Home Blog Page 79

นิสสันจัดประชุมผู้จำหน่ายประจำปี ย้ำความมุ่งมั่นต่อประเทศไทย ร่วมยกระดับความพึงพอใจของลูกค้า สร้างการเติบโต เดินหน้าไปพร้อมกัน

0
นิสสัน ประเทศไทย 1

นิสสัน ประเทศไทย จัดงานประชุมผู้จำหน่ายประจำปี 2568 ในธีม “Achieve Together” ขอบคุณผู้จำหน่ายทั่วประเทศที่ได้ร่วมกันสร้างความสำเร็จในปีที่ผ่านมา และตอกย้ำความมุ่งมั่นที่มีต่อประเทศไทย และผู้จำหน่าย ร่วมเดินหน้าสนับสนุนพัฒนาผู้จำหน่ายทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างการเติบโตไปด้วยกัน ผ่านการบริการ และการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจ และความพึงพอใจของลูกค้า เสริมสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ผู้จำหน่ายเป็นพันธมิตรที่มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างการเติบโตทางธุรกิจ และความแข็งแกร่งของแบรนด์ นิสสันอย่างต่อเนื่องมาตลอด นิสสันจึงได้จัดงานประชุมผู้จำหน่ายประจำปีเพื่อขอบคุณผู้จำหน่ายที่ได้ทำงานร่วมกัน และทุ่มเทเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าชาวไทย รวมทั้งยืนยันความมุ่งมั่นของนิสสันที่จะสร้างการเติบโตไปพร้อมกับพันธมิตรผู้จำหน่ายทั่วประเทศ กิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้บริหารนิสสันได้พบปะกับผู้จำหน่าย ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกลยุทธ์ของนิสสัน เทรนด์การตลาด และแนวทางที่จะช่วยให้ผู้จำหน่ายสามารถพัฒนาการบริการ เพื่อยกระดับความพึงพอใจของลูกค้า

ในการประชุมผู้จำหน่ายประจำปี 2025 นิสสันได้ย้ำหัวใจสำคัญของ RE:NISSAN ซึ่งเป็นกลยุทธ์ระดับโลกที่นิสสันประกาศโดยมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจของนิสสันโดยรวม พร้อมทั้งชี้แจงทิศทางธุรกิจของนิสสันประเทศไทย โดยเป็นการวางแนวทางธุรกิจในประเทศ ทั้งนี้ นิสสันประเทศไทยยังได้เปิดเผยแผนการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ล่วงหน้า เพื่อให้ผู้จำหน่ายมีเวลาเตรียมความพร้อมอย่างเพียงพอสำหรับการเปิดตัว และสามารถส่งมอบความตื่นเต้นรูปแบบใหม่ให้กับลูกค้าชาวไทยได้อย่างต่อเนื่อง

โทชิฮิโระ ฟูจิคิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย และนิสสัน อาเซียน กล่าวว่า “นิสสันให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับพันธมิตร และผู้จำหน่ายของเรา ตลอดเวลากว่า 72 ปี ที่ผ่านมา นิสสันอยู่ในประเทศไทย และประสบความสำเร็จมากมาย ซึ่งต้องขอขอบคุณการสนับสนุน และความร่วมมือเป็นอย่างดีจากผู้จำหน่ายทุกท่าน และนิสสัน ประเทศไทย จะยังคงมุ่งมั่น เดินหน้าเพื่อสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจในประเทศไทยไปพร้อมกับพันธมิตร และผู้จำหน่ายทุกราย”

นิสสัน ประเทศไทย 2

เครือข่ายผู้จำหน่ายของนิสสันมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ของบริษัท เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน นิสสันได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้ายุคใหม่ เช่น ระบบดิจิทัลที่ถูกพัฒนาให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของผู้คน เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าในวงกว้างมากขึ้น โดยระบบเหล่านี้จะช่วยมาเสริมศักยภาพของผู้จำหน่ายในแง่การปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการได้ดียิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต

“ZEEKR PRIMUS” ตอกย้ำผู้นำแบรนด์พรีเมี่ยม-ลักชูรีย์ รุดสร้าง FLAGSHIP โชว์รูม-ศูนย์บริการ ZEEKR แห่งแรก บนราชพฤกษ์

0
ZEEKR PRIMUS 1

ZEEKR PRIMUS (ซีเคอร์ ไพรม์มัส) ตอกย้ำผู้นำแบรนด์พรีเมี่ยม-ลักชูรี่ย์ เดินหน้าโครงการก่อสร้าง FLAGSHIP โชว์รูมและศูนย์บริการ ZEEKR แห่งแรก ย่านราชพฤกษ์ สะท้อนความสมบูรณ์แบบด้านบริการ รองรับการขยายตัวลูกค้าในไทย คาดเปิดบริการไตรมาส 3 ปี 2568

ZEEKR PRIMUS 2

นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัท ไพรม์มัส เพรสทีจ จำกัด และบริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป เปิดเผยว่า ตามที่ PRIMUS GROUP (ไพรม์มัส กรุ๊ป) ได้ขยายการลงทุนและสร้างความแข็งแกร่งในธุรกิจผู้จำหน่ายรถยนต์ในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมเป็นพันธมิตรกับ ZEEKR ประเทศไทย แบรนด์รถยนต์พรีเมี่ยม-ลักชูรีย์ จากประเทศจีน และได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ในนาม ZEEKR PRIMUS เมื่อปลายปี 2567 นั้น

ล่าสุด ทาง ZEEKR PRIMUS ได้เริ่มโครงการก่อสร้าง ZEEKR HOUSE แห่งใหม่ บนถนนราชพฤกษ์ ด้วยพื้นที่กว่า 4 ไร่ เป็น FLAGSHIP ZEEKR SHOWROOM & SERVICE CENTER แห่งแรก ด้วยมาตรฐาน CI ใหม่ล่าสุด ที่ครอบคลุมบริการทั้งด้านการขาย และบริการหลังการขายที่ครบวงจร พร้อมเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการให้แก่ลูกค้าอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบและรองรับการเติบโตของลูกค้าในอนาคต

ZEEKR PRIMUS 3

“ด้วยแนวคิดและวิสัยทัศน์ของ ZEEKR ประเทศไทย ที่ให้ความสำคัญการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่มีมาตรฐานระดับสูง เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ควบคู่กับการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ระดับพรีเมี่ยม-ลักชูรีย์ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของ PRIMUS GROUP เราจึงเชื่อมั่นว่า การลงทุนก่อสร้าง ZEEKR HOUSE แห่งใหม่นี้ จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจของ PRIMUS GROUP และ ZEEKR ประเทศไทย ให้ความแข็งแกร่งและมั่นคงต่อไปในอนาคต

ZEEKR PRIMUS 4

นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส เพรสทีจ จำกัด และบริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป เปิดเผยว่า ด้วยหลักการของ PRIMUS GROUP ที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เราจึงเน้นการยกระดับมาตรฐานการบริการทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย ที่แตกต่างและเหนือระดับ รวมถึงการมอบประสบการณ์ระดับพรีเมี่ยม-ลักชูรีย์ให้แก่ลูกค้า และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าในระยะยาว

ZEEKR PRIMUS 7

ดังนั้น การดีไซน์โชว์รูมและศูนย์บริการแห่งนี้ นอกจากเป็นไปตามมาตรฐาน CI ใหม่แล้ว เราได้เพิ่มเติมความหรูหรา ล้ำสมัย และความสะดวกสบายสูงสุด เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงความเป็นพรีเมี่ยมแบรนด์ ที่เพียบพร้อมด้วยบริการที่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ

สำหรับการออกแบบภายในโชว์รูม จัดเป็นโซนแสดงรถยนต์ ZEEKR ขนาดใหญ่ ครอบคลุมรถยนต์ทุกรุ่นทุกแบบ พร้อมพื้นที่สำหรับให้คำปรึกษาด้านผลิตภัณฑ์ที่เป็นสัดส่วนโดยเฉพาะ, โซนรับรองลูกค้าสุดเอ็กซ์คลูซีพ เพื่อรองรับการเข้ารับบริการในทุกๆ ด้าน โดยมีเครื่องดื่มและอาหารสำหรับบริการพิเศษโดยเฉพาะ พร้อมโซนส่งมอบรถยนต์ให้แก่ลูกค้า เพื่อสร้างความประทับใจในช่วงเวลาพิเศษสำหรับการเป็นครอบครัวเดียวกันกับ ZEEKR PRIMUS

 

ด้านบริการหลังการขาย ได้จัดสรรพื้นที่สำหรับศูนย์บริการขนาดใหญ่ รองรับงานบริการหลังการขายที่ครอบคลุมการดูแลรักษา และซ่อมบำรุงรักษารถยนต์ ZEEKR ตามมาตรฐานระดับสูง ด้วยอุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัย รองรับความสะดวสบายอย่างเต็มรูปแบบให้แก่ลูกค้าในทุกงานบริการ

สำหรับ ZEEKR HOUSE แห่งนี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ ภายในไตรมาส 3 ของปี 2568 ปัจจุบัน ทาง ZEEKR PRIMUS ได้จัดทำโชว์รูมและศูนย์บริการ (ชั่วคราว) บนถนนราชพฤกษ์ เพื่อรองรับความสะดวกสบายในการเข้ารับบริการของลูกค้าพื้นที่ดังกล่าวและพื้นที่ใกล้เคียง

ZEEKR PRIMUS 9

ด้าน นาย อเล็กซ์ เป่า กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แบรนด์รถยนต์ ZEEKR กล่าวว่า ผมต้องขอแสดงความยินดีในพิธีบวงสรวงยกเสาเอกการก่อสร้าง ZEEKR HOUSE ของ PRIMUS GROUP ซึ่งเป็น FLAGSHIP SHOWROOM & SERVICE CENTER แห่งแรก บนถนนราชพฤกษ์ นับเป็นทำเลที่ตั้งที่มีศักยภาพ และถือเป็นยุทธ์ศาสตร์ที่สำคัญในการรองรับ และมอบการบริการให้แก่ลูกค้า ZEEKR ในอนาคต

 

ด้วยความเป็นมืออาชีพ และศักยภาพในการดำเนินธุรกิจของ PRIMUS GROUP ผมเชื่อมั่นว่า ZEEKR PRIMUS จะสามารถส่งมอบยนตรกรรมและบริการที่เหนือระดับให้แก่ลูกค้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดังนั้น การเริ่มโครงการก่อสร้าง ZEEKR HOUSE ในวันนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่จะขับเคลื่อนธุรกิจและภาพลักษณ์ของแบรนด์ ZEEKR ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในประเทศไทย

“SUZUKI SWIFT DOUBLE DEAL” โปรแรงแซงทุกดีล! ซื้อ SUZUKI SWIFT วันนี้ รับฟรี SUZUKI WORRY FREE PROGRAM 777 พร้อม ข้อเสนอพิเศษ ช่วยผ่อนคนละครึ่ง นาน 1 ปี!

0
SUZUKI SWIFT DOUBLE DEAL 1

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ชวนคุณมาเป็นเจ้าของ SUZUKI SWIFT สปอร์ตแฮทช์แบ็กอีโคคาร์รุ่นยอดนิยม พร้อมร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งความคุ้มค่า ด้วยแคมเปญสุดเร้าใจ “SUZUKI SWIFT DOUBLE DEAL” ตลอดเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2568 ที่จะทำให้การเป็นเจ้าของ SUZUKI SWIFT เป็นเรื่องง่ายและสบายใจยิ่งกว่าเคยSUZUKI SWIFT ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ที่ครบครัน ทั้งด้านดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว ทันสมัย ประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ และสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกสนาน ตอบโจทย์การใช้งานในเมืองและเดินทางไกลได้อย่างลงตัว ด้วยความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบความคุ้มค่าสูงสุดให้แก่ลูกค้า ซูซูกิจึงจัดเต็มด้วยข้อเสนอที่พลาดไม่ได้

SUZUKI SWIFT DOUBLE DEAL 2

แคมเปญ “SUZUKI SWIFT DOUBLE DEAL” มาพร้อมความคุ้มค่าที่มอบให้คุณมากกว่าใคร ดังนี้

•SUZUKI WORRY FREE PROGRAM 777 โปรแกรมที่ช่วยให้คุณมั่นใจในคุณภาพและประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้อย่างแท้จริง
ฟรี Exclusive Maintenance Service 7 ปี
ฟรี Suzuki Warranty 7 ปี
ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 7 ปี
•พร้อม โปรแกรม ช่วยผ่อนคนละครึ่ง ระยะเวลานานถึง 1 ปีเต็ม** เพื่อช่วยให้คุณสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างคล่องตัวยิ่งขึ้น

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “SUZUKI SWIFT ได้รับความนิยมจากลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยดีไซน์ สมรรถนะ และความประหยัดน้ำมันที่โดดเด่น เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าและตอบรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น เราจึงจัดแคมเปญสุดพิเศษ “SUZUKI SWIFT DOUBLE DEAL” โดยเน้นโปรแกรม SUZUKI WORRY FREE PROGRAM 7 ปี และข้อเสนอช่วยผ่อนครึ่งหนึ่งถึงหนึ่งปีเต็ม ซึ่งเรามั่นใจว่าจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและมอบความสบายใจในการเป็นเจ้าของ SUZUKI SWIFT ได้อย่างแท้จริง”

SUZUKI SWIFT DOUBLE DEAL 3

คุณสมบัติเด่นของ SUZUKI SWIFT: สปอร์ตแฮทช์แบ็กอีโคคาร์ที่ครบครัน ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง
•เครื่องยนต์ทรงพลัง ประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ: ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน K12M ขนาด 1.2 ลิตร DUALJET ให้พละกำลัง 83 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 108 นิวตันเมตร มอบอัตราเร่งที่ตอบสนองดีเยี่ยม และความประหยัดน้ำมันโดดเด่นถึง 23 กิโลเมตรต่อลิตร

SUZUKI SWIFT DOUBLE DEAL 4
•เกียร์อัตโนมัติ CVT ขับขี่นุ่มนวล: ระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT (Continuously Variable Transmission) ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวลและต่อเนื่อง เพื่อประสิทธิภาพการขับขี่ที่ราบรื่นในทุกเส้นทาง
•ดีไซน์ภายนอกโดดเด่น มีเอกลักษณ์: โฉบเฉี่ยวด้วยไฟหน้า LED Projector พร้อม Daytime Running Light (DRL) และไฟท้าย LED ที่ออกแบบให้เข้ากับรูปทรงสปอร์ตของรถอย่างลงตัว

SUZUKI SWIFT DOUBLE DEAL 5
•ห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบาย ปรับใช้ได้หลากหลาย: ภายในออกแบบให้กว้างขวาง นั่งสบาย รองรับผู้โดยสารได้เต็มที่ พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายที่ยืดหยุ่น สามารถปรับพับเบาะหลังเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้หลากหลายรูปแบบ

SUZUKI SWIFT DOUBLE DEAL 7
•เทคโนโลยีความปลอดภัยครบครัน มั่นใจทุกเส้นทาง: มั่นใจในทุกการเดินทางด้วยถุงลมนิรภัย SRS มากถึง 6 ตำแหน่ง, ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Hold Control), ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (TCS), ระบบเบรก ABS, EBD, BA และระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP (Electronic Stability Program) ที่ช่วยให้การขับขี่มั่นคงในทุกสภาพถนน

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า แคมเปญพิเศษ “SUZUKI SWIFT DOUBLE DEAL” ยังคงอยู่ภายใต้ปรัชญา “SUZUKI Cause We Care-เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” เรามุ่งมั่นส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายและคุ้มค่าเหมาะสมกับลูกค้าชาวไทย พร้อมเดินหน้าพัฒนางานบริการทุกด้าน เพื่อยกระดับคุณภาพผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญยิ่งของซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย)

**เงื่อนไขข้อเสนอช่วยผ่อนคนละครึ่ง 1 ปีเต็ม
เฉพาะลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อผ่านสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการ ตัวอย่างเช่น รุ่น SWIFT GLX CVT ราคา 637,000 บาท เงื่อนไขดาวน์ 25% (เงินดาวน์ 159,250 บาท) ผ่อน 84 งวด อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย 3.49% สำหรับงวดที่ 1-12 ลูกค้าผ่อนชำระเริ่มต้นเพียง 3,577 บาทต่อเดือน (ค่างวดลดลง 3,500 บาทต่อเดือน รวมมูลค่าที่ซูซูกิช่วยผ่อน 42,000 บาท) ส่วนงวดที่ 13-84 ลูกค้าผ่อนเดือนละ 7,077 บาท ลูกค้าท่านที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและเงื่อนไขทั้งหมดได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ

“ฮอนด้า วันเมคเรซ” เปิดฉากยิ่งใหญ่! เสิร์ฟความมันส์สนามระดับโลก “ธนาศิวณัฐ-ประพจน์” แบ่งชัยสนามแรกสถานการณ์ลุ้นแชมป์เข้มข้น

0
ฮอนด้า วันเมคเรซ 1

ศึกรถยนต์ทางเรียบชั้นนำของไทย รายการ ฮอนด้า วันเมคเรซ 2025 โดย บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน ) เปิดฉากดวลความเร็วสนามแรกของฤดูกาล เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม-1 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ภายใต้สุดสัปดาห์สุดยิ่งใหญ่ของเรซระดับโลกอย่าง จีที เวิลด์ ชาลเลนจ์ เอเชีย โดยนับเป็นอีกหนึ่งครั้งที่แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยให้ความสนใจอย่างมาก

ฮอนด้า วันเมคเรซ 2

ไฮไลต์ของ “ฮอนด้า วันเมคเรซ” อยู่ที่การดวลความเร็วของเกม 2 รุ่นอย่าง ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ค วันเมคเรซ และ ฮอนด้า คลับ ซึ่งในปีนี้ มีรถแข่งรวมกันทั้ง 2 รุ่นมากกว่า 40 คัน สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับการแข่งขันได้อย่างเต็มเปี่ยม โดยผลการแข่งขันในเรซแรกของ ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ค วันเมคเรซ ปรากฏว่าแชมป์เก่าอย่าง “วี” ธนาศิวณัฐ พงสินนัชอาชัญ จาก PT Autobacs X Mugen Thailand ที่ออกสตาร์จากโพลก่อนควบรถแข่งคู่ใจนำโด่งเข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 21 นาที 19.403 วินาที ประเดิมคว้าชัยชนะเรซแรกของฤดูกาลไปครอง

ฮอนด้า วันเมคเรซ 3

อันดับ 2 เป็นของนักขับมากประสบการณ์อย่าง “กอล์ฟ” ประพจน์ ชื่นวิจิตร จาก Nexzter rest club ที่แม้จะต้องออกตัวจากกริดที่ 8 แต่สามารถทะยานขึ้นมาคว้าอันดับ 2 ได้อย่างสุดมันส์ ตามหลังผู้ชนะ 25.877 วินาที ตามด้วย “เต้ย” อัฐพล แก้วอาสา จาก B-Quik Racing Team ตามหลังผู้ชนะ 30.849 วินาที ขณะที่อันดับ 4 เป็นของนักขับสาวหน้าใหม่อย่าง “ข้าวฟ่าง” ปิยะวดี พฤฒิสาร จาก A Motorsport Racing Team Tune by OP ตามหลังผู้ชนะ 33.907 วินาที และ “เอิร์ก” วสิษฐ์พล พิทักษ์วาศาภรณ์ จาก PT Autobacs X Mugen Thailand ที่จบอันดับ 7 โอเวอร์ออล์ และอันดับ 5 ในกลุ่มเกียร์ธรรมดา

ฮอนด้า วันเมคเรซ 4

ด้านผู้ชนะในรุ่นเกียร์อัตโนมัติได้แก่ “เต้” นันทวัฒน์ ชำนาญ ตามด้วย อนันต์ธร ตั้งเนียรนาทชัย และ “ยศ” ทัศไนย พัฒนพุล นักขับหน้าใหม่จาก Armstong Racing Team ในอันดับ 2 และ 3 ขณะที่ เซ็ต วัลดรอน นักขับออสเตรเลียนวัย 16 ปี จาก BENDIX SRT RACING ต้องออกจากการแข่งขันหลังรถแข่งมีปัญหา
ส่วนเรซที่ 2 มีความพลิกผันอย่างมาก เมื่อ ธนาศิวณัฐ ที่ได้ออกตัวจากโพลเจอปัญหารถแข่งเล่นงาน หลังออกตัวไปด้วยอาการ “เพลาหน้าขาด” ส่งผลให้ต้องนำรถเข้าพิตหลังผ่านรอบแรก จากนั้นเป็น ประพจน์ ที่ขยับขึ้นเป็นจ่าฝูงโดยมี อัฐพล ไล่กดดันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งเรซ ซึ่งทั้งคู่ไล่บดกันอย่างหนักจนต้องตัดสินกันถึงโค้งสุดท้าย

ฮอนด้า วันเมคเรซ 5

ก่อนที่ ประพจน์ จะป้องกันอย่างเหนียวแน่น เข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 21 นาที 40.830 วินาที คว้าชัยชนะไปครองอย่างสุดมันส์ เฉือน อัฐพล อันดับ 2 เพียง 0.367 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 เป็นของ ปิยะวดี ตามหลัง 21.019 วินาที ตามด้วย วสิษฐ์พล อันดับ 4 ขณะที่ ธนาศิวณัฐ ไล่กวดขึ้นมาจบเรซในอันดับ 8 ขณะที่ผลการแข่งขันในรุ่น อัตโนมัติ ปรากฏว่า นันทวัฒน์ ตามด้วย เซ็ต วัลดรอน และ ทัศไนย ในอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ

ฮอนด้า วันเมคเรซ 6

ผ่านการแข่งขันสนามแรก (2 เรซ) สถานการณ์ลุ้นแชมป์เข้มข้นอย่างมาก โดย ประพจน์ รั้งจ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพโอเวอร์ออลล์ มีทั้งสิ้น 43 คะแนน เหนืออันดับ 2 อย่าง ธนาศิวณัฐ อยู่ 8 คะแนน อันดับ 3 ได้แก่ อัฐพล ตามหลัง 10 คะแนน

ฮอนด้า วันเมคเรซ 7

สำหรับผลการแข่งขัน ฮอนด้า คลับ ปรากฏว่าชัยชนะเรซแรกซึ่งดวลกัน 5 รอบสนาม เป็นของ อนันต์ธร ตั้งเนียรนาทชัย ที่โชว์ฟอร์มดุไล่แซงจากกริดที่ 19 เข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 9 นาที 29.601 วินาที ตามด้วย หทัย ไชยวรรณ อันดับ 2 ตามหลัง 3.629 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของ บัณฑิต ลัดดาแย้ม ตามหลัง 21.589 วินาที ขณะที่เรซ 2 ชัยชนะยังคงเป็นของ อนันต์ธร เช่นเคยโดยมี หทัย และ บัณฑิต ในอันดับ 2 และ 3 เช่นเคย

ฮอนด้า วันเมคเรซ 8

นอกจากนี้ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ยังมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ฮอนด้าได้สัมผัสสนามแข่งระดับโลก ด้วยกิจกรรม ฮอนด้า ไดรฟ์วิ่ง คลีนิค และ ฮอนด้า แทร็ก เอ็กซ์พีเรียนซ์ ที่อบรมทักษะการขับขี่ปลอดภัย และนำผู้ใช้รถลงขับในสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ สนามแข่งมาตรฐานฟอร์มูล่าวัน และ โมโตจีพี ในเมืองไทย ซึ่งมีการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน

ฮอนด้า วันเมคเรซ 9

ทั้งนี้ ศึก ฮอนด้า วันเมคเรซ 2025 สนามถัดไปจะดวลความเร็วต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ติดต่อกัน โดยจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 6-8 มิถุนายนนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เช่นเคย ซึ่งจะถูกบรรจุเป็นส่วนหนึ่งในศึก พีที แม็กซ์นิตรอน เรซซิ่ง ซีรีส์ 2025 สนามเปิดฤดูกาล สำหรับแฟนๆมอเตอร์สปอร์ต สามารถรับชมการถ่ายทอดสดความมันส์ การแข่งขันรายการ ฮอนด้า วันเมคเรซ 2025 ผ่านหน้าจอสดๆได้เช่นเคย ทางเพจ Honda One Make Race, GP Motorsport และ XO Autosport

ฮอนด้า วันเมคเรซ 10

“GEELY” เดินเกมรุกขยายเครือข่ายทั่วประเทศไทย เสริมความมั่นใจบริการหลังการขายโดยกลุ่มธนบุรี

0
Geely 1

บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ผู้นำเข้าและผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ แบรนด์ จีลี่ (GEELY) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เดินเกมรุกพร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายและศูนย์บริการทั่วประเทศอย่างเต็มกำลัง เพื่อรองรับความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าของลูกค้าชาวไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสอดรับกับแผนกลยุทธ์ระยะยาวในการเข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่มทั่วประเทศ โดยยึดหลัก Customer Centric เป็นหัวใจสำคัญในการเลือกทำเลของโชว์รูมและศูนย์บริการ พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าไทยที่ให้ความสำคัญทั้งคุณภาพและประสบการณ์การใช้งาน ตลอดจนบริการหลังการขายตลอดอายุใช้งาน

Geely 2

หลังจากเปิดตัวในประเทศไทยไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา จีลี่ได้สร้างปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองสำหรับโมเดล GEELY EX5 รถอเนกประสงค์อัจฉริยะพลังงานไฟฟ้า 100% ที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมล้ำสมัย เทคโนโลยีครบครัน ทำให้ล่าสุดได้กระแสตอบรับอย่างล้นหลามในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 เมื่อวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา จีลี่ จึงเดินหน้าสานต่อความสำเร็จ และสร้างความเชื่อมั่นด้านบริการหลังการขาย พร้อมรุกเปิดตัวโชว์รูมและศูนย์บริการในจังหวัดที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ นครสวรรค์ อยุธยา เชียงใหม่ อุดรธานี ขอนแก่น และ ระยอง ภายในเดือนพฤษภาคม 2568 พร้อมกันนี้ ยังมีแผนเปิดตัวโชว์รูมและศูนย์บริการเพิ่มเติมอีกรวม 15 แห่งทั่วประเทศในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 เพื่อครอบคลุมพื้นที่สำคัญเชิงยุทธศาสตร์พร้อมต่อยอดการเติบโตในอนาคต และอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าแบรนด์จีลี่ทั่วประเทศไทย

Geely 3

เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในด้านบริการหลังการขาย บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ภายใต้กลุ่มธนบุรี ผู้นำในธุรกิจยานยนต์ไทยที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมฯ กว่า 84 ปี ทำหน้าที่ดูแลโครงสร้างบริการหลังการขายและระบบศูนย์บริการทั่วประเทศ ภายใต้การควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานระดับสากล เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้รถ EV ให้ครอบคลุมและยั่งยืนอย่างแท้จริง

Geely 5

นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ตอกย้ำความเชื่อมั่นด้านการสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าแบรนด์จีลี่ว่า “จากกระแสตอบรับที่ดีในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ที่ผ่านมา สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าชาวไทยที่มีต่อ แบรนด์จีลี่ ทั้งในแง่ของเทคโนโลยี นวัตกรรม และความคุ้มค่า ในขณะเดียวกัน อีกสิ่งที่เรามองไปไกลกว่านั้นคือการสร้างความเชื่อมั่นในบริการหลังการขาย ซึ่งเราเข้าใจดีว่าผู้บริโภคไม่ได้มองหาแค่รถที่ดีเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถตั้งแต่วันแรกที่ออกรถจนถึงตลอดอายุใช้งาน เราเชื่อว่าการบริการหลังการขายที่เข้มแข็งและจริงใจคือหัวใจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นระยะยาว เราจึงพัฒนาเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการภายใต้แนวคิด Customer Centric ที่ยึดลูกค้าเป็นหลักสำคัญ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าจะได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ระดับพรีเมียมจากจีลี่ และรับบริการที่ดีที่สุดพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน โดยมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลประสบการณ์หลังการขายในทุกขั้นตอน”

Geely 7

“เราพร้อมเปิดตัวโชว์รูมและศนย์บริการจีลี่อย่างเป็นทางการจำนวน 6 แห่งที่จังหวัดนครสวรรค์ อยุธยา เชียงใหม่ อุดรธานี ขอนแก่น และระยอง ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นก้าวแรกของการขยายเครือข่ายทั่วประเทศ โดยพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ (Strategic Node) ที่เป็นศูนย์กลางการเดินทางของภูมิภาค ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานรถ EV ที่กำลังเติบโตใน หัวเมืองต่างจังหวัด ขณะเดียวกัน เรายังเตรียมพร้อมเปิดตัวโชว์รูมและศูนย์บริการเพิ่มเติมอีกรวม 15 แห่งทั่วประเทศภายในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นและส่งเสริมความสะดวกในการเข้าถึงบริการระดับมาตรฐานของจีลี่ในทุกภูมิภาค” นายณรงค์ กล่าวเสริม

Geely 8

โชว์รูมและศูนย์บริการของจีลี่ ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิดที่สะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ยุคใหม่ ทั้งในแง่เทคโนโลยีและดีไซน์ล้ำสมัย ประกอบไปด้วยโซนให้คำปรึกษาด้านรถ EV แบบครบวงจร บริการหลังการขายที่ครอบคลุมทั้งการซ่อมบำรุงและบริการตรวจเช็ครถตามระยะทางโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมจากจีลี่โดยตรง พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัยและอะไหล่แท้ตามมาตรฐานโรงงาน นอกจากนี้ ยังมีบริการทดลองขับรถยนต์ไฟฟ้าจีลี่ก่อนการตัดสินใจซื้อ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เป็นมิตรและเสริมความมั่นใจในนวัตกรรมแห่งอนาคตตั้งแต่ก้าวแรก

Geely 10

โดยจีลี่ตั้งเป้าขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการครบ 30 แห่งในทำเลที่มีศักยภาพทั่วประเทศภายในปี 2568 โดยในระยะเริ่มต้นจะมีโชว์รูมและศูนย์บริการจำนวน 15 แห่งที่พร้อมเปิดให้บริการภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 ควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงสร้างบริการหลังการขาย ศูนย์ฝึกอบรม (Training Center) และประสบการณ์ลูกค้าในทุกจุดบริการ พร้อมมุ่งสู่การสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย ด้วยการผสานนวัตกรรม ความคุ้มค่า และความเชื่อมั่นในบริการหลังการขาย เพื่อขับเคลื่อนสังคมสู่อนาคตพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน

สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-081-9999 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.thonburineustern. com และ เฟสบุ๊ค Geely Thonburi Thailand

“เรนเจอร์ แร็พเตอร์” โชว์ผลงานคว้า 2 โพเดียมในศึก TRRC สนามที่ 2 พร้อมนำลูกค้าและสื่อมวลชนลุยกิจกรรม ‘แร็พเตอร์ แทร็ค เอ็กซ์พีเรียนซ์’

0
ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ 1

ฟอร์ด ประเทศไทย ร่วมกับทีมฟีลลิค อินโนเวชัน มอเตอร์สปอร์ต ตอกย้ำความ ‘แกร่งจริงทุกคัน ดุดันทุกสถานการณ์’ โชว์ผลงานยอดเยี่ยมต่อเนื่องในรายการไทยแลนด์ แรลลี่ เรด แชมเปี้ยนชิพ 2568 หรือ TRRC (Thailand Rally Raid Championship) สนามที่ 2 โดยรถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ หมายเลข 5 คว้าอันดับ 2 ในคลาส T2 และอันดับ 5 Overall ซึ่งเป็นรุ่นสำหรับรถที่พัฒนาจากโรงงานในประเทศไทย

เรนเจอร์ แร็พเตอร์” 2

การแข่งขันครั้งนี้ยังนับเป็นครั้งแรกที่ฟอร์ดส่งทีมลงแข่งถึง 2 คัน โดยรถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ หมายเลข 5 ขับโดยไมเคิล ฟรีแมน และไชยยา ชมมาลี คู่หูนักแข่งและผู้นำทางที่ร่วมงานกันมาอย่างยาวนาน สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ในขณะเบลีย์ โคล นักแข่งรถออฟโรดระดับโลก ลงแข่งด้วยรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ หมายเลข 21 ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดยมีผู้นำทางเป็นเนวิเกเตอร์มากประสบการณ์ชาวไทย เพื่อน-ศิณพพงษ์ ไตรรัตน์ ร่วมกันประเดิมเก็บประสบการณ์จากสนามแข่งที่เต็มไปด้วยความท้าทายอย่างทางโคลนจากสภาพฝนตกช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนลงสนามถัดไป

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ 2

นอกจากการส่งรถเข้าแข่งขันแล้ว ฟอร์ดยังจับมือกับผู้จัดงานไทยแลนด์ แรลลี่ เรด แชมเปี้ยนชิพ จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘แร็พเตอร์ แทร็ค เอ็กซ์พีเรียนซ์ (Raptor Track Experience)’ เป็นครั้งที่ 2 ของปี 2568 โดยนำลูกค้ารถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ พร้อมผู้ที่ชื่นชอบรถฟอร์ด และสื่อมวลชน รวม 20 คัน สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ในเส้นทางที่ใช้แข่งจริงเสมือนนักแข่ง บนทางที่เต็มไปด้วยพื้นผิวสุดท้าทายหลายรูปแบบ โดยมีผู้เชี่ยวชาญร่วมนำทางและคอยช่วยเหลือเพื่อความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตลอดระยะทางกว่า 7 กิโลเมตรในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา นอกจากนี้ ยังมีลูกค้าและผู้สนใจอีกกว่า 85 ท่านร่วมกิจกรรมทดสอบขับรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ภายในงาน

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ 3

สำหรับกิจกรรมในวันที่ 31 พฤษภาคม ลูกค้า แฟนรถฟอร์ด และสื่อมวลชน ได้พบกับกิจกรรมที่คอออฟโรด และผู้ชื่นชอบกีฬามอเตอร์สปอร์ตรอคอยมากมาย ได้แก่

•กิจกรรมพบปะทีมแข่งและสมาชิกใหม่เป็นครั้งแรก กระทบไหล่ทีมฟีลลิค อินโนเวชัน มอเตอร์สปอร์ต นำโดยนักขับมากด้วยประสบการณ์ ไมเคิล ฟรีแมน และผู้นำทาง ไชยยา ชมมาลี ที่จะขับ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ หมายเลข 5 รวมถึงคู่หูใหม่ เบลี่ย์ โคล นักแข่งรถออฟโรดระดับโลก และ เพื่อน-ศิณพพงษ์ ไตรรัตน์ เนวิเกเตอร์ผู้คร่ำหวอดชาวไทย ที่จะควบคุม ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ หมายเลข 21

•กิจกรรมเชียร์และปล่อยตัวทีมแข่ง ร่วมส่งขบวนรถแข่งขณะออกตัว และร่วมเชียร์ทีมแข่งติดขอบสนาม

•กิจกรรม แร็พเตอร์ แทร็ค เอ็กซ์พีเรียนซ์ นำรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ร่วมขับแบบคาราวานบนสนามแข่งจริงเป็นระยะทางกว่า 7 กิโลเมตร ซึ่งตลอดเส้นทาง ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ขับขี่บนเส้นทางที่พิสูจน์สมรรถนะอันดุดันของรถ และได้ใช้โหมดขับขี่ต่างๆ ที่เหมาะสมตามสภาพพื้นผิว ตั้งแต่ โหมดถนนลื่น โหมดสปอร์ต โหมดปกติ และโหมดบาฮา ที่ช่วยให้การขับขี่บนเส้นทางสมบุกสมบันผ่านไปอย่างง่ายดาย

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ 5

•กิจกรรม ทดสอบขับ นอกจากกิจกรรมการขับจริงบนสนามแข่งออฟโรดแล้ว ฟอร์ดยังร่วมมือกับผู้จำหน่ายจัดกิจกรรมทดสอบรถเรนเจอร์ แร็พเตอร์ แก่ผู้ที่กำลังมองหารถกระบะสมรรถนะสูง ให้ได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ และใช้โหมดขับขี่ต่างๆ ได้แก่ โหมดสปอร์ต โหมดถนนลื่น โหมดโคลน/ร่อง โหมดปีนทางกรวด โหมดถนนลื่น และโหมดบาฮา ที่ออกแบบมาเพื่อทุกสภาพถนนและการใช้งาน

การแข่งขันไทยแลนด์ แรลลี่ เรด แชมเปี้ยนชิพ นับเป็นหนึ่งในรายการแข่งรถยนต์ประเภทแรลลี่ครอสคันทรีรายการใหญ่ของประเทศไทย รับรองรายการแข่งโดยราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ชิงแชมป์ประเทศไทยถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ด้วยความตั้งใจให้เป็นสุดยอดศึกทดสอบสมรรถนะรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อในประเทศไทยที่ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเผชิญกับการแข่งขันในพื้นที่ที่มีความท้าทาย ซึ่งจะพิสูจน์ทักษะการขับขี่ของนักแข่ง การปรับแต่งเครื่องยนต์ของวิศวกร ไปจนถึงสมรรถนะของรถแข่ง

“เมอร์เซเดส-เบนซ์” ต้อนรับกลางปีด้วยส่วนลดค่าอะไหล่30%* กับแคมเปญ “Shining in June” สำหรับลูกค้ารถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่มีอายุการใช้งาน 5 ปีขึ้นไป

0
เมอร์เซเดส-เบนซ์ 1

เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ให้ความสำคัญในการดูแลลูกค้าที่ใช้รถยนต์มากกว่า 5 ปี ให้คงสภาพการใช้งานให้เหมือนวันแรกที่ใช้งาน เพื่อตอบแทนความไว้วางใจของลูกค้าที่เข้ารับบริการอย่างต่อเนื่อง ด้วยแคมเปญ “Shining in June” มอบสิทธิพิเศษให้กับเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทุกรุ่น (รวมถึงรถ Van) ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 5 ปี (นับจากวันส่งมอบรถยนต์ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2563) รับส่วนลดค่าอะไหล่ 30%* จากราคาขายแนะนำปกติ (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เมื่อนำรถเข้ารับบริการหลังการขาย ที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2568 ถึง 30 มิถุนายน 2568 เพื่อมอบความมั่นใจให้กับลูกค้าคนสำคัญของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในทุกการเดินทาง

รายละเอียดบริการที่เข้าร่วมรายการตามเงื่อนไขสำหรับลูกค้า ดังนี้

•ลูกค้าที่เข้ารับบริการทุกประเภทงาน ได้แก่ งานเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง รวมถึงงานซ่อมทั่วไป เฉพาะรายการที่ลูกค้าเป็นผู้ชำระเงินค่าอะไหล่/ค่าแรงและค่าบริการด้วยตนเองเท่านั้น

หมายเหตุ: ไม่รวมลูกค้างานรับประกันคุณภาพ (Warranty-วารันตี), งานภายใต้แพ็กเกจ MBSP, การซื้อแพ็กเกจ MBSP, งาน Internal, งานเคลมประกันภัย และงานซ่อมสี/ตัวถัง, การซื้ออะไหล่หน้าร้าน และผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ทุกประเภท, งานบริการหรืองานซ่อมสำหรับรถยนต์ที่ใช้เพื่อการพาณิชย์ (Fleet))

*เงื่อนไขเพิ่มเติม:

1.สิทธิพิเศษลูกค้ารถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทุกรุ่น (รวมรถ Van) ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 5 ปีขึ้นไป (โดยนับจากวันส่งมอบรถยนต์ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2563) ที่เข้ารับบริการ ณ ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2568 – 30 มิถุนายน 2568 และชำระค่าใช้จ่ายภายในระยะเวลาที่กำหนด
2.สิทธิพิเศษนี้เฉพาะงานที่ลูกค้าที่ชำระเงินค่าอะไหล่, ค่าแรงและค่าบริการด้วยตนเองเท่านั้น (ไม่รวมลูกค้างานรับประกันคุณภาพ (Warranty-วารันตี), งานภายใต้แพ็กเกจ MBSP, การซื้อแพ็กเกจ MBSP, งาน Internal, งานเคลมประกันภัย และงานซ่อมสี/ตัวถัง, การซื้ออะไหล่หน้าร้าน และผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ทุกประเภท, งานบริการหรืองานซ่อมสำหรับรถยนต์ที่ใช้เพื่อการพาณิชย์ (Fleet))
3.สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือทอนเป็นเงินสดได้
4.ส่วนลดดังกล่าวไม่รวมค่าแรง
5.เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด กรณีมีข้อโต้แย้ง การตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุด
6.โปรดตรวจสอบรายละเอียดแคมเปญได้ ณ ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ

สอบถามข้อมูลและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ https://mb4.me/TH_CSSpecialOffers หรือติดต่อศูนย์บริการลูกค้าฯ โทร. 1250
ทั้งนี้ เงื่อนไขให้เป็นไปตามที่บริษัทฯ และศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการกำหนด

“มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นปี 2025” ลุคใหม่ เข้มเต็มขั้น! ดุดันในทุกมิติ กับเอกลักษณ์ที่มีสไตล์ พร้อมฟังก์ชันจัดเต็ม

0
มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นปี 2025 1

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เผยโฉม มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นปี 2025 ที่ได้รับการพัฒนาทั้งรูปลักษณ์ที่สะท้อนความดุดันมากยิ่งขึ้น ด้วยชิ้นส่วนสีดำเงารอบคัน ให้ความรู้สึกทรงพลัง โดดเด่น มีสไตล์ เพิ่มระบบอำนวยความสะดวก และเทคโนโลยีที่ช่วยในการขับขี่ เพื่อยกระดับสมรรถนะการขับขี่ให้สนุก เร้าใจ และเหนือชั้นกว่าเคย

มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นปี 2025 2

มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นปี 2025 ไม่ได้เป็นเพียงรถกระบะสมรรถนะสูง แต่ยังเป็นรถที่มีดีไซน์การออกแบบที่โฉบเฉี่ยว จากการรับฟังความคิดเห็นของลูกค้า เรามีการปรับปรุงทั้งดีไซน์ภายนอก และเพิ่มระบบอำนวยความสะดวกภายในมาอย่างครบครัน เพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทยมากยิ่งขึ้น ทั้งในรูปแบบการใช้งานในชีวิตประจำวัน และวันหยุดพักผ่อนในวันสุดสัปดาห์”

มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นปี 2025 3

 

“นอกจากการพัฒนารถให้ตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทยเพิ่มมากขึ้นในทุกมิติแล้ว มิตซูบิชิ ยังมอบความสบายใจให้กับลูกค้า ด้วยบริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม จากเครือข่ายผู้จำหน่ายที่มีศักยภาพ กระจายอยู่กว่า 190 แห่งทั่วประเทศไทย เพื่อให้บริการลูกค้าทุกท่านได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ด้วยมาตรฐานสูงสุด” มร.อินาบะ กล่าวเพิ่ม

มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นปี 2025 ปรับโฉมใหม่ และเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ในรุ่น มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส อัลตร้า (รุ่น 4 ประตูยกสูง) ตกแต่งด้วยชิ้นส่วนสีดำเงารอบคัน เพื่อเพิ่มความเข้ม เท่ และดุดันมากกว่าเดิม ด้วยไดนามิก ชิลด์สีดำเงา กรอบไฟตัดหมอกสีดำเงา กระจกมองข้างสีดำเงา มือเปิดประตูด้านนอกสีดำเงา มือเปิดกระบะท้ายสีดำเงา กันชนหลังสีดำตกแต่งด้วยสีไทเทเนียมรมดำ บันไดข้างสีดำ ตกแต่งสีไทเทเนียมรมดำ และล้ออัลลอยสีดำ ขนาด 18 นิ้ว เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นปี 2025 4

ภายในห้องโดยสารของ มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส อัลตร้า (รุ่น 4 ประตู ยกสูง) เพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครันมากยิ่งขึ้น อาทิ ระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control: ACC) ผู้ขับขี่สามารถตั้งค่าความเร็วตามที่กำหนด และระบบจะใช้เรดาห์ในการคำนวณเพื่อรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าตามที่เหมาะสม และสามารถชะลอความเร็วของรถให้เองโดยอัตโนมัติจนถึงจุดหยุดนิ่ง เพิ่มเติมจากเทคโนโลยีความปลอดภัย ไดมอนด์ เซนส์ (Diamond Sense)

มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นปี 2025 5

และยังยกระดับความพรีเมียมไปอีกขั้น ด้วยระบบฟอกอากาศ nanoeTMX ที่ติดตั้งอยู่กับระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแยกอิสระ ซ้าย-ขวา มีคุณสมบัติในการสร้างอากาศบริสุทธิ์ ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ให้ความสดชื่น และลดอาการอ่อนเพลียในการเดินทาง มาพร้อมเบาะที่นั่งหนังสังเคราะห์ มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อน (Heat Guard) ให้ความสะดวกสบายและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ขับขี่เร้าใจไปกับเครื่องยนต์ คลีนดีเซล เทอร์โบ ไฮเปอร์พาวเวอร์ (Hyper Power) ให้พละกำลังที่เหนือกว่าและประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น ด้วยกำลังสูงสุดที่ 184 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร ผสานช่วงล่างใหม่และแชสซีส์เมกาเฟรมใหม่ที่ใหญ่ขึ้นและแข็งแรงขึ้น เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มสบายเหนือระดับ คล่องตัวทั้งในเมืองและขณะเดินทางไกล

มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นปี 2025 6

ทั้งนี้ สำหรับรถกระบะรุ่นเรือธง มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) เพิ่มความสะดวกสบายในห้องโดยสารขึ้นกว่าเดิม ด้วยระบบฟอกอากาศ nanoeTMX สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ตลอดการเดินทาง นอกเหนือจากรูปลักษณ์ภายนอกที่สะดุดตา สปอร์ต ดุดัน ในแบบที่เป็นเอกลักษณ์และไม่ซ้ำกับใคร การันตีด้วยรางวัลด้านการออกแบบระดับโลก iF Design Award 2024 แรงขึ้นไปอีกขั้น ด้วยเครื่องยนต์ “ไฮเปอร์ พาวเวอร์ เอ็กซ์ ทู (Hyper Power X2)” เครื่องยนต์คลีนดีเซล เทอร์โบสองสเตจ (Two-Stage Turbo) ผสานขุมพลังด้วยกำลังสูงสุดที่ 204 แรงม้า โดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ Super Select 4WD II ที่มีชื่อเสียงของมิตซูบิชิ สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการส่งกำลังของเครื่องยนต์ และระบบขับเคลื่อนให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทาง

นอกจาก สองรุ่นข้างต้น มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ (รุ่น 4 ประตู) มาในลุคใหม่ เข้มเต็มขั้นยิ่งกว่าเดิม ด้วยไฟหน้า และไฟเดย์ไทม์ LED แบบใหม่ พร้อมเสริมความเข้ม ด้วยชิ้นส่วนตกแต่งสีดำเงา ไดนามิก ชิลด์สีดำเงา และกรอบไฟตัดหมอกสีดำเงา กระจกมองข้างสีดำเงา มือเปิดประตูด้านนอกสีดำเงา มือเปิดกระบะท้ายสีดำเงา และกันชนหลังสีดำตกแต่งด้วยสีไทเทเนียมรมดำ ขับสนุกด้วยกำลังสูงสุดที่ 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 330 นิวตันเมตร

มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นปี 2025 มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 722,000 บาท สำหรับรุ่น มิตซูบิชิ ดับเบิ้ล แค็บ พลัส (รุ่น 4 ประตูยกสูง) มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 914,000 บาท และ มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท ขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) มีราคาจำหน่ายเริ่มต้น 1,299,000 บาท สามารถนัดหมายเพื่อทดลองขับ และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ผู้จำหน่ายรถยนต์ มิตซูบิชิทั่วประเทศ หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

โปรโมชั่นพิเศษ

มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส รุ่นปี 2025

มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นปี 2025 7
-เลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% นาน 48 เดือน
-เลือกรับ แพ็กเกจบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) มูลค่าสูงสุด
28,300 บาท พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท
-รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี มูลค่าสูงสุด 19,100 บาท
-รับประกันคุณภาพนาน 5 ปี พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี มูลค่าสูงสุด 5,196 บาท
-ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน M-Drive

มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท ขับเคลื่อน 4 ล้อ รุ่นปี 2025

มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นปี 2025 8
-เลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% นาน 48 เดือน
-เลือกรับ แพ็กเกจบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) มูลค่าสูงสุด
28,300 บาท พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท
-รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี มูลค่าสูงสุด 22,100 บาท
-รับประกันคุณภาพนาน 5 ปี พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี มูลค่าสูงสุด 5,196 บาท
-ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน M-Drive

เงื่อนไขและรายละเอียดเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด หลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

*รางวัล iF DESIGN AWARD ถือเป็นหนึ่งในรางวัลด้านการออกแบบอันทรงเกียรติระดับโลก ที่ดำเนินการต่อเนื่องมาอย่างยาวนานกว่า 70 ปี ได้รับการก่อตั้งโดยสถาบัน iF International Forum Design GmbH ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ เมืองฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมนี ภายใต้ 5 หลักเกณฑ์การพิจารณา ได้แก่ แนวคิด (idea) รูปทรง (form) การใช้งาน (function) ความโดดเด่นและแตกต่าง (differentiation) และ กระแสตอบรับ (impact)

“คาราสติ” พลิกโฉมวงการยานยนต์ในไทยด้วยโมเดล Car Subscription แบบครบวงจร พร้อมผนึกพันธมิตรเพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจ

0
Carasti 1

คาราสติ (Carasti) ผู้นำบริการ Car Subscription ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลในเอเชีย เปิดตัวโซลูชันที่มุ่งยกระดับการเดินทางในประเทศไทยด้วยโมเดลการสมัครสมาชิกแบบครบวงจร (All-Inclusive Subscription) ที่พร้อมพลิกโฉมรูปแบบการใช้งานรถยนต์ของผู้บริโภคในไทย ผ่านทางเลือกที่สะดวก คุ้มค่า และยืดหยุ่นกว่าการเป็นเจ้าของรถยนต์แบบเดิม

Carasti 2

คาราสติ เปิดบริการ Car Subscription ที่จะมาพลิกโฉมตลาดยานยนต์ไทย

คาราสติได้สร้างฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งในตลาดยานยนต์ที่มีการแข่งขันสูงในตะวันออกกลางและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยประเทศไทยกำลังกลายเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด สะท้อนความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคที่มองหาทางเลือกการเป็นเจ้าของรถยนต์ที่ยืดหยุ่นและปราศจากภาระหนี้สินระยะยาว

Carasti 3

รายงานของ McKinsey บริษัทที่ปรึกษาระดับโลก คาดการณ์ว่า ภายในปี 2030 รายได้ราว 30% ของอุตสาหกรรม
ยานยนต์ทั่วโลกจะมาจากบริการรูปแบบการสมัครสมาชิก (Subscription) และการใช้รถร่วมกัน (Shared Mobility) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ส่งผลให้ผู้คนมองหาทางเลือกใหม่ที่คุ้มค่าและยืดหยุ่นมากขึ้น (ที่มา: Automotive revolution – perspective towards 2030)

นายคิม จอนส์สัน กรรมการผู้จัดการ เอเชีย, คาราสติ เปิดเผยว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่และเติบโตเร็วที่สุดของบริษัท โดยมีแรงหนุนจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มหาตัวเลือกใหม่ ๆ แทนการแบกภาระหนี้จากสินเชื่อรถยนต์ระยะยาว

Carasti 4

“เรากำลังพลิกโฉมวิธีการเข้าถึงรถยนต์ของทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจทั่วเอเชียและตะวันออกกลาง โดยมีประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการเติบโต ภารกิจของเราคือทำให้การขับรถใหม่เป็นเรื่องง่าย ด้วยบริการสมัครสมาชิกแบบครบวงจรที่ทั้งสะดวกสบาย ปรับได้ตามต้องการ และไม่จุกจิก โดยไม่ต้องมีการขอสินเชื่อหรือวางเงินดาวน์”

ปัจจุบัน คาราสติ ยังคงเดินหน้าขยายจำนวนรถในระบบ พร้อมยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานเพื่อตอบโจทย์ทั้งกลุ่มคนทำงาน ชาวต่างชาติ และภาคธุรกิจ ขณะเดียวกัน บริษัทก็เร่งเสริมความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำตลาด Car Subscription ระดับภูมิภาค พร้อมมองหาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เพื่อผลักดันการเติบโตในประเทศไทย

ผนึกกำลังพันธมิตรเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่

คาราสติ ประกาศความร่วมมือกับ ชุนหลี ปราจีนบุรี ตัวแทนจำหน่ายฟอร์ดอย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาแผนการตลาดแบบบูรณาการ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่ได้วางแผนเป็นเจ้าของรถยนต์

นายนิรันดร์ ตั้งกงพานิช เจ้าของและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชุนหลี ปราจีนบุรี จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือกับ คาราสติ ช่วยให้ชุนหลีปรับตัวเข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ด้วยการนำเสนอบริการเข้าถึงรถยนต์ฟอร์ดรุ่นใหม่โดยไม่ต้องลงทุนสินทรัพย์ล่วงหน้า (Zero Capex) ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยรักษามูลค่าของแบรนด์ แต่ยังเป็นทางเลือกขยายช่องทางธุรกิจให้เติบโต”

Carasti 5

นายนิรันดร์ ยังระบุอีกว่า โมเดล Car Subscription กำลังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจของผู้บริโภคและผู้จำหน่ายรถยนต์ เพราะสถานการณ์ตลาดยานยนต์ไทยในปัจจุบันกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายปัจจัย ดังนี้

•ยอดขายรถใหม่ที่ลดลงในปี 2567 สะท้อนความกังวลของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจ โดยข้อมูลของกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รายงานว่ายอดจำหน่ายรถยนต์ ในปี 2567 อยู่ที่ 572,675 คัน ลดลงจากปี 2566 ร้อยละ 26.18
•นโยบายปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้นจากปัญหาหนี้เสีย (NPL) ในกลุ่มสินเชื่อรถยนต์ ส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนมากประสบความยากลำบากในการขอสินเชื่อ
•อุปสรรคด้านกำลังซื้อ เช่น เงินดาวน์สูง การอนุมัติสินเชื่อยากขึ้น ทำให้ทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ SME หันมามองหาทางเลือกที่เข้าถึงง่ายกว่าเดิม

Carasti 6

“ในสภาวะที่ตลาดรถยนต์ไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากยอดขายที่ชะลอตัว บริการ Car Subscription ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ายุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานรุ่นใหม่ ชาวต่างชาติ หรือผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการความยืดหยุ่นโดยไม่มีภาระผูกพันทางการเงินระยะยาว”

คาราสติ ไม่ใช่แค่ช่องทางขยายโอกาสทางธุรกิจ แต่เป็นการเปิดประสบการณ์ที่ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น พร้อมความสะดวกสบายที่เหนือกว่า” นายนิรันดร์ กล่าว

คาราสติ พลิกโฉมการเข้าถึงรถยนต์รูปแบบใหม่ด้วยแพลตฟอร์มอัจฉริยะ

คาราสติพลิกโฉมการเข้าถึงรถยนต์ด้วยแพลตฟอร์มอัจฉริยะที่เชื่อมต่อระหว่างผู้บริโภคกับพันธมิตรรถยนต์ สู่ทางเลือกการใช้รถที่ยืดหยุ่นผ่านระบบนิเวศแบบครบวงจร ด้วยการผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านปฏิบัติการเชิงลึก และบริษัทได้พัฒนาโมเดลการเข้าถึงรถยนต์ที่ชาญฉลาด ยืดหยุ่น ตอบสนองต่อความต้องการด้านรถยนต์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แพลตฟอร์มอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ประสบการณ์ใช้งาน มีดังนี้

•ตัวเลือกรถใหม่จำนวนมากที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
•ประสบการณ์การใช้งานแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ
•ให้บริการรวดเร็วและไม่ยุ่งยาก
•ระบบจัดสรรรถที่ยืดหยุ่นและชาญฉลาด

โมเดลการสมัครสมาชิกแบบครบวงจรของคาราสติเป็นทางเลือกใหมที่คุ้มค่า ผู้ใช้สามารถจองรถผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมบริการส่งรถถึงหน้าบ้าน โดยชำระค่าบริการเป็นรายเดือน ผู้ใช้งานจะได้รับความคุ้มครองแบบครบวงจร ทั้งประกันภัย ภาษี การบำรุงรักษา และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน โดยไม่ต้องแบกรับภาระทางการเงินระยะยาวจากสินเชื่อรถยนต์แบบเดิม

เลือกและจองรถยนต์ผ่านแอปพลิเคชันของคาราสติ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.carasti.com

เติ้น-ทัศนพล ฝ่าเรซสุดหิน ในศึก FIA Formula 3 Championship 2025 สนาม 3 และ 4

0
AAS Motorsport 1

หลังจบเกมการแข่งขันดวลความเร็วระดับเวิล์ดคลาสในศึก FIA Formula 3 Championship 2025 สนามที่ 3 และ 4 ของ “เติ้น-ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์” นักขับดาวรุ่งแห่งวงการมอเตอร์สปอร์ตเมืองไทย จาก AAS Motorsport ภายใต้สังกัดทีมคัมโปส เรซซิ่ง (Campos Racing) โดยเริ่มเปิดฉากที่สนามเอาโตโดรโม เอนโซ เอ ดิโน เฟอร์รารี หรืออิโมลาเซอร์กิต ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 16-18 พฤษภาคมที่ผ่านมา ด้วยการพารถสูตรหมายเลข 11 ลงสนามเทสเต็มระบบในรอบซ้อม (Practice) แต่ต้องมาพบกับอุปสรรคใหญ่ในรอบคัดเลือก (Qualifying) ส่งผลให้ต้องออกสตาร์ทจากท้ายกริดทั้งสองเรซ

AAS Motorsport 2

เข้าสู่การแข่งขันรอบสปริ้นต์ เรซ (Sprint Race) ที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยเป็นใจ เมื่อ “เติ้น-ทัศนพล” ต้องออกสตาร์ทจากท้ายแถว (P30) แต่ด้วยหัวใจสู้ก็ไม่ขอยอมแพ้ รวบรวมสมาธิแก้สถานการณ์คุมเกมความเร็วอย่างมุ่งมั่น โชว์พลังแซงคู่แข่งจนไต่ขยับอันดับขึ้นมาได้ถึง 11 คัน ทำผลงานในรอบนี้ได้ดีเกินคาด รับธงหมากรุกไปในอันดับที่ 19 (P19) อย่างเป็นทางการ

AAS Motorsport 5

ลุยกันต่อในรอบฟีเจอร์เรซ (Feature Race) ที่ “เติ้น-ทัศนพล” ยังคงเดินหน้ารับมือกับความท้าทายของสนามอิโมลาที่เต็มไปด้วยความเข้มข้น หลังออกสตาร์ทเพียงไม่กี่นาที ก็โชว์ฟอร์มแกร่งไล่แซงดุเดือดขึ้นมาถึง 5 คันรวด ก่อนงัดทุกสกิลเหยียบเต็มสปีดทะลุ “Top 20” ทะยานขึ้นสู่อันดับที่ 17 (P17) จนครบ 22 รอบของการแข่งขัน ถึงแม้ว่าจะพลาดแต้มคะแนนเก็บในเรซนี้ไป แต่ต้องนับเป็นอีกสนามที่นักแข่งไทยได้แข่งขันกับตัวเองอย่างยอดเยี่ยม

AAS Motorsport 7

สำหรับการแข่งขันล่าสุดสนามที่ 4 ณ เซอร์กิต เดอ โมนาโก ประเทศโมนาโก เมื่อวันที่ 22-25 พฤษภาคมที่ผ่านมา เริ่มจากรอบการซ้อม (Practice) ที่ เติ้น ทำเวลาอยู่ในอันดับ 22 (1:27:248) ก่อนตามไปลุ้นอันดับออกสตาร์ทต่อในรอบคัดเลือก (Qualifying) ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มตามเบอร์รถ โดยนักแข่งไทยจะทำการควอดิฟายใน Group B ซึ่งสามารถทำเวลาดีที่สุด 1:26.209 จัดอยู่ลำดับที่ 9 (P9) ของ Group B เมื่อรวมกับ Group A ทำให้อันดับในการออกสตาร์ทอยู่ในอันดับที่ 18 (P18)

AAS Motorsport 8

ทันทีที่การแข่งขันรอบสปริ้นต์ เรซ (Sprint Race) มาถึงกับ สตรีท เซอร์กิต ที่สวยงามและท้าทายที่สุดสนามหนึ่งของโลก และขึ้นชื่อเรื่องข้อจำกัดทั้งในการทำความเร็วและการหาจังหวะขึ้นแซง ทำให้เกมนี้ “เติ้น-ทัศนพล” เข้าเส้นชัยไปในอันดับที่ 18 (P18) ทำได้เพียงรักษาอันดับเท่ากับลำดับออกสตาร์ท แต่ภายหลังโดนพิจารณาโทษปรับบวกเวลา 30 วินาที ทำให้อันดับตกไปอยู่ที่ 23 อย่างน่าเสียดาย…

AAS Motorsport 9

ส่วนผลงานในรอบฟีเจอร์เรซ (Feature Race) ต้องขอยอมรับในความใจสู้ของ “เติ้น-ทัศนพล” ที่กดสปีดความเร็วใส่ไม่ยั้งตั้งแต่เริ่มเกม พยายามต่อสู้ไต่อันดับขึ้นมาได้อย่างไม่ลดละและรักษาอันดับเอาไว้ได้ ก่อนปิดเกมสนามโมนาโก ไปด้วยอันดับที่ 13 แต่ภายหลังคณะกรรมการตัดสินให้ Ivan Domingues (นักแข่งทีม Van Amersfoort Racing) โดนปรับโทษ 10 วินาที เนื่องจากทำผิดกติกาลัดสนามแซงรถแข่งหมายเลข 11 ของเติ้น-ทัศนพล ส่งผลให้นักแข่งไทยขยับขึ้นมาจบอันดับ 12 อย่างเป็นทางการ… แม้ว่าจะยังไม่สามารถเก็บคะแนนสะสมในสนามนี้ได้ แต่สิ่งที่แฟนๆ ได้เห็นในสัปดาห์นี้ คือความมุ่งมั่นที่จะผลักดันตัวเองและสร้างผลงานที่ดีขึ้นในทุกๆ เรซ

AAS Motorsport 10

ทั้งนี้โปรแกรมการแข่งขัน Formula 3 – สนามที่ 5 #SpanishGrandPrix จะจัดขึ้นสัปดาห์ถัดไป ระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม – 1 มิถุนายนนี้ ณ สนามเซอร์กิต เดอ บาร์เซโลนา-กาตาลุนญ่า ประเทศบาร์เซโลน แฟนความเร็วและ Fc. เติ้น ทัศนพล เตรียมปักหมุดติดตามเชียร์นักแข่งไทย และเพื่อไม่พลาดทุกข่าวสารรายงานความมันส์ส่งตรงจากทางเพจก่อนใคร กดติดตามและถูกใจ ได้ที่แฟนเพจ Facebook & Instagram : AAS Motorsport และเว็บไซต์หลัก https://www.aasautoservice.com/