Home Blog Page 84

“ปอร์เช่” เดินหน้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้ามียอดขายเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ในไตรมาสแรก

0
ปอร์เช่ 1

ปอร์เช่ มียอดส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมากในไตรมาสแรกของปี 2025 โดยมีการส่งมอบรถยนต์มากถึง 71,470 คันให้กับลูกค้าทั่วโลกระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคม ซึ่ง 38.5% ของยอดขายนี้เป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ส่วนแบ่งนี้ประกอบไปด้วยรถพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ 25.9% และปลั๊กอินไฮบริด 12.6% พานาเมร่า (Panamera) มียอดการเติบโตสูงสุดในบรรดาทั้ง 6 รุ่นของปอร์เช่ โดยมียอดการส่งมอบเพิ่มขึ้นถึง 27% ส่วนมาคันน์ (Macan) เพิ่มขึ้น 14% โดยส่วนใหญ่เป็นรุ่นไฟฟ้า ในแง่ของภูมิภาค อเมริกาเหนือ ยังคงเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด เนื่องจากมีการส่งมอบรถมากถึง 20,698 คัน เพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว แม้ว่ายอดรวมทั่วโลกจะลดลง 8% เมื่อเทียบกับตัวเลขของปีที่แล้ว แต่ยอดขายในแต่ละภูมิภาคยังคงมีความสมดุล

แมทเธียส เบ็คเคอร์ (Matthias Becker) สมาชิกคณะกรรมการบริหารฝ่ายการขายและการตลาดของปอร์เช่ เอจี กล่าวว่า “มาคันน์ (Macan) ทำผลงานได้ดีมากในไตรมาสแรก โดยรุ่นไฟฟ้ามีส่วนช่วยอย่างมากต่ออัตราการเปลี่ยนผ่านสู่ ผลิตภัณฑ์รถพลังงานไฟฟ้าของเรา เรามีระบบขับเคลื่อนที่หลากหลายและครอบคลุม ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละภูมิภาคทั่วโลก และในอนาคตเราจะยังคงมีกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายครอบคลุมทั้ง 3 ประเภทการขับเคลื่อน ทั้งสปอร์ตคาร์ 2 ประตู ซีดาน และเอสยูวีไปจนถึงปี 2030″

การเติบโตในอเมริกาเหนือและตลาดต่างประเทศและตลาดเกิดใหม่
อเมริกาเหนือมียอดส่งมอบเพิ่มขึ้น 37% จากปีที่แล้ว คิดเป็น 20,698 คัน การเติบโตนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาการนำเข้าในปีก่อน ส่วนกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ก็มียอดเพิ่มขึ้น 6% คิดเป็น 15,789 คัน ในยุโรป (ไม่รวมเยอรมนี) ปอร์เช่ส่งมอบ 18,017 คัน ลดลง 10% ขณะที่ตลาดในเยอรมนีมียอดลดลง 34% อยู่ที่ 7,495 คัน โดยยอดตกในยุโรปเกิดจากยอดสูงผิดปกติในปีที่แล้ว และผลกระทบจากข้อกำหนดไซเบอร์ซีเคียวริตี้ของยุโรปที่ส่งผลต่อการจัดจำหน่ายรุ่น 718 และ มาคันน์ (Macan) เครื่องยนต์สันดาป จีนมียอดส่งมอบ 9,471 คัน ลดลง 42% เนื่องจากเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว และ ปอร์เช่เน้นกลยุทธ์ “มูลค่ามากกว่าปริมาณ” โดยควบคุมอุปทานให้สมดุลกับความต้องการ

มาคันน์ (Macan) เป็นรุ่นขายดีที่สุดในไตรมาสแรก
ระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคม ได้มีการส่งมอบ มาคันน์ (Macan) จำนวน 23,555 คัน (+14%) โดยมากกว่า 60% ของตัวเลขนี้ หรือ 14,185 คัน เป็นรุ่นพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ในหลายประเทศนอกสหภาพยุโรป ปอร์เช่ ยังคงเสนอ มาคันน์ (Macan) รุ่นที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปรุ่นก่อนควบคู่ไปด้วย ซึ่งมีการส่งมอบ 9,370 คัน รุ่นใหม่ของ พานาเมร่า (Panamera) ก็ทำผลงานได้ดีเช่นกัน โดยมียอดการส่งมอบ 7,769 คัน เพิ่มขึ้นถึง 27%

ในไตรมาสแรก มีการส่งมอบรถสปอร์ต 911 จำนวน 11,390 คัน การลดลง 12% สามารถอธิบายได้จากการขายรุ่นก่อนหน้าในปีที่แล้วที่มียอดขายสูง และการเปิดตัวรุ่นใหม่ ส่วน 718 บ็อกสเตอร์ (Boxster) และ 718 เคย์แมน (Cayman) มีการส่งมอบ 4,498 คัน ลดลง 22% จากปีก่อน โดยส่วนใหญ่เกิดจากการจำกัดการวางจำหน่ายรุ่นในยุโรปเนื่องจากกฎระเบียบด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ไทคานน์ (Taycan) มีการส่งมอบ 4,203 คันในช่วงระหว่างมกราคมถึงมีนาคม (-1%) ส่วนคาเยนน์ (Cayenne) ถูกส่งมอบให้ลูกค้าจำนวน 20,055 คัน ลดลง 28% ซึ่งเป็นผลจากยอดที่เพิ่มขึ้นมากผิดปกติในปีก่อน

แมทเธียส เบ็คเคอร์ (Matthias Becker) กล่าวทิ้งท้ายว่า: “ปอร์เช่มีผลิตภัณฑ์ที่สดใหม่และน่าสนใจ ลูกค้ายังคงมีความต้องการในระดับแข็งแกร่ง ในขณะเดียวกัน ปอร์เช่ก็ยังคงลงทุนในแบรนด์และพอร์ตผลิตภัณฑ์ เพื่อที่จะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างยืดหยุ่น เราจะมุ่งเน้นไปที่กลยุทธ์ ‘Value over Volume’ ของเรา”

“ฟอร์ด” ออกแคมเปญ ‘โปรยิ้มกว้าง’ ข้อเสนอสุดยืดหยุ่นเพื่อเกษตรกร ดาวน์เริ่มต้นเพียง 5% ผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน

0
ฟอร์ด 1

ฟอร์ด ประเทศไทย เดินหน้าเคียงข้างเกษตรกรไทย เปิดตัวแคมเปญ ‘โปรยิ้มกว้าง’ ด้วยเงื่อนไขการชำระค่างวดที่ยืดหยุ่น ออกแบบมาเพื่อสอดรับกับรอบฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรและการจัดการสภาพคล่องของครัวเรือนอย่างแท้จริง ลูกค้าเกษตรกรที่สนใจซื้อรถยนต์ฟอร์ดทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 31 ธันวาคม 2568 สามารถร่วมแคมเปญสินเชื่อพิเศษ เลือกชำระค่างวดล่วงหน้าได้แบบ 3 เดือน 6 เดือน หรือ 12 เดือน ดาวน์เริ่มต้นเพียง 5% ผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน

ฟอร์ด 2

“ฟอร์ดเข้าใจดีว่ารูปแบบรายได้ของเกษตรกรไทยมีความเฉพาะตัว จึงได้ทำงานร่วมกับผู้จำหน่ายทั่วประเทศในการศึกษาและรวบรวมข้อมูลช่วงเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ และนำมาออกแบบโปรแกรมการจัดสินเชื่อที่ตอบโจทย์จริง มอบทางเลือกใหม่ที่ช่วยให้การเป็นเจ้าของรถฟอร์ดเป็นเรื่องง่ายขึ้นและตอบสนองความต้องการของเกษตรกรมากที่สุด ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในการดูแลลูกค้า เสมือนคนในครอบครัว” เมธัส ลิขิตสัจจากุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

แคมเปญ ‘โปรยิ้มกว้าง’ มอบข้อเสนอพิเศษด้านสินเชื่อ ดังนี้
•เลือกชำระค่างวดล่วงหน้าได้ 3 แบบ ตั้งแต่ 3 เดือน 6 เดือน หรือ 12 เดือน พร้อมรับส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษ ตามเงื่อนไขของธนาคารที่ร่วมรายการของฟอร์ด ลีสซิ่ง
•ดาวน์เริ่มต้นเพียง 5% ผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน
•ผู้เข้าร่วมแคมเปญต้องจองรถ และจัดไฟแนนซ์กับฟอร์ด ลีสซิ่ง

ข้อเสนอพิเศษแคมเปญ ‘โปรยิ้มกว้าง’ ครอบคลุมรถฟอร์ดทุกรุ่นที่มาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย และเทคโนโลยีชาญฉลาดตอบทุกโจทย์งานเกษตร อาทิ
•ฟอร์ด เรนเจอร์ XLS กระบะ 4 ประตูยกสูง เกียร์อัตโนมัติ มาพร้อมพื้นที่กระบะบรรทุกผลผลิตทางการเกษตรได้ปริมาณมากด้วยฐานล้อกว้าง และรองรับพาเลตสินค้าขนาดมาตรฐาน มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่รองรับการใช้หลายรูปแบบ อาทิ บันไดเหยียบข้างกระบะท้าย พื้นที่กระบะท้ายเปลี่ยนเป็นโต๊ะทำงานเคลื่อนที่ได้ มีจุดยึดอุปกรณ์ช่าง 2 จุด พร้อมไม้บรรทัดวัดขนาดแบบบิลท์อิน กล้องมองหลังขณะถอยจอด ช่วยให้ผู้ขับขี่ถอยจอดแบบเข้าซองได้อย่างปลอดภัย ผ่านหน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 10.1 นิ้ว บนคอนโซลกลาง
•ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค วี 6 มาพร้อมสมรรถนะที่ให้พละกำลังและแรงบิดสูง เหมาะกับการลากจูงและการขับขี่แบบออฟโรด อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่าง ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตโนมัติ 4A 4WD และระบบไฟส่องสว่างแบบแบ่งโซน ที่ช่วยให้เกษตรกรลุยงานในสวนหรือฟาร์มได้ทั้งกลางวันและกลางคืน
•ฟอร์ด เรนเจอร์ สปอร์ต กระบะ 4 ประตู ขับเคลื่อน 4 ล้อ ตอบโจทย์ทุกการใช้งานทั้งสายลุยและการใช้งานในเมือง

รถฟอร์ดทุกรุ่นยังมาพร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และการรับประกันคุณภาพรถใหม่จากโรงงาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด) ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายรูมฟอร์ด ทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ฟอร์ด (Ford Call Center) โทร. 1383

 

“บางจากฯ” จัดโปรแรงต่อเนื่อง “จันทร์สีม่วง” ลดราคาเฉพาะน้ำมันกลุ่มไฮพรีเมียม ทุกวันจันทร์ ระหว่างวันที่ 5 พ.ค. 68 – 30 มิ.ย. 68 ทั่วประเทศ

0
บางจาก 1

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัดโปรโมชันแรง “จันทร์สีม่วง” ลดราคาเฉพาะน้ำมันกลุ่มไฮพรีเมียม ลิตรละ 3 บาท ไม่มีขั้นต่ำ ทั้งบางจากไฮพรีเมียม 97 และบางจากไฮพรีเมียม ดีเซล S เฉพาะทุกวันจันทร์ ระหว่างวันที่ 5 พฤษภาคม 2568 – 30 มิถุนายน 2568 ณ สถานีบริการน้ำมันบางจากทั่วประเทศที่ร่วมรายการ เพื่อให้คนใช้รถได้ทดลองใช้น้ำมันคุณภาพสูง บางจากไฮพรีเมียม พลังสะอาด แรง พร้อมปกป้องเครื่องยนต์ 100% ในทุกจังหวะการขับขี่ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bangchakmarketplace.com

บางจาก 2

น้ำมันบางจากกลุ่มไฮพรีเมียม ทั้งน้ำมันแก๊สโซฮอล์ บางจากไฮพรีเมียม 97 และน้ำมันดีเซล บางจากไฮพรีเมียม ดีเซล S เป็นน้ำมันคุณภาพสูงเหนือมาตรฐาน ด้วยการคัดเนื้อน้ำมันพิเศษ ผ่านกระบวนการผลิตจากโรงกลั่นระดับโลก ทำให้ได้ค่า ออกเทนและซีเทนสูงกว่าน้ำมันพรีเมียมทั่วไป และมีสารเพิ่มคุณภาพสูตรพิเศษที่ผลิตและทดสอบจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ช่วยให้เครื่องยนต์สะอาด เผาไหม้สมบูรณ์ เพิ่มสมรรถนะที่ดีเต็มประสิทธิภาพ เร่งแรง เดินลื่นไม่สะดุด พร้อมปกป้องชิ้นส่วนสำคัญของเครื่องยนต์ ให้ขับขี่มั่นใจในทุกเส้นทาง

บางจาก 3

“ฮอนด้า” ชวนแฟนสายสปอร์ตออกทริป “Honda One Make Race 2025 Exclusive Trip” ลงสนามจริงระดับโลกกับ “Honda Track Experience” พร้อมร่วม “Driving Clinic”

0
ฮอนด้า 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ชวนแฟนสายสปอร์ตขับรถยนต์ฮอนด้าคู่ใจรุ่นใดก็ได้ ออกทริป 2 วัน 1 คืนกับ “Honda One Make Race 2025 Exclusive Trip” เพื่อสัมผัสประสบการณ์ความมันสุดเร้าใจกับฤดูกาลแรกของการแข่งขัน “Honda One Make Race 2025” ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นซัพพอร์ตเรซ (Support Race) ในการแข่งขัน “Fanatec GT World Challenge Asia 2025” การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบระดับโลก พร้อมเสริมทักษะและเรียนรู้เทคนิคการขับขี่อย่างสนุกสนานและปลอดภัยทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติจากผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพกับกิจกรรม “Driving Clinic” ก่อนจับพวงมาลัยลงขับบนสนามแข่งระดับโลกแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับกิจกรรม “Honda Track Experience” พร้อมรับสิทธิพิเศษอื่นๆ โดยกิจกรรมจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม – วันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน 2568 ร่วมกิจกรรมกับฮอนด้าฟรี ! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม*

มาร่วมปลุกจิตวิญญาณความสปอร์ตของคุณไปพร้อมกับฮอนด้า! ลูกค้าที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน – 11 พฤษภาคม 2568 เพียงแอด LINE Honda Thailand Official Account (Line ID: @honda-thailand) กรอกข้อมูล พร้อมแนบรูปถ่ายของคุณกับรถยนต์ฮอนด้าที่จะนำมาใช้ในกิจกรรม “Honda One Make Race 2025 Exclusive Trip” และบอกเล่าถึงความสปอร์ตของคุณและรถยนต์ฮอนด้าคู่ใจ จำนวนจำกัดเพียง 30 สิทธิ์เท่านั้น (1 สิทธิ์ 2 ท่าน – ลูกค้ารถยนต์ฮอนด้าที่ได้รับสิทธิ์สามารถพาผู้ติดตามมาร่วมกิจกรรมได้ 1 ท่าน) โดยจะประกาศผลผู้มีสิทธิ์ร่วมกิจกรรมในวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 ทาง Honda Thailand Official Account

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th/hondaonemakerace2025
หรือที่ศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร 02-341-7777

“GWM” ขนยนตรกรรมกว่า 40 รุ่น จาก 6 แบรนด์หลัก จัดแสดงในงาน Auto Shanghai 2025

0
GWM 1

GWM ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด GWM สร้างความตื่นตาตื่นใจในงาน Shanghai International Automobile Industry Exhibition ครั้งที่ 21 (Auto Shanghai 2025) ด้วยการนำเสนอทัพยนตรกรรมกว่า 40 รุ่นจาก 6 แบรนด์หลัก ได้แก่ GWM HAVAL, GWM WEY, GWM TANK, GWM ORA, GWM POER และ GWM SOUO Motorcycles ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Tech GWM, Off-Road GWM, Global GWM” ที่สะท้อนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของแบรนด์ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมแห่งชาติเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน พร้อมทั้งเปิดตัวโลโก้แบรนด์ใหม่ “GWM” เพื่อสื่อถึงแนวคิดระดับโลกอย่าง “GWM Go With More” ซึ่งสะท้อนถึงการขยายการเติบโตในระดับโลกอย่างไม่หยุดยั้ง ตอกย้ำภาพลักษณ์ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี พลังงานทางเลือกที่หลากหลายและครอบคลุม และระบบนิเวศของไลฟ์สไตล์ยานยนต์อัจฉริยะของ GWM ได้อย่างครบวงจร

เกรทวอลล์ 2

GWM ขนนวัตกรรมที่ล้ำหน้ามากมายไปจัดแสดง โดยแบ่งผลิตภัณฑ์ออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่ม Smart Living และกลุ่ม Off-Road Machines เพื่อนำเสนออนาคตแห่งการเดินทางที่ตอบความต้องการของผู้คนยุคใหม่ได้อย่างครอบคลุมในทุกมิติ สำหรับ Smart Living คือกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะล้ำสมัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประจำวัน ประกอบด้วยยนตรกรรมจาก 3 ตระกูล ได้แก่ GWM HAVAL, GWM WEY และ GWM ORA ซึ่งมีรุ่นไฮไลต์ ได้แก่ GWM HAVAL B26 รถเอสยูวีรูปทรง BOXY เครื่องยนต์ไฮบริด 1.5T เจเนอเรชันใหม่ พร้อมเทคโนโลยีขับเคลื่อนสี่ล้อไฮบริดอัจฉริยะ Hi4 รุ่นล่าสุด มอบทั้งสมรรถนะการขับขี่และประสิทธิภาพการใช้พลังงาน พร้อมโหมดการขับขี่ถึง 7 โหมด ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ADAS ระดับ L2 และฟีเจอร์จอดรถอัตโนมัติที่รองรับการจอดที่ซับซ้อนกว่า 40 รูปแบบ และเทคโนโลยีภายในล้ำสมัยอีกมากมาย นอกจากนี้ ยังรองรับการใช้งานกิจกรรมกลางแจ้งด้วยอุปกรณ์เสริมเฉพาะทางอย่าง ไฟแคมป์ปิ้ง และม่านบังแดดท้ายรถ รวมถึงมีระบบจ่ายไฟภายนอก 3.3 กิโลวัตต์ ตอบโจทย์ทั้งการเดินทางในเมืองและการผจญภัยออฟโรดอย่างแท้จริง ขณะที่ GWM ORA07 Touring Edition เป็นการผสมผสานแฟชั่น ความอัจฉริยะ และความกว้างขวาง มาพร้อมระบบ lidar และระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ NOA (Navigation on Autopilot) ทำให้ผู้ใช้งานขับขี่ได้อย่างมั่นใจทั้งบนทางด่วนและในเมือง นอกจากนี้เพื่อตอบสนองความต้องการอันหลากหลายของผู้ใช้งานเพื่อการเดินทางแบบครอบครัวและนักธุรกิจ ALL NEW GWM WEY 80 ได้เปิดตัวทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ GWM WEY80 7, GWM WEY80 8 และ GWM WEY80 9 ทั้งหมดนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ Hi4 Performance version ระบบช่วยขับ Coffee Pilot Ultra และ Coffee OS 3.2 สมาร์ทค็อกพิตรุ่นใหม่ ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างส้นหลามด้วยยอดจองถล่มทลายไปกว่า 7,848 คัน ภายใน 24 ชั่วโมงแรก

เกรทวอลล์ 3

สำหรับกลุ่ม Off-Road Machines ครอบคลุมไปด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ตระกูล GWM TANK, GWM POER และ GWM SOUO Motorcycles เอาใจสายลุยผู้ชื่นชอบการเดินทางเพื่อประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ท้าทาย ผ่านยนตรกรรมออฟโรดด้วยสมรรถนะที่แข็งแกร่ง ดุดัน และพลังอันเปี่ยมล้น โดยยนตรกรรมไฮไลต์ที่โดดเด่นในกลุ่มนี้ ได้แก่ GWM TANK 300 Hook Edition รถยนต์เอสยูวีออฟโรดสมรรถนะสูง พัฒนาร่วมกับเส้นทางออฟโรดระดับโลก “Hook Route” เพื่อพิชิตภูมิประเทศที่ท้าทายที่สุด นับเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานเป็นอย่างมาก รวมถึง GWM POER SAHAR Hi4-T รถกระบะพรีเมียมสายออฟโรดพลังงานใหม่ที่เผยโฉมทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Global Edition และรุ่น Performance Edition สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มออฟโรดซุปเปอร์ไฮบริด Hi4-T และ Shanhai POER Hi4-T ผสมผสานพลังที่แข็งแกร่ง ประสิทธิภาพไฟฟ้าแรงกล้า และการประหยัดน้ำมันมากกว่าที่เคย และตื่นตาตื่นใจไปกับยนตรกรรมสองล้อหนึ่งเดียวของ GWM กับ GWM SOUO Motorcycles บิ๊กไบค์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเหล่านักบิดสายทัวร์ริ่งเปิดตัว GWM SOUO S2000GL “Tengyun Ruishi” Limited Edition ซึ่งมีเครื่องยนต์ Flat 8 แบบแนวนอน จับคู่กับระบบส่งกำลังอัตโนมัติ Dual-Clutch 8 สปีด มาพร้อมกับคุณสมบัติล้ำสมัย เช่น ชิปเซ็ต 8155 และแผงหน้าปัดสมาร์ทัชสกรีนขนาด 12.3 นิ้ว มอบสมรรถนะที่ทรงพลังและประสบการณ์การขับขี่ระดับไฮเอนด์ที่ทนทานเหนือระดับ

เกรทวอลล์ 6

มู่ เฟิง ประธาน GWM กล่าวว่า “ในปี 2025 GWM จะเดินหน้าสู่หมุดหมายสำคัญด้วยการผลิตรถยนต์คันที่ 15 ล้าน นับเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของการพัฒนาแบรนด์สู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ ขณะเดียวกันในปีนี้ยังถือเป็นปีแรกของการเดินหน้ากลยุทธ์ ‘One GWM’ อย่างเป็นทางการ โดยยึดแนวทางการเติบโตแบบระบบนิเวศควบคู่กับการขยายการเติบโตในระดับท้องถิ่นเพื่อก้าวเข้าสู่สู่ตลาดโลกอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับผู้คนและสิ่งแวดล้อม รวมถึงดีเอ็นเอสายลุยที่เป็นเอกลักษณ์ของ GWM ไปสู่ผู้บริโภคทั่วโลก นอกจากนี้ เรายังมุ่งมั่นที่จะสร้างไลฟ์สไตล์แห่งอนาคตที่เทคโนโลยีเชื่อมโยงกับผู้คนเพื่อช่วยให้โลกน่าอยู่ยิ่งขึ้น”

เกรทวอลล์ 7

ภายในงาน GWM ยังได้ร่วมมือกับ Cerence AI เปิดตัวประสบการณ์ค็อกพิตอัจฉริยะแบบใหม่ภายในรถยนต์ ด้วยการนำเสนอแพลตฟอร์ม Cerence xUI™ ซึ่งเป็นระบบ AI แบบ agentic ที่สามารถโต้ตอบกับผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้อย่างชาญฉลาดและเป็นธรรมชาติ การสาธิตครั้งนี้จัดขึ้นภายในรถยนต์ของ GWM เพื่อเปิดมุมมองใหม่ของประสบการณ์ภายในรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model) ซึ่งทำงานผสานกันอย่างราบรื่นและไร้รอยต่อระหว่างอุปกรณ์ภายในรถยนต์และระบบคลาวด์ แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของแบรนด์ในการสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่ล้ำสมัย เชื่อมต่อ และเข้าใจผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น พร้อมตอกย้ำบทบาทของ GWM ในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตที่ไม่เพียงขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม แต่ยังให้ความสำคัญกับการยึดผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลางอีกด้วย

เกรทวอลล์ 9

ปัจจุบัน GWM มีช่องทางการขายในต่างประเทศมากกว่า 1,400 แห่ง และมีฐานผู้ใช้งานทั่วโลกมากกว่า 15 ล้านคน โดยในปี 2024 GWM มียอดขายรถใหม่รวม 1,233,292 คัน และมียอดขายในตลาดต่างประเทศถึง 453,141 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้ามากถึง 43.39% ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์ของ GWM โดยแบรนด์จะยังคงมุ่งมั่นในการขยายธุรกิจด้วยกลยุทธ์ “Ecological Globalization” ที่ครอบคลุมการวิจัยและพัฒนา การผลิต ซัพพลายเชน การขาย และบริการไปยังตลาดต่างประเทศอย่างครบวงจร เพื่อสร้างระบบอุตสาหกรรมระดับโลกที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ ตอกย้ำจุดยืนของ GWM ในการขับเคลื่อนแบรนด์สู่มาตรฐานระดับโลกอย่างแท้จริง

“อีซูซุ” เริ่มผลิตรถปิกอัพไฟฟ้า “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” รุ่นใหม่ในไทย สำหรับประเทศหลักในยุโรป

0
อีซูซุ ดีแมคซ์ EV 1

มร. ชินสุเกะ มินามิ (Mr. Shinsuke Minami) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อีซูซุ  มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น (สำนักงานใหญ่เมืองโยโกฮามะ จังหวัดคานางาวะ) ประกาศเริ่มผลิต รถปิกอัพไฟฟ้า “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” ขนาด 1 ตัน รุ่นแรกของอีซูซุในประเทศไทย

ISUZU 3

รถปิกอัพไฟฟ้า “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” คันแรกของอีซูซุ ได้จัดโชว์ต่อสาธารณชนในฐานะรถต้นแบบ ในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 45 ในประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว อีซูซุได้เริ่มการผลิตรถรุ่นพวงมาลัยซ้ายและส่งไปยังประเทศหลัก ๆ ในยุโรป เพื่อจำหน่ายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568

การผลิตรถรุ่นพวงมาลัยขวาของ รถปิกอัพไฟฟ้า “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” กำหนดจะมีขึ้นช่วงปลายปีนี้ โดยคาดว่าจะเริ่มจำหน่ายในสหราชอาณาจักร ในปี 2569 และจะขยายไปยังประเทศและเขตอื่น ๆ ตามความต้องการของตลาด

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full Time ซึ่งมี e-Axles ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ทำงานร่วมกันทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยให้มั่นใจในสมรรถนะอันยอดเยี่ยมบนพื้นที่ทุรกันดาร ระบบนี้ยังให้พลังเร่งแซงสูงแบบคงที่ตามแบบฉบับของรถยนต์ไฟฟ้า ขณะเดียวกันก็ลดเสียงรบกวนและการสั่นสะเทือน นอกจากนี้ ความสามารถในการลากจูงและน้ำหนักบรรทุกที่สูง จากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลังรวมถึงโครงสร้างและตัวถังที่แข็งแรง ทำให้รถปิกอัพไฟฟ้า “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” สามารถเทียบเคียงกับสมรรถนะของรุ่นดีเซลที่มีอยู่ปัจจุบันได้

กลุ่มอีซูซุมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้คนผ่านการพัฒนายานยนต์ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนหลากหลายประเภท ด้วยตระหนักดีว่าลูกค้าผู้ใช้รถปิกอัพมีวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย รถปิกอัพไฟฟ้า “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” จึงได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการในการใช้รถทั้งเพื่อการพาณิชย์และส่วนตัว โดยยังคงประสิทธิภาพที่ทนทานตามความคาดหวังของการใช้งานรถปิกอัพ

รายละเอียดผลิตภัณฑ์

รุ่นรถ: รุ่น 4 ประตู สำหรับตลาดยุโรป

น้ำหนัก น้ำหนักตัวรถ (กก.) 2,350
น้ำหนักบรรทุกสูงสุด (กก.) 1,010
ความสามารถในการลากจูงสูงสุด (กก.) 3,500
มิติ ความยาวรวมกันชนหลัง (มม.) 5,280
ความกว้างรวม (มม.) 1,870
ความสูงรวมราวหลังคา (มม.) 1,810
ฐานล้อ (มม.) 3,125
ระยะห่างช่วงล้อ (หน้า/หลัง) (มม.) 1,570
รัศมีวงเลี้ยวต่ำสุด (ม.) 6.1
สมรรถนะ ระบบขับเคลื่อน 4×4 แบบ Full Time
กำลังสูงสุด (กิโลวัตต์) 140
แรงบิดสูงสุด (นิวตัน-เมตร) 325
ความเร็วสูงสุด (กม./ ชม.)

 

มากกว่า 130
ระยะทางวิ่งต่อชาร์จ (กม.) 263 (WLTP)

361 (WLTP City mode)

อัตราการสิ้นเปลืองไฟฟ้า

(วัตต์ชั่วโมง/ กม.)

255 (WLTP)
ประเภทแบตเตอรี่ ลิเธียมไออน
ความจุแบตเตอรี่ (กิโลวัตต์-ชม.) 66.9
ระยะเวลาในการชาร์จ กระแสสลับ AC รองรับสูงสุด 11 กิโลวัตต์

ใช้เวลา 10 ชม. (0-100%)

กระแสตรง DC รองรับสูงสุด 50 กิโลวัตต์

ใช้เวลา 1 ชม. (20-80%)

 

 

 

“มาสด้า” มอบรางวัลผู้ชนะเลิศการแข่งขันกอล์ฟเยาวชน เตรียมเดินทางไปแข่งขันทัวร์นาเม้นต์ใหญ่ในสหรัฐอเมริกา

0
มาสด้า 1

“มาสด้า” มอบรางวัลผู้ชนะเลิศกอล์ฟเยาวชน โครงการ Mazda U.S. College PREP Junior Golf Championship 2025 ผลการแข่งขันปรากฏว่าเยาวชนที่ชนะเลิศอันดับหนึ่งในระดับ Middle School เป็นเยาวชนดาวรุ่งดวงใหม่จากประเทศไทยที่ผงาดคว้าแชมป์ไปครองได้ทั้งประเภทเยาวชนชายและหญิง คือ ด.ช. ภัคภาคิน เชษฐพงศ์พันธุ์ คว้าแชมป์ประเภทเยาวชนชาย และ ด.ญ. กิรณา บัตรพรรธนะ คว้าแชมป์ประเภทเยาวชนหญิง ในขณะที่เยาวชนผู้ชนะเลิศในระดับ High School ได้แก่ เควิน ไคชิน เซีย จากประเทศจีน คว้าแชมป์ประเภทเยาวชนชาย และ แพสชั่น ซู จากประเทศสิงคโปร์ คว้าแชมป์ประเภทเยาวชนหญิง และที่สำคัญมีเยาวชนทั้งชายและหญิงจากประเทศไทยติดอันดับถึง 6 คน จากจำนวนทั้งหมด 16 คน พร้อมร่วมเดินทางไปแข่งขันทัวร์นาเม้นต์ใหญ่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในเดือนกรกฏาคมที่จะถึงนี้

มาสด้า 2

โดยการจัดการแข่งขันในครั้งนี้เป็นหนึ่งในโครงการส่งเสริมเยาวชนที่มาสด้าร่วมกับ The Agency Recruiter ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดหาทุนการศึกษาด้านการกีฬาสำหรับเยาวชน จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมเยาวชนไทยและนานาชาติ และมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้า Mazda Family ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่สองติดต่อกัน โดยเมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา มีเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมได้เดินทางไปร่วมการแข่งขันในประเทศสหรัฐอเมริกามาแล้ว จำนวน 20 คน ส่วนในปีนี้เยาวชนที่ชนะเลิศในโครงการฯ ดังกล่าว นอกจากจะได้รับถ้วยรางวัลชนะเลิศพร้อมของรางวัลแล้ว ยังจะได้รับเอกสิทธิ์พิเศษต่าง ๆ มากมาย อาทิ ตั๋วเครื่องบินไปกลับระหว่างเอเชีย-สหรัฐอเมริกา รวมค่าที่พักระหว่างการแข่งขัน รวมถึงโอกาสที่จะได้รับสิทธิ์ในการคว้าทุนการศึกษาจากโรงเรียนและมหาวิทยาลัยชื่อดัง พร้อมสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันกอล์ฟทัวร์นาเมนต์ใหญ่ในประเทศสหรัฐอเมริกา และสิทธิพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา ณ สนามกอล์ฟ Phoenix Gold Golf & Country Club จังหวัดชลบุรี

มาสด้า 3

นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิตอล บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้าขอชื่นชมเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ โดยเฉพาะผู้ที่ชนะการแข่งขันคือตัวแทนประเทศไทยที่จะไปแสดงทักษะและฝีมือในเวทีระดับสากล มาสด้าเชื่อเสมอว่า เยาวชนคือพลังสำคัญที่ขับเคลื่อนอนาคตของประเทศ ในฐานะที่มาสด้าเป็นบริษัทรถยนต์ที่มุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์ความสุขในการใช้ชีวิตทุกด้านให้กับทุกคน มาสด้าต้องการส่งมอบสิ่งเหล่านี้ให้กับลูกค้าและสมาชิกทุกคนในครอบครัว เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนได้มีโอกาสเดินตามความฝัน นำความสำเร็จและความสุขมาสู่ประเทศไทยและผู้คนรอบข้าง ซึ่งเป็นไปตามปรัชญาใหม่ของมาสด้า นั่นคือ “Joy Drives Lives” หรือ ความสุขขับเคลื่อนชีวิต ทั้งนี้ มาสด้าภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่โครงการนี้เกิดจากความตั้งใจในการสร้างสรรค์สังคมให้ดียิ่งขึ้น และมีเยาวชนให้ความสนใจเข้าร่วมการแข่งขันเป็นจำนวนมาก

มาสด้า 4

โครงการ Mazda U.S. College PREP Junior Golf Championship 2025 ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา มีเยาวชนให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมการแข่งขันจำนวนมาก ทั้งเยาวชนไทยและเยาวชนจากนานาชาติ รวมถึงลูกค้า Mazda Family ที่มาสด้าได้มอบสิทธิพิเศษให้โดยเฉพาะ ซึ่งในปีที่ผ่านมามีเยาวชนเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันที่สหรัฐอเมริกามาแล้ว 20 คน จากการเข้าร่วมการแข่งขันที่จัดขึ้นในประเทศไทย จำนวน 2 แม็ตซ์ โดยมีเยาวชนเข้าร่วมการแข่งขันมากกว่า 300 คน สำหรับในปีนี้มาสด้าได้จัดการแข่งขันขึ้น จำนวน 2 แม็ตซ์ เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา และในครั้งนี้เป็นแม็ตซ์แรก สำหรับเยาวชนที่ติดอันดับท็อป 50% แรกของแต่ละประเภทการแข่งขันในครั้งนี้จะได้รับรางวัลพิเศษมากมาย รวมถึงสิทธิ์ในการเข้าร่วมการแข่งขันระดับแนวหน้าโดยไม่ต้องผ่านรอบคัดเลือก ส่วนผู้ที่ทำอันดับดีที่สุด 12 อันดับแรก จากการแข่งขันในแต่ละประเภท ได้แก่ เยาวชนชาย 6 คน เยาวชนหญิง 6 คน จะได้รับรางวัลตั๋วเครื่องบินไป-กลับ จากประเทศต้นทางของทวีปเอเชียไปยังสหรัฐอเมริกา และยังได้รับสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน Junior World Cup Invitational Kingsmill ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 15-17 ก.ค. 68 ที่รัฐเวอร์จิเนียร์ สหรัฐอเมริกา

มาสด้า 5

“สำหรับรางวัลในครั้งนี้เปรียบเสมือนการเปิดประตูก้าวแรกสู่ความสำเร็จ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นถึงความมานะและความพยายามที่เยาวชนทุกคน พร้อมฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อนำมาซึ่งหนทางสู่ความสำเร็จในก้าวต่อไป และไม่ว่าเยาวชนจะได้รับรางวัลในครั้งนี้หรือไม่ แต่ทุกคนที่ได้มายืนอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ถือเป็น “ผู้ชนะ” ทั้งนี้ มาสด้าพร้อมจัดกิจกรรมดี ๆ เพื่อส่งเสริมให้เยวชนได้มีโอกาสเดินตามความฝันของตนเอง โดยจะมีการอัปเดตกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านทางเว็บไซต์ www.mazda.co.th ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทางมาสด้าตั้งใจจัดขึ้นเพื่อลูกค้า Mazda Family ล้วนเป็นเอกสิทธิพิเศษที่จัดขึ้นเพื่อมอบให้กับลูกค้า แทนคำขอบคุณที่ลูกค้าให้เกียรติเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวมาสด้า ซึ่งมาสด้าให้คำมั่นสัญญาว่าจะให้การเอาใจใส่ดูแลลูกค้า รถยนต์ทุกคัน และสมาชิกทุกคนในครอบครัวของลูกค้าไปตลอดอายุการใช้งาน พร้อมให้การดูแลลูกค้าเช่นนี้ในโอกาสถัดไป” นายภพนิพิฐ กล่าว
ผลการแข่งขันกอล์ฟเยาวชน Mazda U.S. College PREP Junior Golf Championship 2025

มาสด้า 6

ระดับ Middle School
ประเภทเยาวชนชาย
•ชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ ภัคภาคิน เชษฐพงศ์พันธุ์ (Pakpakin Chetphongphan) ประเทศไทย
•รองนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ ยูบีน หยาง (Yubeen Yang) ประเทศจีน
•รองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ ประพัฒน์ แทนศิริไชยา (Paphat Tansirichaiya) ประเทศไทย
ประเภทเยาวชนหญิง
•ชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ กิรณา บัตรพรรธนะ (Kirana Batraphuntara) ประเทศไทย
•รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ ศิริกาญจน์ วิชย์โกวิทเทน (Sirikarn Vichkovitten) ประเทศไทย
•รองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ กฤษณ์พรรณรจน์ กฤตมโนรถ ( Kritpannarot Kritmanorot) ประเทศไทย

ระดับ High School
ประเภทเยาวชนชาย
•ชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ เควิน ไคซิน เซีย (Kevin Kaixin Xia) ประเทศจีน
•รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ เดวิด ชารลส์ เซอร์เดเนีย (David Charies Serdenia) ประเทศฟิลิปปินส์
•รองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ มิยอน คิม (Miyeon Kim) ประเทศเกาหลีใต้
•รองชนะเลิศอันดับสาม ได้แก่ อิโน ชังส์ (Ino Chung) ประเทศเกาหลีใต้
•รองชนะเลิศอันดับสี่ ได้แก่ เวด สาย มาชิราจู (Wed Sai Machiraju) ประเทศอินเดีย
ประเภทเยาวชนหญิง
•ชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ แพสชั่น ซู (Passion Hsu) ประเทศสิงคโปร์
•รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ ศิฮีร์ตรา แมนดาวา (Srihitra Mandava) ประเทศอินเดีย
•รองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ วิชิตา พรมกัลป์ (Wichita Phromkan) ประเทศไทย
•รองชนะเลิศอันดับสาม ได้แก่ นิก เอลิเซีย มิเรียม คามิล (Nik Alicia Miriam Kamil) ประเทศมาเลเซีย
•รองชนะเลิศอันดับสี่ ได้แก่ จียู ลี (Jiyu Lee) ประเทศเกาหลีใต้

 

 

“เอช เซม” รับหน้าร้อนกับโปรฯ รถสามล้อราคาสบายๆ

0
เอซ เซม 1

เอช เซม รับหน้าร้อนด้วยราคาสุดพิเศษ รถสามล้อ ทั้งแบบไฟฟ้าและเครื่องยนต์ เริ่มต้นเพียง 29,000 บาท พร้อมรับประกัน 3 เดือนและจัดส่งฟรี! ทั่วประเทศ ตัดสินใจด่วน !! สินค้ามีจำนวนจำกัด

ประเดิมที่รถสามล้อไฟฟ้า BUDDY D COVER ราคาปรกติ 35,500 เหลือ 29,000 บาทเท่านั้น สำหรับแบบเครื่องยนต์มี 4 รุ่นให้เลือก ได้แก่ STC 110SP จาก 74,300 บาท เหลือ 56,500 บาท รุ่น STC 150SP PLUS จาก 91,420 บาท เหลือ 71,500 บาท และรุ่น STC 150SP PLUS COVER จาก 98,420 บาท เหลือ 78,500 บาท รุ่น STC 250SP จากราคา 137,020 บาทเหลือเพียง 80,000 บาท

โปรคุ้มๆ เริ่มแล้ว !! ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2568 สอบถามข้อมูลได้ที่ โทร. 02-0805609 กด 1 / Line ID: @hsemmotor หรือ เข้าไปที่ www.hsemmotor.com/ หรือ www.facebook.com/hsemmotor.sev หรือ www.facebook.com/hsemmotor.stc

 

Chery และ OMODA & JAECOO ผนึกกำลังจัดงาน Chery OJ Hybrid Technology Night และเปิดตัว Open Source Initiative ประกาศความเป็นผู้นำระดับโลก ด้านเทคโนโลยีเครื่องยนต์ไฮบริด

0
Chery และ OMODA & JAECOO 1

Chery Automobile บริษัทแม่ของ OMODA & JAECOO มีประสบการณ์ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีกว่า 20 ปี และเป็นผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีเครื่องยนต์ไฮบริด ได้ผนึกกำลังจัดงาน Chery OJ Hybrid Technology Night ในธีม “China Hybrid, Leading the World” (ไฮบริดจากจีนพร้อมก้าวนำโลก) พร้อมประกาศเปิดตัว Chery and OMODA & JAECOOO Hybrid Technology Open-Source Initiative ที่เมืองอู่หู มณฑลอานฮุย ประเทศจีน

ภายใต้กลยุทธ์เทคโนโลยีไฮบริดของกลุ่มบริษัทฯ Chery Automobile พร้อมจะนำเสนอรถยนต์ไฮบริด 39 รุ่น โดยมี 3 รุ่น สำหรับ OMODA & JAECOO ได้แก่ OMODA C7 SHS, OMODA C5 SHS ที่ยังไม่เคยเปิดตัวและขายในไทยและ JAECOO 7 SHS ที่ได้เปิดตัวและพร้อมขายเมื่องานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ผ่านมาในเดือนมีนาคม และ 2 รุ่นสำหรับ Chery ได้แก่ Chery Tiggo 7 CHS และ Chery Tiggo 8 CHS ในประเทศไทย นอกเหนือไปจากนี้ Chery ยังเตรียมจัดงานนำเสนอเทคโนโลยีไฮบริดในประเทศไทยในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ โดยรายละเอียดของงานจะประกาศในโอกาสต่อไป

กลุ่มบริษัท Chery นำเสนอวิสัยทัศน์ระดับโลกด้วย “หลักการ 3 ประการ” เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานของเทคโนโลยีไฮบริด
ในงาน Chery OJ Hybrid Technology Night ที่ผ่านมา หยิน ทงหยู ประธาน Chery Group กล่าวว่า
“ความตั้งใจเดิมของเราในการพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยนต์ไฮบริดคือการพัฒนาตามแนวคิดด้านความยั่งยืน เราพยายามจะพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยนต์ไฮบริดให้มี ‘ขีดความสามารถ 4 ประการ’ ได้แก่ กระบวนการพัฒนาที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ราคาที่เป็นมิตร ระบบความปลอดภัยที่ไว้ใจได้ และมอบระยะการขับขี่
ที่ไกล เป้าหมายของเราคือการพัฒนาโซลูชั่นทางเทคโนโลยีที่ดีกว่าและหลากหลายมากขึ้นเพื่อให้สอดรับกับตลาดโลกที่มีความแตกต่าง มอบทางเลือกที่มากขึ้นให้แก่ผู้ใช้”

Chery และ OMODA & JAECOO 2

กู่ ชุนฉาน รองประธาน Chery Group กล่าวว่า “เราได้ข้อสรุปเกี่ยวกับมาตรฐานสากลของเทคโนโลยีเครื่องยนต์ไฮบริดที่มีคุณภาพสูงจากการวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้งานทั่วโลกแบบเชิงลึก เราไม่ได้พัฒนาระบบการขับขี่เพียงเพื่อมอบสมรรถนะสำหรับทุกสถานการณ์ แต่เราพัฒนาเพื่อมอบประสบการณ์ที่ทั้งประหยัดพลังงาน มีสมรรถนะสูง อัจฉริยะ ปลอดภัย และรองรับการขับขี่แบบออฟโร้ดได้อย่างดีเยี่ยม”
ด้านการประหยัดพลังงานนั้น Chery ได้สร้างมาตรฐานใหม่เตรียมพร้อมก้าวสู่ยุคที่ “เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร
ให้ระยะทางการขับขี่ที่ไกลขึ้น” จากการผสานเทคโนยีเครื่องยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่กับระบบระบายความร้อน
ที่มีประสิทธิภาพดีกว่าเดิม 46.5% และระบบส่งกำลังที่มีประสิทธิภาพโดยรวมดีกว่าเดิม 93%

 

ด้านสมรรถนะ Chery นำเสนอเครื่องยนต์ไฮบริด 2.0TGDI พร้อมทั้งระบบส่งกำลัง DHT230 และ DHT280 ซึ่งเครื่องยนต์ดังกล่าวเป็นเครื่องยนต์ไฮบริดที่สร้างนิยามระดับโลกบทใหม่ด้วยกำลัง 280 กิโลวัตต์ และความเร็วรอบการทำงานเครื่องยนต์ที่สูงถึง 24,000 รอบต่อนาที ซึ่งทั้ง 2 ตัวเลขดังกล่าวเป็นตัวเลขระดับสูงสุดในอุตสาหกรรม

Chery และ OMODA & JAECOO 5

ด้านความอัจฉริยะ Chery ผสานระบบ Intelligent Control Platform ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะเพื่อช่วยเหลือผู้ใช้ในการขับขี่ ระบบนี้ผสานการควบคุมการเคลื่อนที่อัจฉริยะและระบบการบริหารจัดการพลังงาน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถควบคุมรถได้อย่างแม่นยำ และปรับแต่งอัตราการใช้พลังงานให้เหมาะสมกับทุกการเดินทางมากที่สุด

ด้านความปลอดภัย Chery ปฏิบัติตามแนวทางการวิจัยและพัฒนาตามมาตรฐานโลก และกระบวนการทดสอบที่เป็นสากล โดยเทคโนโลยี “Smart Cloud Fusion” เป็นเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ทำงานร่วมกับระบบความปลอดภัยหลัก 10 ระบบ พัฒนาโดยอาศัยข้อมูลจากศูนย์ข้อมูล 5 แห่งทั่วโลก และรองรับการวิเคราะห์ข้อมูลได้มากกว่า 800 รายการ ช่วยให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่ารถยนต์ของพวกเขาปลอดภัยเสมอ

Chery และ OMODA & JAECOO 7

คำประกาศด้านเทคโนโลยีไฮบริดสากลพร้อมการเริ่มโครงการ Open-Source Hybrid Initiative
โดยกลุ่มบริษัทฯเชอรี่ร่วมกับสถาบันวิจัยมาตรฐานรถยนต์แห่งประเทศจีน ภูมิใจเสนอคำประกาศด้านเทคโนโลยีไฮบริด ซึ่งถือเป็นโครงการที่เชอรี่ ในฐานะบริษัทแม่ของ OMODA & JAECOO จะนำมาตรฐานทางเทคโนโลยีของตนมาเป็นมาตรฐานสากลสำหรับการประยุกต์ใช้งานได้ทั่วโลก อีกทั้งยังช่วยสร้างนิยามใหม่ด้านความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีที่สอดรับกับความต้องการของผู้ใช้ทั่วโลก คำประกาศนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งสมาคมด้านเทคโนโลยีเครื่องยนต์ไฮบริดของประเทศจีน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมรถยนต์ไฮบริดของประเทศจีนไปสู่มาตรฐานที่ดียิ่งกว่าเดิม

จากใจกลางกรุงสู่อนาคต เอเอเอสฯ ชวนสัมผัสปอร์เช่พลังงานไฟฟ้า สุดยอดนวัตกรรมแห่งความแรงและความล้ำสมัย ณ เอเอเอส-เฮาส์ เอ็มสเฟียร์

0
เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 1

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแห่งแรกในประเทศไทย ถ่ายทอดอนาคตแห่งนวัตกรรมยานยนต์ผ่านการจัดแสดงยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า 100% ภายใต้คอนเซปต์ “Electrified DNA” ที่ตอกย้ำจิตวิญญาณความสปอร์ตและสมรรถนะระดับตำนานของปอร์เช่อย่างอย่างแท้จริง เพื่อให้ชาว เอ็ม ดิสทริค ได้สัมผัสตัวตนอันทรงพลังของปอร์เช่ในยุคใหม่ อาทิ ปอร์เช่ มาคันน์ 4 (Macan 4), ปอร์เช่ ไทคานน์ (Taycan) และ ปอร์เช่ ไทคานน์ 4 เอส ครอส ทัวริสโม (Taycan 4S Cross Turismo) พร้อมต้อนรับผู้ที่หลงใหลและเหล่าสมาชิกครอบครัวปอร์เช่ ณ เอเอเอส-เฮาส์ ชั้น 2 ศูนย์การค้า เอ็มสเฟียร์) ตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 2

นำขบวนสู่อนาคตด้วย มาคันน์ 4 (Macan 4) สปอร์ตเอสยูวีพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ถ่ายทอดสมรรถนะในแบบ E-Performance ได้อย่างเหนือระดับ ผสานดีไซน์สปอร์ตและห้องโดยสารกว้างขวางที่ตอบโจทย์การใช้งานในทุกวัน พร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยภายใต้แนวคิด ‘Keep Your Essence’ มาคันน์ 4 คันนี้ มาขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าใหม่ล่าสุดแบบ PSM (Permanent Magnet Synchronous Motor) ที่ให้พละกำลังสูงสุด 408 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 650 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม. ภายใน 5.2 วินาที พร้อมความเร็วสูงสุดที่ 220 กม./ชม. อีกทั้งพิสัยการขับขี่สูงสุดถึง 612 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP พร้อมสีตัวถังสุดสดใสอย่าง Frozen Blue Metallic

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 3

ตามมาด้วย ปอร์เช่ ไทคานน์ (Taycan) ยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า 4 ประตู ที่ผสานดีไซน์ใหม่อันโดดเด่นและหรูหราเข้ากับเส้นสายที่เฉียบคมยิ่งขึ้น ในสีตัวถังสุดสุดหรูหราและทันสมัยอย่าง Shade Green อีกทั้งเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมถ่ายทอดอารมณ์แห่งการขับขี่ที่มากกว่าแค่ความรู้สึกแบบ ‘Overfeel’ สร้างความตื่นเต้นในทุกการขับขี่ด้วยขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 408 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 410 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.8 วินาที พร้อมความเร็วสูงสุดที่ 230 กม./ชม. อีกทั้งพิสัยการขับขี่สูงสุดถึง 559 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP พิเศษมากยิ่งขึ้นด้วย Performance Battery Plus ที่จะช่วยเพิ่มพละกำลังแรงม้าเป็น 435 แรงม้า พร้อมแรงบิด ขยับขึ้นเป็น 420 นิวตันเมตร

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 5

ปิดท้ายการขับเคลื่อนสู่อนาคตด้วย ปอร์เช่ ไทคานน์ โฟร์ เอส ครอส ทัวริสโม (Taycan 4S Cross Turismo) ยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าดีไซน์โดดเด่นรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ผสานความอเนกประสงค์เข้ากับความหรูหรา มาในสีตัวถังสุดโดดเด่นอย่าง Neptune Blue พร้อมด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่ไว้ใจได้ในทุกเส้นทาง ถ่ายทอดจิตวิญญาณในแบบ ‘Soul, Electrified’ มาพร้อมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 571 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 650 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.1 วินาที พร้อมความเร็วสูงสุดที่ 240 กม./ชม. อีกทั้งพิสัยการขับขี่สูงสุดถึง 488 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส 6
ตลอดช่วงเวลาการจัดแสดง เอเอเอสฯ พร้อมมอบประสบการณ์เหนือระดับ ด้วยเซอร์ไพรส์ใหม่ ๆ ที่ได้รับการนำเสนออย่างต่อเนื่อง ผ่านการปรับเปลี่ยนคอนเซปต์ให้สดใหม่และน่าตื่นตาตื่นใจอยู่เสมอ ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสบรรยากาศที่หรูหราทันสมัย พร้อมการต้อนรับอย่างอบอุ่นด้วยกาแฟและของว่างสูตรพิเศษจาก SHADE COMMUNE ร้านกาแฟแบบสเปเชียลตี้โดย เอเอเอส กรุ๊ป ที่พร้อมเติมเต็มทุกโมเมนต์ให้ล้ำค่าและน่าประทับใจยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกชมและเลือกซื้อสินค้า Porsche Lifestyle หลากหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า หรือของสะสม ที่สะท้อนตัวตนของผู้หลงใหลในโลกแห่งปอร์เช่ได้อย่างมีสไตล์

เอเอเอส–เฮาส์ ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าในการเป็นมากกว่าศูนย์กลางสำหรับผู้ที่หลงใหลในยานยนต์ระดับลักซ์ชัวรี เพื่อสร้างคอมมูนิตี้ที่เปิดโอกาสให้สมาชิกครอบครัวเอเอเอสฯ และผู้ที่หลงใหลในโลกแห่งยานยนต์ได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับโลกแห่งยนตรกรรม เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ที่รักการขับขี่แบบไร้ขีดจำกัด สำหรับผู้ที่ทำการจองรถยนต์ปอร์เช่ที่ เอเอเอส–เฮาส์ จะได้รับสิทธิประโยชน์สุดพิเศษพร้อมของขวัญสุดพรีเมียมที่คัดสรรมาโดยเฉพาะอีกด้วย

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด