Home Blog Page 96

เรนเจอร์ แร็พเตอร์ คว้าแชมป์รุ่นโปรดักชัน สนามไทยแลนด์ แรลลี่ เรด 2024

0

ฟอร์ด ประเทศไทย ร่วมกับทีมฟีลลิค อินโนเวชัน มอเตอร์สปอร์ต ประกาศความสำเร็จ คว้ารางวัลชนะเลิศประจำปีจากการแข่งขันไทยแลนด์ แรลลี่ เรด แชมเปี้ยนชิพ 2567 (Thailand Rally Raid Championship – TRRC) ในรุ่น T2.1 หรือรุ่นโปรดักชัน สำหรับรถที่ผลิตจากโรงงานในประเทศไทย หลังทำคะแนนรวมจากการแข่งขันตลอดทั้งปีได้อย่างดีเยี่ยม

การแข่งขันสนามสุดท้ายของปีเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา บนเส้นทางกว่า 100 กิโลเมตร ในอำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ตลอดระยะทางของการแข่งขันเต็มไปด้วยความท้าทายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ทางโคลนในลำธาร ทางชันที่เต็มไปด้วยหินภูเขาและหินกรวด และทางแคบตามธรรมชาติ ซึ่งนักขับและผู้นำทางได้ใช้ทักษะ ดึงสมรรถนะของรถเรนเจอร์ แร็พเตอร์ และโหมดขับขี่ต่างๆ ตามสภาพพื้นผิวออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ เช่น โหมดปกติ โหมดสปอร์ต โหมดถนนลื่น โหมดโคลน/ร่อง โหมดปีนทางกรวด และโหมดบาฮา ที่ช่วยให้การขับขี่บนเส้นทางสมบุกสมบันผ่านไปอย่างง่ายดาย ตอกย้ำความ ‘แกร่งจริงทุกคัน ดุดันทุกสถานการณ์’ ทำคะแนนได้เป็นอันดับ 1 ในรุ่น T2.1 หรือโปรดักชัน อันดับ 8 Overall ในสนามนี้ ส่งผลให้คะแนนรวมจากการแข่งขันตลอดทั้งปี ทีมฟีลลิค อินโนเวชัน มอเตอร์สปอร์ต ทำอันดับได้เป็นที่ 1 คว้ารางวัลแชมป์เปี้ยนชิพประจำปี ในรุ่น T2.1 ไปครอง จบการแข่งขันของปีนี้ได้อย่างงดงาม

“ฟอร์ดขอแสดงความยินดีกับทีมฟีลลิค อินโนเวชัน มอเตอร์สปอร์ต กับผลการแข่งขันที่น่าประทับใจในสนามล่าสุด นับเป็นอีกครั้งที่ความสำเร็จจากสนามแข่งได้พิสูจน์สมรรถนะอันเหนือชั้นของรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ บนเส้นทางที่ท้าทาย นอกจากนี้ การทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่กับทีมวิศวกรของฟอร์ด ยังทำให้เราได้นำข้อมูลและประสบการณ์จากสนามแข่งกลับมาใช้พัฒนารถฟอร์ดให้ดีขึ้นอีกต่อไป” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

ทั้งนี้ การแข่งขันไทยแลนด์ แรลลี่ เรด แชมเปี้ยนชิพ เป็นหนึ่งในรายการแข่งรถยนต์ประเภทแรลลี่ครอสคันทรีรายการใหญ่ของประเทศไทย เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันได้พิสูจน์สมรรถนะของรถขับเคลื่อนสี่ล้อและความชำนาญในการขับและการนำทางทั้งบนทางเรียบ และทางออฟโรดในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความท้าทายหลายรูปแบบตามสภาพภูมิประเทศของแต่ละจังหวัด โดยในปีนี้ จัดการแข่งขันทั้งสิ้น 4 สนาม โดยทีมฟีลลิค อินโนเวชัน มอเตอร์สปอร์ต นำโดย ไมเคิล ฟรีแมน นักแข่งมากประสบการณ์ และไชยยา ชมมาลี ผู้นำทางมือฉมัง ได้ร่วมลงแข่งด้วยรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ หมายเลข 7

อีซูซุเดินหน้าจัดโครงการประกวดวาดภาพดิจิทัล “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์” ประจำปี 2567 ชิงรางวัลรวมกว่า 500,000 บาท

0

อีซูซุร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เดินหน้าจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ทางด้านศิลป์กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ผ่านการจัดประกวดวาดภาพรูปแบบดิจิทัลในโครงการ “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์” ประจำปี 2567 โดยเชิญชวนนักเรียนระดับมัธยมศึกษาสายสามัญทั่วประเทศ ร่วมส่งผลงานรูปแบบดิจิทัลสุดสร้างสรรค์ในรอบคัดเลือก ภายใต้หัวข้อ “พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ อย่าเผลอทำผิด คิดก่อนแชร์” ผ่านเว็บไซต์ www.isuzuyouthrelations.com ตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2568  ชิงรางวัลทุนการศึกษาพร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ มูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท

กลุ่มตรีเพชร โดย มร.ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ทำให้อินเตอร์เน็ตเป็นเรื่องใกล้ตัว และเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการใช้ชีวิตของผู้คนสมัยนี้ การใช้คอมพิวเตอร์ รวมถึงสมาร์ทโฟนอย่างไม่ระวัง จึงอาจทำให้ผู้ใช้พลาด ทำผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และทำร้ายผู้อื่นในทางอ้อมโดยไม่รู้ตัว เราเห็นถึงความสำคัญของการตระหนักรู้พระราชบัญญัติดังกล่าวของเยาวชนรุ่นใหม่ จึงต้องการมีส่วนช่วยป้องกัน และควบคุมการกระทำผิดที่อาจเกิดขึ้น ผ่านโครงการ “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์” ประจำปี 2567 โดยการสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะในรูปแบบดิจิทัล (Digital Painting) ผ่านคอมพิวเตอร์ แท็บเลต หรือเครื่องมือดิจิทัลอื่น ๆ ในโปรแกรมที่กำหนด ภายใต้หัวข้อ “พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ อย่าเผลอทำผิด คิดก่อนแชร์” ซึ่งการแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย ในรอบคัดเลือก และรอบชิงชนะเลิศ โดยผู้ที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ จะได้เข้าแข่งขันในหัวข้อที่กำหนดขึ้นใหม่ ณ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ต่อไป”

สำหรับผลงานที่โดดเด่น สามารถสื่อสารตามหัวข้อที่กำหนดได้อย่างยอดเยี่ยม จะได้รับรางวัลต่าง ๆ ดังนี้

  • รางวัลชนะเลิศจำนวน 2 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 1 คน จะได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 50,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งจำนวน 2 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 1 คน จะได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 30,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับสองจำนวน 2 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 1 คน จะได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 20,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
  • รางวัลชมเชยจำนวน 14 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 7 คน จะได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 10,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
  • รางวัล Popular Vote จำนวน 10 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 5 คน จะได้รับทุนการศึกษาคนละ 2,500 บาท
  • พิเศษ! รางวัล Content Creator 10 รางวัล สำหรับผู้เข้าแข่งที่จัดทำคลิปที่เกี่ยวข้องกับผลงานหรือกิจกรรมนี้อย่างสร้างสรรค์ ลงในช่องทาง TikTok ด้วยบัญชีผู้ใช้งานของผู้ส่งผลงาน เปิดเป็นสาธารณะ พร้อมติดแฮชแท็ก #ISUZU #IYRP2024 #ISUZUYOUTHRELATIONS #อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์2567 โดย 10 คลิปที่ถูกใจคณะกรรมการมากที่สุด และทำถูกต้องตามกติกา จะได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 2,500 บาท

ซึ่งในปีนี้ โครงการ ได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยชั้นนำมาตัดสินดังนี้

  • ผศ.ดร. วิชญ มุกดามณี

คณบดีคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

  • รศ.ดร. ศุภชัย อารีรุ่งเรือง

รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

  • ผศ. อนุพงษ์ จันทร

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำภาควิชาศิลปกรรม คณะสถาปัตยกรรมศิลปะและการออกแบบสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ผู้ที่สนใจสามารถหาข้อมูล และสมัครเข้าร่วมการประกวดวาดภาพดิจิทัล ในโครงการ “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ 2567” ได้ที่ www.isuzuyouthrelations.com หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่แผนกสื่อสารการตลาด-เอ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด โทร. 0-2966-2127-9

 

ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

RIDDARA ประเทศไทย ลงนาม MOU ร่วมกับ สมาคมตอบโต้ภัยพิบัติ D.R.A.T ส่งมอบรถกระบะไฟฟ้า RD 6 พร้อมสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยในประเทศไทย

0

RIDDARA (ริดดารา) ประเทศไทย แบรนด์รถกระบะพลังงานไฟฟ้าในเครือ GEELY AUTO GROUP นำโดย มร.ตง เฟย รองประธานกรรมการบริหาร GEELY RIDDARA International และคุณ ชาคริต เนตรสว่าง ประธานสมาคมสมาคมตอบโต้ภัยพิบัติแห่งประเทศไทย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับสมาคมตอบโต้ภัยพิบัติ (D.R.A.T) อย่างเป็นทางการ เพื่อสานต่อภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยในประเทศ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ณัฐชา ลิขิตกิจวรกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมเป็นเกียรติในพิธีลงนามครั้งนี้ 

มร. ตง เฟย รองประธานกรรมการบริหาร GEELY RIDDARA International กล่าวว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการดำเนินงานของสมาคมตอบโต้ภัยพิบัติ  รวมทั้งสนับสนุน รถกระบะไฟฟ้า RIDDARA RD6 จำนวน 1 คัน ให้แก่สมาคมตอบโต้ภัยพิบัติแห่งประเทศไทยในครั้งนี้เพื่อนำไปใช้ในภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัย และการช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ความร่วมมือของเรากับสมาคมตอบโต้ภัยพิบัติถือเป็นก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและสมรรถนะที่โดดเด่นของ RIDDARA สนับสนุนภารกิจทางสังคมที่มีคุณค่าต่อประเทศชาติให้กับหน่วยงานที่ไม่แสวงหารายได้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าด้วยเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและสมรรถนะที่มีของ RIDDARA จะเป็นแรงหนุนในการทำภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยของสมาคมฯ ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

RIDDARA ประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะบูรณาการการดำเนินงานให้เข้ากับสังคมไทยและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนสังคมในหลากหลายมิติ พร้อมร่วมส่งเสริมความยั่งยืนและการใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับแนวทางการดำนินงาน “ในประเทศไทย เพื่อประเทศไทย” มร. ตง เฟย กล่าวสรุป

BYD & DENZA ขอบคุณกระแสตอบรับล้นหลาม ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 41 ด้วยยอดจองทะลุ 7,615 คัน

0

บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจําหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า BYD และ DENZA อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ ขอขอบคุณลูกค้าและผู้สนใจทุกท่านที่ให้การตอบรับอย่างดียิ่งในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 41 ที่ผ่านมา โดยบูธของ BYD และ DENZA ได้รับความสนใจและกระแสตอบรับจากผู้เข้าชมจำนวนมาก ส่งผลให้ยอดจองรถยนต์ของบูธ BYD และ DENZA รวมทั้งสิ้น 7,615 คัน โดยเฉพาะรุ่น BYD SEALION 7 ที่มียอดจองสูงสุดถึง 3,853 คัน ตอกย้ำความสำเร็จของ BYD ในฐานะผู้นำด้านยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย

นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “ผมขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจในแบรนด์ BYD และ DENZA อย่างต่อเนื่อง ตัวเลขยอดจองในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ โดยเฉพาะ BYD SEALION 7 ได้รับการตอบรับด้วยยอดจองสูงถึง 3,853 คัน ภายใน 13 วัน ซึ่งถือเป็นกำลังใจสำคัญสำหรับเราที่จะเดินหน้าด้วยวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ ‘NEW ENERGY FOR ALL’ เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น NEV Nation อย่างมั่นคงและยั่งยืน”

นางสาวประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “การตอบรับอย่างล้นหลามในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 41 เป็นบทพิสูจน์สำคัญถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าชาวไทยที่มีต่อเรา เราขอขอบคุณลูกค้าทุกท่าน และยืนยันว่ากลุ่มธุรกิจเรเว่จะมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเราจะเป็นพันธมิตรที่ดีในการก้าวสู่อนาคตพลังงานสะอาดร่วมกัน”

ยอดจองรายรุ่นของ BYD และ DENZA ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 41

• BYD SEALION 7  3,853 คัน
• BYD DOLPHIN 1,189  คัน
BYD SEALION 6 DM-i     863 คัน
DENZA D9    573  คัน
• BYD ATTO 3446  คัน
• BYD M6366  คัน
• BYD SEAL325  คัน

 

ทางบริษัทขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงสำหรับการตอบรับ สำหรับ BYD SEALION 7 ช่วงราคา Early Bird ซึ่งได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 41 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2567 เป็นต้นไป ราคาจำหน่ายของ BYD SEALION 7 จะกลับไปเป็นราคาจำหน่ายปกติ โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • BYD SEALION 7 รุ่น Premium ราคาจำหน่ายปกติ 1,249,900 บาท
  • BYD SEALION 7 รุ่น AWD Performance ราคาจำหน่ายปกติ 1,399,900 บาท

และฉลองความยิ่งใหญ่ BYD ครบรอบ 30 ปี ด้วยแคมเปญใหญ่ สำหรับลูกค้า BYD ที่ซื้อรถยนต์ BYD ตั้งแต่คันแรก ที่ออกใบกำกับภาษีตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 65 – 31 ธ.ค. 67 ลุ้นรับรถยนต์ไฟฟ้า BYD SEAL รุ่น AWD Performance จำนวน 3 รางวัล รวมมูลค่า 4,497,000 บาท ระยะเวลาแคมเปญตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย. 67 – 31 ธ.ค. 67

เพื่อให้มั่นใจว่าทุกท่านจะได้รับสินค้าและบริการที่ดีที่สุด โชว์รูมและศูนย์บริการบีวายดีพร้อมให้บริการอย่างครอบคลุมทั้งในจังหวัดเมืองหลักและเมืองรองทุกภูมิภาคด้วยโชว์รูมและศูนย์บริการ 123 สาขา ครบครันด้วยบริการที่ได้มาตรฐานโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญทั้งการซ่อมบำรุงและตรวจเช็คสภาพ รอบคัน พร้อมด้วยจุดชาร์จสำหรับเติมพลังงานให้กับรถระหว่างการเดินทาง เพื่อให้ทุกการเดินทางปลอดภัยและอุ่นใจ และบริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จะยังคงเดินหน้าในการพัฒนานวัตกรรม การบริการ และการสื่อสารที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของแบรนด์ พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางยานยนต์พลังงานไฟฟ้าแห่งภูมิภาค และเราขอขอบคุณทุกการสนับสนุนที่ทำให้เราสามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่งไปพร้อมกับทุกท่าน

อยากขับ Omoda & Jaecoo ฟรี! มาที่นี่..OMODA & JAECOO PRIMUS Rama9

0

“โอโมด้า & เจคู่ ไพรม์มัส” จัดเต็ม! รถทดลองขับทุกรุ่น ทุกแบบให้เลือกอย่างจุใจ

Omoda C5 รถ SUV ครอสโอเวอร์ ไฟฟ้า 100% มีให้เลือก 2 รุ่น ในรุ่น Long Range Plus และรุ่น Long Range Ultimate ในเริ่มต้นเพียง 899,000 บาท

พร้อมโปรแรงส์! ส่งท้ายปี กับ 3 ทางเลือก

-ขับฟรี! 90 วัน และโปรช่วยผ่อน นาน 8 เดือนๆ ละ 5,000 บาท

-ผ่อนเริ่มต้น 5XXX บาท/เดือน

-ฟรี! ดอกบี้ย หรือดาวน์ต่ำ 10% และโปรช่วยผ่อน 9 เดือนๆ ละ 5,000 บาท

หรือเลือกเป็นเจ้าของรุ่น Jaecoo 6 EV รถไฟฟ้าออฟโรดพันธุ์แกร่ง ตะลุยทุกเส้นทาง มาพร้อมความสะดวดกสบายระดับเฟริ์สคลาส มีให้เลือก 2 รุ่น JAECOO 6 EV Long Range 2WD และ 4WD ราคาเริ่มต้นที่ 1,099,000 บาท

จองวันนี้ รับฟรี! แร็คหลังคารถพร้อมกล่องสัมภาระด้านข้าง มูลค่า 37,999 บาท

หรือเลือกดอกเบี้ย เริ่มต้น 1.68%

ทุกรุ่นรับฟรี! ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี

จองวันนี้ รับรถทันทีทุกรุ่นทุกสี..พร้อมรวมสิทธิพิเศษมากมาย มูลค่ากว่า 150,000 บาท

พิเศษ! ลุ้นรับ ฟรี!  Omoda C5 EV Long Range Plus มูลค่า 899,000 บาท จำนวน 1 รางวัล, สร้างคอทองคำ หนัก 1 สลึง จำนวน 30 รางวัล หรือบัตรชาร์จรถไฟฟ้า มูลค่า 2,500 บาท จำนวน 100 รางวัล

สนใจชมและทดลองขับได้เต็มพิกัด เฉพาะที่ OMODA & JAECOO PRIMUS Rama9

Tel: 093-226-6926
Line: @ojprimus
Google Map: omoda and jaecoo primus พระราม

“ซูซูกิ” ผนึกกำลังพันธมิตร ส่ง SUZUKI CARRY FOOD TRUCK และ BABER TRUCK ลงพื้นที่ช่วยเยียวยาประชาชนหลังผลกระทบน้ำท่วม จ.เชียงราย

0

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า หลังจากซูซูกิ ได้มีนโยบายในการร่วมมือกับผู้จำหน่ายลงพื้นที่ในการมอบความช่วยเหลือเพื่อแบ่งเบาภาระของประชาชนจากภัยน้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคเหนือ รวมถึงการเล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของกลุ่มลูกค้าซูซูกิที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัย จึงได้มอบแคมเปญพิเศษ ส่วนลด 30% สำหรับค่าอะไหล่ (ยกเว้นแบตเตอรี่ หัวเทียน ยางรถยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่ง) ค่าแรง และค่าเคมีภัณฑ์ให้แก่ลูกค้ารถยนต์ซูซูกิทุกรุ่น  โดยแคมเปญดังกล่าวจะสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2567 นี้

แม้สถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลาย แต่ผลกระทบจากภัยน้ำท่วมยังคงความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่ ทั้งเรื่องคราบโคลนที่ยังคงอยู่และต้องทำความสะอาด ไปจนถึงความเสียหายที่ส่งผลต่อยานพาหนะและที่พักอาศัย ซึ่งยังต้องซ่อมแซมและฟื้นฟูให้กลับคืนสู่สภาวะปกติในเร็ววัน

ล่าสุด ซูซูกิ มอเตอร์ ประเทศไทย ยังได้เดินหน้ากิจกรรม “CARRY YOUR DREAM CARRY YOUR LIFE” ซึ่งได้ร่วมมือกับพันธมิตร พร้อมด้วยคุณสาคร สุริยโชติ รองนายก เทศบาลมนตรีตำบลแม่สาย คุณสมชาย ดาวเรือง ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม รวมถึงคณะผู้บริหารเทศบาลตำบลแม่สาย และผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ ในการนำรถกระบะเพื่อการพาณิชย์อเนกประสงค์ SUZUKI CARRY ที่ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นร้านตัดผมเคลื่อนที่ SUZUKI CARRY BABER TRUCK และ ร้านอาหารเคลื่อนที่ SUZUKI FOOD TRUCK ไปให้บริการประชาชนในพื้นที่ ณ วัดผาสุการาม ตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา โดยร้าน FOOD TRUCK ที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ประกอบด้วย ร้านเฮียต้น Homemade, ร้านต้องมนต์, ร้าน Zaap Story Mr.Ho, ร้าน Army Cafe Truck ส่วนร้านตัดผมเคลื่อนที่ประกอบด้วย ร้าน Cut in Car และ ร้าน Lady Cut Baber

อีกทั้งในวันที่ 9 ธันวาคม 2567 ซูซูกิยังได้เข้าร่วมงาน “วาทะลูกหนัง ทูเอสสปอร์ต X เชียงรายยูไนเต็ด Presented By SUZUKI” จัดขึ้น ณ สนามฟุตบอล สิงห์ เชียงราย สเตเดียม จังหวัดเชียงราย ในการจัดกิจกรรม “ร่วมกันปันน้ำใจ สมทบทุนให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้” โดยได้นำ SUZUKI CARRY BABER TRUCK จากร้าน Cut in Car เข้าไปให้บริการแก่ผู้เข้ามาร่วมงาน ซึ่งผู้เข้ารับบริการยังสามารถร่วมสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ได้อีกด้วย

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในฐานะที่เราเป็นบริษัทผู้จำหน่ายรถยนต์ที่ได้รับความไว้วางใจจากคนไทยมาอย่างยาวนาน จึงมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งกับการเป็นส่วนหนึ่งในการให้ความช่วยเหลือประชาชนในช่วงเวลาที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดที่เรายึดมั่นเสมอมาก็  “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ

ทั้งนี้ โครงการพิเศษมอบส่วนลดช่วยเหลือลูกค้าที่ต้องการเลือกซื้อรถยนต์ซูซูกิคันใหม่ เนื่องมาจากรถคันเก่าประสบปัญหาในช่วงวิกฤตอุทกภัย โดยมีระยะเวลาเริ่มโครงการตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567   ซึ่งรายละเอียดของข้อเสนอพิเศษมีดังนี้

  • รถยนต์ซูซูกิที่เข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย SUZUKI SWIFT, SUZUKI ERTIGA Hybrid และ SUZUKI XL7 Hybrid
  • ผู้สนใจเแสดงเอกสารประกอบของรถยนต์คันที่เสียหายตามที่บริษัทฯ กำหนด
  • สำหรับลูกค้ารถยนต์ซูซูกิที่ได้รับความเสียหายทุกรุ่น รับส่วนลดเพิ่ม 25,000 บาท
  • สำหรับลูกค้ารถยนต์ยี่ห้ออื่นที่ได้รับความเสียหาย รับส่วนลดเพิ่ม 20,000 บาท
  • เงื่อนไขพิเศษดังกล่าวยังไม่รวมรายการส่งเสริมการขายปกติที่มอบให้ในช่วงเดือน ตุลาคม – ธันวาคม 2567
  • สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากศูนย์บริการในพื้นที่

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่เรามุ่งมั่นจะทำเพื่อเป็นการดูแลและตอบแทนลูกค้าทุกท่านในยามที่ต้องเผชิญกับวิกฤตต่างๆ เราดำเนินการภายใต้แนวคิด “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” เราพร้อมจะเดินหน้าเพื่อเข้าไปช่วยแบ่งเบาและบรรเทาปัญหาของสังคมด้วยการปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีแก่พนักงานและมีส่วนร่วมในกิจกรรมหรือโครงการต่างๆ ด้วยความมุ่งหวังให้องค์กรและชุมชนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยดังกล่าว สามารถติดต่อเข้ารับบริการ และสอบถามเงื่อนไขต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการรถยนต์ซูซูกิในพื้นที่ประสบภัย หรือติดต่อ SUZUKI Cause We Care หมายเลขโทรศัพท์ 1800-600-900 ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567

MOTOR EXPO 2024 ปิดฉากสวย พลิกฟื้นตลาดรถยนต์ ดันยอดจองกว่า 5 หมื่นคัน

0

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” ร้อนแรงเกินคาด รถสันดาป ไฮบริด ยังฮิท รถไฟฟ้าตามติด จักรยานยนต์คึกคัก ผู้ชมกว่า 1.4 ล้าน เงินสะพัด 5.5 หมื่นล้าน

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” เปิดเผยว่า “งาน MOTOR EXPO 2024 ประสบความสำเร็จอย่างสูง และมีส่วนช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมยานยนต์ปีนี้ที่ซบเซาให้กลับมาคึกคัก พร้อมสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจไทย จึงขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งผู้อุปถัมภ์ ผู้สนับสนุน ค่ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ อุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงผู้เข้าชมงานที่เมืองทองธานี และชมงานผ่านระบบออนไลน์”

สำหรับยอดจองรถในงาน แบ่งเป็นรถยนต์ 54,513 คัน จักรยานยนต์ 7,982 คัน และจากข้อมูลผู้ร่วมกิจกรรม “ซื้อรถ…ชิงรถ” พบว่า มีผู้ร่วมกิจกรรมมากกว่าปีที่แล้ว โดยเป็นรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ (สันดาป, ไฮบริด และพลักอิน-ไฮบริด) 58.7 % และรถยนต์ไฟฟ้า 41.3 % รถยนต์ที่ผู้ซื้อเข้าร่วมกิจกรรมสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ HONDA, BYD, TOYOTA ส่วนรถเครื่องยนต์ที่มียอดจองสูงสุด ได้แก่ HONDA, TOYOTA, FORD ด้านรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่มียอดจองสูงสุด ได้แก่ BYD, AION, GEELY

นอกจากนั้น ประเภทรถที่ได้รับความสนใจ แบ่งเป็นประเภทต่างๆ  ได้แก่ รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) 60.9 % รถเก๋ง 14.2 % รถท้ายลาด 12.0 % รถอเนกประสงค์ 6.9 % รถกระบะ 5.5 % และอื่นๆ 0.5 %

รถจักรยานยนต์ ที่ผู้ซื้อเข้าร่วมกิจกรรม “ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์” สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ZONTES, EM, ROYAL ALLOY, YAMAHA และ TRIUMPH

ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ที่ขายได้ในงาน 1,259,928 บาท รถจักรยานยนต์เฉลี่ย 191,063 บาท เงินหมุนเวียนในงานราว 5.5 หมื่นล้านบาท ผู้เข้าชมงาน 1,426,044 คน ยอดดาวน์โหลด MOTOR EXPO Application 30,808 คน และมีผู้ชมงานออนไลน์ 2,476,001 วิว

ด้านอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง และ JOIN BOAT PLATFORM สร้างยอดเงินสะพัด รวมกว่า 30 ล้านบาท ส่วนแพคเกจ MOTOR EXPO EXCLUSIVE VISITOR ที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้ชมงานระดับวีไอพีได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเป็นอย่างมาก

พบกันใหม่ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” อย่าพลาดติดตามรายละเอียดที่ motorexpo.co.th และทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”

โฟตอน มอเตอร์ ผนึก คัมมินส์ ผู้ผลิตเครื่องยนต์ดีเซลชั้นนำของโลก เปิดโรงงาน “โฟตอน คัมมินส์ เอ็นจิ้น” ในไทย

0
{"ARInfo":{"IsUseAR":false},"Version":"1.0.0","MakeupInfo":{"IsUseMakeup":false},"FaceliftInfo":{"IsChangeEyeLift":false,"IsChangeFacelift":false,"IsChangePostureLift":false,"IsChangeNose":false,"IsChangeFaceChin":false,"IsChangeMouth":false,"IsChangeThinFace":false},"BeautyInfo":{"SwitchMedicatedAcne":false,"IsAIBeauty":false,"IsBrightEyes":false,"IsSharpen":false,"IsOldBeauty":false,"IsReduceBlackEyes":false},"HandlerInfo":{"AppName":2},"FilterInfo":{"IsUseFilter":false}}

โฟตอน มอเตอร์ (Beiqi Foton) จับมือ คัมมินส์ (Cummins) แบรนด์เครื่องยนต์ดีเซลชั้นนำของโลก ขยายตลาด จัดตั้ง บริษัท โฟตอน คัมมินส์ เอ็นจิ้น (ประเทศไทย) จำกัด” (Foton Cummins Engine (Thailand) Co., Ltd.) ณ นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ชลบุรี  เพื่อเป็นโรงงานผลิตเครื่องยนต์สำหรับรถเพื่อการพาณิชย์ โฟตอนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อกระบวนการผลิตที่มีคาร์บอนต่ำ ปกป้องสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งมอบเครื่องยนต์ Foton Cummins ลำดับที่ 600,000 สำหรับส่งออก โดยใช้ไลน์การผลิตในโรงงานดังกล่าว นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ โฟตอน คัมมินส์ในตลาดต่างประเทศ สะท้อนความสัมพันธ์ไทย-จีนอันแน่นแฟ้น และศักยภาพด้านอุตสาหกรรมการผลิตของจีน พร้อมส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยีและพัฒนาฝีมือแรงงานไทย ทั้งนี้ ได้มีการส่งมอบเครื่องยนต์ล็อตแรกจาก โฟตอน คัมมินส์ ประเทศไทย ให้กับ โฟตอน ซีพี (Foton CP) ในพิธีเปิดโรงงานดังกล่าวอีกด้วย

นายเฉิน เจี้ยน ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ปักกิ่ง โฟตอน คัมมินส์ เอ็นจิ้น จำกัด เผยว่า “โฟตอน คัมมินส์ เอ็นจิ้น (ประเทศไทย) เป็นหนึ่งในผลลัพธ์อันมีประสิทธิผลจากความร่วมมือระหว่าง “โฟตอน มอเตอร์ กรุ๊ป” และ “คัมมินส์” ที่ยาวนานถึง 17 ปี เพื่อวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์และเครื่องยนต์ชั้นนำ โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะระดับโลกที่เรียกว่า “The Lighthouse Factory” ตามแบบของโรงงานโฟตอน คัมมินส์ ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงในการส่งมอบโซลูชันด้านพลังงานที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้กับผู้ผลิตยานยนต์กว่า 100 ประเทศทั่วโลก โดยเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์การขยายธุรกิจไปทั่วโลกของ โฟตอน มอเตอร์ กรุ๊ป ที่เริ่มการส่งออกรถ “โฟตอน” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 จนถึงปัจจุบันรวมแล้วกว่า 130 ประเทศ และครองอันดับหนึ่งของการส่งออกรถยนต์เชิงพาณิชย์ของจีนเป็นเวลา 14 ปีติดต่อกัน ด้วยคุณภาพดีเยี่ยมและบริการที่เชื่อถือได้ ทำให้ โฟตอน มอเตอร์ ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากลูกค้าทั่วโลก”

โรงงาน โฟตอน คัมมินส์ เอ็นจิ้น (ประเทศไทย) ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จังหวัดชลบุรี เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2566 และเสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดดำเนินการภายในเวลาเพียง 1 ปี ใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ป้องกันสิ่งแวดล้อมขั้นสูงเพื่อให้กระบวนการผลิตคาร์บอนต่ำ ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อม ในฐานะที่เป็นตัวแทนของ Made in China ในต่างประเทศ จะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานด้านการผลิตของ โฟตอน มอเตอร์ ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างแข็งขัน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนของประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการปกป้องสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการจ้างงาน

นายเจสัน หวัง รองประธานและผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายธุรกิจเครื่องยนต์คัมมินส์ในประเทศจีน กล่าวว่า  จากความร่วมมือดังกล่าว ทำให้ โฟตอน คัมมินส์ สามารถทำตลาดทั้งในประเทศจีนและตลาดต่างประเทศได้เป็นอย่างดีตลอดมา อีกทั้งปริมาณการส่งออกเครื่องยนต์ทั่วโลกต่างเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ดังนั้นการเปิดตัวสายการผลิตเครื่องยนต์ Foton Cummins ลำดับเครื่องที่ 600,000 ในพิธีฉลองการเปิดโรงงาน “โฟตอน คัมมินส์ เอ็นจิ้น” ในประเทศไทย จึงไม่เพียงตอกย้ำความสามารถในการแข่งขันของ โฟตอน คัมมินส์ ในตลาดโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงความสำเร็จอันโดดเด่นในด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีอีกด้วย

“เครื่องยนต์ Foton Cummins เป็นผลิตภัณฑ์ดาวเด่นของโลก ได้รับความไว้วางใจและการสนับสนุนจากผู้ใช้มากกว่า 2.6 ล้านคนทั่วโลก ทั้งนี้ ไม่เพียงแต่บรรลุด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์และเทคนิคชั้นนำในระดับนานาชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้นำสูงสุดของเครื่องยนต์ในโลกด้านความน่าเชื่อถือ ประหยัดเชื้อเพลิง ปล่อยมลพิษต่ำ ประสิทธิภาพแข็งแกร่ง บำรุงรักษาง่าย เสียงรบกวนน้อย และปกป้องสิ่งแวดล้อม โดยได้แสดงให้เห็นถึงความได้เปรียบที่เป็นเอกลักษณ์ของบริษัทจีนในแง่ของระดับการบริการลูกค้า และความรวดเร็วในการตอบสนองตลาด”  นายเจสัน หวัง กล่าวย้ำ

นางสาวเจนจิรา แย้มยิ้ม กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมตะ ซัมมิท เรดดี้ บิลท์ จำกัด ในฐานะผู้แทนจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “โรงงานโฟตอน คัมมินส์ เอ็นจิ้น ในประเทศไทยจะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ในพื้นที่ ทั้งในด้านการสร้างบุคลากรที่มีความสามารถทางเทคนิคคุณภาพสูง การแลกเปลี่ยนทางเทคนิคและการฝึกอบรม รวมทั้งเป็นสะพานเชื่อมระหว่างจีนกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการแลกเปลี่ยนในภูมิภาค”

การก่อตั้งโรงงาน โฟตอน คัมมินส์ เอ็นจิ้น ในประเทศไทย นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างจีนและไทยในหลายด้าน ตั้งแต่การท่องเที่ยว การผลิต ไปจนถึงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ และได้กลายเป็นความสำเร็จอีกหนึ่งเรื่อง ภายใต้โครงการ “การริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” หรือ “One Belt, One Road Initiative” ของจีน  ซึ่งนอกจากจะเป็นประโยชน์ร่วมกันต่อทั้งสองฝ่ายแล้ว ยังช่วยเติมพลังใหม่ให้กับการบูรณาการทางเศรษฐกิจในภูมิภาคและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกอีกด้วย

เปิดประสบการณ์ขับขี่สุดเร้าใจ! ทดลองขับยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า ‘ปอร์เช่ มาคันน์’ รุ่นใหม่ ได้แล้ววันนี้ ที่ศูนย์บริการปอร์เช่ทุกสาขา

0

ปอร์เช่ ประเทศไทย ขอเชิญทุกท่านสัมผัสประสบการณ์ขับขี่สุดพิเศษกับยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า SUV ปอร์เช่ มาคันน์ รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ผสานความสปอร์ตเข้ากับความหรูหราได้อย่างลงตัว ด้วยดีไซน์โฉบเฉี่ยว แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของปอร์เช่ พร้อมด้วยสมรรถนะอันทรงพลัง เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใคร สามารถทดลองขับได้แล้ววันนี้ที่ศูนย์บริการปอร์เช่ทุกสาขา

นอกจากนี้ยังมียนตรกรรมสปอร์ตปอร์เช่อีกหลากหลายรุ่น ที่รอให้ทุกท่านทดลองขับก่อนใคร สนใจลงทะเบียนทดลองขับล่วงหน้าได้ที่ ที่ปรึกษาทางการขาย ศูนย์บริการปอร์เช่ ทุกสาขา

ประกาศผล People’s Choice Award 2024

0

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ประกาศผล พร้อมมอบรางวัล People’s Choice Award 2024 ให้รถโบราณ ที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” ดังนี้

รางวัลสำหรับเจ้าของรถ

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ Mercedes-Benz 190SL ปี 1958 พลโท บรมวิช หิรัณยัษฐิติ รับโล่รางวัล ใบประกาศเกียรติคุณ ฟิล์มกรองแสง Hi-Kool รุ่น Beyond Ceramic และ Gift Voucher จาก บริษัท เอ็ม.จี. เซอร์วิส จำกัด มูลค่า 10,000 บาท

รางวัลรองอันดับ 1 ได้แก่ Mercedes-Benz 300 Cabriolet D ปี 1953 ชาญ พิมลวัฒนา รับโล่รางวัล ใบประกาศเกียรติคุณ ฟิล์มกรองแสง Hi-Kool รุ่น Ceramic Black Edition และ Gift Voucher จาก บริษัท เอ็ม.จี. เซอร์วิส จำกัด มูลค่า 5,000 บาท

รางวัลรองอันดับ 2 ได้แก่ Triumph TR3A Roadster ปี1961 ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ รับโล่รางวัล ใบประกาศเกียรติคุณ ฟิล์มกรองแสง Hi-Kool รุ่น R-series หรือ Ceramic Bluealfa และ Gift Voucher จาก บริษัท เอ็ม.จี. เซอร์วิส จำกัด มูลค่า 5,000 บาท

ผู้โหวตรถที่ชนะ ได้รับรางวัล กระเป๋า Thule น้ำมันหล่อลื่น Idemitsu และ Gift Voucher จาก บริษัท เอ็ม.จี. เซอร์วิส จำกัด มูลค่า 5,000 บาท ได้แก่

  1. วรางคณา โดยอาษา
  2. นันทน์ชนม์ สิทธิรัตน์
  3. สุภัชชา กันสัตรูห่าง

ของรางวัลต่างๆ สนับสนุนโดย บริษัท ลีวณิชย์ จำกัด บริษัท เอ็ม.จี. เซอร์วิส จำกัด บริษัท เอเนออส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด และบริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://peoplechoices.motorexpo.co.th