Home Blog Page 93

“ไพรม์มัส กรุ๊ป” มอบ 1 ล้านบาท สมทบทุน “ปรับปรุงห้องผ่าตัด รพ.ศิริราช”

0
ไพรม์มัส กรุ๊ป 1

ผู้บริหารระดับสูง บริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป นำโดย ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ (คนที่ 3 จากขวา) ประธาน, จิระพล รุจิวิพัฒน์ (คนที่ 2 จากขวา) กรรมการผู้จัดการ, ศราวิช ไชยมังกร (คนที่ 1 จากขวา) รองกรรมการผู้จัดการ ร่วมมอบเงินรายได้จากการจัดกิจกรรมการกุศล ในปี 2567 เนื่องในโอกาสวาระครบรอบ 5 ปี ก้าวสู่ไปที่ 6 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,000,000 บาท ให้แก่ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อสมทบกองทุน “ปรับปรุงห้องผ่าตัด โรงพยาบาลศิริราช” สำหรับรองรับการให้บริการและเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้น โดยได้รับเกียรติจาก ศ.นพ. อภิชาติ อัศวมงคลกุล (คนที่ 3 จากซ้าย) คณบดี คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, ศ.นพ. ธวัชชัย

ไพรม์มัส กรุ๊ป 2

อัครวิพุธ (คนที่ 1 จากซ้าย) รองคณบดี คนที่ 1 และผู้อำนวยการโรงเรียนแพทย์ศิริราช และ ศ.ดร.นพ. ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร (คนที่ 2 จากซ้าย) ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลศิริราช มหาลัยมหิดล เป็นผู้รับมอบในครั้งนี้ ณ ห้องรับรองงานองค์กรสัมพันธ์และกิจการพิเศษ ตึกอำนวยการ ชั้น 1 โรงพยาบาลศิริราช

ไพรม์มัส กรุ๊ป 3

“เรื่องรถ ให้ ไพรม์มัส ดูแล”

ฮุนได จัดโครงการ “Future Mobility School” ปีที่ 2 หนุนเยาวชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จุดประกายการเดินทางที่ยั่งยืน

0
ฮุนได 1

สำนักงานใหญ่ ฮุนได มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิก ประกาศความมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืนเปิดตัวโครงการ Future Mobility School ปีที่ 2 เพื่อเตรียมความพร้อมของเยาวชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สำหรับการเป็นผู้นำด้านการเดินทางซึ่งกำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็วผ่านหลักสูตรการเรียนรู้ด้วยประสบการณ์จริง โครงการนี้จัดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะและองค์ความรู้ให้กับนักเรียนจำนวน 1,150 คน ใน 12 โรงเรียนจาก 4 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อขับเคลื่อนการเดินทางที่ยั่งยืนด้วยนวัตกรรม ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “ความก้าวหน้าเพื่อมวลมนุษยชาติ” (Progress for Humanity) ของฮุนได

ฮุนได 2

โครงการ Future Mobility School สะท้อนถึงภารกิจของฮุนไดในการส่งเสริมโซลูชันการเดินทางให้เป็นพลังเพื่อการสร้างสรรค์สิ่งที่ดี ผ่านการปลูกฝังให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาโซลูชันเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนและสอดรับกับปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างครอบคลุม หลักสูตรในปีนี้นำทีมโดยครูผู้ทุ่มเทจำนวน 19 คน พร้อมต่อยอดความสำเร็จจากปีที่ผ่านมาผ่านการยกระดับการมีส่วนร่วมและส่งเสริมการคิดเชิงนวัตกรรมของเด็กนักเรียน ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้และการมีส่วนร่วมที่เข้มข้นด้วยตนเอง

ฮุนได 3

“ฮุนไดมุ่งมั่นพัฒนาการเดินทางให้เป็นพลังเพื่อการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีและอนาคตที่ยั่งยืน” มร.ซันนี่ คิม ประธานบริษัท ฮุนได มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิก สำนักงานใหญ่ กล่าว “โครงการ Future Mobility School มุ่งส่งเสริมทักษะแก่เยาวชนทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการมอบทักษะและองค์ความรู้เพื่อให้พวกเขาเป็นผู้นำด้านการเดินทางที่ยั่งยืน และด้วยแนวทางการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการคิดค้นนวัตกรรมนี้ เรากำลังเตรียมคนรุ่นใหม่ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโซลูชันการเดินทางแห่งอนาคตที่เปี่ยมความหมายร่วมกัน กิจกรรมนี้ยังแสดงให้เห็นถึงโครงการระดับโลกของเราในการพัฒนาผู้ที่มีความสามารถของแต่ละท้องถิ่น และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในชุมชนต่าง ๆ ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

โครงการ Future Mobility School สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของฮุนไดที่เน้นย้ำว่า ความก้าวหน้าจะมีความหมายก็ต่อเมื่อเต็มเปี่ยมไปด้วยมนุษยธรรม ซึ่งเอื้อให้คนรุ่นหลังสามารถใช้ชีวิตในโลกที่เต็มไปด้วยสันติภาพและความสะดวกสบาย โดยฮุนไดยังคงมุ่งมั่นต่อเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและการสนับสนุนเยาวชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านการมอบองค์ความรู้ด้านการเดินทางที่ยั่งยืนและการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม
ศูนย์การศึกษาเพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศแห่งเอเชียแปซิฟิก (APCEIU) ภายใต้องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ตระหนักถึงการสนับสนุนของฮุนได โดย มร.ลิม วอนจิน หัวหน้าสำนักงานครูแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ กล่าวว่า “เด็ก ๆ ในวันนี้ก็คือผู้นำในอนาคต ดังนั้น จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องสนับสนุนให้พวกเขาร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืน โครงการ Future Mobility School ของฮุนไดเป็นการต่อยอดความพยายามเหล่านี้อย่างเป็นรูปธรรม และเป็นตัวอย่างของการสร้างแรงบันดาลใจด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและความร่วมมือในระดับโลก”

ฮุนได  4

เสียงตอบรับจากโครงการ Future Mobility School
แนวทางการเรียนรู้ที่เน้นการลงมือปฏิบัติและมีประสบการณ์จริงของหลักสูตรช่วยบ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์และวิธีการแก้ปัญหาของนักเรียนเมื่อพวกเขาต้องเผชิญกับประเด็นต่าง ๆ ในโลกแห่งความเป็นจริง เช่น การเดินทางที่ยั่งยืน การศึกษาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และนวัตกรรม โดยเหล่านักศึกษาและนักเรียนได้มาร่วมแบ่งปันถึงผลลัพธ์ของโครงการนี้

ชาริฟาห์ นูร์ ฟาซิลาห์ ครูจากโรงเรียน SK Seri Budiman ในมาเลเซีย แสดงความคิดเกี่ยวกับหลักสูตรการสอนว่า “โครงการ Future Mobility School ช่วยกระตุ้นกระบวนการเรียนรู้ของนักเรียน รวมถึงความคิดสร้างสรรค์ และการตระหนักรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมของเด็ก ๆ โดยนักเรียนได้รับการสอนให้รู้จักรีไซเคิลสิ่งของต่าง ๆ ในระหว่างการเรียนหลักสูตรนี้”

ฮุนได 7

ชาห์ซาดา นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จากโรงเรียนประถม Muhammadiyah Sapen ในยอกยาการ์ตา อินโดนีเซีย กล่าวอย่างตื่นเต้นว่า “รู้สึกตื่นเต้นมากในตอนแรก แต่เมื่อผมเริ่มทำ มันก็สนุกมาก ผมได้ทำกระเป๋าเงินรีไซเคิลจากเบาะนั่งรถยนต์เก่าที่มีข้อความ ‘รักษ์โลก’ อยู่ด้านหลังด้วย” ประสบการณ์ของเขาเน้นย้ำถึงความสำเร็จของหลักสูตรในการกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมในหมู่เด็กนักเรียน ในขณะที่ พจน์ วิเศษหอมดี อายุ 15 ปี นักเรียนจากโรงเรียนมัธยมในประเทศไทย กล่าวแสดงความเห็นด้วยว่า “โปรแกรมนี้มอบประสบการณ์องค์ความรู้ใหม่ให้กับเรา ผมอยากให้โรงเรียนอื่น ๆ ได้มาร่วมโครงการนี้ด้วย”

โครงการ Future Mobility School ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นำเสนอหลักสูตรที่เน้นย้ำสาระสำคัญเดียวให้กับเด็กนักเรียนทุกคน นั่นคือการรักษ์โลกโดยให้ความสำคัญกับการเดินทางที่ยั่งยืน ความสำเร็จของโครงการนี้ทำให้ฮุนไดวางแผนสานต่อและขยายโครงการนี้ไปสู่ประเทศต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อส่งเสริมพันธกิจระยะยาวในการพัฒนาผู้นำแห่งอนาคตและสนับสนุนการคิดค้นนวัตกรรมในแต่ละท้องถิ่น โครงการนี้จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงถึงวิสัยทัศน์ด้านการเดินทางที่อย่างยั่งยืน และความมุ่งมั่นสร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่าสำหรับทุกคนของฮุนได

“อีซูซุ” ร่วมกับ เอส เอฟ ต่อยอดความแรง…ล้ำอนาคตของเครื่องยนต์ ISUZU 2.2 Ddi MAXFORCE สู่โรงภาพยนตร์ ใน Digital Sound Check ชุดใหม่ล่าสุด

0
อีซูซุ 1

“อีซูซุ” จับมือเอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น ผู้นำในธุรกิจโรงภาพยนตร์ชั้นนำของไทย ต่อยอดถ่ายทอดความแรง…ล้ำอนาคตของเครื่องยนต์ ใหม่! ISUZU 2.2 Ddi MAXFORCE…The FORCE of FUTURE พลังใหม่…กำหนดโลก สู่โรงภาพยนตร์ด้วยการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา Digital Sound Check ชุดใหม่ล่าสุด “ISUZU 2.2 Ddi MAXFORCE” ให้สัมผัสในทุกมิติของความแรง เร้าใจของนวัตกรรมแห่งโลกยานยนต์ใหม่ จากอีซูซุ ผ่านนวัตกรรมระบบภาพและเสียงที่ดีที่สุดแห่งโลกภาพยนตร์ ตอกย้ำสมรรถนะอันยอดเยี่ยม แรงขึ้น เร็วขึ้น ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยสามารถรับชมในโรงภาพยนตร์เครือเอส เอฟ ทั่วประเทศได้ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม เป็นต้นไป

อีซูซุ 2

คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “เครื่องยนต์ ใหม่! ISUZU 2.2 Ddi MAXFORCE…The FORCE of FUTURE พลังใหม่…กำหนดโลก เป็นเทคโนโลยีดีเซลที่พัฒนาขึ้นใหม่เพื่อกำหนดอนาคตแห่งการขับเคลื่อนอย่างแท้จริง โดยศึกษาจากความต้องการของลูกค้าคนไทยเป็นหลัก และเปิดตัวเป็นครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย เป็นขุมพลังที่มีสมรรถนะสูงสุด ทั้งด้านแรงม้า แรงบิด ประหยัดน้ำมันมากขึ้น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมรองรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือทำงานควบคู่กับพลังงานทางเลือกอื่น ๆ ในอนาคต ดังนั้นอีซูซุจึงเลือกที่จะจัดทำภาพยนตร์โฆษณา Digital Sound Check ชุดใหม่ล่าสุด “ISUZU 2.2 Ddi MAXFORCE” เพื่อถ่ายทอดนวัตกรรมความแรง…ล้ำอนาคตของเครื่องยนต์ ISUZU 2.2 Ddi MAXFORCE เพื่อมาเป็นขุมพลังใน “อีซูซุ ดีแมคซ์” และ “อีซูซุ มิว-เอ็กซ์” ในปัจจุบัน ซึ่งประสบการณ์ของความสั่นสะเทือนของโลกรวมถึงความแรงสุดในทุกมิติจะสัมผัสได้ผ่านนวัตกรรมแห่งภาพและเสียงที่ดีที่สุดแห่งโลกภาพยนตร์ของโรงภาพยนตร์ในเครือเอส เอฟทั่วประเทศ”

อีซูซุ 3

คุณสุวิทย์ ทองร่มโพธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เอส เอฟ ในฐานะผู้นำในธุรกิจโรงภาพยนตร์ชั้นนำของไทย มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทำหน้าที่เป็นช่องทางสร้างการรับรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมเครื่องยนต์ ใหม่! ISUZU 2.2 Ddi MAXFORCE พลังใหม่…กำหนดโลก ไปสู่กลุ่มลูกค้าที่มีความหลากหลายด้าน ไลฟ์สไตล์ โดยมั่นใจว่าภาพยนตร์โฆษณา Digital Sound Check ชุดใหม่ล่าสุดของอีซูซุ ที่มีการเติมเต็มอรรถรส ด้วยระบบภาพบนจอยักษ์ที่มีความละเอียดสูง ระบบเสียง Dolby Atmos ซึ่งเป็นระบบเสียงที่ดีที่สุดในปัจจุบัน และสามารถรับชมได้ในโรงภาพยนตร์เครือเอส เอฟ ที่มีมากถึง 392 สาขาทั่วประเทศนั้นจะแสดงถึงจุดเด่นของขุมพลังใหม่ที่เป็นเทคโนโลยีดีเซลแห่งอนาคตที่มาพร้อมสมรรถนะอันยอดเยี่ยม แรงขึ้น เร็วขึ้น และประหยัดน้ำมันมากขึ้นตามแบบฉบับของอีซูซุได้อย่างเด่นชัดอีกด้วย”

อีซูซุ  4

นอกจากนี้ พิธีกรอารมณ์ดีของงาน เลโอ โซสเซย์ ยังได้ร่วมพูดคุยกับแขกรับเชิญพิเศษ วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร นักแสดงดาวรุ่งหนุ่มหล่อ ซึ่งกล่าวถึงความประทับใจที่ได้สัมผัสสมรรถนะของเครื่องยนต์ใหม่ด้วยตัวเองในงานเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ที่ผ่านมาว่า “เมื่อความเร็วและแรงแบบล้ำอนาคตถูกส่งต่อมาในรูปแบบของภาพยนตร์ Digital Sound check ผ่านภาพและเสียงที่ยิ่งใหญ่ในทุกมิติ ทำให้ผมคิดถึงความตื่นเต้นของการขับในสนามแข่งครั้งแรกของผมกับเครื่องยนต์ ใหม่! ISUZU 2.2 Ddi MAXFORCE พลังใหม่…กำหนดโลก ที่ช่วยให้ขับสนุกและมั่นใจในทุกรอบความเร็ว ผมขอแนะนำว่า อย่าหยุดแค่ความตื่นตาตื่นใจในโรงภาพยนตร์ แต่ควรไปสัมผัสสมรรถนะความแรงของจริงได้ที่โชว์รูมอีซูซุใกล้บ้านครับ”

อีซูซุ  5

อีซูซุ 7

พบกับความตื่นตาตื่นใจจากความแรงทะลุอนาคตของขุมพลัง ISUZU MAXFORCE ในทุกมิติของภาพและเสียงได้จาก ภาพยนตร์โฆษณา Digital Sound Check ชุดใหม่ล่าสุดจากอีซูซุ ณ โรงภาพยนตร์เครือเอส เอฟ ทุกรอบ ทุกโรง ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2567 นี้ ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com และ LINE Official : Isuzu Thailand

อีซูซุ 9

 

 

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” ลงพื้นที่เร่งช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัย จังหวัดนครศรีธรรมราช

0
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส 1

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ลงพื้นที่มอบกำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมมอบเงินสนับสนุน 100,000 บาท ให้กับศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อสนับสนุนภารกิจบรรเทาสาธารณภัยและช่วยให้ชุมชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบให้สามารถฟื้นตัวกลับสู่สภาวะปกติได้โดยเร็ว พร้อมเริ่มต้นปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงด้วยขวัญและกำลังใจที่มากขึ้น สอดคล้องกับปณิธานในด้านการช่วยเหลือสังคมของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ “สรรค์สร้าง เคียงข้าง สังคมไทย” โดยครั้งนี้ ได้ลงพื้นที่ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อมอบถุงยังชีพให้กับ สถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครศรีธรรมราช เขต 1 และโอกาสนี้ ได้ลงพื้นที่มอบสิ่งของและให้กำลังใจกับนักเรียนและบุคคลากรของโรงเรียนวัดสระแก้ว เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยในเบื้องต้นอีกด้วย

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส  2

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส  3

นอกจากนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบอุทกภัย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ยังให้บริการตรวจเช็กสภาพรถฟรี! สำหรับรถยนต์มิตซูบิชิทุกรุ่นซึ่งได้รับความเสียหายจากสถานการณ์อุทกภัย พร้อมตรวจเช็กด้วยเครื่อง MUT-III และมอบส่วนลดร้อยละ 30 สำหรับค่าอะไหล่ ค่าแรง และค่าเคมีภัณฑ์* ที่ศูนย์บริการมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทั่วประเทศ โดยติดต่อมิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 เปิดรับสายทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส  3

*เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯ กำหนด สำหรับลูกค้าผู้มีประกันภัยรถยนต์ จะสามารถรับส่วนลดตามรายการส่งเสริมการขายนี้ได้เฉพาะค่าใช้จ่ายที่ไม่อยู่ในความคุ้มครองของบริษัทประกันภัยเท่านั้น

 

ปอร์เช่ (Porsche) และ ฟราวเชอร์ (Frauscher) เปิดตัวเรือสปอร์ตไฟฟ้ารุ่นใหม่

0
PORSCHE 1

ความร่วมมือของปอร์เช่ (Porsche) กับ ฟราวเชอร์ ชิปยาร์ด (Frauscher Shipyard) จากออสเตรียได้ก้าวสู่อีกขั้น หลังจากที่เปิดตัวเรือครูซเซอร์แบบเปิด 850 Fantom Air ตอนนี้ Frauscher x Porsche 850 Fantom มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่ในรูปแบบของเรือสปอร์ตคลาสสิกที่มีดาดฟ้าหน้าปิดและห้องโดยสาร เรือสปอร์ตคันใหม่ยังมาพร้อมกับชุดขับเคลื่อนแบบไฟฟ้าทั้งหมดจากปอร์เช่ มาคันน์ (Porsche Macan Turbo)

PORSCHE 2

ปอร์เช่ (Porsche) มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านการขับเคลื่อนยานยนต์อย่างยั่งยืน ที่ไม่ได้จำกัดแค่ในวงการรถแข่งและรถยนต์บนถนนเท่านั้น โดยร่วมมือกับ ฟราวเชอร์ ชิปยาร์ด (Frauscher Shipyard) ผู้ผลิตเรือสปอร์ตอันมีชื่อเสียงจากออสเตรีย กับบริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ตนี้ ได้พัฒนาเรือไฟฟ้าที่มีจุดมุ่งหมายที่จะสร้างความประทับใจบนพื้นน้ำด้วย ปอร์เช่ อี-เพอร์ฟอร์มมานซ์ (Porsche E-Performance) อันเป็นเอกลักษณ์ – ซึ่งตอนนี้มีให้เลือกใน 2 เวอร์ชันที่แตกต่างกัน ในขณะที่รถสปอร์ตปอร์เช่ (Porsche) 2 ประตูมีจำหน่ายในรูปแบบทั้งคูเป้และคอนเวอร์ทิเบิล รวมถึงตัวเลือกอื่นๆ ดังนั้น ฟราวเชอร์ (Frauscher) ก็มีให้เลือกระหว่าง Runabout และ Air หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ระหว่างดาดฟ้าหน้าปิด ลุคคลาสสิก ห้องโดยสารใต้หัวเรือ หรือเป็นแบบพวงมาลัยกลางลำเรือและที่นั่งเล่นอยู่บนหัวเรือก็มีมาให้เป็นตัวเลือก หลังจากที่ eFantom รุ่นเปิดตัวได้รับการยกย่องให้เป็นเรือไฟฟ้าที่ดีที่สุดในเดือนพฤศจิกายน 2024 จากรางวัล Best of Boats Award อันทรงเกียรติ ตอนนี้เวอร์ชัน Frauscher x Porsche 850 Fantom ก็พร้อมวางจำหน่ายแล้วใน First Edition ด้วยจำนวนเพียง 25 คัน

“เหมือนกับรถสปอร์ตของเรา eFantom มอบประสบการณ์สุดพิเศษและสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ในฐานะเรือครูซเซอร์หรูสำหรับวันพักผ่อนพร้อมระบบขับเคลื่อนที่มีนวัตกรรมและทรงพลัง มันได้ตั้งมาตรฐานใหม่ในโลกแห่งการเดินเรือ เรากำลังเดินไปในเส้นทางนี้ร่วมกับ Frauscher และ 850 Fantom ใหม่” กล่าวโดย ลุทซ์ เมชเค (Lutz Meschke) รองประธานคณะกรรมการบริหารและสมาชิกคณะกรรมการด้านการเงินและเทคโนโลยีสารสนเทศของปอร์เช่ เอจี เยอรมนี (Porsche AG)

เรือไฟฟ้าทั้ง 2 รุ่นยาว 8.67 เมตร และกว้าง 2.49 เมตร มาพร้อมกับอัตราการเร่งความเร็วที่โดดเด่น สมรรถนะที่ทรงพลัง การออกแบบสุดคลาสสิก และอุปกรณ์ที่หรูหรา คุณสมบัติทั้งหมดนี้ยังใช้ได้กับปอร์เช่ มาคันน์ (Porsche Macan) ซึ่งได้รับการเปิดตัวด้วยเป้าหมายที่จะเป็นรุ่นที่สปอร์ตที่สุดในกลุ่ม และยังเป็นแหล่งที่มาของชุดขับเคลื่อนใน eFantom ด้วย

สำหรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากถนนสู่ผืนน้ำ ปอร์เช่ (Porsche) ได้เลือกใช้เวอร์ชันที่ทรงพลังที่สุดของ SUV ไฟฟ้า เครื่องยนต์ที่เพลาขับหลังของ มาคันน์ เทอร์โบ (Macan Turbo) มาใช้ในเรือลำนี้ มอเตอร์ซิงโครนัสที่มีประสิทธิภาพสูงสามารถให้กำลังสูงสุดถึง 400 กิโลวัตต์ ติดตั้งอยู่ในตัวเรือและควบคุมโดยตรงผ่าน Z-drive หน่วยควบคุมต่าง ๆ ถูกเก็บในกล่องกันน้ำที่มีโลโก้ Porsche ประทับอยู่

ประสิทธิภาพของมอเตอร์ได้รับการปรับให้เหมาะสมโดยอิเล็กทรอนิกส์พลังงานที่ทันสมัย และการใช้ซิลิคอนคาร์ไบด์ในตัวแปลงกระแสพัลส์ช่วยให้เกิดความถี่การสลับที่สูงโดยเฉพาะ แบตเตอรี่แรงดันสูงที่มีความจุรวม 100 กิโลวัต์ชั่วโมง ยังมาจากมาคันน์ (Macan) ระบบกันสะเทือนที่ยึดด้วยสายเคเบิลช่วยดูดซับแรงกระแทกอันมหาศาลที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในคลื่นและความเร็วสูง

ตัวเลือกเพื่อการออกแบบเฉพาะคุณเหมือนกับรถสปอร์ตปอร์เช่ (Porsche)
850 Fantom ใหม่ มีพื้นที่สำหรับผู้โดยสารสูงสุดถึง 7 คน แพลตฟอร์มสำหรับลงว่ายน้ำที่ด้านหลัง ออกแบบให้เชื่อมไปสู่พื้นที่เลานจ์อันกว้างขวางพร้อมที่นอนอาบแดดที่สะดวกสบาย ซึ่งสตูดิโอ เอฟ.เอ. ปอร์เช่ (Studio F. A. Porsche) ที่เมืองเซล อัม ซี (Zell am See) และ สไตล์ ปอร์เช่ (Style Porsche) ที่ ไวซาค (Weissach) มีบทบาทสำคัญในการออกแบบห้องควบคุม ในบริเวณนี้คุณจะพบพวงมาลัยและที่นั่งในดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของรถสปอร์ต รวมถึงสัญลักษณ์ Porsche Crest บนที่รองศีรษะที่นั่งในห้องโดยสาร มีพื้นที่นั่งอย่างกว้างขวางเชิญชวนให้ผู้มาเยือนใช้เวลาในส่วนนั้นได้อย่างยาวนาน เช่นเดียวกับรถสปอร์ตจากปอร์เช่ (Porsche) การปรับแต่งก็มีบทบาทสำคัญในเรือจากฟราวเชอร์ (Frauscher) ทั้งการหุ้มเบาะในห้องโดยสาร ตัวเรือและดาดฟ้าสามารถเลือกได้ตามความชอบส่วนตัวอีกด้วย

Frauscher x Porsche 850 Fantom ลำแรกจะมาพร้อมสีพิเศษ สีเขียว Oakgreen Metallic Neo จาก Porsche และติดตั้งการหุ้มเบาะสีน้ำตาล Truffle Brown พร้อมชุดเย็บ Package 930 สีส้ม เรือลำนี้จะเปิดตัวในระดับโลกครั้งแรกในเดือนมกราคม 2025 ที่งาน “boot Düsseldorf” งานแสดงกีฬาทางน้ำในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก

eFantom มาพร้อมกับที่บังแดดแบบพับได้ ระบบเสียงคุณภาพสูงที่รองรับ Bluetooth และ WiFi ติดตั้งมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน สามารถควบคุมผ่านหน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 12 นิ้ว ซึ่งรวมทั้งระบบค้นหาสัญญาณเสียง (echo sounder) และเครื่องมือวางแผนเส้นทาง (chart plotter) ไว้ด้วยเช่นกัน เช่นเดียวกับมาคันน์ (Macan) และ eFantom ยังมีหน้าจอที่ 2 สำหรับผู้โดยสารข้างผู้ขับอีกด้วย นอกจากนี้ eFantom ยังมาพร้อมกับไฟ ambient LED และไฟใต้น้ำ LED ที่ด้านหลังเพิ่มความสวยงามและการมองเห็นในเวลากลางคืน

ฟราวเชอร์ x ปอร์เช่ 850 แฟนทอม (Frauscher x Porsche 850 Fantom) สนนราคาเริ่มต้นที่ 572,934 ยูโร (ไม่รวมภาษี) และผลิตที่อู่เรือฟราวเชอร์ (Frauscher) ในเมืองโอฮล์สดอร์ฟ รัฐออสเตรียตอนบน (Ohlsdorf, Austria) ในส่วนของปอร์เช่ (Porsche) รับหน้าที่จัดหาชุดแบตเตอรี่ HV และระบบขับเคลื่อน รวมถึงหน่วยควบคุมในรูปแบบโมดูลที่ประกอบไว้ล่วงหน้าแล้ว สำหรับฟราวเซอร์ (Frauscher) รับผิดชอบการประกอบขั้นสุดท้าย การจัดการโลจิสติกส์ การขาย และการบริการหลังการขาย
ความสามารถในการขับขี่และการชาร์จ
• โหมดการขับขี่: Docking – Range – Sport – Sport Plus
• ความเร็วสูงสุดในโหมด Sport Plus: ประมาณ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (49 น็อต)
• ระยะทางขับขี่เมื่อใช้ความเร็วต่ำ: ประมาณ 100 กิโลเมตร
• ระยะทางขับขี่ที่ความเร็วล่องเรือ (41 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือ 22 น็อต): ประมาณ 45 กิโลเมตร
• การชาร์จ DC: สูงสุด 270 กิโลวัตต์
• การชาร์จ AC: สูงสุด 11 กิโลวัตต์

ท่านสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงสื่อประชาสัมพันธ์ วิดีโอ และภาพถ่าย ได้ที่ Porsche Newsroom: newsroom.porsche.com

ยานพาหนะใหม่ทั้งหมดที่จำหน่ายโดยปอร์เช่ (Porsche) ได้รับการอนุมัติประเภทตามมาตรฐาน WLTP แล้ว ค่าที่ได้จาก NEDC อย่างเป็นทางการที่คำนวณจากค่า WLTP จะไม่สามารถใช้ได้สำหรับยานพาหนะใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2023 เป็นต้นไป และจึงไม่สามารถใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้เชื้อเพลิงอย่างเป็นทางการและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) อย่างเป็นทางการเฉพาะของรถยนต์โดยสารใหม่สามารถหาได้จากเอกสารที่ชื่อว่า “แนวทางการใช้เชื้อเพลิง การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และการใช้พลังงานของรถยนต์โดยสารใหม่” ซึ่งสามารถรับได้ฟรีจากทุกจุดจำหน่ายและจาก DAT ที่อยู่ Hellmuth-Hirth-Strasse 1, 73760 Ostfildern.

“อีซูซุ” ร่วมยินดี 3 แชมป์ THAI FIGHT 2024 มอบรถปิกอัพ “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ 2.2 Ddi MAXFORCE พร้อมเงินสดมูลค่ารวมกว่า 4 ล้านบาท ใน THAI FIGHT พะเยา

0
THAI FIGHT 2024 1

มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด แสดงความยินดีกับ 3 สุดยอดนักชกไทยผู้คว้าแชมป์ THAI FIGHT 2024 รอบชิงชนะเลิศในงาน “THAI FIGHT พะเยา” ได้ครองถ้วยพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และได้รับรางวัลชนะเลิศรถปิกอัพรุ่นใหม่ล่าสุด “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ 2.2 Ddi MAXFORCE รุ่น 2 ประตู” จำนวน 3 คัน พร้อมเงินสดมูลค่ารางวัลรวมกว่า 4 ล้านบาท ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง จังหวัดพะเยา

THAI FIGHT 2024 6

 

 

การแข่งขัน “THAI FIGHT 2024” รอบชิงชนะเลิศ จัดเต็มความสนุกสุดมันกับแสงสีเสียงสุดอลังการ พร้อมด้วยโชว์แสดงพลุสุดยิ่งใหญ่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ท่ามกลางลมหนาวเอาใจชาวเหนือนับหมื่นคนที่ริมกว๊านพะเยา โดยมี ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต1 อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขึ้นเปิดกรวยถวายราชสักการะและกล่าวเปิดงานในฐานะ ประธานจัดการแข่งขัน THAI FIGHT พะเยา

THAI FIGHT 2024 4

 

โดยคู่เด่นรอบชิงชนะเลิศเริ่มด้วย พิกัด 65 กิโลกรัม ระหว่าง “กล้าศึก อาวุธไฟท์เกียร์” แชมป์ Isuzu Thailand Championship 2024 กับ “โพย่า ไบรามี่” นักชกจากอิหร่าน เปิดเกมโพย่าเริ่มเดินเกมรุกก่อนทำให้เป็นต่อในช่วงแรก จากนั้นทั้งคู่ต่างออกอาวุธกันอย่างสูสี ส่งผลให้คะแนนออกมาเสมอ ทำให้ต้องตัดสินในยกที่ 4 กล้าศึกสาดเข่าและปล่อยหมัดฮุกกลางลำตัวโพย่าจนร่วงให้กรรมการนับ กล้าศึกจึงชนะน็อก คว้าแชมป์ THAI FIGHT 2024 ไปครอง รับถ้วยพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เข็มขัดแชมป์ และรถปิกอัพ “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ 2.2 Ddi MAXFORCE รุ่น 2 ประตู”

THAI FIGHT 2024 6

ต่อเนื่องความสนุกกับ พิกัด 67 กิโลกรัม ระหว่าง ยอดเทวินทร์ ม.ราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง แชมป์ Isuzu Thailand Championship 2024 กับ ดาวแพร่ แม็คเคมีภัณฑ์ เป็นคู่นักชกไทยที่เรียกเสียงเชียร์ได้กระหึ่มกว๊านพะเยา ทั้งคู่งัดลีลาแม่ไม้มวยไทยออกมาสู้กันได้อย่างสูสีและดุเดือดตลอดสองยกแรก ยกสุดท้าย ดาวแพร่เดินหน้ารัวปล่อยทั้งหมัด ศอกและลูกเตะได้เข้าเป้าและแม่นยำ ผลปรากฏว่า ยอดเทวินทร์แพ้คะแนนแบบเฉียดฉิว ส่งผลให้ดาวแพร่ได้รับถ้วยพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เข็มขัดแชมป์ และ รถปิกอัพ “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ 2.2 Ddi MAXFORCE รุ่น 2 ประตู” ไปครอง

THAI FIGHT 2024 7

ส่วนคู่ชิงระหว่าง แสนชัย พี.เค. แสนชัยมวยไทยยิม และ อับบาส ทาคาลู นักชกจากอิหร่าน ในพิกัด 70 กิโลกรัม แสนชัยไม่เคยทำให้แฟนมวยไทยผิดหวัง โชว์ความเก๋าสาดแข้งซ้ายรัวแทงเข่าเข้าลำตัวอย่างจังตลอดทั้ง 3 ยก และคว้าชัยชนะด้วยคะแนนเป็นเอกฉันท์ รับถ้วยพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และรถปิกอัพ “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ 2.2 Ddi MAXFORCE รุ่น 2 ประตู”

THAI FIGHT 2024 7

มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “ขอแสดงความยินดีกับทั้ง “กล้าศึก” และ “ดาวแพร่” ที่ได้รับตำแหน่งแชมป์ไทยไฟท์ 2024 จากทักษะและการต่อสู้ที่แข็งแกร่ง การคว้าถ้วยพระราชทานในวันนี้ ถือเป็นผลงานที่น่าภาคภูมิใจในเส้นทางอาชีพการชกมวยของทั้งสองและครอบครัวของพวกเขา ขอให้กล้าศึกและดาวแพร่ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นต่อเนื่องไปในอนาคต และผมขอถือโอกาสนี้แสดงความขอบคุณอย่างสูงต่อท่านผู้ชมทุกท่านสำหรับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อทั้งอีซูซุ และการแข่งขันมวยไทยไฟท์ ผมหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากทุกท่านอย่างต่อเนื่องสำหรับรถอีซูซุ การแข่งขัน Isuzu Thailand Championship ในไทยไฟท์ลีก และกิจกรรมอื่น ๆ ของเรานับจากนี้ เนื่องในโอกาสปีใหม่ที่จะมาถึง ผมขอ อวยพรให้เป็นปีแห่งความเจริญรุ่งเรืองและความสำเร็จของชาวไทยทั่วประเทศด้วยครับ”

THAI FIGHT 2024 3

ผลการแข่งขัน THAI FIGHT 2024 รอบชิงชนะเลิศ
1.วรจักรเล็ก เกียรติฉัตรชัย (ไทย) ชนะน็อกยกที่ 3 อดัม เบนวาร์วาร์ (โมร็อกโก)
2.ไลอ้อน ว.ไพลิน (ไทย) ชนะคะแนน ไควาน โซไลมานี่ (อิหร่าน)
3.ป.ต.ท. อภิชาตฟาร์ม (ไทย) ชนะน็อกยกที่ 2 อาหมัด มาซูมิเนีย (อิหร่าน)
4.กล้าศึก อาวุธไฟท์เกียร์ (ไทย) ชนะน็อกยกที่ 4 โพย่า ไบรามี่ (อิหร่าน)
5.ฟ้าใส อ.ยุทธชัย (ไทย) ชนะคะแนน มาเรีย เอดู อาร์ดา (บราซิล)
6.ยอดเทวินทร์ ม.ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง (ไทย) แพ้คะแนน ดาวแพร่ แม็คเคมีภัณฑ์ (ไทย)
7.น้องโอ ช.ห้าพยัคฆ์ (ไทย) ชนะน็อกยกที่ 1 แจ๊ค คูเปอร์ (อังกฤษ)
8.แสนชัย พี.เค. แสนชัยมวยไทยยิม (ไทย) ชนะคะแนน อับบาส ทาคาลู (อิหร่าน)

GWM ชวนสายกรีนสตาร์ทรถไฟฟ้ารับลมหนาว กับ 5 ทริคก่อนออกทริปขึ้นเหนือ

0
GWM 1

หน้าหนาวปลายปีนี้ ใครยังไม่มีแพลนสตาร์ทรถออกไปเที่ยว เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขอชวนคนไทยออกไปเที่ยวไทยด้วยกัน ตามรอย 3 จังหวัดภาคเหนือ เชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน เตรียมตัวออกเที่ยวแบบคุ้มหลายต่อ ทั้งโปรโมชันเด็ดสุดคุ้มผ่านแคมเปญ “สุขทันที ปลายปีเที่ยวไทย” จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กับสินค้าและบริการท่องเที่ยวจากผู้ประกอบการมากกว่า 200 ราย พร้อมส่วนลดสูงสุดถึง 45% และความคุ้มอีกด้านผ่านการเลือกใช้รถพลังงานไฟฟ้า 100% ที่จะช่วยเติมเต็มเส้นทางความสุขเพื่อคนสายกรีนด้วยมลพิษที่เป็นศูนย์ รวมถึงช่วยประหยัดค่าพลังงานงาน เปลี่ยนค่าน้ำมันให้เป็นค่าอาหารมื้อหรู หรือจะแวะคาเฟ่ฮอปปิ้งได้หลายที่ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวของคนยุคใหม่ ก่อนออกเดินทางรับลมหนาวพร้อมวิวที่แวดล้อมด้วยภูเขาและธรรมชาติตระการตา เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขอแนะนำ 5 วิธี เตรียมตัวก่อนออกทริปกับรถยนต์ไฟฟ้าคู่ใจ ช่วยให้ทุกทริปราบรื่น ไร้อุปสรรค ปลอดภัยในทุกที่นั่ง

GWM 2

ทริคที่ 1: เช็กให้ชัวร์ ดูให้ครบ กับ 5 จุดเช็คลิสต์สำคัญก่อนออกทริป
ก่อนสตาร์ทรถออกเดินทางด้วยรถไฟฟ้า ต้องเช็กให้ชัวร์ กับ 5 สิ่งสำคัญ ช่วยเพิ่มความมั่นใจ เพราะ well begun is half done แค่เริ่มต้นดีก็ถือว่าทริปนี้สำเร็จไปแล้วครึ่งทาง

•แบตเตอรี่: หัวใจสำคัญสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ฉะนั้นก่อนออกทริปควรตรวจสอบแบตเตอรี่ให้ดี สิ่งที่ควรระวัง คือ ไม่ควรปล่อยให้แบตเตอรี่เหลือน้อยกว่า 20% บ่อยครั้ง เพราะอาจทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพไวกว่ากำหนด และไม่ควรชาร์จเร็ว (DC Fast Charging) บ่อยเกินไป เนื่องจากการชาร์จเร็วจะใช้กระแสไฟฟ้าที่สูงกว่าปกติ ทำให้ความร้อนสะสมในแบตเตอรี่ ผลลัพธ์คือแบตเตอรี่จะเสื่อมสภาพไวไม่ต่างจากการทิ้งให้แบตเหลือน้อยกว่า 20% รวมถึงไม่ควรจอดรถยนต์ไฟฟ้าไว้กลางแจ้งบ่อย เพราะแสงแดดที่ร้อนจัดจะทำให้แบตเตอรี่ได้รับความร้อนสูง ส่งผลให้อายุการใช้งานสั้นลงตามมาด้วย หากไม่แน่ใจในสภาพการทำงานของแบตเตอรี่ แนะนำให้นำรถไฟฟ้าเข้าศูนย์เพื่อเช็กสภาพความพร้อมของแบตเตอรี่ก่อนออกเดินทาง

GWM 3

•ยางรถยนต์: ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล ยางรถยนต์เป็นสิ่งแรกที่ได้สัมผัสกับพื้นถนนในทุกสภาพเส้นทาง จะทางเรียบ ขรุขระ หรือน้ำนอง ควรเช็กลมยางรถยนต์ก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อความปลอดภัยตลอดทุกการเดินทาง สำหรับรถยนต์ที่มีขนาดเล็ก ควรเติมลมยางประมาณ 25-30 PSI สำหรับรถยนต์ที่มีขนาดกลาง ควรเติมลมยางประมาณ 30-35 PSI และสำหรับรถกระบะที่เน้นการท่องเที่ยว ผจญภัย ไม่เน้นการบรรทุกของที่มีน้ำหนักเยอะ ควรเติมลมยางประมาณ 35-40 PSI การเติมลมยางตามที่แนะนำนี้จะช่วยลดความเสี่ยงของอุบัติเหตุ เพื่อการออกทริปที่เป็นไปอย่างสนุกและราบรื่น

•เบรก: ก่อนออกเดินทางทริปยาวหรือโรดทริป ควรวางแผนนำรถเข้าศูนย์ล่วงหน้า เพื่อให้แน่ใจว่าระบบต่าง ๆ ของรถยนต์ไฟฟ้าทำงานได้เป็นปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบเบรก การมีระบบเบรกที่ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ หรือหากสังเกตว่าการแตะเบรกขณะขับขี่ดูให้ผลลัพธ์แปลกไปจากทุกครั้ง ควรนำรถยนต์ไฟฟ้าเข้าไปเช็กสภาพเบรกที่ศูนย์บริการรถ เพราะหากสภาพเบรกลดลง อาจเพราะเกิดความเสียหายได้จากหลากหลายสาเหตุ เช่น ระบบเบรกเกิดการสึกหรอ หรือลูกสูบเบรกมีปัญหา

•แอร์: หากเครื่องปรับอากาศทำงานได้ไม่เป็นปกติ อาจจะทำให้การเดินทางมีอุปสรรคโดยเฉพาะเมื่อต้องขับรถในระยะทางไกล และอาจทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารเกิดความเมื่อยล้าขณะเดินทางและเสียสมาธิในการขับขี่ ฉะนั้นควรเช็กแอร์ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง และควรวอร์มรถยนต์ไฟฟ้าก่อนเดินทางไกล เพื่อเช็กและเพื่อเป็นการเลี่ยงปัญหาดังกล่าว

•สัญญาณไฟ: ในการเดินทางที่ตะโกนบอกผู้ขับขี่คันอื่น ๆ บนท้องถนนไม่ได้ ไฟหน้าและไฟท้ายจึงเป็นสิ่งสำคัญในการส่งสัญญาณแทนคำพูด เช่น การเลี้ยวซ้าย-ขวา การตบไฟให้สัญญาณ หรือแม้แต่สัญญาณไฟฉุกเฉินหากเกิดปัญหาขึ้นกระทันหัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาขณะออกทริปเดินทาง จำเป็นต้องเช็กไฟต่าง ๆ ทั้งไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเบรก ไฟเลี้ยว และไฟฉุกเฉินให้ดี เพื่อให้ทุกเส้นทางการเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น ไร้ปัญหาขณะขับขี่

GWM 6

ทริคที่ 2: จำกัดความเร็วขณะขึ้น-ลงเขา และไม่บรรทุกของหนักขึ้นดอย
ความเร็วที่เหมาะสมสำหรับการขึ้น-ลงภูเขา ในการขับรถยนต์ไฟฟ้าขึ้นภูเขาควรมีความเร็วอยู่ที่ประมาณ 50-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และการขับรถยนต์ไฟฟ้าลงภูเขาควรมีความเร็วอยู่ประมาณที่ 30-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นความเร็วที่ค่อนข้างปลอดภัยและช่วยให้เบรกไม่ทำงานหนักจนเกินไป รวมถึงเว้นระยะจากคันหน้าประมาณ 30-50 เมตร เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินอื่น ๆ ที่ไม่คาดคิด ทั้งนี้ สำหรับน้ำหนักของสัมภาระในการบรรทุกของเพื่อออกทริปในเส้นทางดังกล่าวควรพิจารณาตามความเหมาะสมของรถแต่ละรุ่นเพื่อไม่ให้หนักเกินไป เพราะน้ำหนักที่เยอะจะส่งผลต่อประสิทธิภาพของการเร่งของเครื่องยนต์

ทริคที่ 3: หมั่นสังเกตแผงหน้าปัดแจ้งเตือนขณะขับขี่
สิ่งที่อันตรายไม่ต่างจากการละสายตาบนท้องถนนขณะขับขี่ คือ การละสายตาและละความสนใจจากสัญญาณต่าง ๆ ที่ขึ้นมาบนแผงหน้าปัดรถ โดยปกติสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่ขึ้นมาจะมีสีอยู่ 3 ระดับ ได้แก่ สีเขียว สีส้มหรือสีเหลือง และสีแดง คล้ายสัญญาณไฟจราจร แต่ละสีบ่งบอกถึงความเร่งด่วนในแต่ละระดับ ซึ่งสีเขียวหมายถึงปลอดภัย สีส้มหรือสีเหลืองหมายถึงเริ่มไม่ปลอดภัย และสีแดงหมายถึงอันตราย นอกเหนือจากสีแล้วผู้ขับขี่ควรรู้ควายหมายของสัญลักษณ์ที่จำเป็น เช่น สัญลักษณ์พร้อมขับขี่ สัญลักษณ์การปิดประตูรถไม่สนิท สัญลักษณ์แจ้งเตือนแรงดันลมยาง และสัญลักษณ์แจ้งเตือนความจุแบตเตอรี่ การสังเกตสัญลักษณ์เหล่านี้จะช่วยให้การเดินทางพักผ่อนวันหยุดนี้ปลอดภัยทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารตลอดการเดินทาง

GWM 6

ทริคที่ 4: ทุกการเบรกเหมือนได้แลกพ้อยท์ ได้พลังงานกลับคืนด้วยระบบ Regenerative Breaking
สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าจะมีระบบเบรก 2 ระบบ ได้แก่ ระบบเบรกธรรมดา และระบบเบรก Regenerative Breaking โดยผู้ใช้งานสามารถประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ได้ เพียงเลือกใช้ระบบ Regenerative Breaking โดยสังเกตสัญลักษณ์ของระบบเบรกนี้จากแผงหน้าปัดได้ ซึ่งระบบเบรกนี้เป็นการเหยียบเบรกที่สร้างพลังงานจลน์ และการเบรกนั้นจะถูกส่งกลับไปเป็นพลังงานที่แบตเตอรี่ของรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้ทุกแรงที่เหยียบไปไม่เสียเปล่า อีกทั้งยังสามารถกู้คืนพลังงานได้มากถึง 70% ที่เกิดจากกระบวนการเบรก ช่วยยืดอายุชิ้นส่วนเบรกรถยนต์ เมื่อออกทริปในเส้นทางภูเขาสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับระบบเบรก Regenerative Breaking คือ การไม่ชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม 100% แต่ควรชาร์จให้อยู่ประมาณที่ 80-90% เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ทริคที่ 5: วางแผนให้ดี ปักหมุดสถานีชาร์จรอไว้เลย
สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าการวางแผนที่ดี คือ การดูสถานีชาร์จไว้ล่วงหน้า ในทุก ๆ การเดินทางควรตรวจสอบจุดชาร์จให้ชัดเจน และจองสถานีชาร์จไว้ล่วงหน้า เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ สามารถจองสถานีชาร์จได้ง่าย ๆ ในแอปพลิเคชัน GWM THAILAND เมื่อโหลดแอปฯ เรียบร้อยแล้วสามารถทำการจองได้ ดังนี้
•เข้าแอปพลิเคชัน GWM THAILAND
•เลือกเมนู ‘รีโมท’ จากนั้นเลือก ‘แผนที่จุดชาร์จ’
•ค้นหาที่อยู่ที่ต้องการไปใช้บริการ
•กด ‘จอง’ ไอคอนที่สองด้านล่างซ้ายมือ
โดยในแอปพลิเคชันนี้สามารถชำระได้ทั้งแบบเติมเงินและผ่านบัตรเครดิต ทำให้ลดการยุ่งยากในการออกทริป ประหยัดเวลาในการเดินทาง

ถ้าพร้อมแล้วก็ออกไปรับลมหนาว จะไปคนเดียว หรือยกแก๊งค์ก็สนุก ปลอดภัย ประหยัด และรักษ์โลก กับรถไฟฟ้าคู่ใจในวันหยุดยาวปีใหม่นี้ หากใครยังไม่มีแพลนไปไหน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ชวนออกมาทดลองขับรถยนต์ไฟฟ้าพลังงานใหม่ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ สามารถไปสัมผัสและทดลองขับได้ที่ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ ทุกสาขาทั่วประเทศ และโปรโมชัน Thailand International Motor Expo ครั้งที่ 41 ยังเปิดให้ผู้ที่สนใจเลือกรับดีลพิเศษและสิทธิประโยชน์อีกมากมายเพื่อฉลองปลายปี จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 นี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM แอปพลิเคชัน และเว็บไซต์ www.gwm.co.th หรือสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM Contact Center 02-668-8888  

“เอ็มจี” สร้างมาตรฐานใหม่ให้ NEW MG4 ELECTRIC เป็นรถยนต์ไฟฟ้า100% รุ่นแรกที่ได้รับการรับรอง MiT ผลักดันสินค้าไทยสู่เวทีโลก

0
เอ็มจี 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้วยรถยนต์ไฟฟ้า NEW MG4 ELECTRIC ของบริษัทฯ ได้รับการรับรอง “Made in Thailand (MiT)” ซึ่งถือเป็นบริษัทแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองในหมวดรถยนต์ไฟฟ้า โดยความสำเร็จครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในนวัตกรรมและคุณภาพ แต่ยังเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้สามารถส่งออกไปสู่ประเทศต่าง ๆ ได้ในอนาคต

เอ็มจี 2

ใบรับรอง MiT ถือเป็นมาตรฐานที่ออกโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศตามระเบียบของภาครัฐ สินค้าที่ได้รับการรับรอง MiT จะได้รับสิทธิพิเศษในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ ซึ่งจะเพิ่มโอกาสให้รถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทฯ ได้รับการบรรจุในระบบการจัดซื้อของภาครัฐ รวมถึงยังช่วยผลักดันการพัฒนาการขนส่งพลังงานสะอาดภายในประเทศอีกด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ การรับรอง MiT ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของสินค้า ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของคุณภาพ และการเสริมสร้างความไว้วางใจระหว่างบริษัทกับพันธมิตรและผู้บริโภค โดย NEW MG4 ELECTRIC เป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่ได้รับการรับรอง MiT และถือเป็นมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ด้วยคุณภาพและมาตรฐานขั้นสูง

สำหรับข้อได้เปรียบอีกประการของการรับรอง MiT คือการสนับสนุนการขยายตลาดสู่ระดับนานาชาติ โดยอาศัยนโยบายสนับสนุนจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย การรับรอง MiT สามารถใช้เป็นเอกสารอ้างอิงสำหรับการส่งออก ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศที่ให้ความสำคัญกับสินค้าไทย การรับรองนี้ยังช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของรถยนต์ไฟฟ้าในระดับโลก และวางรากฐานอันมั่นคงสำหรับการขยายแบรนด์ไปสู่ระดับโลกได้

นายจ้าว เฟิง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด กล่าวว่า “บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมและความยั่งยืนของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยให้ทัดเทียมระดับโลก พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานให้กับผู้บริโภคและพันธมิตร เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนและผลักดันสินค้าไทยให้เปล่งประกายบนเวทีระดับโลก NEW MG4 ELECTRIC ถือเป็นรถยนต์รุ่นแรกของ เอ็มจี ที่เป็นโกลบอลโมเดล โดยได้รับการการันตีจากรางวัลระดับโลก ในเรื่องการขับขี่ที่มีเอกลักษณ์

เอ็มจี 3

รวมถึงการออกแบบที่มีดีไซน์โฉบเฉี่ยว ราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่าย พร้อมด้วยระบบความปลอดภัยครบครัน จนได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ EV OF THE YEAR ปี 2023 จากสมาคมสื่อมวลชนสายยานยนต์ไทย โดยรถยนต์รุ่นนี้ ทาง เอ็มจี ได้มีการรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูงและระบบมอเตอร์ขับเคลื่อนแบบไม่จำกัดระยะทาง ซึ่งถือเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวในประเทศไทย เพื่อให้หมดกังวลในการใช้รถยนต์ไฟฟ้าระยะยาว พร้อมตอกย้ำถึงความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าชาวไทย”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจีได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

Hashtag #MG #MGThailand #MGCarsTH #PassionDrives #MG4ELECTRIC

“บางจากฯ” จัดโปรลดราคาเฉพาะน้ำมันกลุ่มไฮพรีเมียม ลิตรละ 5 บาท ทั่วประเทศ มอบเป็นของขวัญรับการเดินทางส่งท้ายปี 27 ธ.ค. 67 – 1 ม.ค. 68 นี้ เท่านั้น !

0
บางจาก 1

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มอบของขวัญใหญ่ส่งท้ายปี จัดโปรโมชันแรงแห่งปี “วันสีม่วง” ลดราคาเฉพาะน้ำมันบางจากกลุ่มไฮพรีเมียม น้ำมันพรีเมียมคุณภาพสูง สูตรที่ดีที่สุดของบางจาก ทั้งไฮพรีเมียม 97 และไฮพรีเมียม ดีเซล S ทุกลิตร ลิตรละ 5 บาท ไม่มีขั้นต่ำ เพื่อสนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลปีใหม่ ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 27 ธันวาคม 2567 – วันพุธที่ 1 มกราคม 2568 ณ สถานีบริการน้ำมันบางจากและสถานีบริการน้ำมันเอสโซ่เดิมทั่วประเทศที่ร่วมรายการ ดูรายละเอียดได้ที่ www.bangchakmarketplace.com

บางจาก 2

น้ำมันบางจากกลุ่มไฮพรีเมียม ทั้งน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ไฮพรีเมียม 97 และน้ำมันดีเซล ไฮพรีเมียมดีเซล S เป็นน้ำมันพรีเมียมคุณภาพสูงเหนือมาตรฐาน ด้วยคัดเนื้อน้ำมันพิเศษ ผ่านกระบวนการผลิตจากโรงกลั่นระดับโลก ทำให้ได้ค่าออกเทนและซีเทนสูงกว่าน้ำมันพรีเมียมทั่วไป และมีสารเพิ่มคุณภาพสูตรพิเศษที่ผลิตและทดสอบจากประเทศสหรัฐอเมริกา ให้เครื่องยนต์ทำงานเต็มสมรรถนะ เร่งแรง เดินลื่นไม่สะดุด พร้อมทั้งช่วยทำความสะอาดหัวฉีดได้อย่างหมดจด และปกป้องการสึกหรอชิ้นส่วนสำคัญของเครื่องยนต์ เป็นพลังสะอาด แรง พร้อมปกป้องเครื่องยนต์ 100% ในทุกจังหวะการขับขี่

บางจาก 4

พิเศษ! สมาชิกบางจากกรีนไมลส์ ยังรับของขวัญสุดคุ้มเพิ่มอีก
•สร้างพลังแรง ไม่รู้จบ บางจากฯ ส่งพลังแรงให้ทั้งรถ ทั้งคน สมนาคุณลูกค้าสมาชิกบางจากกรีนไมลส์ เมื่อเติมน้ำมันบางจากดีเซลทุกชนิดครบทุก 1,200 บาท รับฟรี “เครื่องดื่ม M-150” จำนวน 1 ขวด มูลค่า 12 บาท ระหว่าง 1 พฤศจิกายน 2567-28 กุมภาพันธ์ 2568 ณ สถานีบริการน้ำมันบางจากและเอสโซ่เดิม ทั่วประเทศที่ร่วมรายการ ดูรายละเอียดได้ที่ www.bcpgreenmiles.com
•สร้างสรรค์สังคม ไม่รู้จบ บางจากฯ สนับสนุนชุมชนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว 4 ภาค สมนาคุณลูกค้าสมาชิกบางจากกรีนไมลส์ เมื่อเติมน้ำมันบางจากแก๊สโซฮอล์ทุกชนิด ครบทุก 1,200 บาท รับฟรี “ข้าวกล้องป๊อบ 4 ภาค” ผลิตจากข้าวพันธุ์ท้องถิ่น อบกรอบ ไม่มีน้ำมัน ไฟเบอร์สูง และรสชาติอร่อย ขนาด 15 กรัม 1 ซอง มูลค่า 15 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2567 – 28 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ สถานีบริการน้ำมันบางจาก และเอสโซ่เดิม ทั่วประเทศที่ร่วมรายการ ดูรายละเอียดได้ที่ www.bcpgreenmiles.com

“ฟอร์ด” ชู 7 ฟีเจอร์เด่นในเรนเจอร์ พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อเนกประสงค์

0
Ford Ranger 1

ฟอร์ด เรนเจอร์ ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งเพื่อการทำงาน การเดินทางกับครอบครัว และการออกทริปสำหรับวันพักผ่อน โดยล่าสุด ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดตัวฟอร์ด เรนเจอร์ XLS ใหม่ รุ่นปี 2024 กระบะสี่ประตูยกสูงเกียร์อัตโนมัติราคาสุดคุ้ม  ซึ่งมาพร้อมดีไซน์ภายนอกและภายในใหม่ที่ดูสปอร์ตและหรูหรายิ่งขึ้น เพื่อให้ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อเนกประสงค์ได้อย่างลงตัว

Ford Ranger 2

แรงบันดาลใจในการออกแบบฟีเจอร์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ของฟอร์ด ล้วนมาจากผู้ใช้งานจริง โดยฟอร์ดได้พูดคุยกับผู้ใช้งานหลายพันคนและจัดเวิร์คช็อปหลายสิบครั้งทั่วโลกเพื่อเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของผู้ใช้รถกระบะ และสำรวจแนวทางที่ฟอร์ดสามารถพัฒนาเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบมากที่สุด แม็กซ์ ทราน หัวหน้าทีมออกแบบและพัฒนารถกระบะ รถเอสยูวี และรถเพื่อการพาณิชย์ต่างๆ ให้กับตลาดนานาชาติของฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี กล่าวว่า “เรามุ่งเน้นการออกแบบที่ชาญฉลาดและนำเสนอฟีเจอร์ที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้ชีวิตประจำวันของผู้ใช้งานสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น”

ฟอร์ดจึงขอแนะนำ 7 ฟีเจอร์ที่เป็นเอกลักษณ์เด่นในฟอร์ด เรนเจอร์ ที่ลูกค้าสามารถใช้งานได้แบบอเนกประสงค์

บันไดเหยียบข้างกระบะท้าย ขึ้นลงและขนย้ายของอย่างง่ายดายทุกสถานการณ์

Ford Ranger 3

ฟอร์ด ออกแบบบันไดเหยียบข้างกระบะท้าย เพื่อช่วยให้การขึ้นลงและขนย้ายสัมภาระสะดวกยิ่งขึ้น หลังจากพบว่าผู้ใช้งานต้องปีนขึ้นไปบนล้อรถยนต์หรือพยายามดันตัวเองข้ามขอบกระบะท้าย ซึ่งไม่สะดวกในการใช้งาน บันไดเหยียบข้างท้ายกระบะนี้จึงกลายเป็นคำตอบที่ช่วยลดความยุ่งยากและเพิ่มความสะดวกสบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“การเหยียบล้อรถยนต์เพื่อขึ้นท้ายกระบะเป็นเรื่องยากลำบากเมื่อต้องบรรทุกของและขนย้ายมอเตอร์ไซค์ของผม ฟอร์ด เรนเจอร์ ที่มีบันไดเหยียบข้างกระบะท้ายจึงถือว่าเป็นฟีเจอร์ที่ทำให้ผมรู้สึกว่าใช้งานรถได้คุ้มค่ามาก” ไมค์ โกรฟ หนึ่งในเจ้าของรถฟอร์ด เรนเจอร์ กล่าว “ผมขึ้นและลงรถโดยใช้บันไดเหยียบข้างท้ายกระบะทุกห้านาที เพื่อนำมอเตอร์ไซค์ขึ้นท้ายรถ หรือหยิบอุปกรณ์ เครื่องมือ หรือเชื้อเพลิง เมื่อใช้บันไดเหยียบข้าง การขึ้น-ลงรถจึงทำได้ง่ายขึ้นมาก โดยเฉพาะเมื่อเปิดฝากระบะท้ายลง”

ราวหลังคาและสปอร์ตบาร์แบบปรับได้ (Flexible Rack System)

Ford Ranger 4

กรณีต้องบรรทุกของที่มีลักษณะยาว บางครั้งต้องติดตั้งแร็คหลังคาเสริมบนรถกระบะ ทำให้ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เจ้าของรถที่จำเป็นต้องบรรทุกอุปกรณ์ เช่น ลองบอร์ด เรือคายัค หรือไม้อยู่บ่อยครั้ง จะใช้ประโยชน์จากราวหลังคาและสปอร์ตบาร์แบบปรับได้ (Flexible Rack System)1,2 ที่ติดตั้งมากับฟอร์ด เรนเจอร์ สตอร์มแทรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถปรับรูปแบบสปอร์ตบาร์ด้วยการเลื่อนจุดล็อคได้ 5 ตำแหน่งด้วยมือเดียว

ระบบไฟส่องสว่างแบบแบ่งโซน (Zone Lighting)

Ford Ranger 5

การใช้งานหรือการตั้งแคมป์ในยามกลางคืนจะง่ายขึ้นด้วยระบบไฟส่องสว่างแบบแบ่งโซน (Zone Lighting)1 บนฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 ควบคุมได้ผ่านหน้าจอสัมผัสในรถหรือแอปพลิเคชัน FordPass™ บนสมาร์ทโฟน ช่วยให้มีแสงสว่างรอบตัวรถ โดยเลือกเปิดปิดเฉพาะบางโซนหรือทุกโซนพร้อมกันได้ถึง 4 โซน ขึ้นอยู่กับว่าต้องการแสงสว่างบริเวณส่วนไหนของรถ

 กระบะท้ายแบ่งสัดส่วน จัดการพื้นที่ได้ตามใจ

Ford Ranger 6

ฟอร์ดเข้าใจถึงความยุ่งยากในการจัดการพื้นที่ใช้สอยท้ายกระบะของผู้ใช้งาน ทีมงานฟอร์ดจึงออกแบบพื้นปูกระบะท้ายให้ผู้ใช้งานจัดสรรพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนได้เองด้วยแผ่นไม้อัด และสามารถเก็บอุปกรณ์ในกระบะท้ายได้อย่างเป็นระเบียบตามต้องการ รวมถึงลดความเสี่ยงที่อุปกรณ์จะเคลื่อนที่ไปมาจนเกิดความเสียหายได้

ฝาท้ายอเนกประสงค์ เปลี่ยนเป็นโต๊ะทำงานได้ทุกที่ด้วยจุดยึดอุปกรณ์ช่างและไม้บรรทัดในตัว

Ford Ranger 7

ฟอร์ด เรนเจอร์ ออกแบบมาให้ลูกค้าทำงานต่างๆ ได้แบบอเนกประสงค์ ด้วยการเปลี่ยนฝาท้ายเป็นโต๊ะทำงานเคลื่อนที่ได้ โดยมีจุดยึดอุปกรณ์ช่าง 2 จุด มาพร้อมกับไม้บรรทัดวัดขนาดแบบ Built-in (ในรุ่นที่ไม่ติดตั้งพื้นปูกระบะเสริม) แบ่งระยะวัดทุก 10 มิลลิเมตร สำหรับวัดขนาดวัตถุต่างๆ ที่ใช้ในการทำงานได้

จุดยึดสำหรับอุปกรณ์เสริม พร้อมสำหรับปรับแต่งตามสไตล์ของตนเอง

Ford Ranger 7

ฟอร์ด เรนเจอร์ ได้รับการออกแบบและพัฒนาขึ้นโดยคำนึงถึงลูกค้าที่ต้องการติดตั้งอุปกรณ์เสริม จึงติดตั้งจุดยึดสำหรับอุปกรณ์เสริมตามการใช้งานในชีวิตประจำวันของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นฝาปิดกระบะท้าย หรือเต้นท์พับ เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตทั้งด้านการทำงาน การพักผ่อน และการเดินทางไปพักผ่อนกับครอบครัว

ฟอร์ดพาส ดูแลรถง่ายแค่ปลายนิ้ว

Ford Ranger 9

ลูกค้าสามารถดูแลและจัดการรถฟอร์ดของตนเองได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน ‘ฟอร์ดพาส’ เพื่อเชื่อมต่อกับรถได้ตลอดเวลา ยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถอย่างเหนือระดับด้วยฟีเจอร์ที่น่าสนใจ เช่น การสตาร์ทรถจากระยะไกล ตรวจเช็คข้อมูลรถเบื้องต้น รวมถึงการล็อคและปลดล็อคจากระยะไกลผ่านสมาร์ทโฟน  นอกจากนี้ ยังสามารถนัดหมายรับบริการออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการเรียกใช้หน่วยบริการเคลื่อนที่ ใช้บริการรับ-ส่งรถนอกสถานที่ หรือเข้ารับบริการ Express Service รับประกันเช็คระยะใน 60 นาที เป็นต้น