Home Blog Page 87

MOTIF รุกตลาดยานยนต์เต็มกำลัง เปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่ เสริมไลน์อะไหล่คุณภาพ มุ่งสู่ผู้นำตลาดรถยนต์เมืองไทย

0
Motif 1

MOTIF ประกาศเดินหน้ารุกตลาดยานยนต์อย่างมั่นคง พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดถึง 3 รายการพร้อมกัน ได้แก่ ปีกนกรถยนต์, แร็คพวงมาลัยทั้งเส้น, และ คอยล์จุดระเบิด โดยมุ่งหวังขยายฐานลูกค้าในกลุ่มผู้ใช้งานรถยนต์ทุกระดับ พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ “แบรนด์อะไหล่คุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้”

โมทีฟ 2

ที่ผ่านมา MOTIF ได้รับความสนใจอย่างรวดเร็วในฐานะ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอะไหล่ทดแทนรายใหม่ที่มาแรง จากการเปิดตัวสินค้าหลากหลายประเภท ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภคทั่วประเทศ ด้วยจุดแข็งด้าน คุณภาพที่ไว้ใจได้ ผสานกับ ราคาที่สมเหตุสมผล ล่าสุด ทางแบรนด์ได้ก้าวต่อไปอีกขั้นด้วยการส่ง 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าสู่ตลาดในเวลาเดียวกัน เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้รถยนต์ในปัจจุบัน

เริ่มต้นกันที่ ปีกนกรถยนต์ MOTIF โดดเด่นด้วย การผลิตภายใต้มาตรฐานระดับสากล ได้แก่ ISO 9001 และ TS16949 พร้อมผ่านกระบวนการ ทดสอบคุณภาพ 100% ทุกชิ้นงาน ทำให้ผู้ใช้มั่นใจได้ในความแข็งแรงและความปลอดภัย

โมทีฟ 3

จุดเด่นอยู่ที่โครงสร้างพิเศษ เสริมเหล็กแนวกลาง เพิ่มความแข็งแรงเป็นพิเศษ รองรับแรงสั่นสะเทือนจากการขับขี่ทุกสภาพถนน เหมาะกับรถยนต์ทุกประเภท นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับ ลูกหมากปีกนกที่ออกแบบเฉพาะรุ่น ตรงรุ่นกับรถยนต์ทุก SEGMENT ไม่ว่าจะเป็นรถเล็ก รถกลาง หรือรถกระบะ รับประกันคุณภาพสูงสุดถึง 20,000 กิโลเมตร หรือ 1 ปีเต็ม

สำหรับ แร็คพวงมาลัยทั้งเส้น MOTIF อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้รถที่ใส่ใจในเรื่อง ความแม่นยำในการควบคุมพวงมาลัย

โมทีฟ 6

ผลิตจากวัตถุดิบคุณภาพระดับพรีเมียม ใช้ ซีลยาง HNBR คุณภาพสูง ซึ่งมีคุณสมบัติทนความร้อนและสารเคมีได้ดีเยี่ยม พร้อม ยางกันฝุ่นเกรด TPV ที่ช่วยป้องกันสิ่งสกปรก ความร้อน และน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จุดเด่นพิเศษคือ การเลือกใช้เหล็กรัดสแตนเลสเกรด 304 แข็งแรง ทนทาน ไม่เป็นสนิม และ ลูกปืนแร็คสั่งทำพิเศษ ตามมาตรฐาน OEM ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานกว่าทั่วไป โดยสินค้ารับประกันถึง 100,000 กิโลเมตร หรือ 12 เดือน เพิ่มความมั่นใจทุกครั้งที่จับพวงมาลัย

และสุดท้าย คอยล์จุดระเบิด MOTIF เทคโนโลยีล้ำหน้าเพื่อรถยนต์สมัยใหม่โดยเฉพาะ มาพร้อม วงจรอัจฉริยะ Thermal Guard ที่ช่วยควบคุมความร้อนสะสมจากการทำงานของคอยล์ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของปัญหาคอยล์ไหม้หรือเสื่อมสภาพ

โมทีฟ 5

ด้วย มาตรฐานระดับ OE (Original Equipment) และการออกแบบที่รองรับการใช้งานหนักในระยะยาว คอยล์จุดระเบิดรุ่นนี้จึงเหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการความเสถียรในการขับขี่อย่างต่อเนื่อง รับประกันสินค้านานถึง 6 เดือน คุ้มค่าในทุกมิติของการใช้งาน

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook Fanpage: MOTIFThailandBrand และสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ได้แล้ววันนี้ที่ SUPERPART ศูนย์จำหน่ายอะไหล่รถยนต์ครบวงจรทั้ง 12 สาขาทั่วประเทศ รวมถึงตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตทั่วประเทศ

“ฟาสต์ ออโต โชว์ 2025” ชี้ช่อง ดูรถไม่เป็นก็ซื้อรถมือสองมาใช้ได้อย่างมั่นใจ จับมือผู้ประกอบการชั้นนำสร้างมาตรฐานใหม่ ยกระดับความเชื่อมั่นตลาดรถยนต์ใช้แล้ว

0
ฟาสต์ ออโต โชว์ 2025 1

ในงานแถลงข่าว “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025” (FAST Auto Show Thailand) มหกรรมจำหน่ายรถยนต์ครบวงจรช่วงกลางปี ผู้จัดงานได้ร่วมกับผู้ประกอบการธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วชั้นนำของประเทศ จัดเสวนาในหัวข้อ “เทรนด์รถมือสอง 2568 : มาตรฐานใหม่ยกระดับความเชื่อมั่นตลาดรถยนต์ใช้แล้ว” รวมตัวเร่งสร้างจุดแข็งด้านมาตรฐานคุณภาพสินค้าและบริการ ปรับกลยุทธ์การตลาดด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อรองรับการฟื้นตัวเต็มที่ พร้อมผลักดันธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยมี นายอัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ รองประธานจัดงาน ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ นายโย ปัญญาตระกูลชัย DDS คาร์เซ็นเตอร์ นายศิลา ปัญญาตระกูลชัย ดา ศรีนครินทร์ และนายภิญโญ ธนวัชรภรณ์ โยรัชดา ร่วมเสวนา ซึ่งสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้

ฟาสต์ ออโต โชว์ 2025 2

•”รถยนต์ใช้แล้ว ทางเลือกคุ้มค่าในยุคเศรษฐกิจซบ – จ่อปรับขึ้นราคาอีก 10-15%”
ภาพรวมของธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วยังคงทรงตัวต่อเนื่องจากปีที่แล้ว เพราะความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อ และการแข่งขันด้านราคาของรถยนต์ใหม่ แต่ “รถยนต์ใช้แล้ว” ยังคงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ต้องการใช้รถในช่วงเศรษฐกิจทรงตัวและกำลังซื้อถดถอย นับเป็นโอกาสของผู้บริโภค เนื่องจากรถยนต์ใช้แล้วเป็นสินค้าทดแทนที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่าให้กับผู้บริโภค เพราะราคามีการปรับฐานลงมาจนเริ่มคงที่แล้ว ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์ใหม่ รถยนต์ใช้แล้วจะมีทางเลือกที่หลากหลายมากกว่า ทั้งยี่ห้อและรุ่นรถ หรือในรุ่นเดียวกันก็จะมีราคาที่น่าสนใจมากกว่า คาดว่าช่วงครึ่งปีหลังราคารถยนต์ใช้แล้วมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นราว 10-15% เนื่องจากรถที่มีคุณภาพสูงในตลาดเริ่มมีจำนวนจำกัด
•”ยุคซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับกลยุทธ์-ยกระดับบริการสร้างความเชื่อมั่น”
ปัจจุบันการซื้อ-ขายรถยนต์ใช้แล้วสามารถตกลงกันทางออนไลน์มากขึ้น ดังนั้นการปรับตัวของผู้ประกอบการจึงมีความสำคัญมากในช่วงเวลานี้ ต้องปรับกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภค เช่น การพัฒนาการตลาดออนไลน์ที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถค้นหา เปรียบเทียบ และซื้อขายรถยนต์ได้อย่างสะดวก การเน้นให้ข้อมูลความคุ้มค่าของรถยนต์ใช้แล้ว เพื่อดึงดูดใจผู้บริโภคในสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย รวมถึงยกระดับคุณภาพและความเชื่อมั่น เช่น จัดให้มีระบบตรวจสอบคุณภาพรถยนต์ (Inspection) โดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมการรับประกันที่น่าเชื่อถือ หรือเพิ่มบริการเสริมเพื่อสร้างความพึงพอใจ เช่น บริการจัดส่งรถถึงบ้าน บริการหลังการขาย ฯลฯ เพราะการยกระดับคุณภาพบริการถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค

•”ผู้ซื้อเน้นความคุ้มค่า-คุณภาพ รถมือสองใช้น้อยยังฮิต-เทคโนโลยีช่วยเสริมความมั่นใจก่อนตัดสินใจซื้อ”
พฤติกรรมผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อให้ความสำคัญกับความคุ้มค่ามากขึ้น คำนึงถึงคุณภาพสินค้าและบริการหลังการขายมากกว่าราคา ทำให้รถยนต์ใช้แล้วที่มีคุณภาพดีหรือรถยนต์ที่ผ่านการใช้งานมาน้อยยังคงได้รับความสนใจเป็นพิเศษ และมีการใช้เทคโนโลยีออนไลน์เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ที่มีคุณภาพดี เปรียบเทียบราคาที่เหมาะสม และเลือกซื้อกับผู้ประกอบการที่ไว้วางใจ พร้อมปัจจัยสนับสนุน เช่น การรับประกันคุณภาพ และการตรวจสอบจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ซึ่งจะช่วยให้สถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อ รวมถึงผู้ซื้อมีความมั่นใจในสินทรัพย์ดังกล่าวเพิ่มขึ้น
•”รถคุณภาพดีมีน้อย-ขายไว รถค้างลานส่วนใหญ่ไม่ผ่านเกณฑ์รับซื้อ”
รถที่เข้าในลานประมูลจะมีการคัดเกรดแยกเป็นกลุ่มตามสภาพ ซึ่งรถยนต์ที่สภาพดีนั้นหายากและมีจำนวนไม่มาก ขณะที่มีความต้องการสูง ดังนั้นจึงถูกจำหน่ายออกอย่างรวดเร็ว ส่วนรถที่เหลือค้างจำนวนมากในลานประมูลตามที่เห็นในสื่อออนไลน์ต่าง ๆ เป็นรถหลากหลายเกรดที่ผู้ประกอบธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วที่ดีและมีความรับผิดชอบต่อการขายสินค้าจะไม่รับซื้อเนื่องจากคุณภาพไม่ได้มาตรฐานของผู้ประกอบการและไม่สามารถออกใบรับประกันสินค้าให้ได้
•”มือสองไฮบริด-ยุโรปนิยมสูง EV ยังชะลอตัวจากข้อจำกัดสินเชื่อ”
รถยนต์ใช้แล้วที่ได้รับความนิยมสูงและราคาปรับขึ้นไป คือ รถในกลุ่มไฮบริดและรถยุโรปสภาพดีเพราะค่อนข้างหายาก ส่วนรถยนต์ไฟฟ้ามือสองปัจจุบันยังไม่อยู่ในความสนใจเพราะโอกาสในการทำธุรกิจยาก เนื่องจากมีปัจจัยแปรผัน เช่น การปรับลดราคาของรถใหม่ป้ายแดง สถาบันการเงินไม่ปล่อยสินเชื่อ หรือจัดสินเชื่อให้น้อยด้วยเงินดาวน์ 30 – 40%
•”สร้างความเชื่อมั่นตลาดรถมือสอง ‘ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์’ นำร่องรับประกันซื้อคืนรายแรก”

“ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์” เป็นมหกรรมจำหน่ายรถงานแรกของประเทศไทยที่ได้ริเริ่มข้อตกลงและทำสัญญากับกลุ่มผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วที่เข้ามาร่วมงาน เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในการรับประกันของธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วให้เป็นที่แพร่หลาย ด้วยการ “รับประกันซื้อคืน” ตั้งแต่ครั้งแรกของการจัดงานในปี 2012 ถึงปัจจุบัน เพื่อต้องการลบจุดอ่อนของธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วที่ผู้บริโภคกลัว เพราะไม่เชี่ยวชาญเรื่องรถ ไม่มั่นใจในคุณภาพของสินค้าและบริการ ทำให้ไม่กล้าเสี่ยงซื้อ โดยตลอดระยะเวลาจัดงาน 12 ครั้งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดีและไม่เคยเกิดกรณีรับซื้อคืนแต่อย่างใด

•“ยกระดับตลาดรถมือสอง ‘ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025’ ชูจุดแข็งรับประกันไมล์แท้-คุณภาพรถ”
“ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025” เป็นงานแรกที่หยิบยกเรื่อง “การรับประกันไมล์แท้” มาเป็นจุดแข็งและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์ใช้แล้วในปีนี้ เพิ่มเติมจากเงื่อนไขเดิม ที่รับประกันซื้อคืนหากรถยนต์ใช้แล้วที่ซื้อในงานเคยมีประวัติ ไฟไหม้ จมน้ำ ตัดต่อ ชนหนัก และไม่สามารถจดทะเบียนได้ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมออกใบรับประกันระบุคุณภาพเกรดของรถยนต์ใช้แล้วทุกคันภายในงาน เพื่อกระตุ้นผู้ประกอบการให้เห็นความสำคัญเรื่องคุณภาพสินค้า และร่วมกันยกระดับมาตรฐานรถยนต์ใช้แล้ว เป็นการช่วยลดความกังวลใจทั้งหมดของผู้บริโภคและนำไปสู่การตัดสินใจซื้อได้ทันที

ฟาสต์ ออโต โชว์ 2025 3

“ด้วยความร่วมมือของ “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์” ในการผลักดันและสร้างมาตรฐานใหม่ร่วมกับผู้ประกอบธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วตลอดระยะเวลาหลายปี ทำให้คนที่ดูรถไม่เป็นก็ซื้อรถมือสองมาใช้ได้อย่างมั่นใจ เพราะปัจจุบันผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วที่มีมาตรฐานจะมีกระบวนการคัดสรรรถยนต์ ตรวจสภาพรถยนต์อย่างละเอียดก่อนจะมาจำหน่าย และมีเงื่อนไขการรับประกัน พร้อมการบริการอื่น ๆ เพิ่มเติมที่มากขึ้น แต่เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในการเลือกซื้อมากขึ้นอีก ทางทีมผู้จัดงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025” ได้มีการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ใช้แล้วทุกคันที่เข้ามาจำหน่ายในงานอย่างเข้มงวด ถือเป็นงานแรกและงานเดียวในประเทศไทยที่เพิ่มการการันตีไมล์แท้ซื้อคืน 100% ของรถที่นำมาจำหน่ายในงาน เพิ่มจากเงื่อนไข 5 ข้อที่กำหนดไว้เดิม จึงเป็นโอกาสให้ผู้บริโภคได้นำข้อมูลมาเปรียบเทียบความคุ้มค่าในการเลือกสรรรถยนต์ใช้แล้วคุณภาพดี รวมทั้งเลือกซื้อรถใหม่ป้ายแดงที่แต่ละบริษัทนำเสนอพร้อมแคมเปญโปรโมชั่น เข้ามา “เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่” ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “รถใหม่โปรโดนใจ รถมือสองไมล์แท้รับประกันซื้อคืน” เข้าชมฟรี แถมลุ้นรับรางวัลมากมาย ตั้งแต่วันที่ 2 – 6 กรกฎาคม ศกนี้ ณ ไบเทค บางนา” นายอัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ รองประธานจัดงาน กล่าวสรุปท้าย

ติดตามรายละเอียดของงาน“ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025” ได้ที่ Facebook : FAST AUTO SHOW

“บางจากฯ” ส่งน้ำมันหล่อลื่น “บางจาก เฮอร์คิวโร” ฮีโร่พันธุ์แกร่ง ตอบโจทย์ความต้องการของรถใหญ่ ยืดอายุการเปลี่ยนถ่ายได้สูงสุดถึง 80,000 กิโลเมตร

0
บางจากฯ 1

บางจากฯ รุกตลาดน้ำมันหล่อลื่นสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลขนาดใหญ่ เปิดตัว “บางจาก เฮอร์คิวโร” (Bangchak HERCuRO) ที่พัฒนาต่อยอดจากนวัตกรรมเรสโพเพลค (Respoplex) เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของรถใหญ่ที่ต้องทนกับสภาวะการทำงานหนักกว่ารถยนต์ทั่วไป ปกป้องเครื่องยนต์ให้ทนทาน ใช้งานได้นานยิ่งขึ้น ยืดอายุการเปลี่ยนถ่ายได้สูงสุดถึง 80,000 กิโลเมตร ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายระยะยาว เสมือนฮีโร่พันธุ์แกร่งคู่ใจรถบรรทุกที่พร้อมลุยทุกเส้นทาง

นายเสรี อนุพันธนันท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจการตลาด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ด้วยวิสัยทัศน์ Evolving Greenovation บางจากฯ พัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีและสภาพการใช้งานของยานยนต์แต่ละประเภท ล่าสุดเปิดตัว “บางจาก เฮอร์คิวโร” (Bangchak HERCuRO) ที่พัฒนาต่อยอดจากนวัตกรรมเรสโพเพลค (Respoplex) ที่ได้ศึกษาค้นคว้าร่วมกับห้องแล็ปในสหรัฐอเมริกา สร้างสรรค์น้ำมันหล่อลื่นสำหรับรถเครื่องยนต์ดีเซลขนาดใหญ่ที่ต้องลุยงานหนัก (Heavy-Duty Engine) และใช้กำลังสูงในงานขนส่งบรรทุก การขับระยะทางไกลทั้งทางราบและทางชันหลายชั่วโมงต่อวัน เครื่องยนต์เกิดความร้อนสูงและต้องทนแรงเสียดทานจากการทำงานหนักต่อเนื่อง เกิดการสึกหรอและเสื่อมสภาพ ทำให้เสียค่าใช้จ่ายสูงในการบำรุงรักษา

โดยน้ำมันหล่อลื่น “บางจาก เฮอร์คิวโร” มีคุณสมบัติแกร่งทนทานเป็นพิเศษ ตอบโจทย์ความต้องการของรถขนาดใหญ่ที่ต้องบรรทุกหนัก วิ่งระยะทางไกลต่อเนื่อง เพราะทนต่อความร้อนสูงได้ดีด้วยฟิล์มน้ำมัน 2 ชั้น ช่วยรักษาและปกป้องเครื่องยนต์จากการสึกหรอและการเสียดสีของชิ้นโลหะในขณะทำงาน อีกทั้งยังช่วยชะล้างทำความสะอาดเครื่องยนต์ ลดการเกิดคราบยางเหนียวและเขม่าที่เกิดจากการเผาไหม้จากการขับระยะทางไกล เครื่องยนต์จึงมีอายุยาวนานขึ้นกว่าเดิม ยืดระยะเวลาการเปลี่ยนถ่ายได้สูงสุด 80,000 กิโลเมตร ลดระยะเวลาการหยุดซ่อมและประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาว ดังสโลแกน “ฮีโร่พันธุ์แกร่ง ปกป้องทนทาน ใช้นานเกินคุ้ม” และยังได้รับมาตรฐานสูงสุดระดับโลก API CK – 4 จากสหรัฐอเมริกา ACEA E7 E11 จากทวีปยุโรป และ JASO DH-1 จากญี่ปุ่น พร้อมมาตรฐาน OEM จาก บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของโลก เช่น Volvo, Scania, MAN เป็นต้น

“บางจาก เฮอร์คิวโร” เหมาะสำหรับรถบรรทุก รถหัวลาก รถบัส ตลอดจนรถเครื่องยนต์ดีเซลขนาดใหญ่ทุกชนิด มีให้เลือกหลายรุ่นตามลักษณะการใช้งานและระยะการเปลี่ยนถ่าย เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของเครื่องยนต์ดีเซลขนาดใหญ่ มีจำหน่ายที่ร้านค้าน้ำมันหล่อลื่นและสถานีบริการน้ำมันบางจากที่ร่วมรายการ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ บางจาก Call Center 1651 หรือที่ www.bangchaklubricants.com/th/hercuro

 

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” และ “เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้นW คว้า 5 รางวัล สถานประกอบการลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานเป็นศูนย์ ประจำปี 2568 หนุนแนวคิด “ร่วมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย เพื่อสังคมไทยยั่งยืน”

0
มิตซูบิชิ 1

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น จำกัดคว้า 5 รางวัล จากกิจกรรมรณรงค์ลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ประจำปี 2568 (Zero Accident Campaign 2025) จากสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) ซึ่งจัดขึ้นภายในงานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแห่งชาติ ครั้งที่ 37 โดยโรงงาน 3 ได้รับรางวัลระดับแพลทินัมต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ขณะที่โรงงาน 1 – 2 ได้รับรางวัลระดับแพลทินัมติดต่อกันเป็นปีที่ 2 โรงงานเครื่องยนต์ได้รับรางวัลระดับทอง โรงงานปั๊มขึ้นรูป 2 และพลาสติก ได้รับรางวัลระดับเงิน และโรงงานปั๊มขึ้นรูป 1 ได้รับรางวัลระดับทองแดงตามลำดับ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการทำงานอย่างยั่งยืน 

มิตซูบิชิ 2

มร. โนบุฮิโกะ โคอิซูมิ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานผลิต บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “องค์กรของเรามีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลกิจกรรมรณรงค์ลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ ระดับแพลทินัมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่จะรักษามาตรฐานสูงสุดด้านความปลอดภัย และอาชีวอนามัย รวมถึงตอกย้ำความทุ่มเทในการทำงานหนักของพนักงานทุกคนในความร่วมมือที่จะสร้างสถานที่ทำงานที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นจากความทุ่มเทและความร่วมมือของพนักงานทุกคน ที่ยึดมั่นและปฏิบัติตามแนวทาง ‘10 วัฒนธรรมความปลอดภัย’, หลัก ‘4BBS’ และวัฒนธรรม ‘WOW’ อย่างต่อเนื่องและเคร่งครัดในทุกระดับขององค์กร”

มิตซูบิชิ 3

“การที่พนักงานมีวินัยและเห็นความสำคัญในการทำงานอย่างปลอดภัย ถือเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญ ในการสนับสนุนพันธกิจการป้องกันอุบัติเหตุได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังตอกย้ำค่านิยมขององค์กรที่เชื่อว่าความปลอดภัยไม่ใช่เพียงหน้าที่ แต่คือความรับผิดชอบร่วมกันของพวกเราทุกคน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นในการเดินหน้าพัฒนาและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ให้ดียิ่งขึ้นในทุกมิติ เพื่อความมั่นคงของชีวิตพนักงานและการทำงานอย่างยั่งยืน” มร.โคอิซูมิ กล่าวเพิ่มเติม

มิตซูบิชิ 5

สำหรับในปี 2568 โรงงาน 1 และ 2 ได้รับรางวัลโล่เกียรติยศระดับแพลทินัมเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน จากการดำเนินงานที่มีชั่วโมงปลอดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานสะสม 63.4 ล้านชั่วโมง ขณะที่ โรงงาน 3 ได้รับรางวัลโล่เกียรติยศระดับแพลทินัมเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน จากการทำงานที่ปลอดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานสะสม 34.3 ล้านชั่วโมง โรงงานเครื่องยนต์เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น ได้รับรางวัลเกียรติยศระดับทองเป็นปีที่ 3 ต่อเนื่อง จากการทำงานโดยปลอดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานสะสม 13.9 ล้านชั่วโมง ขณะที่ โรงงานปั๊มขึ้นรูป 2 และพลาสติก คว้ารางวัลเกียรติยศระดับเงินเป็นปีที่ 2 จากการทำงานโดยปลอดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานสะสม 4.0 ล้านชั่วโมง และ โรงงานปั๊มขึ้นรูป 1 ได้รับรางวัลเกียรติยศระดับทองแดงต่อเนื่อง 4 ปีซ้อน จากการทำงานโดยปลอดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานสะสม 1.4 ล้านชั่วโมงตามลำดับ

มิตซูบิชิ 5

งานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแห่งชาติ ครั้งที่ 37 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ร่วมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย เพื่อสังคมไทยยั่งยืน” โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างนายจ้าง ลูกจ้าง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมกันผลักดันให้เกิดความตระหนักรู้ถึงความสำคัญด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างยั่งยืน

“ZEEKR” เปิดโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการครบวงจรสาขาใหม่ล่าสุดย่านเจริญนคร ยกระดับมาตรฐานการบริการสู่ความเป็นเลิศ มอบความอุ่นใจสูงสุด

0
ZEEKR 1

ZEEKR แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมระดับโลก ตอกย้ำความแข็งแกร่งและวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำตลาด EV  พรีเมียม-ลักชูรี ในประเทศไทย เปิดโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการครบวงจรย่านเจริญนคร บริเวณแยกบุคคโล ภายใต้แนวคิด Customer-Centric Channel Development พร้อมมอบประสบการณ์สุดพิเศษและตรงใจลูกค้าตั้งแต่การเลือกสรรยนตรกรรมไปจนถึงบริการ หลังการขายมาตรฐานโลก มอบความอุ่นใจและความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า ZEEKR

ZEEKR 2

ZEEKR เปิดโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการครบวงจรอย่างเป็นทางการบนทำเลทองย่านเจริญนครบริเวณแยกบุคคโล เอาใจลูกค้าฝั่งธน เป็นการขยับตัวเข้าหาลูกค้าให้ใกล้ขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวก และส่งมอบการบริการแบบวีไอพี โดยศูนย์บริการแห่งนี้มีตัวอาคารที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และพื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 1,200 ตารางเมตร ออกแบบภายใต้แนวคิด Experience-Driven Design ที่ชูความเรียบโก้ ผสานนวัตกรรมสุดล้ำ ผนวกกับแรงบันดาลใจจากงานศิลป์ชั้นเลิศในอาร์ตแกลเลอรี ทั้งนี้ภายในมีการแบ่งสัดส่วนการจัดวางโครงสร้างเฟอร์นิเจอร์ รวมถึงอุปกรณ์จัดแสดงต่างๆ ได้อย่างลงตัว ขณะที่แสงธรรมชาติสามารถส่องผ่านกระจกหน้าโชว์รูมสู่ภายในตัวอาคารเพื่อช่วยประหยัดการใช้พลังงาน และมีพื้นที่ในการชมรายละเอียดของรถได้อย่างชัดเจนจากการเว้นระยะห่างของการแสดงรถที่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งมุมมองเกี่ยวกับสีตัวถังหรือวัสดุต่างๆ ในห้องโดยสารที่ตรงตามจริงที่สุด

ZEEKR 3

ในด้านรูปแบบการให้บริการได้สะท้อนความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก  โดยเมื่อก้าวเข้ามาภายในโชว์รูม จะสัมผัสได้ถึงประสบการณ์ดื่มด่ำ และการนำเสนอข้อมูลรอบด้านจากทีมงานมืออาชีพเพื่อช่วยให้ลูกค้าได้รับข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเชื่อมโยงไปกับสื่อต่างๆ ภายในโชว์รูมอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมด้วยมุมไลฟ์สไตล์ กิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายและเป็นกันเอง และบริการที่ปรึกษาทางด้านการเงิน

นาย อเล็กซ์ เป่า กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “เรากำลังเติมจิ๊กซอว์ทางการตลาดแบรนด์ ZEEKR ทุกมิติให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น พร้อมมุ่งมั่นให้การสนับสนุนผู้จัดจำหน่ายให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน และเหมาะสมกับสถานการณ์ตลาดในปัจจุบัน เพื่อให้ผู้จำหน่ายเชื่อมั่นในแบรนด์ ZEEKR ที่พร้อมเดินหน้าไปพร้อมกันทุกพื้นที่ ทั้งนี้เรายังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการอะไหล่ที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ (Efficient Parts Management) จึงเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการคลังอะไหล่ ด้วยการสำรองสต็อกอะไหล่ที่จำเป็นและอะไหล่ที่ใช้บ่อยอย่างเพียงพอพร้อมใช้ที่ศูนย์บริการและผ่านศูนย์กระจายอะไหล่ส่วนกลาง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการซ่อมบำรุงจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว ลดระยะเวลาการรอคอย สำหรับศูนย์บริการครบวงจรแห่งนี้เป็นมากกว่าแค่การขยายเครือข่าย แต่เป็นการแสดงความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของ ZEEKR ในการยกระดับคุณภาพโชว์รูมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย และสร้างความไว้วางใจให้กับผู้บริโภค โดยในอนาคตเตรียมเปิดศูนย์ Training Center เพื่อสร้างองค์ความรู้ทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแก่ช่างเทคนิคเพื่อมุ่งเน้นงานวินิจฉัยและซ่อมแซมยานยนต์อีวีอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”

สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับที่ศูนย์บริการครบวงจร สาขาเจริญนคร

  • พื้นที่จัดแสดงรถยนต์ที่ครบครัน: ลูกค้าจะได้สัมผัสและทดลองขับรถยนต์ไฟฟ้า ZEEKR รุ่นยอดนิยม อาทิ ZEEKR 009 รุ่น 6 ที่นั่ง, ZEEKR 009 รุ่น 7 ที่นั่ง และ ZEEKR X ได้อย่างเต็มที่ โดยมีพื้นที่จัดแสดงรถยนต์ไฟฟ้าประมาณ 10 คัน ในพื้นที่กว้างขวางและสะดวกสบาย
  • Smart Test Drive: ช่วยให้ตัดสินใจเลือกซื้อรถที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น ด้วยการสัมผัสและทดลองใช้งานจริงในบรรยากาศที่เหมาะสม
  • โซนให้คำปรึกษาเฉพาะบุคคล (Personalized Consultation): ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ของ ZEEKR พร้อมให้คำแนะนำอย่างละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติ ฟังก์ชันการใช้งาน และเทคโนโลยีของรถยนต์ไฟฟ้าแต่ละรุ่น รวมถึงตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้า ช่วยให้การตัดสินใจซื้อเป็นไปอย่างราบรื่นและมั่นใจ
  • การบริการลูกค้าที่เป็นเลิศและสิ่งอำนวยความสะดวก: มอบประสบการณ์การบริการระดับพรีเมียม ด้วยมุมรับรองลูกค้าที่สะดวกสบาย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อความสะดวกสบายสูงสุดของลูกค้า
  • Extremely Impressive Atmosphere: ที่สุดแห่งความประทับใจตลอดการเยี่ยมชม และมั่นใจได้ว่ารถยนต์ใหม่ของคุณจะได้รับการส่งมอบในสภาพพร้อมใช้งานที่สุด
  • Care Center พร้อมดูแลทันที: ยกระดับมาตรฐานโชว์รูมยานยนต์ไฟฟ้าด้วยความใส่ใจขั้นสุดจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการอบรมอย่างเข้มข้น มีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า ZEEKR ทุกรุ่น พร้อมให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน (ZEEKR Roadside Assistance): มอบความอุ่นใจสูงสุดด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนในพื้นที่ที่ครอบคลุมการให้บริการ
  • ศูนย์ซ่อมตัวถังและสีได้มาตรฐาน: บริการอะไหล่ในพาร์ตต่างๆ พร้อมจัดส่งถึงมือลูกค้าทั่วประเทศ สำหรับคุณภาพงานซ่อม รับประกันโดยช่างผู้ชำนาญการ ด้วยเครื่องมือครบครันและเทคโนโลยีที่ทันสมัยตามมาตรฐาน ZEEKR

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ยนตรกรรมไฟฟ้าเหนือระดับ และบริการหลังการขายที่วางใจได้ที่ศูนย์บริการครบวงจร สาขาเจริญนครตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป  และพร้อมกันนี้เตรียมพบกับศูนย์บริการครบวงจร ZEEKR ที่สาขาบางนาในเร็วๆ นี้

เอ็มจี นำเสนอ MG EP PLUS รถอีวีที่ ใหญ่กว่า กว้างกว่า คุ้มกว่าในราคาพิเศษ จำนวนจำกัด!! เพียง 469,900 บาท

0
MG EP PLUS 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เดินหน้ามอบทางเลือกสุดคุ้มให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่กว่า กว้างกว่า คุ้มกว่า กับข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับ MG EP PLUS (MY22) รถยนต์ไฟฟ้าสเตชั่นแวกอนที่ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายได้อย่างแท้จริง มาตรฐานขั้นต้นของรถอีวีที่มีสมรรถนะการขับขี่ ตอบโจทย์การใช้งานขั้นพื้นฐาน พร้อมพื้นที่ภายในกว้างขวางทั้งห้องโดยสารและพื้นที่เก็บสัมภาระ และระบบความปลอดภัยขั้นพื้นฐานที่ครบครัน ในราคาสุดคุ้มเพียง 469,900 บาท พร้อม ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 และรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร จำนวนจำกัดเฉพาะการจองผ่านเว็บไซต์ mgcars.com ระหว่างวันที่ 16 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม 2568 เท่านั้น

 MG EP PLUS 2

สัมผัสข้อเสนอสุดคุ้ม กับ MG EP PLUS (MY22) ครบทุกฟังก์ชัน ใหญ่กว่า กว้างกว่า คุ้มกว่า ในราคาที่ใช่ มั่นใจด้วยบริการหลังการขายที่ครอบคลุม และอะไหล่ที่ไม่ต้องรอนาน!!
เอ็มจี เปิดแคมเปญสุดพิเศษเขย่าตลาดอีวีครึ่งปีหลัง ให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของ MG EP PLUS รถยนต์ไฟฟ้า สเตชั่นแวกอนรุ่นยอดนิยม ที่มาพร้อมจุดเด่นของการเป็นอีวีที่กว้างขวาง นั่งสบาย ขนได้ทั้งคนและของ ในราคาที่พิเศษกว่าครั้งไหน ๆ เพียง 469,900 บาท พร้อมรับหลากสิทธิประโยชน์ตอกย้ำความคุ้มค่า โดยจำหน่าย
ในจำนวนจำกัด และสงวนสิทธิ์เฉพาะการจองผ่านเว็บไซต์ mgcars.com ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม 2568 เท่านั้น พร้อมข้อเสนอพิเศษ

 MG EP PLUS 3

•ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
•รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
•ฟรี ชุดพรมปูพื้น
หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนดเท่านั้น
สำหรับ MG EP PLUS ยังคงแนวคิดการเป็น “รถยนต์พลังงานไฟฟ้าสำหรับทุกคน” หนึ่งโมเดลยอดนิยมของ เอ็มจีที่ครองใจผู้ใช้ด้วยการเป็นอีวีที่เข้าถึงได้ง่าย ใช้งานง่าย สะดวกสบายกว้างขวาง ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างหลากหลายและครอบคลุม ด้วยจุดเด่น ไม่ว่าจะเป็น
•มิติตัวถังและพื้นที่การใช้งาน (Dimension) ที่มีขนาดใหญ่ ภายในกว้างขวางสามารถบรรทุกได้ทั้งคน
และของ โดยมีพื้นที่บรรจุสัมภาระมากถึง 1,456 ลิตร พร้อมราวหลังคาที่รองรับน้ำหนักได้ถึง 75 กิโลกรัม หมดกังวลเรื่องการขนของ
•ความสะดวกสบายและความปลอดภัย (Convenience & Safety) ที่ครบครัน มาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่ง่าย ไม่ซับซ้อน เพียบพร้อมด้วยระบบความปลอดภัยทั้งแบบ Active และ Passive มอบความมั่นใจ
ในทุกการเดินทาง
•สมรรถนะของรถไฟฟ้า (EV Performance) ที่ทรงพลัง ด้วยแรงบิดสูงสุดตั้งแต่เริ่มขับ เคลื่อนตัว
จาก 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายใน 8.8 วินาที พร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่วิ่งได้ไกลถึง 380 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC)
•ความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของ (Value) ด้วยต้นทุนพลังงานและการบำรุงรักษาที่ต่ำ การชาร์จไฟฟ้า 0-100% เฉลี่ยเพียง 200 บาท หรือไม่ถึง 1 บาทต่อกิโลเมตร ช่วยประหยัดกว่ารถยนต์น้ำมันถึง 2-3 เท่า และค่าใช้จ่ายในการเช็คระยะตลอด 100,000 กิโลเมตรเพียง 7,828 บาท ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว ทำให้ผู้ใช้งานสบายใจและสบายกระเป๋า
•มั่นใจทุกการใช้งานด้วยบริการหลังการขายครบวงจร มีศูนย์บริการที่กระจายตัวทั่วทุกภูมิภาคพร้อมจุดชาร์จไฟ MG SUPERCHARGE และอะไหล่ที่ทันใจทันใช้ โดยมีคลังอะไหล่ขนาดใหญ่ภายในประเทศ ลดความกังวลเรื่องระยะเวลารอคอยอะไหล่

ห้ามพลาด!! โอกาสดี ๆ ที่ไม่ได้มีบ่อย ๆ กับ MG EP PLUS ที่พร้อมให้คนไทยเป็นเจ้าของความคุ้มค่าแล้ววันนี้!
โดยมีสีตัวถังให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีขาว (Arctic White) สีดำ (Black Knight) สีแดง (Scarlet Red) และสีเทา (Metallic Grey) โดยสามารถจองผ่าน https://bit.ly/MGEP-Final-Deal เลือกเมนูจองออนไลน์

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจี ได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

“นิสสัน” พร้อมส่งมอบ เซเรน่า อี-พาวเวอร์ “ความสนุกที่ใช่ ความสบายที่ชอบ” กับรถอเนกประสงค์แบบครอบครัว

0
นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ 1

ด้วยการตอบรับของลูกค้าในประเทศไทยหลังเปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นิสสัน ประเทศไทย ได้เริ่มส่งมอบ  นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ให้กับลูกค้ากลุ่มแรก โดยเมื่อเร็วๆ นี้ วฤทธิ์ ภักดียิ่งยง รองประธานสายงานขาย สายงานฝ่ายวางแผนองค์กร สายงานประสานงานภายนอกและรัฐกิจสัมพันธ์ และ ฝ่ายวิจัยการตลาด นิสสัน ประเทศไทย ร่วมกับ เกริก เกียรติเฟื่องฟู กรรมการผู้จัดการ และ ชาตรี ชุดบุญธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามนิสสันเซลส์ จำกัด ส่งมอบให้กับ อายุธ นาครทรรพ อดีตผู้บริหาร บริษัท รักษาความปลอดภัยและบริหารธุรการ สยาม จำกัด (Samco)

“นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ เป็นรถที่ดี มีความเอนกประสงค์ ใช้ได้ดีทั้งในเมือง และนอกเมือง ประหยัดน้ำมัน นั่งสบายทั้งคนขับ และผู้โดยสาร ช่วงล่างเกาะถนน และมีระบบความปลอดภัยที่ครบครัน และเหตุผลสำคัญที่ตัดสินใจเลือกเลยคือเป็นรถที่ไปได้ทั้งครอบครัว” อายุธ นาครทรรพ กล่าว

วฤทธิ์ ภักดียิ่งยง รองประธาน นิสสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “ตั้งแต่เปิดตัวในประเทศไทย นิสสัน เซเรน่า ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี มีลูกค้าให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก โดยตอนนี้ทางนิสสันพร้อมส่งมอบรถยนต์ นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และสำหรับลูกค้าที่สนใจ สามารถเข้ามาทดลองขับรถยนต์ นิสสัน เซเรน่า และรถยนต์นิสสันทุกรุ่น ได้ที่โชว์รูม ผู้จำหน่ายนิสสัน ใกล้บ้าน”

นิสสัน เซเรน่า อีพาวเวอร์ มาพร้อมกับเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ ของนิสสัน ให้ประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ที่ราบรื่น ตอบสนองทันใจแบบรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จ โดยเป็นรถยนต์ MPV ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Big. Easy. Fun” ที่พร้อมมอบ “ความสนุกที่ใช่ ความสบายที่ชอบ” ให้แก่ครอบครัวนักเดินทางที่ต้องการประสบการณ์ประทับใจในทุกการเดินทาง Big ห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบาย มีทางเดินตรงกลางให้ความสะดวกสำหรับผู้โดยสารทุกที่นั่ง กระจกบานใหญ่รอบคันให้ความรู้สึกโปร่ง โล่ง ไม่อึดอัด Easy ด้วยประตูสไลด์อัตโนมัติพร้อมระบบแฮนด์ฟรี ช่วยให้เข้าออกจากรถได้สะดวกแม้ในขณะที่มือไม่ว่าง และ ยังเป็นรถ MPV รุ่นเดียวในตลาดที่มีฝาท้ายอเนกประสงค์ (Dual Back Door) น้ำหนักเบา จึงเปิดได้ง่ายทั้งแบบเต็มบาน หรือครึ่งบาน และ Fun สนุกได้เต็มที่กับอิสระในการปรับที่เบาะที่นั่งภายในรถได้ถึง 13 รูปแบบรองรับทุกการใช้งานและบรรทุกสัมภาระขนาดใหญ่

ผู้ที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนิสสัน ประเทศไทย ได้ที่เว็บไซต์ https://nissan.co.th หรือ Facebook, Instagram, Twitter และ LinkedIn หรือรับชมวีดีโอล่าสุดจากนิสสันได้ทาง YouTube
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ การบริการ และความมุ่งมั่นในการนำเสนอยานยนต์เพื่อความยั่งยืน สามารถติดตามได้ที่ nissan-global.com, Facebook, Instagram, Twitter, LinkedIn และรับชมวีดีโอล่าสุดที่ YouTube

 

“GWM” เอาใจสาวกเจ้าเหมียวไฟฟ้าสายสปอร์ต กับ GWM ORA Good Cat ในลุคใหม่สุดเท่ “สีขาวหลังคาสีดำ พร้อม Black Package” ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายได้อย่างลงตัว

0
GWM ORA Good Cat 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users) ล่าสุด GWM เดินหน้าขยายไลน์อัปผลิตภัณฑ์รถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ เปิดตัว GWM ORA Good Cat ลุคสปอร์ตใหม่ กับรุ่นย่อย “สีขาวหลังคาสีดำ พร้อมชุดแต่ง Black Package” ครั้งแรกในประเทศไทย ที่ยังคงความโดดเด่นของดีไซน์ Retro Futuristic อันเป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ผสมผสานกับคู่สีขาว-ดำ มอบความคลาสสิกเหนือกาลเวลาได้อย่างลงตัว สะท้อนบุคลิกและตัวตนของผู้ขับขี่ได้อย่างชัดเจนในทุกมิติ สีสันใหม่ล่าสุดนี้เปิดตัวในระดับโลกครั้งแรกที่ประเทศไทย ไม่เพียงแค่เพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า แต่ยังเป็นการตอบรับกับการเติบโตของตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยอีกด้วย

GWM ORA Good Cat 2

GWM ORA Good Cat รุ่นย่อย สีขาวหลังคาสีดำ มาพร้อมชุดตกแต่งพิเศษ “Black Package” ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่มองหาความแตกต่างอย่างมีสไตล์ ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยการตกแต่งด้วยโทนสีดำในหลายจุด ถ่ายทอดอารมณ์สปอร์ตและพรีเมียมได้อย่างกลมกลืน เสริมลุคเฉียบคมด้วยล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว ผสานกับคาลิเปอร์เบรกสีเหลืองที่ตัดกันอย่างลงตัว พร้อมกรอบกันชนหน้าตกแต่งสีดำที่เสริมภาพลักษณ์ให้ตัวรถดูโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น

GWM ORA Good Cat 4

ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยโทนสีดำเรียบหรู สะท้อนความทันสมัยและเสน่ห์ที่แตกต่าง ตอบสนองผู้ขับขี่ที่มีความมั่นใจและต้องการแสดงตัวตนผ่านรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มาพร้อมดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์

GWM ORA Good Cat 3

GWM ORA Good Cat สีขาวหลังคาสีดำ พร้อมชุดตกแต่ง Black Package มาพร้อมกับ 2 รุ่นย่อย ในราคาที่เท่ากับรุ่นปกติทั่วโป โดยไม่มีการบวกราคาเพิ่มเติม ดังนี้
•GWM ORA Good Cat สีขาวหลังคาสีดำ พร้อมชุดแต่ง Black Package รุ่น PRO ราคาเพียง 599,000 บาท*
•GWM ORA Good Cat สีขาวหลังคาสีดำ พร้อมชุดแต่ง Black Package รุ่น ULTRA ราคาเพียง 699,000 บาท*
* ราคานี้เป็นราคาหลังหักส่วนลดเงินสดแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมาพร้อมกับโปรโมชันอีกมากมาย อาทิ ฟรี! ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 นาน 1 ปีเต็ม ฟรี! ฟิล์มกรองแสง ลามิน่า รุ่น CM ONE และค่าจดทะเบียน ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 5 ปี ฟรี! บริการระบบตรวจสอบและสั่งการรถผ่านอินเทอร์เน็ต* (Telematic Service) พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ (Internet in Vehicle) ระยะเวลา 3 ปี และอื่น ๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ารวมมูลค่าข้อเสนอสุดพิเศษ สูงสุดกว่า 304,900 บาท ด้านการรับประกัน GWM มอบการรับประกันคุณภาพรถใหม่ ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร** (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และการรับประกันแบตเตอรี่ EV เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร** (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) มอบความอุ่นใจให้ผู้ขับขี่ตลอดระยะเวลาการใช้งานได้อย่างครอบคลุม

GWM ORA Good Cat 5

* เนื่องจากสถานการณ์ดอกเบี้ยลอยตัวในปัจจุบัน บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ให้อัตราดอกเบี้ยพิเศษ เฉพาะเมื่อจองและส่งเอกสารทำสัญญาตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนดเท่านั้น หลังจากช่วงเวลาดังกล่าว อัตราดอกเบี้ยพิเศษจะเป็นไปตามที่บริษัทฯ และสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกำหนด
** เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดได้ที่ GWM Thailand – Service

หลังจากการเปิดตัว GWM ORA Good Cat “สีฟ้า So Blue” ในงาน Motor Show 2025 ที่ผ่านมา GWM ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากแฟน ๆ ทั่วประเทศ และรุ่นย่อยใหม่ “สีขาวหลังคาสีดำ พร้อมชุดตกแต่ง Black Package” คันนี้ สะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า GWM ยังคงเดินหน้าสร้างความตื่นเต้นและทางเลือกใหม่ให้กับตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าผ่านการนำเสนอสีสันและรุ่นย่อยใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง GWM ยังคงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดไทย ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าต่อภูมิภาคนี้อย่างชัดเจน

GWM ORA Good Cat 7

GWM ORA Good Cat มีสีให้เลือกมากถึง 5 เฉดสี ได้แก่ สีใหม่ สีขาวหลังคาสีดำ พร้อมชุดแต่ง Black Package, สีฟ้า So Blue, สีเขียว Pistachio Green, สีเบจหลังคาสีน้ำตาล และสีเขียวหลังคาสีขาว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของผู้ขับขี่ชาวไทยได้อย่างลงตัว สำหรับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของ NEW GWM ORA Good Cat สีใหม่ สีขาวหลังคาสีดำ พร้อมชุดแต่ง Black Package สามารถจับจองได้ตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ผ่าน GWM application และเว็บไซต์ www.gwm.co.th รวมถึงที่ GWM Partner Store ทั้ง 70 สาขาทั่วประเทศ

“GEELY RIDDARA ประเทศไทย” ตอกย้ำนโยบาย “One Price Policy” ในงานประชุมผู้จำหน่ายปี 2025

0
GEELY 1

GEELY RIDDARA ประเทศไทย” จัดการประชุมผู้จำหน่ายประจำปี “2025 GEELY RIDDARA Dealer Conference” สรุปผลงานและยืนยันพันธกิจสร้างการเติบโตที่มั่นคงในตลาดเมืองไทย ยืนยันไม่เข้าร่วมสงครามราคา แต่จะเน้นกลยุทธ์ที่มอบประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้า รวมถึงการเสริมความแข็งแกร่งด้านงานบริการหลังการขาย และเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง

การประชุมผู้จำหน่ายในครั้งนี้นอกจากจะเป็นโอกาสสำคัญในการสรุปภาพรวมของการดำเนินงานตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาและการเปิดกลยุทธ์ของ GEELY RIDDARA ในประเทศไทยแล้ว แต่ยังเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและความร่วมมืออันดีระหว่างบริษัทฯ กับผู้จำหน่ายทั่วประเทศที่มีส่วนร่วมในการเติบโตของ GEELY RIDDARA ในประเทศไทย โดยบริษัทฯ ได้แสดงความมุ่งมั่นเพื่อเดินหน้าเพื่อสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจในประเทศไทยไปพร้อมกับพันธมิตรผู้จำหน่ายทั่วประเทศและพัฒนาแนวทางของการดำเนินงานที่ครอบคลุมทั้งด้านการขายและการบริการหลังการขายเพื่อมอบประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้า

ยิ่งไปกว่านั้น มร. จาง ชง ผู้จัดการทั่วไป GEELY RIDDARA ประเทศไทย ได้ตอกย้ำนโยบาย “One Price Policy” ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญที่มุ่งเน้นการสร้างเสถียรภาพทางการตลาด หลีกเลี่ยงสงครามราคา และเสริมสร้างความแข็งแกร่งของการดำเนินงานในทุกมิติ เน้นการส่งมอบความคุ้มค่าและความโปร่งใสให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง “นโยบาย ‘One Price Policy’ คือหัวใจสำคัญในวิสัยทัศน์ระยะยาวของเรา เพื่อให้เกิดความยุติธรรมและความโปร่งใสสำหรับลูกค้า พร้อมทั้งช่วยให้ผู้จำหน่ายของเรามุ่งเน้นไปที่การส่งมอบสินค้าและการบริการที่ยอดเยี่ยมเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้ลูกค้าของเราทุกคน” มร. จาง ชง กล่าว

 

“เติมความอร่อยที่ พีที สเตชั่น” แจกฟรีขนม Roll-mi โรล-มี ข้าวอบ อร่อยครบ ไม่ต้องทอด สนับสนุนโดย Want Want Thailand

0
พีที สเตชั่น 1

บริษัท ปิโตรเลียมไทยคอร์ปอเรชั่น จำกัด จับมือกับ บริษัท วอนท์ วอนท์ คอร์ปอเรชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด ร่วมเดินหน้าสนับสนุนผู้เดินทางในช่วงเปิดเทอม ผ่านความร่วมมือกับสถานีบริการน้ำมัน พีที สเตชั่น มอบประสบการณ์ของว่างสุดอร่อยให้กับผู้เดินทางทั่วประเทศ ด้วยผลิตภัณฑ์ “โรล-มี” ข้าวอบกรอบสอดไส้ครีม ที่ตอบโจทย์ทั้งความสะดวก ความอร่อย และคุณค่าทางอาหาร กับกิจกรรม “เติมความอร่อยที่ พีที สเตชั่น” แจกฟรีขนม Roll-mi โรล-มีข้าวอบกรอบสอดไส้ครีม จำนวนกว่า 240,000 ชิ้น สำหรับสมาชิก PT Max Card ที่เติมน้ำมันชนิดใดก็ได้ครบ 300 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ รับฟรีทันที ขนม Roll-mi 1 ชิ้น (มูลค่า 6 บาท) ณ สถานีบริการน้ำมันพีทีที่ร่วมรายการในพื้นที่ กรุงเทพปริมณฑล ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่วันที่ 15 – 30 มิถุนายน 2568 หรือจนกว่าของจะหมด

พีที สเตชั่น 2

ดร.ธีจุฑา ประสาทแก้ว ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ปิโตรเลียมไทยคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า “กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความตั้งใจที่เราต้องการตอบแทนลูกค้า PT Max Card พร้อมสร้างรอยยิ้มให้ผู้ใช้บริการในช่วงเปิดเทอม ด้วยของว่างอร่อย ๆ ของแบรนด์ยอดนิยมจากไต้หวัน”

ด้านตัวแทนฝ่ายการตลาด คุณปุณยนุช เจสกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์และการตลาด บริษัท วอนท์ วอนท์ คอร์ปอเรชั่น (ไทยแลนด์) กล่าวเพิ่มเติมว่า “เรายินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมสนับสนุนกิจกรรมดี ๆ แบบนี้กับทาง PT เนื่องจากผลิตภัณฑ์ ‘โรล-มี’ ของเราสามารถพกพาทานสะดวก โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งรีบ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานออฟฟิศ นักเดินทาง หรือกลุ่มนักเรียนนักศึกษา และยังเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ปกครองที่มองหาของว่างให้กับน้อง ๆ นักเรียนระหว่างเดินทาง เป็นการเติมเต็มความสุขง่าย ๆ ที่มีคุณค่าทางอาหารสำหรับทุกวัย”

ร่วมเติมเต็มพลังและความอร่อยระหว่างเดินทางได้ที่สถานีบริการน้ำมัน พีที สเตชั่น ที่ร่วมรายการ แล้วอย่าลืมโชว์ PT Max Card ทุกครั้งที่เติมน้ำมัน!