาว Nanuq White และดำ Midnight Black II ในราคา 2,399,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ MSI Standard)

มินิ ประเทศไทย ยังเตรียมกิจกรรมอีกมากมายสำหรับคนรักมินิตลอดทั้งปีนี้ ติดตามได้ทาง MINI Thailand Facebook Page

วิศวะ ธรรมศาสตร์ ศึกษาและดูงาน เอช เซม สัมผัสประสบการณ์จริง จากสายการผลิต

0

บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด นำโดยคุณวันชัย ลี้นะวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพร้อมด้วยทีมงาน ให้การต้อนรับคณาจารย์และนักศึกษาจากภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงาน เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ตรงแก่นักศึกษา โดยให้ความรู้ถึงกระบวนการดำเนินงานจริงในสายการผลิต การตรวจสอบความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ตลอดจนสาธิตการใช้งานระบบสถานีสลับแบตเตอรี่ MOVE EV X ทั้งนี้ บริษัทฯ มุ่งมั่นสนับสนุนการพัฒนาทางวิชาการและสร้างแรงบันดาลใจแก่เยาวชนรุ่นใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นกำลังสำคัญของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมา

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส” ตอกย้ำความสำเร็จ! “ALL-NEW MITSUBISHI XFORCE HEV” กวาดยอดจองกว่า 4,000 คัน เปิดตัวโฆษณา สะท้อนไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

0
ALL-NEW MITSUBISHI XFORCE HEV 1

หลังการเปิดตัวกับสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา ALL-NEW MITSUBISHI XFORCE HEV ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากลูกค้าทั่วประเทศ กวาดยอดจองทะลุกว่า 4,000 คัน แม้จะอยู่ในช่วงก่อนการเปิดตัวอย่างเต็มรูปในเดือนนี้ สูงกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ที่ 3,000 คัน กระแสตอบรับนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในสมรรถนะ ความชื่นชอบในดีไซน์ที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองและความสะดวกสบายในการขับขี่ของลูกค้าที่มีต่อรถยนต์ คอมแพกต์เอสยูวี ไฮบริด รุ่นใหม่คันนี้ ได้อย่างชัดเจน

มิตซูบิชิ 2

ทั้งนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้เริ่มทยอยส่งมอบรถยนต์คุณภาพล็อตแรกให้แก่ลูกค้าแล้ว และจะมุ่งมั่นทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เป็นเอกลักษณ์ จาก ALL-NEW MITSUBISHI XFORCE HEV โดยเร็วที่สุด เพื่อรองรับเป้าหมายดังกล่าว บริษัทจึงได้ยกระดับศักยภาพการผลิตให้มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น เพื่อส่งมอบรถยนต์ให้ถึงมือลูกค้าตามกำหนด และตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

มิตซูบิชิ 3

การเปิดตัวเต็มรูปแบบของรถยนต์ ALL-NEW MITSUBISHI XFORCE HEV ได้เริ่มต้นขึ้นในเดือนมิถุนายนนี้ โดย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เดินหน้าสื่อสารจุดเด่นของ XFORCE HEV อย่างต่อเนื่องผ่านแคมเปญโฆษณาใหม่ ตอกย้ำแนวคิด “Xperience the Force” ภาพยนตร์โฆษณาที่หยิบเพลงฮิตติดหูอย่าง “ยินดีที่ไม่รู้จัก” มาเรียบเรียงใหม่ในเวอร์ชันที่เปี่ยมด้วยพลังและความสนุก พร้อมเปิดตัวสองพรีเซนเตอร์คนรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ “ริว-วชิรวิชญ์ วัฒนภักดีไพศาล” และ “แพต-ชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช” ตัวแทนของคนยุคใหม่ที่กล้าใช้ชีวิตในแบบของตัวเองอย่างมีเอกลักษณ์

มิตซูบิชิ 4

แคมเปญโฆษณา “Xperience the Force” สะท้อนความโดดเด่นของ ALL-NEW MITSUBISHI XFORCE HEV ที่ออกแบบมาตอบโจทย์การใช้ชีวิต และการเดินทางในวันหยุดของคนเมืองยุคใหม่ ด้วยขุมพลังไฮบริดที่ให้ทั้งความแรงและความนุ่มนวลในการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมือง หรือในเส้นทางที่ท้าทายโดยได้ “ริว-วชิรวิชญ์” นักแสดงหนุ่มมากความสามารถ มีบุคลิกมั่นใจและคล่องแคล่ว และ “แพต-ชญานิษฐ์ ” นักแสดงสาวที่แจ้งเกิดจากซีรีส์ดังบน Netflix และเป็นที่รู้จักในวงการแฟชั่น ทั้งคู่ยังเป็น Instagramer ที่มีไลฟ์สไตล์หลากหลายและกล้าใช้ชีวิตในแบบของตัวเองอย่างเต็มที่ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด “Xperience the Force” ตรงกับกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ของ ALL-NEW MITSUBISHI XFORCE HEV ที่ทันสมัย มีตัวตนโดดเด่น และพร้อมออกไปค้นหาสิ่งใหม่อยู่เสมอ

มิตซูบิชิ 5

แคมเปญโฆษณาชุดนี้ ไม่เพียงจะนำเสนอความเป็นไอคอนิกของรถยนต์คอมแพกต์เอสยูวียุคใหม่ แต่ยังได้ถ่ายทอดมุมมองของการออกไปค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้น ผ่านเพลง “ยินดีที่ไม่รู้จัก” ในเวอร์ชั่นพิเศษ โดยเรียบเรียงใหม่ ให้ออกมาสนุกสนานและเต็มเปี่ยมด้วยพลังมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับสมรรถนะของ ALL-NEW MITSUBISHI XFORCE HEV ที่พร้อมพาผู้ขับขี่ไปสู่จุดหมายใหม่อย่างมั่นใจ จากถนนในเมืองสู่ปลายทางที่งดงาม พร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยและระบบอำนวยความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างแท้จริง

มิตซูบิชิ 8

ร่วมสัมผัสพลังแห่งประสบการณ์ใหม่กับ ALL-NEW MITSUBISHI XFORCE HEV และรับชมภาพยนตร์โฆษณาเวอร์ชันเต็ม ผ่านช่องทางออนไลน์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทุกช่องทาง และภาพยนตร์โฆษณาเวอร์ชัน 30 วินาที ทางสถานีโทรทัศน์ทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนนี้เป็นต้นไป ผู้ที่สนใจ อยากสัมผัสประสบการณ์ “Xperience the Force” สามารถไปทดลองขับ ALL-NEW MITSUBISHI XFORCE HEV ได้แล้ววันนี้ ที่โชว์รูมมิตซูบิชิ ทั่วประเทศ