Home Blog Page 84

ฟอร์ดจัดประชุมผู้จำหน่าย เน้นความเป็นเลิศทั้งด้านการขายและการบริการ เสริมสร้างความร่วมมือกับผู้จำหน่ายให้แข็งแกร่ง

0

ฟอร์ด ประเทศไทย จัดประชุมใหญ่ประจำปีเพื่อแถลงทิศทางธุรกิจกับผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ ประกาศกลยุทธ์ต่อยอดความสำเร็จจากปี 2567 ซึ่งฟอร์ดครองอันดับ 3 ของตลาดรถกระบะและรถยนต์นั่งเอนกประสงค์ได้อย่างเหนียวแน่น อันเป็นผลจากการนำเสนอทางเลือกที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทั้งในด้านสมรรถนะ เทคโนโลยี และบริการหลังการขาย โดยงานจัดขึ้น ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

ฟอร์ดยังคงมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายในการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดและตอกย้ำความเป็นผู้นำของรถฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ในตลาดรถกระบะ และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ โดยเฉพาะฟอร์ด เอเวอเรสต์ที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้น 1.8% ในปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งเตรียมกลยุทธ์ทางการตลาดหลากหลายเพื่อสร้างความแตกต่างและตอบโจทย์ให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง 

นอกจากนี้ ฟอร์ดยังคงให้ความสำคัญการยกระดับบริการลูกค้า เพื่อมอบประสบการณ์เหนือระดับในการเป็นเจ้าของรถฟอร์ด โดยมุ่งเน้นกลยุทธ์ ‘สะดวก มั่นใจ ประทับใจ’ นำเทคโนโลยีเข้ามาให้ลูกค้าเข้าถึงบริการได้สะดวกยิ่งขึ้น ตั้งแต่การตัดสินใจซื้อจนถึงการบริการหลังการขาย ฟอร์ดและผู้จำหน่ายจะร่วมกันขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในทุกมิติและมุ่งให้ความสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของผู้จำหน่ายทุกภาคส่วน

 

ทรู ลีสซิ่ง ต่อยอดธุรกิจผู้ให้บริการรถเช่าทุกประเภท พร้อมเสริมแกร่งการท่องเที่ยวอยุธยา เผยโฉม แลนด์มาร์คแห่งใหม่ “The Wonder Blue Classic Boathouse Ayutthaya”

0
default

ทรู ลีสซิ่ง ผู้ให้บริการรถเช่าทุกประเภทชั้นนำของไทย เดินหน้าขยายธุรกิจ ร่วมยกระดับการท่องเที่ยวในอยุธยาและประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน เปิดตัว “เดอะ วันเดอร์ บลู คลาสสิค โบตเฮาส์ อยุธยา” (The Wonder Blue Classic Boathouse Ayutthaya) แลนด์มาร์คแห่งใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผสานความคลาสสิคของเรือระดับตำนานเข้ากับเสน่ห์อยุธยาได้อย่างลงตัว ชูคอนเซ็ปต์รวมที่สุดแห่งความเป็น “หนึ่งเดียวในโลก” ทั้งโบตเฮาส์ที่รวมคอลเลคชั่นเรือคลาสสิคที่เปิดให้ชมมากที่สุด ท่าเรือส่วนตัวสไตล์อิตาลี แกลลอรี่ชมเรื่องราวประวัติเรือคลาสสิคอันทรงคุณค่า ไพรเวทเล้าจน์ชมไฮไลท์ “โชว์เคสการยกเรือ” ให้บริการล่องเรือคลาสสิคสัมผัสความงดงามสองฝั่งลำน้ำกรุงเก่า พร้อมดื่มด่ำกับมื้ออาหารสุดพิเศษ ณ The Summer House @ Wonder Blue ในบรรยากาศริมโค้งน้ำที่สวยที่สุด ครบทุกมิติแห่งการท่องเที่ยว “กิน ดื่ม เที่ยว” จบในที่เดียว เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 9.00 – 20.00 น. ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.TheWonderBlueAyutthaya.com

นายขจร เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทรู ลีสซิ่ง จำกัด กล่าวว่าทรู ลีสซิ่ง ผู้ให้บริการรถเช่าระยะยาว และรถเช่ารายวันที่พร้อมตอบโจทย์ทั้งการเดินทาง ท่องเที่ยวและขนส่ง มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศในจังหวัดสำคัญของแต่ละภูมิภาค ทั้งภาคเหนือที่เชียงใหม่และเชียงราย ภาคใต้ที่ภูเก็ตและกระบี่ ภาคตะวันออกที่พัทยา ส่วนภาคกลางที่กรุงเทพฯ สมุทรปราการ และทรู ลีสซิ่ง ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจสู่พื้นที่ยุทธศาสตร์ภาคกลาง ครอบคลุมตั้งแต่ภาคกลางจนถึงภาคกลางตอนเหนือ ปักหมุดอยุธยา อีกหนึ่งจังหวัดศูนย์กลางที่ทรู ลีสซิ่ง เข้าไปดำเนินธุรกิจบริการแบบครบวงจรพร้อมรองรับทั้งลูกค้าปัจจุบัน ลูกค้าใหม่ รวมถึงกลุ่มลูกค้านิคมอุตสาหกรรมต่างๆ โดยล่าสุด ได้ต่อยอดธุรกิจเพื่อร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวอยุธยา ซึ่งยังเป็นจุดยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวในตัวที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “เวนิสแห่งตะวันออก”

เปิดให้บริการ “เดอะ วันเดอร์ บลู คลาสสิค โบตเฮาส์ อยุธยา” (The Wonder Blue Classic Boathouse Ayutthaya) ซึ่งเป็นโบตเฮาส์ที่รวบรวมเรือแฮคเกอร์-คราฟต์ทั้งหมด เป็นแบรนด์เรือคลาสสิคตำนานระดับโลกที่มีชื่อเสียงมากว่า 100 ปี มีทั้งหมด 12 ลำ แบ่งให้บริการทั้งในกรุงเทพฯ ล่องเรือแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ปี 2561 โดยที่จังหวัดอยุธยา สร้างเป็นโบตเฮาส์เรือคลาสสิคส่วนตัว ท่ามกลางเมืองมรดกโลกที่มีประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่ามาอย่างยาวนาน เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ให้ได้ล่องเรือคลาสสิค สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ โดยไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงต่างประเทศ ทั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าโบตเฮาส์แห่งนี้ จะเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ อีกหนึ่งจุดหมายปลายที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาชมทัศนียภาพและประทับใจกับความงดงามของแม่น้ำเจ้าพระยากลางกรุงเก่าในรูปแบบใหม่ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนการท่องเที่ยวจังหวัดอยุธยาร่วมกับผู้ประกอบการรายอื่นๆ ตลอดจนสนับสนุนการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป”

รวมที่สุดแห่งความเป็นหนึ่งเดียวในโลก

“เดอะ วันเดอร์ บลู คลาสสิค โบตเฮาส์ อยุธยา” (The Wonder Blue Classic Boathouse Ayutthaya) พร้อมมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับ 5 ความเป็นหนึ่งเดียวที่ไม่ควรพลาด ได้แก่

  1. แลนด์มาร์คแห่งใหม่ หนึ่งเดียวในโลกที่ผสานความคลาสสิคของเรือระดับตำนานเข้ากับมนต์เสน่ห์อยุธยา เมืองมรดกโลกได้อย่างลงตัว
  2. หนึ่งเดียวที่มีคอลเลคชั่นเรือคลาสสิคเปิดให้ชมมากที่สุด โดยทุกลำเป็นเรือคลาสสิคแฮคเกอร์-คราฟต์ (Hacker-Craft) ทั้งหมด ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์ดั้งเดิมที่สุดของประเทศสหรัฐอเมริกา มีชื่อเสียงมายาวนานกว่า 100 ปี สร้างจากไม้มะฮอกกานีที่ดีที่สุด จนเป็นที่กล่าวขานว่า “นี่ไม่ใช่แค่เรือ หากแต่เป็นงานศิลปะที่ลอยอยู่บนผืนน้ำ”
  3. หนึ่งเดียวที่เปิดประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ให้เยี่ยมชมแกลเลอรี่ สัมผัสเสน่ห์ของเรือคลาสสิคอันทรงคุณค่า ท่ามกลางมนต์เสน่ห์แห่งอยุธยาซึ่งโอบล้อมประวัติศาสตร์ สายน้ำ และสถาปัตยกรรมอันวิจิตรเหนือกาลเวลา
  4. หนึ่งเดียวที่ผสานนวัตกรรมเข้ากับศิลปะเรือคลาสสิค ด้วยไฮไลท์ “โชว์เคสการยกเรือ” ลงน้ำให้บริการล่องเรือคลาสสิค ที่สะกดทุกสายตา สร้างความประทับใจไม่รู้ลืม
  5. หนึ่งเดียวที่ครบทุกมิติไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยว จากการชมโบตเฮ้าส์ สู่การล่องเรือคลาสสิค พร้อมเพลิดเพลินกับมื้ออาหารสุดพิเศษรสเลิศ ในบรรยากาศริมโค้งน้ำที่งดงามที่สุดของอยุธยา ณ The Summer House @ Wonder Blue นับได้ว่า “กิน ดื่ม เที่ยว” จบครบในที่เดียว

นอกจากนี้ The Wonder Blue Classic Boathouse Ayutthaya ยังมีไพรเวทเล้าจน์ คาเฟ่ร้านอาหาร พื้นที่จัดงาน และบริการรถรับ-ส่ง และรถเช่าทุกประเภทจากทรู ลีสซิ่ง เพื่อให้สถานที่แห่งนี้สมกับเป็น One-Stop-Destination สำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติอย่างแท้จริง เปิดให้บริการทุกวัน จันทร์ถึงอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 9.00 – 20.00 น. โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม และจองออนไลน์สำหรับบริการล่องเรือคลาสสิกที่อยุธยาได้ที่ www.TheWonderBlueAyutthaya.com และสามารถจองออนไลน์เพื่อเช่ารถทุกประเภท และบริการล่องเรือคลาสสิกที่กรุงเทพฯ ได้ที่ www.trueleasing.co.th หรือติดต่อคอลล์ เซ็นเตอร์ True Leasing 1279 ตลอด 24 ชั่วโมง

“เกรท วอลล์ มอเตอร์” เตรียมปล่อย “GWM HAVAL H6” รุ่นใหม่ล่าสุด! อัปเกรดเต็มพิกัด อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและดีไซน์ใหม่สุดล้ำ

0
GWM 1

เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) เตรียมเขย่าวงการรถยนต์เอสยูวีอเนกประสงค์หลังจากยืนยันการนำ GWM TANK 300 ขุมพลังดีเซลเข้ามาให้ชาวไทยได้สัมผัส ล่าสุดเตรียมเปิดตัว New GWM HAVAL H6 รุ่นปี 2025 ตามมาติด ๆ ทั้งรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด และปลั๊กอิน-ไฮบริด ที่มีการแปลงโฉมใหม่ให้ดูล้ำสมัย อัปเกรดระบบซอฟต์แวร์ให้เหนือชั้นไปอีกขั้น พร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์ที่สุดเร้าใจ เหนือชั้นกับสมรรถนะสุดเร้าใจที่ให้มาแบบจัดเต็ม และยังตอบรับเสียงของผู้บริโภคชาวไทยกับการพัฒนาช่วงล่างใหม่ให้ตอบโจทย์ความชื่นชอบและการขับขี่ของคนไทยมากยิ่งขึ้น พร้อมไฮไลต์ที่ยังคงเป็นรถยนต์เอสยูวีระบบปลั๊กอิน-ไฮบริดมีระยะทางการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ที่ไกลที่สุดในเซกเมนต์ อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัย เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีกว่าในทุกมิติ ตอบโจทย์เหล่าครอบครัวยุคใหม่ที่มองหานวัตกรรมล้ำหน้าเพื่อทุกการเดินทางที่แตกต่างอย่างเหนือชั้น ปลอดภัย และคุ้มค่าคุ้มราคาจากแบรนด์รถยนต์ระดับโลกอย่าง เกรท วอลล์ มอเตอร์

เตรียมนับถอยหลังสู่สุดยอดประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคต กับการพลิกโฉมครั้งสำคัญของ GWM HAVAL H6 ที่อัปเกรดมาอย่างครบครัน ตอบความต้องการอย่างครอบคลุม พร้อมปฏิวัตินิยามใหม่ของรถยนต์เอสยูวีในประเทศไทยให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น เร็ว ๆ นี้!

เติม “บางจาก” ทุก 500 บาท รับฟรีน้ำดื่มขวดใหญ่ 1.5 ลิตร พิเศษ สมาชิกฯ รับเพิ่มแลกซื้อเครื่องดื่มอินทนิลเพียงครึ่งราคา

0
บางจาก 1

บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัดสมนาคุณลูกค้าต้อนรับหน้าร้อน “เติมฉ่ำ ซัมเมอร์” เมื่อเติมน้ำมันบางจากทุกชนิด ทั้งกลุ่มแก๊สโซฮอล์และดีเซล ครบทุก 500 บาท รับฟรี น้ำดื่มขวดใหญ่ ขนาด 1.5 ลิตร มูลค่า 15 บาท จำนวน 1 ขวด ตั้งแต่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 ถึง 31 มีนาคม 2568 ณ ปั๊มบางจากและเอสโซ่เดิมที่ร่วมรายการทั่วประเทศหรือสังเกตจากป้ายหน้าสถานีบริการน้ำมัน

บางจาก 2

พิเศษ สำหรับสมาชิกบางจากกรีนไมลส์ รับเพิ่มอีกต่อ นำสลิปเติมน้ำมันแลกซื้อเครื่องดื่มอินทนิลเพียงครึ่งราคา สำหรับเมนูอเมริกาโน่เย็น และชาไทยลาเต้เย็น ขนาด 22 ออนซ์ (จากราคาปกติ 60 บาท) จำนวน 1 แก้ว / สลิป โดยใช้สลิปที่เติมน้ำมันระหว่าง 20 กุมภาพันธ์ 2568 ถึง 31 มีนาคม 2568 และแลกรับสิทธิ์ได้ถึง 15 เมษายน 2568 ณ ร้านอินทนิลทุกสาขาที่ร่วมรายการ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bcpgreenmiles.com และ www.bangchakmarketplace.com

บางจาก 3

“สมาคมรถโบราณ” จัดขบวนพาเหรด ร่วมงานพระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 38

0
สมาคมรถโบราณ 1

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย จัดขบวนพาเหรดรถโบราณ และรถคลาสสิค ทรงคุณค่า 12 คัน ร่วมพิธีเปิด งานพระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 38 ประจำปี 2568 ภายใต้ชื่องาน “วิมานฟ้าพระนครคีรี อัญมณีแห่งสยาม” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ณ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี (เขาวัง) จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568

สมาคมรถโบราณ 2

สมาคมรถโบราณ 3

สมาคมรถโบราณ 4

สมาคมรถโบราณ 6

สมาคมรถโบราณ 7

สมาคมรถโบราณ 10

ชมภาพรถโบราณในงาน พระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 38 เพิ่มเติมได้ที่ vintagecarclub.or.th และ facebook.com/VintageCarClub

“เอ็มจี” ทยอยนำเข้า NEW MG IM6 ล็อตแรก เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 มีนาคม

0
เอ็มจี 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เตรียมนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ NEW MG IM6 จำนวนกว่า 300 คัน จากท่าเรือ เซี่ยงไฮ้สู่ประเทศไทย โดยประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกที่เริ่มนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้จาก SAIC MOTOR CORPORATION โดยรถรุ่นนี้มีแผนเตรียมนำเข้ามาในประเทศไทยต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีแรก และมีกำหนดเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 มีนาคม 2568

เอ็มจี 2

NEW MG IM6 มีเอกลักษณ์โดดเด่นทั้งในด้านเทคโนโลยี สมรรถนะการขับขี่ และนวัตกรรมล้ำสมัย โดย NEW MG IM6 ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้า SUV ขนาดกลางที่ได้รับความนิยมในจีน นอกจากนี้ ช่วงปีที่ผ่านมา IM6 ยังสามารถคว้ารางวัลมากมายในอุตสาหกรรมยานยนต์ ไม่ว่าจะเป็น รางวัล Red Dot Design Award ปี 2021 และ 2024 ประเทศเยอรมนี จากระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ IM OS ในสาขา Brand & Communication Design และ รางวัล Product Design Award จาก IM6 ตามลำดับ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความเป็นเลิศในศาสตร์แห่งการออกแบบ สะท้อนความหรูหรา และตอกย้ำความมั่นใจในระบบความปลอดภัย ด้วยการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จาก C-NCAP (China-New Car Assessment Programme) อีกด้วย ด้วยจุดเด่นที่ครบครันตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น รวมถึงแพลตฟอร์มช่วงล่าง Digital Chassis ที่เน้นเรื่องสมรรถนะการขับขี่ที่เป็นเอกลักษณ์ เทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม การออกแบบภายในระดับพรีเมียม

เอ็มจี 4

สำหรับในประเทศไทย NEW MG IM6 ได้รับการปรับแต่งเพื่อให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมและความต้องการของผู้ใช้ในประเทศมากขึ้น ด้วยฟีเจอร์ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ขับขี่ให้เข้ากับสภาพถนนและพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทย โดยประเทศไทยถือเป็นตลาดยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีการเติบโตอย่างรวดเร็วในภาคยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) การตัดสินใจของ เอ็มจี ในการเลือกประเทศไทยเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายธุรกิจในระดับสากลนั้นเป็นเพราะศักยภาพของตลาดที่แข็งแกร่ง นโยบายสนับสนุนจากรัฐบาล และการต้อนรับที่ดีจากผู้บริโภคต่อรถยนต์พลังงานสะอาด การเปิดตัว NEW MG IM6 ในประเทศไทยในวันที่ 18 มีนาคมนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของ SAIC MOTOR CORPORATION ในการรุกตลาดโลก โดยบริษัทฯ มีแผนส่งออก NEW MG IM6 ไปยังประเทศอื่น ๆ เพื่อรุกตลาดต่างประเทศ ในปี 2025 พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ล้ำสมัยและมีคุณภาพสูงเพื่อตอบโจทย์การเดินทางอย่างชาญฉลาดและยั่งยืนให้แก่ผู้ใช้ทั่วโลก

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

 

 

บางจากฯ จับมือ สปสช. เปิด ‘คลินิกปันรักษ์’ ให้บริการสุขภาพพื้นฐาน ในสถานีบริการน้ำมันบางจาก

0
บางจาก 1

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และบริษัท All Healthy จำกัด เปิดคลินิกปันรักษ์ในสถานีบริการน้ำมันบางจาก เพื่อช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณสุขพื้นฐานได้สะดวกและง่ายขึ้น ต่อยอดธุรกิจเสริมด้าน Health & Wellbeing ตามแผนยุทธศาสตร์การตลาดของบริษัทฯ เดินหน้าการสร้างสรรค์สถานีบริการน้ำมันบางจากให้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับคนทุกช่วงวัย

บางจาก 2

นายเสรี อนุพันธนันท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจการตลาด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ ประธานกรรมาธิการสาธารณสุขสภาผู้แทนราษฏร ทพ. อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และผู้บริหารจากบริษัท All Healthy จำกัด ร่วมเปิด ‘คลินิกปันรักษ์’ สาขาแรกในสถานีบริการน้ำมันบางจาก ที่ถนนอ่อนนุช ซอยอ่อนนุช 55 เมื่อเร็วๆ นี้

นายเสรี อนุพันธนันท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจการตลาด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หนึ่งในยุทธศาสตร์การตลาดของบางจากฯ คือการพัฒนาสถานีบริการน้ำมันให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์คนทุกช่วงวัย ทั้งพลังงานคุณภาพสูง พร้อมเป็นจุดนัดพบและศูนย์กลางของชุมชน ตลอดจนการดูแลสุขภาพ ตามแนวคิด Greenovative Destination ของสถานีบริการน้ำมันบางจาก โดยแนวทางหนึ่งคือการดำเนินธุรกิจเสริมด้าน Health & Wellbeing ที่ครอบคลุมสุขภาพกาย ใจ และโภชนาการ ซึ่งปัจจุบันมีร้านค้าให้บริการด้านสุขภาพกว่า 200 แห่ง และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 300 แห่งในปีนี้ ล่าสุดนี้ได้ต่อยอดเพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพพื้นฐาน ด้วยการร่วมมือกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และบริษัท All Healthy เปิด “คลินิกปันรักษ์” ภายในสถานีบริการน้ำมันบางจาก ให้บริการรักษาพยาบาลเบื้องต้น เช่น การตรวจรักษาโรคทั่วไป เย็บแผล อุบัติเหตุฉุกเฉิน ฉีดวัคซีน และตรวจสุขภาพประจำปี รองรับทั้งผู้ใช้สิทธิบัตรทองและผู้ชำระเงินเอง โดยในระยะแรก บริษัทฯ ตั้งเป้าเปิดคลินิกปันรักษ์ในสถานีบริการน้ำมันบางจาก 5 สาขาภายในปี 2568

นอกจากนี้ บางจากฯ ยังมีโครงการให้บริการด้านสาธารณสุขด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัยในราคาที่เข้าถึงได้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการรักษาและดูแลสุขภาพได้ทั้งในและนอกสถานีบริการน้ำมัน ได้แก่ Health-Screening Kiosk ที่สามารถวัดค่าพื้นฐานด้านสุขภาพ ได้แก่ ส่วนสูง น้ำหนัก อุณหภูมิ ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ ระดับออกซิเจนในเลือด รวมถึงตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) เพื่อคัดกรองโรคหัวใจเบื้องต้น นอกจากนี้ ยังคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI) และเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพกับแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน พร้อมให้คำแนะนำด้านสุขภาพ

และอีกหนึ่งนวัตกรรมคือ เครื่องบำบัดด้วยออกซิเจนแรงดันสูง (Hyperbaric Oxygen Therapy) ที่ช่วยฟื้นฟูร่างกาย บรรเทาอาการอ่อนล้าและบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับและระบบไหลเวียนโลหิต อีกทั้งยังช่วยเร่งการฟื้นตัวหลังผ่าตัด เสริมการเผาผลาญ และเพิ่มภูมิต้านทาน โดยผู้ใช้บริการจะได้รับความผ่อนคลายไปด้วยในระหว่างการบำบัด

ด้าน ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวถึงที่มาของความร่วมมือในครั้งนี้ว่า รัฐบาลมีนโยบายที่มุ่งพัฒนา “30 บาทรักษาทุกที่” ในการขยายบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลและบริการสาธารณสุขได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ช่วยลดความแออัดของผู้ป่วยและภาระงานบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาล จึงได้ขยาย “หน่วยบริการนวัตกรรมสาธารณสุข” ในระบบฯ ที่ดำเนินการอยู่นี้ โดยมี “คลินิกเวชกรรมชุมชนอบอุ่น” เป็นหนึ่งในหน่วยบริการฯ

บางจาก 3

อย่างไรก็ดีแม้ว่า สปสช. จะดำเนินการทั้งในส่วนของสิทธิประโยชน์บริการ และเตรียมความพร้อมของระบบต่างๆ เพื่อรองรับการให้บริการ แต่การจะบรรลุตามเป้าหมายได้นั้น จุดที่ตั้งของหน่วยบริการถือเป็นปัจจัยสำคัญ ทำให้ประชาชนใช้สิทธิเข้ารับบริการตามนโยบายได้ และ “สถานีบริการน้ำมันบางจาก” ก็เป็นพื้นที่ตอบโจทย์ ซึ่งด้วยความตระหนักอันดีของบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่นฯ ในการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทยรวมถึงคำนึงถึงสุขภาพของลูกค้า โดยในจำนวนนี้เป็นผู้มีสิทธิบัตรทองฯ จึงนำมาสู่ความร่วมมือนี้

ทั้งนี้ คลินิกปันรักษ์ เป็นหน่วยบริการนวัตกรรมฯ แห่งแรกที่ได้จัดตั้งขึ้นในสถานีบริการน้ำมันบางจากภายใต้ความร่วมมือกับ สปสช.ที่มีบริการครบครัน พร้อมให้บริการสุขภาพปฐมภูมิ ทั้งบริการตรวจสุขภาพเบื้องต้น บริการการแพทย์ทางไกลในลักษณะผู้ป่วยนอกทั่วไป (OP Telemedicine) ที่ครอบคลุมรักษา 42 กลุ่มโรคและอาการสำหรับ ผู้มีสิทธิบัตรทองฯ และบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค 7 รายการ สำหรับประชาชนทั่วไป

“เชื่อมั่นว่าคลินิกปันรักษ์จะเป็นจุดเริ่มต้นนำไปสู่ขยายหน่วยบริการนวัตกรรมในสถานีบริการน้ำมันบางจากพื้นที่ต่างๆ ด้วยความมุ่งมั่นของสองหน่วยงานในการเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทยต่อไป” รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว

 

 

“ฮุนได” เปิดตัว “The New IONIQ 5 N Line” มาพร้อมชุดแต่งดีไซน์จากสนามแข่ง ในราคา 1.988 ล้านบาท

0
IONIQ 5 N Line 1

ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย เปิดตัว IONIQ 5 N Line รุ่นปี 2025 เสริมไลน์อัป IONIQ 5 เจ้าของรางวัลระดับโลกด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น ผสานกับการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ พัฒนาไดนามิกการขับขี่ด้วยแบตเตอรี่ใหม่ การเปิดตัวรุ่น N Line ยังเป็นก้าวสำคัญของฮุนไดในการนำสุนทรียศาสตร์การออกแบบจากมอเตอร์สปอร์ตมาสู่กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า ตอบโจทย์ผู้ที่มองหาทั้งดีไซน์สปอร์ตและความอเนกประสงค์ในหนึ่งเดียว

IONIQ 5 N Line  2

นายเจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “N Line คือการออกแบบพิเศษของฮุนไดเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจมากขึ้นสำหรับรถไฟฟ้า โดยฮุนไดมุ่งทลายข้อจำกัดของการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ผ่านการนำเสนอนวัตกรรม สมรรถนะ และการออกแบบที่ล้ำสมัย ซึ่งรถยนต์ในรุ่น N Line ยังเป็นมากกว่าความสวยงาม เพราะผสมผสานทั้งองค์ประกอบดีไซน์แนวสปอร์ต ในขณะเดียวกันยังคงความสะดวกสบายสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองหรือเดินทางไกลบนทางหลวง IONIQ 5 N Line จึงเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความเร้าใจในชีวิตประจำวัน”

IONIQ 5 N Line 3

IONIQ 5 N Line เปี่ยมพลังและนวัตกรรมที่ดีขึ้น
การอัปเกรดครั้งสำคัญของ IONIQ 5 N Line ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยชุดแบตเตอรี่แบบใหม่ขนาด 84.0 กิโลวัตต์ชั่วโมง เพิ่มระยะทางการขับขี่ได้สูงสุดถึง 530 กม. (จากเดิม 481 กม. ในแบตเตอรี่ขนาด 72.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง) มอบประสิทธิภาพและความมั่นใจในการเดินทางที่ไกลขึ้น นอกจากนี้ดีไซน์ภายนอกยังได้รับการออกแบบใหม่เพื่อให้ดูสปอร์ต ด้วยดีไซน์ด้านหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมกันชนหน้า-หลัง และล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ที่ออกแบบใหม่เฉพาะรุ่น N Line เพื่อเพิ่มสมรรถนะด้านอากาศพลศาสตร์

IONIQ 5 N Line 4

ภายในห้องโดยสารของ IONIQ 5 N Line ผสานความสปอร์ตและความสะดวกสบายระดับพรีเมียมอย่างลงตัว พวงมาลัยหุ้มหนังฉลุลายพร้อมตะเข็บด้ายแดง เบาะนั่งสไตล์สปอร์ตหุ้มด้วยหนัง Alcantara พร้อมโลโก้ N เบาะผู้ขับขี่ปรับเอนนอนได้แบบ Zero Gravity ด้วยไฟฟ้าพร้อมที่พักขา เพิ่มบรรยากาศสปอร์ตด้วยคันเร่งและเบรกดีไซน์สปอร์ต แผงหน้าปัดดีไซน์ N Line และแผงบุหลังคาสีดำ คอนโซลกลางแบบ Universal Island ที่ปรับปรุงใหม่ วางปุ่มควบคุมต่าง ๆ ในตำแหน่งที่เข้าถึงง่าย พร้อมแท่นชาร์จไร้สายที่ย้ายมาตำแหน่งด้านบนของคอนโซลกลาง เพื่อความสะดวกสบายสูงสุดในทุกการเดินทาง

IONIQ 5 N Line 6

“Spark your drive. เติมตัวตนที่ใช่” ด้วย IONIQ 5 N Line
IONIQ 5 N Line เป็นโมเดลแรกที่ทำตลาดพร้อมชุดแต่ง N Line ของฮุนได เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจมากขึ้น โดยถูกวางตำแหน่งให้อยู่ระหว่าง IONIQ 5 และ รุ่นสมรรถนะสูงอย่าง IONIQ 5 N ผสมผสานแรงบันดาลใจจากโลกมอเตอร์สปอร์ตมายังการออกแบบ IONIQ 5 N Line ภายใต้สโลแกน “Spark your drive. เติมตัวตนที่ใช่” ที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณของยานยนต์กลุ่ม N ของฮุนได ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการโดดเด่นบนท้องถนนด้วยการออกแบบที่แตกต่าง ในขณะที่ยังคงความสะดวกสบายสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

IONIQ 5 N Line  6

เทคโนโลยีการขับขี่ที่ปลอดภัย และล้ำสมัย

IONIQ 5 N Line ผสานเทคโนโลยีล่าสุดของฮุนไดเพื่อมอบความมั่นใจในการขับขี่ที่ปลอดภัยและชาญฉลาด มาพร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์ล้ำสมัย ด้วยหน้าจอสัมผัสมัลติมีเดียขนาด 12.3 นิ้วและแผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว รองรับ wireless Apple CarPlay และ Android Auto เพื่อการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนที่สะดวกไร้สาย เพื่อเพิ่มความปลอดภัย IONIQ 5 N Line ยังติดตั้งระบบ Hyundai SmartSense™ ซึ่งมีทั้งระบบช่วยหลีกเลี่ยงการชนในจุดบอด (BCA) ระบบหลีกเลี่ยงการชนด้านหน้า (FCA) ระบบช่วยรักษาตำแหน่งในช่องเดินรถ (LKA) และระบบควบคุมในช่องเดินรถ (LFA) รวมถึงระบบควบคุมความเร็วคงที่อัจฉริยะ (SCC) พร้อมระบบ Stop & Go โดยคุณสมบัติเหล่านี้ช่วยเพิ่มความมั่นใจและความสะดวกสบายในการขับขี่ทางไกลของคุณ

IONIQ 5 N Line 7

นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การเปิดตัว IONIQ 5 N Line ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย ในการเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยการนำเสนอนวัตกรรมรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่กำลังเปลี่ยนแปลง รถยนต์รุ่นนี้ถือเป็นการขยายไลน์อัปของ IONIQ 5 โดยผสานการออกแบบที่นำแรงบันดาลใจจากวงการมอเตอร์สปอร์ตเข้ากับเทคโนโลยีไฟฟ้าขั้นสูง เพื่อนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่เน้นสมรรถนะมาสู่ตลาดเมืองไทย ยกระดับพอร์ตโฟลิโอของ IONIQ และเสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ฮุนไดในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม”

IONIQ 5 N Line 9

IONIQ 5 N Line เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 1.988 ล้านบาท ผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสรถคันจริง ได้ที่ IONIQ Lab อาคารทรูดิจิทัลพาร์ค ฝั่งเวสต์ ได้ระหว่างวันที่ 21-28 กุมภาพันธ์ 2568 หรือพบกับข้อเสนอสุดพิเศษได้ที่ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 ณ IMPACT Challenger กรุงเทพฯ

“เมอร์เซเดส-เบนซ์” ส่งแคมเปญบริการหลังการขาย “Elevate Your Ride” มอบส่วนลดและสิทธิพิเศษครอบคลุมทุกช่วงอายุรถยนต์

0
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย 1

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เดินหน้ายกระดับบริการหลังการขาย เพื่อตอบแทนลูกค้าคนสำคัญให้ทุกการเดินทางราบรื่นและมั่นใจยิ่งขึ้น ผ่านแคมเปญ “Elevate Your Ride” เมื่อนำรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทุกรุ่น ทุกช่วงอายุของรถยนต์ (รวมรถ Van) มาเข้ารับบริการ ณ ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ และมียอดค่าใช้จ่ายผ่านศูนย์บริการฯ ตามที่กำหนด* ในช่วงระยะเวลาของแคมเปญ ระหว่างวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 – 30 เมษายน 2568 โดยลูกค้าจะได้รับสิทธิพิเศษ ดังนี้

เมื่อมียอดค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป (ยอดรวมค่าอะไหล่และค่าแรงหลังหักส่วนลด ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เลือกรับสิทธิพิเศษ**อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
1.ส่วนลดพิเศษ 50 % จานเบรก 1 คู่ (หน้าซ้าย-ขวา หรือ หลังซ้าย-ขวา) หรือ
2.รับฟรี! ผ้าเบรก 1 คู่ (หน้าซ้าย-ขวา หรือ หลังซ้าย-ขวา) หรือ
3.รับฟรี! ไส้กรองฝุ่นแอร์ เมื่อมีการเข้ารับบริการ Service A หรือ B เท่านั้น
**มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท

เมื่อมียอดค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 40,000 บาทขึ้นไป (ยอดรวมค่าอะไหล่และค่าแรงหลังหักส่วนลด ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เลือกรับสิทธิพิเศษ***อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
1.รับฟรี! ผ้าเบรก 1 คู่ และ จานเบรก 1 คู่ (หน้าซ้าย-ขวา หรือ หลังซ้าย-ขวา) หรือ
2.รับฟรี! ผ้าเบรก 2 คู่ (หน้าซ้าย-ขวา และ หลังซ้าย-ขวา)
***มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท

*เงื่อนไขและข้อกำหนดเพิ่มเติม ดังนี้
1.สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่เข้ารับบริการ ณ ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ ตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 – 30 เมษายน 2568 และชำระค่าใช้จ่ายภายในระยะเวลาที่กำหนด
2.ยอดใช้จ่ายตั้งแต่ 20,000 บาท และ 40,000 บาท (มูลค่าก่อนการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม) คำนวณเฉพาะค่าสินค้าและบริการตามประเภทที่กำหนด รวมค่าอะไหล่และค่าแรงหลังหักส่วนลดใดๆ (ถ้ามี)
3.ยอดค่าใช้จ่ายในการเข้ารับบริการฯ ตามเงื่อนไข สำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าและบริการ ดังนี้
•ลูกค้าที่เข้ารับบริการประเภท งานเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง รวมถึงงานซ่อมทั่วไป เฉพาะรายการที่ลูกค้าเป็นผู้ชำระเงินค่าสินค้าและบริการเท่านั้น
•ลูกค้าที่ซื้อสินค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์คอลเลคชัน/สินค้าประดับยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์
(MB Collection and Accessories)
•ลูกค้าที่เปลี่ยนยาง MB Tires
*หมายเหตุ: ไม่รวมการเข้ารับบริการตามการรับประกัน (Warranty) ปกติ, ไม่รวมยอดใช้จ่ายในการซื้อแพ็กเกจ MBSP และบริการเสริม Digital Extras, งาน Internal , งานบริการหรืองานซ่อมสำหรับรถยนต์ประเภทฟลีท (Fleet) ,รถยนต์ที่ใช้เพื่อการพาณิชย์ หรืองานเคลมประกันภัย และไม่รวมงานซ่อมสีและตัวถัง

4.ในกรณีที่มูลค่าอะไหล่ที่ได้รับมีมูลค่ามากกว่าสิทธิพิเศษสูงสุดที่กำหนดไว้ (10,000 และ 25,000 บาท ตามเงื่อนไขฯ) ลูกค้าจะเป็นผู้ชำระค่าเงินค่าอะไหล่ส่วนต่าง
5.สิทธิพิเศษเฉพาะอะไหล่ ไม่รวมค่าแรง ทั้งนี้ ลูกค้าเป็นผู้ชำระค่าแรงในการเปลี่ยนอะไหล่ที่ได้รับ
6.กรณีลูกค้าประสงค์จะเลือกสิทธิพิเศษรับฟรีผ้าเบรกหรือจานเบรก รถยนต์ที่เข้ารับบริการจะต้องมีเงื่อนไข ดังนี้
•รถยนต์แสดงสัญลักษณ์ไฟโชว์ หรือมีข้อความแจ้งเตือนการเปลี่ยนอะไหล่
(ผ้าเบรก/จานเบรก)
•ผ้าเบรกปัจจุบัน ต้องมีความหนาเท่ากับหรือน้อยกว่า 6 มม. หรือ
•จานเบรกปัจจุบัน ต้องสึกหรอมากกว่า 1.5 มม. จากความหนาปกติของอะไหล่ใหม่

7.สามารถรับสิทธิพิเศษได้เพียง 1 สิทธิ ต่อ 1 หมายเลขตัวถังเท่านั้น
8.สิทธิพิเศษไม่สามารถใช้ร่วมกับโปรโมชั่นอื่นได้
9.สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือทอนเป็นเงินสดได้ โดยลูกค้าจะต้องเปลี่ยนอะไหล่ฟรีตามรายการที่เลือกรับ (ผ้าเบรก ไส้กรองอากาศ หรือจานเบรก) ณ ศูนย์บริการฯ ในวันที่เข้ารับบริการเท่านั้น และไม่สามารถนำเฉพาะชิ้นส่วนอะไหล่ที่ได้รับออกนอกศูนย์บริการฯ
10.เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดตรวจสอบเงื่อนไขและรายละเอียดแคมเปญได้ ณ ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

สอบถามข้อมูลและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ https://mb4.me/TH_CSSpecialOffers หรือติดต่อศูนย์บริการลูกค้าฯ โทร. 1250
ทั้งนี้ เงื่อนไขให้เป็นไปตามที่บริษัทฯ และศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการกำหนด
#MercedesBenz #MercedesBenzThailand #MBTHCS

“เกรท วอลล์ มอเตอร์” ชูนวัตกรรมสุดล้ำปกป้องทุกชีวิตของ GWM ORA Good Cat การันตีความปลอดภัย มั่นใจในทุกเหตุการณ์ไม่คาดฝัน  

0
เกรท วอลล์ มอเตอร์ 1

เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ผู้นำตลาดรถยนต์ระดับโลก พร้อมยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ชำแหละทุกชิ้นส่วนของแบตเตอรี่แรงดันสูงของ GWM ORA Good Cat พร้อมเผยรายละเอียดศักยภาพความปลอดภัยที่เหนือชั้นและเบื้องหลังเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าของรถยนต์ไฟฟ้า GWM ORA Good Cat ที่เป็นผลลัพธ์ของการวิจัยและพัฒนาของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับสูงสุด เพื่อให้ผู้ใช้ทั่วโลกและในประเทศไทยมั่นใจและอุ่นใจกับการใช้น้องเหมียวไฟฟ้าในทุกเส้นทาง โดย GWM ORA Good Cat ได้ถูกขนานนามว่าเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูง สามารถปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสารจากทุกสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 2

ไมเคิล ฉง กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยทุกท่านที่ให้การตอบรับเป็นอย่างดีกับ GWM ORA Good Cat ซึ่งนอกเหนือจากดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ผู้ใช้งานหลายคนต่างมีประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมกับ GWM ORA Good Cat โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความประทับใจและอุ่นใจจากความปลอดภัยขั้นสูงจากเหตุการณ์ฉุกเฉินและไม่คาดฝันหลากหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงและอยู่ตามหน้าสื่อต่าง ๆ ทั้งอุบัติเหตุการชนบนท้องถนน น้ำท่วมสูง หรือแม้กระทั่งเพลิงไหม้ ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ที่เด่นชัดของมาตรฐานด้านความปลอดภัยของ GWM ORA Good Cat ได้อย่างแท้จริง กับเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านความปลอดภัยที่ชาวไทยเปิดใจรับเจ้าเหมียวไฟฟ้าคันนี้เข้าไปอยู่ในใจแล้วกว่า 4 ปี อย่างไม่มีข้อกังขา ปัจจุบัน น้องเหมียวไฟฟ้ายังคงได้รับความนิยมต่อเนื่องด้วยหลากหลายเหตุผลสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเหตุผลด้านความปลอดภัย พิสูจน์ได้ด้วยยอดขายสะสมรวมทั้งสิ้น 15,000 คัน (ข้อมูลเดือน มกราคม 2568) และล่าสุดก็ยังสามารถคว้ายอดจองอันดับ 1 ของบูธ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภายในงาน Motor Expo 2024 ได้อีกด้วย ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความนิยมและความไว้วางใจที่ลูกค้าชาวไทยมีต่อรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นนี้”

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 3

องค์ประกอบสำคัญ 4 ด้านที่การันตีความปลอดภัยขั้นสูงของ GWM ORA Good Cat ประกอบด้วย โครงสร้างตัวถังรถที่แข็งแกร่ง แบตเตอรี่ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านความปลอดภัยสุดอัจฉริยะ ระบบความปลอดภัยเชิงแก้ไข (Passive Safety) และเชิงป้องกัน (Active Safety) รวมถึงการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจากเวทีระดับโลก

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 5

โครงสร้างตัวถังจากเหล็กกล้าอันทรงพลัง ปกป้องผู้โดยสารจากทุกเหตุการณ์บนท้องถนน

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้มีการนำเหล็กกล้าคุณภาพสูงมาใช้ในการผลิตและประกอบรถยนต์พลังงานใหม่ในทุก ๆ รุ่น ซึ่ง GWM ORA Good Cat มีตัวถังที่ใช้เหล็กกล้าที่มีความแข็งแรงสูงถึง 71.71% ของส่วนประกอบทั้งหมด ประกอบไปด้วย เหล็กกล้าที่มีความแข็งแรงสูง 31.89% เหล็กกล้าที่มีความแข็งแรงสูงพิเศษ 24.89% และเหล็กกล้าที่ผ่านการขึ้นรูปด้วยความร้อน 14.93% ที่สามารถต้านทานแรงดึงได้สูงถึง 1,520 Mpa และสามารถทนแรงกดได้มากกว่า 10 ตัน อีกทั้งโครงสร้างของตัวรถได้รับการออกแบบให้มีลักษณะเป็นกรงทรงกลมเพื่อให้สามารถกระจายน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดแรงกระแทกจากด้านข้าง โดยโครงสร้างด้านหน้าจะมีการออกแบบการกระจายแรงใน 3 ทิศทางที่เป็นเอกลักษณ์ ช่วยให้แรงชนถูกกระจาย ถ่ายโอน ผ่านส่วนบน กลาง และล่างของโครงสร้างรถ โดยจะทำงานร่วมกับแผ่นเสริมแรงบริเวณเสา B ของรถยนต์ ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับจุดรับแรงที่สำคัญ ผนวกกับคานเสริมผนังกั้นด้านหน้าที่เชื่อมต่อกับเสา A ของรถยนต์ ช่วยปกป้องโครงสร้างรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในส่วนของด้านหลังของรถยนต์มีโครงสร้างคานยาวด้านหลังออกแบบให้เป็นแนวตรง ผลิตจากเหล็กกล้าที่มีความแข็งแรงสูงเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวถัง ลดการเสียรูปและความเสียหายของรถยนต์แม้เกิดการชนท้าย

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 6

แบตเตอรี่ไฟฟ้าทรงพลัง อัดแน่นเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านความปลอดภัยขั้นสูง รองรับทุกสถานการณ์ ทุกเส้นทาง

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 8

แบตเตอรี่แรงดันสูงของ GWM ORA Good Cat ผลิตจากโรงงาน SVOLT Energy ในประเทศไทย มีจุดเด่น 4 ประเภท ได้แก่ การปกป้องจากการกระแทก ความต้านทานการกัดกร่อน ความทนทานต่อไฟ และป้องกันการระเบิดได้ดี คุณสมบัติเหล่านี้ทำจากวัสดุนวัตกรรมใหม่ โดยมีวาล์วระบายความดันป้องกันการระเบิดและการควบคุมอุณหภูมิ  ตัวแบตเตอรี่มีวัสดุฝาครอบบน (Upper Shell) ทำจากวัสดุ SMC (Sheet Molding Compound) ซึ่งสามารถทนทานไฟ ป้องกันการลุกไหม้ มีความแข็งแรงสูง ส่วนวัสดุฝาครอบล่าง (Lower Shell) เป็นแผ่นเหล็กหนา 1.2 มิลลิเมตร มีการเคลือบพื้นผิวซึ่งทำจากอลูมิเนียมอัลลอยด์ซีรีส์ 6 ซึ่งทนต่อการกัดกร่อนและมีความแข็งแรงสูงสามารถทนต่อแรงกด 25 kN (เทียบเท่ากับวัตถุน้ำหนัก 2.551 ตัน) ส่วนขอบด้านข้างของแบตเตอรี่สามารถทนต่อแรงกด 100 kN (เทียบเท่ากับวัตถุน้ำหนัก 10.2 ตัน) แบตเตอรี่แพ็กมีคุณสมบัติคือ น้ำหนักเบา มีความแข็งแรงสูง ทนต่อแรงกระแทกและแรงสั่นสะเทือนได้ดี สามารถป้องกันการกัดของสัตว์และช่วยปกป้องชุดแบตเตอรี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งาน

 

นอกจากนี้ จุดเริ่มต้นของความปลอดภัยใน GWM ORA Good Cat เริ่มต้นที่เซลล์แบตเตอรี่ โดยมีเทคโนโลยีแบตเตอรี่รูปทรงใบมีดสั้น (Short Blade Battery) ที่เพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยขั้นสูง ด้วยโครงสร้างเซลล์ลิเธียมเหล็กฟอสเฟต (LiFePO4) ซึ่งมีความเสถียรสูงและทนทาน สามารถทำงานได้ในช่วงอุณหภูมิระหว่าง -30 ถึง 60 องศาเซลเซียส ในช่วงความกดอากาศ -150 ถึง 5,000 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง และภายใต้สภาวะความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ 2 ถึง 98% เหมาะสมกับสภาพอากาศร้อนชื้นในประเทศไทย นอกจากนี้ แต่ละเซลล์แบตเตอรี่ยังมีการติดตั้งวาล์วป้องกันการระเบิดที่สามารถระบายแรงดันออกทางด้านข้าง เพื่อลดความเสี่ยงจากแรงดันที่มากเกินไป ยิ่งไปกว่านั้น การจัดวางแบบ CTP Matrix ยังช่วยเพิ่มความหนาแน่นของพลังงาน ลดการใช้พื้นที่ และช่วยกระจายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น พร้อมรับประกันประสิทธิภาพที่เสถียรแม้ในสภาวะการใช้งานที่ท้าทายได้อีกด้วย

 

ในขณะที่กระบวนการประกอบแบตเตอรี่ของ GWM ORA Good Cat ได้รับการควบคุมอย่างเข้มงวดในทุกขั้นตอน พร้อม ระบบติดตามพารามิเตอร์ที่ละเอียดและแม่นยำเพื่อรับรองคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุด ในระหว่างการประกอบนั้น มีการตรวจสอบทุกจุดเชื่อมต่อสายไฟ ด้วยระบบติดตามที่สามารถตรวจวัดแรงดันไฟฟ้า อุณหภูมิ กระแสไฟ และการส่งสัญญาณได้อย่างแม่นยำ กระบวนการตรวจสอบนี้ยังรวมถึงการทดสอบความทนทานต่อแรงกระแทก ความต้านทานต่อการกัดกร่อน และการป้องกันการรั่วซึมของของเหลวด้วยมาตรฐาน IPX9K และ IP67 ได้อีกด้วย ซึ่งแบตเตอรี่ GWM ORA Good Cat ผ่านการทดสอบที่เข้มงวด ทั้งการตกจากความสูง 1 เมตร และการทดสอบการกัดกร่อนโดยการพ่นน้ำเกลือเป็นเวลา 40 วัน การแช่น้ำลึก 1 เมตรนาน 1 ชั่วโมง โดยไม่มีการรั่วไหล ไม่มีการลัดวงจร ไม่เกิดสนิม การรั่วซึม ไฟไหม้ หรือระเบิด ด้วยมาตรฐานการประกอบที่พิถีพิถันและให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยสูงสุดนี้ ทำให้มั่นใจได้ว่าแบตเตอรี่ GWM ORA Good Cat พร้อมมอบประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมและความปลอดภัยขั้นสูงอย่างแท้จริง

 

สำหรับระบบการจัดการแบตเตอรี่ หรือ Battery Management System (BMS) ของ GWM ORA Good Cat ได้รับการออกแบบให้มีความปลอดภัยสูงสุด ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะที่สามารถตรวจสอบและควบคุมสถานะของแบตเตอรี่ได้แบบเรียลไทม์ ทั้งแรงดันไฟฟ้า อุณหภูมิ สภาพการชาร์จ (SOC) สภาพสุขภาพของแบตเตอรี่ (SOH) การควบคุมคอนแทคเตอร์ (Contactor) และการจัดการแรงดันสูง พร้อมระบบวิเคราะห์และแก้ไขข้อผิดพลาดอย่างแม่นยำ โดย BMS ทำหน้าที่เสมือนสมองของมนุษย์ ที่จะสามารถตรวจจับความผิดปกติและดำเนินการตามระดับความรุนแรงที่กำหนดไว้ ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ระดับ ตั้งแต่ข้อผิดพลาดเล็กน้อยที่ไม่กระทบต่อการทำงานของระบบ ไปจนถึงข้อผิดพลาดร้ายแรงที่ต้องหยุดระบบทันที นอกจากนี้ เมื่อตรวจพบแรงกระแทกหรืออุบัติเหตุ ระบบไฟฟ้าจะตัดการทำงานโดยอัตโนมัติภายในเวลาเพียง 0.1 วินาที เพื่อลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าลัดวงจรและเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้อย่างทันท่วงที

 

ให้มาแบบจัดเต็มกับระบบความปลอดภัยเชิงแก้ไข (Passive Safety) และเชิงป้องกัน (Active Safety) พร้อมถุงลมนิรภัยถึง 6 ตำแหน่ง และ 2 ปุ่มฉุกเฉิน ป้องกันและช่วยเหลือผู้ขับขี่ในทุกการเดินทาง

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 9

GWM ORA Good Cat มาพร้อมถุงลมนิรภัยถึง 6 ตำแหน่ง เสริมความปลอดภัยรอบตัวคันรถ พร้อมลดความรุนแรงให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารอันเนื่องมาจากการชนและการกระแทก ประกอบไปด้วย ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ช่วยปกป้องศีรษะและหน้าอกของผู้ขับขี่และผู้โดยสารแถวหน้า ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงต่อการบาดเจ็บร้ายแรง ถุงลมนิรภัยด้านข้าง พองตัวบริเวณแผงประตู ป้องกันการกระแทกและเศษกระจก พร้อมเสริมการป้องกันช่วงกลางและช่วงล่างของร่างกาย และม่านถุงลมนิรภัย คลุมหน้าต่างทั้งสองฝั่ง ปกป้องศีรษะและใบหน้าจากการชนด้านข้าง ยิ่งไปกว่านั้น GWM ORA Good Cat ยังมาพร้อมกับ 2 ปุ่มฉุกเฉิน ได้แก่ ปุ่ม SOS สำหรับกดโทรออกในกรณีฉุกเฉินเมื่อเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง พร้อมส่งพิกัดตำแหน่งเพื่อขอความช่วยเหลือไปยังเจ้าหน้าที่ได้อย่างทันท่วงที และปุ่ม Call Center สำหรับกดโทรออกเพื่อขอความช่วยเหลือไปยังเจ้าหน้าที่ Call Center โดยตรง จากทั้งตัวถัง ถุงลมนิรภัย และปุ่มฉุกเฉินที่ถูกคิดค้นและผลิตด้วยความพิถีพิถันทำให้ GWM ORA Good Cat สามารถดูดซับแรงกระแทกและลดความเสี่ยงในการที่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารจะได้รับผลกระทบจากการชนรุนแรงที่ไม่คาดฝันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ GWM ORA Good Cat ยังมาพร้อมกับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่และระบบความปลอดภัยสำหรับการขับขี่แบบอัตโนมัติในระดับ L2+ ที่จะช่วยเพิ่มความอุ่นใจ เช่น ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในภาวะฉุกเฉิน ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ระบบช่วยชะลอความรุนแรงของการเกิดการชนซ้ำครั้งที่ 2 และระบบอื่น ๆ อีกมากมายที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่ได้อย่างครบครัน นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับแพลตฟอร์มโมดูลาร์อัจฉริยะที่มีการเสริมความปลอดภัยในการขับขี่อย่าง GWM e-LEMON ด้วยน้ำหนักเบาจึงช่วยให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการเร่ง การเบรก และการควบคุมพวงมาลัยได้อย่างฉับไว อีกทั้งแพลตฟอร์มดังกล่าวยังผ่านการทดสอบประสิทธิภาพการขับขี่บนถนนที่มีพื้นผิวที่ขรุขระและสภาพแวดล้อมแบบสุดขั้วได้อย่างเต็มรูปแบบ 

เจ้าเหมียวการันตี “ความปลอดภัย” ที่ไม่ใช่แค่ในไทยแต่จากทั่วโลก

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 10

จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านความปลอดภัยที่อัดแน่นมาแบบครอบคลุมใน GWM ORA Good Cat ส่งผลให้ได้รับการยอมรับด้านความปลอดภัยจากเวทีและมาตรฐานต่าง ๆ ทั่วทุกมุมโลก ทั้งการรับรองความปลอดภัยสูงสุดระดับ 5 ดาว จาก Australasian New Car Assessment Program (ANCAP) และจาก European New Car Assessment Programme (Euro NCAP) ซึ่งทั้งสองสถาบันเป็นสถาบันประเมินรถยนต์ใหม่ตามมาตรฐานออสตราเลเซียและยุโรปตามลำดับ นอกจากด้านความปลอดภัยแล้ว เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังได้รับการประเมินสุขภาพยานยนต์ของจีน (C-AHI) กับคะแนนระดับ 5 ดาวในทุก ๆ ด้าน การรับรองมาตรฐานรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ระดับ 5 ดาว จาก การวัดประสิทธิภาพที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ปี 2566 หรือ Green NCAP 2023 และรางวัลรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มียอดขายที่ดีที่สุดในประเทศไทย ปี 2565 เรียกได้ว่าเจ้าเหมียวไฟฟ้าคันนี้ได้รับการยอมรับจากทั้งประเทศไทยและต่างประเทศได้เป็นอย่างดีในฐานะรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เต็มไปด้วยความปลอดภัยในทุกสถานการณ์ได้อย่างรอบด้าน

ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงที่ครอบคลุมในทุกมิติ GWM ORA Good Cat จึงเป็นยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า 100% ที่มอบความมั่นใจ อุ่นใจ ให้กับผู้ใช้งานในทุกการเดินทาง ผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ออกแบบระบบความปลอดภัยมาเพื่อปกป้องและป้องกันทุกชีวิตใน GWM ORA Good Cat ได้อย่างรอบด้าน จนเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นสำคัญที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อความอุ่นใจให้กับลูกค้าทุกคน ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มอบให้กับรถ GWM ORA Good Cat ทุกคัน มีทุนประกันที่ครอบคลุมราคารถ 100%  เป็นระยะเวลา 1 ปี  ซึ่งเมื่อรถเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ลูกค้าก็จะได้รับค่ารถคืนเต็มจำนวนจากบริษัทประกันภัยอีกด้วย