Home Blog Page 97

เตรียมพบกับประสบการณ์สุดพิเศษ! ปอร์เช่ 911 GTS เปิดตัวครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46

0

ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป ผู้นำเข้ารถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการ ขอเชิญทุกท่านสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับยนตรกรรมสปอร์ตหลากหลายรุ่นที่บูธปอร์เช่ (A15) ณ งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี 

ไฮไลท์เด่นคือการปรากฏโฉมอย่างเป็นทางการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ของปอร์เช่ 911 จีทีเอส (911 GTS) ที่มาพร้อมระบบไฮบริดสมรรถนะสูงที่พัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยีมอเตอร์สปอร์ต (THybrid) ช่วยเพิ่มพละกำลัง โดยยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของ 911 อย่างครบถ้วน

 นอกจากนี้ บูธปอร์เช่ยังนำเสนอรถยนต์รุ่นพิเศษที่สะท้อนความหลากหลายของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น ไทคานน์ 4 ครอส ทัวริสโม่ (Taycan 4 Cross Turismo) ที่มาพร้อม Performance Roof Box ช่วยเพิ่มพื้นที่ในการเก็บสัมภาระให้เข้ากับทุกไลฟ์สไตล์, คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ (Cayenne S E-Hybrid Coupé) ที่มาพร้อมเต็นท์ Porsche Roof Tent รวมถึง 718 เคย์แมน สไตล์ อิดิชั่น (718 Cayman Style Edition), พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด (Panamera 4 E-Hybrid) และ มาคันน์ (Macan) ยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าใหม่ล่าสุดที่ผสานดีไซน์เหนือกาลเวลาเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย พร้อมกับการจับมือร่วมกับ Curvistan Bangkok พื้นที่ไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ในย่านทองหล่อ ที่จะมาเติมเต็มบรรยากาศปอร์เช่ คอมมูนิตี้ ภายในบูธ ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสเสน่ห์ของปอร์เช่ เหมือนอยู่ในห้องนั่งเล่นสุดหรูและสะดวกสบายของคนรักรถสปอร์ต

ขอเชิญทุกท่านมาสัมผัสบรรยากาศของปอร์เช่ คอมมูนิตี้ สมรรถนะอันทรงพลัง และเทคโนโลยีล้ำสมัยที่พร้อมตอบสนองทุกการขับขี่ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ อย่าพลาดโอกาสสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษนี้ที่  บูธรถยนต์ปอร์เช่ ณ งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 ณ บูธ A15 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี

ฟอร์ดจัดแคมเปญสุดคุ้มช่วงฤดูร้อน เสริมความอุ่นใจในเทศกาลพิเศษ

0

ฟอร์ด ประเทศไทย ออกแคมเปญด้านบริการสุดคุ้มเพื่อมอบความอุ่นใจให้ลูกค้ารถฟอร์ดในช่วงเทศกาลพิเศษและฤดูร้อนนี้ ยกขบวนทั้งส่วนลดพิเศษชุดน้ำมันเครื่องลดสูงสุด 400 บาท ส่วนลดโปรแกรมบำรุงรักษาตามระยะสูงสุด 700 บาท หรือโปรโมชันซื้อยางรถยนต์ 3 เส้น แถมฟรี 1 เส้น ส่วนลดเมื่อเข้ารับบริการเปลี่ยนแบตเตอรี่หรือผ้าเบรก และบริการตรวจเช็คสภาพรถ 30 รายการฟรี พร้อมรับฟรี เก้าอี้สนามรุ่นฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานซ์ เมื่อมีค่าใช้จ่าย 5,000 บาทขึ้นไป ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม ถึง 30 มิถุนายน 2568 ที่ศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศ

ข้อเสนอสุดคุ้มสำหรับลูกค้ารถฟอร์ดทุกรุ่น

  • โปรแกรมส่วนลดน้ำมันเครื่องสุดคุ้ม รับส่วนลดสูงสุด 400 บาท สำหรับโปรแกรมน้ำมันเครื่องสุดคุ้ม (OSP) หรือส่วนลด 200 บาท สำหรับโปรแกรมน้ำมันเครื่องสุดคุ้ม เกรดกึ่งสังเคราะห์ (Eco OSP)1 หรือ โปรแกรมบำรุงรักษารถยนต์ (SSP) รับส่วนลดสูงสุด 700 บาท สำหรับลูกค้าที่เข้ารับบริการเช็กระยะ ที่แสดงเอกสารจากโปรแกรมการคำนวณราคา2 (Service Price Calculator) และมีค่าอะไหล่งานซ่อมทั่วไป รวมถึงบริการตรวจเช็กหลังส่งมอบรถใหม่ ตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป
  • โปรโมชันซื้อยางรถยนต์ 3 แถม 1 สำหรับยางรุ่นที่ร่วมรายการ พร้อมส่วนลดแบตเตอรี่ และผ้าเบรกสองต่อ ดังนี้

ต่อที่ 1

  • ส่วนลดมูลค่า 200 บาท เมื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ หรือ ผ้าเบรก ที่ศูนย์บริการ
  • ส่วนลดมูลค่า 600 บาท เมื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่เฉพาะรุ่น AGM สำหรับรถยนต์ฟอร์ดเจเนอเรชันใหม่ ทั้ง ฟอร์ด เรนเจอร์ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ และฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ที่ศูนย์บริการ

ต่อที่ 2

  • เมื่อเปลี่ยนยางรถยนต์ 4 เส้น จะได้รับสิทธิพิเศษ ส่วนลดเพิ่ม 400 บาท สำหรับแบตเตอรี่หรือผ้าเบรกทุกรุ่น และพิเศษ เมื่อนำแบตเตอรี่ลูกเก่ามาแลกรับส่วนลดเพิ่มอีก 200 บาท
  • พิเศษ ฟรี! เก้าอี้สนามรุ่น ฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานซ์ (จำนวนจำกัด) เมื่อมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 5,000 บาท ขึ้นไป ครอบคลุมค่าอะไหล่ งานซ่อมทั่วไป ค่าอะไหล่งานเช็กระยะ ค่าอุปกรณ์ตกแต่งแท้ฟอร์ด ค่าซื้อสัญญาโปรแกรมน้ำมันเครื่องสุดคุ้ม (OSP) โปรแกรมบำรุงรักษารถยนต์ (SSP) และ Ford Care โดยต้องมี รายการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องในใบสั่งซ่อม
  • ฟรี! บริการตรวจเช็กสภาพรถ 30 รายการ
  • ฟรี! บริการพ่นฆ่าเชื้อภายในรถยนต์

ลูกค้าฟอร์ดที่ซื้อสินค้าหรือเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฟอร์ด สามารถเข้าร่วมแคมเปญผ่อน 0% นาน 10 เดือน เมื่อมียอดใช้จ่าย 5,000 บาทขึ้นไป ต่อ 1 ใบเสร็จ ผ่านบัตรเครดิตของธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงศรีฯ ตามประเภทหน้าบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

ฟอร์ดให้ความสำคัญและเน้นย้ำการดูแลลูกค้า เสมือนคนในครอบครัว เพื่อเสริมความมั่นใจและเพิ่มความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของรถฟอร์ดผ่านข้อเสนอที่ออกแบบมาให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้รถฟอร์ดทุกคน ลูกค้าสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ฟอร์ด Ford Call Center โทร. 1383 หรือดูข้อมูลแคมเปญและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.ford.co.th

หมายเหตุ

  1. เฉพาะรถยนต์ฟอร์ดรุ่นที่กำหนดและสิ้นสุดการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่แล้ว
  2. โปรแกรมการคำนวณราคา (Service Price Calculator) สามารถประเมินราคาการบริการได้ที่ https://www.ford.co.th/owner/service-price-calculator/ และแสดงเอกสารจากโปรแกรมนี้ขณะเข้ารับบริการ และมีค่าอะไหล่งานซ่อมทั่วไป ตั้งแต่ 5,000 บาท

GWM เตรียมเขย่าวงการ เปิดตัวและประกาศราคารถ 3 รุ่นใหม่ล่าสุด รวมถึง NEW GWM ORA Good Cat สีฟ้าใหม่ ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 พร้อมอัดโปรฯ ที่ต้องห้ามพลาด

0

GWM (Thailand) พร้อมยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน เตรียมสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟน ๆ ชาวไทยอีกครั้ง ผ่านแนวคิด GWM Go With More ที่มุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์ที่ดีกว่าและเหนือกว่าในทุก ๆ ด้านอย่างครอบคลุม โดยในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 นี้ GWM พร้อมอวดโฉมยนตรกรรมใหม่ล่าสุด 3 รุ่น จาก 3 เซกเมนต์ที่ได้รับกระแสแตอบรับเป็นอย่างดีจากชาวไทย ได้แก่ รุ่นไฮไลต์สำคัญอย่าง NEW GWM TANK 300 DIESEL รถยนต์เอสยูวีออฟโรดเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนเนอเรชันใหม่ล่าสุด ที่พร้อมปลุกจิตวิญญาณให้สายชิคและสายลุยเตรียมขับหล่อและหลั่งอะดรีนาลีนไปกับการเดินทางครั้งใหม่ พร้อมปลุกกระแสรถเอสยูวีสไตล์ BOXY ที่หลายคนต่างตั้งตารอคอย แข็งแกร่งและทนทานยิ่งขึ้น ทรงพลังยิ่งกว่า มาพร้อมประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดียิ่งขึ้น ตามมาด้วยอีกหนึ่งรุ่นไฮไลต์ขวัญใจผู้ใช้งานชาวไทยกับรถยนต์เอสยูวีรุ่นใหม่ล่าสุด ALL NEW GWM HAVAL H6 ใน 2 รุ่น ทั้งรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด และปลั๊กอิน-ไฮบริด กับการปรับโฉมและอัปเกรดความล้ำสมัยเพื่อมอบความสะดวกสบายที่เหนือกว่าและดีกว่าเคย  โดยมาพร้อมดีไซน์ที่ล้ำหน้ายิ่งขึ้น โดดเด่นเหนือใคร เพิ่มการอัปเกรดซอฟต์แวร์และระบบอินโฟเทนเมนต์ที่มากขึ้น และไฮไลต์สุดท้ายกับ NEW GWM ORA Good Cat เจ้าเหมียวไฟฟ้าที่มาในสีฟ้าใหม่ พร้อมเพิ่มความสปอร์ตกับเครื่องแต่งดำ Black Package ตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานที่ครอบคลุมมากขึ้น ผ่านการออกแบบและการตั้งชื่อสีใหม่จากการรับฟังเสียงของผู้บริโภคอย่างแท้จริง (User Centric)

พบกับ 5 ไฮไลต์สำคัญภายในบูธ GWM ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 กับ 3 รุ่นไฮไลต์ และทัพนวัตกรรมทุกขุมพลังงานพร้อมโปรโมชันแบบแรงเกินต้าน ดังนี้

  • ไฮไลต์ #1: การเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการของรถยนต์จาก GWM ทั้ง 3 รุ่นย่อยของ “NEW GWM TANK 300 DIESEL” รถยนต์เอสยูวีออฟโรด ขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 4T เจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญของ GWM ที่ได้มีการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลมาอย่างต่อเนื่องและยาวนานกว่า 30 ปี ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในประเทศจีนและได้รับการยอมรับจากผู้ใช้ทั่วโลก ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า ทั้งในด้านสมรรถนะ ประสิทธิภาพของการใช้พลังงาน ความนิ่งเงียบและนุ่มนวล และความทนทาน พร้อมการรับประกันเครื่องยนต์ดีเซลสูงสุดถึง 1,000,000 กิโลเมตร (หรือ 8 ปี) ซึ่ง NEW GWM TANK 300 DIESEL จะมาใน 3 รุ่นย่อย ทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ ที่มีสไตล์และเอกลักษณ์ที่โดดเด่น แข็งแกร่ง และทรงพลัง พร้อมตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันที่ครอบคลุมทั้งในเมือง-นอกเมือง พร้อมฉีกกฏการขับขี่เครื่องยนต์ดีเซลแบบเดิม ๆ

  • ไฮไลต์ #2: การมาถึงของ “ALL NEW GWM HAVAL H6” รถยนต์เอสยูวีที่โดดเด่นและมีเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ทั้งด้านความปลอดภัยและความสะดวกสบาย ทั้ง 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นไฮบริด และรุ่นปลั๊กอิน-ไฮบริด กับดีไซน์ใหม่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ดูทันสมัย โดดเด่นเหนือใคร ทั้งภายนอกและภายใน รวมถึงการอัปเกรดเทคโนโลยีขั้นสูงครั้งใหญ่ ทั้งระบบซอฟต์แวร์อัจฉริยะ อินโฟเทนเมนต์ และสมรรถนะการขับขี่สุดเร้าใจ และยังตอบรับเสียงของผู้บริโภคชาวไทยกับการพัฒนาช่วงล่างใหม่ให้ตอบโจทย์ความชื่นชอบและการขับขี่ของคนไทยมากยิ่งขึ้น พร้อมไฮไลต์ที่ยังคงเป็นรถยนต์เอสยูวีระบบปลั๊กอิน-ไฮบริดที่มีระยะทางการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ที่ไกลที่สุดในเซกเมนต์ อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัย เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีกว่าในทุกมิติ ตอบโจทย์เหล่าครอบครัวยุคใหม่ที่มองหานวัตกรรมล้ำหน้าเพื่อทุกการเดินทางที่แตกต่างอย่างเหนือชั้น ปลอดภัย และคุ้มค่าคุ้มราคา

  • ไฮไลต์ #3: เพิ่มความเร้าใจกับ “NEW GWM ORA Good Cat” เจ้าเหมียวไฟฟ้ายอดนิยม กับ “ลุคใหม่” ใน 2 คู่สีฟ้า-ดำสุดพิเศษที่โดดเด่นกว่าเคย เตรียมพร้อมให้เหล่าสาวกสัมผัสความสปอร์ตและจับจองเป็นเจ้าของได้ภายในงาน ยิ่งไปกว่านั้น GWM ยังจัดกิจกรรมสุดพิเศษให้เหล่าแฟน ๆ เจ้าเหมียวไฟฟ้าได้ร่วมสนุกและเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัว GWM ด้วยการร่วมโหวตชื่อคู่สีใหม่นี้ได้ที่ช่องทาง Facebook ของ GWM Thailand ตั้งแต่วันที่ 12 – 22 มีนาคม 2568 เพื่อร่วมลุ้นรับบัตรเข้าชมงานมอเตอร์ โชว์อีกด้วย โดย GWM จะมีการประกาศชื่อคู่สีใหม่ที่ได้รับการโหวตมากที่สุดจากแฟน ๆ อย่างเป็นทางการในช่วงการแถลงข่าวของบูธ GWM ในวันที่ 24 มีนาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 40 – 11.00 น.
  • ไฮไลต์ #4: พบข้อเสนอสุดพิเศษและสิทธิประโยชน์มากมาย ทั้งส่วนลด ดอกเบี้ยพิเศษ ประกันภัยชั้นหนึ่ง แพ็กเกจบำรุงรักษา และอื่น ๆ อีกมากมาย ให้กับลูกค้าที่จองรถยนต์ทุกรุ่นทุกพลังงานจาก GWM ภายในงานมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 46 นี้ และที่ พาร์ทเนอร์ สโตร์ ทุกสาขาทั่วประเทศ เพื่อรับประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า และความคุ้มค่าคุ้มราคาที่มากกว่าจาก GWM

 

นอกเหนือจาก 4 ไฮไลต์แล้ว GWM ยังขนไลน์อัพรถยนต์ครบทุกพลังงานและทุกเซกเมนต์ ครอบคลุมทุกตระกูลของ GWM ไม่ว่าจะเป็น NEW GWM ORA Good Cat, GWM ORA 07 ยนตรกรรมระดับมาสเตอร์พีซที่ผสานดีไซน์สปอร์ตและความสง่างามได้อย่างลงตัว ตามด้วย NEW GWM HAVAL JOLION Sport เอสยูวีที่ครบครันทุกฟังก์ชันการขับขี่ พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย รวมถึง GWM TANK 300 HEV พร้อมเครื่องตกแต่งพิเศษ เพิ่มความหล่อ เท่ ในทุการขับขี่ และ GWM TANK 500 HEV เอสยูวีออฟโรดระดับพรีเมียมที่พร้อมพิชิตทุกเส้นทาง โดยยังคงไว้ซึ่งความหรูหราและความดุดันเกินคาด ปิดท้ายด้วย NEW GWM POER SAHAR รถกระบะพลังงานไฮบริดดีไซน์ล้ำสมัย ที่มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อความสะดวกสบายและสมรรถนะที่เหนือระดับ

GWM พร้อมต้อนรับทุกท่านที่บูธ A10 ภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-4 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2568 – 6 เมษายน 2568 เวลา 12.00 – 22.00 น. (วันธรรมดา) และ 11.00 – 22.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ) สำหรับผู้ที่สนใจรับชมการถ่ายทอดสดบรรยากาศการแถลงข่าวของ GWM จำนวน 2 รอบ รอบแรก วันจันทร์ที่ 24 มีนาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป (การเปิดตัวและประกาศราคา ALL NEW GWM H6 และ NEW GWM ORA Good Cat สีใหม่) และรอบที่สอง ในวันอังคารที่ 25 มีนาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 10.45 น. เป็นต้นไป (การเปิดตัวและประกาศราคา NEW GWM TANK 300 DIESEL) สามารถรับชมผ่านทุกช่องทางของ GWM Thailand ทั้ง Facebook, YouTube และ TikTok

วิริยะประกันภัย รณรงค์เดินทางปลอดภัย ให้บริการตรวจรถฟรี รับเทศกาลสงกรานต์ 2568

0

วิริยะประกันภัย ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก จัดกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” มุ่งลดอุบัติเหตุบนท้องถนน และอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่เดินทางไกล ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 โดยให้บริการตรวจสภาพรถยนต์เบื้องต้นฟรี 20 รายการ พร้อมรับ “ม่านบังแดด” เป็นของที่ระลึกฟรี ! เมื่อนำรถมาใช้บริการ ณ ศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัย ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 31 แห่ง ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 11 เมษายน 2568

นายพงศ์พันธ์ ประภาศิริลักษณ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เทศกาลสงกรานต์ เป็นอีกหนึ่งเทศกาลสำคัญที่ประชาชนนิยมเดินทางกลับภูมิลำเนา ท่องเที่ยว และร่วมกิจกรรมงานสงกรานต์ในสถานที่สำคัญต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งส่งผลต่ออัตราการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ตระหนักถึงความสูญเสียดังกล่าว จึงบูรณาการความร่วมมือกับ กรมการขนส่งทางบก จัดกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ขึ้น เพื่อให้ประชาชนเล็งเห็นถึงความสำคัญของการดูแลบำรุงรักษารถยนต์ ให้พร้อมใช้งานก่อนการเดินทาง ตลอดจนสร้างจิตสำนึกการขับขี่อย่างปลอดภัย เพื่อขับเคลื่อนการสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป

ทั้งนี้ ลูกค้าของวิริยะประกันภัยและประชาชนทั่วไป สามารถนำรถยนต์เข้ารับการตรวจเช็คสภาพฟรีเบื้องต้น จำนวน 20 รายการ อาทิ ตรวจระดับน้ำมันเครื่อง ตรวจเช็คสภาพยางรถยนต์ ตรวจเช็คสภาพการทำงานของไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณ ตรวจสอบคันเร่ง ตรวจสอบการรั่วซึมของน้ำมัน ตรวจสอบระดับน้ำกลั่นในแบตเตอรี่ ตรวจสอบเบรก ตรวจสอบไส้กรองอากาศ ตรวจสอบคลัตซ์ ตรวจสอบระบบบังคับเลี้ยว ตรวจสภาพการทำงานของเครื่องยนต์ เป็นต้น พร้อมรับ “ม่านบังแดด” ฟรีทันที ! เมื่อลงทะเบียนตอบแบบสอบถามผ่าน QR CODE (ของมีจำนวนจำกัด) โดยสามารถเข้ารับบริการตรวจรถฟรีได้ ณ ศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัยที่ติดป้ายประชาสัมพันธ์กิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ช่วงเวลาตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 11 เมษายน 2568

สำหรับศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการให้บริการตรวจรถฟรี จำนวน 31 แห่ง ได้แก่  1) บริษัท เฮงบอดี้คาร์ เซอร์วิส จำกัด 2) บริษัท วงษ์ศิริเลิศ คาร์ เซอร์วิส (1997) จำกัด 3) บริษัท เจริญภัณฑ์ยนตรกิจ เซอร์วิส จำกัด 4) บริษัท นที อินเตอร์เซอร์วิส จำกัด สาขา 1 5) บริษัท อู่แม่กลอง จำกัด 6) อู่ร่วมมิตรการาจ 7) บริษัท เอส ซี ซี 65 การาจ จำกัด 8) บริษัท อ.พิพัฒน์ยนต์ (1989) จำกัด 9) บริษัท คุงการาจ จำกัด 10) บริษัท เซอร์กิตบริการ จำกัด 11) บริษัท เพอร์เฟคท์ สปีด ไลน์ จำกัด 12) บริษัท อู่บอส 888 การาจ จำกัด 13) บริษัท ธนพัฒน์ ออโต้ เซ็นเตอร์ จำกัด 14) บริษัท อู่กังวานชัยการช่าง จำกัด 15) บริษัท อู่วิชัยยนต์ จำกัด 16) บริษัท เทวินทร์ คาร์เซ็นเตอร์ จำกัด 17) บริษัท อู่ เอส.เอส. อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด 18) บริษัท เจ.เอส.อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด 19) บริษัท รุ่งเจริญ บอดี้ คลีนิก จำกัด 20) บริษัท สุขุมวิท เอ.ที. เซอร์วิส จำกัด 21) บริษัท นิวเพื่อนยนต์ จำกัด 22) บริษัท เซอร์กิต ติวานนท์ จำกัด 23) หจก. งามวงศ์วาน คาร์แคร์ 24) บริษัท อู่นำชัย รัตนาธิเบศร์ จำกัด 25) บริษัท ไทยรัตน์ยานยนต์ จำกัด 26) บริษัท เจริญกิจ ราชพฤกษ์ จำกัด 27) บริษัท อู่นำชัย เตาปูน จำกัด 28) บริษัท เจริญกิจ ออโต้ เซอร์วิส จำกัด 29) หจก. เจดีย์ออโต้เซอร์วิส 30) หจก. เป้งการาจ 31) หจก. สุทินคาร์เซอร์วิส

“กลุ่มชูเกียรติยนต์” ทุ่มลงทุน 100 ล้าน เปิดโชว์รูมมาสด้าและศูนย์บริการแห่งใหม่ในนครศรีธรรมราช มุ่งมั่นดูแลลูกค้าให้ดีที่สุดในทุกประสบการณ์

0
มาสด้า 1

มาสด้าชูเกียรติยนต์ผู้จำหน่ายรถยนต์มาสด้าเก่าแก่ในแถบภาคใต้ที่ดำเนินธุรกิจร่วมกันมากกว่า 40 ปี เชื่อมั่นในแผนการดำเนินธุรกิจและวิสัยทัศน์แบรนด์มาสด้า ทุ่มงบประมาณอีกกว่า 100 ล้านบาท เนรมิตพื้นที่บนทำเลศักยภาพขนาดใหญ่ เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ สาขาจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมส่งมอบงานขายและงานบริการที่ครอบคลุมให้กับลูกค้าในพื้นที่ ชูจุดเด่นด้านการบริการที่ยอดเยี่ยมและเป็นไปตามมาตรฐานในทุกขั้นตอน การันตีด้วยรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม, รางวัลฝ่ายขายและฝ่ายบริการหลังการขายยอดเยี่ยมหลายปีติดต่อกัน ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของมาสด้าและผู้จำหน่ายทั่วประเทศต่อแผนการปรับโครงสร้างเครือข่ายผู้จำหน่ายในประเทศไทย ที่พร้อมให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในทุกองค์ประกอบ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การบริการที่ดีเยี่ยมจากการใช้รถยนต์มาสด้าให้กับลูกค้าได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

มาสด้า 2

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการมาสด้าให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ คือ พันธกิจสำคัญของมาสด้า เพื่อส่งมอบประสบการณ์ด้านบริการที่เป็นเลิศให้กับลูกค้าทุกคน ภายใต้กลยุทธ์ที่สำคัญของมาสด้าตามแนวทาง Brand Value Management และ Retention Business Model เพื่อส่งมอบคุณค่าของแบรนด์ให้กับลูกค้ารู้สึกภาคภูมิใจ โดยเฉพาะการสร้างความรักและความผูกพันกับลูกค้า และการเอาใจใส่ดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว ครั้งนี้ มาสด้าได้ร่วมมือกับผู้จำหน่าย กลุ่มบริษัทชูเกียรติยนต์หาดใหญ่ ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างและมีประวัติการทำงานร่วมกับแบรนด์มาสด้ามาอย่างยาวนาน เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่เพิ่มเติมในจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีประชากรมากที่สุดในแถบภาคใต้ และมีปริมาณลูกค้ามาสด้าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ได้ทุ่มเงินลงทุนกว่า 100 ล้านบาท สร้างโชว์รูมและศูนย์บริการบนพื้นที่กว่า 4 ไร่ เพื่อรองรับงานบริการด้านการขายและการบริการหลังการขาย ซึ่งมาสด้ามั่นใจอย่างยิ่งว่าการเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่นี้จะสามารถส่งมอบประสบการณ์บริการที่ดีที่สุด และรองรับการเข้ารับการบริการจากลูกค้ามาสด้าในแถบภาคใต้และพื้นที่ใกล้เคียงได้เป็นอย่างดี

มาสด้า 3

“ปัจจุบัน มาสด้าอยู่ในช่วงของการปรับโครงสร้างและพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย เพื่อให้สอดคล้องและสนับสนุนแผนธุรกิจในอนาคต ทั้งในเรื่องของการสร้างคุณค่าของแบรนด์และผลิตภัณฑ์ใหม่ในอนาคตอันใกล้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่สะดวกสบาย และมีความต่อเนื่องไม่ว่าจะไปที่โชว์รูมในพื้นที่ไหนก็ตาม โดยมาสด้าได้มอบนโยบายให้กับผู้จำหน่ายที่มีศักยภาพสูง สามารถขยายพื้นที่ความรับผิดชอบในการให้บริการที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยได้มีการกำหนดพื้นที่ PMA ใหม่ ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยให้ผู้จำหน่ายสามารถขยายพื้นที่การบริการออกไปยังพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างโมเดลธุรกิจของผู้จำหน่ายให้มีผลกำไรที่ยั่งยืนและครอบคลุมครบทุกฟังก์ชั่น ทั้งการขายและการบริการทั่วทุกภูมิภาค” นายธีร์ กล่าวเพิ่มเติม

คุณสิทธิพร ปิติเจริญกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชูเกียรติยนต์ หาดใหญ่ จำกัด กล่าวว่า กลุ่มบริษัทชูเกียรติยนต์ได้เริ่มดำเนินธุรกิจกับมาสด้ามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 โดยเปิดสาขาแรกที่จังหวัดปัตตานี และได้ขยายการลงทุนเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องไปยังจังหวัดอื่น ๆ ได้แก่ สงขลา นราธิวาส และล่าสุด นครศรีธรรมราช ด้วยปณิธานในการทำธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ คือ มุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า และพัฒนากลายเป็นความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน โดยเฉพาะการสร้างความพึงพอใจสูงสุดในทุกขั้นตอนของการบริการ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เพราะฉะนั้นเมื่อลูกค้าเข้ามารับบริการไม่ว่าจะเป็นสาขาไหนก็ตาม ลูกค้าทุกคนจะได้รับการต้อนรับและประสบการณ์บนมาตรฐานเดียวกัน จากแนวคิดที่มุ่งเน้นว่าลูกค้า คือ หัวใจสำคัญของงานบริการ จึงส่งผลให้ กลุ่มบริษัทชูเกียรติยนต์หาดใหญ่ เป็นผู้จำหน่ายมาสด้าที่สามารถคว้ารางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม ประจำปี พ.ศ. 2558, 2559, และ 2563 รวมถึงรางวัลฝ่ายขายและฝ่ายบริการหลังการขายยอดเยี่ยมประจำปี 2558-2564 ถึง 7 ปี ติดต่อกัน

มาสด้า 10

 

“แม้ว่าสถานการณ์ตลาดรถยนต์ในปัจจุบันจะมีความท้าทายอย่างมาก แต่สิ่งที่มาสด้ายังคงให้ความมั่นใจกับผู้ลงทุนคือความมุ่งมั่นที่จะลงทุนเพิ่มเติมในประเทศไทย พัฒนาแบรนด์อย่างต่อเนื่อง และมีแผนในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อีกหลายรุ่นในอนาคตอันใกล้ พร้อมกันนี้ กลุ่มบริษัทชูเกียรติยนต์ ยังเชื่อมั่นในปรัชญาการดำเนินธุรกิจของมาสด้า ที่ให้ความสำคัญกับมนุษย์เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาและออกแบบรถยนต์ ทั้งในด้านความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และความรู้สึกของผู้ขับขี่ รวมถึงมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์เทคโนโลยียานยนต์ที่ทันสมัย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของมาสด้าที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การผลิตรถยนต์ แต่ยังรวมถึงการสร้างความรักความผูกพันที่ดีกับลูกค้า การให้บริการที่เป็นเลิศ และการสร้างคุณค่าให้กับสังคมโดยรวม เพราะ “ความสุขที่มากกว่าการขับขี่” จะนำไปสู่ความพึงพอใจและความภักดีของลูกค้าในระยะยาว เราจึงได้ขยายพื้นที่การให้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 4 จังหวัดในปัจจุบัน” นายสิทธิพร กล่าว

มาสด้า 4

พร้อมกันนี้ นายสิทธิพร ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโชว์รูมและศูนย์บริการมาสด้าชูเกียรติยนต์ สาขา นครศรีธรรมราช ว่า “สาขาแห่งใหม่นี้ ถือเป็นสาขาที่ห้าของกลุ่มบริษัทในเครือชูเกียรติยนต์ โดยตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 4 ไร่ บริเวณสี่แยกเบญจม ใกล้แหล่งชุมชนและไฮเปอร์ซุปเปอร์มาเก็ต โดยประกอบไปด้วยโชว์รูมที่มีพื้นที่กว้างขวาง สามารถจัดแสดงรถมาสด้าได้อย่างครบถ้วนทุกรุ่น ทำให้ลูกค้าที่สนใจสามารถเข้าชมรถคันจริงได้ นอกจากนั้น ยังพร้อมสำหรับให้การบริการหลังการขาย ด้วยจำนวนช่องซ่อมมากถึง 17 ช่องซ่อม สามารถรองรับรถยนต์ที่มาใช้บริการได้สูงสุด 50 คันต่อวัน หรือ มากกกว่า 1,200 คันต่อเดือน รวมถึงมีทีมงานและช่างซ่อมบำรุงที่มีทักษะความเชี่ยวชาญสูง ผ่านการฝึกอบรมและรับรองมาตรฐานจาก มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบายความครบครันทุกองค์ประกอบ จึงมั่นใจว่า สาขานครศรีธรรมราช จะสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีในการบริการให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี” นายสิทธิพร กล่าว

มาสด้า 6

หลังจากนี้ มาสด้าจะเดินหน้าอย่างเต็มกำลังเพื่อพัฒนาประสบการณ์ในทุกมิติที่ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ อันรวมถึงงานขายและงานบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อแทนคำมั่นสัญญาและให้ลูกค้ามั่นใจว่าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวมาสด้าไปตลอดอายุการใช้งาน โดยสร้างประสบการณ์ความสุขในการขับขี่และการใช้ชีวิตให้กับลูกค้าทุกคน เพื่อให้แบรนด์มาสด้าเติบโตอย่างยั่งยืนคู่กับลูกค้าคนไทยและสังคมไทยตลอดไป

กลุ่มบริษัทชูเกียรติยนต์ ปัจจุบันมีโชว์รูมและศูนย์บริการ ทั้งหมด 5 สาขา ได้แก่ สาขาหาดใหญ่ สาขาสงขลา (บางดาน) สาขาปัตตานี สาขานราธิวาส และสาขาล่าสุด คือ สาขานครศรีธรรมราช (สี่แยกเบญจม) นอกจากนี้ยังมีศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน ที่สาขาหาดใหญ่และสาขาปัตตานี

มาสด้า 7

สำหรับลูกค้ามาสด้าในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชที่สนใจเพื่อนำรถเข้ารับการบริการ สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ หมายเลข 075-347774 หรือ 093-5800505 หรือพิกัดแผนที่โชว์รูมนครศรีธรรมราช https://maps.app.goo.gl/x6XLXcgCVHUijMy59

“ปอร์เช่ ประเทศไทย” และ” Das Treffen “จัดงาน “Das Treffen: Roofless” ป๊อปอัป เฉลิมฉลองเสน่ห์ของรถสปอร์ตปอร์เช่เปิดประทุน

0
ปอร์เช่ ประเทศไทย 1

ปอร์เช่ ประเทศไทย ร่วมกับ Das Treffen จัดงาน “Das Treffen: Roofless” ป๊อปอัปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ นำเสนอเสน่ห์เหนือกาลเวลาของรถสปอร์ตเปิดประทุนจากปอร์เช่ (Porsche) ในบรรยากาศสุดพิเศษ ไฮไลท์ของงาน ได้แก่ 911 สปีดสเตอร์ (911 Speedster) ปี 2018 และ 911 เทอร์โบ เอส คาบริโอเลต (911 Turbo S Cabriolet) รุ่นล่าสุด ที่สะกดทุกสายตา มอบประสบการณ์เหนือระดับให้กับผู้ที่หลงใหลในเสน่ห์ของรถเปิดประทุนในประเทศไทย

ปอร์เช่ ประเทศไทย 2

คาบริโอเลต (Cabriolet), (ทาร์กา) Targa, สไปเดอร์ (Spyder) และ สปีดสเตอร์ (Speedster) คือชื่อที่สะท้อนความคลาสสิกของรถสปอร์ตเปิดประทุนจากปอร์เช่ (Porsche) แต่ละรุ่นได้รับการออกแบบให้มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ เต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึก เพื่อเฉลิมฉลองเสน่ห์เฉพาะตัวของรถ ปอร์เช่ (Porsche) เปิดประทุน ปอร์เช่ ประเทศไทย จึงร่วมกับ Das Treffen ซึ่งเป็นผู้จัดงานการรวมตัวของแฟนๆ ปอร์เช่ (Porsche) ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดงาน ” Das Treffen: Roofless” ป๊อปอัป ณ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ นำเสนอที่สุดแห่งเสน่ห์ของยนตรกรรมเปิดประทุน พร้อมมอบประสบการณ์พิเศษให้กับผู้หลงใหลในความงามของปอร์เช่

ปอร์เช่ ประเทศไทย 3

งาน “Das Treffen: Roofless” ป๊อปอัป จัดขึ้นในวันที่ 9 มีนาคม 2025 ซึ่งได้รวบรวมรถปอร์เช่ (Porsche) เปิดประทุนจำนวน 26 คัน จากกลุ่มคนผู้รักปอร์เช่ (Porsche) ในประเทศไทย มารวมตัวกัน ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเป็นศูนย์การค้าใจกลางกรุงเทพฯ เปิดโอกาสให้สาธารณชนได้สัมผัสความงดงามเหนือกาลเวลาของรถสปอร์ตเปิดประทุนระดับไอคอน พร้อมสร้างพื้นที่ให้แฟนๆ ปอร์เช่ (Porsche) ได้พบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแบ่งปันความหลงใหลในการขับขี่แบบเปิดประทุน

ปอร์เช่ ประเทศไทย 6

 

เพื่อเพิ่มสีสันให้กับงานป๊อปอัปสุดพิเศษนี้ ปอร์เช่ ประเทศไทย (Porsche Thailand) ยังได้นำรถปอร์เช่ เปิดประทุนสุดเอ็กซ์คลูซีฟ 4 คัน มาร่วมจัดแสดง ได้แก่:

911 Turbo S Cabriolet สี Ice Grey Metallic รุ่นสุดยอดยนตรกรรมในตระกูล 911 Cabriolet

911 Targa 4S สี Ruby Star Neo โทนสีโดดเด่นที่เข้ากันอย่างลงตัวกับตัวถัง Targa อันเป็นเอกลักษณ์

911 Speedster สี Lizard Green สะท้อนจิตวิญญาณการขับขี่แบบเปิดประทุนอย่างแท้จริง

718 Boxster GTS 4.0 สี Gentian Blue Metallic ที่มอบทั้งความคล่องตัวและสมรรถนะสุดเร้าใจ

นอกจากการจัดแสดงรถเปิดประทุน ปอร์เช่ ประเทศไทย ยังนำไทคานน์ 4เอส ครอส ทัวริสโม่ (Taycan 4S Cross Turismo) และมาคันน์ เทอร์โบ (Macan Turbo) มาจัดแสดง เพื่อนำเสนอสุดยอดแห่งความหรูหรา อเนกประสงค์ และสมรรถนะไฟฟ้าตามแบบฉบับของปอร์เช่ (Porsche)

ปอร์เช่ ประเทศไทย 5

นอกจากนี้ แฟนๆ ยังได้ร่วมสนุกกับกิจกรรมพิเศษที่บูธของปอร์เช่ ประเทศไทย พร้อมเลือกซื้อสินค้าคอลเลกชันจาก Porsche Lifestyle โดยทุกการซื้อสินค้าครบ 2,000 บาท ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรมพิเศษ เพื่อลุ้นรับ แพตช์ลิมิเต็ดเอดิชั่น ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับประเทศไทย โดยมีทั้งหมด 5 ดีไซน์ ให้สะสม

ปอร์เช่ ประเทศไทย 7

งานนี้ยังเพิ่มความสนุกด้วย เสียงเพลงมันส์ๆ จากดีเจ อาหารและเครื่องดื่มสุดสดชื่น พร้อมมีกิจกรรมพิเศษอีกมากมาย ที่รังสรรค์มาให้กับแฟนๆ ปอร์เช่ (Porsche) ทุกวัย

คุณไมเคิล เวตเตอร์ กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทย กล่าวว่า “งาน ‘Das Treffen: Roofless’ ไม่ใช่เพียงแค่งานจัดแสดงรถสปอร์ตเท่านั้น แต่เป็นการเฉลิมฉลองจิตวิญญาณแห่งการขับขี่แบบเปิดประทุนที่สืบทอดผ่านกาลเวลา เราต้องการนำเสนอความงามและเอกลักษณ์ของยนตรกรรมระดับไอคอนของปอร์เช่ ซึ่งเป็นที่รักของแฟนๆ ทั่วโลก ผมเองก็เป็นหนึ่งในผู้หลงใหลในเสน่ห์ของรถเปิดประทุน และรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ต้อนรับชุมชนปอร์เช่ที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ณ เซ็นทรัลเวิลด์แห่งนี้ พร้อมส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับแฟนๆ ของเราในประเทศไทย”

ปอร์เช่ ประเทศไทย 6

 

 

GWM แต่งตั้ง “เวย์น โจว” ในฐานะกรรมการผู้จัดการ เดินหน้านำทัพพร้อมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในประเทศไทย

0
GWM 1

GWM (Thailand) พร้อมยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ประกาศแต่งตั้ง เวย์น โจว (Wayne Zhou) ขึ้นดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2568 โดยการแต่งตั้งครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญ ในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งและมั่นคงให้กับธุรกิจในประเทศไทย โดย เวย์น โจว จะนำทัพขับเคลื่อนแบรนด์และขยายการเติบโตทางธุรกิจ ผ่านการทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับทีมงานคนไทยกว่า 1,000 ราย และเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่ง เพื่อส่งมอบนวัตกรรมยานยนต์และบริการที่เป็นเลิศ พร้อมมุ่งเน้นตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยภายใต้กลยุทธ์ “การมีผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง” (User-Centric) เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนพร้อมสร้างคุณค่าสู่สังคมไทย

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “วันนี้ ผมรู้สึกเป็นเกียรติและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เข้ามารับตำแหน่งในประเทศไทย โดยในปี 2568 นี้ GWM จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่เพรียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล้ำหน้า พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ครบครันครอบคลุมทุกประเภทพลังงานได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ ผมยังให้ความสำคัญกับการสร้างธุรกิจที่ยั่งยืน เสริมความแข็งแกร่งให้กับ GWM และส่งมอบคุณค่าในระยะยาวให้กับลูกค้า ชุมชน และพันธมิตรชาวไทย อีกทั้ง GWM จะยังคงเดินหน้าลงทุนและขยายธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางการผลิตสำคัญสำหรับการส่งออกรถยนต์พวงมาลัยขวาไปยังตลาดโลก เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ผมให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นที่หลากหลาย อีกทั้งยังพร้อมเรียนรู้จากทีมงานชาวไทย และให้ความเคารพต่อวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งนับว่าเป็นการเรียนรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ยิ่งไปกว่านั้น ผมมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนการเติบโตของ GWM ในประเทศไทย และพร้อมนำพาแบรนด์ให้ก้าวเข้าสู่ยุคทองของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย”

GWM 2

เวย์น โจว พร้อมนำทัพ GWM (Thailand) ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญกว่า 15 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในความสามารถที่โดดเด่นทางด้านการวางกลยุทธ์การตลาดและการขาย พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวสู่ตลาดที่ท้าทายมาแล้วทั่วโลกได้อย่างเป็นประจักษ์ โดย เวย์น โจว เริ่มต้นบทบาทผู้นำในตลาดในภูมิภาคเอเชียใต้ (ปี 2553) ภูมิภาคตะวันออกกลาง (ปี 2553 – 2562) สู่การเป็นผู้จัดการอาวุโสฝ่ายเครือข่ายและการขาย GWM ประเทศอินเดีย (ปี 2562 – 2565) จากนั้นก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ GWM ละตินอเมริกา กับการดูแลการดำเนินธุรกิจในกว่า 40 ประเทศทั่วอเมริกากลางและอเมริกาใต้ (ยกเว้นบราซิลและเม็กซิโก) (ปี 2565 – 2567)

หนึ่งในความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดของ เวย์น โจว คือ การพลิกโฉม GWM ในตลาดละตินอเมริกา กับบทบาทสำคัญในการปรับโครงสร้างเครือข่ายผู้จัดจำหน่ายและตัวแทนจำหน่ายทั่วภูมิภาค ภายใต้การนำทัพของ เวย์น โจว ทำให้ GWM ชิลี สามารถก้าวจากอันดับที่ 14 ขึ้นสู่อันดับที่ 8 ของตลาดในปี 2566 แม้ตลาดโดยรวมจะหดตัวลงเกือบ 30% และภายในเวลาเพียง 1 ปี GWM กลายเป็นแบรนด์จีนอันดับ 1 ในประเทศ ด้วยกลยุทธ์การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์และแผนการตลาดที่แม่นยำ นำไปสู่การคว้ารางวัล “BEST BRAND” จาก Autocosmos ในปี 2566 พร้อมเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งต่อเนื่องในปี 2567 โดยยังคงครองอันดับ 1 ในกลุ่มแบรนด์จีน อันดับ 8 ในตลาดรวม และติด 1 ใน 3 อันดับแรกของตลาดรถกระบะ นอกจากความสำเร็จในชิลี เวย์น โจว ยังมีบทบาทสำคัญในการขยายตลาดเอกวาดอร์ โดยทำให้ GWM ขึ้นเป็นแบรนด์อันดับ 7 และเป็น 1 ใน 2 แบรนด์จีนที่ได้รับความนิยมสูงสุด รวมถึงเป็นแบรนด์รถกระบะจีนอันดับ 1 ในปี 2567 พร้อมเสริมความแข็งแกร่งด้วยการเปิดสายการผลิตแบบ KD สำหรับ GWM POER เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนและรองรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บทบาทของ เวย์น โจว ยังขยายไปถึงตะวันออกกลาง กับการปรับโครงสร้างเครือข่ายการจัดจำหน่ายและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของตัวแทนจำหน่าย ส่งผลให้ศักยภาพทางธุรกิจของ GWM แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ตอกย้ำการเป็นเป็นแบรนด์ยานยนต์ที่แข็งแกร่งและมีขีดความสามารถในการแข่งขัน

“ทั้งนี้ ผมขอขอบคุณ ไมเคิล ฉง สำหรับความทุ่มเทและความพยายามในการขับเคลื่อนการเติบโตและความสำเร็จของธุรกิจในประเทศไทยท่ามกลางช่วงเวลาที่ท้าทาย นอกจากนี้ ผมขอแสดงความยินดีกับ ไมเคิล ฉง กับบทบาทสำคัญในการกำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจของทีม GWM ระดับโลก เพื่อผลักดันความสำเร็จในตลาดต่างประเทศ” เวย์น โจว กล่าวเสริม

 

 

“ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย” เปิดโชว์รูม ฮุนได ดี ออโต้ อุบลราชธานี รุกขยายตลาดสู่ทุกภูมิภาคทั่วไทย

0
ฮุนได 1

บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าขยายบริการสู่ระดับภูมิภาคตามกลยุทธ์ธุรกิจปี 2568 เปิดตัวโชว์รูม ฮุนได ดี ออโต้ อุบลราชธานี รองรับการเติบโตของตลาดรถยนต์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมมอบประสบการณ์ลูกค้าระดับสากลบนมาตรฐาน Global Dealership Space Identity (GDSI 2.0) ด้วยดีไซน์โชว์รูมที่ครบครันด้วย 3 S Sale, Service, Spare parts โดยเตรียมพร้อมการบริการหลังการขายโดยทีมช่างผู้ผ่านการอบรมโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้งกลุ่มรถยนต์สันดาปและรถไฟฟ้า

ฮุนได โมบิลิตี้ 2

นายเจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การขยายเครือข่ายโชว์รูมคือกลยุทธ์หลักของฮุนไดในการเสริมสร้างการเติบโตที่มั่นคงในประเทศไทย ซึ่งอุบลราชธานีถือเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีศักยภาพสูง เราจึงต้องการให้ลูกค้าในพื้นที่นี้สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการของฮุนไดได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น การลงทุนครั้งนี้ไม่เพียงยกระดับศักยภาพด้านการขาย หากยังตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเราในการมอบบริการระดับพรีเมียมและการดูแลหลังการขายที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าในเมืองไทย”

ฮุนได โมบิลิตี้ 3

โชว์รูม ฮุนได ดี ออโต้ อุบลราชธานี มีพื้นที่กว้างขวางพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกลูกค้าในจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดใกล้เคียงอย่างครบวงจร ด้วยพื้นที่โชว์รูมและพื้นที่รับรองลูกค้ามากกว่า 700 ตร.ม. จัดแสดงรถยนต์ฮุนไดครบทุกรุ่น ศูนย์บริการมาตรฐานขนาดพร้อมรองรับปริมาณงานซ่อมได้มากกว่า 3,000 คันต่อปี รองรับการเติบโตในอนาคต ดำเนินงานโดยทีมงานฝ่ายขายและช่างเทคนิคที่ได้รับการฝึกอบรมระดับมืออาชีพ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับบริการหลังการขายในภูมิภาค

ฮุนได โมบิลิตี้ 4

นายปัณณพัฒน์ เลาหเธียรประธาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี ออโต้ อุบลราชธานี กล่าวว่า “เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายฮุนไดในประเทศไทย และพร้อมให้บริการลูกค้าในภาคอีสานด้วยมาตรฐานโชว์รูมและศูนย์บริการ เรามีทีมงานที่พร้อมนำเสนอประสบการณ์ที่ดีที่สุดด้วยประสบการณ์การดำเนินธุรกิจกว่า 30 ปี ให้แก่ลูกค้า ตั้งแต่การเลือกซื้อรถ ไปจนถึงบริการหลังการขายที่ครบวงจร ศูนย์ซ่อมสีและตัวถังมาตรฐานเต็มรูปแบบ เพื่อให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจสูงสุด และมั่นใจในคุณภาพของรถยนต์ฮุนได

ฮุนได โมบิลิตี้ 5

การเปิดตัวโชว์รูมแห่งใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์ระยะยาวของ ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย ในการขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเติบโตของตลาด EV และ SUV ในอนาคต นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า “เรามุ่งมั่นสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้กับลูกค้าทุกคน และพร้อมขับเคลื่อนฮุนไดให้เป็นแบรนด์ยานยนต์ชั้นนำที่ลูกค้าในประเทศไทยให้ความเชื่อมั่นสูงสุด”

ฮุนได โมบิลิตี้ 7

ฮุนได ดี ออโต้ อุบลราชธานีพร้อมมอบทั้งบริการขาย บริการหลังการขาย เพื่อมอบบริการที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าทุกท่าน สามารถสอบถามข้อเสนอและรายละเอียดอื่น ๆ ผ่านช่องทางต่อไปนี้

ฮุนได ดี ออโต้ อุบล โทร. 087-446-8008
Facebook Page. Hyundai Dauto Ubonratchathani – ฮุนได ดี ออโต้ อุบลราชธานี
https://www.facebook.com/HyundaiDautoUbonratchathani
Line Official. https://bit.ly/4f6eZmy
Google Map. https://bit.ly/40vwp7k
สัมผัสประสบการณ์โชว์รูมมาตรฐานฮุนไดได้แล้ววันนี้ที่ ฮุนได ดี ออโต้ อุบลราชธานี และเปิดโลกใหม่แห่งการเดินทางที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณ

เกีย (เซลส์) ประเทศไทย ส่งแคมเปญ ‘Join The Kia Family’ มอบข้อเสนอพิเศษเดียวกับงานมอเตอร์โชว์ 2025

0

เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) เผยผลการดำเนินงานปี 2024 หลังเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2024 และได้สร้างสีสันให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยด้วยการเปิดตัวรถยนต์ The Kia EV9 รถเอสยูวีขนาดใหญ่ 6 ที่นั่งที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเต็มรูปแบบ และ The Kia EV5 รถยนต์เอสยูวีขนาดกลาง ไฟฟ้า 100% ที่ให้ความอเนกประสงค์เต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ทำให้ปีที่ผ่านมาสัดส่วนยอดขายรถยนต์ ICE และ EV ของเกีย (เซลส์) ประเทศไทยอยู่ที่ 55% และ 45% ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยในปี 2025 บริษัทฯ เตรียมเดินหน้าขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย 25 แห่งทั่วประเทศ เพื่อยกระดับการบริการและเข้าถึงลูกค้าได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ล่าสุด จัดแคมเปญ ‘Join The Kia Family’ มอบข้อเสนอเดียวกับงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ 2025 ครั้งที่ 46 ครอบคลุมรถยนต์ SUV และ MPV ทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2025

นายจอง วอน คัง ประธาน บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ในปี 2024 เกียได้สร้างสถิติยอดขายสูงสุดใหม่ที่ 3,100,000 คันทั่วโลก ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริดที่ทำยอดขายรวมได้มากถึง 638,000 คัน จากความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์เกียในการก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก สำหรับ เกีย (เซลส์) ประเทศไทย หลังจากได้เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นล่าสุดในตลาดประเทศไทยเราได้รับการตอบรับที่ดีมากด้วยยอดขายที่โตขึ้น 50% โดยสัดส่วนยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าคิดเป็น 45% ของยอดขายรวม แม้ว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปีที่ผ่านมาจะหดตัวลง 26% ในส่วนของเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายเรายังคงเดินหน้ามอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ล่าสุด เราได้ขยายโชว์รูม ประกอบด้วย เกีย นครปฐม, เกีย อุดรธานี, เกีย เชียงราย, เกีย รามคำแหง, เกีย ติวานนท์, และโชว์รูมเกีย บนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ที่กำลังจะเปิดให้บริการเร็ว ๆ นี้ ซึ่งในปี 2025 บริษัทฯ มีแผนที่จะเพิ่มจำนวนผู้แทนจำหน่ายเป็น 25 โชว์รูมภายในสิ้นปีนี้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ในการขยายการเข้าถึงและยกระดับการให้บริการแก่ลูกค้าเกียทั่วประเทศ”

นายฌ็อง–ดาวิด คริสติญอง อาเรล รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์และการตลาด บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า “ในปี 2024 บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการสร้างการรับรู้และการเปลี่ยนผ่านภาพลักษณ์แบรนด์ผ่านการเปิดตัวรถยนต์รุ่นสำคัญอย่าง The Kia EV9 ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลจากการได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมายจากหลากหลายเวทีทั้งในด้านดีไซน์และสมรรถนะ และ The Kia EV5 ภายใต้แคมเปญ Make A Bold Move พร้อมจัดกิจกรรมสร้างประสบการณ์แบรนด์อย่างต่อเนื่อง อาทิ Kia EV Playground, Kia WonderMom, Kia Carnival FamFest และ Kia Xperience Roadshow ซึ่งจากกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ได้สร้างสรรค์ขึ้น ส่งผลให้เราได้รับรางวัลจากสามเวทีชั้นนำ ได้แก่ 1. รางวัล Best Family Car สำหรับ Kia Carnival จากเวที theAsianparent Awards 2024 ในสาขา Parent’s Choice 2. รางวัล 2024 Thailand’s Social Power Brand ในหมวดแบรนด์รถยนต์ MPV ที่สร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคได้มากที่สุดในโลกออนไลน์แห่งปี และ 3. รางวัล ‘AdPeople AWARDS 2024’ หมวด Experience & Activation จากกิจกรรม Kia EV Playground และสำหรับปี 2025 เรายังคงมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและขยายการรับรู้แบรนด์เกียผ่านแคมเปญการตลาดต่าง ๆ รวมถึงเตรียมเปิดตัวลอยัลตี้โปรแกรมสุดพิเศษในเร็ว ๆ นี้ เพื่อสร้างครอบครัวเกียของเราให้เหนียวแน่นยิ่งขึ้น และล่าสุดเราได้จัดแคมเปญสำหรับงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ 2025 ครั้งที่ 46 โดยใช้ชื่อแคมเปญว่า ‘Join The Kia Family’ ด้วยการนำเสนอรถยนต์ SUV และ MPV ครบครัน พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ รวมถึงโปรแกรมบำรุงรักษาตามระยะฟรี 10 ปี สำหรับ The Kia EV9 โดยแคมเปญฯ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2025 นี้

ข้อเสนอพิเศษ บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2025

โปรโมชันสำหรับ The Kia Carnival LX (11 ที่นั่ง)

ราคาพิเศษ 1,599,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 1,892,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 293,000 บาท)

  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]

โปรโมชันสำหรับ The Kia Carnival EX (11 ที่นั่ง)

ราคาพิเศษ 1,999,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 2,234,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 235,000 บาท)

  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]

โปรโมชันสำหรับ The Kia Carnival SXL (11 ที่นั่ง)

ราคาพิเศษ 2,349,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 2,594,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 245,000 บาท)

  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]

โปรโมชันสำหรับ The Kia Carnival SXL Luxury (7 ที่นั่ง)

ราคาพิเศษ 2,699,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 2,990,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 291,000 บาท)

  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
  • ฟรี จอบนพนักพิงเบาะผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า [4]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]

หมายเหตุ:

[1] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี สำหรับรุ่น LX, EX, SXL และ SXL Luxury โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[2] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[3] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย

[4] จอบนพนักพิงเบาะผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า ตามรุ่นที่บริษัทฯ กำหนด โดยรับประกันคุณภาพระยะเวลา 1 ปี

[5] สิทธิประโยชน์ข้อ [1],[2] และ [4] มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 90,000 บาท เฉพาะรุ่น SXL Luxury และ 50,000 บาทสำหรับรุ่นอื่นๆ ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

 

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia EV5 Light

ราคาพิเศษ 1,099,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 1,299,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 200,000 บาท)

  • อัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามที่สถาบันการเงินกำหนด
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [4]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [5]
  • ชุดพรมปูพื้นรถยนต์ [6]

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia EV5 Air

ราคาพิเศษ 1,229,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 1,399,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 170,000 บาท)

  • ส่วนลดพิเศษมูลค่า 170,000 บาท
  • อัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามที่สถาบันการเงินกำหนด
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [4]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [5]
  • ชุดพรมปูพื้นรถยนต์ [6]

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia EV5 Earth Long Range

ราคาพิเศษ 1,429,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 1,599,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 170,000 บาท)

  • ส่วนลดพิเศษมูลค่า 170,000 บาท
  • อัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามที่สถาบันการเงินกำหนด
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [4]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [5]
  • ชุดพรมปูพื้นรถยนต์ [6]

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia EV5 Earth Exclusive AWD

ราคาพิเศษ 1,629,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 1,799,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 170,000 บาท)

  • ส่วนลดพิเศษมูลค่า 170,000 บาท
  • อัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามที่สถาบันการเงินกำหนด
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [4]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [5]
  • ชุดพรมปูพื้นรถยนต์ [6]

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia EV5 GT-Line AWD

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 0% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [1]
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [4]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [5]

หมายเหตุ:

[1]  อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 0% สำหรับรุ่น GT-Line AWD เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร หรือ 1.99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด หรือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร

[2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) ไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[3] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[4] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[5] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[6] ชุดพรมปูพื้นรถยนต์

[7] สิทธิประโยชน์ข้อ [2], [4] และ [6] มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 50,000 บาท ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia EV9 GT-Line AWD

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [1]
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
  • ฟรี Kia Home Charger 1 ชุด และ ค่าติดตั้ง Kia Home Charger ให้กับลูกค้า [3]
  • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 10 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร [4]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [5]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [6]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [7]

หมายเหตุ:

[1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร

[2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) ไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[3] Kia Home Charger 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง ไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[4] เงื่อนไข ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 10 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[5] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[6] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[7] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[8] สิทธิประโยชน์ข้อ [2], [3], [4], และ [6] มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 136,000 บาท สำหรับรุ่น EV9 ทุกรุ่น ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia Sorento (PHEV)

ราคาพิเศษ 1,899,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 2,099,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 200,000 บาท)

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [1]
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [4]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [5]

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia Sorento (HEV):

ราคาพิเศษ 1,699,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 1,959,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 260,000 บาท)

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [1]
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [4]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [5]

หมายเหตุ:

[1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร

[2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[3] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[4] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[5] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[6] สิทธิประโยชน์ข้อ [2 และ [4] มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 50,000 บาท ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

 

  • ข้อกำหนดและเงื่อนไขอาจมีการเปลี่ยนแปลงทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของบริษัทฯ
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2568 ถึง 30 เมษายน 2568
  • โปรโมชันสำหรับการซื้อผ่านผู้จำหน่าย Kia อย่างเป็นทางการทั่วประเทศไทย
  • ไม่รวมรถแท็กซี่, รถเช่า, รถที่ขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษ, และลูกค้ารถเช่า
  • ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงจะทำการแจ้งผ่านช่องทางสื่อประชาสัมพันธ์ของบริษัทฯ
  • สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อผู้จำหน่าย Kia ใกล้ท่าน หรือ เยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.kia.com/th

OMODA & JAECOO พา JAECOO 6 EV คว้ารางวัล BEST OFF ROAD EV ในงาน CAR OF THE YEAR 2025 ประกาศความมุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต

0

OMODA & JAECOO (อ่านว่า โอโมด้า แอนด์ เจคู่) ภายใต้บริษัท Chery Automobile ผู้นำเทคโนโลยียานยนต์ชั้นนำระดับโลก นำรถพลังงานไฟฟ้าแบบออฟโรด JAECOO 6 EV (หรือ iCAR 03 ในประเทศจีน) สร้างความภาคภูมิใจให้กับวงการยานยนต์ไทย คว้ารางวัล “BEST OFF ROAD EV” จากเวที CAR OF THE YEAR 2025 ซึ่งจัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนภาพลักษณ์ที่ดีทางธุรกิจยานยนต์ และส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย ณ ห้องรอยัล จูบิลี บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

รางวัล BEST OFF ROAD EV ครั้งนี้ ถือเป็นการยืนยันถึงคุณภาพและนวัตกรรมของ JAECOO 6 EV (หรือ iCAR 03 ในประเทศจีน) รถพลังงานไฟฟ้าแบบออฟโรด โดดเด่นด้วยดีไซน์ ONE BOX STYLE ซึ่งได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งด้านความสวยงามที่มาพร้อมคุณประโยชน์การใช้สอย นอกจากนี้ JAECOO 6 EV ได้รับการยกย่องในด้านสมรรถนะการขับขี่ออฟโรดที่โดดเด่น ควบคู่ไปกับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่ทันสมัย สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของ OMODA & JAECOO ในการพัฒนารถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานในยุคปัจจุบัน

JAECOO 6 EV (หรือ iCAR 03 ในประเทศจีน) EV รถพลังงานไฟฟ้าแบบออฟโรด โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ผสมผสานจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยแบบออฟโรดเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยด้วยดีไซน์ที่เปี่ยมด้วยพลังแห่งอนาคต ฉีกกฎงานดีไซน์ทุกการเดินทาง พร้อมท้าทายทุกเส้นทางอย่างไร้ขอบเขต สามารถขับขี่ทั้งออฟโรดและออนโรดได้อย่างมั่นใจด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือระดับ ตั้งแต่การขับในตัวเมืองใหญ่ไปจนถึงเส้นทางขับขี่ที่ยากลำบาก พร้อมด้วยความสะดวกสบายที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานสำหรับทุกเพศทุกวัยทุกไลฟ์สไตล์ในการเดินทางไกล ด้วยระยะทางการขับขี่ที่ยาวนานถึง 426 กิโลเมตร (NEDC) กับความมั่นใจในทุกการเดินทางไปกับระบบเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงจาก JAECOO 6 EV

“รางวัล BEST OFF ROAD EV นี้ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งสำหรับ OMODA & JAECOO เรามุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การใช้งานในทุกสภาพพื้นที่ JAECOO 6 EV พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเราสามารถผสมผสานดีไซน์ที่คงเอกลักษณ์ รวมกับสมรรถนะของรถที่ตอบโจทย์การเดินทางทุกรูปแบบ และเทคโนโลยีพลังงานใหม่ได้อย่างลงตัว” คุณสุชาดา ชูสงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและภาพลักษณ์องค์กร บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

ปี 2568 นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งปีแห่งความมุ่งมั่นของ OMODA & JAECOO ในการพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ควบคู่ไปกับการใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยเป้าหมายที่จะก้าวสู่การเป็นผู้นำในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย รางวัล BEST OFF ROAD EV ครั้งนี้ เปรียบเหมือนจุดเริ่มต้นสำหรับ OMODA & JAECOO ในการเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตต่อไป