Home Blog Page 83

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จัดแข่งขัน BMW Golf Cup 2025 ต่อเนื่องเป็น ปีที่ 12

0

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เตรียมส่งตัวแทนนักกอล์ฟสมัครเล่นไทยสู่เวทีระดับโลก จัดการแข่งขัน BMW Golf Cup 2025 ทัวร์นาเมนต์กอล์ฟสมัครเล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก รอบคัดเลือก ณ สนามกอล์ฟนิกันติ จังหวัดนครปฐม ในปีนี้ มีนักกอล์ฟสมัครเล่นทั่วประเทศกว่า 1,900 คนเข้าร่วมแข่งขันใน 16 ทัวร์นาเมนต์ทั่วประเทศ โดยจะมี 120 ท่านที่จะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ เพื่อเฟ้นหาสุดยอด นักกอล์ฟเพียง 3 ท่าน เป็นตัวแทน บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ร่วมชิงชัยในรอบชิงชนะเลิศระดับโลก ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนมีนาคม 2026

BMW Golf Cup 2025 รอบคัดเลือก เริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ครอบคลุมหลายจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึง อุบลราชธานี พิษณุโลก เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี สงขลา ภูเก็ต ชลบุรี และนครปฐม ไปจนถึงกรุงเทพฯ และจะสิ้นสุดในวันที่ 21 พฤษภาคม 2025 รวม 16 ทัวร์นาเมนต์ เสริมทัพความพิเศษสำหรับนักกอล์ฟสมัครเล่นที่ทำผลงาน
พิชิตโฮล-อิน-วัน รับรางวัลพิเศษ ประกอบด้วย

  • ทริปสุดพิเศษสำหรับ 2 ท่าน สู่มิวนิค ประเทศเยอรมนี สนับสนุนโดยบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย
  • ลำโพง Bowers & Wilkins สนับสนุนโดย โบเวอร์ แอนด์ วิลกินส์ (Bowers & Wilkins) โดยมีผู้พิชิตรางวัลแล้วจากทัวร์นาเมนต์เชียงใหม่
  • GARMIN Golf Launch Monitor สนับสนุนโดยการ์มิน (GARMIN) แบรนด์นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ชั้นนำ
  • ชุดเหล็ก T-Series 1 ชุด สนับสนุนโดยไทเทิลลิสท์ (Titleist) แบรนด์ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์กอล์ฟและอุปกรณ์เสริมระดับโลก โดยมีผู้พิชิตรางวัลแล้วจากทัวร์นาเมนต์ภูเก็ต

นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ยังคงเชิญชวนนักกอล์ฟทุกท่านร่วมในการกุศลอย่างต่อเนื่อง โดยรายได้ ส่วนหนึ่งจากการแข่งขัน BMW Golf Cup 2025 จะถูกนำไปสมทบทุนให้แก่มูลนิธิชัยพัฒนาเพื่อสนับสนุน การดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ร่วมติดตามและเป็นกำลังใจให้นักกอล์ฟสมัครเล่นไทยบนเส้นทางสู่การแข่งขันระดับโลก พร้อมรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแข่งขัน BMW Golf Cup 2025 ได้ที่เว็บไซต์ www.bmw.co.th

Porsche 911 Spirit 70: ถ่ายทอดอารมณ์แห่งความอิสระและความสนุกแบบยุค 70s–80s

0

ปอร์เช่ (Porsche) เผยโฉม 911 Spirit 70 รุ่นเปิดประทุนลิมิเต็ด ที่ถ่ายทอดกลิ่นอายและเสน่ห์จากยุค 1970s และต้นทศวรรษ 1980s อย่างเต็มเปี่ยม ผลิตเพียง 1,500 คันทั่วโลก ภายใต้แนวคิด Heritage Design ซึ่งเป็นกลยุทธ์การนำแรงบันดาลใจจากอดีตกลับมาสู่รถรุ่นใหม่ รุ่นนี้โดดเด่นด้วยสีพิเศษ “Olive Neo” และการตกแต่งภายในสุดคลาสสิกด้วยลวดลาย “Pasha” อันเป็นตำนาน สะท้อนถึงความหรูหราและเอกลักษณ์ของรถสปอร์ตในยุคนั้น พื้นฐานของ 911 Spirit 70 คือ 911 Carrera GTS Cabriolet เจเนอเรชันล่าสุด ที่มาพร้อมระบบ Performance Hybrid รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งประกอบด้วยระบบไฟฟ้าแรงสูง, eTurbo และมอเตอร์ไฟฟ้าในชุดเกียร์ PDK โดยผสานการทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ Boxer ขนาด 3.6 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ ให้พละกำลังรวมสูงสุดที่ 398 กิโลวัตต์ (541 แรงม้า)  และแรงบิดสูงสุด 610 นิวตันเมตร 911 Spirit 70 พร้อมเปิดให้สั่งจองแล้ว โดยคาดว่าจะเริ่มส่งมอบในยุโรปตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 เป็นต้นไป และจะทยอยวางจำหน่ายในตลาดอื่น ๆ ตามลำดับ 

สตุ๊ทการ์ท (Stuttgart). ไมเคิล เมาเออร์ (Michael Mauer) รองประธานฝ่ายออกแบบของปอร์เช่ (Vice President Style Porsche) กล่าวว่า “รถรุ่น Heritage Design มีบทบาทเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ โดยเฉพาะในมุมของการออกแบบ ทุกเส้นสายของปอร์เช่ล้วนเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของแบรนด์ และรถลิมิเต็ดเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า เราสามารถนำองค์ประกอบจากอดีตมาตีความใหม่อย่างทันสมัยได้อย่างไร”

อเล็กซานเดอร์ ฟาบิก (Alexander Fabig) รองประธานฝ่ายการปรับแต่งเฉพาะบุคคลและรถคลาสสิก (Vice President Individualisation and Classic) กล่าว “รถลิมิเต็ดเหล่านี้ได้รับความนิยมอย่างมากจากลูกค้าทั่วโลก สองรุ่นก่อนในกลยุทธ์ Heritage Design สามารถถ่ายทอดไลฟ์สไตล์ของยุคสมัยในอดีตกลับมาได้อย่างสวยงาม และสร้างแรงตอบรับอันยอดเยี่ยม เรารู้สึกภูมิใจที่จะนำเสนอรุ่นที่สาม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคอลเลกชันที่เปี่ยมด้วยความเอ็กซ์คลูซีฟอย่างแท้จริง”

รถรุ่นพิเศษภายใต้แนวคิด Heritage Design ไม่เพียงเป็นการยกย่องประวัติศาสตร์ของปอร์เช่เท่านั้น แต่ยังเน้นย้ำมิติด้านไลฟ์สไตล์ ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวคิดหลักภายใต้กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ของปอร์เช่ (Porsche Product Strategy) ที่มุ่งสร้างประสบการณ์และอารมณ์ร่วมให้กับผู้ขับขี่อย่างลึกซึ้ง รุ่นแรกของซีรีส์นี้คือ 911 ทาร์กา 4เอส เฮอริเทจ ดีไซน์ เอดิชัน (911 Targa 4S Heritage Design Edition) ซึ่งเปิดตัวในปี 2020 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากยุค 1950s ถึงต้นทศวรรษ 1960s ต่อมาในปี 2022 ปอร์เช่ได้เปิดตัวรถสะสมรุ่นที่สองภายใต้แนวคิดเดียวกัน นั่นคือ 911 สปอร์ต คลาสสิก (911 Sport Classic) ซึ่งสะท้อนสไตล์แห่งยุค 1960s ถึงต้นยุค 70s ได้อย่างชัดเจน โดยผลิตจำนวนจำกัดเพียง 1,250 คั

911 Spirit 70 รุ่นใหม่ คือบทต่อยอดครั้งสำคัญ ซึ่งไม่เพียงสืบสานดีเอ็นเอของรุ่นก่อนหน้า แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการขยายขอบเขตบริการปรับแต่งเฉพาะบุคคลของปอร์เช่ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ผ่านแผนก Porsche Exclusive Manufaktur ที่มีตัวเลือกให้ลูกค้าเลือกสรรได้มากกว่า 1,000 รายการ ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ยอดสั่งซื้ออุปกรณ์ตกแต่งจาก Exclusive Manufaktur เพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึงสองเท่าต่อคัน สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการด้านความเฉพาะตัวที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มลูกค้าทั่วโลก เพื่อรองรับความต้องการอันหลากหลายในอนาคต ปอร์เช่มีแผนขยายศักยภาพของแผนก Exclusive Manufaktur อย่างมีนัยสำคัญ

สี Turbonite ยังเป็นโทนสีหลักของตราสัญลักษณ์ (Crest) ที่ออกแบบมาพิเศษสำหรับรถยนต์ตระกูล Turbo โดยเฉพาะ ในเร็ว ๆ นี้ รถรุ่นสมรรถนะสูงระดับเรือธงทั้งหมดของปอร์เช่ จะได้รับการติดตั้งตราสัญลักษณ์พิเศษนี้ ทั้งที่ด้านหน้า ตัวรถ, ล้ออัลลอยน้ำหนักเบา (Light Alloy Wheels) และบนพวงมาลัย

Porsche Design ยังได้รังสรรค์นาฬิกาโครโนกราฟคุณภาพสูงแบบเอ็กซ์คลูซีฟ สำหรับผู้ซื้อรถรุ่นนี้ ดีไซน์ของนาฬิกาเรือนนี้สะท้อนรายละเอียดจาก 911 Spirit 70 ได้อย่างมีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะลวดลาย Pasha สีดำเงา บนหน้าปัด ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากลายเบาะกลางของรถรุ่นพิเศษคันนี้โดยตรง

Porsche Lifestyle Collection ที่ออกแบบมาให้เข้าชุดกับ 911 Spirit 70 เปิดโอกาสให้คุณได้ย้อนสู่ยุค 1970s อย่างมีสไตล์และเต็มไปด้วยความคลาสสิกที่แท้จริง กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับนักสะสมสุดพิเศษนี้ประกอบด้วยเสื้อผ้าแนว Daywear, Sportswear แอสเซสซอรี่ไลฟ์สไตล์ และโมเดลรถที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณของยุคนั้นได้อย่างลงตัว

คอนเซ็ปต์สีพิเศษและตราสัญลักษณ์แบบย้อนยุค: ดีไซน์ภายนอก

ทีมนักออกแบบและผู้เชี่ยวชาญด้านสีของปอร์เช่ได้รังสรรค์สี Olive Neo ขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับ 911 Spirit 70  เป็นเฉดเขียวเข้มที่หรูหรา ที่ให้กลิ่นอายของความคลาสสิกแต่แฝงไว้ด้วยความทันสมัยอย่างมีรสนิยม เพื่อเพิ่มมิติและความโดดเด่นยิ่งขึ้น ปอร์เช่เลือกใช้สี Bronzite ซึ่งเป็นโทนเทา-ทอง (Grey-Gold) สำหรับการตกแต่งส่วนต่าง ๆ ของตัวรถ ไม่ว่าจะเป็นส่วนล่างของกันชนท้าย ด้านหน้ารถ และล้อ Sport Classic ดีไซน์แบบ ‘Fuchs’ ที่เป็นซิกเนเจอร์อันโด่งดังของแบรนด์ หลังคาผ้าใบเป็นสีดำ เช่นเดียวกับกรอบกระจกบังลมหน้า รับกับรายละเอียดโดยรวม เพิ่มความเฉียบคมให้กับภาพลักษณ์ของรถสปอร์ตเปิดประทุนรุ่นนี้อย่างลงตัว

บนฝากระโปรงหน้าของรถ ประดับด้วยแถบตกแต่งสามเส้นในสีดำแบบ Silk Gloss ซึ่งเป็นดีเทลที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสติ๊กเกอร์เพื่อความปลอดภัยในยุค 1970s ยุคนั้นนักขับรถสปอร์ตมักติดแถบลายยาวตามตัวถัง เพื่อให้รถสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากกระจกมองหลัง โดยเฉพาะบนทางด่วนหรือในสนามแข่งที่ใช้ความเร็วสูง แถบตกแต่งนี้ถูกใช้ต่อเนื่องไปยังหลังคาผ้าใบแบบ Tone-on-Tone และยังมีกราฟิกด้านข้างตัวรถ พร้อมตัวอักษร Porsche และวงกลมหมายเลขสตาร์ท หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘Lollipop’ ในสีดำแบบ Silk Gloss พร้อมหมายเลขเฉพาะสำหรับแต่ละคัน รายละเอียดเหล่านี้สะท้อนถึงรากฐานแห่งความสปอร์ตของแบรนด์ปอร์เช่อย่างแท้จริง

หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนความลงตัวระหว่าง “ประเพณี” และ “นวัตกรรม” ได้อย่างชัดเจน คือบริเวณกลางฝากระโปรงหน้าของ 911 Spirit 70 ซึ่งประดับด้วย ตราสัญลักษณ์ปอร์เช่ (Porsche Crest) ที่แทบจะถอดแบบมาจากดีไซน์คลาสสิกของปี 1963 บริเวณแก้มข้างของตัวรถยังมีตรา “Porsche Exclusive Manufaktur” สีทอง ซึ่งบ่งบอกถึงความพิถีพิถันในการผลิตระดับงานคราฟต์ ด้านหลังของตัวรถ บนกระจังฝาท้าย ติดตั้งตรา Porsche Heritage ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากตราสัญลักษณ์บนรถ ปอร์เช่ 356 (Porsche 356) ที่เคยมอบให้เมื่อรถผ่านระยะทาง 100,000 กิโลเมตร ในช่วงทศวรรษ 1950 อีกหนึ่งรายละเอียดสุดพิเศษคือ ตัวอักษร Porsche และชื่อรุ่นที่ด้านท้าย ที่มาในโทนสีทองสะท้อนแสง โดยผ่านกระบวนการเคลือบผิวด้วยทองชุบแบบกัลวาไนซ์ (Galvanised Gold-Plating) จนได้ความแวววาวงดงามอย่างเหนือระดับ

ห้องโดยสารที่เต็มไปด้วยความทรงจำจากสนามแข่ง: ลวดลาย Pasha” และงานออกแบบภายในสุดประณีต

ไฮไลต์สำคัญภายในห้องโดยสารของ 911 Spirit 70 คือผ้าลวดลายคลาสสิก Pasha ในโทนสี ดำ/Olive Neo ที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ ลวดลายกราฟิกของผ้านี้ได้รับแรงบันดาลใจจากธงตราหมากรุกที่โบกสะบัดในสนามแข่ง สี่เหลี่ยมขนาดต่างกันที่จัดวางอย่างชาญฉลาดสร้างมิติความเคลื่อนไหวในลายผ้า แตกต่างจากการใช้ผ้า Jacquard Velour แบบดั้งเดิมในอดีต รุ่นนี้เลือกใช้สิ่งทอที่ผสานกับเส้นใยแบบ Flock Yarns ช่วยเสริมคาแรคเตอร์สปอร์ตให้เด่นชัดยิ่งขึ้น พร้อมมอบผิวสัมผัสที่นุ่มสบาย และความสะดวกสบายที่เหนือกว่า โดยเฉพาะในการเดินทางไกล

ภายในห้องโดยสารของ 911 Spirit 70 ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันทุกองค์ประกอบ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ผสานความหรูหราเข้ากับกลิ่นอายแห่งความคลาสสิกอย่างสมบูรณ์แบบ เบาะนั่งแบบ Sports Seats Plus ปรับได้ถึง 18 ทิศทาง มาพร้อมแผงกลางที่หุ้มด้วยผ้าลวดลาย Pasha ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่นเดียวกันกับที่ใช้ตกแต่งบนกระจกมองข้างด้านในประตู และแม้แต่ในกล่องเก็บของหน้ารถ ลูกค้ายังสามารถเลือกอัปเกรดเพิ่มเติม ด้วยการตกแต่งลวดลาย Pasha บริเวณด้านหลังพนักพิงเบาะ และบนแผงคอนโซลหน้า เป็นออปชันเสริมที่ช่วยยกระดับความพิเศษให้เหนือระดับขึ้นอีกขั้น ภายในตกแต่งด้วยหนังแท้ Club Leather สีดำบาซอลต์ (Basalt Black) เย็บตะเข็บด้วยด้ายสี Olive Neo เข้ากับธีมสีหลักของรถ โดย แพ็กเกจภายในหนังคลับนี้ถูกรวมไว้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงาน นอกจากนี้ พรมห้องสัมภาระด้านท้ายยังมาในแบบพลิกกลับได้ (Reversible Boot Mat) พร้อมลวดลาย Pasha เช่นกัน

ความพิเศษยังขยายไปถึงแผงหน้าปัดที่ออกแบบโดยผสานดีไซน์วินเทจเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย หน้าจอแสดงผลความละเอียดสูงขนาด12.65 นิ้ว ออกแบบให้สื่อถึงความคลาสสิก มาพร้อมเข็มสีขาวและเส้นสเกลในรูปแบบอะนาล็อก ขณะที่ตัวเลขสีเขียวได้รับแรงบันดาลใจจากเรือนไมล์ของ Porsche 356 รุ่นในตำนาน สัญลักษณ์ชื่อรุ่นถูกบรรจงผสานอย่างประณีตลงในมาตรวัดรอบแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ (Fully Digital Rev Counter) ซึ่งเป็นฟีเจอร์เฉพาะสำหรับรุ่นนี้ เช่นเดียวกับนาฬิกาจับเวลารุ่นพิเศษของระบบ Sport Chrono ก็มาพร้อมเข็มสีขาวและตัวเลขสีเขียว ซึ่งเป็นดีไซน์เฉพาะสำหรับ 911 Spirit 70

ย้อนเวลาอย่างมีสไตล์สู่ยุค 70s

ปอร์เช่เตรียมนำเสนอประสบการณ์ดิจิทัลรูปแบบใหม่ผ่าน แอปพลิเคชันสำหรับ Apple Vision Pro ที่จะพาผู้ใช้งานย้อนสู่บรรยากาศแห่งทศวรรษ 1970s และออกแบบรถในฝันของตนเองได้อย่างมีอิสระภายในแอป ผู้ใช้สามารถปรับแต่ง Porsche 911 Spirit 70 แบบทีละขั้นตอน พร้อมทั้งเรียนรู้แรงบันดาลใจและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของยุคนั้นไปพร้อมกัน แอปพลิเคชันนี้จะเปิดให้ดาวน์โหลดฟรีทาง App Store สำหรับ Apple Vision Pro ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2025 ซึ่งตรงกับช่วงเปิดตัว 911 Spirit 70

ท่านสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงภาพถ่ายและวิดีโอได้ที่ Porsche Newsroom: newsroom.porsche.com

รถยนต์รุ่นใหม่ทั้งหมดที่จำหน่ายโดยปอร์เช่ (Porsche) ได้รับการรับรองประเภท (Type-approved) ตามมาตรฐาน WLTP แล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2023 เป็นต้นมา ค่าทางเทคนิคตามมาตรฐาน NEDC ที่ได้จากการแปลงจากค่า WLTP จะไม่มีแสดงสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่อีกต่อไป

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิง และการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) อย่างเป็นทางการของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลรุ่นใหม่ ได้จากสิ่งพิมพ์ชื่อ ‘แนวทางเกี่ยวกับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง การปล่อย CO₂ และการใช้พลังงานไฟฟ้าของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลรุ่นใหม่’ ซึ่งสามารถขอรับได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายที่โชว์รูมของผู้จำหน่ายทั่วประเทศ หรือที่ DAT, Hellmuth-Hirth-Strasse 1, D-73760 Ostfildern

วิริยะประกันภัย จัดประชุมผู้จัดการสาขาทั่วประเทศ มุ่งส่งเสริมงานบริการ ผ่านเครือข่ายตัวแทน – คู่ค้าพันธมิตร

0

นายดลเดช สัจจวีระกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ให้เกียรติเป็นประธาน “การประชุมผู้จัดการสาขาทั่วประเทศ” พร้อมนำคณะผู้บริหารระดับสูง และผู้จัดการสาขาทั่วประเทศ เข้าร่วมการประชุมวางแผนกำหนดแนวทางการดำเนินงาน ประจำปี 2568 โดยมุ่งเน้นการพัฒนาประสิทธิภาพของตัวแทนประกันวินาศภัย และยกระดับมาตรฐานการดูแลคู่ค้าทางธุรกิจของบริษัทฯ ให้มีความสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ผ่านโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการสนับสนุนเครื่องมือทางการตลาด ที่ช่วยส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันให้กับเครือข่ายตัวแทน ณ โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์การบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าผู้เอาประกันภัย ด้วยบริการประกันวินาศภัยที่มีคุณภาพและเป็นมาตรฐานเดียวกัน จึงได้จัดการประชุมผู้จัดการสาขาทั่วประเทศขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อยกระดับคุณภาพงานบริการงานสาขา ทั้ง 6 ภูมิภาค และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายตัวแทนและพันธมิตรทางธุรกิจ ให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าผู้เอาประกันภัยได้อย่างรวดเร็ว เป็นธรรม และได้รับความคุ้มครองสูงสุด

“นิสสัน” ส่งมอบ นิสสัน นาวารา ให้ WWF “ทน พร้อม ลุย” พิชิตทุกภารกิจ

0
นิสสัน 1

นิสสัน ประเทศไทย ส่งมอบรถ นิสสัน นาวารา รุ่น PRO-4X จำนวน 2 คัน ให้กับองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล สำนักงานประเทศไทย หรือ WWF ประเทศไทย ตามที่ได้สั่งซื้อ โดยมี วฤทธิ์ ภักดียิ่งยง รองประธานสายงานขาย สายงานฝ่ายวางแผนองค์กร สายงานประสานงานภายนอกและรัฐกิจสัมพันธ์ และ ฝ่ายวิจัยการตลาด ร่วมกับ ชาตรี ชุดบุญธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามนิสสันเซลส์ จำกัด เป็นส่งมอบให้กับ รัฐพล พิทักษ์เทพสมบัติ รองผู้อำนวยการฝ่ายอนุรักษ์ WWF ประเทศไทย เป็นผู้รับมอบ

องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) เป็นองค์การระหว่างประเทศที่ดำเนินงานด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ปัจจุบัน WWF มีผู้สนับสนุนมากกว่า 5 ล้านคนจากทั่วโลกและเครือข่ายขององค์กรทำงานร่วมกันมากกว่า 100 ประเทศ พันธกิจของ WWF คือการอนุรักษ์ไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพ และการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนโดยที่มนุษย์สามารถอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติได้อย่างสมดุล

นิสสัน 2

เมื่อปีที่ผ่านมา นิสสันได้สนับสนุน นิสสัน นาวารา รุ่น PRO-4X จำนวน 2 คัน เพื่อสนับสนุนทาง WWF ประเทศไทย ใช้ในภารกิจศึกษา วิจัย ดูแล ฟื้นฟูพื้นที่ป่า และสัตว์ป่า ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกรุง จ.สุราษฎร์ธานี และโครงการฟื้นฟูประชากรเสือโคร่ง ในภารกิจหลัก คือ การวิจัย เก็บข้อมูลเกี่ยวกับผืนป่า และสัตว์ป่าสำคัญ เช่น เสือโคร่ง ที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์-คลองลาน จ.กำแพงเพชร

นิสสัน นาวารา “ทน พร้อม ลุย” โดดเด่นในด้านสมรรถนะ ความทนทาน และการบรรทุกหนัก พร้อมทั้งความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร และระบบความปลอดภัยที่ให้มาแบบครบครัน ด้วยโครงสร้างแชสซีทำจากเหล็กกล้า รองรับทุกการบรรทุกหนักได้อย่างจุใจ ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ YS23DDTT แบบ 4 สูบ DOHC เทอร์โบคู่ ความจุ 2.3 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 190 hp (Ps) แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร (Nm) เกียร์ออโตเมติก 7 สปีด สามารถเลือกโหมดการขับขี่แบบแมนนวล (M mode) ได้เพื่อความสนุกสนาน ควบคุมได้ดังใจ ให้ประโยชน์ใช้สอย และความสะดวกเต็มพิกัดกับฝาท้ายที่ช่วยผ่อนแรงในการเปิด-ปิด และขนของที่กระบะได้สะดวก ตอบโจทย์การบรรทุกสัมภาระทั้งขนาดใหญ่ และเล็ก

“ประธาน Motor Expo” ร่วมโชว์ “คอนเสิร์ท 62 ปี The Youngsters”

0
The Youngster 1

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน MOTOR EXPO หนึ่งในสมาชิกวง The Youngsters จัดงาน “คอนเสิร์ท 62 ปี • Young Heart Never Dies” บรรยากาศคอนเสิร์ทผ่านพ้นไปอย่างน่าประทับใจ มีวง ”From Here to the Moon” มาเพิ่มความสนุก และมีตัวแทนบริษัทรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ตลอดจนเพื่อนๆ มาร่วมให้กำลังใจอย่างคับคั่ง ที่พิพิธภัณฑ์คนรักรถ “Auto Rendezvous Museum-Bangkok” ชั้น 1 สำนักงาน บริษัท สื่อสากล จำกัด เมื่อเร็วๆ นี้

The Youngster 2

The Youngster 3

“เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย)” มอบทองคำมูลค่ารวมกว่า 7 แสนบาท ให้กับลูกค้าผู้โชคดี จากแพลตฟอร์ม Mercedes-Benz Select และบริการสินเชื่อ Top-Up Refinance

0
เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ 1

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (‘บริษัทฯ’) ผู้ให้บริการทางการเงินครบวงจรสำหรับผู้ใช้รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ตอบแทนลูกค้าคนสำคัญด้วยการจัดงานมอบรางวัลให้กับผู้โชคดีจาก 2 แคมเปญพิเศษ ได้แก่ แคมเปญลุ้นรับทองคำมูลค่ารวมกว่า 5 แสนบาท สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถ “Mercedes-Benz Select” ผ่านแพลตฟอร์ม Mercedez-Benz Certified Thailand พร้อมทำสัญญาทางการเงินกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ และแคมเปญลุ้นรับทองคำมูลค่ารวมกว่า 2 แสนบาท สำหรับลูกค้า “Top-Up Refinance” ซึ่งเป็นข้อเสนอพิเศษ ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 กันยายน 2567 – 28 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการนำเสนอโซลูชันทางการเงินที่ครบวงจรให้กับลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทุกท่าน

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีการจับรางวัลไปเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2568 ณ โรงแรมวิลล่า บารอน ปากเกร็ด และมีพิธีมอบรางวัลให้กับผู้โชคดีทั้งหมดในวันที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมา ณ เดอะ เฮาส์ ออน สาทร (The House on Sathorn) โดยมี คุณศุภวุฒิ จีรมนัสนาคร กรรมการผู้จัดการ และคณะผู้บริหารบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมมอบรางวัลและแสดงความยินดีในครั้งนี้

นายศุภวุฒิ จีรมนัสนาคร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) มีความยินดีที่จะมอบรางวัลให้กับ ผู้โชคดีทุกท่านในครั้งนี้ บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะดูแลลูกค้าตลอดการใช้งานรถยนต์ของท่าน โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ตอบสนองความต้องการ นอกเหนือจากบริการทางการเงินสำหรับรถใหม่ ซึ่งเป็นบริการที่ครอบคลุมทุกช่วงระยะเวลาการเป็นเจ้าของรถยนต์ของท่าน ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มการซื้อขายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่าง Mercedes-Benz Select ที่เราจะมอบประสบการณ์ที่มีมาตรฐานสำหรับการขายรถยนต์ของท่าน ตั้งแต่การตรวจสภาพรถยนต์ การแนะนำเรื่องการตั้งราคาที่มาจากไกด์ไลน์ของบริษัทฯ ซึ่งทำให้ลูกค้าไม่ต้องเสียเวลาดำเนินการขายรถยนต์เองตามผู้ขายรถมือสองอิสระต่างๆ และเรายังสามารถทราบได้อีกว่ารถยนต์ที่เรารักจะไปอยู่กับลูกค้าท่านไหนต่อไปผ่านบริการสินเชื่อสำหรับรถยนต์ใช้แล้ว นอกเหนือจากนั้นบริษัทฯ ยังให้บริการ Top-Up Refinance วงเงินเพื่อเพิ่มสภาพคล่องจากรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ของท่าน ซึ่งเป็นข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านสามารถมั่นใจและไว้วางใจได้เมื่อใช้บริการทางการเงินกับเรา จะได้รับบริการด้วยความเป็นมืออาชีพแบบ เมอร์เซเดส-เบนซ์

เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ 3

สุดท้ายนี้ผมขอแสดงความยินดีกับทุกท่านอีกครั้ง หวังว่าเราจะได้ดูแลท่านต่อไปในอนาคตไม่ว่าจะเป็นการซื้อรถคันใหม่ วงเงินรีไฟแนนซ์ รวมถึงประกันภัย ไปจนถึงการซื้อขายรถผ่านแพลตฟอร์มของบริษัทฯ”

รางวัลในแคมเปญ “ลุ้นรับทองคำมูลค่ารวมกว่า 5 แสนบาท สำหรับลูกค้า Mercedes-Benz Select และทองคำมูลค่ารวมกว่า 2 แสนบาท สำหรับลูกค้า Top-Up Refinance” แบ่งออกเป็น 2 ประเภท และมีผู้ได้รับรางวัล ดังนี้

1.รางวัลสำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มือสอง ผ่านแพลตฟอร์ม Mercedes-Benz Select และทำสัญญาทางการเงินกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ ทั้งหมด 6 รางวัล มูลค่ารวม 527,500 บาท ดังนี้
•รางวัลทองคำแท่งหนัก 5 บาท มูลค่า 263,750 บาท จำนวน 1 รางวัล ได้แก่
คุณ นักรบ สกุลทหาร

เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ 3
•รางวัลทองคำแท่งหนัก 1 บาท รางวัลละ 52,750 บาท จำนวน 5 รางวัล มูลค่ารวม 263,750 บาท ได้แก่ คุณอนิรุทธิ์ กิมเยื้อน, บริษัท อนัญญา โซลูชั่น จำกัด, คุณกรรณ์ ชวกรกุล, บริษัท เจตาแบค จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ภชิสา จำกัด

2.รางวัลสำหรับลูกค้าที่ใช้บริการสินเชื่อ Top-Up Refinance รับทองคำแท่งหนัก 1 บาท มูลค่ารางวัลละ 52,750 บาท ทั้งหมด 5 รางวัล มูลค่ารวม 263,750 บาท ได้แก่ คุณชมภูรัช เถาว์เป็น, คุณกฤษขจร บุญญาวุฒิกุล, คุณสุทธินี ไชยวุฒิ, คุณวสันต์ ธนลภัสวาณิชย์
และ คุณปุณณดา อภิดำรงธรากุล

เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ 4

คุณนักรบ สกุลทหาร ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลใหญ่ทองคำหนัก 5 บาท มูลค่า 263,750 บาท ในแคมเปญ Mercedes-Benz Select กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้รับรางวัลนี้ว่า “ผมรู้สึกดีใจ และตื่นเต้นมากๆ ครับที่ได้รับรางวัลนี้ ก่อนหน้านี้ผมรู้จักแพลตฟอร์ม Mercedes-Benz Select ผ่านทางโฆษณาออนไลน์บนเฟสบุ๊ค และในช่วงนั้นผมกำลังมองหารถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ใช้แล้วอยู่พอดี ซึ่งบนเว็บไซต์มีรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ให้ผมเลือกเยอะมากๆ หลายร้อยคัน ซึ่งผมก็ได้เจอรถที่ผมถูกใจที่นี่ โดยผมตัดสินใจซื้อรถผ่านทางแพลตฟอร์มนี้เพราะมีความน่าเชื่อถือ เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายรถยนต์มือสองที่ให้บริการโดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ โดยตรง และมีการันตีให้ว่ารถยนต์ทุกคันผ่านการตรวจเช็กสภาพมาแล้วมากกว่า 200 รายการ ทำให้ผมมั่นใจเป็นอย่างมากครับ นอกเหนือจากนี้รถที่ขึ้นขายยังมีราคาที่ดี เจ้าหน้าที่ให้บริการและให้คำแนะนำอย่างดี รวดเร็ว และมีบริการทางการเงินที่พร้อมบริการเรา ทำให้เราสะดวกสบาย ไม่ต้องไปหาไฟแนนซ์ที่อื่นเอง สุดท้ายผมอยากแนะนำ Mercedes-Benz Select ให้กับทุกคนที่กำลังมองหารถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ใช้แล้ว ที่นี่มีตัวเลือกให้เราเยอะที่สุด อีกทั้งไม่ต้องกังวลเรื่องคุณภาพรถ เรื่องการยื่นขอสินเชื่อ เพราะเค้ามีพร้อมให้ครบ จบ เรียกได้ว่า Mercedes-Benz Select เป็น One Stop Services Platform ของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มือสองอย่างแท้จริงเลยครับ”

เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ 6

คุณวสันต์ ธนลภัสวาณิชย์ ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลทองคำหนัก 1 บาท มูลค่า 52,750 บาท ในแคมเปญ Top-Up Refinance กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้รับรางวัลนี้ว่า “ผมรู้สึกดีใจที่ได้รับรางวัลมากครับ โดยผมเลือกใช้บริการ Top-Up Refinance กับทางบริษัทฯ เพราะว่าสะดวก เจ้าหน้าที่ บริการดี ที่สำคัญดอกเบี้ยต่ำ และไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งบริษัทฯ ให้วงเงินกับลูกค้าค่อนข้างดีครับ โดยข้อดีที่เราทำสินเชื่อกับทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ คือทางบริษัทฯ อนุมัติสินเชื่อให้เราได้อย่างรวดเร็ว เพราะรู้ประวัติของเราอยู่แล้ว และเราก็มั่นใจที่นี่เพราะเป็นผู้ให้บริการทางการเงินของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยตรง ซึ่งผมอยากแนะนำเมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ ให้กับทุกท่านนะครับ เพราะไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงิน หรือการบริการหลังการขายต่างๆ บริษัทฯ จะมีความเป็นมืออาชีพตามมาตรฐานเมอร์เซเดส-เบนซ์ และที่นี่เปรียบเสมือนครอบครัวของเมอร์เซเดส-เบนซ์
เมื่อซื้อรถเบนซ์ก็ต้องเลือกใช้ไฟแนนซ์ของที่นี่ครับ”

เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ 6

“NEX” จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ในรูปแบบการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

0
NEX 1

บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX ผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แบบครบวงจรในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด Drive The Better Future Drive EV นำโดยนายวสุ กลมเกลี้ยง ประธานกรรมการบริษัท (กลาง) พร้อมคณะกรรมการบริษัท และผู้บริหารของบริษัท ได้เข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ซึ่งจัดในรูปแบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-AGM) ซึ่งมีกรรมการบริษัทเข้าร่วมประชุมที่บริษัท จำนวน 7 ท่าน (ตามภาพ) และเข้าร่วมประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 2 ท่าน โดยถ่ายทอดสดจากห้องประชุม Grand Ballroom สำนักงานใหญ่ บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) เพื่อให้ผู้ถือหุ้นรับทราบผลการดำเนินงานของบริษัทในรอบปี 2567 รวมถึงอนุมัติการแต่งตั้งกรรมการบริษัท การเพิ่มทุนจดทะเบียน การจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน เพื่อรองรับการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Rights Offering) และการอนุมัติเรื่องต่าง ๆ ตามกฎหมาย พร้อมทั้งตอบข้อซักถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุม เพื่อให้บริษัทพร้อมขับเคลื่อนธุรกิจให้มีความแข็งแกร่งทุกมิติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการจัดประชุมได้สำเร็จลุล่วงเป็นไปได้ด้วยดี

“GWM” สยายปีกสู่เวทีระดับโลก เปิด 3 กลยุทธ์สำคัญ ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ทุ่ม 500 ล้านหยวน ตั้งศูนย์ทดสอบความปลอดภัยที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

0
GWM 1

GWM ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” โดยในงาน
Auto Shanghai 2025 ครั้งที่ 21 นอกจากจะได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้เข้าชมงานทั่วโลกด้วยทัพยนตรกรรมกว่า 40 รุ่น จาก 6 แบรนด์หลัก GWM ยังได้ประกาศ 3 กลยุทธ์สำคัญเพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจในระดับโลกอีกด้วย ได้แก่ 1.) ยกระดับมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ พร้อมตอบความต้องการในทุกตลาดด้วยนวัตกรรมที่หลากหลายและครอบคลุม 2.) พัฒนานวัตกรรมระบบขับเคลื่อนที่ล้ำหน้าและหลากหลายของตนเองเพื่อผู้ใช้ทั่วโลก 3.) สร้างระบบนิเวศร่วมกับชุมชนทั่วโลก พร้อมทุ่มงบประมาณกว่า 500 ล้านหยวน (2,300 ล้านบาทโดยประมาณ) เพื่อจัดตั้งศูนย์ทดสอบความปลอดภัยที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ทั้งหมดนี้ คือการมุ่งสร้างการเติบโตในระดับสากลของ GWM เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ระดับโลกที่ล้ำหน้าด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง มอบประสบการณ์อัจฉริยะในการเดินทางเพื่ออนาคตที่ครอบคลุมกว่าและเหนือกว่าในทุกมิติอย่างแท้จริง

เกรทวอลล์  2

 

มู่ เฟิง ประธาน GWM กล่าวว่า “ภารกิจของ GWM คือการก้าวข้ามขีดจำกัดในทุกมิติ เพื่อมอบยนตรกรรมอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานทั่วโลก โดยในครั้งนี้บริษัทฯ มาพร้อมกับ 3 กลยุทธ์สำคัญที่กำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัย การพัฒนาและผลิตเครื่องยนต์อย่างครบวงจร รวมทั้งการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ที่ยั่งยืนในตลาดต่าง ๆ ทั่วโลก ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกในทุก ๆ ด้าน GWM จะยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้บุกเบิกทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมสร้างไลฟ์สไตล์ยานยนต์ที่สอดคล้องกับแนวคิด ‘เทคโนโลยีที่เต็มไปด้วยความรัก และโลกที่เต็มไปด้วยพลังชีวิต” (Tech With More Love. World With More Life) เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าทั่วโลก”

3 กลยุทธ์สำคัญในการกำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจในระดับโลกของ GWM ประกอบด้วย

Consistency & Diversity: ยกระดับมาตรฐานสากล “อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ” พร้อมย้ำ “ความปลอดภัย” คือหัวใจหลักของแบรนด์

GWM ตอกย้ำความเป็นผู้นำในระดับโลกผ่านกลยุทธ์ “มาตรฐานระดับโลกควบคู่กับการปรับให้เหมาะสมในแต่ละท้องถิ่น” (Global Standards + Local Customization Strategy) โดยมุ่งยกระดับทั้งคุณภาพและความปลอดภัยของรถยนต์ตามมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง ยืนยันความสำเร็จด้วยคะแนน 5 ดาวจากการทดสอบชั้นนำในหลากหลายเวทีทั่วโลก สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกได้อย่างแท้จริง มอบความปลอดภัยให้กับทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และผู้ใช้รถใช้ถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับกลยุทธ์ดังกล่าว ในปี 2568 นี้ GWM ได้มีการลงทุนกว่า 500 ล้านหยวน หรือกว่า 2,300 ล้านบาท ในการก่อตั้งศูนย์ทดสอบความปลอดภัยที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ในเมืองเป่าติ้ง ประเทศจีน อีกทั้งยังได้มีการจัดแสดงแบบจำลองของศูนย์ทดสอบความปลอดภัยและห้องปฏิบัติการอุโมงค์ลม ภายในงาน Auto Shanghai 2025 เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นและความทุ่มเทด้านความปลอดภัยของยานยนต์พลังงานใหม่ให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

เกรทวอลล์ 3

นอกจากด้านมาตรฐานระดับโลกแล้ว GWM ยังเสริมสร้างรากฐานของแบรนด์ให้แข็งแกร่งในทั้ง 3 มิติผ่าน “ตัวตน คุณภาพ และการบริการ” (Character, Quality, and Service) ร่วมกับการยกระดับเอกลักษณ์แบรนด์ในทั้ง 3 ด้าน “ผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และวัฒนธรรม” (Product, Technology, and Culture) ด้วยการพัฒนาและปรับผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในตลาดต่าง ๆ ได้อย่างตรงจุด เช่น GWM TANK 300 รุ่น Middle East Edition ที่มาพร้อมเพดานดวงดาวระยิบระยับเสมือนบรรยากาศท้องฟ้าในยามราตรี และ GWM ORA รุ่น Nordic Edition ที่แต่งแต้มบรรยากาศด้วยไฟหลากสีสันราวกับแสงเหนืออันตระการตา รวมถึงการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริงผนวกกับการสร้างการรับรู้และขยายชื่อเสียงของแบรนด์และการยอมรับในระดับนานาชาติได้อย่างแข็งแกร่ง

Powerful Powertrains for Globalization: พัฒนานวัตกรรมระบบขับเคลื่อนที่ล้ำหน้าของตนเองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสมรรถนะ

เกรทวอลล์  5

ก่อนที่ GWM จะประสบความสำเร็จจนสามารถสร้างชื่อเสียงอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศจีนและระดับโลกในปัจจุบันนั้น GWM ก้าวสู่ความสำเร็จจากการเปิดตัวรถกระบะรุ่น “Deer” ในปี 2538 และเริ่มขยายไปยังตลาดต่างประเทศในปี 2540 หลังจากที่ แจ็ค เว่ย ผู้ก่อตั้ง GWM ได้รับแรงบันดาลใจจากการเติบโตของตลาดรถกระบะหลังจากที่ได้เดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย จนนำไปสู่การริเริ่มและพัฒนาธุรกิจ รวมถึงความคิดสร้างสรรค์ในการผลิตเทคโนโลยีและนวัตกรรมของเครื่องยนต์ที่ล้ำหน้าสำหรับรถกระบะเพื่อจัดจำหน่ายในประเทศจีน และขึ้นครองตำแหน่งแบรนด์ที่มียอดขายรถกระบะสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ติดต่อกันถึง 26 ปีซ้อนในที่สุด ในปี 2545 GWM รุกตลาดรถยนต์เอสยูวีผ่านรุ่น GWM Safe และ GWM HAVAL H6 จนพัฒนาจาก “ผู้นำในตลาดรถยนต์เอสยูวีของจีน” สู่การเป็น “เพื่อนร่วมทางสำหรับบรรดาครอบครัวทั่วทุกมุมโลก” GWM ยังได้มีการขยายแบรนด์ให้ครอบคลุมในหลากหลายทุกเซกเมนต์มากยิ่งขึ้นนับตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา เช่น GWM WEY ที่ได้เปิดประตู GWM ให้ก้าวเข้าสู่ตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียม GWM ORA กับการเปิดตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่เน้นความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และ GWM TANK ที่ผงาดขึ้นเป็นรถยนต์พลังงานใหม่ในตลาดออฟโรดระดับโลกที่เต็มไปด้วยคาแรกเตอร์ที่แตกต่าง แข็งแกร่ง และพรีเมียม

เกรทวอลล์ 7

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ในระดับโลก GWM มุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาศักยภาพทางธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ “การพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยี” (Technological Self-Reliance) กับการวิจัยและพัฒนา ผลิต ตลอดจนซ่อมบำรุง และการดูแลอย่างครบวงจรด้วยตนเอง เพื่อก้าวขึ้นสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลกอย่างแท้จริง ยิ่งไปกว่านั้น GWM ยังมาพร้อมกับกลยุทธ์ การพัฒนาเครื่องยนต์สันดาปภายในอย่างครอบคลุม” (Broad Internal Combustion) เพื่อพัฒนาและปรับปรุงเทคโนโลยีการทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์ เกียร์ และระบบการขับเคลื่อนแบบไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง นำไปสู่การสร้างระบบขับเคลื่อนไฮบริดสี่ล้ออัจฉริยะหลากหลายรูปแบบ อาทิ Hi4, Hi4 Performance Edition, Hi4-Z, Hi4-T และ Hi4-G ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไปจนถึงรถบรรทุกเชิงพาณิชย์ ตอบโจทย์การเดินทางและการใช้งานที่หลากหลายของลูกค้าทั่วโลกได้อย่างเป็นรูปธรรม

เกรทวอลล์ 9

An Ecological Community: สร้างระบบนิเวศร่วมกับชุมชนทั่วทุกมุมโลก เพื่อบูรณาการในชุมชนทั่วโลกอย่างยั่งยืน

การพัฒนาและการปรับผลิตภัณฑ์ให้ตรงใจผู้บริโภคอาจยังไม่เพียงพอ การร่วมมือกับท้องถิ่นจึงเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่จะทำให้ GWM สามารถดำเนินและขยายธุรกิจไปสู่ระดับโลกได้อย่างยั่งยืน นำไปสู่แนวคิด “อยู่ในท้องถิ่น เพื่อตลาดท้องถิ่น และบูรณาการกับชุมชนท้องถิ่น” (Being in the Local Market, For the Local Market, and Integrating into the Local Community) ด้วยการดำเนินธุรกิจในกว่า 170 ประเทศ ครอบคลุมทั้งในยุโรป ตะวันออกกลาง ลาตินอเมริกา เอเชียแปซิฟิก และแอฟริกา โดย GWM มุ่งมั่นตอบสนองความต้องการของตลาดแต่ละแห่งด้วยความเข้าใจในอุตสาหกรรมยานยนต์ในตลาดนั้น ๆ อย่างลึกซึ้ง อีกทั้งยังได้มีการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ร่วมกับซัพพลายเออร์ระดับนานาชาติและพันธมิตรในอุตสาหกรรมไฮเทคชั้นนำกว่า 300 รายทั่วโลก เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับ GWM นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับกลยุทธ์ “การขยายระบบนิเวศในต่างประเทศ” (Ecosystem Expansion Abroad) ที่ครอบคลุมตั้งแต่ด้านการวิจัยและการพัฒนา การผลิต
ห่วงโซ่อุปทาน การขาย และการบริการหลังการขายในตลาดต่างประเทศอย่างไร้ขีดจำกัด ล่าสุด GWM ได้เปิดตัวโลโก้ใหม่
GWM Beacon ที่สื่อถึงพันธสัญญาอันแน่วแน่ในการขยายตัวสู่ระดับโลก สอดคล้องกับแนวคิด “One GWM” ที่สะท้อนให้เห็นว่า GWM เป็นแบรนด์ที่มีความเชื่อมโยงทั่วโลก อีกทั้งจะยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีอย่างไม่หยุดยั้งผ่าน
“การขยายระบบนิเวศควบคู่การเจาะลึกในตลาดท้องถิ่น” (Ecosystem Expansion + Deep Localization) สู่การส่งมอบยนตรกรรมคุณภาพสูงให้กับผู้บริโภคในตลาดต่าง ๆ ทั่วโลก

เกรทวอลล์ 10

จากจุดเริ่มต้นในประเทศจีน GWM พร้อมแล้วที่จะเดินหน้าขยายตัวสู่ตลาดโลกอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อส่งมอบเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์ที่เหนือระดับให้กับผู้บริโภคทั่วโลก พร้อมเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำระดับโลกในด้านการขับเคลื่อนสุดอัจฉริยะและนวัตกรรมยานยนต์อันล้ำสมัยโดยมีประเทศไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการดำเนินธุรกิจเพื่อผลิตและส่งออกไปสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างเต็มภาคภูมิ

 

 

ขับ SUZUKI CELERIO วันนี้ สบายกระเป๋า ผ่อนหนักทำไม จัดไปคนละครึ่ง ซูซูกิช่วยผ่อน 50% นานสูงสุด 20 เดือน หรือเริ่มต้นเบาๆ เดือนละ 3,302 บาท นาน 99 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1

0
ซูซูกิ เซเรริโอ 1

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดยานยนต์ในช่วงต้นปี 2568 แม้จะยังไม่ถือว่าคึกคักมากนัก เนื่องจากผู้บริโภคยังคงเผชิญกับปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจ ทั้งภาวะเงินเฟ้อ หนี้ครัวเรือน และความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงิน อย่างไรก็ตาม การจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา สามารถสร้างแรงกระตุ้นให้กับตลาดได้ในระดับหนึ่ง โดยมียอดจองรถยนต์รวมภายในงานสูงถึง 77,379 คัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคยังคงมีความต้องการในการซื้อรถยนต์ใหม่อยู่ไม่น้อย

ซูซูกิ เซเรริโอ 2

“เรามองว่ารถยนต์ยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะพาหนะที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต และเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างรายได้ของผู้บริโภค ทำให้ยังมีความต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์เพื่อใช้งานในชีวิตประจำวัน ถึงแม้บางส่วนยังมีความกังวลในเรื่องภาวะเศรษฐกิจและภาระค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ดี ความต้องการพื้นฐานของผู้บริโภคยังคงเน้นไปที่รถยนต์ที่มีคุณภาพดี ดูแลรักษาง่าย ประหยัดพลังงาน และสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างคุ้มค่าในทุกด้าน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางที่ซูซูกิให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง”

ซูซูกิเล็งเห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคที่กำลังมองหารถยนต์คุณภาพดีที่สามารถเป็นเจ้าของได้ง่าย คุ้มค่า ประหยัดพลังงาน และประหยัดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา ภายใต้แนวคิด “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง แต่การมีรถยนต์ยังคงเป็นสิ่งจำเป็น ทั้งในฐานะพาหนะเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และเป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพ ซูซูกิจึงเตรียมสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ ด้วยการเปิดตัวแคมเปญสุดร้อนแรงแห่งปี “ผ่อนหนักทำไม จัดไปคนละครึ่ง” ซื้อ SUZUKI CELERIO ซูซูกิช่วยผ่อน 50% หรือเลือกผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของรถได้ง่ายขึ้น และใช้งานได้อย่างคุ้มค่าในทุกมิติของการใช้ชีวิต

Suzuki Celerio 1

สำหรับแคมเปญ “ผ่อนหนักทำไม จัดไปคนละครึ่ง ซูซูกิช่วยผ่อน 50% หรือเลือกผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน มอบให้กับลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของ SUZUKI CELERIO รถยนต์นั่งขนาดเล็กคุณภาพเกินตัว ซึ่งเป็นความตั้งใจของซูซูกิในการเข้าไปช่วยแบ่งเบาภาระของผู้บริโภคในช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ แต่ยังมีความจำเป็นต้องใช้รถยนต์ในชีวิตประจำวัน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของการจัดแคมเปญช่วยผ่อนสูงถึง 50% ต่อเดือน นานสูงสุด 20 เดือน หรือสามารถเลือกอีกหนึ่งโปรโมชันยอดนิยม คือผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน เพียงเดือนละ 3,302 บาท พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 3 ปี ซูซูกิยังมุ่งมั่นที่จะคอยดูแลลูกค้าในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกซื้อรถยนต์จนถึงการให้บริการหลังการขาย เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านมั่นใจในคุณภาพและความคุ้มค่าอย่างเต็มที่ โดยมีเงื่อนไขเฉพาะลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อผ่านสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการ ลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ

ซูซูกิ เซเรริโอ 3

สำหรับ SUZUKI CELERIO ตอบสนองการใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ มอบให้ทั้งประโยชน์ใช้สอยและความประหยัด ขนาดห้องโดยสารที่กว้างสบายอย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยพื้นที่บริเวณเหนือศีรษะและพื้นที่วางขาสบายทั้งที่นั่งตอนหน้าและตอนหลัง และมีพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ จัดวางสิ่งของได้มากเกินคาด ทั้งยังสามารถพับเบาะหลังได้ 60:40 (ในรุ่น GX) เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของได้หลากหลาย ตอบโจทย์ด้านประโยชน์ใช้สอยได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตอบรับทุกการใช้งานที่ครบครัน ด้วยจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมเครื่องเล่นวิทยุที่รองรับการเล่นไฟล์ MP3 และ WMA ระบบเชื่อมต่อ Bluetooth รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ทั้งระบบ Apple Carplay และ Android Auto (ในรุ่น GX)

ซูซูกิ เซเรริโอ 6

ผู้ขับขี่ยังมั่นใจได้ในสมรรถนะด้วยเครื่องยนต์ K10B ขนาด 1.0 ลิตร คอมแพคคาร์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ มอบพละกำลังและความสามารถเกินตัว มีสมรรถนะการขับที่ดี คล่องตัว ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่า 20 กิโลเมตรต่อลิตร และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  รูปลักษณ์ภายนอกและภายในห้องโดยสารที่ได้รับการออกแบบให้ดูโดดเด่นสะดุดตา  เสริมความอุ่นใจด้วยระบบและอุปกรณ์เสริมความปลอดภัยมาตรฐาน ตอกย้ำภาพลักษณ์ของซูซูกิเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตรถอีโคคาร์

ซูซูกิ เซเรริโอ 8

SUZUKI CELERIO ตอบสนองการใช้งานด้วย 4 รุ่นทางเลือก พร้อมให้ใช้ 4 สี ได้แก่ สีเทา สีดำ สีแดง และสีขาว พิเศษเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงราคาที่เหมาะสม ดังนี้

  • SUZUKI CELERIO GA/MT ราคาจำหน่าย 319,900 บาท
  • SUZUKI CELERIO GL/CVT ราคาจำหน่าย 379,900 บาท
  • SUZUKI CELERIO GL UP/CVTราคาจำหน่าย 391,900 บาท
  • SUZUKI CELERIO GX/CVT ราคาจำหน่าย 399,900 บาท

ทั้งนี้ โปรโมชันพิเศษดังกล่าว มอบให้สำหรับผู้ที่จองและรับรถยนต์ซูซูกิภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 เท่านั้น โดยซูซูกิยังคงยึดมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพที่มาพร้อมความคุ้มค่า ทั้งในด้านราคาและค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาที่เป็นมิตร เข้าถึงได้ง่าย เพื่อมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า อีกทั้ง ซูซูกิยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนางานบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุด และเดินหน้าสร้างแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค พร้อมเติบโตเคียงข้างคนไทยในทุกเส้นทาง

“Hyundai Staria” มาตรฐานใหม่แห่งวงการ MPV ไทย กับโฆษณา “Heritage Goes On”

0
Hyundai Staria 1

บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ของ Hyundai Staria ภายใต้สโลแกน “Heritage Goes On” ถ่ายทอดเรื่องราวสายใยความรักของครอบครัวผ่านเรื่องราวที่จริงใจและอบอุ่น สะท้อนเจตนารมณ์ในการส่งต่อคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมยกระดับ Hyundai Staria ให้เป็นมาตรฐานใหม่ของ MPV ที่ตอบโจทย์ทุกบทบาทของชีวิต ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวัน การท่องเที่ยว และการใช้งานเชิงธุรกิจ

Hyundai Staria 3

นายเจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “หนึ่งในแรงผลักดันสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนา Hyundai Staria คือเทรนด์ Multi-Generational Travel ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในไทยและทั่วโลก จากการปรับวิถีชีวิตของคนในสังคมที่เลือกจะอยู่รวมกันในบ้านหลังเดิมหรือขยายพื้นที่เดิมให้กว้างขึ้น มากกว่าการแยกออกไปลงทุนเพื่อซื้อบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์ใหม่ ฮุนไดจึงออกแบบ Staria ให้ยืดหยุ่น เพียบพร้อมทั้งความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และพื้นที่ใช้สอยที่รองรับสมาชิกหลายช่วงวัยได้อย่างลงตัว พร้อมทั้งเลือกถ่ายทอดแคมเปญผ่านภาพยนตร์โฆษณาที่เน้นถ่ายทอดความรักและความผูกพันของครอบครัว ผ่านเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความจริงใจแทนการเล่าเรื่องด้วยภาพลักษณ์ที่สวยงามเพียงอย่างเดียว

Hyundai Staria 4

แม้ Hyundai H-1 จะครองใจตลาดด้วยความคุ้มค่า ความทนทาน และการใช้งานที่ตอบโจทย์ครอบครัวได้อย่างยอดเยี่ยม แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนไป เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น Hyundai Staria จึงถูกพัฒนาเพื่อสานต่อความสำเร็จของ H-1 สู่การกำหนด “มาตรฐานใหม่ของรถยนต์ MPV” ทั้งด้านการออกแบบ สมรรถนะ และเทคโนโลยีความปลอดภัยเพื่อตอบสนองความพึงพอใจ

ฮุนได สตาเรีย 6

การออกแบบ : โดดเด่นด้วยตัวถังยาว 5,253 มม. รองรับ 11 ที่นั่งได้อย่างสบาย ภายในหรูหราด้วยเบาะหนัง แถวสามมอบความสบายและผ่อนคลายด้วยเบาะแยกส่วนอิสระ มาพร้อม Apple CarPlay, Android Auto, USB Charger ถึง 7 จุด และระบบปรับอากาศ Dual-Zone ที่ดูแลผู้โดยสารทุกที่นั่งอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ ยังเพิ่มความสะดวกสบายด้วยประตูสไลด์ไฟฟ้า Smart Power Sliding Doors ฝาท้ายไฟฟ้าแบบ Smart พร้อมบันไดข้างไฟฟ้า (ในรุ่น Premium with Power Sidesteps)

ฮุนได สตาเรีย 7ด้านสมรรถนะ : Hyundai Staria มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร เทอร์โบ กำลังสูงสุด 175 แรงม้า แรงบิด 431 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดใหม่ล่าสุด ให้การขับขี่ที่นุ่มนวลกว่า และประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับเกียร์ 5 สปีดของ H-1 เสริมด้วยช่วงล่างด้านหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัทและด้านหลังแบบมัลติลิงก์ ที่ช่วยให้เกาะถนนได้แน่นขึ้น นั่งสบายมากขึ้น ไม่ว่าจะขับในเมืองหรือเดินทางไกล

ฮุนได สตาเรีย 8

เทคโนโลยีความปลอดภัย : Hyundai Staria เสริมตัวเลือกเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยรอบด้านอย่าง Hyundai SmartSense 12 ฟังก์ชันที่ช่วยจัดการความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและระบบช่วยขับขี่ได้เป็นอย่างดี เช่น ระบบช่วยเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Forward Collision-avoidance Assist (FCA), กล้องแสดงภาพจุดอับสายตา Blind-Spot View Monitor (BVM), ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Keeping Assist (LKA), ระบบเตือนและเบรกอัตโนมัติขณะถอยรถ Rear Cross-traffic
Collision-avoidance Assist (RCCA), ระบบเตือนและช่วยควบคุมพวงมาลัยเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา Blind-spot Collision-avoidance Assist (BCA), ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Smart Cruise Control (SCC) และ ระบบป้องกันการเปิดประตูสไลด์เมื่อมีรถวิ่งมาด้านข้าง Safe Exit Assist (SEA)

ฮุนได สตาเรีย 9

นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แม้ตลาด MPV จะเติบโตขึ้นจากความต้องการใช้งานจริงที่หลากหลาย แต่ความท้าทายที่สำคัญคือ ‘ภาพจำ’ ว่า MPV ดูไม่เท่ Hyundai Staria จึงถูกออกแบบให้มีทั้งความทันสมัย ความหรูหรา และความยืดหยุ่นในการใช้งานในรถคันเดียว พร้อมสื่อสารด้วยแนวทางที่จริงใจและมีความหมาย เพื่อให้ Staria กลายเป็น MPV ที่เป็นมากกว่าแค่ยานพาหนะ แต่คือพื้นที่ที่เชื่อมโยงความรัก ความเข้าใจ และการเติบโตร่วมกันของครอบครัวไทยยุคใหม่”

Hyundai Staria ทลายกรอบ “รถตู้” แบบเดิม ๆ ที่เราคุ้นเคย สู่การเป็นยานยนต์อเนกประสงค์ระดับพรีเมียม เพื่อตอบโจทย์ครอบครัวคนไทยและนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ต้องการสมรรถนะที่มั่นใจได้ทุกเส้นทาง เพียบพร้อมทั้งดีไซน์ล้ำสมัย เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง Hyundai Staria คือคำตอบที่ใช่ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.659 ล้านบาท พร้อมส่วนลดเงินสดสูงสุด 200,000 บาทและประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี เมื่อจองและรับรถ Staria ภายใน 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 ศึกษาข้อเสนอเพิ่มเติมได้ที่ www.hyundai.com/th และโชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ