Home Blog Page 89

“IMC สื่อสากล” เผยแนวคิด “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” เพื่อตอกย้ำ และต่อยอดความอลังการของงาน

0
Motor Expo 1

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บริษัท สื่อสากล จำกัด และประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” เผยว่า แนวคิดของการจัดงานปีนี้ต้องการเน้นความอลังการของงาน โดยที่ผ่านมา “มหกรรมยานยนต์” เป็นงานแสดงที่มีความอลังการหลายด้าน

Motor Expo  2

เริ่มจาก อลังการด้านระยะเวลาดำเนินการจัดงาน ที่ยาวนานต่อเนื่องมากว่า 4 ทศวรรษ ยิ่งกว่านั้น ยังได้รับการรับรองให้เป็นหนึ่งในงานแสดงสินค้าระดับโลก โดย สมาคมอุตสาหกรรมการจัดงานแสดงสินค้าโลก (UFI)

อลังการด้านขนาดของงาน เราใช้พื้นที่ภายใน และภายนอกอาคาร IMPACT CHALLENGER 1-3 เมืองทองธานี รวมทั้งหมดถึง 80,000 ตารางเมตร จัดแสดงยานยนต์ทุกประเภท พร้อมอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง โดยมียานยนต์เข้าร่วมงานรวมแล้วกว่า 60 แบรนด์ แบ่งเป็นรถยนต์ กว่า 40 แบรนด์ และจักรยานยนต์ อีกกว่า 20 แบรนด์ มากที่สุดในบรรดางานแสดงยานยนต์ทั่วอาเซียน

อลังการด้านกิจกรรม ทั้งกิจกรรมนันทนาการของหน่วยงาน โครงการ และมูลนิธิต่างๆ รวมถึงกิจกรรมชิงรางวัลใหญ่ รถยนต์ 3 คัน และบิกไบค์ 1 คัน ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

อลังการด้านยอดจองรถในงาน ทุกปีจะมีผู้ชมตัดสินใจจองรถยนต์ และจักรยานยนต์ภายในงานปีละหลายหมื่นคัน สร้างความคึกคักให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย รวมถึงสร้างเม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจจำนวนมหาศาล

อลังการด้านจำนวนผู้ชม แต่ละปีจะมีประชาชนให้ความสนใจเข้าชมงานจำนวนไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านคน นอกจากนี้ ยังมีผู้ชมงานผ่าน MOTOR EXPO ONLINE PLATFORM และ PLATFORM อื่นๆ ตลอดจนการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์อีกนับล้านคนทั่วประเทศ

“ทั้งหมดนี้ คือองค์ประกอบของงาน “มหกรรมยานยนต์” ที่ภาคภูมิใจ และมุ่งมั่นจะสร้างสรรค์งานปีนี้ ให้มีความอลังการยิ่งกว่าเดิมในทุกด้าน ดังนั้น เราจึงกำหนดแนวคิดเพื่อตอกย้ำเป้าหมาย พร้อมประกาศความยิ่งใหญ่ของงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ว่า “อลังการงานแสดง – The Magnificent Motor Expo”

งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” จะจัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2568 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th และทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”

 

“ซูซูกิ” รุกตลาดแรงต้นปี “SUZUKI SWIFT YOU UP” ผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน หรือ ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 4,999 บาท พร้อมขยายแคมเปญ SWIFT 777 ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 31 มีนาคม 2568

0
Suzuki 1

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศ ไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เป็นที่ทราบกันดีว่า SUZUKI SWIFT สปอร์ตแฮทช์แบ็กคือ ผลิตภัณฑ์รุ่นเรือธงยอดนิยมของซูซูกิที่มีส่วนในการผลักดันยอดขายให้เติบโตมาโดยตลอด ปัจจัยสำคัญของความนิยมอย่างยาวนาน คือ มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ด้วยรูปทรงที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน บ่งบอกตัวตนที่โดดเด่นไม่เหมือนใครได้อย่างชัดเจน รวมถึงสมรรถนะมอบการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ มาพร้อมอัตราบริโภคเชื้อเพลิงที่ประหยัดคุ้มค่า ภายใต้ราคาที่สามารถเข้าถึงได้อย่างแท้จริง

Suzuki Swift 2

อีกทั้งในช่วงปีที่ผ่านมา จากการที่ซูซูกิได้ประกาศแคมเปญ “SUZUKI WORRY FREE โปรแกรมดีโดนใจ มอบความมั่นใจให้คุณ” ออกสู่ตลาด นอกจากการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคว่าซูซูกิจะยังคงปักหลักอยู่เคียงคู่คนไทย ด้วยการนำเสนอรถยนต์คุณภาพดี ที่มาพร้อมกับมาตรฐานด้านงานบริการ ยังเป็นการตอกย้ำถึงความใส่ใจที่เรามีต่อผู้บริโภคด้วยการมอบความคุ้มค่าครบครัน ตอบรับต่อไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดีผ่านแคมเปญดังกล่าว

ด้วยการตอบรับเป็นอย่างดี ซูซูกิจึงขอสานต่อความสำเร็จและตอบแทนความไว้วางใจที่ลูกค้ามีให้เสมอมา ด้วยการนำเสนอแคมเปญพิเศษ “SUZUKI SWIFT YOU UP ความคุ้มค่าแบบเต็มสปีด” มอบให้แก่ลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของ SUZUKI SWIFT สปอร์ตแฮทช์แบ็กอีโคคาร์ ได้ง่ายและสบายกระเป๋ามากยิ่งขึ้น ด้วยโปรแกรมการผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน เดือนละ 5,789 บาท เริ่มต้นเพียงเดือนละ 4,999 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และพิเศษสุดเฉพาะรุ่น SWIFT GLX ฟรี กล้องบันทึกภาพหน้ารถมูลค่า 5,885 บาท

Suzuki Swift 3

พิเศษ !สำหรับลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของ SUZUKI SWIFT เรายังได้ขยายโปรโมชันพิเศษ SWIFT 777 ฟรี! ค่าบำรุงรักษารถรวมค่าแรง 7 ปี ฟรี !การรับประกันคุณภาพรถยนต์ 7 ปี และ ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 7 ปี มูลค่ามากกว่า 50,000 บาท หรือ เลือกรับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 50,000 บาท สำหรับรุ่น GL และ GLX หรือ รับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 45,000 บาท สำหรับรุ่น GL NEXT มอบให้แก่ลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 31 มีนาคม 2568

“SUZUKI SWIFT เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 567,000 บาท มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่อันโดดเด่น เครื่องยนต์รหัส K12M แบบเบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร หัวฉีดคู่หรือ DUALJET ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ด้วยกำลังสูงสุด 83 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 108 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมรองรับน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท E20 ประหยัดเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยกว่า 23 กิโลเมตร/ลิตร มอบทั้งความแรงเร้าใจและความประหยัดแก่ผู้บริโภค โดยนับตั้งแต่เปิดตัวในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี 2555 รถยนต์ SUZUKI SWIFT สามารถสร้างยอดขายรวมทั้งสิ้น 154,099 คัน”

Suzuki Swift 5

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ซูซูกิยึดมั่นมาโดยตลอด คือ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มค่า ครบครัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของลูกค้า ซึ่งมีรถยนต์หลายรุ่นที่เข้าไปอยู่ในใจของคนไทยและยังได้การตอบรับเป็นอย่างดีเสมอมานอกจาก SUZUKI SWIFT เรายังมอบโปรโมชันเพื่อเป็นการกระตุ้นการขายในช่วงต้นปีสำหรับผลิตภัณฑ์รุ่นอื่นๆ อีกด้วย ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

SUZUKI SWIFT
• รับสิทธิพิเศษฟรี SUZUKI WORRY FREE PROGRAM
ฟรี Suzuki Maintenance Service 7 ปี
ฟรี Suzuki Warranty 7 ปี
ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 7 ปี
หรือ เลือกรับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 50,000 บาท สำหรับรุ่น GL และ GLX หรือ รับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 45,000 บาท สำหรับรุ่น GL NEXT
พร้อม ผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน เดือนละ 5,789 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 4,999 บาท
• เฉพาะรุ่น SWIFT GLX ฟรี กล้องบันทึกภาพหน้ารถมูลค่า 5,885 บาท
• พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก

Suzuki Swift 5

SUZUKI XL7 HYBRID
• ราคาพิเศษเริ่มต้น 799,000 บาท
• พร้อมเลือกรับข้อเสนอ ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 7,888 บาท หรือเลือกผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน ๆ ละ 8,146 บาท
• พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI CELERIO
• ราคาพิเศษเริ่มต้น 319,900 บาท
• พร้อมเลือกรับข้อเสนอ ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 2,999 บาท หรือเลือกผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน เดือนละ 3,302 บาท
• พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI CARRY
• รับข้อเสนอส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท
• หรือ เลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่ม 1.99% นาน 60 เดือน
• พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก

SUZUKI JIMNY OFFLOAD EDITION
• รับสิทธิพิเศษ SUZUKI WORRY FREE PROGRAM
ฟรี Suzuki Maintenance Service 7 ปี
ฟรี Suzuki Warranty 5 ปี
ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 7 ปี
• พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า แคมเปญพิเศษ “SUZUKI SWIFT YOU UP ความคุ้มค่าแบบเต็มสปีด” ยังคงอยู่ภายใต้ปรัชญา “SUZUKI Cause We Care–เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” ด้วยการส่งมอบสินค้าที่มีแต่ความคุ้มค่า คุ้มราคา ตามปรัชญาของซูซูกิที่มุ่งมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดี ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายเหมาะสมกับลูกค้าชาวไทย ควบคู่ไปกับการพัฒนางานบริการในทุกด้านเพื่อยกระดับคุณภาพของผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญยิ่งของซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย)

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” ฉลองความสำเร็จ 7 ผู้ชนะเลิศ จากการแข่งขันทักษะรถยนต์มิตซูบิชิ ครั้งที่ 24 “เชื่อมต่อความเชี่ยวชาญ สู่ประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า”

0
มิตซูบิชิ 1

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศผลผู้ชนะเลิศ 7 คน จากการแข่งขันทักษะรถยนต์มิตซูบิชิ ครั้งที่ 24 ณ สถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานผู้จำหน่าย ทั้งบริการด้านการขาย และบริการหลังการขาย เพื่อสร้างความประทับใจและมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้ามิตซูบิชิทุกท่าน โดยการแข่งขันในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เชื่อมต่อความเชี่ยวชาญ สู่ประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า” ด้วยหัวใจแห่งการบริการ 3 มิติ ได้แก่ ความเชี่ยวชาญ (Expertise) การสร้างประสบการณ์ที่ดี (Experience) และบริการที่ยอดเยี่ยม (Excellence)

มิตซูบิชิ 2

มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ความเชี่ยวชาญที่แท้จริงไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่เกิดจากการเรียนรู้ การฝึกฝน และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความมุ่งมั่นที่จะเป็นที่สุด ซึ่งคุณลักษณะเหล่านี้ช่วยให้เรามอบประสบการณ์ที่ประทับใจ จากการให้บริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า เพราะเราตระหนักดีว่า ทุกประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับ คือโอกาสในการสร้างความเชื่อมั่น และความไว้วางใจในรถยนต์มิตซูบิชิ”

การแข่งขันทักษะรถยนต์มิตซูบิชิ ครอบคลุมทั้ง 7 ประเภทงานบริการลูกค้า เริ่มต้นจาก ที่ปรึกษาการขาย (Sales Consultant) ที่พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้งานในด้านต่าง ๆ รวมถึงจัดการทดลองขับสำหรับลูกค้าที่สนใจซื้อรถยนต์ หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Relation Officer) จะติดต่อเพื่อนัดหมายและแจ้งกำหนดการ การให้บริการ โดย ที่ปรึกษางานบริการ (Service Advisor) จะให้การต้อนรับลูกค้า รับฟังความต้องการ และให้คำแนะนำที่เหมาะสมเพื่อแก้ไขปัญหาให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า

มิตซูบิชิ 3

ในส่วนของการตรวจสอบรถยนต์ ช่างเทคนิคเช็กระยะ (Periodic Maintenance Technician) หรือ ช่างเทคนิควิเคราะห์ปัญหา (Diagnostic Technician) จะทำงานประสานกับลูกค้าที่ศูนย์บริการ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อะไหล่ (Parts Officer) จะจัดเตรียมอะไหล่ให้พร้อมเพื่อสนับสนุนการซ่อมบำรุงที่มีคุณภาพและตรงเวลาตามความต้องการของลูกค้า ในกรณีที่รถยนต์ได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุ ที่ปรึกษางานบริการศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง (Service Advisor (BP))จะให้คำแนะนำที่ถูกต้องตามมาตรฐาน เพื่อให้ลูกค้าได้รับการซ่อมสีและตัวถังที่มีคุณภาพสูงสุด

กระบวนการคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันเริ่มต้นในเดือนสิงหาคม 2567 โดยแบ่งเป็น 3 รอบ ในรอบแรก มีพนักงานของผู้จำหน่าย มากกว่า 2,400 คน จากทั่วประเทศ เข้าร่วมการแข่งขัน โดยได้รับคัดเลือกให้ผ่านเข้าสู่รอบที่สองเป็นจำนวน 325 คน จากนั้นเลือกเฟ้นสุดยอดฝีมือเพียง 65 คน เข้าชิงชัยในรอบชิงชนะเลิศ

มิตซูบิชิ 6

ผู้ชนะเลิศ รางวัลที่ปรึกษาการขาย นายสิทธิชัย ภมรานนท์ จาก บริษัท แสงชัยมอเตอร์เซลล์ จำกัด (สาขาแม่เหียะ) จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า “สำหรับการแข่งขันในปีนี้ผมรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ทั้งโจทย์ที่ได้รับในการแข่งขันที่ค่อนข้างเข้มข้นและต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในสายงานมาประยุกต์ใช้ ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดของการเป็นที่ปรึกษาการขาย คือการรับฟัง ทำความเข้าใจลูกค้า อีกทั้งต้องมีความเข้าใจในผลิตภัณฑ์รถยนต์มิตซูบิชิเป็นอย่างดี จึงจะสามารถนำเสนอสมรรถนะรถยนต์ สิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงใจ เพื่อให้ลูกค้าประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ก้าวเข้ามาศูนย์บริการของเรา ความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นขวัญกำลังใจที่มีคุณค่า ในการส่งมอบความประทับใจให้กับลูกค้ามิตซูบิชิ ต่อไป”

มิตซูบิชิ 8

นายวัฒนา ดวงอบมา บริษัท มิตซูออโต้ซิตี้ จำกัด (สำนักงานใหญ่) กรุงเทพมหานคร ผู้ชนะเลิศรางวัลช่างเทคนิควิเคราะห์ปัญหา บอกเล่าถึงความรู้สึกในการเข้าแข่งขันครั้งนี้ว่า “ผมทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อการแข่งขันในครั้งนี้ โจทย์ของการแข่งขันปีนี้ เป็นรถโมเดลใหม่คือ NEW MITSUBISHI XPANDER HEV ซึ่งมีระบบ HEV มาเกี่ยวข้อง ผมจึงอ่านหนังสือคู่มือและฝึกซ้อมค่อนข้างมากเพื่อให้วิเคราะห์ได้อย่างแม่นยำ โดยผมเองได้นำประสบการณ์จริงมาประยุกต์ใช้ คือ เมื่อได้รับการแจ้งปัญหาจากลูกค้า เราจะดำเนินการสอบถามรายละเอียดต่างๆ ตามขั้นตอน และเมื่อได้รับการยืนยันปัญหาจึงนำมาวางแผน วิเคราะห์หาสาเหตุ และซ่อมบำรุงอย่างถูกขั้นตอนตรงตามมาตรฐาน รวมถึงควบคุมคุณภาพหลังงานซ่อม เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าประทับใจในบริการ และปัญหาได้รับการแก้ไข”

มิตซูบิชิ 9

มร. เรียวอิจิ อินาบะ (กลาง) กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ (ที่ 4 จากซ้าย) กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขายและบริการหลังการขาย บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมฉลองความสำเร็จร่วมกับ 7 ผู้ชนะเลิศ จากการแข่งขันทักษะรถยนต์มิตซูบิชิ ครั้งที่ 24ณ สถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย

มิตซูบิชิ 10

ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ การแข่งขันทักษะรถยนต์ประจำปี ครั้งที่ 24 ทั้ง 7 สายงาน ได้แก่ (จากซ้ายไปขวา)
– นายอนุพงษ์ พินุวงค์ บริษัท แสงชัยมอเตอร์เซลล์ จำกัด (สาขาแม่โจ้) จ.เชียงใหม่ ผู้ชนะเลิศรางวัล ที่ปรึกษางานบริการศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง
– นายธีระศักดิ์ โรจน์ประเสริฐสุด บริษัท มิตซูชัยพร จำกัด จ.สมุทรสาคร ผู้ชนะเลิศรางวัล ช่างเทคนิคเช็กระยะ
– นายวัฒนา ดวงอบมา บริษัท มิตซูออโต้ ซิตี้ จำกัด กรุงเทพมหานคร ผู้ชนะเลิศรางวัล ช่างเทคนิควิเคราะห์ปัญหา
– นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขายและบริการหลังการขาย บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด
– มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด
– นายสิทธิชัย ภมรานนท์ บริษัท แสงชัยมอเตอร์เซลล์ จำกัด (สาขาแม่เหียะ) จ.เชียงใหม่ ผู้ชนะเลิศรางวัล ที่ปรึกษาการขาย
– นางสาวกาญจนา ปิติยะ บริษัท ทีเคซี มิตซูตาก จำกัด (สำนักงานใหญ่) จ.ตาก ผู้ชนะเลิศรางวัล ที่ปรึกษางานบริการ
– นางสาวสุนารี อักขระกิจ บริษัท ทีเคซี มิตซูตาก จำกัด (สำนักงานใหญ่) จ.ตาก ผู้ชนะเลิศรางวัล เจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์
– นางสาวสุภาพร เหล่าลาด บริษัท มิตซูชลบุรี จำกัด (สาขาบ่อวิน) จ.ชลบุรี ผู้ชนะเลิศรางวัล เจ้าหน้าที่อะไหล่

เอ็มจี ตั้งเป้ายกระดับแบรนด์ ทั้งผลิตภัณฑ์และบริการหลังการขาย ขึ้นแท่น Top 3 ภายในทศวรรษที่ 2

0
MG 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย กำหนดทิศทางแบรนด์และกลยุทธ์การตลาดในประเทศไทย ภายในงาน “MG DEALER CONFERENCE 2025” ตั้งเป้ายกระดับแบรนด์ทุกมิติทั้งการนำเสนอผลิตภัณฑ์ยานยนต์คุณภาพสูงครบทุกเซกเมนต์ ทั้งเครื่องยนต์ไฮบริด และไฟฟ้าด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัย ในปีนี้ เตรียมพร้อมก้าวข้ามขีดจำกัดด้วยการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ที่จะเปิดตัวภายในงาน Bangkok International Motor Show 2025 พร้อมปรับภาพลักษณ์ผู้แทนจำหน่ายดันมาตรฐานการขายและบริการ หลังการขายทุกโชว์รูมให้เทียบเท่ากับ MG EVolution Showroom ตอกย้ำความมั่นใจให้กับลูกค้ารถยนต์ไฟฟ้า ด้วยการเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวที่ประกาศเพิ่มการรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY) พร้อมตั้งเป้าครองส่วนแบ่งทางการตลาด 5% และทะยานสู่ Top 3 ภายในทศวรรษที่ 2 ของแบรนด์  

ปี 2024 ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยนับเป็นปีที่มีแบรนด์ใหม่ ๆ เข้ามาเปิดตัวรถรุ่นใหม่ ๆ ให้กับผู้บริโภคคนไทยมากขึ้น โดยมาพร้อมความโดดเด่นที่หลากหลายมิติทั้งดีไซน์ นวัตกรรม และกลยุทธ์ด้านราคา อย่างไรก็ตาม สำหรับประเทศไทยมีประมาณการการผลิตรถยนต์ที่ 1.6 ล้านคัน แบ่งเป็นการส่งออก 1.05 ล้านคัน และจำหน่ายในประเทศ 550,000 คัน แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนให้ความสนใจและมีนัยยะสำคัญต่อการเติบโตของตลาดยานยนต์ นั่นคือ “ปริมาณความต้องการรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมยังคงมีเพิ่มขึ้น” โดยที่ผ่านมามียอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 70,000 คัน มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากนโยบายสนับสนุนด้านเงินอุดหนุนการซื้อรถไฟฟ้า ทั้งโครงการของรัฐ EV 3.0 และ EV 3.5 อย่างไรก็ตาม คาดว่าการเติบโตของตลาดยานยนต์ไทยในปีนี้ยังคงเติบโตต่อเนื่อง เหตุเพราะการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของเอเชีย (EV hub) รวมถึงโมเดลธุรกิจและกระบวนการผลิตที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจไทย และโอกาสการขยายตัวจากความนิยมรถยนต์ไฮบริด (Hybrid) ที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน

นาย ซู๋ว หยิ่น กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด เผยว่า “ปีที่ผ่านมา นับเป็นปีที่มีความท้าทายมาก เอ็มจี ได้แนะนำรถยนต์ใหม่ 2 รุ่น ได้แก่ NEW MG MAXUS 7 รถยนต์ไฟฟ้า 100% แบบอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง หรือ e-MPV และ ALL NEW MG3 HYBRID + รถแฮทช์แบ็ค ในกลุ่ม B-segment ที่ได้รับการโหวตจากผู้สื่อข่าวสายยานยนต์ของไทยเป็น Thailand Car of The Year ปี 2024 รวมทั้งความทุ่มเทในการทำแคมเปญการตลาดและส่งเสริมการขาย และได้รับความร่วมมือที่ดีในการผลักดันการขายจากผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ ทำให้ เอ็มจี สามารถทำยอดขายได้มากกว่า 17,000 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 3% โดยเป็นลำดับที่ 7 ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ปัจจุบัน เอ็มจี มียอดขายสะสมรวมมากกว่า 200,000 คัน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าและฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญสู่การเติบโตในอนาคต

MG 2

ทั้งนี้ ในปี 2024 เอ็มจี ได้กำหนดทิศทางและกลยุทธ์การตลาดที่มีผลิตภัณฑ์ยานยนต์คุณภาพสูง ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัยครบทุกเซกเมนต์ ทั้งเครื่องยนต์สันดาป ไฮบริด และยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมทั้งสร้างรากฐานของระบบนิเวศของแบรนด์ให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น ทั้งโชว์รูมและบริการหลังการขายที่จะยกระดับเพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์การขับขี่และการบริการเหนือระดับเพื่อสร้างความประทับใจใหม่ ๆ ให้กับลูกค้า สำหรับในปี 2025 นี้ เราได้เตรียมนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ไม่ต่ำกว่า 2 รุ่น โดยเตรียมเปิดตัวภายในงาน Bangkok International Motor Show 2025

พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญเพื่อให้คนไทยอุ่นใจและสบายใจในการเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้า เอ็มจี กับการเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวที่ประกาศเพิ่มของการรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY) เอกสิทธิ์สำคัญของแบรนด์ เพื่อช่วยคลายความกังวลใจของลูกค้าเกี่ยวกับความทนทานของระบบไฟฟ้าและเพิ่มมูลค่าให้กับรถมือสองอีกด้วย ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชันที่สองของ เอ็มจี ยังโดดเด่นในด้านความประหยัดน้ำมันและสมรรถนะที่ทรงพลัง ซึ่งช่วยให้ลูกค้ามั่นใจและส่งเสริมการขายนำไปสู่การตอบรับที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ของกลุ่มเป้าหมาย

นอกจากนี้ ในด้านเครือข่าย เอ็มจี ได้มุ่งเน้นกลยุทธ์ปรับเปลี่ยนโครงสร้างและการนำเสนอให้มีความทันสมัย ทันต่อความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ผ่านการปรับภาพลักษณ์โชว์รูมเอ็มจีทั่วประเทศ ให้มีรูปแบบเดียวกันกับ MG EVolution Showroom ซึ่งเป็นรูปแบบของโชว์รูมและศูนย์บริการ เอ็มจี ให้ดูทันสมัย เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน สำหรับด้านบริการหลังการขาย เอ็มจี พร้อมรับฟังเสียงตอบรับจากลูกค้าตลอดเวลา โดยได้มีการวางแผนเพื่อเร่งยกระดับคุณภาพบริการ ปรับปรุงนโยบายหลังการขาย และทำให้การบริการ หลังการขายมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าได้รับการบริการที่ดีและพึงพอใจมากยิ่งขึ้น เสริมภาพลักษณ์ที่ดี ที่แข็งแกร่งนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นต่อกลุ่มเป้าหมายในอนาคต

MG 3

ด้วยความมุ่งมั่นเพื่อสร้างสรรค์ระบบนิเวศของแบรนด์ เอ็มจี ในปี 2025 นี้ เราได้วางเป้าหมายครองส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 5% และวางหมุดหมายสำคัญในทศวรรษที่ 2 โดยการขึ้นเป็นแบรนด์รถยนต์ Top 3 ของประเทศไทย ด้วยการนำเสนอยานยนต์คุณภาพที่ผสานนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองความต้องการและตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทยครบทุกเซกเมนต์ ทั้งในกลุ่มเครื่องยนต์ไฮบริด และเครื่องยนต์ไฟฟ้า

สำหรับภายในงาน “MG DEALER CONFERENCE 2025” จัดขึ้นเพื่อแถลงนโยบายและสร้างความมั่นใจ
ให้กับผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ รวมถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจของ เอ็มจี ในประเทศไทย โดยในงานนี้ เอ็มจี ได้มีการมอบรางวัลอันทรงเกียรติ “MG DEALER AWARD 2024” ที่เป็นเครื่องการันตีในคุณภาพให้กับผู้แทนจำหน่ายที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในด้านต่าง ๆ ประกอบด้วย

รางวัล Excellence Award มอบให้แก่กลุ่มผู้แทนจำหน่ายที่ผ่านการประเมินรอบด้านทั้งการขาย การบริการหลังการขาย และกิจกรรมทางการตลาด และสิ่งอำนวยความสะดวกในโชว์รูม 2 รางวัล
ในกลุ่มจังหวัดกรุงเทพฯ และปริมณฑล

อันดับที่ 1 : บริษัท เคพีออโต้คลองหลวง จำกัด

ในกลุ่มจังหวัดขนาดกลางและขนาดเล็ก

อันดับที่ 1 : บริษัท เอ็มจี สุโขทัย จำกัด

รางวัล Best Sales Performance มอบให้แก่กลุ่มผู้แทนจำหน่ายที่มียอดขายปลีกสูงสุดในประเทศ

อันดับที่ 1 : กลุ่มผู้แทนจำหน่ายในเครือ บริษัท เอ็มจี เอเบิล มอเตอร์ส จำกัด
อันดับที่ 2 : กลุ่มผู้แทนจำหน่ายในเครือ บริษัท อารีมิตร เอ็มจี จำกัด

รางวัล Best Sales Performance มอบให้แก่ผู้แทนจำหน่ายที่มียอดขายปลีกสูงสุด ในกลุ่มจังหวัดกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 2 รางวัล

อันดับที่ 1 : บริษัท 824 จำกัด
อันดับที่ 2 : บริษัท เคพีออโต้คลองหลวง จำกัด

รางวัล Best Sales Performance มอบให้แก่ผู้แทนจำหน่ายที่มียอดขายปลีกสูงสุด ในกลุ่มหัวเมืองและจังหวัด ขนาดใหญ่

อันดับที่ 1 : บริษัท เอ็มจี จันทบุรี จำกัด

รางวัล Best Sales Performance มอบให้แก่ผู้แทนจำหน่ายที่มียอดขายปลีกสูงสุด ในกลุ่มจังหวัดขนาดกลางและขนาดเล็ก

อันดับที่ 1 : บริษัท เอ็มจี แอล.เค.เอส. ลำนารายณ์ จำกัด

รางวัล Best Sales Volume (ICE) มอบให้แก่กลุ่มผู้แทนจำหน่ายที่มียอดขายรถยนต์สันดาปสูงสุด 3 อันดับแรกของประเทศ

อันดับที่ 1 : กลุ่มผู้แทนจำหน่ายในเครือ บริษัท เอ็มจี กรุงเทพ จำกัด
อันดับที่ 2 : กลุ่มผู้แทนจำหน่ายในเครือ บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด
อันดับที่ 3 : กลุ่มผู้แทนจำหน่ายในเครือ บริษัท เอ็มจี รุ่งเจริญ จำกัด

รางวัล Best Sales Volume (EV) มอบให้แก่กลุ่มผู้แทนจำหน่ายที่มียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าสูงสุด 3 อันดับแรกของประเทศ

อันดับที่ 1 : กลุ่มผู้แทนจำหน่ายในเครือ บริษัท เอ็มจี กรุงเทพ จำกัด
อันดับที่ 2 : กลุ่มผู้แทนจำหน่ายในเครือ บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด
อันดับที่ 3 : บริษัท 824 จำกัด

รางวัล Best Market Share มอบให้แก่ผู้ที่สามารถสร้างส่วนแบ่งการตลาดรายจังหวัดสูงสุดในประเทศ

อันดับที่ 1 : บริษัท เอ็มจีลักซูรี่ หาดใหญ่ จำกัด (สาขาภูเก็ต)
อันดับที่ 1 : บริษัท ภูเก็ตปิยะเอ็มจี จำกัด
อันดับที่ 1 : บริษัท เอ็มจี ภูเก็ต จำกัด
อันดับที่ 2 : บริษัท เอ็มจี สุโขทัย จำกัด
อันดับที่ 3 : บริษัท เอ็มจี เอ.เอส.กรุ๊ป จำกัด

รางวัล Best CSI มอบให้แก่ผู้แทนจำหน่ายที่มีคะแนนจากการสำรวจความพึงพอใจลูกค้าด้านบริการหลังการขายสูงสุด 3 รางวัล

กลุ่มกรุงเทพฯ และปริมณฑล : บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด (สำนักงานใหญ่ ถนนเพชรเกษม)
กลุ่มหัวเมือง และจังหวัดขนาดใหญ่ : บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด (สาขาหางดง)
กลุ่มจังหวัดขนาดกลาง และขนาดเล็ก : บริษัท ซีเอ็นเอ็กซ์ ออโต้ จำกัด (ลำพูน)

รางวัล Best Part Performance มอบให้แก่ผู้แทนจำหน่ายที่มียอดสั่งซื้ออะไหล่สูงสุด 3 รางวัล

อันดับที่ 1 : บริษัท เคพีออโต้คลองหลวง จำกัด
อันดับที่ 2 : บริษัท เซควอญ่า หลักสี่ จำกัด (สำนักงานใหญ่ ถนนวิภาวดี-รังสิต)
อันดับที่ 3 : บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด (สำนักงานใหญ่ ถนนเพชรเกษม)

รางวัล Best Accessory Performance มอบให้แก่ผู้แทนจำหน่ายที่มียอดสั่งซื้ออุปกรณ์ตกแต่งรถสูงสุด 3 รางวัล

อันดับที่ 1 : บริษัท เคพีออโต้คลองหลวง จำกัด
อันดับที่ 2 : บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด (สำนักงานใหญ่ ถนนเพชรเกษม)
อันดับที่ 3 : บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด (สาขาหางดง)

MG 4

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจีได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

“BIG Motor Sale x BANGKOK Auto Salon” สองบิ๊กสร้างความร่วมมือยิ่งใหญ่งานโชว์ยนตกรรม มิติใหม่ของเทศกาลยานยนต์และอุปกรณ์ตกแต่ง…สู่ที่สุดในอาเซียน

0
BIG Motor Sale x BANGKOK Auto Salon 1

ครั้งแรกกับปรากฏการณ์สุดยิ่งใหญ่ของวงการงานแสดงรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งระดับประเทศ ผนึกกำลังจัดงานใหญ่ของบริษัทผู้จัดงานแสดงรถยนต์ 2 ค่ายยักษ์ โดยผู้บริหาร จรวย ขันมณี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด กับ วิลักษณ์ โหลทอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด ในเครือสยามสปอร์ตซินดิเคท จำกัด เจ้าของลิขสิทธิ์สุดยอดงานรถแต่งระดับโลก และ จตุพร ขันมณี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีเอ็มเอฟ จำกัดพร้อมประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ BIG MOTOR SALE 2025 ร่วมกับ BANGKOK AUTO SALON 2025 นิยามใหม่แห่งงานแสดงรถยนต์ที่สุดในอาเซียน

งาน BIG MOTOR SALE 2025 เป็นเทศกาลแสดงยนตกรรมแบบครบครัน ทั้งรถบ้าน รถใช้งาน รถไฟฟ้า มอเตอร์ไซค์ ในสไตล์ “ยกโชว์รูมมาไว้ที่นี่” ให้ผู้ที่สนใจซื้อรถใหม่ได้เลือกชมเลือกซื้อได้อย่างสะดวกสบาย ส่วนงาน BANGKOK AUTO SALON 2025 เป็นสุดยอดงานแสดงนวัตกรรมรถแต่งที่ได้รับรางวัลจากเวทีระดับโลก รวมทั้งอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์โดยสำนักแต่งชื่อดังจากต่าง ประเทศและในประเทศไทยรวมถึงค่ายรถยนต์ โดยได้รับลิขสิทธิ์จากงานแสดงรถแต่งที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก Tokyo Auto Salon พร้อมทั้งเสริมสร้างวัฒนธรรมการแต่งรถที่สามารถต่อยอดธุรกิจของคนไทยให้ก้าวไกลต่อไป

นับเป็นข่าวดีสำหรับผู้เข้าชมและเลือกซื้อรถคันใหม่จากงานขายรถในสไตล์ “ยกโชว์รูมมาไว้ที่นี่” จะได้ตื่นตาตื่นใจกับอลังการงานแสดงนวัตกรรมรถแต่งที่ได้รางวัลจากเวทีระดับโลก รวมทั้งเลือกชมและเลือกซื้ออุปกรณ์ตกแต่งรถโมดิฟายด์ระดับเวิลด์คลาสจากทั่วโลก พร้อมชมรถโมเดลต้นแบบที่น่าสนใจในงานเดียวแบบ “จัดเต็ม”

โปรดติดตามรายละเอียดที่น่าสนใจของงานแสดงรถยนต์ รถแต่งและอุปกรณ์แต่งรถ สุดยิ่งใหญ่ ในเดือนสิงหาคม ที่ไบเทค บางนา ได้ในโอกาสต่อไป

 

มูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” ร่วมกับ กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประกาศผล และมอบรางวัล จากการประกวดกิจกรรม 4 ประเภทประจำปี 2567

0
ลมหายใจไร้มลทิน 1

ชไมพร ปภัสร์พงษ์ ผู้อำนวยการมูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” เผยว่า มูลนิธิฯ ได้จัดกิจกรรมการประกวดประจำปี 2567 รวม 4 ประเภท ได้แก่ เรียงความ ร้องเพลง วาดภาพศิลปะ และวีดีโอคลิป ซึ่งปีนี้มีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดทั้งหมด 1,469 ชิ้น เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 76% และทุกชิ้นมีจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งคณะกรรมการได้พิจารณาประกาศผลพร้อมมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดประเภทต่างๆ ดังนี้

ลมหายใจไร้มลทิน 2

ประกวดเรียงความหัวข้อ “คนรุ่นใหม่ใจซื่อมือสะอาด”

ลมหายใจไร้มลทิน 3
ระดับประถมศึกษา ได้แก่ ดญ.ธัญญาภรณ์ ภาชี รร.วัดสุวรรณ กรุงเทพมหานคร

ระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา หรือเทียบเท่า (ปวช.) ได้แก่ นส.ณัฐทิชา สีน้ำเงิน
รร.วิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย จังหวัดเพชรบุรี

ระดับอาชีวศึกษา หรือเทียบเท่า (ปวส.) และอุดมศึกษา ได้แก่ นายพงศธร ประกฤติพงศ มหาวิทยาลัยศิลปากร จังหวัดนครปฐม

ประกวดร้องเพลงประกอบดนตรีตามเพลง
เพลง “คิดดี ทำดี”

ลมหายใจไร้มลทิน 4

ระดับประถมศึกษา ประเภทเดี่ยว ได้แก่ ดช.สุทิวัส ยนปลัดยศ รร.นารีวิทยา จังหวัดราชบุรี

ระดับประถมศึกษา ประเภทหมู่ ได้แก่ ทีม TN.Junior Band รร.ไทยนิยมสงเคราะห์ กรุงเทพมหานคร
เพลง “ด้วยลมหายใจที่ไร้มลทิน”

ระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา หรือเทียบเท่า (ปวช.) ประเภทเดี่ยว ได้แก่ นส.จันจิรา ศักดิ์สุวรรณ รร.นวมินทราชินูทิศ หอวัง จังหวัดนนทบุรี

ระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา หรือเทียบเท่า (ปวช.) ประเภทหมู่ ได้แก่ ทีม BBL รร.สาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา

ระดับอาชีวศึกษา หรือเทียบเท่า (ปวส.) และอุดมศึกษา ประเภทเดี่ยว ได้แก่ นส.พิชาพร สถิตพรบรรพต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี
ประกวดวาดภาพศิลปะสะท้อนค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต

หัวข้อ “พลิกฟื้นลมหายใจของโลกในยุคหมอกควัน”

ลมหายใจไร้มลทิน 6

ระดับปฐมวัย ได้แก่ ดญ.ณัฐรดา จรดล รร.อนุบาลสุธีธร จังหวัดนครปฐม

ระดับประถมศึกษา ได้แก่ ดช.ชวัลวิทย์ อ่างมัจฉา รร.บ้านม่วง จังหวัดหนองคาย

ระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา หรือเทียบเท่า (ปวช.) ได้แก่ ดญ.เกศชฎาพร คุ้มบ้าน รร.สมคิดจิตต์วิทยา จังหวัดชลบุรี

ประกวดวีดีโอคลิปสะท้อนค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต หัวข้อ “ซื่อสัตย์สุจริต ชีวิตติดโซเชียล”
ระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา หรือเทียบเท่า (ปวช.) ได้แก่ ทีม BC Studio รร.ปากคาดพิทยาคม จังหวัดบึงกาฬ

ลมหายใจไร้มลทิน 7

สามารถติดตามผลการประกวด และกิจกรรมต่างๆ ของมูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” ได้ที่ lomhaijai.org dcy.go.th และ facebook.com/LomhaijaiFoundation

 

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” เปิดตัวแคมเปญสุดพิเศษ เพื่อให้ลูกค้าหมดกังวล แม้หมดระยะเวลาการรับประกัน มอบส่วนลดร้อยละ 30 เพิ่มความอุ่นใจในการขับขี่ทุกเส้นทาง

0
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส 1

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวแคมเปญบริการหลังการขาย สุดพิเศษสำหรับเจ้าของรถมิตซูบิชิ ที่หมดระยะเวลาการรับประกัน ด้วยการมอบส่วนลดร้อยละ 30 สำหรับกลุ่มอะไหล่ช่วงล่าง สายพานหน้าเครื่อง และสายพานไทม์มิ่งที่ร่วมรายการ ช่วยให้ลูกค้าอุ่นใจ คลายกังวลในการใช้งานรถยนต์ที่มีสมรรถนะและความปลอดภัยแม้หมดระยะเวลาการรับประกัน ลูกค้าสามารถนำรถเข้ารับบริการได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2568

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มุ่งส่งเสริมความปลอดภัยของรถยนต์ และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้าในการซ่อมบำรุง คลายความกังวลใจให้กับลูกค้าที่มีรถยนต์แม้หมดระยะเวลาการรับประกัน โดยการตรวจเช็กสภาพช่วงล่างช่วยป้องกันและลดการสึกหรอของชิ้นส่วนที่สำคัญ ลดความเสี่ยงอันเกิดจากการที่ชิ้นส่วนเสื่อมสภาพ การเปลี่ยนชิ้นส่วนอะไหล่ตามระยะเวลาที่เหมาะสมจะช่วยยืดอายุการใช้งานของชิ้นส่วนและตัวรถยนต์ พร้อมกับลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมโดยลงมือแก้ไขปัญหาเล็กๆ ได้อย่างทันท่วงที ก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อชิ้นส่วนอื่นๆ ของรถ

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีความมุ่งมั่นอย่างไม่หยุดยั้ง ในการมอบบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม ภายใต้สโลแกน “เราดูแล…คุณแค่ขับ” ลูกค้าที่เข้ามาที่ศูนย์บริการของมิตซูบิชิ สามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลจากช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญและใช้อะไหล่แท้ของมิตซูบิชิ สร้างความเชื่อมั่นในด้านคุณภาพระดับสูงสุด เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์การเข้ารับบริการที่สะดวกราบรื่นยิ่งขึ้น ลูกค้าสามารถนัดหมายการเข้ารับบริการล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน M-Drive ซึ่งสามารถเข้าถึงเครือข่ายศูนย์บริการมิตซูบิชิ ทั่วประเทศ

ตรวจสอบรายการอะไหล่ที่ร่วมรายการ และรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 เปิดรับสายทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หรือสอบถามรายละเอียด และ ติดต่อเพื่อนัดหมายเข้ารับบริการตรวจเช็ครถยนต์และบำรุงรักษา ได้ที่ศูนย์บริการมิตซูบิชิ ทั่วประเทศ

 

Deepal Primus คว้า 2 รางวัลความสำเร็จสูงสุด “การบริหารจัดการ-ดีลเลอร์ยอดเยี่ยม”

0

“ดีพอล ไพรม์มัส” คว้า 2 รางวัลแห่งความสำเร็จ ด้านความเป็นเลิศการบริหารจัดการ และผู้จำหน่ายรถยนต์ Deepal ยอดเยี่ยม ในงานประชุมดีลเลอร์ Changan ระดับ Global จัดโดย “ฉางอาน ออโต้โมบิล” ประเทศจีน พร้อมเชิญชวนลูกค้าสัมผัสยานยนต์อัจฉริยะ รับโปรสุดพรี เมี่ยม ฟรี! ดอกเบี้ย นาน 60 เดือน เงินคืนสูงสุด 34,000 บาท หมดเขต 28 ก.พ.ศกนี้ ที่ดีพอล ไพรม์มัส รามคำแหง และชลบุรี

นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส โมบิลิตี้ รามคำแหง จำกัด ในเครือ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ไพรม์มัส โมบิลิตี้ รามคำแหง จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Deepal อย่างเป็นทางการ ได้รับรางวัลสาขาความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการ : Excellent Management และรางวัลผู้จำหน่ายรถยนต์ Deepal ยอดเยี่ยม ระดับภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการประชุมผู้จำหน่ายรถยนต์ Deepal และรถยนต์ในเครือ Changan Group ประจำปี 2025 : 2025 Changan Global Partner Conference จัดขึ้นโดยบริษัท ฉางอาน ออโต้โมบิล จำกัด ณ เมืองฉงซิ่ง ประเทศจีน

การได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจและความสำเร็จอย่างสูงของ “ดีพอล ไพรม์มัส” ที่ก้าวสู่ระดับชั้นแนวหน้าของผู้จำหน่ายรถยนต์ Deepal ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและคุณภาพการบริการที่มุ่งสร้างประสบการณ์ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ยานยนต์อัจฉริยะ และการบริการหลังการขายให้แก่ลูกค้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ครอบคลุมและครบถ้วนในทุกมิติ

ทั้งเป็นการการันตีแนวคิดและกลยุทธ์โดยรวมของ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ที่ให้ความสำคัญกับการบริหารงาน ที่ให้บริการแบบครบวงจรทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย ผ่านบุคลากรที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านยานยนต์ตามมาตรฐานของบริษัทแม่อย่างครบถ้วน โดยมุ่งเน้นการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าในทุกด้าน ส่งผลทำให้ “ดีพอล ไพรม์มัส” ประสบความสำเร็จและบรรลุเป้าหมายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ทั้งในแง่ผลการดำเนินงานและความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า

“ด้วยระยะเวลาเพียง 1 ปี ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จำหน่ายรถยนต์ Deepal เราได้มุ่งมั่นและทุ่มเทแรงกาย แรงใจในการสร้างสรรค์บริการที่ดีเลิศ เพื่อมอบประสบการณ์ที่แตกต่างเหนือระดับและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี”

ดังนั้น เพื่อเป็นการฉลองความสำเร็จ และขอบคุณลูกค้าที่เชื่อมั่นและสนับสนุนเราอย่างต่อเนื่อง “ดีพอล ไพรม์มัส” จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจและต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์ Deepal ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับ Deepal รุ่น S07 และรุ่น S07 Long Range ได้แก่

1.ดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% ผ่อน 60 งวด
2.ประกันภัยชั้น 1 + พรบ เพิ่ม 1 ปี (รวมรับประกัน 2 ปี)
3. ฟิล์ม 3M รุ่น Ceramic Absolute Series มูลค่า 10,000 บาท
4. รับ Cashback สูงสุด 34,000 บาท

ส่วน Deepal รุ่น L07 รับข้อเสนอสุดพิเศษ!
1.ดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% ผ่อน 60 งวด
2.ประกันภัยชั้น 1 + พรบ เพิ่ม 1 ปี (รวมรับประกัน 2 ปี)
3. ฟิล์ม 3M รุ่น Ceramic Absolute Series มูลค่า 10,000 บาท
4. รับ Cashback สูงสุด 10,000 บาท

หมดเขตถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 เฉพาะที่ดีพอล ไพรม์มัส สาขารามคำแหง โทร. 02 374 1555 หรือ Line: @primusramkhamhaeng และ ดีพอล ไพรม์มัส สาขาชลบุรี โทร.038 288 555 หรือ Line :  @primuschonburi

 

ห.เหมหงส์ ยกระดับขนส่งยุคใหม่ร่วมลดฝุ่น PM2.5 สั่งซื้อรถหัวลากยูดี ยูโร5 ฟลีท ใหญ่

0

บริษัท ห.เหมหงส์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการงานขนส่งรายใหญ่ ในเขตภาคกลาง เดินหน้าสั่งซื้อ ยูดี เควสเตอร์ จำนวน 14 คัน เพื่อรองรับแผนการขยายงานในปีนี้ และเป็นการตอกย้ำการเติบโตธุรกิจของบริษัทฯ ที่เติบโตทุกปี ตลอด 19 ปีที่ดำเนินธุรกิจ โดยปีนี้กำหนดเป้าการเติบโตด้วยการขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับกลุ่มลูกค้ารายใหม่ ยักษ์ใหญ่วงการวัสดุก่อสร้าง คาดว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ภายในต้นปี 2568

นายพิเชษฐ์ สมานไทย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ห.เหมหงส์ จำกัด เปิดเผยว่าบริษัทฯ ได้ดำเนินการจัดซื้อรถหัวลากยูดี รุ่นเควสเตอร์ ยูโร 5 (350 แรงม้า) จำนวน 14 คัน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับฟลีทรถในการรุกตลาดโลจิสติกส์ในปีนี้ โดยการซื้อครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกของบริษัทฯ ที่เริ่มใช้รถจาก ยูดี ทรัคส์ “สาเหตุที่เราตัดสินใจทดลองใช้ยูดี ทรัคส์จำนวนมากถึง 14 คัน เพราะงานขนส่งที่เราได้รับมอบหมายลูกค้ามีความต้องการรถขนส่งที่มีสมรรถนะที่ดี และต้องสอดคล้องกับแนวนโยบายสำคัญของลูกค้าที่มุ่งเน้นในเรื่องความห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อม รักษ์โลก ซึ่งยูดี ทรัคส์ ตอบโจทย์ของลูกค้าเราได้ทุกข้อ ทั้งในด้านคุณภาพสูงที่เน้นสมรรถนะ และความปลอดภัย เทคโนโลยีในระบบยูโร 5 ที่ใช้ระบบ SCR ที่ตอบโจทย์เรื่องการรักษา สิ่งแวดล้อม ลดมลพิษทางอากาศโดยเฉพาะปัญหาฝุ่น PM2.5 รวมถึงนโยบายในการบริหารฟลีทรถ โดยรวมทำให้ลูกค้ามั่นใจใช้บริการกับ บริษัท ห.เหมหงส์ จำกัด ” นายพิเชษฐ์ กล่าว

บริษัท ห.เหมหงส์ จำกัด ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2548 ด้วยรถบรรทุกเพียง 2 คัน ด้วยการเข้าร่วมโครงการรถร่วมขนส่งสินค้าประเภทเหล็กให้กับกลุ่มบริษัทสหวิริยา ต่อมาได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการรถร่วมขนส่งสินค้าให้กับกลุ่มบริษัทบุญรอด บริวเวอรี่ ทำให้ บริษัท ห.เหมหงส์ จำกัด มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี และล่าสุด ได้รับความไว้วางใจให้รับงานตรงจาก บริษัท เบฟเชน โลจิสติกส์ จํากัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของกลุ่มบุญรอดฯ ให้เส้นทางขนส่งในเส้นทางใหม่ๆ เพิ่มเติมจากงานปัจจุบัน

ปัจจุบัน บริษัท ห.เหมหงส์ จำกัด มีรถบรรทุกในฟลีทรวม 75 คัน และล่าสุดได้สังชื่อรถยูดี ทรัคส์ ยูโร 5 เพิ่มอีก 14 คัน ทำให้จำนวนรถบรรทุกในฟลีทรถเพิ่มขึ้นรวมกว่า 90 คัน โดยมีแผนขยายงานและพร้อมสั่งซื้อรถบรรทุกเพิ่มอีก คาดว่าในปี 2568 จำนวนรถจะทะลุระดับ 100 คัน ซึ่งสอดคล้องกับแผนการขยายงานของบริษัท ฯ ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้ากลุ่มใหม่ที่เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลายได้แก่วัสดุก่อสร้าง สินค้าอุปโภคบริโภค ผลผลิตด้านการเกษตร และอื่น ๆ ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในไตรมาสแรกของปี 2568

นายพิเชษฐ์ กล่าวว่าปัจจุบัน บริษัท ห.เหมหงส์ จำกัด ให้บริการด้านโลจิสติกส์ให้กับลูกค้าหลัก ๆ 7 ราย ขนส่งสินค้าหลากหลายผลิตภัณฑ์ทั่วประเทศ และยังมีลูกค้าที่เป็นโครงการ อย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจกิจที่เติบโตทุกปี “แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจในปี 2567 จะเป็นปีที่ประเทศไทยประสบกับปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว เราก็ยังเติบโตได้ แต่ตัวเลขอาจจะสู้ปีที่ผ่าน ๆ มาไม่ได้ แต่เราเชื่อมั่นว่าปีหน้าเราจะต้องกลับมาเติบโตอย่างรวดเร็วอีกครั้งหนึ่งเพราะเรามีแผนการขยายงานที่ชัดเจนโดยมีลูกค้าปัจจุบันและลูกค้ารายใหม่ ๆ รองรับแผนเติบโตของเรา” นายพิเชษฐ์ กล่าว

นายพิเชษฐ์ กล่าวถึง สภาวะการแข่งขันในตลาดโลจิสติกส์ปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะด้านราคาและคุณภาพการให้บริการ ทำให้ ห.เหมหงส์ จำเป็นต้องพัฒนาและปรับตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเลือกรถบรรทุกที่มีคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและรักษาสิ่งแวดล้อม “ที่สำคัญ เรามองหารถใหม่ ๆ ที่สามารถทำให้เราคำนวณต้นต้นทุนสุดท้ายที่ดีที่สุดเพื่อนำเสนอต่อลูกค้า แม้ว่าราคาเริ่มต้นอาจจะไม่ได้ถูกที่สุด แต่เมื่อรวมค่าใช้จ่ายทุกรายการแล้ว ผมมั่นใจ ยูดี ทรัคส์ เพราะเราได้ราคาที่ดีที่สุดเสนอต่อลูกค้าภายใต้การรักษาสิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งตอบโจทย์ลูกค้าเราทั้งหมด”

บริษัท ห.เหมหงส์ จำกัด มีความเชื่อมั่นว่า ด้วยแผนการขยายงานที่ชัดเจน และการให้ความสำคัญกับคุณภาพการบริการและสิ่งแวดล้อม จะสามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในอนาคต

ทดลองขับ “New MAZDA BT-50” หล่อแล้วชั่วโมงนี้ แต่งตัวใหม่ เครื่องใหม่ 2.2 ลิตร แรง ประหยัด

0
มาสด้า บีที50 1

ปี 2024 Mazda ในไทยไม่ได้ขยับตัวสำหรับการนำเสนอรถใหม่เลย จนกระทั่งปลายปีจึงได้ปล่อย Minorchange ออกมา 2 รุ่น คือ CX-5 และ BT-50 ไปยืนเป็นไฮไลท์ในบูธงาน MotorExpo 2024 ถึงแม้จะไม่ได้เปลี่ยนมากมายแต่ทั้งคู่ก็พยุงยอดขายให้ติดกลุ่ม Top10 ในงานได้ FC ที่ยังมีความเหนียวแน่นอยู่จำนวนไม่น้อยนั่นเอง

มาสด้า บีที50 2

สำหรับ CX-5 ได้รับการบันทึกในสื่อของเราไปแล้ว ทีนี้ก็มาถึง BT-50 กันบ้าง นี่จะเป็นครั้งแรกที่ได้ทำความรู้จักกับ BT-50 ในเครื่องยนต์ใหม่ 2.2 ลิตรด้วย

มาสด้า บีที50 3
อย่างที่รู้กันอยู่แล้วว่า Mazda จับมือกับ Isuzu เป็นพันธมิตรในการพัฒนารถปิกอัพร่วมกัน (ความจริง Mazda ไปใช้เทคโนโลยี่ของ Isuzu ทั้งหมด มีเพียงการออกแบบโครงหน้า และปรับดีไซน์ภายในให้เป็นสไตล์ของMazda เท่านั้น เช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ที่ Mazda ทำงานร่วมกันกับ Ford) เมื่อพันธนิตรพัฒนาเครื่องยนต์ใหม่ BT-50 ก็ได้ของใหม่ไปด้วย เครื่องยนต์ใหม่ 2.2 ลิตรนี้เข้ามาแทนที่ เครื่องยนต์เดิม 1.9 ลิตร ใช้ชื่อทางการตลาด BOLD NEW MAZDA BT-50 ซึ่งก็คือการขยายเครื่องยนต์ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นนั่นเอง โดยมาใส่ในรุ่น ดับเบิ้ลแค็บ แบบขับสองยกสูง หรือ DBL HI-RACER ทำงานกับเกียร์ใหม่ 8 สปีด และยังได้เปิดตัวในรุ่นฟรีสไตล์แค็บ (บานแค็บเปิดได้) แบบขับสองยกสูง หรือ FSC HI-RACER ทำงานกับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ซึ่งMazda เปิดตัวลงตลาดในประเทศไทยเป็นตลาดแรกในโลกด้วย และยังคงมีเครื่องยนต์ 3.0 ลิตรเดิมให้เลือกในรุ่นTop ทั้งแบบขับสองยกสูง HI-RACER และ แบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

มาสด้า บีที50 4
การตลาดของ Mazda ระบุชัดในครั้งนี้ว่า BT-50 จะนำเสนอเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใช้รถแบบไลฟ์สไตล์ มากกว่าเพื่อการพาณิชย์ อย่างชัดเจนจึงนำเสนอเป็นแบบ HI-RACER ยกสูงทั้งหมดเท่านั้น ด้วยหน้าตาที่มีความหล่อเหลาเอาการตามแบบโคโดะดีไซน์ เป็นพื้นอยู่แล้วนั่นเอง ครั้งนี้ปรับไม่มาก เปลี่ยนกระจังหน้าใหม่ขยายขนาด Signature wing เปลี่ยน lookเดิมที่เป็นโครเมี่ยมมาเป็นดำทำให้ดูกรอบกระจังหน้าใหญ่ขึ้นทันที สำทับด้วยโลโก้ที่ขยายให้ใหญ่สะดุดตาขึ้น และไฟหน้า LED Signature เช่นเดียวกับที่ใช้มาแล้วใน CX-5 เท่านั้นก็ทำให้ดูแกร่งดุดันขึ้นมาทันที ได้ล้ออัลลอยลายใหม่ 17 นิ้ว เสริมเข้าไปยิ่งดูดียิ่งขึ้นไปอีก ในรุ่น 3.0 ลิตรใส่เป็น 18 นิ้ว เต็มซุ้มล้อเฉี่ยวๆกันไปเลยชั่วโมงนี้

มาสด้า บีที50 6
ภายในเน้นความสะดวกในการใช้งาน หน้าจอ MID แบบสี ขนาด 7 นิ้ว พร้อมด้วย Vehicle Tilt informationเชื่อมข้อมูลกับ หน้าจอ Center Display ขนาด 8” และ 9” ที่รองรับระบบ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ผู้ขับไม่ต้องเหลือสายตาไปมองจอกลางโดยเฉพาะเมื่อใช้งาน Google Map จะเห็นลูกศรทำทางพร้อมระยะได้ชัดเจน ช่องเสียบ USB-C มาให้แล้วนะครับ ระบบช่วยเหลือต่างๆครบครันบันเทิงดูได้จากข้อมูลประชาสัมพันธ์ด้านล่าง

มาสด้า บีที50 7
มาว่ากันที่เรื่องการขับขี่ เครื่องยนต์ใหม่ 2.2 ลิตร กำลังสูงสุด 163 แรงม้าที่ 3,600 รอบต่อนาที (เพิ่มขึ้นจากเดิมเครื่อง 1.9 ลิตร 150 แรงม้า) และมีแรงบิด 400 นิวตันเมตร (เพิ่มขึ้นจากเดิม 350 นิวตันเมตร) ในรุ่น DBL HI-RACER นั้นทำงานกับเกียร์ใหม่ 8 สปีดได้เป็นอย่างดี อันดับแรกคือ ความนุ่มนวลแบบไร้รอยต่อ สมองกลเลือกตำแหน่งเกียร์ได้ฉับไวทันต่อสถานการณ์การขับขี่มาก เครื่องยนต์ใหม่ขึ้นแบกน้ำหนักเท่าเดิม ก็ทำงานเบาขึ้น ที่ความเร็วเฉลี่ยประมาณ 100 กม./ชม. จะเห็นเข็มวัดรอบอยู่ที่ใกล้แต่ขีด 1,500 รอบต่อนาทีเท่านั้น นั่นทำให้ประหยัดน้ำมันได้เป็นอย่างดี ถ้าจะปั้นกันแบบใช้งานจริง 17-18 กม./ลิตรจะทำได้อย่างสบายๆ

มาสด้า บีที50 8
การทดลองขับครั้งนี้ เราลองในหลายสถานการณ์ทั้งวิ่งให้ความเร็วเฉลี่ยคงที่ ลองอัตราเร่งซึ่งตอบสนองได้อย่างทันใจ มั่นใจได้ว่ามีกำลังเหลือเฟือพอที่จะไต่ระดับความเร็วสูงไปได้ไกลถึง 180 กม./ชม.ได้ในเวลาไม่นานนัก แต่นั่นก็ยังทำให้เห็นอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่หน้าจอขึ้นอยู่ที่ 14 กม./ลิตร ยกเว้นกรณีที่ต้องการสนุกกับการใช้ Sports Paddle Shift จะได้อารมณ์การขับขี่ตามที่ต้องการ แต่จะกินน้ำมันเพิ่มขึ้นอีก…เลือกเอา และถ้าจะให้เครื่องยนต์ทำงานเต็มประสิทธิภาพมากขึ้นก็เติมน้ำมันแบบไฮดีเซล จะช่วยให้เครื่องยนต์มาตรฐานยูโร 5 ใหม่นี้ เดินเรียบตอบสนองดียิ่งขึ้น

มาสด้า บีที50 9
Mazda BT-50 ใหม่ หล่อแล้วในชั่วโมงนี้ โดยเฉพาะหน้าตา และเครื่องยนต์ใหม่ เทคโนโลยี่ช่วยขับ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกที่เพิ่มขึ้นมานั้น ทำให้ดูมีสไตล์ มีชีวิตชีวามากขึ้นอย่างมีนัย ใครมีคำจำกัดความของตัวเองแบบติดการใช้รถปิกอัพแบบ เท่ๆ มีไลฟ์สไตล์ Mazda BT-50 เป็นคำตอบได้

 

ข้อมูลประชาสัมพันธ์

Bold New Mazda BT-50 ได้รับการปรับปรุงพละกำลังของเครื่องยนต์ให้มีความแรงยิ่งขึ้น กับเครื่องยนต์ดีเซลใหม่ ขนาด 2.2 ลิตร ทั้งในรุ่นฟรีสไตล์แค็บ (บานแค็บเปิดได้) แบบขับสองยกสูง หรือ FSC HI-RACER และดับเบิ้ลแค็บ แบบขับสองยกสูง หรือ DBL HI-RACER ช่วยเพิ่มความอเนกประสงค์ในการใช้งานมากยิ่งขึ้น ให้พละกำลังแรงสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตัน-เมตร มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ใหม่ล่าสุด ให้อัตราทดต่อเนื่องทุกช่วงความเร็ว ตอบสนองฉับไว แม่นยำ ราบเรียบ นุ่มนวล ทำให้การขับขี่สนุกมากยิ่งขึ้น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในขณะที่ DBL รุ่นเครื่องยนต์ 3.0 รุ่น HI-RACER และรุ่นขับเคลื่อน 4×4 ให้พละกำลังแรงสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตัน-เมตร สามารถขับลุยได้ทุกสถานการณ์ตอบโจทย์ทุกการใช้งานแบบอเนกประสงค์ มาพร้อมสมรรถนะในการขับขี่แบบรถปิกอัพเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะในรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ 4×4 ที่มาพร้อมเฟืองท้ายแบบ Diff-lock รวมถึงระบบการขับขี่แบบออฟโร้ด (Off-Road Mode) ในขณะที่ยังคงมอบความนุ่มสบายให้กับผู้ขับขี่ และผู้โดยสารเสมือนรถยนต์นั่งตามแบบฉบับรถยนต์มาสด้า

Bold New Mazda BT-50 ดีไซน์ใหม่รอบคัน กระจังหน้าแบบใหม่ ไฟหน้าและไฟท้ายดีไซน์ใหม่แบบ LED Signature ล้ออัลลอยขนาด 17” สีดำ และ 18” สีเงิน และ สีดำ (Matte Black) รวมถึงสีภายนอกใหม่อีกถึง 3 สี ได้แก่ สีขาว จีโอด ไวท์ เพิร์ล สีน้ำเงิน เซลลิ่ง บลู และ สีแดง เวอร์มิลเลี่ยน ลาโตซอล เรด ภายในห้องโดยสารดีไซน์ใหม่ เบาะผ้าสีดำ-หนังสีส้ม Terracotta

เทคโนโลยีความสะดวกสบาย มีหน้าจอ MID แบบสี ขนาด 7 นิ้ว พร้อมด้วย Vehicle Tilt information เพิ่มความสะดวกสบายด้วยช่องเสียบ USB-C หน้าจอ Center Display ขนาด 8” และ 9” ที่รองรับระบบ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง อาทิ

  • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM (Advanced Blind Spot Monitoring)
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า FCW (Forward Collision Warning)
  • ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ AEB (Autonomous Emergency Braking)
  • ระบบช่วยเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTB (Rear Cross Traffic Brake)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ AHB (Auto High Beam)
  • ระบบช่วยเตือนการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ DAA (Driving Attention Assist)
  • ระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติ จนถึงจุดหยุดนิ่ง ACC แบบ Stop & Go (Adaptive Cruise Control with Stop & Go)
  • ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
  • ระบบช่วยตัดกำลังเครื่องยนต์เมื่อเหยียบคันเร่งผิดพลาด PMM (Pedal Misapplication Mitigation)
  • ระบบตั้งค่าจำกัดความเร็ว MSL (Manual Speed Limiter)

Bold New Mazda BT-50 ราคาจำหน่าย ดังต่อไปนี้

รุ่นเครื่องยนต์ราคาจำหน่าย (บาท)
Freestyle Cab 2 ประตูFSC 2.2 XS HI-RACER 6MT762,000
Double Cab 4 ประตูDBL 2.2 XT HI-RACER 8AT992,000
Double Cab 4 ประตูDBL 3.0 XTR HI-RACER 6AT1,242,000
Double Cab 4 ประตูDBL 3.0 XTR 4×4 6AT1,352,000

Bold New Mazda BT-50 มาพร้อมแคมเปญพิเศษตลอดเดือนมกราคม กับข้อเสนอดอกเบี้ย 1.99%* พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี* หรือ ส่วนลดสูงสุด 55,000 บาท*

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Bold New Mazda BT-50

อุปกรณ์ที่เปลี่ยนแปลงจากรุ่นก่อนหน้า

อุปกรณ์มาตรฐานBold New Mazda BT-50
อัพเกรดระบบแสดงข้อมูลการขับขี่·       หน้าจอ MID ขนาด 7 นิ้ว (เดิม 4.2 นิ้ว)

·       ระบบตรวจสอบการเอียงของรถและมุมองศาของล้อ (Vehicle tilt information)

อัพเกรด ADAS·       AEB: ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ

·       DAA: ระบบช่วยเตือนการเหนื่อยล้าขณะขับขี่

·       RCTB: ระบบช่วยเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง

อัพเกรด USB·       อัพเกรดเป็น USB-C ทั้งคอนโซลหน้า-หลัง (ยกเว้นรุ่น FSC XS)

 

รายละเอียดการอัพเกรดจากรุ่นก่อนหน้า

 ดีไซน์/ สเปค/ อุปกรณ์FSC 2.2 XS HI-RACER 6MTDBL 2.2 XT HI-RACER 8ATDBL 3.0 XTR HI-RACER 6ATDBL 3.0 XTR 4×4 6AT
เครื่องยนต์ใหม่เปลี่ยนจาก 1.9 ลิตร เป็น 2.2 ลิตร
เกียร์ใหม่เปลี่ยนเป็น 8AT
ภายนอกล้อขนาด 17” สีดำ
ล้อขนาด 18” สีเงิน
ล้อขนาด 18” สีดำ (Matte Black)
ดีไซน์ด้านหน้าและด้านท้ายแบบใหม่
ไฟท้ายแบบ LED
สปอร์ตบาร์

ชุดตกแต่งกันชนหน้า ชุดตกแต่งซุ้มล้อ

พื้นปูกระบะแบบไร้ขอบ

ภายในเปลี่ยนสีเบาะหนังจากสีกากีเป็นสีดำ-ส้ม Terracotta
วัสดุตัดขอบเปลี่ยนจากสีกากีเป็นสีส้ม Terracotta
อัพเกรดอุปกรณ์หน้าจอ MID เปลี่ยนเป็น 7”
เพิ่มระบบ Vehicle tilt information
เพิ่มระบบ RCTB
เพิ่มระบบ DAA
ขนาดหน้าจอ Center Display8”9”9”9”
เปลี่ยนจาก USB-A เป็น USB-C 

 

ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคและอุปกรณ์มาตรฐาน

 ขับเคลื่อน 2 ล้อ ขับเคลื่อน 4 ล้อ
 ฟรีสไตล์ แค็บ
FSC 2.2 XS HI-RACER 6MT
ดับเบิ้ล แค็บ
DBL 2.2 XT HI-RACER 8AT
ดับเบิ้ล แค็บ
DBL 3.0 XTR HI-RACER 6AT
ดับเบิ้ล แค็บ
DBL 3.0 XTR 4×4 6AT
เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง
แบบเครื่องยนต์ RZ4F-TC DOHC แถวเรียง4 สูบ 16 วาล์ว VGS เทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์  /
4JJ3-TCX DOHC แถวเรียง 4 สูบ 16 วาล์ว VGS เทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์
ปริมาตรกระบอกสูบ   ซีซี2,1642,999
อัตราส่วนกำลังอัด 15.9 : 116.3 : 1
ความกว้างกระบอกสูบ x ระยะชัก มม.83.0 x 100.095.4 x 104.9
แรงม้าสูงสุด (EEC-NET) PS (กิโลวัตต์) / รอบต่อนาที 163 (120) / 3,600190 (140) / 3,600
แรงบิดสูงสุด (EEC-NET) นิวตัน-เมตร / รอบต่อนาที 400 / 1,600-2,400450 / 1,600-2,600
ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง คอมมอนเรล ไดเร็คอินเจ็คชั่น (Common Rail Direct Injection) 
ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิงลิตร 76  
ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง  ดีเซล (สูงสุด B20)            
มาตรฐานไอเสีย  ยูโร ระดับ 5          
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย  กม./ ลิตร 14.915.414.313.5
เทคโนโลยีและระบบช่วงล่าง
ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Sports Paddle Shift)
ระบบเบรก               หน้าดิสก์เบรก พร้อมระบบครีบระบายความร้อน
หลังดรัมเบรก
ระบบพวงมาลัยแร็คแอนด์พีเนียน  พร้อมพาวเวอร์ช่วยผ่อนแรง แกนพวงมาลัยสามารถยุบตัวได้
ระบบกันสะเทือนหน้าอิสระปีกนก 2 ชั้น คอยล์สปริง เหล็กกันโครงพร้อมโช้กอัพ
หลังแหนบแผ่นซ้อนพร้อมโช้กอัพ
ล้ออัลลอย17 x 7J18 x 7.5J18 x 7.5j18 x 7.5j
ขนาดยาง และยางอะไหล่255/65 R17265/60 R18265/60 R18265/60 R18