Home Blog Page 95

SKILL DRIVING EXPERIENCE อบรมขับขี่ปลอดภัยให้สมาชิก สมาคมผู้สื่อข่าวฯ ปี 2568

0

ชไมพร ปภัสร์พงษ์ ผู้อำนวยการโครงการ “ขับเป็น…ขับปลอดภัย กับ สื่อสากล” สนับสนุนการอบรมขับขี่ปลอดภัย ให้สมาชิกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย ปี 2568 เพื่อเรียนรู้วิธีแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน เพิ่มทักษะการขับขี่ ให้รอดพ้นจากอุบัติเหตุ และอันตรายบนท้องถนน โดยครูฝึกมืออาชีพระดับแนวหน้าของเมืองไทย ณ สนามปทุมธานี สปีดเวย์ เมื่อวันที่ 15-16 มีนาคม 2568

นอกจากนี้ ยังเปิดอบรมขับขี่ปลอดภัย หลักสูตรพื้นฐาน สำหรับบุคคลทั่วไปอีก 4 ครั้ง ในปี 2568 ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ skilldriving.imc.co.th หรือ facebook.com/SkillDriving

นิสสัน ประกาศเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูงในประเทศไทย

0

นิสสัน ประเทศไทย ประกาศเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูงในประเทศไทย ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568

มาซาโอะ สึสึมิ (Masao Tsutsumi) ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองประธานอาวุโส นิสสัน ประเทศไทย ได้รับการแต่งตั้งให้ขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธาน นิสสัน ประเทศฟิลิปปินส์, ประจำกรุงมะนิลา

ทาคาอากิ ยานางิ (Takaaki Yanagi) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป บริษัท อินฟินิตี้ ไชน่า และรองผู้จัดการทั่วไปแผนกพัฒนาธุรกิจ ฝ่ายธุรกิจอินฟินิตี้ บริษัท ตงเฟิง นิสสัน พาสเซนเจอร์ วีฮิเคิล (DFN) ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโส นิสสัน ประเทศไทย แทนมาซาโอะ สึสึมิ โดยจะรับผิดชอบส่วนปฏิบัติการที่ไม่เกี่ยวข้องกับสายการผลิต (การตลาด การขาย บริการหลังการขาย พัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย พัฒนาคุณภาพและประสบการณ์ลูกค้า ทรัพยากรบุคคลและบริหาร สื่อสารองค์กร ประสานงานภายนอกและรัฐกิจสัมพันธ์ กฎหมาย ข้อมูลการตลาด และ วางแผนองค์กร) โดยจะขึ้นตรงต่อ โทชิฮิโระ ฟูจิกิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย และนิสสัน อาเซียน

ยานางิ มีประสบการณ์กว่า 23 ปีในวงการยานยนต์ในตำแหน่งผู้นำที่สำคัญในประเทศจีน, ฮ่องกง และญี่ปุ่น โดยมีความเชี่ยวชาญในการนำทีมด้านการตลาด, การขาย, การวางแผนผลิตภัณฑ์ และการพัฒนาธุรกิจ เขาเคยดำรงตำแหน่งสำคัญที่ บริษัท อินฟินิตี้ มอเตอร์ จำกัด และ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำหนดกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ระดับโลก การบริหารวงจรผลิตภัณฑ์ และการผลักดันการฟื้นฟูธุรกิจในตลาดที่มีความท้าทาย

Lamina คว้ารางวัล TOP Influential Brand ตอกย้ำความสำเร็จสุดยอดฟิล์มกรองแสงอันดับ 1

0

ลามิน่า ฟิล์ม  ตอกย้ำความสำเร็จในการเป็นผู้นำ และขับเคลื่อนวงการฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์และอาคารที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุดอันดับ 1 จากผู้บริโภค กับรางวัลแบรนด์ที่ทรงอิทธิพลต่อผู้บริโภคมากที่สุด  TOP Influential Brand 2024 จากเวที Champions of Excellence CEO Summit Award Ceremony การมอบรางวัลใหญ่แห่งปีระดับเอเชีย

นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร “ลามิน่า”  รับรางวัล TOP Influential Brand 2024 แบรนด์ที่ทรงอิทธิพลต่อผู้บริโภคมากที่สุดและประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจสูงสุดต่อเนื่อง ด้วยการบริหารจัดการองค์กรที่แข็งแกร่ง มีวิสัยทัศน์ชัดเจน มีแผนการขยายธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม มีผลประกอบการเติบโตต่อเนื่องและโดดเด่น

การมอบรางวัลสุดยอดแบรนด์ชั้นนำที่ทรงอิทธิพลในเอเชีย จัดโดย บริษัท นิโอ ทาร์เก็ต จำกัด นางวรรณี ลีลาเวชบุตร ประธานกรรมการ ร่วมกับ อินฟลูเอ็นเชี่ยล แบรนด์ ประเทศสิงคโปร์ มร.จอร์จ โรดิกัส กรรมการผู้จัดการ และได้รับเกียรติจากอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ เป็นประธานมอบรางวัล ณ โรงแรมคอนราด กรุงเทพ

ในปีนี้ บริษัท นิโอ ทาร์เก็ต จำกัด ได้ทำการสำรวจความเห็นผู้บริโภคครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้น คือ ตั้งแต่กลุ่ม Gen Z ไปจนถึง กลุ่ม Baby Boomer ที่มีช่วงอายุตั้งแต่ 15-75 ปี ทั่วประเทศ จำนวน 2,000 คน ซึ่งนับเป็นกลุ่มตัวอย่างที่มีความหลากหลายในการตัดสินใจซื้อและใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการด้วยตนเอง โดยผลสำรวจพบว่า แบรนด์ที่ได้รับความเชื่อมั่นและไว้วางใจในด้านฟิล์มกรองแสงมากที่สุดอันดับ 1  คือ “ลามิน่าฟิล์ม”

ทั้งนี้ ลามิน่าในฐานะเป็นผู้เชี่ยวชาญฟิล์มกรองแสงตัวจริงมาตลอด 3 ทศวรรษ ให้น้ำหนักการสื่อสารทางออนไลน์ให้ “เข้าถึงง่าย โดนใจ ตรงจุด รวดเร็ว” และเป็นฟิล์มกรองแสงหนึ่งเดียวที่ยืนยันค่า TSER FACT ซึ่งได้รับการรับรองจาก 8 สถาบันระดับโลก เป็นค่าวัดประสิทธิภาพฟิล์มกรองแสงที่ถูกต้อง  ไม่โอเวอร์สเปคเกินจริง หรือตบตาใช้ค่าอินฟราเรด (IR) ซึ่งลามิน่าได้สร้างให้ TSER FACT เป็นบรรทัดฐานแสดงถึงฟิล์มคุณภาพตัวจริง ที่พร้อมมอบความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้รถและผู้บริโภคชาวไทยมาตลอด 30 ปี

นอกจากนี้บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ในฐานะผู้จัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงคุณภาพสูงมืออาชีพระดับเอเชียแปซิฟิค ยังนำเข้าผลิตภัณฑ์ด้านยานยนต์อีกมากมาย อาทิ อุปกรณ์บรรทุกสัมภาระธูเล่ (Thule) จากประเทศสวีเดน ผลิตภัณฑ์ฟิล์มนิรภัยปกป้องสีรถลูมาร์ (LLumar) จากสหรัฐอเมริกา และผลิตภัณฑ์ดูแลรักษายานยนต์ครบวงจรแอลลักซ์ (LLux) คุณภาพเยี่ยมจากสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย

อีกทั้ง นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ยังได้รับพระราชทานปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์  สาขาการตลาด  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ประจำปีการศึกษา 2566 จากผลงานและความสำเร็จในการประกอบสัมมาชีพอันเป็นที่ประจักษ์

 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยกขบวนยานยนต์สุดตื่นตา จุดกระแสความคึกคักก่อนมุ่งสู่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46

0

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เตรียมนำทัพยานยนต์รุ่นใหม่สุดตระการตา มุ่งสู่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด “สนทนาภาษายานยนต์” โดยทั้งสามแบรนด์ภายใต้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เตรียมนำเสนอรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ใหม่ล่าสุดที่ตอบสนองทุกความต้องการของนักขับชาวไทย นับตั้งแต่ความหรูหราขณะโลดแล่นบนท้องถนนในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงที่สุดของสมรรถนะและการผจญภัยออฟโรดอย่างไร้ขีดจำกัด

มร. เรเน่ แกร์ฮาร์ด ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยกล่าวว่า “ช่วงต้นปีที่ผ่านมา เราได้เผยถึงกระแสตอบรับอันอบอุ่นของลูกค้าชาวไทยที่มีต่อรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและกลุ่มยานยนต์สมรรถนะสูงของเรา ในมอเตอร์โชว์ปีนี้ เราจึงเตรียมต่อยอดความสำเร็จและกระแสความสนใจของลูกค้าด้วยความตื่นตาจากผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ หลายรุ่น อย่างในตระกูล M ของบีเอ็มดับเบิลยู เรามีทั้งบีเอ็มดับเบิลยู M3 Competition M xDrive Touring และ M5 Touring ใหม่ ที่ผสมผสานประสิทธิภาพและความคล่องตัวในระดับสูงสุด เข้ากับรูปลักษณ์สง่างามและประโยชน์ใช้สอยของรถประเภท Touring”

“ทางฝั่งมินิก็แข็งแกร่งไม่แพ้กัน ด้วยรถยนต์สมรรถนะสูงจากตระกูล จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ ถึง 4 รุ่น ซึ่งในจำนวนนี้ รวมถึง JCW พลังงานไฟฟ้าสองรุ่นแรก ทั้งในรุ่นแบบ 3 ประตู และรุ่น Aceman แบบ 5 ประตู ขณะที่บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ก็ขนตัวท็อปมาเผยโฉมกันในสองสไตล์ ทั้งสายผจญภัยออฟโรดกับบีเอ็มดับเบิลยู R 1300 GS Adventure และซูเปอร์ไบค์อย่างบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR”

ทั้งนี้ บีเอ็มดับเบิลยูและมินิยังทำการปรับโฉม เสริมสมรรถนะให้กับรุ่นยอดนิยมของแต่ละแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นบีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport ที่รองรับการขับขี่แบบไฟฟ้าล้วนได้ไกลยิ่งขึ้น บีเอ็มดับเบิลยู 530e Inspiring ที่เปิดทางให้ลูกค้าเป็นเจ้าของซีรีส์ 5 ได้ง่ายขึ้น แต่ยังคงความพรีเมียมในทุกมิติ หรือความเพลิดเพลินจากประสบการณ์
การขับขี่แบบเปิดประทุนกับ MINI Cooper Convertible S นอกจากยานยนต์รุ่นใหม่ที่ยกทัพมาเปิดตัวเป็นครั้งแรก บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังมีข้อเสนอพิเศษมากมายจากทั้งสามแบรนด์ ให้ลูกค้าได้สัมผัสที่สุดแห่ง
การขับขี่ระดับพรีเมียมได้อย่างสบายใจ

มร. แกร์ฮาร์ด กล่าวเสริมว่า “ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เรานำมาเปิดตัวในมอเตอร์โชว์ปีนี้ เป็นการเน้นย้ำถึงความสามารถของเราในการตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าในตลาดรถยนต์พรีเมียม ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญเบื้องหลังความสำเร็จของเรา ทั้งในตลาดไทยและบนเวทีโลก เรามีความยินดีที่จะได้เห็นลูกค้าได้สนุกและตื่นเต้นไปกับยานยนต์ของเรา และผมขอให้ทุกท่านจับตารอความเคลื่อนไหวของเราในปีนี้ กับสีสันและความแปลกใหม่ที่ยังรออยู่ข้างหน้าในปี 2568 นี้”

ทั้งนี้ ราคาจำหน่ายของรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ที่ประกาศเปิดตัวในวันนี้ จะเผยแพร่อย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 24 มีนาคม 2568

ข้อเสนอพิเศษจากบีเอ็มดับเบิลยูในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46

ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูรุ่นที่ร่วมรายการ โดยเลือกใช้ข้อเสนอทางการเงินจากบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส และมีกำหนดรับรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2568 สามารถเลือกรับข้อเสนอสุดพิเศษ* ได้ในงาน ไม่ว่าจะเป็นการรับประกันคุณภาพนานสูงสุด 8 ปี ประกันภัยชั้นหนึ่ง BMW Protect ฟรีสูงสุด 3 ปี อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% และอื่นๆ อีกมากมาย

รุ่น ข้อเสนอพิเศษ
บีเอ็มดับเบิลยู X3 20d, X3 M50 ใหม่

 

 

· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

· ผ่อนเริ่มต้น 32,299 บาท/เดือน

บีเอ็มดับเบิลยู 330e ใหม่ · ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 2 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

· ผ่อนเริ่มต้น 23,799 บาท/เดือน

บีเอ็มดับเบิลยู M340i ใหม่ · ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

· ผ่อนเริ่มต้น 33,999 บาท/เดือน

บีเอ็มดับเบิลยู 320d · ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 3 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

· อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%

· ผ่อนเริ่มต้น 23,799 บาท/เดือน

บีเอ็มดับเบิลยู iX3 · ฟรี BMW Wall Box

· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 3 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

· อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%

· ผ่อนเริ่มต้น 27,499 บาท/เดือน

บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 · ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 3 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

· อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%

· ผ่อนเริ่มต้น 32,299 บาท/เดือน

บีเอ็มดับเบิลยู M และ M Performance

 

(รุ่นที่เข้าร่วม บีเอ็มดับเบิลยู M240i, บีเอ็มดับเบิลยู i4 M50, บีเอ็มดับเบิลยู M440i (รุ่นก่อนปรับโฉม), บีเอ็มดับเบิลยู Z4 M40i, บีเอ็มดับเบิลยู i5 M60, บีเอ็มดับเบิลยู M3 CS, บีเอ็มดับเบิลยู M3 Touring, บีเอ็มดับเบิลยู M4 Coupe (รุ่นก่อนปรับโฉม) และ บีเอ็มดับเบิลยู X4M )

· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 3 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

· ผ่อนเริ่มต้น 37,299 บาท/เดือน

· ฟรี แพ็คเกจ BMW Driving Experience ที่เกาหลีใต้ สำหรับรุ่น M240i, i4 M50, i5 M60, M440i (รุ่นก่อนปรับโฉม), Z4 M40i, M3 CS, M3 Touring (รุ่นก่อนปรับโฉม) และ M4 Coupe (รุ่นก่อนปรับโฉม)

บีเอ็มดับเบิลยู 320Li / 330Li · ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 2 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

· อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%

· ผ่อนเริ่มต้น 19,999 บาท/เดือน

· หรือ ฟรีอัปเกรด BSI Ultimate นานสูงสุด 5 ปีสำหรับบีเอ็มดับเบิลยู 320 Li

บีเอ็มดับเบิลยู X1 · ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

· อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%

· ผ่อนเริ่มต้น 15,799 บาท/เดือน (สำหรับรุ่น X1 sDrive20i xLine เท่านั้น)

บีเอ็มดับเบิลยู X3 30e · ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 2 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

· ผ่อนเริ่มต้น 33,099 บาท/เดือน

บีเอ็มดับเบิลยู X5 30e · ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 2 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

· ผ่อนเริ่มต้น 46,399 บาท/เดือน

บีเอ็มดับเบิลยู รุ่นพลังงานไฟฟ้า

 

(บีเอ็มดับเบิลยู i4, i5, i7, iX2, iX)

· ฟรี BMW Wall Box

· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

· ผ่อนเริ่มต้น 31,099 บาท/เดือน

· ฟรี เครดิตการชาร์จมูลค่า 20,000 บาทที่สถานีชาร์จ Elex by EGAT

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bmw.co.th/th/topics/offers-and-services/promotional-offers/bmw-march-2025-motorshowoffer.html

ผู้สนใจสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เฟซบุ๊กแฟนเพจ BMW Thailand หรือติดต่อ BMW Contact Centre ที่เบอร์ 1397

ข้อเสนอพิเศษจากมินิในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46

พบกับข้อเสนอพิเศษ** ที่พร้อมเปิดทางให้คุณได้โลดแล่นไปกับมินิหลากสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ไฟฟ้าขับสนุกหรือรถอเนกประสงค์สำหรับการผจญภัยครั้งใหม่ ด้วยความอุ่นใจจากอัตราผ่อนชำระพิเศษ ประกันภัยชั้นหนึ่ง และอื่นๆ

รุ่น ข้อเสนอพิเศษ
MINI Cooper SE และ MINI Aceman SE

 

· ฟรี MINI Wall Box หรือ

· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 MINI Protect สูงสุด 2 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

· ผ่อนเริ่มต้น 11,555 บาท/เดือน (สำหรับ MINI Cooper SE) และ 15,555 บาท/เดือน (สำหรับ MINI Aceman SE)

MINI Countryman S ALL4 · ฟรี ประกันภัยชั้น 1 MINI Protect สูงสุด 3 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม Hire Purchase, Hire Purchase With Balloon, Finance Lease หรือ BMW Freedom Choice

· ฟรี กล้องหน้ารถ Advanced Car Eye 3.0 สำหรับรุ่น MINI Countryman S ALL4 Classic

· ผ่อนเริ่มต้น 22,099 บาท/เดือน

**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.mini.co.th/en_TH/home/serv/special-offers/the_new_mini_family.html  

ข้อเสนอพิเศษจากบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46

ออกตัวสู่ทุกเส้นทางกับสองล้อคู่ใจคันใหม่จากบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ด้วยข้อเสนอพิเศษ*** ที่มีทั้งประกันภัยชั้นหนึ่ง ขยายเวลาบริการหลังการขาย และอัตราดอกเบี้ยพิเศษสุด

รุ่น ข้อเสนอพิเศษ
บีเอ็มดับเบิลยู C 400 GT · ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Motorrad Protect สูงสุด 1 ปี

· ขยายระยะเวลา แพ็คเกจบริการหลังการขาย BMW Motorrad Service Inclusive เป็น 3 ปีเต็ม

บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure · เลือกจาก

o   ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Motorrad Protect สูงสุด 1 ปี

o   อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%

บีเอ็มดับเบิลยู R 1300 GS · อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 2.65% สำหรับลูกค้าเดิมของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เท่านั้น

***เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

OMODA & JAECOO มอบข้อเสนอ Motor Show Deal สำหรับ JAECOO 6 EV ที่จะทำให้การเป็นเจ้าของ JAECOO 6 EV แบบไม่ต้องรอตัดสินใจ

0

OMODA & JAECOO (อ่านว่า โอโมด้า แอนด์ เจคู่) ส่งมอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับรถไฟฟ้า JAECOO 6 EV (หรือ iCAR 03 ในประเทศจีน) รถพลังงานไฟฟ้าแบบออฟโรด ที่ผสานจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยแบบออฟโรดเข้ากับนวัตกรรมล้ำสมัย โดดเด่นด้วยดีไซน์ ONE BOX STYLE พร้อมท้าทายทุกเส้นทางอย่างไร้ขอบเขต ได้รับการยกย่องในด้านสมรรถนะการขับขี่ออฟโรดที่โดดเด่น ควบคู่ไปกับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่ทันสมัย ทำให้ได้รับรางวัล “BEST OFF ROAD EV” ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษนี้ จะทำให้การเป็นเจ้าของด้วยโปรโมชัน Motor Show Deal รถไฟฟ้าคันใหม่แบบไม่ต้องรอตัดสินใจ ตั้งแต่ 14 มีนาคม – 30 เมษายน2568 นี้เท่านั้น

JAECOO 6 EV (หรือ iCAR 03 ในประเทศจีน) รถพลังงานไฟฟ้าแบบออฟโรด ที่ได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งด้านความสวยงามที่มาพร้อมคุณประโยชน์การใช้สอย จนสามารถคว้ารางวัล “BEST OFF ROAD EV” จากเวที CAR OF THE YEAR 2025 ซึ่ง JAECOO 6 EV ได้ผสานจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยแบบออฟโรดเข้ากับนวัตกรรมล้ำสมัย โดดเด่นด้วยดีไซน์ ONE BOX STYLE แบบแนวคิด “OFF-ROAD TRENDY” ที่เปี่ยมด้วยพลังแห่งอนาคต พร้อมท้าทายทุกเส้นทางอย่างไร้ขอบเขต สัมผัสความสะดวกสบายและความปลอดภัยที่มากขึ้นกับโหมดการขับขี่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทุกสภาพถนน ตั้งแต่การขับในเมืองที่แสนวุ่นวายไปจนถึงเส้นทางที่ยากลำบาก ให้การขับขี่เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์ เปิดประสบการณ์และเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้ชีวิต มั่นใจในทุกการเดินทางไปกับระบบเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงจาก JAECOO 6 EV

Motor Show Deal กับ JAECOO 6 EV ที่มาพร้อมกับส่วนลด 100,000 บาท*

ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี*

ฟรี! Home Charger พร้อมติดตั้ง มูลค่า 25,000 บาท*

พร้อมรับข้อเสนอเดียวกับมอเตอร์โชว์*

JAECOO 6 EV มีให้เลือก 2 รุ่น

  • รุ่น Long Range 4WD: สมรรถนะ 279 แรงม้า ระยะทางขับขี่ 418 กม. (NEDC) พร้อม 9 โหมดการขับขี่ (Eco, Normal, Sport, Custom, All road, Slippery, Beach, Muddy, Bumpy) ราคาหลังส่วนลด 1,149,000 บาท (จาก 1,249,000 บาท)
  • รุ่น Long Range 2WD: สมรรถนะ 184 แรงม้า ระยะทางขับขี่ 426 กม. (NEDC) พร้อม 4 โหมดการขับขี่ (Eco, Normal, Sport, Custom) ราคาหลังส่วนลด 999,000 บาท (จาก 1,099,000 บาท)

พร้อมรับข้อเสนออื่นๆ เดียวกันกับมอเตอร์โชว์*

– ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 เป็นระยะเวลา 1 ปี มูลค่า 21,000 บาท*

-ฟรี! Home Charger พร้อมติดตั้ง มูลค่า 25,000 บาท*

-ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดจำนวนครั้ง มูลค่า 10,000 บาท*

-ฟรี! Application T-Box service 5 ปี มูลค่า 5,000 บาท*

-ฟรี! พรม JAECOO มูลค่า 1,500 บาท ยี่ห้อและชนิดของพรมเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด*

-ฟรี! การรับประกันครอบคลุมระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 200,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) *

  • การรับประกันคุณภาพรถใหม่ (Warranty)
  • การรับประกันระบบมอเตอร์ขับเคลื่อน (Driving motor system)
  • การรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery)

-ฟรี! สายต่อพ่วงอุปกรณ์ไฟฟ้า (V-to-L) *

-ฟรี! สายชาร์จเคลื่อนที่ AC Portable Charger*

*หมายเหตุ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

*เงื่อนไขแต่ละข้อเสนอพิเศษมีเนื้อหาและช่วงเวลาที่มีความแตกต่าง แต่ทั้งนี้เงื่อนไขทั้งหมดเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด และ
บางข้อเสนอพิเศษนี้ไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการโปรโมชันอื่นๆ ได้

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ WWW.OMODAJAECOO.CO.TH หรือสอบถามรายละเอียดได้ โทร. 02-020-8888 หรือที่ผู้จำหน่าย
ทั่วประเทศ

อีซูซุเดินหน้าสานต่อโครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” แห่งที่ 44 แก่โรงเรียนวัดพวงนิมิต จ.สระแก้ว

0

กลุ่มอีซูซุในประเทศไทย โดย มร. ทาคาชิ  ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และนายวิจิตร สดสะอาด ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรน้ำบาดาลเขต 9 ระยอง มุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาสิ่งที่ดีให้สังคมและชุมชนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดส่งมอบระบบน้ำดื่มสะอาดในโครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” เป็นปีที่ 12 แห่งที่ 44 ให้แก่ โรงเรียนวัดพวงนิมิต อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของนักเรียนและครูในโรงเรียนรวมถึงคนในชุมชนตอกย้ำปรัชญาการดำเนินธุรกิจ หรือ “วิถีอีซูซุ” นั่นคือ “ผู้ใช้สุขใจ เพิ่มพูนรายได้ ช่วยให้สังคมพัฒนา”

มร. ทาคาชิ  ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “ดังที่ทุกท่านทราบดีว่า วิกฤตเศรษฐกิจโลก ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจเกือบทุกประเภท ตลาดรถยนต์ไทยก็กำลังเผชิญภาวะหดตัวอย่างรุนแรงต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจของกลุ่มอีซูซุด้วย อย่างไรก็ตามเราก็ได้พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อกิจกรรมเพื่อสังคมของเราให้น้อยที่สุด เราจึงได้พยายามทำทุกอย่าง เพื่อให้โครงการนี้เกิดขึ้นได้ สำหรับโครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” ในปีนี้ เราได้เพิ่มอุปกรณ์พิเศษในกระบวนการผลิตน้ำดื่มสะอาดให้กับโรงเรียน นั่นคือ การติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซล่าเซลล์ เพื่อให้สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของอีซูซุในเรื่องความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ซึ่งเป็นนโยบายหลักของอีซูซุ รวมทั้งการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลไทยในการใช้พลังงานทดแทนอีกด้วย”

สำหรับโรงเรียนวัดพวงนิมิต เป็นโรงเรียนขนาดกลาง ตั้งอยู่ในอำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว เปิดสอนตั้งแต่อนุบาล 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีนักเรียน คุณครู และบุคลากรทั้งสิ้นกว่า 300 คน โรงเรียนดังกล่าวประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้งของทุกปี เนื่องจากต้องพึ่งพาแหล่งน้ำหลักในการอุปโภคและบริโภคจากหมู่บ้าน เมื่อใดก็ตามที่หมู่บ้านขาดแคลนน้ำ นักเรียนและบุคลากรจึงได้รับความเดือดร้อนไปด้วย อีซูซุจึงส่งทีมงานลงพื้นที่สำรวจปัญหาและติดตั้งระบบน้ำดื่มสะอาดที่ประกอบด้วย ระบบบ่อบาดาลครบวงจร ระบบกรองน้ำดื่มสะอาดตามมาตรฐาน พร้อมอาคารศูนย์ผลิตน้ำดื่ม พร้อมจัดอบรมวิธีการใช้งาน การทำความสะอาด และการบำรุงรักษาให้กับบุคลากรที่รับผิดชอบ รวมทั้งการเข้าไปตรวจสอบคุณภาพน้ำให้ได้มาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้นักเรียนและบุคลากรในโรงเรียนได้มีน้ำดื่มสะอาดถูกหลักอนามัยบริโภคอย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ปัญหาน้ำดื่มอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ สำหรับโครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” ในปีนี้ เราได้เพิ่มอุปกรณ์พิเศษในกระบวนการผลิตน้ำดื่มสะอาด นั่นคือ การติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อให้สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของอีซูซุในเรื่องความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ซึ่งเป็นนโยบายหลักของอีซูซุ รวมทั้งการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลไทยในการใช้พลังงานจากทรัพยากรทดแทน และยังช่วยลดค่าไฟฟ้าของโรงเรียนได้กว่า 3,000 บาทต่อเดือนอีกด้วย

คุณวิจิตร สดสะอาด ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรน้ำบาดาลเขต 9 ระยองกล่าวถึงโครงการว่า “โครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” เป็นโครงการที่ดีมาก ดีใจแทนประชาชนโดยเฉพาะนักเรียนและครู อาจารย์ ความร่วมมือระหว่างราชการและเอกชน ทำให้โครงการที่มีประโยชน์แบบนี้นี้เกิดขึ้นได้ อยากให้ทางอีซูซุดำเนินโครงการนี้ต่อไปจนครบทุกโรงเรียนที่ยังขาดแคลนน้ำในประเทศไทย”

คุณศิขรินทร์ สว่างวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดพวงนิมิต กล่าวถึงปัญหาน้ำที่โรงเรียนว่า “ตั้งแต่ที่ผมเข้ามาดำรงตำแหน่งที่โรงเรียนวัดพวงนิมิตนั้น ปัญหาแรกที่เจอเลยก็คือ ปัญหาเรื่องน้ำ นอกจากปัญหาน้ำไม่เพียงพอต่อการใช้ หรือการดื่มแล้ว ยังมีปัญหาน้ำที่มีอยู่มีสารปนเปื้อน เนื่องจากว่าเป็นน้ำผิวดิน ซึ่งติดกับไร่อ้อยและไร่พืชของชาวบ้าน ที่ส่วนหนึ่งก็จะมีการใช้ยาฆ่าหญ้า ขอขอบคุณอีซูซุและกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แทนนักเรียน คุณครู และคนในชุมชนที่เมตตาจัดทำโครงการนี้เพราะว่าเรื่องของน้ำเป็นสิ่งที่สำคัญ ประเทศจะเจริญก้าวหน้า น้ำเป็นปัจจัยหลัก”

โครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” เป็นโครงการระยะยาวที่กลุ่มอีซูซุมุ่งมั่นตามปณิธานที่ได้ตั้งไว้ว่าจะดำเนินโครงการนี้จนกว่าจะไม่มีโรงเรียนในประเทศไทยประสบปัญหาเรื่องน้ำดื่มสะอาดอีกต่อไป เพื่อตอบแทนสังคมโดยมีเป้าหมายที่จะบรรเทาความเดือดร้อนปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดให้หมดไป พร้อมเน้นย้ำแนวคิดของอีซูซุ “Isuzu Trusted Buddy” ตอกย้ำคุณค่าแบรนด์ เคียงข้างลูกค้า เคียงคู่สังคมไทย ขอเป็นเพื่อนคู่ใจที่ลูกค้าชาวไทยไว้วางใจได้เสมอในทุกขั้นตอน โดยตั้งเป้าหมายที่จะสร้างความสุขแก่คนไทย และสร้างการรับรู้คุณค่าแบรนด์อีซูซุที่มีต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย ซึ่งได้เจริญเติบโตตลอดมาและพร้อมที่เคียงคู่ประเทศไทยต่อไปในอนาคตอย่างยั่งยืน

ผู้บริหาร OJ Primus รับรางวัลยอดจำหน่ายสูงสุด ปี 2024 เขตกรุงเทพฯ – ปริมณฑล

0

เมื่อเร็วๆ นี้ นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ (ซ้าย) ประธาน บริษัท ไพรม์มัส โอแอนด์เจ พระราม 9 จำกัด และ บริษัทในเครือ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ให้เกียรติขึ้นรับรางวัล “Best Retail Sales of Greater BKK 2024” จากนายพิชณุตย์ วงศ์พัฒนาสิน (ขวา) รองประธานฝ่ายขายและการตลาด บจก.โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ในงานประชุมผู้จำหน่ายรถยนต์ OMODA & JAECOO ในประเทศไทย ภายใต้ชื่องานOMODA & JAECOO Dealer Conference 2568” จัดขึ้นโดย บจก.โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ณ โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน กรุงเทพฯ

สำหรับการประชุมครั้งนี้ เพื่อประกาศกลยุทธ์การสร้างการเติบโตร่วมกับพันธมิตรอย่างแข็งแกร่งและมั่นคง พร้อมตอกย้ำความพร้อมในการตอบสนองต่อตลาดรถยนต์ในประเทศไทยปีนี้ ภายใต้แนวคิด One Vision, One Drive, Inspiring the E-Future ของบริษัทแม่ เฌอรี่ ออโต้โมบิลส์ ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ระดับชั้นแนวหน้าจากประเทศจีน

ล่าสุด  “โอแอนด์เจ ไพรม์มัส” เปิดจองสิทธิ์รับ Special Price เมื่อจองรถยนต์รุ่นใหม่ JAECOO 7 SHS พร้อมรับนาฬิกา JAECOOxGARMIN FORERUNNER165 จำนวนเพียง 150 สิทธิ์เท่านั้น เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 – 23 มี.ค.ศกนี้

JAECOO 7 SHS รถเอนกประสงค์ SUV ที่ผสมผสานเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5L GDI Turbo ทำงานร่วมกับระบบซูเปอร์อิเล็กทริกไฮบริด ในแบบ Plug-in Hybrid Electric Vehicle ทำให้มีกำลังรวมสูงสุด 347 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 8.5 วินาที วิ่งไกลกว่า 1,300 กม.ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง นับเป็นอีกหนึ่งยานยนต์ที่วิ่งไกลสุดในขณะนี้

ด้านรูปลักษณ์ภายนอกเน้นความหรูหรา แข็งแกร่ง ที่มาพร้อมกับห้องโดยสารภายในที่ออกแบบและเลือกสรรอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยี ล้ำสมัยในระดับพรีเมี่ยม ทำให้ทุกการขับขี่สนุกสนานในทุกเส้นทางทั้งในแบบออนโรดและออฟโรด

พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษก่อนใคร!  สำหรับผู้ที่สนใจและต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์ในรุ่น BLACK OMODA C5 EV สำหรับรุ่น Long Range Ultimate และรุ่น Long Range Plus สีดำ รับส่วนลดสูงสุด 200,000 บาท พร้อมของสมนาคุณกว่า 200,000 บาท อาทิ ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี, โฮมชาร์จเจอร์ พร้อมติดตั้ง และ ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉินนาน 5 ปี ตลอด 24 ชม. เป็นต้น

และรุ่น JAECOO 6 EV รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน, ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี และของสมนาคุณมูลค่ากว่า 100,000 บาท

พิเศษ! เฉพาะวันที่ 1-31 มีนาคม ศกนี้เท่านั้น สำหรับผู้ที่สนใจสามารถชมและทดลองขับรถยนต์ทั้ง 2 รุ่น ได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ โอแอนด์เจ ไพรม์มัส พระราม 9 Tel: 093-226-6926 หรือ Line: @ojprimus

TAPA 2025 งานแสดงสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์ระดับโลก โอกาสครั้งสำคัญเพื่อความสำเร็จแห่งธุรกิจ

0

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับสมาคมในอุตสาหกรรมชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ เตรียมจัดงานแสดงสินค้าชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่ง 2568 หรือ TAPA 2025 โอกาสที่พลาดไม่ได้สำหรับนักธุรกิจและผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ เพื่อจับคู่เจรจาการค้า ต่อยอดความสำเร็จทางธุรกิจ เรียนรู้และอัปเดตเทรนด์ใหม่ผ่านเวทีเสวนาสุดเข้มข้น พร้อมชมศักยภาพประเทศไทยกับโซนจัดแสดงสินค้าไฮไลต์ ระหว่างวันที่ 3-5 เมษายน 2568 ณ Hall EH101-104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

นางสาวณัฐิยา สุจินดา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า “ในปี 2567 ที่ผ่านมาไทยส่งออกสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์และอุปกรณ์ถึง 15,491.40 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 543,640.51 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 5.15 ของมูลค่าการส่งออกรวมทั้งประเทศ โดยตลาดส่งออกสำคัญได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น มาเลเซีย แอฟริกาใต้ และอินโดนีเซีย สินค้าชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ของไทยนั้นมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก สามารถแข่งขันได้ในเวทีนานาชาติ เนื่องจากเรามีห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งยาวนานมากว่า 50 ปี ตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ สามารถผลิตชิ้นส่วนสำหรับยานยนต์ได้ทุกชิ้นส่วน”

งานแสดงสินค้าชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่ง หรืองาน TAPA จัดขึ้นต่อเนื่องมากว่า 2 ทศวรรษ เพื่อเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการแสดงศักยภาพความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่ง ต่อผู้ซื้อ ผู้นำเข้า ผู้ค้าปลีก รวมถึงนักธุรกิจจากทั่วโลก เพื่อสร้างเครือข่ายพันธมิตรและต่อยอดธุรกิจในระดับสากล รวมทั้งเป็นเวทีเจรจาการค้าและเปิดตัวสินค้า เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ๆ โดยภายในงานรวบรวมสินค้าชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่ง จากผู้ประกอบการไทยและต่างชาติมาร่วมจัดแสดงอย่างครบวงจร จนได้รับการยอมรับว่าเป็นศูนย์กลางสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์ระดับโลก หรือ World Auto Parts Sourcing Hub

งานแสดงสินค้า TAPA 2025 ในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Sustainable for the Future แสดงทิศทางของอุตสาหกรรมชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่งของโลก ที่จะพัฒนาขึ้น โดยมุ่งเน้นความยั่งยืนเพื่อตอบโจทย์โลกยุคใหม่ โดยปีนี้มีผู้เข้าร่วมแสดงสินค้ากว่า 500 รายจากทั่วทุกมุมโลก ในคูหาแสดงสินค้ามากกว่า 1,000 คูหาบนพื้นที่จัดงานกว่า 20,000 ตารางเมตร

ภายในงานยังมี Highlight Zone ประกอบด้วย โซนสัมมนาและเสวนา เรียนรู้และอัปเดตเทรนด์ใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ผ่านเวทีเสวนาสุดเข้มข้น ที่รวมผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับแนวหน้ามาให้ความรู้แบบเจาะลึก ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยียานยนต์ล่าสุด แนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้ถาม-ตอบ และแลกเปลี่ยนมุมมองกับวิทยากรโดยตรง และโซนจัดแสดงสินค้าไฮไลต์ พบกับสินค้าชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่งคุณภาพสูงจากผู้ผลิตชั้นนำ ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่อนาคต ไม่ว่าคุณจะเป็นนักธุรกิจ นักลงทุน หรือผู้ที่สนใจอุตสาหกรรมนี้ โซนนี้จะทำให้คุณได้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทย ในการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก

นายสมพล ธนาดำรงศักดิ์ นายกสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) กล่าวว่า ผู้ผลิตชิ้นส่วน
ยานยนต์ไทยต้องบูรณาการกลยุทธ์ ESG และพัฒนาผลิตภัณฑ์ยานยนต์เชิงนิเวศให้สอดคล้องกับแนวโน้มโลก ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยต้องใช้แนวทาง Multiple Track โดยรักษาสมดุลระหว่างเครื่องยนต์สันดาปที่สะอาด (Clean ICE) และยานยนต์ไฟฟ้า (BEV) นโยบายนี้จะทำให้ไทยเป็น “Last Man Standing” ในการผลิตรถยนต์ ICE พร้อมสร้างความยั่งยืนและความสามารถในการแข่งขันระยะยาวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

นายภาณุวัฒน์ มาลสุขุม เลขาธิการสมาคมผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์และอะไหล่ทดแทนไทย (TAPAA) กล่าวว่า ในปี 2568 คาดว่าอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ประเภท Aftermarket จะยังคงเติบโตได้ โดยมีแนวโน้มที่ดีจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ การขยายตัวของตลาดยานยนต์ไฟฟ้า และ การเพิ่มขึ้นของความต้องการซ่อมบำรุงยานยนต์ที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการควรติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น จากความขัดแย้งต่างๆ เพื่อปรับตัวและวางกลยุทธ์ที่เหมาะสมในการดำเนินธุรกิจ

นายชนินทร์ ขาวจันทร์ นายกสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย (THAI SUBCON) กล่าวว่า การผลิตยานยนต์ในประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สำคัญ และมีระบบห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งในระดับภูมิภาคอาเซียนไปจนถึงระดับโลก โดยเฉพาะในด้านการผลิตชิ้นส่วนอะไหล่และการประกอบยานยนต์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากผู้ผลิตทั้งในและต่างประเทศ ไทยเรามีฐานผู้ผลิตชิ้นส่วนขนาดใหญ่และขนาดกลางจำนวนมาก ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ รวมถึงการลงทุนจากผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ทั้งรถยนต์สันดาปและรถยนต์ไฟฟ้าจากต่างประเทศหลากหลายค่าย อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมีโรงงานผลิตชิ้นส่วนที่หลากหลายและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงและความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกได้

นายศักดิ์ศิริ วิกรมธรรมกุล นายกสมาคมผู้ค้าอะไหล่วรจักร (WASA) กล่าวว่า ย่านวรจักรเป็นแหล่งรวมของสินค้าประเภทอะไหล่รถยนต์, มอเตอร์ไซค์, อะไหล่เครื่องจักร ที่มีความหลากหลายเป็นแหล่งที่ผู้ค้าปลีกและผู้ค้าส่งสามารถหาสินค้าหรืออะไหล่ในราคาที่เหมาะสมได้ ในแง่ของการกระจายสินค้า ย่านวรจักรไม่ได้มีการขายเฉพาะในกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางในการกระจายสินค้าอะไหล่ไปยังจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งมีการเชื่อมโยงกับเครือข่ายการขนส่งที่สามารถส่งสินค้าไปได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

พบกันในงาน TAPA 2025 ระหว่างวันที่ 3-5 เมษายน 2568 โดยวันที่ 5 เมษายนจะเป็นวันจำหน่ายปลีก
ณ Hall EH101-104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาคลิก www.thailandautopartsfair.com

นิสสันเตรียมเปิดตัว “นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ใหม่” ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025

0

นิสสัน ประเทศไทย เตรียมสร้างความตื่นเต้นให้กับงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 กับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ “นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ใหม่” ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ ในกลุ่มรถเอ็มพีวีอเนกประสงค์ขนาดกลางที่ได้รับความนิยม ยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้ขับขี่ด้วยสมรรถนะการขับขี่แบบยานยนต์ไฟฟ้า 100% ที่ตอบสนองได้รวดเร็วทันใจ โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ และเพลิดเพลินกับการเดินทางกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนแบบ “Big. Easy. Fun”

นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ใหม่ จะจัดแสดงเป็นส่วนหนึ่งในไลน์อัพรถยนต์ครบรุ่นของนิสสัน เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อมข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าตลอดงานตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 ณ อิมแพค เมืองทองธานี

โทชิฮิโระ ฟูจิคิ ประธานนิสสัน ประเทศไทย และนิสสัน อาเซียน กล่าวว่า “นับตั้งแต่การเปิดตัว นิสสัน เซเรน่า ในประเทศไทยเมื่อปีที่ผ่านมา เราขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยทุกท่านที่ให้การตอบรับเป็นอย่างดี รวมถึงเสียงตอบรับเชิงบวกจากผู้ใช้งานจริง สำหรับการเปิดตัว นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ใหม่ ในครั้งนี้ เรามั่นใจว่าจะช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ไปอีกขั้น ด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% ที่ให้สมรรถนะและการประหยัด โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถ พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ และมอบความสะดวกสบายสำหรับการเดินทางแบบครอบครัว นอกจากนี้ การเปิดตัวในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของนิสสันที่มีต่อประเทศไทยมาอย่างยาวนานกว่า 72 ปี และเราจะยังคงเดินหน้าพัฒนาเพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าชาวไทยต่อไป”

นอกเหนือจากการเปิดตัวนิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ใหม่ นิสสันจะจัดแสดง และเปิดให้ทดลองขับรถรุ่นที่ได้รับความนิยมในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ปีนี้ ได้แก่ นิสสัน เซเรน่า, นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์, นิสสัน อัลเมร่า, นิสสัน นาวารา และนิสสัน เทอร์ร่า

นิสสัน ยังได้เตรียมโปรโมชั่นพิเศษที่จะทำให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์คุณภาพเยี่ยมได้ง่ายขึ้นกับแคมเปญ SAY YES! ที่มีความหลากหลายให้ลูกค้าเลือกได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการของตนเอง ตั้งแต่ดอกเบี้ยพิเศษ 0% ไปจนถึงผ่อนนานสูงสุด 96 เดือน รวมถึงส่วนลดพิเศษสำหรับเจ้าของรถนิสสัน สูงสุด 30,000 บาท

รถยนต์ที่จัดแสดง ณ บูธนิสสัน

นิสสัน เซเรน่า มาพร้อมเครื่องยนต์ S-Hybrid และแนวคิด “Big. Easy. Fun” ที่ล่าสุดได้รับรางวัล Car of The Year ในหมวด รถยนต์เอ็มพีวีขนาดกลาง (Best mid-size MPV) ให้ทั้งการขับขี่ใช้งานที่นุ่มนวล และห้องโดยสารที่กว้างขวางสะดวกสบาย พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันมอบ “ความสนุกที่ใช่ ความสบายที่ชอบ”

นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ให้ประสบการณ์การขับขี่สนุกด้วยการตอบสนองและอัตราเร่งในทันทีเช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า 100% โดยไม่ต้องเปลี่ยนรูปแบบของการใช้งาน รวมถึงไม่ต้องกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จ ด้วยเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ อันโดดเด่นและได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย อีกทั้งการันตีด้วยรางวัล Car of The Year 2025 ประเภท รถยนต์เอสยูวี เครื่องยนต์ไฮบริด ขนาดความจุเครื่องยนต์ต่ำกว่า 1,300 ซีซี (Best Hybrid SUV under 1,300 cc)  ที่ให้การขับขี่ที่สนุก และมั่นใจกับ อี-เพดัล สเต็ป (e-pedal step) ที่สามารถเร่ง และชะลอความเร็วได้ดด้วยการใช้แป้นคันเร่งเพียงอย่างเดียว พร้อมความปลอดภัยรอบคัน 360˚ Safety Shield

นิสสัน นาวารา รถกระบะ “ทน พร้อม ลุย” เจ้าของรางวัล Car of The Year 2025 ประเภท รถยนต์กระบะยกสูงขนาดความจุเครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,500 ซีซี (Best high-lift Pickup under 2,500cc) ที่สามารถลุยได้ทุกพื้นที่ มาพร้อมภายในดีไซน์ใหม่ สะดวกทุกการใช้งาน โดยยังคงโดดเด่นด้วยความสามารถในการบรรทุกหนักจากแชสซีเหล็กกล้า มอบความแข็งแรงคงทนต่อทุกเส้นทาง เครื่องยนต์ทรงพลังและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยมาตรฐานยูโร 5 พร้อมมั่นใจทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงรอบคัน รวมถึงรุ่น PRO-4X และ PRO-2X  ในดีไซน์สปอร์ตพร้อมลุยยิ่งขึ้น พร้อมเสริมความพรีเมียมด้วยการตกแต่งแผงคอนโซลหน้าใหม่ที่ติดตั้งจอทัชสกรีนคมชัดขนาดใหญ่ 9 นิ้ว เพิ่มความสะดวกแก่ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารด้วยเบาะผู้ขับขี่แบบปรับระบบไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมที่นั่งตอนหน้าแบบ Zero Gravity ช่วยลดความเมื่อยล้าเมื่อขับทางไกล และวัสดุบุนุ่มในจุดที่มีการสัมผัสบ่อยครั้ง ให้ทั้งสัมผัสที่สบายและสวยงาม เบาะนั่งหุ้มเบาะด้วย Quole Modure ที่ไม่สะสมความร้อนนั่งสบายแม้จะเดินทางไกล

นิสสัน อัลเมร่า  คอมแพคซีดานที่ “แรงจริง จัดให้” กับเครื่องยนต์ทรงพลังที่ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ และคุ้มค่าตอบโจทย์ทุกการใช้งานในชีวิตประจำวัน มาพร้อมแอปพลิเคชัน NissanConnect Services ที่ให้ผู้ขับขี่สื่อสารกับรถได้จากระยะไกลผ่านสมาร์ทโฟนอย่างสะดวกสบาย และฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด Walk-Away Lock ที่เพิ่มความสะดวก และปลอดภัย โดยการล็อครถอัตโนมัติ และยังมีระบบ SOS ที่ให้ความอุ่นใจ ผู้ขับขี่สามารถกดปุ่มเพื่อขอความช่วยเหลือผ่านระบบเสียงในรถยนต์ได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุ

นิสสัน เทอร์ร่า รถยนต์อเนกประสงค์สำหรับครอบครัว “คันเดียวจบครบเกินคุ้ม” ให้ทุกการเดินทางน่าจดจำ กับการขับขี่ที่มั่นใจ ขับสนุก ปลอดภัย พร้อมเครื่องเสียงระดับพรีเมียม Bose Premium Audio ระบบเสียงรอบทิศทางกับลำโพงคุณภาพสูง 8 ตัวพร้อมแอมปลิฟายเออร์ นอกจากนี้ยังติดตั้งจอขนาด 11 นิ้วเพิ่มความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง สามารถเชื่อมต่อได้ทั้ง HDMI และ Smart TV

ผู้ที่สนใจ สามารถแวะมาเยี่ยมชมบูธนิสสันในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ได้ในระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี และโชว์รูมนิสสันทั่วประเทศ

วิริยะประกันภัย ปลื้มผลงานปี 67 เบี้ยรวมกว่า 4 หมื่นล้าน เผยทิศทางขับเคลื่อนกลยุทธ์ปี 68 เสริมแกร่งทุกมิติงาน “บริการ-พันธมิตรธุรกิจ-บุคลากร”

0

วิริยะประกันภัย ปลื้มผลประกอบการในปี 67 ชูจุดแข็งรับมือความท้าทาย ทั้งทางด้านเศรฐกิจและภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในรอบปีที่ผ่านมา ด้วยเบี้ยรับตรง 40,879 ล้านบาท เติบโต 2% เผยตั้งเป้าปี 68 อัตราการเติบโตไม่น้อยกว่า 3.7% มุ่งเดินหน้าส่งมอบประสบการณ์ความคุ้มค่าอย่างต่อเนื่องให้กับลูกค้า ภายใต้แนวคิด  “ใช้ทุกวิให้คุ้มค่า : ด้วยบริการที่เป็นเลิศครอบคลุมครบวงจร” พร้อมขับเคลื่อนกลยุทธ์การดำเนินงาน 3 เป้าหมาย คือ ยกระดับคุณภาพบริการ Touchpoint ครอบคลุมทุกพื้นที่และครบวงจร เสริมความแกร่ง Ecosystem ด้วยการขยายเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ และยกระดับศักยภาพบุคลากรให้รองรับทุกมิติของงานบริการประกันภัย

นายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2567 ภาคอุตสาหกรรมประกันภัยต้องเผชิญสถานการณ์ความเสี่ยงและความท้าทายจากปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว อัตราเงินเฟ้อที่สวนทางกับกำลังซื้อของผู้บริโภค ความเสี่ยงด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค แต่กระนั้น บริษัทฯ ยังคงสามารถรักษาความเป็นผู้นำตลาดประกันวินาศภัยได้อย่างเหนียวแน่น ด้วยการครองส่วนแบ่งตลาดประกันวินาศภัย อันดับ 1 ติดต่อกันเป็นปีที่ 33 โดยมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 14.3% ในขณะที่ประกันภัยรถยนต์ซึ่งเป็นพอร์ตหลักของบริษัทฯ ยังคงรักษาส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 เช่นกัน โดยมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 22.6%

ทั้งนี้ การดำเนินงานในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกด้านของประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ อุบัติเหตุ สุขภาพ ที่อยู่อาศัย ฯลฯ มีการพัฒนากระบวนการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างครบวงจร ตั้งแต่การรับประกันภัย บริการหลังการขาย ตลอดไปถึงการบริการสินไหมทดแทนที่รวดเร็วและเป็นธรรม ด้วยสาขาและศูนย์บริการสินไหมทดแทน รวมถึงจุดบริการในห้างสรรพสินค้า (V-Station) ที่ครอบคลุมกว่า 160 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังพัฒนานวัตกรรมบริการอย่างต่อเนื่อง อาทิ VClaim on VCall บริการเคลมออนไลน์, V-Inspection บริการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนทำประกันภัย, V-Roadside Service บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ที่พร้อมให้บริการแก่ผู้เอาประกันภัย สะดวก ทุกที่ ทุกเวลา

“สำหรับผลประกอบการในปี 2567 บริษัทฯ มีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 40,879 ล้านบาท เติบโต 2% แบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยรถยนต์ (Motor) 36,380 ล้านบาท เติบโต 2.1% และเบี้ยประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ (Non-Motor) 4,499 ล้านบาท เติบโต 1.2%  อีกทั้งยังคงมั่นคงแข็งแกร่งด้วยสินทรัพย์ที่มีอยู่ถึง 70,904 ล้านบาท และอัตราความพอเพียงของเงินกองทุน (CAR) 220% ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่ามาตรฐานของเงินกองทุนฯ ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ อันแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ยังคงมีต่อวิริยะประกันภัยอย่างเหนียวแน่น ทั้งนี้ ในปี 2568 บริษัทฯ ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับตรงอยู่ที่ 42,569 ล้านบาท หรือต้องเติบโตไม่น้อยกว่า 3.7% แบ่งเป็น ประกันภัยรถยนต์ 37,591 ล้านบาท เติบโต 3.3% และประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ 4,978 ล้านบาท เติบโต 11% ซึ่งจะเห็นว่าในปีนี้ บริษัทฯ จะเน้นการเติบโตของนอนมอเตอร์ให้มีความสมดุลมากยิ่งขึ้น”

นายอมร เปิดเผยต่อไปอีกว่า แผนการดำเนินงานในปี 2568 บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการเพื่อตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้า พร้อมส่งมอบประสบการณ์ “มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า” ให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ บริษัทฯ จะดำเนินกลยุทธ์ภายใต้แนวคิด “ใช้ทุกวิให้คุ้มค่า : ด้วยบริการที่เป็นเลิศครอบคลุมครบวงจร” สะท้อนภาพความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการพัฒนางานบริการให้เป็นเลิศในทุกมิติ ทั้งในด้านการยกระดับคุณภาพ Touchpoint การขยาย Ecosystem คู่ค้า และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อให้การเติบโตของงานมอเตอร์และนอนมอเตอร์เป็นไปตามเป้าหมาย

เป้าหมายแรก ยกระดับคุณภาพและความพร้อมในการให้บริการ ทุกจุดที่ลูกค้าได้สัมผัสแบรนด์ (Touchpoint) สอดประสานเป็น Omnichannel สะดวกทุกที่ทุกเวลา ผ่านช่องทางบริการที่หลากหลายและครบวงจร ได้แก่

  1. ขยายงานตัวแทนและนายหน้าประกันวินาศภัย ซึ่งถือเป็นช่องทางงานขายสำคัญของบริษัทฯ ให้ได้กว่า 200 ราย เพื่อให้สามารถรองรับการให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะในเมืองรอง เช่น อุทัยธานี บึงกาฬ นครพนม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวมถึงยกระดับความรู้และศักยภาพของตัวแทนและนายหน้าประกันวินาศภัย ผ่านการอบรมออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา เพื่อสามารถให้คำแนะนำผลิตภัณฑ์ได้อย่างครอบคลุม ทั้งประกันภัยมอเตอร์และนอนมอเตอร์
  2. พัฒนาจุดบริการทั้งสาขา ศูนย์บริการสินไหมทดแทน และจุดบริการในห้างสรรพสินค้า (V-Station) ให้ครอบคลุมทุกบริการอย่างครบวงจร โดยมีเป้าหมายปรับปรุงและขยายพื้นที่บริการเพิ่มเติมให้เหมาะสม เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงการบริการได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ
  3. ยกระดับงานขายและการให้บริการผ่าน Line OA ทั้งในส่วนของวิริยะประกันภัย และวิริยะประกันสุขภาพ ให้กลายเป็น One Stop Service ที่สามารถให้บริการด้านงานขายและงานบริการได้อย่างครบวงจร โดยเฉพาะการแจ้งเคลมอุบัติเหตุ เคลมนัดหมาย (VClaim on VCall) และแจ้งเหตุฉุกเฉินผ่านมือถือ เพื่อให้ลูกค้าสามารถดำเนินการได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
  4. ยกระดับประสิทธิภาพการออกตรวจสอบอุบัติเหตุ ด้วยการวาง “จุดรอตรวจสอบอุบัติเหตุ” หรือจุดพักคอยของเจ้าหน้าที่ในการรอเพื่อออกตรวจสอบอุบัติเหตุอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ที่เกิดเหตุบ่อยๆ หรือพื้นที่ที่มีอุปสรรค เช่น การจราจรหนาแน่น มีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ใช้เวลานาน ฯลฯ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถไปถึงจุดเกิดเหตุภายในระยะเวลาที่กำหนด รวมทั้งการยกระดับบริการ ณ จุดเกิดเหตุให้มีความครบถ้วน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้อุ่นใจในทุกสถานการณ์ ซึ่งปัจจุบัน บริษัทฯ มีจุดรอตรวจสอบอุบัติเหตุกระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 20 จุด และมีเป้าหมายจะขยายเป็น 30 จุด ภายในปีนี้

เป้าหมายที่สอง ขยายเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศของบริการ (Ecosystem)  ได้แก่

  1. เพิ่มจำนวนตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้ครอบคลุมทุกแบรนด์ทั่วประเทศ พร้อมพัฒนาศักยภาพศูนย์ซ่อมมาตรฐานของวิริยะประกันภัย เพื่อรองรับการให้บริการซ่อมรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  2. การขยายเครือข่ายพันธมิตรศูนย์ซ่อมเฉพาะทาง เช่น ศูนย์ซ่อมรถหรู (Luxury Car) และศูนย์ซ่อมรถขนส่ง เพื่อตอบรับการเติบโตของตลาดประกันภัยรถยนต์เฉพาะทาง
  3. ขยายเครือข่ายพันธมิตรด้านโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เอาประกันภัยสุขภาพ
  1. เพิ่ม Exclusive Partner สำหรับ Privilege Program ซึ่งจะเน้นสิทธิพิเศษแบบ Exclusive Program ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในปัจจุบัน ครอบคลุมทั้งการชอปปิง การกิน-ดื่ม การดูแลสุขภาพ ความบันเทิง และการเดินทาง-ท่องเที่ยว โดยตั้งเป้าขยาย Exclusive Partner จาก 65 แบรนด์ สู่ 80 แบรนด์ในปีนี้

ส่วนเป้าหมายที่สาม  ยกระดับศักยภาพบุคลากรวิริยะประกันภัย ที่มีอยู่กว่า 6,900 คน ตั้งแต่ระดับบริหารไปจนถึงระดับปฏิบัติการ ได้แก่

  1. พัฒนาศักยภาพตาม Road Map ของแต่ละตำแหน่งงานและช่วงอายุงาน พร้อมตั้งเป้าหมายในการพัฒนาผู้บริหารตามแผน Individual Development Plan (IDP) เพื่อสรรหาและพัฒนาบุคลากรที่มีศักยภาพสูง มีความรู้ ทักษะ และความเชี่ยวชาญ สำหรับเตรียมความพร้อมให้กับผู้บริหารรุ่นใหม่ในอนาคต
  2. พัฒนาความรู้และเสริมทักษะใหม่ ๆ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงไปของเทคโนโลยี เช่น เทคโนโลยี AI เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ฯลฯ
  3. พัฒนาระบบ Online Training ให้พนักงานสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ด้วยตนเองได้ทุกที่ ทุกเวลา ภายใต้แนวคิด Long Live Learning
  4. เสริมความรู้เรื่องผลิตภัณฑ์มอเตอร์และนอนมอเตอร์ ความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้กับพนักงานในทุกส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งงานสินไหมทดแทนส่วนหน้าและส่วนหลัง รวมถึงฝ่ายรับประกันภัย เพื่อให้สามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยทั้งในส่วนของประกันภัยมอเตอร์ ซึ่งในปีนี้จะมีการพัฒนาประกันภัยประเภท 5 (2+,3+) คุ้มครองภัยน้ำท่วมซ่อมอู่ทั่วไป และประเภท 5 (2+) รถไฟฟ้าซ่อมห้าง ส่วนประกันภัยนอนมอเตอร์ บริษัทฯ มีแผนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยสุขภาพและอุบัติเหตุ โดยเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าทั้งแบบมีความรับผิดส่วนแรกและแบบร่วมจ่าย พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยการเดินทางหลากหลาย ตอบโจทย์ทุกการเดินทางทั้งในและนอกประเทศ พร้อมสัมผัสประสบการณ์ใหม่กับการซื้อประกันภัยออนไลน์ (E-Sale) และช่องทาง Affiliate Marketing และในปีนี้ บริษัทฯ ยังได้โฟกัสไปที่การมอบความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์แก่กลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ โดยจะออกผลิตภัณฑ์ประกันภัยโจรกรรมรถจักรยานยนต์ คุ้มครองครอบคลุม สูญหาย เสียหายสิ้นเชิง ชดเชยรายได้เมื่อบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ เพื่อช่วยบรรเทาภาระ เบี้ยประกันภัยสุดคุ้ม ไม่ถึงวันละบาท เพื่อให้ผู้ใช้รถจักรยานยนต์สามารถขับขี่ได้อย่างอุ่นใจยิ่งขึ้น

อีกทั้งบริษัทฯ ยังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับพลังงานสีเขียว เพื่อส่งเสริมการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมทั้งโซล่า รูฟท็อป และอุปกรณ์ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกรับความคุ้มครองได้ รวมถึงการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนโลจิสติกส์ไทยสู่ความยั่งยืน สนับสนุนผู้ประกอบการขนส่งที่ได้รับเครื่องหมาย Q Mark และผู้ประกอบการที่เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานไฟฟ้า เดินหน้าส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดโลจิสติกส์สีเขียว (Go Green Logistics) โดยบริษัทฯ จะมอบสิทธิพิเศษส่วนลดเบี้ยประกันภัยเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจของผู้ประกอบการขนส่ง ซึ่งเป็นการพัฒนาตามแนวนโยบายด้าน ESG ของบริษัทฯ ในปีนี้อีกด้วย

“บริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนาบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบบริการที่เป็นเลิศ ทั้งความใส่ใจในบริการ สร้างความมั่นใจ วางใจ และทันใจให้ผู้ถือกรมธรรม์วิริยะประกันภัยกว่า 8 ล้านกรมธรรม์ ได้รับประสบการณ์ ‘ใช้ทุกวิให้คุ้มค่า’  โดยมีหัวใจสำคัญคือบุคลากรวิริยะประกันภัยทุกส่วนงานเป็นแรงขับเคลื่อนนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมาย” คุณอมร กล่าว

นอกจากแผนการดำเนินงานที่กล่าวมา ในปีนี้บริษัทฯ ยังได้เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ ภายใต้แนวคิด “ใช้ทุกวิให้คุ้มค่า” เพื่อสะท้อนความตั้งใจของการทำหน้าที่บริหารความเสี่ยงและดูแลผู้เอาประกันภัยให้ได้รับความคุ้มค่ามากที่สุด ภายใต้ความคุ้มครองจากวิริยะประกันภัย เพราะบริษัทฯ คำนึงถึงความสำคัญในทุกช่วงเวลาอันมีค่าของลูกค้า ที่จะนำไปใช้ในการทำสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาของการอยู่กับครอบครัว คนรัก และคนรอบตัว รวมไปถึงการสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับชีวิต โดยภายใต้ภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้ จะสะท้อนภาพในทุกมิติของประสบการณ์การใช้ “วิ” วิริยะประกันภัยอย่างแท้จริง เพื่อให้ทุกช่วง “วิ” นาทีของลูกค้าถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่าในทุกช่วงเวลาที่สำคัญของชีวิต ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของบริษัทฯ