Home Blog Page 81

NEW MG S5 EV คว้ามาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จาก Euro NCAP โกลบอลอีวีรุ่นใหม่ที่การันตีความมั่นใจและความปลอดภัยในทุกการใช้งาน

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นหนึ่งในผู้นำด้านยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า กับ NEW MG S5 EV ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด 5 ดาวจาก Euro NCAP องค์กรทดสอบความปลอดภัยยานยนต์ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด สะท้อนถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับสากล เพื่อเติมเต็มทุกความต้องการในการใช้งานได้อย่างครอบคลุมที่สุด กับการมอบทางเลือกที่ดีกว่าแก่ผู้ขับขี่ด้วยการเป็นรถ e-SUV ที่ผสานนวัตกรรมล้ำสมัย ความปลอดภัยระดับสูง และความคุ้มค่าที่ลงตัวไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ

2025 Euro NCAP (European New Car Assessment Programme) ได้เผยการวัดผลคะแนน NEW MG S5 EV ในแต่ละด้าน ได้แก่ ความปลอดภัยสำหรับผู้โดยสารผู้ใหญ่ (Adult Occupant) ความปลอดภัยสำหรับผู้โดยสารเด็ก (Child Occupant) ความปลอดภัยสำหรับคนเดินถนน (Pedestrian) และระบบช่วยเหลือความปลอดภัย (Safety Assist) ซึ่งผ่านการประเมินความปลอดภัยของรถยนต์ อย่างเข้มงวด สามารถคว้าระดับความปลอดภัย 5 ดาว จากสถาบัน Euro NCAP ดังนี้

  • การปกป้องผู้โดยสารที่เป็นผู้ใหญ่ (Adult Occupant Protection) อยู่ที่ 90% มีรูปแบบการทดสอบ ด้านความแข็งแกร่งของโครงสร้างตัวรถยนต์จากการชนทั้งด้านหน้าและด้านข้าง พบว่าตัวห้องโดยสาร          ยังเสถียร ป้องกันผู้ขับขี่และผู้โดยสารรอบด้าน ลดการกระแทกของผู้โดยสารด้วยถุงลมนิรภัยทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
  • การปกป้องผู้โดยสารเด็ก (Child Occupant Protection) อยู่ที่ 82% โดยทดสอบด้วยหุ่นยนต์จำลองอายุ 6 และ 10 ปี พบว่า สามารถป้องกันได้ดีจากอุบัติเหตุการชนด้านหน้าและด้านข้างของตัวรถยนต์
  • การปกป้องผู้ใช้ถนนที่มีความเสี่ยง (Vulnerable Road Users: VRU) อยู่ที่ 82% โดยระบบความปลอดภัยของ NEW MG S5 EV มีการออกแบบที่สามารถดูดซับแรงกระแทกเมื่อเกิดการชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) สามารถทำการตรวจจับและตอบสนองต่อคนสัญจร อาทิ คนเดินเท้า จักรยาน และจักรยานยนต์ได้ดีทั้งในช่วงเวลากลางวันและกลางคืน รวมทั้งมีการติดตั้งระบบกล้องรอบคันเพื่อป้องกันการเปิดประตูกระแทกรถจักรยานหรือรถจักรยานยนต์ด้านคนขับ ทั้งยังแสดงให้เห็นว่าประตูรถสามารถเปิดได้เพื่อให้ผู้โดยสารหลบหนีได้ในกรณีที่รถจมน้ำ
  • ประสิทธิภาพของระบบช่วยเหลือด้านความปลอดภัย (Safety Assist) อยู่ที่ 78% โดยได้นำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัยที่เข้ามาช่วยเหลือผู้ขับขี่ ทั้งระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยทั้งเบาะโดยสารด้านหน้าและหลัง ระบบตรวจสอบสถานะคนขับ (Direct driver status monitoring system) ระบบช่วยเหลือการขับขี่ให้อยู่ในช่องทางจราจร (Lane support system) และระบบช่วยเหลือด้านความเร็ว (Speed assistance system)  เป็นต้น

NEW MG S5 EV ถือเป็นโกลบอลโมเดลที่ถูกพัฒนาด้วยการใช้แพลตฟอร์มสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะอย่าง Nebula Pure Electric Platform ที่คำนึงถึงความสมดุลและเสถียรภาพในการขับขี่อย่างแท้จริง มีการกระจายน้ำหนักแบบสมมาตร 50:50 จุดศูนย์ถ่วงต่ำ มาพร้อมช่วงล่างหน้าแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท และช่วงล่างหลังแบบอิสระ 5-Link Suspension และความปลอดภัยขั้นสูงที่มีความครบครัน อาทิ ระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB) ระบบควบคุมการทรงตัว (SCS) ระบบป้องกันการไหลของรถ (AVH) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HAS) ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ (IHC) ระบบตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ DMS (Driver Monitor System) และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control) ฯลฯ ทำให้ NEW MG S5 EV ผ่านการทดสอบจาก Euro NCAP และได้รับมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด 5 ดาว ซึ่งไม่เพียงสะท้อนถึงคุณภาพของรถแต่ยังตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ เอ็มจี ในการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ และตอบโจทย์ผู้ใช้งานทั่วโลก 

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การที่ NEW MG S5 EV ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด 5 ดาวจาก Euro NCAP จากการทดสอบประจำปี 2025 นี้ นับเป็นเครื่องยืนยันถึงประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยในระดับสูงสุดของ เอ็มจี ทั้งยังเป็นการตอกย้ำความเป็นโกลบอลอีวีอีกรุ่นที่มีความปลอดภัยเช่นเดียวกันกับโกลบอลโมเดลรุ่นยอดนิยมอย่าง NEW MG4 ELECTRIC ที่ได้รับคะแนน 5 ดาว ด้านความปลอดภัยจาก Euro NCAP จากการทดสอบในปี 2022 ซึ่งผลการทดสอบของ NEW MG S5 EV ในครั้งนี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญระดับโลกของ เอ็มจี ในการพัฒนานวัตกรรมช่วยเหลือผู้ขับขี่ และระบบความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างต่อเนื่อง สำหรับในประเทศไทย แน่นอนว่า NEW MG S5 EV ถือเป็น SUV มหาชนที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ด้วยจุดเด่น “ขับสนุก วิ่งไกล ชาร์จไวนั่งสบาย” พร้อมความมั่นใจด้วยการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty) ด้วยราคาเริ่มต้น เพียง 719,900 บาท สะท้อนความใส่ใจของ เอ็มจี ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งก่อนและหลังการขาย เพื่อส่งมอบ “ความมั่นใจ” ที่มาพร้อม “ความคุ้มค่า” ในรถคันเดียว”

ลิงก์วิดีโอการทดสอบการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด 5 ดาวจาก Euro NCAP https://www.youtube.com/watch?v=L3KrmksmqiU

ทั้งนี้ Euro NCAP (European New Car Assessment Programme) เป็นองค์กรที่เกิดจากความร่วมมือของกระทรวงคมนาคมในสหภาพยุโรป สมาคมยานยนต์ และสมาคมประกันภัยในประเทศต่างๆ โดยมีหน้าที่ในการทดสอบการชน (Crash Test) และการประเมินความปลอดภัยของรถยนต์ที่ครอบคลุมในทุกมิติ

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจี ได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

“ฮอนด้า” จับมือ “กรังด์ปรีซ์” ประกาศสานต่อ “ฮอนด้า วันเมคเรซ 2025” เสิร์ฟความมันส์ 4 สนาม เปิดฤดูกาลอีเวนต์ระดับโลก “จีที เวิลด์ ชาลเลนจ์”

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน )
โปรโมเตอร์มอเตอร์สปอร์ตแถวหน้าของไทย แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ สานต่อสุดยอดการแข่งขัน “ฮอนด้า วันเมคเรซ 2025″ (Honda One Make Race 2025)  คอนเฟิร์มชิงชัยทั้งสิ้น 4 สนามตลอดทั้งปี ประกาศความพร้อมเต็มร้อยเสิร์ฟความมันส์สนามแรกในอีเวนต์ระดับโลกอย่าง “จีที เวิลด์ ชาลเลนจ์ เอเชีย 2025” (GT World Challenge Asia Powered by AWS) ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม-1 มิถุนายนนี้ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ พร้อมจัด Honda One Make Race 2025 Exclusive Trip เชิญชวนลูกค้ารถยนต์ฮอนด้าผู้โชคดีสัมผัสความมันส์ของการแข่งขัน พร้อมร่วมกิจกรรมสุดพิเศษ “ฮอนด้า ไดรฟ์วิ่ง คลีนิค” (Honda Driving Clinic)  และ “ฮอนด้า แทร็ก เอ็กซ์พีเรียนซ์” (Honda Track Experience) มอบประสบการณ์สุดพิเศษแก่ลูกค้าฮอนด้า

งานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการของศึก ฮอนด้า วันเมคเรซ 2025 มีขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมี คุณพฤฒิรัตน์ รัตนกุล เสรีเรืองฤทธิ์ นายกสมาคม ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬา คุณรัชนี จิรถาวรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปสายงานวางแผนธุรกิจ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด และคุณอโณทัย เอี่ยมลำเนา กรรมการบริหาร/ประธานเจ้าหน้าที่สายการผลิต บริษัท กรังด์ปรีซ์  ร่วมประกาศความพร้อมสำหรับฤดูกาลใหม่

ศึก ฮอนด้า วันเมคเรซ ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากแฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทย โดยมีไฮไลต์อยู่ที่การแข่งขันในรุ่น ฮอนด้า ซิตี้ แฮ็ทช์แบ็ค วันเมคเรซ (Honda City Hatchback One Make Race) ด้วยการนำรถยนต์ ฮอนด้า ซิตี้ แฮ็ทช์แบ็ค (Honda City Hatchback) มาปรับแต่งตามมาตรฐานความปลอดภัย เสริมสมรรถนะทั้งพละกำลัง และการยึดเกาะถนน มาประชันความเร็วกันอย่างดุเดือด บนสนามแข่งระดับโลก

เสน่ห์ของศึก ฮอนด้า ซิตี้ แฮ็ทช์แบ็ค วันเมคเรซ อยู่ที่ความเข้มข้นของการขับเคี่ยวในเรซ ด้วยรถแข่งที่มีสมรรถนะเท่าเทียมกัน โดยนักแข่งจะต้องเค้นทักษะการขับขี่อย่างสุดความสามารถเพื่อชี้ขาดผู้แพ้ผู้ชนะ และด้วยฝีมือของนักแข่งที่ใกล้เคียงกันส่งผลให้ผู้ชมได้สัมผัสเกมที่สนุกตื่นเต้นตลอดทั้งเรซ

ขณะเดียวกันยังมีการแข่งขัน ฮอนด้า คลับ เรซ (Honda Club Race) ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของคอความเร็วที่มีใจรักในรถยนต์ฮอนด้า นำรถแข่งฮอนด้าหลากหลายรุ่น มาร่วมประลองความเร็วกันในสนามแข่งมาตรฐาน ซึ่งในรุ่นนี้จะเป็นประตูสำหรับนักแข่งหน้าใหม่ ที่จะได้มีโอกาสก้าวเข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ต ได้ร่วมการแข่งขันที่มีมาตรฐาน และเปลี่ยนจาก “นักซิ่ง” สู่ “นักแข่ง” อย่างแท้จริง

นายอโณทัย เอี่ยมลำเนา ประธานจัดการแข่งขัน ฮอนด้า วันเมคเรซ กล่าวว่า “ในฤดูกาล 2025 กรังด์ปรีซ์ มอเตอร์สปอร์ต ในฐานะฝ่ายจัดการแข่งขันยินดีที่จะประกาศให้ทราบว่าเราจะสานต่อความมันส์ ฮอนด้า วันเมคเรซ ร่วมกับ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อเดินหน้าสร้างประสบการณ์ด้านมอเตอร์สปอร์ตให้แฟนชาวไทย ปีนี้เราจะเริ่มต้นสนามแรกกับเรซระดับโลกอย่าง จีที เวิลด์ ชาลเลนจ์ เอเชีย ซึ่งจะเป็นโอกาสดีที่แฟนๆ จะได้เห็นรายการของไทยร่วมสุดสัปดาห์เดียวกัน ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ว่าเราสามารถจัดการแข่งขันเคียงข้างในมาตรฐานระดับสูงเช่นกัน โดยฤดูกาลนี้ ฮอนด้า มุ่งมั่นอย่างมากที่จะยกระดับประสบการณ์ในกีฬาความเร็วให้แฟนๆ ชาวไทย เรายังคงมี ฮอนด้า ซิตี้ แฮ็ทช์แบ็ค วันเมคเรซ เป็นตัวชูโรง พร้อมด้วย ฮอนด้า คลับ เรซ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในวงการมอเตอร์สปอร์ตให้ผู้มีใจรักก้าวสู่การแข่งขันระดับอาชีพ ผมเชื่อว่าเกมการแข่งขันทุกรุ่นจะยังเข้มข้นสุดมันส์เหมือนเดิม”

นอกจากความมันส์ในสนามแล้ว ฮอนด้า ยังได้จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าคนพิเศษ Honda One Make Race 2025 Exclusive Trip เชิญชวนลูกค้ารถยนต์ฮอนด้าผู้โชคดีร่วมชมการแข่งขันแบบใกล้ชิดติดขอบสนาม พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษ อาทิ “ฮอนด้า ไดรฟ์วิ่ง คลีนิค” เวิร์กช็อปการขับขี่เชิงเทคนิค ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าฮอนด้าได้เรียนรู้ทักษะการขับขี่อย่างปลอดภัยและถูกต้อง พร้อมเทคนิคการควบคุมรถในสไตล์สปอร์ต ถ่ายทอดความรู้โดยทีมผู้ฝึกสอนมืออาชีพ และ “ฮอนด้า แทร็ก เอ็กซ์พีเรียนซ์” สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษในการนำรถยนต์ฮอนด้าคู่ใจขับขี่บนสนาม ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต สนามแข่งรถที่ได้รับมาตรฐานการรับรองสูงสุด จากสมาพันธ์รถยนต์นานาชาติ หรือ FIA

ขณะเดียวกัน ฮอนด้า วันเมคเรซ 2025 จะยังคงจับมือกับศึก พีที แม็กซ์นิตรอน เรซซิ่ง ซีรีส์ 2025 (PT Maxnitron Racing Series) ดวลความเร็วในฤดูกาลนี้ โดยจะถูกบรรจุเป็นสนามที่ 2 ระหว่างวันที่ 6-7 มิถุนายนนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ต่อด้วยสนาม 3 ในวันที่ 29-31 สิงหาคมนี้ ในสนามเดียวกัน และปิดท้ายกันที่ สนามเฉพาะกิจ พีที สงขลา สตรีท เซอร์กิต ระหว่างวันที่ 16-19 ตุลาคมนี้ ในศึก สงขลา กรังด์ปรีซ์

สำหรับแฟนๆมอเตอร์สปอร์ต  สามารถรับชมการถ่ายทอดสดความมันส์ การแข่งขันรายการ ฮอนด้า วันเมคเรซ 2025  ผ่านหน้าจอสดๆได้เช่นเคย ทางเพจ Honda One Make Race, GP Motorsport และ XO Autosport

กำหนดการแข่งขัน  Honda One Make Race 2025 มีดังนี้

  • Event 1 (Race1-2) วันที่ 31 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2568

แข่งขันในรายการ Fanatec GT World Challenge Asia, สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต

  • Event 2 (Race 3-4) วันที่ 6-7 มิถุนายน 2568

แข่งขันในรายการ PT Maxnitron Racing Series, สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต

  • Event 3 (Race 5-6) วันที่ 29 -31 สิงหาคม 2568

แข่งขันในรายการ PT Maxnitron Racing Series, สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต

  • Event 4 (Race 7-8) วันที่ 16-19 ตุลาคม 2568

แข่งขันในรายการ PT Maxnitron Racing Series, สนามเฉพาะกิจ พีที สงขลา สตรีท เซอร์กิต

งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 47 จัดยิ่งใหญ่ เอาใจทุกเจนฯ

0

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ร่วมกับ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ จัด “งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 47” ภายใต้แนวคิด “ความหวังยุคหลังสงคราม-The Post-War Hope” ชมรถโบราณทรงคุณค่า หายากกว่า 100 คัน พร้อมกิจกรรมดึงคนรุ่นใหม่ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ ระหว่างวันที่ 18-22 มิถุนายน 2568

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “งานประกวดรถโบราณ เป็นงานระดับประเทศที่จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 47 โดยแนวคิดของงานปีนี้คือ “ความหวังยุคหลังสงคราม-The Post-War Hope” ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์ ช่วงหลังสงครามโลก ครั้งที่ 2 สิ้นสุด ผู้คนต่างตั้งความหวังถึงอนาคตที่สดใส จากบรรดาสิ่งใหม่ๆ ซึ่งเกิดขึ้นในห้วงเวลานั้น ทั้งประชากรเจเนอเรชันใหม่ สถาปัตยกรรมเมืองใหม่ แฟชันสไตล์ใหม่ ภาพยนตร์ ดนตรีแนวใหม่ รวมถึงรถยนต์รุ่นใหม่ ที่สะท้อนความหวังยุคหลังสงคราม ผ่านความหรูหรา สะดวกสบาย และเทคโนโลยีระดับสูง”

กัลยา กมลรัตน์ ผู้อำนวยการด้านการตลาด ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค กล่าวว่า “ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ ไม่ได้เป็นเพียงชอพพิงเดสติเนชันเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์การค้าที่ตอบโจทย์ทุกเจเนอเรชัน โดยงานประกวดรถโบราณนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่สะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของเจเนอเรชัน โดยจะมีการจัดแสดงรถโบราณ และรถคลาสสิคกว่า 100 คัน บนพื้นที่กว่า 4,000 ตารางเมตร

งานนี้นอกจากจะถ่ายทอดเสน่ห์ของยานยนต์ระดับตำนาน เพื่อดึงดูดความสนใจคนรุ่นใหม่ให้มาชมงาน แล้วยังมอบประสบการณ์พิเศษด้วยกิจกรรมสนุกสุดสร้างสรรค์ที่ตอบโจทย์ทุกเพศทุกวัย อาทิ Game Jigsaw Challenge, Rally Scan, เวิร์คชอพทำพวงกุญแจรถคลาสสิค และอื่นๆ อีกมากมาย”

การประกวดรถโบราณแบ่งเป็น 7 ประเภท ตามมาตรฐานของสมาพันธ์รถโบราณสากล (FIVA) ได้แก่ รถรุ่นบรรพบุรุษ (ก่อนปี 1904) รถรุ่นผ่านศึก (ปี 1905-1918) รถโบราณ (ปี 1919-1930) รถรุ่นก่อนสงคราม (ปี 1931-1945) รถรุ่นหลังสงคราม (ปี 1946-1960) รถคลาสสิค (ปี 1961-1970) และรถคลาสสิคร่วมสมัย (ปี 1971-ปัจจุบัน ย้อนหลัง 30 ปี)

นอกจากนั้น ยังมีการประกวดอีกหลายประเภท อาทิ รถจำลอง รถดัดแปลง รถประดิษฐ์พิเศษ รถแจกวาร์ รถมีนี รถโฟล์คสวาเกน รถอเมริกัน และรถเฟียต พร้อมรถที่นำมาแสดงเป็นพิเศษ อีกทั้งมีกิจกรรมน่าสนใจมากมาย เช่น การประกวด ราชินีแห่งความสง่างาม (CONCOURS D’ELEGANCE- กงกูรส์ เดเลอกองศ์) เสวนาแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับรถโบราณ คอนเสิร์ทเพลงฮิทในอดีต จำหน่ายสินค้าวินเทจ หนังสือ นิตยสาร แสตมป์รถโบราณ รถโบราณจำลอง ฯลฯ

ผู้สนใจสามารถส่งรถเข้าประกวดได้ที่ imc.co.th/vintagecarclub/vcct ภายในวันที่ 13 มิถุนายน 2568 หรือสอบถามรายละเอียดที่ vintagecarclub.or.th และ facebook.com/VintageCarClub และเชิญชมงานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 47 ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ ระหว่างวันที่ 18-22 มิถุนายน 2568

‘ซูซูกิ’สร้างปรากฏการณ์ใหม่วงการอีโคคาร์ ยกระดับแคมเปญ Exclusive Maintenance Service บำรุงรักษารถฟรีนาน 7 ปี พร้อมเอกสิทธิ์เหนือระดับ SUZUKI Worry Free Privilege Booklet การันตีคุณภาพคุ้มค่าตลอดการใช้งาน

0
ซูซูกิ 1

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้แนะนำแคมเปญ SWIFT WORRY FREE PROGRAM 777 ให้แก่ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ SUZUKI SWIFT สปอร์ตแฮทช์แบ็กอีโคคาร์ โดยมุ่งหวังสร้างความมั่นใจและความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้บริโภค ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความใส่ใจที่เรายึดมั่นมาโดยตลอด นอกจากการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและคุ้มค่าแล้ว ซูซูกิยังให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านงานบริการหลังการขาย ซึ่งแคมเปญนี้ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ซูซูกิได้อย่างชัดเจน”

ซูซูกิ 2

โดยซูซูกิสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ในตลาดรถยนต์กลุ่มคอมแพ็คคาร์ แบรนด์แรกที่เปิดตัวแคมเปญสุดพิเศษ SWIFT WORRY FREE PROGRAM 777 เพื่อยกระดับความคุ้มค่าและความอุ่นใจให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้น โดยมอบสิทธิประโยชน์เหนือระดับผ่านโปรแกรมบำรุงรักษาฟรี 7 ปี (Exclusive Maintenance Service) ที่ไม่เพียงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว แต่ยังเสริมความมั่นใจตลอดระยะเวลาการใช้งาน ว่ารถยนต์ของลูกค้าจะได้รับการดูแลและบำรุงรักษาอย่างมืออาชีพตามมาตรฐานคุณภาพของศูนย์บริการรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ อีกทั้งยังช่วยบริหารค่าใช้จ่ายด้านการดูแลรักษาให้เป็นไปอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพ สะท้อนถึงความใส่ใจของซูซูกิในทุกองค์ประกอบ ทั้งด้านผลิตภัณฑ์และการบริการหลังการขาย

ล่าสุด เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจและปรากฏการณ์ใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ โปรแกรมบำรุงรักษาฟรี 7 ปี (Exclusive Maintenance Service) จะมาพร้อมกับเอกสิทธิ์เหนือระดับ SUZUKI Worry Free Privilege Booklet ที่จัดทำขึ้นเพื่อมอบให้กับลูกค้ารถยนต์ซูซูกิที่ได้รับสิทธิ์พิเศษในโปรแกรมดังกล่าว ซึ่งจะอำนวยความสะดวกเมื่อถึงเวลาที่เจ้าของรถมีความประสงค์ต้องการโอนกรรมสิทธิ์หรือขายต่อ โดย SUZUKI Worry Free Privilege Booklet จะมีบทบาทสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ซื้อ และช่วยเพิ่มศักยภาพในการกำหนดมูลค่าให้กับรถยนต์ของผู้ขายได้อย่างมีนัยยะสำคัญ เป็นจุดแข็งที่ช่วยให้การซื้อขายรถยนต์มือสองตอบโจทย์ทั้งในด้านความมั่นใจและความคุ้มค่าอย่างแท้จริง

โดยสมุดคู่มือ SUZUKI Worry Free Privilege Booklet จะมีวัตถุประสงค์ดังนี้
1.อธิบายสิทธิประโยชน์จากโปรแกรมบำรุงรักษาฟรี 7 ปี
2.อธิบายสิทธิประโยชน์จากเงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี
3.อธิบายสิทธิประโยชน์การให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง 7 ปี

นายวัลลภ กล่าวว่า “SUZUKI SWIFT เจเนอเรชันล่าสุด ยังคงครองใจลูกค้าในฐานะรถยนต์นั่งขนาดเล็กรุ่นยอดนิยม นับตั้งแต่การเปิดตัวในประเทศไทยเมื่อปี 2561 ด้วยดีไซน์สปอร์ตที่เป็นเอกลักษณ์ ผสานกับสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจและสนุกทุกจังหวะบนท้องถนน พร้อมความประหยัดคุ้มค่าและราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ทำให้ SUZUKI SWIFT ยังคงได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าอย่างต่อเนื่องตลอดมา การมอบสิทธิพิเศษผ่านแคมเปญ SWIFT WORRY FREE PROGRAM 777 จึงไม่เพียงแต่ช่วยกระตุ้นความสนใจและเพิ่มแรงจูงใจในการตัดสินใจเป็นเจ้าของเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำถึงความใส่ใจของซูซูกิที่ต้องการมอบประสบการณ์การใช้งานที่คุ้มค่าและมั่นใจในระยะยาวให้กับลูกค้าทุกคนอีกด้วย”

ซูซูกิ 3

สำหรับลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของ SUZUKI SWIFT สปอร์ตอีโคคาร์รุ่นยอดนิยม ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 567,000 บาท โดยมีโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1-31 พฤษภาคม 2568 ดังนี้

•รับสิทธิพิเศษฟรี SWIFT WORRY FREE PROGRAM 777
ฟรี Exclusive Maintenance Service 7 ปี
ฟรี Suzuki Warranty 7 ปี
ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 7 ปี
•หรือ เลือกรับบริการผ่อนด้วย ดอกเบี้ย 0% ระยะเวลานาน 60 เดือน
•หรือ เลือกรับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 50,000 บาท สำหรับรุ่น GL และ GLX หรือ รับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 45,000 บาท สำหรับรุ่น GL NEXT พร้อมเลือกรับข้อเสนอ ขับฟรี 90 วัน หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 4,999 บาท หรือเลือก ผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน เพียงเดือนละละ 5,781 บาท
•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก

ซูซูกิ 6

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า “การส่งมอบทั้งคุณภาพของสินค้าและงานบริการที่ดี คือหัวใจสำคัญในการตอบแทนความไว้วางใจที่ลูกค้ามีให้กับซูซูกิด้วยดีเสมอมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ SUZUKI SWIFT ที่ยังคงเป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็กซึ่งครองใจกลุ่มลูกค้าที่มองหารถที่สะท้อนตัวตนที่แตกต่างได้อย่างชัดเจน และตอบโจทย์การใช้ชีวิตในแบบที่ลงตัว”

การจัดแคมเปญ “SWIFT WORRY FREE PROGRAM 777” พร้อมมอบสิทธิพิเศษที่ครอบคลุมการบำรุงรักษารถนานถึง 7 ปี รวมถึงคุณภาพตัวรถฟรี 7 ปี และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินฟรี 7 ปี ถือเป็นการตอกย้ำถึงความตั้งใจของซูซูกิในการสร้างมาตรฐานงานบริการหลังการขายที่เชื่อถือได้ เพื่อให้ลูกค้าเชื่อมั่นได้ว่า ซูซูกิพร้อมดูแลรถของลูกค้าในระยะยาวด้วยมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ประกอบกับการนำเสนอแคมเปญพิเศษ “SUZUKI WORRY FREE” หนึ่งในแผนการดำเนินธุรกิจ ที่ซูซูกิได้ทำการประกาศไปก่อนหน้า จึงเป็นการตอกย้ำถึงการสร้างความเชื่อมั่นว่าซูซูกิจะสามารถรองรับการดูแลลูกค้าด้วยคุณภาพและมาตรฐานของซูซูกิได้อย่างแท้จริง มีรายละเอียดดังนี้:

1. ขยายการรับประกันอะไหล่และงานบริการ
•อุ่นใจไร้กังวล กับการขยายการรับประกันงานซ่อมและอะไหล่แท้ทุกชิ้น นานถึง 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร (โดยอย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) จากเดิมที่รับประกันเพียง 3 เดือน หรือ 5,000 กิโลเมตร
2. บริการพิเศษรถสำรองใช้ระหว่างซ่อม
•รถยนต์ที่อยู่ในระยะรับประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร ไร้ความกังวลเรื่องไม่มีรถใช้งานระหว่างซ่อม ด้วยบริการพิเศษ ‘รถสำรองใช้ระหว่างซ่อม’ สำหรับรถยนต์ซูซูกิที่ต้องใช้เวลาตรวจเช็กมากกว่า 1 วัน (ไม่รวมระยะเวลาวิเคราะห์ปัญหา) และไม่รวมกรณีรถเกิดอุบัติเหตุ
3. HELLO SUZUKI APPLICATION ยกระดับงานบริการแบบ S-Solution
•HELLO SUZUKI คือ แอปพลิเคชัน ที่จะเชื่อมต่อข้อมูลการทำงานกับลูกค้า อำนวยความสะดวกสบายและความมั่นใจในงานบริการทุกขั้นตอน ทั้งการนัดหมายนำรถเข้ารับบริการ หรือติดต่อสอบถามข้อมูล รายงานการการตรวจสอบและดูแลรถในทุกขั้นตอน รวมถึงการมอบสิทธิพิเศษมากมาย ด้วยการสะสมคะแนนจากค่าใช้จ่ายในการเข้าซ่อมบำรุงตามระยะอย่างต่อเนื่อง หรือซ่อมแซมที่ศูนย์บริการของซูซูกิทั่วประเทศ
4. ระบบการจัดการอะไหล่ มีเป้าหมายรองรับบริการได้ไม่น้อยกว่า 10 ปี
•การจัดการเตรียมระบบจัดการอะไหล่รถยนต์ทุกรุ่นที่จำหน่ายภายในประเทศ ช่วยให้ลูกค้าคลายความกังวลเรื่องการขาดแคลนอะไหล่ในการบำรุงรักษารถ โดยมีเป้าหมายรองรับความต้องการของลูกค้าได้ไม่น้อยกว่า 10 ปี นับจากวันที่สิ้นสุดการผลิต
•บริการจัดส่งอะไหล่แบบเร่งด่วนภายใน 24 ชั่วโมง ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และพื้นที่อื่นๆ ภายใน 48 ชั่วโมง
•คุ้มค่าต่อการใช้งาน ด้วยอะไหล่ในราคาที่เข้าถึงง่าย
5. ศูนย์บริการครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ
6. ศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถังตามมาตรฐานของซูซูกิ

อย่างไรก็ตาม แคมเปญ “SWIFT WORRY FREE PROGRAM 777” ยังคงดำเนินภายใต้ปรัชญา “SUZUKI Cause We Care-เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” ด้วยการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ คุ้มค่า คุ้มราคา สะท้อนแนวทางของซูซูกิที่มุ่งมั่นในการนำเสนอรถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานในราคาที่เข้าถึงได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการพัฒนางานบริการในทุกมิติ เพื่อยกระดับมาตรฐานของผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

“เอ็มจี” ชวนลุ้นเป็นผู้โชคดีได้ร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ MG WEEKEND CLUB ร่วมปรุงน้ำหอมกับแบรนด์ผู้ดีอังกฤษอย่าง JO MALONE และสัมผัสกับความอัจฉริยะของ MG IM6 คันจริง

0
เอ็มจี 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ชวนลูกค้าเจ้าของรถ MG CYBERSTER, MG MAXUS 9 และ MG MAXUS 7 ร่วมลุ้นเป็นหนึ่งในผู้โชคดี 40 ท่าน ร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ MG WEEKEND CLUB ครั้งแรกกับ JO MALONE แบรนด์น้ำหอมระดับพรีเมียมจากอังกฤษ ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าคนสำคัญของ เอ็มจี ได้ปรุงกลิ่นน้ำหอมที่บ่งบอกความเป็นตัวเอง เรียนรู้เทคนิคการออกแบบเครื่องหอมอันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวกับผู้เชี่ยวชาญจาก JO MALONE และรับชุดของขวัญสุดพิเศษจาก JO MALONE พร้อมร่วมสัมผัส และทดลองขับยนตรกรรมอัจฉริยะ MG IM6 โดยกิจกรรมจะจัดขึ้นในวันที่ 24 พฤษภาคม 2568 เวลา 09:30 น. – 13:00 น. ณ The Rabbit’s Grove Cafe กรุงเทพกรีฑา

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนตั้งแต่วันนี้ – 21 พฤษภาคม 2568 ที่ https://forms.gle/dSLyPnaLhcKDZfpt8 และติดตามรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมฯ ผ่านทางเฟซบุ๊ค MG Thailand https://www.facebook.com/MGcarsThailand วันที่ 22 พฤษภาคม 2568 เวลา 19:30 น.

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนดเท่านั้น

Hashtag

“พีที สเตชั่น” จับมือ “โป๊ยเซียน” แจกยาดม 20,000 หลอด เติมความสดชื่นเต็ม MAX ในแคมเปญ “เพื่อนคู่ใจทุกการเดินทาง”

0
พีที สเตชั่น 1

บริษัท ปิโตรเลียมไทยคอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมันพีที ในกลุ่ม บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) จับมือกับ บริษัท โกลด์ มิ้นท์ โปรดักส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยาดมตรา “โป๊ยเซียน” ร่วมสร้างประสบการณ์การเดินทางที่สดชื่นและใส่ใจยิ่งขึ้น ผ่านกิจกรรมในแคมเปญ “เพื่อนคู่ใจทุกการเดินทาง” แจก ยาดมตราโป๊ยเซียน 20,000 ชิ้น

สำหรับลูกค้าสมาชิก PT Max Card เติมน้ำมันชนิดใดก็ได้ 800 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ รับฟรี ยาดมตราโป๊ยเซียน 1 ชิ้น (มูลค่า 24 บาท) ที่สถานีบริการน้ำมันพีทีที่ร่วมรายการ ในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2568 ถึง 5 มิถุนายน 2568 หรือจนกว่าของจะหมด

พีที สเตชั่น 2

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) และ ดร.ธีจุฑา ประสาทแก้ว ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ปิโตรเลียมไทย คอร์ปอเรชั่น จำกัด พร้อมด้วย ดร.ณัฐพงศ์ ลาภบุญทรัพย์ กรรมการและที่ปรึกษาฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ บริษัท โกลด์ มิ้นท์ โปรดักส์ จำกัด กล่าวถึงแคมเปญนี้ว่า เป็นการสื่อสารความตั้งใจร่วมกันในการส่งต่อความห่วงใยและกำลังใจให้ทุกคนมีพลังพร้อมเดินหน้าต่อ โดย พีที สเตชั่น พร้อมเป็นเพื่อนคู่ใจทุกการเดินทาง เพื่อให้คนไทย “อยู่ดีมีสุข”

“GWM” รวมพลคนรักแมว จัด ‘ORA Meeting 2025’ ภาคอีสาน ต่อยอดกลยุทธ์เชื่อมโยงลูกค้า เสริมแกร่ง GWM Family ขับเคลื่อนยานยนต์พลังงานใหม่ทั่วไทย  

0
GWM 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users) ล่าสุดเดินหน้าสานต่อความมุ่งมั่นในการสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับลูกค้า ผ่านแนวคิดระดับโลกอย่าง “อยู่ในท้องถิ่น เพื่อตลาดท้องถิ่น และบูรณาการกับชุมชนท้องถิ่น” (Being in the Local Market, For the Local Market, and Integrating into the Local Community) กับกิจกรรม “ORA Meeting 2025 รวมพลคนรักแมว โซนภาคอีสาน” จัดขึ้น ณ จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยกิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับการตอบรับจากผู้ใช้งานรถยนต์พลังงานใหม่ GWM ORA Good Cat และ GWM ORA 07 กว่า 94 คน พร้อมขบวนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าหลากสีสันอีกกว่า 37 คัน ที่ร่วมกันเดินทางจากศูนย์ GWM เอกสห โคราช เป็นระยะทางทั้งสิ้นกว่า 78 กิโลเมตร นอกจากจะสะท้อนความแข็งแกร่งของ GWM Family แล้ว ยังเป็นการตอกย้ำถึงความนิยมของรถยนต์พลังงานใหม่ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย กิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความผูกพันระหว่างแบรนด์กับลูกค้า แต่ยังเชื่อมโยง GWM เข้ากับชีวิตของผู้ใช้งานอย่างแท้จริง ผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ การบริการที่ครอบคลุม และกิจกรรมที่สะท้อนตัวตนของผู้ใช้งานในแต่ละพื้นที่ได้อย่างลงตัว

เกรทวอลล์ มอเตอร์ 2

ตลอดการเดินทางในกิจกรรม ORA Meeting 2025 รวมพลคนรักแมว โซนภาคอีสาน” ผู้ร่วมทริปได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดประทับใจตลอดเส้นทางจากหลากหลายจุดหมายสำคัญของจังหวัดนครราชสีมา เริ่มต้นที่ “อนุสาวรีย์ท้าว สุรนารี (ย่าโม)” แลนด์มาร์กที่เปี่ยมด้วยความศรัทธาและเป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญของชาวโคราช

เกรทวอลล์ มอเตอร์ 3

ก่อนจะแวะพักผ่อนในบรรยากาศสุดอบอุ่นที่ “French Kitsch Café” คาเฟ่ในสวนสไตล์ยุโรปสุดวินเทจ ที่โดดเด่นด้วยการตกแต่งสุดชิค เข้ากันได้เป็นอย่างดีกับคาราวานของเจ้าเหมียวทั้งสองรุ่น ให้ได้เก็บภาพความทรงจำร่วมกัน จากนั้นรับประทานาอาหารกลางวันและร่วมกิจกรรมสุดสนุกที่ “Patra Sweet House @Sikhio” พร้อมเสิร์ฟอาหารจานเด็ดที่หลากหลายในบรรยากาศสบาย ๆ

เกรทวอลล์ มอเตอร์ 5

เดินทางต่อไปยัง “ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง” จุดแวะที่อัดแน่นด้วยสาระความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียนและความยั่งยืน ปิดท้ายทริปอย่างน่าประทับใจที่ “จุดชมวิวกังหันลม ณ เขายายเที่ยง” สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังซึ่งเป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานสะอาด และจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพของเขื่อนลำตะคองและแนวภูเขาโดยรอบได้แบบพาโนรามา ท่ามกลางสายฝนชุ่มฉ่ำและกังหันลมขนาดยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม

เกรทวอลล์ มอเตอร์ 7

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “ขอขอบคุณลูกค้า GWM ORA Good Cat และ GWM ORA 07 ทุกท่านสำหรับความเชื่อมั่นและไว้วางใจที่มีให้กับแบรนด์และผลิตภัณฑ์ของเรา และร่วมกันจัดกิจกรรมอันแสนอบอุ่นให้เกิดขึ้นในครั้งนี้ เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่ได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนกิจกรรมของชุมชนผู้ใช้งาน GWM ทั่วประเทศ เพื่อสานสัมพันธ์และเสริมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนของ GWM Family ในประเทศไทย GWM เชื่อว่าการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับลูกค้าในแต่ละพื้นที่ คือหัวใจของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยในระยะยาว อีกทั้งยังเป็นโอกาสอันดีในการรับฟัง พูดคุย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อนำข้อมูลเชิงลึกจากผู้ใช้งานจริงมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการ เพื่อต่อยอดสู่การสร้างสรรค์ประสบการณ์ด้านการขับขี่ที่เหนือกว่าในทุกมิติ ภายใต้แนวคิด ‘GWM GO With More’ ในอนาคต GWM จะยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรมที่มีส่วนร่วมกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ใช้งานทุกท่านได้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนอนาคตของยานยนต์พลังงานใหม่ในประเทศไทย”

เกรทวอลล์ มอเตอร์ 10

Final Call! หมดแล้วหมดเลย โอกาสสุดท้ายที่คุณจะได้เป็นเจ้าของ SUBARU FORESTER และ SUBARU XV ล็อตสุดท้ายเวอร์ชั่น CKD มอบสิทธิประโยชน์สูงสุดถึง 305,000 บาท ก่อนนำเข้ารุ่นใหม่ปลายปีนี้

0
Subaru Forester 1

บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ซูบารุอย่างเป็นทางการในประเทศไทย
ประกาศจำหน่ายล็อตสุดท้ายของ SUBARU FORESTER และ SUBARU XV รุ่นประกอบแบบ CKD (Completely Knocked Down) ปล่อยแคมเปญสุดพิเศษสำหรับผู้ที่สนใจ ก่อนที่เจนเนอเรชั่นถัดไปจะผลิตและนำเข้าทั้งคันจากประเทศญี่ปุ่นแบบ CBU (Completely Built Unit) ซึ่งนำร่องด้วย ALL NEW SUBARU FORESTER เจนเนอเรชั่นใหม่ ในราคาหลังรวมรวมภาษีนำเข้า แล้วสูงกว่ารุ่นปัจจุบัน

ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ 2

นางสาวสุรีทิพย์ ละอองทอง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ธุรกิจของซูบารุในประเทศไทยยังคงแข็งแกร่งและได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้า ด้วยเหตุผลของคุณภาพของรถและบริการที่ไว้ใจได้ และความโดดเด่นด้านความปลอดภัยของความเป็นรถญี่ปุ่นรายเดียวที่ใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร แม้ในช่วงก่อนหน้าจะมีข่าวเรื่องการยุติการประกอบ SUBARU FORESTER เจนเนอเรชั่นที่ 5 ที่โรงงาน Tan Chong Subaru Automotive (Thailand) ที่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง และด้วยความร่วมมือจากสื่อมวลชนที่เผยแพร่ข่าวสารด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง ช่วยให้ลูกค้าเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทำให้เรายังได้รับความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากทั้งลูกค้าปัจจุบันรวมถึงลูกค้าใหม่ที่ตัดสินใจมาเป็นครอบครัว SUBARU ของเราอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ซูบารุเองยังมุ่งมั่นและเล็งเห็นความสำคัญในการที่จะรองรับและดูแลในส่วนบริการหลังการขายสำหรับลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่อง โดยย้ายคลังอะไหล่จากพื้นที่เดิมในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง มาไว้ในพื้นที่ของสำนักงานใหญ่ที่ จ.ปทุมธานี เรียบร้อยแล้วในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสต๊อก และเพิ่มความรวดเร็วในการจัดส่งชิ้นส่วนอะไหล่ไปยังศูนย์บริการทั่วประเทศ

แนะนำให้ลูกค้าผู้สนใจติดต่อสอบถามรุ่นรถและสีที่ยังมีจำหน่ายกับโชว์รูมที่สะดวก ยังมีข้อเสนอพิเศษให้สำหรับรถรุ่นประกอบแบบ CKD (Completely Knocked Down) ผลิตในประเทศลอตสุดท้าย สำหรับลูกค้าที่จองและออกรถภายใน 31 พฤษภาคม 2568 นี้เท่านั้นหรือจนกว่ารถจะหมด

ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ 4

•ออก SUBARU FORESTER EyeSight วันนี้รับสิทธิประโยชน์ สูงสุด 305,000 บาท รวมประกันภัยชั้น 1 และ รับประกันตัวรถไม่จำกัดระยะทาง 5 ปี

ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ 5
•ออก SUBARU XV EyeSight ด้วยแคมเปญ BUY 1 GET 1 FREE ในราคาเพียง 999,000 บาท รวมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และพิเศษชุดแต่ง GT สุดสปอร์ต

CEO “ลามิน่า” รับมอบโล่เชิดชูเกียรติ

0

นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคารลามิน่า รับมอบโล่เชิดชูเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ ประธานกรรมการ มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. เพื่อเด็กและเยาวชน ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะผู้อุปการะมูลนิธิช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสทางการศึกษาเป็นระยะเวลา 20 ปี ในงาน Stream of Giving สายธารแห่งการให้ไม่สิ้นสุด ครบรอบ 50 ปี CCF ณ หอประชุมสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น

ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อแสดงความขอบคุณแก่ผู้อุปการะที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนมูลนิธิฯ อีกทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้สังคมเห็นความสำคัญของการให้และการอุปการะเด็ก เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้อุปการะได้พบปะและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเด็กและเยาวชนที่ได้รับการสนับสนุน งานนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการสร้างสังคมที่มีความเอื้อเฟื้อและสนับสนุนการพัฒนาเด็กและเยาวชนอย่างยั่งยืน

“ฟอร์ด เรนเจอร์” พร้อมระเบิดความแรงอีกครั้ง! เตรียมลุยสนามทางเรียบในไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ 2568

0
ฟอร์ด เรนเจอร์ 1

เสียงเครื่องยนต์ของฟอร์ด เรนเจอร์กำลังจะดังกระหึ่มอีกครั้ง เมื่อทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง เตรียมลงสนามใน ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ ปี 2568 ซึ่งนับเป็นปีที่ 6 แล้ว ที่ฟอร์ด ประเทศไทยให้การสนับสนุนการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง โดยมีสองนักแข่งขวัญใจมอเตอร์สปอร์ต แซนดี้ เคราแก้ว สตูวิค และแจ็ค เลมวาร์ด ที่จะพาฟอร์ด เรนเจอร์ หมายเลข 3 และ 41 ท้าทายขีดจำกัดบนสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ในวันที่ 22-25 พฤษภาคม 2568 เพื่อถ่ายทอดดีเอ็นเอของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ ให้แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด

ฟอร์ด เรนเจอร์ 9

ฟอร์ด เรนเจอร์ 2

“ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ฟอร์ด ไม่ได้เพียงแค่ลงแข่งในสนามทางเรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย แต่ยังได้ปลุกจิตวิญญาณมอเตอร์สปอร์ตของแฟนชาวไทย ผ่านดีเอ็นเอของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ที่ถ่ายทอดออกมาผ่านนักแข่งมากฝีมือ ทีมวิศวกรที่ทุ่มเทเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาจากสนามจริง และรถแข่งสมรรถนะสูงทุกคัน เราภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างแรงบันดาลใจ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า และสานต่อเจตนารมณ์ของทีมฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ที่จะสร้างตำนานการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตไปทั่วโลกอีกด้วย” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2444 ที่เฮนรี่ ฟอร์ดได้สร้างความตกตะลึงให้กับผู้ชมการแข่งที่ดีทรอยต์ ไดรฟ์วิ่ง คลับ ในมิชิแกน ด้วยการคว้าชัยชนะเหนือนักแข่งมืออาชีพอย่างอเล็กซานเดอร์ วินตัน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาฟอร์ดก็ได้สร้างปรากฏการณ์ในสนามแข่งหลากหลายรายการ

สร้างตำนานที่การแข่งขันแนสคาร์ (NASCAR) ในอเมริกา
NASCAR หรือ National Association for Stock Car Auto Racing คือการแข่งขันรถยนต์สต็อก หรือการนำรถยนต์ที่จำหน่ายในท้องตลาดมาปรับแต่งรถเพื่อนำมาใช้ในการแข่งขันเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นรายการแข่งรถที่ความนิยมสูงสุดในสหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. 2492 รถลินคอล์นที่ขับโดย จิม โรเปอร์ ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าชัยชนะในการแข่งแกรนด์ เนชั่นแนล เรซ ครั้งแรก จากนั้นฟอร์ดได้คว้าแชมป์ 7 สมัยในรายการแนสคาร์ คัพ ซีรี่ส์ ประจำปี เริ่มต้นจาก บิล เอลเลียตต์ ผู้คว้าแชมป์วินสตัน คัพ ในปี พ.ศ. 2531 ตามมาด้วยชัยชนะใน บุช ซีรีส์ ของจอห์นนี่ เบนสัน จูเนียร์ (พ.ศ. 2538), เดล จาร์เร็ตต์ (พ.ศ. 2542), แมตต์ เคนเซธ (พ.ศ. 2546), เคิร์ต บุช (พ.ศ. 2547) และโจอี้ โลกาโน ที่คว้าแชมป์ในปี พ.ศ. 2561, 2564, 2567 และล่าสุดเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ฟอร์ด เรนเจอร์ 3

ชัยชนะใน เลอ ม็อง (Le Mans) ทะยานสู่หนังจอเงิน
หนึ่งในภาพที่ตราตรึงที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งรถของฟอร์ด คือการเข้าเส้นชัยอย่างยิ่งใหญ่ของฟอร์ด จีที 40 มาร์ค 2 ในอันดับที่ 1-2-3 ของการแข่งขัน เลอ ม็อง 24 ชั่วโมง (Le Mans 24 Hours) ที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อปี พ.ศ. 2509 ความสำเร็จครั้งนั้นเกิดขึ้นภายใต้การนำทีมของวิศวกรระดับตำนาน แครอล เชลบี้ คันที่เข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งขับโดย บรูซ แม็คลาเรน และ คริส เอมอน ตามมาด้วยคันที่สองของ เคน ไมลส์ และ เดนนี่ ฮูล์ม ปิดท้ายด้วยคันที่สามที่ขับโดย รอนนี่ บัคนัม และ ดิค ฮัทเชอร์สัน นับเป็นการประกาศศักดาของฟอร์ดบนเวทีระดับโลก และยังคว้าแชมป์ในการแข่งขันเลอ ม็องติดต่อกันอีก 3 ครั้ง ซึ่งชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์นี้ได้ถูกถ่ายทอดสู่จอภาพยนตร์ในเรื่อง Ford v Ferrari ที่ถ่ายทอดเรื่องราวเบื้องหลังความสำเร็จของฟอร์ดได้อย่างทรงพลังและน่าจดจำ

ฟอร์ด เรนเจอร์ 4

ฟอร์ด มัสแตง กับความยิ่งใหญ่ในการแข่งเอสซีซีเอ ทรานส์ แอม แชมเปี้ยนชิพ (SCCA Trans-Am Championship)
หลังจากฟอร์ด จีที 40 มาร์ค 2 สร้างชื่อให้กับฟอร์ดในสนามระดับโลกแล้ว ต่อมาก็ถึงเวลาที่ ฟอร์ด มัสแตง จะก้าวขึ้นมาเป็นสัญลักษณ์แห่งความแรงในสนามแข่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายการ เอสซีซีเอ ทรานส์ แอม แชมเปี้ยนชิพในปี พ.ศ. 2513 ที่เน้นการแข่งขันของรถยนต์ที่ดัดแปลงจากรถยนต์ทั่วไป รถฟอร์ด มัสแตง บอสส์ 302 ที่ได้รับการพัฒนาโดย บัด มัวร์ ขับโดยพาร์เนลลี โจนส์ นำชัยชนะครั้งสำคัญมาสู่ทีมฟอร์ดอย่างยิ่งใหญ่ ต่อมาในช่วงปี พ.ศ. 2538-2540 ฟอร์ด มัสแตง เราช์ โคบรา สานต่อความสำเร็จด้วยการคว้าแชมป์ในรายการเดียวกันถึง 3 ปีติดต่อกัน ตอกย้ำชื่อเสียงของฟอร์ด มัสแตงในฐานะรถเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่ผลิตขายจริง

ฟอร์ด เรนเจอร์ 6

ตำนานแดร็ก เรซซิ่ง ฟันนี่ คาร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิป
ฟอร์ดสร้างชื่ออย่างยิ่งใหญ่ในโลกของ แดร็ก เรซซิ่ง หรือการแข่งขันทางตรงที่ใช้ความเร็วสูงสุด โดยเฉพาะในรายการระดับโลกอย่าง เอ็นเอชอาร์เอ ฟันนี่ คาร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิป (NHRA Funny Car World Championship) ซึ่งฟอร์ดสามารถคว้าแชมป์ได้หลายครั้งตลอดหลายทศวรรษ นับจาก ฟอร์ด มัสแตง “ม้าโทรจัน” ของ แลร์รี่ ฟูลเลอร์ตัน ที่คว้าแชมป์ในปี พ.ศ. 2515 จากนั้นในปี พ.ศ. 2517 ในการแข่งขันที่ ออตตาวา มอเตอร์สปีดเวย์ เชิร์ล เกรียร์ ก็ได้จารึกประวัติศาสตร์ด้วยการขับฟอร์ด มัสแตง เชน ไลท์นิ่ง เข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่ง แม้รถจะไฟไหม้ในรอบควอลิฟาย แต่สามารถซ่อมแซมจนกลับมาแข่งและคว้าชัยได้ภายในคืนเดียว ในช่วงปี พ.ศ. 2528-2531 เคนนี่ เบิร์นสไตน์ คว้าแชมป์ 4 สมัยติดต่อกัน ด้วยฟอร์ด เทมโป ขณะที่ในยุค 2000s ฟอร์ดยังคงสานต่อความสำเร็จในสนามนี้ ด้วยชัยชนะในปี พ.ศ. 2546 และ 2552

ฟอร์ด ยังคงเดินหน้าเขียนบทใหม่ในหน้าประวัติศาสตร์ของการแข่งขันทางเรียบระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเตรียมส่งทีมฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ กลับสู่สนามในตำนานอย่างเลอ ม็อง 24 ชั่วโมง ในปี พ.ศ. 2570 เพื่อย้อนรำลึกถึงชัยชนะอันยิ่งใหญ่

บิล ฟอร์ด ประธานบริหารบริษัทฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี กล่าวว่า “ฟอร์ดกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของสมรรถนะรถและการแข่งขัน ทั้งทางเรียบและออฟโรด เมื่อเราลงสนามแข่งขัน เราสู้เพื่อชัยชนะ ไม่มีสนามใดที่มีความหมายต่อประวัติศาสตร์ของเรามากไปกว่าเลอ ม็อง ซึ่งเราเคยเผชิญหน้ากับคู่แข่งตัวฉกาจ และสามารถคว้าชัยชนะมาได้ หลังจาก 50 ปี เราพร้อมแล้วที่จะกลับไปคว้าชัยอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ศักยภาพในสนามที่ท้าทายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก”

และในปีนี้ ฟอร์ด เรนเจอร์ พร้อมแล้วที่จะปลุกสัญชาตญาณความแรงให้ลุกโชนอีกครั้งบนสนามทางเรียบของไทย สาวกมอเตอร์สปอร์ตและคนรักฟอร์ดสามารถร่วมให้กำลังใจทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง และนักแข่งระหว่างการแข่งไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ 2568 ได้ทางไลฟ์สตรีมบนเฟซบุ๊กฟอร์ด