Home Blog Page 81

“กลุ่มชูเกียรติยนต์” ทุ่มลงทุน 100 ล้าน เปิดโชว์รูมมาสด้าและศูนย์บริการแห่งใหม่ในนครศรีธรรมราช มุ่งมั่นดูแลลูกค้าให้ดีที่สุดในทุกประสบการณ์

0
มาสด้า 1

มาสด้าชูเกียรติยนต์ผู้จำหน่ายรถยนต์มาสด้าเก่าแก่ในแถบภาคใต้ที่ดำเนินธุรกิจร่วมกันมากกว่า 40 ปี เชื่อมั่นในแผนการดำเนินธุรกิจและวิสัยทัศน์แบรนด์มาสด้า ทุ่มงบประมาณอีกกว่า 100 ล้านบาท เนรมิตพื้นที่บนทำเลศักยภาพขนาดใหญ่ เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ สาขาจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมส่งมอบงานขายและงานบริการที่ครอบคลุมให้กับลูกค้าในพื้นที่ ชูจุดเด่นด้านการบริการที่ยอดเยี่ยมและเป็นไปตามมาตรฐานในทุกขั้นตอน การันตีด้วยรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม, รางวัลฝ่ายขายและฝ่ายบริการหลังการขายยอดเยี่ยมหลายปีติดต่อกัน ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของมาสด้าและผู้จำหน่ายทั่วประเทศต่อแผนการปรับโครงสร้างเครือข่ายผู้จำหน่ายในประเทศไทย ที่พร้อมให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในทุกองค์ประกอบ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การบริการที่ดีเยี่ยมจากการใช้รถยนต์มาสด้าให้กับลูกค้าได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

มาสด้า 2

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการมาสด้าให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ คือ พันธกิจสำคัญของมาสด้า เพื่อส่งมอบประสบการณ์ด้านบริการที่เป็นเลิศให้กับลูกค้าทุกคน ภายใต้กลยุทธ์ที่สำคัญของมาสด้าตามแนวทาง Brand Value Management และ Retention Business Model เพื่อส่งมอบคุณค่าของแบรนด์ให้กับลูกค้ารู้สึกภาคภูมิใจ โดยเฉพาะการสร้างความรักและความผูกพันกับลูกค้า และการเอาใจใส่ดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว ครั้งนี้ มาสด้าได้ร่วมมือกับผู้จำหน่าย กลุ่มบริษัทชูเกียรติยนต์หาดใหญ่ ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างและมีประวัติการทำงานร่วมกับแบรนด์มาสด้ามาอย่างยาวนาน เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่เพิ่มเติมในจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีประชากรมากที่สุดในแถบภาคใต้ และมีปริมาณลูกค้ามาสด้าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ได้ทุ่มเงินลงทุนกว่า 100 ล้านบาท สร้างโชว์รูมและศูนย์บริการบนพื้นที่กว่า 4 ไร่ เพื่อรองรับงานบริการด้านการขายและการบริการหลังการขาย ซึ่งมาสด้ามั่นใจอย่างยิ่งว่าการเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่นี้จะสามารถส่งมอบประสบการณ์บริการที่ดีที่สุด และรองรับการเข้ารับการบริการจากลูกค้ามาสด้าในแถบภาคใต้และพื้นที่ใกล้เคียงได้เป็นอย่างดี

มาสด้า 3

“ปัจจุบัน มาสด้าอยู่ในช่วงของการปรับโครงสร้างและพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย เพื่อให้สอดคล้องและสนับสนุนแผนธุรกิจในอนาคต ทั้งในเรื่องของการสร้างคุณค่าของแบรนด์และผลิตภัณฑ์ใหม่ในอนาคตอันใกล้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่สะดวกสบาย และมีความต่อเนื่องไม่ว่าจะไปที่โชว์รูมในพื้นที่ไหนก็ตาม โดยมาสด้าได้มอบนโยบายให้กับผู้จำหน่ายที่มีศักยภาพสูง สามารถขยายพื้นที่ความรับผิดชอบในการให้บริการที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยได้มีการกำหนดพื้นที่ PMA ใหม่ ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยให้ผู้จำหน่ายสามารถขยายพื้นที่การบริการออกไปยังพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างโมเดลธุรกิจของผู้จำหน่ายให้มีผลกำไรที่ยั่งยืนและครอบคลุมครบทุกฟังก์ชั่น ทั้งการขายและการบริการทั่วทุกภูมิภาค” นายธีร์ กล่าวเพิ่มเติม

คุณสิทธิพร ปิติเจริญกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชูเกียรติยนต์ หาดใหญ่ จำกัด กล่าวว่า กลุ่มบริษัทชูเกียรติยนต์ได้เริ่มดำเนินธุรกิจกับมาสด้ามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 โดยเปิดสาขาแรกที่จังหวัดปัตตานี และได้ขยายการลงทุนเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องไปยังจังหวัดอื่น ๆ ได้แก่ สงขลา นราธิวาส และล่าสุด นครศรีธรรมราช ด้วยปณิธานในการทำธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ คือ มุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า และพัฒนากลายเป็นความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน โดยเฉพาะการสร้างความพึงพอใจสูงสุดในทุกขั้นตอนของการบริการ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เพราะฉะนั้นเมื่อลูกค้าเข้ามารับบริการไม่ว่าจะเป็นสาขาไหนก็ตาม ลูกค้าทุกคนจะได้รับการต้อนรับและประสบการณ์บนมาตรฐานเดียวกัน จากแนวคิดที่มุ่งเน้นว่าลูกค้า คือ หัวใจสำคัญของงานบริการ จึงส่งผลให้ กลุ่มบริษัทชูเกียรติยนต์หาดใหญ่ เป็นผู้จำหน่ายมาสด้าที่สามารถคว้ารางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม ประจำปี พ.ศ. 2558, 2559, และ 2563 รวมถึงรางวัลฝ่ายขายและฝ่ายบริการหลังการขายยอดเยี่ยมประจำปี 2558-2564 ถึง 7 ปี ติดต่อกัน

มาสด้า 10

 

“แม้ว่าสถานการณ์ตลาดรถยนต์ในปัจจุบันจะมีความท้าทายอย่างมาก แต่สิ่งที่มาสด้ายังคงให้ความมั่นใจกับผู้ลงทุนคือความมุ่งมั่นที่จะลงทุนเพิ่มเติมในประเทศไทย พัฒนาแบรนด์อย่างต่อเนื่อง และมีแผนในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อีกหลายรุ่นในอนาคตอันใกล้ พร้อมกันนี้ กลุ่มบริษัทชูเกียรติยนต์ ยังเชื่อมั่นในปรัชญาการดำเนินธุรกิจของมาสด้า ที่ให้ความสำคัญกับมนุษย์เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาและออกแบบรถยนต์ ทั้งในด้านความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และความรู้สึกของผู้ขับขี่ รวมถึงมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์เทคโนโลยียานยนต์ที่ทันสมัย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของมาสด้าที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การผลิตรถยนต์ แต่ยังรวมถึงการสร้างความรักความผูกพันที่ดีกับลูกค้า การให้บริการที่เป็นเลิศ และการสร้างคุณค่าให้กับสังคมโดยรวม เพราะ “ความสุขที่มากกว่าการขับขี่” จะนำไปสู่ความพึงพอใจและความภักดีของลูกค้าในระยะยาว เราจึงได้ขยายพื้นที่การให้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 4 จังหวัดในปัจจุบัน” นายสิทธิพร กล่าว

มาสด้า 4

พร้อมกันนี้ นายสิทธิพร ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโชว์รูมและศูนย์บริการมาสด้าชูเกียรติยนต์ สาขา นครศรีธรรมราช ว่า “สาขาแห่งใหม่นี้ ถือเป็นสาขาที่ห้าของกลุ่มบริษัทในเครือชูเกียรติยนต์ โดยตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 4 ไร่ บริเวณสี่แยกเบญจม ใกล้แหล่งชุมชนและไฮเปอร์ซุปเปอร์มาเก็ต โดยประกอบไปด้วยโชว์รูมที่มีพื้นที่กว้างขวาง สามารถจัดแสดงรถมาสด้าได้อย่างครบถ้วนทุกรุ่น ทำให้ลูกค้าที่สนใจสามารถเข้าชมรถคันจริงได้ นอกจากนั้น ยังพร้อมสำหรับให้การบริการหลังการขาย ด้วยจำนวนช่องซ่อมมากถึง 17 ช่องซ่อม สามารถรองรับรถยนต์ที่มาใช้บริการได้สูงสุด 50 คันต่อวัน หรือ มากกกว่า 1,200 คันต่อเดือน รวมถึงมีทีมงานและช่างซ่อมบำรุงที่มีทักษะความเชี่ยวชาญสูง ผ่านการฝึกอบรมและรับรองมาตรฐานจาก มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบายความครบครันทุกองค์ประกอบ จึงมั่นใจว่า สาขานครศรีธรรมราช จะสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีในการบริการให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี” นายสิทธิพร กล่าว

มาสด้า 6

หลังจากนี้ มาสด้าจะเดินหน้าอย่างเต็มกำลังเพื่อพัฒนาประสบการณ์ในทุกมิติที่ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ อันรวมถึงงานขายและงานบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อแทนคำมั่นสัญญาและให้ลูกค้ามั่นใจว่าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวมาสด้าไปตลอดอายุการใช้งาน โดยสร้างประสบการณ์ความสุขในการขับขี่และการใช้ชีวิตให้กับลูกค้าทุกคน เพื่อให้แบรนด์มาสด้าเติบโตอย่างยั่งยืนคู่กับลูกค้าคนไทยและสังคมไทยตลอดไป

กลุ่มบริษัทชูเกียรติยนต์ ปัจจุบันมีโชว์รูมและศูนย์บริการ ทั้งหมด 5 สาขา ได้แก่ สาขาหาดใหญ่ สาขาสงขลา (บางดาน) สาขาปัตตานี สาขานราธิวาส และสาขาล่าสุด คือ สาขานครศรีธรรมราช (สี่แยกเบญจม) นอกจากนี้ยังมีศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน ที่สาขาหาดใหญ่และสาขาปัตตานี

มาสด้า 7

สำหรับลูกค้ามาสด้าในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชที่สนใจเพื่อนำรถเข้ารับการบริการ สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ หมายเลข 075-347774 หรือ 093-5800505 หรือพิกัดแผนที่โชว์รูมนครศรีธรรมราช https://maps.app.goo.gl/x6XLXcgCVHUijMy59

“ปอร์เช่ ประเทศไทย” และ” Das Treffen “จัดงาน “Das Treffen: Roofless” ป๊อปอัป เฉลิมฉลองเสน่ห์ของรถสปอร์ตปอร์เช่เปิดประทุน

0
ปอร์เช่ ประเทศไทย 1

ปอร์เช่ ประเทศไทย ร่วมกับ Das Treffen จัดงาน “Das Treffen: Roofless” ป๊อปอัปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ นำเสนอเสน่ห์เหนือกาลเวลาของรถสปอร์ตเปิดประทุนจากปอร์เช่ (Porsche) ในบรรยากาศสุดพิเศษ ไฮไลท์ของงาน ได้แก่ 911 สปีดสเตอร์ (911 Speedster) ปี 2018 และ 911 เทอร์โบ เอส คาบริโอเลต (911 Turbo S Cabriolet) รุ่นล่าสุด ที่สะกดทุกสายตา มอบประสบการณ์เหนือระดับให้กับผู้ที่หลงใหลในเสน่ห์ของรถเปิดประทุนในประเทศไทย

ปอร์เช่ ประเทศไทย 2

คาบริโอเลต (Cabriolet), (ทาร์กา) Targa, สไปเดอร์ (Spyder) และ สปีดสเตอร์ (Speedster) คือชื่อที่สะท้อนความคลาสสิกของรถสปอร์ตเปิดประทุนจากปอร์เช่ (Porsche) แต่ละรุ่นได้รับการออกแบบให้มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ เต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึก เพื่อเฉลิมฉลองเสน่ห์เฉพาะตัวของรถ ปอร์เช่ (Porsche) เปิดประทุน ปอร์เช่ ประเทศไทย จึงร่วมกับ Das Treffen ซึ่งเป็นผู้จัดงานการรวมตัวของแฟนๆ ปอร์เช่ (Porsche) ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดงาน ” Das Treffen: Roofless” ป๊อปอัป ณ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ นำเสนอที่สุดแห่งเสน่ห์ของยนตรกรรมเปิดประทุน พร้อมมอบประสบการณ์พิเศษให้กับผู้หลงใหลในความงามของปอร์เช่

ปอร์เช่ ประเทศไทย 3

งาน “Das Treffen: Roofless” ป๊อปอัป จัดขึ้นในวันที่ 9 มีนาคม 2025 ซึ่งได้รวบรวมรถปอร์เช่ (Porsche) เปิดประทุนจำนวน 26 คัน จากกลุ่มคนผู้รักปอร์เช่ (Porsche) ในประเทศไทย มารวมตัวกัน ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเป็นศูนย์การค้าใจกลางกรุงเทพฯ เปิดโอกาสให้สาธารณชนได้สัมผัสความงดงามเหนือกาลเวลาของรถสปอร์ตเปิดประทุนระดับไอคอน พร้อมสร้างพื้นที่ให้แฟนๆ ปอร์เช่ (Porsche) ได้พบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแบ่งปันความหลงใหลในการขับขี่แบบเปิดประทุน

ปอร์เช่ ประเทศไทย 6

 

เพื่อเพิ่มสีสันให้กับงานป๊อปอัปสุดพิเศษนี้ ปอร์เช่ ประเทศไทย (Porsche Thailand) ยังได้นำรถปอร์เช่ เปิดประทุนสุดเอ็กซ์คลูซีฟ 4 คัน มาร่วมจัดแสดง ได้แก่:

911 Turbo S Cabriolet สี Ice Grey Metallic รุ่นสุดยอดยนตรกรรมในตระกูล 911 Cabriolet

911 Targa 4S สี Ruby Star Neo โทนสีโดดเด่นที่เข้ากันอย่างลงตัวกับตัวถัง Targa อันเป็นเอกลักษณ์

911 Speedster สี Lizard Green สะท้อนจิตวิญญาณการขับขี่แบบเปิดประทุนอย่างแท้จริง

718 Boxster GTS 4.0 สี Gentian Blue Metallic ที่มอบทั้งความคล่องตัวและสมรรถนะสุดเร้าใจ

นอกจากการจัดแสดงรถเปิดประทุน ปอร์เช่ ประเทศไทย ยังนำไทคานน์ 4เอส ครอส ทัวริสโม่ (Taycan 4S Cross Turismo) และมาคันน์ เทอร์โบ (Macan Turbo) มาจัดแสดง เพื่อนำเสนอสุดยอดแห่งความหรูหรา อเนกประสงค์ และสมรรถนะไฟฟ้าตามแบบฉบับของปอร์เช่ (Porsche)

ปอร์เช่ ประเทศไทย 5

นอกจากนี้ แฟนๆ ยังได้ร่วมสนุกกับกิจกรรมพิเศษที่บูธของปอร์เช่ ประเทศไทย พร้อมเลือกซื้อสินค้าคอลเลกชันจาก Porsche Lifestyle โดยทุกการซื้อสินค้าครบ 2,000 บาท ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรมพิเศษ เพื่อลุ้นรับ แพตช์ลิมิเต็ดเอดิชั่น ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับประเทศไทย โดยมีทั้งหมด 5 ดีไซน์ ให้สะสม

ปอร์เช่ ประเทศไทย 7

งานนี้ยังเพิ่มความสนุกด้วย เสียงเพลงมันส์ๆ จากดีเจ อาหารและเครื่องดื่มสุดสดชื่น พร้อมมีกิจกรรมพิเศษอีกมากมาย ที่รังสรรค์มาให้กับแฟนๆ ปอร์เช่ (Porsche) ทุกวัย

คุณไมเคิล เวตเตอร์ กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทย กล่าวว่า “งาน ‘Das Treffen: Roofless’ ไม่ใช่เพียงแค่งานจัดแสดงรถสปอร์ตเท่านั้น แต่เป็นการเฉลิมฉลองจิตวิญญาณแห่งการขับขี่แบบเปิดประทุนที่สืบทอดผ่านกาลเวลา เราต้องการนำเสนอความงามและเอกลักษณ์ของยนตรกรรมระดับไอคอนของปอร์เช่ ซึ่งเป็นที่รักของแฟนๆ ทั่วโลก ผมเองก็เป็นหนึ่งในผู้หลงใหลในเสน่ห์ของรถเปิดประทุน และรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ต้อนรับชุมชนปอร์เช่ที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ณ เซ็นทรัลเวิลด์แห่งนี้ พร้อมส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับแฟนๆ ของเราในประเทศไทย”

ปอร์เช่ ประเทศไทย 6

 

 

GWM แต่งตั้ง “เวย์น โจว” ในฐานะกรรมการผู้จัดการ เดินหน้านำทัพพร้อมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในประเทศไทย

0
GWM 1

GWM (Thailand) พร้อมยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ประกาศแต่งตั้ง เวย์น โจว (Wayne Zhou) ขึ้นดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2568 โดยการแต่งตั้งครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญ ในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งและมั่นคงให้กับธุรกิจในประเทศไทย โดย เวย์น โจว จะนำทัพขับเคลื่อนแบรนด์และขยายการเติบโตทางธุรกิจ ผ่านการทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับทีมงานคนไทยกว่า 1,000 ราย และเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่ง เพื่อส่งมอบนวัตกรรมยานยนต์และบริการที่เป็นเลิศ พร้อมมุ่งเน้นตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยภายใต้กลยุทธ์ “การมีผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง” (User-Centric) เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนพร้อมสร้างคุณค่าสู่สังคมไทย

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “วันนี้ ผมรู้สึกเป็นเกียรติและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เข้ามารับตำแหน่งในประเทศไทย โดยในปี 2568 นี้ GWM จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่เพรียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล้ำหน้า พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ครบครันครอบคลุมทุกประเภทพลังงานได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ ผมยังให้ความสำคัญกับการสร้างธุรกิจที่ยั่งยืน เสริมความแข็งแกร่งให้กับ GWM และส่งมอบคุณค่าในระยะยาวให้กับลูกค้า ชุมชน และพันธมิตรชาวไทย อีกทั้ง GWM จะยังคงเดินหน้าลงทุนและขยายธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางการผลิตสำคัญสำหรับการส่งออกรถยนต์พวงมาลัยขวาไปยังตลาดโลก เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ผมให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นที่หลากหลาย อีกทั้งยังพร้อมเรียนรู้จากทีมงานชาวไทย และให้ความเคารพต่อวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งนับว่าเป็นการเรียนรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ยิ่งไปกว่านั้น ผมมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนการเติบโตของ GWM ในประเทศไทย และพร้อมนำพาแบรนด์ให้ก้าวเข้าสู่ยุคทองของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย”

GWM 2

เวย์น โจว พร้อมนำทัพ GWM (Thailand) ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญกว่า 15 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในความสามารถที่โดดเด่นทางด้านการวางกลยุทธ์การตลาดและการขาย พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวสู่ตลาดที่ท้าทายมาแล้วทั่วโลกได้อย่างเป็นประจักษ์ โดย เวย์น โจว เริ่มต้นบทบาทผู้นำในตลาดในภูมิภาคเอเชียใต้ (ปี 2553) ภูมิภาคตะวันออกกลาง (ปี 2553 – 2562) สู่การเป็นผู้จัดการอาวุโสฝ่ายเครือข่ายและการขาย GWM ประเทศอินเดีย (ปี 2562 – 2565) จากนั้นก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ GWM ละตินอเมริกา กับการดูแลการดำเนินธุรกิจในกว่า 40 ประเทศทั่วอเมริกากลางและอเมริกาใต้ (ยกเว้นบราซิลและเม็กซิโก) (ปี 2565 – 2567)

หนึ่งในความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดของ เวย์น โจว คือ การพลิกโฉม GWM ในตลาดละตินอเมริกา กับบทบาทสำคัญในการปรับโครงสร้างเครือข่ายผู้จัดจำหน่ายและตัวแทนจำหน่ายทั่วภูมิภาค ภายใต้การนำทัพของ เวย์น โจว ทำให้ GWM ชิลี สามารถก้าวจากอันดับที่ 14 ขึ้นสู่อันดับที่ 8 ของตลาดในปี 2566 แม้ตลาดโดยรวมจะหดตัวลงเกือบ 30% และภายในเวลาเพียง 1 ปี GWM กลายเป็นแบรนด์จีนอันดับ 1 ในประเทศ ด้วยกลยุทธ์การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์และแผนการตลาดที่แม่นยำ นำไปสู่การคว้ารางวัล “BEST BRAND” จาก Autocosmos ในปี 2566 พร้อมเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งต่อเนื่องในปี 2567 โดยยังคงครองอันดับ 1 ในกลุ่มแบรนด์จีน อันดับ 8 ในตลาดรวม และติด 1 ใน 3 อันดับแรกของตลาดรถกระบะ นอกจากความสำเร็จในชิลี เวย์น โจว ยังมีบทบาทสำคัญในการขยายตลาดเอกวาดอร์ โดยทำให้ GWM ขึ้นเป็นแบรนด์อันดับ 7 และเป็น 1 ใน 2 แบรนด์จีนที่ได้รับความนิยมสูงสุด รวมถึงเป็นแบรนด์รถกระบะจีนอันดับ 1 ในปี 2567 พร้อมเสริมความแข็งแกร่งด้วยการเปิดสายการผลิตแบบ KD สำหรับ GWM POER เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนและรองรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บทบาทของ เวย์น โจว ยังขยายไปถึงตะวันออกกลาง กับการปรับโครงสร้างเครือข่ายการจัดจำหน่ายและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของตัวแทนจำหน่าย ส่งผลให้ศักยภาพทางธุรกิจของ GWM แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ตอกย้ำการเป็นเป็นแบรนด์ยานยนต์ที่แข็งแกร่งและมีขีดความสามารถในการแข่งขัน

“ทั้งนี้ ผมขอขอบคุณ ไมเคิล ฉง สำหรับความทุ่มเทและความพยายามในการขับเคลื่อนการเติบโตและความสำเร็จของธุรกิจในประเทศไทยท่ามกลางช่วงเวลาที่ท้าทาย นอกจากนี้ ผมขอแสดงความยินดีกับ ไมเคิล ฉง กับบทบาทสำคัญในการกำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจของทีม GWM ระดับโลก เพื่อผลักดันความสำเร็จในตลาดต่างประเทศ” เวย์น โจว กล่าวเสริม

 

 

“ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย” เปิดโชว์รูม ฮุนได ดี ออโต้ อุบลราชธานี รุกขยายตลาดสู่ทุกภูมิภาคทั่วไทย

0
ฮุนได 1

บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าขยายบริการสู่ระดับภูมิภาคตามกลยุทธ์ธุรกิจปี 2568 เปิดตัวโชว์รูม ฮุนได ดี ออโต้ อุบลราชธานี รองรับการเติบโตของตลาดรถยนต์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมมอบประสบการณ์ลูกค้าระดับสากลบนมาตรฐาน Global Dealership Space Identity (GDSI 2.0) ด้วยดีไซน์โชว์รูมที่ครบครันด้วย 3 S Sale, Service, Spare parts โดยเตรียมพร้อมการบริการหลังการขายโดยทีมช่างผู้ผ่านการอบรมโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้งกลุ่มรถยนต์สันดาปและรถไฟฟ้า

ฮุนได โมบิลิตี้ 2

นายเจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การขยายเครือข่ายโชว์รูมคือกลยุทธ์หลักของฮุนไดในการเสริมสร้างการเติบโตที่มั่นคงในประเทศไทย ซึ่งอุบลราชธานีถือเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีศักยภาพสูง เราจึงต้องการให้ลูกค้าในพื้นที่นี้สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการของฮุนไดได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น การลงทุนครั้งนี้ไม่เพียงยกระดับศักยภาพด้านการขาย หากยังตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเราในการมอบบริการระดับพรีเมียมและการดูแลหลังการขายที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าในเมืองไทย”

ฮุนได โมบิลิตี้ 3

โชว์รูม ฮุนได ดี ออโต้ อุบลราชธานี มีพื้นที่กว้างขวางพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกลูกค้าในจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดใกล้เคียงอย่างครบวงจร ด้วยพื้นที่โชว์รูมและพื้นที่รับรองลูกค้ามากกว่า 700 ตร.ม. จัดแสดงรถยนต์ฮุนไดครบทุกรุ่น ศูนย์บริการมาตรฐานขนาดพร้อมรองรับปริมาณงานซ่อมได้มากกว่า 3,000 คันต่อปี รองรับการเติบโตในอนาคต ดำเนินงานโดยทีมงานฝ่ายขายและช่างเทคนิคที่ได้รับการฝึกอบรมระดับมืออาชีพ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับบริการหลังการขายในภูมิภาค

ฮุนได โมบิลิตี้ 4

นายปัณณพัฒน์ เลาหเธียรประธาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี ออโต้ อุบลราชธานี กล่าวว่า “เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายฮุนไดในประเทศไทย และพร้อมให้บริการลูกค้าในภาคอีสานด้วยมาตรฐานโชว์รูมและศูนย์บริการ เรามีทีมงานที่พร้อมนำเสนอประสบการณ์ที่ดีที่สุดด้วยประสบการณ์การดำเนินธุรกิจกว่า 30 ปี ให้แก่ลูกค้า ตั้งแต่การเลือกซื้อรถ ไปจนถึงบริการหลังการขายที่ครบวงจร ศูนย์ซ่อมสีและตัวถังมาตรฐานเต็มรูปแบบ เพื่อให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจสูงสุด และมั่นใจในคุณภาพของรถยนต์ฮุนได

ฮุนได โมบิลิตี้ 5

การเปิดตัวโชว์รูมแห่งใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์ระยะยาวของ ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย ในการขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเติบโตของตลาด EV และ SUV ในอนาคต นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า “เรามุ่งมั่นสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้กับลูกค้าทุกคน และพร้อมขับเคลื่อนฮุนไดให้เป็นแบรนด์ยานยนต์ชั้นนำที่ลูกค้าในประเทศไทยให้ความเชื่อมั่นสูงสุด”

ฮุนได โมบิลิตี้ 7

ฮุนได ดี ออโต้ อุบลราชธานีพร้อมมอบทั้งบริการขาย บริการหลังการขาย เพื่อมอบบริการที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าทุกท่าน สามารถสอบถามข้อเสนอและรายละเอียดอื่น ๆ ผ่านช่องทางต่อไปนี้

ฮุนได ดี ออโต้ อุบล โทร. 087-446-8008
Facebook Page. Hyundai Dauto Ubonratchathani – ฮุนได ดี ออโต้ อุบลราชธานี
https://www.facebook.com/HyundaiDautoUbonratchathani
Line Official. https://bit.ly/4f6eZmy
Google Map. https://bit.ly/40vwp7k
สัมผัสประสบการณ์โชว์รูมมาตรฐานฮุนไดได้แล้ววันนี้ที่ ฮุนได ดี ออโต้ อุบลราชธานี และเปิดโลกใหม่แห่งการเดินทางที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณ

เกีย (เซลส์) ประเทศไทย ส่งแคมเปญ ‘Join The Kia Family’ มอบข้อเสนอพิเศษเดียวกับงานมอเตอร์โชว์ 2025

0

เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) เผยผลการดำเนินงานปี 2024 หลังเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2024 และได้สร้างสีสันให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยด้วยการเปิดตัวรถยนต์ The Kia EV9 รถเอสยูวีขนาดใหญ่ 6 ที่นั่งที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเต็มรูปแบบ และ The Kia EV5 รถยนต์เอสยูวีขนาดกลาง ไฟฟ้า 100% ที่ให้ความอเนกประสงค์เต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ทำให้ปีที่ผ่านมาสัดส่วนยอดขายรถยนต์ ICE และ EV ของเกีย (เซลส์) ประเทศไทยอยู่ที่ 55% และ 45% ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยในปี 2025 บริษัทฯ เตรียมเดินหน้าขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย 25 แห่งทั่วประเทศ เพื่อยกระดับการบริการและเข้าถึงลูกค้าได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ล่าสุด จัดแคมเปญ ‘Join The Kia Family’ มอบข้อเสนอเดียวกับงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ 2025 ครั้งที่ 46 ครอบคลุมรถยนต์ SUV และ MPV ทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2025

นายจอง วอน คัง ประธาน บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ในปี 2024 เกียได้สร้างสถิติยอดขายสูงสุดใหม่ที่ 3,100,000 คันทั่วโลก ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริดที่ทำยอดขายรวมได้มากถึง 638,000 คัน จากความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์เกียในการก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก สำหรับ เกีย (เซลส์) ประเทศไทย หลังจากได้เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นล่าสุดในตลาดประเทศไทยเราได้รับการตอบรับที่ดีมากด้วยยอดขายที่โตขึ้น 50% โดยสัดส่วนยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าคิดเป็น 45% ของยอดขายรวม แม้ว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปีที่ผ่านมาจะหดตัวลง 26% ในส่วนของเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายเรายังคงเดินหน้ามอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ล่าสุด เราได้ขยายโชว์รูม ประกอบด้วย เกีย นครปฐม, เกีย อุดรธานี, เกีย เชียงราย, เกีย รามคำแหง, เกีย ติวานนท์, และโชว์รูมเกีย บนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ที่กำลังจะเปิดให้บริการเร็ว ๆ นี้ ซึ่งในปี 2025 บริษัทฯ มีแผนที่จะเพิ่มจำนวนผู้แทนจำหน่ายเป็น 25 โชว์รูมภายในสิ้นปีนี้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ในการขยายการเข้าถึงและยกระดับการให้บริการแก่ลูกค้าเกียทั่วประเทศ”

นายฌ็อง–ดาวิด คริสติญอง อาเรล รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์และการตลาด บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า “ในปี 2024 บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการสร้างการรับรู้และการเปลี่ยนผ่านภาพลักษณ์แบรนด์ผ่านการเปิดตัวรถยนต์รุ่นสำคัญอย่าง The Kia EV9 ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลจากการได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมายจากหลากหลายเวทีทั้งในด้านดีไซน์และสมรรถนะ และ The Kia EV5 ภายใต้แคมเปญ Make A Bold Move พร้อมจัดกิจกรรมสร้างประสบการณ์แบรนด์อย่างต่อเนื่อง อาทิ Kia EV Playground, Kia WonderMom, Kia Carnival FamFest และ Kia Xperience Roadshow ซึ่งจากกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ได้สร้างสรรค์ขึ้น ส่งผลให้เราได้รับรางวัลจากสามเวทีชั้นนำ ได้แก่ 1. รางวัล Best Family Car สำหรับ Kia Carnival จากเวที theAsianparent Awards 2024 ในสาขา Parent’s Choice 2. รางวัล 2024 Thailand’s Social Power Brand ในหมวดแบรนด์รถยนต์ MPV ที่สร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคได้มากที่สุดในโลกออนไลน์แห่งปี และ 3. รางวัล ‘AdPeople AWARDS 2024’ หมวด Experience & Activation จากกิจกรรม Kia EV Playground และสำหรับปี 2025 เรายังคงมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและขยายการรับรู้แบรนด์เกียผ่านแคมเปญการตลาดต่าง ๆ รวมถึงเตรียมเปิดตัวลอยัลตี้โปรแกรมสุดพิเศษในเร็ว ๆ นี้ เพื่อสร้างครอบครัวเกียของเราให้เหนียวแน่นยิ่งขึ้น และล่าสุดเราได้จัดแคมเปญสำหรับงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ 2025 ครั้งที่ 46 โดยใช้ชื่อแคมเปญว่า ‘Join The Kia Family’ ด้วยการนำเสนอรถยนต์ SUV และ MPV ครบครัน พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ รวมถึงโปรแกรมบำรุงรักษาตามระยะฟรี 10 ปี สำหรับ The Kia EV9 โดยแคมเปญฯ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2025 นี้

ข้อเสนอพิเศษ บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2025

โปรโมชันสำหรับ The Kia Carnival LX (11 ที่นั่ง)

ราคาพิเศษ 1,599,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 1,892,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 293,000 บาท)

  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]

โปรโมชันสำหรับ The Kia Carnival EX (11 ที่นั่ง)

ราคาพิเศษ 1,999,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 2,234,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 235,000 บาท)

  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]

โปรโมชันสำหรับ The Kia Carnival SXL (11 ที่นั่ง)

ราคาพิเศษ 2,349,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 2,594,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 245,000 บาท)

  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]

โปรโมชันสำหรับ The Kia Carnival SXL Luxury (7 ที่นั่ง)

ราคาพิเศษ 2,699,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 2,990,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 291,000 บาท)

  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
  • ฟรี จอบนพนักพิงเบาะผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า [4]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]

หมายเหตุ:

[1] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี สำหรับรุ่น LX, EX, SXL และ SXL Luxury โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[2] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[3] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย

[4] จอบนพนักพิงเบาะผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า ตามรุ่นที่บริษัทฯ กำหนด โดยรับประกันคุณภาพระยะเวลา 1 ปี

[5] สิทธิประโยชน์ข้อ [1],[2] และ [4] มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 90,000 บาท เฉพาะรุ่น SXL Luxury และ 50,000 บาทสำหรับรุ่นอื่นๆ ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

 

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia EV5 Light

ราคาพิเศษ 1,099,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 1,299,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 200,000 บาท)

  • อัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามที่สถาบันการเงินกำหนด
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [4]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [5]
  • ชุดพรมปูพื้นรถยนต์ [6]

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia EV5 Air

ราคาพิเศษ 1,229,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 1,399,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 170,000 บาท)

  • ส่วนลดพิเศษมูลค่า 170,000 บาท
  • อัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามที่สถาบันการเงินกำหนด
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [4]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [5]
  • ชุดพรมปูพื้นรถยนต์ [6]

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia EV5 Earth Long Range

ราคาพิเศษ 1,429,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 1,599,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 170,000 บาท)

  • ส่วนลดพิเศษมูลค่า 170,000 บาท
  • อัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามที่สถาบันการเงินกำหนด
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [4]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [5]
  • ชุดพรมปูพื้นรถยนต์ [6]

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia EV5 Earth Exclusive AWD

ราคาพิเศษ 1,629,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 1,799,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 170,000 บาท)

  • ส่วนลดพิเศษมูลค่า 170,000 บาท
  • อัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามที่สถาบันการเงินกำหนด
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [4]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [5]
  • ชุดพรมปูพื้นรถยนต์ [6]

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia EV5 GT-Line AWD

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 0% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [1]
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [4]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [5]

หมายเหตุ:

[1]  อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 0% สำหรับรุ่น GT-Line AWD เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร หรือ 1.99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด หรือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร

[2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) ไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[3] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[4] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[5] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[6] ชุดพรมปูพื้นรถยนต์

[7] สิทธิประโยชน์ข้อ [2], [4] และ [6] มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 50,000 บาท ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia EV9 GT-Line AWD

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [1]
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
  • ฟรี Kia Home Charger 1 ชุด และ ค่าติดตั้ง Kia Home Charger ให้กับลูกค้า [3]
  • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 10 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร [4]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [5]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [6]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [7]

หมายเหตุ:

[1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร

[2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) ไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[3] Kia Home Charger 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง ไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[4] เงื่อนไข ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 10 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[5] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[6] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[7] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[8] สิทธิประโยชน์ข้อ [2], [3], [4], และ [6] มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 136,000 บาท สำหรับรุ่น EV9 ทุกรุ่น ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia Sorento (PHEV)

ราคาพิเศษ 1,899,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 2,099,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 200,000 บาท)

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [1]
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [4]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [5]

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia Sorento (HEV):

ราคาพิเศษ 1,699,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 1,959,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 260,000 บาท)

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [1]
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [4]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [5]

หมายเหตุ:

[1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร

[2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[3] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[4] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[5] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[6] สิทธิประโยชน์ข้อ [2 และ [4] มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 50,000 บาท ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

 

  • ข้อกำหนดและเงื่อนไขอาจมีการเปลี่ยนแปลงทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของบริษัทฯ
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2568 ถึง 30 เมษายน 2568
  • โปรโมชันสำหรับการซื้อผ่านผู้จำหน่าย Kia อย่างเป็นทางการทั่วประเทศไทย
  • ไม่รวมรถแท็กซี่, รถเช่า, รถที่ขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษ, และลูกค้ารถเช่า
  • ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงจะทำการแจ้งผ่านช่องทางสื่อประชาสัมพันธ์ของบริษัทฯ
  • สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อผู้จำหน่าย Kia ใกล้ท่าน หรือ เยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.kia.com/th

OMODA & JAECOO พา JAECOO 6 EV คว้ารางวัล BEST OFF ROAD EV ในงาน CAR OF THE YEAR 2025 ประกาศความมุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต

0

OMODA & JAECOO (อ่านว่า โอโมด้า แอนด์ เจคู่) ภายใต้บริษัท Chery Automobile ผู้นำเทคโนโลยียานยนต์ชั้นนำระดับโลก นำรถพลังงานไฟฟ้าแบบออฟโรด JAECOO 6 EV (หรือ iCAR 03 ในประเทศจีน) สร้างความภาคภูมิใจให้กับวงการยานยนต์ไทย คว้ารางวัล “BEST OFF ROAD EV” จากเวที CAR OF THE YEAR 2025 ซึ่งจัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนภาพลักษณ์ที่ดีทางธุรกิจยานยนต์ และส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย ณ ห้องรอยัล จูบิลี บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

รางวัล BEST OFF ROAD EV ครั้งนี้ ถือเป็นการยืนยันถึงคุณภาพและนวัตกรรมของ JAECOO 6 EV (หรือ iCAR 03 ในประเทศจีน) รถพลังงานไฟฟ้าแบบออฟโรด โดดเด่นด้วยดีไซน์ ONE BOX STYLE ซึ่งได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งด้านความสวยงามที่มาพร้อมคุณประโยชน์การใช้สอย นอกจากนี้ JAECOO 6 EV ได้รับการยกย่องในด้านสมรรถนะการขับขี่ออฟโรดที่โดดเด่น ควบคู่ไปกับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่ทันสมัย สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของ OMODA & JAECOO ในการพัฒนารถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานในยุคปัจจุบัน

JAECOO 6 EV (หรือ iCAR 03 ในประเทศจีน) EV รถพลังงานไฟฟ้าแบบออฟโรด โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ผสมผสานจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยแบบออฟโรดเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยด้วยดีไซน์ที่เปี่ยมด้วยพลังแห่งอนาคต ฉีกกฎงานดีไซน์ทุกการเดินทาง พร้อมท้าทายทุกเส้นทางอย่างไร้ขอบเขต สามารถขับขี่ทั้งออฟโรดและออนโรดได้อย่างมั่นใจด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือระดับ ตั้งแต่การขับในตัวเมืองใหญ่ไปจนถึงเส้นทางขับขี่ที่ยากลำบาก พร้อมด้วยความสะดวกสบายที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานสำหรับทุกเพศทุกวัยทุกไลฟ์สไตล์ในการเดินทางไกล ด้วยระยะทางการขับขี่ที่ยาวนานถึง 426 กิโลเมตร (NEDC) กับความมั่นใจในทุกการเดินทางไปกับระบบเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงจาก JAECOO 6 EV

“รางวัล BEST OFF ROAD EV นี้ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งสำหรับ OMODA & JAECOO เรามุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การใช้งานในทุกสภาพพื้นที่ JAECOO 6 EV พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเราสามารถผสมผสานดีไซน์ที่คงเอกลักษณ์ รวมกับสมรรถนะของรถที่ตอบโจทย์การเดินทางทุกรูปแบบ และเทคโนโลยีพลังงานใหม่ได้อย่างลงตัว” คุณสุชาดา ชูสงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและภาพลักษณ์องค์กร บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

ปี 2568 นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งปีแห่งความมุ่งมั่นของ OMODA & JAECOO ในการพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ควบคู่ไปกับการใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยเป้าหมายที่จะก้าวสู่การเป็นผู้นำในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย รางวัล BEST OFF ROAD EV ครั้งนี้ เปรียบเหมือนจุดเริ่มต้นสำหรับ OMODA & JAECOO ในการเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตต่อไป

มาสด้าคว้า 6 รางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2568 ตอกย้ำความสำเร็จในการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์เพื่อลูกค้าทุกคน

0

บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง เข้ารับรอบรางวัล Car of the Year 2025 หรือรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2568 ที่จัดขึ้นโดย บริษัท กรังซ์ปรีด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และผู้จัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ซึ่งยนตรกรรมมาสด้าสามารถคว้ารางวัลอันทรงเกียรติมาครองได้ถึง 6 รุ่น รวมถึงยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดทั้งสองรุ่น ทั้งรถครอสโอเวอร์เอสยูวีมาสด้า CX-5 และรถปิกอัพมาสด้า บีที-50 ที่เปิดตัวสู่ตลาดไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่กำลังเรียกกระแสตอบรับอย่างดีจากลูกค้าในประเทศไทย สำหรับรางวัลที่มาสด้าได้รับในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยียานยนต์อันมีเอกลักษณ์เฉพาะของมาสด้า ภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟและการออกแบบอันสง่างามจาก โคโดะ ดีไซน์ โดยมุ่งเน้นประโยชน์สูงสุดต่อลูกค้าและผู้ขับขี่อย่างแท้จริง ภายในงานฯ ได้รับเกียรติอย่างสูงจาก นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล พร้อมด้วย นายอโทัย เอี่ยมลำเนา ประธานจัดงาน Car & Bike of the Year 2025 ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า การให้ความสำคัญกับมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Human-Centric)  คือแนวทางที่มาสด้ายึดถือเป็นหลักในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยยานยนต์อันล้ำสมัยเสมอมา ตลอดจนการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมในด้านการบริการ เพื่อยกระดับประสบการณ์และการใช้ชีวิตในทุกด้านให้กับลูกค้าทุกคน เพราะเราเชื่อว่า ความสุขในการขับขี่รถยนต์จะนำมาซึ่งความสุขในการใช้ชีวิต ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้า ดังนั้น การได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้ จึงเป็นสิ่งที่ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของมาสด้าต่อพันธกิจดังกล่าว เพราะไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นว่ารถยนต์มาสด้ามีคุณภาพมาตรฐานสูงจนได้รับการยอมรับจากผู้ทรงคุณวฺฒิทางด้านวิศวกรรมยานยนต์ และยังสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นต่อการนำมาซึ่งประสบการณ์ที่ดีจากการใช้รถยนต์ที่มาสด้าตั้งใจส่งมอบให้กับผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

รถยนต์มาสด้าที่ได้รับรางวัล Car of The Year 2025 มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  1. รถยนต์นั่งสปอร์ต Mazda2 รุ่น XDL เครื่องยนต์ดีเซล         Best Sedan Diesel under 1500 cc.
  2. รถยนต์นั่งสปอร์ต Mazda3 รุ่น SP Fastback                     Best Hatchback under 2000 cc.
  3. รถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์เอสยูวี Mazda CX-5 XDL      Best Diesel SUV Over 2500 cc.
  4. รถปิกอัพมาสด้า BT-50 DBL 2.2 XT Hi-Racer 8AT          Best High-lifted pickup 2200 cc.
  5. รถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์เอสยูวี Mazda CX-30 SP      The Best performance compact SUV
  6. รถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์เอสยูวี Mazda CX-8 SP         The Most Valuable SUV

มาสด้าให้คำมั่นสัญญาว่าจะเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยียานยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ตามแนวทาง Multi-solution เพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าทุกคน เพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเลือกใช้เทคโนโลยียานยนต์จากมาสด้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของตนเอง โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์ เพื่อคงไว้ซึ่งโลกที่สวยงาม เพื่อผู้คน และเพื่อสังคมที่ยั่งยืนตลอดไป

GWM คว้า 3 รางวัลคุณภาพจากงาน CAR & BIKE OF THE YEAR 2025 จากรถยนต์ 3 รุ่น 3 ตระกูล: GWM TANK 300 HEV, GWM ORA 07 และ GWM POER SAHAR HEV

0

GWM (Thailand) ประกาศความสำเร็จรับต้นปี 2568 คว้า 3 รางวัลอันทรงเกียรติจากงานประกาศรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี “CAR & BIKE OF THE YEAR 2025” จากกรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล สะท้อนความ สำเร็จในการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์เหนือระดับให้กับผู้ขับขี่ชาวไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน  โดยมีรถยนต์คุณภาพจาก GWM ถึง 3 รุ่น ใน 3 ตระกูลที่ครอบคลุมทั้ง 3 เซกเมนต์ ที่สามารถคว้ารางวัล

ในงานนี้ ได้แก่

  • GWM TANK 300 HEV กับรางวัล BEST HYBRID 4×4 OFFROAD
  • GWM ORA 07 ในรางวัล BEST EV SEDAN
  • GWM POER SAHAR HEV กับรางวัล BEST HYBRID PICKUP

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ดร. ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานคณะกรรมการบริหาร, นายพีระพงศ์ เอี่ยมลําเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ และ นายอโณทัย เอี่ยมลำเนา ประธานจัดงาน CAR & BIKE OF THE YEAR 2025 โดยมี นางสาวแพนดอร่า หยู๋ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด และนางสาวศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร GWM (Thailand) เป็นตัวแทนรับรางวัล โดยมีผู้บริหารจากค่ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

ไมเคิล ฉง กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “GWM รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติทั้ง 3 รางวัล ถือเป็นการตอกย้ำความสำเร็จ ในการมุ่งมั่นส่งมอบเทคโนโลยีใหม่และนวัตกรรมล้ำหน้าแก่ผู้ใช้งานชาวไทยทั่วประเทศ เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแน่วแน่ในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีกว่า เหนือกว่า และครอบคลุมยิ่งกว่า ผ่านผลิตภัณฑ์และบริการที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ สอดคล้องกับแนวคิด GWM Go With More และกลยุทธ์การยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (User-Centric) ในการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง ในโอกาสนี้ ขอขอบคุณ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล สำหรับรางวัลอันทรงคุณค่าดังกล่าว และลูกค้าทุกคนที่ไว้วางใจและสนับสนุนเราเสมอมา ซึ่งเป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นถึงนวัตกรรมของทั้ง 3 รุ่นที่ครอบคลุมความต้องการของผู้ใช้งานใน 3 เซกเมนต์ที่หลากหลาย โดยเราจะยังคงยึดมั่นคำสัญญาที่จะนำผลิตภัณฑ์คุณภาพที่มาพร้อมเทคโนโลยีอันล้ำสมัยมาให้คนไทยได้สัมผัสอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ในไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน”

สำหรับ GWM TANK 300 HEV คว้ารางวัล BEST HYBRID 4×4 OFFROAD โดยน้องเล็กสายออฟโรดจากตระกูล GWM TANK ได้รับการยอมรับในด้านประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม เทคโนโลยีไฮบริดที่ล้ำสมัย และสมรรถนะการขับขี่ออฟโรดที่แข็งแกร่ง การผสานพลังของเครื่องยนต์ไฮบริดขั้นสูง ด้วยระบบขับเคลื่อน 4WD ทรงประสิทธิภาพทั้งด้านพละกำลัง สมรรถนะ และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย รางวัลนี้สะท้อนถึงคุณภาพที่อัดแน่นและระบบช่วยเหลือการขับขี่แบบออฟโรดอันชาญฉลาดและล้ำสมัยที่เหนือกว่ารถยนต์ในเซ็กเมนต์และระดับราคาเดียวกัน ส่งผลให้ GWM TANK 300 HEV เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ขับขี่ที่มองหารถยนต์ SUV สไตล์ BOXY ระดับพรีเมียม สมรรถนะสูง แต่ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลุยได้ในทุกเส้นทางทั้งการขับขี่ในเมืองและนอกเมือง ออนโรดและออฟโรด

ในขณะที่ GWM ORA 07 รุ่น Long Range ซึ่งได้รับรางวัล BEST EV SEDAN คือรถไฟฟ้า 100% ที่เกิดจากเสียงเรียกร้องของกลุ่มผู้บริโภคชาวไทย ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าในตระกูล GWM ORA ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และมีความสปอร์ต เท่ ปราดเปรียว มีเอกลักษณ์ และให้ความปลอดภัยในทุกเส้นทางขั้นสูงสุด โดย GWM ORA 07 ได้รับการยอมรับในด้านการออกแบบ ที่ทันสมัยและเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า การมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ไร้ที่ติด้วยการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ด้วยระยะทางขับขี่สูงสุด 640 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (NEDC) ทำให้ GWM ORA 07 เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ขับขี่ที่มองหาความสะดวกสบาย และประสิทธิภาพที่เหนือชั้น โดยไม่ทิ้งความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังมีความสามารถในการชาร์จที่รวดเร็ว และระยะทางการขับขี่ที่ไกลขึ้นพร้อมด้วยคุณสมบัติด้านความปลอดภัยและเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ครบครัน ด้วยโครงสร้างรถลักษณะ Cage-Type Body ที่ใช้วัสดุที่มีความแข็งแรงและแข็งแกร่งสูงถึง 77.6% ของส่วนประกอบทั้งหมด รองรับแรงกระแทกจากภายนอกได้อย่างดี และช่วยลดความรุนแรงได้เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันอีกด้วย รางวัลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ GWM ในการพัฒนาและนำเสนอยานยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ ทั้งความต้องการของผู้บริโภค เทคโนโลยีความปลอดภัย  และการรักษาสิ่งแวดล้อมในยุคใหม่

สำหรับ GWM POER SAHAR HEV ซึ่งได้รับรางวัล BEST HYBRID PICKUP เป็นรถกระบะไฮบริดรุ่นแรกในประเทศไทย รถกระบะคันนี้ได้รับการออกแบบเพื่อยกระดับมาตรฐานการขับขี่ ด้วยการผสมผสานระหว่างสมรรถนะที่ทรงพลังและความสะดวกสบายที่เหนือชั้น โดยรางวัลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเลิศในด้านการผสานเทคโนโลยีไฮบริด เข้ากับสมรรถนะของรถกระบะที่ทรงพลัง อีกทั้งมอบประสบการณ์การขับขี่และโดยสารที่เปี่ยมด้วยความสะดวกสบาย ด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวางที่สุดจากขนาดฐานล้อที่ยาวที่สุดในกลุ่มรถยนต์ขนาด 3,350 มิลลิเมตร อีกทั้งยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่เหนือกว่า ยิ่งไปกว่านั้นยังโดดเด่นด้วยฝาท้ายกระบะที่เปิดปิดได้ 2 รูปแบบ เพื่ออำนวยความสะดวกในการบรรทุกได้หลากหลาย พร้อมกับระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีอัจฉริยะมากมาย ฉีกกฏรถกระบะแบบเดิม ๆ อย่างสิ้นเชิง และล่าสุด GWM POER SAHAR ในประเทศออสเตรเลียยังได้รับการรับรองว่าเป็นรถกระบะพลังงานใหม่ที่มีความปลอดภัยสูงสุดระดับ 5 ดาว จาก Australasian New Car Assessment Program (ANCAP) ตอกย้ำถึงการเป็นผู้นำของ GWM ในด้านเทคโนโลยีความปลอดภัยที่เหนือกว่า

3 รางวัลคุณภาพจากงานประกาศรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี “CAR & BIKE OF THE YEAR 2025” เหล่านี้ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดของ GWM มุ่งมั่นส่งมอบเทคโนโลยีใหม่และนวัตกรรมล้ำหน้า เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งกว่า เหนือกว่า และครอบคลุมทุกความต้องการของผู้บริโภค และ GWM พร้อมที่จะนำเสนอนวัตกรรม เทคโนโลยี และดีไซน์ที่เหนือกว่า มาให้ชาวไทยทุกคนได้สัมผัสภายในงาน Bangkok International Motor Show 2025 ณ บูธ A10 สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทาง GWM Application หรือเว็บไซต์ https://www.gwm.co.th

อีซูซุเดินหน้าส่งเสริมศิลปะคู่เยาวชนรุ่นใหม่จัดประกวดวาดภาพดิจิทัลในโครงการ “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ 2567” ชิงทุนการศึกษากว่า 500,000 บาท

0

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เดินหน้าสนับสนุนเยาวชนรุ่นใหม่ในการจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ผลงานภาพวาดดิจิทัลโครงการ “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์” ประจำปี 2567 รอบชิงชนะเลิศ ชิงทุนการศึกษารวมกว่า 500,000 บาท ณ อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด

กลุ่มตรีเพชร โดย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “อีซูซุจัดการประกวดวาดภาพดิจิทัล “โครงการอีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ 2567” อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี สำหรับรอบคัดเลือกปีนี้ เราต้องการส่งเสริมให้เยาวชนไทยตระหนักรู้ถึงความสำคัญและผลกระทบของสื่อดิจิทัลต่อการดำเนินชีวิต เนื่องจากโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ข้อมูลสามารถแพร่หลายได้ทันทีอย่างไร้พรมแดน ทำให้ผู้บริโภคยุคดิจิทัลจำเป็นต้องคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณก่อนแชร์เนื้อหาออนไลน์ ไตร่ตรองถึงความสำคัญโดยการตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูลผ่านหัวข้อ “พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์อย่าเผลอทำผิด คิดก่อนแชร์” ในระหว่างเดือนธันวาคม 2567 ถึงมกราคม 2568 ที่ผ่านมา”

โครงการ “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ 2567” เป็นโครงการเปิดโอกาสให้น้อง ๆ เยาวชนได้มีโอกาสแสดงออกซึ่งความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการผ่านการใช้ศิลปะเป็นสื่อกลางในการวาดภาพ ในปีนี้มีน้อง ๆ ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดถึง 531 ผลงาน โดยมีผู้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศจำนวน 20 คน การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย คัดเลือกโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งประกอบด้วย

  • รศ.ดร. ศุภชัย อารีรุ่งเรือง

คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

  • ผศ.ดร. วิชญ มุกดามณี

คณบดีคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

  • ผศ. อนุพงษ์ จันทร

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำภาควิชาศิลปกรรม คณะสถาปัตยกรรมศิลปะและการออกแบบ

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

รวมถึงกิจกรรมบรรยายพิเศษที่ได้รับเกียรติจาก “คุณนัด ธนิษฐ์ เจียรสวัสดิ์วัฒนา” ครีเอเตอร์ชื่อดังจากเพจ นัดเป็ด ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 2 ล้านคน ซึ่งมีผลงานที่มีลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ ถูกใจผู้คนมากมาย ได้มาร่วมพูดคุยสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ และให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์แก่น้อง ๆเยาวชนที่เข้าร่วมประกวดในวันนี้ รวมทั้งได้ให้ทุกคนร่วมทำกิจกรรม  Workshop  สร้างผลงานสติกเกอร์ สำหรับแอปพลิเคชัน Line อีกด้วย

โดยการประกวดรอบชิงชนะเลิศนั้น เป็นการวาดภาพแบบสดในเวลา 3 ชั่วโมง ในหัวข้อที่กำหนดขึ้นใหม่ ซึ่งในปีนี้อีซูซุได้ประกาศหัวข้อ “ไทยช่วยไทย ก้าวไปด้วยกัน” สำหรับรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งเป็นการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสนับสนุนอุตสาหกรรมในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการที่สร้างสรรค์โดยคนไทย นอกจากช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดการจ้างงานและความเจริญรุ่งเรืองในระยะยาวแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนความรู้ ความสามารถ และความชำนาญของชาวไทยให้ธุรกิจเติบโตต่อไปได้ในตลาดที่มีการแข่งขันสูงต่อไป โดยผลการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศมีดังนี้

รางวัลชนะเลิศ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

  • รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ เด็กหญิงกันตา ณ ลำพูน โรงเรียนเลิร์นสาธิตพัฒนา

จังหวัดกรุงเทพมหานคร   ได้รับทุนการศึกษา 50,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ

  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ เด็กหญิงฮานีนี่ โมหมัดตอเฮด โรงเรียนเกาะจันทร์

พิทยาคาร จังหวัดชลบุรี  ได้รับทุนการศึกษา 30,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ

  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ เด็กหญิงอารีฟะฮ์ ชาญชัยชนะ โรงเรียนวิชัยวิทยา

จังหวัดเชียงใหม่  ได้รับทุนการศึกษา 20,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ

รางวัลชมเชยจำนวน 7 รางวัล ได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 10,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ ได้แก่

  1. เด็กหญิงภัทรภร  จันทิมา  โรงเรียนระยองวิทยาคม  จังหวัดระยอง
  2. เด็กหญิงพรนพรัตน์  วายุวรรธนะ โรงเรียนวิสุทธรังษี  จังหวัดกาญจนบุรี
  3. เด็กหญิงกรรวี  หลีกภัย  โรงเรียนราชินีบน  จังหวัดกรุงเทพมหานคร
  4. เด็กหญิงเพชรอาภา  เพ็ชรละออ  โรงเรียนโพธิสัมพันธ์พิทยาคาร จังหวัดชลบุรี
  5. เด็กหญิงชญานิศ  เชียงทอง  โรงเรียนวิสุทธรังสี จังหวัดกาญจนบุรี
  6. เด็กชายปรารภัฏ  บุญเกษม  โรงเรียนธัมมสิริศึกษาสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
  7. เด็กหญิงธนารีย์  ดอกดี  โรงเรียนหล่มสักวิทยาคม  จังหวัดเพชรบูรณ์
รางวัลชนะเลิศ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

  • รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นางสาวชญาดา อุทัยธัน โรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) จังหวัดกรุงเทพมหานคร  ได้รับทุนการศึกษา 50,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ นางสาวสุชญา ใจกล้า โรงเรียนสว่างบริบูรณ์วิทยา

จังหวัดชลบุรี ได้รับทุนการศึกษา 30,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ

  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ นางสาววิรัลพัชร เจริญสันติสุข โรงเรียนมารีวิทย์สัตหีบ

จังหวัดชลบุรี  ได้รับทุนการศึกษา 20,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ

รางวัลชมเชยจำนวน 7 รางวัล ได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 10,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ ได้แก่

  1. นางสาวณัฏฐณิชา บางดี โรงเรียนบัวขาว จังหวัดกาฬสินธุ์
  2. นางสาวธิดาวัลย์ สิงห์คำ โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย จังหวัดขอนแก่น
  3. นายภีรศักดิ์ ศรีสุระ  โรงเรียนสว่างบริบูรณ์วิทยา  จังหวัดชลบุรี
  4. นางสาวเกวลิน ญาณอภิมนตรี  โรงเรียนสตรีวัดอัปสรสวรรค์  จังหวัดกรุงเทพมหานคร
  5. นางสาวชนกนันท์ พันธุ์มาตย์  โรงเรียนมาบตาพุดพันพิทยาคาร จังหวัดระยอง
  6. นายนฤพล หยองวังปา  โรงเรียนสันติวิทยาสรรพ์  จังหวัดเลย
  7. นางสาวพิมพ์พิศา โคตศิริ โรงเรียนท่าเรือ “นิตยานุกูล” จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

หัวข้อสดในรอบชิงชนะเลิศปีนี้ “ไทยช่วยไทย ก้าวไปด้วยกัน” ทำให้หนูรู้สึกตกใจเล็กน้อยเพราะไม่ได้เตรียมตัวสำหรับหัวข้อนี้มา แต่ก็เข้ากับยุคสมัยตอนนี้ดีค่ะ ภาพวาดของหนูต้องการสะท้อนว่า เราเป็นคนไทยและอยู่ในเมืองไทยด้วยกันก็ควรให้ความช่วยเหลือกัน ถ้าอยู่ใกล้ก็เอื้อมมือไปช่วย ถ้าไกลก็ส่งกำลังใจ แต่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เราก็ช่วยกันได้เสมอค่ะ อยากเชิญชวนเพื่อน ๆ ให้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ในครั้งต่อ ๆ ไป เพราะเป็นโอกาสที่ดีมากที่จะได้โชว์ฝีมือการวาดภาพของเราเด็กหญิงกันตา ณ ลำพูน โรงเรียนเลิร์นสาธิตพัฒนา กรุงเทพมหานคร ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เผยที่มาของผลงาน “ไม่ไกลเกินเอื้อม”

รางวัลชนะเลิศระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

สำหรับ นางสาวชญาดา อุทัยธัน จากโรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) กรุงเทพมหานคร ผู้ชนะเลิศระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เผยความรู้สึกว่า “แรงบันดาลใจของผลงานชิ้นนี้มาจากวลีหนึ่ง คือ ส่งต่อความห่วงใย เราเปรียบเปรยความห่วงใยเป็นรูปห่วงสีทอง และคำว่า ก้าวไปด้วยกัน นั้นหมายถึง ไม่ว่าเราจะอยู่ต่างที่คนละมุมโลก เป็นใครก็ไม่รู้ แต่ถ้าหากว่าเราทุกคนห่วงใยคนรอบข้างกันสักนิด แค่นี้สังคมก็จะน่าอยู่ขึ้นและพร้อมก้าวไปด้วยกัน ดังนั้นเพื่อน ๆ ที่สนใจวาดรูป มีใจรักในศิลปะ เข้ามาประกวดกันได้นะคะ อีซูซุเขาใจดีค่ะ”

นอกจากนี้ยังมีรางวัล Popular Vote จำนวน 10 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 5 คน จะได้รับทุนการศึกษาคนละ 2,500 บาท  และพิเศษ! รางวัล Content Creator 10 รางวัล สำหรับผู้เข้าแข่งที่จัดทำคลิปที่เกี่ยวข้องกับผลงานหรือกิจกรรมนี้อย่างสร้างสรรค์ลงในช่องทาง TikTok โดย 10 คลิปที่ถูกใจคณะกรรมการ มากที่สุด และทำถูกต้องตามกติกา จะได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 2,500 บาท ทั้งนี้สามารถติดตามประกาศรางวัลในโครงการ “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์” ประจำปี 2567 ได้ที่ https://isuzuyouthrelations.com/  และสามารถติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มได้ทางเว็บไซต์ www.isuzuyouthrelations.com  หรือ www.isuzu-tis.com

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดตัว ‘มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์’ รุ่นพิเศษ จำนวนจำกัด

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวรถ ‘มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์’ รุ่นพิเศษ จำนวนจำกัด สะกดทุกสายตาด้วยดีไซน์สปอร์ตพรีเมียม ที่สะท้อนตัวตนของครอบครัวรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบความทันสมัยและไลฟ์สไตล์แอ็กทีฟ  ตอกย้ำความแข็งแกร่งและโดดเด่นในการเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งขนาดเล็ก

มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย กล่าวว่า “มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์ และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี เพลย์ เป็นรถรุ่นพิเศษ ที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในกลุ่มรถยนต์ครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งขนาดเล็ก ของรถจากซีรีส์ ‘มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์’ มาพร้อมรูปลักษณ์ที่สะท้อนความสปอร์ตพรีเมียมอันโดดเด่นและสะดุดตา ตอบสนองไลฟ์ไตล์สุดแอ็กทีฟของครอบครัวยุคใหม่ ที่พร้อมออกไปสนุกกับกับการใช้ชีวิตและกิจกรรมด้วยกัน มอบความอุ่นใจตลอดการใช้งาน ด้วยเครือข่ายผู้จำหน่ายกว่า 190 แห่งทั่วประเทศ พร้อมบริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม ลูกค้าจึงสามารถเชื่อมั่นได้ในสมรรถนะที่เหนือชั้นและความคุ้มค่า” มร. อินาบะ กล่าวเพิ่มเติม

มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์’ มอบประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับ เต็มเปี่ยมด้วยพลังและมั่นใจในทุกเส้นทาง ด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ปลอดภัย สะดวกสบาย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มาพร้อม MITSUBISHI e:MOTION ที่ผสาน 3 สุดยอดเทคโนโลยี อันเป็นเอกลักษณ์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประกอบไปด้วย ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดที่ทรงพลัง เพื่อพละกำลังที่เหนือกว่าและความประหยัดน้ำมัน โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Mode) ให้ความปลอดภัย ลุยได้ในทุกสภาพถนน และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) เพื่อการขับขี่ที่มั่นใจสูงสุดขณะเข้าโค้ง ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง เบาะนั่งปรับพับได้หลากหลายรูปแบบและมีพื้นที่จัดเก็บสัมภาระที่ปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ ตอบโจทย์ทุกความต้องการและรองรับทุกไลฟ์สไตล์

ดีไซน์แบบสปอร์ตพรีเมียมโดดเด่นด้วยหลังคาสีดำ กระจกมองข้างสีดำ คิ้วขอบกระจกประตูสีดำ กระจังหน้าตกแต่งไดนามิกชิลด์สีดำ เสาอากาศแบบครีบฉลามสีดำ และล้ออัลลอยสีดำ นอกจากนี้ ยังมีมือเปิดประตูด้านนอกสีเดียวกับตัวรถ และไฟท้ายแบบ LED สี Smoke โดย มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์ ยังมาพร้อมไฟหน้าและ
กรอบไฟหน้าสีดำ ชุดตกแต่งสปอยเลอร์หลัง พร้อมด้วยชุดตกแต่งชายกันชนหน้า กันชนข้างและกันชนหลัง ขณะที่ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี เพลย์ มาพร้อมกันชนหน้า แผงตกแต่งข้างประตู แบบ Cross Design สีดำ และกระจังหน้าสีเดียวกับตัวรถ

มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์ มีสีตัวถังให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาว White Diamond พร้อมหลังคาสีดำ และ สีเทา Graphite Gray พร้อมหลังคาสีดำ ขณะที่ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี เพลย์ มีสีตัวถังให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีขาว White Diamond พร้อมหลังคาสีดำ สีเทา Graphite Gray พร้อมหลังคาสีดำ และสีเขียว Green Bronze พร้อมหลังคาสีดำ ในราคาจำหน่ายที่ 981,000 บาททั้งสองรุ่น