Home Blog Page 90

บางจากฯ ร่วมช่วยเหลือเกษตรกร เติมน้ำมันบางจากทุกชนิด รับฟรีมะม่วงแฟนซี 1 ถุง

0
บางจาก 1

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงที่มีผลผลิตตามฤดูกาลจำนวนมาก ด้วยการรับซื้อมะม่วงแฟนซีคละสายพันธุ์นำมาสมนาคุณลูกค้า โดยสมาชิกบางจากกรีนไมลส์ เติมน้ำมันชนิดใดก็ได้ตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไป รับฟรีมะม่วงแฟนซี 1 ถุง น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม มูลค่า 30 บาท ตั้งแต่วันที่ 6 – 8 มิถุนายน 2568 หรือจนกว่าของจะหมด ที่สถานีบริการน้ำมัน บางจาก ในเขตกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ที่ร่วมรายการ ดูรายละเอียดได้ที่ www.bcpgreenmiles.com

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บางจากฯ ได้ร่วมช่วยเหลือกลุ่มชุมชนเกษตรกรมาอย่างต่อเนื่องด้วยการคัดสรรผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลผลิตทางการเกษตร เช่น กล้วยอบกรอบ ลูกหยีกวน ลูกไหนอบแห้ง เป็นต้น มาเป็นของสมนาคุณลูกค้า และยังร่วมมือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ รับซื้อผลผลิตทางการเกษตรที่ออกมาพร้อมกันจำนวนมากตามฤดูกาล เช่น ส้ม มะนาว ไข่ไก่ มังคุด สับปะรด ลำไย กระเทียม หอมแดง เป็นต้น ฯลฯ นำมาเป็นของสมนาคุณลูกค้าผู้ใช้น้ำมัน เพื่อร่วมดูดซับผลผลิตและพยุงราคา และช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชน

บางจากฯ ดำเนินงานไปพร้อมกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม ด้วยแนวคิด Greenovative Destination ของสถานีบริการน้ำมันบางจากที่มีเป้าหมายให้ผู้บริโภคได้ใช้พลังงานคุณภาพสูงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีธุรกิจเสริมต่างๆ หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ความสะดวกสบาย

“พาณิชย์” จับมือ 4 ปั๊มน้ำมัน ซื้อมะม่วงแฟนซีภาคเหนือ นำแจกเป็นของสมนาคุณผู้เติมน้ำมัน

0
กรมการค้าภายใน 1

กรมการค้าภายในจับมือสถานีบริการน้ำมัน 4 รายใหญ่ “พีที โออาร์ บางจาก ซัสโก้” รับซื้อมะม่วงแฟนซีจากเกษตรกรในภาคเหนือ นำแจกเป็นของสมนาคุณให้กับผู้เติมน้ำมัน ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมาณมณฑล ดีเดย์ 6 – 8 มิ.ย.นี้ จนกว่าของจะหมด

พาณิชย์ 2

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในได้รับนโยบาย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ในช่วงฤดูกาลผลไม้ ปี 2568 จากปัญหาทางด้านการเกษตรที่ผลไม้ล้นตลาด และนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้สั่งการให้ขับเคลื่อนมาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2468 จึงได้ร่วมมือกับสถานีให้บริการน้ำมันเชื้อเพลิง 4 รายใหญ่ ประกอบด้วย พีที โออาร์ บางจาก และซัสโก้ เข้าไปช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง โดยการรับซื้อมะม่วงแฟนซี ได้แก่ จินหงส์ แดงจักรพรรดิ์ งาช้างแดง และ R2E2 จากกลุ่มเกษตรกร และนำมาจัดทำโปรโมชันเป็นของสมนาคุณให้แก่ประชาชนที่เติมน้ำมัน เพื่อช่วยระบายผลผลิตให้กับเกษตรกร และผลักดันให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น

พาณิชย์ 3

ทั้งนี้ ล่าสุดสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงทั้ง 4 รายใหญ่ ได้เข้าไปรับซื้อมะม่วงแฟนซีจากกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ จ.ลำพูน และ จ.เชียงใหม่ รวม 9 กลุ่ม 6 ตำบล 5 อำเภอ กว่า 2,000 ตัน เพื่อนำมาแจกเป็นของสมนาคุณแล้ว โดยจะเริ่มแจกในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล (นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม อยุธยา ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร) ครอบคลุมพื้นที่ 9 จังหวัด กว่า 1,097 สาขา ตั้งแต่วันที่ 6 – 8 มิถุนายน 2568 รวมระยะเวลา 3 วัน หรือจนกว่าของจะหมด

พาณิชย์ 4

“ผลจากการที่กรมได้เข้าไปเชื่อมโยงผู้ประกอบการให้เข้าไปรับซื้อผลผลิตมะม่วงแฟนซีจากเกษตรกรภาคเหนือ ทำให้ราคามะม่วงแฟนซีปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมั่นใจจะผลักดันให้ราคาดีไปจนสิ้นสุดฤดูกาลผลิตปีนี้ จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน ช่วยกันรณรงค์บริโภคผลไม้ไทย ด้วยการมาเติมน้ำมันรับมะม่วงแฟนซีคุณภาพดีไปบริโภค รับรองไม่ผิดหวัง และยังสามารถหาซื้อได้ตามจุดจำหน่ายโมบายพาณิชย์ในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัดได้อีกด้วย” นายวิทยากรกล่าว

ค่ายรถจองพื้นที่ MOTOR EXPO 2025 คึกคัก !

0

บริษัท สื่อสากล จำกัด เปิดจองพื้นที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ค่ายรถยนต์ และรถจักรยานยนต์มาครบ พื้นที่แสดงรถยนต์กว่า 95 % ถูกจองภายใน 35 นาที

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” เปิดเผยว่า “จากความสำเร็จของงานปีก่อน ที่มียอดจำหน่ายรถยนต์ 54,513 คัน จักรยานยนต์ 7,982 คัน สร้างเม็ดเงินสะพัดรวมกว่า 5.5 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้การเปิดจองพื้นที่ MOTOR EXPO 2025 ภายในอาคารชาลเลนเจอร์ 1-3 รวม 60,000 ตารางเมตร ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยปีนี้มีการขยายพื้นที่รถยนต์ เพื่อต้อนรับแบรนด์ใหม่ๆ และถูกจองเต็มอย่างรวดเร็ว ส่วนพื้นที่สำหรับจักรยานยนต์ และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องถูกจองไปแล้วกว่า 90 %”

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “อลังการงานแสดง-The Magnificent Motor Expo” โดยมีผู้อุปถัมภ์อย่างเป็นทางการ ได้แก่ บริษัท ทรู วิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด และบริษัท ฟินนิกซ์ ฟิล์ม จำกัด

ยิ่งไปกว่านั้น “IMC” สื่อสากล” ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” เล็งเห็นถึงความสำคัญของการจัดงานแบบยั่งยืน โดยมุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จากกิจกรรมต่างๆ ภายในงาน และในงานแถลงข่าวปีนี้ ยังมีการมอบของที่ระลึก ที่ทำจากวัสดุรีไซเคิลจากป้ายไวนิลของการจัดงานปีก่อนอีกด้วย

พบกับ งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2568 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th และทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”

มาแรง ! แซงทุกโปร ! ฮอนด้า เสิร์ฟโปรเด็ดตามใจ ให้คุณเลือกได้ ยังไงก็คุ้ม

0
ฮอนด้า 1

ลูกค้าที่กำลังมองหารถใหม่อยู่ ห้ามพลาด! บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ส่งโปรโมชันพิเศษกลางปีสุดคุ้มค่า ด้วยรถฮอนด้าหลากหลายรุ่นที่พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ กับหลากหลายข้อเสนอ* ให้คุณเลือก ไม่ว่าจะเป็นสายดอกเบี้ย 0% ผ่อนชิลๆ พร้อมฟรีประกันภัย หรือ ฟรี Honda Exclusive Care แพ็กเกจสุดคุ้ม ครอบคลุมตั้งแต่วันออกรถใหม่ มอบความอุ่นใจในระยะยาวสูงสุด 5 ปี หรือ 140,000 กม.* หรือเลือกรับโปร ‘Double Smile Plus’ กับช้อยส์ที่ตรงใจสไตล์คุณ ออกรถที่ใช่ ดาวน์น้อยเริ่มต้นเพียง 10% หรือผ่อนน้อย ค่างวดต่อเดือนสบาย ๆ ก็เป็นเจ้าของรถฮอนด้าได้ง่าย ๆ เสริมความมั่นใจยิ่งขึ้นในการเป็นเจ้าของรถฟูลไฮบริด e:HEV ของฮอนด้าทุกรุ่น ด้วยการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี พิเศษยิ่งขึ้นกับแคมเปญ Honda Happy Trade-in รถเก่าแลกซื้อรถใหม่** เมื่อนำรถยนต์คันเก่ามาขาย และออกรถยนต์ฮอนด้าคันใหม่รุ่นที่ร่วมรายการที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสูงสุดถึง 100,000 บาท* สำหรับลูกค้าที่จองตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2568 – 30 มิถุนายน 2568 และรับรถภายใน 31 กรกฎาคม 2568

ไฮไลต์โปรเด็ดกลางปีหลากรุ่น คุ้มค่าทุกทางเลือก
เลือกรุ่นไหนก็ปัง! ไม่ว่าจะเป็นสายซิตี้คาร์ สายประหยัด สายครอบครัว หรือสายซิ่ง เราก็มีให้ครบ!
⚫ โปรเด็ดเอาใจสายดอกเบี้ย 0% หรือดาวน์ต่ำ ผ่อนน้อย สะดวกรุ่นไหนก็จัดเลย!

ฮอนด้า 2

▶ City Turbo และ City Hatchback Turbo
ซิตี้คาร์ 1,000 เทอร์โบตัวแรง ขับสนุกตอบโจทย์สายสปอร์ต ราคาเริ่มต้น 599,000 บาท เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้
1.ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท
2.Double Smile Plus ค่างวดเริ่มต้นเพียง 5,858 บาท หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%

●เพิ่มเติม สำหรับแคมเปญ Honda Happy Trade-in รถเก่าแลกซื้อรถใหม่** เมื่อนำรถยนต์ฮอนด้าหรือรถยนต์ยี่ห้อใดก็ได้มาขายและออกรถยนต์ Honda City Turbo และ Honda City Hatchback Turbo ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 15,000 บาท เมื่อจองตั้งแต่ 1 – 30 มิถุนายน 2568 และรับรถภายใน 31 กรกฎาคม 2568

▶ City e:HEV และ City Hatchback e:HEV

ฮอนด้า 3
ซิตี้คาร์ไฮบริดสุดคุ้ม ขับประหยัด ออปชั่นจัดเต็ม อัตราเร่งทันใจ ตอบโจทย์ทั้งสายในเมืองนอกเมือง ราคาเริ่มต้น 729,000 บาท เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้
1.ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
2.Double Smile Plus ค่างวดเริ่มต้นเพียง 7,130 บาท หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%

▶ All-new HR-V e:HEV

ฮอนด้า 5
ไฮบริด SUV ยอดนิยม สปอร์ตพรีเมียมลงตัว สะดวกสบาย ขับง่าย รองรับทุกการใช้งานสไตล์อเนกประสงค์ อีกทั้งประหยัดน้ำมันเกินคาด ราคาเริ่มต้น 949,000 บาท เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้
1.ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
2.Double Smile Plus ค่างวดเริ่มต้นเพียง 9,847 บาท หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%

▶ Civic e:HEV

ฮอนด้า 7
สปอร์ตซีดานขวัญใจวัยรุ่น สปอร์ตเท่ ขับมันส์เหลือล้น ประหยัดน้ำมันเหลือ ๆ ราคาเริ่มต้น 1,099,000 บาท
เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้
1.ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
2.Double Smile Plus ค่างวดเริ่มต้นเพียง 11,403 บาท หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%

▶ Accord e:HEV

ฮอนด้า 7
รถซีดานครอบครัว พรีเมียม สะดวกสบายเหนือระดับ ราคาเริ่มต้น 1,529,000 บาท เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้
1.ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
2.Double Smile Plus ค่างวดเริ่มต้นเพียง 15,865 บาท หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%

▶ Honda e:N1
รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นแรกจากฮอนด้า วิ่งได้ 500 กม. ต่อการชาร์จ ดีไซน์โดดเด่น อัตราเร่งแรง ขับสบาย
สมูทในทุกจังหวะ ราคา 1,199,000 บาท มาพร้อมข้อเสนอพิเศษ
●ดอกเบี้ยพิเศษ 0.69% สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) หรือรับดอกเบี้ย 0.99% สำหรับลูกค้าทั่วไป พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี และ
โฮมชาร์จเจอร์และสายชาร์จแบบพกพา พร้อมบริการติดตั้ง
●โดย Honda Exclusive Care 5 ปี สำหรับ Honda e:N1 ประกอบด้วย
✔ฟรีประกันภัย 1 ปี
✔รับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
✔รับประกันแบตเตอรี่ EV และระบบขับเคลื่อน EV ทั้งระบบ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
✔ฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง และค่าอะไหล่ตามตารางการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

เพิ่มเติม กับแคมเปญ Honda Family Happy Trade-in รถเก่าแลกซื้อรถใหม่ เมื่อนำรถยนต์ฮอนด้ามาขายและออกรถยนต์ Honda e:N1 ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 100,000 บาท เมื่อจองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2568 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2568

นอกจากนี้ยังมาพร้อมข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษเพียง 0.99% สำหรับรุ่นอื่น ๆ อาทิ
⮚Civic Turbo รับข้อเสนอดอกเบี้ย 0.99% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี
⮚CR-V e:HEV รับข้อเสนอดอกเบี้ย 0.99% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฟรีฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) ขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ เป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร
⮚City Hatchback DRIVAL รับข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษ 0.84% สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) หรือรับดอกเบี้ย 0.99% สำหรับลูกค้าทั่วไป พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี เพิ่มเติม สำหรับแคมเปญ Honda Happy Trade-in รถเก่าแลกซื้อรถใหม่** เมื่อนำรถยนต์ฮอนด้าหรือรถยนต์ยี่ห้อใดก็ได้มาขายและออกรถยนต์ Honda City Hatchback DRIVAL ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 15,000 บาท เมื่อจองตั้งแต่ 1 – 30 มิถุนายน 2568 และรับรถภายใน 31 กรกฎาคม 2568

⚫ โปรสุดคุ้มกับ Honda Exclusive Care ครอบคลุมตั้งแต่วันออกรถใหม่ ให้คุณอุ่นใจยาว ๆ
ให้คุณเป็นเจ้าของรถ SUV หลากรุ่นได้ง่าย ๆ เลือกช้อยส์ไหนก็คุ้ม ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ย 0% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี และรับเพิ่มบัตรเติมน้ำมัน หรือเลือกค่างวดสบายกระเป๋า พร้อมรับฮอนด้าช่วยผ่อนสูงสุด 24 เดือน*
●Honda Exclusive Care 5 ปี ประกอบด้วย
✔ฟรีประกันภัย 1 ปี
✔ฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง และค่าอะไหล่ตามตารางการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
✔ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง เป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

รถ SUV ฮอนด้า รุ่นที่ร่วมรายการ ได้แก่
●WR-V Compact SUV ขับสนุกแนวสปอร์ต ราคาเริ่มต้น 799,000 บาท รับข้อเสนอดอกเบี้ย 0% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี และรับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 35,000 บาท หรือเลือกผ่อนเบา ๆ รับฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 4,350 บาท จำนวน 24 เดือน รวมมูลค่า 104,400 บาท จ่ายค่างวดเริ่มต้นเพียง 3,940 บาท [คำนวณจาก ฮอนด้า ดับเบิลยูอาร์-วี เกรด SV เงื่อนไขดาวน์ 20% ผ่อน 7 ปี ซึ่งเป็นค่างวดที่หักจากสิทธิพิเศษฮอนด้าช่วยผ่อนแล้ว] หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10% พร้อมรับฟรีประกันภัย 1 ปี
●BR-V รถครอบครัว 7 ที่นั่ง อเนกประสงค์ลงตัวสำหรับทุกคน ราคาเริ่มต้น 915,000 บาท รับข้อเสนอดอกเบี้ย 0% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี และรับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท หรือเลือกผ่อนเบา ๆ รับฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 6,200 บาท จำนวน 12 เดือน รวมมูลค่า 74,400 บาท จ่ายค่างวดเริ่มต้นเพียง 3,294 บาท [คำนวณจาก ฮอนด้า บีอาร์-วี เกรด E สีขาวทาฟเฟต้า เงื่อนไขดาวน์ 20% ผ่อน 7 ปี ซึ่งเป็นค่างวดที่หักจากสิทธิพิเศษฮอนด้าช่วยผ่อนแล้ว] หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10% พร้อมรับฟรีประกันภัย 1 ปี
●CR-V Turbo รถ SUV ครอบครัวที่คุ้มและครบ ราคาเริ่มต้น 1,419,000 บาท รับข้อเสนอดอกเบี้ย 0% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี และรับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท หรือเลือกผ่อนเบา ๆ รับฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 8,300 บาท จำนวน 12 เดือน รวมมูลค่า 99,600 บาท จ่ายค่างวดเริ่มต้นเพียง 6,423 บาท [คำนวณจาก ฮอนด้า ซีอาร์-วี เกรด E เงื่อนไขดาวน์ 20% ผ่อน 7 ปี ซึ่งเป็นค่างวดที่หักจากสิทธิพิเศษฮอนด้าช่วยผ่อนแล้ว] หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%

มอบประสบการณ์การใช้รถยนต์ฮอนด้า ฟูลไฮบริด e:HEV ได้อย่างมั่นใจ ขับสบายไร้กังวลทุกเส้นทาง โดย รถฮอนด้า e:HEV ทุกรุ่น มาพร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง อีกทั้งบริการหลังการขายภายใต้มาตรฐานเดียวกันโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการที่ได้มาตรฐาน ครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 222 แห่ง

เป็นเจ้าของรถฮอนด้าคันที่ชอบ เลือกออกรถกับโปรที่ใช่ในสไตล์คุณได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขาย หรือแชตกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777

 

“เมอร์เซเดส-เบนซ์” ส่งแฟลกชิปโมเดล EQS และ S-Class ร่วมทดสอบระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง ในงาน “Road Safety Week” โดย UNESCAP

0
เมอร์เซเดส-เบนซ์ 1

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์รถยนต์ผู้บุกเบิกเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก ส่งยนตรกรรมระดับ Top-End Luxury 3 รุ่น ได้แก่ EQS 450+ AMG Premium, EQS 450 4MATIC SUV AMG Dynamic และ S 350 d Exclusive ร่วมการทดสอบการใช้งานของระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง หรือ ADAS (Advanced Driver Assistance System) ในงานสัปดาห์ความปลอดภัยทางถนน (Road Safety Week) ที่จัดโดยคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (UNESCAP) เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ (UNCC) โดยมีวัตถุประสงค์หลักของงานคือการส่งเสริมและยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนนให้กับประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

เมอร์เซเดส-เบนซ์  2

เมอร์เซเดส-เบนซ์  3

สำหรับรุ่นที่เข้ารับการทดสอบอย่าง EQS 450+ AMG Premium, EQS 450 4MATIC SUV AMG Dynamic และ S 350 d Exclusive ถือเป็นยนตรกรรมที่ติดตั้งระบบความปลอดภัยระดับสูงจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ไว้อย่างครบครัน โดยเฉพาะระบบช่วยเหลือการขับขี่แบบ Driving Assistance Package ที่ครอบคลุมทั้งระบบรักษาระยะห่างจากรถด้านหน้าและควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Active Distance Assist DISTRONIC) ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องทางจราจร (Active Lane Keeping Assist) ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ (Active Brake Assist) ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Active Blind Spot Assist) โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP® (Electronic Stability Program) ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติในกรณีฉุกเฉิน (Active Emergency Stop Assist) และอีกหลายระบบที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้ผู้ขับขี่รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ มีความมั่นใจในการขับขี่อย่างปลอดภัยในทุกเส้นทาง

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 4

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 6

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทุกสาขาทั่วประเทศ หรือติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

“GWM (Thailand)” ฉลองความสำเร็จกับยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 4 ปี ด้วยการเติบโตสูงถึง 225% ในเดือนพฤษภาคม 2568

0
GWM Thailand 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 ของการดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคง พร้อมประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ ด้วยยอดขายรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา กว่า 1,731 คัน เป็นผลมาจากความสำเร็จของการนำ NEW GWM TANK 300 DIESEL ที่มาพร้อมเทคโนโลยีดีเซล 2.4T เจนเนอเรชันใหม่ล่าสุด เข้ามาสู่ตลาด และสามารถครองใจผู้ใช้งานชาวไทยภายในระยะเวลาอันรวดเร็วหลังเปิดตัวได้ไม่นาน

GWM Thailand 2

สำหรับยอดขาย 1,731 คัน ในเดือนพฤษภาคม 2568 นี้ เติบโตจากเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมาถึง 225% โดย 877 คัน หรือ 50% ของยอดขายรวมทั้งหมดมาจาก NEW GWM TANK 300 DIESEL ในขณะที่อีกประมาณ 50% เป็นสัดส่วนของรถยนต์พลังงานใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับโครงสร้างโดยรวมของตลาดรถยนต์ในประเทศไทย ที่มีสัดส่วนรถยนต์สันดาปภายในและรถยนต์พลังงานใหม่โดยเฉลี่ย 50:50 แสดงให้เห็นว่า GWM ได้นำเสนอทางเลือกผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีระบบพลังงานที่หลากหลายและเหมาะสม ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาจากปี 2567 GWM มียอดขายในระดับหลักร้อยคัน จวบจวนต้นปี 2568 ยอดขายของเราได้เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ และเพิ่มสูงขึ้นสู่ระดับมากกว่า 1,000 คันต่อเดือนในเดือนมีนาคม 2568 และในเดือนพฤษภาคม เราสามารถทำยอดขายที่สูงเป็นประวัติการณ์สู่ระดับ 1,731 คัน

GWM Thailand 3
จากความสำเร็จของการนำ NEW GWM TANK 300 DIESEL เข้ามาสู่ตลาดประเทศไทย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจผ่านการนำเสนอเครื่องยนต์ที่หลากหลาย (Multi-powertrains) เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยอดขายและการเติบโตของ GWM ในประเทศไทยอย่างแท้จริง

สำหรับยอดขายของรถยนต์ GWM ในช่วง 5 เดือนแรก (มกราคม – พฤษภาคม) ของปี 2568 GWM มียอดขายสะสมอยู่ที่ 5,439 คัน เติบโตจากช่วงระยะเวลาเดียวกันของปี 2567 ถึง 50% ซึ่งสวนกระแสกับตลาดรถยนต์โดยรวมที่มีอัตราการเติบโตที่ลดลง

GWM Thailand 4

ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงกลยยุทธ์ระดับโลกและความมุ่งมั่นของ GWM ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพที่หลากหลายและครอบคลุมทุกพลังงาน (Multi Powertrains) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ทั่วโลกและคนไทยได้ ซึ่งการนำ NEW GWM TANK 300 รุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเข้ามาเปิดตัวในประเทศไทย ถือเป็นการนำกลยุทธ์ดังกล่าวมาประยุกต์ใช้และก่อให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม โดย NEW GWM TANK 300 DIESEL กลายมาเป็นผลิตภัณฑ์เรือธงหลักของ GWM ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคชาวไทย และมีการเติบโตของยอดสั่งจองและยอดขายอย่างมั่นคง ในเดือนพฤษภาคม คาดว่า NEW GWM TANK 300 DIESEL จะขึ้นสู่อันดับ Top 3 ในกลุ่ม PPV โดย GWM ได้มีการเพิ่มกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่า เราจะส่งมอบรถยนต์ที่มีคุณภาพสูงสู่มือลูกค้าชาวไทย

GWM Thailand 5

สำหรับเซกเมนต์รถยนต์ไฟฟ้าที่มีการแข่งขันด้านสงครามราคาที่รุนแรง GWM ยังคงยึดถือการแข่งขันด้านคุณภาพและคุณค่าในระยะยาว โดย GWM ORA Good Cat ยังสามารถสร้างยอดขายได้อย่างคงที่ ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้ชาวไทยและติดอันดับแบรนด์ BEV ชั้นนำอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงและพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยที่ไม่ได้เน้นผลิตภัณฑ์ที่มีราคาถูกเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความล้ำสมัย ความปลอดภัย ความคุ้มค่า คุ้มราคา และความเชื่อมั่นที่มีต่อแบรนด์ ซึ่งสองคล้องกับปรัชญาการดำเนินธุรกิจของ GWM ที่ไม่สนับสนุนการแข่งขันโดยใช้สงครามราคา แต่จะเน้นการแข่งขันด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์ การสร้างและพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายที่แข็งแกร่งเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลลูกค้าและพัฒนาด้านการบริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพเป็นสำคัญ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดี สร้างคุณค่า และสร้างความเชื่อมั่นและความอุ่นใจให้กับลูกค้าในระยะยาว

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “GWM (Thailand) ขอขอบคุณผู้ใช้งานชาวไทยกว่า 40,000 รายตั้งแต่วันแรกที่เราได้เข้ามาดำเนินธุรกิจในไทยจวบจนปัจจุบันเป็นระยะเวลากว่า 4 ปี และนี่คือความสำเร็จครั้งสำคัญของเราด้วยยอดขายรายเดือนที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทในประเทศไทย ซึ่งสะท้อนถึงความไว้วางใจที่คนไทยมีให้กับเรา นอกจากนี้ ถึงแม้จะอยู่ในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนและต้องเผชิญกับการแข่งขันที่สูง GWM ก็สามารถแข่งขันได้อย่างมั่นคง เรามีความได้เปรียบในการแข่งขันเหนือกว่าผู้เล่นรายอื่น โดยเรามีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยได้มากกว่า มีรถยนต์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ในทุกประเภทพลังงาน ไม่ว่าจะเป็น ไฮบริด, ปลั๊กอิน-ไฮบริด, รถยนต์ไฟฟ้า 100% และล่าสุดกับเครื่องยนต์ดีเซล ภายใต้แนวคิด ‘All Scenarios, All Powertrains, All Users’ ทั้งนี้ การดำเนินธุรกิจของ GWM ยึดถือการสร้างคุณค่าในระยะยาว มากกว่าการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีราคาถูกออกสู่ท้องตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเซกเมนต์รถยนต์ไฟฟ้าที่มีการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง เพราะเรายึดมั่นและให้ความสำคัญกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์และการดูแลลูกค้าเหนือสิ่งอื่นใด เพื่อสนับสนุนลูกค้าคนไทย พาร์ทเนอร์ชาวไทย และสังคมไทย สร้างการเติบโตของแบรนด์อย่างมั่งคงและยั่งยืนไปพร้อมกับประเทศไทย”

 

พระนครยนตรการ จำกัด (PNA) ประกาศแต่งตั้ง “ธีระพันธุ์ ละอองศรี” ดำรงตำแหน่ง General Manager of Leapmotor Thailand อย่างเป็นทางการ

0
พระนครยนตรการ 1

บริษัท พระนครยนตรการ จำกัด (PNA) ผู้นำในการจัดจำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) แบรนด์ Leapmotor ในประเทศไทย มีความยินดีอย่างยิ่งในการประกาศแต่งตั้ง คุณธีระพันธุ์ ละอองศรี เข้าดำรงตำแหน่ง General Manager of Leapmotor Thailand อย่างเป็นทางการ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป

พระนครยนตรการ 2

คุณธีระพันธุ์เป็นผู้บริหารที่มีประสบการณ์ยาวนานในอุตสาหกรรมยานยนต์ มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนากลยุทธ์ การขับเคลื่อนแบรนด์ และการสร้างความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการผลักดัน Leapmotor ให้เติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทย

ภายใต้บทบาทใหม่ คุณธีระพันธุ์จะดูแลและวางแผนการดำเนินธุรกิจในทุกมิติ ทั้งด้านการตลาด การสื่อสารองค์กร และการพัฒนาเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย โดยมุ่งเน้นไปที่การ ขยายโชว์รูม Leapmotor ให้ครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั่วประเทศ พร้อมยกระดับคุณภาพการให้บริการในทุกจุดสัมผัสของลูกค้า

อีกหนึ่งภารกิจสำคัญคือการยกระดับ การบริการหลังการขาย ให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้น ทั้งในด้านความรวดเร็ว ความพร้อมของอะไหล่ และการสร้างความประทับใจในทุกขั้นตอนของการบริการ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า เมื่อเลือก Leapmotor แล้ว จะได้รับทั้งผลิตภัณฑ์คุณภาพและบริการที่เหนือความคาดหมาย

PNA มุ่งมั่นที่จะนำพาแบรนด์ Leapmotor ก้าวสู่การเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทย ด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน พร้อมการบริหารจัดการที่แข็งแกร่ง เพื่อรองรับการเติบโตของตลาด EV ในอนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

นิสสันจัดประชุมผู้จำหน่ายประจำปี ย้ำความมุ่งมั่นต่อประเทศไทย ร่วมยกระดับความพึงพอใจของลูกค้า สร้างการเติบโต เดินหน้าไปพร้อมกัน

0
นิสสัน ประเทศไทย 1

นิสสัน ประเทศไทย จัดงานประชุมผู้จำหน่ายประจำปี 2568 ในธีม “Achieve Together” ขอบคุณผู้จำหน่ายทั่วประเทศที่ได้ร่วมกันสร้างความสำเร็จในปีที่ผ่านมา และตอกย้ำความมุ่งมั่นที่มีต่อประเทศไทย และผู้จำหน่าย ร่วมเดินหน้าสนับสนุนพัฒนาผู้จำหน่ายทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างการเติบโตไปด้วยกัน ผ่านการบริการ และการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจ และความพึงพอใจของลูกค้า เสริมสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ผู้จำหน่ายเป็นพันธมิตรที่มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างการเติบโตทางธุรกิจ และความแข็งแกร่งของแบรนด์ นิสสันอย่างต่อเนื่องมาตลอด นิสสันจึงได้จัดงานประชุมผู้จำหน่ายประจำปีเพื่อขอบคุณผู้จำหน่ายที่ได้ทำงานร่วมกัน และทุ่มเทเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าชาวไทย รวมทั้งยืนยันความมุ่งมั่นของนิสสันที่จะสร้างการเติบโตไปพร้อมกับพันธมิตรผู้จำหน่ายทั่วประเทศ กิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้บริหารนิสสันได้พบปะกับผู้จำหน่าย ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกลยุทธ์ของนิสสัน เทรนด์การตลาด และแนวทางที่จะช่วยให้ผู้จำหน่ายสามารถพัฒนาการบริการ เพื่อยกระดับความพึงพอใจของลูกค้า

ในการประชุมผู้จำหน่ายประจำปี 2025 นิสสันได้ย้ำหัวใจสำคัญของ RE:NISSAN ซึ่งเป็นกลยุทธ์ระดับโลกที่นิสสันประกาศโดยมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจของนิสสันโดยรวม พร้อมทั้งชี้แจงทิศทางธุรกิจของนิสสันประเทศไทย โดยเป็นการวางแนวทางธุรกิจในประเทศ ทั้งนี้ นิสสันประเทศไทยยังได้เปิดเผยแผนการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ล่วงหน้า เพื่อให้ผู้จำหน่ายมีเวลาเตรียมความพร้อมอย่างเพียงพอสำหรับการเปิดตัว และสามารถส่งมอบความตื่นเต้นรูปแบบใหม่ให้กับลูกค้าชาวไทยได้อย่างต่อเนื่อง

โทชิฮิโระ ฟูจิคิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย และนิสสัน อาเซียน กล่าวว่า “นิสสันให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับพันธมิตร และผู้จำหน่ายของเรา ตลอดเวลากว่า 72 ปี ที่ผ่านมา นิสสันอยู่ในประเทศไทย และประสบความสำเร็จมากมาย ซึ่งต้องขอขอบคุณการสนับสนุน และความร่วมมือเป็นอย่างดีจากผู้จำหน่ายทุกท่าน และนิสสัน ประเทศไทย จะยังคงมุ่งมั่น เดินหน้าเพื่อสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจในประเทศไทยไปพร้อมกับพันธมิตร และผู้จำหน่ายทุกราย”

นิสสัน ประเทศไทย 2

เครือข่ายผู้จำหน่ายของนิสสันมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ของบริษัท เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน นิสสันได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้ายุคใหม่ เช่น ระบบดิจิทัลที่ถูกพัฒนาให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของผู้คน เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าในวงกว้างมากขึ้น โดยระบบเหล่านี้จะช่วยมาเสริมศักยภาพของผู้จำหน่ายในแง่การปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการได้ดียิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต

“ZEEKR PRIMUS” ตอกย้ำผู้นำแบรนด์พรีเมี่ยม-ลักชูรีย์ รุดสร้าง FLAGSHIP โชว์รูม-ศูนย์บริการ ZEEKR แห่งแรก บนราชพฤกษ์

0
ZEEKR PRIMUS 1

ZEEKR PRIMUS (ซีเคอร์ ไพรม์มัส) ตอกย้ำผู้นำแบรนด์พรีเมี่ยม-ลักชูรี่ย์ เดินหน้าโครงการก่อสร้าง FLAGSHIP โชว์รูมและศูนย์บริการ ZEEKR แห่งแรก ย่านราชพฤกษ์ สะท้อนความสมบูรณ์แบบด้านบริการ รองรับการขยายตัวลูกค้าในไทย คาดเปิดบริการไตรมาส 3 ปี 2568

ZEEKR PRIMUS 2

นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัท ไพรม์มัส เพรสทีจ จำกัด และบริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป เปิดเผยว่า ตามที่ PRIMUS GROUP (ไพรม์มัส กรุ๊ป) ได้ขยายการลงทุนและสร้างความแข็งแกร่งในธุรกิจผู้จำหน่ายรถยนต์ในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมเป็นพันธมิตรกับ ZEEKR ประเทศไทย แบรนด์รถยนต์พรีเมี่ยม-ลักชูรีย์ จากประเทศจีน และได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ในนาม ZEEKR PRIMUS เมื่อปลายปี 2567 นั้น

ล่าสุด ทาง ZEEKR PRIMUS ได้เริ่มโครงการก่อสร้าง ZEEKR HOUSE แห่งใหม่ บนถนนราชพฤกษ์ ด้วยพื้นที่กว่า 4 ไร่ เป็น FLAGSHIP ZEEKR SHOWROOM & SERVICE CENTER แห่งแรก ด้วยมาตรฐาน CI ใหม่ล่าสุด ที่ครอบคลุมบริการทั้งด้านการขาย และบริการหลังการขายที่ครบวงจร พร้อมเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการให้แก่ลูกค้าอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบและรองรับการเติบโตของลูกค้าในอนาคต

ZEEKR PRIMUS 3

“ด้วยแนวคิดและวิสัยทัศน์ของ ZEEKR ประเทศไทย ที่ให้ความสำคัญการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่มีมาตรฐานระดับสูง เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ควบคู่กับการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ระดับพรีเมี่ยม-ลักชูรีย์ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของ PRIMUS GROUP เราจึงเชื่อมั่นว่า การลงทุนก่อสร้าง ZEEKR HOUSE แห่งใหม่นี้ จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจของ PRIMUS GROUP และ ZEEKR ประเทศไทย ให้ความแข็งแกร่งและมั่นคงต่อไปในอนาคต

ZEEKR PRIMUS 4

นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส เพรสทีจ จำกัด และบริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป เปิดเผยว่า ด้วยหลักการของ PRIMUS GROUP ที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เราจึงเน้นการยกระดับมาตรฐานการบริการทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย ที่แตกต่างและเหนือระดับ รวมถึงการมอบประสบการณ์ระดับพรีเมี่ยม-ลักชูรีย์ให้แก่ลูกค้า และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าในระยะยาว

ZEEKR PRIMUS 7

ดังนั้น การดีไซน์โชว์รูมและศูนย์บริการแห่งนี้ นอกจากเป็นไปตามมาตรฐาน CI ใหม่แล้ว เราได้เพิ่มเติมความหรูหรา ล้ำสมัย และความสะดวกสบายสูงสุด เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงความเป็นพรีเมี่ยมแบรนด์ ที่เพียบพร้อมด้วยบริการที่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ

สำหรับการออกแบบภายในโชว์รูม จัดเป็นโซนแสดงรถยนต์ ZEEKR ขนาดใหญ่ ครอบคลุมรถยนต์ทุกรุ่นทุกแบบ พร้อมพื้นที่สำหรับให้คำปรึกษาด้านผลิตภัณฑ์ที่เป็นสัดส่วนโดยเฉพาะ, โซนรับรองลูกค้าสุดเอ็กซ์คลูซีพ เพื่อรองรับการเข้ารับบริการในทุกๆ ด้าน โดยมีเครื่องดื่มและอาหารสำหรับบริการพิเศษโดยเฉพาะ พร้อมโซนส่งมอบรถยนต์ให้แก่ลูกค้า เพื่อสร้างความประทับใจในช่วงเวลาพิเศษสำหรับการเป็นครอบครัวเดียวกันกับ ZEEKR PRIMUS

 

ด้านบริการหลังการขาย ได้จัดสรรพื้นที่สำหรับศูนย์บริการขนาดใหญ่ รองรับงานบริการหลังการขายที่ครอบคลุมการดูแลรักษา และซ่อมบำรุงรักษารถยนต์ ZEEKR ตามมาตรฐานระดับสูง ด้วยอุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัย รองรับความสะดวสบายอย่างเต็มรูปแบบให้แก่ลูกค้าในทุกงานบริการ

สำหรับ ZEEKR HOUSE แห่งนี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ ภายในไตรมาส 3 ของปี 2568 ปัจจุบัน ทาง ZEEKR PRIMUS ได้จัดทำโชว์รูมและศูนย์บริการ (ชั่วคราว) บนถนนราชพฤกษ์ เพื่อรองรับความสะดวกสบายในการเข้ารับบริการของลูกค้าพื้นที่ดังกล่าวและพื้นที่ใกล้เคียง

ZEEKR PRIMUS 9

ด้าน นาย อเล็กซ์ เป่า กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แบรนด์รถยนต์ ZEEKR กล่าวว่า ผมต้องขอแสดงความยินดีในพิธีบวงสรวงยกเสาเอกการก่อสร้าง ZEEKR HOUSE ของ PRIMUS GROUP ซึ่งเป็น FLAGSHIP SHOWROOM & SERVICE CENTER แห่งแรก บนถนนราชพฤกษ์ นับเป็นทำเลที่ตั้งที่มีศักยภาพ และถือเป็นยุทธ์ศาสตร์ที่สำคัญในการรองรับ และมอบการบริการให้แก่ลูกค้า ZEEKR ในอนาคต

 

ด้วยความเป็นมืออาชีพ และศักยภาพในการดำเนินธุรกิจของ PRIMUS GROUP ผมเชื่อมั่นว่า ZEEKR PRIMUS จะสามารถส่งมอบยนตรกรรมและบริการที่เหนือระดับให้แก่ลูกค้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดังนั้น การเริ่มโครงการก่อสร้าง ZEEKR HOUSE ในวันนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่จะขับเคลื่อนธุรกิจและภาพลักษณ์ของแบรนด์ ZEEKR ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในประเทศไทย

“SUZUKI SWIFT DOUBLE DEAL” โปรแรงแซงทุกดีล! ซื้อ SUZUKI SWIFT วันนี้ รับฟรี SUZUKI WORRY FREE PROGRAM 777 พร้อม ข้อเสนอพิเศษ ช่วยผ่อนคนละครึ่ง นาน 1 ปี!

0
SUZUKI SWIFT DOUBLE DEAL 1

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ชวนคุณมาเป็นเจ้าของ SUZUKI SWIFT สปอร์ตแฮทช์แบ็กอีโคคาร์รุ่นยอดนิยม พร้อมร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งความคุ้มค่า ด้วยแคมเปญสุดเร้าใจ “SUZUKI SWIFT DOUBLE DEAL” ตลอดเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2568 ที่จะทำให้การเป็นเจ้าของ SUZUKI SWIFT เป็นเรื่องง่ายและสบายใจยิ่งกว่าเคยSUZUKI SWIFT ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ที่ครบครัน ทั้งด้านดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว ทันสมัย ประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ และสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกสนาน ตอบโจทย์การใช้งานในเมืองและเดินทางไกลได้อย่างลงตัว ด้วยความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบความคุ้มค่าสูงสุดให้แก่ลูกค้า ซูซูกิจึงจัดเต็มด้วยข้อเสนอที่พลาดไม่ได้

SUZUKI SWIFT DOUBLE DEAL 2

แคมเปญ “SUZUKI SWIFT DOUBLE DEAL” มาพร้อมความคุ้มค่าที่มอบให้คุณมากกว่าใคร ดังนี้

•SUZUKI WORRY FREE PROGRAM 777 โปรแกรมที่ช่วยให้คุณมั่นใจในคุณภาพและประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้อย่างแท้จริง
ฟรี Exclusive Maintenance Service 7 ปี
ฟรี Suzuki Warranty 7 ปี
ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 7 ปี
•พร้อม โปรแกรม ช่วยผ่อนคนละครึ่ง ระยะเวลานานถึง 1 ปีเต็ม** เพื่อช่วยให้คุณสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างคล่องตัวยิ่งขึ้น

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “SUZUKI SWIFT ได้รับความนิยมจากลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยดีไซน์ สมรรถนะ และความประหยัดน้ำมันที่โดดเด่น เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าและตอบรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น เราจึงจัดแคมเปญสุดพิเศษ “SUZUKI SWIFT DOUBLE DEAL” โดยเน้นโปรแกรม SUZUKI WORRY FREE PROGRAM 7 ปี และข้อเสนอช่วยผ่อนครึ่งหนึ่งถึงหนึ่งปีเต็ม ซึ่งเรามั่นใจว่าจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและมอบความสบายใจในการเป็นเจ้าของ SUZUKI SWIFT ได้อย่างแท้จริง”

SUZUKI SWIFT DOUBLE DEAL 3

คุณสมบัติเด่นของ SUZUKI SWIFT: สปอร์ตแฮทช์แบ็กอีโคคาร์ที่ครบครัน ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง
•เครื่องยนต์ทรงพลัง ประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ: ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน K12M ขนาด 1.2 ลิตร DUALJET ให้พละกำลัง 83 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 108 นิวตันเมตร มอบอัตราเร่งที่ตอบสนองดีเยี่ยม และความประหยัดน้ำมันโดดเด่นถึง 23 กิโลเมตรต่อลิตร

SUZUKI SWIFT DOUBLE DEAL 4
•เกียร์อัตโนมัติ CVT ขับขี่นุ่มนวล: ระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT (Continuously Variable Transmission) ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวลและต่อเนื่อง เพื่อประสิทธิภาพการขับขี่ที่ราบรื่นในทุกเส้นทาง
•ดีไซน์ภายนอกโดดเด่น มีเอกลักษณ์: โฉบเฉี่ยวด้วยไฟหน้า LED Projector พร้อม Daytime Running Light (DRL) และไฟท้าย LED ที่ออกแบบให้เข้ากับรูปทรงสปอร์ตของรถอย่างลงตัว

SUZUKI SWIFT DOUBLE DEAL 5
•ห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบาย ปรับใช้ได้หลากหลาย: ภายในออกแบบให้กว้างขวาง นั่งสบาย รองรับผู้โดยสารได้เต็มที่ พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายที่ยืดหยุ่น สามารถปรับพับเบาะหลังเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้หลากหลายรูปแบบ

SUZUKI SWIFT DOUBLE DEAL 7
•เทคโนโลยีความปลอดภัยครบครัน มั่นใจทุกเส้นทาง: มั่นใจในทุกการเดินทางด้วยถุงลมนิรภัย SRS มากถึง 6 ตำแหน่ง, ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Hold Control), ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (TCS), ระบบเบรก ABS, EBD, BA และระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP (Electronic Stability Program) ที่ช่วยให้การขับขี่มั่นคงในทุกสภาพถนน

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า แคมเปญพิเศษ “SUZUKI SWIFT DOUBLE DEAL” ยังคงอยู่ภายใต้ปรัชญา “SUZUKI Cause We Care-เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” เรามุ่งมั่นส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายและคุ้มค่าเหมาะสมกับลูกค้าชาวไทย พร้อมเดินหน้าพัฒนางานบริการทุกด้าน เพื่อยกระดับคุณภาพผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญยิ่งของซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย)

**เงื่อนไขข้อเสนอช่วยผ่อนคนละครึ่ง 1 ปีเต็ม
เฉพาะลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อผ่านสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการ ตัวอย่างเช่น รุ่น SWIFT GLX CVT ราคา 637,000 บาท เงื่อนไขดาวน์ 25% (เงินดาวน์ 159,250 บาท) ผ่อน 84 งวด อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย 3.49% สำหรับงวดที่ 1-12 ลูกค้าผ่อนชำระเริ่มต้นเพียง 3,577 บาทต่อเดือน (ค่างวดลดลง 3,500 บาทต่อเดือน รวมมูลค่าที่ซูซูกิช่วยผ่อน 42,000 บาท) ส่วนงวดที่ 13-84 ลูกค้าผ่อนเดือนละ 7,077 บาท ลูกค้าท่านที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและเงื่อนไขทั้งหมดได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ