Home Blog Page 94

(มีคลิปวีดีโอ) ทดลองขับ “BMW The i7 xDrive 60 M Sport” ลักซูรี่ซีดานไฟฟ้า พละกำลังกว่า 700 แรงม้า แถมยังวื่งได้ไกลกว่า 620 กม. ที่สุดแห่งค่ายใบพัดที่มากับความพรีเมียมในทุกมิติ

0
BMW The i7 9

BMW The i7 xDrive 60 M Sport ออกโชว์ตัวในวาระสำคัญเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ในฐานะเป็นพาหนะรับ-ส่ง ผู้นำชาติต่างๆที่เข้าร่วมประชุม APEC ซึ่งในครั้งนั้นถือเป้นลอตพิเศษ จำนวนไม่เกิน 40 คัน วันนี้มิลเลนเนียม ออโต้ ในฐานะหัวเรือใหญ่ที่ได้รับมอบหมายจาก BMW Thailand เพื่อดูแลและจำหน่ายรถยนต์รุ่นนี้โดยเฉพาะ รวมถึงเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี ที่ มิลเลนเนียม ออโต้ ได้ดำเนินกิจการ จึงเกิดโปรเจคพิเศษสำหรับส่วนลดและของแถม โดยจะแจ้งให้ทราบเร็วๆนี้ แต่สำหรับลักซูรี่ซีดานไฟฟ้าหรูคันนี้ จะมีความพรีเมียมในด้านใด รวมถึงมีคุณสมบัติพิเศษอะไรบ้างที่ถือเป็นไฮไลท์ ติดตามได้จากรายงาน

BMW The i7 ลักชัวรีซีดานที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของสายพันธุ์ 7 Series ในครั้งนี้มีด้วยกันถึง 2 รุ่นได้แก่ BMW The i7 xDrive60 M Sport Gran Lusso ราคา 9,249,000 บาท และ BMW The i7 xDrive60 M Sport ราคา 8,149,000 บาท

BMW The i7 1

BMW The i7 มากับมิติตัวถังที่มีความยาว 5,391 มม. กว้าง1,950 มม. และสูง 1,544 มม. ไฟหน้าแบบแยกส่วน เดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ ประดับด้วยคริสตัล Swarovski ล้อในรุ่นมาตรฐานขนาด 21 นิ้ว ส่วนรุ่น Gran Russo ขนาด 22 นิ้ว สีตัวถังแบบทูโทน รวมถึงมีเซนเซอร์ตรวจสอบสภาพพื้นถนน ซึ่งเป็นจุดที่แตกต่างและทำให้ราคาสูงกว่ารุ่นปกติ ด้านหน้าออกแบบสะท้อนทิศทางการออกแบบรถยนต์กลุ่มลักชัวรีของ BMW ยุคใหม่

BMW The i7 2

BMW The i7 3

ห้องโดยสารอัลตราลักชัวรี หรูหราระดับเฟิร์สคลาส ตกแต่งด้วยหนังแท้ Merino, คริสตัล Swarovski และหลังคาพาโนรามิกสกายเลานจ์ เบาะหลังถือว่าเป็นทีเด็ดในสไตล์ Executive Lounge ปรับเอนได้ พร้อมฟังก์ชันนวด อุ่น และระบายอากาศ

BMW The i7 4

จอหลังแบบ Theatre Screen ขนาด 31.3 นิ้ว (8K) รองรับ Amazon Fire TV และ HDMI พร้อมระบบปรับเบาะ/ม่าน/ไฟห้องโดยสาร ผ่านทัชสกรีนบริเวณประตูหลังพร้อมระบบเสียง 4D Bowers & Wilkins Diamond Surround Sound System 36 ลำโพง

BMW The i7 5

คอนโซลหน้ามากับจอ Curved Display 14.9 นิ้ว + 12.3 นิ้ว พร้อมระบบปฎิบัติการ BMW iDrive 8.5 มากับฟังค์ชั่นสั่งงานด้วยเสียง ‘Hey BMW’

BMW The i7 6

BMW The i7 ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าจากมอเตอร์คู่ ให้กำลังสูงสุด 544 แรงม้า ทำอัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ภายใน 4.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แบตเตอรี่ลิเธียมไออออนขนาด 105 กิโลวัตต์ชั่วโมง ระยะทางวิ่งสูงสุด 625 กม./ชาร์จ (WLTP) รองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 195 kW (10–80% ใช้เวลาประมาณ 34 นาที) และ AC 22 kW ทำงานร่วมกับช่วงล่างถุงลมแบบอะแด๊ปทีฟ พร้อมระบบเลี้ยว 4 ล้ออัตโนมัติ

BMW The i7 7

เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 25 ปี มิลเลนเนียม ออโต้ ได้จัดราคาพิเศษ พร้อมExclusive Program สุดพิเศษสำหรับ BMW The i7 มูลค่ากว่า 6 แสนบาท ทั้งยังมีการจัดกิจกรรมลูกค้า High Tea Reception & Exclusive test drive ในวันที่ 18-20 กรกฎาคมนี้ที่ โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

BMW The i7 9

Exclusive program สุดพิเศษมีดังนี้
• BSI Standard นาน 4 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
• ประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 3 ปี
• Wallbox Charger
• บัตรโดยสารสายการบินไทย ไป-กลับญี่ปุ่น จำนวน 4 ที่นั่ง(2 BC และ 2 ECO)
• กล่องใส่กุญแจ
• คะแนนสะสม Mobilife Point
• BMW Advance car eye 3.0 pro
• บัตรเครดิต UOB รูดจองสูงสุด 1,000,000 บาท ผ่อน 0% นาน 3 เดือน

“อีซูซุ” แจกจริง กับแคมเพจ์นสุดพิเศษ “ดีแมคซ์ ดีจริง ลุ้นทองทุกสัปดาห์”

0
อีซูซุ 7

อีซูซุจัดแคมเพจ์นพิเศษ “ดีแมคซ์ ดีจริง ลุ้นทองทุกสัปดาห์” สำหรับลูกค้าที่ซื้อและรับรถอีซูซุ ดีแมคซ์ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม 2568 ลุ้นรับรางวัลจี้ทองคำน้ำหนัก 2 สลึง มูลค่า 26,051.39 บาท จับรางวัลทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 22 รางวัล จำนวน 9 สัปดาห์ รวม 198 รางวัล คิดเป็นมูลค่ารวม 5,158,175.17 บาท

อีซูซุ 1ตอกย้ำแนวคิด “ISUZU Trusted Buddy…อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” รถปิกอัพคุณภาพ “ดีแมคซ์ ดีจริง” ปิกอัพที่รวมทุกความต้องการไว้ครบ ทั้งในเรื่องความแรง ความประหยัดน้ำมัน ความทนทาน การเกาะถนน และความคุ้มค่า จับสลากครั้งแรกโดย คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ผู้แทนจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยและผู้แทนสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยาน ในวันที่ 11 กรกฎาคม 2568 ณ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด

อีซูซุ 2

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม https://www.isuzu-tis.com/specialoffer/pup/dmdj

หมายเหตุ
– สิทธิ์ในการลุ้นรางวัลจะถูกแบ่งตามรอบการจับรางวัล ผู้ที่ซื้อและรับรถในช่วงเวลาของรอบใด จะมีสิทธิ์ ลุ้นรางวัลเฉพาะในรอบการจับรางวัลของสัปดาห์นั้นๆ เท่านั้น และสิทธิ์ดังกล่าวจะไม่ถูกนำไปรวมเพื่อจับรางวัลในรอบถัดไป
– ผู้โชคดีมีสิทธิ์ได้รับรางวัลเพียงครั้งเดียวเท่านั้น และลูกค้า 1 สิทธิ์ จะมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลจับสลากได้เพียง 1 ครั้ง (1รอบ) เท่านั้น ลูกค้านิติบุคคลและลูกค้ารายใหญ่ (Fleet Customer) สามารถร่วมแคมเพจ์นได้ และได้รับ 1 สิทธิ์เท่านั้น
– ประกาศรายชื่อผู้โชคดีในวันที่มีการจับสลาก เวลา 18.00 น. ผ่านเพจ FB : All-New ISUZU D-Max และทางผู้จำหน่ายอีซูซุทั่วประเทศ พร้อมรายละเอียดการรับรางวัล
– ใบอนุญาตจับสลากเลขที่ 1047-1055/2568

เติม “บางจากไฮพรีเมียม” รับฟรีน้ำแร่ธรรมชาติ Limited Collection 4 ลวดลายสวยงามน่าสะสม

0
บางจากไฮพรีเมียม 1

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัดสมนาคุณสมาชิกบางจากกรีนไมลส์ เมื่อเติมน้ำมันกลุ่มไฮพรีเมียม ได้แก่ บางจากไฮพรีเมียม 97 หรือ บางจากไฮพรีเมียมดีเซล S ครบทุก 1,200 บาท รับฟรี น้ำแร่ธรรมชาติ 100% บรรจุกระป๋องลิมิเต็ดคอลเลกชัน จำนวน 1 กระป๋อง มูลค่า 25 บาท มีทั้งหมด 4 ลวดลายน่าสะสม ตั้งแต่ 15 กรกฎาคม 2568 ถึง 15 ตุลาคม 2568 ณ สถานีบริการน้ำมันบางจากทั่วประเทศที่ร่วมรายการ พิเศษ! รับเพิ่ม ส่วนลดลิตรละ 3 บาท ทุกวันจันทร์จนถึงวันจันทร์ที่ 29 กันยายน 2568 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bangchakmarketplace.com

บางจากไฮพรีเมียม 2

น้ำแร่ธรรมชาติบรรจุกระป๋อง ลิมิเต็ดคอลเลกชัน เป็นน้ำแร่ธรรมชาติ 100% จากแหล่งน้ำที่ดีที่สุดในจังหวัดระนอง ผ่านกระบวนการผลิตที่สะอาด ปราศจากกำมะถัน มีปริมาณแร่ธาตุที่เหมาะสมต่อร่างกาย บรรจุกระป๋องลวดลายสวยงาม มี 4 ลายให้เลือกสะสม ได้แก่ Performance Power Protection และ Pureness ซึ่งสื่อถึงประสิทธิภาพน้ำมันบางจากไฮพรีเมียม และยังใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิลได้ 100% เป็นผลดีต่อสภาพแวดล้อม

บางจากไฮพรีเมียม 3

บางจากฯ พัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพสูงมาตรฐานระดับโลกอย่างต่อเนื่อง โดยน้ำมันบางจากจากกลุ่มไฮพรีเมียม เป็นพรีเมียมแก๊สโซฮอล์และพรีเมียมดีเซลสูตรที่ดีที่สุดของบางจาก ที่คัดสรรเนื้อน้ำมันและมีสารเพิ่มคุณภาพสูตรที่พัฒนาและทดสอบจากสหรัฐอเมริกา ทำให้ได้น้ำมันพรีเมียมที่มีค่าออกเทนและซีเทนสูงเหนือกว่ามาตรฐาน พร้อมทำความสะอาดหัวฉีดได้อย่างหมดจด เป็นพลังสะอาดที่ให้สมรรถนะทั้งความแรง และการปกป้องเครื่องยนต์ถึง 100% เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://hipremium.bangchakmarketplace.com/

 

Leapmotor สร้างประวัติศาสตร์ใหม่! ครองอันดับ 1 ยอดขายกลุ่มสตาร์ทอัพ NEV ในจีน

0
Leapmotor 1

Leapmotor ก้าวสู่จุดสูงสุดในสมรภูมิรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ด้วยการคว้า อันดับ 1 ด้านยอดขายรวม ในกลุ่มบริษัทสตาร์ทอัพผู้ผลิตรถยนต์ NEV ของจีน ประจำเดือนมิถุนายน 2025 พร้อมครองแชมป์ยอดขายรวม ตลอดครึ่งปีแรกของปี 2025 ตอกย้ำศักยภาพการเติบโตแบบก้าวกระโดด ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า เดือนมิถุนายน 2025 ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ Leapmotor กับยอดส่งมอบ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 48,006 คัน เติบโตถึง 138% เมื่อเทียบปีต่อปี (YoY) และยังเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกันที่ Leapmotor มีตัวเลขการส่งมอบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 25,170 คันในเดือนมกราคม สู่ 48,006 คันในเดือนมิถุนายน หรือเพิ่มขึ้นถึง 91% ในช่วงครึ่งปีแรก ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงการดำเนินงานที่เป็นระบบ ทั้งในด้าน การจัดการซัพพลายเชนอย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตรงใจผู้บริโภค และความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในแบรนด์ Leapmotor ยอดขายสะสมของ Leapmotor ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 รวมกว่า 221,664 คัน ขึ้นแท่น อันดับ 1 ในกลุ่มสตาร์ทอัพ NEV ของจีนอย่างมั่นคง Leapmotor ยังคงเดินหน้าสานต่อความสำเร็จจากปี 2024 ซึ่งสามารถส่งมอบรถได้ถึง 293,724 คัน เติบโตเกือบเท่าตัวจากปี 2023 เปลี่ยนสถานะจาก ผู้ท้าชิง สู่ ผู้นำเบอร์หนึ่ง ของกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์พลังงานใหม่สตาร์ทอัพจีนอย่างเต็มภาคภูมิ

Leapmotor ไม่เพียงแค่เติบโต แต่กำลังขับเคลื่อนอนาคตใหม่ของวงการยานยนต์ไฟฟ้าในจีน

BIG MOTOR SALE 2025 วันมหกรรมขายรถยนต์ &มอเตอร์ไซค์ ฉลองใหญ่ปีที่ 12 ย้ำแนวคิด “เราจะยกโชว์รูม มาขายที่นี่.!” จัดเต็มโปรโมชั่นพิเศษมากมาย สุดคุ้มค่า 22-31 สิงหาคม ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

0
BIG MOTOR SALE 2025 1

บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด ประกาศพร้อมจัดงานใหญ่ BIG MOTOR SALE 2025 วันมหกรรมขายรถยนต์ &มอเตอร์ไซค์ ภายใต้คอนเซ็พท์ “เราจะยกโชว์รูม มาขายที่นี่!” โดยร่วมกับผู้ประกอบการรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ จัดทัพผลิตภัณฑ์ล่าสุดร่วมงานเนืองแน่น จัดใหญ่.. ฉลองปีที่ 12 ของการจัดแสดงงาน พร้อมอัดโปรโมชั่นหลากหลาย ความบันเทิงครบครัน เพื่อร่วมผลักดันตลาดยานยนต์ประเทศไทยในช่วงกลางปี

นายจรวย ขันมณี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป และ ประธานกรรมการอำนวยการจัดงาน Bangkok International Grand Motor Sale 2025 หรือ BIG MOTOR SALE 2025 เผยว่า “ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด ถือเป็นสื่อกลางในการช่วยสนับสนุนแบรนด์สินค้าและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ได้เพิ่มโอกาสขายในช่วงกลางปีให้มีมากขึ้น นับตั้งแต่ปีแรก 2014 มาจนถึงปีที่ 12 นี้ ยังคงยืนยันว่าการขายรถยนต์ได้ 1 คัน สามารถสร้างมูลค่าต่อเนื่องให้ธุรกิจอื่นอีกมากมาย การจัดงานในแต่ละปีเราจึงมุ่งเน้นการสร้างบรรยากาศงานให้คึกคัก เป็นมหกรรมขายรถยนต์ &มอเตอร์ไซค์ สำหรับทุกคนในครอบครัว ด้วยผลิตภัณฑ์ยานยนต์หลากหลายทั้งที่เปิดตัวใหม่และรุ่นยอดนิยม มีการประชาสัมพันธ์เชิญชวน ทุกช่องทางอย่างเต็มที่ อาทิ
•โฆษณาผ่านป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่ 35 จุดทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมเนื้อที่โฆษณาบนป้ายบิลบอร์ดทั้งหมดในการนี้ถึง 6,963 ตารางเมตร
•โฆษณาผ่านจอ LED ขนาดใหญ่อีก 10 จอ ในตัวกรุงเทพฯ ชั้นใน
•โฆษณาผ่านท้ายรถประจำทาง ทั้งหมด 550 คัน ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล
•โฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ของยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป ทั้งหมด (bigmotorsale/ยานยนต์กรุ๊ป/นักเลงรถกระบะ/นักเลงมอเตอร์ไซค์) โดยซื้อบูสท์โพสต์เต็มอัตราทั้งก่อนงานและระหว่างงาน
•จัดพิมพ์บัตรอภินันทนาการ บัตรฟรี โดยสั่งพิมพ์ที่ สยามสปอร์ต ซินดิเคท (มหาชน) ด้วยจำนวนถึง 4,000,000 ฉบับเพื่อมอบแก่ผู้สนใจเข้าชมงานอย่างทั่วถึง ผ่านพันธมิตรภาคธุรกิจ หน่วยงาน และ ผู้ประกอบการต่างๆ
•จัดให้มีการถ่ายทอดบรรยากาศในงานผ่านสถานีโทรทัศน์ 9MCOT HD ในวันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม 2568 เวลา 14.00 – 15.00 น.
•เปิดให้สื่อมวลชนสายยานยนต์ สายเศรษฐกิจ และสายสังคมธุรกิจได้ลงทะเบียนเข้าร่วมชมและนำเสนอข่าวสารต่างๆ ในงาน โดยเริ่มเปิดลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งจากสถิติเมื่อปี 2567 มีผู้สื่อข่าวสนใจลงทะเบียนและเข้าทำข่าวในงานเป็นจำนวน 597 คนจาก 294 สำนักข่าวสารเพื่อรายงานความเคลื่อนไหวต่างๆ”
“ยิ่งไปกว่านั้นในปีที่ 12 นี้ ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป ได้ผนึกกำลังกับ บริษัท คอร์โนแอนด์ แนช จำกัด ในเครือ สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด ผู้จัดงาน BANGKOK AUTO SALON และ บริษัท ทีเอ็มเอฟ จำกัด มอบความคุ้มค่าให้แก่คนไทย โดยจัดงานต่อเนื่องกันถือเป็นปรากฏการณ์สำคัญของวงการยานยนต์ที่จะรวมทั้ง รถบ้าน รถไฟฟ้า มอเตอร์ไซค์ อุปกรณ์ตกแต่งรถโมดิฟายด์ระดับเวิลด์คลาสมาอยู่ร่วมกันใต้ชายคาเดียว”

โดยทั้ง 2 งานมีข้อแตกต่างและสร้างจุดสนใจให้กับผู้เข้าชมงานในแต่ละรูปแบบที่ไม่เหมือนกัน เพื่อประโยชน์ของผู้เข้าชมจะได้เลือกสรรสิ่งที่ถูกใจที่สุด นั่นคือ
•BIG MOTOR SALE 2025 เป็นมหกรรมขายรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ในแบบ “ยกโชว์รูมมาไว้ที่นี่” เพื่อการใช้งานที่คุ้มค่าพร้อมแค็มเปญน่าสนใจ มีทั้งรถใหม่และรถยูสด์คาร์พรีเมี่ยมตลอดจนมอเตอร์ไซค์หลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้งานอย่างจุใจ วันแสดงงาน : 22 – 31 สิงหาคม 2568
•BANGKOK AUTO SALON 2025 เป็นงานแสดงและจำหน่ายเฉพาะรถที่ผ่านการตกแต่งโมดิฟายด์เพื่อเพิ่มความสวยงามเตะตาหรือเพิ่มพลังรวมทั้งจำหน่ายอุปกรณ์การตกแต่งและอุปกรณ์ที่ใช้กับ ยานยนต์แบบเหนือมาตรฐานจากโรงงาน วันแสดงงาน : 27 – 31 สิงหาคม 2568

BIG MOTOR SALE 2025 เปิดให้เข้าชมงานตั้งแต่วันศุกร์ที่ 22 – วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม 2568 (วันธรรมดา 12.00 น. – 21.00 น. / วันเสาร์-อาทิตย์ 11.00 น. – 21.00 น.) ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ผู้พิการ ผู้อาวุโส อายุ 60 ปีขึ้นไป นักเรียน นักศึกษาในเครื่องแบบ เด็กๆ ความสูงไม่เกิน 120 ซม. เข้าชมฟรี…และยินดีต้อนรับน้องหมาน้องแมวในรถเข็น

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/bigmotorsale.yanyont

(มีคลิปวีดีโอ) ทดลองขับ “New MG IM6” หรู แรง ควบคุมง่าย เทคโนโลยีทันสมัย แถมราคาโดนใจ

0
New MG IM6 1

New MG IM6 เอสยูวีคูเป้ไฟฟ้าพรีเมียมแบรนด์ เปืดตัวพร้อมราคาจำหน่ายสุดว๊าว เริ่มที่รุ่น Premium RWD (มอเตอร์เดี่ยว) ราคา1,399,000 บาท และ รุ่นทีอป Performance AWD (มอเตอร์คู่) ราคา 1.799,900 บาท ซึ่งโดดเด่นจากสมรรถนะที่มาจากมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Dual Motor ติตตั้งที่ลิอหน้าและหลัง ให้พละกำลังสูงถึง 747 แรงม้า 802 นิวตันเมตร 0-100 กม./ชม. ในเวลา 3.4 วินาที แบตเตอรี่ขนาดความจุ 100 กิโลวัตต์ชัวโมง ชาร์จเต็มทำระยะทางได้ถึง 634 กม.พร้อมระบบช่วงล่างแบบถุงลมกับ 6 โหมดการขับขี่ที่ปรับแต่งมาได้อย่างลงตัว ในส่วนของ Crab Mode หรือ โหมดปู ซึ่งเป็นการเลี้ยว 4 ล้อในที่แคบ พร้อมระบบ ADAS ที่เคยทดลองปิดการมองเห็น และใช้เซ็นเซอร์ในการตรวจสอบเส้นทาง เมื่อครั้งที่ได้ลองขับครั้งแรก

ในครั้งนี้เป็นการใช้งานจริงหลากรูปแบบ เพื่อเจาะลึกถึงคุณสมบัติต่างๆของ New MG IM6 ซึ่งเรื่องราวต่างๆจะเป็นเช่นไร ติดตามได้จากรายงาน

New MG IM6 1

ที่มาของความพรีเมียมจากประเทศจีน สำหรับ IM ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารและทำตลาดของ SAIC MOTOR ในแดนมังกร แต่มาถึงเมืองไทย บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ทำตลาดพร้อมกับใช้ชื่อ “New MG IM6”

New MG IM6 ได้แรงบันดาลใจการออกแบบในสไตล์ Interligent Emotion ซึ่งได้ University of Art of Lpndon ช่วยออกแบบเพื่อให้เป็นเอสยูวีคูเป้ที่ผสมผสานความโค้งมนและเรียบง่าย รวมถึงการใช้งานที่สะดวกสบาย มีความยาว 4.9 กว้าง 1.8 ม.และสูงเกือบ 1.7 ม.ในขณะที่ฐานล้อยาวเกือบ 3 ม.

New MG IM6  2
ล้อขนาด 20 นิ้ว ยางคู่หน้า ขนาด 235/50 R20 – ยางคู่หลัง ขนาด 255/45 R20 มีระบบเบรคจาก Continental ที่มีคาลิเปอร์ขนาดใหญ่ ประตูติดตั้งกระจกไร้ขอบ และ แบบ 2 ชั้น Acoustic Glass รอบคัน ส่วนหลังคาก็เป็นกระจกขนาดใหญ่เคลือบฟิลม์กันแสงยูวีกินพื้นที่ 2.1 ม.

New MG IM6  3

ภายในออกแบบเรียบหนู มีสีเดียวคือ Hiland Grey เบาะนั่งใช้วัสดุรวม 10 layer หรู นุ่มสบาย คล้ายขนมปัง สำหรับคู่หน้ามีการติดตั้งระบบดันหลังพร้อมระบายอากาศ เบาะหลังปรับพับได้มีรองน่องมาให้ ซึ่งถ้าพับจะทำให้ขยายพื้นที่บรรทุกสัมภาระได้กว่า 1600 ลิตร

New MG IM6  4

New MG IM6  10

สร้างบรรยากาศในห้องโดยสารด้วย Amblient Light มากถึง 256 เฉดสี ระบบปรับอากาศ Dual Zone มีกล่องอเนกประสงค์ที่ทำความเย็นและใช้แช่น้ำได้ หน้าจอทัชสกรีนขนาด 26.3 และ 10.5 รองรับApple และ endriod พร้อมลำโพงติดตั้งมาให้ถึง 20 จุด

New MG IM6 5

ระบบความปลอดภัย ADAS ติดตั้งมาเต็มพิกัดมากถึง 16 ระบบ ประมวลผลจากเซนเซอร์และกล้องมองภาพที่ติดตั้งไว้รอบคัน ซึ่งหน่วยความจำจดจำเส้นทางได้ถึง 100 ม.สำหรับระบบช่วยจอด รวมถึงโหมดตัวช่วยในการเดินทางที่สมบุกสมบันอย่าง HDC หรือ Hill Desent Control ไว้คอยควบคุมความเร็วในการลงทางชัน และมี Pet Mode ลอครถเปิดแอร์ด้านในได้สบาย

New MG IM6 Performance AWD มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ใช้ระบบ Oil Cooling ระบายความร้อนให้ระบบมอเตอร์ ให้กำลังสูงสุด 787 แรงม้า 802 นิวตัน 0-100 ได้ 3.4 วิ ความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม.

แบตเตอรี่ Lithium-ion (NMC) 875V จาก CATL ขนาดความจุ 100 kWh กระแสไฟเต็มสามารถทำระยะทางได้ถึง 634 กม. และชาร์จ10-80% ในเวลา 18 นาที

New MG IM6 7
ช่วงล่างหน้า ดับเบิลวิชโบน หลัง มัลติลิงค์ พร้อมระบบถุงลม ซึ่งทำงานตาม 6 โหมดการขับขี่ซึ่งนอกจากทำให้นุ่มนวล ยังปรับบาลานซ์ตัวรถให้ทุกกรณีไม่ว่าจะเป็นขณะเลี้ยว และมีวงเลี้ยวแคบเพียง 5.09ม ซึ่งมีส่วนมาจากล้อหลังที่เลี้ยวได้ ในขณะความเร็วต่ำ จะหักคนละมุมกับล้อหน้า แต่หากความเร็วสูงจะเลี้ยวทิศทางเดียวกับล้อหน้า

การทดสอบในครั้งนี้มีหลายเรื่องที่อยากเล่า ว่ากันด้วยเรื่องการควบคุมรถ ระบบช่วงล่างดีมาก คาแรคเตอร์ระบบรองรับเป็นไปด้วยความนุ่มนวลจากระบบถุงลม นนพวงมาลัยไม่มาก คุณผู้หญิงขับได้สบาย แถมช่วงฟรีน้อย และควบคุมรถได้แม่นยำ

New MG IM6 8

ในส่วนของหลังคากระจกยังคงเป้นต้นเหตุของความร้อนที่เข้ามาสะสมยังห้องโดยสาร แก้ไม่ยากเพียงหาฟิลม์กรองแสงติดหลังคาใหม่ แต่ที่ยากน่าจะเป็นเรื่องของช่องลมแอร์ที่เรียวและเล็ก ซึ่งเป้นเหตุให้ความเย็นกระจายทั่วห้องโดยสารได้แต่ แต่ก้มีตัวช่วยในส่วนของช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

New MG IM6 9

หากอยากซิ่งในโหมดสปอร์ต พละกำลังที่สะสมไว้ถึง 787 แรงม้ากับแรงบิด 802 นิวตันเมตร ก็พร้อมจะปล่อยพลังลงพื้น พร้อมกับระบบช่วงล่างที่เฟริ์มกว่าโหมดอื่นๆ เพราะถุงลมและความสูงของตัวรถที่เตี้ยลงเล็กน้อย ทำให้การโยนตัวของโครงสร้างตัวถังนั้นน้อยมาก ส่งผลให้ควบคุมรถได้มั่นใจยิ่งขึ้น

New MG IM6 12

 

และต้องถือว่าเป็นรถไฟฟ้าที่ชาร์จได้เร็วจากกำลังไฟแรงที่รองรับได้ถึง 800 โวลท์ หากพลังงานต่ำ เวลาที่เรียกกำลังคืนมาจาก 10-80% ใช้เวลาน้อยนิดเพียง 18 นาที เท่านั้น เพียงแต่สถานีบริการนั้นต้องมีหัวจ่ายไฟที่กำลังสูง

New MG IM6  11

เร็วๆนี้ เอ็มจี เซลส์ ประเทศไทย จะทำการอัพเดทซอฟท์แวร์ของระบบการทำงานใน New MG IM6 ซึ่งแน่นอนการทำงานต่างๆรวมถึงระบบทัชแพด และฟีเจอร์ที่มีจะได้รับการพัฒนาใหม่ในด้านการใช้งาน ซึ่งจะส่งผลให้การใช้งานต่างๆในรถคันนี้สะดวกยิ่งขึ้นกว่าเดิม

New MG IM6  13

เรื่องราวต่างๆเป็นเพียงการสรุปหัวข้อความสำคัญที่ได้ทำการสัมผัสในช่วงทดสอบ ความคุ้มค่ากับค่าตัว 1.8 ล้านมีทอน ถือว่าเด้ดสุด เพราะสิ่งที่ได้รับจากรถคันนี้ล้วนเป็นอุปกรณ์และระบบที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีชั้นสุง ไม่มีกั๊กเรื่องออฟชั่น และยังเป็นรถที่ขับดีมากด้วยคุณสมบัติเด่น รายละเอียดอื่นๆติดตามต่อได้ในคลิปวีดีโอ

 

“เอ็มจี” ส่ง NEW MG MAXUS 9 PLUS ให้คนไทยครอบครอง e-MPV ในราคาที่ “คุ้มค่า” มากขึ้น เพียง 1,799,000* บาท

0
เอ็มจี 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย สร้างความเคลื่อนไหวครั้งใหม่ในตลาดรถ e-MPV ด้วยการแนะนำ NEW MG MAXUS 9 PLUS รถ e-MPV ไฟฟ้า 100% แบบ 7 ที่นั่ง โดยเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน ผสานเทคโนโลยีเข้ากับดีไซน์ทันสมัย ตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่มองหารถ e-MPV ที่ครบ ทั้งด้านสมรรถนะ ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายเพียง 1,799,000* บาท พร้อมทยอยส่งมอบให้แก่ลูกค้าภายในเดือน สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป

เอ็มจี  2

NEW MG MAXUS 9 คือรถพลังงานไฟฟ้า 100% ที่เข้ามาพลิกโฉมตลาดรถยนต์เมืองไทย ในฐานะรถยนต์ไฟฟ้า e-MPV แบบ 7 ที่นั่ง รุ่นแรกของ เอ็มจี ที่เข้ามาบุกเบิกตลาดรถยนต์ MPV ในประเทศไทย จนกลายเป็นหนึ่งในโมเดลยอดนิยม และในวันนี้ เอ็มจี ได้เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนแนวทางการนำเสนอทางเลือกที่หลากหลายให้เข้ากับความต้องการของผู้บริโภค โดยเพิ่ม NEW MG MAXUS 9 PLUS ชูจุดเด่น “ความคุ้มค่า” ซึ่งได้มีการปรับรายละเอียดใหม่ทั้งภายนอกและภายใน พร้อมฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้มากยิ่งขึ้น อาทิ ม่านกันแดดด้านข้าง เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวภายในห้องโดยสาร ระบบเชื่อมต่อมัลติมีเดีย Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย เบาะนั่งแบบ VIP หุ้มหนังสังเคราะห์ พร้อมลวดลายใหม่ หลังคา Sunroof สำหรับผู้โดยสารตอนหน้า และลำโพงจำนวน 8 ตำแหน่ง พร้อมทั้งยังปรับเปลี่ยนรูปแบบของโต๊ะพับสำหรับผู้โดยสารแถวสอง ให้มีความคล่องตัวในการใช้งานมากขึ้น

เอ็มจี 3

NEW MG MAXUS 9 PLUS ยังมาพร้อมการเปลี่ยนแปลงดีไซน์ภายนอกให้ล้ำสมัยยิ่งขึ้นด้วยระบบไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lights) ที่พาดยาวเชื่อมไฟหน้าทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน ล้ออัลลอยด์ดีไซน์ใหม่ ขนาด 19 นิ้ว ที่มีเส้นสายก้านล้อแบบ Multi-spoke เรียงกันช่วยเสริมภาพลักษณ์ความโฉบเฉี่ยว ขณะเดียวกันยังรองรับการใช้งานนอกสถานที่ด้วยฟังก์ชัน V2L (Vehicle to Load) ที่ให้กำลังสูงถึง 6.6 kW สามารถจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ การแนะนำ NEW MG MAXUS 9 PLUS ยังคงจุดเด่นของโมเดลต้นแบบไว้อย่างครบถ้วน ทั้งระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ห้องโดยสารที่กว้างขวางเงียบสงบ และฟีเจอร์อำนวยความสะดวกที่ครอบคลุมทุกการใช้งาน

เอ็มจี 4

โดย NEW MG MAXUS 9 PLUS มีสีตัวถังให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีขาวหลังคาดำ (Pearl White / Black Top) สีดำ (Black Knight) และสีเทาหลังคาดำ (Granite Grey / Black Top) จัดจำหน่ายในราคาพิเศษเพียง 1,799,000* บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษ ดังนี้
•ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. 1 ปี
•รับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
•ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด
•ฟรี ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGER
•รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ตลอดอายุ
การใช้งาน (LIFETIME WARRANTY)
•ฟรี ชุดพรมปูพื้น
•ตั้งแต่ 9 กรกฎาคม ถึง 31 กรกฎาคม 2568
*หมายเหตุ: ราคาดังกล่าวเป็นราคาคาดการณ์ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

เอ็มจี 5

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “การเปิดตัว NEW MG MAXUS 9 PLUS ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จในกลุ่มรถ e-MPV ที่โดดเด่นด้านความคุ้มค่า โดยมียอดส่งมอบสะสมแล้วกว่า 2,000 คัน ทั้งจากลูกค้ารายบุคคลและองค์กรชั้นนำ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการตอบรับที่ดีจากตลาดไทย และตอกย้ำจุดยืนของแบรนด์ที่มุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพ ในราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น รถรุ่นใหม่นี้ยังมีการปรับปรุงฟีเจอร์บางส่วนเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน ผมเชื่อมั่นว่า NEW MG MAXUS 9 PLUS จะเป็น ‘คำตอบที่ใช่’ สำหรับผู้บริโภคที่มองหา e‑MPV ที่ให้ความคุ้มค่าอย่างแท้จริง” ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ศูนย์บริการ เอ็มจี ทั่วประเทศ หรือ ลิงก์ https://bit.ly/4lbCayJ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

 

“นิสสัน” เสริมทัพนาวารา รุ่นปี 2025 เพิ่ม 3 รุ่นใหม่ ราคาเร้าใจ

0
นิสสัน 1

นิสสันเพิ่มทางเลือกให้กับนิสสัน นาวารา คาลิเบอร์ กระบะยกสูงยอดนิยม 3 รุ่นย่อยใหม่ ได้แก่ รุ่นคิงแค็บ คาลิเบอร์ SL 7AT รุ่นดับเบิลแค็บ คาลิเบอร์ SL 6 MT และรุ่นดับเบิลแค็บ คาลิเบอร์ SL 7AT ที่มาพร้อมสมรรถนะแบบ “ทน พร้อม ลุย” กับราคาที่โดนใจ ให้ลูกค้าเป็นเจ้าของได้ง่ายยิ่งขึ้น

นิสสัน 2

โทชิฮิโระ ฟูจิคิ ประธานนิสสัน ประเทศไทย และนิสสัน อาเซียน กล่าวว่า “นิสสัน นาวารา เป็นหนึ่งในรถกระบะยอดนิยมรวมถึงรถยนต์รุ่นหลักของนิสสันตลอดหลายปีที่ผ่านมา ด้วยความเชื่อถือ และวางใจได้ กับความทนทาน และมากด้วยประโยชน์ใช้สอย พร้อมดีไซน์ทันสมัย การเปิดตัวนิสสัน นาวารา คาลิเบอร์ กระบะยกสูง 3 รุ่นย่อยใหม่นี้ จะเปิดโอกาสให้ลูกค้าที่กำลังมองหารถกระบะที่ “ทน พร้อม ลุย” ได้เป็นเจ้าของรถกระบะที่สามารถใช้งานได้อเนกประสงค์ ทั้งการเดินทางสำหรับทุกคนในครอบครัว หรือการใช้งานในด้านธุรกิจ ภายใต้ราคาที่ดีมากๆ”

นิสสัน นาวารา ทั้ง 3 รุ่นย่อยใหม่ มาพร้อมราคาที่เร้าใจ ได้แก่
•คิงแค็บ คาลิเบอร์ SL 7AT ราคา 758,000 บาท
•ดับเบิลแค็บ คาลิเบอร์ SL 6MT ราคา 792,000 บาท
•ดับเบิลแค็บ คาลิเบอร์ SL 7AT ราคา 842,000 บาท

โดยทั้ง 3 รุ่น มาพร้อมสมรรถนะ และความทรงพลัง ในแบบฉบับของรถกระบะยกสูง ด้วยเครื่องยนต์ที่เรียกแรงบิดมหาศาลได้ตั้งแต่ 1,500 รอบต่อนาที โดยรุ่นคิงแค็บ คาลิเบอร์ SL 7AT และ ดับเบิลแค็บ คาลิเบอร์ SL 7AT มาพร้อมเครื่องยนต์ 2.3 ลิตร ทวินเทอร์โบ ที่ให้พละกำลัง 190 แรงม้า (PS) แรงบิดมหาศาล 450 นิวตัน-เมตร (Nm) ขณะที่รุ่น ดับเบิลแค็บ คาลิเบอร์ SL 6MT มาพร้อมเครื่องยนต์ 2.3 ลิตร เทอร์โบแปรผัน ให้พละกำลัง 160 แรงม้า (PS) แรงบิด 403 นิวตัน-เมตร (Nm) ด้วยพละกำลัง สมรรถนะการใช้งาน และความอเนกประสงค์ ทำให้นิสสัน นาวารา คาลิเบอร์ กระบะยกสูงเหมาะสำหรับการใช้งานทั้งทางธุรกิจ และการเดินทางสำหรับครอบครัว

นิสสัน นาวารา คาลิเบอร์ กระบะยกสูงทั้ง 3 รุ่นย่อยใหม่ มาพร้อมกระจังหน้าสีดำเสริมความดุดัน กันชนสีเดียวกับตัวรถ ตกแต่งด้วยขอบสีดำสุดเท่ และล้อขนาด 17 นิ้ว

นิสสัน 3
นิสสัน นาวารา คาลิเบอร์ กระบะยกสูง 3 รุ่นย่อย ในเกรด SL ยังมาพร้อมความทนทาน ให้ความมั่นใจในทุกสภาพการขับขี่ด้วยสมรรถนะอันโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของนิสสัน นาวารา ระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระ ปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลงด้านหลังเป็นแหนบพร้อมโช้คอัพ ระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน และดรัมเบรกด้านหลัง ช่วยหยุดรถได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้จะบรรทุกน้ำหนักมากก็ตาม

นอกจากนี้ ยังคงให้ความอุ่นใจด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist – HSA) ที่ช่วยป้องกันไม่ให้รถไหลถอยหลังขณะออกตัวบนเนิน ระบบเบรก ABS พร้อม EBD และ BA ถุงลมนิรภัยคู่หน้า เทคโนโลยีป้องกันการลื่นไถลขณะถนนลื่น (Active Brake Limited Slip – ABLS) เทคโนโลยีควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (Vehicle Dynamic Control – VDC) เทคโนโลยีป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control System – TCS) เทคโนโลยีควบคุมเสถียรภาพของรถ ขณะลากจูง (Trailer Stability Assist – TSA) แผงลวดไล่ฝ้ากระจกหลัง ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ที่ให้ความปลอดภัย และมองเห็นได้ชัดเจน และเข็มขัดนิรภัย ELR 3 จุด 2 ตำแหน่ง พร้อมระบบดึงกลับ และผ่อนแรงอัตโนมัติ

นิสสัน นาวารา คาลิเบอร์ ทั้ง 3 รุ่นใหม่ เพิ่มความสะดวกสบายและปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ด้วยระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise control) ระบบ Push Start และกุญแจรีโมทอัจฉริยะ มีสีตัวถังภายนอกให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีดำ Black Star สีขาว White Pearl สีเงิน Brilliant Silver สีเทา Twilight Grey และสีทองแดง Forged Copper

ทั้งนี้ นิสสันมอบโปรโมชั่นพิเศษฉลองเปิดตัว* สำหรับลูกค้านิสสัน นาวาราทั้ง 3 รุ่นย่อยใหม่ เพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของได้ง่ายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ผ่อนสบาย รายเดือนเริ่มต้นเพียง 4,999 บาท หรือดอกเบี้ยอัตราพิเศษเริ่มต้นที่ 0.89% พร้อมประกันภัยชั้นหนึ่ง หรือเงินดาวน์ต่ำเริ่มต้นเพียง 19,999 บาท ผ่อนนาน 84 เดือน ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมนิสสันทั่วประเทศ หรือ โทร. 0-2401-960

“GWM” เปิดสเปกจัดเต็มของ NEW GWM TANK 500 DIESEL หรูหรา สง่างาม และสะดวกสบาย มอบนิยามใหม่ของ PPV พรีเมียมอัจฉริยะ พร้อมรุ่นย่อยสุดดุดัน “Black Warrior”

0
GWM TANK 500 DIESEL 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด เผยสเปกพรีเมียมและอัจฉริยะแบบรอบด้าน รวมถึงสมรรถนะทรงพลังของเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจเนอเรชันใหม่ใน NEW GWM TANK 500 DIESEL ที่ให้ประสิทธิภาพการขับขี่ที่ดีเยี่ยม สานต่อความสำเร็จต่อเนื่องจาก NEW GWM TANK 300 DIESEL ที่ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากบรรดา TANKER ชาวไทยทั่วประเทศ นอกเหนือจากเครื่องยนต์ดีเซลใหม่และลุคพรีเมียมที่หล่อ ดุดัน ด้วยสีใหม่อย่าง Black Warrior แล้ว NEW GWM TANK 500 DIESEL คือ ยนตรกรรมที่พร้อมมอบที่สุดแห่งประสบการณ์การขับขี่อัจฉริยะแบบครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ 1.) ความพรีเมียมตั้งแต่ภายนอกสู่ภายใน 2.) ความสบายเหนือระดับด้วยฟังก์ชันอำนวยความสะดวกมากมาย 3.) เทคโนโลยีอัจฉริยะอันล้ำสมัย และ 4.) ความปลอดภัยที่อัดแน่นสร้างความมั่นใจให้ในทุกเส้นทาง เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทาง ทั้งเพื่อธุรกิจ การเดินทางกับครอบครัว หรือทริปผจญภัย โดย NEW GWM TANK 500 DIESEL คือ นิยามมาตรฐานใหม่ของรถ PPV 7 ที่นั่ง ระดับโลกอย่างแท้จริง

TANK 500 DIESEL 2

พร้อมลบภาพจำเดิมของรถดีเซล PPV อย่างสิ้นเชิง ทั้งเสียงดัง แรงสั่นสะเทือน และการสิ้นเปลืองด้วยขุมพลังดีเซล 2.4T เจเนอเรชันใหม่ ที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย อาทิ เทอร์โบแปรผัน (VGT), หัวฉีดแรงดันสูง 2,000 บาร์, ระบบ EGR อิเล็กทรอนิกส์ และเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ที่เปลี่ยนเกียร์สูงได้แม้ในความเร็วต่ำ ผลลัพธ์คือการส่งกำลังที่ลื่นไหล ตอบสนองทันใจ พร้อมให้กำลังสูงสุด 135 กิโลวัตต์ หรือ 184 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร ที่มาในรอบต่ำเพียง 1,500–2,500 รอบ/นาที ขับขี่คล่องตัวทั้งในเมือง นุ่มนวลเมื่อเร่งแซง และมั่นคงบนทางไกล

 

NEW GWM TANK 500 DIESEL มาพร้อม 3 รุ่นย่อย ได้แก่
•รุ่น NEW GWM TANK 500 DIESEL 2.4T PRO
•รุ่น NEW GWM TANK 500 DIESEL 2.4T ULTRA*
•รุ่น NEW GWM TANK 500 DIESEL 2.4T ULTRA 4WD*
(*ทั้ง ULTRA และ ULTRA 4WD มาพร้อมสีพิเศษ Black Warrior)

พร้อมตัวเลือกสีภายนอก 3 สี ได้แก่ สีขาว, สีดำ, สีเทา และรุ่นตกแต่งพิเศษ Black Warrior (เฉพาะรุ่น 2.4T ULTRA และ 2.4T ULTRA 4WD) ส่วนภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยสีดำสุดหรู ตอกย้ำตัวตนของยนตรกรรมที่หลอมรวมความพรีเมียมเหนือระดับไว้อย่างลงตัว เพื่อยกระดับมาตรฐานใหม่ให้กับตลาด PPV อย่างแท้จริง

TANK 500 DIESEL 3

นอกจากสมรรถนะที่น่าทึ่ง ยังมาพร้อมมิติตัวถังขนาดใหญ่สะดุดตา กว้าง 1,934 มม. ยาว 4,886 มม. สูง 1,905 มม. และระยะฐานล้อ 2,850 มม. เสริมภาพลักษณ์ของรถ PPV หรูหราที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความแข็งแกร่งและมั่นคงในทุกมิติ โดยในรุ่น 2.4T PRO มาพร้อมล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว จับคู่กับยาง Westlake ขนาด 265/60 R18 พร้อมยางอะไหล่ ขณะที่รุ่น 2.4T ULTRA และ 2.4T ULTRA 4WD ยกระดับขึ้นอีกขั้นด้วยล้ออัลลอยสีดำขนาด 20 นิ้ว พร้อมยาง Continental ขนาด 265/50 R20 และยางอะไหล่เช่นกัน

4 นิยามใหม่ของยนตรกรรมพรีเมียมระดับผู้นำ กับ NEW GWM TANK 500 DIESEL
•ความพรีเมียมตั้งแต่ภายนอกสู่ภายใน: NEW GWM TANK 500 DIESEL ออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อสะท้อนถึงความหรูหราและความทันสมัย ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยหนัง Nappa ที่ให้สัมผัสนุ่มนวลและหรูหราอย่างแท้จริง ขณะเดียวกันจอ 14.6 นิ้ว Touch screen infotainment ขนาดใหญ่ก็ถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถควบคุมทุกฟังก์ชันได้อย่างง่ายดายและทันสมัย การติดตั้ง Multi-color ambient lighting ช่วยเพิ่มบรรยากาศสุดพิเศษภายในห้องโดยสารที่สามารถปรับเปลี่ยนสีแสงได้ตามความต้องการ ระบบเสียงระดับพรีเมียมจากลำโพง 12 ตัว พร้อมระบบ Surround sound ให้ได้สัมผัสประสบการณ์เสียงที่ลึกซึ้งและชัดเจนที่สุด พร้อมการป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกด้วยกระจกสองชั้นแบบ Double Layer Laminated Glass ที่ทำให้การเดินทางเงียบสงบไร้กังวล นอกจากนี้ ระบบ Active Noise Cancellation (ANC) ยังช่วยลดเสียงรบกวนเพิ่มเติม เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นประสบการณ์ที่เหนือระดับ

TANK 500 DIESEL 4

•ความสบายเหนือระดับ: มอบความสบายเหนือระดับด้วยฟังก์ชันอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ โดยในรุ่น 2.4T ULTRA และ ULTRA 4WD เริ่มต้นด้วยเบาะที่นั่งสามารถปรับไฟฟ้าได้ถึง 8 ทิศทาง มาพร้อมระบบ Welcome Seat, Massage Seat และ VIP Switch ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการปรับเบาะให้เหมาะสมตามสรีระของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร และระบบเบาะระบายอากาศทั้งในที่นั่งแถว 1 และแถว 2 (เฉพาะรุ่น ULTRA 4WD) ช่วยเพิ่มความผ่อนคลายระหว่างการเดินทาง ห้องโดยสารกว้างขวางยิ่งขึ้นด้วยระยะฐานล้อที่ยาวถึง 2,850 มม. และ พื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ 795 ลิตร ทำให้สามารถจัดเก็บสัมภาระได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไกลหรือท่องเที่ยว พร้อมด้วย ซันรูฟพาโนรามา ที่ช่วยเติมเต็มความโปร่งสบายให้ห้องโดยสาร นอกจากนี้ เทคโนโลยีความบันเทิงภายในรถได้รับการออกแบบให้ทันสมัยด้วยหน้าจอสัมผัสที่รองรับมัลติมีเดียได้อย่างครบครัน พร้อมระบบเสียงรอบทิศทางที่มีลำโพงถึง 12 ตำแหน่ง (รุ่น PRO 8 ตำแหน่ง) เพื่อมอบประสบการณ์การฟังที่สมจริงและเต็มอิ่ม ห้องโดยสารยังมีระบบปรับอากาศด้านหน้าแบบแยกอิสระซ้าย-ขวา และระบบปรับอากาศด้านหลัง พร้อมด้วยระบบกรองอากาศ N95 และ ระบบ ionizer ที่ช่วยฟอกอากาศและสร้างบรรยากาศที่สดชื่นภายในรถ เพิ่มความสะดวกสบายอีกระดับด้วยม่านบังแดดสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้โดยสาร

TANK 500 DIESEL5

•เทคโนโลยีอัจฉริยะอันล้ำสมัย: เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น เริ่มจากหน้าจอแสดงผลดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว และ หน้าจอสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว ที่รองรับระบบ Smart Dual Screen Interaction ช่วยให้การใช้งานทั้งสองจอมีความสะดวกและเชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมี Windshield Head-Up Display ที่แสดงข้อมูลการขับขี่บนหน้ากระจกเพื่อให้การขับขี่ปลอดภัยและสะดวกสบายยิ่งขึ้น ผู้ขับขี่ยังสามารถเพลิดเพลินกับ Wireless Charging ขนาด 50 วัตต์ ที่ด้านหน้า และระบบกล้องแสดงภาพ 540 องศา (กล้อง 360 องศา และระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ) เพิ่มความสะดวกในการมองเห็นรอบทิศทางอย่างครบถ้วน ระบบการควบคุมรถจากทางไกลผ่านแอปพลิเคชัน GWM และระบบสั่งงานด้วยเสียง ช่วยให้การควบคุมรถง่ายและทันสมัย สำหรับรุ่น 2.4T PRO และ ULTRA มาพร้อม 3 โหมดการขับขี่ ได้แก่ โหมดปกติ โหมดสปอร์ต และโหมดประหยัด สำหรับรุ่น 2.4T ULTRA 4WD มีโหมดการขับขี่ทั้งหมด 8 โหมด ได้แก่ โหมด 2H 4H 4L โหมดพื้นหิมะ โหมดพื้นโคลน โหมดพื้นทราย โหมดพื้นหิน และโหมดผู้เชี่ยวชาญ พร้อมฟีเจอร์ออฟโรดสุดล้ำ เช่น Tank Turn ที่ช่วยให้การกลับรถในที่แคบเป็นเรื่องง่าย, Off-road Cruise Control, และ ระบบล็อกเฟืองหน้า-หลัง ให้คุณมั่นใจในทุกเส้นทาง สำหรับการจอดรถ NEW GWM TANK 500 DIESELรุ่น ULTRA และ ULTRA 4WD ยังมีระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบอีกด้วย

TANK 500 DIESEL 6

•ความปลอดภัยที่อัดแน่นสร้างความมั่นใจให้ในทุกเส้นทาง: NEW GWM TANK 500 DIESEL มาพร้อมเทคโนโลยีช่วยขับขี่ระดับ L2+ ที่รวมระบบ ACC, Lane Change Assist, Forward Collision Warning, Lane Keeping Assist, และ Intelligent Cruise Assist/Traffic Jam Assist ช่วยให้การขับขี่ในเมือง, ทางด่วน, และการจราจรติดขัดเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเสริมด้วยระบบเตือนการชนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ RCTA + RCTB, MEB, กล้องรอบคัน 540 องศา, และเซนเซอร์ 12 จุด เพื่อเพิ่มความมั่นใจในทุกการขับขี่ ด้านโครงสร้างตัวถังของ NEW GWM TANK 500 DIESEL ถูกออกแบบให้แข็งแกร่งและทนทาน สามารถทนต่อแรงยุบ แรงชน แรงบิด และแรงกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยตัวถัง Cage-Type ผลิตจากเหล็กกล้าแรงดึงสูงพิเศษ รองรับแรงกดหลังคาได้ถึง 96.58 กิโลนิวตัน และแรงบิดสูงสุด 23,076 นิวตันเมตร พร้อมระบบปลดล็อกอัตโนมัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และฟีเจอร์อื่น ๆ ที่มอบความปลอดภัยแบบครบวงจร เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นใจในทุกการเดินทาง

TANK 500 DIESEL 7

ขุมพลังดีเซล 2.4T เจนเนอเรชันใหม่ล่าสุด เอกสิทธิ์เดียวจาก GWM ที่มาพร้อม 4 จุดเด่น ฉีกกฏเครื่องยนต์ดีเซลแบบเดิมๆ

TANK 500 DIESEL 8
•แรง ประหยัด คุ้มค่า: ขุมพลัง 2.4T พร้อมเทอร์โบแปรผัน VGT และหัวฉีดแรงดันสูง 2,000 บาร์ ให้การเผาไหม้สมบูรณ์ ลดไอเสีย ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น
•นิ่ง เงียบ นุ่มนวล: เทคโนโลยี NVH ลดเสียงและแรงสั่นสะเทือนได้อย่างยอดเยี่ยม มีระดับเสียงในห้องเครื่องที่ idle time ต่ำกว่า 68 เดซิเบล
•ตอบสนองฉับไว: กำลังสูงสุด 184 แรงม้า แรงบิด 480 นิวตันเมตร ที่รอบต่ำ ขับขี่คล่องตัวในเมือง และมั่นใจทุกเส้นทาง
•ทนทาน มั่นใจ: ผ่านการทดสอบสมรรถนะกว่า 6 ล้านกิโลเมตรทั่วโลก รับประกันเครื่องยนต์นานถึง 1 ล้านกิโลเมตร หรือ 8 ปี

TANK 500 DIESEL 9

“สีดำ (Black Warrior)” มีให้เลือกเฉพาะใน NEW GWM TANK 500 DIESEL รุ่น 2.4T ULTRA และรุ่น 2.4T ULTRA 4WD โดยถ่ายทอดอารมณ์ของความหล่อเข้ม ลึกลับ สง่างาม และทรงพลังได้อย่างมีเอกลักษณ์ ผ่านดีไซน์ภายนอกสีดำเงาเข้มขรึม กระจังหน้าสีดำพิเศษ ผสานกับล้ออัลลอยสีดำ และห้องโดยสารภายในโทนสีดำที่สะท้อนความพรีเมียมและความดุดันในทุกมุมมอง ความโดดเด่นของสีดำ (Black Warrior) ไม่ได้มีแค่รูปลักษณ์ที่ดูสง่างามและน่าเกรงขาม แต่ยังเสริมคาแรคเตอร์ให้รถดูนิ่ง สุขุม และทรงพลังในแบบที่แฝงความลึกลับไว้อย่างมีชั้นเชิง ยามโลดแล่นบนท้องถนนจะยิ่งเผยเสน่ห์เฉพาะตัวที่สะกดทุกสายตาได้อย่างไม่ค้านสายตา NEW GWM TANK 500 DIESEL สีดำ (Black Warrior) จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้นำหรือผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตที่มีบุคลิกชัดเจน ชอบความแตกต่างที่ไม่ตามใคร แต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราในแบบพรีเมียม อัศวินรัตติกาลคันนี้พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เต็มไปด้วยความภูมิฐาน นุ่มลึก และเปี่ยมไปด้วยพลังอย่างแท้จริง

NEW GWM TANK 500 DIESEL ได้รับการพัฒนารุ่น 2WD โดยเฉพาะสำหรับตลาดไทย เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันของคนไทย ด้วยการปรับช่วงล่างให้เหมาะสมกับสภาพถนนและพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ใช้ในประเทศ จึงมั่นใจได้ว่า NEW GWM TANK 500 DIESEL จะมอบความสะดวกสบายและการขับขี่ที่นุ่มนวลทั้งในเมืองและเส้นทางต่าง ๆ การออกแบบภายในห้องโดยสารยังคำนึงถึงความสะดวกสบายของผู้โดยสาร โดยเฉพาะในเบาะแถวที่ 2 ซึ่งได้รับการปรับปรุงการใส่วัสดุโฟมเพื่อเพิ่มความนุ่มสบายในการนั่ง ทำให้ผู้โดยสารสามารถเพลิดเพลินกับการเดินทางได้ยาวนานโดยไม่รู้สึกเมื่อยล้านอกจากนี้ ยังมีการย้ายตำแหน่งยางอะไหล่ไปไว้ที่ด้านใต้ตัวรถ ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกในการเปิดประตูหลังและการจอดรถในพื้นที่ที่จำกัด รวมถึงช่วยให้การจัดเก็บสัมภาระภายในรถมีความสะดวกยิ่งขึ้น ด้วยการพัฒนาทั้งด้านการออกแบบและฟังก์ชันการใช้งาน NEW GWM TANK 500 DIESEL จึงพร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกคน

TANK 500 DIESEL 9 TANK 500 DIESEL 10

ผู้สนใจสามารถสัมผัสและทดลองขับ NEW GWM TANK 500 DIESEL ได้ที่ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยสามารถลงทะเบียนจองเวลาทดลองขับได้ที่ https://mall.gwm.co.th/testDrive

เตรียมพบกับ NEW GWM TANK 500 DIESEL พร้อมเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคมนี้ กับ 3 รุ่นย่อย: 2.4T PRO, 2.4T ULTRA และ 2.4T ULTRA 4WD ที่จะยกระดับมาตรฐานรถยนต์ PPV พรีเมียมในไทยอย่างแท้จริง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GWM Application, www.gwm.co.th หรือ GWM Contact Center 02-668-8888

 

 

ชื่นมื่นถ้วนหน้า “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025” จบสวยสมศักดิ์ศรี ยันพร้อมทำหน้าที่ผลักดันตลาดรถยนต์ไทยช่วงกลางปี

0
ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025 1

“ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025” (Fast Auto Show Thailand 2025) ประกาศงานจบด้วยความสำเร็จตามเป้าในการกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคตลาดรถยนต์ไทยช่วงกลางปีแบบไม่ให้รีรอด้วยคอนเซ็ปต์ “รถใหม่โปรโดนใจ รถมือสองไมล์แท้รับประกันซื้อคืน” เติมเต็มความมั่นใจผู้บริโภคที่อยากได้รถ ส่งให้ยอดขายพุ่ง ชื่นมื่นทั้งรถใหม่ป้ายแดง และรถยนต์ใช้แล้วเกรดดีที่การันตีซื้อคืนหากผิดเงื่อนไข ตอกย้ำการเป็นพื้นที่จำหน่ายรถคุณภาพที่ตอบโจทย์ความสุข และดึงดูดความสนใจคนหลายเจนจบครบในงานเดียว กวาดเม็ดเงินสะพัดกว่า 2,000 ล้านบาท ตลอดงาน 5 วัน

ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025 2

นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธานจัดงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025” เผยว่า “ด้วยแรงหนุนจากความร่วมมือของทุกฝ่ายทำให้งานในปีนี้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ในการกระตุ้นตลาดยานยนต์ไทยช่วงโลว์ซีซั่นกลางปี กวาดเม็ดเงินสะพัดกว่า 2,000 ล้านบาทในช่วงจัดงานเพียง 5 วัน ด้วยมีรถครบครันทุกเซ็กเมนท์ ทั้งรถยนต์ใหม่ป้ายแดงและรถยนต์ใช้แล้วที่จัดโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะในงาน ทั้งดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนนาน ส่วนลดเงินสดและเพิ่มบริการหลังการขาย ฯลฯ จนโดนใจลูกค้า โดยเฉพาะในกลุ่มพรีเมี่ยมคาร์มือสองขายดีมาก ลูกค้าหลายรายนำเงินสดมาออกรถแบบไม่พึ่งไฟแนนซ์ ด้วยเชื่อมั่นในมาตรฐานการรับประกันของงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์” จนเกิดปรากฏการณ์รถที่เตรียมไว้ไม่พอขาย ทำให้ผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วบางรายต้องปิดร้านเพื่อนำรถมาขายในงานเพียงที่เดียว นับเป็นสัญญาณที่ดีต่อภาพรวมด้านเศรษฐกิจ ซึ่งฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ และ 2 พันธมิตรหลัก สื่อสากล ผู้จัดงานมอเตอร์เอ็กซ์โป และกรังด์ปรีซ์ ผู้จัดงานมอเตอร์โชว์ พร้อมจะยืนหยัดจัดงานดี ๆ เพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยก้าวไปข้างหน้าด้วยความต่อเนื่องตลอดทั้งปี”

Fast Auto Show Thailand 2025 3

นอกจากนี้ นายอัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ รองประธานจัดงาน ยังได้สรุปความครบเครื่องอื่น ๆ ของงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025” ที่ทำให้เป็นงานที่ดึงดูดคนทุกเจเนอเรชั่นไว้ดังนี้

Fast Auto Show Thailand 2025 4

•การเป็นงานแรกและงานเดียวในประเทศที่รับประกันรถยนต์ใช้แล้วที่ซื้อจากงาน ทำให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจและตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น แม้ว่าจะดูรถไม่เป็นเลยก็ตาม ด้วยเงื่อนไขการรับประกัน 6 ข้อ คือ ไม่ไฟไหม้ ไม่จมน้ำ ไม่ตัดต่อ ไม่ชนหนัก จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายได้ และการันตีไมล์แท้ หากผิดเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง ผู้จัดงานพร้อมรับประกันซื้อคืน 100%

Fast Auto Show Thailand 2025 6

•พิเศษสุด! งานเดียวที่ให้ดอกเบี้ยรถมือสองและเงื่อนไขที่ดีที่สุด ต่ำสุดถึง 1.99%

Fast Auto Show Thailand 2025 6

•การแชร์พื้นที่แห่งความสุขให้ครอบครัวได้ร่วมสนุกด้วยกัน ด้วยการจัดแข่งขันจักรยานทรงตัว “Strider Racing @Fast Auto Show Thailand 2025” บนสนามแข่งมาตรฐานสำหรับนักซิ่งรุ่นจิ๋ววัย 2 – 4 ปี

Fast Auto Show Thailand 2025 10

 

•เปิดโซนใหม่! พื้นที่จัดแสดงรถดัดแปลงเพื่อประกอบธุรกิจอิสระหลากหลายรูปแบบ นำเสนอเป็นไอเดียให้กับผู้ที่กำลังมองหาโอกาสเริ่มต้นธุรกิจใหม่หรือต่อยอดธุรกิจเดิม ได้แก่ ธุรกิจขนส่ง ขายอาหารและเครื่องดื่ม การเกษตร รับเหมาก่อสร้าง รถพยาบาล และการดัดแปลงเป็นรถออฟฟิศเคลื่อนที่ เป็นต้น ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก

Fast Auto Show Thailand 2025 10

•สร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้เข้าชมงาน ด้วยการเปิดพื้นที่จัดแสดงให้เป็น “Pet Friendly” อย่างเต็มรูปแบบ ให้คนรักสัตว์เลี้ยงพาสมาชิกในบ้านมาชมงานในบรรยากาศเป็นมิตรและปลอดภัย โดยมีผู้นำสัตว์เลี้ยงทั้งสุนัข แมว รวมทั้งนกฮูก มาเลือกชมรถในงาน

Fast Auto Show Thailand 2025 8

 

•ครอบคลุมถึงเรื่องประกันภัย โดยภายในงาน มีบมจ.กรุงเทพประกันภัย จัดเต็มโปรโมชันสุดพิเศษ ทั้งส่วนลดเบี้ยประกันภัยใหม่ และ ของแถมสุดคุ้ม พร้อมด้วยทีมงานรับประกันภัยที่บริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับแผนประกันภัยที่รองรับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าตลอดงาน

•มีบูธผลิตภัณฑ์ให้ทดลองประสิทธิภาพ ทั้งเก้าอี้นวดไฟฟ้าเพื่อผ่อนคลายจาก เอแม็กซ์ (AMAXS) สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Segway แบรนด์สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าอันดับ 1 ของโลก ยานพาหนะไฟฟ้า 2 ล้อยุคใหม่ ใช้งานง่าย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์จาก MONOWHEEL และผลิตภัณฑ์ดูแลความสะอาดของรถทั้งภายในและภายนอกจาก MUNWOW (มันวาว)

•จัดเต็มความพิเศษกับของรางวัลมากมาย เพียงแค่จองรถภายในงานหรือแม้แต่เดินชมบรรยากาศ ก็มีสิทธิ์รับของที่ระลึกกลับบ้าน