Home Blog Page 78

(,มีคลิปวีดีโอ) พา “TANK 300 HEV” เที่ยว “TIM Island” เกาะลับกลางน้ำเจ้าพระยา ขับทดลองระบบไฮบริด นอนที่พักสุดฮิพ ที่เมืองนก…ชัยนาท

0
GWM Tank 300 HEV 1

ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้อยู่หลังพวงมาลัยของ Tank 300 HEV อ๊อฟโรด BoxyvShape.รูปทรงเรโทรโมเดริ์น ขุมพลังไฮบริดจากเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรเทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ได้พละกำลังเหลือ 350 แรงม้า พร้อมแรงบิด 616 นิวตันเมตร ซึ่งเคยนำไปลองลุยทางโหดมาแล้วหลากหลายสถานการณ์ ตัวช่วยในเส้นทางอ๊อฟโรดล้นคัน อาทิ Tank Turn หรือ การกลับรถในที่แคบซึ่งล้อหลังจะเลี้ยวกลับด้านกับล้อหน้า Offroad Monitor ทำหน้าที่เก็บภาพจากรอบคันแสดงที่จอกลางขนาดใหญ่ ยังไม่รวมไปถึงโหมดลุย ทั้งหิมะ โคลน ทราย กรวด หญ้า และ ดิฟเฟอเรนเชียลล๊อคทั้งหน้าและหลัง สายลุย สายอ๊อฟโรดยิ่งไม่ควรมองข้าม เพราะราคาใหม่เริ่มต้นเพียง 1.299 ล้านบาท

แอบเชียร์อีกเรื่องคือ บ้านพักกลางน้ำในรูปแบบโฮมสเตย์ที่ผสมผสานกลิ่นอายการตกแต่งให้นึกย้อนวันวานสมัยคุณพ่อ คุณแม่ยังวัยเยาว์ กับบ้านไม้ยกใต้ถุน มีแปลงเกษตรแบบสวนผสม ฟาร์มไก่ ฟาร์มควาย และ เต่ามาดาร์กัสกา แต่ที่สำคัญและตรงทางกับไลฟ์สไตล์ที่ผมถนัด นั่นคือ กิจกรรมตกปลา เนื่องจากความสมบูรณ์ของสัตว์น้ำนานาชนิด พร้อมกับบรรยากาศเงียบ และ สงบ ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าระยะทางจากกรุงเทพ เพียงไม่ถึง 200 กิโลเมตร หรือจะใช้ความทันสมัยจากเทคโนโลยีก็เซริ์ทหาในกูเกิลแมพตามชื่อ “TIM Island” โฮมเสตย์บนเกาะลับกลางแม่น้ำเจ้าพระยาก็รอให้ทุกท่านได้ไปเยือน

GWM Tank 300 HEV 2

TANK 300 HEV มากับมิติตัวรถยาว 4,760 มิลลิเมตร กว้าง 1,930 มิลลิเมตร สูง 1,903 มิลลิเมตร และ ยาวฐานล้อ 2,750 มิลลิเมตร ระยะตำ่สุดใต้ท้องรถ Ground Clearance 224 มิลลิเมตร เอสยูวีทรงกล่องแนวโมเดริ์นติดตั้งความทันสมัยไว้ครบครัน ไฟหน้าแบบฟูลแอลอีดี ซุ้มล้อขนาดใหญ่มากับบันไดข้าง ล้อ 17 นิ้วใส่ยางออเทอร์เรนขนาด 265/75

GWM Tank 300 HEV 3

ไฟท้ายแนวตั้งโดดเด่นด้วย Vertical Led มีซันรูฟไฟฟ้าสั้งปิดได้จากแอพ ฝาท้ายติดตั้งระบบไฟฟ้า ควบคุมการเปิด/ปิดให้สะดวกยิ่งขึ้น ฝาท้ายติดตั้งยางอะไหล่พร้อมฝาครอบ

เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า ส่วนของคนขับปรับได้ 8 ทิศมีนวดและระบบเป่าลม ทั้ง 5 ที่นั่งหุ้มหนัง Nappa ห้องโดยสารกว้างในรูปแบบ 5 ที่นั่ง หน้าจอต่อกันรวมแล้วมีความยาวถึง 24.6 นิ้ว ใช้งานและสั่งการในรูปแบบทัชสกรีน ฟีเจอร์มอนิเตอร์ออฟโร๊ดทำหน้าที่เป็นดวงตารอบทิศทางในขณะที่เข้าพื้นที่ทุรกันดาร มีไวเลทชาร์จพร้อมช่องเสียบยูเอสบีซี ไฟในห้องโดยสารปรับแต่งได้หลายเฉดสี หากอยากเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้าย ทำได้ง่ายๆเพียงพับเบาะ

GWM Tank 300 HEV 6

ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังไฮบริดที่เน้นพลังแรง โดยใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2.0 ลิตร 1,998 ซีซี เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 244 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 106 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 268 นิวตันเมตร มีแบตเตอรี่ ความจุ 1.7 kWh กำลังรวมสูงสุดทั้งระบบ 350 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 616 นิวตันเมตร

GWM Tank 300 HEV 7

ระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9HAT พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD Dual Speedซึ่งติดตั้งตัวดิฟเฟอเรนเชียลล๊อค ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง มาพร้อมกับ 7โหมดการขับขี่ ได้แก่ Normal,Sport, Eco, Mud, Sand, Snow, และ 4L

ในส่วนของระบบรองรับด้านหน้าเป็นแบบอิสระปีกนกคู่ Double Cross Arm ด้านหลังเป็นแบบคานแข็ง พร้อม Multi-link ระบบความปลอดภัยมีครบทั้งเบรคอัตโนมัต ควบคุมความเร็วตามรถคันหน้า ระบบช่วยจอดพร้อมจดจำเส้นทางอัตโนมัติ เรียกได้ว่า ADAS เต็มระบบ

GWM Tank 300 HEV 8

การเดินทางในครั้งนี้จากรามอินทรา มุ่งสู่ทางหลวงมอเตอร์เวย์บางปอิน ก่อนตัดเข้าถนนสายเอเซียเพื่อไปต่อยังจุดหมายปลาทางที่เมืองนก จังหวัดชัยนาท

GWM Tank 300 HEV 9

ทางชิวๆ ไม่สมบุกสมบัน ไม่มีลองระบบลุยใดใด ขุมพลังๆเหลือจากระบบไฮบริดที่โดดเด่นในด่านสมรรถนะ แต่ถ้าเมื่อไหร่ จะเรียกแรง เค้นสมรรถนะ ก็มาเร็วทันใจ และพอได้สนุกกับการเปลี่ยนเกียร์ที่มี + และ – หรือหากปรัยไปที่โหมด Sport รอบเครื่องยนต์คำรามรอการเหยีบตันเร่งขึ้นมาทันที

GWM Tank 300 HEV 10

ระบบช่วงล่างปรับเซ็ทมาค่อนข้างนุ่ม ไม่กระด้าง และการที่ใชช่วงล่างอิสระ ทำให้การสั่นสะเทือนจากสภาพพื้นผิวถนน ถุกทอนไปยังระบบรองรัยเพื่อให้ได้มาซึ่งความนุ่มนวลแม้ในเส้นทางลุย

“Tim Island” คือจุดหมายปลายทางของทริพ ในรูปแบบชองบ้านพักโฮมเสตย์พร้อมแปลงเพาะปลูกแบบผสมผสาน รวมถึงฟาร์มไก่ และควายไทยพื้นบ้าน ที่สุขพลานามัยสมบูรณ์ ก็ถือเป้นกิจกรรมที่คอยต้อนรับเด้กๆ ให้เพลิดเพลินได้ตามใจชอบ

GWM Tank 300 HEV  11

GWM Tank 300 HEV 13

GWM Tank 300 HEV 13

GWM Tank 300 HEV 14

ในพื้นที่ทำเลทองที่รายล้อมไปด้วยน้ำในรูปแบบของเกาะกลางน้ำที่มีบ้านคนอาศัยอยู่ประปราย สถานที่แห่งนี้ถือเป็นที่ชาร์จพลังได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งทัศนียภาพที่รื่นรม ยิ่งใครที่ชื่นชอบกีฬาทางน้ำ หรือ กิจกรรมตกปลา ที่นี่จะทำให้คุณโดนสะกดจนลืมวันลืมคืน พร้อมสำหรับการพักผ่อนที่เต็มอิ่ม นอนเต็มตื่น เพลิดเพลินกับความเป็นไทย ในสไตล์บ้านพักริมน้ำ ที่มีกิจกรรมหลายหลาย Tim Island นั้นรอคอยบริการให้ผู้มาเยือนทุกท่าน

เปิดสเปกเต็ม NEW GWM TANK 300 DIESEL ขุมพลังดีเซล 2.4T พร้อมการรับประกันเครื่องยนต์ถึง 1,000,000 กิโลเมตร! จ่อคิวเปิดราคาในงาน Motor Show 2025

0
TANK 300 DIESEL 1

GWM (Thailand) ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้ดียิ่งกว่าเดิม กับ NEW GWM TANK 300 DIESEL ที่พร้อมให้ชาวไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดและจับจองในงาน มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 โดย NEW GWM TANK 300 DIESEL พร้อมเผยจุดเด่นหลากหลายด้าน ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนเนอเรชันใหม่ล่าสุด ฉีกกฏเครื่องยนต์ดีเซลทั่วไป ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่นิ่ง เงียบ และนุ่มนวลกว่าเคย แต่ยังคงพละกำลังและสมรรถนะสูงในทุกการรขับขี่ พร้อมประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดีมากขึ้น และการรับประกันคุณภาพเครื่องยนต์ที่ยาวนานถึง 1,000,000 กิโลเมตร (หรือ 8 ปี) มอบประสบการณ์การขับขี่ทั้งในเมืองและนอกเมือง ออนโรดและออฟโรดได้อย่างยอดเยี่ยม ผสานความหล่อ เท่ ได้อย่างโดดเด่นทุกเส้นทางด้วยรูปทรงสไตล์ Premium Boxy อันเป็นเอกลักษณ์

Tank  2

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าว “GWM (Thailand) ภูมิใจนำเสนอนวัตกรรมล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีที่เป็นความเชี่ยวชาญของเรา ที่เฝ้าพัฒนามายาวนานกว่า 30 ปี กับเครื่องยนต์ดีเซลของ GWM ที่ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้งานทั่วโลก เราตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่คนไทยจะได้สัมผัสกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ที่มาจากการรับฟังเสียงของผู้บริโภค สู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ชาวไทยมากยิ่งขึ้น เพื่อประการณ์การขับขี่ที่ดียิ่งกว่าในทุกมิติ สอดคล้องกับแนวคิดในการดำเนินธุรกิจ GWM Go With More และกลยุทธ์ User-Centric โดย NEW GWM TANK 300 DIESEL กับเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนเนอเรชันใหม่ล่าสุดนี้ มาพร้อมกับ 3 รุ่นย่อย เพื่อตอบโจทย์สายลุยพร้อมโชว์ความหล่อทั้งในเมืองนอกเมือง ให้ได้เลือกรุ่นที่ใช่ ทั้ง NEW GWM TANK 300 DIESEL รุ่น 2.4T PRO, รุ่น 2.4T ULTRA และ รุ่น 2.4T ULTRA 4WD เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รถยนต์คันนี้จะมาสร้างนิยามใหม่ของรถเอสยูวีเครื่องยนต์ดีเซล และจะได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากแฟน ๆ ชาวไทย”

Tank  3

NEW GWM TANK 300 DIESEL ทั้ง 3 รุ่น มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T และระบบคอมมอนเรลแรงดันสูง 2,000 บาร์ เทอร์โบแปรผัน (VGT) ท่อร่วมไอดีแบบคู่ที่ฝาสูบ Exhaust Gas Recirculation (EGR) และระบบปั้มน้ํามันเครื่องแบบแปรผัน ทำให้เครื่องยนต์สร้างพละกำลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเผาไหม้ที่สมบูรณ์ยิ่งขี้น ช่วยลดการปล่อย์ไอเสีย NOx และประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง โดยอัตราการบริโภคน้ำมันของ NEW GWM TANK 300 DIESEL อยู่ที่ 14 กิโลเมตรต่อลิตร (ตามมาตรฐานการทดสอบ Eco sticker ในประเทศไทย) สำหรับรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ) ซึ่งน้ำมันหนึ่งถัง (ดีเซล B7) สามารถขับขี่ได้ระยะทางไกลมากกว่า 1,000 กิโลเมตร อีกทั้งยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีลดการสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์และการพัฒนาเทคโนโลยีในการลดเสียงรบกวน NVH (Noise, Vibration, Harshness) ที่ยอดเยี่ยม ระดับเสียงภายในห้องโดยสารต่ำกว่า 68 เดซิเบลในช่วง idle speed ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่เงียบสงบ นิ่ง ไม่สั่น ช่วยให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและสะดวกสบายในทุกสภาพถนน จากเทคโนโลยีและโครงสร้างการออกแบบที่เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงาน ลดเสียงและการสั่นสะเทือน ทำให้เครื่องยนต์รุ่นนี้มีความทนทานสูง GWM มั่นใจในคุณภาพของเครื่องยนต์เซ็ตนี้ จึงกล้าสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าด้วยการมอบการรับประกันคุณภาพที่ยาวนานและครอบคลุมมากขึ้นถึง 1 ล้านกิโลเมตร (หรือ 8 ปี)

Tank 5

NEW GWM TANK 300 DIESEL ทั้ง 3 รุ่น มอบพละกำลังสูงสุด 135 กิโลวัตต์ หรือ 184 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดถึง 480 นิวตันเมตร ที่รอบเครื่อง 1,500 – 2,500 รอบต่อนาที พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด (9AT) มอบการตอบสนองที่รวดเร็วทันใจ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบไดเร็คอินเจคชั่นแบบคอมมอนเรลแรงดันสูง 2,000 บาร์ กระบอกสูบที่ให้ความจุมาถึง 2,370 ซีซี และถังน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดใหญ่ถึง 78 ลิตร มอบประสบการณ์ที่เหนือกว่า ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่มองหารถเอสยูวีที่มีประสิทธิภาพการขับขี่และความคุ้มค่าที่มากขึ้น

Tank  6

•NEW GWM TANK 300 DIESEL ได้รับการปรับแต่งช่วงล่างใหม่ทั้งหมดเพื่อตอบโจทย์ความชื่นชอบในการขับขี่ของคนไทยมากยิ่งขึ้น ระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระ ดับเบิ้ล วิชโบน (Double wishbone) และระบบกันสะเทือนหลังแบบมัลติลิงค์
•NEW GWM TANK 300 DIESEL ในรุ่น 2WD มาพร้อมโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ ได้แก่ โหมดปกติ โหมดสปอร์ต โหมดประหยัด ในรุ่น 4WD มาพร้อมโหมดการขับขี่ 9 โหมด ได้แก่ โหมดขับเคลื่อน 2 ล้อ (2H) และโหมดการขับขี่แบบออฟโรด ได้แก่ โหมดการขับเคลื่อน 4 ล้อ (4H) โหมดการขับเคลื่อน 4 ล้อแบบอัตราทดเกียร์ต่ำ (4L) โหมดพื้นหิมะ โหมดพื้นหิน โหมดพื้นทราย โหมดภูเขา โหมดพื้นหลุมบ่อ และโหมดผู้เชี่ยวชาญ ทั้ง 3 รุ่นติดตั้งระบบแสดงภาพ 540 องศา (ระบบกล้องรอบคัน 360 องศา และระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ (Body transparent)) ระบบ Intelligent Start-Stop และโหมดช่วยผ่อนแรงพวงมาลัยมาอีก 3 โหมด ได้แก่ โหมดเบา โหมดสบาย และโหมดสปอร์ต ที่ช่วยให้สามารถปรับความหนักเบาของพวงมาลัยให้เหมาะสมกับการขับขี่ในแต่ละสภาพการใช้งาน และตอบสนองได้ตามความต้องการของผู้ขับขี่ได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้
•NEW GWM TANK 300 DIESEL ทั้ง 3 รุ่น ยังมาพร้อมกับ ระบบเบรกหน้าและหลังแบบดิสก์เบรก ที่มีครีบระบายความร้อนสี่ล้อ ซึ่งช่วยให้การทำงานของเบรกมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
•NEW GWM TANK 300 DIESEL รุ่น 2.4T ULTRA 4WD ยังมาพร้อมระบบล็อกเฟืองขับด้านหลังแบบไฟฟ้า (Rear electric differential lock) พร้อมระบบช่วยกลับรถในพื้นที่แคบ (TANK TURN) และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบ Off-road ช่วยให้ทุกการผจญภัยเต็มอิ่มไปด้วยความสนุกสนาน

Tank 6

NEW GWM TANK 300 DIESEL ให้ภาพลักษณ์ที่โดดเด่นและไม่เหมือนใครตั้งแต่หน้ารถจรดท้ายรถ ด้วยมิติตัวรถ 1,930 x 4,760 x 1,903 มม. (กว้าง x ยาว x สูง) ที่มาพร้อมระยะฐานล้อ 2,750 มม. กระจังหน้าแบบ Rectangle ตัดขอบสีดำเงาที่รวมการจัดเรียงของไฟหน้าทรงกลมตัด DRL ทรงเหลี่ยมผสานเข้ากับตัวรถ รับด้วยช่องระบายอากาศสีดำเงาและโลโก้ TANK เสริมความเท่ด้วยกันชนดีไซน์ออฟโรดร่วมสมัย บังโคลนขนาดใหญ่ และบันไดข้าง รับดีไซน์หลังแบบออฟโรดด้วยประตูท้ายแบบ Horizontal ไฟหน้า LED อัจฉริยะ พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ และฟังก์ชันหน่วงเวลาไฟส่องทางหลังดับเครื่องยนต์ (Follow Me Home) ร่วมกับระบบไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED และระบบไฟท้ายแบบ Vertical LED กระจกมองข้างปรับและพับด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว (เฉพาะ NEW GWM TANK 300 DIESEL รุ่น 2.4T ULTRA และ 2.4T ULTRA 4WD ที่มาพร้อมระบบจดจำตำแหน่ง) ใน NEW GWM TANK 300 DIESEL รุ่น 2.4T ULTRA 2WD และ ULTRA 4WD มาพร้อมหลังคาซันรูฟแบบ เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า เพิ่มความหรูหรา พร้อมราวหลังคาถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มพื้นที่วางของบนหลังคารถ อีกทั้งเสริมลุคแกร่งด้วย ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วสีดำเปียโนแบล็ค พร้อมยาง H/T ขนาด 265/65 R17 พร้อมกับล้ออะไหล่ติดตั้งที่ประตูท้าย มอบความเท่ ผสานกับดีไซน์ภายนอกของตัวรถได้เป็นอย่างดี

Tank  8

ให้ผู้ขับขี่เพลิดเพลิน มั่นใจ และปลอดภัยในทุกการเดินทาง ไปกับพวงมาลัยพร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงและสวิตช์ควบคุมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ เกียร์แบบ Electronic Shifter ชุดเกียร์ไฟฟ้าที่มาพร้อมกับดีไซน์เรียบหรูบริเวณคอนโซลกลาง พร้อมระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ (Paddle shift) และระบบเบรกมือไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชันหยุดอัตโนมัติขณะรถหยุดนิ่ง (Auto Brake Hold) อีกทั้งยังมีกุญแจ Smart Key และระบบ Push start system ช่วยให้ผู้ขับขี่สตาร์ทเครื่องยนต์ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น รวมถึงการเสริมความปลอดภัยและความสะดวกสบายในทุกการขับขี่

Tank  8

เบาะนั่งภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุสุดพรีเมียม ด้วยวัสดุหุ้มเบาะหนังสังเคราะห์ สามารถปรับเบาะคนขับไฟฟ้าได้ 6 ทิศทาง สำหรับ NEW GWM TANK 300 DIESEL รุ่น 2.4T ULTRA ทั้ง 2 รุ่น จะเป็นเบาะหนัง Nappa และหนังสังเคราะห์ะให้สัมผัสที่หรูหราและสบายกว่าที่เคย เบาะคนขับปรับไฟฟ้าได้ถึง 8 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่ง ระบบ welcome seat ควบคู่ไปกับระบบระบายอากาศ พร้อมดันหลังไฟฟ้า 4 ทิศทางและระบบนวดไฟฟ้า นอกจากความสะดวกสบายที่ผู้ขับขี่ได้รับแล้ว ใน NEW GWM TANK 300 DIESEL ทั้ง 3 รุ่น ยังมอบความสะดวกสบายให้ทุกที่นั่งไม่แพ้กัน ด้วยระบบปรับพนักพิง และพนักพิงเบาะพับได้แบบ 60:40 ที่มาพร้อมกับที่พักแขนตอนกลาง พร้อมที่วางแก้ว

NEW GWM TANK 300 DIESEL มาพร้อมหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว ร่วมกับหน้าจอมัลติมีเดียแบบสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว ที่รองรับทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมให้สัมผัสกับความบันเทิงอีกขั้น ด้วยลำโพงถึง 6 ตำแหน่ง สำหรับ NEW GWM TANK 300 DIESEL รุ่น 2.4T PRO และลำโพง 8 ตำแหน่ง พร้อมซับวูฟเฟอร์ Online Music และ Online Radio ในรุ่น 2.4T ULTRA และ 2.4T ULTRA 4WD ให้คุณภาพเสียงระดับสูงและรอบทิศทาง

NEW GWM TANK 300 DIESEL รุ่น 2.4T ULTRA ทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมระบบปรับอากาศอัตโนมัติด้านหน้าแยกอิสระซ้าย-ขวา พร้อมกับระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย ระบบนำทาง ระบบสั่งการด้วยเสียง (Voice Command) ระบบตรวจจับ PM 2.5 Ionizer และที่กรองอากาศชนิด N95 พร้อมช่องต่อ USB สำหรับผู้โดยสารด้านหน้าและหลัง และช่องต่อ USB สำหรับกล้องบันทึกภาพ พร้อมช่องจ่ายไฟสำรอง (12V) และช่องจ่ายไฟสำรอง (220V)

ความปลอดภัยต้องมาอันดับหนึ่ง NEW GWM TANK 300 DIESEL มาพร้อมกับเทคโนโลยีอัจฉริยะจำนวน 25 รายการ ทั้งที่เป็น Active Safety และ Passive Safety เพื่อให้ทุกการเดินทางของผู้ขับขี่และผู้โดยสารเต็มไปด้วยความปลอดภัยและมั่นใจสูงสุด อาทิ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมการช่วยเข้าโค้งอัจฉริยะ ถุุงลมนิรภัยจำนวน 6 จุด ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลนหรือออกนอกเลน ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน การแจ้งเตือนการขับรถเร็วเกินกำหนด ระบบช่วยชะลอความรุนแรงของการชนครั้งที่ 2 ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติบนทางตรงและทางแยก ระบบช่วยเตือนและเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX และระบบล็อกป้องกันเด็ก และอื่น ๆ อีกมากมาย (โปรดศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นเพิ่มเติม)

Tank  10

เตรียมพิสูจน์นวัตกรรมแห่งเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนเนอเรชันใหม่ล่าสุด ใน NEW GWM TANK 300 DIESEL ที่พร้อมจะปฎิวัติรถยนต์ SUV กับเครื่องยนต์ดีเซลรูปแบบเดิมๆ ในประเทศไทยไปตลอดกาล เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ดียิ่งขึ้นในทุกมิติ จากทั้ง 3 รุ่น ได้แก่ NEW GWM TANK 300 DIESEL รุ่น 2.4T PRO, NEW GWM TANK 300 DIESEL รุ่น 2.4T ULTRA และ NEW GWM TANK 300 DIESEL รุ่น 2.4T ULTRA 4WD พร้อมเผยราคาอย่างเป็นทางการภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ในวันที่ 25 มีนาคม 2568 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM application และ https://www.gwm.co.th/ หรือ GWM Contact Center 02-668-8888

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดตัว ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ตอกย้ำความเป็นผู้นำรถยนต์ฟูลไฮบริด

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำรถยนต์ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดด้วยการเปิดตัว ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี สู่ตลาดประเทศไทยเป็นครั้งแรก รถคอมแพ็กต์เอสยูวีรุ่นใหม่ล่าสุด ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ เร้าใจกับสมรรถนะ ครบครันด้วยความสะดวกสบาย และเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย จากอีกขั้นของการพัฒนา MITSUBISHI e:MOTION ที่ผสาน 3 เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

เพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพที่ยอดเยี่ยม ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี จะผลิตที่โรงงานมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และจัดจำหน่ายผ่านทางเครือข่ายผู้จำหน่ายที่ได้รับแต่งตั้งอย่างเป็นทางการกว่า 190 แห่งทั่วประเทศ เปิดตัวครั้งแรกที่ประเทศอินโดนีเซียในเดือนสิงหาคม 2566 ในรุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายใน และขยายตลาดสู่เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ละตินอเมริกา แอฟริกา ตะวันออกกลาง และภูมิภาคอื่น ๆ ในปี 2567 มีความสำคัญในฐานะรถยนต์เชิงกลยุทธ์ระดับโลกของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส

ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี จะมาเสริมทัพกลุ่มรถยนต์ฟูลไฮบริดของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ต่อยอดความสำเร็จจาก มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ที่เปิดตัวในประเทศไทย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา รถคอมแพ็กต์เอสยูวีรุ่นใหม่นี้ เป็นรถที่จะสร้างความน่าดึงดูดใจให้กับทุกท่าน เพราะมาพร้อมระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ล่าสุด ซึ่งได้รับการถ่ายทอดและพัฒนาจากระบบขับเคลื่อนแบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) อันเลื่องชื่อของมิตซูบิชิ โดดเด่นด้วยอัตราการประหยัดน้ำมันที่ยอดเยี่ยม เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และอัตราเร่งที่ทรงพลัง พร้อมโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7-Drive Mode) ผสานการทำงานระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC) แบบ All-Wheel Control  ที่จะช่วยคำนวณการส่งกำลังจากระบบขับเคลื่อนและแรงเบรกลงสู่แต่ละล้อ เพื่อให้ล้อทั้งคู่หน้า-คู่หลัง ทำงานอย่างสัมพันธ์กัน ให้ประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาสมดุลของตัวรถขณะเข้าโค้ง เพื่อความปลอดภัย และมั่นใจได้ในทุกเส้นทาง

นี่เป็นครั้งแรกที่ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ได้รับการติดตั้งระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด รุ่นใหม่ล่าสุดของเรา และเราภาคภูมิใจ ที่รถยนต์รุ่นนี้ ผลิตที่ประเทศไทย ณ โรงงานแหลมฉบังของเรา เราใช้เวลาหลายเดือน ในการทดสอบรถยนต์รุ่นนี้ รวมระยะทางทั้งหมดกว่า 100,000 กิโลเมตร ทั่วประเทศไทย ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เพื่อประเมินความทนทาน และสมรรถนะในการขับขี่ ทีมทดสอบของเราได้รวบรวมข้อมูล และความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่างๆ ซึ่งวิศวกรฝ่ายวิจัยและพัฒนาของเรา ได้นำไปใช้ในการปรับแต่ง และพัฒนารถรุ่นนี้ ให้ดียิ่งขึ้น ขั้นตอนสุดท้าย คือการทดสอบความทนทานของรถ และปรับแต่งระบบกันสะเทือนที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานบนสภาพถนนที่หลากหลายของประเทศไทย ให้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เราให้ความสำคัญสูงสุดกับคุณภาพ และประสบการณ์การขับขี่เสมอมา และเราไม่เคยลดทอนมาตรฐานเหล่านี้เลยครับ เราจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี จะเป็นโมเดลที่สร้างความตื่นเต้น และน่าประทับใจ พร้อมกับได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากลูกค้าชาวไทย” มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

คุณสมบัติเด่นของ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี  สามารถแบ่งได้เป็น 4 แกนสำคัญ อันประกอบไปด้วย
ดีไซน์  สมรรถนะ ระบบความปลอดภัย  และ ความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร

ดีไซน์

  • รูปลักษณ์ภายนอก ออกแบบภายใต้คอนเซปต์ Silky and Solid แนวคิดการออกแบบใหม่จากมิตซูบิชิ เรียบหรู แต่ทรงพลัง สะท้อนผ่านรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว โดดเด่น เปรียบสมือนไอคอนนิคแห่งยุค ด้วยไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED และไฟท้าย LED สี Smoked จัดเรียงเป็นรูปตัวที เสริมให้เห็นถึงความกว้างและความรู้สึกมั่นคงของตัวรถ
  • ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 18 นิ้ว ดีไซน์สวยงามที่คำนึงถึงแอโรไดนามิค เสริมด้วยซุ้มล้อที่เลือกใช้วัสดุ และ
    สีที่ตัดกับสีรถ ทำให้ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี มีบุคลิกของรถเอสยูวีอย่างชัดเจน
  • รูปลักษณ์ภายใน ออกแบบโดยใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกหรูหรา ประณีตในทุกรายละเอียด คอนเซปต์ตามแนวคิด “Horizontal Axis” มอบทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม ภายในห้องโดยสารสีทูโทน พร้อมการตกแต่งด้วยผ้าแบบพิเศษกันน้ำ และคราบสิ่งสกปรก มาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่จะช่วยสร้างสุนทรียภาพให้คุณตลอดการเดินทาง

สมรรถนะ

  • ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี มาพร้อมประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับ MITSUBISHI e:MOTION ซึ่งเป็นการผสานสามเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุดของมิตซูบิชิ ได้แก่ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจนเนอเรชันใหม่ล่าสุดโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (AYC)
  • ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ ทำงานผ่านมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงและแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษสำหรับรถยนต์ไฮบริด โดยใช้เครื่องยนต์เบนซิน 6 ลิตร DOHC 16 วาล์ว MIVEC เป็นการพัฒนาต่อยอดจากรถยนต์ฟูลไฮบริดรุ่นแรก สู่ระบบที่ได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อให้มีประสิทธิภาพการส่งกำลังที่ดียิ่งขึ้น มาพร้อมกับระบบส่งกำลัง 2-Speed Transaxle ใหม่ ปรับเปลี่ยนการทำงานของระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติตามการขับขี่และสภาพถนน ให้อัตราเร่งที่ดี และนุ่มนวล อีกทั้งยังเพิ่มกลไกตัดการเชื่อมต่อของมอเตอร์ ช่วยลดการสูญเสียพลังงาน ส่งผลให้รถมีอัตราประหยัดน้ำมันขั้นสูงสุด 24.4 กิโลเมตร/ลิตร1 มีระยะทางการขับขี่ยาวที่สุดในคลาสต่อน้ำมันหนึ่งถัง  ทำงานเงียบและมีอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมทั้งในการขับขี่ บนไฮเวย์ และในเส้นทางที่เป็นเนินลาดชัน
  • โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7-Drive Mode) ไม่ว่าเส้นทางแบบไหนก็ไม่เป็นอุปสรรคด้วยโหมดการขับขี่
    7 รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Normal (ถนนทั่วไป) Wet (ถนนเปียก) Gravel (ถนนลูกรัง) Tarmac (ถนนลาดยาง) Mud (ถนนโคลน) และอีก 2 ทางเลือกพลังงานทั้ง Charge (โหมดการชาร์จ) และ EV Priority (โหมดพลังงานไฟฟ้า 100%) โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกเปลี่ยนโหมดการขับขี่ด้วยตนเองตามสภาพถนน สภาพภูมิอากาศ หรือรูปแบบการใช้งานที่ต้องการ
  • ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง หรือ AYC (Active Yaw Control) เทคโนโลยีจากรถแข่งแรลลี่คาร์ของมิตซูบิชิ ทำงานโดยคำนวณการส่งกำลังลงที่ล้อซ้าย-ล้อขวา ให้หมุนสัมพันธ์กัน ขณะที่รถเข้าโค้ง เพื่อสร้างสมดุลให้กับตัวรถ ทำให้สามารถขับผ่านทางโค้งได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัย และมั่นใจในทุกสถานการณ์
  • ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ยังใช้ ช่วงล่าง ที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ ให้เหมาะกับทุก
    สภาพถนนในประเทศไทย ซึ่งผ่านการทดสอบมาแล้วกว่า 100,000 กิโลเมตร

ระบบความปลอดภัย

  • เทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ หรือ ADAS ที่จะตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบตัวรถแบบ 360 องศา ทำงานอย่างแม่นยำผ่านการทำงานของกล้อง เรดาห์ และเซนเซอร์ ไม่ว่าจะเป็น
    • กล้องมองภาพรอบคันพร้อมเส้นกะระยะ และระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว (MAM with MOD)
    • ระบบเตือนเมื่อรถด้านหน้าออกตัวหรือเคลื่อนที่ไปด้านหน้า (LCDN)
    • ระบบเตือนจุดอับสายตา และระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน (BSW with LCA)
    • ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM)
    • ระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติถึงจุดหยุดนิ่ง (ACC)
    • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)
    • ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (RCTA)

ระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก ระบบเสริมแรงเบรก และถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง ถูกติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย

ความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร 

ยกระดับการเดินทางของคุณ ให้รู้สึกผ่อนคลายในแบบพรีเมียมด้วย

  • ห้องโดยสารขนาดใหญ่ที่สุดในรถระดับเดียวกัน พื้นที่เหนือศีรษะ พื้นที่หัวไหล่ และพื้นที่วางขาที่กว้าง ทำให้สามารถเดินทางได้พร้อมกันถึง 5 คน โดยไม่รู้สึกอึดอัด เบาะนั่งตอนหลังสามารถพับปรับแบบ 40:20:40 และปรับเอนได้ถึง 8 ระดับ พร้อมด้วยวัสดุหุ้มเบาะ “Heat Guard” ที่ช่วยสะท้อนความร้อนจากแสงแดด
  • ไดนามิค ซาวด์ ยามาฮ่า พรีเมียม (Dynamic Sound Yamaha Premium Sound System) เครื่องเสียงและระบบเสียงคุณภาพ พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง ซึ่งได้รับการพัฒนาร่วมกับ ยามาฮ่า คอร์เปอเรชั่น ให้เสียงใส คมชัดในทุกมิติ ให้คุณเพลิดเพลินกับเพลงโปรดได้เสมือนฟังดนตรีแบบแยกชิ้น
  • ระบบฟอกอากาศ nanoeTM X ที่จะช่วยสร้างอากาศบริสุทธิ์ และยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ลดอากาศเหนื่อยล้า สร้างความสดชื่นให้คุณตลอดการเดินทาง
  • ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร (Ambient Light) บริเวณคอนโซลหน้าและแผงประตูด้านหน้า 

ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี มีจำหน่าย 3 รุ่นย่อย ได้แก่

  • รุ่น Ignite ราคาเริ่มต้น 899,000 บาท
    มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีขาวมุก White Diamond สีเงิน Blade Silver และ สีเทา Graphite Grey
  • รุ่น Ultimate ราคาเริ่มต้น 1,039,000 บาท

มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีขาวมุก White Diamond หลังคาดำ สีเงิน Blade Silver สีเทา Graphite Gray  และสีดำ Jet Black Mica

  • รุ่น Ultimate X ราคาเริ่มต้น 1,089,000 บาท

มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีขาวมุก White Diamond หลังคาดำ สีเทา Graphite Gray หลังคาดำ  สีเหลือง Energetic Yellow หลังคาดำ  สีแดง Spirit Red  หลังคาดำ และสีดำ Jet Black Mica

มาพร้อมการรับประกันระบบไฮบริดเป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนานสูงสุดถึง
10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง หมดกังวลกับเรื่องอะไหล่และบริการหลังการขาย เพราะเป็นรถยนต์ที่ผลิตภายในประเทศ จึงสามารถจัดส่งอะไหล่ได้อย่างรวดเร็ว และพร้อมดูแลด้วยช่างเทคนิคที่ได้รับการฝึกอบรมอย่างเชี่ยวชาญกระจายอยู่กับเครือข่ายผู้จำหน่ายของมิตซูบิชิที่แข็งแกร่งทั่วประเทศ

พิเศษสำหรับลูกค้าที่ตัดสินใจเป็นเจ้าของ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี โดยจองภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 และรับรถภายใน 31 กรกฎาคม 2568 จะได้รับสิทธิพิเศษภายใต้แคมเปญ Early Bird Offers2  เฉพาะช่วงเปิดตัวเท่านั้น  โดยลูกค้าจะได้รับบัตรของขวัญที่พักโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา มูลค่า 10,000 บาท และรับฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง เป็นเวลา 1 ปี  พร้อมการรับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน) ฟรีค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน)

พร้อมทั้งข้อเสนอพิเศษที่สามารถเลือกรับอัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 0.99% (เมื่อดาวน์ 25% และผ่อนชำระ 48 เดือน)2 กับสถาบันการเงินที่กำหนด และ สามารถเลือกรับแพ็กเกจบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี และสำหรับลูกค้าครอบครัว มิตซูบิชิ หรือลูกค้าเก่ามิตซูบิชิ รับส่วนลดเพิ่มสูงสุดถึง 30,000 บาท ผ่านแอฟพลิเคชัน M-Drive

ลูกค้าสามารถสัมผัสออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ได้ที่งานโรดโชว์ทั่วประเทศ และ ที่บูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (A9) ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1 – 3 เมืองทองธานี พร้อมพบกับรถยนต์รุ่นอื่น ๆ ของมิตซูบิชิ ที่ได้รับรางวัลการันตีคุณภาพมากมาย 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของรถยนต์มิตซูบิชิได้ทางเว็บไซต์ www.mitsubishi-motors.co.th และทุกช่องทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค  MitsubishiMotorsTH

 

1 ทดสอบตามมาตรฐาน NEDC อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ระบุในแคตตาล็อกคำนวณตามวิธีที่กำหนด และอาจแตกต่างจากอัตรา
สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในสภาพการขับขี่จริง

2 สำหรับรุ่น Ultimate และ Ultimate X

อีซูซุเดินหน้าจัดการแข่งขันทักษะด้านการขายและบริการหลังการขายประจำปี 2567 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า

0

อีซูซุตอกย้ำความเป็นผู้นำวงการรถยนต์เมืองไทย เดินหน้าพัฒนาบุคลากรมืออาชีพ จัดกิจกรรมการแข่งขันทักษะด้านการขายและบริการหลังการขายประจำปี 2567 ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 1,320,000 บาท  ให้บุคลากรได้แข่งขันเเละโชว์ทักษะความรู้ความสามารถทั้งส่วนงานขายและบริการหลังการขาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี โดยอีซูซุได้จัดกิจกรรมนี้ต่อเนื่องมากกว่า 30 ปี

ทั้งนี้ภายในงานยังมีการร่วมแสดงความยินดีกับช่างอีซูซุซึ่งเป็นตัวแทนประเทศไทยในการแข่งขันทักษะระดับนานาชาติ หรือ I-1 Grand-Prix ประเภทรถบรรทุกขนาดกลางและใหญ่ หรือ CV Division ประจำปี 2024 ซึ่งได้รับรางวัลรองชนะเลิศ จากผู้เข้าแข่งขันรวมทั้งสิ้น 35 ประเทศ ได้แก่ คุณณัฐวุฒิ พลฤทธิ์  พนักงานช่างยนต์ รถบรรทุกขนาดกลาง-ใหญ่ จากบริษัท อีซูซุอันดามันเซลส์ จำกัด และ คุณณัฐพงศ์ วังเขียว  พนักงานช่างยนต์ รถบรรทุกขนาดกลาง-ใหญ่ บริษัท ธาราลำพูนอีซูซุเซลส์ จำกัด

มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า เพื่อการเติบโตภายใต้สถานการณ์ที่ท้าทายในปัจจุบัน เรามุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพงานบริการทั้งในด้านการขายและบริการหลังการขาย โดยเน้นการสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นของลูกค้าตลอดการใช้งานของรถอีซูซุ นอกจากนี้การเตรียมความพร้อมด้านความรู้และทักษะที่เหมาะสมของบุคลากรยังเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งและความเชี่ยวชาญของผู้จำหน่าย เพื่อให้กลายเป็น “Trusted Buddy” ที่ลูกค้าสามารถพึ่งพาได้ทุกเมื่อ การแข่งขัน ทักษะด้านการขายและบริการหลังการขายอีซูซุ จึงเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมทุกท่านได้แสดงความรู้และทักษะ เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริการของอีซูซุให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น

การแข่งขันทักษะด้านการขายและบริการหลังการขายอีซูซุ ประจำปี 2567 รอบชิงชนะเลิศนี้  ผู้เข้าแข่งขันต้องผ่านการทดสอบอย่างเข้มข้นตามมาตรฐานการปฏิบัติงานแต่ละด้าน ประกอบด้วยการแข่งขัน 6 ประเภท สำหรับรอบชิงชนะเลิศนี้มีเจ้าหน้าที่ผ่านเข้ารอบทั้งสิ้น 107 คน จากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 617 คน

ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดต้องผ่านการคัดเลือกทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติในรอบคัดเลือก และสำหรับการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศนั้น  ผู้เข้าแข่งขันต้องผ่านการทดสอบอย่างเข้มข้นตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน แต่ละด้าน ซึ่งทุกด้านของการแข่งขันล้วนมีส่วนสำคัญเพื่อเพิ่มศักยภาพของการขายและการบริการหลังการขาย โดยมีคณาจารย์จากสถาบันการศึกษาชั้นนำให้เกียรติร่วมเป็นกรรมการตัดสินในครั้งนี้ด้วย โดยผลการแข่งขันมีดังนี้

  • รางวัลชนะเลิศ ที่ปรึกษาการขาย รถปิกอัพและรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ ได้แก่ คุณณัฐพล พึ่งประชา  จาก บริษัท อีซูซุนครหลวง จำกัด
  • รางวัลชนะเลิศ ที่ปรึกษาการขาย รถบรรทุกขนาดกลางและใหญ่ ได้แก่ คุณมงคลชัย วงศ์มหาศิริกุล  จาก บริษัท อีซูซุนครหลวงมอเตอร์ จำกัด
  • รางวัลชนะเลิศ พนักงานช่าง รถปิกอัพและรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ ได้แก่ คุณสุวัฒน์ จันทร  จาก บริษัท ชลบุรีอีซูซุเซลส์ จำกัด
  • รางวัลชนะเลิศ พนักงานช่าง รถบรรทุกขนาดกลางและใหญ่ ได้แก่ คุณชัยวัฒน์ ศรีจันทร์  จาก บริษัท อึ้งง่วนไต๋อีซูซุเซลส์ จำกัด
  • รางวัลชนะเลิศ พนักงานมัลติฟังก์ชัน (ที่ปรึกษางานบริการและเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์) ได้แก่ คุณธงชัย เย็นรักษา จาก บริษัท อีซูซุอันดามันเซลส์ จำกัด
  • รางวัลชนะเลิศ พนักงานอะไหล่ ได้แก่ คุณมงคล พลฤทธิ์  จาก บริษัท อีซูซุอันดามันเซลส์ จำกัด

รู้สึกดีใจแบบบรรยายความรู้สึกไม่หมดจริง ๆ ครับ ก่อนแข่งรอบนี้ผมเตรียมตัวโดยการทบทวนความรู้ ทั้งความรู้เก่า และความรู้ใหม่ รวมถึงฝึกซ้อมที่ตัวรถจริงด้วย การแข่งเป็นการจำลอง แต่การทำงานคือการแก้ปัญหาจริง แค่การทำงานจริงจะไม่จำกัดเวลาเท่านั้นเอง ส่วนตัวมองว่าระหว่างการแข่งขันถ้าเราทำได้ในเวลาที่จำกัด การทำงานจริงก็จะถือว่าไม่ยากอีกต่อไป ผมจะเอาขั้นตอนและความรู้การแข่งขันตรงนี้ไปปรับใช้ และแนะนำน้อง ๆ ในทีมต่อไปคุณสุวัฒน์ จันทร รางวัลชนะเลิศ พนักงานช่าง รถปิกอัพและรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ จาก บริษัท ชลบุรีอีซูซุเซลส์ จำกัด

การแข่งขันครั้งนี้ ทำให้เราได้ความรู้ รวมถึงเทคนิคในส่วนงานต่างๆมาประยุกต์ใช้ได้ดีมากเลยทีเดียวครับ อยากเชิญเพื่อน ๆ ที่มีความพร้อมเข้ารวมการแข่งขันเพื่อแสดงศักยภาพ และนำความรู้ไปต่อยอดครับ ผมหวังไว้เต็มร้อยว่าต้องได้รางวัลกลับไป และก็ได้จริง ๆ ครับ คุณธงชัย เย็นรักษารางวัลชนะเลิศ พนักงานมัลติฟังก์ชัน (ที่ปรึกษางานบริการและเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์) จาก บริษัท อีซูซุอันดามันเซลส์ จำกัด

ผมเก็บประสบการณ์รวมครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ 3 แล้วครับ และครั้งนี้ผมก็ทำได้สมความตั้งใจที่เตรียมตัวมาอย่างดี ประสบการณ์ที่สะสมมาจะนำไปส่งต่อให้ที่ปรึกษาการขายคนอื่น ๆ ต่อไป การแข่งขันคือการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ มีโอกาสก็อยากให้มาเข้าลองร่วมการแข่งขันดูครับคุณมงคลชัย วงศ์มหาศิริกุล รางวัลชนะเลิศ ที่ปรึกษาการขาย รถบรรทุกขนาดกลางและใหญ่ จากบริษัท อีซูซุนครหลวงมอเตอร์ จำกัด กล่าวทิ้งท้าย

ร่วมติดตามและอัพเดทข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่  www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

เอ็มจี คว้า 4 รางวัล CAR OF THE YEAR 2025

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย นำยานยนต์ไฟฟ้า และยานยนต์พลังงานทางเลือก คว้า 4 รางวัล CAR OF THE YEAR 2025 นำโดย

  • ALL NEW MG 3 HYBRID+ รับรางวัล  BEST HYBRID HATCHBACK UNDER 1,500 c.c.
  • NEW MG4 ELECTRIC รับรางวัล  BEST CKD HATCHBACK EV (RWD)
  • NEW MG CYBERSTER รับรางวัล  BEST ROADSTER EV
  • NEW MG MAXUS 7 รับรางวัล  BEST MID-SIZE MPV EV

สะท้อนภาพลักษณ์การเป็นแบรนด์ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยียานยนต์พลังงานทางเลือกที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และพบกับข้อเสนอพิเศษสำหรับรถยนต์ทั้ง 4 รุ่น ได้ที่ งาน บางกอกอินเตอร์แนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า
“กว่า 10 ปี ที่เอ็มจีเป็นหนึ่งในผู้เล่นของตลาดยานยนต์ไทย เรามุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน ในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย จึงเกิดเป็นมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ซึ่งรถที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ล้วนอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ของเอ็มจี ไม่ว่าจะเป็น ALL NEW MG3 HYBRID+ รถไฮบริดรุ่นล่าสุดของเอ็มจีกับรางวัล BEST HYBRID HATCHBACK UNDER 1,500 c.c. จากจุดเด่นที่สามารถมัดรวมทุกข้อดีของเทคโนโลยีไฮบริดไว้ในคันเดียว ทั้งสมรรถนะการขับขี่ที่ขับสนุกเสมือนขับรถ EV การตอบสนองที่ดีเยี่ยม และความประหยัดน้ำมัน

สำหรับรุ่น NEW MG4 ELECTRIC กับรางวัล BEST CKD HATCHBACK EV (RWD) ด้วยคุณสมบัติการเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรอง “Made in Thailand (MiT)” จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จึงคว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้มาครอง โดยโมเดลนี้อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีด้านการขับขี่ อีกทั้งรถรุ่นนี้ยังครองตำแหน่งรถไฟฟ้ารุ่นนิยม ที่สร้างยอดขายเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มรถอีวีของ เอ็มจี อีกด้วย

อีกรุ่นกับ NEW MG CYBERSTER ที่รับรางวัล BEST ROADSTER EV ที่เข้ามายกระดับตลาดยานยนต์ไฟฟ้าของไทยด้วยสปอร์ตโรดสเตอร์ไฟฟ้าแบบเปิดประทุน 2 ที่นั่ง นอกจากจะโดดเด่นในแง่ของดีไซน์ และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยแล้ว ยังได้สร้างประสบการณ์การขับขี่รูปแบบใหม่ให้กับลูกค้าด้วยพละกำลัง 544 แรงม้า แรงบิด 725 นิวตันเมตร ระยะ 0 – 100 กม./ชม. ภายใน 3.2 วินาที เท่านั้น

สุดท้ายกับ NEW MG MAXUS 7 รับรางวัล BEST MID-SIZE MPV EV รถ e-MPV พลังงานไฟฟ้า 100% แบบ 7 ที่นั่ง ที่ตอบโจทย์การใช้งานของกลุ่มครอบครัวยุคใหม่ที่มีสมาชิกหลากหลายเจนเนอเรชั่น ให้สามารถใช้เวลาร่วมกันได้อย่างมีคุณค่าได้เป็นอย่างดี โดยทั้งรถไฟฟ้าทั้ง 3 รุ่นนี้ มาพร้อมการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ตลอดอายุการใช้งาน เพิ่มความอุ่นใจให้กับผู้ขับขี่ตลอดอายุการใช้งาน และหลังจากนี้ เอ็มจี จะยังคงเดินหน้าคิดค้น พัฒนายานยนต์ยุคใหม่ที่จะตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์คนไทยอย่างไม่สิ้นสุด” โดยลูกค้าที่สนใจสามารถชมและทดลองขับรถทั้งสี่รุ่นนี้ พร้อมข้อเสนอพิเศษ ได้ที่บูธ เอ็มจี ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม จนถึงวันที่ 6 เมษายนนี้

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

Application: MG Thailand

GEELY RIDDARA เตรียมแนะนำ RIDDARA RD6 รุ่นใหม่ วิ่งไกล 503 กิโลเมตร ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025

0

GEELY RIDDARA เชิญทุกท่านมาสัมผัสนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า RIDDARA RD6 รถกระบะพลังงานไฟฟ้า 100% ที่ผสานความสะดวกสบายระดับ SUV ตอบโจทย์ทุกการใข้งานแบบรถกระบะได้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม 2568 – 6 เมษายน 2568 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.00 – 22.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ เวลา 11.00 – 22.00 น.

โดยภายในงาน GEELY RIDDARA ได้เตรียมเปิดตัวรถกระบะพลังงานไฟฟ้า RIDDARA RD6 รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ที่มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 86kWh ซึ่งให้ระยะทางในการขับขี่ที่สูงถึง  503  กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ระยะทางไกลได้มากขึ้นและยังคงมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบายระดับ SUV พร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครันของรถกระบะ พร้อมการันตีค่าบำรุงรักษาและค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่น้อยกว่ารถกระบะสันดาปทั่วไป ทำให้ผู้ใช้งานรถกระบะในประเทศไทยได้รับทางเลือกการเดินทางที่คุ้มค่าและประหยัดมากยิ่งขึ้น  นอกจากนี้จะเปิดตัวหลังคาซันรูฟ (Sunroof) เป็นตัวเลือกพิเศษ สำหรับ RIDDARA RD6 รุ่น 86kWh ขับเคลื่อน 4 ล้อ เพื่อเพิ่มประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบเอาท์ดอร์ได้อย่างลงตัว โดยจะเปิดเผยราคารถรุ่นใหม่พร้อมกันภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์นี้

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถชมและทดลองขับ RIDDARA RD6 ที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี หรือ ที่ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า RIDDARA Call Center  ที่หมายเลข 02-039-5777

ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ RIDDARA ได้ที่

SKILL DRIVING EXPERIENCE อบรมขับขี่ปลอดภัยให้สมาชิก สมาคมผู้สื่อข่าวฯ ปี 2568

0

ชไมพร ปภัสร์พงษ์ ผู้อำนวยการโครงการ “ขับเป็น…ขับปลอดภัย กับ สื่อสากล” สนับสนุนการอบรมขับขี่ปลอดภัย ให้สมาชิกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย ปี 2568 เพื่อเรียนรู้วิธีแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน เพิ่มทักษะการขับขี่ ให้รอดพ้นจากอุบัติเหตุ และอันตรายบนท้องถนน โดยครูฝึกมืออาชีพระดับแนวหน้าของเมืองไทย ณ สนามปทุมธานี สปีดเวย์ เมื่อวันที่ 15-16 มีนาคม 2568

นอกจากนี้ ยังเปิดอบรมขับขี่ปลอดภัย หลักสูตรพื้นฐาน สำหรับบุคคลทั่วไปอีก 4 ครั้ง ในปี 2568 ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ skilldriving.imc.co.th หรือ facebook.com/SkillDriving

นิสสัน ประกาศเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูงในประเทศไทย

0

นิสสัน ประเทศไทย ประกาศเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูงในประเทศไทย ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568

มาซาโอะ สึสึมิ (Masao Tsutsumi) ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองประธานอาวุโส นิสสัน ประเทศไทย ได้รับการแต่งตั้งให้ขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธาน นิสสัน ประเทศฟิลิปปินส์, ประจำกรุงมะนิลา

ทาคาอากิ ยานางิ (Takaaki Yanagi) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป บริษัท อินฟินิตี้ ไชน่า และรองผู้จัดการทั่วไปแผนกพัฒนาธุรกิจ ฝ่ายธุรกิจอินฟินิตี้ บริษัท ตงเฟิง นิสสัน พาสเซนเจอร์ วีฮิเคิล (DFN) ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโส นิสสัน ประเทศไทย แทนมาซาโอะ สึสึมิ โดยจะรับผิดชอบส่วนปฏิบัติการที่ไม่เกี่ยวข้องกับสายการผลิต (การตลาด การขาย บริการหลังการขาย พัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย พัฒนาคุณภาพและประสบการณ์ลูกค้า ทรัพยากรบุคคลและบริหาร สื่อสารองค์กร ประสานงานภายนอกและรัฐกิจสัมพันธ์ กฎหมาย ข้อมูลการตลาด และ วางแผนองค์กร) โดยจะขึ้นตรงต่อ โทชิฮิโระ ฟูจิกิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย และนิสสัน อาเซียน

ยานางิ มีประสบการณ์กว่า 23 ปีในวงการยานยนต์ในตำแหน่งผู้นำที่สำคัญในประเทศจีน, ฮ่องกง และญี่ปุ่น โดยมีความเชี่ยวชาญในการนำทีมด้านการตลาด, การขาย, การวางแผนผลิตภัณฑ์ และการพัฒนาธุรกิจ เขาเคยดำรงตำแหน่งสำคัญที่ บริษัท อินฟินิตี้ มอเตอร์ จำกัด และ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำหนดกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ระดับโลก การบริหารวงจรผลิตภัณฑ์ และการผลักดันการฟื้นฟูธุรกิจในตลาดที่มีความท้าทาย

Lamina คว้ารางวัล TOP Influential Brand ตอกย้ำความสำเร็จสุดยอดฟิล์มกรองแสงอันดับ 1

0

ลามิน่า ฟิล์ม  ตอกย้ำความสำเร็จในการเป็นผู้นำ และขับเคลื่อนวงการฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์และอาคารที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุดอันดับ 1 จากผู้บริโภค กับรางวัลแบรนด์ที่ทรงอิทธิพลต่อผู้บริโภคมากที่สุด  TOP Influential Brand 2024 จากเวที Champions of Excellence CEO Summit Award Ceremony การมอบรางวัลใหญ่แห่งปีระดับเอเชีย

นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร “ลามิน่า”  รับรางวัล TOP Influential Brand 2024 แบรนด์ที่ทรงอิทธิพลต่อผู้บริโภคมากที่สุดและประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจสูงสุดต่อเนื่อง ด้วยการบริหารจัดการองค์กรที่แข็งแกร่ง มีวิสัยทัศน์ชัดเจน มีแผนการขยายธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม มีผลประกอบการเติบโตต่อเนื่องและโดดเด่น

การมอบรางวัลสุดยอดแบรนด์ชั้นนำที่ทรงอิทธิพลในเอเชีย จัดโดย บริษัท นิโอ ทาร์เก็ต จำกัด นางวรรณี ลีลาเวชบุตร ประธานกรรมการ ร่วมกับ อินฟลูเอ็นเชี่ยล แบรนด์ ประเทศสิงคโปร์ มร.จอร์จ โรดิกัส กรรมการผู้จัดการ และได้รับเกียรติจากอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ เป็นประธานมอบรางวัล ณ โรงแรมคอนราด กรุงเทพ

ในปีนี้ บริษัท นิโอ ทาร์เก็ต จำกัด ได้ทำการสำรวจความเห็นผู้บริโภคครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้น คือ ตั้งแต่กลุ่ม Gen Z ไปจนถึง กลุ่ม Baby Boomer ที่มีช่วงอายุตั้งแต่ 15-75 ปี ทั่วประเทศ จำนวน 2,000 คน ซึ่งนับเป็นกลุ่มตัวอย่างที่มีความหลากหลายในการตัดสินใจซื้อและใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการด้วยตนเอง โดยผลสำรวจพบว่า แบรนด์ที่ได้รับความเชื่อมั่นและไว้วางใจในด้านฟิล์มกรองแสงมากที่สุดอันดับ 1  คือ “ลามิน่าฟิล์ม”

ทั้งนี้ ลามิน่าในฐานะเป็นผู้เชี่ยวชาญฟิล์มกรองแสงตัวจริงมาตลอด 3 ทศวรรษ ให้น้ำหนักการสื่อสารทางออนไลน์ให้ “เข้าถึงง่าย โดนใจ ตรงจุด รวดเร็ว” และเป็นฟิล์มกรองแสงหนึ่งเดียวที่ยืนยันค่า TSER FACT ซึ่งได้รับการรับรองจาก 8 สถาบันระดับโลก เป็นค่าวัดประสิทธิภาพฟิล์มกรองแสงที่ถูกต้อง  ไม่โอเวอร์สเปคเกินจริง หรือตบตาใช้ค่าอินฟราเรด (IR) ซึ่งลามิน่าได้สร้างให้ TSER FACT เป็นบรรทัดฐานแสดงถึงฟิล์มคุณภาพตัวจริง ที่พร้อมมอบความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้รถและผู้บริโภคชาวไทยมาตลอด 30 ปี

นอกจากนี้บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ในฐานะผู้จัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงคุณภาพสูงมืออาชีพระดับเอเชียแปซิฟิค ยังนำเข้าผลิตภัณฑ์ด้านยานยนต์อีกมากมาย อาทิ อุปกรณ์บรรทุกสัมภาระธูเล่ (Thule) จากประเทศสวีเดน ผลิตภัณฑ์ฟิล์มนิรภัยปกป้องสีรถลูมาร์ (LLumar) จากสหรัฐอเมริกา และผลิตภัณฑ์ดูแลรักษายานยนต์ครบวงจรแอลลักซ์ (LLux) คุณภาพเยี่ยมจากสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย

อีกทั้ง นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ยังได้รับพระราชทานปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์  สาขาการตลาด  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ประจำปีการศึกษา 2566 จากผลงานและความสำเร็จในการประกอบสัมมาชีพอันเป็นที่ประจักษ์

 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยกขบวนยานยนต์สุดตื่นตา จุดกระแสความคึกคักก่อนมุ่งสู่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46

0

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เตรียมนำทัพยานยนต์รุ่นใหม่สุดตระการตา มุ่งสู่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด “สนทนาภาษายานยนต์” โดยทั้งสามแบรนด์ภายใต้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เตรียมนำเสนอรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ใหม่ล่าสุดที่ตอบสนองทุกความต้องการของนักขับชาวไทย นับตั้งแต่ความหรูหราขณะโลดแล่นบนท้องถนนในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงที่สุดของสมรรถนะและการผจญภัยออฟโรดอย่างไร้ขีดจำกัด

มร. เรเน่ แกร์ฮาร์ด ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยกล่าวว่า “ช่วงต้นปีที่ผ่านมา เราได้เผยถึงกระแสตอบรับอันอบอุ่นของลูกค้าชาวไทยที่มีต่อรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและกลุ่มยานยนต์สมรรถนะสูงของเรา ในมอเตอร์โชว์ปีนี้ เราจึงเตรียมต่อยอดความสำเร็จและกระแสความสนใจของลูกค้าด้วยความตื่นตาจากผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ หลายรุ่น อย่างในตระกูล M ของบีเอ็มดับเบิลยู เรามีทั้งบีเอ็มดับเบิลยู M3 Competition M xDrive Touring และ M5 Touring ใหม่ ที่ผสมผสานประสิทธิภาพและความคล่องตัวในระดับสูงสุด เข้ากับรูปลักษณ์สง่างามและประโยชน์ใช้สอยของรถประเภท Touring”

“ทางฝั่งมินิก็แข็งแกร่งไม่แพ้กัน ด้วยรถยนต์สมรรถนะสูงจากตระกูล จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ ถึง 4 รุ่น ซึ่งในจำนวนนี้ รวมถึง JCW พลังงานไฟฟ้าสองรุ่นแรก ทั้งในรุ่นแบบ 3 ประตู และรุ่น Aceman แบบ 5 ประตู ขณะที่บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ก็ขนตัวท็อปมาเผยโฉมกันในสองสไตล์ ทั้งสายผจญภัยออฟโรดกับบีเอ็มดับเบิลยู R 1300 GS Adventure และซูเปอร์ไบค์อย่างบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR”

ทั้งนี้ บีเอ็มดับเบิลยูและมินิยังทำการปรับโฉม เสริมสมรรถนะให้กับรุ่นยอดนิยมของแต่ละแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นบีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport ที่รองรับการขับขี่แบบไฟฟ้าล้วนได้ไกลยิ่งขึ้น บีเอ็มดับเบิลยู 530e Inspiring ที่เปิดทางให้ลูกค้าเป็นเจ้าของซีรีส์ 5 ได้ง่ายขึ้น แต่ยังคงความพรีเมียมในทุกมิติ หรือความเพลิดเพลินจากประสบการณ์
การขับขี่แบบเปิดประทุนกับ MINI Cooper Convertible S นอกจากยานยนต์รุ่นใหม่ที่ยกทัพมาเปิดตัวเป็นครั้งแรก บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังมีข้อเสนอพิเศษมากมายจากทั้งสามแบรนด์ ให้ลูกค้าได้สัมผัสที่สุดแห่ง
การขับขี่ระดับพรีเมียมได้อย่างสบายใจ

มร. แกร์ฮาร์ด กล่าวเสริมว่า “ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เรานำมาเปิดตัวในมอเตอร์โชว์ปีนี้ เป็นการเน้นย้ำถึงความสามารถของเราในการตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าในตลาดรถยนต์พรีเมียม ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญเบื้องหลังความสำเร็จของเรา ทั้งในตลาดไทยและบนเวทีโลก เรามีความยินดีที่จะได้เห็นลูกค้าได้สนุกและตื่นเต้นไปกับยานยนต์ของเรา และผมขอให้ทุกท่านจับตารอความเคลื่อนไหวของเราในปีนี้ กับสีสันและความแปลกใหม่ที่ยังรออยู่ข้างหน้าในปี 2568 นี้”

ทั้งนี้ ราคาจำหน่ายของรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ที่ประกาศเปิดตัวในวันนี้ จะเผยแพร่อย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 24 มีนาคม 2568

ข้อเสนอพิเศษจากบีเอ็มดับเบิลยูในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46

ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูรุ่นที่ร่วมรายการ โดยเลือกใช้ข้อเสนอทางการเงินจากบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส และมีกำหนดรับรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2568 สามารถเลือกรับข้อเสนอสุดพิเศษ* ได้ในงาน ไม่ว่าจะเป็นการรับประกันคุณภาพนานสูงสุด 8 ปี ประกันภัยชั้นหนึ่ง BMW Protect ฟรีสูงสุด 3 ปี อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% และอื่นๆ อีกมากมาย

รุ่นข้อเสนอพิเศษ
บีเอ็มดับเบิลยู X3 20d, X3 M50 ใหม่

 

 

· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

· ผ่อนเริ่มต้น 32,299 บาท/เดือน

บีเอ็มดับเบิลยู 330e ใหม่· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 2 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

· ผ่อนเริ่มต้น 23,799 บาท/เดือน

บีเอ็มดับเบิลยู M340i ใหม่· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

· ผ่อนเริ่มต้น 33,999 บาท/เดือน

บีเอ็มดับเบิลยู 320d· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 3 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

· อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%

· ผ่อนเริ่มต้น 23,799 บาท/เดือน

บีเอ็มดับเบิลยู iX3· ฟรี BMW Wall Box

· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 3 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

· อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%

· ผ่อนเริ่มต้น 27,499 บาท/เดือน

บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 3 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

· อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%

· ผ่อนเริ่มต้น 32,299 บาท/เดือน

บีเอ็มดับเบิลยู M และ M Performance

 

(รุ่นที่เข้าร่วม บีเอ็มดับเบิลยู M240i, บีเอ็มดับเบิลยู i4 M50, บีเอ็มดับเบิลยู M440i (รุ่นก่อนปรับโฉม), บีเอ็มดับเบิลยู Z4 M40i, บีเอ็มดับเบิลยู i5 M60, บีเอ็มดับเบิลยู M3 CS, บีเอ็มดับเบิลยู M3 Touring, บีเอ็มดับเบิลยู M4 Coupe (รุ่นก่อนปรับโฉม) และ บีเอ็มดับเบิลยู X4M )

· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 3 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

· ผ่อนเริ่มต้น 37,299 บาท/เดือน

· ฟรี แพ็คเกจ BMW Driving Experience ที่เกาหลีใต้ สำหรับรุ่น M240i, i4 M50, i5 M60, M440i (รุ่นก่อนปรับโฉม), Z4 M40i, M3 CS, M3 Touring (รุ่นก่อนปรับโฉม) และ M4 Coupe (รุ่นก่อนปรับโฉม)

บีเอ็มดับเบิลยู 320Li / 330Li· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 2 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

· อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%

· ผ่อนเริ่มต้น 19,999 บาท/เดือน

· หรือ ฟรีอัปเกรด BSI Ultimate นานสูงสุด 5 ปีสำหรับบีเอ็มดับเบิลยู 320 Li

บีเอ็มดับเบิลยู X1· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

· อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%

· ผ่อนเริ่มต้น 15,799 บาท/เดือน (สำหรับรุ่น X1 sDrive20i xLine เท่านั้น)

บีเอ็มดับเบิลยู X3 30e· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 2 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

· ผ่อนเริ่มต้น 33,099 บาท/เดือน

บีเอ็มดับเบิลยู X5 30e· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 2 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

· ผ่อนเริ่มต้น 46,399 บาท/เดือน

บีเอ็มดับเบิลยู รุ่นพลังงานไฟฟ้า

 

(บีเอ็มดับเบิลยู i4, i5, i7, iX2, iX)

· ฟรี BMW Wall Box

· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

· ผ่อนเริ่มต้น 31,099 บาท/เดือน

· ฟรี เครดิตการชาร์จมูลค่า 20,000 บาทที่สถานีชาร์จ Elex by EGAT

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bmw.co.th/th/topics/offers-and-services/promotional-offers/bmw-march-2025-motorshowoffer.html

ผู้สนใจสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เฟซบุ๊กแฟนเพจ BMW Thailand หรือติดต่อ BMW Contact Centre ที่เบอร์ 1397

ข้อเสนอพิเศษจากมินิในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46

พบกับข้อเสนอพิเศษ** ที่พร้อมเปิดทางให้คุณได้โลดแล่นไปกับมินิหลากสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ไฟฟ้าขับสนุกหรือรถอเนกประสงค์สำหรับการผจญภัยครั้งใหม่ ด้วยความอุ่นใจจากอัตราผ่อนชำระพิเศษ ประกันภัยชั้นหนึ่ง และอื่นๆ

รุ่นข้อเสนอพิเศษ
MINI Cooper SE และ MINI Aceman SE

 

· ฟรี MINI Wall Box หรือ

· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 MINI Protect สูงสุด 2 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

· ผ่อนเริ่มต้น 11,555 บาท/เดือน (สำหรับ MINI Cooper SE) และ 15,555 บาท/เดือน (สำหรับ MINI Aceman SE)

MINI Countryman S ALL4· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 MINI Protect สูงสุด 3 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

· ฟรี กล้องหน้ารถ Advanced Car Eye 3.0 สำหรับรุ่น MINI Countryman S ALL4 Classic

· ผ่อนเริ่มต้น 22,099 บาท/เดือน

**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.mini.co.th/en_TH/home/serv/special-offers/the_new_mini_family.html  

ข้อเสนอพิเศษจากบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46

ออกตัวสู่ทุกเส้นทางกับสองล้อคู่ใจคันใหม่จากบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ด้วยข้อเสนอพิเศษ*** ที่มีทั้งประกันภัยชั้นหนึ่ง ขยายเวลาบริการหลังการขาย และอัตราดอกเบี้ยพิเศษสุด

รุ่นข้อเสนอพิเศษ
บีเอ็มดับเบิลยู C 400 GT· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Motorrad Protect สูงสุด 1 ปี

· ขยายระยะเวลา แพ็คเกจบริการหลังการขาย BMW Motorrad Service Inclusive เป็น 3 ปีเต็ม

บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure· เลือกจาก

o   ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Motorrad Protect สูงสุด 1 ปี

o   อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%

บีเอ็มดับเบิลยู R 1300 GS· อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 2.65% สำหรับลูกค้าเดิมของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เท่านั้น

***เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด