Home Blog Page 92

ล้างภาพจำเดิม ๆ กับ 5 ข้อ เลือกกระบะที่ใช่ เปลี่ยนทุก Pain Points ให้เป็นการเดินทางแบบเฟิร์สคลาส

0
GWM 1

ภาพจำเดิม ๆ ที่ติดตาและประสบการณ์ที่ฝังลึกในใจ ว่ารถกระบะเป็นพาหนะเน้นใช้งานเชิงพาณิยช์ ไม่เหมาะกับไลฟ์สไตล์เพื่อการเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ชวนเปิดใจ ลบภาพจำเดิม ๆ แนะ 5 ข้อเลือกรถกระบะสำหรับผู้ใช้งานที่กำลังมองหารถกระบะที่สามารถตอบความต้องการที่ครอบคลุมทั้งสมรรถนะที่เร็วแรง ดุดัน ในขณะเดียวกันกลับมอบการเดินทางที่นิ่มนวล สะดวกสบายแบบเฟิร์สคลาสภายใต้เครื่องยนต์ไฮบริด ด้านความอเนกประสงค์เพื่อคนสายลุย คือ อีกด้านที่สำคัญไม่แพ้กัน เพื่อให้ผู้ใช้งานทุกเพศได้เดินทางโดยปราศจากอุปสรรค ผู้หญิงก็ขับขี่ได้ง่าย ๆ และปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูงที่จะอำนวยความสะดวกในทุกสภาพถนน เหนือสิ่งอื่นใด คือ ราคาที่จับต้องได้ คุ้มค่าในทุกมิติ เพื่อประสบการณ์การเดินทางในทุกรูปแบบทั้งออนโรดและออฟโรดพร้อมกันในครอบครัว

 

ลืมความกระด้างในรถกระบะแบบเดิม ๆ มองหารถกระบะพลังงานใหม่ที่ให้สมรรถนะเร็วแรงแต่นิ่มนวล อาการปวดเมื่อย ล้า ชา มักเป็นอาการที่พบได้บ่อยของผู้ใช้งานรถกระบะทั่วไป ที่มาจากความกระด้างระหว่างการขับขี่และโดยสาร ปัจจุบัน มีรถกระบะพลังงานใหม่ออกมาให้เป็นตัวเลือกเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นิ่มนวล แม้ว่าเส้นทางนั้นจะขรุขระหรือท้าทายแค่ไหน ทุกการเดินทางเพื่อทำงานหรือท่องเที่ยวจะเป็นไปได้อย่างราบรื่น โดยควรมองหากระบะที่มีระบบช่วงล่างที่คอยซับแรงกระแทก มอบความสบายขั้นสุด หรือแม้แต่ระบบเครื่องยนต์เบนซินไฮบริดที่ฉีกกฏรถกระบะดีเซลแบบเดิม ที่สามารถทำให้ทุกการเร่งแซงมาพร้อมกับความเงียบ ความนุ่มนวล ลดเสียงและการสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ในห้องโดยสาร ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ทุกเพศ ทุกวัย ในทุกที่นั่งได้สัมผัสกับประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่นเสมือนการขับขี่และโดยสารในรถเอสยูวี

GWM 6

รถกระบะออปชั่นน้อยกำลังหมดไปจากตลาด เติมเต็มช่องว่างด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำสู่ความสะดวกสบายขั้นสุด

แม้การเดินทางระยะไกล รถกระบะจะไม่ใช่ยานพาหนะเพื่อการพาณิชย์อีกต่อไป รถกระบะสามารถเป็นรถยนต์เพื่ออนาคต ให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตกับทริปผจญภัยเพื่อประสบการณ์ใหม่ ๆ แต่ยังมอบความสะดวกสบายที่เหนือระดับเสมือนเดินทางแบบเฟิร์สคลาสด้วยรถยนต์เอสยูวีหรู หนึ่งในจุดสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม คือ เบาะนั่ง ซึ่งควรได้รับการออกแบบมาให้รองรับการเดินทางไกลด้วยฟังก์ชันปรับเอนได้ เพิ่มความสบายสูงสุดสำหรับทุกผู้โดยสารอย่างแท้จริง ซึ่งรวมถึงเบาะนั่งด้านหลังที่สามารถปรับเอนได้เพิ่มความสะดวกสบาย ปัจจุบันยังมีฟังก์ชั่นเบาะนวดสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า เพื่อสร้างความผ่อนคลายในทุกการเดินทาง คลายความเมื่อยล้าจากการนั่งและขับขี่ นอกจากนี้ระยะฐานล้อที่ยาวยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ห้องโดยสารให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ลดข้อจำกัดของการเดินทางด้วยรถกระบะแบบเดิม ๆ ที่พื้นที่เล็กและแคบ โดยเฉพาะพื้นที่สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง เปลี่ยนการเดินทางให้ผ่อนคลาย โล่งโปร่ง และไม่อึดอัด รวมถึงระบบความบันเทิงภายในรถกระบะที่ควรมาพร้อมกับระบบเสียงคุณภาพสูง ด้วยลำโพงรอบทิศทางขั้นต่ำที่ 10 จุด ตอบโจทย์ทุกความบันเทิงของทุกคนในครอบครัว สร้างบรรยากาศเพลิดเพลินตลอดเส้นทาง

GWM 9

 

ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง

แม้ว่าผู้ขับขี่จะระมัดระวังแค่ไหนก็ตาม อุบัติเหตุเกิดได้เสมอ ไม่เลือกคน ไม่เลือกสถานที่และเวลา ระบบความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามในการเลือกซื้อรถกระบะ เพราะชีวิตของผู้ขับขี่และทุกคนในครอบครัวมีค่าเหนือสิ่งอื่นใด หนึ่งในคุณสมบัติสำคัญที่ควรพิจารณา คือ การเลือกกระบะที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือระดับโลกต่าง ๆ อาทิ Australasian New Car Assessment Program (ANCAP) ซึ่งเป็นเครื่องหมายการันตีถึงความน่าเชื่อถือของโครงสร้างและระบบป้องกันอุบัติเหตุ นอกจากนี้ รถกระบะต้องมีเทคโนโลยีอันล้ำสมัยที่ครบครัน เช่น กล้องแสดงภาพรอบทิศทางที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นทุกมุมของตัวรถ ลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุขณะเลี้ยวหรือจอดในพื้นที่แคบ ระบบเตือนการชน ระบบเบรกฉุกเฉินด้านหน้าและด้านหลังในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ระบบช่วยจอดและระบบช่วยถอยหลัง เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ช่วยลดความเครียดในการขับขี่โดยเฉพาะในพื้นที่จำกัด ที่สำคัญ รถกระบะที่ดีควรมาพร้อมถุงลมนิรภัยรอบคัน ไม่ใช่เพียงแค่ด้านหน้า แต่ยังรวมถึงด้านข้างและม่านถุงลม เพื่อป้องกันแรงกระแทกจากรอบทิศทางในกรณีที่เกิดการชน ไม่เพียงช่วยปกป้องผู้ขับขี่ แต่ยังสร้างความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารทุกคนในรถกระบะให้มั่นใจพร้อมได้ในทุกการเดินทาง

GWM 5

ฉีกกฎให้บรรทุกได้ทุกกิจกรรม สะดวก ง่าย เพศไหนก็ตอบโจทย์

ฝาท้ายกระบะแบบเปิดจากบน-ล่าง คือ อีกหนึ่งภาพจำในอดีตที่หนักอึ้ง เป็นอุปสรรค์ต่อการทำงานและท่องเที่ยว โดยเฉพาะผู้หญิงสายลุย ปัจจุบัน มีรถกระบะที่เล็งเห็นถึงการใช้งานที่นอกกรอบ เพื่อตอบโจทย์ทุกกิจกรรมผ่านฝาท้ายกระบะที่ใช้งานง่าย เปิด-ปิดได้ 2 รูปแบบเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ทั้งแบบเปิดจากบน-ล่าง และเปิดแบบซ้าย-ขวา สะดวกสบายไปอีกขั้นเพื่อรองรับทุกการใช้งาน ไม่ว่าจะเดินทางไปช็อปปิง ท่องเที่ยวโรดทริปแบบสายลุย หรือแม้แต่ปิกนิกกับครอบครัวและเพื่อนฝูง การบรรทุกสัมภาระจะกลายเป็นเรื่องง่ายและไร้ปัญหาหากเลือกกระบะที่มาพร้อมฝาท้ายที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ช่วยลดความยุ่งยากและแรงที่ต้องใช้ในการยกหรือปิดฝาท้าย ไม่ว่าจะเป็นของชิ้นเล็กหรือชิ้นใหญ่ก็สามารถขนถ่ายได้อย่างง่ายดาย พร้อมความสามารถในการรองรับน้ำหนักได้สูงถึงหนึ่งตัน เหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย ดังนั้นฝาท้ายกระบะที่ดีไม่เพียงตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่ยังเสริมความมั่นใจและความคล่องตัวในทุกกิจกรรม ให้พร้อมเผชิญทุกเส้นทางและทุกความท้าทายได้อย่างราบรื่นและไร้กังวล

GWM 2

คุ้มค่าในทุกมิติ เพื่อการลงทุนระยะยาว เติมเต็มประสบการณ์ใหม่ๆ ของชีวิต

นอกเหนือไปจากสมรรถนะและดีไซน์แล้ว งบประมาณถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเป็นอย่างมาก จากผลสำรวจในงาน Motor Expo 2024 พบว่า ผู้บริโภคกว่า 50% กำหนดงบประมาณสำหรับการซื้อรถกระบะไว้ในช่วง 850,000 – 1,149,000 บาท ซึ่งเป็นช่วงราคาที่เหมาะสมสำหรับการได้รับความคุ้มค่าทั้งด้านราคาและการใช้งาน เพราะการซื้อรถกระบะสักคันคือการลงทุนและเป็นค่าใช้จ่ายที่สำคัญ ในการเลือกซื้อรถกระบะจึงควรพิจารณาคุณค่าด้านต่าง ๆ เปรียบเทียบสิ่งที่ได้กับราคาที่ต้องจ่ายออกไปอย่างถี่ถ้วน ทั้งคุณภาพ เทคโนโลยี ระบบความปลอดภัย สิ่งอำนวยความสะดวก สมรรถนะการขับขี่ หรือแม้แต่ความสามารถในการตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย เพื่อให้แน่ใจว่ารถกระบะคู่กายนี้จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในทุกด้าน ทั้งสมรรถนะที่เร็วแรงแต่นิ่มนวล เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเพื่อความสะดวกสบายขั้นสุด ระบบความปลอดภัยขั้นสูง นวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ฉีกกฎเกณฑ์เดิม ๆ เพื่อประสบการณ์ที่ดีกว่า โดยการตั้งงบประมาณให้ชัดเจนและเลือกซื้อรถที่ตอบโจทย์การใช้งาน จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และมั่นใจได้ว่ารถกระบะที่เลือกจะมอบความคุ้มค่าและความพึงพอใจในระยะยาว

GWM 8

นี่คือ 5 ข้อ ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ แนะนำสำหรับการเลือกกระบะที่ใช่เพื่อไลฟ์สไตล์ที่ชอบ ตอบโจทย์ทุกผู้ใช้งานสายลุยไม่ว่าจะเพศไหนก็ใช้งานง่าย มอบทั้งความสะดวกสบายและความปลอดภัยที่เหนือระดับ รวมถึงสมรรถนะที่ดีเยี่ยม หากกำลังมองหารถกระบะพลังงานใหม่ ลองเปิดใจกับ GWM POER SAHAR HEV รถกระบะขุมพลังไฮบริดคันแรกของประเทศไทย ในราคา 1.189 – 1.389 ล้านบาท สัมผัสและทดลองขับได้ที่ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ 17 สาขาทั่วประเทศ พร้อมกับดีลพิเศษและสิทธิประโยชน์อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ส่วนลดเงินสดมูลค่า 50,000 บาท ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% นาน 48 เดือน (เมื่อดาวน์ 25%) ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึงวันที่ 31 มกราคม 2568 นี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM แอปพลิเคชัน และเว็บไซต์ www.gwm.co.th หรือสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM Contact Center 02-668-8888

 

พิมพ์พิศา รับรอง ฉลองวันเกิดด้วยแชมป์ Honda LPGA Thailand 2025 National Qualifiers คว้าสิทธิ์เข้าดวลวงสวิงกับนักกอล์ฟระดับโลกในศึกฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025

0
ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 1

การแข่งขัน Honda LPGA Thailand 2025 National Qualifiers ณ สยามคันทรีคลับ โรลลิ่งฮิลส์ พัทยา จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ 7 – 8 มกราคม 2568 ฝ้าย-พิมพ์พิศา รับรอง คว้าตำแหน่งผู้ชนะ พร้อมรับสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 ชิงเงินรางวัลรวม 1.7 ล้านดอลลาร์ฯ (ประมาณ 60 ล้านบาท) โดยการแข่งขันจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 23 กุมภาพันธ์ 2568 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 2

ฝ้าย-พิมพ์พิศา นักกอล์ฟสมัครเล่นทีมชาติไทย วัย 18 ปี จากกรุงเทพมหานคร สามารถคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ จากผู้เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 88 คน ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มจัดการแข่งขัน ด้วยผลงานยอดเยี่ยม 6 อันเดอร์พาร์ 138 (69-69) ทิ้งอันดับ 2 สรัลพร เกตุสุวรรณ ที่ทำสกอร์เข้ามา 4 อันเดอร์พาร์ 140 (69-71) ฝ้าย-พิมพ์พิศา ซึ่งคว้าแชมป์ฉลองวันเกิดอายุครบ 18 ปี ในวันที่ 9 มกราคมนี้ กล่าวถึงความรู้สึกในการแข่งขันครั้งนี้ว่า ภูมิใจและดีใจมาก ตนเองได้ลงแข่ง Honda LPGA Thailand National Qualifiers มา 2 ครั้ง ทำให้รู้ว่าความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 3

ฝ้าย-พิมพ์พิศา ยังย้ำด้วยความมุ่งมั่นว่า จะตั้งใจทำผลงานให้ดีที่สุดในการแข่งขันกับนักกอล์ฟชั้นนำของโลก โดยจะซ้อมให้มากขึ้นโดยเฉพาะที่สนามโอลด์คอร์ส และฝึกควบคุมสมาธิ ขอบคุณครอบครัวที่เป็นกำลังใจสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ และขอบคุณฮอนด้าที่จัดการแข่งขันนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้นักกอล์ฟไทยได้สัมผัสประสบการณ์การแข่งขันในระดับโลก

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 5

นายนคร วิมลจิตรสอาด ผู้จัดการทั่วไป สายงานการสื่อสารการตลาด บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ปีนี้เป็นครั้งแรกที่ บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ได้ผนึกกำลังกับ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด และบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด สนับสนุนการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ การได้มาเห็นบรรยากาศการแข่งขัน National Qualifiers ในวันนี้ ก็สัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นของบรรดานักกอล์ฟไทยทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นที่ตั้งใจก้าวเดินตามความฝันของตนเองในเส้นทางกีฬากอล์ฟ ต้องขอแสดงความยินดีกับพิมพ์พิศา และขอเป็นกำลังใจให้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ และได้รับประสบการณ์ที่น่าประทับใจในการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 ที่จะจัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์นี้”

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 6

การแข่งขัน Honda LPGA Thailand 2025 National Qualifiers จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 7 ในปีนี้ สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพสตรี (ไทยแอลพีจีเอ) ผู้จัดการแข่งขันกอล์ฟอาชีพสตรี ส่งเสริมและพัฒนากอล์ฟสตรีไทยก้าวสู่ระดับนานาชาติ ได้เข้าร่วมดำเนินการจัดการแข่งขันอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก โดยเวทีนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นความสำเร็จของนักกอล์ฟหลายคน อาทิ พราว-ชเนตตี วรรณแสน แชมป์ National Qualifiers ระดับประเทศ 2 สมัยติดต่อกัน ในปี 2021 และ 2022 ปัจจุบันได้สร้างผลงานยอดเยี่ยมและโลดแล่นในเวทีโลก ด้วยดีกรีแชมป์แอลพีจีเอทัวร์ 2 รายการ ได้แก่ Portland Classic 2023 และ Dana Open 2024 สำหรับนักกอล์ฟสาวไทยที่คว้าแชมป์รายการนี้ ได้แก่ กิฟท์ – เบญญาภา นิภัทร์โสภณ (แชมป์ 2019) รีน่า ทัตเทมัตซึ (แชมป์ 2020) พราว – ชเนตตี วรรณแสน (แชมป์ 2021 และ 2022) ซิม – ณัฐกฤตา วงศ์ทวีลาภ (แชมป์ 2023) ฮัท – สุวิชยา วินิจฉัยธรรม (แชมป์ 2024) และแชมป์คนล่าสุด ฝ้าย-พิมพ์พิศา รับรอง

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 7

การแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 จะกลับมาสร้างความยิ่งใหญ่และความตื่นเต้นเร้าใจให้กับแฟนกอล์ฟอีกครั้งในวันที่ 20-23 กุมภาพันธ์ 2568 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี สำหรับนักกอล์ฟไทยที่เข้าร่วมแข่งขัน นำโดย จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล ที่คว้า 2 แชมป์แอลพีจีเอ ในปีที่ผ่านมา ทั้ง Dow Championship และ CME Group Tour Championship ก่อนจะก้าวขึ้นสู่อันดับ 4 ของโลก ในฤดูกาล 2024 พร้อมด้วย แพตตี้-ปภังกร ธวัชธนกิจ แชมป์ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024 ที่จะกลับมาป้องกันแชมป์ โดยรายชื่อทั้งหมดของนักกอล์ฟสตรีชั้นนำระดับโลกทั้งไทยและต่างชาติจำนวน 72 คน จะมีการเปิดเผยในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 9

แฟนกอล์ฟสามารถติดตามชมการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 ผ่านการถ่ายทอดสดทาง PPTV HD 36 และทุกแพลตฟอร์ม รวมถึงเว็บไซต์ www.pptvhd36.com เฟซบุ๊ก www.facebook.com/PPTVHD36 และ YouTube ช่อง PPTV Sports สำหรับบัตรเข้าชมการแข่งขันทั้งแบบทั่วไปและแบบวีไอพี เปิดจำหน่ายแล้ว ทาง hondalpgathailand.com ผู้ชมที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี และอายุมากกว่า 60 ปี สามารถลงทะเบียนเข้าชมการแข่งขันโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

 

“มาสด้า” ประกาศสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน เพื่อประกอบรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรก

0
มาสด้า 1

มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประกาศเดินหน้าเต็มกำลังต่อแผนงานการขยายการลงทุนเพื่อก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ สำหรับผลิตแบตเตอรี่ระดับโมดูล (Battery Module) และระดับแพ็ค (Battery Pack) ชนิดลิเธียม-ไอออน รูปทรงกระบอก เพื่อนำมาใช้สำหรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต ณ เมืองอิวาคุนิ จังหวัดยามากูชิ ประเทศญี่ปุ่น โดยความร่วมมือกันระหว่างมาสด้ากับพานาโซนิค เอเนอร์จี ซึ่งจะเป็นซัพพลายเออร์ในการผลิต และแบตเตอรี่ที่จะทำการผลิตขึ้นมาใหม่นี้จะถูกนำมาติดตั้งเข้าไปในรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รุ่นแรกของมาสด้า ที่เป็นแพลตฟอร์มสำหรับรถ EV โดยเฉพาะ โดยจะทำการผลิตขึ้นในโรงงานผลิตรถยนต์ของมาสด้า ประเทศญี่ปุ่น ทั้งนี้ คาดว่ากำลังการผลิตของโรงงานใหม่แห่งนี้จะอยู่ที่ 10 GWh ต่อปี

ภายใต้แผนการดำเนินธุรกิจระยะกลาง 2030 มาสด้าได้เตรียมความพร้อมสำหรับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าตามกลยุทธ์ Multi-solution เพื่อนำเสนอเทคโนโลยีที่มีความหลากหลายให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นไปตามนโยบายและข้อกำหนดใหม่ เพื่อมีส่วนสนับสนุนและช่วยแก้ไขปัญหาสังคมในการลดภาวะโลกร้อนในระยะยาว โดยเฉพาะแบตเตอรี่ซึ่งถือเป็นหนึ่งในส่วนประกอบที่สำคัญของรถยนต์ไฟฟ้า มาสด้าได้มีการลงนามข้อตกลงร่วมกับพานาโซนิค เอเนอร์จี เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2566 เพื่อจัดหาแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน รูปทรงกระบอก สำหรับใช้ในการประกอบในรถยนต์ ต่อมาในเดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา แผนการขยายการผลิตแบตเตอรี่และการพัฒนาเทคโนโลยีผ่านกระบวนการความร่วมมือในครั้งนี้ ก็ได้รับ

การรับรองจากกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม ประเทศญี่ปุ่น (METI) กลายเป็น “แผนงานรับรองการจัดหาแบตเตอรี่” จากแผนงานดังกล่าว จะส่งผลทำให้มาสด้าสามารถนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่มาพร้อมแบตเตอรี่ที่มีลักษณะเฉพาะของมาสด้าให้กับลูกค้า โดยจะมาพร้อมกับการออกแบบที่เหนือระดับ ส่งมอบความสะดวกสบาย และการขับขี่ที่ให้ระยะทางไกลขึ้น นอกจากนั้น โรงงานใหม่แห่งนี้ ยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างการจ้างงานในระดับท้องถิ่น รวมถึงช่วยพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศอีกทางหนึ่งด้วย

มาสด้าจะยังคงเดินหน้ายกระดับ “ความสุขในการขับขี่” โดยยึดมั่นในคุณค่าของ “มนุษย์เป็นศูนย์กลาง” ไปจนถึงปี 2030 และมุ่งมั่นที่จะมอบ “ความสุขในการใช้ชีวิต” ด้วยการสร้างประสบการณ์การเดินทางที่น่าตื่นเต้นในชีวิตประจำวันให้กับลูกค้าทุกคน

 

บริดจสโตนส่งความสุขฉลองรับปีใหม่ มอบโปรโมชันสุดพิเศษแทนคำขอบคุณจากใจให้ลูกค้า “ปีใหม่เปลี่ยนยางใหม่ บริดจสโตนลดให้ทันที!”

0

บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ส่งความสุขฉลองปีใหม่ มอบของขวัญแทนคำขอบคุณที่ลูกค้าเชื่อมั่นและวางใจให้เราดูแลตลอดการเดินทางเสมอมา ด้วยโปรโมชัน ปีใหม่เปลี่ยนยางใหม่ บริดจสโตนลดให้ทันที!” เมื่อซื้อยางบริดจสโตน หรือไฟร์สโตน รุ่นและขนาดที่ร่วมรายการ รับส่วนลดสุดพิเศษ 10%* ณ ตัวแทนจำหน่ายยางบริดจสโตนและไฟร์สโตน หรือศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรค็อกพิท (COCKPIT) ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568  – 28 กุมภาพันธ์ 2568

ยางบริดจสโตน รุ่นและขนาดที่ร่วมรายการ ได้แก่

  • TURANZA 6: 205/55R16, 215/55R16, 215/60R16, 215/55R17, 225/50R17
  • TURANZA T005A: 195/65R15, 205/65R16, 225/55R16, 225/60R16, 215/60R17, 225/40R18, 225/45R18, 235/45R18, 235/50R18
  • POTENZA Adrenalin RE004: 195/55R15, 205/50R17, 215/45R17, 215/50R17, 225/45R17, 225/40R18, 225/45R18, 235/40R18
  • ECOPIA EP150: 185/60R15, 185/65R15, 195/60R16
  • ECOPIA EP300: 185/60R15, 195/60R15, 195/65R15, 185/55R16, 205/60R16, 205/50R17, 215/50R17
  • ECOPIA H/L001: 245/70R16, 265/70R16, 215/60R17, 225/65R17, 265/65R17, 265/60R18, 265/50R20

ยางไฟร์สโตน รุ่นและขนาดที่ร่วมรายการ ได้แก่

  • F01: 185/65R15, 195/65R15, 215/55R17, 225/50R17
  • F01X: 195/55R15, 205/55R16

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3Dw2J0N แผนกลูกค้าสัมพันธ์บริดจสโตน โทร. 02-636-1555 หรือแผนกลูกค้าสัมพันธ์ค็อกพิท โทร.1369

*หมายเหตุ:

– ลูกค้าจะต้องทิ้งยางเก่าที่ติดมากับรถไว้ที่ร้านเท่านั้น

– ไม่สามารถรับสิทธิ์ร่วมกับโปรโมชันผ่อน 0%

– เงื่อนไขและรายละเอียดเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

– สงวนสิทธิ์ ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการเท่านั้น

– สิทธิ์ส่วนลดไม่สามารถแลกเปลี่ยน ทอนเป็นเงินสด หรือของรางวัลอื่นได้

“ซูซูกิ” เปิดแคมเปญพิเศษรับตลาดต้นปี SUZUKI ERTIGA SUPER FLASH DEAL ราคาพิเศษเริ่มต้น 555,000 บาท

0

นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ซูซูกิเตรียมพร้อมในการรุกตลาดรถยนต์ปี 2568 อย่างเข้มข้น เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าได้อย่างกว้างขวางในราคาที่เหมาะสม ภายใต้ แคมเปญ “SUZUKI WORRY FREE” ซึ่งเป็นแผนการดำเนินธุรกิจรูปแบบใหม่ ที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ด้วยการยกระดับงานบริการในทุกด้าน เพื่อการดูแลลูกค้าด้วยความจริงใจ ทำให้เราสามารถมอบคุณภาพของงานบริการที่ดีที่สุด รวมไปจนถึงการมอบโปรโมชันพิเศษให้แก่ลูกค้าทุกท่าน ตอบแทนความไว้วางใจที่มอบให้แก่เราเสมอมา

ในปี 2568 นี้ ยังคงเป็นปีที่เราจะยังเดินหน้าในการนำเสนอสิ่งที่ดีให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง นอกจากแผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดประเทศไทยในปีนี้อย่างแน่นอนแล้วนั้น เราจะยังนำเสนอแคมเปญพิเศษเพื่อกระตุ้นความต้องการของตลาดรถยนต์ในประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดที่มีความต้องการหลากหลายเป็นอย่างมาก ซูซูกิในฐานะที่เป็นแบรนด์ผู้จำหน่ายรถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลายเซกเมนต์ไว้รองรับต่อความต้องการก็พร้อมจะนำเสนอสินค้าและบริการที่ตอบรับต่อความต้องการนั้น

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ซูซูกิ มีรถยนต์หลายรุ่นที่เข้าไปอยู่ในใจของคนไทยและยังได้การตอบรับเป็นอย่างดีเสมอมา โดยเฉพาะรถยนต์ในกลุ่มอเนกประสงค์ขนาด 7 ที่นั่ง ซึ่งหนึ่งในทางเลือกของรถยนต์สำหรับครอบครัวรุ่นหนึ่งของคนไทย คือ “SUZUKI ERTIGA HYBRID -The Power of Smart เต็มที่ทุกฟังก์ชัน เต็มพลังสมาร์ทไฮบริด” ที่มอบความคุ้มค่า ครบครันที่สุดให้แก่ผู้บริโภค

ในโอกาสนี้เพื่อเป็นการตอบรับต่อความไว้วางใจของลูกค้ารวมถึงเป็นการกระตุ้นตลาดที่กำลังแข่งขันอย่างรุนแรงในช่วงต้นปี ซูซูกิ จึงเตรียมจัดแคมเปญ “SUZUKI ERTIGA SUPER FLASH DEAL” มอบให้แก่ลูกค้าที่สนใจและต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์ SUZUKI ERTIGA HYBRID ทุกท่าน

โดยแคมเปญ SUZUKI ERTIGA SUPER FLASH DEAL”  จะมาพร้อมกับการมอบราคาพิเศษสุดพิเศษให้แก่ลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ SUZUKI ERTIGA HYBRID ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2568- 28 กุมภาพันธ์ 2568 (หรือจนกว่าสินค้าจะหมด)  ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 555,000 บาท นอกจากนั้นลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของ SUZUKI ERTIGA HYBRID ได้สะดวกยิ่งขึ้น ด้วยข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติม ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง(ปีแรก)  และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

ราคาจำหน่ายพิเศษ SUZUKI ERTIGA HYBRID

รุ่นชนิดเกียร์ราคาจำหน่ายเดิม (บาท)ราคาจำหน่ายพิเศษ (บาท)
ERTIGA HYBRID  GLอัตโนมัติ783,000.-555,000.-
ERTIGA HYBRID  GXอัตโนมัติ839,000599,000.-

 

ทั้งนี้ SUZUKI ERTIGA HYBRID มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ มีขนาดมิติความยาว 4,395 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,735 และความสูง 1,690 มิลลิเมตร มาพร้อมเทคโนโลยี SHVS ระบบไฮบริดของซูซูกิ ที่มีมอเตอร์ไฟฟ้า (Integrated Starter Generator หรือ ISG) พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ION นอกจากจะประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 17.9 กิโลเมตรต่อลิตร ยังเสริมประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนให้รถออกตัวได้อย่างนุ่มนวล โดยมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 134 กรัม/กิโลเมตร การบำรุงรักษาง่ายไม่แตกต่างจากรถเครื่องยนต์เบนซิน ใช้งานได้อย่างไร้กังวล เพราะรับประกันอายุแบตเตอรี่นานถึง 5 ปี

SUZUKI ERTIGA HYBRID โดดเด่นด้วยดีไซน์ทั้งภายนอกและภายใน กระจังหน้าโครเมียมผสมผสานด้วยไฟหน้าโปรเจคเตอร์ พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชัน GuideMe (Automatic turn-on/off headlight with guide me functionality) ไฟท้ายแบบ LED แบบ Light Guides และสัญลักษณ์ Hybrid ที่บริเวณประตูด้านท้าย กระจกมองข้างพับอัตโนมัติ (Auto Retractable Outside Mirror) ล้ออะลูมิเนียมอัลลอยแบบทูโทน ขนาด 15 นิ้ว

ภายในห้องโดยสารกว้างขวางและสะดวกสบาย ด้วยที่นั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง พร้อมฟังก์ชันการปรับพับเบาะที่เหมาะกับทุกการใช้งาน เบาะนั่งแถวที่สองปรับพับแยกเบาะแบบ 60:40 แถวที่สามแบบ 50:50 สามารถเลื่อนสไลด์ได้ 240 มิลลิเมตร จัดสรรสัมภาระได้อย่างลงตัวกับพื้นที่เก็บของอเนกประสงค์บริเวณใต้ห้องเก็บสัมภาระ เปิด-ปิด ได้อย่างอิสระ 50:50

แพลตฟอร์ม HEARTECT เทคโนโลยีอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของซูซูกิซึ่งช่วยเสริมสมรรถนะในการขับเคลื่อนเป็นไปอย่างคล่องตัว ปลอดภัย และประหยัดน้ำมัน ด้านความปลอดภัยมาพร้อมกับระบบถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า ระบบเบรก ABS ช่วยป้องกันล้อล็อกขณะเบรกกระทันหัน พร้อมระบบ EBD ช่วยกระจายแรงเบรกได้อย่างสมดุล เสริมด้วยระบบควบคุมเสถียรภาพในการทรงตัว ESP และการปรับแต่ง module ยังเหมาะกับการขับในเมืองด้วยระบบ Idling Stop ที่ช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันขณะรถหยุดนิ่ง ขับขี่อย่างมั่นใจในทุกเส้นทางด้วยระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Hold Control), จุดยึดเบาะสำหรับเด็ก ISOFIX และ Top tether, กล้องมองภาพพร้อมเซ็นเซอร์ที่กะระยะในขณะถอยหลังได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยการป้องกันการโจรกรรมด้วยระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer

ทั้งนี้ แม้ซูซูกิจะต้องเผชิญการแข่งขันในตลาดที่ค่อนข้างรุนแรง รวมถึงสภาวะการหดตัวลงของตลาดและความเข้มงวดของสถาบันการเงินต่างๆ แต่ในช่วงที่ผ่านมาเรายังคงรักษาระดับยอดขายรถยนต์ไว้ได้อย่างน่าพอใจ ซึ่งนอกจากต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ของซูซูกิเป็นอย่างสูงแล้วนั้น ต้องขอขอบคุณผู้จำหน่ายของซูซูกิทุกรายที่ทำงานอย่างหนัก จึงขอให้ลูกค้าซูซูกิทุกท่านเชื่อมั่นได้ว่า  เราจะยังเดินหน้าพัฒนาคุณภาพในทุกด้านอย่างไม่หยุดยั้ง โดยยึดความสำคัญด้านการบริการทั้งก่อนและหลังการขายเป็นที่ตั้ง เพื่อตอบแทนความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้ โดยซูซูกิสามารถสร้างยอดขายสะสมนับตั้งแต่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยได้ถึง 312,748 คัน

อย่างไรก็ตาม ปรัชญา “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” นอกจากเป็นแนวทางในการยึดมั่นให้เราพัฒนางานบริการและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเพื่อลูกค้าแล้ว ยังเป็นโครงการที่ต้องการสื่อสารไปยังลูกค้าและคนไทยทุกท่าน ว่าเราไม่ใช่แค่เพียงผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ แต่เราหวังเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม พร้อมกับการพัฒนาธุรกิจควบคู่ไปกับการอยู่คู่เคียงข้างชุมชนและสังคมไทยอย่างยั่งยืนอีกด้วย

 

ช่องทางการติดต่อ
www.suzuki.co.th
www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand
SUZUKI Cause We Care: 1800-600-900

NEW MG4 ELECTRIC เติมสปอยเลอร์ TWIN ARROW WING เสริมหล่อทุกรุ่นย่อย พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ 0% 60 เดือน

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เปิดศักราชใหม่ด้วยการเสริมสปอยเลอร์หลังให้กับ NEW MG4 ELECTRIC ทุกรุ่นย่อย เพิ่มความโฉบเฉี่ยวให้กับ NEW MG4 ELECTRIC พร้อมราคาเริ่มต้น 709,900 บาท ข้อเสนอพิเศษดอกเบี้ย 0% 60 เดือน และการรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูงและระบบมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน และไม่จำกัดระยะทาง

 

NEW MG4 ELECTRIC ถือเป็นรถยนต์รุ่นแรกของ เอ็มจี ที่เป็นโกลบอลโมเดล ส่งมอบให้กับลูกค้าแล้วมากกว่า 12,000 คัน โดยได้รับการการันตีจากรางวัลระดับโลก ในเรื่องการขับขี่ที่มีเอกลักษณ์รวมถึงการออกแบบที่มีดีไซน์โฉบเฉี่ยว ราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่าย พร้อมด้วยระบบความปลอดภัยครบครัน ได้รับการรับรอง “Made in Thailand (MiT)” ซึ่งถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองในหมวดรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ EV OF THE YEAR ปี 2023 จากสมาคมสื่อมวลชนสายยานยนต์ไทย โดยรถยนต์รุ่นนี้ ทาง เอ็มจี ได้มีการรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูงและระบบมอเตอร์ขับเคลื่อนแบบไม่จำกัดระยะทาง ซึ่งถือเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวในประเทศไทย เพื่อให้หมดกังวลในการใช้รถยนต์ไฟฟ้าระยะยาว พร้อมตอกย้ำถึงความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าชาวไทย โดยจะมีการเสริมสปอยเลอร์ TWIN ARROW WING เพิ่มในรุ่นเริ่มต้น

ณ ปัจจุบัน NEW MG4 ELECTRIC มี ทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ได้แก่

  • NEW MG4 ELECTRIC รุ่น D ราคา 709,900 บาท
  • NEW MG4 ELECTRIC รุ่น X ราคา 809,900 บาท
  • NEW MG4 ELECTRIC รุ่น V (LONG RANGE) ราคา 889,900 บาท
  • NEW MG4 ELECTRIC รุ่น X POWER ราคา 1,119,900 บาท

 

ข้อเสนอสุดพิเศษจาก NEW MG4 ELECTRIC ราคาเริ่มต้น 709,900 บาท

  • ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% ผ่อนชำระนาน 60 เดือน
  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
  • ฟรี! MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด
  • ฟรี! ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGER
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ตลอดอายุการใช้งาน
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

กรังด์ปรีซ์ฯ ประกาศแต่งตั้ง “พีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา” ขึ้นตำแหน่ง CEO

0

บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 7/2567 เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2567 โดยมีการแต่งตั้ง นายพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ให้ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ซึ่งมีผลในวันที่ 24 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านนอกจากนี้ยังคงดำรงตำแหน่ง กรรมการบริษัทฯ กรรมการสรรหา พิจารณาค่าตอบแทนและการกำกับดูแลกิจการที่ดี   กรรมการบริหารความเสี่ยง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน  และกรรมการบริหาร เพื่อช่วยขับเคลื่อนการดำเนินงานของบริษัทในทิศทางที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ  โดย ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ยังคงดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการบริหาร เพื่อให้คำแนะนำ และสนับสนุนการบริหารจัดการของบริษัทฯ ต่อไป

การแต่งตั้งครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับการบริหารของ กรังด์ปรีซ์ ฯ โดยนายพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา พร้อมสานต่อความสำเร็จ และจะนำประสบการณ์ วิสัยทัศน์ที่มีมา พัฒนาองค์กรให้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจในอนาคต  และปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงและท้าทายใหม่ๆ ตอบสนองความต้องการของตลาดทั้งในประเทศ และระดับสากลต่อไป ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งที่สะท้อนถึงความพร้อมของบริษัทฯ ในการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่อย่างมั่นคงและยั่งยืนของ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

มาสด้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น ประกาศแต่งตั้งคนไทยขึ้นเป็นประธานคนใหม่

0

มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ประกาศแต่งตั้ง นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (President & CEO) บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีบทบาทสำคัญในการบริหารองค์กรมาสด้ามายาวนาน สร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัดเจนนับตั้งแต่ร่วมงานกับมาสด้า เมื่อปี พ.ศ. 2550 เริ่มจากการเป็นผู้ร่วมพัฒนารถยนต์มาสด้าในตำแหน่งผู้จัดการผลิตภัณฑ์ ฝ่ายการตลาด สั่งสมประสบการณ์กว่า 18 ปี บริหารงานครบทุกฟังก์ชั่น สร้างผลงานความสำเร็จมากมาย โดยเฉพาะการเปิดตัวมาสด้า2 ได้รับความนิยมสูงสุดจนสามารถก้าวขึ้นสู่อันดับหนึ่งของตลาดรถยนต์นั่งซิตี้คาร์ ครองแชมป์ทำสถิติยอดขายสูงสุด 3 ปีติดต่อกัน รวมทั้งประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับบริษัทแม่ ประเทศญี่ปุ่น ขยายการลงทุนสร้างโรงงานผลิตรถยนต์นั่ง โรงงานผลิตเครื่องยนต์ และเกียร์อัตโนมัตินอกประเทศญี่ปุ่นครั้งแรกในประเทศไทย ผลักดันโครงการขยายการลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับธุรกิจมาสด้าในประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ตลอดระยะเวลา 18 ปี นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการบริหารองค์กรมาสด้า ทั้งส่วนงานวางแผนด้านผลิตภัณฑ์ การวางกลยุทธ์การตลาด ส่งเสริมการขาย การพัฒนาผู้จำหน่าย การเอาใจใส่ดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว และส่วนอื่นๆ อย่างรอบด้าน ถือเป็นผู้บริหารที่มีส่วนร่วมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน และอยู่ในทุกช่วงเวลา ทุกสถานการณ์ ผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านอุปสรรคมากมาย ร่วมมือปลุกปั้นแบรนด์มาสด้าจนได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้าชาวไทย แรกเริ่มเมื่อปี พ.ศ. 2558 จากยอดขาย 11,000 คันต่อปี ก้าวสู่การสร้างสถิติใหม่ด้วยยอดขายสูงสุดถึง 74,000 คันต่อปี

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ของธุรกิจมาสด้า เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ท้าทาย และมีคุณค่ายิ่ง ความผูกพันกับทีมงานคนไทย ผู้จำหน่ายมาสด้า สื่อมวลชน และพันธมิตรทางธุรกิจ ตลอดระยะเวลาที่ทำงานกับมาสด้า ผมสัมผัสได้ถึงความจริงใจ ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน เชื่อมั่นในศักยภาพของทีมงานทุกคน การที่มาสด้าทำงานลงลึกในรายละเอียดทุกขั้นตอน ตั้งแต่กระบวนการผลิต การขาย การดูแลและการบริการ การมอบความประทับใจให้ลูกค้า ล้วนเป็นสิ่งที่ถูกหล่อหลอมและส่งเสริมให้มาสด้าก้าวเดินและเติบโตอย่างแข็งแกร่งมาถึงทุกวันนี้ ต่อจากนี้ อีกหนึ่งบทบาทใหม่จะมีความท้าทายยิ่งขึ้น มาสด้าจะเดินหน้าอย่างเต็มกำลังและเข้มข้น เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจในทุกมิติ สร้างธุรกิจมาสด้าและผู้จำหน่ายให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ส่งมอบเทคโนโลยียานยนต์ที่มอบประสบการณ์ความสุขในการขับขี่ให้ลูกค้าตลอดไป

มาสด้ายังคงเดินหน้าตามแผนการดำเนินธุรกิจสู่ความยั่งยืนในระยะยาว สิ่งสำคัญที่จะทำให้มาสด้าเกิดความแข็งแกร่งจึงไม่ใช่การขายรถใหม่เพียงอย่างเดียว ทุกภาคส่วนต้องสร้างความรัก ความผูกพัน ให้ลูกค้าสัมผัสได้ถึงประสบการณ์ที่ดี จนเกิดเป็นความประทับใจ กลับมาซื้อซ้ำ และเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าได้ทุกรุ่น ทุกช่วงเวลาของชีวิต กลายมาเป็น “มาสด้า แฟมิลี่” นั่นคือแก่นแท้ของการดำเนินธุรกิจในรูปแบบของ Retention Business คือการดูแลเอาใจใส่ลูกค้าให้ดีที่สุด รวมถึงการแนะนำจุดเด่นของรถมาสด้าให้กับคนอื่นๆ ต่อไป มาสด้าเชื่อว่าแนวทางการทำธุรกิจด้วยวิถีนี้จะนำไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืน พร้อมยกระดับประสบการณ์ลูกค้าอย่างเต็มกำลัง และให้ความสำคัญสูงสุดต่อการสร้างคุณค่าแบรนด์ โดยเฉพาะการบริการหลังการขายที่ต้องเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เป็นแบรนด์อันดับหนึ่งที่ลูกค้าเลือก และเป็นอันดับหนึ่งด้านการบริการ เพื่อส่งมอบรอยยิ้มและความสุขให้ลูกค้า รวมถึงผลประกอบการของผู้จำหน่ายต้องแข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ถือเป็นประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนไทยคนแรกที่มาจากสายเลือดอันเข้มข้นของ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เพียงคนเดียว เป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ ที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการสูงสุดในองค์กรระดับโลก และมีเพียงคนไทยไม่กี่คนที่สามารถก้าวข้ามอุปสรรคนานัปการมาได้ เป็นขุนศึกที่ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับผู้บริหารระดับสูงมานับไม่ถ้วน โดยดำรงตำแหน่งล่าสุด คือ รองประธานกรรมการบริหาร  มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เมื่อช่วงต้นปี 2567 ที่ผ่านมา

มร. ทาดาชิ มิอุระ จะขยับขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นประธานที่ปรึกษาอาวุโส  กล่าวสั้นๆ แต่มากด้วยความหมายว่า “ผมเชื่อมั่นในพลังของการทำงานเป็นทีม ด้วยศักยภาพของพนักงานทุกคนใน มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย และผู้จำหน่ายมาสด้าทุกราย ตลอดเวลาที่ผ่านมาทุกคนได้ทุ่มเทอย่างเต็มความสามารถ เพื่อสร้างมาสด้าให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในประเทศไทย แน่นอนที่สุดการสนับสนุนและให้ความร่วมมือจากทุกฝ่ายด้วยดีมาโดยตลอดนั้น คือสิ่งสำคัญยิ่งต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต ผมภูมิใจและมีความสุขกับบทบาทใหม่ที่กำลังจะมาถึง อีกไม่นานจากนี้ไป มาสด้ากำลังเร่งมือเดินหน้าแนะนำยนตรกรรมใหม่และรถยนต์รุ่นใหม่ รวมถึงการสร้างความยั่งยืนที่ครอบคลุมทุกๆ ด้าน เพื่อให้เป็นแบรนด์ที่อยู่คู่สังคมไทยตลอดไป ผมมั่นใจว่าเส้นทางนี้จะเป็นเส้นทางที่นำพามาสด้าในประเทศไทยประสบความสำเร็จและยั่งยืน ทำให้มาสด้าเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ลูกค้าภาคภูมิใจที่ได้ครอบครอง”

การปรับทัพผู้บริหารของมาสด้าในช่วงเวลาที่ตลาดรถยนต์ไทยมีการแข่งขันรุนแรงเช่นนี้ นับว่าน่าจับตามองอย่างยิ่ง       ถือเป็นความท้าทายที่มาสด้าจะต้องก้าวผ่านเพื่อไปสู่ความสำเร็จในระดับสูงขึ้น โดยเฉพาะการแนะนำรถมาสด้ารุ่นใหม่ที่กำลังจ่อคิวลงตลาดตามแผนพัฒนาธุรกิจในอนาคตอันใกล้นี้ จะเป็นแรงผลักดันสำคัญที่จะส่งผลให้มาสด้ากลับมาทวงแชมป์ความยิ่งใหญ่ และได้รับความนิยมสูงสุดจากลูกค้าชาวไทยในเร็วๆ นี้

“ฟอร์ด” ต่อโปรฯ แคมเปญสุดเร้าใจต้อนรับปีใหม่

0
Ford 1

ฟอร์ด ประเทศไทย ต้อนรับปีใหม่ด้วยการต่อแคมเปญพิเศษสุดคุ้มจากช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยมอบข้อเสนอที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้วยราคาที่คุ้มค่าและอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ครอบคลุมรถหลากหลายรุ่น ได้แก่ ฟอร์ด เรนเจอร์ XLS ใหม่ รุ่นปี 2024 ราคาพิเศษ 799,000 บาท และฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ไบ-เทอร์โบ ราคาพิเศษ 1,699,000 บาท สำหรับลูกค้าที่จองรถฟอร์ดระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568 และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เทรนด์ ราคาพิเศษ 1,249,000 บาท สำหรับลูกค้าที่จองรถฟอร์ดระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 มีนาคม 2568 ที่โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศ

Ford 2

“แคมเปญนี้เป็นการต่อยอดจากงานมอเตอร์ เอ็กซ์โปที่ผ่านมา ซึ่งได้รับเสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยม เราจึงตั้งใจมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับลูกค้าฟอร์ดทุกท่าน ที่กำลังมองหารถยนต์คู่ใจคันใหม่ เพื่อเริ่มต้นปีด้วยความมั่นใจและก้าวสู่เป้าหมายที่ตั้งใจไว้ตลอดปี 2568 ด้วยดีไซน์อันโดดเด่นของทั้งฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ผสานสมรรถนะที่เหนือชั้น เทคโนโลยีทันสมัย อุปกรณ์ความปลอดภัยครบครัน และอุ่นใจจากบริการหลังการขายที่มุ่งยกระดับอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ฟอร์ดเป็นตัวเลือกอันดับแรกของลูกค้าทุกท่าน” นายเมธัส ลิขิตสัจจากุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

Ford 3

ข้อเสนอสุดเร้าใจจากฟอร์ดที่ไม่ควรพลาด ได้แก่

ฟอร์ด เรนเจอร์ โอเพ่น แค็บ XLS กระบะแค็บยกสูง เกียร์อัตโนมัติ ราคาพิเศษ 699,000 บาท จากราคาปกติ 809,000 บาท
ฟอร์ด เรนเจอร์ XLS ใหม่ รุ่นปี 2024 กระบะ 4 ประตูยกสูง เกียร์อัตโนมัติ ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว 799,000 บาท จากราคาปกติ 919,000 บาท
ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค 2.0 ลิตร ขับเคลื่อนสองล้อ เกียร์อัตโนมัติ ราคาพิเศษ 999,000 บาท จากราคาปกติ 1,089,000 บาท
ฟอร์ด เรนเจอร์ สปอร์ต เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ 6AT ดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
ฟอร์ด เรนเจอร์ สตอร์มแทรค เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ไบ-เทอร์โบ 10AT ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร V6 ดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ไบ-เทอร์โบ ราคาพิเศษเพียง 1,699,000 บาท จากราคาปกติ 1,799,000 บาท หรือดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร V6 ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เทรนด์ 4×2 ราคาพิเศษ 1,249,000 บาท จากราคาปกติ 1,392,000 บาท
ฟอร์ด เอเวอเรสต์ Sport 4×2 6AT ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนียม พลัส 4×4 6AT ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
รถฟอร์ดทุกรุ่นมาพร้อมการรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และฟรีค่าแรงเช็กระยะ พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี

Ford 5

นอกจากนี้ ฟอร์ดยังเปิดรับจองรถฟอร์ด เรนเจอร์ พร้อมชุดแต่ง MS-RT สุดยอดรถกระบะสไตล์เรซซิ่ง ที่ได้รับแรงบันดาลใจการออกแบบจากมอเตอร์สปอร์ต เพื่อมอบประสบการณ์ขับขี่สุดเร้าใจ ด้วยการนำเสนอครั้งแรกจำนวน 200 คันเท่านั้น ในราคา 1,749,000 บาท

Ford 5 Ford 6

ผู้สนใจดูข้อมูลและเงื่อนไขข้อเสนอพิเศษของแคมเปญส่งเสริมการขายได้ที่โชว์รูมฟอร์ดใกล้บ้านท่าน หรือเว็บไซต์ http://www.ford.co.th และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center โทร 1383

 

รถเก่า เราก็ดูแล! “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส” มอบส่วนลด 20% สำหรับค่าแรงและค่าอะไหล่ที่ร่วมรายการ พร้อมฟรีเช็กรถ 22 รายการ เฉพาะรถยนต์มิตซูบิชิที่อายุ 15 ปีขึ้นไป

0
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส 1

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด มอบแคมเปญสุดพิเศษ ‘รถเก่า เราก็ดูแล’สำหรับลูกค้ารถยนต์มิตซูบิชิทุกรุ่นที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป ด้วยข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่นำรถเข้าตรวจเช็กที่ศูนย์บริการมิตซูบิชิทั่วประเทศ ส่วนลดร้อยละ 20 สำหรับค่าแรง ค่าอะไหล่ และค่าเคมีภัณฑ์ ที่ร่วมรายการ พร้อมฟรี เช็กรถ 22 รายการ และตรวจเช็กด้วยเครื่อง MUT-III เฉพาะรถยนต์มิตซูบิชิที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป ณ ศูนย์บริการมาตรฐานของผู้จำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดของแคมเปญได้ที่ https://www.mitsubishi-motors.co.th/th/buy/promotion/reduce-pm2-5-campaign

เพื่อให้ลูกค้าใช้งานรถยนต์ได้อย่างเต็มสมรรถนะ และลดปัญหามลพิษทางอากาศที่เกิดจากฝุ่น PM 2.5 จากการใช้งาน พร้อมสนับสนุนโครงการ “คลินิกรถ ลดฝุ่น PM2.5” ครั้งที่ 6 ประจำปี 2567 ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยร่วมกับกรุงเทพมหานครในการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส มอบส่วนลดร้อยละ 20 สำหรับค่าแรง รวมไปถึง ค่าอะไหล่ น้ำมันเครื่อง และเคมีภัณฑ์ที่ร่วมรายการ ทั้งหมด 5 ประเภท ได้แก่ น้ำมันเครื่อง กรองน้ำมันเครื่อง ชุดกรองน้ำมันเชื้อเพลิง น้ำยาทำความสะอาดเครื่องยนต์มิตซูบิชิ น้ำยาทำความสะอาดระบบหัวฉีดมิตซูบิชิ พร้อมตรวจเช็กฟรี 22 รายการ และตรวจเช็กเครื่องยนต์ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ MUT-III สำหรับรถยนต์ มิตซูบิชิที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป นับจากวันจดทะเบียนที่ระบุไว้ในเล่มทะเบียนรถยนต์ที่ออกโดยกรมขนส่งทางบก หรือเป็นลูกค้าที่ออกรถก่อนปี 2553 โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการมิตซูบิชิทั่วประเทศ เติมความอุ่นใจและมอบความสะดวกสบายให้กับทุกการเดินทาง ให้คุณสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมและความสะดวกสบายสูงสุดจากรถยนต์มิตซูบิชิ

เชื่อมั่นในทุกการเดินทาง สำหรับรถยนต์ มิตซูบิชิ ทุกรุ่น ไม่ว่าจะเก่าหรือใหม่ กับการตรวจเช็กและดูแลบำรุงรักษารถยนต์ของคุณด้วยบริการที่ได้รับมาตรฐานโดยช่างผู้ชำนาญงานที่ได้รับการอบรม และอะไหล่แท้จากมิตซูบิชิ ภายใต้สโลแกน ‘เราดูแล…คุณแค่ขับ’ ลูกค้าที่เข้ามาที่ศูนย์บริการของมิตซูบิชิ สามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลจากช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญและใช้อะไหล่แท้ของมิตซูบิชิ สร้างความเชื่อมั่นในด้านคุณภาพระดับสูงสุด เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์การเข้ารับบริการที่สะดวกราบรื่นยิ่งขึ้น ลูกค้าสามารถนัดหมายการเข้ารับบริการล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน M-Drive ซึ่งสามารถเข้าถึงเครือข่ายศูนย์บริการมิตซูบิชิ ทั่วประเทศ

ตรวจสอบรายการอะไหล่ที่ร่วมรายการ และรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 เปิดรับสายทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หรือสอบถามรายละเอียด และ ติดต่อเพื่อนัดหมายเข้ารับบริการตรวจเช็กรถยนต์และบำรุงรักษา ได้ที่ศูนย์บริการมิตซูบิชิ ทั่วประเทศ