Home Blog Page 93

GWM ประกาศราคาแนะนำในช่วงเปิดตัว “ALL NEW GWM HAVAL H6” เริ่มต้น 0.929 ล้านบาท พร้อมเผยโฉม “NEW GWM ORA Good Cat” เฉดสีใหม่ So Blue ในงาน Motor Show 2025

0

GWM (Thailand) เดินหน้าตอกย้ำการเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานอย่างต่อเนื่อง ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 กับไฮไลต์สำคัญเปิดตัวและประกาศอย่างเป็นทางการของนวัตกรรมรุ่นใหม่ล่าสุด ALL NEW GWM HAVAL H6 กับการปรับโฉมใหม่และอัปเกรดแบบเต็มพิกัด มาพร้อม 3 รุ่นย่อยในราคาแนะนำในช่วงการเปิดตัวอย่างเป็นทางการสุดคุ้มระหว่าง 929,000 – 1,149,000 บาท ทั้งรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริดที่มีการปรับเซ็ตระบบช่วงล่างใหม่จากการรับฟังเสียงของผู้บริโภค และรุ่นปลั๊กอิน-ไฮบริด ที่มอบระยะทางการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้มากถึง 150 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (NEDC) ไกลที่สุดในเซกเมนต์ ตอบโจทย์ทุกความต้องการของครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างครบครัน และ NEW GWM ORA Good Cat กับเฉดสีใหม่ So Blue ที่เพิ่มลุคสปอร์ตแต่แฝงความน่ารักเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ร่วมด้วยทัพรถยนต์ครอบคลุมทุกพลังงาน ในหลากหลายเซกเมนต์ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าในทุกมิติ ภายใต้แนวคิด “GWM Go With More” ร่วมกับกลยุทธ์การมีผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง
(User-Centric) ผู้ที่สนใจสามารถแวะเวียนเข้าสัมผัสนวัตกรรมรุ่นใหม่รวมถึงทัพรถยนต์พลังงานใหม่ทุกรุ่นของ GWM ได้อย่างใกล้ชิด พร้อมรับข้อเสนอพิเศษสุดคุ้ม ณ บูธ GWM A10 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 – 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม 2568 – 6 เมษายน 2568 นี้

ALL NEW GWM HAVAL H6 รถยนต์เอสยูวีสำหรับครอบครัวรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ มาพร้อมกับสีภายนอกถึง 3 สี ได้แก่ สีเทา สีดำ และสีขาวพร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการใน 3 รุ่นย่อย ในราคาแนะนำในช่วงการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ดังนี้

  • ALL NEW GWM HAVAL H6 Hybrid SUV รุ่น PRO ราคา 929,000 บาท
  • ALL NEW GWM HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV รุ่น PRO ราคา 1,049,000 บาท
  • ALL NEW GWM HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV รุ่น ULTRA ราคา 1,149,000 บาท

โดยราคาแนะนำในช่วงเปิดตัวสุดพิเศษนี้ มอบให้สำหรับลูกค้าที่จองและออกรถ 800 คันแรกเท่านั้น พิเศษยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่จอง ALL NEW GWM HAVAL H6 รับ ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม ฟรี โฮมชาร์จเจอร์ (สำหรับรุ่นปลั๊กอิน-ไฮบริด) ฟรี บริการระบบตรวจสอบและสั่งการรถผ่านอินเทอร์เน็ต* (Telematic Service) พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ (Internet in Vehicle) ระยะเวลา 3 ปี ฟรี ค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทางภายในระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน และไม่รวมอะไหล่สิ้นเปลือง) ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี พร้อมการรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่ไฮบริด ระยะเวลา 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง** การรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่ปลั๊กอิน-ไฮบริด ระยะเวลา 8 ปี และหรือระยะทาง 180,000 กิโลเมตร** พร้อมการรับประกันคุณภาพรถใหม่ ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร** (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

** เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดได้ที่ GWM Thailand – Service  

สำหรับน้องเหมียวไฟฟ้าขวัญใจชาวไทย NEW GWM ORA Good Cat เฉดสีใหม่ So Blue เอาใจคนรุ่นใหม่อัปลุคสปอร์ตยิ่งขึ้นในโทนสีฟ้า-ดำ พร้อมชุดแต่ง Black Package ล้ออัลลอยสีดำ ขนาด 18 นิ้ว พร้อมคาลิเปอร์เบรกสีเหลือง และฝาครอบตกแต่งกันชนหน้าสีดำ ภายในตกแต่งด้วยสีเขียวและเทา โดยรุ่น PRO มีสนนราคาที่ 599,000 บาท และรุ่น ULTRA ที่ 699,000 บาท ซึ่งเป็นราคาเดียวกับ NEW GWM ORA Good Cat สีอื่น ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษมากมาย (โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม) โดยชื่อสี “So Blue” นี้ ได้รับคะแนนการโหวตสูงสุดจากแฟน ๆ ที่เข้ามาร่วมกิจกรรมการโหวตตั้งชื่อสีใหม่ของน้องเหมียวไฟฟ้าถึง 7,356 ราย ตอกย้ำการรับฟังเสียงของผู้บริโภคของ GWM อย่างต่อเนื่อง ซึ่งชื่อสี So Blue นี้ จะใช้อย่างเป็นทางการในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ของ GWM ต่อไป นอกจากนี้ NEW GWM ORA Good Cat มีความโดดเด่นด้านความปลอดภัยมากมาย มุ่งเน้นปกป้องตลอดทุกการเดินทางจากทุกสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน ทั้งโครงสร้างตัวถังรถที่แข็งแกร่ง แบตเตอรี่ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านความปลอดภัยสุดอัจฉริยะ ระบบความปลอดภัยเชิงแก้ไข (Passive Safety) และเชิงป้องกัน (Active Safety) ที่จัดเต็ม รวมถึงการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจากเวทีระดับโลก ทำให้ NEW GWM ORA Good Cat ถูกขนานนามว่าเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงเมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์ในเซกเมนต์เดียวกัน

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “ผมขอขอบคุณลูกค้าคนไทยทุกท่านที่ให้การสนับสนุน GWM เป็นอย่างดีเสมอมา ปี 2568 นี้ GWM ก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 อย่างมั่นคงในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้ความท้าทายและการแข่งขันที่เข้มข้นนี้ GWM มองเห็นความต้องการของลูกค้าชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความต้องการในรถยนต์เอสยูวีที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการดำเนินงานของ GWM ที่รับฟังเสียงของผู้บริโภคเป็นสำคัญตามกลยุทธ์ User-Centric สู่การพัฒนานวัตกรรมใหม่ล่าสุดใน ALL NEW GWM HAVAL H6 เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่ดีมากขึ้นสำหรับครอบครัวยุคใหม่ ทั้งด้านสมรรถนะ เทคโนโลยีอันล้ำสมัยที่มอบความสะดวกสบายและความปลอดภัยในทุกการเดินทาง คุ้มค่ายิ่งกว่าในทุก ๆ ด้านแก่ผู้ใช้งาน นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมและรับฟังเสียงของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ ผ่านกิจกรรมการตั้งชื่อสีใหม่ ของเจ้าเหมียวไฟฟ้า 100% ขวัญใจคนไทยรุ่นย่อยล่าสุด NEW GWM ORA Good Cat สี So Blue ที่จะเข้ามาเติมเต็มความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายยิ่งขึ้น โดย GWM หวังเป็นอย่างยิ่งว่า รถยนต์ที่เรานำมาเปิดตัวใหม่นี้ จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากจากแฟน ๆ ในงาน Motor Show 2025 ครั้งนี้”

 

สำหรับ ALL NEW GWM HAVAL H6 ที่ GWM นำมาเปิดตัวใหม่นี้ มีการอัปเกรดและพัฒนาขึ้นจากข้อคิดเห็นและคำแนะนำจากผู้ใช้งานจริง ตอบโจทย์ความต้องการที่โดดเด่นใน 4 ด้าน เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีและสุนทรียภาพเต็มรูปแบบ มอบความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้กับเหล่าครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างครอบคลุม

  • ดีไซน์ภายนอกฉายความสปอร์ตได้ยิ่งขึ้น กับกระจังหน้าและกันชนหน้า สี Smoke Chrome ร่วมกับไฟหน้า
    LED อัจฉริยะแบบรมดำ พร้อมระบบไฟ Signature Light แบบ Waterfall นอกจากนี้ คิ้วประตู คิ้วฝาท้าย หน้าต่าง ด้านข้างของรถ และราวหลังคายังมาพร้อมกับสีเปียโนแบล็ก อีกทั้งยังมี ระบบไฟท้ายแบบ LED Light Strip แบบรมดำ ผสานล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว รมดำลายสปอร์ต พร้อมคาลิเปอร์เบรกสีแดง (เฉพาะเครื่องยนต์ปลั๊กอิน-ไฮบริด
    รุ่น ULTRA) ผนวกรวมกันเป็นความสง่างามอันไร้ที่ติ สะท้อนเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและตัวตนของผู้ใช้งานได้อย่างชัดเจน
  • ภายในอัปเกรดใหม่ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ ตื่นตาตื่นใจมากกว่าเดิมในทุกการขับขี่ กับการตกแต่งด้วยโทนสีดำ-เงิน มาพร้อมหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบดิจิทัลขนาด 25 นิ้ว Head-up display และระบบอินโฟเทนเมนต์ในหน้าจอขนาดใหญ่ 14.6 นิ้ว ทำงานร่วมกับ User Experience (UX) และ User Interface (UI) โฉมใหม่ทั้งหมด พร้อมระบบปฏิบัติการอัจฉริยะจาก GWM Coffee OS 3.0 และชิปเซ็ต QUALCOMM Snapdragon 8155 ที่มีอยู่ในรถยนต์ระดับพรีเมียมของ GWM เท่านั้น ให้ทุกการใช้งานและการสั่งการเป็นไปได้อย่างง่ายดาย รวดเร็ว และลื่นไหลในทุกการขับขี่ พร้อมระบบนำทางของ Huawei Petal Map แผนที่อัจฉริยะที่ช่วยให้การนำทางแม่นยำและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พวงมาลัยดีไซน์ใหม่ D shape ร่วมกับเกียร์แบบ Electronic Shifter ที่คอพวงมาลัย สู่การขับขี่ที่สะดวกและคล่องตัว สำหรับด้านสุนทรียภาพในการขับขี่ รถยนต์รุ่นนี้มาพร้อมระบบเสียง Amor luxury hifi system ให้คุณภาพเสียงเต็มอารมณ์ทั่วทั้งคัน พร้อมระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย 50 วัตต์ มอบความสะดวกสบายให้กับทั้งครอบครัวได้อย่างรอบด้าน
  • สมรรถนะที่เร้าใจแบบเกินต้าน ALL NEW GWM HAVAL H6 มาพร้อมเครื่องยนต์ 5 ลิตรเทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า มอบพละกำลังสูงสุด 179 กิโลวัตต์ หรือ 243 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 530 นิวตันเมตร (รุ่นไฮบริด) และพละกำลังสูงสุด 240 กิโลวัตต์ หรือ 326 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 530 นิวตันเมตร (รุ่นปลั๊กอิน-ไฮบริด) รุ่นเครื่องยนต์ปลั๊กอิน-ไฮบริด มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 27.54 กิโลวัตต์ชั่วโมง มอบระยะทางการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ได้ถึง 150 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งไกลที่สุดในเซกเมนต์ อีกทั้งยังมาพร้อมกับหัวชาร์จประเภท
    CCS Type 2 combo รองรับการชาร์จแบบ DC 41 กิโลวัตต์ รวดเร็วกว่ารถยนต์ปลั๊กอิน-ไฮบริดในเซกเมนต์ ทำให้ไม่ต้องรอนานระหว่างแวะชาร์จ
  • ระบบความปลอดภัยที่จัดเต็มเกินพิกัด ALL NEW GWM HAVAL H6 โดดเด่นด้านความปลอดภัย พร้อมปกป้องครอบครัวในทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะกว่า 31 รายการ ทั้งที่เป็น First-in-class และ Best-in-class ในกลุ่มรถยนต์คอมแพคเอสยูวี อาทิ กล้องแสดงภาพความละเอียดสูงรอบทิศทาง 540 องศา (กล้องรอบคันและด้านใต้ท้องรถ) ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA) ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน (LCK) และอื่น ๆ อีกทั้งยังมีระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในภาวะฉุกเฉิน (ELK) ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน (LCA) ระบบช่วยเตือนจุดอับสายตา (BSD) ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA) ระบบช่วยเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTB) และอื่น ๆ (โปรดศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นเพิ่มเติม) ให้ทั้งครอบครัวได้อุ่นใจ ไร้กังกล ตลอดทุกเส้นทาง

ความตื่นเต้นยังไม่หมดเพียงเท่านี้! เตรียมพลิกโฉมวงการและฉีกทุกกฎของเครื่องยนต์ดีเซลแบบเดิม ๆ กับการเผยโฉมพร้อมการประกาศราคาขายและวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ NEW GWM TANK 300 DIESEL ในวันที่ 25 มีนาคม 2568 นี้ เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป สัมผัสประสบการณ์อันล้ำสมัยไปกับเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะแห่งอนาคต ได้ที่บูธ GWM A10 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 – 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2568 – 6 เมษายน 2568 เวลา 12.00 – 22.00 น. (วันธรรมดา) และ 11.00 – 22.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM application และ https://www.gwm.co.th/ หรือ GWM Contact Center 02-668-8888

เอ็มจี จัดใหญ่ กับ 3 ไฮไลท์ในกลุ่มรถอีวี พร้อมแคมเปญสุดพิเศษครบทุกรุ่น ในงานมอเตอร์โชว์ 2025

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ชู 3 ไฮไลท์กลุ่มยนตรกรรมอีวีในงานมอเตอร์โชว์ 2025 กับโมเดลใหม่อย่าง NEW MG IM6 สู่สาธารณชนอย่างเป็นทางการ และการเพิ่มสีสันใหม่กับอีวีรุ่นยอดนิยมอย่าง NEW MG4 ELECTRIC ด้วยสีใหม่ SOL BLUE เพิ่มความพรีเมียมมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเตรียมขยายไลน์อัพใหม่กับ NEW MG S5 EV ที่จะมาเติมความร้อนแรงให้กับตลาด B-SUV ด้วยจุดเด่น “ขับสนุก ชาร์จไว วิ่งไกล นั่งสบายพร้อม Lifetime Warranty” นอกจากนี้ยังมียนตรกรรมหลากหลายขุมพลังขับเคลื่อนที่มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของอย่างคุ้มค่าที่สุด ณ บูธ เอ็มจี หมายเลข A08 อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับงานมอเตอร์โชว์ในครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งเวทีสำคัญที่จะทำให้ เอ็มจี เดินหน้าสู่เป้าหมายส่วนแบ่งทางการตลาด 5% ภายในปีนี้ โดย เอ็มจี มาพร้อมกับ3 ความใหม่” ของยนตรกรรมในกลุ่มอีวี ที่จะยกระดับมาตรฐานและเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค”

สัมผัสกับยานยนต์อัจฉริยะที่ทำให้การขับขี่รถอีวีก้าวสู่อีกระดับ

สัปดาห์ที่ผ่านมา เอ็มจี ได้สร้างสีสันในแวดวงยานยนต์ไฟฟ้าอีกครั้งด้วยการส่ง NEW MG IM6 เข้าสู่ตลาดอีวีระดับพรีเมียม ชูจุดเด่นของการเป็น The First-ever Premium Intelligent e-SUV ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “ขับเคลื่อนตัวตน บนความเป็นตัวเอง” (I’M WHO I’M) จึงทำให้โมเดลนี้เหนือชั้นด้วยเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะที่มอบประสบการณ์การควบคุมขับขี่ที่ง่าย และสะดวกสบายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ระบบช่วงล่างถุงลมอัจฉริยะ สามารถปรับระดับความสูงของช่วงล่างได้ถึง 3 ระดับ ระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้ออัจฉริยะ ช่วยให้การเปลี่ยนเลนมีเสถียรภาพมากขึ้น สามารถกลับรถในที่แคบได้สบายๆ ฟังก์ชัน Crab Mode ช่วยให้การเคลื่อนรถออกจากพื้นที่ที่มีข้อจำกัดเป็นเรื่องง่าย ระบบ One Touch iAD ตัวช่วยในการถอยจอดหลากรูปแบบ ใช้งานง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัสระบบอัจฉริยะแสดงผลในที่มืดและฝนตก และ NEW MG IM6 ยังมีจุดเด่นด้านสมรรถนะการขับขี่กับพละกำลังสูงสุด 778 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 802 นิวตัน-เมตร มาพร้อมมอเตอร์คู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ
อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. เพียง 3.48 วินาที เท่านั้น แบตเตอรี่ขนาดความจุ 100 kWh วิ่งได้ระยะทางสูงสุด
634 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ชาร์จไฟได้รวดเร็ว Quick Charge ชาร์จไฟฟ้าจาก 10% – 80% ใช้เวลาน้อยกว่า 20 นาที* ด้วยแรงดันไฟฟ้า 800 โวลต์ รองรับการชาร์จ
แบบกระแสตรงสูงสุด 396 kW  

*ระยะเวลาในการชาร์จ ขึ้นอยู่กับจำนวนแบตเตอรี่ที่เหลือ และกำลังไฟของสถานีชาร์จ

“เพิ่มสีใหม่” ในรุ่นอีวียอดนิยม นำเสนอทางเลือกที่หลากหลายให้กับผู้บริโภค

NEW MG4 ELECTRIC อีวีรุ่นยอดนิยมของ เอ็มจี สร้างสีสันครั้งใหม่ด้วยสี SOL BLUE ให้กลิ่นอาย
ความพรีเมียมกับรถแฮทช์แบคไฟฟ้าดีไซน์สปอร์ตรุ่นนี้สะท้อนภาพลักษณ์ความสุขุม นุ่มลึกของผู้ขับขี่ โดยสีใหม่นี้
มีในรุ่น STANDARD RANGE รุ่น D, LONG RANGE รุ่น D และรุ่น V ราคาเริ่มต้น 709,900 บาท

เตรียม “ขยายไลน์อัพใหม่” มอบความคุ้มค่าด้วย e-SUV ที่ครบเครื่อง

สำหรับบิ๊กเซอร์ไพรส์ที่จะเกิดขึ้นในงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ (วันที่ 25 มีนาคม 2568 เวลา 13.00 น. – 14.00 น. ณ บูธ เอ็มจี หมายเลข A08) กับการเปิดตัวและประกาศราคา NEW MG S5 EV “โกลบอลอีวี” ที่มีมาตรฐานคุณภาพเดียวกันทั่วโลก เป็นหนึ่งในโมเดลยุทธศาสตร์ของ เอ็มจี ในปีนี้ และเป็นรถไฟฟ้าแบรนด์ เอ็มจี อีกรุ่นที่ผลิตในประเทศไทย และจะพลิกโฉมวงการยานยนต์ไฟฟ้าในไทย ด้วยการเป็น e-SUV ที่ “ขับสนุก ชาร์จไว วิ่งไกล นั่งสบายพร้อม Lifetime Warranty”

เป็นเจ้าของยนตรกรรมหลากหลายรูปแบบการขับเคลื่อนได้อย่างคุ้มค่า

นอกจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่แล้วนั้น เอ็มจี เพิ่มโอกาสให้คนไทยได้เป็นเจ้าของยนตรกรรมคุณภาพได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วยข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองซื้อรถในงานฯ ตั้งแต่วันนี้จนถึง 6 เมษายน 2568 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

กลุ่มรถยนต์สันดาป

NEW MG5 PRO

  • ดาวน์เริ่มต้น 31,499 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 7,156 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG ZS

  • ดาวน์เริ่มต้น 10%
  • เลือกรับ เอ็มจี ช่วยผ่อนเดือนละ 3,000 บาท นาน 9 เดือน
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG EXTENDER

  • ดาวน์เริ่มต้น 5% ผ่อนสูงสุด 84 งวด
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

กลุ่มรถยนต์พลังงานทางเลือก

ALL NEW MG3 HYBRID+

  • ดาวน์เริ่มต้น 8,888 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 6,516 บาท
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG VS HEV

  • ดาวน์เริ่มต้น 10%
  • เลือกรับ เอ็มจี ช่วยผ่อนเดือนละ 3,000 บาท นาน 9 เดือน
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG HS PHEV

  • รับสิทธิ์ช่วยผ่อนสูงสุด 5,000 บาท นาน 20 เดือน หรือ เลือกรับบัตรน้ำมันมูลค่าสูงสุด 5,000 บาท นาน 20 เดือน (เลือกอยากใดอย่างหนึ่ง และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้)
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

 

กลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า

NEW MG IM6 มาพร้อม PRIME PACKAGE มูลค่ารวมกว่า 150,000 บาท*

  • MG SHIELD ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 2 ปี มูลค่า 72,000 บาท
  • ฟรี รับ IM MAG HUB SET PACKAGE มูลค่า 17,380 บาท
  • ฟรี MG HOME CHARGER พร้อมติดตั้ง มูลค่า 38,500 บาท
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนระดับพรีเมียม นาน 5 ปี มูลค่า 12,500 บาท
  • ฟรี ค่าบริการระบบปฏิบัติการ i-SMART นาน 5 ปี มูลค่า 7,450 บาท
  • ฟรี บริการค่าจดทะเบียน กรอบป้ายทะเบียน และชุดพรมปูพื้น มูลค่า 8,385 บาท
  • สิทธิพิเศษ การบริการ MG PREMIUM FAST LANE
  • สิทธิพิเศษ การบริการ MG PREMIUM CALL CENTRE
  • ดอกเบี้ยพิเศษ 99% นาน 48 เดือน
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

*หมายเหตุ: PRIME PACKAGE นี้ สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถ NEW MG IM6 ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 เมษายน 2568

NEW MG4 ELECTRIC

  • ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% ผ่อนนานสูงสุด 60 เดือน
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG ZS EV

  • ราคาพิเศษ 699,000 ในรุ่น X
  • เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.88% ดาวน์เริ่มต้นที่ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน
  • รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี อุปกรณ์จ่ายกระแสไฟ V2L จำนวน 1 ชุด
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG MAXUS 9

  • รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการ
    ใช้งาน
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG MAXUS 7

  • รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการ
    ใช้งาน
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี อุปกรณ์จ่ายกระแสไฟ V2L จำนวน 1 ชุด
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG CYBERSTER

  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี อุปกรณ์จ่ายกระแสไฟ V2L จำนวน 1 ชุด
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 5 ปี

NEW MG EP PLUS

  • รับดอกเบี้ยพิเศษ 99%
  • รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG ES

  • ราคาพิเศษ 899,000 บาท
  • หรือ ดอกเบี้ยพิเศษ 99% เมื่อดาวน์เริ่มต้นที่ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน
  • รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี อุปกรณ์จ่ายกระแสไฟ V2L จำนวน 1 ชุด
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนดเท่านั้น

ผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสและทดลองขับยนตรกรรมทุกรุ่น พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษของ เอ็มจี ได้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 6 เมษายน นี้ ณ บูธ เอ็มจี หมายเลข A08 อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี และที่โชว์รูม เอ็มจี ทั้ง 140 แห่งทั่วประเทศ

มาสด้าโชว์สุดยอดเทคโนโนโลยีแห่งอนาคต Multi-solution นำรถต้นแบบ Mazda Iconic SP และรถไฟฟ้า Mazda6e จัดแสดงครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่แน่นบูธ

0

มาสด้าสร้างเซอร์ไพรส์ใหญ่ให้ชาวไทยได้สัมผัสเป็นครั้งแรก โชว์สุดยอดเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต ตามแนวทาง Multi-solution จัดแสดงนวัตกรรมใหม่ 2 รุ่น นำโดย Mazda Iconic SP คอนเซ็ปต์คาร์ของรถสปอร์ตคอมแพ็ค ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า รองรับการใช้พลังงานสะอาดหลากหลายรูปแบบ และ Mazda6e รถยนต์ไฟฟ้า 100% BEV รุ่นแรกจากมาสด้า ตอกย้ำจุดยืนในการส่งมอบเทคโนโลยียานยนต์ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน พร้อมเปิดตัวรถยนต์นั่งรุ่นยอดนิยม New Mazda2 Essential โดดเด่นเรื่องความคุ้มค่าและดีไซน์ที่ตอบโจทย์ ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม ทั้งยังแนะนำ New Mazda MX-5 35th Anniversary Edition รถสปอร์ตโรดสเตอร์รุ่นพิเศษที่เฉลิมฉลองการครบรอบ 35 ปี แบรนด์ไอคอนเจ้าตำนานความสนุกสนานในการขับขี่มาอวดโฉมพร้อมเปิดให้จองเป็นเจ้าของ ควบคู่กับรถยนต์มาสด้าครบทุกรุ่น ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ อาทิ ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% ผ่อนนานสูงสุด 72 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance ฟรีบัตรน้ำมันสำหรับเจ้าของรถมาสด้าและครอบครัว มูลค่าสูงสุด 30,000 บาท และฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ MUS นานสูงสุด 7 ปี ณ บูธมาสด้า ในงาน มอเตอร์ โชว์ 2025 ระหว่างวันที่ 26 มี.ค. 68 – 6 เม.ย. 68 นี้ ที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี หรือรับข้อเสนอเดียวกันนี้ได้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มาสด้าได้มุ่งมั่นเพื่อยกระดับประสบการณ์ในการขับขี่ให้กับลูกค้าของเรา เพราะเราเชื่อว่าความสุขในการขับขี่รถยนต์ จะนำมาซึ่งความสุขในการใช้ชีวิต และในปีนี้ มาสด้าพร้อมที่จะถ่ายทอดวิสัยทัศน์นี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ด้วยการนำกลยุทธ์การบริหารงานโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางในทุกบริบท และแนวคิดที่เชื่อว่าในทุกรายละเอียดของชีวิต มีความสุขขับเคลื่อนเราเสมอ หรือ “Joy Drives Lives” มาใช้ในการสร้างประสบการณ์ลูกค้าในทุก ๆ ขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าจะได้รับความสุขและได้รับประสบการณ์ที่ดีจากแบรนด์มาสด้า ควบคู่กับการมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน เพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าของเราทั้งในวันนี้และในอนาคต

เปลืยานยนต์ที่มาพร้อมพลังงานทางเลือกที่หลากหลายให้กับลูกค้าทั่วโลก รวมถึงลูกค้าในประเทศไทย ซึ่งในขณะนี้ เราอยู่ในช่วงเฟสที่ 2 ระหว่างปี 2025-2027 ซึ่งเป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานไฟฟ้า ด้วยการนำเสนอทั้งรถยนต์ ประเภท xEVs, Hybrid, Plug-in Hybrid และรถไฟฟ้า BEV เข้าสู่ตลาด เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าและสร้างความยั่งยืนให้กับโลก สังคม และผู้คน เพื่อส่งมอบให้กับผู้คนในเจนเนอเรชั่นถัดไป

สำหรับไฮไลท์สำคัญของบูธมาสด้าในงานมอเตอร์โชว์ 2025 นี้ มาสด้าได้นำยนตรกรรมที่ได้รับการพัฒนาตามแนวทาง Multi-solution เพื่อนำเสนอเทคโนโลยียานยนต์ที่มาพร้อมพลังงานทางเลือกที่หลากหลาย มาให้ลูกค้าได้รับชมและสัมผัสเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ประกอบไปด้วย

  • MAZDA ICONIC SP ยานยนต์ต้นแบบสปอร์ตคอมแพ็คคาร์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า โดยใช้เครื่องยนต์โรตารี่ อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาสด้า แบบ 2 โรเตอร์ ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเข้าสู่แบตเตอรี่ รองรับการใช้พลังงานหลากหลายรูปแบบ อาทิ พลังงานไฮโดรเจน และพลังงานสะอาดหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะพลังงานที่ได้จากธรรมชาติ อาทิ สาหร่ายขนาดเล็ก เป็นต้น ซึ่งยังคงถ่ายทอดเอกลักษณ์แบรนด์มาสด้าไว้อย่างเต็มเปี่ยม มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ น้ำหนักเบา กระจายน้ำหนัก 50:50 พร้อมการออกแบบตามแนวทาง Kodo Design รวมถึงการขับขี่ที่เป็นหนึ่งเดียวกันกับรถ ตามปรัชญา จินบะ-อิไต ที่พัฒนาขึ้นโดยยึดหลักมนุษย์เป็นศูนย์กลาง เพื่อมอบประสบการณ์ความสนุกสนานในการขับขี่ พร้อมได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับยุคของพลังงานไฟฟ้า เพื่อถ่ายทอดปณิธานความสุขในการขับขี่ของมาสด้า โดยรถต้นแบบคันนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการพัฒนา เพื่อฟื้นตำนานรถสปอร์ตเครื่องยนต์โรตารี่ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง และนำเสนอพลังงานทางเลือกหลากหลายรูปแบบให้กับลูกค้า

สีภายนอก “VIOLA RED” ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นตามความปรารถนาของมาสด้าที่จะ “เชิดชูสีแดง” และสอดคล้องกับปรัชญาในการ “ยกระดับประสบการณ์ความสุขในการขับขี่ และการใช้ชีวิตในทุกด้านให้กับลูกค้าทุกคน” โดยมุ่งเน้นไปที่สีสันที่สดใส แต่ในขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นถึงความสง่างามของมิติของตัวรถที่เกิดจากแสงและเงาที่ตกกระทบลงบนตัวรถ 

ข้อมูลจำเพาะเบื้องต้นของ MAZDA ICONIC SP

ความยาว x ความกว้าง x ความสูง (มม.) 4,180 × 1,850 × 1,150
ระยะฐานล้อ (มม.) 2,590
อัตราส่วน แรงม้า น้ำหนัก 3.9
แรงม้าสูงสุด (PS) 370
น้ำหนัก (กก.) 1,450

 

  • Mazda6e รถยนต์ไฟฟ้า 100% BEV รุ่นแรกที่มาสด้าพัฒนาขึ้นตามแนวทาง Multi-solution Technology สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะมาสด้าไว้อย่างชัดเจนในทุกองค์ประกอบ ทั้งดีไซน์ภายนอกที่สง่างามตามแนวคิด Kodo Design – Soul of Motion โดยผสานความงดงามตามสไตล์รถไฟฟ้ายุคใหม่ ให้ภาพลักษณ์แบบสปอร์ตในรูปแบบตัวถังพิเศษแบบ Fastback แต่ยังคงมีความโฉบเฉี่ยวสไตล์รถซีดาน และเอกลักษณ์ของสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง ถูกพัฒนาขึ้นโดยทีมวิศวกรของมาสด้าที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด กระจายน้ำหนัก 50:50 มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนขนาด 80 กิโลวัตต์ ให้ระยะการขับขี่ได้ไกลสุดถึง 552 กม. มาพร้อมเทคโนโลยี FAST CHARGE สามารถชาร์จไฟจาก 30%-80% ได้เร็วสูงสุดภายใน 15 นาที มอบความสนุกสนานในการขับขี่ตามปรัชญา จินบะ-อิไต และเน้นหลักมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของมาสด้าเฉกเช่นเดียวกับรถยนต์รุ่นอื่น ๆ ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าทั่วโลก

“มาสด้าเชื่อว่า ยนตรกรรมทั้งสองรุ่นนี้ จะทำให้ลูกค้าเห็นภาพที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ต่อการเดินหน้าตามแนวทาง Multi-solution ของมาสด้า เพื่อนำเสนอเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตที่ตอบโจทย์การใช้งานลูกค้าที่มีความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค เพื่อให้รถยนต์ของมาสด้าสามารถส่งมอบความสุขในการขับขี่และการใช้ชีวิตในทุก ๆ ด้านให้กับลูกค้าและครอบครัว นับตั้งแต่แรกที่เริ่มใช้งานจนถึงในระยะยาว อันเป็นปณิธานที่มาสด้ามุ่งมั่นเพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าทุกคน” นายธีร์ กล่าว

นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า นอกเหนือจากยนตรกรรมที่นำมาจัดแสดงตามแนวทาง Multi-solution แล้ว มาสด้ายังได้นำรถยนต์นั่งยอดนิยมที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ล่าสุด New Mazda2 Essential มาเปิดตัวภายในงานฯ โดยมาพร้อมแนวคิด Nothing Else เลือกแล้วว่าใช่ ก็ไม่ต้องการอะไรอีก ที่ดีไซน์บ่งความเป็นตัวตนที่ชัดเจน และฟังก์ชั่นที่เติมเต็มกับทุกไลฟ์สไตล์ในการขับขี่ เจาะกลุ่มเจนเนอเรชั่น Z ที่กำลังมองหารถยนต์คันแรกสำหรับการใช้งานที่มีความคุ้มค่ามากที่สุด และตอบโจทย์ความเป็นตัวของตัวเอง มาพร้อมทางเลือก 4 รุ่นใหม่ ได้แก่

  • รุ่น PRIME มอบความ ”คุ้มสุด” ของรุ่นเริ่มต้นที่มาพร้อมเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 1.3 ลิตร ตอบโจทย์ทุกความต้องการให้ใช้ชีวิตได้คุ้มตั้งแต่เริ่มต้น มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานครบครัน พร้อมการตกแต่งเพื่อเพิ่มความสปอร์ตด้วยกระจังหน้าสีดำ วางราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นเพียง 529,000 บาท
  • รุ่น ULTRA มอบความ “สบายสุด” มาพร้อมเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 1.3 ลิตร ครบครันด้วยเทคโนโลยีความสะดวกสบาย พร้อมกับฟังก์ชั่นที่รู้ใจและตอบโจทย์กับทุกมิติของการใช้ชีวิต ทั้งระบบ Entertainment และความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร อาทิ Mazda Connect ที่รองรับ Apple CarPlay® และ Android AutoTM พร้อมหน้าจอ Center Display แบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ที่ควบคุมผ่าน Center Commander ตกแต่งภายในอย่างมีเอกลักษณ์ด้วยแผงคอนโซลหน้าไบโอพลาสติกแบบสี ผลิตจากวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย i-Activsense อาทิ ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติแบบ Advance พร้อมกล้องมองหลังและเซ็นเซอร์กะระยะด้านหลัง ราคาจำหน่าย 589,000 บาท
  • รุ่น SIGNATURE มอบความ “พร้อมสุด” โดดเด่นด้วยดีไซน์การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์แบบ Sport Design พร้อมฟังก์ชั่นทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยและความสะดวกสบาย ควบคู่กับสมรรถนะการขับขี่ที่สนุก มาพร้อมสองทางเลือก กับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.3 ลิตร ในรุ่น 1.3 Signature ภายนอกตกแต่งด้วยกระจังหน้าแบบ Sport Design และกระจกมองข้างสีดำ ภายในตกแต่งด้วยเบาะนั่งหุ้มหนังสีดำ และผ้า Grand Luxe Suede® พร้อมกรอบช่องแอร์สีแดง วางราคาจำหน่าย 659,000 บาท และทางเลือกที่สองกับเครื่องยนต์ดีเซล 1.5 ลิตร ในรุ่น XDL Signature มาพร้อมหลังคาสีดำ ล้ออัลลอย ขนาด 16 นิ้ว สี Black Machining และดิสก์เบรกหลัง ประหยัดน้ำมันสูงสุด 26.3 กม./ลิตร พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย i-Activsense หลายระบบ วางราคาจำหน่าย 749,000 บาท

ไม่เพียงเท่านี้ มาสด้ายังได้นำยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุด แบรนด์ไอคอนยอดนิยม New Mazda MX-5 35th Anniversary Edition หรือ รุ่นพิเศษครบรอบ 35 ปี เปิดตัวเพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองการครบรอบ 35 ปี นับตั้งแต่ MX-5 ได้เปิดตัวเป็นครั้งแรก มาจัดแสดงให้แฟน ๆ ในประเทศไทยได้ชมและครอบครองเป็นเจ้าของ โดยมาพร้อมการตกแต่งพิเศษที่แตกต่างจากรุ่นทั่ว ๆ ไป เพื่อถ่ายทอดความพิเศษในทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็น สีภายนอกพิเศษ Artisan Red Premium สัญลักษณ์รุ่นพิเศษ 35th Anniversary Edition พนักพิงศีรษะ และพรม พร้อม Serial Number ที่บริเวณด้านข้างตัวถัง เพื่อบ่งบอกถึงบอกถึงความพิเศษในฐานะรุ่นลิมิเต็ด รวมถึงเบาะหนังสีพิเศษ Sports Tan หลังคาแข็งเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ พร้อมล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว สี Bright ถ่ายทอดภาพลักษณ์สปอร์ตพรีเมี่ยมและความพิเศษได้อย่างมีเอกลักษณ์ วางจำหน่ายในจำนวนจำกัด ในราคา 3,069,000 บาท

ลูกค้าที่สนใจชมยนตรกรรรมจากมาสด้า สามารถเข้าชมได้ที่บูธรถยนต์มาสด้าในงานมอเตอร์ โชว์ 2025 ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม 2568 – 6 เมษายน 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี พร้อมรับข้อเสนอพิเศษมากมาย เมื่อจองซื้อรถยนต์มาสด้า อาทิ ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* ผ่อนนานสูงสุด 72 เดือน* ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance* ฟรีบัตรน้ำมันสำหรับเจ้าของรถมาสด้าและครอบครัว มูลค่าสูงสุด 30,000 บาท* ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ MUS นานสูงสุด 7 ปี* และฟรีเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ SHARP รุ่น IG-NX2B มูลค่า 3,990 บาท** ภายในงานฯ และที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

เงื่อนไข

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ที่ปรึกษาการขายมาสด้าในงานมอเตอร์โชว์ หรือที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

**สำหรับลูกค้าที่จองซื้อรถยนต์มาสด้าทุกรุ่น 3,000 บาท และออกรถภายใน 30 เมษายน 2568

อีซูซุ ส่งทัพยนตรกรรมขุมพลังใหม่ “2.2 Ddi MAXFORCE” พร้อม “ISUZU DRAGONMAX” ร่วมโชว์ในงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46”

0

ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ ตอกย้ำแบรนด์อีซูซุที่ผู้ใช้ชาวไทยไว้วางใจตลอด 68 ปีที่ผ่านมา ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ISUZU Trusted Buddy…อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” จัดทัพยนตรกรรมครบรุ่น ทั้งโมเดลมาตรฐานยอดนิยมที่โดดเด่นด้วยขุมพลังดีเซลแห่งอนาคต “ใหม่! 2.2 Ddi MAXFORCE…The FORCE of FUTURE พลังใหม่…กำหนดโลก” และโมดิฟายคาร์ หลากรุ่น ครบทุกไลฟ์สไตล์ รวมทั้งสิ้น 15 คัน แน่นเต็มพื้นที่จัดแสดง

กลุ่มตรีเพชร โดย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “อีซูซุภูมิใจนำเสนอบูธในงาน Bangkok International Motor Show 2025 ในคอนเซ็ปต์ “Isuzu Trusted Buddy… อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” มีวัตถุประสงค์เพื่อตอกย้ำแบรนด์อีซูซุที่ผู้ใช้ชาวไทยไว้วางใจตลอด 68 ปีที่ผ่านมา ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงตามแบบฉบับญี่ปุ่น สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ชาวไทยอย่างแท้จริง คือ ประหยัดน้ำมันที่สุด ทนทานที่สุด คุ้มค่าเงินสูงสุด พร้อมการบริการดูแลและสร้างความพอใจแก่ผู้ใช้ตลอดอายุการใช้งาน อีกทั้งอีซูซุยังให้ความสำคัญต่อคุณค่าทางสังคมไทย ด้วยการผลิตรถที่เน้นการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ เช่น รถปิกอัพที่ใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ใช้ชิ้นส่วนไทยมากกว่า 90% ก่อให้เกิดห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ที่แข็งแกร่งของไทยในระดับโลก เกิดการจ้างงาน และส่งเสริมอุตสาหกรรม เศรษฐกิจไทยตลอดมา… นอกจากนี้อีซูซุได้ยกขบวน   ยนตรกรรมโชว์ขุมพลังดีเซลแห่งอนาคต “ใหม่! 2.2 Ddi MAXFORCE…The FORCE of FUTURE พลังใหม่…กำหนดโลก” ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมานั้น ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมากโดยในระยะเวลา 3 เดือนนี้ มีลูกค้ามากกว่า 22,000 คนทั่วประเทศ ได้ทดสอบรถยนต์รุ่นใหม่นี้แล้วทั้ง อีซูซุดีแมคซ์ และ อีซูซุมิว-เอ็กซ์ ลูกค้าต่างพอใจกับสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของทั้งเครื่องยนต์ใหม่ 2.2 Ddi MAXFORCE และเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดใหม่ ในด้านพละกำลัง ความเร็ว และความนุ่มนวลในการขับขี่ ร่วมจัดแสดงภายในบูธ รวมทั้งสิ้น 15 คัน ทั้งรุ่นมาตรฐานยอดนิยม จำนวน 8 คัน และตกแต่งพิเศษหลากสไตล์ จำนวน 7 คัน และ 1 ในรถตกแต่งพิเศษนั้นคือ “ISUZU DRAGONMAX” โดดเด่นในคอนเซ็ปต์ “Restomod” ซึ่งมีที่มาจากคำว่า “Restoration” และ “Modernization” เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย และอีซูซุยังมอบสิทธิพิเศษให้แก่ลูกค้าที่จองรถในงานได้ร่วมลุ้นรับบัตรกำนัลมูลค่า 22,000 บาท ทุกวัน รวมมูลค่า 1,232,000 บาท อีกด้วย”

สำหรับยนตรกรรมที่อีซูซุนำมาจัดแสดงภายในงาน Bangkok International Motor Show 2025 รวมทั้งสิ้น 15 คัน ดังนี้

 ยนตรกรรมอีซูซุ รุ่นมาตรฐาน รวม 8 คัน ได้แก่

  • NEW! MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น RS 4×2 สีเทา ไอเกอร์ โอเพค (Eiger Gray Opaque) ไลน์อัพใหม่ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 2 Ddi MAXFORCE และเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมการออกแบบที่โดดเด่น และสปอร์ตเหนือระดับ
  • NEW! MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น ULTIMATE 4×2 สีขาวมุก โดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) 2.2 Ddi MAXFORCE และเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พลิกโฉมสู่ความ พรีเมี่ยม
  • NEW! MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น ELEGANT 4×2 สีเงินโบฮีเมียน เมทัลลิก (Bohemian Silver Metallic) 2.2 Ddi MAXFORCE และเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด กระจังหน้าดีไซน์ Dynamic Grille หรูหราด้วยวัสดุสีดำ Titanium Carbide โฉบเฉี่ยวด้วยไฟหน้าและไฟท้าย Dynamic Blade เพิ่มความสปอร์ตของชุดไฟท้าย
  • NEW! ISUZU D-MAX HI-LANDER 4 ประตู รุ่น M สีใหม่ เทาเอลบรุส โอเพค (Elbrus Grey Opaque) 2.2 Ddi MAXFORCE และเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ปลดล็อกนิยามใหม่แห่งปิกอัพยกสูงระดับ TOP CLASS ที่ผสมผสานความหรูหราอย่างลงตัว ด้วยดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยวก้าวล้ำไปสู่เทคโนโลยีอนาคตแฝงด้วยศาสตร์แห่งวิศวกรรมการขับเคลื่อน
  • NEW! ISUZU D-MAX HI-LANDER 4 ประตู รุ่น Z สีดำบาวาเรียน (Bavarian Black Mica) 2.2 Ddi MAXFORCE ปิกอัพยกสูงเหนือระดับ ที่มาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่โดดเด่น และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่คุ้มค่า
  • NEW! ISUZU D-MAX CAB4 รุ่น Z สีใหม่ เทาเอลบรุส โอเพค (Elbrus Grey Opaque) 2.2 Ddi MAXFORCE เกียร์ธรรมดา 6 สปีด อัตราทดใหม่ ภายนอกภูมิฐาน ไฟหน้าดีไซน์เน้นความโฉบเฉี่ยว ISUZU Vision Bi-LED พร้อม Multifunctional Daylight กระจังหน้าแบบ 3-Dimension สี Silky Silver และ Dark Grey พร้อม Air Curtain ที่กันชนหน้า
  • NEW! ISUZU D-MAX SPACECAB รุ่น L สีเงินโบฮีเมียน เมทัลลิก (Bohemian Silver Metallic) 2.2 Ddi MAXFORCE และเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด รถปิกอัพอเนกประสงค์ที่มาพร้อมกับความคุ้มค่า ประหยัดน้ำมัน
  • ISUZU X-SERIES รุ่น HI-LANDER 2 ประตู 9 Ddi Blue Power AT สีขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) ปิกอัพสปอร์ตยกสูง มาพร้อมล้ออัลลอย 17 นิ้ว สี Gloss Black ห้องโดยสารโทนดำ-เทา คอนโซลดีไซน์แบบ Iron Structure เพิ่มความเท่อย่างมีสไตล์

ยนตรกรรมอีซูซุโมดิฟายคาร์ รวม 7 คัน ได้แก่.

  • รถปิกอัพในตำนาน “ISUZU DRAGONMAX” สร้างขึ้นใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Restromod” (Restoration & Modernization) เพื่อตอกย้ำแนวคิด “Isuzu Trusted Buddy… อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” โดยนำรถปิกอัพอีซูซุยอดนิยม รุ่น TFR ปี 1988 มาปรับลุคใหม่ เสริมสไตล์สปอร์ต ทันสมัย โดดเด่นภายนอกจดภายใน ใหม่หมดทุกมุมมอง ดีไซน์กันชนหน้า กระจังหน้า ฝากระโปรงหน้าใหม่ ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ใหม่แบบ LED พร้อมไฟ DRL ที่กันชนหน้า ชุดสเกิร์ตข้างดีไซน์ใหม่แบบ Muscle Line ที่ซุ้มล้อ ฝากระบะท้ายพร้อมสปอยเลอร์ Duck Tail ดีไซน์ใหม่ ดุดันยิ่งขึ้นด้วยโป่งล้อที่แก้มหน้าและกระบะท้ายแบบ Wide Body กระจกมองข้าง  ปรับไฟฟ้า สะกดสายตาด้วยชุดไฟท้าย LED ใหม่ ทันสมัยกับสีตัวรถ Katana Matte Silver เปลี่ยนระบบช่วงล่างพร้อมระบบบังคับเลี้ยวใหม่ ด้วยชุดแร็คพวงมาลัย ปีกนก คอม้า และ     เพลาท้ายใหม่ ชุดโช้กอัพ Profender รุ่น Queen Series & Piggy Back ล้อแม็กซ์ Bradley-V ขนาด 8×17 นิ้ว ยาง Yokohama Advan Fleva V701 ขนาด 225/50/17 ชุดจานดิสก์เบรกหน้า-หลัง Brembo พร้อมจานเบรกขนาด 340 และ 320 มม. ภายในเพิ่มความหรูหราแฝงรสนิยมขั้นสุดกับห้องโดยสารด้วยคอนโซลหน้า เบาะและชุดแต่งอาคันทาร่ายกเซต เสริมความสปอร์ตด้วยเบาะ Recaro Premium Classic Seat หุ้มอาคันทาร่า พร้อมมาตรวัด AIM MXT ขนาด 10 นิ้ว อ่านค่าความเร็ว วัดรอบเครื่องยนต์ วัดระดับน้ำมันเชื้อเพลิง วัดความร้อนเครื่องยนต์ ติดตั้งจอกลางแบบ Android ขนาด 8 นิ้ว วัดค่าฟังก์ชั่นต่าง ๆ จากกล่องพ่วงเพิ่มแรงม้า ECU Shop Ultra Boost เช่น วัดบูสต์เทอร์โบ วัดแรงดันน้ำมันเชื้อเพลิง และอุณหภูมิภายนอก ผสานเข้ากับที่สุดของขุมพลังดีเซลแห่งอนาคต “ใหม่! 2.2 Ddi MAXFORCE…The FORCE of FUTURE พลังใหม่…กำหนดโลก” ห้องเครื่องสร้างใหม่โดย BRD เพิ่มความแรงเต็มสปีด แรงไร้ควันด้วยกล่องพ่วงเพิ่มแรงม้า ECU SHOP Ultra Boost ปรับจูน 220 แรงม้า แรงบิด 550 นิวตัน-เมตร และคันเร่งไฟฟ้า Boost Speed Next
  • NEW! ISUZU MU-X THE NEXT PEAK รุ่น RS เครื่องยนต์ 0 Ddi MAXFORCE ขับเคลื่อน 4 ล้อ ตกแต่งสำหรับสายท่องเที่ยวแคมป์ปิ้ง สไตล์ Overland เริ่มจากบันไดข้างจาก TJM พร้อมชุดกันกระแทกด้านข้างตัวถัง เต๊นท์บนหลังคาจาก TJM รุ่น ALLORA ALUMINIUM ROOFTOP TENT เพิ่มความสว่างในยามค่ำคืนด้วยชุดไฟ TJM รุ่น SEEKER LIGHT BAR และชุดไฟ SEEKER SIDE SHOOTER บริเวณฝากระโปรงหน้า ลุยได้มากยิ่งขึ้นด้วยชุดช่วงล่างจาก TJM โช้คอัพรุ่น XGS ROAMER จับคู่กับคอยล์สปริงรุ่น XGS พร้อมปีกนกปรับองศา ล้อ Lenso รุ่น MX รุ่น Cezar พร้อมยาง BRIDGESTONE DUELER AT002 ขนาด 285/60 R18
  • NEW! ISUZU V-CROSS 4 ประตู ขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องยนต์ 0 Ddi MAXFORCE รุ่น M แต่งพิเศษ เอาใจสายลุยตัวจริงตามแบบฉบับออฟโรดจากประเทศออสเตรเลีย ที่มีสภาพภูมิประเทศสุดโหด ต้องการรถขับเคลื่อน 4 ล้อที่มีสมรรถนะสูงพร้อมเผชิญหน้ากับอุปสรรคทุกรูปแบบ ตกแต่งด้วยชุดแต่งจาก TJM รอบคัน เริ่มจาก ชุดกันชนหน้ารุ่น CHASER BAR พร้อมรอกไฟฟ้ารุ่น TORQ 9500LB ชุดกันชนหลังรุ่น RB6 ชุดบันไดข้างรุ่น MODULAR SIDE BAR STEP ชุดกันกระแทกใต้ท้องรถ ชุดยกช่วงล่าง TJM โช้คอัพรุ่น XGS RUGGED คอยล์สปริง และชุดแหนบรุ่น XGS และล้อขนาด 18 นิ้วรุ่น KONG จาก TJM ให้คุณสามารถออกไปใช้ชีวิตได้เต็มที่ ด้วยชุดเต๊นท์บนหลังคา และยังเพิ่มความอเนกประสงค์ด้วยชุดกระบะลอยและตู้หลังกระบะที่สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นในการบรรทุกได้หลายรูปแบบ ติดตั้งระบบสำรองกำลังไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่ควบคุมและบาลานซ์กำลังไฟด้วย TJM 25A 3 STAGE DC SOLAR BATTERY CHARGER สามารถแปลงไฟเพื่อเครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับสายแคมป์ปิ้ง
  • NEW! ISUZU MU-X THE NEXT PEAK รุ่น ACTIVE เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า แต่งด้วย CONCEPT SPORT SUV ด้วยชุดแต่งบอดี้พาร์ทรอบคันสไตล์สปอร์ตจาก AKC เสริมสมรรถนะด้วยชุดโหลดช่วงล่าง 3.5 นิ้วจาก Profender รุ่น Tune Series พร้อมปีกนกปรับองศา เสริมลุคให้สปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยล้อ LENSO รุ่นใหม่ล่าสุด JAGER AJAX พร้อมยาง YOKOHAMA ADVAN SPORT ขนาด 265/50 R20 เสริมสมรรถนะระบบเบรกด้วยเบรกหน้า CALIPER แบบ 6 POT รุ่น R8 พร้อมจานเบรกขนาด 355 มม. CALIPER เบรกหลังแบบ 4 POT รุ่น R3 พร้อมจานเบรกขนาด 355 มม. จาก Run Stop ตกแต่งด้วยลวดลายกราฟฟิกพิเศษ ให้ดูโดดเด่น สะกดทุกสายตา
  • NEW! ISUZU MU-X THE NEXT PEAK รุ่น RS เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า ขับเคลื่อน 2 ล้อ ตกแต่งให้เป็นรถที่ตอบสนองกับกิจกรรมกลางแจ้ง ด้วยชุดอุปกรณ์ยึดจับ SUP BOARD บนหลังคารถจาก THULE รุ่น SUP TAXI XT เพิ่มความโดดเด่นด้วยล้อ LENSO รุ่น JAGER ZETA พร้อมยาง BRIDGESTONE DUELER AT002 ขนาด 265/50 R20
  • NEW! ISUZU D-MAX HI-LANDER เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า รุ่น M ให้คุณใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ ตอบสนองต่อทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยชุดอุปกรณ์ยึดจับจักรยานในกระบะรุ่น BED RIDER 822 XTR พร้อมจักรยาน Trek แบบ Mountain & City Bike
  • NEW! ISUZU D-MAX SPARK เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า รุ่น S แต่งเอาใจสายซิ่งด้วยชุดแต่งบอดี้พาร์ทรอบคันสไตล์สปอร์ตจาก FORTE จัดทรงด้วยชุดโหลดช่วงล่างจาก Profender รุ่น Mono Tube พร้อมล้อ MK SPORT รุ่น N-5SRR Limited และยาง NITTO รุ่น NT420SD ขนาด 255/50R18

อีกทั้งยังมีกิจกรรม ISUZU Time Traveler อีซูซุ คู่หูคู่ใจ ให้ AI พาข้ามเวลา” ให้ทุกคนได้ร่วมสนุกกับ AI ที่จะพาคุณเดินทางผ่านช่วงเวลาต่างๆ ไปกับคู่หู ISUZU ผ่านทาง https://bit.ly/41HwKmo  พร้อมลุ้นรับรางวัลสุดพิเศษมากมาย อีกทั้งยังสามารถร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ความผูกพันกับอีซูซุในกิจกรรม “ความทรงจำดี ๆ กับอีซูซุ”  ภายใต้แคมเพจ์นพิเศษ Isuzu Trusted Buddy… อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” พร้อมติด #IsuzuTrustedStory ในแอปพลิเคชัน my-ISUZU และ Facebook : All-New ISUZU D-Max, All-New ISUZU MU-X และ ISUZU Trucks Thailand

เชิญสัมผัสและทดลองขับยนตรกรรมอีซูซุหลากรุ่นได้ที่บูธอีซูซุ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568

หรือติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com  หรือ LINE: @isuzuthai

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ชวนสัมผัสยนตรกรรมฟูลไฮบริดสุดล้ำสมัย 2 รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมแคมเปญพิเศษ ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46

0

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ชวนลูกค้าสัมผัสความล้ำสมัย พร้อมดีไซน์สุดโฉบเฉี่ยว กับครั้งแรกของการจัดแสดงรถยนต์ฟูลไฮบริด 2 รุ่นใหม่ล่าสุด ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์ ร่วมด้วยแคมเปญพิเศษ ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46  พร้อมเดินหน้าประกาศความพร้อม ส่งทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต เตรียมลงสู้ศึกการแข่งขันรายการเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ (เอเอ็กซ์ซีอาร์) 2025 ด้วยรถแข่ง ไทรทัน แรลลี่คาร์ และตอกย้ำความสำเร็จด้วยการคว้า 5 รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี 2568 หรือCar of the Year 2025’

มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “จากที่เราได้เปิดตัวรถ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย ในวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา งานนี้จึงถือเป็นครั้งแรกที่ลูกค้าจะได้ชมการจัดแสดงรถ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ที่หลายๆ คนรอคอย รวมถึงรถ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์ ซึ่งเป็นรถรุ่นพิเศษ จำนวนจำกัด โดยรถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการพัฒนารถยนต์ฟูลไฮบริด พร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ดีไซน์ที่โดดเด่น และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”

“นอกจากนี้ เรายังมีข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองซื้อรถ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม และรับมอบรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ กับแคมเปญ “Early Bird Offers เฉพาะช่วงเปิดตัวเท่านั้น” โดยลูกค้าจะได้รับบัตรของขวัญที่พักโรงแรมและรีสอร์ตในเครือเซ็นทารา มูลค่า 10,000 บาท รวมถึงโปรโมชั่นอื่นๆ อีกมากมายสำหรับรถยนต์ทุกร่น” มร. อินาบะ กล่าวเพิ่มเติม

ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ได้รับการพัฒนาร่วมกับทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ชาวไทยและมีฐานการผลิตที่โรงงานมิตซูบิชิ มอเตอร์ส แหลมฉบัง จ.ชลบุรี มั่นใจได้ในคุณภาพรถยนต์และบริการหลังการขายที่ครบครัน
แบ่งออกเป็น 3 รุ่นย่อย ได้แก่ อิกไนท์ (Ignite) อัลทิเมท (Ultimate) และรุ่นท็อป อัลทิเมท เอ็กซ์ (Ultimate X) พร้อมสะกดทุกสายตาด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น ภายใต้แนวคิด ซิลก์กี แอนด์ โซลิด (Silky & Solid) สะท้อนความเรียบหรูแต่ทรงพลังในทุกมิติอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกกว่าในทุกการเดินทาง ผสานการทำงานของ 3 สุดยอดเทคโนโลยี ในแบบ MITSUBISHI e:MOTION ที่เหนือระดับไปอีกขั้น ด้วยระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด Generation ใหม่ ให้อัตราเร่งที่ยอดเยี่ยม แต่ประหยัดน้ำมันมากขึ้น เฉลี่ยอยู่ที่ 24.4 กิโลเมตร/ลิตร*  มาพร้อมกับ โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ หรือ 7 Drive Mode ให้ความปลอดภัย ลุยได้ในทุกสภาพถนน และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) เพื่อการขับขี่ที่มั่นใจสูงสุดขณะเข้าโค้ง พร้อมช่วงล่างและระบบกันสะเทือนที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ ให้เหมาะกับทุกสภาพถนนในประเทศไทย จากการทดสอบจริงบนถนนของเมืองไทยกว่า 100,000 กิโลเมตร

นอกจากนี้ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ยังโดดเด่นและเหนือกว่าด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน ไดมอนด์ เซนส์ (Diamond Sense)  แบบครบครัน ซึ่งรวมถึง กล้องมองภาพรอบคัน (Multi Around Monitor: MAM) พร้อมระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว (Moving Object Detection: MOD) ถุงลม 6 ตำแหน่ง และอีกมากมาย พร้อมมอบความสะดวกสบายสูงสุดให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ด้วยห้องโดยสารกว้าง พื้นที่เก็บของหลากหลาย ตอบสนองไลฟ์สไตล์ทุกรูปแบบ โดยในรุ่นท็อป อัลทิเมท เอ็กซ์ (Ultimate X) ยังมาพร้อมระบบเสียงไดนามิค ซาวน์ ยามาฮา พรีเมียม (Dynamic Sound Yamaha Premium) และลำโพง 8 จุด เพื่อคุณภาพเสียงเหนือระดับอีกด้วย

อีกหนึ่งไฮไลต์ภายในงาน ได้แก่ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี เพลย์ รุ่นพิเศษ จำนวนจำกัด ที่ตอกย้ำความสำเร็จในฐานะผู้นำตลาดรถยนต์ครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งขนาดเล็ก ของรถจากซีรีส์ ‘มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์’ ที่มีการติดตั้งชุดแต่งจากโรงงานในโทนสีดำ ให้บุคลิกใหม่ที่โดดเด่น มีสไตล์ พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับในแบบ MITSUBISHI e:MOTION ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นในสไตล์สปอร์ตพรีเมียม ห้องโดยสารกว้างขวาง เบาะนั่งปรับพับได้หลากหลายรูปแบบและมีพื้นที่จัดเก็บสัมภาระที่ปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ ตอบโจทย์ทุกความต้องการ และรองรับไลฟ์สไตล์สุดแอ็กทีฟของครอบครัวยุคใหม่

ภายในงานยังจัดแสดง มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ไพร์ม ใหม่ มาพร้อมกับฟีเจอร์ที่ครบครันมากยิ่งขึ้น ในราคาจำหน่ายเท่าเดิม เพิ่มความคุ้มค่าด้วยการยกระดับความสะดวกสบายและความปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน ไดมอนด์ เซนส์ (Diamond Sense) เพื่อความมั่นใจในทุกการเดินทาง และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น ภายในห้องโดยสารสะดวกสบาย สะท้อนความหรูหราและทันสมัย

ปิดท้ายด้วย มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังไฮเปอร์ พาวเวอร์ เอ็กซ์ทู (Hyper Power X2) กำลังสูงสุด 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร ตอบสนองไลฟ์สไตล์สปอร์ตพรีเมียมด้วยรูปลักษณ์โดดเด่นมีสไตล์ สะกดทุกสายตา ห้องโดยสารสะดวกสบายทุกจุด ผสานดีไซน์ภายในสีทูโทน เหนือกว่าด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะรอบคัน ‘Diamond Sense’ พร้อมระบบพวงมาลัยพาวเวอร์แบบไฟฟ้า (Electric Power Steering: EPS) และระบบขับเคลื่อน ซูเปอร์ซีเล็คต์ โฟร์วีลไดร์ฟ ทู (Super Select 4WD II) เอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ซึ่งสามารถเปลี่ยนโหมดเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4H) ได้ทันทีแม้ในขณะขับขี่ด้วยความเร็ว (Shift-on-the-Fly) ทั้งยังสามารถขับเคลื่อน 4 ล้อฟูลไทม์ (Full-Time All Wheel Control) เสริมความปลอดภัยให้ขับขี่คล่องตัวพร้อมตะลุยทุกสภาพอากาศและพื้นผิวถนนทุกรูปแบบด้วย 7 โหมดการขับขี่ และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC)

นอกจากการขนทัพสุดยอดยนตรกรรมมาจัดแสดงแล้ว มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังประกาศความพร้อมเตรียมส่งทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ลงสู้ศึกเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ หรือ เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2025 ด้วยรถแข่ง ไทรทัน แรลลี่คาร์ โฉมใหม่*  เพื่อกลับมาทวงตำแหน่งแชมป์อีกครั้ง พร้อมประกาศความสำเร็จที่ได้คว้า 5 รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี 2568 หรือCar of the Year 2025’ จากบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ สมรรถนะ และความพึงพอใจของลูกค้า รางวัลอันทรงเกียรติเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในการพัฒนาด้านวิศวกรรม นวัตกรรม และเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในทุกกลุ่มยานยนต์ โดยรถมิตซูบิชิ ที่ได้รับรางวัลนปีนี้ ประกอบด้วย

  • มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี : รางวัลรถอเนกประสงค์ไฮบริดขนาดเล็ก เครื่องยนต์ต่ำกว่า 1,600 ซีซี ยอดเยี่ยม
  • มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท : รางวัลรถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,500 ซีซี ยอดเยี่ยม
  • มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท : รางวัลรถอเนกประสงค์ ขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,500 ซีซี ยอดเยี่ยม
  • มิตซูบิชิ แอททราจ : รางวัลรถยนต์อีโคคาร์ 4 ประตู ราคาคุ้มค่า ยอดเยี่ยม
  • มิตซูบิชิ มิราจ : รางวัลรถยนต์อีโคคาร์ ประหยัดน้ำมัน ยอดเยี่ยม

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดบ้านรับคอมมูนิตี้ “Friend with Benz” พร้อมแนะนำ 3 เพื่อนใหม่ จากครอบครัว Mercedes-AMG ให้ทุกคนมาทำความรู้จักกันในงาน Motor Show 2025

0

เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) เดินหน้าต่อยอดความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์และกลุ่มลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นการทำการตลาดที่มีความหมายผ่านการเชิญชวนคนที่มี Passion for Benz มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในคอมมูนิตี้ “Friend with Benz” และเข้ามาแลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจที่มีต่อแบรนด์ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 โดยมี 3 ยนตรกรรมเพื่อนใหม่จาก Mercedes-AMG มาเผยโฉมสู่สาธารณชนเป็นครั้งแรก นำโดย Mercedes-AMG G 63, Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ และ Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ พร้อมประเดิมการเปิดตัวของ MANUFAKTUR Exclusive โปรแกรมปรับแต่งรถยนต์ที่เข้ามารองรับกลุ่มลูกค้าระดับ Top-End Luxury ให้สามารถร่วมออกแบบรถยนต์ของตัวเองได้อย่างอิสระ นอกจากนี้ยังจัดแสดงยนตรกรรมหลากหลายรุ่นจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมาย พบกันที่บูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ หมายเลข A17 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี หรือที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568

มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เมอร์เซเดส-เบนซ์ เป็นแบรนด์รถยนต์ลักชัวรีที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน การสร้างความสัมพันธ์และตอกย้ำถึงจุดร่วมระหว่างแบรนด์และลูกค้าจึงถือเป็นสิ่งที่สำคัญและเป็นสิ่งที่ทำให้เราแตกต่างจากผู้เล่นอื่นในตลาด หากย้อนกลับไปในงาน Motor Show 2024 เราได้ชวนทุกคนมาหาคำตอบเบื้องหลังของผู้ที่มีชื่อเดียวกับแบรนด์ ผ่านหนังโฆษณา “The Meaning of Benz” ซึ่งทำให้ชาวไทยมีความรู้สึกร่วมไปกับแบรนด์ได้เป็นอย่างดี ในปีนี้ เราจึงต้องการต่อยอดไปสู่สร้างคอมมูนิตี้ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และทำให้พวกเราใกล้กันมากยิ่งขึ้น ด้วยการชวนคนที่มี Passion for Benz มาเป็น “Friend with Benz” ด้วยกันกับเรา โดยนอกจากการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ ที่มี Passion เหมือนกัน มาพบเจอกันที่บูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทุกคนยังสามารถทำความรู้จักกับยนตรกรรมทุกรุ่นของเราที่นำมาจัดแสดงแบบครบทุกเซกเมนต์ โดยเฉพาะ 3 เพื่อนใหม่ในตระกูล Mercedes-AMG ที่เราเปิดตัวไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ เราอยากแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับโปรแกรม MANUFAKTUR Exclusive ที่จะเข้ามาสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับการปรับแต่งรถยนต์ระดับลักชัวรีในประเทศไทย ภายใต้คอนเซปต์ “MADE TO MEASURE” โดยเปิดให้ลูกค้าในกลุ่ม Top-End Luxury ครอบคลุมทั้งโมเดล S-Class จนไปถึงไลน์อัพระดับ Flagship ของแบรนด์ Mercedes-AMG และ Mercedes-Maybach รวมถึงโมเดลต้นกำเนิดของ MANUFAKTUR อย่าง G-Class ซึ่งโปรแกรมดังกล่าวจะทำให้ลูกค้าสามารถปรับแต่งรถยนต์ของตัวเองได้อย่างไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าจะเป็นการเลือกสีตัวถังเพิ่มเติมได้มากขึ้นถึง 50 แบบ และออปชันสีภายในอีกกว่า 20 แบบ รวมถึงแพ็กเกจ MANUFAKTUR optional extra ที่ให้คุณตกแต่งรถยนต์รอบคันทั้งภายในและภายนอกได้ตามที่ต้องการ โดยถ้าให้พูดถึงโปรแกรม MANUFAKTUR สำหรับ G-Class คุณจะสามารถออกแบบรถยนต์ของคุณให้มีความแตกต่างกันได้มากถึง 1 ล้านแบบ ซึ่งนั่นทำให้ G-Class ทุกคันที่อยู่บนถนนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ที่สะท้อนถึงเจ้าของรถได้อย่างชัดเจน”

และเพื่อตอกย้ำแนวคิดของแคมเปญ “Friend with Benz” ที่อยากให้ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้เดียวกันกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทางแบรนด์ได้นำเสนอโปรโมชั่นสุดพิเศษอย่าง “Friend get Friend” ด้วยเงื่อนไขการรับข้อเสนอเพียงอย่างเดียวคือการชวนเพื่อนมาซื้อรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่งาน Motor Show 2025 หรือที่ตัวแทนจำหน่ายฯ ทั่วประเทศ โดยลูกค้าจะได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมที่มีเฉพาะในช่วงเวลานี้เท่านั้น

 

ทำความรู้จัก 3 เพื่อนใหม่จากครอบครัว Mercedes-AMG

Mercedes-AMG G 63

“Mercedes-AMG G 63” เพื่อนใหม่สายลุย เจ้าของตำแหน่งพี่ใหญ่แห่งเส้นทาง Off-Road
มาพร้อมส่วนผสมที่ลงตัวทั้งความแข็งแกร่ง สมรรถนะที่ทรงพลัง และเอกลักษณ์เฉพาะที่เหนือกาลเวลา โดยติดตั้งเครื่องยนต์ V8 Bi-Turbo ขนาด 4.0 ลิตร ที่ออกแบบโดย AMG และเกียร์แบบใหม่ AMG SPEEDSHIFT TCT 9-SPEED SPORTS TRANSMISSION พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ลื่นไหลและแม่นยำ มอบพละกำลังสูงสุด 585 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร ทำให้สามารถเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายใน 4.5 วินาที พร้อมยกระดับสมรรถนะด้วยระบบ Mild Hybrid ที่ผสานการทำงานเข้ากับพื้นฐานเครื่องยนต์ V8 ภายใต้แนวคิด “One Man, One Engine” เสริมพลังการออกตัวที่เฉียบคม และตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

Mercedes-AMG G 63 วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 18,800,000 บาท

Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+

“Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+” เพื่อนใหม่สายสปอร์ตที่ผสานเสน่ห์ของยนตรกรรมเปิดประทุนสุดหรูรถยนต์กับความเป็นที่สุดในทุกด้านจาก Mercedes-AMG มาพร้อมเครื่องยนต์อันทรงพลังในแบบฉบับ AMG ประกอบขึ้นโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเพียงผู้เดียว ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้ายแบบ “One Man, One Engine” ด้วยเครื่องยนต์แบบ V8 ขนาด 4.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบ Bi-Turbo มอบพละกำลังสูงสุด 476 แรงม้าที่ 2,250-4,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตรที่ 5,500-6,500 รอบต่อนาที ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลาเพียง 3.9 วินาที และความเร็วสูงสุด 295 กิโลเมตร/ชั่วโมง มาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ AMG Performance 4MATIC+ แบบ all-wheel drive ซึ่งถูกปรับแต่งให้สามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งการขับขี่บนถนนปกติและในสนามแข่ง


Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+
วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 14,900,000 บาท

Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+

“Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+” เพื่อนใหม่สายทรงพลัง ยนตรกรรมตระกูล GT เจเนอเรชันที่ 2 ของแบรนด์ Mercedes-AMG ครั้งนี้กลับมาเปิดตัวในประเทศไทยด้วยรหัสตัวถัง C192 ออกแบบภายใต้แนวคิด “One Man, One Engine” ติดตั้งเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบ Bi-Turbo และติดตั้งในตำแหน่งอันเป็นเอกลักษณ์แบบ hot inside “V” ทำให้เครื่องยนต์สามารถสร้างพละกำลังได้สูงถึง 585 แรงม้า แรงบิดสูงสุดถึง 800 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 3.2 วินาที และความเร็วสูงสุดถึง 315 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยรถรุ่นนี้ได้ถูกปรับแต่งระบบควบคุมเครื่องยนต์เพื่อเพิ่มสมรรถนะและการตอบสนองของเครื่องยนต์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยการควบคุมระบบอัดอากาศให้เหมาะสมตามการขับขี่ และตกแต่งฝาครอบเครื่องยนต์ด้วยลายเซ็นของผู้ประกอบที่บ่งบอกถึงสัญลักษณ์ของ AMG

Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 15,900,000 บาท

 

สามารถรับข้อเสนอพิเศษเดียวกันกับงาน Motor Show 2025 ได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 33 แห่ง ทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือโทร 1250 และสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

ฮอนด้า จัดเต็ม! ไลน์อัปผลิตภัณฑ์หลากหลาย ที่จะพาทุกชีวิตขับเคลื่อนไปข้างหน้า พร้อมเสิร์ฟหนัก! ด้วยแคมเปญและข้อเสนอพิเศษสุดปัง ในงาน Motor Show 2025

0

ฮอนด้า โดยบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ผนึกกำลังต่อเนื่อง จัดเต็มไลน์อัปผลิตภัณฑ์ ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ (Power Products) ในงาน Motor Show 2025 ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างสังคมไทย ที่พร้อมสร้างความสุขและขับเคลื่อนการใช้ชีวิตอย่างอิสระในหลากหลายรูปแบบผ่านผลิตภัณฑ์และบริการ ภายในบูทมีการแบ่งโซนการจัดแสดงออกเป็น 3 โซนหลัก เพื่อความสะดวกในการเข้าชม แบ่งเป็น

  • Product Zone ในส่วนของผลิตภัณฑ์รถยนต์ นำโดยHonda City Hatchback DRIVAL” รุ่นพิเศษ ที่ได้รับ การอัปเกรดดีไซน์ เพิ่มเติมความสปอร์ตสุดเท่ ดุดัน เร้าใจ พร้อมสะกดทุกสายตา ในส่วนของผลิตภัณฑ์รถจักรยานยนต์ นำโดย “New Honda Forza750” บิ๊กสกู๊ตเตอร์เรือธงที่มาพร้อมสุดยอดเทคโนโลยี และสมรรถนะที่เหนือคลาส และ New Honda CB1000 Hornet SP” ซูเปอร์ Naked ไบค์ที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ พร้อมเทคโนโลยีการขับขี่ที่ครบครัน ตามด้วยโมเดลพิเศษ “New Honda Monkey Chrome Legacy” รุ่น Limited Edition ที่ได้รับการออกแบบพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีไทยฮอนด้า รวมถึง “New Honda Scoopy x Kuromi” ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรก พร้อมให้แฟน ๆ ได้จับจอง 2,000 คันเท่านั้น
  • Innovative Zone จัดแสดงผลิตภัณฑ์ขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า 100% โดยไฮไลต์ของโซนนี้ นำโดย
    Honda e:N1″ รถ SUV พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของฮอนด้า พร้อมเปิดให้จองและจำหน่ายอย่างเป็นทางการให้ลูกค้าทั่วไปได้เป็นเจ้าของ และสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับไปกับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
    “New Honda CUVe:” ที่จะมาสร้างนิยามใหม่ของความทันสมัยทั้งด้านดีไซน์และประสิทธิภาพ
  • Lifestyle Zone โซนโชว์เคสผลิตภัณฑ์ฮอนด้า ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ในหลายมิติ ทั้งรถ SUV รถจักรยานยนต์ที่ตอบโจทย์สายลุยอย่างสไตล์แอดเวนเจอร์และสไตล์เทรล

ลูกค้าที่สนใจสามารถเข้าชมและสัมผัสประสบการณ์ได้ที่บูทฮอนด้า (A26) งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 (The 46th Bangkok International Motor Show) อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2568 – 6 เมษายน 2568 พร้อมด้วยหลากหลายข้อเสนอพิเศษในการเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ฮอนด้า ทั้งภายในงานฯ และโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ 

นายฮิเดโอะ คาวาซากะ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การผนึกกำลังอย่างต่อเนื่องของกลุ่มบริษัทฮอนด้าประเทศไทยในปีนี้ เป็นการตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งในฐานะ แบรนด์ที่ส่งมอบความสุขและอิสระในการขับเคลื่อนผ่านผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่าน ที่ให้ความไว้วางใจและการสนับสนุนฮอนด้าเป็นอย่างดีมาโดยตลอด จนทำให้เราบรรลุความสำเร็จในการผลิตรถยนต์นั่งครบ 4 ล้านคันในประเทศไทย ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของประเทศไทยในการเป็นฐานการผลิตและส่งออกหลักของฮอนด้า อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราที่จะเติบโตเคียงข้างสังคมไทยอย่างยั่งยืน เพื่อต่อยอดความสำเร็จในครั้งนี้ไปสู่การสร้างสรรค์สิ่งที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้า ในปีนี้เราจะยกระดับการนำเสนอคุณค่าของแบรนด์พร้อมเดินหน้าในการส่งมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับลูกค้าในทุกทัชพอยต์ ภายใต้แนวคิด “Where The Drive Means More ฮอนด้า ขับเคลื่อนชีวิต…ไปให้สุดในแบบที่เป็นคุณ” เพื่อถ่ายทอดให้เห็นว่า รถยนต์ของเราเป็นมากกว่ายานพาหนะ เปรียบเสมือนเพื่อนคู่ใจที่วางใจได้ ที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างและขับเคลื่อนแรงบันดาลใจ เพื่อมอบความสุขในทุกการเดินทางและทุกช่วงเวลาของชีวิต ขอให้ทุกท่านติดตามทิศทางการเปลี่ยนแปลงของฮอนด้าที่จะเกิดขึ้นในอนาคตไปด้วยกัน”

โดยไฮไลต์ของบูทฮอนด้าในปีนี้ ประกอบด้วย

  • Honda City Hatchback DRIVAL ซิตี้คาร์ 5 ประตูสไตล์สปอร์ตแฮทช์แบ็กสุดเท่ รุ่นพิเศษ เปิดให้จองและจำหน่ายในราคา 829,000 บาท มาพร้อมสีภายนอก สีขาวแพลทินัม (มุก) พร้อมหลังคาสีดำ (ทูโทน) และมีให้เลือกในรุ่นย่อย e:HEV RS จำนวนจำกัดเพียง 1,000 คันเท่านั้น! มาพร้อม 2 ข้อเสนอพิเศษ (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง) เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2568 – 7 เมษายน 2568 และรับรถตั้งแต่ 24 มีนาคม 2568 – 30 มิถุนายน 2568
    • ทางเลือกที่ 1:ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ตามสไตล์ที่คุณชอบ ค่างวดเริ่มต้น 8,108 บาท (คำนวณจากรถยนต์ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ไดรฟ์วัล ใหม่ เงื่อนไขดาวน์ 20% ผ่อน 7 ปี) หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี
      ไม่จำกัดระยะทาง
      *
    • ทางเลือกที่ 2: ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 2%* สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty)  และดอกเบี้ย 2.35%* สำหรับลูกค้าทั่วไป พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*

และข้อเสนอพิเศษรถเก่าแลกซื้อรถใหม่ (Honda Happy Trade-in) เมื่อนำรถยนต์ฮอนด้ามาขายและออกรถฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ไดรฟ์วัล ใหม่ ที่โชว์รูมฮอนด้า รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท หรือเมื่อนำรถยนต์คันเดิมยี่ห้อใดก็ได้มาขายและออกรถ ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ไดรฟ์วัล ใหม่ ที่โชว์รูมฮอนด้า รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2568 – 7 เมษายน 2568 และรับรถตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2568 – 30 เมษายน 2568 

Honda City Hatchback DRIVAL มาพร้อมกับการอัปเกรดดีไซน์เพิ่มเติมความสปอร์ตสุดเท่ ดุดัน เร้าใจ สะกดทุกสายตา ด้วยชุดแต่งภายนอกรอบคันใหม่ สุดพิเศษ ใครเห็นก็ต้องบอกว่าทำถึง! ไม่ว่าจะเป็น

  • สเกิร์ตหน้าทูโทน และสเกิร์ตหลังทูโทน (Front & Rear Under Spoiler)
  • คิ้วตกแต่งกันชนหน้าด้านล่าง (Front Center Garnish)
  • ชุดตกแต่งไฟตัดหมอก (Front Fog Garnish)
  • คิ้วตกแต่งกันชนหลังด้านล่าง (Extend Rear Bumper Garnish)
  • หลังคาสีดำ (Roof Black Paint)
  • โลโก้รุ่นย่อยพิเศษ DRIVAL เห็นเด่นชัดด้านท้าย
  • โลโก้ H-Mark สีดำทั้งด้านหน้าและด้านหลัง (H-mark Front-Rear)
  • โลโก้รุ่นรถสีดำ (City Emblem)
  • ล้ออัลลอยสีดำ (Black Alloy Wheel)
  • สปอยเลอร์หลังสีดำ (Black Tailgate Spoiler)
  • สเกิร์ตข้าง (Side Under Spoiler R/L)
  • มือจับประตูสีดำ (Black Door Handle)
  • ชุดตกแต่งสปอยเลอร์หลัง (Tailgate Spoiler Garnish)

Honda City Hatchback e:HEV พร้อมทะยานไปกับขุมพลังขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ด้วยกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ผสานกับเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร Atkinson Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว และเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ที่จะทำให้คุณสัมผัสได้ถึงความเร้าใจตั้งแต่ออกตัว ด้วยแรงบิดมอเตอร์ถึง 253 นิวตัน-เมตร ให้อัตราประหยัดน้ำมันสูงสุดที่ 27.8 กม./ลิตร เพิ่มความมั่นใจไปกับ Honda SENSING ที่มาพร้อมฟังก์ชันระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control: ACC) พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (with Low-Speed Follow: with LSF) และฟีเจอร์เพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยครบครัน เช่น ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-Angle Rearview Camera) เป็นต้น ภายในกว้างขวาง มาพร้อมวัสดุเบาะหนังแท้และหนังสังเคราะห์ตกแต่งด้วยแถบสีแดง พร้อมเบาะนั่งอัลตราซีท (ULTR) แยกพับ 60:40 ที่สามารถปรับพับเพื่อเพิ่มสเปซการใช้งานอเนกประสงค์ได้ดั่งใจ

  • Honda e:N1 ยนตรกรรมไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของฮอนด้า ที่จะมาเสริมความแข็งแกร่งให้กับไลน์อัป
    ยนตรกรรม xEV ของฮอนด้าอย่างเต็มรูปแบบ
    พร้อมเปิดให้จองและจำหน่ายอย่างเป็นทางการให้กับลูกค้าทั่วไปได้เป็นเจ้าของ ในราคา 1,199,000 บาท สำหรับสีดำคริสตัล (มุก) และสำหรับสีขาวแพลทินัม (มุก) ในราคา 1,203,000 บาท สัมผัสประสบการณ์ใหม่อย่างเชื่อมั่น ด้วยการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าและระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าทั้งระบบ 8 ปี หรือ 160,000 กม.* (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) พร้อมรับข้อเสนอเมื่อจองตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2568 – 7 เมษายน 2568 และรับรถตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2568 – 31 กรกฎาคม 2568 รับดอกเบี้ยพิเศษ 69%* (ส่วนลดดอกเบี้ย 0.3%) สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) สำหรับลูกค้าทั่วไปรับดอกเบี้ย 1.99%* พร้อมรับ

    • ฟรี ประกันภัย 1 ปี*
    • ฟรี โฮมชาร์จเจอร์ พร้อมบริการติดตั้ง และสายชาร์จแบบพกพา*
    • ฟรี รับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง
      เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือ 140,000 กม.
      * (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    • และรับเพิ่มแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง และค่าอะไหล่ ตามตารางการบำรุงรักษาที่ระบุไว้ในสมุดรับประกัน 5 ปี หรือ 100,000 กม.* (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

อุ่นใจไร้กังวลตลอดการใช้งานด้วยเครือข่ายศูนย์บริการครอบคลุมทั่วประเทศ Honda e:N1 มาพร้อมดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ บ่งบอกความเป็นยนตรกรรมไฟฟ้าด้วยโลโก้ H Mark ใหม่ สไตล์พรีเมียม
มินิมอล
ภายในกว้างขวางนั่งสบาย พร้อมไฟสร้างบรรยากาศสีฟ้า เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังสามารถพับได้แบบ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่สัมภาระด้านท้าย เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ด้วยฟังก์ชันล้ำสมัย ที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ตอบโจทย์ทุกความต้องการ อาทิ

  • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 1 นิ้วแบบ Advanced Touch ที่รองรับ Apple CarPlay
    แบบไร้สาย และ Android Auto
  • อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย
  • ช่องเชื่อมต่อ USB 4 ตำแหน่ง
  • มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 25 นิ้ว

ขับสนุก เร่งแรง แต่ยังคงความนุ่มนวลในทุกจังหวะ ด้วยขุมพลังขับเคลื่อนไฟฟ้า 100% จากการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ 3-in-1 (Motor, Power Drive Unit และ Gearbox) ให้กำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์ หรือ 204 แรงม้า (PS) มอบแรงบิดสูงสุด 310 นิวตัน-เมตร ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ความจุ 68.8 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ระยะทางต่อการชาร์จ 1 ครั้ง สูงสุด 500 กม. (มาตรฐาน NEDC) มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING และเทคโนโลยีความปลอดภัยอื่น ๆ อย่างครบครัน ให้คุณมั่นใจตลอดการเดินทาง เช่น

  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information – BSI)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor – CTM)
  • กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera)
  • เซนเซอร์กะระยะ 8 จุด (8-position Parking Sensors)
  • ระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors) เป็นต้น

นอกจากนี้ ในบริเวณโซนจัดแสดง Product Zone ฮอนด้ายังมาพร้อมรถยนต์หลากหลายรุ่นครบทุกเซกเมนต์และครอบคลุมทุกไลน์อัปให้ทุกคนได้สัมผัส เริ่มต้นที่

<ไลน์อัประบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV> เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการใช้งานจริงในปัจจุบัน มอบความแรงเกินคาด ประหยัดเกินใคร ให้คุณใช้ชีวิตได้อิสระ และพาคุณไปได้ไกลกว่าด้วยน้ำมัน 1 ถัง และมั่นใจในทุกเส้นทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ในทุกรุ่น นำโดย

  • The new Honda HR-V e:HEV สปอร์ตพรีเมียมเอสยูวียอดนิยม ที่ได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง
    อัปลุคดีไซน์สปอร์ตใหม่รอบคัน ขับสนุกและประหยัดด้วยระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ที่ผสานพลังขับเคลื่อนหลักจากมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวกับเครื่องยนต์ขนาด 5 ลิตร ให้แรงบิดสูงสุด 253
    นิวตัน-เมตร และประหยัดน้ำมันถึง 25.6 กม./ลิตร
    พาคุณไปได้ไกลกว่า 900 กม. ด้วยน้ำมันเพียง 1 ถัง** ครบครันด้วยฟังก์ชันเพื่อการขับขี่และอำนวยความสะดวก*** ที่รองรับกับไลฟ์สไตล์
    ที่หลากหลายของผู้ใช้งาน อาทิ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ราคาเริ่มต้น 949,000 บาท

  • Honda Accord e:HEV โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตพรีเมียม มอบสมรรถนะที่ดีในทุกการขับขี่ด้วยระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ที่ผสานพลังขับเคลื่อนหลักจากมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 2 ตัวในระบบเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ให้แรงบิดมอเตอร์สูงสุด 335 นิวตัน-เมตร ประหยัดน้ำมันถึง 25 กม./ลิตร สามารถขับไปได้ไกลกว่า 900 กม.ด้วยน้ำมัน 1 ถัง** มาพร้อมหลากหลายเทคโนโลยีอำนวยความสะดวก
    อันล้ำสมัยและเทคโนโลยีการขับขี่อื่น ๆ*** อาทิ Google built-in ปุ่ม Experience Selection Dial
    ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบปรับเฉดสีได้ ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง และระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head-up Display: HUD) ด้วยราคาเริ่มต้น
    1,529,000 บาท 
  • Honda CR-V e:HEV ยนตรกรรมพรีเมียมเอสยูวี 5 ที่นั่ง มาพร้อมดีไซน์ที่แข็งแกร่งในทุกมิติ พร้อมระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ผสานการทำงานอันทรงพลังของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ขนาด 0 ลิตร Direct Injection Atkinson Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนประสิทธิภาพสูง ให้การตอบสนองได้แรงทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 335 นิวตัน-เมตร ประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมสูงสุดถึง 20.8 กม./ลิตร (รุ่น e:HEV ES) สามารถขับไปได้ไกลกว่า 900 กม. ด้วยน้ำมัน 1 ถัง** ครบครันด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกสบายและความปลอดภัยระดับพรีเมียม*** พร้อมเติมเต็มทุกความอเนกประสงค์และตอบโจทย์การใช้ชีวิตทั้งไลฟ์สไตล์ในเมืองและนอกเมืองอย่างลงตัวในราคาเริ่มต้นที่ 1,589,000 บาท (รุ่น e:HEV ES) 
  • City Series ไลน์อัป e:HEV นำโดย Honda City e:HEV ซิตี้คาร์ซีดานยอดนิยมสำหรับคนรุ่นใหม่ และ Honda City Hatchback e:HEV อีกหนึ่งทางเลือกของรถซิตี้คาร์สไตล์สปอร์ต 5 ประตู ที่มาพร้อมพื้นที่อเนกประสงค์กับเบาะนั่งอัลตราซีท (ULTR) อันเป็นเอกลักษณ์จากฮอนด้าทั้งสองรุ่น มาพร้อมกับ
    ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ที่ผสานพลังขับเคลื่อนหลักจากมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์
    ขนาด 5 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติ E-CVT และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ตอบสนองดั่งใจด้วยแรงบิดมอเตอร์สูงสุด 253 นิวตัน-เมตร มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังให้ทั้งอัตราเร่งแรง
    เร้าใจ ประหยัดน้ำมันสูงสุด 27.8 กม./ลิตร พร้อมพาคุณเดินทางสู่ทุกจุดหมายและไปได้ไกลกว่า
    800 กม. ด้วยน้ำมันเพียง 1 ถัง**
    ในราคาเริ่มต้นเพียง 599,000 บาท

<ไลน์อัปขุมพลังเทอร์โบ> มอบประสบการณ์ขับสนุก อัตราเร่งเร้าใจ สไตล์สปอร์ต แต่ยังคงความประหยัดน้ำมันได้เป็นอย่างดี มั่นใจในทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ในทุกรุ่น นำโดย

  • The New Honda Civic ไอคอนยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดาน โดดเด่นด้วยกระจังหน้าและ
    กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ และไฟท้ายแบบ LED รมดำ ภายในห้องโดยสารกว้างสบาย ให้ความรู้สึกเท่ สปอร์ต ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างคล่องตัว เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ด้วยฟังก์ชันและฟีเจอร์เพื่อการขับขี่และอำนวยความสะดวกที่ครบครัน*** มาพร้อมขุมพลัง VTEC TURBO 1.5 ลิตร มอบความแรงเร้าใจด้วยกำลังสูงสุด 178 แรงม้า ให้อัตราการประหยัดน้ำมัน 2 กม./ลิตร โดยรุ่น EL+ ราคา 1,039,000 บาท
  • City Series ไลน์อัป TURBO นำโดย Honda City ซิตี้คาร์ยอดนิยม โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอก
    ที่สปอร์ตโฉบเฉี่ยว และภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย และ Honda City Hatchback
    มาพร้อมเบาะนั่งอัลตราซีท (ULTR Seat) อันเป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้า ทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมขุมพลัง VTEC TURBO 1.0 ลิตร ที่มอบกำลังสูงสุด 122 แรงม้า ขับสนุกพร้อมตอบสนองทุกการเดินทาง
    ครบครันด้วยหลากหลายฟังก์ชันการใช้งาน*** สำหรับ City Turbo ประหยัดน้ำมันสูงถึง 8 กม./ลิตร และ City Hatchback Turbo ประหยัดน้ำมันสูงถึง 23.3 กม./ลิตร ด้วยราคาเริ่มต้น 599,000 บาท

 

สำหรับแฟนฮอนด้าสายสปอร์ต ห้ามพลาด! พบกับรถยนต์ฮอนด้ารุ่นยอดนิยม ที่ได้รับการเสริมความสปอร์ตโดดเด่นยิ่งขึ้น ด้วยอุปกรณ์ตกแต่งสุดพรีเมียมจากโมดูโล (Modulo) ที่คัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งสายแต่งรถ และสายอเนกประสงค์โดยมีให้เลือกทั้งรูปแบบไอเท็มและแพ็กเกจรอบคัน นำโดย

  • CR-V (รุ่น e:HEV RS) กับชุดแต่ง Modulo ในคอนเซ็ปต์ Vibrant SUV ที่จะมาเสริมความพรีเมียมที่ลงตัวให้กับ Honda CR-V e:HEV มากกว่าที่เคยเป็น ด้วย
  • ชุดแต่งรอบคันแบบพรีเมียมสปอร์ต แพ็กเกจ (RS) ซึ่งประกอบด้วยกันชนหน้าแบบสปอร์ต
    ชุดตกแต่งกันชนด้านหลัง คิ้วตกแต่งกระจังหน้าแบบโครเมียม บันไดข้าง และชุดตกแต่งฝาท้ายคิ้วโครเมียม ในราคา 45,000 บาท

นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ตกแต่งภายใน อย่างไฟส่องสว่างประตูคู่หน้าแบบ LED โลโก้ CR-V ราคา 4,350 บาท
และใหม่ล่าสุด! เสริมลุคสปอร์ต พร้อมเพิ่มความโดดเด่นด้วยชุดโลโก้สีดำ ในราคา 1,500 บาท

  • The New Honda HR-V e:HEV (รุ่น e:HEV EL) กับชุดแต่ง Modulo ในคอนเซ็ปต์ More premium, More sporty ที่จะมายกระดับความพรีเมียมด้วย
  • แพ็กเกจ Modulo Urban Shark Grey พร้อมเติมเต็มลุค Everyday Sport อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยชุดแต่งรอบคันประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตหลัง และสเกิร์ตข้างสี Shark Grey ในราคา 21,000 บาท
  • แพ็กเกจ Utility พร้อมเสริมความอเนกประสงค์ในการใช้งานประกอบด้วย ม่านบังแดดผู้โดยสาร
    ตอนหลัง และแผ่นกั้นห้องสัมภาระท้ายรถ ในราคา 4,800 บาท

อีกทั้งยังเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานด้วยชุดไฟส่องสว่างบริเวณฝาท้ายรถในราคา 2,500 บาท

 

และพิเศษสุด! เอาใจสาวกฮอนด้า ด้วยชุดแต่งรอบคันจาก มูเกน (MUGEN) ที่ได้รับการติดตั้งมาใน
The New Honda HR-V e:HEV (รุ่น e:HEV EL) จัดเต็มมอเตอร์สปอร์ต DNA พร้อมฉีกทุกกฎเกณฑ์เเห่ง
อัตลักษณ์อันไร้ขีดจำกัด และสร้างความโดดเด่นแบบ Aggressive Sport ด้วยชุดแต่งรอบคัน อาทิ

  • สปอยเลอร์หน้า ราคา 22,400 บาท
  • สเกิร์ตข้าง ราคา 32,000 บาท
  • สปอยเลอร์หลัง ราคา 22,600 บาท
  • สปอยเลอร์วิงหลัง ราคา 34,000 บาท
  • สปอยเลอร์วิงหลัง (ตรงกลาง) ราคา 34,000 บาท
  • เพิ่มความโดดเด่น ดุดันด้วยล้ออะลูมิเนียม MDW 18x5J สีดำ ในราคารวมสี่ล้อที่ 54,360 บาท

โดยจัดจำหน่ายผ่านโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ พร้อมรับประกันอุปกรณ์ตกแต่งนาน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร กรณีติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งพร้อมรถยนต์ใหม่

สามารถดูรายละเอียดอุปกรณ์ตกแต่ง MUGEN เพิ่มเติมได้ที่ https://www.mugenpower-thailand.com/hrv/index.html
สามารถดูรายละเอียดอุปกรณ์ตกแต่ง Modulo สำหรับ The new HR-V e:HEV เพิ่มเติมได้ที่

https://hondaaccess.co.th/products/hrv

และดูรายละเอียดอุปกรณ์ตกแต่ง Modulo สำหรับ CR-V เพิ่มเติมได้ที่ https://hondaaccess.co.th/products/crv

พร้อมเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่าย ๆ ด้วยแคมเปญพิเศษ “ฮอนด้า โปรฮอต รุ่นฮิต” สำหรับแต่ละรุ่น!* ไม่ว่าจะเป็น ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% พร้อมรับฟรี ฮอนด้า เอ็กซ์คลูซีฟ แคร์ (Honda Exclusive Care)* และฟรีประกันภัย 1 ปี หรือเลือก ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส**** ดาวน์ต่ำ ผ่อนสบาย และเสริมความมั่นใจไปกับระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ด้วยการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และพิเศษยิ่งขึ้นไปกับแคมเปญ “Honda Happy Trade-in” เมื่อนำรถยนต์ฮอนด้าหรือรถยนต์ยี่ห้ออื่นคันเก่ามาขายและออกรถยนต์ฮอนด้าคันใหม่ รับเพิ่มฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่าสูงสุด 40,000 บาท* สำหรับลูกค้าที่จองตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2568 – 7 เมษายน 2568 และรับรถตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2568 – 30 เมษายน 2568

ลูกค้าที่สนใจ ห้ามพลาด! พบกันที่บูทฮอนด้า (A26) ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025 อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษเดียวกันทั้งในงานและโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศกว่า 224 แห่ง โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมทั้งในงานฯ และโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือแชตกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777

ซูซูกิยกระดับธุรกิจเคลื่อนที่! พบ CARRY ซูเปอร์มาร์เก็ต SWIFT สปอร์ตแฮทช์แบ็กรุ่นยอดนิยม ในงานบางกอกมอเตอร์โชว์

0

นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 26 มีนาคม-6 เมษายน 2568 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์  เมืองทองธานี ยังคงเป็นอีกหนึ่งในงานจัดแสดงยนตกรรมสำคัญของประเทศไทย ที่มีส่วนช่วยในการกระตุ้นยอดขายรถยนต์ในช่วงต้นปีได้เป็นอย่างดี

ในยุคที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ กำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภค แต่ยังมีผลกระทบต่อลักษณะการใช้งานของยานยนต์ในชีวิตประจำวันอีกด้วย การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญในการตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลนี้ และได้เปลี่ยนแปลงวิธีการที่ผู้บริโภคเลือกและใช้งานรถยนต์ในชีวิตประจำวัน ซึ่งไม่เพียงแค่เลือกซื้อรถยนต์ตามประสิทธิภาพหรือราคา แต่พวกเขายังให้ความสำคัญกับฟีเจอร์ที่สามารถช่วยให้การขับขี่มีความสะดวกสบาย ปลอดภัย และตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองที่ต้องการความคล่องตัว หรือการเดินทางไกลที่ต้องการความสะดวกสบายและมั่นใจในความปลอดภัย

สำหรับซูซูกิ มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ความต้องการในปัจจุบัน แต่ยังมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาเทคโนโลยีที่ทำให้การขับขี่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่ซูซูกินำเสนอจะช่วยให้การขับขี่ทั้งในเมืองและนอกเมืองเป็นไปอย่างราบรื่น โดยให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า ลดมลพิษ และช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกมั่นใจและปลอดภัยในทุกการเดินทาง

โดยในปีนี้ ซูซูกิพร้อมที่จะขับเคลื่อนตลาดด้วยรถยนต์ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันและสามารถปรับตัวให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของผู้บริโภค ทั้งในด้านความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และความคุ้มค่าของการใช้งาน ซึ่งรถยนต์จากซูซูกิไม่เพียงแค่เป็นการตอบสนองต่อความต้องการที่มีอยู่ แต่ยังเป็นการนำเสนอประสบการณ์ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้ขับขี่ในหลายๆ ด้าน

ด้วยเป้าหมายยอดขาย 8,000 คันในปี 2568 เป็นเป้าที่จะเติบโตขึ้นถึง 41% เมื่อเปรียบเทียบกับยอดขายในปีที่ผ่านมา การเติบโตนี้เกิดจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในด้านผลิตภัณฑ์และการบริการที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าผ่านการให้บริการที่มีคุณภาพสูงเพื่อให้เกิดความพึงพอใจสูงสุด

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับการเข้าร่วมงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ซูซูกินำรถยนต์ทุกรุ่นเข้าร่วมแสดง ภายใต้แนวคิด “Fill your life with vibrant colors” โดยต้องการสื่อสารถึงความสุข ความสนุกสนาน และความคิดสร้างสรรค์ ด้วยการออกแบบบูธให้มีสีสัน เต็มไปด้วยพลังที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ รวมถึงการมองหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในชีวิตประจำวันที่เต็มไปด้วยสีสันและความสุข

โดยในบูธแบ่งพื้นที่การจัดแสดงออกเป็นรถยนต์รุ่นมาตรฐานทั้ง SUZUKI SWIFT , SUZUKI CELERIO, SUZUKI XL7, SUZUKI CARRY และ SUZUKI JIMNY และพื้นที่สำหรับจัดแสดงรถตกแต่งพิเศษซึ่งแต่ละคันจะมีแนวคิดการตกแต่งที่แตกต่างกันออกไป เพื่อนำเสนอเป็นแนวทางสำหรับลูกค้าของซูซูกิ ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งเพื่อความสปอร์ตเร้าใจในการขับขี่ หรือเพื่อนำไปต่อยอดใช้ประโยชน์จากรถคันโปรดของตัวเองได้อย่างแท้จริง

นอกจากการนำเสนอสินค้าในรุ่นมาตรฐานที่มาพร้อมกับโปรโมชันที่น่าสนใจในงานครั้งนี้ รถรุ่นไฮไลต์ที่สำคัญนำโดย SUZUKI SWIFT สปอร์ตแฮทช์แบ็กยอดนิยมของคนไทย มาพร้อมเครื่องยนต์รหัส K12M ขนาด 1.2 ลิตร หัวฉีดคู่ DUALJET ช่วยลดมลพิษและประหยัดน้ำมันถึง 23 กิโลเมตรต่อลิตร ด้วยดีไซน์ภายในห้องโดยสารสีดำ ตกแต่งด้วยวัสดุสีเงินสไตล์สปอร์ต จอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว  พร้อมฟังก์ชันการใช้งานอย่างครบครัน รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay, Android Auto และ Bluetooth และเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน เติมเต็มความบันเทิงในการขับขี่ ทำให้ไม่พลาดทุกการติดต่อตลอดการเดินทาง ในราคาเริ่มต้นเพียง 567,000 บาท SUZUKI SWIFT สปอร์ตแฮทช์แบ็กอีโคคาร์รุ่นยอดนิยม   คือหนึ่งในไฮไลต์ที่สำคัญในงานนี้ ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์มีความล้ำสมัยด้วยรูปทรงที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน บ่งบอกตัวตนที่โดดเด่นไม่เหมือนใครได้อย่างชัดเจน รวมถึงสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ มาพร้อมอัตราบริโภคเชื้อเพลิงที่ประหยัดคุ้มค่า ภายใต้ราคาที่จับต้องได้อย่างแท้จริง

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่สำคัญคือการนำรถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์ SUZUKI CARRY มาตกแต่งบนพื้นฐานการใช้งานจริงภายใต้แนวคิด “ซูเปอร์มาร์เก็ตเคลื่อนที่” แนวคิดของการนำร้านของสะดวกซื้อมาไว้บนรถ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่อยู่อาศัยห่างไกล ไปจนถึงตามตรอกซอกซอยในเมืองใหญ่ มีกลุ่มลูกค้าทั้งในหมู่บ้านอย่างผู้สูงอายุ แม่บ้าน กลุ่มลูกค้าในโรงงานและไซต์งานก่อสร้าง หรือสถานที่อื่นๆ การบริการในรูปแบบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าแต่ยังเป็นการขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นอีกด้วย

SUZUKI CARRY รถกระบะอเนกประสงค์ที่ถูกออกแบบให้มีความยืดหยุ่นในการใช้งานรวมถึงรูปลักษณ์ที่พร้อมจะนำไปดัดแปลงและพัฒนาต่อยอดให้เข้ากับทุกแนวทางของการดำเนินชีวิต และสามารถดัดแปลงให้เหมาะสมกับหลากหลายธุรกิจ ตั้งแต่การขนส่งสินค้า การให้บริการเคลื่อนที่ ไปจนถึงการสร้างโอกาสธุรกิจใหม่ๆ จนถูกเรียกว่า Goods Truck และ Service Truck สามารถต่อยอดในการทำธุรกิจอื่นๆ เสมือนดั่งพาร์ทเนอร์คนสำคัญ ที่พร้อมจะสนับสนุนและร่วมขับเคลื่อนอยู่เคียงข้างผู้ใช้ด้วยความจริงใจ อีกทั้งซูซูกิยังมุ่งหวังให้เป็นไอเดียต้นแบบ สร้างแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจที่แตกต่าง จุดประกายแนวทางใหม่ให้ผู้ประกอบการ ตอกย้ำแนวคิด “Carry Your Dream เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน” ได้อย่างชัดเจน ซึ่งเรามีเป้าหมายที่จะปรับเปลี่ยนรถกระบะบรรทุกให้เป็นรถขนส่งความสุขเคียงข้างทุกเส้นทางฝันทั้งในด้านธุรกิจและการใช้ชีวิตส่วนตัว รวมถึงการช่วยเหลือสังคมเหมาะสมกับการเป็นรถที่ครองใจผู้ประกอบการตัวจริง

SUZUKI CARRY กระบะบรรทุกพร้อมสู้งานทุกธุรกิจในฝัน มาพร้อมเครื่องยนต์ K15B ขนาด 1.5 ลิตร มั่นใจทุกเส้นทางกับขุมกำลังเครื่องยนต์ ประหยัดน้ำมันและให้พลังการขับเคลื่อนสูง มีพื้นที่กระบะบรรทุกแบบเรียบขนาดใหญ่ สามารถเปิดได้ทั้ง 3 ด้าน เพิ่มความสะดวกในการขนถ่ายสัมภาระขึ้น-ลงเป็นเรื่องง่าย ด้วยระยะความสูงจากพื้นถึงท้ายกระบะ 750 มม. รองรับการบรรทุกสูงสุดมากถึง 945 กิโลกรัม ช่วงล่างแข็งแกร่ง ภายในห้องโดยสาร สะดวกสบายกับความกว้าง พร้อมระบบปรับอากาศ เครื่องเล่นวิทยุ และ MP เพลิดเพลินตลอดการเดินทาง SUZUKI CARRY มีราคาจำหน่ายเพียง 395,000 บาท  ตอบโจทย์ธุรกิจในฝันได้อย่างคุ้มค่า ให้ผู้ประกอบการต่อยอดและขยายธุรกิจได้อย่างง่ายดาย ด้วยโปรแกรมผ่อนเริ่มต้นเพียงวันละ 222 บาท

ด้านของผลิตภัณฑ์รุ่นอื่นๆ SUZUKI JIMNY รถยนต์ออฟโรดขนาดคอมแพ็คกับการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของซูซูกิ ที่มีความโดดเด่นทั้งในเรื่องของดีไซน์และสมรรถนะเกินตัวกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Part-time 4WD   พร้อมใช้งานในทุกสภาพการขับขี่และภูมิประเทศที่หลากหลาย ตอบโจทย์การใช้งานอย่างมืออาชีพ เติมเต็มประสบการณ์ตามไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ตอบสนองความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบการใช้ชีวิตสไตล์ออฟโรด  โดยมีสีโมโนโทนให้เลือกเป็นสีเขียว /Solid Jungle Green สีดำ/Pearl Bluish Black สีเทา/Solid Medium Gray และสีขาว /Superior White และสีขาว/Metallic Chiffon Ivory ในราคาเดิมที่ 1,760,000 บาท และ สีทูโทน เป็นสีเหลืองกับหลังคาสีดำ/Solid Kinetic Yellow with Pearl Bluish Black และสีขาวกับหลังคาสีดำ/ Metallic Chiffon Ivory with Pearl Bluish Black ในราคาเดิมที่ 1,790,000 บาท

SUZUKI CELERIO รุ่นที่เคยสร้างกระแสความคุ้มค่า ที่มาพร้อมความโดดเด่นทุกด้าน ในสไตล์ CITY CAR มาพร้อมกับการปรับปรุงเพื่อตอบรับทุกการใช้งานที่ครบครัน ด้วยจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมเครื่องเล่นวิทยุ MP3 และ WMA พร้อม Apple CarPlay และ Android Auto รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth และ USB ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 319,900 บาท

SUZUKI XL7 HYBRID  ดีไซน์กระจังหน้าโครเมียมมาพร้อมกับไฟหน้า LED รีเฟล็กเตอร์ และ Daytime Running Light  ลงตัวกับไฟท้าย LED แบบ Light Guides  ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง กับเบาะนั่งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง มาพร้อมด้วยเทคโนโลยี Smart Hybrid จากซูซูกิ  ซึ่งเป็นการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ISG พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ION  ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมัน และเสริมประสิทธิภาพการออกตัวได้อย่างนุ่มนวลและรวดเร็วด้วยกำลังส่งจากการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า อีกทั้งยังบำรุงรักษาง่ายไม่แตกต่างจากเครื่องยนต์เบนซินสามารถใช้งานได้อย่างไร้กังวล พร้อมตอกย้ำความมั่นใจด้วยการรับประกันแบตเตอรี่นาน 5 ปีเต็ม ราคา 799,000 บาท

ซูซูกิ เตรียมข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าทุกท่านให้สามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิได้ง่ายยิ่งขึ้น เพียงจองรถและรับรถภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 รับสิทธิพิเศษไม่ว่าจะเป็น SUZUKI WORRY FREE PROGRAM”  ที่เราเชื่อมั่นว่าจะสามารถรองรับการดูแลลูกค้าด้วยคุณภาพและมาตรฐานของซูซูกิได้อย่างแท้จริง พร้อมทั้งข้อเสนอพิเศษส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 50,000 บาท หรือเลือกผ่อนสบายนานสูงสุด 99 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง โดยติดต่อสอบถามรายละเอียดแคมเปญพิเศษของรถแต่ละรุ่นได้ที่บูธรถยนต์ซูซูกิ หรือที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 90 แห่ง

ซูซูกิยังคงมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยตามแผนที่วางไว้ในเชิงรุกด้วยรถรุ่นใหม่ๆ  โดยมีเป้าหมายเพื่อให้สามารถเข้าถึงผู้ใช้งานในวงกว้างมากขึ้น รวมถึงเรายังมีแผนที่จะยกระดับงานบริการในทุกด้าน เพื่อดูแลลูกค้าของซูซูกิด้วยความจริงใจ และสามารถมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าซูซูกิได้รับความพึงพอใจอย่างสูงสุด

เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) มอบข้อเสนอสุดเซอร์ไพรส์งาน Motor Show 2025 ดอกเบี้ย 0% 6 ปี สำหรับลูกค้า The Kia EV5 และดอกเบี้ย 0% 5 ปี สำหรับ The Kia Carnival

0

เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) มอบข้อเสนอสุดเซอร์ไพรส์ ภายใต้แคมเปญ “Join The Kia Family”
ในงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ 2025 ครั้งที่ 46 ด้วยโปรโมชันอัตราดอกเบี้ย 0% นาน 6 ปี (โดยคำนวณจากราคาขายปกติ) สำหรับ The Kia EV5 (ยกเว้นรุ่น The Kia EV5 GT-Line AWD) และอัตราดอกเบี้ย 0% นาน 5 ปี (โดยคำนวณจากราคาขายปกติ) สำหรับ The Kia Carnival ทุกรุ่นย่อย หรือเลือกรับข้อเสนอราคาพิเศษสุดเร้าใจ ครอบคลุมยนตรกรรมทั้ง 4 รุ่นหลัก ได้แก่
The Kia Carnival กับราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 1,599,000 บาท* มีให้เลือกทั้งแบบ 7 ที่นั่ง และ 11 ที่นั่ง The Kia EV5 มาพร้อมราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 1,099,000 บาท* The Kia Sorento เอสยูวีพลังไฟฟ้าที่มาพร้อมตัวเลือกขุมพลังแบบ Plug-in Hybrid และ Hybrid กับราคาสุดเร้าใจเริ่มต้นที่ 1,699,000 บาท* และ The Kia EV9 ที่มาพร้อมแพ็กเกจคุ้มครองแบบจัดเต็มด้วยโปรแกรมบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรงและค่าอะไหล่) ต่อเนื่องนาน 10 ปี* นอกจากนี้รถยนต์เกียทุกรุ่นยังมาพร้อมแพ็กเกจคุ้มครองสุดคุ้ม ด้วยการรับประกันคุณภาพตัวรถนาน 7 ปี สำหรับ The Kia EV5, The Kia EV9, The Kia Sorento และรับประกันคุณภาพตัวรถนาน 5 ปี สำหรับ The Kia Carnival ให้ลูกค้าและเจ้าของรถเกียทุกคนสบายใจไร้กังวล เชิญสัมผัสยนตรกรรมเกียทั้ง SUV และ MPV หลากหลายรุ่นได้ ณ บูทเกีย หมายเลข A12 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 หรือรับข้อเสนอเดียวกันได้ที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายเกียทั่วประเทศ ถึง 30 เมษายน 2568

นายฌ็อง–ดาวิด คริสติญอง อาเรล รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์และการตลาด บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า “เรายังคงมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น และขยายการรับรู้แบรนด์เกียผ่านแคมเปญการตลาดต่าง ๆ เพื่อสร้างครอบครัวเกียของเราให้เหนียวแน่นยิ่งขึ้น และสำหรับงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ 2025 ครั้งที่ 46 บริษัทฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำรถยนต์ SUV และ MPV มาจัดแสดงอย่างครบครัน พร้อมมอบข้อเสนอราคาสุดพิเศษ ข้อเสนอสุดเซอร์ไพรส์ และหลากหลายโปรโมชัน ภายใต้แคมเปญ ‘Join The Kia Family’ ให้ลูกค้าได้เลือกข้อเสนอที่ตรงใจ ซึ่งครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ รวมถึงโปรแกรมบำรุงรักษาตามระยะฟรี 10 ปี สำหรับ The Kia EV9”

* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.kia.com/th

 

ข้อเสนอจาก เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) 

ข้อเสนอสุดเซอร์ไพรส์งานมอเตอร์โชว์ สำหรับ The Kia Carnival วันที่ 24 มีนาคม 2568 ถึง 30 เมษายน 2568

โปรโมชันสำหรับ The Kia Carnival LX (11 ที่นั่ง)

ราคาพิเศษ 1,599,000 ล้านบาท (ราคาจำหน่ายปกติ 1,892,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 293,000 บาท)

  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]

หรือเลือกรับข้อเสนอสุดเซอร์ไพรส์

  • อัตราดอกเบี้ย 0% 5 ปี โดยคำนวณจากราคาขายปกติ [6]
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]

โปรโมชันสำหรับ The Kia Carnival EX (11 ที่นั่ง)

ราคาพิเศษ 1,999,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 2,234,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 235,000 บาท)

  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]

หรือเลือกรับข้อเสนอสุดเซอร์ไพรส์

อัตราดอกเบี้ย 0% 5 ปี โดยคำนวณจากราคาขายปกติ [6]

  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]

 โปรโมชันสำหรับ The Kia Carnival SXL (11 ที่นั่ง)

ราคาพิเศษ 2,349,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 2,594,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 245,000 บาท)

  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]

หรือเลือกรับข้อเสนอสุดเซอร์ไพรส์

อัตราดอกเบี้ย 0% 5 ปี โดยคำนวณจากราคาขายปกติ [6]

  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]
The Kia Carnival SXL Luxury (7-seater)

โปรโมชันสำหรับ The Kia Carnival SXL Luxury (7 ที่นั่ง)

ราคาพิเศษ 2,699,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 2,990,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 291,000 บาท)

  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
  • ฟรี จอบนพนักพิงเบาะผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า [4]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]

หรือเลือกรับข้อเสนอสุดเซอร์ไพรส์

อัตราดอกเบี้ย 0% 5 ปี โดยคำนวณจากราคาขายปกติ [6]

  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]

หมายเหตุ:

[1] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี สำหรับรุ่น LX, EX, SXL และ SXL Luxury โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[2] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[3] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย

[4] จอบนพนักพิงเบาะผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า ตามรุ่นที่บริษัทฯ กำหนด โดยรับประกันคุณภาพระยะเวลา 1 ปี

[5] สิทธิประโยชน์ข้อ [1],[2] และ [4] มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 90,000 บาท เฉพาะรุ่น SXL Luxury และ 50,000 บาทสำหรับรุ่นอื่นๆ ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[6 ] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% 5 ปี (โดยคำนวณจากราคาขายปกติ) สำหรับทุกรุ่น เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร หรือ ธนาคารไทยธนชาต พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 60 เดือน สำหรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% 5 ปี (โดยคำนวณจากราคาขายปกติ) สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2568 ถึง 30 เมษายน 2568

 

ข้อเสนอสุดเซอร์ไพรส์งานมอเตอร์โชว์ สำหรับ The Kia EV5 วันที่ 24 มีนาคม 2568 ถึง 30 เมษายน 2568

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia EV5 Light

ราคาพิเศษ 1,099,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 1,299,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 200,000 บาท)

  • อัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามที่สถาบันการเงินกำหนด
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [4]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [5]
  • ชุดพรมปูพื้นรถยนต์ [6]

หรือเลือกรับข้อเสนอสุดเซอร์ไพรส์

อัตราดอกเบี้ย 0% 6 ปี โดยคำนวณจากราคาขายปกติ [8]

  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [4]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [5]
  • ชุดพรมปูพื้นรถยนต์ [6]
The Kia EV5 Air

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia EV5 Air

ราคาพิเศษ 1,229,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 1,399,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 170,000 บาท)

  • ส่วนลดพิเศษมูลค่า 170,000 บาท
  • อัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามที่สถาบันการเงินกำหนด
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [4]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [5]
  • ชุดพรมปูพื้นรถยนต์ [6]

หรือเลือกรับข้อเสนอสุดเซอร์ไพรส์

อัตราดอกเบี้ย 0% 6 ปี โดยคำนวณจากราคาขายปกติ [8]

  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [4]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [5]
  • ชุดพรมปูพื้นรถยนต์ [6]
The Kia EV5 Earth Long Range

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia EV5 Earth Long Range

ราคาพิเศษ 1,429,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 1,599,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 170,000 บาท)

  • ส่วนลดพิเศษมูลค่า 170,000 บาท
  • อัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามที่สถาบันการเงินกำหนด
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [4]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [5]
  • ชุดพรมปูพื้นรถยนต์ [6]

หรือเลือกรับข้อเสนอสุดเซอร์ไพรส์

อัตราดอกเบี้ย 0% 6 ปี โดยคำนวณจากราคาขายปกติ [8]

  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [4]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [5]
  • ชุดพรมปูพื้นรถยนต์ [6]

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia EV5 Earth Exclusive AWD

ราคาพิเศษ 1,629,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 1,799,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 170,000 บาท)

  • ส่วนลดพิเศษมูลค่า 170,000 บาท
  • อัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามที่สถาบันการเงินกำหนด
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [4]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [5]
  • ชุดพรมปูพื้นรถยนต์ [6]

หรือเลือกรับข้อเสนอสุดเซอร์ไพรส์

อัตราดอกเบี้ย 0% 6 ปี โดยคำนวณจากราคาขายปกติ [8]

  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [4]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [5]
  • ชุดพรมปูพื้นรถยนต์ [6]

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia EV5 GT-Line AWD

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 0% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [1]
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [4]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [5]

หมายเหตุ:

[1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 0% สำหรับรุ่น GT-Line AWD เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร หรือ 1.99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด หรือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร หรือธนาคารไทยธนชาต

[2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) ไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[3] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[4] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[5] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[6] ชุดพรมปูพื้นรถยนต์

[7] สิทธิประโยชน์ข้อ [2], [4] และ [6] มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 50,000 บาท ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[8] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% 6 ปี (โดยคำนวณจากราคาขายปกติ) สำหรับทุกรุ่น (ยกเว้นรุ่น GT-Line AWD) เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร หรือ ธนาคารไทยธนชาต พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 72 เดือน สำหรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% 6 ปี (โดยคำนวณจากราคาขายปกติ) สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2568 ถึง 30 เมษายน 2568

The Kia EV9 GT-Line AWD

 โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia EV9 GT-Line AWD

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [1]
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
  • ฟรี Kia Home Charger 1 ชุด และ ค่าติดตั้ง Kia Home Charger ให้กับลูกค้า [3]
  • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 10 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร [4]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [5]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [6]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [7]

หมายเหตุ:

[1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร

[2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) ไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[3] Kia Home Charger 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง ไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[4] เงื่อนไข ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 10 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[5] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[6] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[7] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[8] สิทธิประโยชน์ข้อ [2], [3], [4], และ [6] มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 136,000 บาท สำหรับรุ่น EV9 ทุกรุ่น ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia Sorento Premium Plus PHEV

ราคาพิเศษ 1,899,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 2,099,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 200,000 บาท)

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [1]
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [4]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [5]

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia Sorento Premium HEV:

ราคาพิเศษ 1,699,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 1,959,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 260,000 บาท)

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [1]
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [4]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [5]

หมายเหตุ:

[1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร

[2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[3] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[4] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[5] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[6] สิทธิประโยชน์ข้อ [2 และ [4] มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 50,000 บาท ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

  • ข้อกำหนดและเงื่อนไขอาจมีการเปลี่ยนแปลงทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของบริษัทฯ
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2568 ถึง 30 เมษายน 2568
  • โปรโมชันสำหรับการซื้อผ่านผู้จำหน่าย Kia อย่างเป็นทางการทั่วประเทศไทย
  • ไม่รวมรถแท็กซี่, รถเช่า, รถที่ขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษ, และลูกค้ารถเช่า
  • ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงจะทำการแจ้งผ่านช่องทางสื่อประชาสัมพันธ์ของบริษัทฯ
  • สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อผู้จำหน่าย Kia ใกล้ท่าน หรือ เยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.kia.com/th

 

GEELY RIDDARA เดินหน้าแผนกลยุทธ์ในประเทศไทย เพิ่มทางเลือกรถกระบะไฟฟ้าที่มอบความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษในงาน Bangkok International Motor Show 2025

0

GEELY RIDDARA แบรนด์รถกระบะพลังงานไฟฟ้าในเครือ GEELY AUTO GROUP เปิดแผนกลยุทธ์ดันประเทศไทยเป็นตลาดหลัก พร้อมแนะนำ  RIDDARA RD6 รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ที่มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 86kWh ซึ่งให้ระยะทางในการขับขี่ที่สูงถึง  503  กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง เป็นทางเลือกการเดินทางที่คุ้มค่าและประหยัดมากยิ่งขึ้น  พร้อมแนะนำฟังก์ชันหลังคาซันรูฟ (Sunroof) เป็นตัวเลือกพิเศษ สำหรับ RIDDARA RD6 รุ่น 86kWh ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมเชิญทุกท่านมาสัมผัสนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของ GEELY RIDDARA  พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ ดอกเบี้ยพิเศษ 0.59%* หรือเลือกผ่อนเริ่มต้นเพียง 8,888 บาท และข้อเสนอพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย เมื่อจอง RIDDARA RD6  ทุกรุ่นในงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” หรือที่ผู้จำหน่าย GEELY RIDDARA ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม ถึง 6 เมษายน 2568​​

 

ประเทศไทยขับเคลื่อนกลยุทธ์ระดับสากลของ GEELY RIDDARA

มร. จาง ชง ผู้จัดการทั่วไป GEELY RIDDARA ประเทศไทย เปิดเผยว่าหลังจาก GEELY RIDDARA ได้เปิดตัว RIDDARA RD6 รถกระบะไฟฟ้า 100% คันแรกอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมาด้วยแนวติด  Drive Like An SUV, Function Like A Pickup : สะดวกสบายระดับ SUV ตอบโจทย์ทุกการใข้งานแบบกระบะ “ ด้วยการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ประกอบกับประสิทธิภาพในการขับขี่อัจฉริยะที่โดดเด่น ทำให้ RIDDARA RD6 ได้รับความสนใจรวมทั้งการชื่นชอบอย่างกว้างขวางจากผู้บริโภคและสื่อมวลชนในประเทศไทยอย่างรวดเร็ว   อีกทั้งยังได้รับรางวัล “รถกระบะไฟฟ้ายอดเยี่ยม : Best Pickup EV” จากเวที Car Of The Year 2025 ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม เทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ และภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งของแบรนด์ GEELY RIDDARA

ปัจจุบัน GEELY RIDDARA มียอดขายเป็นอันดับหนึ่งของตลาดรถกระบะไฟฟ้า100%ในประเทศจีน โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่าร้อยละ 50 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจไปยังกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมทั้งตะวันออกกลาง เอเชียแปซิฟิก อเมริกากลาง อเมริกาใต้  และยุโรปตะวันออก

ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในกลยุทธ์ระดับสากลของ GELLY RIDDARA ซึ่งบริษัทฯ จะมุ่งเน้น 4 ด้านหลักเพื่อสร้างประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครอบคลุมทั้ง การพิจารณาการลงทุนสร้างโรงงานประกอบในประเทศไทยเพื่อให้ไทยเป็นฐานการผลิตหลักสำหรับตลาดในประเทศและรองรับตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ; การพัฒนาและผสานเครือข่ายผู้จำหน่ายของ GEELY RIDDARA ให้เกิดการเสริมศักยภาพซึ่งกันและกันเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยตั้งเป้ามีโชว์รูมและศูนย์บริการ 40 แห่ง ทั่วประเทศ ;  การแนะนำรถกระบะพลังงานไฟฟ้าที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ครอบคลุม และขยายทางเลือกด้านพลังงานใหม่ให้มีความหลากหลาย  รวมไปถึงการพัฒนาระบบบริการหลังการขายเพื่อยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าที่มีต่อบริการของ GEELY RIDDARA ผ่านการขยายเครือข่ายศูนย์บริการให้ครอบคลุมทั่ววประเทศเพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้นพร้อมจัดเตรียมอะไหล่สำรองให้เพียงพอและสามารถจัดส่งอะไหล่ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุดมร. จาง ชง กล่าว

ไฮไลท์ของ GEELY RIDDARA ในงาน Bangkok International Motor Show

ในงาน Bangkok International Motor Show 2025 นี้ นอกเหนือจากการนำ RIDDARA RD6 รถกระบะพลังงานไฟฟ้ามาจัดแสดงและจำหน่ายครบทุกรุ่นแล้ว   GEELY RIDDARA ได้แนะนำรถกระบะพลังงานไฟฟ้า RIDDARA RD6 รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ที่มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 86kWh ซึ่งให้ระยะทางในการขับขี่ที่สูงถึง  503  กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ระยะทางไกลได้มากขึ้นอีกทั้งยังมีค่าบำรุงรักษาและค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่น้อยกว่ารถกระบะสันดาปทั่วไป จึงเป็นทางเลือกการเดินทางที่คุ้มค่าและประหยัดมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการแนะนำหลังคาซันรูฟ (Sunroof) เป็นตัวเลือกพิเศษ สำหรับ RIDDARA RD6 รุ่น 86kWh ขับเคลื่อน 4 ล้อ เพื่อเพิ่มประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบเอาท์ดอร์ได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ GEELY RIDDARA ยังมีชุดอุปกรณ์ตกแต่งรอบคันของ RIDDARA  RD 6 มาแสดงและจัดจำหน่าย

ข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับลูกค้าที่จอง RIDDARA RD6

GEELY RIDDARA มอบข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถกระบะพลังงานไฟฟ้า RIDDARA RD6 ในงาน Bangkok International Motor Show หรือที่ผู้แทนจำหน่าย GEELY RIDDARA อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม ถึง 6 เมษายน 2568

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 59%* หรือเลือกผ่อนเริ่มต้นเพียง 8,888 บาท**​ (เมื่อดาวน์ 30% นาน 48 เดือน​)
  • ​รับประกันคุณภาพรถใหม่ 6ปี หรือ150,000 กม.
  • รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 200,000 กม.
  • ฟรี RIDDARA โฮมชาร์เจอร์พร้อมติดตั้ง
  • ฟรี ประกันภัยรถยนต์ ชั้น1
  • ฟรี ค่าอะไหล่และค่าแรงบํารุงรักษา 6 ครั้งแรก
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 6 ปี
  • ฟรี แพ็คเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ (Internet usage) 2 GB นาน 1 ปี
  • ฟรี สายชาร์จเคลื่อนที่
  • ฟรี ค่าจดทะเบียน มูลค่า 5,000 บาท

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

**เมื่อคำนวณจากรุ่น RD6 2WD63 kWh ราคา 899,000 บาท​

RIDDARA RD6: 

Drive Like An SUV, Function Like A Pickup: สะดวกสบายระดับ SUV ตอบโจทย์ทุกการใข้งานแบบกระบะ

RIDDARA RD6   โดดเด่นด้วยนวัตกรรม M.A.P (Multiplex Attached Platform) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแพลตฟอร์มรถยนต์ที่พัฒนาเอาจุดเด่นของรถกระบะและรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามาผสมผสานกัน ทำให้ RIDDARA RD6 มีความโดดเด่นทั้งในด้านของการออกแบบ สมรรถนะและความอัจฉริยะในแบบฉบับของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ด้วยโครงสร้างตัวถังขนาดใหญ่และมีความปลอดภัยสูง อีกทั้งยังมอบพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบาย และติดตั้งระบบความปลอดภัยและระบบช่วยในการขับขี่ที่ครบครัน พร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่รองรับทั้งการเดินทาง และการทำกิจกรรมแบบเอาท์ดอร์ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีค่าบำรุงรักษาและค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่น้อยกว่ารถกระบะสันดาปทั่วไป

RIDDARA RD6 ให้สมรรถนะที่โดดเด่นด้วยอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.5 วินาที และแรงบิดสูงสุด 595 นิวตันเมตร มาพร้อมช่องจ่ายกระแสไฟตามมาตรฐานยุโรปขนาด 6KW ที่กระบะท้าย รวมไปถึงการเชื่อมต่อและควบคุมรถผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือทำให้สามารถควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ ภายในรถจากระยะไกลผ่านสมาร์ทโฟน

RIDDARA RD6 มอบความสะดวกสบายระดับ SUV ด้วยห้องโดยสารขนาดใหญ่ที่เงียบสงบด้วยเทคโนโลยี Pure Electric NVH Silent พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ถึง 14.6 นิ้ว ที่ชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สายขนาด 50W ระบบปรับอากาศแบบ Dual Zone ที่มาพร้อมระบบกรองอากาศ CN95 filter ที่สามารถกรองฝุ่นPM2.5และไอเสียจากภายนอกห้องโดยสารได้ พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง เบาะหนังคุณภาพสูงดีไซน์เอกลักษณ์สามารถปรับด้วยไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมระบบระบายอากาศที่เบาะโดยสาร เบาะหน้าเอนราบได้แบบ 180 องศา พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง และสิ่งอำนวยความสะดวกอีกครบครัน

RIDDARA RD6 ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 แบบอัตโนมัติ โดยมีโหมดการขับขี่ 7 โหมด สำหรับสภาพถนนที่แตกต่างกัน (Sand / Mud / Off-road / Wading / Economy / Comfort / Sport) อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยความสามารถในการลุยน้ำลึกได้สูงสุด 815 มิลลิเมตร มีพื้นที่บรรทุกกระบะท้ายขนาด 1,200 ลิตร ช่องเก็บของใต้ฝากระโปรงหน้าขนาด 70 ลิตร และพื้นที่จัดเก็บเพิ่มเติมใต้เบาะผู้โดยสารด้านหลังอีก 48 ลิตร อีกทั้งยังมีความสามารถในการลากจูงได้สูงสุดถึง 3,000 กิโลกรัม

RIDDARA RD6 มีระบบความปลอดภัยรอบคัน ซึ่งรวมถึงระบบช่วยในการขับขี่ ADAS (Advanced Driving Assistance Systems) สูงสุด 14 ระบบ และกล้องมองภาพรอบทิศทาง 540 องศา รวมไปถึงถุงลมนิรภัย 6 จุดช่วยปกป้องทั่วทั้งห้องโดยสาร ยิ่งไปกว่านั้นตัวรถสร้างขึ้นจากเหล็กกล้าที่มีความแข็งแรงสูงซึ่งคิดเป็นกว่า 70% ของโครงสร้างรถ

RIDDARA RD6 มีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยมีราคาจำหน่ายดังนี้

  • RIDDARA RD6 2WD 63kWh ราคา 899,000 บาท
  • RIDDARA RD6 2WD 73.9 kWh ราคา 999,000 บาท
  • RIDDARA RD6 4WD 73.9 kWh ราคา 1,149,000 บาท
  • RIDDARA RD6 4WD 86kWh ราคา 1,299,000 บาท
  • RIDDARA RD6 2WD 86kWh ราคา 1,159,000 บาท
  • RIDDARA RD6 4WD 86kWh (Sunroof) ราคา 1,335,000 บาท

ร่วมสัมผัสนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของ GEELY RIDDARA ได้ที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.00 – 22.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ เวลา 11.00 – 22.00 น.  หรือที่ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า GEELY RIDDARA Call Center  ที่หมายเลข 02-039-5777