Home Blog Page 88

“ซูซูกิ” ปลื้มลูกค้าเชื่อมั่น “SUZUKI SWIFT” ลุยส่งแคมเปญ “SUZUKI DRIVE YOU DREAM” ขับฟรี 90 วัน ผ่อนเริ่มต้น 4,999 บาท ต่อเดือน หวังกระตุ้นยอดขายต่อเนื่อง

0
ซูซูกิ 1

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ที่เพิ่งผ่านไป ซูซูกิสามารถสร้างยอดจองรถยนต์รวมทุกรุ่นได้ถึง 1,023 คัน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อคุณภาพสินค้าและบริการของซูซูกิ ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นและภาวะตลาดที่ยังชะลอตัว

ซูซูกิ 2

สำหรับ “ซูซูกิยึดมั่นในคุณภาพทั้งด้านผลิตภัณฑ์และบริการ ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังการขาย เราดำเนินธุรกิจด้วยแนวทางที่ชัดเจน สร้างความแตกต่างผ่านผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์หลากหลายความต้องการ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและผลักดันให้ลูกค้าเลือกซูซูกิเป็นแบรนด์คู่ใจ นำไปสู่ความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในด้านยอดจำหน่าย”

ทั้งนี้ เพื่อสานต่อความสำเร็จและตอบรับกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่พลาดแคมเปญพิเศษในช่วงงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา ซูซูกิจึงขอนำเสนอแคมเปญพิเศษเพื่อกระตุ้นตลาดรถยนต์อย่างต่อเนื่อง ด้วยแคมเปญ “SUZUKI DRIVE YOU DREAM” ให้ลูกค้าเลือกรับข้อเสนอสุดคุ้ม ผ่อนง่าย จ่ายสบาย โดยสามารถเลือกรับข้อเสนอขับฟรี 90 วัน หรือเลือกผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 2,999 บาท พร้อมฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่งทุกรุ่น โดยเฉพาะกับ SUZUKI SWIFT สปอร์ตอีโคคาร์รุ่นยอดนิยม ที่สามารถสร้างยอดขายให้แก่ซูซูกิอย่างยาวนาน มาพร้อมกับข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าทุกท่านให้สามารถเลือกรับสิทธิพิเศษได้หลากหลาย ทั้งการเลือกรับข้อเสนอ ขับฟรี 90 วัน หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 4,999 บาท หรือเลือก ผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน ๆ ละ 5,781 บาท ทั้งยังสามารถเลือกรับ“SUZUKI WORRY FREE PROGRAM” ฟรี Suzuki Maintenance Service 7 ปี ฟรี Suzuki Warranty 7 ปี และ ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 7 ปี หรือเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 60 เดือน หรือ สามารถเลือกรับ ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 50,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง เมื่อซื้อรถSUZUKI SWIFT ทุกรุ่น

ซูซูกิ 4

อีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าที่ต้องการความคุ้มค่าครบครันให้กับครอบครัวคือ SUZUKI XL7 HYBRID รถอเนกประสงค์ขนาด 7 ที่นั่ง ที่มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 799,000 บาท มาพร้อมกับข้อเสนอ ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่าสูงสุด 10,000 บาท พร้อมเลือกรับข้อเสนอ ขับฟรี 90 วัน หรือเลือกผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 7,888 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี อีกด้วย

ซูซูกิ 4

“คุณภาพของสินค้าและบริการจากซูซูกิคือหัวใจสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในการตัดสินใจเป็นเจ้าของ เพราะรถยนต์ซูซูกิทุกรุ่นได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ดูแลรักษาไม่ยุ่งยาก ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาต่ำ และไม่มีปัญหาจุกจิกกวนใจ ช่วยให้เจ้าของรถสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย ไร้กังวลในทุกเส้นทาง

สำหรับลูกค้าที่สนใจอยากได้ทั้งผลิตภัณฑ์คุณภาพดีที่มาพร้อมกับบริการที่ครับครัน จึงไม่อยากให้พลาดสิทธิพิเศษที่คุณจะได้รับจากแคมเปญ“SUZUKI DRIVE YOU DREAM” ซึ่งจะเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมไปยังผู้จำหน่ายทั่วประเทศ โดยแต่ละรุ่นมีรายละเอียดที่น่าสนใจ ดังนี้

SUZUKI SWIFT
เลือกรับสิทธิพิเศษฟรี
ทางเลือกที่ 1 : SUZUKI WORRY FREE PROGRAM
•ฟรี Suzuki Maintenance Service 7 ปี
•ฟรี Suzuki Warranty 7 ปี
•ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 7 ปี
ทางเลือกที่ 2 : ดอกเบี้ย 0% นาน 60 เดือน*(4.1)
ทางเลือกที่ 3 : ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 50,000 บาท สำหรับรุ่น GL และ GLX หรือ รับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 45,000 บาท สำหรับรุ่น GL NEXT พร้อมเลือกรับข้อเสนอ ขับฟรี 90 วัน หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 4,999 บาท หรือเลือก ผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน ๆ ละ 5,781 บาท
•พิเศษเฉพาะรุ่น SWIFT GLX ฟรี กล้องบันทึกภาพหน้ารถมูลค่า 5,885 บาท
•สิทธิพิเศษสำหรับเกษตรกรขึ้นทะเบียน รับส่วนลดเพิ่ม 15,000 บาท
•สิทธิพิเศษลูกค้ารถยนต์ซูซูกิและครอบครัวรับส่วนลดเพิ่ม 15,000 บาท
•สิทธิพิเศษลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ รับส่วนลดเพิ่ม 15,000 บาท
•สมาชิกหอการค้าและเครือข่าย หรือสมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รับส่วนลดเพิ่ม 15,000 บาท
•พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก

SUZUKI XL7 HYBRID

ซูซูกิ 5
•ราคาพิเศษเริ่มต้น 799,000 บาท พร้อมรับ ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่าสูงสุด 10,000 บาท
พร้อมเลือกรับข้อเสนอ ขับฟรี 90 วัน หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 7,888 บาท หรือเลือก ผ่อนนานสูงสุด 99 เดือนๆ ละ 8,146 บาท
•สิทธิพิเศษสำหรับเกษตรกรขึ้นทะเบียน รับส่วนลดเพิ่ม 15,000 บาท
•สิทธิพิเศษลูกค้ารถยนต์ซูซูกิและครอบครัวรับส่วนลดเพิ่ม 15,000 บาท
•สิทธิพิเศษลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ รับส่วนลดเพิ่ม 15,000 บาท
•สมาชิกหอการค้าและเครือข่าย หรือสมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รับส่วนลดเพิ่ม 15,000 บาท
•พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

 

SUZUKI CELERIO
•ราคาพิเศษเริ่มต้น 319,900 บาท
•พร้อมเลือกรับข้อเสนอ ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 2,999 บาท หรือเลือกผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน เดือนละ 3,302 บาท
•พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI CARRY
•รับข้อเสนอส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท พร้อมรับข้อเสนอ ขับฟรี 90 วัน
•หรือ เลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่ม 1.99% นาน 60 เดือน
•สิทธิพิเศษสำหรับเกษตรกรขึ้นทะเบียน รับส่วนลดเพิ่ม 15,000 บาท
•สิทธิพิเศษลูกค้ารถยนต์ซูซูกิและครอบครัวรับส่วนลดเพิ่ม 15,000 บาท
•สิทธิพิเศษลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ รับส่วนลดเพิ่ม 15,000 บาท
•สมาชิกหอการค้าและเครือข่าย หรือสมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รับส่วนลดเพิ่ม 15,000 บาท
•หรือ รับข้อเสนอผ่อนเริ่มต้นวันละ 222 บาท
•ลูกค้าองค์กรธุรกิจ รับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท
•สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย สามารถเข้าร่วมโครงการค้ำประกันสินเชื่อเช่าซื้อ “กระบะพี่มีคลังค้ำ”
•พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก

SUZUKI Jimny Offroad Edition
•รับสิทธิพิเศษ SUZUKI WORRY FREE PROGRAM
ฟรี Suzuki Maintenance Service 7 ปี
ฟรี Suzuki Warranty 5 ปี
ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 7 ปี
พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก

ทั้งนี้ ซูซูกิยังคงเชื่อมั่นว่าโชว์รูมผู้จำหน่ายและศูนย์บริการกว่า 90 แห่งทั่วประเทศ จะสามารถรองรับและดูแลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยคุณภาพและมาตรฐานงานบริการที่เป็นหัวใจสำคัญของซูซูกิ โดยซูซูกิยังคงมุ่งมั่นยกระดับบริการหลังการขายให้ดีที่สุด ผ่านศูนย์บริการที่ได้มาตรฐาน และทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมโดยตรงจากซูซูกิ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดตลอดระยะเวลาการใช้งาน

ความมุ่งมั่นนี้ยังสะท้อนผ่านโครงการ “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” ที่ซูซูกิได้ริเริ่มขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อสื่อสารกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด พร้อมส่งมอบบริการที่รวดเร็ว ใส่ใจ และเข้าใจ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุด และตอกย้ำความตั้งใจในการเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าไว้วางใจ พร้อมเดินเคียงข้างคนไทยในทุกช่วงของชีวิต

ช่องทางการติดต่อ
www.suzuki.co.th
www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand
SUZUKI Cause We Care: 1800-600-900

 

“เอเอเอสฯ” ต้อนรับซัมเมอร์อย่างร้อนแรง ขนสุดยอดปอร์เช่ดีเอ็นเอรถแข่ง ชวนสัมผัสจิตวิญญาณแห่งความเร็ว ณ เอเอเอส-เฮาส์ ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์

0
AAS Motorsport 1

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแห่งแรกในประเทศไทย ทำการจัดแสดงรถยนต์ปอร์เช่ อย่างยิ่งใหญ่ด้วยเหล่ายนตรกรรมสายพันธุ์มอเตอร์สปอร์ตในคอนเซ็ปต์ ‘Racing DNA’ ที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งความเร็วจากสนามแข่งสู่ใจกลาง เอ็ม ดิสทริค นำทัพด้วยรถแข่งแห่งชัยชนะจากทีม AAS Motorsport ปอร์เช่ 718 เคย์แมน จีทีโฟร์ อาร์เอส คลับสปอร์ต (718 Cayman GT4 RS Clubsport), ปอร์เช่ 911 จีที 3 (911 GT3) พร้อมชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะ Manthey Performance Kit, และ ปอร์เช่ 718 สไปเดอร์ อาร์เอส (718 Spyder RS) เพื่อเปิดโอกาสให้ได้สัมผัสอย่างใกลชิด ณ เอเอเอส-เฮาส์ บริเวณชั้น 2 ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2568

AAS Motorsport 2

ประเดิมความร้อนแรงด้วยไฮไลต์อย่าง ปอร์เช่ 718 เคย์แมน จีทีโฟร์ อาร์เอส คลับสปอร์ต (718 Cayman GT4 RS Clubsport) รถแข่งจากทีม AAS Motorsport หมายเลข 18 ขับโดย บูม-กันตธีร์ กุศิริ นักแข่งมืออาชีพ ที่สร้างผลงานไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมจนคว้ารางวัล Champion of the Year 2024 ในรุ่น Thailand Supercar GT4 Overall และ Porsche Sprint Trophy Thailand GT4 มาครองด้วยคะแนนรวมเป็นอันดับที่ 1 ของการแข่งขันในรายการ B-Quik Thailand Super Series 2024 ในปีที่ผ่านมา และในปี 2025 นี้ รถแข่งคันนี้ จะเข้าร่วมลงแข่งขันรายการ B-Quik Thailand Super Series 2025 อีกครั้ง นำทีมขับโดย บูม-กันตธีร์ กุศิริ และทีมเมทอย่าง มิกกี้-คมิก กรรณสูต ในรถแข่งหมายเลข 1 ซึ่งจะลงแข่งขันในรุ่นสุดท้าทายอย่าง Supercar GT4

AAS Motorsport 3

ต่อเนื่องด้วย ปอร์เช่ 911 จีที 3 (911 GT3) สปอร์ตคาร์ที่ถ่ายทอดเทคโนโลยีจากสนามแข่งมาไว้มากที่สุดจากปอร์เช่ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ 6 สูบนอน ขนาด 4.0 ลิตร กำลังสูงสุด 510 แรงม้า 911 GT3 คันนี้มาพร้อมชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะ Manthey Performance Kit ด้วยสปอยเลอร์ขนาดใหญ่ขึ้น ช่วยเสริมประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ ชุดแต่งนี้ยังรวมถึงระบบกันสะเทือนแบบคอยล์โอเวอร์สี่ทิศทางที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ พิสูจน์ความยอดเยี่ยมด้วยเวลาต่อรอบที่ลดลงถึง 4.19 วินาที บนสนาม Nürburgring Nordschleife

AAS Motorsport 4

ปิดท้ายด้วย ปอร์เช่ 718 สไปเดอร์ อาร์เอส (718 Spyder RS) ขีดสุดแห่งยนตรกรรมสปอร์ตโรดสเตอร์ ที่มาพร้อมสมรรถนะอันน่าทึ่ง ด้วยเครื่องยนต์วางกลาง 6 สูบนอน 4.0 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุด 500 แรงม้า พร้อมแรงบิด 450 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.4 วินาที มาพร้อมหลังคาเปิดประทุนน้ำหนักเบา สัมผัสประสบการณ์ขับขี่สุดเร้าใจ เสริมด้วยช่วงล่างที่แม่นยำ และโครงสร้างตัวถังเบาเพียง 1,410 กิโลกรัม

AAS Motorsport 6

ตลอดระยะเวลาของการจัดงาน เอเอเอสฯ จะทำการเปลี่ยนแปลงคอนเซ็ปต์การจัดแสดงอันน่าตื่นเต้น เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ที่น่าค้นหาอยู่เสมอ พร้อมรับรองผู้ที่มาเยี่ยมชมด้วยของว่างสุดพรีเมียมจาก SHADE COMMUNE ร้านกาแฟ Specialty Coffee ในเครือเอเอเอส-กรุ๊ป ที่จะช่วยเติมเต็มบรรยากาศให้ทุกช่วงเวลาของการมาเยือนพิเศษกว่าที่เคย

เอเอเอส–เฮาส์ ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าในการเป็นมากกว่าศูนย์กลางสำหรับผู้ที่หลงใหลในยานยนต์ระดับหรู เพื่อสร้างคอมมูนิตี้ที่เปิดโอกาสให้สมาชิกครอบครัวเอเอเอสฯ ได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับโลกแห่งยนตรกรรมเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ที่รักการขับขี่แบบไร้ขีดจำกัด สำหรับผู้ที่ทำการจองรถยนต์ปอร์เช่ ที่ เอเอเอส–เฮาส์ จะได้รับสิทธิประโยชน์สุดพิเศษพร้อมของขวัญสุดพรีเมียม

 

‘ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี’ ได้รับการจัดอันดับสูงสุดระดับ 5 ดาว จาก ASEAN NCAP ประจำปี 2024

0
ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี 1

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชัน (ต่อไปนี้เรียกว่า มิตซูบิชิ มอเตอร์ส) ประกาศว่า รถคอมแพ็กต์เอสยูวี ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี แบบไฮบริด (HEV) รุ่นใหม่ ได้รับคะแนนสูงสุดระดับ 5 ดาว จากการประเมินมาตรฐานความปลอดภัยยานยนต์ของอาเซียน หรือ ASEAN NCAP1 2024 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ครอบคลุมการทดสอบสมรรถนะด้านความปลอดภัยของรถยนต์ใหม่ในภูมิภาคอาเซียน โดยได้รับคะแนนสูงสุดเท่ากันจากรุ่นเครื่องยนต์เบนซินที่ได้รับในช่วงต้นปี 2024

All New Mitsubishi X Force 1

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ยังคงมุ่งมั่นในปรัชญาด้านความปลอดภัย เพื่อก้าวไปสู่สังคมยานยนต์ที่ปราศจากอุบัติเหตุทางถนน โดยพัฒนาและเผยแพร่เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการให้ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยบนท้องถนน

ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี มาพร้อมกับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง Mitsubishi Safety Sensing ซึ่งประกอบด้วย 6 ฟังก์ชันหลัก ได้แก่ ระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติถึงจุดหยุดนิ่ง (Adaptive Cruise Control – ACC) ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (Forward Collision Mitigation – FCM)
ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตาและขณะเปลี่ยนเลน (Blind Spot Warning / Lane Change Assist – BSW / LCA) ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (Rear Cross Traffic Alert – RCTA) ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beam – AHB) ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification – LCDN) นอกจากนี้ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ยังเสริมความปลอดภัยด้วยโครงสร้างตัวถัง RISE2 (Reinforced Impact Safety Evolution) ซึ่งช่วยดูดซับแรงกระแทกและลดการเสียรูปของห้องโดยสารในกรณีเกิดการชน พร้อม ถุงลมนิรภัย SRS 6 จุด เพิ่มความปลอดภัยทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคม 2568 โดยพัฒนาต่อยอดจากรุ่น Xforce3 ซึ่งเปิดตัวในประเทศอินโดนีเซียเมื่อปี 2566 และได้รับการติดตั้งระบบไฮบริด (HEV) เป็นครั้งแรก SUV ขนาด 5 ที่นั่งรุ่นนี้พัฒนาภายใต้แนวคิด “เพื่อนคู่ใจ สำหรับชีวิตที่เร้าใจ” โดยใช้ระบบไฮบริดที่ได้รับการพัฒนามาจากเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) อันเป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส มอบทั้งอัตราประหยัดน้ำมันที่สูงขึ้น เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และอัตราเร่งที่ทรงพลัง เสริมด้วยระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ และเทคโนโลยีควบคุมล้อทั้งสี่ ช่วยเสริมความปลอดภัยและเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่บนทุกสภาพถนนที่หลากหลาย

หมายเหตุ
1. โครงการประเมินมาตรฐานความปลอดภัยรถยนต์ใหม่ในกลุ่มประเทศอาเซียน
2. เทคโนโลยีโครงสร้างตัวถังที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยจากแรงกระแทก
3. รถยนต์รุ่นนี้วางจำหน่ายในบางตลาดภายใต้ชื่อ Outlander Sport

 

“ฮุนได” ฉลองใหญ่มหาสงกรานต์! ชวนทดลองขับ ลุ้นรับของขวัญสุดคูล ตั้งแต่วันที่ 7 – 18 เมษายนนี้ที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ พร้อมขยายเวลาโปรโมชั่น Motor Show

0
Hyundai 1

ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย ชวนคุณมาฉลองสงกรานต์สุดคูลแบบไม่ซ้ำใคร กับกิจกรรม “Hyundai ฉลองใหญ่มหาสงกรานต์” ตั้งแต่วันที่ 7 – 18 เมษายน 2568 ที่ IONIQ Lab, H-Studio และ โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ เพียงทดลองขับรถยนต์ฮุนไดรุ่นใดก็ได้ แล้วแชร์ประสบการณ์ดีๆ ผ่านโซเชียลมีเดียของคุณพร้อมติดแฮชแท็ก #HyundaiSongkran #HyundaiSparkOffer รับฟรี! ของขวัญสุดเอ็กคลูซีฟจากฮุนได ทั้งซองกันน้ำดีไซน์ลิมิเต็ดอิดิชันหรือมาลัยผ้าขาวม้าให้คุณเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์อย่างมีสไตล์ ด้วยไอเท็มสุดคูลสำหรับคุณและคนในครอบครัวจากฮุนได

ขยายดีลฉ่ำรับสงกรานต์! ฮุนไดยังประกาศขยายเวลาโปรโมชันสุดร้อนแรง “HYUNDAI SPARK OFFER” เพื่อให้คุณเป็นเจ้าของรถยนต์ฮุนไดได้ง่าย ๆ ด้วยข้อเสนอเดียวกับงาน MOTOR SHOW 2025 มอบส่วนลดสูงสุด 330,000 บาท หรือเลือกผ่อนสบายๆ ด้วยดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 84 เดือน* สำหรับลูกค้าที่จองรถทุกรุ่นจากฮุนไดและรับรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2568 ห้ามพลาด! โอกาสดีๆ มีแค่ปีละครั้งเท่านั้น

สงกรานต์ปีนี้ เชิญคุณมาสัมผัสบรรยากาศที่แปลกใหม่สดใสกับนวัตกรรมยานยนต์รุ่นใหม่ที่จะมอบความสนุกสนาน เร้าใจ ให้คุณฉลองปีใหม่ไทยอย่างมีสไตล์ที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก “Hyundai Thailand” และดูข้อมูลรถยนต์ฮุนไดทุกรุ่นได้ที่เว็บไซต์ https://hyundai.com/th

 

 

(มีคลิปวีดีโอ) ทดลองขับ “Mitsubishi XFORCE” ต้องจัดแล้ว…ดีสุดชั่วโมงนี้!!!

0
Mitsubishi X Force 1

เมื่อปี 2023 ที่ประเทศอินโดนิเซีย Mitsubuishi ได้ประกาศเปิดตัวรถ X force ลงสู่ตลาดเป็นรถ SUV ใหม่รุ่นแรกที่เข้ามาใน B Segment ซึ่งใหม่มากสำหรับ Mitsubuishi คือที่มีอยู่ก็เป็น Pajero Sport ที่เป็นรถ PPV และ Expander ที่ขนาดใหญ่กว่านี้เป็นรถMPVขนาดใหญ่กว่านี้มีที่นั่ง 3 แถวแนวที่ตลาดอินโดนิเซียต้องการและส่งเข้ามาไทยก็ได้รับการตอบรับอย่างดีมากๆเช่นเดียวกัน X force ในอินโดนิเซียใช้เครื่องยนต์ MIVEC 1.5 ลิตร DOHC 16 วาล์ว 105 แรงม้า ที่ใช้อยู่กับ Expender นั่นเอง แต่เมื่อมาถึงไทย X force ได้รับการพัฒนาใหม่โดยวิศวกรไทยทำงานร่วมกับวิศวกรมิตซูบิชิมอเตอร์ส ญี่ปุ่น ให้เป็น X force HEV ที่ setup ใหม่ทั้งระบบขับเคลื่อน จากเครื่องยนต์ที่จะทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ และชุดช่วงล่างที่จะต้องรองรับกันอย่างลงตัวที่สุด โดยไทยจะเป็นฐานการผลิต X force HEV ไม่เพียงแต่รองรับตลาดไทยเท่านั้นแต่จะส่งต่อไปประเทศต่างๆอีกด้วย และ Mitsubuishi ได้ประกาศเปิดตัวรถ X force HEV ในไทยไปเมื่อต้นเดือนมีนาคม 2025 ที่ผ่านมานี้เอง

มารู้จักกับ X force HEV กันให้มากขึ้น
Mitsubuishi X force HEV มีหน้าตาที่ได้รับการออกแบบมาตั้งแต่ก่อนปี 2023 จึงยังคงมีอิทธิพลของดีไซน์เฉียบคมแบบล้ำๆของ Mitsubuishi เดิม ที่เราได้เห็นจาก Expander หรือ Triton ซึ่งถือเป็นความดีงามที่เกิดมาก่อนจะเข้ายุค Triton ใหม่ ทำให้ X force ยังดูโฉบเฉี่ยว

Mitsubishi X Force 1

Mitsubishi X Force 2

Mitsubishi X Force  3

โดยเฉพาะชุดโคมไฟหน้าที่เป็น LED เต็มรูปแบบ รับกันกับกระจังหน้าเป็นอย่างดี ถึงแม้จะมีความโค้งมนเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้นแล้วแต่ก็ไม่ขัดตามากเท่า Tritonใหม่ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยู่ที่มุมมอง เพราะเรื่องความสวยงามนั้นเป็นเรื่องเฉพาะมุมมอง คนหนึ่งมองว่าสวยอีกคนบอกไม่สวยก็ว่ากันไป ส่วนที่ทำให้ภายนอกดูดีอีกคือ ล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้วลายสวยมีซุ้มล้อสีดำทำให้ดู “เต็ม”เป็นที่สุด แถมยังใจดีใส่ล้อขนาดนี้กับทุกรุ่นย่อยด้วย

Mitsubishi X Force 5

 

Mitsubishi X Force 7

ภายในห้องโดยสาร จะได้พบกับความสวยงามของความทันสมัยที่ไม่เคยเห็นมาก่อนใน Mitsubuishi รุ่นอื่นโดยเฉพาะจอDisplay ระบบสัมผัสขนาดใหญ่ที่คอนโซลกลาง 12.3 นิ้วเป็นแบบ Multi-Widget จอแบ่งออกเป็น 3 ส่วนเพื่อแสดงข้อมูลต่าง ๆ พร้อมกันบนหน้าจอเดียว แสดงข้อมูล การใช้งานต่างๆของรถ เช่น ระดับความสูง มุมเอียง และทิศทาง ภาพจากกล้อง 360 องศา ระบบInfortainment รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และWebLink เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้

Mitsubishi X Force  8 Mitsubishi X Force 9

และยังมีจอแสดงผลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 8 นิ้วบอกสถานนะการขับขี่ทั้งมาตรวัด รอบเครื่องยนต์อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง การทำงานในระบบไฮบริด สถานะโหมดการขับเคลื่อนต่างๆ ทั้งหมดแสดงภาพชัดเจนคมชัด อัพเกรดหน้าจอมาทันสมัย มีระบบฟอกอากาศ nanoeTM X ลด PM2.5 มีไฟAmbient Light บริเวณคอนโซลหน้ําและแผงประตูด้านหน้า

Mitsubishi X Force  10

อีกจุดเด่นที่มีเฉพาะในรุ่นท๊อปคือ ระบบเสียง Sound Yamaha Premium Sound System ที่ Yamaha ออกแบบมาให้โดยเฉพาะ เป็นระบบเสียงคุณภาพสูงที่กระจายเสียงผ่าน ลำโพงทั้งหมด 8 ตัว ทวิตเตอร์คู่หน้าที่บริเวณเสาA-Pillar ลำโพงวูฟเฟอร์ที่ติดตั้งบริเวณ แผงประตูคู่หน้า และลำโพงCoaxial แบบ 2 ทาง ที่ประตูคู่หลัง ให้มิติเสียงล้ำเลิศ และสามารถเลือกปรับโทนเสียงได้ตามต้องการอีกด้วย

Mitsubishi X Force 7

มาถึงเรื่องของการขับเคลื่อนในความเป็น HEV นั้น Xforce ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร MIVEC DOHC 16 วาล์ว เครื่องเดียวกับที่ใช้ใน Expander นั่นเอง แต่นำมาพัฒนาต่อยอดให้มีกำลังขับเคลื่อนที่เพิ่มขึ้น จาก 95 แรงม้า เป็น 107 แรงม้า รองรับกับการทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ขนาดกำลัง 116 แรงม้า เมื่อทำงานร่วมกันจะมีกำลังสูงสุดที่ 120 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 255 นิวตันเมตร ประหยัดเชื้อเพลิงได้ดียิ่งขึ้นเป็น 24.4 กม./ลิตร

Mitsubishi X Force  13

ไม่เพียงแต่การพัฒนาเครื่องยนต์ให้ทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้าชุดใหม่นี้แล้ว ยังได้ set ช่วงล่างใหม่ทั้งหมดให้รองรับกันผ่านการทดสอบกว่า 100,000 กม.บนถนนในประเทศไทย ทำให้ได้ Xforce ฉบับพัฒนาและผลิตในไทยที่มีดีจริงๆ จากการได้สัมผัสในช่วงสั้นๆ ในสนานีทดสอบที่เน้นให้ทดลองใช้โหมดการขับขี่ทั้ง 5 โหมด จึงรับรู้ได้ถึงสัมผัสที่มั่นใจ การควบคุมรถที่ง่ายขึ้นอย่างมาก แม่นยำ ทรงตัวดี เกาะหนึบทั้งๆที่เป็นระขับเคลื่อนสองล้อหน้าเท่านั้น

Mitsubishi X Force 14

บอกได้เลยว่า Xforce สามารถเปลี่ยนความรู้สึกในการขับขี่รถ Mitsubishi ไปในทางที่ดีขึ้นอย่างมากถึงมากที่สุดทีเดียว และที่สำคัญฟังค์ชั่นต่างๆที่มีมาให้นั้นก็อำนวยความสะดวกอำนวยความมั่นใจในการขับขี่ให้ได้ในระดับพรีเมี่ยม ดีที่สุดในชั่วโมงแล้ว!!!

Mitsubishi X Force  16

ตามข้อมูลประชาสัมพันธ์ ระบุถึงระบบส่งกำลังว่าเป็นแบบ 2-SpeedTransaxle ในการขับเคลื่อนแบบฟูลไฮบริด ทั้งการขับขี่แบบ EV DRIVE การขับขี่แบบ HYBRID-SERIES การขับขี่แบบ HYBRID-PARALLEL การขับขี่แบบ HYBRID–MOTOR DISCONNECTED และกํารขับขี่แบบ POWER REGENERATIVE โดยระบบจะปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่โดยอัตโนมัติตามสภาพกํารขับขี่และปริมาณพลังงานที่เหลืออยู่ในแบตเตอรี่ เพื่อให้ได้ทั้งประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงสูงและการขับขี่ที่ทรงพลัง เร้าใจด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า
• ขณะออกตัว ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า โดยใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ 100%
• ขณะเร่งความเร็วหรือขับด้วยความเร็วปานกลาง ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า โดยเครื่องยนต์จะทำงานเพื่อสร้างกระแสไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและกำลังในการขับเคลื่อน ซึ่งจะตัดสลับกับ EV DRIVE เมื่อพลังงานในแบตเตอรี่เพียงพอ
• ขณะขึ้นทางชัน หรือขึ้นเขา เมื่อต้องการพละกำลังในการขึ้นทางชันหรือขึ้นเขา ระบบจะขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ในอัตราทด LOW (เช่นเดียวกับเกียร์ต่ำ) เพื่อเพิ่มพละกำลัง และประสิทธิภาพการจัดการพลังงานในแบตเตอรี่ให้ดียิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันเครื่องยนต์ยังคงสร้างกระแสไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่อย่างต่อเนื่อง และจะตัดสลับกับ HYBRID-SERIES ตามความเหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนและประหยัดน้ำมัน
• ขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงหรือคงที่ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ในอัตราทด HIGH (เช่นเดียวกับเกียร์สูง) และเมื่อขับที่ความเร็วคงที่จะขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เป็นหลัก และตัดภาระการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าออก เพื่อลดภาระในกํารทำงานของเครื่องยนต์ อีกทั้งเจเนอเรเตอร์ ยังช่วยในการขับเคลื่อน ทำให้ประหยัดน้ำมันได้ดียิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันเครื่องยนต์ยังคงสร้างกระแสไฟฟ้าเข้า แบตเตอรี่อย่างต่อเนื่อง และจะตัดสลับกับ HYBRID-SERIES หรือ EV DRIVE ตามความเหมาะสม เพื่อ
เพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนและประหยัดพลังงาน
• ขณะลดความเร็วหรือลงทางชัน ระบบจะเปลี่ยนพลังงานจากการชะลอความเร็วหรือเบรก เป็นพลังงานไฟฟ้าและนำกระแสไฟฟ้ากลับเข้าสู่แบตเตอรี่อีกหนึ่งเทคโนโลยีสำคัญ คือ โหมดกํารขับขี่ 7 รูปแบบ แบ่งเป็นโหมดการขับขี่แบบรถไฟฟ้า 2 รูปแบบ และโหมดการขับขี่อีก 5 รูปแบบสภาพถนน
โหมด EV Priority และโหมด Charge ช่วยให้ผู้ขับขี่เลือกขับขี่ในโหมด EV ตามสถานการณ์ได้
• EV Priority Mode ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เพื่อขับเคลื่อนมอเตอร์โดยไม่ต้องสตาร์ตเครื่องยนต์
โหมดนี้มีความเงียบสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องกังวลเรื่องเสียงรบกวนเมื่อต้องขับ
ขี่ในบริเวณที่ต้องการความเงียบ
• Charge Mode ใช้เครื่องยนต์ชาร์จแบตเตอรี่เมื่อพลังงานเหลือน้อยในขณะขับ หรือจอดรอได้เพื่อให้
สามารถใช้โหมด EV ได้นานขึ้นตามต้องการ
5 โหมดการขับขี่อื่นๆ ถูกออกแบบเพื่อควบคุมรถตามสภาพถนน ด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหน้า
• Normal Mode: เหมาะกับกํารขับขี่ทั่วไปในชีวิตประจำวัน
• Tarmac Mode: สำหรับถนนลาดยาง เพิ่มความว่องไวและการควบคุมที่แม่นยำบนถนนคดเคี้ยว ให้
พละกำลังเช่นเดียวกับ Sport Mode
• Gravel Mode: สำหรับถนนลูกรัง ลดอาการลื่นไถลและเพิ่มความมั่นคงบนถนนลูกรัง
• Mud Mode: สำหรับถนนโคลน ให้การยึดเกําะที่ดีขึ้นแม้ในสภาพถนนที่เป็นโคลนและขรุขระ
• Wet Mode: สำหรับถนนเปียกลื่นลดการลื่นของยางและเพิ่มเสถียรภาพแม้ในสภาพฝนตกหนัก
เทคโนโลยีที่ช่วยควบคุมต่างๆ ได้แก่
• Active Yaw Control (AYC):ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง ควบคุมแรงขับ และ
แรงเบรกของล้อหน้าแต่ละข้างเพื่อเพิ่มการทรงตัวและการควบคุมให้ปลอดภัยและมั่นใจยิ่งขึ้น
• Traction Control System (TCL):ระบบป้องกันการลื่นไถล ป้องกันล้อหมุนฟรี
• Active Stability Control (ASC):ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว
• Electric Power Steering: พวงมาลัยไฟฟ้า ปรับน้ำหนักตามความเร็วและสภาพถนน
เทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense
– MAM with Moving Object Detection: กล้องมองภาพรอบคันพร้อมเส้นกะระยะ ทำงานผ่านกล้อง 4 ต่ำแหน่งแสดงภาพสภาพแวดล้อมรอบตัวรถ พร้อมระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว
– LCDN: ระบบเตือนเมื่อรถด้านหน้าออกตัวหรือเคลื่อนที่ไปด้านหน้า ระบบจะทำการแจ้งเตือนบนหน้าจอแสดงผลแบบ LCD กรณีรถหยุดนิ่ง และมีกํารเคลื่อนตัวของรถคันหน้า
– BSW with LCA:ระบบเตือนจุดอับสายตา และระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน
– FCM: ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว ป้องกันความเสี่ยงที่จะชนรถคันหน้า และสบายใจกว่าด้วยกํารลดความเร็วเพื่อบรรเทาความเสียหายจากการชน
– ACC:ระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติถึงจุดหยุดนิ่ง ระบบจะสามารถล็อคความเร็วตามที่กำหนด และรักษาความเร็วให้คงที่ตํามรถคันหน้า ตลอดจนช่วยเบรกจนถึงความเร็ว 0 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพิ่มความสะดวกสบาย และปลอดภัยยิ่งขึ้นเมื่อต้องขับขี่ทางไกล
– AHB: ระบบควบคุมไฟสูงโดยอัตโนมัติ สะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น
– RCTA:ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด ระบบจะส่งสัญญาณเตือน เมื่อพบว่ามีวัตถุเคลื่อนไหวด้านหลังรถ ขณะกำลังถอยรถออกจากช่องจอด

Mitsubishi X Force 18

ราคาจำหน่าย 3 รุ่นย่อย ได้แก่
รุ่น Ignite ราคาเริ่มต้น 899,000 บาท มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีขาวมุก (White Diamond) สีเงิน (Blade Silver) และ สีเทา (Graphite Grey)
รุ่น Ultimate รําคําเริ่มต้น 1,039,000 บาท มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีขาวมุก (White Diamond) หลังคาดำ สีเงิน (Blade Silver) สีเทา (Graphite Gray) และสีดำ (Jet Black Mica)
รุ่น Ultimate X รําคําเริ่มต้น 1,089,000 บาท มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีาวมุก (White Diamond) หลังคาดำสีเทา(Graphite Gray) หลังคําดำ สีเหลือง (Energetic Yellow) หลังคาดำ สีแดง (Spirit Red) หลังคาดำและสีดำ (Jet Black Mica)

เคล็ดลับรับมือเหตุฉุกเฉินในรถยนต์ไฟฟ้า ที่ผู้ใช้รถทุกคนต้องรู้ จาก DEEPAL

0
Deepol 01

ในยุคที่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังเพิ่มจำนวนบนท้องถนนอย่างรวดเร็วในประเทศไทยกับยอดจดทะเบียนในปี 2567 ที่ผ่านมาสูงถึง 96,736 คัน และมียอดสะสมถึง 227,490 คัน* ความรู้เกี่ยวกับการดูแลรักษายานยนต์ไฟฟ้าและวิธีรับมือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก ทั้งในกลุ่มประชาชนทั่วไปและเจ้าหน้าที่กู้ภัย วันนี้ DEEPAL ในฐานะแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำภายใต้ CHANGAN Automobile เล็งเห็นความสำคัญด้านความปลอดภัยบนท้องถนน และอยากเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมความรู้ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดเหตุสุดวิสัย โดยเฉพาะใกล้ช่วงเทศกาลวันหยุดยาวที่กำลังจะมาถึง ซึ่งการจราจรจะหนาแน่นเป็นพิเศษ จึงตอกย้ำความมุ่งมั่น ผ่านการให้คำแนะนำด้านการรับมืออุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้าอย่างถูกวิธีเพื่อความปลอดภัยของทุกคน

Deepal 2

 

เมื่อโลกเปลี่ยน ทุกคนต้องตามให้ทัน

รถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปมีความแตกต่างที่สำคัญหลายประการ ในขณะที่รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปใช้น้ำมันเป็นแหล่งพลังงานจึงมีความเสี่ยงจากการรั่วไหลของเชื้อเพลิง รถยนต์ไฟฟ้าใช้แบตเตอรี่แรงดันสูงที่อาจจะยังเก็บพลังงานไฟฟ้าไว้แม้เกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งความเสี่ยงหลักของรถทั้งสองประเภทก็แตกต่างกัน โดยรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปอาจเกิดไฟไหม้จากน้ำมันเชื้อเพลิงรั่วไหล ในขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าอาจเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Thermal runaway หรือการที่แบตเตอรี่มีอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเกินการควบคุม ซึ่งเป็นการลุกไหม้ของแบตเตอรี่แรงดันสูงที่ดับได้ยากกว่ามาก

Deepal 2

นอกจากนี้ รถยนต์ไฟฟ้ามีส่วนประกอบหลักที่ทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่แรงดันสูง (Power Battery Pack) ที่เป็นเสมือนหัวใจสำหรับกักเก็บและจ่ายพลังงาน ชุดควบคุมมอเตอร์และมอเตอร์ขับเคลื่อน (MCU & Drive Motor) แทนกล้ามเนื้อที่ทำให้เคลื่อนไหวได้ โมดูลควบคุมรถยนต์ (Vehicle Control Unit) เป็นสมองคอยสั่งการ ไปจนถึงชุดมอเตอร์ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนรถ รวมถึงระบบปรับอากาศและทำความร้อนที่ทำงานด้วยไฟฟ้า ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้หากไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง

การจัดการเหตุฉุกเฉินเบื้องต้น เมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด

ในกรณีอุบัติเหตุทั่วไป สิ่งแรกที่ต้องทำคือการตอบสนองฉุกเฉินด้วยการพาผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ออกจากบริเวณ ติดต่อเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกั้นพื้นที่ จากนั้นต้องพยายามตัดระบบไฟฟ้าแรงสูงของรถให้เร็วที่สุดด้วยเครื่องมือฉนวนไฟฟ้าที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ขั้นตอนสำคัญลำดับถัดมาคือการประเมินความปลอดภัย โดยต้องตรวจสอบการรั่วไหล ความเสียหาย หรือความเสี่ยงอื่นๆ รวมถึงประเมินระบบไฟฟ้าแรงสูงของรถ หากพบความเสี่ยงสูง ควรแจ้งผู้เชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้าแรงดันสูงหรือทีมงานเฉพาะทางให้เข้ามาช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด

Deepal 5

น้ำกับไฟฟ้า ขั้วตรงข้ามที่อาจไม่รุนแรงเท่าที่หลายคนเข้าใจ
คนส่วนใหญ่เชื่อว่ารถยนต์ไฟฟ้าที่จมน้ำจะมีไฟฟ้ารั่วไหลและเป็นอันตรายต่อผู้คนในบริเวณนั้น แต่ความจริงแล้วรถยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่มีระบบป้องกันที่ค่อนข้างดีและจะตัดระบบไฟฟ้าแรงดันสูงโดยอัตโนมัติเมื่อตรวจพบความผิดปกติ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของชีวิต ดังนั้น หากรถถูกน้ำท่วมอย่างรุนแรง ผู้ขับขี่และผู้โดยสารควรรีบออกจากตัวรถทันทีแล้วค่อยขอความช่วยเหลือ จากนั้นควรตัดระบบไฟของรถทันทีและปิดสวิตช์ซ่อมบำรุง (ถ้ามี) ไม่ควรปล่อยให้รถแช่น้ำนานเกินไปและควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบสภาพก่อนสตาร์ทรถ เพื่อไม่ให้เกิดการลัดวงจรและไฟไหม้ตามมา

Deepal 6

การลากจูงรถยนต์ไฟฟ้าที่จมน้ำก็มีข้อควรระวังเช่นกัน ควรใช้รถลากแบบพื้นเรียบ (Flatbed Tow Truck) และป้องกันไม่ให้ล้อหมุนระหว่างการเคลื่อนย้าย เนื่องจากการหมุนของล้ออาจทำให้มอเตอร์ไฟฟ้าผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งอาจเป็นอันตรายหากระบบไฟฟ้าเกิดความเสียหายจากน้ำ

เปลวไฟ ภัยร้ายตัวจริงของเหตุฉุกเฉิน

ไฟไหม้ในรถยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องที่น่ากลัวกว่าในรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปอย่างมาก เพราะเมื่อแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเกิด Thermal Runaway จะปล่อยออกซิเจนออกมาเอง ทำให้ดับไฟได้ยากมากและอาจลุกไหม้ซ้ำ ดังนั้นสิ่งแรกที่ต้องทำคือตัดระบบไฟฟ้าของรถทันที กดปุ่มปิดระบบไฟหากเป็นรถที่มีระบบสตาร์ทแบบไม่ใช้กุญแจ หรือถอดกุญแจออกและนำกุญแจออกห่างจากตัวรถ จากนั้นควรแจ้งเหตุฉุกเฉินโดยระบุสถานที่เกิดเหตุ ประเภทรถ และระดับความรุนแรงของไฟไหม้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเตรียมอุปกรณ์ที่เหมาะสมมาช่วยเหลือ

ในปัจจุบัน มีนวัตกรรมล่าสุดที่ช่วยในการรับมือกับเหตุการณ์ลักษณะนี้คือผ้าห่มกันไฟสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV Fire Blanket ซึ่งออกแบบมาเพื่อควบคุมและจำกัดการลุกไหม้ ลดการเข้าถึงของออกซิเจน ควบคุมเปลวไฟ ควัน และไอพิษ รวมถึงป้องกันการลุกลามของไฟไปยังรถคันอื่นหรือสิ่งปลูกสร้างใกล้เคียง โดยต้องเข้าหารถด้วยความระมัดระวัง คลี่ผ้าห่มแล้วคลุมรถให้มิดชิดทั้งคัน ปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลาหลายชั่วโมงเพื่อลดความเสี่ยงของการลุกไหม้ซ้ำ อย่างไรก็ตาม ผ้าห่มชนิดนี้ไม่สามารถดับการลุกไหม้จากการลัดวงจรของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนได้โดยตรง แต่ช่วยควบคุมสถานการณ์ให้ดีขึ้น

เทคโนโลยีมีประโยชน์ต่อการช่วยชีวิต
โลกวันนี้ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล ทำให้เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญแม้แต่ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ โดยมีแอปพลิเคชัน Euro RESCUE และ ANCAP RESCUE เป็นคู่มือกู้ภัยที่ช่วยในการค้นหาข้อมูลเฉพาะของรถยนต์แต่ละรุ่น เช่น ตำแหน่งของแบตเตอรี่แรงดันสูง จุดตัดที่ปลอดภัย และตำแหน่งของถุงลมนิรภัย นอกจากนี้ ยังมี “ปลั๊กฉุกเฉิน” (Emergency Plug) เป็นอุปกรณ์เสริมที่ใช้เสียบเข้ากับช่องชาร์จของรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อจำลองสถานะการชาร์จไฟฟ้า และบังคับให้ระบบแรงดันสูงของรถตัดการทำงานโดยอัตโนมัติ ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น

Deepal 8

ก้าวสู่อนาคตที่ปลอดภัยกว่าสำหรับทุกคน
ในขณะที่รถยนต์ไฟฟ้ากำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย ความรู้เกี่ยวกับการรับมือกับอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้าจึงมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ DEEPAL ไม่เพียงเดินหน้านำเสนอยานยนต์ไฟฟ้าที่มีคุณภาพ แต่ยังให้ความสำคัญกับการให้ความรู้แก่ผู้ใช้รถและสังคมโดยรวม ด้วยความเชื่อมั่นว่าการเข้าใจวิธีการรับมือกับอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้าอย่างถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยให้กับทุกคนบนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่กู้ภัย หรือประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเรียนรู้และปรับตัวคือกุญแจสำคัญสู่ความปลอดภัย การทำความเข้าใจเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าและวิธีรับมือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจึงไม่ใช่เพียงความรู้เสริม แต่เป็นทักษะสำคัญที่อาจช่วยชีวิตได้ในอนาคตอันใกล้

สามารถติดตามข้อมูลที่เป็นประโยชน์และความเคลื่อนไหวล่าสุดของ DEEPAL รวมถึงกิจกรรมและโปรโมชันต่างๆ ได้ที่ www.changan.co.th และช่องทางโซเชียลมีเดีย ได้แก่ Facebook, Instagram, TikTok และ YouTube #CHANGANThailand #DEEPAL

 

“บางกอก มอเตอร์โชว์”ครั้งที่ 46 ค่ายรถเผยยอดจองรวม 7.9 หมื่นคัน โตเพิ่ม 44.8% มั่นใจช่วยกระตุ้นตลาดรถยนต์ปี 2568

0
Motor Show 1

งาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46” ประสบความสำเร็จตามคาด ยอดผู้เข้าชมงานทั้งสิ้น 1.6 ล้านคน บรรดาค่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์กว่า 54 แบรนด์ ที่เข้ารวมงานต่างปลื้มเก็บยอดจองรถยนต์รวมทุกเซ็กเม้นท์จำนวน 79,941 คัน ส่งผลให้ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยในปีนี้ยังคงอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ กรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในฐานะรองประธานจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ เปิดเผยว่า “งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 นับเป็นอีกครั้งของการจัดงานที่ประสบความสำเร็จในทุกด้าน ทั้งจำนวนบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และผู้ประกอบการธุรกิจยานยนต์ที่เข้าร่วมงานซึ่งมีเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ส่งผลให้บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก และได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานเป็นจำนวนมาก จากการรวบรวมตัวเลขผู้เข้าชมงานในปีนี้อยู่ที่ 1,601,011 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา

ด้านของยอดจองรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่เกิดขึ้นภายในงาน มียอดรวมทั้งสิ้น 79,941 คัน แบ่งออกเป็นรถยนต์ 77,379 คัน ขณะที่รถจักรยานยนต์มียอดจองในปีนี้มี 2,562 คัน จากตัวเลขดังกล่าว พบว่าสัดส่วนยอดจองรถภายในงาน แบ่งออกเป็นรถในกลุ่ม xEV มียอดจองอยู่มากกว่า 65% โดยเฉพาะประเภทเอสยูวีที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ส่วนรถเครื่องยนต์สันดาปมีสัดส่วนอยู่ที่ 35%

จากการรวบรวมตัวเลขยอดจองรถยนต์ภายในงาน 5 อันดับแรก ประกอบด้วย BYD มียอดจองรวม 9,819 คัน TOYOTA มียอดจองรวม 9,615 คัน GAC มียอดจองรวม 7,018 คัน DEEPAL มียอดจองรวม 6,067  คัน  และ  HONDA มียอดจองรวม 5,948 คัน

ส่วนตัวเลขยอดจองของรถจักรยานยนต์ 5 อันดับแรกได้แก่ YAMAHA มียอดจองรวม 1,286 คัน SUZUKI มียอดจองรวม 224 คัน ROYAL ENFIELD มียอดจองรวม 224 คัน HARLEY-DAVIDISON มียอดจองรวม 215 คัน TRIUMPH 170 คัน BMW MOTORRAD มียอดจองรวม 165 คัน โดยทางไทยฮอนด้า ไม่ประสงค์จะแจ้งยอดจองภายในงานครั้งนี้

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยอดจองรถยนต์ในงานบางกอก มอเตอร์โชว์ ครั้งนี้ มีอัตราการเติบโตเพิ่มมากขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 44.8% การมีผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่เปิดตัวภายในงานซึ่งอยู่ในกลุ่มที่ผู้บริโภคกำลังให้ความสนใจ การแข่ง ขันทางด้านแคมเปญโปรโมชั่น การยกระดับความเชื่อมั่นของแบรนด์รถยนต์หลายค่ายในการขยายการรับประกันคุณภาพสินค้า รวมถึงนโยบายการสนับสนุนของภาครัฐอย่าง กระบะพี่ มีคลังค้ำ ล้วนเป็นส่วนสำคัญให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นและกล้าตัดสินใจในการซื้อรถยนต์มากยิ่งขึ้นกว่าในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

นายจาตุรนต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “สิ่งหนึ่งที่ตอกย้ำว่างานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ เป็นหนึ่งในงานที่ช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมยานยนต์ได้เป็นอย่างดี คือ การที่ค่ายรถยนต์เลือกจะใช้แคมเปญกระตุ้นการขายทั่วประเทศเป็นแคมเปญเดียวกันกับที่ใช้ภายในงาน ส่งผลให้เกิดยอดจองรถยนต์ที่เติบโตขึ้นทั่วประเทศ อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นเป็นอย่างดี จากบริษัทรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และผู้ประกอบการในกลุ่มธุรกิจยานยนต์ ในการเข้าร่วมงานเพื่อจัดแสดงเทคโนโลยียานยนต์ไปจนถึงนวัตกรรมใหม่ ๆ พร้อมทุ่มงบประมาณจำนวนมหาศาลในการสร้างบูธและจัดแสดงโชว์สุดอลังการมาโดยตลอดอีกด้วย”

ทั้งนี้ ทางผู้จัดงานต้องขอขอบคุณทุกๆ บริษัทที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้เป็นอย่างมาก ที่มีส่วนช่วยเหลือและสนับสนุนให้งาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” ในปีนี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม นั่นเป็นการยืนยันให้เห็นได้ถึงการเป็นงานแสดงรถยนต์อันดับหนึ่งของเมืองไทยและเป็นหนึ่งในอาเซียน เทียบชั้นกันงานแสดงรถยนต์ระดับโลกได้อย่างแท้จริง

สำหรับกำหนดการจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 จะมีขึ้นวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี

‘ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี’ ได้รับการจัดอันดับสูงสุดระดับ 5 ดาว จาก ASEAN NCAP ประจำปี 2024

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชัน (ต่อไปนี้เรียกว่า มิตซูบิชิ มอเตอร์ส) ประกาศว่า รถคอมแพ็กต์เอสยูวี ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี แบบไฮบริด (HEV) รุ่นใหม่ ได้รับคะแนนสูงสุดระดับ 5 ดาว จากการประเมินมาตรฐานความปลอดภัยยานยนต์ของอาเซียน หรือ ASEAN NCAP1 2024 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ครอบคลุมการทดสอบสมรรถนะด้านความปลอดภัยของรถยนต์ใหม่ในภูมิภาคอาเซียน โดยได้รับคะแนนสูงสุดเท่ากันจากรุ่นเครื่องยนต์เบนซินที่ได้รับในช่วงต้นปี 2024

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ยังคงมุ่งมั่นในปรัชญาด้านความปลอดภัย เพื่อก้าวไปสู่สังคมยานยนต์ที่ปราศจากอุบัติเหตุทางถนน โดยพัฒนาและเผยแพร่เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการให้ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยบนท้องถนน 

ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี มาพร้อมกับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง Mitsubishi Safety Sensing
ซึ่งประกอบด้วย 6 ฟังก์ชันหลัก ได้แก่ ระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติถึงจุดหยุดนิ่ง (Adaptive Cruise Control – ACC) ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (Forward Collision Mitigation – FCM) ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตาและขณะเปลี่ยนเลน (Blind Spot Warning / Lane Change Assist – BSW / LCA) ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (Rear Cross Traffic Alert – RCTA) ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beam – AHB) ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification – LCDN) นอกจากนี้ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ยังเสริมความปลอดภัยด้วยโครงสร้างตัวถัง RISE2 (Reinforced Impact Safety Evolution) ซึ่งช่วยดูดซับแรงกระแทกและลดการเสียรูปของห้องโดยสารในกรณีเกิดการชน พร้อม
ถุงลมนิรภัย SRS 6 จุด เพิ่มความปลอดภัยทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคม 2568 โดยพัฒนาต่อยอดจาก รุ่น Xforce3  ซึ่งเปิดตัวในประเทศอินโดนีเซียเมื่อปี 2566 และได้รับการติดตั้งระบบไฮบริด (HEV) เป็นครั้งแรก SUV ขนาด 5 ที่นั่งรุ่นนี้พัฒนาภายใต้แนวคิด “เพื่อนคู่ใจ สำหรับชีวิตที่เร้าใจ” โดยใช้ระบบไฮบริดที่ได้รับการพัฒนามาจากเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) อันเป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส มอบทั้งอัตราประหยัดน้ำมันที่สูงขึ้น เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และอัตราเร่งที่ทรงพลัง เสริมด้วยระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ และเทคโนโลยีควบคุมล้อทั้งสี่ ช่วยเสริมความปลอดภัยและเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่บนทุกสภาพถนนที่หลากหลาย

หมายเหตุ

  1. โครงการประเมินมาตรฐานความปลอดภัยรถยนต์ใหม่ในกลุ่มประเทศอาเซียน
  2. เทคโนโลยีโครงสร้างตัวถังที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยจากแรงกระแทก
  3. รถยนต์รุ่นนี้วางจำหน่ายในบางตลาดภายใต้ชื่อ Outlander Sport

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศรายการ “Grandprix Runbike Championship Partnership with R.C.S.”

0

คุณอโณทัย เอี่ยมลำเนา กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ สายงานการผลิต ได้ร่วมมือกับ R.C.S ประเทศญี่ปุ่น ผู้จัดการแข่งขันจักรยานทรงตัวรายการดังระดับโลก Runbike Championship Series (R.C.S) ประเทศญี่ปุ่น ร่วมกันจัดการแข่งขัน “Grandprix Runbike Championship Partnership With R.C.S.”  ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทย

หลังประเดิม 2 สนาม พรี-อีเว้นท์ ในงาน งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ โชว์ ครั้งที่ 46 โดยได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามแล้ว ยังถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้จัดงานฯ และผู้เข้าร่วมการแข่งขันฯ เป็นอย่างยิ่ง ด้วย ทางคณะผู้จัดการแข่งขันได้ ประกาศการยกระดับรายการ “Grandprix Runbike Championship Partnership with R.C.S. 2025” จากการชิงถ้วยแชมป์ประจำปี เป็นรายการชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

คุณอโณทัย เอี่ยมลำเนา กล่าวว่า “ในส่วนของกรังด์ปรีซ์ เราจะมีการจัดพรี-อีเวนต์ ขึ้น 2 สนาม ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025 โดยมีถ้วยรางวัลพิเศษที่จัดทำขึ้นเพื่องานนี้เฉพาะ มอบให้แก่ผู้ชนะที่แบ่งตามรุ่นการแข่งขัน อีกทั้งงานนี้ยังเป็นช่วยโปรโมตการแข่งขัน Grandprix Runbike Championship Series ให้เด็กๆ และครอบครัวผู้ที่สนใจได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมดังกล่าวอย่างเต็มที่ ก่อนที่จะมีการจัดการแข่งขันประจำซีซั่น 2025 เพื่อเก็บคะแนนสะสม “โดยผู้ชนะแต่ละรุ่นของการแข่งขัน Grandprix Runbike Championship Series 2025 จะได้สิทธิพิเศษในการเข้าร่วมแข่งขัน Runbike World Championship (R.W.C 2026) ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยต้องผ่านเข้าสู่ Semi-Final โดยอัตโนมัติ”

สำหรับการแข่งขัน Grandprix Runbike Championship Series จะแบ่งรุ่นการแข่งขันออกเป็น รุ่นอายุ 2-3 ปี, รุ่นอายุ 3.1-3.6 ปี. รุ่น 3.7-4 ปี, รุ่น 4.1-4.6 ปี, รุ่น 4.7-5 ปี, รุ่น 3.1-5 ปี หญิง, รุ่น 5.1-5.6 ปี, รุ่น 5.7-6 ปี, รุ่น 6.1-6.6 ปี, รุ่น 6.7-7 ปี, รุ่น 5.1-7 ปีหญิง, รุ่น 7.1-8 ปี, รุ่น 8.1-9 ปี, รุ่น 7.1-9 ปี หญิง, รุ่นโอเพ่นจูเนียร์ 3.1-5 ปี, รุ่นโอเพ่นซีเนียร์ 5.1-7 ปี, รุ่นโอเพ่นโปร 7.1-13 ปี, แบบวิ่งผลัด (Relay Race), รุ่น Small 15 (อายุรวมไม่เกิน 15 ปี), รุ่น Big 20 (อายุรวมไม่เกิน 20 ปี), รุ่น Extra 25 (อายุรวมไม่เกิน 25 ปี) และสิ่งที่นักกีฬาเด็กๆ จะได้รับเมื่อสมัครเข้าแข่งขัน นั่นก็คือ 1.เสื้อนักแข่ง Limited Edition 2.เหรียญรางวัล Finisher 3.คู่มือการแข่งขัน 4.ของที่ระลึกจากสปอนเซอร์

อัพเดทตารางการแข่งขัน Grandprix Runbike Championship Series 2025

สนามที่ 1 วันที่ 12-13 เมษายน  2568 ณ สวนกีฬากมล
สนามที่ 2 วันที่ 12-13 กรกฎาคม 2568 เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางแค
สนามที่ 3 วันที่ 27-28 กันยายน 2568  เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน
สนามที่ 4 วันที่ 8-9 พฤศจิกายน 2568 ณ สวนกีฬากมล

 

นอกจากการแข่งขันที่เข้มข้นแล้ว ยังมีกิจกรมมต่างๆ สำหรับเด็กให้ร่วมสนุก อาทิ โซนกิจกรรม Face And Body Painting, โซนกิจกกรม Photo Booth ตู้ Kios และบูธสปอนเซอร์ และร้านขายของอีกมากมายภายในงาน ให้เด็กๆ และผู้ปกครองได้ร่วมทำกิจกรรมร่วมกันนอกเหนือจากเกมการแข่งขันในงาน

“การนำการแข่งขัน R.C.S. มาจัดในประเทศไทย ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างชื่อเสียงของไทยในเวทีระดับโลก พร้อมผลักดันวงการกีฬาเยาวชนและกีฬาเพื่อครอบครัวในประเทศไทยให้ก้าวไปอีกระดับ เรามุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานการแข่งขัน โดยตั้งใจให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมกีฬาระดับนานาชาติในภูมิภาคเอเชียให้ได้ในอนาคต”

“การแข่งขันรายการที่จัดขึ้นนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่สนามประลองความเร็วสำหรับเด็กๆ แต่ยังเป็นเวทีที่สะท้อนถึงความสำคัญของการสร้างรากฐานกีฬาเยาวชน รวมถึงการพัฒนาทักษะในด้านต่างๆ ที่ไม่ใช่เพียงแค่ร่างกาย เราหวังว่าซีรีส์การแข่งขันนี้ จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจใหม่ให้กับวงการกีฬาและครอบครัวทั่วโลก โดยประเทศไทยพร้อมเปิดบ้านต้อนรับนักกีฬาและผู้ชมจากทุกมุมโลกสู่สนามแข่งขันที่เปี่ยมไปด้วยพลังและความสนุกสนาน ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจ Grandprix Runbike Championship และช่องทางโซเชียลมีเดียในเครือกรังด์ปรีซ์ฯ”

GWM กวาดยอดจองกว่า 4,959 คัน ในงาน Motor Show 2025 พร้อมประกาศปรับราคา NEW GWM TANK 300 DIESEL ทุกรุ่น ขึ้น 30,000 บาท

0

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด ประกาศความสำเร็จจากงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 46 จากกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างประเทศ พร้อมปิดยอดจองสะสมรวมทั้งสิ้น 4,959 คัน โดยรถยนต์รุ่นยอดนิยม 3 อันดับแรก นำโดย NEW GWM TANK 300 DIESEL ที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการรถยนต์ดีเซลในประเทศไทย ครองใจสายลุยทั้งในเมืองและนอกเมือง ด้วยดีไซน์เป็นเอกลักษณ์และขุมพลังจากเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนฯ ใหม่ล่าสุด ด้วยยอดจองสูงถึง 2,786 คัน สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าและความแข็งแกร่งของแบรนด์ในประเทศไทย ตอกย้ำความสำเร็จของ GWM หลังเปิดศักราชใหม่ได้ไม่นาน

นอกจากนี้ จากกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมของ NEW GWM TANK 300 DIESEL ที่เปิดตัวมาพร้อมกับราคาแนะนำสุดพิเศษเริ่มต้นเพียง 999,000 บาท และสามารถกวาดยอดจองสูงกว่า 800 คัน ภายใน 5 วัน เพื่อเฉลิมฉลองและขอบคุณลูกค้ากับการตอบรับอย่างล้นหลามให้กับรถยนต์รุ่นนี้ GWM จึงได้มีการประกาศขยายระยะเวลาโปรโมชันออกไปจนจบงานมอเตอร์โชว์ฯ หรือถึงวันที่ 6 เมษายน 2568 เวลา 23.59 น. ที่ผ่านมา ทั้งนี้ เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว GWM ขอประกาศปรับราคา NEW GWM TANK 300 DIESEL ทุกรุ่น ขึ้นจำนวน 30,000 บาท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2568 เวลา 00.01 น. เป็นต้นไป ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • NEW GWM TANK 300 DIESEL 4T รุ่น PRO จากราคา 999,000 บาท เป็นราคา 1,029,000 บาท
  • NEW GWM TANK 300 DIESEL 4T รุ่น ULTRA จากราคา 1,149,000 บาท เป็นราคา 1,179,000 บาท
  • NEW GWM TANK 300 DIESEL 4T ULTRA 4WD จากราคา 1,249,000 บาท ราคา 1,279,000 บาท

สำหรับผู้ที่จอง NEW GWM TANK 300 DIESEL ตั้งแต่วันที่ 7 – 30 เมษายน 2568 รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม ฟรี บริการระบบตรวจสอบและสั่งการรถผ่านอินเทอร์เน็ต* (Telematic Service) พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ (Internet in Vehicle) ระยะเวลา 3 ปี ฟรี ค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทางภายในระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน และไม่รวมอะไหล่สิ้นเปลือง) ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี พร้อมการรับประกันคุณภาพรถใหม่ ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร* (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และการรับประกันเครื่องยนต์ดีเซล 1,000,000 กิโลเมตร หรือ 8 ปี (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)  

* เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดได้ที่ GWM Thailand – Service  

 

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้การสนับสนุน GWM ด้วยความไว้วางใจและความอบอุ่นเสมอมา รวมถึงทีมงานทุกคนที่ร่วมกันสร้างความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ให้กับ GWM ในงาน Motor Show ในครั้งนี้ โดยยอดจองที่เกิดขึ้นในงาน เป็นเครื่องพิสูจน์ที่สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพของรถยนต์ของเราที่ครอบคลุมทุกพลังงานว่าสามารถตอบความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้ นอกเหนือจากการมุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมอันล้ำสมัยแล้ว ‘การบริการหลังการขาย’ คือสิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ๆ มาโดยตลอด ทั้ง GWM และ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ กว่า 68 แห่งทั่วประเทศ มีความมุ่งมั่นตั้งใจเพื่อพัฒนาการดูแลลูกค้าไปอีกขั้น ตั้งแต่การบริหารจัดการอะไหล่ที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การพัฒนาทักษะช่างเทคนิค ไปจนถึงการซ่อมบำรุงรถยนต์ เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่เหนือกว่าในทุกมิติให้กับลูกค้าชาวไทยทุกคน สอดคล้องกับแนวคิด ‘GWM Go With More’”

สำหรับผู้ที่พลาดโอกาสสัมผัสยนตรกรรมสุดล้ำครอบคลุมทุกพลังงานของ GWM ในงาน Motor Show สามารถเข้าชมและทดลองขับยนตรกรรมใหม่แห่งอนาคตทั้ง 3 รุ่น ทั้ง NEW GWM TANK 300 DIESEL, ALL NEW GWM HAVAL H6 และ NEW GWM ORA Good Cat สี So Blue และรถยนต์ GWM รุ่นอื่น ๆ ได้ที่ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ 68 สาขาทั่วประเทศ (รุ่นรถที่จัดแสดงและให้ทดลองขับจะแตกต่างกันไปแต่ละ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ โปรดตรวจสอบรายละเอียดก่อนเข้ารับบริการ) พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษที่รอให้ชาวไทยเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้! สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แอปพลิเคชัน GWM เว็บไซต์ https://www.gwm.co.th/ หรือ GWM Contact Center หมายเลข 02-668-8888