Home Blog Page 85

SAIC MOTOR CORPORATION ผนึกกำลังแบรนด์ในเครือภายใต้แนวคิด “ONE SAIC” ร่วมโชว์เทคโนโลยีและวิสัยทัศน์ระดับโลก ในงาน Shanghai Auto Show 2025

0
SAIC MOTOR 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ถ่ายทอดความยิ่งใหญ่ของบริษัทแม่อย่าง SAIC MOTOR CORPORATION ผ่านนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลกในงาน Shanghai Auto Show 2025 ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการแห่งชาติ โดยในปีนี้มาพร้อมแนวคิด “ONE SAIC” ซึ่งเป็นการรวมพลังของแบรนด์ในเครือกว่า 10 แบรนด์ชั้นนำระดับโลก นำเสนอเทคโนโลยีแห่งอนาคตสะท้อนวิสัยทัศน์ใหม่ “More than Auto – เหนือกว่าการเข้าใจรถ คือการเข้าใจผู้ใช้รถ” ตอกย้ำเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะที่ผู้ใช้รถในทั่วโลกมีโอกาสเข้าถึงโดยเท่าเทียมกัน และสร้างระบบนิเวศอัจฉริยะร่วมกัน

SAIC MOTOR CORPORATION เดินหน้าพัฒนายนตรกรรมให้ตอบโจทย์กับเทรนด์ตลาดโลกภายใต้ยุทธศาสตร์ “Globalization to Localization” (GLOCAL 3.0) มุ่งเน้นการนำเสนอเทคโนโลยีในกลุ่มยานยนต์พลังงานใหม่ เช่น ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ระบบไฮบริด HEV เจเนอเรชันใหม่ และแบตเตอรี่โซลิดสเตต ฯลฯ
ควบคู่กับการสร้างระบบนิเวศที่ผสานวิสัยทัศน์ระดับโลกกับการดำเนินงานเฉพาะพื้นที่ ขณะเดียวกันมีการวางกลยุทธ์แบรนด์ และผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมในแต่ละภูมิภาค พร้อมคำนึงถึงบริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพ ในงาน Shanghai Auto Show 2025 ปีนี้ จึงนำเสนอยนตรกรรมที่แสดงถึงศักยภาพของ SAIC MOTOR CORPORATION ผ่าน 3 แกนหลัก ดังนี้

1. นวัตกรรมยานยนต์ยุคใหม่ที่ก้าวล้ำ และการยกระดับระบบนิเวศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
SAIC MOTOR CORPORATION สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์โลก โดยเป็นเจ้าแรกที่นำเสนอ “ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ 3.0 แบบเชิงปกป้อง และป้องกัน” ทั้งโครงสร้างตัวถัง ระบบช่วงล่าง และการควบคุมระบบต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ จากความร่วมมือกับพันธมิตรด้าน AI ระดับแนวหน้าของจีนอย่าง Horizon Robotics, ZHUOYU, Harmony Intelligent Mobility Alliance และ Momenta เพื่อสร้างยนตรกรรมที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีให้ทั้งผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร อาทิ เทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ ห้องโดยสารอัจฉริยะ ระบบช่วงล่างขั้นสูง

SAIC MOTOR 2
อีกทั้งยังร่วมมือกับ Huawei พัฒนาแบรนด์และยานยนต์อัจฉริยะพลังงานใหม่ระดับไอคอนิค ในขณะเดียวกัน
ได้ยกระดับประสิทธิภาพของระบบเชื่อมต่อโดยร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง OPPO และ Volcano Engine เพื่อมอบประสบการณ์ดิจิทัลในรถยนต์ที่สมบูรณ์แบบ และยกระดับความมั่นใจกับการใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่จาก เอ็มจี ด้วยการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน

2. เขย่าอุตสาหกรรมด้วยยนตรกรรมใหม่ สู่ความเป็น “ONE SAIC”
ปีที่ผ่านมา SAIC MOTOR CORPORATION กวาดยอดขายส่งสะสมรวม 4.013 ล้านคัน และมียอดส่งมอบ
สู่มือลูกค้าแล้ว 4.639 ล้านคัน โดยมียอดขายจากแบรนด์ในเครือสูงถึง 2.408 ล้านคัน หรือคิดเป็น 60%
ของยอดรวมทั้งหมด โดยรถยนต์พลังงานใหม่ทำสถิติยอดขายกว่า 1.234 ล้านคัน เติบโตขึ้น 9.9%
พร้อมความภาคภูมิใจในการขยายโอกาสธุรกิจสู่ตลาดระดับโลก ด้วยยอดส่งออก 1.082 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 2.6%
แม้ต้องเผชิญแรงกดดันด้านนโยบายจากสหภาพยุโรป โดย ณ ปัจจุบัน SAIC MOTOR CORPORATION สามารถเป็นผู้ส่งออกรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของจีน ด้วยยอดสะสมกว่า 5.5 ล้านคันถึงสิ้นปี ค.ศ. 2024
และยังคงเดินหน้ารุกตลาดรถยนต์พลังงานใหม่อย่างต่อเนื่องด้วยโกลบอลโมเดลที่ครอบคลุมทุกรูปแบบ
การขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่าง NEW MG S5 EV และ NEW MG4 ELECTRIC
รวมถึงรถยนต์ไฮบริด เจเนอเรชันล่าสุดอย่าง ALL NEW MG3 HYBRID ทั้งยังสร้างความมั่นใจด้วยฐานการผลิตชิ้นส่วนในต่างประเทศกว่า 100 แห่ง ศูนย์บริการ และตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการกว่า 3,000 ราย มีศูนย์วิจัยผลิตภัณฑ์ (R&D Center) ในลอนดอน สหราชอาณาจักร ซิลิคอนแวลลีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา และเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล รวมถึงการสร้างฐานการผลิตในประเทศไทย อินโดนีเซีย อินเดีย และปากีสถาน ซึ่งถือ
เป็นการเติบโตที่โดดเด่นท่ามกลางกระแสตลาดที่ท้าทาย

SAIC MOTOR 3

ในปีนี้ SAIC MOTOR CORPORATION วางกลยุทธ์การตลาดสู่ความเป็นหนึ่งภายใต้แนวคิด “ONE SAIC” ที่นำเสนอสุดยอดยนตรกรรมที่มาพร้อมเทคโนโลยีและดีไซน์ที่ล้ำหน้าเหนือจินตนาการ เริ่มต้นจาก
•แบรนด์ MG กับ “NEW MG CYBER X” ยนตรกรรมดีไซน์ทรงกล่อง (Boxy SUV) มาพร้อมนวัตกรรมและการออกแบบสุดล้ำสมัย สะท้อนปรัชญา “เทคโนโลยีเพื่อทุกคน” ผ่านรูปลักษณ์เน้นความเป็นเหลี่ยมสันจากทุกมุมและสมรรถนะที่ตอบโจทย์อนาคต รวมถึงรถรุ่นอื่น ๆ อย่าง NEW MG CYBERSTER สีใหม่
และ รุ่น Black Edition ฉลองครบรอบ 101 ปี และ โกลบอลโมเดลรุ่นอื่น ๆ อย่าง NEW MG4 ELECTRIC และ NEW MG S5 EV
•แบรนด์ Roewe กับรถ SUV และซีดานหรูระดับพรีเมียม ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “PEARL OF CHINA” นำเสนอผลงานการออกแบบโดย Mr. Jozef Kabaň – Vice President of SAIC DESIGN ผู้สร้างสรรค์
ความหรูหราในแบบร่วมสมัย
•อีกครั้งกับการปฏิวัติวงการรถยนต์อัจฉริยะของแบรนด์ IM ด้วย “IM L6 หรือ IM5” ความสำเร็จ
ของรถยนต์ที่สร้างปฏิสัมพันธ์ในการขับเคลื่อนร่วมกับ AI ส่งมอบนวัตกรรมให้กับผู้ใช้ทุกกลุ่ม
ในราคาที่เข้าถึงได้ รวมถึงการเปิดตัวรถ Premium Intelligent e-SUV อย่าง IM6 เข้าสู่ตลาดโลก
•แบรนด์ MAXUS เน้นยนตรกรรมเพื่อการพาณิชย์ที่โดดเด่นไม่แพ้ใคร ด้วยการจัดแสดง Concept Car ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ออฟโรดภายในเมือง ซึ่งหลอมรวมดีไซน์พรีเมียมและจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยได้อย่างกลมกลืน
•และแบรนด์อื่น ๆ ในเครือ อาทิ SAIC GM Wuling, SAIC Volkswagen, SAIC General Motors
ที่นำเสนอเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ซึ่งสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

SAIC MOTOR 4

3. นวัตกรรมการโต้ตอบและปฏิสัมพันธ์ที่เสมือนจริงด้วย Smart Travel Experience
SAIC MOTOR CORPORATION ได้จัดแสดงนวัตกรรมเพื่อมอบประสบการณ์เสมือนจริงเต็มรูปแบบ
โดยแปลงโฉมพื้นที่ให้เป็น “Smart Travel Experience Hall” นำเสนอเทคโนโลยีอัจฉริยะผ่านหลากหลายโซนไฮไลท์ ได้แก่ โซนทดลองขับด้วยเทคโนโลยี VR จำลองสถานการณ์การขับขี่อัตโนมัติระดับ L4 โซนจัดแสดงการแยกชิ้นส่วนแบตเตอรี่โซลิดสเตต ตลอดจนโซนอุปกรณ์ปฏิสัมพันธ์ภายในห้องโดยสารที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งภายในพื้นที่ได้รับการตกแต่งให้เป็น “เสมือนอยู่บ้าน” ที่ส่งผลต่อประสาทสัมผัสทั้งภาพ เสียง และกลิ่น เข้ากับบริการ
และเทคโนโลยีอำนวยความสะดวก สะท้อนถึงความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมของบริษัทแม่อย่าง SAIC MOTOR CORPORATION ได้อย่างชัดเจน

SAIC MOTOR 5

สำหรับการนำเสนอยนตรกรรมและนวัตกรรมยานยนต์ใหม่ของ SAIC MOTOR CORPORATION ในงาน Shanghai Auto Show 2025 แสดงถึงวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนระบบนิเวศในทั่วโลกอย่างเป็นรูปธรรม
และตอกย้ำให้เห็นถึงการเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำที่พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์โลก

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

 

 

 

รัฐเร่งวางเกณฑ์อนุญาตนำเข้ารถโบราณ เน้นส่งเสริมอนุรักษ์ สร้างงานซ่อมบำรุง หนุนซอฟท์พาวเวอร์ไทย

0
สมาคมรถโบราณ 1

สมาคมรถโบราณฯ แจ้งความคืบหน้ามติ ครม. ไฟเขียวนำเข้ารถโบราณ หนุนงานช่างไทย สร้างซอฟท์พาวเวอร์ กระตุ้นเศรษฐกิจ

ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อ 12 มีนาคม 2567 และ 22 เมษายน 2568 อนุมัติกฎหมายนำเข้ารถโบราณเพื่อการอนุรักษ์นั้น

สมาคมรถโบราณ 2

สมาคมฯ ต้องขอขอบคุณภาครัฐที่รับฟังข้อมูลด้วยดีมาตลอด โดยขอสรุปมติ ครม. และประเด็นที่เคยร่วมหารือกับหน่วยงานต่างๆ กรณี “การนำเข้ารถโบราณที่มีอายุเกิน 30 ปี” ซึ่งจะมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ของ 6 หน่วยงานรัฐ ดังนี้
1 กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดรับฟังความคิดเห็นแล้วและอยู่ระหว่างเตรียมออกประกาศอนุญาตให้นำเข้ารถยนต์โบราณตามมติ ครม.
2 กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อยู่ระหว่างปรับเกณฑ์ยกเว้นเรื่องการปล่อยไอเสียของรถโบราณ ซึ่งจะถูกจำกัดจำนวนวันใช้รถ
3 กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างยกร่างประกาศลดอัตราอากร และยกเว้นอากรศุลกากร สำหรับรถยนต์โบราณ สำหรับรถยนต์นั่งตามพิกัดอัตราศุลกากร ที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปี แต่ไม่เกิน 100 ปี และพิกัดอัตราศุลกากรรถยนต์โบราณที่มีอายุตั้งแต่ 100 ปี
4 กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างออกประกาศกำหนดภาษีสรรพสามิตที่จะใช้จัดเก็บภาษีรถยนต์โบราณอายุเกิน 30 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ไม่รวมถึงรถกระบะ และมอเตอร์ไซค์ โดยคิดคำนวณภาษีจากราคาประเมินสากลที่เป็นปัจจุบัน และถูกประกาศโดยกรมสรรพสามิต ทั้งนี้คาดว่าจะกำหนดอัตราขั้นต่ำที่ 2 ล้านบาท
5 กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ผลักดันเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มบทนิยามรถโบราณกำหนดขนาด ลักษณะ ของแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์โบราณเป็นป้ายสีดำ ตัวอักษรสีขาว
6 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตรียมออกกฎให้รถยนต์โบราณชุดนี้วิ่งได้เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันที่นำไปจัดแสดงตามกิจกรรมต่างๆ ซึ่งจำนวนวันต้องรอประกาศเป็นทางการอีกครั้ง

“การอนุญาตนำเข้ารถโบราณช่วยส่งเสริมการอนุรักษ์รถโบราณ และรถคลาสสิคให้คึกคักขึ้น เก็บภาษีได้เพิ่ม ช่วยสร้างงานซ่อมบูรณะให้ช่างไทย ส่งเสริมซอฟท์พาวเวอร์ เพิ่มมนต์เสน่ห์ให้การท่องเที่ยวได้อย่างดี สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทยพร้อมขยายกิจกรรมประจำปีต่างๆ ให้ยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าเดิม” ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กล่าวเพิ่มเติม

ติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับกฎหมายนำเข้ารถโบราณ และกิจกรรมของสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทยได้ที่ vintagecarclub.or.th และ facebook.com/VintageCarClub

 

“CHANGAN” ชูนวัตกรรมสุดล้ำภายใต้แนวคิด “Together for a Smarter World” ในงาน “Auto Shanghai 2025”

0
CHANGAN Automobile 1

CHANGAN Automobile ผู้นำเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะคาร์บอนต่ำ ร่วมจัดแสดงนวัตกรรมภายใต้ธีม Together for a Smarter World ในงาน Auto Shanghai 2025 สะท้อน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ Mission of Shangri-La สำหรับพลังงานทางเลือกใหม่, แผนพัฒนา Dubhe 2.0 และ Vast Ocean Plan สำหรับการขยายธุรกิจทั่วโลก มุ่งสู่ปฐมบทใหม่ของเทคโนโลยียานยนต์ล้ำสมัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

CHANGAN 1

CHANGAN เดินหน้ายกระดับองค์กรอย่างต่อเนื่อง สร้างความสำเร็จด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดดผ่าน
กลยุทธ์หลักทั้งสามประการ โดยภายใต้ Mission of Shangri-La บริษัทได้พัฒนาแบตเตอรี่โซลิดสเตต Golden Shield และผลิตภัณฑ์พลังงานทางเลือกใหม่อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นระบบขับเคลื่อน BlueCore 3.0 และเทคโนโลยี PREV รายแรกของอุตสาหกรรมที่ผสานเทคโนโลยี PHEV และ REEV เข้าด้วยกัน ส่วนแผนพัฒนา Dubhe 2.0 ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบอัจฉริยะต่างๆ อาทิ ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ TS (Intelligent TS Drive), ห้องโดยสารอัจฉริยะ TY (Intelligent TY Cockpit) และแชสซีอัจฉริยะ TH (Intelligent TH Chassis) ขณะที่ Vast Ocean Plan ได้ช่วยให้ CHANGAN สามารถขยายธุรกิจไปทั่วโลกโดยเฉพาะทวีปยุโรป

ฉางอัน 5

CHANGAN Automobile ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนามาโดยตลอด สร้างรากฐานที่แข็งแกร่งด้านพลังงานทางเลือกใหม่และการขับขี่อันชาญฉลาด พร้อมทั้งขับเคลื่อนการเปิดตัวยนตรกรรมอัจฉริยะรุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยในงาน Auto Shanghai 2025 ครั้งนี้ CHANGAN Automobile ได้เผยโฉมยานยนต์อัจฉริยะระดับเรือธง 3 รุ่น ได้แก่ CHANG-AN Q07, DEEPAL S09 และ AVATR 06 ซึ่งเป็นโซลูชันยานยนต์ล้ำสมัยรุ่นล่าสุดจาก 3 แบรนด์หลัก ตอกย้ำความเป็นผู้นำที่ขับเคลื่อนการนำเสนอเทคโนโลยียานยนต์อันชาญฉลาด รวมถึงความแข็งแกร่งด้านการพัฒนายานยนต์ดิจิทัลอัจฉริยะ นอกจากนี้ ยังได้จัดแสดงยนตรกรรมแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์บินได้ (Flying Cars), หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robots), หุ่นยนต์สุนัข (Robot Dogs), หุ่นยนต์ติดล้อ (Wheeled Robots) และหุ่นยนต์ฝึกเดินเสมือนจริงอัจฉริยะ (Smart Exoskeleton) สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ด้านการคมนาคมขนส่งแห่งอนาคตและบทบาทของ CHANGAN ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม

ฉางอัน 6

ในงาน Auto Shanghai ครั้งนี้ CHANGAN ได้นำสื่อมวลชนกว่า 500 คนจากในประเทศและต่างประเทศรวมถึงพันธมิตรระดับโลกกว่า 600 ราย มาร่วมชมผลงานความสำเร็จด้านดิจิทัลอัจฉริยะของทั้ง 3 แบรนด์หลัก โดย CHANGAN ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้านนวัตกรรมผ่านการนำเสนอประสบการณ์แบบ immersive ที่บูธของแต่ละแบรนด์, เทคโนโลยีล้ำสมัยที่นำมาจัดแสดง และงานแถลงข่าวสำหรับสื่อมวลชนจากทั่วโลก เปิดศักราชใหม่ของการดำเนินธุรกิจอย่างมีพลวัตด้วยขุมพลังของเทคโนโลยีที่สอดรับกับทิศทางของตลาดโลก

ฉางอัน 8

นายจู หัวหรง ประธานบริษัท CHANGAN Automobile กล่าวว่า “เมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา CHANGAN Automobile ได้ดำเนินแผนธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบด้วย 3 กลยุทธ์หลัก คือ Mission of Shangri-La, แผนพัฒนา Dubhe 2.0 และ Vast Ocean Plan เพื่อยกระดับสู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะคาร์บอนต่ำ นับจากนั้นเป็นต้นมา CHANGAN Automobile ยังคงยึดมั่นในนวัตกรรมและให้ความสำคัญกับการพัฒนาระดับสูงที่อัจฉริยะและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”

ฉางอัน 11

ทั้งนี้ CHANGAN ยังคงมุ่งมั่นสำรวจความเป็นไปได้ใหม่ๆ สำหรับการเดินทางในอนาคตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมทั่วโลกโดยขยายความร่วมมือไปยังภาคส่วนต่างๆ ด้วยความเชื่อมั่นว่าพลังของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะขับเคลื่อนและจุดประกายยุคใหม่ของการเดินทางให้กับมนุษยชาติ

“ZEEKR 9X” เอสยูวีเรือธง และ “Lynk & Co 900” เปิดตัวครั้งแรกในงาน “Shanghai Auto Show 2025”

0
ZEEXR 9X 1

หลังจากการเปิดตัว ZEEKR 009 Grand Collector’s Edition รุ่นพิเศษที่ผสมผสานศิลปะจีนเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยได้เพียงสามวัน ZEEKR Group กลับมาครองความสนใจอีกครั้งในงาน Shanghai Auto Show 2025 ด้วยการเปิดตัวระดับโลกของ ZEEKR 9X เอสยูวีหรูระดับเรือธงรุ่นล่าสุด ที่ได้รับการออกแบบเพื่อกำหนดมาตรฐานใหม่ทั้งด้านรูปลักษณ์ สมรรถนะ และระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า

ZEEXR 9X 2

ZEEKR 9X ถือเป็นยานยนต์ไฮบริดรุ่นแรกภายใต้แบรนด์ ZEEKR โดยมาพร้อมระบบขับเคลื่อนที่ผสานข้อดีของทั้งรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เข้าด้วยกัน และได้มอบประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือชั้นในทุกมิติ ด้วยระยะทางวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนมากกว่า 380 กิโลเมตร — มากที่สุดในกลุ่มเอสยูวีไฮบริดทั่วโลก พร้อมอัตราเร่ง 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลาเพียง 3 วินาที

จุดเด่นสำคัญของ ZEEKR 9X

•ขับเคลื่อนด้วยระบบไฮบริดเครื่องยนต์ 2.0T ให้กำลังสูงสุดถึง 205 กิโลวัตต์ ส่งมอบสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังและตอบสนองได้อย่างฉับไว
•ระบบช่วงล่างแบบ Dual-Chamber และ ระบบกันโคลงแบบแอคทีฟ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรม ช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้เหนือชั้น ทั้งในด้านความนุ่มนวลและเสถียรภาพ
•โดดเด่นด้วยไฟหน้าดีไซน์ล้ำสมัย แกะสลักด้วยเลเซอร์จำนวน 42,242 จุด สร้างเอฟเฟกต์ “ท้องฟ้ายามค่ำคืน” อันเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนความประณีตในทุกรายละเอียด
•ติดตั้งระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ G-Pilot H9 (ระดับ L3) ขับเคลื่อนด้วย ชิป NVIDIA Drive Thor แบบคู่, เซนเซอร์ LiDAR จำนวน 5 ตัว, และพลังประมวลผลสูงถึง 1,400 TOPS รองรับการขับขี่อัจฉริยะอย่างมั่นใจ
•รองรับระบบชาร์จเร็ว V4 Ultra-Fast ที่ให้กำลังชาร์จสูงสุด 1.3 เมกะวัตต์ รองรับการใช้งานในอนาคต และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ZEEXR 9X 3

 

ZEEKR 9X มีกำหนดวางจำหน่ายทั่วโลกในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568

ในขณะเดียวกัน Lynk & Co กำลังสร้างกระแสอย่างต่อเนื่องกับรถรุ่นใหม่ Lynk & Co 900 ซึ่งมียอดจองล่วงหน้าแล้วกว่า 40,000 คัน ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 เมษายนนี้

ZEEXR 9X 3

รถยนต์แบบ 6 ที่นั่งรุ่นนี้ถูกพัฒนาบนแพลตฟอร์ม SPA Evo โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ภายในห้องโดยสารสูงถึง 88.2% และเบาะแถวที่สองที่สามารถหมุนได้ถึง 180 องศา เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าครอบครัวระดับพรีเมียมที่ต้องการความหลากหลายในการใช้งาน

ZEEXR 9X 8

ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันและเปี่ยมด้วยฟังก์ชันการใช้งาน โดยติดตั้งจอแสดงผลความละเอียด 6K ขนาด 30 นิ้ว ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมประสานการทำงานของ 8 หน้าจอ ผ่านระบบ LYNK Flyme Auto ที่ขับเคลื่อนด้วยชิป Qualcomm 8295 คู่ ให้พลังการประมวลผลสูงถึง 60 TOPS

ขุมพลังของ Lynk & Co 900 มาจากเครื่องยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ขนาด 2.0T ที่ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัจฉริยะแบบ 3 สปีด DHT Pro และมอเตอร์คู่ที่เพลาหลัง ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 650 กิโลวัตต์ พร้อมอัตราเร่ง 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 4.3 วินาที จัดอยู่ในกลุ่มเอสยูวีไฟฟ้าที่เร็วที่สุดในเซกเมนต์

ZEEXR 9X 10

 

ด้วยนวัตกรรมอันล้ำอนาคตจาก ZEEKR 9X และ Lynk & Co 900 ZEEKR Group ยังคงมุ่งมั่นผลักดันขีดจำกัดของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยส่งมอบเทคโนโลยีที่ทันสมัย สมรรถนะเหนือระดับ และการออกแบบที่ประณีต เพื่อรองรับและตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมออย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

 

 

 

“เอ็มจี” สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ เปิดตัว MG Cyber Family 3 รุ่นเด่น พร้อมเผยโฉม Smart Cabin ร่วมกับ OPPO ที่งาน Shanghai Auto Show 2025

0
MG 1

SAIC MOTOR CORPORATION หนึ่งในผู้ผลิต ยานยนต์รายใหญ่ที่สุดของจีน และบริษัทแม่ของแบรนด์ เอ็มจี เปิดตัว “MG Cyber Family” อย่างเป็นทางการ ครั้งแรกสู่สายตาชาวโลกในงาน Shanghai Auto Show 2025 นำทัพโดยรถต้นแบบสุดล้ำ NEW MG Cyber X สไตล์ Boxy SUV สะท้อนแนวคิดยานยนต์แห่งอนาคตที่ทรงพลัง และต่อด้วยการเผยโฉม NEW MG CYBERSTER MY2026 ที่มาพร้อม 2 สีใหม่ และ NEW MG CYBERSTER Black Edition ฉลองครบรอบ 101 ปีของแบรนด์ เอ็มจี ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์หรูหราเหนือระดับ การเปิดตัวในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นก้าวสำคัญของ เอ็มจี ในการนำเสนอยนตรกรรมยุคใหม่ แต่ยังแสดงถึงจุดยืนการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลก หลังประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง SAIC MOTOR CORPORATION บริษัทแม่ของ เอ็มจี และ OPPO บริษัท ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเทคโนโลยี เพื่อร่วมกันพัฒนา “Smart Cabin” หรือห้องโดยสารอัจฉริยะที่หลอมรวมการขับขี่และการเชื่อมต่อเข้าไว้ในหนึ่งเดียว ที่พร้อมถ่ายทอดนิยามแห่งการเป็น “Third Space” ที่จะมอบประสบการณ์ การใช้งานภายในห้องโดยสารด้วยเทคโนโลยี AI รวมถึงการบริการอัจฉริยะที่เข้าใจผู้ใช้งานเชิงลึก ยกระดับยานยนต์สู่พื้นที่ดิจิทัลเคลื่อนที่ โดยจะถูกนำมาใช้ในรถยนต์รุ่นใหม่ของ เอ็มจี เป็นรุ่นแรก

MG Cyber Family 6

 

NEW MG Cyber X โดดเด่นด้วยคอนเซ็ปต์ “การผสานมรดกนวัตกรรมยานยนต์ล้ำค่าสู่มิติใหม่แห่งอนาคต”

NEW MG Cyber X เกิดขึ้นภายใต้แนวคิด “Global Urban Adventure Toy” ด้วยการออกแบบเชิงสัญลักษณ์ ถ่ายทอดไลฟ์สไตล์การผจญภัยของคนรุ่นใหม่ ซึ่งพัฒนาและออกแบบโดย Mr. Jozef Kabaň – Vice President of SAIC DESIGN ด้วยโครงสร้างสูงสง่า เส้นสายด้านหน้าและด้านท้ายสั้น สื่อถึงความมั่นใจ ตัวถังเคลือบด้วยสี “Stardust Gray” ที่เมื่อจอดนิ่งจะเป็นสีด้าน และเงาวาวเมื่อเคลื่อนไหว ไฟหน้าแบบป๊อปอัพสุดคลาสสิก ผสมผสานกับหลักอากาศพลศาสตร์ยุคใหม่เกิดเป็นความสง่างามที่ล้ำสมัย

MG Cyber Family 2

 

NEW MG Cyber X สะท้อนการพลิกบทบาทเชิงกลยุทธ์ของ เอ็มจี จากแบรนด์ผู้ที่สร้างตำนานในสนามแข่งรถ สู่การเป็นผู้นำด้านการเดินทางหลากมิติ ไม่ว่าจะเป็น การลุยเส้นทางออฟโรด การขับขี่ในเมืองใหญ่ หรือการใช้ชีวิตกลางแจ้งอย่างมีสไตล์ พร้อมขยายตัวตนจากความสปอร์ตคลาสสิก สู่วิถีชีวิตที่เน้นความเฉพาะตัวและความอิสระ ตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่แสวงหาประสบการณ์เหนือความคาดหมาย

NEW MG CYBERSTER MY2026 อัปเกรดเต็มรูปแบบ เติมความเร้าใจแห่งการขับขี่

NEW MG CYBERSTER สปอร์ตโรดเตอร์ระดับไอคอนิก ยนตรกรรมที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณจากรถสปอร์ต ในตำนานอย่าง MGB Roadster ไว้อย่างเต็มขั้น กลับมาอีกครั้งในโฉมใหม่กับ NEW MG CYBERSTER MY2026 พร้อมการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ และสีภายนอกใหม่ 2 เฉด ได้แก่ สีฟ้า Iris Blue และ สีเทา Andes Gray ภายในห้องโดยสารตกแต่งแบบทูโทนที่มีให้เลือกทั้ง แดง/ดำ และ เทา/ขาว เพิ่มมิติความหรูหราและสปอร์ตในเวลาเดียวกัน ทั้งยังมีการปรับแต่งแผงตกแต่งให้เข้าชุดกับสีตัวถัง สร้างความกลมกลืนในอีกระดับ และแผงกันลมดีไซน์พิเศษ ที่ช่วยลดแรงลมในห้องโดยสารได้ถึง 90% ผสานความสง่างามกับความเร้าใจได้อย่างลงตัว

MG Cyber Family 4

นับตั้งแต่เปิดตัว NEW MG CYBERSTER ได้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยสามารถสร้างส่วนแบ่งทางการตลาดรถสปอร์ตไฟฟ้าในจีนจาก 0% เป็น 10% ภายในเวลาอันรวดเร็ว พร้อมยอดส่งมอบกว่า 3,000 คันทั่วโลกภายใน 6 เดือน ส่งผลให้ NEW MG CYBERSTER ผงาดขึ้นเป็นโรดสเตอร์พลังงานไฟฟ้าที่มียอดขายสูงสุดของโลก และเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับ NEW MG CYBERSTER เอ็มจี จึงเตรียมเปิดตัวรุ่นพิเศษ NEW MG CYBERSTER Black Edition ที่สะกดทุกสายตาด้วยสีดำเงาสุดหรู ตัดด้วยรายละเอียดโครเมียมที่เปล่งประกายอย่างมีชั้นเชิง นอกจากนี้ เอ็มจี ยังเตรียมเผยโฉม MG Cyber GTS หลังคาแข็ง สู่ตลาดในเร็ว ๆ นี้ ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์อันแน่วแน่ของ เอ็มจี ในการนำเสนอความหลากหลายให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์โลก

MG × OPPO ผนึกกำลังเปิดตัว Smart Cabin ยกระดับห้องโดยสารสู่ “Third Space” แห่งอนาคต

ภายในงาน Shanghai Auto Show 2025 นอกจากการเผยโฉมยนตรกรรมรุ่นใหม่ที่สะกดทุกสายตาแล้ว บริษัทแม่ของ เอ็มจี อย่าง SAIC MOTOR CORPORATION ยังสร้างอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ ผ่านการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง OPPO ภายใต้แนวคิด “Ecosystem Without Borders” หรือ ระบบนิเวศแบบไร้พรมแดน ที่มุ่งหลอมรวมโลกของการขับเคลื่อนเข้ากับระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะอย่างไร้รอยต่อ ภายใต้ความร่วมมือนี้ ได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีห้องโดยสารอัจฉริยะ (Smart Cabin) ที่จะถูกนำมาใช้ในรถยนต์ เอ็มจี รุ่นใหม่ในเร็วๆ นี้ โดยมอบประสบการณ์เหนือระดับด้วยการผสานสมาร์ทโฟนและรถยนต์ให้กลายเป็นหนึ่งเดียว ไม่ว่าจะเป็น ระบบควบคุมข้ามอุปกรณ์ (Cross-device Control) การให้บริการที่ตอบสนองแบบเรียลไทม์ ไปจนถึง AI อัจฉริยะที่เรียนรู้และปรับเปลี่ยนตามพฤติกรรมของผู้ใช้งานได้อย่างแม่นยำ

 

ห้องโดยสารในคอนเซ็ปต์ “Smart Cabin” จึงเปรียบได้กับ “Cockpit in your pocket” ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่พื้นที่ในการเดินทาง แต่เป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง พลิกโฉมรถยนต์ให้กลายเป็น “พื้นที่ที่สาม” หรือ “Third Space” ที่เชื่อมต่อระหว่างบ้านและที่ทำงานได้อย่างลงตัว พร้อมรองรับทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในทุกมิติ

 

 

 

“GWM” ยกทัพทั้ง 6 แบรนด์ พร้อมเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุดอัจฉริยะ ร่วมโชว์ศักยภาพ ในงาน Auto Shanghai 2025 สะท้อนความแข็งแกร่งด้านยนตรกรรมแห่งอนาคตในเวทีระดับโลก

0
GWM 1

GWM ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” เตรียมแสดงศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์สุดอัจฉริยะครบทุกมิติในงาน Auto Shanghai 2025 ครั้งที่ 21 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2568 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมแห่งชาติเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โดยไฮไลต์สำคัญในปีนี้คือการขนทัพ 6 แบรนด์หลักในเครือ GWM ทั้ง GWM HAVAL, GWM WEY, GWM TANK, GWM ORA, GWM POER และ GWM SOUO Motorcycles เข้ามาร่วมจัดแสดงภายในงาน โดยไฮไลต์ในบูธ GWM คือการจัดแสดงนวัตกรรม 2 โซนหลักได้อย่างสร้างสรรค์ ได้แก่ “Tech Life” หรือไลฟ์สไตล์ที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ และ “Off-Road” ที่สะท้อนความสมบุกสมบันตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สายลุย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมความสนุกอีกมากมายภายในบูธให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับประสบการณ์เพื่อการขับขี่ที่เหนือกว่าในทุกด้านให้แก่ผู้ใช้งานทั่วโลก ตอกย้ำภาพลักษณ์ของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี พลังงานทางเลือก และระบบนิเวศของไลฟ์สไตล์ยานยนต์อัจฉริยะของ GWM ได้อย่างครบวงจร สอดคล้องแนวคิดระดับโลกอย่าง “GWM Go With More”

GWM 2

เปิดตัวทัพรถยนต์รุ่นใหม่สุดล้ำ เพื่อการเดินทางแห่งอนาคตผ่าน 2 โซน 2 สไตล์

สำหรับโซน “Tech Life” GWM จะเตรียมจัดแสดงผลิตภัณฑ์จาก GWM HAVAL, GWM WEY และ GWM ORA โดยเน้นการนำเสนอเทคโนโลยี Hi4, ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ และฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานยุคใหม่ สำหรับ GWM HAVAL มาพร้อมกับ 2 รุ่นใหม่ที่มีการติดตั้งระบบขับเคลื่อน Hi4 ได้แก่ GWM HAVAL B07 เจเนอเรชันที่ 2 และ GWM HAVAL B26 สำหรับ GWM WEY มาพร้อมกับการเปิดตัวรถยนต์ MPV รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง GWM WEY 80 และสีใหม่ของรุ่น SUV อย่าง GWM WEY 07 และสำหรับ GWM ORA ชูจุดเด่นด้วยรุ่นพิเศษอย่าง “Lightning Cat Touring Edition” ที่ผสมผสานดีไซน์ที่เปี่ยมไปด้วยแฟชั่น เทคโนโลยีและนวัตกรรม และความสะดวกสบายได้อย่างลงตัว ในขณะที่โซน “Off-Road” เป็นพื้นที่นำเสนอสมรรถนะของรถยนต์สายลุยอย่าง GWM TANK, GWM POER และ GWM SOUO Motorcycles โดย GWM TANK มาพร้อมกับการเปิดตัว GWM TANK 300 รุ่นเครื่องยนต์ 3.0T พร้อมระบบกันสะเทือนแบบเพลาแข็ง (Solid Axle Suspension) สำหรับ GWM POER มาพร้อมกับการเผยโฉม GWM POER SAHAR Hi4-T ในระดับ Global Presale เพื่อทดลองวางจำหน่ายในตลาดโลก และเอาใจเหล่านักบิดสายทัวร์ริ่งผู้ชื่นชอบการเดินทางระยะไกลด้วยบิ๊กไบค์อย่าง GWM SOUO Motorcycles ที่จะจัดแสดง รุ่น Custom-Painted Editions ซึ่งมาพร้อมกับดีไซน์เฉพาะตัว ร่วมกับเครื่องยนต์ Flat-8 แบบวางนอน ที่ถูกพัฒนาโดย GWM เพื่อมอบประสบการณ์อันไร้ขีดจำกัดให้กับผู้ขับขี่ได้อย่างเต็มรูปแบบ

GWM 9

 

GWM 3

พบกับเทคโนโลยีสุดอัจฉริยะอย่าง Hi4 และ Coffee Pilot Ultra ขับเคลื่อนวงการยานยนต์ให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น
GWM เดินหน้าพัฒนาและจัดแสดงนวัตกรรมอย่าง “Hi4 (Hybrid Intelligent 4WD)” ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะที่สามารถปรับการทำงานระหว่างขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อได้อย่างชาญฉลาด ลดการใช้พลังงานและเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานในทุกการขับขี่ นอกจากนี้ GWM ยังมาพร้อมกับการเปิดตัวระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับสูง “Coffee Pilot Ultra” กับไฮไลต์สำคัญอย่างการทำงานได้โดยไม่ต้องพึ่งพาแผนที่ความละเอียดสูง ครอบคลุมทุกสถานการณ์การใช้งาน และยังรองรับการนำทางแบบจุดต่อจุดได้อย่างราบรื่น อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ “NOA (Navigate on Autopilot)” ที่ผ่านการทดสอบบนถนนจริงมากว่า 9 ล้านกิโลเมตร ร่วมกับการจำลองเสมือนจริงกว่า 50 ล้านกิโลเมตร ครอบคลุมทุกสภาพแวดล้อมการใช้งาน ตั้งแต่เมืองใหญ่ไปจนถึงพื้นที่ในชนบท

GWM 6

โซน GWM Life เติมเต็มไลฟ์สไตล์เคลื่อนที่อัจฉริยะในทุกการใช้ชีวิต
นอกจากสองโซนหลักที่ GWM ได้มีการจัดขึ้นแล้ว ภายในบูธยังมีโซน “GWM Life” ที่นำเสนอแนวคิดการใช้ชีวิตแห่งอนาคตด้วยนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ของผู้ใช้ยานยนต์ อาทิ รถยนต์ UTV ขนาดเล็กสำหรับออฟโรดรุ่นแรกที่พัฒนาโดย GWM ซึ่งเตรียมเข้าสู่สายการผลิตเพื่อการจำหน่ายอย่างเร็วที่สุดภายในปี 2569 นี้ นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงโต๊ะหมุนลอยตัวที่สามารถใช้งานภายในรถยนต์ อีกทั้งยังมีกล่องเก็บของอเนกประสงค์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานภายในรถยนต์ได้อย่างชาญฉลาด ทั้งหมดนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ GWM ในการยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านยานยนต์ล้ำสมัยและการสร้างระบบนิเวศที่ครบวงจรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง

GWM 8

GWM ยังคงมุ่งมั่นในการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ผ่านกลยุทธ์แบบบูรณาการทั้งในด้านแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ ตลาด และประสบการณ์ของผู้ใช้งาน ปัจจุบัน GWM มีช่องทางจัดจำหน่ายมากกว่า 1,400 แห่งทั่วทุกมุมโลก โดยมียอดผู้ใช้งานสะสมทะลุ 15 ล้านราย และยอดขายสะสมในตลาดต่างประเทศสูงกว่า 1.9 ล้านคัน โดยสามารถทำยอดขายในต่างประเทศได้ถึง 454,100 คันภายในปีเดียว (ปี 2567) สะท้อนถึงความไว้วางใจจากผู้บริโภคทั่วโลก และความแข็งแกร่งในทุกด้านของแบรนด์ GWM ในระดับสากลได้อย่างแท้จริง

“อีซูซุ” จัดเต็มกับโปรโมชันสุดคุ้มในแคมเพจ์น “ยิ่งใช้นานยิ่งเฮ! อีซูซุเปย์ 4 ต่อ!” ทั้งประหยัด ทั้งมั่นใจทุกการเดินทาง!

0
อีซูซุ 1

กลุ่มตรีเพชรโดย คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เชิญชวนเจ้าของรถอีซูซุใช้บริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุกับโปรโมชันสุดคุ้มเพื่อลูกค้าคนสำคัญในแคมเพจ์น “ยิ่งใช้นานยิ่งเฮ! อีซูซุเปย์ 4 ต่อ!” พร้อมรับสิทธิพิเศษความคุ้ม 4 ต่อ ที่คุณไม่ควรพลาด ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2568 – 31 สิงหาคม 2568

อีซูซุ 2

รถปิกอัพอีซูซุทุกรุ่น และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์อีซูซุทุกรุ่น
•ต่อที่ 1 เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง 7 ลิตร เกรดมาตรฐาน ในราคาเพียง 1,199 บาท (รวมค่าแรงและภาษีมูลค่าเพิ่ม)
•ต่อที่ 2 แพ็กเกจคืนความฟิต จะรถปีไหนก็ฟิตเหมือนใหม่ได้ คืนความมั่นใจให้รถคุณ
oแพ็กเกจเปลี่ยนแผ่นกันความร้อนฝากระโปรง เริ่มต้น 1,199 บาท
oแพ็กเกจเปลี่ยนยางแท่นเครื่องและแท่นเกียร์ เริ่มต้น 5,699 บาท
oแพ็กเกจเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ออโต้ พร้อมไส้กรองเกียร์และท่อยางน้ำมันเกียร์ออโต้ เริ่มต้น 5,999 บาท (รวมค่าแรงและภาษีมูลค่าเพิ่ม)
•ต่อที่ 3 ยิ่งใช้นาน ยิ่งลดเยอะ!
oรถอายุ 7 ปีขึ้นไป รับส่วนลดอะไหล่สูงสุดถึง 20%
oรถอายุน้อยกว่า 7 ปี รับส่วนลด 5%
•ต่อที่ 4 ยิ่งซ่อม ยิ่งคุ้ม!
oคูปองส่วนลดมูลค่า 500 บาท สำหรับใช้ในครั้งถัดไป (เฉพาะลูกค้ารถอายุ 7 ปีขึ้นไป ที่มีค่าใช้จ่ายหลังหักส่วนลดและรวมภาษี 5,000 บาทขึ้นไป)

สิทธิพิเศษเพิ่มเติม ฟรี! ตรวจเช็กสภาพรถ ผ่อน 0% นาน 9 เดือน รับประกันงานซ่อม 6 เดือน หรือ 10,000 กม. ส่วนลดยางยี่ห้อบริดจสโตน สูงสุด 2,000 บาท

รถบรรทุกอีซูซุขนาดใหญ่ (2 ตันขึ้นไปทุกรุ่น)
•ต่อที่ 1 แพ็กเกจเปลี่ยนจาระบีลูกปืนล้อ เริ่มต้นเพียง 3,500 (รวมจาระบี ซีลล้อ ค่าแรงและภาษีมูลค่าเพิ่ม) เปลี่ยนจาระบีทันใจ ภายใน 4 ชั่วโมง
•ต่อที่ 2 ส่วนลดอะไหล่ สูงสุด 15% อาทิเช่น ช่วงล่าง เบรก คลัตช์ ซีลล้อ ลูกปืนล้อ อุปกรณ์ดักจับความชื้น อะไหล่บำรุงรักษาเชิงป้องกัน
•ต่อที่ 3 ส่วนลดยางบริดจสโตน สำหรับรถบรรทุก รุ่น NLR และ NLR Lite เมื่อเปลี่ยนครบ 4 เส้น
oส่วนลดสูงสุด 1,200 บาท
oฟรี! ค่าแรง
•ต่อที่ 4 ฟรี! ตรวจเช็กสภาพรถ (ครอบคลุม 50 รายการ)

ผ่อน 0% นาน 9 เดือน รับประกันงานซ่อม 6 เดือน หรือ 10,000 กม.

กลับมาเติมความมั่นใจให้รถคู่ใจวันนี้ พร้อมรับความคุ้มที่มากกว่าเดิมจากอีซูซุ ให้รถของคุณได้รับการดูแลอย่างดีจากมืออาชีพที่คุณไว้ใจ ท่านสามารถรับสิทธิพิเศษทั้งหมดนี้ได้ที่แอพพลิเคชัน my-ISUZU (ดาวน์โหลดผ่าน Google play store และ App store)

เข้ารับบริการได้ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2568 – 31 สิงหาคม 2568 สอบถามเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุทั่วประเทศ หรือ สายด่วนลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 0-2118-0777 และติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

#ศูนย์อีซูซุวางใจได้ #ศูนย์บริการอีซูซุวางใจได้ตลอดการใช้งาน

“ฮอนด้า” ประกาศแต่งตั้ง “โคจิ อิวานามิ” ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ ตั้งเป้ามัดใจลูกค้าด้วยการส่งมอบประสบการณ์ขั้นกว่าที่เชื่อมโยง ในทุกทัชพอยต์ (Touchpoint) ผ่านการสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ พร้อมผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย

0
Honda 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศแต่งตั้ง นายโคจิ อิวานามิ ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 เป็นต้นไป ด้วยประสบการณ์ที่แข็งแกร่งอย่างรอบด้าน ทั้งการวิจัยและพัฒนายานยนต์ การพัฒนาธุรกิจและกลยุทธ์ โดยการเข้ารับตำแหน่งฯ ของนายโคจิ อิวานามิ ในครั้งนี้ พร้อมที่จะผลักดันและขับเคลื่อนคุณค่าหลักของฮอนด้าไปอีกขั้น เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ อีกทั้งมุ่งมั่นที่จะยกระดับผลิตภัณฑ์ให้สร้างความผูกพันกับลูกค้า โดยทำให้ฮอนด้ากลายเป็นเพื่อนคู่ใจที่ลูกค้าไว้วางใจด้วยบริการหลังการขายที่อุ่นใจไร้กังวลในทุกเส้นทาง

Honda 2

นายโคจิ อิวานามิ มีความหลงใหลในรถยนต์มาตั้งแต่สมัยเรียนชั้นประถมศึกษา โดยได้รับแรงบันดาลใจจากรถยนตร์สูตรหนึ่ง หรือ ฟอร์มูลาวัน (Formula One) ที่ฮอนด้าเป็นผู้ผลิตเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เขาศึกษาต่อด้านวิศวกรรมเครื่องกล ด้วยเป้าหมายที่แน่วแน่ในการร่วมงานกับฮอนด้า เพื่อสร้างสรรค์รถยนต์ในแบบที่เขาใฝ่ฝัน
ในปีพ.ศ. 2546 นายโคจิ อิวานามิ เริ่มต้นเส้นทางอาชีพกับฮอนด้าในตำแหน่งวิศวกรออกแบบระบบปรับอากาศ ณ บริษัท ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนารถยนต์อย่างเต็มรูปแบบ เขาจึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์รถยนต์ฮอนด้า รุ่นต่าง ๆ รวมถึงมีบทบาทเป็นผู้ช่วยหัวหน้าทีมวิศวกรผู้พัฒนา ฮอนด้า เอชอาร์-วี (พ.ศ.2557) ที่เป็นรถยนต์อีกรุ่นหนึ่งที่ประสบความสำเร็จ และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในระดับโลกและประเทศไทย จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างรอบด้าน จึงได้รับโอกาสก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าทีมวิศวกรผู้พัฒนารถยนต์ โดยได้รับผิดชอบในกระบวนการพัฒนารถยนต์ ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผน การออกแบบ การวิจัยและพัฒนา การผลิต และการขาย

ผลงานที่สร้างคุณค่าให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง นายโคจิ อิวานามิ จึงได้รับความไว้วางใจในการนำฮอนด้าไปสู่การเติบโตอีกขั้น โดยเขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการหน่วยธุรกิจ ส่วนงานยานยนต์ บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด และต่อมาได้รับโอกาสให้บริหารงานธุรกิจของฮอนด้าในต่างประเทศ โดยได้ดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการอาวุโสฝ่ายธุรกิจ บริษัท อเมริกัน ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงและเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของฮอนด้า โดยดูแลทั้งด้านกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ การวิจัยและพัฒนา และแผนการขายสำหรับรถยนต์รุ่นหลัก เริ่มจากรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ก่อนที่จะขยายไปดูแลเทคโนโลยียานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า (BEV) และvยังได้ขยายบทบาทการบริหารจัดการในการดูภาพรวมกลยุทธ์ทางธุรกิจตลอดจนการพัฒนาแบรนด์ทั่วตลาดสหรัฐอเมริกา

ประสบการณ์ที่ครอบคลุมรอบด้านกว่า 20 ปี การเข้ามาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารและซีอีโอในครั้งนี้ สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของฮอนด้า โดยมีนายโคจิ อิวานามิ ที่พร้อมนำทัพฮอนด้าสู่การแข่งขันที่เข้มข้นในตลาด ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่

นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอของ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้า คือเพื่อนคู่ใจที่ไว้วางใจได้ในทุกเส้นทาง สร้างความผูกพันเชื่อมโยงกับลูกค้า ควบคู่ไปกับการส่งมอบยนตรกรรมอันยอดเยี่ยมที่เสริมสร้างแรงบันดาลใจและความมั่นใจ เพื่อก้าวสู่ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ แห่งการขับเคลื่อน โดยเรามุ่งมั่นที่จะส่งมอบคุณค่าแก่ลูกค้าในทุกทัชพอยต์ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกเชื่อมั่นและไว้วางใจได้ในผลิตภัณฑ์และบริการหลังการขายของเรา ในขณะที่ก้าวเข้าสู่ยุคการขับเคลื่อนแห่งอนาคต เป้าหมายของผมคือการยกระดับและตอกย้ำความแข็งแกร่งของฮอนด้าในประเทศไทย เพื่อที่จะนำเสนอประสบการณ์ที่ตอบโจทย์และเหนือความคาดหมายของลูกค้าไปอีกขั้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความเชื่อมั่นและส่งมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจตลอดการเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า”

ด้วยความรู้และประสบการณ์ที่แข็งแกร่ง นายโคจิ อิวานามิ พร้อมนำ ฮอนด้า ก้าวไปข้างหน้าโดยให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าระยะยาวแก่ลูกค้า ผ่านผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ บริการที่ไร้รอยต่อและความร่วมมือที่แข็งแกร่งกับตัวแทนเครือข่ายผู้จำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยยึดมั่นในคุณค่าหลักของแบรนด์โดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางในการดำเนินงาน ฮอนด้า ตั้งเป้าที่จะมีบทบาทสำคัญในการกำหนดอนาคตยานยนต์ในประเทศไทย พร้อมเติบโตเคียงข้างคนไทยอย่างต่อเนื่อง และสานต่อพันธกิจในฐานะองค์กรที่สังคมต้องการให้ดำรงอยู่ตลอดไปอย่างยั่งยืน

มาสด้ายกระดับการบริการหลังการขายปรับค่าแรงมาตรฐานใหม่ พร้อมเปิดตัวโปรแกรมพิเศษ Mazda Warranty Plus

0

มาสด้าตอกย้ำความมุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดด้านบริการหลังการขาย ด้วยนโยบายการปรับค่าแรงมาตรฐานใหม่ทั่วประเทศ เป็น 600 บาท/ชม. สำหรับต่างจังหวัด และ 680 บาท/ชม. สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อมอบความสบายใจไร้กังวลให้กับลูกค้า Mazda Family เมื่อนำรถมาเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาสด้าทั่วประเทศ พร้อมเปิดตัวโปรแกรมพิเศษ Mazda Warranty Plus ต่อความคุ้มครอง เพื่อคนแคร์รถ ด้วยการขยายการรับประกันคุณภาพอะไหล่รถยนต์จาก 3 ปี เป็น 5 ปี* อันเป็นสิทธิพิเศษที่จัดขึ้นภายใต้โปรแกรม Mazda Family และตอกย้ำถึงการนำปรัชญาใหม่ Joy Drives Lives เข้ามาพัฒนาและปรับปรุงแผนการดำเนินธุรกิจมาสด้าตามแนวทาง Customer-Centric โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับลูกค้าในทุก ๆ ประสบการณ์ เพื่อเป็นการคุ้มครองดูแลรถยนต์มาสด้าคันโปรดของลูกค้าให้เป็นไปอย่างราบรื่นตลอดอายุการใช้งาน

นายศราวุฒิ บรรยงค์กุล ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้ามีความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นและเป็นไปอย่างครบวงจรให้กับลูกค้า เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายสูงสุด คือ การเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งด้าน Customer Retention ตามความมุ่งมั่นของเรา โดยในงบประมาณ 2568 นี้ มาสด้าจะขับเคลื่อนงานบริการหลังการขายด้วยกลยุทธ์หลัก 4C ซึ่งมีพื้นฐานมาจากการคำนึงถึงสิทธิประโยชน์สูงสุดของลูกค้าที่จะได้รับ อันประกอบด้วย

  • Credibility ความน่าเชื่อถือ เพื่อลดความกังวลใจให้กับลูกค้าในการครอบครองรถยนต์มาสด้า ด้วยการยกระดับความสามารถด้านการจ่ายอะไหล่ การซ่อมบำรุง และปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์
  • Convenience ความสะดวกสบาย เพื่อเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการเข้ารับบริการที่โชว์รูม
  • Customer Care การดูแลเอาใจใส่ เพื่อสร้างประสบการณ์และความสัมพันธ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า
  • Cost of Ownership ลดภาระค่าใช้จ่ายในการครอบครองรถยนต์มาสด้าที่สมเหตุสมผล เพื่อช่วยลดความกังวลใจในเรื่องค่าใช้จ่ายของลูกค้าตลอดระยะเวลาที่ครอบครองรถยนต์มาสด้า

เพื่อผลักดันนโยบายเหล่านี้ให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นและเพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า มาสด้าจึงได้นำเอาข้อเสนอแนะของลูกค้ามาพัฒนาคุณภาพการให้บริการ และได้ออกแบบนโยบายหลังการขายใหม่ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด สำหรับลูกค้า Mazda Family เมื่อนำรถมาเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาสด้าทั่วประเทศ ลูกค้าจะได้รับความสบายใจในเรื่องของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการบำรุงรักษา ด้วยสิทธิพิเศษเหล่านี้

  • นโยบายการปรับค่าแรงใหม่ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ค่าแรง 600 บาท/ชม. สำหรับโชว์รูมต่างจังหวัด* และค่าแรง 680 บาท/ชม. สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล* โดยลูกค้าสามารถตรวจสอบข้อมูลค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษารถตามระยะ และเช็กพื้นที่ศูนย์บริการมาตรฐานมาสด้า และอัตราค่าแรงมาตรฐานใหม่ได้ที่เว็บไซต์มาสด้า https://www.mazda.co.th/th/maintenance
  • มอบความมั่นใจในทุกการดูแล โดยช่างผู้เชี่ยวชาญ พร้อมอะไหล่แท้คุณภาพจากมาสด้า
  • เปิดตัวโปรแกรมพิเศษ Mazda Warranty Plus ต่อความคุ้มครอง เพื่อคนแคร์รถ เมื่อนำรถเข้าเช็กระยะต่อเนื่องตามกำหนด*

 

“สำหรับโปรแกรมพิเศษ Mazda Warranty Plus เป็นโปรแกรมที่มาสด้าริเริ่มขึ้นใหม่ เพื่อมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้า Mazda Family ด้วยการขยายการรับประกันคุณภาพอะไหล่รถยนต์จาก 3 ปี เป็น 5 ปี* สำหรับชิ้นส่วนเครื่องยนต์ท่อนตรง เกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดา เทอร์โบชาร์จเจอร์ และคาปาซิเตอร์ โดยมีเงื่อนไขเพิ่มเติมเล็กน้อยคือเป็นรถยนต์ที่มีอายุไม่เกิน 5 ปี หรือไม่เกิน 150,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และมีประวัติการเข้าเช็กตามระยะครบตามกำหนดทุก 6 เดือน หรือทุก 10,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ครบทุกระยะ ซึ่งลูกค้าสามารถลงทะเบียนและตรวจสอบสิทธิพิเศษนี้ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ที่ https://m.mazda.co.th/WarrantyPlusRegistrationนายศราวุฒิ กล่าว

มาสด้ายังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ประสบการณ์ให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมแผนงานในการนำเสนอโปรแกรมเพื่อมอบสิทธิพิเศษดี ๆ เช่นนี้ให้กับลูกค้าต่อไป สำหรับลูกค้า Mazda Family ที่ต้องการรับข้อมูลข่าวสารและสิทธิพิเศษที่จัดขึ้นเพื่อลูกค้าก่อนใคร สามารถเพิ่มเพื่อนผ่านแพลตฟอร์มไลน์ Mazda Sky Journey (Line Official Account: @skyjourney) นอกจากจะสามารถเช็กสิทธิพิเศษนี้ได้ก่อนใครแล้ว ลูกค้ายังสามารถทำการจองนัดหมายล่วงหน้า เพื่อนำรถเข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการมาสด้าทั่วประเทศผ่านแพลตฟอร์มนี้ได้เช่นกัน

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.mazda.co.th

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” และ “มิตซูคำวาลุย ออโต้ ไทยแลนด์” จับมือ “วิทยาลัยเทคโนโลยีช่างกลพณิชยการนครราชสีมา (ช.พ.น.)” เปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยียานยนต์มิตซูบิชิ สนับสนุนการศึกษาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 11

0
Mitsubishi Motor1

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ วิทยาลัยเทคโนโลยีช่างกลพณิชยการนครราชสีมา (ช.พ.น.) จับมือเปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยียานยนต์มิตซูบิชิ อย่างเป็นทางการพร้อมมอบเครื่องยนต์และชุดส่งกำลัง เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เชิงปฏิบัติและการฝึกอบรมด้านเทคนิค ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการศึกษาและพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศ อีกทั้ง การเสริมสร้างทักษะและเตรียมความพร้อมให้นักเรียนสำหรับการทำงานจริงในอุตสาหกรรมยานยนต์

Mitsubishi Motor 2

ในโอกาสที่มีการเปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยียานยนต์มิตซูบิชิและการมอบเครื่องยนต์ ยังมีการฝึกอบรมภาคปฏิบัติจากผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และช่างเทคนิคจาก บริษัท คำวาลุย ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด โดยการฝึกอบรมครั้งนี้ มอบประสบการณ์ทำงานจริงให้นักเรียนได้สัมผัสเทคโนโลยียานยนต์ที่ล้ำสมัย ได้แก่ เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบรหัส 4N16 รุ่นใหม่ที่ล้ำสมัยซึ่งเป็นขุมพลังขับเคลื่อนในนิว มิตซูบิชิ ไทรทัน เครื่องยนต์ 4N15 ชุดเกียร์ธรรมดา รุ่น R6M5A เฟืองท้าย และชุดแร็คพวงมาลัยเพาเวอร์

Mitsubishi Motor 4นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขายและบริการหลังการขาย บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และ บริษัท คำวาลุย ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ในสายงานยานยนต์ สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวของเราในการมีส่วนร่วมส่งเสริมการศึกษาของไทยภายใต้วิสัยทัศน์ ‘สรรค์สร้าง เคียงข้าง สังคมไทย’ โดยให้โอกาสนักเรียนเข้าถึงเทคโนโลยียานยนต์ที่ทันสมัยและการเรียนรู้เชิงปฏิบัติงานจริง เป้าหมายของเราคือการพัฒนาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและสนับสนุนระบบนิเวศของอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างยั่งยืน”

Mitsubishi Motor 5

ผศ.ดร.ณัฐวัฒม์ วงษ์ชวลิตกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล ผู้จัดการ/ผู้ได้รับใบอนุญาต ช.พ.น. กล่าวแสดงความขอบคุณว่า “ความร่วมมือระหว่าง มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และ บริษัท คำวาลุย ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อนักเรียนของเรา ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยียานยนต์มิตซูบิชิ และเครื่องยนต์ที่เราได้รับมอบจะช่วยให้นักเรียนได้รับประสบการณ์จริง และทักษะทางเทคนิคที่จำเป็น เพื่อความสำเร็จในการประกอบอาชีพในอุตสาหกรรมยานยนต์ การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยจะช่วยสร้างความพร้อมให้นักเรียนสามารถปรับตัวเข้ากับภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ เพิ่มโอกาสและเส้นทางอาชีพของพวกเขา”

Mitsubishi Motor 6

นายจิระศักดิ์ พันธ์สายเชื้อ ประธานกรรมการ บริษัท คำวาลุย ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะศูนย์บริการที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง การแข่งขันประเภทช่างเทคนิควิเคราะห์ปัญหา จากการแข่งขันทักษะการบริการระดับโลกประจำปี 2024 ที่ประเทศญี่ปุ่น บริษัท คำวาลุย ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด ให้ความสำคัญกับการเพิ่มทักษะทั้งของช่างเทคนิคของเราและบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมนี้ เราภูมิใจที่ได้สนับสนุนโครงการนี้ด้วยการจัดฝึกอบรมภาคปฏิบัติและการแบ่งปันความรู้ เพื่อช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้ทักษะที่มีคุณค่า การร่วมมือกับมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ไม่เพียงช่วยสนับสนุนภารกิจของวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังมอบประสบการณ์การทำงานจริงให้กับนักเรียน พร้อมกับแสดงให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมของรถยนต์และเทคโนโลยีของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส”

Mitsubishi Motor 8

บริษัท คำวาลุย ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด ยังจัดแสดงรถยนต์มิตซูบิชิ รุ่นใหม่ ได้แก่ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต รุ่นปี 2024 มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท ขับเคลื่อน 4 ล้อ และ มิตซูบิชิ แอททราจ สมาร์ท ซึ่งรถยนต์ทุกรุ่นพร้อมให้ผู้สนใจทดลองขับและสัมผัสอย่างใกล้ชิด

โครงการมอบเครื่องยนต์ให้แก่สถาบันการศึกษา ได้ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2558 สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในการส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับปณิธานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการดำเนินกิจกรรม 3 ด้านหลัก ได้แก่ การศึกษา สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ