Home Blog Page 89

GWM ส่ง NEW GWM TANK 300 DIESEL และ ALL NEW GWM HAVAL H6 ล็อตแรกกว่า 500 คัน จากสายการผลิตในประเทศ สู่ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ พร้อมส่งมอบและให้ทดลองขับแล้ววันนี้

0

GWM (Thailand) พร้อมยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” โดยจากความสำเร็จล่าสุดของ NEW GWM TANK 300 DIESEL ที่สร้างกระแสตอบรับถล่มทลายตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว ด้วยยอดจองที่เกินความคาดหมาย สะท้อนความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทยในเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลของ GWM ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการอย่างครบครัน มอบการขับขี่ที่นิ่ง เงียบ และนุ่มนวล รวมถึงความคุ้มค่าคุ้มราคาของ ALL NEW GWM HAVAL H6 ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมเช่นเดียวกัน มาพร้อมความสะดวกสบายและความปลอดภัยจัดเต็ม ล่าสุด GWM พร้อมส่งมอบรถยนต์ทั้งสองรุ่นกว่า 500 คัน จากโรงงานอัจฉริยะของ GWM จังหวัดระยอง ซึ่งในจำนวนนี้เป็น NEW GWM TANK 300 DIESEL จำนวน 300 คัน ส่งตรงไปยัง GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ เพื่อเปิดให้ทดลองขับและเริ่มทยอยส่งมอบให้ผู้ใช้งานทั่วประเทศตลอดเดือนเมษายนนี้ โดย GWM จะเพิ่มกำลังการผลิต NEW GWM TANK 300 DIESEL เพื่อตอบรับกับยอดสั่งจองที่เข้ามาอย่างล้นหลามและเกินความคาดหมายโดยเร็วที่สุด โดยมีแผนการผลิตตั้งแต่เดือนพฤษภาคมในระดับมากกว่า 1,000 คันต่อเดือน

เวยน์ โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “ผมขอขอบคุณลูกค้าทั่วประเทศที่ให้การตอบรับอย่างล้นหลามให้กับ NEW GWM TANK 300 DIESEL และ ALL NEW GWM HAVAL H6 เรามีความภูมิใจที่ได้เริ่มส่งมอบยานยนต์คุณภาพสูงจากโรงงานอัจฉริยะของ GWM ในประเทศไทย ผลิตโดยคนไทย เพื่อคนไทย และผู้ใช้งานทั่วโลกสู่การสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าในทุกด้าน โดยแฟน ๆ GWM ที่ไม่มีโอกาสได้แวะเวียนไปที่บูธ GWM ในงานมอเตอร์โชว์ สามารถพิสูจน์และสัมผัสประสบการณ์การขับขี่รถยนต์เอสยูวีสไตล์ Premium Boxy และรถยนต์เอสยูวีทางเลือกใหม่สำหรับครอบครัวยุคใหม่ได้ ที่ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ ทั่วประเทศใกล้บ้าน พร้อมรับการบริการและข้อมูลผลิตภัณฑ์จากน้อง iAM และผู้เชี่ยวชาญของเรา ผมมั่นใจว่าหลังจากทดลองขับและสัมผัสรถยนต์ของเราอย่างใกล้ชิด ทุกท่านจะตกหลุมรักรถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้ ที่ทาง GWM มุ่งมั่นตั้งใจพัฒนาขึ้นมาจากการรับฟังเสียงของผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง”

ความสำเร็จของ NEW GWM TANK 300 DIESEL และ ALL NEW GWM HAVAL H6 ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ GWM ในการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่มาตรฐานสากล ผ่านการลงทุนในโรงงานผลิตที่ทันสมัยและการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า และยังช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ และพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย อีกทั้งยังช่วยยกระดับห่วงโซ่อุปทานในประเทศให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ตอกย้ำการเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่สำคัญของภูมิภาค ร่วมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับกับ NEW GWM TANK 300 DIESEL และ ALL NEW GWM HAVAL H6 ได้แล้ววันนี้ที่ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แอปพลิเคชัน GWM เว็บไซต์ https://www.gwm.co.th/ หรือ GWM Contact Center หมายเลข 02-668-8888

ปอร์เช่ ประเทศไทย คว้ารางวัล Exhibit Design Award ในงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46

0

บูธจัดแสดงของปอร์เช่ ประเทศไทยได้รับรางวัล Exhibit Design Award ภายในงานบางกอกอินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 โดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความโดดเด่นด้านการออกแบบบูธ การนำเสนอ และประสบการณ์ที่น่าประทับใจ

 ในปีนี้ ปอร์เช่ ประเทศไทย สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับงานแสดงยนตรกรรม ด้วยการบูธจัดแสดงสุดล้ำสมัย ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก Curvistan Bangkok พื้นที่ไลฟ์สไตล์มัลติฟังก์ชันที่สะท้อนจิตวิญญาณของ Porsche Community อย่างแท้จริง ภายในบูธจึงถูกออกแบบให้เป็นเสมือน “ห้องนั่งเล่นของคนรักปอร์เช่” ที่ไม่เพียงแต่เป็นจุดจัดแสดงยนตรกรรม แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจและการแบ่งปันประสบการณ์ที่มีเกี่ยวกับปอร์เช่ 

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของปีนี้คือ การเปิดตัว ปอร์เช่ 911 จีทีเอส (911 GTS) เป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งมาพร้อม เทคโนโลยี T-Hybrid เป็นครั้งแรก โดยมี Pretty และผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ คอยให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับนวัตกรรมใหม่ล่าสุดของปอร์เช่ โดยเฉพาะระบบขับเคลื่อน T-Hybrid ที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะในขณะที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์การขับขี่แบบ 911 ไว้อย่างสมบูรณ์แบบ รวมถึงการจัดแสดงยนตรกรรมไฮไลต์อีกหลากหลายรุ่น ภายใต้บรรยากาศไลฟ์สไตล์สุดพิเศษ อาทิ  ปอร์เช่ ไทคานน์ 4 ครอส ทัวริสโม่ (Taycan 4 Cross Turismo) ที่ติดตั้ง แร็คจักรยาน (Bicycle Rack) สะท้อนภาพลักษณ์ของยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ (Cayenne S E-Hybrid Coupé) มาพร้อม ชุดเต็นท์หลังคา (Porsche Roof Tent) และกระเป๋าช่องเก็บของท้ายรถสำหรับสุนัข ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สายผจญภัย และรุ่นอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งทุกรุ่นล้วนสะท้อนปรัชญาการออกแบบของปอร์เช่ ที่ผสานมรดกแห่งยนตรกรรม ความล้ำสมัยด้านเทคโนโลยี และความหรูหราสไตล์สปอร์ตไว้อย่างลงตัว 

คุณไมเคิล เวตเตอร์ (Michael Vetter) กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทย กล่าวว่า รางวัล Exhibit Design Award ในปีนี้ถือเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นของปอร์เช่ ประเทศไทย ในการนำเสนอประสบการณ์ระดับพรีเมียมให้กับผู้เข้าชมงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ เราต้องการให้บูธของเราเป็นมากกว่าพื้นที่จัดแสดงรถยนต์ แต่เป็นจุดหมายปลายทางที่รวบรวมจิตวิญญาณของ Porsche Community ไว้อย่างแท้จริง ผ่านการออกแบบบูธที่ล้ำสมัย การนำเสนอที่เป็นเอกลักษณ์ และไฮไลต์พิเศษอย่างการเปิดตัว 911 GTS ใหม่ ซึ่งเราภูมิใจที่ได้เปิดตัวในเอเชียแปซิฟิกเป็นครั้งแรก เราหวังว่าผู้เข้าชมจะได้รับแรงบันดาลใจและสัมผัสถึงเอกลักษณ์ที่แท้จริงของปอร์เช่ภายในงานนี้” 

การได้รับรางวัล Exhibit Design Award ในครั้งนี้ รางวัลนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของปอร์เช่ ประเทศไทย ในการนำเสนอบูธที่มีดีไซน์ที่ล้ำสมัย การจัดแสดงที่น่าตื่นตาตื่นใจ และการถ่ายทอดเรื่องราวของแบรนด์ในรูปแบบที่โดดเด่นและสร้างสรรค์ ตอกย้ำภาพลักษณ์ของปอร์เช่ในฐานะผู้นำด้านยนตรกรรมสปอร์ตระดับโลก

WULING Binguo EV รุ่นประกอบไทย ปรับสเปกใหม่ ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ไทย ตรึงราคา 399,000 ตอกย้ำความคุ้มค่า

0

บริษัท อีวี ไพรมัส จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าวู่หลิง(WULING) อย่างเป็นทางการแต่ผู้เดียวในประเทศไทย (Sole Distributor) เผย วู่หลิง บิงโก (Binguo) EV รุ่นประกอบในประเทศไทย ได้เสร็จจากไลน์ผลิตพร้อมส่งมอบให้ลูกค้าทั่วไทยแล้ว มาพร้อมการอัปเกรดใหม่ให้เหมาะสมกับการใช้งานของผู้บริโภคชาวไทย ทั้งด้านประสิทธิภาพ อ้ตราเร่ง ระบบชาร์จ และราคาที่ยังคงเข้าถึงได้ง่าย ตอกย้ำคอนเซ็ปต์ Eco EV ที่แท้จริงของไทย 

นายพิทยา ธนาดำรงศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีวี ไพรมัส จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบบมัลติแบรนด์ (Multi-Brand EV Distributor) แห่งแรกของไทย และเป็นผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ วู่หลิง (WULING) แต่ผู้เดียวในประเทศไทย (Sole Distributor) เปิดเผยว่า WULING Binguo EV รุ่นประกอบไทยนี้ ได้มีปรับเปลี่ยนเป็นมาตรฐาน ปลั๊กชาร์จเป็นแบบ CCS2 เพื่อตอบโจทย์การใช้งานให้สะดวกขึ้น โดยสามารถชาร์จไฟตามสถานีชาร์จสาธารณะได้อย่างสะดวกสบาย ทั้งนี้ WULING Binguo EV รุ่นประกอบในประเทศยังได้รับการปรับปรุงในอีกหลายด้านเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคไทย มาพร้อมการรับประกัน ดังนี้

  • รับประกันคุณภาพตัวรถ Warranty นาน 3 ปี หรือ 100,000 km.
  • รับประกันแบตเตอรี่ นาน 8 ปี หรือ 120,000 km.
  • Passive Lifetime Warranty รับประกันมอเตอร์ แบตเตอรี่ และ คอนโทรลเลอร์ ตลอดอายุการใช้งาน

Dimension มิติตัวถัง

  • 3,950 x 1,780 x 1,580 มม. | ฐานล้อ 2,560 มม.
  • ที่เก็บสัมภาระด้านท้าย ขนาด 310 – 790 ลิตร (เมื่อพับเบาะหลัง)

Powertrain ขุมพลัง

  • ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ Lithium-ion (LFP) ขนาดใหญ่ขึ้น
  • Top Speed ความเร็วสูงสุด 130 km/h
  • วิ่งระยะทางสูงสุด 333 km. ต่อชาร์จ
  • อัตราเร่ง 0-60 กม./ชม. ในเวลาเพียง 8 วินาที

Charging การชาร์จไฟ

  • รองรับหัวชาร์จมาตรฐานสากล CCS2 / Type2 สะดวกสบายและความมั่นใจในการใช้งาน
  • กระแสสลับ AC รองรับการชาร์จสูงสุด 6 kW ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง 30 นาที
  • กระแสตรง DC Fast Charging รองรับการชาร์จสูงสุด 50 kW

แบตเตอร์รี่ผลิตในประเทศ เปลี่ยนง่าย ราคาประหยัด

  • ใช้แบตเตอร์รี่โกชัน (Gotion) จากผู้ผลิตชั้นนำของจีน ที่ลงทุนสร้างโรงงานประกอบและจัดจำหน่ายแบตเตอร์รี่ยานยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงานในประเทศไทย ผ่านบริษัทร่วมทุน NV Gotion Co, Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง Gotion กับ Nuovo Plus Co.,Ltd บริษัทในเครือของ ปตท.
  • รับประกันแบตเตอร์รี่แบบ Passive Lifetime Warranty จาก NV Gotion Co, Ltd. ในประเทศไทย

ราคาคงเดิม แม้ต้นทุนเพิ่มขึ้น!

WULING Binguo EV รุ่นประกอบในประเทศ ที่มาพร้อมกับมอเตอร์ขับเคลื่อนขนาดใหญ่ขึ้น ช่วยเพิ่มความเร็วสูงสุด และให้อัตราเร่งที่ดีขึ้น ตอบโจทย์ครอบครัวที่ต้องการรถไฟฟ้าที่ขับขี่ได้มั่นใจทั้งในเมืองและเดินทางไกล นอกจากนี้ รุ่นประกอบไทยยังใช้ หัวชาร์จมาตรฐาน CCS2 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล ทำให้สามารถชาร์จได้ที่สถานีชาร์จทั่วประเทศโดยไม่ต้องพกอะแดปเตอร์ให้ยุ่งยากอีกต่อไป แม้ต้นทุนการผลิตในประเทศจะสูงขึ้น แต่บริษัท อีวี ไพรมัส จำกัด ยืนยันตรึงราคาWULING Binguo EV รุ่นประกอบไทยไว้ที่ 399,000 บาท เพื่อให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของรถ ECO EV สุดคุ้มค่าที่สุดในตลาด โดยราคานี้ต่ำกว่ารถยนต์อีโคคาร์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปทั่วไปด้วยซ้ำ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านงบประมาณและต้นทุนพลังงานได้อย่างชัดเจน

ขยายโชว์รูมและศูนย์บริการทั่วประเทศ เพิ่มความมั่นใจให้เจ้าของรถ

“เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น บริษัท อีวี ไพรมัส กำลังขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการเพิ่มขึ้นอีก 10 แห่งบนทำเลทอง โดย 8 แห่งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร จากเดิม 30 แห่ง เป็น 40 แห่ง ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่สำคัญ เช่น กรุงเทพฯ ชลบุรี ระยอง และภูเก็ต เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการหลังการขายได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น” นายพิทยาเปิดเผย

ได้รับการสนับสนุนจาก SGMW บริษัทแม่ระดับโลก

ความสำเร็จของ WULING ในประเทศไทยได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากบริษัท SAIC-GM-Wuling (SGMW) ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 2 ของจีน ล่าสุดได้สร้างปรากฏการณ์สำคัญด้วยการผลิตรถยนต์ครบ 30 ล้านคันเมื่อต้นปีนี้ และมียอดขายรถยนต์ทั่วโลกในเดือนมกราคม 106,818 คัน เพิ่มขึ้น 18.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับการลงทุนในประเทศไทย SGMW ได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนตัวแทนจำหน่ายในการปรับปรุงโชว์รูมให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และมีงบประมาณอีกส่วนหนึ่งสำหรับการทำตลาดด้วย รวมถึงการสนับสนุนทางเทคนิคในด้านการผลิตและประกอบรถภายในประเทศเป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพและเงื่อนไขที่รับการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า EV 3.0 และ EV 3.5 ของภาครัฐในประเทศไทย

จองวันนี้ รับรถเร็ว ราคาดีที่สุดในตลาด EV

สำหรับครอบครัวที่กำลังมองหารถ ECO EV ที่คุ้มค่าในราคาต่ำกว่า 4 แสนบาท ทั้งด้านราคา สมรรถนะ และบริการหลังการขาย วู่WULING Binguo EV รุ่นประกอบในประเทศ เชื่อว่าเป็นคำตอบที่ลงตัวที่สุดของอีวีในปัจจุบัน เป็น Eco EV ที่ใคร ๆ ก็จับต้องได้

ยูเน็กซ์ อีวี (UNEX EV) เปิดตัวแพลตฟอร์มขับเคลื่อนอัจฉริยะปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในไทย พร้อมจับมือพันธมิตรธุรกิจสร้างระบบนิเวศ EV ครบวงจร

0

ยูเน็กซ์ อีวี (UNEX EV) ประกาศเปิดตัวแพลตฟอร์มขับเคลื่อนอัจฉริยะครั้งแรก ในประเทศไทย รองรับยานยนต์ไฟฟ้าหลากหลายประเภท ทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล ยานพาหนะเพื่อการพาณิชย์ ระบบขนส่ง ทางบก ทางน้ำ หรือทางอากาศ พร้อมผสานเครือข่ายสถานีสลับแบตเตอรี่ครบวงจรตอบโจทย์ อุตสาหกรรมขนส่งและพลังงานสะอาดในอนาคต ยูเน็กซ์ อีวี (UNEX EV) ถือเป็นการปฏิวัติระบบขนส่งของ ยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยแพลตฟอร์มอัจฉริยะโดยมีรากฐานจากเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อการใช้พลังงานอย่างสมบูรณ์ พร้อมการสร้างความยั่งยืนในอนาคต

นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และผู้ร่วมก่อตั้ง (Co-founder) บริษัท ยูเน็กซ์ อีวี จำกัด เปิดเผยว่า ยูเน็กซ์ อีวี (UNEX EV) ประกอบไปด้วยระบบนิเวศแห่งความร่วมมือที่เกิดจากเสาหลัก 3 ประการได้แก่
1.ห่วงโซ่อุปทานที่ล้ำหน้าของเอเชีย:ใช้ประโยชน์จากเครือข่ายการผลิตและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานระดับโลก ของจีนและเอเชีย

2.เทคโนโลยีขั้นสูงจาก UOTTA: ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบสลับแบตเตอรี่ภายใต้ UPower Limited (NASDAQ: UCAR) – บริษัทแรกและเพียงหนึ่งเดียวในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ที่ดำเนินธุรกิจด้านนวัตกรรมการสลับแบตเตอรี่
3.ความมุ่งมั่นระดับสากล: แพลตฟอร์มที่รองรับทุกการเคลื่อนที่ไม่ว่าจะเป็น ทางบก ทางน้ำ หรือทางอากาศ ตั้งแต่รถรับจ้างสาธารณะไฟฟ้า รถเพื่อการพาณิชย์ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงโดรน และเรือไฟฟ้า

ยูเน็กซ์ อีวี (UNEX EV) คือแพลตฟอร์ม Mobility แบบสลับแบตเตอรี่ได้ถูกออกแบบมาเพื่องานเฉพาะมีเป้าหมาย เพื่อผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางของเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัจฉริยะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทั่วโลก ซึ่งตามแผนระยะต่อไปของ ยูเน็กซ์ อีวี (UNEX EV) คือการเพิ่มโอกาสของนักลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยการเข้าตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ในอีก 2 ปีข้างหน้า แม้กระแส ESG (Environmental, Social, Governance) จะขับเคลื่อนระบบขนส่งเพื่อความยั่งยืน จะเห็นได้ว่าเป้าหมายกับความเป็นจริงนั้น ยังคงมีความแตกต่างกันอยู่มาก ข้อเท็จจริงที่ว่า สถานีชาร์จยังมีจำนวนไม่มากพอ ในขณะที่ราคาแบตเตอรี่ยังคงมีราคาสูง ระบบรีไซเคิลที่ยังไม่สมบูรณ์ ความกังวลเรื่องระยะทาง, การเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่, ระยะเวลาการชาร์จ และราคารถยนต์ไฟฟ้ามือสองต่ำ ส่งผลโดยตรงต่อการขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์

รัฐบาลไทยเดินหน้าผลักดันประเทศให้เป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าแห่งภูมิภาค ผ่านมาตรการ EV 3.0-3.5 ซึ่งสามารถกระตุ้นการเติบโตของตลาดรถยนต์นั่งไฟฟ้าส่วนบุคคลได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตามยานยนต์ ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นรถรับจ้างสาธารณะ รถกระบะ และรถบรรทุก ยังคงเติบโตในอัตราที่จำกัด

เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่งพลังงานสะอาด แพลตฟอร์มขับเคลื่อนอัจฉริยะของ ยูเน็กซ์ อีวี (UNEX EV) ผสานเข้ากับเทคโนโลยีสลับแบตเตอรี่ขั้นสูงจาก UOTTA กำลังเข้ามาปฏิวัติระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยการ เพิ่มความสะดวก ลดระยะเวลาชาร์จ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า ในภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยเร่งให้ยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้รับการยอมรับและใช้งานอย่างแพร่หลายมากขึ้น

“แพลตฟอร์มขับเคลื่อนอัจฉริยะ ยูเน็กซ์ อีวี (UNEX EV) จะช่วยดูแลสุขภาพแบตเตอรี่ (State of Health – SOH) ทำให้ยืดอายุการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังช่วยผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบและบริหารจัดการการ ใช้พลังงาน ได้แบบเรียลไทม์ ช่วยควบคุมต้นทุนทางธุรกิจและต้นทุนการเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยยูเน็กซ์ อีวี (UNEX EV) จะช่วยลดเวลาในการสลับแบตเตอรี่โดยใช้เวลาเปลี่ยนแบตเตอรี่เพียง 3 นาที ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเดินทาง ต่อได้ทันที นอกจากนี้ยังลดภาระโครงข่ายไฟฟ้า และช่วยให้การขยายเครือข่ายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้อง ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าเพิ่มเติม” นายพิทักษ์กล่าว

นายพิทักษ์กล่าวต่อไปว่า ในเบื้องต้น ยูเน็กซ์ อีวี (UNEX EV) ได้ลงนามความร่วมมือกับพันธมิตรหลายภาคส่วน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของระบบนิเวศและการขยายการบริการ ตัวอย่างเช่น

ผู้ผลิตรถยนต์ (OEMs): โดยพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าร่วมกับ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อรองรับแพลตฟอร์มขับเคลื่อนอัจฉริยะและระบบสลับแบตเตอรี่ ซึ่งมีรถ 2 รุ่นแรก พร้อมจำหน่ายได้แก่

UNEX EV : MG EP รถยนต์ 5 ที่นั่งแบบสลับแบตเตอรี่และ UNEX EV : MG MAXUS 7 รถ MPV 7 ที่นั่งแบบ สลับแบตเตอรี่ สถานีเติมพลังงาน: เพื่อขยายเครือข่ายการให้บริการสลับแบตเตอรี่ โดยร่วมมือกับสถานี บริการน้ำมันซัสโก้ ในการขยายเครือข่ายสถานีสลับแบตเตอรี่ในอนาคต

สถาบันการเงิน : ด้วยการสนับสนุนทางด้านการเงิน เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงยานยนต์ไฟฟ้าง่ายขึ้น สำหรับลูกค้า MG EP ลูกค้าสามารถเลือกเริ่มต้นผ่อนได้เพียง 550 บาท/วัน และวางเงินดาวน์ 0%

นายพิทักษ์กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ EV และเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมขนส่งแห่งอนาคต ภายใน 3 ปีนี้ ยูเน็กซ์ อีวี (UNEX EV) และพันธมิตรจะใช้เงินลงทุนกว่า 12,000 ล้านบาท เพื่อขยายเครือข่ายอัจฉริยะ รองรับการเติบโตของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ซึ่งยูเน็กซ์ อีวี ตั้งเป้าพัฒนาและเปิดให้บริการสถานีสลับ แบตเตอรี่ครบวงจร จำนวนกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งสถานีสลับแบตเตอรี่แห่งแรกจะเปิดให้บริการ จังหวัดภูเก็ต ในเดือนพฤษภาคมที่จะนี้ ภูเก็ตมีศักยภาพสูงในการนำระบบสลับแบตเตอรี่มาใช้งาน เพราะมีลูกค้าเป้าหมายกลุ่ม รถรับจ้างสาธารณะจำนวนมาก ยูเน็กซ์ อีวี (UNEX EV) พร้อมขยายสถานีสลับแบตเตอรี่ในทุกพื้นที่ที่มี ความต้องการ ของลูกค้า

“เรายินดีที่จะร่วมเป็นพันธมิตรกับหน่วยงานหรือภาคส่วนต่างๆและพร้อมเปิดรับความร่วมมือกับหน่วยงานและภาค ธุรกิจที่สนใจเข้าร่วมขยายเครือข่ายและพัฒนาระบบนิเวศด้านพลังงานสะอาด ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถาม รายละเอียด ได้ที่ ยูเน็กซ์ อีวี (UNEX EV)” นายพิทักษ์กล่าวในที่สุด

ฟอร์ดเปิดตัว ‘ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้’ ปฏิวัติวงการรถกระบะ พร้อมจำหน่ายในไทยปี 2569

0
Ford Bronco, Texas Photo: James Lipman / jameslipman.com

ฟอร์ดประกาศเสริมทัพรถกระบะอย่างเป็นทางการ ด้วยการเผยโฉม ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ ครั้งแรกของโลก ในงานฉลองครบรอบ 100 ปี ฟอร์ด ออสเตรเลีย ที่เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย นับเป็นครั้งแรกที่ฟอร์ดได้นำชื่อ ‘ซูเปอร์ ดิวตี้’ มาใช้กับรถกระบะนอกเหนือจากตระกูล F-Series อันโด่งดังในสหรัฐอเมริกา

ฟอร์ดประกาศแผนเปิดตัวฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ รุ่นใหม่ล่าสุดในประเทศไทย พร้อมทำการตลาดในปี 2569 และจะเปิดสายการผลิตที่โรงงานออโต้ อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) หรือ เอเอที ที่จังหวัดระยอง เพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกทั่วโลก

ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ ได้รับการพัฒนาขึ้นจากการรับฟังความคิดเห็นของลูกค้าอย่างรอบด้าน เพื่อเติมเต็มความต้องการในตลาดรถกระบะที่มีสมรรถนะสูงพร้อมลุยภารกิจหนักได้อย่างแท้จริง

ด้วยการออกแบบที่สร้างมาตรฐานใหม่ในวงการรถกระบะ ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ มาพร้อมสมรรถนะที่โดดเด่นจากโรงงาน ทั้งความสามารถในการลากจูงและบรรทุกที่เหนือชั้น ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มนักเดินทางสายลุย ที่ต้องการรถที่มีสมรรถนะสูง รวมถึงผู้ประกอบการหรือลูกค้าองค์กรที่ต้องการรถสำหรับภารกิจหนัก ซึ่งรถกระบะทั่วไปอาจไม่สามารถรองรับได้

เมื่อเทียบกับรถกระบะที่จำหน่ายในปัจจุบัน ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้1 มอบความสามารถที่เหนือกว่าหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น

  • ลากจูงได้มากขึ้น: รองรับการลากจูงสูงสุด 4,500 กิโลกรัม2
  • บรรทุกได้มากขึ้น: น้ำหนักรถสูงสุดรวมบรรทุก (GVM) สูงสุดถึง 4,500 กิโลกรัม3
  • ให้คุณ ‘ทำได้’ มากขึ้น: น้ำหนักรถสูงสุดรวมบรรทุกและลากจูง (GCM) สูงสุดถึง 8,000 กิโลกรัม3

“ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ คือการพลิกโฉมวงการรถกระบะ อันเกิดจากการรับฟังและรวบรวมความคิดเห็นของลูกค้าจากหลากหลายประเทศ” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว “รถรุ่นนี้พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถกระบะ ด้วยสมรรถนะที่เหนือชั้นทั้งการใช้ลุยงานหนัก การผจญภัย รวมถึงการดัดแปลงพิเศษสำหรับภารกิจเฉพาะ และด้วยประเทศไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก เราภูมิใจอย่างยิ่งที่จะได้นำรถกระบะรุ่นพลิกโฉมวงการนี้มาให้กับลูกค้าชาวไทยในเร็วๆ นี้”

ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ พร้อมสร้างนิยามใหม่ให้กับตลาดรถกระบะที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทุกภารกิจหนัก ด้วยการผสานเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยขั้นสูง ความอเนกประสงค์ การเชื่อมต่อ และความสะดวกสบายที่ไม่เคยมีมาก่อนในรถที่มีสมรรถนะระดับนี้ อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยดีไซน์อันดุดัน สะท้อนเอกลักษณ์และดีเอ็นเอความแกร่ง พร้อมรับมือทุกงานหนักที่แสนท้าทาย

ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ จะผลิตขึ้นที่โรงงานออโต้ อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ โรงงานเอเอที และจะเริ่มจำหน่ายในประเทศไทย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ในปี 2569 นอกจากนี้ ยังมีแผนวางจำหน่ายในตลาดอื่นๆ ผ่านโกลบอล ฟลีต โซลูชันส์ (Global Fleet Solutions) ซึ่งสามารถให้บริการดัดแปลงรถยนต์ได้อีกด้วย

สำหรับรายละเอียดและข้อมูลจำเพาะสำหรับตลาดประเทศไทย จะมีการประกาศในช่วงใกล้การเปิดตัว ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Ford Ranger Super Duty หรือช่องทางโซเชียลมีเดียของฟอร์ด ประเทศไทย ทั้ง Facebook YouTube TikTok และ LINE @FordThailand

 

หมายเหตุ

1 รายละเอียดรถยนต์ที่จำหน่ายในประเทศออสเตรเลีย รายละเอียดรุ่นและข้อมูลจำเพาะที่จำหน่ายในประเทศไทยจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในภายหลัง

2 ความสามารถในการลากจูงสูงสุดของรถที่จำหน่ายในประเทศออสเตรเลียเมื่อใช้ระบบลากพ่วงแท้จากฟอร์ด และติดตั้งระบบเบรกแล้ว ไม่รวมหัวบอลลากพ่วง (จำหน่ายแยกต่างหาก) และต้องเป็นไปตามข้อกำหนดในประเทศ เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดเหล่านี้ น้ำหนักบรรทุกและน้ำหนักลากจูงรวม อาจต้องถูกจำกัดเพื่อเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด

3 น้ำหนักรถรวมบรรทุก (Gross Vehicle Mass – GVM) คือน้ำหนักรวมสูงสุดของรถ น้ำหนักบรรทุก และหัวลากจูง ที่อนุญาตให้บรรทุกของรถที่จำหน่ายในประเทศออสเตรเลีย แต่ไม่รวมน้ำหนักของรถพ่วง น้ำหนักรถรวมบรรทุกและลากจูง (Gross Combined Mass – GCM) คือน้ำหนักสูงสุดที่อนุญาตของรถยนต์และรถพ่วงรวมกัน เป็นไปตามข้อกำหนดในประเทศ น้ำหนักรถที่ระบุเป็นค่าประมาณและอาจมีความคลาดเคลื่อนได้ ควรชั่งน้ำหนักรถก่อนและหลังการบรรทุกใดๆ เพื่อให้แน่ใจว่าน้ำหนักรถรวมบรรทุก (GVM), น้ำหนักรถรวมบรรทุกและลากจูง (GCM) และพิกัดน้ำหนักเพลาสูงสุด (Gross Axle Weight Ratings – จะแจ้งให้ทราบเพิ่มเติมเมื่อใกล้วันวางจำหน่ายในประเทศออสเตรเลีย) ไม่เกินค่าที่กำหนดตามกฎหมาย

กรังด์ปรีซ์ฯ จับมือ สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย จัดการแข่งขันแบดมินตันอาวุโสชิงแชมป์โลก “Amazing Thailand BWF World Senior Championships Pattaya 2025”

0

บริษัท จีพีไอ มอเตอร์สปอร์ต จำกัด ในเครือ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)  โดยคุณอโณทัย เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่ สายการผลิต และ คุณพีระพงศ์  เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และ กรรมการ บริษัท จีพีไอ มอเตอร์สปอร์ต จำกัด ได้รับสิทธิ์ให้เป็น ผู้จัดการแข่งขันแบดมินตันอาวุโสชิงแชมป์โลก “Amazing Thailand BWF World Senior Championships Pattaya 2025″ ที่เมืองพัทยา ประเทศไทย

โดยได้รับเกียรติจาก คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล รองประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก และนายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมลงนามในสัญญาความร่วมมือการจัดการแข่งขัน และการสนับสนุนด้านเทคนิคต่างๆ  รวมถึงการให้การสนับสนุนอุปกรณ์การแข่งขันแบดมินตันและสนามแข่งขันจาก บริษัท วิคเตอร์ สปอร์ต (ประเทศไทย) จำกัด โดย Mr. Mingqing Zhang (Managing Director) ได้ให้การสนับสนุนอุปกรณ์การแข่งขัน และสนามแข่งขันแบดมินตัน แบรนด์ VICTOR ตามมาตรฐาน BWF ตลอดการแข่งขัน ร่วมลงนามใน MOU กับทางบริษัทฯ อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังเป็นการลงนามร่วมลงทุน และร่วมมือกันของ บริษัท จีพีไอ มอเตอร์สปอร์ต จำกัด กับบริษัท มีเดียอินเทลลิเจนซ์กรุ๊ป จำกัด โดยนายภวัต เรืองเดชวรชัย กรรมการผู้มีอำนาจ President & CEO Media Intelligence Group และคณะผู้จัดการแข่งขันแบดมินตัน Amazing Thailand BWF World Senior Championships Pattaya 2025 โดยนายบุญศักดิ์ พลสนะ ในฐานะผู้แทนของคณะผู้จัดการแข่งขันฯ ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU)

สำหรับการแข่งขันแบดมินตันอาวุโสชิงแชมป์โลก “Amazing Thailand BWF World Senior Championships Pattaya 2025″ ถือเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยได้รับการคัดเลือกจากสหพันธ์แบดมินตันโลก (BWF) ให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ซึ่งได้รับการผลักดันและสนับสนุนจากคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ที่มุ่งหวังให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกมากยิ่งขึ้น

คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมทั้งในส่วน นักกีฬา เจ้าหน้าที่ และผู้ติดตามกว่า 3,000 คน จากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ซึ่งเป็นการแข่งขันในระดับสูงสุด Grade 1 ที่ควบคุมการแข่งขัน และรับรองมาตรฐานโดย BWF (Badminton World Federation) หรือสหพันธ์แบดมินตันโลก นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษต่างๆ อาทิ เทศกาลอาหารนานาชาติ “International Food Festival” ที่จะนำเสนออาหารจากทั่วโลกตลอดสัปดาห์การแข่งขัน และการแสดงจากศิลปิน สถาบันการศึกษา และชุมชนท้องถิ่นในเมืองพัทยาที่พร้อมใจกันมาเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้อีกด้วย โดยงานจะจัดขึ้นในวันที่ 7-14 กันยายน 2568 ณ ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

 

การแบ่งรายละเอียดรุ่นอายุและประเภทของการแข่งขัน ดังนี้ 

  1. รุ่นอายุการแข่งขัน

มีการจัดการแข่งขัน รวมทั้งสิ้น 10 รุ่นอายุ ดังนี้

Age Groups Year Born or earlier ปี พ.ศ. เกิด หรือก่อนหน้า
35+ 1989 2532
40+ 1984 2527
45+ 1979 2522
50+ 1974 2517
55+ 1969 2512
60+ 1964 2507
65+ 1959 2502
70+ 1954 2497
75+ 1949 2492
80+ 1944 2487

 

  1. ประเภทการแข่งขัน

การแข่งขันมีเฉพาะประเภทบุคคล แบ่งการแข่งขันเป็น 5 ประเภท ได้แก่ ชายเดี่ยว หญิงเดี่ยว ชายคู่  หญิงคู่ และคู่ผสม โดยในแต่ละรุ่นอายุนั้น สามารถส่งรายชื่อนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันได้ตามจำนวน ดังนี้

ประเภทชายเดี่ยว จำนวน 4 คน
ประเภทหญิงเดี่ยว จำนวน 4 คน
ประเภทชายคู่ จำนวน 4 คู่
ประเภทหญิงคู่ จำนวน 4 คู่
ประเภทคู่ผสม จำนวน 4 คู่

 

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขันในครั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสารของการแข่งขันได้ที่  Facebook : BWF World Senior Championships 2025 website: www.wsc2025pattaya.com Line Official : @WSC2025   E:mail : serviceteamwsc2025@gmail.com

ท่าอากาศยานไทยเชื่อมั่นอีซูซุ เลือกรถ MU-X “THE NEXT PEAK” 90 คัน ให้บริการ AOT LIMOUSINE ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

0

มร. มิชิมาสะ โคโนะ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ส่งมอบรถอเนกประสงค์ ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น Active ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ ใหม่! Isuzu 2.2 Ddi MAXFORCE พลังใหม่…กำหนดโลก และเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด จำนวน 90 คัน ให้แก่คุณกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและคุณสุวิทัต วงศ์วิเชียร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สายการพาณิชย์) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ผู้ดำเนินการและจัดการท่าอากาศยาน ที่ดีระดับโลก รวมทั้งดำเนินการกิจการอื่นที่เกี่ยวข้องหรือต่อเนื่องกับการประกอบกิจการท่าอากาศยาน

มั่นใจเลือก MU-X “THE NEXT PEAK” ผู้นำรถอเนกประสงค์ยอดนิยมของอีซูซุในเมืองไทยที่สามารถตอบสนองการใช้งานได้อย่างหลากหลาย ตลอดจนความสะดวกสบาย เทคโนโลยีล้ำสมัย รวมถึงพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ เพื่อใช้สำหรับ AOT LIMOUSINE ซึ่งเป็นบริการขนส่งไป-กลับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่มีคุณภาพให้กับประชาชนทั่วไปและภาคธุรกิจ พร้อมมาตรฐานระดับความปลอดภัยสูงสุด ความน่าเชื่อถือ และความสะดวกสบาย

อย่าพลาด! โอกาสสุดท้ายในการเลือกเป็นเจ้าของรถกับ ไพรม์มัส กรุ๊ป พิเศษ! เฉพาะในช่วงงาน Motor Show 2025 เท่านั้น

0

“ไพรม์มัส กรุ๊ป” ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ชั้นนำระดับแนวหน้า 7 ยี่ห้อ ได้แก่ MERCEDES-BENZ, ZEEKR, MG, DEEPAL, OMODA&JAECOO, AION และ SUZUKI ในประเทศไทย ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงาน BANGKOK INTERNATIONAL MOTOR SHOW 2025 ที่ชาเลนเจอร์ อิมแพคเมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 และที่สาขาโชว์รูมรถยนต์ของ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ทั้ง 7 แบรนด์ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล, จังหวัดชลบุรี และจังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งหมด 16 สาขา เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับด้านการขาย โดยทีมที่ปรึกษาการขายที่มีความรู้ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้อง แม่นยำและชัดเจน

พร้อมบริการหลังการขายที่เพียบพร้อมและครบถ้วนด้านต่างๆ ตั้งแต่การเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์ การดูแลรักษา จวบจนหมดอายุการใช้งานของรถยนต์ ด้วยบุคลากรที่มีคุณภาพและมากประสบการณ์ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย ที่สำคัญ คือ การดูแลเอาใจใส่ลูกค้าในทุกมิติ เพื่อมอบประสบการณ์และความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าทุกระดับชั้น

ในช่วงงาน Motor Show 2025 ทาง “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ได้มอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับผู้ที่สนใจและต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์ทั้ง 7 แบรนด์ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

MERCEDESBENZ

“เบนซ์ ไพรม์มัส” มอบโอกาสในการเป็นเจ้าของรถยนต์ Mercedes-Benz รุ่นใหม่สุด 3 รุ่น ด้วยกัน ได้แก่ Mercedes-Benz SL 55 4MATIC+  ที่สุดแห่งความหรูหราและสมรรถนะในแบบสปอร์ตเปิดประทุน  ด้วยเครื่องยนต์ที่ทรงพลังสไตล์ AMG ให้พละกำลังสูงสุด 476 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียง 3.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 298 กม./ชม. พร้อมระบบขับเคลื่อน AMG Performance 4MATIC+ แบบ All Wheel drive รองรับการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบทั้งบนถนนและในสนามแข่ง จำหน่ายในราคาเริ่มต้น 14,900,000 บาท

มาพร้อมพี่ใหญ่แห่งเส้นทาง Off-Road ในรุ่น Mercedes-Benz G 63 ที่ผสานความแข็งแกร่งและสมรรถนะอันทรงพลังของเครื่องยนต์ V8 Bi-Turbo ขนาด 4.0 ลิตร พร้อมเกียร์แบบใหม่ AMG SPEEDSHIFT TCT 9 SPEED SPORTS

TRANSMISSIOM ให้พละกำลังสูงสุด 585 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.5 วินาที พร้อมยกระดับสมรรถนะด้วยระบบ Mild Hybrid เข้ากับพื้นฐานเครื่องยนต์ เสริมพลังในการออกตัวและตอบสนองการขับขี่ได้อย่างรวดเร็ว วางจำหน่ายราคาเริ่มต้นที่ 18,800,000 บาท

ตามด้วย Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ ยนตกรรมตระกูล GT เจเนอเรชั่น 2 ขุมพลัง V8 ขนาด 4.0 ลิตร พร้อม Bi-Turbo ติดตั้งในตำแหน่งที่เป็นเอกลักษณ์ hot inside “V” ให้พละกำลังสูงสุดถึง 585 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 315 กม./ชม. ตอบสนองการขับขี่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมลายเซ็นของผู้ประกอบที่ฝาครอบเครื่องยนต์ เอกลักษณ์เฉพาะของ AMG จำหน่ายเริ่มต้นที่ 15,900,000 บาท

พร้อมนำเสนอโปรแกรม  “MANUFAKTUR Exclusive” โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถปรับแต่งรถยนต์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด สำหรับโมเดลไลน์อัพระดับ Flagship ในกลุ่ม Mercedes-AMG และ Mercedes-Maybach

พิเศษ! สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า รับข้อเสนอ ฟรี! เงินชำระครั้งแรก ค่างวดเริ่มต้นที่ 45,000 บาท/เดือน พร้อมติดตั้ง Wall box และสิทธิ์ชาร์จไฟฟ้า นาน 1 ปี ไม่จำกัดครั้ง ส่วนรถยนต์ในกลุ่ม Commercial Van รับส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท ค่างวดเริ่มต้น 29,000 บาท/เดือน หรือเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์ Mercedes-Benz หลากหลายรุ่น รับฟรี! เงินดาวน์ และประกันภัยชั้น 1 MP Protection นาน 1 ปี หรือเลือกรับส่วนลดสูงสุด 330,000 บาท, ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 MP Protection นาน 3 ปี และ MBSP Easy Car และ MBSP Extra Guarantee นาน 8 ปี (เงื่อนไขตามที่บริษัทฯ กำหนด) สอบถามได้ละเอียดได้ที่ เบนซ์ไพรม์มัส สาขาเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา โทร.02 095 5555 และสาขาพัทยา โทร.038 051 5555

ZEEKR

“ซีเคอร์ ไพรม์มัส” เปิดจองสิทธิ์ ครั้งแรก! ในรุ่น  ZEEKR 7X รถเอสยูวีลักชัวรี่ไฟฟ้า 100% กลุ่ม C เซกเมนต์ ขนาด 5 ที่นั่ง ผสานความหรูหราและความสะดวกสบายได้อย่างลงตัว ตอบโจทย์ทุกการใช้ชีวิตที่หลากหลายสำหรับครอบครัวยุคใหม่ ด้วยฟังก์ชั่นความปลอดภัยและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย มีให้เลือก 2 รุ่น  ได้แก่  รุ่น มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง วิ่งไกลมากกว่า 600 กม. พร้อมล้ออัลลอย ขนาด 19 นิ้ว และรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ขับเคลื่อนแบบ AWD วิ่งไกลมากกว่า 500 กม. พร้อมล้ออัลลอย ขนาด 21 นิ้ว และช่วงล่างแบบถุงลม คาดว่าราคาจำหน่ายไม่เกิน 2.2 ล้านบาท

พร้อมเติมเต็มความต้องการสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถเอ็มพีวีระดับลักชูรี่ สำหรับ ZEEKR 009 ในรุ่น 7 ที่นั่ง ที่มีให้เลือกทั้งแบบมอเตอร์เดี่ยว และมอเตอร์คู่ ควบคู่กับรุ่น 6 ที่นั่ง ที่มอบความสะดวกสบายระดับเฟิร์สคลาส นวัตกรรมสุดล้ำ และความปลอดภัยสูงสุดสำหรับผู้โดยสารทุกที่นั่งเพื่อสมาชิกทุกคนในครอบครัว

พิเศษ! เฉพาะในงาน MOTOR SHOW 2025 รับจองสิทธิ์ 2 รุ่น ZEEKR 7X และ ZEEKR 009 7-SEATER SINGLE พร้อมข้อเสนอพิเศษ รุ่น ZEEKR X รับฟรี! ดอกเบี้ย นาน 60 เดือน, รุ่น ZEEKR 009  รุ่นมอเตอร์คู่ 7 ที่นั่ง ฟรี! ค่าอะไหล่-ค่าแรงบำรุงรักษาสูงสุดไม่เกิน 3 ครั้ง ใน 3 ปี หรือระยะทาง 60,000 กม. ส่วนรุ่น ZEEKR 009 รุ่น 6 ที่นั่ง ค่าอะไหล่-ค่าแรงบำรุงรักษาสูงสุดไม่เกิน 6 ครั้ง ใน 6 ปี หรือระยะทาง 120,000 กม. ทุกรุ่น ฟรี! WALL BOX พร้อมแพ็กเกจติดตั้ง, สายชาร์จฉุกเฉิน, ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ. นาน 1 ปี, บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. นาน 5 ปี และค่าประกันตัวรถนาน 5 ปี หรือ 150,000 บาท (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ซีเคอร์ ไพรม์มัส ราชพฤกษ์ โทร 02-935-1555 , 085-959-9605

MG

เอ็มจี เบส ออโต้เซลส์ by ไพรม์มัส กรุ๊ป นำเสนอรถยนต์ไฮไลท์ ในรุ่น MG IM6 เอสยูวีคูเป้ไฟฟ้า 100% โดดเด่นด้วยดีไซน์ของนวัตกรรมที่ทันสมัย เรียบหรู พร้อมความสะดวกสบายครบครัน มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ New MG IM6 รุ่น PREMIUM  2WD มอเตอร์เดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง ราคาพิเศษ 1,299,900 บาท (ราคาปกติ 1,399,900 บาท) และรุ่น  PREFORMANCE 4WD มอเตอร์คู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคาพิเศษ 1,699,900 บาท (ราคาปกติ 1,799,900 บาท) รับดอกเบี้ยพิเศษ! 1.99% นาน 48 เดือน ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ.นาน 1 ปี, ฟรี! HOME CHARGER   พร้อมติดตั้ง และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินระดับพรีเมี่ยม นาน 5 ปี พร้อมรับประกันแบตเตอรี่-มอเตอร์ ตลอดอายุการใช้งาน

New MG S5 EV รถ B-SUV ไฟฟ้าล้วน 100% ใหม่ล่าสุด ที่จะสร้างประสบการณ์แตกต่างจากเดิม ให้ความสนุกสนานทุกการขับขี่ พร้อมเดินทางไกลสุดถึง 550 กม./ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ตอบสนองทุกการใช้งานได้ทุกมิติ เป็นเจ้าของ New MG S5 EV รุ่น D ราคาพิเศษ 719,900 บาท (ราคาปกติ 739,900 บาท) และรุ่น X ราคาพิเศษ 779,900 บาท (ราคาปกติ 829,900 บาท) และรุ่น V ราคาพิเศษ 899,900 บาท (ราคาปกติ 949,900 บาท) พร้อมรับข้อเสนอ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.99% นาน 48 เดือน, ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ.นาน 1 ปี พิเศษ! เฉพาะรุ่น X และรุ่น V ฟรี! HOME CHARGER   พร้อมติดตั้ง  หมดเขต 30 เมษายน 2568 เท่านั้น

ทั้งเพิ่มความพรีเมี่ยมกับสีสันใหม่ SOL BLUE ในรุ่น NEW MG4 ELECTRIC  แฮทช์แบคไฟฟ้า 100% มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น STANDARD RANGE (D) ราคาพิศษ 559,900 บาท จากปกติ 709,900 บาท และรุ่น LONG RANGE (D) ราคาพิเศษ 664,900 บาท จากปกติ 769,900 บาท กับข้อเสนอ ดอกเบี้ย 2.19% ดาวน์เริ่มต้น 25% ผ่อนนาน 48 เดือน, ฟรี! ประกันภัยชั้น1 + พรบ.นาน 1 ปี, HOME CHARGER   พร้อมติดตั้ง, กรอบป้ายทะเบียน-ชุดพรมปูพื้น, บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน นาน 4 ปี

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้เลือกเป็นเจ้าของรถยนต์ MG รุ่นต่างๆ อีกมากมาย อาทิ ฟรี! ดอกเบี้ย ผ่อนนาน 60 เดือน, ดาวน์เริ่มต้น 5% ผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน หรือเลือก MG ช่วยผ่อน 5,000 บาท นาน 20เดือน หรือเลือกรับบัตรน้ำมัน 5,000 บาท นาน  20 เดือน เป็นต้น  พิเศษ! เฉพาะในช่วงงาน MOTOR SHOW 2025 ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม ถึง 6 เมษายน 2568

สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่โชว์รูม เอ็มจี เบส ออโต้ เซลส์ by ไพรม์มัส กรุ๊ป ทั้ง 7 สาขา กรุงเทพฯ : สาขาเพชรเกษม 65 โทร. 02 444 2333 และสาขาบางนา กม.5 โทร. 02 745 9190 / ชลบุรี : สาขาบายพาส ชลบุรี โทร. 038 111 555, สาขาศรีราชา โทร. 038 196 966 และสาขาพัทยา นาจอมเทียน โทร. 038 195 666 / เชียงใหม่ : สาขาแม่โจ้ โทร. 053 333 222 และสาขาหางดง โทร. 053 447 999

DEEPAL

“ดีพอล ไพรม์มัส” เชิญชวนสัมผัสยานยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด DEEPAL S05 รถเอสยูวีขนาดกลาง ด้วยเส้นสายการออกแบบที่สะท้อนความหรูหรา โฉบเฉี่ยว ดุดัน ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต มีให้เลือกในแบบ BEV ไฟฟ้า 100% สำหรับ DEEPAL S 05 รุ่น LITE  ราคา 799,000 บาท, รุ่น  PLUS ราคา 849,000 บาท และ รุ่น  MAX ราคา 899,000 บาท กับแบบ Hybrid ในรุ่น DEEPAL S 05  REEV ในราคาคาดการณ์ที่ 949,000 บาท กับ รุ่น MAX REEV ราคาคาดการณ์ที่ 999,000 บาท

มาพร้อมกับรถกระบะไฟฟ้าสายพันธุ์ใหม่ ในรุ่น DEEPAL HUNTER K50 ที่ผสานความแข็งแกร่งและสมรรถนะ ด้วยเทคโนโลยี REEV ทำให้ทุกการเดินทางไร้ขีดจำกัด ด้วยระยะทางวิ่งไกลกว่า 900 กม. ในราคาแนะนำที่ 1,099,000 บาท

ด้าน CHANGAN LUMIN น้องง่วงสุดคิ้ว ด้วยไซส์ขนาดมินิในแบบ CITY EV ให้ความขับขี่ที่คล่องตัว สนุกสนาน ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ในใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มพิกัด รุ่น LUMIN L DC ราคา 499,000 บาท มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ! ฟรี ดอกเบี้ย เมื่อดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน, ช่วยผ่อนสูงสุด 36,000 บาท และรับเงินคืนสูงสุด 12,500 บาท รับสิทธิพิเศษเพิ่มจาก LUMIN BUDDY CARE มูลค่า 40,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมี DEEPAL L07 ซีดานไฟฟ้าสุดพรีเมี่ยม และ DEEPAL S07 รถเอสยูวีสำหรับคนยุคใหม่ มอบข้อเสนอ ดาวน์เริ่มต้น 99,000 บาท หรือเลือกเป็นเจ้าของ DEEPAL E07 รถเอสยูวีไฟฟ้า ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและสมรรถนะการขับขี่ที่ปรับเปลี่ยนและตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลาย ในราคาเริ่มต้น 1,599,000 – 1,999,000 บาท ราคาพิเศษ จำนวนจำกัด 500 คันแรก! เป็นเจ้าของวันนี้ รับฟรี! LIFESTYLE PACKAGE มูลค่า 60,000 บาท และรับประกันสูงสุดช่วงล่างถุงลม 10 ปี

พิเศษ! เฉพาะ DEEPAL L07, S07 และ E07 รับเพิ่มแพ็คเกจ DEEPAL PREMIUM CARE มูลค่า 250,000 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ดีพอล ไพรม์มัส สาขารามคำแหง โทร.02 374 1555 และสาขาชลบุรี โทร.038 288555

OMODA&JAECOO

“โอเจ ไพรม์มัส พระราม 9” เปิดรับจอง JAECOO 7 SHS  เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดสุดล้ำ ที่ให้ความประหยัด คุ้มค่า และยอดเยี่ยมด้วยสมรรถนะกับพละกำลังที่ 347 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 8.5 วินาที  วิ่งไกลกว่า 1,300 กม.ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น JAECOO 7 SHS DYNAMIC  ราคาคาดการณ์ 899,000 บาท และรุ่น JAECOO 7 SHS MAXราคา 999,000 บาท มาพร้อมกับข้อเสนอ ECO BOUNUS* รับส่วนลด ON TOP 10,000 บาท ฟรี! ค่าบำรุงรักษา นาน 2 ปี, ประกันภัย ชั้น 1 นาน 1 ปี พร้อมรับประกัน นาน 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร

ด้าน JAECOO 6 EV รถไฟฟ้าออฟโรดในแบบ ONE BOX STYLE  ที่ทรงพลัง ตอบโจทย์ทุกการขับขี่ที่ท้าทาย มอบส่วนลดพิเศษ 100,000 บาท สำหรับรุ่น JAECOO 6 EV LONG RANGE 2WD ราคาพิเศษ 999,000 บาท จากปกติ 1,099,000 บาท และรุ่น JAECOO 6 EV LONG RANGE 4WD ราคาพิเศษ 1,149,000 บาท* (ราคาเต็ม 1,249,000 บาท) พร้อมมอบฟรี! ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี, HOME CHARGER  พร้อมติดตั้ง

พิเศษ! OMODA C5 EV ทุกสี รับส่วนลดสูงสุด 220,000 บาท ทันที สำหรับรุ่น OMODA C5 EV LONG RANGE ULTIMATE ราคาพิเศษ 729,000 บาท จากปกติ 949,000 บาท รุ่น  OMODA C5 EV LONG RANGE PLUS   พิเศษ 679,000 บาท (จากปกติ 899,000 บาท) พร้อมรับฟรี! ประกันภัยชั้น 1 และ HOME CHARGER  ฟรี! เมื่อจองรถภายในวันที่ 6 เมษายน 2568 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โอโมด้า แอนด์ เจคู ไพรม์มัส พระราม 9 Tel: 02-934-9555 , 093-226-6926

AION

“ไอออน ไพรม์มัส” เปิดจองรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด  AION UT รถยนต์ไฟฟ้าแฮทแบค์ 5 ที่นั่ง ใหม่ล่าสุด มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย ตอบโจทย์การเดินทางแบบครอบครัวและการใช้งานที่หลากหลาย พร้อมความหรูหราและสะดวกสบายในทุกการเดินทาง มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น STANDARD  ระยะทางขับ 400 กม. ความเร็ว 0-100 กม. ภายใน 12 วินาที  กับรุ่น PREMIUM ระยะทางขับ 500 กม. ความเร็ว 0-100 กม./ชม. ในเวลา 8.3 วินาที ระบบมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหน้า และรองรับการชาร์จเร็วจาก 30%-80% ภายใน 24 นาที พร้อมเติมเต็มการออกแบบด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว โดยเปิดจองสิทธิ์เป็นเจ้าของ ในราคาพิเศษเพียง 49X,XXX บาท (ราคาปกติ 51X,XXX บาท)

พร้อมรุ่นใหม่ M8 PHEV ยนตรกรรม MPV ระดับพรีเมี่ยม ด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ PLUG-IN-HYBRID ที่ทรงพลังและประหยัดสูงสุด อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 8 วินาที ความเร็วสูงสุด 170กม./ชม. วิ่งไกลสูงสุดกว่า 1,000 กม. ระบบชาร์จ DC จาก 30-80% ภายใน 8 วินาที

พร้อมดีไซน์หรูหราระดับลักชัวรี่ที่มอบประสบการณ์ความสะดวกสบายที่เหนือระดับ รับเปิดจองสิทธิ์ในราคาไม่เกิน 2,5XX,XXX บาท พร้อมรับ EXCLUSIVE PACKAGE   รวมกว่า 200,000 บาท

พิเศษ! รับฟรี! ทองคำหนัก 1 บาท เมื่อจองและเป็นเจ้าของรถยนต์ AION V ในราคา999,900  บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.98% หรือดาวน์ เริ่มต้น 10% ฟรี! HOME CHARGER   พร้อมประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี พิเศษ! เฉพาะลูกค้าที่จองรถ ในช่วงวันที่ 24 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ไอออน ไพรม์มัส อมตะนคร ชลบุรี ศรีราชา โทร.038 185 456

SUZUKI

“ซูซูกิ ไพรม์มัส ศรีราชา” ต้อนรับ MOTOR SHOW 2025   อวดโฉม SUZUKI SWIFT สปอร์ตแฮทช์แบ็ก โฉบเฉี่ยว สวยงาม เติมเต็มความสนุกทุกการขับขี่ ด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน ในราคาเริ่มต้น 567,000 บาท เฉพาะรุ่น GL รับข้อเสนอ ออกรถ 0 บาท หรือ ฟรี! ดอกเบี้ย พร้อมประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี

SUZUKI CARRY   ยานยนต์ที่ตอบโจทย์ธุรกิจได้อย่างคุ้มค่า ด้วยกระบะพื้นเรียบขนาดใหญ่ เปิด 3 ด้าน ให้ความสะดวกสบายทุกการขนถ่ายสัมภาระ รองรับการบรรทุกมากถึง 945 กิโลกรัม ช่วงล่างแข็งแกร่ง ห้องโดยสารกว้างขวาง พร้อมอุปกรณ์ที่สร้างความเพลิดเพลินทุกการเดินทาง ในราคา 395,000 บาท พร้อมข้อเสนอผ่อนเริ่มต้นเพียง 222 บาทต่อวัน หรือดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% นาน 60 เดือน หรือรับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่ง สูงสุด 20,000 บาท หรือเลือกผ่อนสบายๆ นานสุด 99 เดือน

SUZUKI XL7 HUBIRD รถเอ็มพีวี ยกสูง 7 ที่นั่ง มอบข้อเสนอในรุ่น GLX เป็นเจ้าของในราคาพิศษ 799,999 บาท จากปกติ 825,000 บาท พร้อมผ่อนสบายๆ เพียง 7,888 บาท เช่นเดียวกับ SUZUKI CELERIO รับราคาพิเศษ 319,900 บาท จากปกติ 338,000 บาท เฉพาะรุ่น SUZUKI CELERIO GA ใช้เงินออกรถ 9,500 บาท ผ่อน 4,830 บาท/เดือน นาน 84 งวด พร้อมฟรี! ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี

สุดพิเศษ! เฉพาะลูกค้าและครอบครัวรถยนต์ซูซูกิ, ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ เกษตรกร และสมาชิกหอการค้าและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รับส่วนลดเพิ่มอีก 150,000 บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่ ซูซูกิ ไอทีโอเอ ศรีราชา ชลบุรี ในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป โทร. 033 124 388

GWM (Thailand) เร่งขยายการเติบโตในปี 2025 พร้อมเดินหน้าตอบความต้องการลูกค้าทั่วโลก ด้วยแนวคิด “All Scenarios, All Powertrains, All Users”

0

GWM (Thailand) พร้อมยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ผ่าน 4 กลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ  GWM เดินหน้าขับเคลื่อนแบรนด์ตลอดปี 2568 ด้วยกลยุทธ์ระดับโลกอย่าง “GWM Go With More” มุ่งเน้นส่งมอบประสบการณ์ด้านผลิตภัณฑ์และการบริการหลังการขายที่ “เหนือกว่า” ในทุกด้านให้กับลูกค้าชาวไทยและทั่วโลก พร้อมขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคอาเซียนเพื่อดำเนินธุรกิจส่งออกรถยนต์คุณภาพของ GWM ไปยังกลุ่มตลาดพวงมาลัยขวาทั่วโลก ด้วย 4 กลยุทธ์ ทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Strategy) การสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Building) ความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ (Partner Collaboration) และการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience Management – CEM) เพื่อมอบโซลูชันด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าและมีความหลากหลายทั้งด้านพลังงาน (Multi Powertrain) ประเภท (Multi Category) และเซกเมนต์ (Multi Segment) ดังเช่น 2 นวัตกรรมล่าสุดที่เปิดตัวในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 นี้ ได้แก่ NEW GWM TANK 300 DIESEL และ ALL NEW GWM HAVAL H6 ที่ได้รับยอดจองและการตอบรับอย่างล้นหลามในงาน

คุณปาร์กเกอร์ ฉี ประธาน GWM ตลาดต่างประเทศ ระบุว่า “GWM ยึดมั่นในจุดยืนของแบรนด์ภายใต้แนวคิด ‘ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)’ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งสะท้อนจิตวิญญาณของแบรนด์ ที่ว่า GWM Go With More ซึ่งเรามุ่งหวังให้ผู้ใช้ได้มีประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมและเพลิดเพลินกับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างผ่านยนตรกรรมที่หลากหลาย พร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ทำให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความสนุกและความสะดวกสบาย เช่นเดียวกับในประเทศไทย เราเพิ่งเปิดตัวสองผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดของเราเพื่อรองรับความต้องการของคนไทย ได้แก่ NEW GWM TANK 300 DIESEL และ ALL NEW GWM HAVAL H6 ผมขอขอบคุณจากใจสำหรับกระแสตอบรับที่ล้นหลามจากงาน Motor Show 2025 ต่อรถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้ การสนับสนุนและความคิดเห็นที่ยอดเยี่ยมจากแฟน ๆ ชาวไทยมีความหมายกับเราเป็นอย่างมาก และเป็นแรงบันดาลใจให้เรามุ่งมั่นพัฒนาและส่งมอบยนตรกรรมคุณภาพสูงที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย สมรรถนะยอดเยี่ยม และที่สำคัญที่สุด คือ มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดในรถยนต์ทุกรุ่น ทุกคันของ GWM เรามุ่งมั่นที่จะเดินหน้าพัฒนาและนำเทคโนโลยียานยนต์ที่ดีที่สุดมาสู่ประเทศไทย พร้อมทั้งขยายการส่งออกไปยังประเทศในอาเซียนและตลาดโลก เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางทางยุทธศาสตร์ระดับภูมิภาค สร้างการเติบโตที่แข็งแกร่ง มั่นคง และยั่งยืน สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณลูกค้าชาวไทย สื่อมวลชนไทย พันธมิตรทางธุรกิจ หน่วยงานภาครัฐ และตลาดในประเทศไทยทุกภาคส่วน สำหรับการสนับสนุนที่แข็งแกร่งต่อ GWM ขอบคุณจากใจครับ”

NEW GWM TANK 300 DIESEL

สำหรับกระแสตอบรับที่ท่วมท้นที่ผู้บริโภคชาวไทยมีต่อ NEW GWM TANK 300 DIESEL และ ALL NEW GWM HAVAL H6 ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 นั้น ปัจจัยความสำเร็จมาจากการดำเนินงานตามกลยุทธ์ทั้ง 4 ด้านของ GWM ซึ่งล้วนพิสูจน์ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ถึงความสำเร็จขั้นต้นผ่านกลยุทธ์ดังกล่าว ประกอบด้วย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Strategy) เพื่อพัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับตลาดไทย ผ่านรถยนต์พลังงานใหม่ที่มีความหลากหลาย การสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Building) เพื่อสร้างการรับรู้และจดจำในกลุ่มผู้บริโภคไทย ภายใต้แนวคิด “ONE GWM” และ “GWM Go With More” สู่การมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าในทุกมิติ ความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ (Partner Collaboration) โดย GWM จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับพาร์ทเนอร์ทุกรายทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การสร้างความรู้ด้านการขายและการตลาด เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจที่เติบโตและมั่นคงไปพร้อมกัน และการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience Management – CEM) มุ่งเน้นการบริการหลังการขายที่มีคุณภาพ ทั้งการบริหารจัดการอะไหล่ที่มีประสิทธิภาพ การเพิ่มทักษะความรู้ความเชี่ยวชาญของช่างเทคนิค ควบคู่ไปกับการดูแลลูกค้าอย่างครบวงจรภายใต้หลักการ SMART ประกอบไปด้วย Simple (สะดวก), Modern (ทันสมัย), Attention (ใส่ใจ), Reliable (เชื่อถือได้) และ Timeliness (ตรงเวลา) รวมถึงการทยอยเปิดศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานของ GWM สู่การมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับชาวไทย

ALL NEW GWM HAVAL H6

สำหรับการส่งมอบ NEW GWM TANK 300 DIESEL และ ALL NEW GWM HAVAL H6 จะทยอยส่งมอบให้กับลูกค้าในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2568 เป็นต้นไป ในขณะเดียวกัน ณ โรงงานอัจฉริยะ ในจังหวัดระยอง ก็พร้อมเดินหน้าเต็มกำลังในการรองรับความต้องการของลูกค้าด้วยการผลิตรถยนต์ที่ครอบคลุมทุกพลังงานทั้งรถยนต์ไฮบริด ปลั๊กอิน-ไฮบริด รถยนต์ไฟฟ้า 100% และรถยนต์ดีเซล รวมถึงการหาโอกาสทางการส่งออกไปยังกลุ่มตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวาในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ตอกย้ำการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นประเทศยุทธ์ศาสตร์ในการเป็นศูนย์กลางการผลิตและประกอบรถยนต์ที่มีความหลากหลายทั้งด้านพลังงาน (Multi Powertrain) ประเภท (Multi Category) และเซกเมนต์ (Multi Segment)

นอกจากที่ GWM จะมีความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เติบโตขึ้นผ่านกลยุทธ์ต่าง ๆ แล้ว บริษัทฯ ยังมุ่งมั่นสร้างการเติบโตและเดินหน้าเคียงข้างชาวไทยดังที่ได้ให้คำมั่นสัญญาตั้งแต่ที่ได้เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ล่าสุด จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศไทยที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ GWM ได้เร่งออกโปรแกรมความช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับลูกค้าทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ การตรวจเช็กสภาพรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวฟรี ณ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ ทุกสาขาทั่วประเทศ พร้อมมอบส่วนลดค่าแรงและค่าอะไหล่ 30% (ยกเว้นแบตเตอรี่ ยางรถยนต์ และประดับยนต์) สำหรับการซ่อมบำรุง ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถติดต่อ GWM Contact Center โทร. 02-668-8888 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับบริการและขอคำแนะนำเพิ่มเติม

GWM จะยังคงมุ่งมั่นด้วยกลยุทธ์ดังกล่าว พร้อมเดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ยกระดับประสบการณ์ของผู้บริโภค และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์พลังงานใหม่ระดับโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ GWM ในการนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์คุณภาพสูงที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างเหนือกว่าในทุกมิติ

มาสด้าเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่แน่นบูธอัดโปรโมชั่นคุ้มสุดในงานมอเตอร์โชว์ รถต้นแบบ Mazda Iconic SP และรถไฟฟ้า Mazda6e คว้ารางวัล

0

สุดยอดเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต พัฒนาขึ้นตามแนวทาง Multi-solution ที่มาสด้านำมาจัดแสดงให้ชาวไทยได้สัมผัสเป็นครั้งแรก คว้ารางวัลอันแห่งเกียรติยศจากคณะผู้จัดงานฯ โดยรุ่นแรก คว้ารางวัล The Best Concept Car Award คือ Mazda Iconic SP ยานยนต์ต้นแบบสปอร์ตคอมแพ็คคาร์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า รองรับการใช้พลังงานสะอาดหลากหลายรูปแบบ และอีกหนึ่งรางวัล The Best Sedan EV Award คือ Mazda6e รถยนต์ไฟฟ้า BEV 100% รุ่นแรกจากมาสด้า รับมอบรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้โดย นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหาร และซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยได้รับเกียรติอย่างสูงจากคณะผู้จัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ นำโดย ดร. ปราจิน เอี่ยมลำเนา, นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ และนายพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นอกจากนี้ มาสด้ายังจัดแสดงรถยนต์รุ่นใหม่และรุ่นพิเศษแน่นบูธ โดยเฉพาะการเปิดตัวแนะนำรถยนต์นั่งรุ่นยอดนิยม New Mazda2 Essential โดดเด่นเรื่องความคุ้มค่าและดีไซน์ที่ตอบโจทย์ ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม เริ่มต้นเพียง 529,000 บาท พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษกับแคมเปญ Mazda Super Offer สุดยอดข้อเสนอใหญ่ โดนใจทุกคน รับส่วนลดสูงสุด 150,000 บาท หรือดอกเบี้ยต่ำสุด 0% ผ่อนนานสูงสุด 72 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance ฟรีบัตรน้ำมันสำหรับเจ้าของรถมาสด้าและครอบครัว มูลค่าสูงสุด 30,000 บาท และฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ (MUS) นานสูงสุด 7 ปี ที่บูธมาสด้าในงานมอเตอร์ โชว์ ถึงวันที่ 6 เมษายน 2568 นี้ ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียง 3 วันสุดท้ายเท่านั้น  ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

สำหรับลูกค้าที่สนใจเข้าชมและสัมผัสยนตรกรรรมจากมาสด้า สามารถแวะไปได้ที่บูธรถยนต์มาสด้าในงานมอเตอร์ โชว์ 2025 พร้อมรับข้อเสนอพิเศษมากมาย เมื่อจองซื้อรถยนต์มาสด้าทุกรุ่น ทุกคัน อาทิ

  • รถยนต์นั่งรุ่นยอดนิยมที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ New Mazda2 Essential ดีไซน์บ่งบอกความเป็นตัวตนที่ชัดเจน พร้อมฟังก์ชั่นที่เติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ในการขับขี่ ตอบโจทย์ความคุ้มค่าการใช้งาน ด้วย สกายแอคทีฟเบนซิน 3 ลิตร ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ประหยัดน้ำมัน 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร และเครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 1.5 ลิตร ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 26.3 กิโลเมตรต่อลิตร มีให้เลือกถึง 3 เกรด คือ รุ่น Prime, Ultra และ Signature ราคาเริ่มต้นเพียง 529,000 บาท ดาวน์เริ่มต้นเพียง 26,450 บาท และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance ผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน เพียงเดือนละ 7,993 บาทเท่านั้น และสิทธิพิเศษเฉพาะเจ้าของมาสด้าและครอบครัว รับฟรีบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 10,000 บาท

  • รถยนต์นั่งสปอร์ตคอมแพคคาร์ Mazda3 และรุ่นพิเศษ Carbon Edition ปลุกสัญชาตญาณความสปอร์ตในแบบคุณให้มีชีวิต ยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมี่ยมที่เติมเต็มเอกลักษณ์ โดดเด่นไม่ซ้ำใคร ดีไซน์สะกดสายตา ราคาเริ่มต้น 979,000 บาท เลือกรับส่วนลด 120,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ย 49% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ (MUS) 5 ปี หรือ ผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน เพียงเดือนละ 10,179 บาทเท่านั้น และสิทธิพิเศษเฉพาะเจ้าของมาสด้าและครอบครัวรับฟรีบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 10,000 บาท

  • Mazda CX-3 ครอสโอเวอร์เอสยูวีรุ่นเริ่มต้น พร้อมพาคุณออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ไม่สิ้นสุด เติมเต็มชีวิตที่น่าตื่นเต้นและน่าจดจำ ราคาเริ่มต้น 770,000 บาท เลือกรับส่วนลด 120,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ (MUS) 5 ปี หรือ ผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน เพียงเดือนละ 7,862 บาทเท่านั้น และสิทธิพิเศษเฉพาะเจ้าของมาสด้าและครอบครัวรับฟรีบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 10,000 บาท

  • Mazda CX-30 และรุ่นพิเศษ Carbon Edition ที่สุดแห่งยนตรกรรม Crossover SUV พร้อมเติมเต็มความหมายให้กับทุกด้านของชีวิตอย่างมีสไตล์ ต้นแบบของความสง่างาม ด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ พิถีพิถันใส่ใจในทุกรายละเอียด เรียบง่าย แต่งดงาม ราคาเริ่มต้น 989,000 บาท เลือกรับส่วนลด 150,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ (MUS) 5 ปี และสิทธิพิเศษเฉพาะเจ้าของมาสด้าและครอบครัวรับฟรีบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 30,000 บาท

  • New Mazda CX-5 ครอสโอเวอร์เอสยูวีสำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่ดีที่สุด กำหนดนิยามความหมายของครอบครัวได้ตามต้องการ พร้อมแชร์ทุกประสบการณ์และช่วงเวลาความสุขร่วมกัน โดดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่สปอร์ตโฉบเฉี่ยวทั้งภายนอกและภายใน คัดสรรด้วยวัสดุคุณภาพพรีเมียม หรูหรา เหนือระดับ ราคาเริ่มต้น 1,219,000 บาท เลือกรับส่วนลด 70,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ย 89% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ (MUS) 5 ปี และสิทธิพิเศษเฉพาะเจ้าของมาสด้าและครอบครัวรับฟรีบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 30,000 บาท

  • Mazda CX-8 ยนตรกรรมครอสโอเวอร์อเนกประสงค์ระดับพรีเมี่ยม ที่สะท้อนภาพลักษณ์แห่งความภูมิฐานและความสมบูรณ์แบบ ให้ทุกช่วงเวลามีคุณค่าร่วมกัน ราคาเริ่มต้น 1,549,000 บาท เลือกรับส่วนลด 120,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ย 19% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ (MUS) 5 ปี และสิทธิพิเศษเฉพาะเจ้าของมาสด้าและครอบครัวรับฟรีบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 30,000 บาท

  • New Mazda BT-50 ปิกอัพรุ่นใหม่ล่าสุด ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่หมดทั้งคัน ใส่เทคโนโลยีแห่งอนาคต แกร่ง ดุดัน หรูหรา สง่างามทุกมุมมอง ฉีกกฏภาพลักษณ์ปิกอัพแบบเดิม ๆ เติมความหรูหรา สง่างาม พรีเมี่ยมทุกจุดสัมผัส จาก โคโดะ ดีไซน์ เรียบง่าย…แต่งดงาม ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ทุกไลฟ์สไตล์ ให้คุณสนุกกับทุกกิจกรรม ราคาเริ่มต้น 769,000 บาท เลือกรับส่วนลด 55,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ย 99% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance หรือ ผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน เพียงเดือนละ 8,620 บาทเท่านั้น และสิทธิพิเศษเฉพาะเจ้าของมาสด้าและครอบครัวรับฟรีบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 30,000 บาท

  • New Mazda MX-5 35th Anniversary Editon รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 35 ปี และ New Mazda MX-5 สปอร์ตโรดสเตอร์แบรนด์ไอคอนเจ้าของตำนานความสนุกในทุกการขับขี่ ราคา 3,029,000 บาท เลือกรับส่วนลด 40,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ย 49% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance และฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ (MUS) 5 ปี

  • Mazda6 20th Anniversary Edition รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 20 ปี สปอร์ตซีดานระดับไฮเอนด์ ตอกย้ำความหรูหรา สง่างาม ผสานความสปอร์ต ผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถันทุกรายละเอียด สมบูรณ์แบบทั้งภาพลักษณ์ คุณภาพ และสมรรถนะ ยกระดับสู่ความพรีเมียม ราคา 2,499,000 บาท รับส่วนลดสูงสุด 500,000 บาท และดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ (MUS) 7 ปี และฟรีลำโพงบลูทูธ Bose Soundlink Color II มูลค่า 5,900 บาท

พิเศษสุดสำหรับเจ้าของรถยนต์มาสด้าและครอบครัว รับฟรีบัตรน้ำมัน มูลค่าสูงสุด 30,000 บาท ลูกค้าที่จองซื้อรถยนต์มาสด้าภายในงานฯ รับฟรีเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ SHARP รุ่น IG-NX2B มูลค่า 3,990 บาท

หมายเหตุ: เงื่อนไขต่างๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมกับที่ปรึกษาการขาย ณ งาน มอเตอร์โชว์ หรือที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ