Home Blog Page 92

เอ็มจี จัดข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติมในช่วงมอเตอร์โชว์ กับ NEW MG4 ELECTRIC และ NEW MG IM6

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ส่งข้อเสนอพิเศษเสิร์ฟความคุ้มค่าให้ลูกค้าเป็นเจ้าของยนตรกรรม อีวีคุณภาพได้ง่ายมากยิ่งขึ้น นำโดย NEW MG IM6 ยนตรกรรมอีวีอัจฉริยะระดับเรือธงรุ่นล่าสุด เพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้ากับ Motor Show 2025 Package และโกลบอลอีวีรุ่นยอดนิยมอย่าง NEW MG4 ELECTRIC ในราคาสุดว้าว กับรุ่น D เริ่มต้นเพียง 559,900 บาท พร้อมรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน เฉพาะช่วงมอเตอร์โชว์ภายในวันที่ 6 เมษายนนี้เท่านั้น

ข้อเสนอทางเลือกพิเศษกับการเป็นเจ้าของพรีเมียมอีวีที่ดีที่สุดในตลาด  NEW MG IM6

แคมเปญสุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะช่วงงานมอเตอร์โชว์เท่านั้น!!! เพิ่มทางเลือกพิเศษในการเป็นเจ้าของ NEW MG IM6 รุ่น Premium 2WD ราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 1,299,900 บาท และ รุ่น PERFORMANCE AWD จัดจำหน่ายในราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 1,699,900 บาท 

Prime Package                                                              

Premium 2WD 1,399,900 บาท

Performance AWD 1,799,900 บาท

  • MG SHIELD ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 2 ปี
  • ฟรี รับ IM MAG HUB SET PACKAGE
  • ฟรี MG HOME CHARGER พร้อมติดตั้ง
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนระดับพรีเมียม นาน 5 ปี
  • ฟรี ค่าบริการระบบปฏิบัติการ i-SMART นาน 5 ปี
  • ฟรี บริการค่าจดทะเบียน กรอบป้ายทะเบียน และชุดพรมปูพื้น
  • สิทธิพิเศษ การบริการ MG PREMIUM FAST LANE
  • สิทธิพิเศษ การบริการ MG PREMIUM CALL CENTRE
  • ดอกเบี้ยพิเศษ 99% นาน 48 เดือน
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

 

Motor Show 2025 Package

Premium 2WD 1,299,900 บาท

Performance AWD 1,699,900 บาท

  • MG SHIELD ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER พร้อมติดตั้ง
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนระดับพรีเมียม นาน 5 ปี
  • ฟรี ค่าบริการระบบปฏิบัติการ i-SMART นาน 5 ปี
  • ฟรี บริการค่าจดทะเบียน กรอบป้ายทะเบียน และชุดพรม ปูพื้น
  • สิทธิพิเศษ การบริการ PREMIUM FAST LANE
  • สิทธิพิเศษ การบริการ PREMIUM CALL CENTRE
  • ดอกเบี้ยพิเศษ 99% นาน 48 เดือน
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

ความคุ้มค่าครั้งใหม่กับ NEW MG4 ELECTRIC โกลบอลโมเดลรุ่นยอดนิยม

นอกจากนี้ NEW MG4 ELECTRIC จัดข้อเสนอพิเศษเพิ่ม โดย STANDARD RANGE รุ่น D จัดจำหน่ายในราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 559,900 บาท จากราคาปกติ 709,900 บาท และ LONG RANGE รุ่น D จัดจำหน่ายในราคาเพียง 664,900 บาท จากราคาปกติ 769,900 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษในช่วงงานมอเตอร์โชว์เท่านั้น ได้แก่

  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนดเท่านั้น

 

ผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสและทดลองขับยนตรกรรมทุกรุ่น พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษของ เอ็มจี ได้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 6 เมษายน นี้ ณ บูธ เอ็มจี หมายเลข A08 อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี และที่โชว์รูม เอ็มจี ทั้ง 140 แห่งทั่วประเทศ

 

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ส่งโปรแรงสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า จ่ายค่าผ่อนให้ 9 เดือนเต็ม พร้อมดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 5 ปี และข้อเสนอที่พลาดไม่ได้อีกมากมายในงานมอเตอร์โชว์ 2025

0

หลังจากที่ได้เผยโฉมทัพยานยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดจากทั้งบีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด
ที่จะมาร่วมสร้างความตื่นตาในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เตรียมยกระดับความร้อนแรงไปอีกขั้นด้วยข้อเสนอสุดพิเศษจากแคมเปญ ‘JOY With Confidence’ สำหรับลูกค้าที่เลือกเป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูภายในงาน สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู i รุ่นพลังงานไฟฟ้าที่เข้าร่วมรายการ ลูกค้าจะได้เป็นเจ้าของรถคันใหม่ได้อย่างไร้กังวล โดยไม่ต้องผ่อนถึง 9 เดือนเต็ม ขณะที่บีเอ็มดับเบิลยู M และ M Performance รุ่นที่ร่วมรายการ มาพร้อมกับคอร์สเรียนเทคนิคการขับขี่สุดเร้าใจในเกาหลีใต้ ภายใต้ความดูแลและคำแนะนำจาก Instructor ผู้ฝึกสอนที่เชี่ยวชาญ

เพื่อยกระดับประสบการณ์ให้พิเศษยิ่งขึ้น บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ยังมีดีลพิเศษเพิ่มเติมสำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูอีกหลายรุ่น ครบครันทั้งการขยายระยะเวลารับประกัน ส่วนลดจากการเทรดรถยนต์คันเก่า เครดิตการชาร์จ แบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า และการรับประกันมูลค่าขายต่อในอนาคต

สำหรับรถยนต์และมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ที่จะมาเปิดตัวในงานนั้น บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังถือโอกาสนี้ประกาศราคาจำหน่ายยานยนต์ใหม่ ก่อนที่จะได้สัมผัสตัวจริงกันในงานมอเตอร์โชว์ที่จะเปิดฉากขึ้นในวันที่
26 มีนาคมนี้

ข้อเสนอพิเศษใหม่ล่าสุดจากบีเอ็มดับเบิลยู ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46

สำหรับลูกค้าที่ทำการจอง และรับมอบรถบีเอ็มดับเบิลยูรุ่นที่กำหนด พร้อมทำสัญญาทางการเงินกับ บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 30 เมษายน 2568

รุ่น ข้อเสนอพิเศษ
[ใหม่] บีเอ็มดับเบิลยู i5 eDrive40, iX xDrive50, i7 xDrive60

ข้อเสนอฟรีค่างวดผ่อนชำระ 9 เดือน, ข้อเสนอราคาผ่อนพิเศษต่อเดือน, และข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษ 0%

·        บีเอ็มดับเบิลยูผ่อนให้ถึง 9 เดือนเต็ม เมื่อเลือกเป็นเจ้าของภายใต้สัญญาในโปรแกรม Hire Purchase with Balloon

·        ผ่อนเริ่มต้น 25,000 บาท/เดือน (สำหรับรุ่น i5 eDrive40 M Sport (Inspiring))

·        อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% เมื่อทำสัญญากับบีเอ็มดับเบิลยู
ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย เป็นระยะเวลา 48-60 เดือน

·        ฟรี BMW Wall Box

·        ฟรี เครดิตการชาร์จมูลค่า 20,000 บาทที่สถานีชาร์จ Elex by EGAT

·        ขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์ BMW Extended Warranty สูงสุด 8 ปี

·        การันตีมูลค่าการขายต่อในอนาคต สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาแบบ BMW Freedom Choice

[ใหม่] บีเอ็มดับเบิลยู X1 ·        ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

·        อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%

·        ผ่อนเริ่มต้น 15,799 บาท/เดือน (สำหรับรุ่น X1 sDrive20i xLine เท่านั้น)

·        ขยายเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์ BMW Extended Warranty เพิ่มอีก 1 ปี

·        รับส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท (สำหรับรุ่น X1 sDrive20i xLine เท่านั้น) หรือ 50,000 บาท (สำหรับรุ่น X1 sDrive20i M Sport เท่านั้น) เมื่อนำรถยนต์เก่ามาแลกซื้อ

บีเอ็มดับเบิลยู X3 20d, X3 M50

 

 

·        ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

·        ผ่อนเริ่มต้น 32,299 บาท/เดือน

บีเอ็มดับเบิลยู 330e ·        ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 2 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

·        ผ่อนเริ่มต้น 23,799 บาท/เดือน

บีเอ็มดับเบิลยู M340i ·        ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

·        ผ่อนเริ่มต้น 33,999 บาท/เดือน

บีเอ็มดับเบิลยู 320d ·        ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 3 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

·        อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%

·        ผ่อนเริ่มต้น 23,799 บาท/เดือน

บีเอ็มดับเบิลยู iX3 ·        ฟรี BMW Wall Box

·        ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 3 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

·        อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%

·        ผ่อนเริ่มต้น 27,499 บาท/เดือน

บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ·        ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 3 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

·        อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%

·        ผ่อนเริ่มต้น 32,299 บาท/เดือน

บีเอ็มดับเบิลยู M และ M Performance

 

(รุ่นที่เข้าร่วม บีเอ็มดับเบิลยู M240i, บีเอ็มดับเบิลยู i4 M50, บีเอ็มดับเบิลยู M440i
(รุ่นก่อนปรับโฉม), บีเอ็มดับเบิลยู Z4 M40i, บีเอ็มดับเบิลยู i5 M60, บีเอ็มดับเบิลยู M3 CS, บีเอ็มดับเบิลยู M3 Touring, บีเอ็มดับเบิลยู M4 Coupe (รุ่นก่อนปรับโฉม) และ บีเอ็มดับเบิลยู X4M)

·        ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 3 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

·        ผ่อนเริ่มต้น 37,299 บาท/เดือน

·        ฟรี แพ็คเกจ BMW Driving Experience ที่เกาหลีใต้ สำหรับรุ่น M240i, i4 M50, i5 M60, M440i (รุ่นก่อนปรับโฉม), Z4 M40i, M3 CS, M3 Touring (รุ่นก่อนปรับโฉม) และ M4 Coupe (รุ่นก่อน
ปรับโฉม)

บีเอ็มดับเบิลยู 320Li / 330Li ·        ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 2 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

·        อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%

·        ผ่อนเริ่มต้น 19,999 บาท/เดือนหรือ อัปเกรดระยะเวลา BSI Ultimate นานสูงสุด 5 ปี

·        ฟรี ขยายเวลา BMW Extended Warranty (การรับประกันคุณภาพรถยนต์) เพิ่มอีก 1 ปี

บีเอ็มดับเบิลยู X3 30e ·        ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 2 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

·        ผ่อนเริ่มต้น 33,099 บาท/เดือน

บีเอ็มดับเบิลยู X5 30e ·        ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 2 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

·        ผ่อนเริ่มต้น 46,399 บาท/เดือน

บีเอ็มดับเบิลยู รุ่นพลังงานไฟฟ้า

 

(บีเอ็มดับเบิลยู i4, i5, i7, iX2, iX)

·        ฟรี BMW Wall Box

·        ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

·        ผ่อนเริ่มต้น 31,099 บาท/เดือน

·        ฟรี เครดิตการชาร์จมูลค่า 20,000 บาทที่สถานีชาร์จ Elex by EGAT

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bmw.co.th/th/topics/offers-and-services/promotional-offers/bmw-march-2025-motorshowoffer.html#tabs-977a40841f-item-1d09a77bfc-tab

ผู้สนใจสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เฟซบุ๊กแฟนเพจ BMW Thailand หรือติดต่อ BMW Contact Centre ที่เบอร์ 1397

 

ข้อเสนอพิเศษจากมินิในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46

พบกับข้อเสนอพิเศษ** ที่พร้อมเปิดทางให้คุณได้โลดแล่นไปกับมินิหลากสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ไฟฟ้าขับสนุกหรือรถอเนกประสงค์สำหรับการผจญภัยครั้งใหม่ ด้วยความอุ่นใจจากอัตราผ่อนชำระพิเศษ ประกันภัยชั้นหนึ่ง และอื่นๆ

รุ่น ข้อเสนอพิเศษ
MINI Cooper SE และ MINI Aceman SE

 

·        ฟรี MINI Wall Box

·        ฟรี ประกันภัยชั้น 1 MINI Protect สูงสุด 2 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

·        ผ่อนเริ่มต้น 11,555 บาท/เดือน (สำหรับ MINI Cooper SE) และ 15,555 บาท/เดือน (สำหรับ MINI Aceman SE)

MINI Countryman S ALL4 ·        ฟรี ประกันภัยชั้น 1 MINI Protect สูงสุด 3 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

·        ฟรี กล้องหน้ารถ Advanced Car Eye 3.0 สำหรับรุ่น MINI Countryman S ALL4 Classic

·        ผ่อนเริ่มต้น 22,099 บาท/เดือน

**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.mini.co.th/en_TH/home/serv/special-offers/the_new_mini_family.html

 

ข้อเสนอพิเศษจากบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46

ออกตัวสู่ทุกเส้นทางกับสองล้อคู่ใจคันใหม่จากบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ด้วยข้อเสนอพิเศษ*** ที่มีทั้งประกันภัยชั้นหนึ่ง ขยายเวลาบริการหลังการขาย และอัตราดอกเบี้ยพิเศษสุด

รุ่น ข้อเสนอพิเศษ
บีเอ็มดับเบิลยู C 400 GT ·        ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Motorrad Protect สูงสุด 1 ปี

·        ขยายระยะเวลา แพ็คเกจบริการหลังการขาย BMW Motorrad Service Inclusive เป็น 3 ปีเต็ม

บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure ·        เลือกจาก

o   ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Motorrad Protect สูงสุด 1 ปี

o   อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%

บีเอ็มดับเบิลยู R 1300 GS ·        อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 2.65% สำหรับลูกค้าเดิมของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เท่านั้น

***เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

 

 

“ไทยยามาฮ่ามอเตอร์” เนรมิตบูธสุดอลังการ สะท้อนความสุดในทุกฟีล! ภายใต้แนวคิด “Feel The Unique Experience – สุดทุกทาง…ต่างทุกฟีล”

0

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิต และจำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าในประเทศไทย พร้อมส่งมอบประสบการณ์ในทุกฟีลให้กับลูกค้ายามาฮ่า เนรมิตบูธยามาฮ่า “Feel The Unique Experience…สุดทุกทาง ต่างทุกฟีล” มอบที่สุดแห่งประสบการณ์ให้กับลูกค้า เปิดตัวรถซูเปอร์สปอร์ตสายพันธุ์ R-Series รุ่นใหม่ New YAMAHA R9 และ New YAMAHA R3 และรถคลาสสิกสไตล์ Sport Heritage New YAMAHA SR400 Final Edition อัดแน่นโปรโมชันสุดพิเศษทั้งรถสแตนดาร์ด รถบิ๊กไบค์ เครื่องแต่งกาย และผลิตภัณฑ์ยามาลู้ป ผนึกกำลังพันธมิตรทางการค้า มอบที่สุดแห่งประสบการณ์ด้วยกิจกรรมที่ตอบโจทย์ลูกค้าของยามาฮ่าครบทุกไลฟ์สไตล์ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46

นายพงศธร เอื้อมงคลชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวถึงแนวความคิดการออกแบบบูธยามาฮ่า รวมถึงการเปิดตัวรถใหม่ในปีนี้ว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ยามาฮ่ามุ่งมั่นสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายให้กับลูกค้า ภายใต้ปรัชญา “Kando” และสโลแกน “Revs Your Heart” ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความประทับใจ และความพึงพอใจที่เหนือความคาดหมายของลูกค้า ถ่ายทอดผ่านวิถีอันเป็นเอกลักษณ์ของยามาฮ่าทั้ง 5 ประการ ได้แก่ Innovation, Excitement, Confidence, Emotion และ Ties

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ยามาฮ่าได้เปิดตัวแบรนด์แคมเปญ “Feel The Unique Experience – สุดทุกทาง…ต่างทุกฟีล” เพื่อตอกย้ำความโดดเด่นและสร้างความแตกต่างในตลาดรถจักรยานยนต์ ด้วยผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมทางการตลาด ชูความเป็นผู้นำ Trend Setter ตัวจริงในวงการรถจักรยานยนต์ ด้วย สุด…ทุกการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ สุด…ทุกความเร้าใจในการขับขี่ สุด…ทุกสไตล์ สุด…ทุกความมั่นใจ และสุด…ทุกความเป็นตัวตน สำหรับงานมอเตอร์โชว์ปีนี้ ยามาฮ่าได้นำแคมเปญดังกล่าวมาต่อยอด ภายใต้บูธ “Feel The Unique Experience…สุดทุกทาง ต่างทุกฟีล”ด้วยการออกแบบที่สะท้อนความเป็นตัวตนของยามาฮ่าอย่างชัดเจน ผ่านแนวคิด “Reflect Your Unique Identity” ที่สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครในทุกมุมมอง

ในปีนี้บูธยามาฮ่าได้นำเสนอความ “สุดทุกทาง” ผ่านผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่หลากหลาย ซึ่งจะทำให้ทุกท่านได้สัมผัสถึงความ “ต่างทุกฟีล” อย่างแท้จริง เริ่มจาก Yamaha R-Series ซึ่งเปิดตัวในงานนี้ถึง 2 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ New YAMAHA R9 สุดยอดเทคโนโลยีจาก MotoGP ดีไซน์ล้ำสมัยด้วยเครื่องยนต์ CP3 ขนาด 890 ซีซี ที่แรงจัด เร้าใจทั้งบนถนนและในสนามแข่ง New YAMAHA R3 มาพร้อมดีไซน์โฉบเฉี่ยว ปีกแอโรไดนามิก เพิ่มการทรงตัว ด้วยเครื่องยนต์ 321 ซีซี ที่ตอบสนองได้ทันใจทุกการขับขี่ ควบคุมง่าย คล่องตัวยิ่งขึ้น ดีไซน์ดุดัน เร้าใจ และอัดแน่นไปด้วย DNA ของ R-Series New YAMAHA SR400 ตำนานสองล้อคลาสสิกที่ครองใจชาวไทย ด้วยดีไซน์โดดเด่นที่คงความคลาสสิกไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ตั้งแต่โคมไฟหน้าทรงกลม โช้คอัพหน้า-หลังแบบดั้งเดิม ระบบสตาร์ทเท้าไปจนถึงเครื่องยนต์สูบเดียวที่ให้สัมผัสการขับขี่แบบต้นตำรับ ความเรียบง่ายแต่แข็งแกร่งของ SR400 ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของนักสะสม และผู้ที่หลงใหลในรถจักรยานยนต์คลาสสิกในประเทศไทย เปิดตัวสีใหม่ซึ่งเป็น Final Edition 2 สีด้วยกัน ได้แก่ สีแดง Deep Red Metallic เป็นสีพิเศษที่ยามาฮ่าไม่เคยทำมาก่อน และ สีเทา Dark Gray Metallic เพื่อให้ Yamaha SR400 เป็นตำนานที่จะอยู่ในใจทุกคนตลอดไป และนี่คือทั้ง 3 รุ่นใหม่ที่สร้างความ “สุดทุกทาง ต่างทุกฟีล” ของบูธยามาฮ่า “Feel The Unique Experience…สุดทุกทาง ต่างทุกฟีล” ในปีนี้”

นายอุกฤษณ์ ภาควิวรรธ รองผู้จัดการใหญ่ด้านวางแผนการค้า และการตลาด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวถึงรายละเอียดเพิ่มเติมของกิจกรรมการตลาดของบูธยามาฮ่าในปีนี้ว่า “สำหรับบูธยามาฮ่า “Feel The Unique Experience…สุดทุกทาง ต่างทุกฟีล” ในปีนี้ เราได้เตรียมความ “สุดทุกทาง” และ “ต่างทุกฟีล” ไว้ให้กับลูกค้ายามาฮ่ามากมาย

สุดแรกคือ สุด…ทุกการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ New YAMAHA R9 รถที่นำนวัตกรรมจากสนามแข่ง MotoGP มาใส่ในรถสแตนดาร์ดจากโรงงาน เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสกับความขับขี่ที่เร้าใจจากสนามแข่งสู่ถนนจริง นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงการทำงานของระบบ YECVT ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่เปลี่ยนประสบการณ์การขับขี่รถออโตเมติกที่อยู่ใน All New Yamaha NMAX TECHMAX ซึ่งได้เปิดตัวไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา และได้การตอบรับเป็นอย่างดี

สุดที่ 2 คือ สุด…ทุกความเร้าใจในการขับขี่ ยามาฮ่าร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ในการขับขี่ท่องเที่ยวให้กับลูกค้า โดยได้รับเกียรติจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในการร่วมทำแคมเปญ “สุดทุกฟีล ชิลทุกวัน@ ภาคตะวันออก” ร่วมกับอัมรินทร์ทีวี และ Traveloka จัดสิทธิพิเศษส่วนลดให้กับลูกค้า ยามาฮ่าทั้ง กิน ช้อป เที่ยว รวมทั้งยังมีกิจกรรม XMAX Exclusive Trip ทริปสุด Unseen ที่ออกแบบโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้ลูกค้ายามาฮ่าได้ร่วมทริปสุดพิเศษ รับรองว่าจะสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าอย่างแน่นอน

สุดที่ 3 คือ สุด…ทุกสไตล์ ยามาฮ่าพร้อมเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ทั้งแฟชั่น เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ดูหนัง ฟังเพลง และกีฬา รวมไปถึง e-Sport โดยในงานนี้ยามาฮ่าร่วมมือกับบริษัท Warrix ซึ่งเป็นบริษัทแฟชั่นกีฬาชั้นนำ ร่วมทำกิจกรรม พร้อมโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อรถในงานมอเตอร์โชว์ สำหรับสาย Gamer ยามาฮ่าได้ร่วมกับ BURIRUM E-Sport จัดทำ Exclusive Training ให้กับลูกค้ายามาฮ่า และสำหรับสายเอ็นเตอร์เทนเม้น ยามาฮ่าได้ร่วมกับพาร์เนอร์แบรนด์ต่างๆ จัดดูหนัง ฟังเพลง ให้ลูกค้ายามาฮ่าทั่วประเทศ ซึ่งทุกท่านสามารถติดตามกิจกรรมของยามาฮ่าได้ตลอดทั้งปี

สุดที่ 4 คือ สุด…ทุกความมั่นใจ ยามาฮ่าเป็นแบรนด์แรกในวงการรถจักรยานยนต์ที่สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าโดยมอบรับประกัน 5 ปี และในปีนี้ ยามาฮ่าไม่ได้ดูแลแค่ตัวรถ แต่เราจะดูแลลูกค้าไปพร้อมกันด้วยแคมเปญ “แคร์สุดX2” โดยยามาฮ่าร่วมกับทิพยประกันภัย มอบประกันอุบัติเหตุ และคุ้มครองชดเชยรายได้ มูลค่าสูงสุดถึง 30,000 บาท ให้ลูกค้า YAMAHA FAZZIO และ YAMAHA FINN ที่ซื้อรถตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคมถึง 30 มิถุนายนนี้ เพื่อให้ลูกค้ายามาฮ่ามั่นใจทุกครั้งที่ขับขี่

สุดที่ 5 คือ สุด…ทุกความเป็นตัวตน ยามาฮ่าได้เตรียม Inspiration เพื่อให้ลูกค้าได้สะท้อนความเป็นตัวตนให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้นผ่านรถแต่งทั้ง 5 รุ่นยอดนิยม ได้แก่ YAMAHA FAZZIO Racing Toy Pop Art, YAMAHA GRAND FILANO Midcentury Classy Sport, YAMAHA NMAX Sport Cyber Punk, YAMAHA XMAX Super Black Sport Muscle และ YAMAHA AEROX Super Racing Sport

นอกจากนี้เรายังมีรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าครบทุกเซ็กเม้นท์มาจัดโปรโมชันสุดพิเศษภายในงานอย่างครบครัน อีกทั้งยังมียานยนต์ทางน้ำอย่าง YAMAHA WaveRunner และ YAMAHA Super Jet รวมทั้งเครื่องแต่งกาย YAMAHA Apparel & Accessories ให้ทุกท่านได้เลือกช้อปตามสไตล์ของตัวเอง ขอให้ทุกท่านได้ร่วมชมนวัตกรรมจากยามาฮ่า และร่วมสนุกสนานกับกิจกรรมต่างๆภายในบูธของเรานะครับ”

พร้อมกันนี้ยังมี YAMAHA Rev Idol ที่มีดีกรีระดับมิสแกรนด์ “น้องผ้าไหม – อรอนงค์ อินทร์ทุ่ม มิสแกรนด์สตูล 2023 และ “น้องอายตา – อารยา เยื่องเสือ” มิสแกรนด์กาญจนบุรี 2023 และ YAMAHA Advisor หนุ่มหล่อ สาวสวย Gen ใหม่ จากไทยยามาฮ่ามอเตอร์ ที่พร้อมให้ข้อมูลและอำนวยความสะดวกแก่ทุกท่านภายในบูธยามาฮ่า “Feel The Unique Experience…สุดทุกทาง ต่างทุกฟีล”

ยามาฮ่าพร้อมมอบประสบการณ์สุดพิเศษที่สะท้อนตัวตนอันโดดเด่นของผู้ขับขี่ ผ่านนวัตกรรมล้ำสมัย กิจกรรมสุดเร้าใจ และโปรโมชันสุดคุ้มค่า ภายในบูธยามาฮ่า “Feel The Unique Experience…สุดทุกทาง ต่างทุกฟีล” เชิญร่วมสัมผัสความพิเศษนี้ได้ที่บูธยามาฮ่า ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 แล้วมาค้นหาความเป็นตัวคุณไปพร้อมกับยามาฮ่า วันที่ 26 มีนาคม ถึง 6 เมษายน 2568 นี้ ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี สามารถติดตาม และชมรายละเอียดของบูธยามาฮ่าได้ที่ www.yamaha-motor.co.th หรือที่ Facebook: Yamaha Society Thailand

ซีกเกอร์ ซี โมบิลิตี้ พลัส ชวนสัมผัสประสบการณ์สุดล้ำเหนือระดับ ZEEKR 009 รุ่น 6 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง พร้อมด้วย ZEEKR X เอสยูวีหรู จองรถภายในงานมอเตอร์โชว์ รับข้อเสนอสุดคุ้ม!

0

บริษัท ซี โมบิลิตี้ พลัส จำกัด ผู้แทนจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม-ลักชัวรี่ ‘ZEEKR’ (ซีกเกอร์) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้การร่วมทุนระหว่างบริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA ชวนสัมผัสประสบการณ์สุดล้ำเหนือระดับ กับยนตรกรรมไฟฟ้าพรีเมียม-ลักชัวรี่ นำโดย ZEEKR 009 ทั้งรุ่น 6 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง พร้อมด้วย ZEEKR X พบข้อเสนอเกินห้ามใจ เมื่อจองและออกรถภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม ถึง 6 เมษายนนี้ ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ธีรวรรณ จิวจินดา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซี โมบิลิตี้ พลัส จำกัด กล่าวว่า “งานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ ซีกเกอร์ ซี โมบิลิตี้ พลัส จัดทัพยนตรกรรมไฟฟ้าพรีเมียม-ลักชัวรี่ รุ่นยอดนิยมอย่าง ZEEKR 009 เอ็มพีวีหรูหราระดับเฟิร์สคลาส ผสานนวัตกรรมอัจฉริยะ สมรรถนะ และความปลอดภัยขั้นสูงสุด ภายใต้แนวคิด ‘Every Journey Shines’ มาให้เลือกสรรทั้งรุ่น 6 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง รวมถึง ZEEKR X คอมแพกต์เอสยูวีหรู สไตล์ ‘Perfectly Fits Me’ รองรับผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัย และการใช้งานแบบครอบครัวได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังเผยโฉม ZEEKR 7X เอสยูวีไฟฟ้า 5 ที่นั่งสุดลักชัวรี่ ZEEKR 009 ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์เดี่ยว และ ZEEKR 001R แรงเต็มสปีด เติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ให้ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดอีกด้วย พร้อมจัดแคมเปญสุดคุ้ม เมื่อจองและออกรถภายในงาน และรับข้อเสนอเดียวกันนี้ ที่ ZEEKR House ทั้งสองสาขาของเรา ศรีนครินทร์ และวิภาวดี”

++ ZEEKR 009 | Every Journey Shines มาพร้อมข้อเสนอสุดคุ้มแห่งปี!

เอ็มพีวีหรูหราระดับเฟิร์สคลาส ขับเคลื่อนแบบ AWD (all-wheel drive) ผ่านมอเตอร์คู่ กำลังสูงสุด 450 kW หรือ 603 แรงม้า แรงบิด 693 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 4.5 วินาที แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ขนาด 116 kWh ชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ไกลสุด 686 กิโลเมตร (NEDC) เพิ่มสุนทรียภาพ ในการเดินทางด้วย ระบบช่วงล่างถุงลมประสิทธิภาพสูงพร้อมระบบ CCD Electromagnetic Damping ช่วยลดแรงสะเทือนอย่างมีประสิทธิภาพ

  • รับประกันคุณภาพ นาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร*
  • รับประกันแบตเตอรี่ และมอเตอร์ นาน 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร*
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง และ พ.ร.บ. คุ้มครอง นาน 1 ปี*
  • ฟรี Wallbox พร้อมติดตั้ง มูลค่า 70,000 บาท*
  • ฟรี สาย Emergency Charge*
  • ฟรี ค่าจดทะเบียนรถยนต์*
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี*

ZEEKR 009 แบบ 6 ที่นั่ง ราคา 3,159,000 บาท พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษาตามระยะ 6 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร*

ZEEKR 009 แบบ 7 ที่นั่ง ราคา 3,099,000 บาท พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษาตามระยะ 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร*

++ ZEEKR X | Perfectly Fits Me ผ่อนชำระ 0% พร้อมบริการอื่นๆ แบบจัดเต็ม

คอมแพกต์เอสยูวีหรู เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาการเดินทางรูปแบบใหม่ ในยุคที่สังคมตื่นตัวเรื่องพลังงานสะอาด แบ่ง 2 รุ่นย่อย ZEEKR X Standard RWD มอเตอร์เดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง กำลังสูงสุด 200 kW ชาร์จเต็มวิ่งได้ไกลสุด 540 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) และ ZEEKR X Flagship AWD มอเตอร์คู่ (ขับเคลื่อน 4 ล้อ) กำลังรวมสูงสุด 315 kW ชาร์จเต็มวิ่งได้ไกลสุด 470 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC)

  • ผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 60 เดือน*
  • รับประกันคุณภาพ นาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร*
  • โปรแกรมบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร*
  • รับประกันแบตเตอรี่ และมอเตอร์ นาน 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร*
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง และ พ.ร.บ. คุ้มครอง นาน 1 ปี*
  • ฟรี Wallbox 7kW พร้อมแพ็กเกจติดตั้ง*
  • ฟรี สาย Emergency Charge*
  • ฟรี ค่าจดทะเบียนรถยนต์*
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี*

ZEEKR X Standard RWD ราคา 1,199,000 บาท

ZEEKR X Flagship AWD ราคา 1,349,000 บาท

สัมผัสยนตรกรรมไฟฟ้าพรีเมียม-ลักชัวรี่ ซีกเกอร์ จาก ซี โมบิลิตี้ พลัส ได้ที่บูธ ซีกเกอร์ ประเทศไทย
ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม-6 เมษายนนี้
ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

นัดหมายทดลองขับ ซีกเกอร์ ได้แล้ว ที่ ZEEKR House สาขาใกล้บ้านคุณ

ZEEKR House ศรีนครินทร์ https://maps.app.goo.gl/exhBR5VFuT7xrhXt9

ZEEKR House วิภาวดี https://maps.app.goo.gl/VwiDX3ijXbdVioiv6

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ บริษัท ซี โมบิลิตี้ พลัส จำกัด โทร. 02-078-1999
Line: @zemobilityplus
Facebook: ZEEKR Ze Mobility Plus
Instagram: instagram.com/zeekrzemobilityplus

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

 

GWM เปิดราคา NEW GWM TANK 300 DIESEL ที่ 0.999-1.249 ล้านบาท ในงาน Motor Show 2025

0

GWM (Thailand) ปลุกจิตวิญญาณสายลุยทั้งผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่ในเมืองและนอกเมืองด้วย การเปิดตัวและการประกาศราคาอย่างเป็นทางการของ NEW GWM TANK 300 DIESEL รถยนต์เอสยูวีสไตล์ Premium Boxy อันเป็นเอกลักษณ์ ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ที่จะปฏิวัติวงการยานยนต์ด้วยขุมพลังใหม่ เครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนเนอเรชันใหม่ล่าสุด ที่พร้อมฉีกทุกกฎเกณฑ์เครื่องยนต์ดีเซลในรูปแบบเดิม สู่การมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นิ่ง เงียบ และนุ่มนวลกว่าเคย แต่ยังคงพละกำลังและสมรรถนะสูงในทุกการขับขี่ พร้อมประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดีมากขึ้น และการรับประกันคุณภาพเครื่องยนต์ที่ยาวนานถึง 1,000,000 กิโลเมตร (หรือ 8 ปี)

NEW GWM TANK 300 DIESEL พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการใน 3 รุ่นย่อย ทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมสีภายนอกให้เลือกถึง 4 สี ได้แก่ สีเทา สีดำ สีขาว และสีส้ม ในราคาแนะนำในช่วงการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ดังนี้

  • NEW GWM TANK 300 DIESEL 4T รุ่น PRO ราคา 999,000 บาท
  • NEW GWM TANK 300 DIESEL 4T รุ่น ULTRA ราคา 1,149,000 บาท
  • NEW GWM TANK 300 DIESEL 4T ULTRA 4WD ราคา 1,249,000 บาท

โดยราคาแนะนำในช่วงเปิดตัวสุดพิเศษนี้ สำหรับลูกค้าที่จองและออกรถ 800 คันแรกเท่านั้น พิเศษยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่จอง NEW GWM TANK 300 DIESEL รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม ฟรี บริการระบบตรวจสอบและสั่งการรถผ่านอินเทอร์เน็ต* (Telematic Service) พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ (Internet in Vehicle) ระยะเวลา 3 ปี ฟรี ค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทางภายในระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน และไม่รวมอะไหล่สิ้นเปลือง) ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี พร้อมการรับประกันคุณภาพรถใหม่ ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร** (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และการรับประกันเครื่องยนต์ดีเซล 1,000,000 กิโลเมตร หรือ 8 ปี (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

** เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดได้ที่ GWM Thailand – Service  

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าว “การเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการของ NEW GWM TANK 300 DIESEL ในประเทศไทย เป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของ GWM ที่มุ่งมั่นส่งมอบนวัตกรรมคุณภาพและเทคโนโลยีอันล้ำหน้าที่ครอบคลุมทุกพลังงาน และทุกเซกเมนต์ เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเครื่องยนต์ดีเซลที่เราได้ลงทุนพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่า 3 ทศวรรษ และเป็นความเชี่ยวชาญอย่างยิ่งของเรา ทั้งนี้ การมาถึงของ NEW GWM TANK 300 DIESEL ในครั้งนี้ ยังถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงการดำเนินธุรกิจของเราภายใต้แนวคิด GWM Go With More เพื่อให้ชาวไทยได้รับประสบการณ์การขับขี่ดียิ่งกว่า เหนือกว่า และคุ้มค่ากว่าในทุกมิติ สอดคล้องกับกลยุทธ์ User-Centric ที่รับฟังเสียงของผู้บริโภคชาวไทย เพื่อปรับปรุงและพัฒนาทั้งผลิตภัณฑ์และบริการของ GWM ให้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า NEW GWM TANK 300 DIESEL จะสร้างนิยามใหม่ของรถเอสยูวีเครื่องยนต์ดีเซล และจะได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากแฟน ๆ ชาวไทย”

NEW GWM TANK 300 DIESEL มอบจุดเด่น 3 ประการ ทั้งด้านเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลที่ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า ด้านดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นสะดุดตาเกินใคร และด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะที่มอบความสะดวกสบายและความปลอดภัยที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม มั่นใจมากกว่า

จุดเด่นแรกใน NEW GWM TANK 300 DIESEL ทั้ง 3 รุ่น มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนเนอเรชันใหม่ล่าสุด ที่ GWM ได้ลงทุนพัฒนาเครื่องยนต์รุ่นนี้กว่า 200 ล้านหยวน (ประมาณ 1 พันล้านบาท)  จึงมั่นใจได้ว่าเครื่องยนต์นี้จะสร้างพละกำลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเผาไหม้ที่สมบูรณ์ยิ่งขี้น โดยอัตราการบริโภคน้ำมันของ NEW GWM TANK 300 DIESEL อยู่ที่ 14 กิโลเมตรต่อลิตร (ตามมาตรฐานการทดสอบ Eco sticker ในประเทศไทย สำหรับรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ) ซึ่งน้ำมันหนึ่งถัง (ดีเซล B7) สามารถขับขี่ได้ระยะทางไกลมากกว่า 1,000 กิโลเมตร อีกทั้งยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีลดการสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์และการพัฒนาเทคโนโลยีในการลดเสียงรบกวน ระดับเสียงภายในห้องโดยสารเพียง 40 เดซิเบลในช่วง idle speed ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่เงียบสงบ นิ่ง ไม่สั่น เทียบเคียงได้กับเครื่องยนต์เบนซินทั่วไป นอกจากนี้ GWM ได้ทำการทดสอบเครื่องยนต์นี้ในสภาพอากาศหนาวและร้อนสุดขั้ว ความเร็วรอบสูงสุด และในสภาพถนนและสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันถึง 76 รูปแบบทั่วโลก โดยมีระยะทางรวม 6 ล้านกิโลเมตร ทำให้เครื่องยนต์ดีเซล 2.4T รุ่นนี้มีความทนทานสูง จึงกล้ามอบการรับประกันคุณภาพที่ยาวนานและครอบคลุมมากขึ้นถึง 1 ล้านกิโลเมตร (หรือ 8 ปี) สำหรับ ด้าน สมรรถนะของ NEW GWM TANK 300 DIESEL มอบพละกำลังสูงสุด 135 กิโลวัตต์ หรือ 184 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดถึง 480 นิวตันเมตร ที่รอบเครื่อง 1,500 – 2,500 รอบต่อนาที พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ให้การตอบสนองที่รวดเร็วทันใจ นอกจากนี้ กระบอกสูบที่ให้ความจุมาถึง 2,370 ซีซี และถังน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดใหญ่ถึง 78 ลิตร มอบประสบการณ์ที่เหนือกว่า ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่มองหารถเอสยูวีที่มีประสิทธิภาพการขับขี่และความคุ้มค่าที่มากขึ้น

จุดเด่นที่ 2 ของ NEW GWM TANK 300 DIESEL กับดีไซน์โดดเด่น ไม่ซ้ำใคร และเท่ทุกมุมมอง สไตล์ Premium Boxy ด้วยมิติตัวรถ 1,930 x 4,760 x 1,903 มม. (กว้าง x ยาว x สูง) ที่มาพร้อมระยะฐานล้อ 2,750 มม. เพิ่มความแตกต่างด้วยกระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีเปียโนแบล็ก ผสมผสานกับไฟหน้า LED ทรงกลมสุดอัจฉริยะ กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้าทรงเหลี่ยม อีกทั้งเสริมลุคแกร่งด้วยล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วสีดำเปียโนแบล็ค พร้อมยาง H/T ขนาด 265/65 R17 พร้อมกับล้ออะไหล่ติดตั้งที่ประตูท้ายแบบแนวนอนพร้อมสปอยเลอร์ในตัว และไฟท้าย LED แนวตั้งคู่ ช่วยเสริมดีไซน์ด้านท้ายให้ดูโดดเด่นสะดุดตา ภายในตัวรถออกแบบมาในโทนสีดำสุดหรู ผสมผสานระหว่างหนังแท้ สีดำ สีเงิน และวัสดุสัมผัสอ่อนนุ่ม ให้ความรู้สึกพรีเมียมตั้งแต่แรกสัมผัส เพิ่มความคลาสสิกมากยิ่งขึ้นด้วยช่องแอร์ทรงกระบอกดีไซน์วินเทจ มาพร้อมหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว ร่วมกับหน้าจอมัลติมีเดียแบบสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว แผงควบคุมและพวงมาลัยทรงกลม พร้อม Paddle Shift มอบการตอบสนองที่ฉับไว คันเกียร์อิเล็กทรอนิกส์กระชับมือ พร้อมปุ่มควบคุมการขับขี่จากคอนโซลกลาง ทำให้เปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างสะดวกและง่ายดาย  NEW GWM TANK 300 DIESEL มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีขาว ดำ เทา และสีส้ม อีกทั้งยังเหมาะอย่างยิ่งกับการนำมาตกแต่งเพิ่มเติมตามสไตล์ที่ต้องการ ทั้งรูปแบบการแต่งหล่อเพื่อขับในเมือง หรือแต่งสไตล์ดุดันเพื่อขับออฟโรด ในอนาคต GWM จะมีแพกเกจการตกแต่งให้ลูกค้าได้เลือกสรรตามความชื่นชอบ ณ GWM Partner Store หรือตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ

จุดเด่นที่ 3 กับเทคโนโลยีอัจฉริยะด้านความปลอดภัย สู่ความมั่นใจยิ่งกว่า ปลอดภัยยิ่งขึ้น NEW GWM TANK 300 DIESEL เป็นรถเอสยูวีที่ยกระดับมาตรฐานรถยนต์ในเซกเมนต์ SUV-D หรือ PPV ในด้านความสะดวกสบายและความปลอดภัย ทั้งจาก Active Safety และ Passive Safety ที่มีระบบช่วยเหลือการขับขี่ Autonomous Level 2 มาพร้อมกับเทคโนโลยีอัจฉริยะจำนวน 25 รายการ เพื่อให้ทุกการเดินทางของผู้ขับขี่และผู้โดยสารเต็มไปด้วยความปลอดภัยและมั่นใจสูงสุด อาทิ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมการช่วยเข้าโค้งอัจฉริยะ ถุุงลมนิรภัยจำนวน 6 จุด  ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลนหรือออกนอกเลน ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน การแจ้งเตือนการขับรถเร็วเกินกำหนด ระบบช่วยชะลอความรุนแรงของการชนครั้งที่ 2 และอื่น ๆ อีกมากมาย (โปรดศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นเพิ่มเติม)

NEW GWM TANK 300 DIESEL ทั้ง 3 รุ่นย่อย พร้อมให้ทดลองขับ (ลงทะเบียนเพื่อทดลองขับ) และจับจองเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ (ลงทะเบียนเพื่อจอง) โดยพร้อมส่งมอบทั่วประเทศในเดือนเมษายนนี้เป็นต้นไป สัมผัสประสบการณ์อันล้ำสมัยไปกับเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะแห่งอนาคตมากมาย ได้ที่บูธ GWM A10 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 – 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2568 – 6 เมษายน 2568 เวลา 12.00 – 22.00 น. (วันธรรมดา) และ 11.00 – 22.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM application และ https://www.gwm.co.th/ หรือ GWM Contact Center 02-668-8888

เอ็มจี เปิดตัว NEW MG S5 EV ตอบโจทย์ SUV มหาชน ชูจุดเด่น คุ้มค่า พร้อมความมั่นใจ ใช้ยาว ไร้กังวล

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย นำเสนอทางเลือกที่คุ้มค่าให้กับผู้บริโภค พร้อมเติมเต็มกลุ่มผลิตภัณฑ์อีวี เปิดตัวโกลบอลโมเดลรุ่นที่ 2 ของปี ด้วย NEW MG S5 EV บุกตลาดและสร้างมาตรฐานใหม่ในกลุ่ม B-SUV ไฟฟ้า กับจุดเด่น “ขับสนุก วิ่งไกล ชาร์จไว นั่งสบาย พร้อม Lifetime Warranty” ตอกย้ำการเป็น e-SUV ที่คุ้มค่าและครบครัน ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคนไทย ด้วยยนตรกรรมไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบ

NEW MG S5 EV นับเป็น e-SUV รุ่นแรกที่พัฒนาบน NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่รองรับรถยนต์ไฟฟ้าหลากหลายเซกเมนต์ ตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ โดยเริ่มใช้งานครั้งแรกใน NEW MG4 ELECTRIC และได้รับการพัฒนาช่วงล่างให้เหมาะกับรูปแบบ SUV มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกและมั่นใจในทุกเส้นทาง ภายใต้แนวคิด “Make Anywhere Possible” ที่เข้ามายกระดับมาตรฐานรถ e-SUV ในประเทศไทยให้ก้าว ไปอีกขั้น ซึ่งรถรุ่นนี้ถือเป็นอีกหนึ่ง “โกลบอลโมเดล” ที่จะทำตลาดในหลายประเทศทั่วโลก รถรุ่นนี้ยังเป็นยนตรกรรมรุ่นล่าสุดที่ เอ็มจี ได้เริ่มเดินสายการผลิตในประเทศไทย (CKD) ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางการผลิตที่ได้มาตรฐานสากล รองรับทั้งตลาดในประเทศและแผนการส่งออกในอนาคตอีกด้วย

NEW MG S5 EV มาพร้อมสมรรถนะที่เหนือชั้น ด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (DYNAMIC REAR WHEEL DRIVE) ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าให้พละกำลังสูงสุดที่ 245 แรงม้า (180 กิโลวัตต์) และแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร กับอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 6.1 วินาที ถือเป็น e-SUV ที่มีการตอบสนองที่ฉับไวขับสนุก นุ่มนวล ทั้งยังให้การควบคุมที่แม่นยำด้วยระบบพวงมาลัย Dual Pinion ที่ทำให้การควบคุมการขับขี่มีความคล่องตัว ผสานการทำงานของระบบช่วงล่างอิสระแบบแมคเฟอร์สันสตรัทด้านหน้า และ 5-Link Suspension ด้านหลัง ที่ปรับจูนมาเป็นพิเศษ ทำให้เกาะถนนดียิ่งขึ้น  ลดแรงสั่นสะเทือนระหว่างการขับขี่ พร้อมเข้าโค้งได้อย่างเฉียบคมแม้ในความเร็วสูง มีการออกแบบให้ กระจายน้ำหนักที่สมดุลระหว่างล้อหน้าและล้อหลังในอัตรา 50:50 ควบคู่กับจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ (Low Centre of Gravity) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนน ลดอาการโคลง และเสริมความมั่นคงขณะเข้าโค้ง สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยระบบ One Pedal ที่ให้คุณเร่งและชะลอความเร็วได้ในแป้นคันเร่งเดียว มาพร้อมระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i–SMART 3.0 ซึ่งเป็นเวอร์ชันล่าสุด ช่วยการใช้งานสั่งการต่าง ๆ ภายในรถเป็นเรื่องง่าย และยังมีจุดเด่นที่ขับได้ไกลยิ่งขึ้น ด้วยแบตเตอรี่ NMC ขนาดความจุ 64 kWh ให้ระยะทางการขับขี่ 550 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) ที่สำคัญ รถรุ่นนี้ ยังมาพร้อมความมั่นใจในการใช้งานในระยะยาวด้วยการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน ทั้งหมดนี้ ทำให้ NEW MG S5 EV เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ต้องการ e-SUV ที่เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน และสามารถตอบสนองทุกความต้องการได้อย่างดีเยี่ยม

 

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “NEW MG S5 EV ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญของ เอ็มจี ในการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทั้งสมรรถนะ เทคโนโลยี และความคุ้มค่าให้กับผู้บริโภคชาวไทย โดย เอ็มจี มีกำหนดส่งมอบรถให้ลูกค้าภายในเดือนเมษายน 2025 เป็นต้นไป และเนื่องจากรถรุ่นนี้เป็น “โกลบอลโมเดล” หลังจากที่เปิดตัวและประกาศราคาที่ประเทศไทย จะมีการทยอยเปิดตัวอย่างต่อเนื่องในสหราชอาณาจักร ประเทศต่าง ๆ ในสหภาพยุโรป เป็นต้น การเข้ามาทำตลาดของ NEW MG S5 EV รุ่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ เอ็มจี ที่ต้องการให้คนไทยได้เป็นเจ้าของยนตรกรรมคุณภาพมาตรฐานระดับโลก ควบคู่กับการสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของ เอ็มจี ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม และเทคโนโลยียานยนต์ใหม่ ๆ ที่สามารถตอบสนองความต้องการที่ตรงจุดให้กับผู้บริโภคชาวไทยและยกระดับยนตรกรรมไฟฟ้าให้มีทางเลือกที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ทั้งยังตอกย้ำถึงภาพความเอาจริงเอาจังของ เอ็มจี ในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ที่ไม่เพียงแต่เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังให้ความพร้อมในเรื่องระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อรองรับการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าและดูแลลูกค้าในระยะยาว”

NEW MG S5 EV ประกอบด้วย 3 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น D รุ่น X และรุ่น V โดยมีสีตัวถังให้เลือก 4 สี ได้แก่ สี CHAMPAGNE TITANIUM สี ANDES GREY สี BLACK KNIGHT และ สี ARCTIC WHITE และมีราคาดังนี้

รุ่น D ราคา 739,900 บาท พิเศษช่วงแนะนำ ราคา 719,900 บาท

รุ่น ราคา 829,900 บาท พิเศษช่วงแนะนำ ราคา 779,900 บาท

และรุ่น V ราคา 949,900 บาท พิเศษช่วงแนะนำ ราคา 899,900 บาท

ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมและทดลองขับเพื่อสัมผัสกับประสบการณ์ e-SUV ในมุมมองใหม่ กับ NEW MG S5 EV ได้ที่บูธ เอ็มจี ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2568 ถึงวันที่ 6 เมษายน 2568 หรือ ที่โชว์รูมและศูนย์บริการคุณภาพของ เอ็มจี ทั้ง 140 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

เปิดยิ่งใหญ่ “บางกอกมอเตอร์โชว์” ครั้งที่ 46 ยกทัพ 54 แบรนด์ อัดแน่นเต็มพื้นที่ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 และ ฟอรั่ม ฮอลล์ 4

0

บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) รวมกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์กว่า 54 แบรนด์ดัง จัดงาน “บางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” ครั้งที่ 46 ภายใต้ธีม “The Talk of Sensuous  Automotive” หรือ “สนทนาภาษายานยนต์” ชูไฮไลต์พื้นที่โซนใหม่จัดแสดงอะไหล่รถอีวีและสันดาป หลังปิดดีลเครือข่ายผู้ผลิตและจำหน่ายจากประเทศจีน โดยงานจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน พ.ศ.2568 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 และ ฟอรั่ม ฮอลล์ 4 เมืองทองธานี

ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานจัดงาน “บางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” ครั้งที่ 46 กล่าวว่า “สำหรับงานมอเตอร์โชว์ในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้ธีม “The Talk of Sensuous  Automotive” หรือ “สนทนาภาษายานยนต์” สื่อถึงปรัชญาแนวทางการออกแบบในโลกยานยนต์ที่สื่อสารเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมด้วยพลัง ความปรารถนา แรงบันดาลใจ สื่อสารเป็นภาษาของยานยนต์ เพื่อสะท้อนแนวคิด การสร้างสรรค์พัฒนา และประสบการณ์สุนทรียภาพทางอารมณ์อย่างที่คุณค่า”

นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานจัดงาน “บางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” ครั้งที่ 46 “โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการยานยนต์จากยุโรปและเอเชียตอบรับเข้าร่วมออกบูธภายในงานฯ แล้ว 54 ราย แยกเป็นรถยนต์ 41 บริษัท และจักรยานยนต์ 13  สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ ได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมออกงานอย่างเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังได้รับการตอบรับการเข้าร่วมออกงานฯของกลุ่มลูกค้ารายใหม่ที่เป็นแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้า ที่เพิ่งเข้ามาเปิดตัวในประเทศไทย อาทิ ZEEKR, OMODA&JAECOO, CHERY, KINGGEN, JUNEYAO , RIDDARA และ GEELY รวมถึงเทคโนโลยีระบบนำทางภายในรถยนต์ HUAWEI นอกจากนี้ยังมีแบรนด์รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า YADEA ที่มาเปิดตัวครั้งแรกภายในงานฯ โดยในปีนี้มีผู้ประกอบการจากประเทศจีนเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 14 ราย”

“ส่วนในไฮไลต์ของการจัดงานฯ ปีนี้ นอกจากมีการเปิดตัวรถยนต์และรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ๆ ทั้งรถสันดาปและรถอีวีของผู้ประกอบการยานยนต์แล้ว บริษัทฯ ได้จัดเตรียมพื้นที่ฟอรั่ม ฮอลล์ 4 พื้นที่กว่า 9,000 ตารางเมตร เพื่อรองรับการออกบูธอุปกรณ์ตกแต่งรถโดยเฉพาะ โดยในปีนี้ได้ขยายฐานผู้ออกบูธแสดงสินค้าสู่กลุ่มผู้ผลิตและจำหน่ายอะไหล่รถอีวีและสันดาปที่ต้องการขยายตลาดในประเทศไทย เนื่องจากเห็นโอกาสและศักยภาพของงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ที่เป็นงานจัดแสดงยานยนต์ระดับสากล”

“จึงได้รับความร่วมมือจาก บริษัท หนานจิง ฉ่วงฉี เอ็กซิบิชั่น จากประเทศจีน ได้นำสินค้าอุปกรณ์อะไหล่รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า จากประเทศจีน มาจัดแสดงเพื่อให้ผู้ประกอบการในประเทศไทยที่สนใจเป็นร่วมตัวแทนจำหน่ายอีกด้วย นับได้ว่า เป็นครั้งแรกของการจัดงานแสดงรถยนต์เพื่อผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์โดยตรง เป็นการเชื่อมโยงทางธุรกิจ และการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการ บนพื้นที่กว่า 3,800 ตารางเมตรภายในฟอรั่ม ฮอลล์ 4 ระหว่างวันที่ 24 – 30 มีนาคม 2568 มั่นใจได้ว่า จะได้สินค้าที่ตรงตามคุณภาพ ราคาจากผู้ประกอบการโดยตรง”

นอกจากนี้ ยังมีการออกบูธจัดแสดง USED CAR หรือรถมือสองระดับลักชัวรี่ รวมถึง สินค้าไลฟ์สไตล์ แฟชั่น สินค้ามูเตลู การแข่งขันชิงรางวัล พร้อมกิจกรรมสนุกๆอีกมากมาย ภายในฮอลล์

และอีก 1 งานที่แต่งเติมสีสันให้ล้อกันไปกับงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งนี้ คือ MU-NIVERSE “เปิดจักรวาลมูเตลูไทย สู่คนรุ่นใหม่” เป็นอีเวนต์ที่รวบรวม เรื่องราวมูเตลูของเมืองไทยในแบบที่เข้าถึงง่าย เชื่อมโยง ความเชื่อม ศิลปะ เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน ระหว่าง วันที่ 2-6 เมษายน 2568 ที่บริเวณฟอรั่ม ฮอลล์ 4 พบปะกับอ.ลักษณ์ โหราธิบดี และแขกรับเชิญสายมูชื่อดังมากมาย พร้อมกิจกรรมดูดวง ปรึกษาฤกษ์ออกรถ ป้ายทะเบียนมงคล สินค้าเครื่องรางวัตถุมงคล กิจกรรมแลกเปลี่ยนข้อมูลของดีของสะสมสายมู พร้อมรับสติ๊กเกอร์เสริมดวงรุ่นพิเศษเฉพาะงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ เท่านั้น

นายอโณทัย เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่สายการผลิต บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “สำหรับกิจกรรมในปีนี้ นอกจากกิจกรรม E-Racing ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสประสบการณ์การแข่งขันรถยนต์เสมือนจริงผ่านเครื่องเล่น Simulator แล้ว ทางผู้จัดยังได้รับความร่วมมือจาก R.C.S. (Runbike Championship Series) ประเทศญี่ปุ่น จัดกิจกรรมการแข่งขันจักรยานทรงตัวรายการ “Grandprix Runbike Championship With R.C.S.” ขึ้นภายในงาน โดยเป็นการจัด Pre-Event จำนวน 2 สนาม ซึ่งการจัดการแข่งขันดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันวงการกีฬาสำหรับเยาวชนในประเทศไทย รวมถึงบูธแสดงสินค้าเกี่ยวกับเด็ก กีฬา และไลฟ์สไตล์ ตลอดจนโซนกิจกรรมสำหรับครอบครัวอีกด้วย”

นายพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ที่ผ่านมาบริษัทฯ ในฐานะผู้จัดงาน ได้มีการพัฒนารูปแบบการให้บริการใหม่ๆ มาอย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ทั้งผู้เข้าร่วมงาน และผู้เข้าชมงานได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยี digital transformation เข้ามาอำนวยความสะดวกในการเข้าชมงาน”

“เราได้พัฒนาบัญชี LINE Official Account หรือ Line OA ขึ้น เพื่อเพิ่มความสะดวกใช้ในการลงทะเบียน และยังเป็นการเพิ่มช่องทางการสื่อสารระหว่างบริษัทฯ กับผู้บริโภคในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และรูปแบบการให้บริการใหม่ๆ ทั้งกลุ่ม Auto และ กลุ่ม Lifestyle ที่บริษัทฯ พัฒนาขึ้นมา เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ”

“นอกจากนี้ เรายังได้จัดทำโปรแกรม Fullloop ที่สามารถเก็บข้อมูลฟีดแบ็กจากผู้เข้าชมได้ในรูปแบบที่สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น ผู้เข้าชมสามารถกรอกแบบสอบถามสั้นๆ เพื่อประเมินการจัดงาน ช่วยให้ผู้จัดงานสามารถรวบรวมข้อมูลได้ทันทีและวิเคราะห์ผลได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการเก็บฟีดแบ็กจากผู้เข้าชมในงานมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ผู้จัดงานสามารถปรับปรุงการจัดงานในหลายๆ ด้าน และตอบสนองต่อความต้องการของผู้เข้าชมได้ดียิ่งขึ้น”

อย่างไรก็ตาม คาดว่าการจัดงานฯ ปีนี้จะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา  ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ปีนี้คาดว่าจะทรงตัว เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศยังไม่ฟื้นตัวชัดเจนและเศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอน ประกอบกับสถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อเนื่องจากภาวะหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าผู้บริโภคยังมีความต้องการซื้อรถใหม่และรถมือสอง

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ ผู้จัดงานฯ มีการปรับเพิ่มวันสำหรับสื่อมวลชน หรือ Press day เป็น วันที่ 24 มีนาคม 2568 สือมวลชนสามารถเข้าภายในบริเวณงานได้ตั้งแต่เวลา 7:30 น. โดยรอบนำเสนอของบริษัทแรกจะเริ่มในเวลา 8:00 – 21:00 น. ซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุมจากแบรนด์ที่ร่วมออกงานฯ โดยสื่อมวลชนที่ไม่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้า สามารถลงทะเบียนได้ที่กองอำนวยการ ได้ตั้งแต่เวลา 7:00 น.

ในวันที่ 25 มีนาคม 2568 พิธีเปิดการจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 อย่างเป็นทางการ จะเริ่มในเวลา 9:00 – 10:00 น. และ เปิดรอบสำหรับ VIP ตั้งแต่เวลา 10:00 น.- 18:00 น.

การจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 นี้ มีความคืบหน้าเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ มั่นใจว่า การจองรถยนต์ ภายในงานครั้งนี้ จะได้รับข้อเสนอที่คุ้มค่า เข้าถึงเทคโนโลยีล่าสุด และสิทธิพิเศษมากมาย ถือเป็นโอกาสที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการตัดสินใจ!  และ สร้างความตื่นตาตื่นใจไม่แพ้การจัดงานในอดีตที่ผ่านมา

 

แคมเปญแจกรถรางวัล สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ เรามี 4 แคมเปญด้วยกัน ดังนี้

  1. ซื้อบัตรเข้าชมงาน ตอบแบบสอบถาม ลุ้นรับรางวัลรถยนต์รถยนต์ไฟฟ้า JAECOO 6 EV (2WD) และ รถจักรยานยนต์ 2 รางวัล จากแบรนด์ YAMAHA และ HONDA
  2. จองรถยนต์ ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ลุ้นรับรถยนต์ไฟฟ้า NETA V-II smart หรือ จองรถจักรยานยนต์ภายในงานฯ ลุ้นรางวัล รถจักรยานยนต์ KAWASAKI W230
  3. ร่วมกิจกรรมลงทะเบียนบัตรอภินันทนาการ ลุ้นรับรางวัลรถจักรยานยนต์ SUZUKI BURGMAN ได้ที่ ฟอรั่ม ฮอลล์ 4
  4. กิจกรรม Shopping มูลค่า 1,000 บาทขึ้นไปภายใน ฟอรั่ม ฮอลล์ 4 ร่วมลุ้นรางวัล E-Scooter YADEA MODERN

สำหรับบัตรเข้าชมงานฯ มีจำหน่ายบริเวณด้านหน้างาน และ ทางออนไลน์ ผ่านไลน์แอปพลิเคชั่น ทั้งนี้นอกจากสิทธิประโยชน์จากการร่วมลุ้นรางวัลรถยนต์และรถจักรยานยนต์แล้ว สามารถนำบัตรเข้าชมงานแบบซื้อที่ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว มาร่วมกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลต่างๆมากมายได้ที่ บูธกิจกรรมพิเศษ ภายในอาคารฟอรั่ม ฮอลล์4 และ สำหรับการจัดงานฯ ครั้งนี้ ผู้จัดงานฯ ได้จัดเตรียมรถshuttle ไว้อำนวยความสะดวก สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS สายสีชมพู สามารถลงที่สถานีศรีรัช แล้วต่อรถ shuttle ที่ผู้จัดงานฯได้เตรียมไว้ เพื่อเข้าสู่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 เส้นทางศรีรัช  – ACTIVE HALL 4 โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่ประการใด

มาร่วมสัมผัสนวัตกรรมแห่งยานยนต์ AI ที่จะตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และคุณภาพชีวิตใหม่ของทุกคนได้ที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 นี้  วันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 และ ฟอรั่ม ฮอลล์ 4 เมืองทองธานี งานแสดงเทคโนโลยียานยนต์ อันดับ 1 ของเมืองไทย

ฟอร์ดเผยโฉม เอเวอเรสต์ สปอร์ต สเปเชียล เอดิชัน ตัวจริงครั้งแรก จัดแคมเปญสุดคุ้มและสตูดิโอไลฟ์สดสุดเอ็กซ์คลูซีฟในงานมอเตอร์โชว์

0

ฟอร์ดเตรียมจัดแสดงฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต สเปเชียล เอดิชัน อย่างเป็นทางการครั้งแรกในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46  บูธ A2 อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม ถึง 6 เมษายน 2568 พร้อมนำทัพรถยนต์รุ่นยอดนิยมมาจัดแสดงกับข้อเสนอสุดพิเศษ จัดเต็มไลน์อัพฟอร์ด เอเวอเรสต์ และฟอร์ด เรนเจอร์​ หลากหลายรุ่น ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านรถกระบะ 4 ประตู ขับเคลื่อน 4 ล้อ ตัวจริงด้านความแกร่งและดุดันในทุกเส้นทาง พร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่ด้วย ‘Ford Live Studio’ สตูดิโอไลฟ์สดสำหรับเหล่าครีเอเตอร์นักสร้างสรรค์คอนเทนต์

“ฟอร์ดมุ่งมั่นรับฟังเสียงตอบรับจากลูกค้าเพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง การเปิดตัวรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต สเปเชียล เอดิชัน ช่วยตอกย้ำความตั้งใจนี้ ผ่านการผสมผสานทั้งสไตล์และสมรรถนะที่รองรับไลฟ์สไตล์อันหลากหลาย นอกจากนี้ เรายังได้นำฟอร์ด เรนเจอร์ สปอร์ต กระบะ 4 ประตู พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ กลับมาอีกครั้งตามเสียงเรียกร้องเพื่อตอบโจทย์ทั้งการใช้งานแบบสมบุกบันและการขับขี่ในเมือง ในราคาที่คุ้มค่า ภายในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 46 นี้ นับเป็นหนึ่งในโอกาสที่ดีที่สุดแห่งปีที่ลูกค้าจะได้เป็นเจ้าของรถฟอร์ดด้วยข้อเสนอสุดพิเศษพร้อมให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

 

รถยนต์ฟอร์ดที่นำมาจัดแสดงในงาน

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต สเปเชียล เอดิชัน รถยนต์นั่งอเนกประสงค์รุ่นพิเศษที่โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตเข้มดุดัน ตกแต่งโทนสีดำรอบคัน มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบเดี่ยว ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้กำลังสูงสุด 170 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 405 นิวตันเมตร พร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะและฟีเจอร์อำนวยความสะดวกครบครัน มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล และสีเงิน อลูมิเนียม เมทัลลิก ราคา 1,619,000 บาท มาพร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง

ภายในงาน ลูกค้ายังจะได้พบกับกองทัพรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ แบบ 4 ประตูขับเคลื่อน 4 ล้อ รถยนต์ในฝันของหลายๆ คนที่สะท้อนภาพความแกร่งและดุดันในทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานบนทางเรียบหรือเส้นทางออฟโรด อาทิ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ สุดยอดรถกระบะสมรรถนะสูงอัดแน่นด้วยดีเอ็นเอของฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานซ์ ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค พร้อมขุมพลังเครื่องยนต์วี 6 อันทรงพลัง ฟอร์ด เรนเจอร์ สตอร์มแทรค โดดเด่นด้วยชุดแต่งสุดเท่ ฟอร์ด เรนเจอร์ สปอร์ต กระบะ 4 ประตู ขับเคลื่อน 4 ล้อ ตอบโจทย์ทุกการใช้งานทั้งสายลุยและการใช้งานในเมือง มาพร้อมราคาพิเศษ 1,049,000 บาท จากราคาปกติ 1,089,000 บาท และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง

 

นอกจากนี้ เตรียมพบกับแคมเปญพิเศษส่งท้ายไตรมาสแรก มอบข้อเสนอสุดคุ้มสำหรับรถฟอร์ดรุ่นยอดนิยม ทั้งที่บูธฟอร์ดในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 และที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ โดยมีไฮไลท์ดังนี้

  • ฟอร์ด เรนเจอร์ XLS กระบะ 4 ประตูยกสูง เกียร์อัตโนมัติ ราคาพิเศษ 799,000 บาท จากราคาปกติ 924,000 บาท
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค เครื่องยนต์ 0 ลิตร วี 6 ดอกเบี้ยพิเศษ 0% ฟรี เงินสนับสนุนอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่า 50,000 บาท
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ดีเซล 0 ลิตร ราคาพิเศษ 1,699,000 บาท จากราคาปกติ 1,804,000 บาท
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เทรนด์ ราคาพิเศษ 1,249,000 บาท จากราคาปกติ 1,397,000 บาท
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม ดอกเบี้ยพิเศษ 99% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง พิเศษ! ลูกค้าเก่ารับฟรี โปรแกรม Ford Care Gold+ อุ่นใจในการขับขี่ตลอด 7 ปี สำหรับลูกค้าใหม่ สามารถซื้อโปรแกรม Ford Care Gold+ ได้ในราคา 36,050 บาท จากราคาปกติ 66,050 บาท

รถฟอร์ดทุกรุ่นยังมาพร้อมการรับประกันคุณภาพรถใหม่จากโรงงาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร และพิเศษ เมื่อจองรถฟอร์ดรุ่นใดก็ได้ในงาน รับฟรีกระเป๋าเดินทางฟอร์ดดีไซน์หรู มูลค่า 3,900 บาท

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด ฟอร์ดจัดเตรียมเปิดพื้นที่ ‘Ford Live Studio’ สตูดิโอไลฟ์สดสุดล้ำเพื่อให้เหล่าครีเอเตอร์มาร่วมสร้างสรรค์คอนเทนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟโดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ตลอดระยะเวลาการจัดงาน

ผู้สนใจดูข้อมูลและเงื่อนไขข้อเสนอพิเศษของแคมเปญส่งเสริมการขายจากฟอร์ดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.ford.co.th และช่องทางโซเชียลมีเดียของฟอร์ด ประเทศไทย ทั้ง Facebook ฟอร์ด YouTube Ford Thailand TikTok Ford Thailand และ Line @FordThailand

ปอร์เช่ ประเทศไทย เปิดตัว 911 GTS ใหม่ พร้อมเทคโนโลยี T-Hybrid ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

0

ปอร์เช่ ประเทศไทย เตรียมยกระดับมาตรฐานใหม่แห่งประสบการณ์งานแสดงยนตรกรรม ในงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ด้วยบูธจัดแสดงสุดล้ำสมัย ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมเปิดตัว Porsche 911 GTS รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมเทคโนโลยี T-Hybrid เป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมาพร้อมระบบขับเคลื่อนที่ได้รับการพัฒนาใหม่ เพื่อยกระดับสมรรถนะการขับขี่อย่างเหนือชั้น

ปอร์เช่ ประเทศไทย ยกระดับประสบการณ์เหนือระดับภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ด้วยการนำ Curvistan Bangkok พื้นที่ไลฟ์สไตล์มัลติฟังก์ชันชื่อดังจากย่านทองหล่อ มาจัดแสดงภายในบูธอย่างเต็มรูปแบบ ถ่ายทอดบรรยากาศของปอร์เช่ คอมมูนิตี้ที่เปี่ยมด้วยความหรูหราและรสนิยม พร้อมสร้างสรรค์พื้นที่เสมือนห้องนั่งเล่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่อบอวลด้วยเสน่ห์ของยนตรกรรมระดับตำนาน เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสสมรรถนะ ความประณีต และมรดกแห่งแบรนด์ปอร์เช่อย่างใกล้ชิดในบรรยากาศอันเป็นกันเอง

นอกจาก 911 GTS แล้ว บูธปอร์เช่ยังนำเสนอไลน์อัปรถยนต์รุ่นเด่นอีกหลากหลายรุ่น ภายใต้บรรยากาศไลฟ์สไตล์สุดพิเศษ อาทิ ปอร์เช่ ไทคานน์ 4 ครอส ทัวริสโม่ (Taycan 4 Cross Turismo) ที่ติดตั้งแร็คจักรยาน (Bicycle Rack) สะท้อนภาพลักษณ์ของยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าที่ผสานประโยชน์ใช้สอยเข้ากับสมรรถนะอันเร้าใจอย่างลงตัว

ขณะที่ คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ (Cayenne S E-Hybrid Coupé) รุ่นประกอบในภูมิภาค ก็มาพร้อมชุดเต็นท์หลังคา (Porsche Roof Tent) ที่สะท้อนถึงความอเนกประสงค์สำหรับไลฟ์สไตล์สายผจญภัยอย่างเต็มรูปแบบ

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ 718 เคย์แมน สไตล์ อิดิชั่น (718 Cayman Style Edition) ที่มาพร้อมดีไซน์สะดุดตา, พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด (Panamera 4 E-Hybrid) ที่ผสานความหรูหราเข้ากับพลังขับเคลื่อนไฮบริด และ มาคันน์ (Macan) ยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ ที่โดดเด่นทั้งด้านสมรรถนะและความสะดวกสบายในการใช้งานจริง

ทุกรุ่นล้วนสะท้อนปรัชญาการออกแบบของปอร์เช่ ที่ผสานมรดกแห่งยนตรกรรม ความล้ำสมัยด้านเทคโนโลยี และความหรูหราสไตล์สปอร์ตไว้อย่างลงตัว

นายไมเคิล เวตเตอร์ (Michael Vetter) กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทย เปิดเผยว่า “เป้าหมายของเราคือการยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าชมงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ผ่านความร่วมมือกับ Curvistan Bangkok พื้นที่ไลฟ์สไตล์มัลติฟังก์ชันชื่อดังจากย่านทองหล่อ ที่เข้ามาเติมเต็มบรรยากาศของ Porsche Community ภายในบูธให้มีความอบอุ่นและเป็นกันเอง เราต้องการเชิญชวนแขกผู้เข้าชมให้ได้สัมผัสกับแบรนด์ปอร์เช่ในมุมมองที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น เสมือนนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นที่สามารถแบ่งปันช่วงเวลาแห่งความประทับใจกับเพื่อน ๆ ได้อย่างสบายใจ ในขณะเดียวกัน 911 GTS ใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยี T-Hybrid ก็ได้กลับขึ้นสู่จุดสูงสุดของกลุ่มรถสปอร์ตสมรรถนะสูงอีกครั้ง ด้วยการยกระดับสมรรถนะผ่านระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ที่เป็นหัวใจของ 911 ไม่ว่าจะเป็นความสะดวกสบายในการขับขี่ในชีวิตประจำวัน การควบคุมที่เฉียบคม และอารมณ์ความรู้สึกที่ได้รับจากการขับขี่อย่างแท้จริง เรารอคอยที่จะได้ต้อนรับแฟน ๆ ปอร์เช่ทุกคนในงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งนี้”

911 GTS ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยี T-Hybrid เพื่อสมรรถนะที่เหนือชั้น

ปอร์เช่ เผยโฉม 911 GTS ใหม่ ที่มาพร้อมเทคโนโลยี T-Hybrid เป็นครั้งแรก เพื่อยกระดับสมรรถนะสู่มาตรฐานใหม่ โดยนับเป็นการอัปเกรดครั้งสำคัญของตระกูล 911 อันเป็นเอกลักษณ์ กับการติดตั้งระบบขับเคลื่อนไฮบริดสำหรับการใช้งานบนท้องถนนเป็นครั้งแรกในรุ่น 911 Carrera GTS ระบบไฮบริดสมรรถนะสูงใหม่นี้ได้รับแรงบันดาลใจจากเทคโนโลยีมอเตอร์สปอร์ต ช่วยเพิ่มทั้งพละกำลังและประสิทธิภาพการขับขี่อย่างมีนัยสำคัญ โดยยังสามารถควบคุมน้ำหนักตัวรถให้เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ยังคงไว้ซึ่งบาลานซ์และความคล่องตัวตามแบบฉบับของ 911 ได้อย่างลงตัว

911 GTS ใหม่ มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ขนาด 3.6 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนาใหม่อย่างเต็มรูปแบบ โดยผสานการทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าสองตัว เทอร์โบชาร์จเจอร์ และแบตเตอรี่แรงดันสูงขนาดกะทัดรัด เพื่อมอบสมรรถนะระดับสูงควบคู่กับการควบคุมน้ำหนักที่แม่นยำ มอเตอร์ไฟฟ้าตัวแรกถูกติดตั้งภายในเทอร์โบชาร์จเจอร์ ทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า สามารถสร้างพลังงานไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 20 กิโลวัตต์  (27 แรงม้า) และยังช่วยให้เทอร์โบตอบสนองได้อย่างฉับไว ลดอาการรอรอบ (turbo lag) เพื่อการเร่งที่ลื่นไหลในทุกช่วงความเร็ว

มอเตอร์ไฟฟ้าอีกตัวถูกติดตั้งอยู่ในระบบเกียร์อัตโนมัติ Porsche Doppelkupplung (PDK)  8 จังหวะ ทำหน้าที่ช่วยเสริมแรงบิดของเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ได้สูงสุดถึง 300 นิวตันเมตร และเพิ่มกำลังขับเคลื่อนอีก 40 กิโลวัตต์ ส่งผลให้การตอบสนองของรถแม่นยำและเร้าใจยิ่งขึ้น มอเตอร์ไฟฟ้าทั้งสองตัวทำงานร่วมกับแบตเตอรี่แรงดันสูงขนาด 1.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งได้รับการออกแบบให้มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ เพื่อช่วยควบคุมน้ำหนักรวมของตัวรถให้คงไว้ซึ่งความสมดุลอันเป็นเอกลักษณ์ของ 911

นอกจากนี้ ปอร์เช่ยังได้ติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาดเล็กสำหรับระบบไฟฟ้าขนาด 12 โวลต์ แทนที่แบตเตอรี่ทั่วไป เพื่อลดน้ำหนักโดยรวมและเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายกำลังไฟฟ้าภายในระบบของรถอย่างเหมาะสมที่สุด ถือเป็นการผสมผสานเทคโนโลยีมอเตอร์สปอร์ตเข้ากับยนตรกรรมสำหรับการใช้งานจริงได้อย่างลงตัว

แม้ในขณะที่ไม่มีการช่วยเสริมจากระบบไฟฟ้า เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ขนาด 3.6 ลิตรของ 911 GTS ใหม่ ยังคงให้พละกำลังสูงถึง 357 กิโลวัตต์ (485 แรงม้า) และแรงบิด 570 นิวตันเมตร อย่างไรก็ตาม เมื่อทำงานร่วมกับระบบ T-Hybrid สมรรถนะโดยรวมของรถจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ด้วยพละกำลังรวมสูงสุด 398 กิโลวัตต์ (541 แรงม้า) และแรงบิด 610 นิวตันเมตร ส่งผลให้รถสามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 3.0 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 312 กม./ชม.

นอกเหนือจากการยกระดับด้านขุมพลัง ปอร์เช่ยังได้ปรับปรุงด้านอากาศพลศาสตร์และระบบช่วงล่างของ 911 GTS ใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุม โดยมาพร้อมระบบกันสะเทือน Porsche Active Suspension Management (PASM) ที่ปรับระดับความสูงของตัวรถให้ต่ำลง 10 มิลลิเมตร เสริมด้วยระบบเลี้ยวล้อหลัง (Rear-Axle Steering) ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่น GTS ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในความเร็วสูงและความคล่องตัวในความเร็วต่ำ ขณะเดียวกัน ระบบควบคุมช่วงล่าง Porsche Dynamic Chassis Control (PDCC) ยังได้รับการผสานเข้ากับระบบไฮบริดโดยตรง เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการเข้าโค้งและการทรงตัวในทุกสภาพถนน

ด้านดีไซน์และสมรรถนะทางอากาศ 911 GTS ใหม่ติดตั้งช่องระบายอากาศแบบแอคทีฟ พร้อมดิฟฟิวเซอร์ด้านหน้าที่สามารถปรับการไหลเวียนของอากาศโดยอัตโนมัติเพื่อเพิ่มแรงกดและลดแรงต้าน ช่วยเสริมประสิทธิภาพและการยึดเกาะถนนในขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง ปิดท้ายด้วยชุดแอโรไดนามิกเสริม และล้อดีไซน์ใหม่ ที่ไม่เพียงช่วยเพิ่มความโดดเด่นด้านรูปลักษณ์ แต่ยังยกระดับการตอบสนองและเสถียรภาพของรถในทุกสภาวะการขับขี่อย่างแท้จริง

ภายนอกของปอร์เช่ 911 GTS ใหม่ ได้รับการปรับดีไซน์ให้ทันสมัยและทรงพลังยิ่งขึ้น ด้วยชุดไฟหน้าแบบ Matrix LED ดีไซน์ใหม่ กันชนหน้าที่ได้รับการออกแบบให้มีมิติและความโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น พร้อมส่วนท้ายที่เสริมเส้นสายให้ดูแข็งแกร่ง แถบไฟท้ายดีไซน์ใหม่พร้อมโลโก้ ‘PORSCHE’ แบบฝังในตัว สะท้อนความประณีตในทุกรายละเอียด และช่วยเพิ่มความรู้สึกของความกว้างและความดุดันให้กับตัวรถ สำหรับรุ่น คาเรร่า จีทีเอส (Carrera GTS) ยังมาพร้อมระบบไอเสียสปอร์ตแบบเฉพาะตัวที่ออกแบบมาเพื่อมอบเสียงเครื่องยนต์ที่เร้าใจยิ่งขึ้น

ภายในห้องโดยสาร ปอร์เช่ได้พลิกโฉมการออกแบบภายในของ 911 GTS ใหม่สู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยเปลี่ยนจากการใช้กุญแจแบบหมุนสตาร์ทมาเป็นปุ่มกด พร้อมติดตั้งแผงหน้าปัดแบบดิจิทัลขนาด 12.6 นิ้ว ซึ่งสามารถปรับแต่งการแสดงผลได้ตามความต้องการของผู้ขับขี่ ระบบ Porsche Communication Management (PCM) ได้รับการอัปเกรดให้รองรับการใช้งาน Apple CarPlay® อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้สามารถเข้าถึงและควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ ของรถผ่านอุปกรณ์ Apple ได้โดยตรง นอกจากนี้ ยังเสริมความสะดวกสบายด้วยช่องชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย ระบบช่วยขับขี่ที่พัฒนาให้ทันสมัยยิ่งขึ้น และฟีเจอร์การสตรีมวิดีโอเพื่อเติมเต็มประสบการณ์การเดินทางในทุกมิติ”

911 GTS T-Hybrid ใหม่ เปิดให้สั่งจองอย่างเป็นทางการแล้วในประเทศไทย โดยมีให้เลือกครบทั้งตัวถังแบบคูเป้ (Coupé), คาบริโอเลต (Cabriolet) และทาร์กา (Targa) พร้อมระบบขับเคลื่อนทั้งแบบล้อหลังและขับเคลื่อนสี่ล้อ ทุกรุ่นมาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะ Porsche Doppelkupplung (PDK) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน สำหรับรุ่น 911 คาร์เรร่า จีทีเอส (911 Carrera GTS) ราคาเริ่มต้นที่ 17.4 ล้านบาท

ปอร์เช่ ประเทศไทย ขอเชิญผู้ที่สนใจร่วมสัมผัสประสบการณ์เหนือระดับภายในบูธปอร์เช่ หมายเลข A15 ในงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 โดยภายในบูธได้รวบรวมยนตรกรรมรุ่นล่าสุดที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ทั้งระบบขับเคลื่อนไฮบริดประสิทธิภาพสูง และรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ พร้อมมอบประสบการณ์ที่ทั้งเร้าใจและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่หลงใหลในการขับขี่อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ผู้เข้าชมยังจะได้พบกับข้อเสนอและแคมเปญสุดพิเศษสำหรับรถยนต์ปอร์เช่หลากหลายรุ่นภายในงาน ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ใกล้ชิดกับยนตรกรรมระดับตำนาน พร้อมสัมผัสจิตวิญญาณแห่งการขับขี่ที่ปอร์เช่นำเสนอได้อย่างสมบูรณ์แบบ อย่าพลาดโอกาสพิเศษนี้! งานจัดแสดงตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 6 เมษายน 2568

นิสสัน เปิดตัว “เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ใหม่” ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ กับเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ ตอบโจทย์ครอบครัวนักเดินทางทุกไลฟ์สไตล์

0

นิสสัน ประเทศไทย เปิดตัว “นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ใหม่” รถยนต์เอ็มพีวี 7 ที่นั่ง ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ เอกสิทธิ์ของนิสสัน มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ราบรื่น ตอบสนองทันใจแบบรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบโดยไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีชาร์จ พร้อมฟีเจอร์ต่างๆ ครบครันตามคอนเซ็ปต์ “Big. Easy. Fun.” ที่จะมอบ “ความสนุกที่ใช่ ความสบายที่ชอบ” ให้แก่ครอบครัวนักเดินทาง  นิสสันเปิดให้จองนิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ใหม่ ได้ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี และโชว์รูมนิสสันทั่วประเทศ ในราคา 1,690,000 บาท และพร้อมส่งมอบตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 เป็นต้นไป

โทชิฮิโระ ฟูจิคิ ประธานนิสสัน ประเทศไทย และนิสสัน อาเซียน กล่าวว่า “นิสสันเป็นฟันเฟืองที่สำคัญที่สนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมานานกว่า 72 ปี และเรายังคงมุ่งมั่นที่จะนำเสนอยานยนต์รุ่นใหม่ๆ และนวัตกรรมของยานยนต์อย่างต่อเนื่องสู่ตลาดของประเทศไทย เพื่อยกระดับการใช้ชีวิตของผู้คนในสังคม การเปิดตัว นิสสัน เซเรน่า เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ทั้งนี้การเปิดตัว นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ใหม่ ที่มาพร้อมเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ ในวันนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์สำหรับประเทศไทย ที่นิสสันมองเห็นถึงความต้องการที่กำลังเพิ่มขึ้นของรถยนต์แบบ MPV ที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มครอบครัว และผู้ที่ต้องการเดินทางเป็นหมู่คณะ ด้วยยานยนต์ที่ให้ความสนุกสนาน สอดรับกับวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่”

“นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ใหม่ เป็นรถยนต์รุ่นที่ 2 ของประเทศไทยที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ ต่อจาก คิกส์ อี-พาวเวอร์  ซึ่งหลังจากนี้  นิสสันมีแผนที่จะนำรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ รุ่นอื่นๆ เข้าสู่ตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง” โทชิฮิโระ ฟูจิคิ กล่าวเสริม

นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ใหม่ ได้รับการยอมรับด้วยการเป็น รถยนต์เอนกประสงค์แบบเอ็มพีวี (MPV) ขนาดกลางอันดับ 1 ของญี่ปุ่น การเปิดตัวสู่ตลาดของประเทศไทยในครั้งนี้ สอดคล้องกับแนวโน้มความต้องการรถเอ็มพีวีในประเทศที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการใช้เวลาคุณภาพร่วมกับครอบครัวหรือกลุ่มคนที่รัก ควบคู่ไปกับความต้องการยานยนต์ที่ล้ำสมัย การเปิดตัว นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ จึงไม่เพียงสะท้อนวิสัยทัศน์ของนิสสันในการขับเคลื่อนการเดินทางแห่งอนาคต  แต่ยังเป็นตอบสนองไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างตรงใจ

รูปโฉมภายนอก ทันสมัย ปราดเปรียว สง่างาม

นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ใหม่ มาพร้อมกับโฉมใหม่ดูทันสมัย ปราดเปรียว มีระดับมากขึ้น กระจังหน้าดีไซน์ Next Generation V-Motion สะท้อนถึงพลัง ให้ความรู้สึกถึงการพุ่งทะยานไปข้างหน้า สวยงาม และโฉบเฉี่ยว กันชนหน้า และหลัง ดีไซน์สปอร์ตพร้อมสเกิร์ตในตัว ไฟหน้า และหลัง แบบ Full LED ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้วสีทูโทน พร้อมสปอยเลอร์หลังคา และด้านข้าง ที่ช่วยลดเสียงรบกวนขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง กระจกรอบคันขนาดใหญ่ให้ความรู้สึกโปร่งโล่ง กระจกบานหน้า และหน้าต่างประตูคู่หน้า เป็นแบบ Acoustic Glass หนา 2 ชั้น ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภายในห้องโดยสารใหม่ หรูหรา ทันสมัย และสะดวกสบายทุกการเดินทาง

ภายในห้องโดยสารของ นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ใหม่ ทันสมัยสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนยุคดิจิทัลมากขึ้น ด้วยหน้าจอ TFT 12.3 นิ้ว ความละเอียดสูงให้ภาพคมชัด พร้อมกราฟิกเคลื่อนไหว 3 มิติ สามารถเลือกการแสดงผลหน้าจอตามต้องการ การออกแบบอุปกรณ์ และปุ่มกดต่างๆ บนแผงหน้าปัดคำนึงถึงการใช้งานที่สะดวก เอื้อมถึงได้ง่าย และปลอดภัยไปในตัว นอกจากนี้ หน้าจอทัชสกรีน 12.3 นิ้ว เลือกแสดงผลเป็นภาษาไทยได้ พร้อมระบบ NissanConnect ยังรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย รวมทั้งยังมีปุ่ม Camera สำหรับระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitoring : IAVM) ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นภาพรอบตัวรถครบทุกทิศทาง เพิ่มความปลอดภัยขณะจอดหรือเคลื่อนตัวในช่วงความเร็วต่ำ

เบาะนั่งหุ้มหนังสีดำทั้ง 3 แถวที่ใช้โครงสร้าง Zero Gravity นั่งสบายแม้เดินทางไกล เบาะแถว 2 แบบ Captain Seat สามารถปรับแยกได้อย่างอิสระ พร้อมโต๊ะอเนกประสงค์แบบพับได้ ส่วนเบาะแถว 3 สามารถปรับเอน และพับเก็บได้ ภายในยังเพิ่มความสะดวกสบายมากมาย อาทิ พื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่พร้อมช่องเก็บของใต้พื้นที่ด้านหลัง ที่วางแก้วมากถึง 17 จุด  ช่องชาร์จ USB-C ทุกแถวที่นั่ง รวมทั้งยังมีช่องชาร์จแบบ Type A ในที่นั่งแถวหน้า และรองรับการชาร์จแบบไร้สาย อีกทั้งระบบปรับอากาศอัตโนมัติ 3 โซน พร้อมระบบฟอกอากาศ Plasmacluster ที่ช่วยลดฝุ่น PM2.5 ภายในห้องโดยสารได้อีกด้วย

ยกระดับประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ แรง สนุก ประหยัด

เทคโนโลยีอี-พาวเวอร์ของนิสสัน ที่ติดตั้งในนิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ใหม่ ประกอบด้วยชุดขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ให้พลังสูงถึง 163 แรงม้า ให้แรงบิด 315 นิวตันเมตร สามารถออกตัวได้เร็ว เร่งแซงได้อย่างทันใจ มั่นใจ โดยไม่ต้องรอรอบ เช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า 100%  พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 1.77 kWH ขณะที่ชุดเครื่องยนต์สำหรับสร้างกระแสไฟฟ้า เป็นเครื่องยนต์สันดาปภายในใหม่ รหัส HR14DDe ขนาดความจุ 1.4 ลิตร 3 สูบ แบบหัวฉีดไดเร็กอินเจ็กชั่น รองรับน้ำมัน E10 โดยพัฒนามาสำหรับเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ โดยตรง ให้ประสิทธิภาพสูงในการสร้างกระแสไฟฟ้า นอกจากนี้ยังใช้เทคโนโลยี Mirror Bore Coating ที่ช่วยลดแรงเสียดทาน และลดเสียงจากการสั่นสะเทือน ส่งผลให้เครื่องยนต์เดินได้เรียบ และเงียบมากขึ้น ทำให้การเดินทางที่ราบรื่น นุ่มนวล มีเสียงรบกวนจากภายนอกน้อย และให้ความเงียบในห้องโดยสารเงียบกว่ารถยนต์เครื่องสันดาปภายในแบบเดิม

นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ใหม่ ยังมาพร้อมระบบคันเร่งอัจฉริยะ อี-เพดัล สเต็ป (e-Pedal Step) ซึ่งผู้ขับขี่สามารถเลือกเปิดการใช้งานระบบนี้ได้อย่างอิสระตามต้องการ ให้ความสะดวกในการเร่ง และชะลอความเร็วได้ในคันเร่งเดียว สะดวกสบายเมื่อต้องขับขี่ในเมือง หรือในช่วงการจราจรคับคั่ง ในขณะเดียวกันการขับขี่ด้วย อี-เพดัล สเต็ป สามารถช่วยเพิ่มการฟื้นฟูพลังงานด้วยการชาร์จกระแสไฟฟ้ากลับเข้าแบตเตอรี่ได้ดีมากยิ่งขึ้น 

หนึ่งในฟีเจอร์ใหม่ที่เสริมประสบการณ์ในการขับขี่ นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ใหม่ ให้สะดวกสบาย และง่ายยิ่งขึ้น ได้แก่ ปุ่มกดสำหรับเลือกตำแหน่งเกียร์ ที่ให้ผู้ขับขี่เปลี่ยนเกียร์ด้วยการกดปุ่มแทนการปรับคันเกียร์ ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่าย สะอาดตา ใช้งานง่าย มีไฟเรืองแสงช่วยให้เห็นชัดเจนแม้อยู่ในที่มืด รวมถึง N Hold Mode ที่ทำให้สามารถเข็นรถได้ง่าย ให้ความสะดวกเมื่อต้องจอดซ้อนคัน รวมถึง เบรกมือไฟฟ้า พร้อม Auto Brake Hold ที่เสริมความสะดวกในการใช้งาน

นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ใหม่ มีรูปแบบการขับขี่ 3 โหมดหลัก ได้แก่ Standard mode ที่ให้ทั้งความแรงและประหยัด, Sport mode ที่เน้นการตอบสนองรวดเร็ว ขับสนุกสไตล์สปอร์ต และ Eco Mode ที่เน้นการประหยัดพลังงาน ให้การขับขี่นุ่มนวล โดยมี ฟังก์ชัน B ที่เพิ่มแรงหน่วง หรือ ช่วยเบรก และเพิ่มการฟื้นฟูพลังงาน หรือ Regenerative รวมถึง EV mode ที่สามารถปรับเปลี่ยนให้รถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่เหลือภายในแบตเตอรี่ โดยเครื่องยนต์จะไม่ทำงานจนกระทั่งแบตเตอรี่อยู่ในระดับต่ำ สัมผัสถึงความเงียบและอีกขั้นของความประหยัด

 

BIG. EASY. FUN. แนวคิดที่เป็นเอกลักษณ์ของ เซเรน่า

นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ใหม่ ยังคงแนวคิดที่เป็นเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ คือ Big. Easy. Fun. ได้อย่างโดดเด่น ด้วยความใหญ่ (Big) จากห้องโดยสารที่กว้างที่สุดในกลุ่มรถแบบเดียวกัน กระจกบานใหญ่รอบคันให้ทัศนวิสัยดีเยี่ยม มอบความรู้สึกโปร่ง โล่ง ช่วยลดอาการเมารถได้  มาพร้อมความง่ายในทุกการใช้งาน (Easy) จากประตูสไลด์อัตโนมัติแบบแฮนด์ฟรีทั้ง 2 ด้าน และฝาท้ายอเนกประสงค์แบบ Dual Back Door หนึ่งเดียวในตลาดรถยนต์เอ็มพีวี ที่เปิดได้ทั้งแบบเต็มบาน และครึ่งบาน รวมถึงความสนุก (Fun) จากความอเนกประสงค์ในการปรับที่นั่งได้ถึง 13 รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นโหมดขนกระเป๋า โหมดเพิ่มพื้นที่
ช่วงขา โหมดปรับเบาะแถว 2 และ 3 ราบเป็นห้องนั่งเล่น ตอบโจทย์ทุกความต้องการของครอบครัว

เทคโนโลยีความปลอดภัยครบครัน เพื่อความมั่นใจในทุกการเดินทาง

นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ใหม่ มีเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงรอบคัน 360° Nissan Safety Shield พร้อมระบบป้องกัน และปกป้องเมื่อเกิดอุบัติเหตุที่ครบครัน อาทิ ระบบเตือนก่อนการชนด้านหน้า หรือ Intelligent Forward Collision Warning (IFCW) ที่สามารถตรวจจับรถยนต์ด้านหน้าได้ถึง 2 คัน กระจกมองหลังอัจฉริยะ Intelligent Rear View Mirror (IRVM) ที่ได้รับความชื่นชอบจากลูกค้าจากความเหมาะสมสำหรับรถยนต์แบบ MPV  ระบบสัญญาณแจ้งหยุดฉุกเฉินอัตโนมัติ ขณะเบรกกะทันหัน  (Emergency Stop Signal – ESS) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ (Intelligent Cruise Control – ICC) ที่สามารถปรับเปลี่ยนความเร็วตามรถคันหน้าจนถึงหยุดนิ่ง ระบบป้องกันการชนรถในจุดอับสายตา (Intelligent Blind Spot Intervention – IBSI) ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง (Lane Departure Warning – LDW) ที่ทำงานคู่กับระบบควบคุมรถเมื่อออกนอกช่องทาง (Intelligent Lane Intervention – ILI) และอื่นๆ  นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ให้การปกป้องเมื่อไม่สามารถเลี่ยงอุบัติเหตุได้ เช่น ถุงลมนิรภัย SRS 6 ใบ บริเวณคู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย และระบบที่ให้ความสะดวก และปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่ เช่น ระบบล็อกรถอัตโนมัติ Walk-Away Door Lock พร้อมระบบปลดล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทเข้าใกล้ตัวรถ เป็นต้น

นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ใหม่ มี 1 เกรด คือ Highway Star โดยมีสีตัวถังภายนอกให้เลือก 6 สี* ได้แก่     สีฟ้าเทอร์ควอยซ์บลู หลังคาดำ สีขาวปริซึมไวท์ หลังคาดำ สีขาวปริซึมไวท์ สีดำไดมอนด์แบล็ค สีเทากันเมทาลิก และสีเงินบริลเลียนท์ ซิลเวอร์

นอกจากนี้ นิสสัน ยังเพิ่มความอุ่นใจในการขับขี่อย่างไร้กังวลด้วยการรับประกันตัวรถ 5 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร** การรับประกันระบบขับเคลื่อน อี-พาวเวอร์ นาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร** และการรับประกัน 10 ปี สำหรับแบตเตอรี่กำลังสูงในระบบ อี-พาวเวอร์ โดยไม่จำกัดระยะทาง***

รถยนต์ไฮไลต์และโปรโมชั่นพิเศษ

นอกจากการเปิดตัว นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ใหม่ นิสสันยังคงนำรถยนต์รุ่นหลักคุณภาพเยี่ยมที่ได้รับรางวัล Car of The Year มากมายมาจัดแสดงในงาน ได้แก่ นิสสัน เซเรน่า ที่ได้รางวัล Car of The Year ประเภท รถยนต์ เอ็มพีวี ขนาดกลาง (Best mid-size MPV) นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ “คันเดียวที่ใช่ ทั้งแรงทั้งประหยัด” ที่ได้รางวัล Car of The Year ประเภท รถยนต์ เอสยูวีเครื่องยนต์ไฮบริด ขนาดความจุเครื่องยนต์ต่ำกว่า 1.300 ซีซี (Best Hybrid SUV under 1,300 cc)  นิสสัน นาวารา “ทน พร้อม ลุย” ที่ได้รางวัล Car of The Year ประเภท รถยนต์กระบะยกสูงขนาดความจุเครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,500 ซีซี (Best high-lift Pickup under 2,500cc)  นิสสัน อัลเมร่า “แรงจริง จัดให้” และ นิสสัน เทอร์ร่า “คันเดียวจบครบเกินคุ้ม” รถยนต์อเนกประสงค์สำหรับครอบครัว

พร้อมโปรโมชั่นพิเศษตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 30 เมษายน 2568  ที่จะทำให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์คุณภาพเยี่ยมได้ง่ายยิ่งขึ้นกับแคมเปญ SAY YES! ที่หลากหลายสำหรับรถยนต์แต่ละรุ่นให้ลูกค้าเลือกได้ตามความต้องการของตนเอง ตั้งแต่ดอกเบี้ยต่ำ 0% ไปจนถึงผ่อนนาน 96 เดือน และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง

ผู้ที่สนใจ สามารถแวะมาเยี่ยมชมบูธนิสสันในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ได้ระหว่างวันที่ 26  มีนาคม6 เมษายน 2568 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี และโชว์รูมนิสสันทั่วประเทศ

‘* สีฟ้าเทอร์ควอยซ์บลูหลังคาดำ และ สีขาวปริซึมไวท์หลังคาดำ เพิ่ม 20,000- บาท สีขาวปริซึมไวท์ เพิ่ม 12,000 บาท

‘** แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน 

‘*** เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด